รีเซต

ผลการค้นหา “#มีได้เสียในพาทนี้!!!!!” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
SEGA สั่งระงับการขาย Shogun 2 – Complete Edition ชั่วคราว หลังโดนถล่มรีวิวแง่ลบอย่างหนัก!
อ่าน

SEGA สั่งระงับการขาย Shogun 2 – Complete Edition ชั่วคราว หลังโดนถล่มรีวิวแง่ลบอย่างหนัก!

หลังจากวางขายไปได้ไม่ถึง 2 วัน ดูเหมือนว่าทาง SEGA และ Creative Assembly ไม่อาจนิ่งเฉยต่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของ Total War: SHOGUN 2 – Complete Edition ภาครีมาสเตอร์ของเกมวางแผนยุทธการพิชิตญี่ปุ่นระดับตำนานได้อีกต่อไป เพราะตัวเกมโดนสับเละทั้งเรื่องประสิทธิภาพ ปัญหากราฟิก และบั๊กต่าง ๆ ที่แทบไม่ได้รับการแก้ไขจากภาคต้นฉบับ แถมยังมีประเด็นเรื่องการใช้ AI อัปสเกลภาพแบบขาดการตรวจสอบคุณภาพ จนคะแนนรีวิวบน Steam กลายเป็นแง่ลบอย่างถล่มทลาย ส่งผลให้ต้องมีการประกาศระงับการขายชั่วคราวเป็นที่เรียบร้อยhttps://t.co/6QoSz2j8Gr— SEGA (@SEGA) October 15, 2026 โดยทาง SEGA ได้ออกมาแถลงยอมรับว่าตัวเกมเวอร์ชัน Complete Edition มีคุณภาพไม่ถึงมาตรฐานที่ตั้งไว้จริง ๆ โดยขณะนี้กำลังประสานงานกับหน้าร้านค้าต่าง ๆ เพื่อระงับการขายชั่วคราว พร้อมทั้งนำเวอร์ชันดั้งเดิมที่ถูกถอดออกไปก่อนหน้านี้กลับมาวางขายแทนที่อีกครั้ง ในระหว่างนี้ ทีมงานและ MATABOO ซึ่งเป็นผู้พัฒนาร่วมจะเร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้ดีขึ้น ส่วนผู้ที่ซื้อเวอร์ชัน Complete Edition ไปแล้วจะยังคงสามารถเข้าเล่นได้ตามปกตินอกจากนี้ Creative Assembly ยังยืนยันว่าจะขยายเงื่อนไขการขอคืนเงินร่วมกับหน้าร้านค้าต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เล่นที่ไม่พอใจสามารถทำเรื่องขอเงินคืนได้ แม้จะเล่นเกินระยะเวลาที่กำหนดตามเกณฑ์ปกติไปแล้วก็ตาม ทว่ายังไม่มีการระบุแน่ชัดว่าตัวเกมจะพร้อมกลับมาวางขายอีกครั้งเมื่อใดเดิมทีเกมเวอร์ชัน Complete Edition ชูจุดเด่นเรื่องการอัปเกรดกราฟิก แสงเงา พื้นผิว และอินเทอร์เฟซให้รองรับความละเอียดระดับ 4K รวมถึงเปลี่ยนโครงสร้างเป็นแบบ 64-bit เพื่อให้เกมมีความเสถียร พร้อมปลดล็อกฝ่ายย่อยให้เลือกเล่นได้และเพิ่มตัวเลือกสำหรับปิดระบบ Realm Divide ในขณะที่ระบบม็อดเปลี่ยนไปใช้บริการของเว็บไซต์ mod.io แทนที่ Steam Workshop เดิมทว่าเมื่อวางจำหน่ายจริง ผู้เล่นกลับต้องเผชิญกับปัญหาสารพัดจนรีวิวส่วนใหญ่บน Steam กลายเป็นแง่ลบอย่างหนัก โดยปัญหาหลักที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดคือเรื่องประสิทธิภาพของตัวเกม ซึ่งมีเกมเมอร์รายหนึ่งรายงานว่าเฟรมเรตร่วงลงไปอยู่ที่ 30-40 FPS ขณะเล่นบนความละเอียด 4K และปรับกราฟิกระดับ High ทั้งที่ใช้การ์ดจอระดับท็อปอย่าง GeForce RTX 5090ในส่วนของงานภาพก็มีปัญหาตามมาไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นเอฟเฟกต์แสงฟุ้ง (Bloom) ที่มากเกินพอดี พื้นผิวต่าง ๆ ที่ดูไม่สวยงาม ไปจนถึงภาพประกอบยูนิตที่ดูเละเทะผิดเพี้ยน จนผู้เล่นบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า ทีมงานอาจใช้เทคโนโลยี AI ในการอัปสเกลภาพโดยไม่ตรวจสอบคุณภาพให้ดีพอ อีกทั้งยังไม่ได้ระบุแจ้งไว้ในหน้าร้านค้า ซึ่งทำให้ผู้เล่นบางกลุ่มตัดสินใจกดรายงานเกมนี้กับทาง Steam เนื่องจากละเมิดกฎเรื่องการไม่เปิดเผยข้อมูลการใช้เทคโนโลยี AI และผู้เล่นยังช่วยกันผลักดันจนเกมนั้นขึ้นแท็ก "Artificial Intelligence" และ "Psychological Horror" อีกด้วย (แสดงว่าสยองจริง ๆ)ไม่เพียงแค่นั้น บั๊กเกมเพลย์จำนวนมากที่ผู้เล่นเคยรวบรวมไว้ตลอดหลายปีตั้งแต่สมัยภาคดั้งเดิมก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข แถม SEGA ยังเคยยืนยันไว้ก่อนหน้านี้ด้วยว่า ม็อดทั้งหมดที่สร้างขึ้นสำหรับภาคเก่าจะไม่สามารถนำมาใช้งานร่วมกับเวอร์ชัน Complete Edition ได้ ต้องให้ผู้สร้างม็อดทำการอัปเดตเพื่อให้ใช้งานกับเวอร์ชันใหม่ได้อีกหนึ่งประเด็นร้อนที่ทำให้ SEGA และ Creative Assembly ถูกโจมตีอย่างหนักคือนโยบายการวางจำหน่าย เนื่องจากตัวเกมตั้งราคาไว้ที่ 39.99 ดอลลาร์สหรัฐ (990 บาทสำหรับโซนไทย) แม้จะมีส่วนลดพิเศษ 75% ให้กับผู้ที่มีเกมภาคเดิมอยู่แล้ว แต่โปรโมชันดังกล่าวก็มีระยะเวลาจำกัดเพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น พ่วงด้วยการถอดเกมเวอร์ชันดั้งเดิมออกจากหน้าร้าน จนหลายคนมองว่าเป็นการตัดทางเลือกของผู้เล่นใหม่ ป้องกันไม่ให้มีการซื้อเพื่อเอาส่วนลด Complete Edition และเป็นการบีบบังคับให้เจ้าของเกมภาคเก่าต้องรีบตัดสินใจซื้อก่อนที่ราคาจะปรับกลับไปเต็มจำนวนคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า SEGA และ Creative Assembly จะกอบกู้สถานการณ์และพา Shogun 2 ฝ่ามรสุมลูกใหญ่นี้ไปได้อย่างไร เพราะนอกจากจะต้องเร่งสะสางปัญหาทางเทคนิคที่รุมเร้าในหลายด้านแล้ว ยังต้องเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นของแฟนเกมที่สูญเสียไปให้กลับคืนมาอีกด้วยส่วนใครที่อยากจะซื้อเกมเวอร์ชันดั้งเดิมเผื่อว่าในอนาคตอาจจะถูกนำออกไปอีกรอบ ก็สามารถซื้อได้บน Steam โดยราคาจะอยู่ที่ 579 บาทครับแปลและเรียบเรียงจากVideoCardz.comX - SEGA

SET 2,000 จุด! เรื่องมโน หรือเป็นไปได้จริง?
อ่าน

SET 2,000 จุด! เรื่องมโน หรือเป็นไปได้จริง?

#ทันหุ้น - ไม่ต้องเถียงกันด้วยความรู้สึก เอา PBV BAND มากาง แล้วให้ตัวเลขพูด!️ 24 กันยายน 2569SET ประมาณ 1,606 จุด จะไป 2,000 จุด ต้องขึ้นอีกเกือบ 25%!ช่วงนี้มีคนพูดถึง SET 2,000 จุดกันมาก บางคนบอกตลาดกระทิงกำลังมา บางคนบอกฝันไปเถอะ!แต่ก่อนจะเชื่อใคร ลองมาดูกันว่า ถ้า SET ไป 2,000 จุดจริง นักลงทุนต้องยอมซื้อหุ้นไทยในระดับมูลค่าที่สูงแค่ไหน?วันนี้ผมเอาสถิติ P/BV ย้อนหลัง 10 ปี มาคำนวณด้วย PBV BAND ให้ดูกันครับ ตลาดหุ้นไทยตอนนี้อยู่ตรงไหน?SET ณ เวลาจัดทำรายงานอยู่ที่ประมาณ 1,606 จุด ขณะที่ P/BV อยู่ที่ 1.50 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีที่ 1.62 เท่า ประมาณ 7.4%หมายความว่าตลาดหุ้นไทยกำลังซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต แต่ยังไม่ได้ลงไปถึงโซนมูลค่าต่ำสุดของ BANDแล้วถ้าตลาดกลับไปซื้อขายที่ระดับต่าง ๆ ในอดีต จะเกิดอะไรขึ้น? PBV BAND บอกอะไรเรา?PBV BAND คือการนำค่า P/BV ย้อนหลังมาคำนวณค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน หรือ SD เพื่อดูว่าตลาดกำลังซื้อขายอยู่ในระดับใดเมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์ของตัวเองจากสถิติในรายงาน เราได้ระดับสำคัญดังนี้SET P/BV BAND — ย้อนหลัง 10 ปี+2SDโซนมูลค่าสูงมาก2.18x+1SDโซนมูลค่าสูง1.90xค่าเฉลี่ยค่าเฉลี่ย 10 ปี1.62xปัจจุบันต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 7.4%1.50x-1SDโซนมูลค่าต่ำ1.34x-2SDโซนมูลค่าต่ำมาก1.07xระดับปัจจุบันอยู่ระหว่าง -1SD กับค่าเฉลี่ย 10 ปี ซึ่งเป็นโซนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต แต่การอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยไม่ได้แปลว่าตลาดต้องปรับตัวขึ้นเสมอไป ทำไมครั้งนี้ใช้ PBV BAND แทน PE BAND?หลายคนคุ้นเคยกับการใช้ P/E ประเมินตลาดหุ้น แต่ P/E มีจุดอ่อนเมื่อกำไรบริษัทจดทะเบียนผันผวนตามวัฏจักรเศรษฐกิจสมมติบริษัทแห่งหนึ่งกำไรลดลงอย่างหนักในช่วงเศรษฐกิจถดถอย แม้ราคาหุ้นจะร่วงลงแล้ว แต่ P/E อาจกลับพุ่งสูงขึ้นจนหุ้นดูเหมือนแพงมาก!ในทางกลับกัน ช่วงเศรษฐกิจเฟื่องฟู กำไรบริษัทพุ่งสูงเป็นพิเศษ P/E อาจลดลงจนหุ้นดูเหมือนถูก ทั้งที่ราคาหุ้นอาจขึ้นไปมากแล้วสำหรับการประเมินระดับ SET ครั้งนี้ ผมจึงเลือกใช้ P/BV เป็นแกนหลัก เพราะมูลค่าทางบัญชีโดยทั่วไปมักเปลี่ยนแปลงช้ากว่ากำไรรายไตรมาส ทำให้การเปรียบเทียบกับสถิติในอดีตถูกรบกวนจากกำไรระยะสั้นน้อยลงแต่ P/BV ก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ หุ้นที่มี P/BV ต่ำอาจสะท้อนความสามารถทำกำไรที่ลดลงได้เช่นกันดังนั้น นอกจาก P/BV BAND เรายังต้องดู P/E, ROE และทิศทางกำไรประกอบด้วยในรายงานนี้ P/E อยู่ที่ 16.03 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 19.08 เท่า ซึ่งเป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่นำมาพิจารณาร่วมกันได้ ถ้า SET จะไป 2,000 จุด ต้องเกิดอะไรขึ้น?ลองสมมติว่า Book Value ของตลาดคงที่ แล้วนำระดับ P/BV ในอดีตมาแปลงเป็นระดับ SETแผนที่ SET 2,000 จุดปัจจุบัน · P/BV 1.50x1,606 จุดจุดตั้งต้นค่าเฉลี่ย 10 ปี · P/BV 1.62x~1,735 จุดค่าเฉลี่ยระดับที่กำลังพูดถึงSET 2,000 จุดต้องใช้ P/BV ประมาณ 1.87x หาก Book Value คงที่+1SD · P/BV 1.90x~2,034 จุดโซนสูง+2SD · P/BV 2.18x~2,334 จุดโซนสูงมากจากประมาณ 1,606 ไป 2,000 จุด ตลาดต้องขึ้นราว 25% โดย P/BV จะอยู่ใกล้ +1SD ที่ 1.90 เท่าแปลว่า 2,000 จุดยังอยู่ในช่วงมูลค่าที่เคยเกิดขึ้นตามสถิติในรายงาน แต่ต้องอาศัยการซื้อขายในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยพอสมควรและถ้ากำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโตจน Book Value เพิ่มขึ้น ตลาดก็อาจขึ้นถึง 2,000 จุดได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ P/BV สูงถึง 1.87 เท่าอย่างไรก็ตาม การขยายตัวของ P/BV ต้องมีปัจจัยรองรับ ไม่ว่าจะเป็นกำไร ความสามารถทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน ความเชื่อมั่น หรือกระแสเงินลงทุน คำพิพากษา PBV BANDSET 2,000 จุด ไม่ใช่ตัวเลขที่อยู่นอกกรอบสถิติ แต่ก็ไม่ใช่เป้าหมายที่การประเมินมูลค่าจะรับประกันว่าจะไปถึง!ระดับประมาณ 1,735 จุด เป็นจุดอ้างอิงเมื่อ P/BV เท่ากับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีตามรายงาน ส่วน 2,000 จุดต้องอาศัยทั้งความเชื่อมั่น กำไรที่สนับสนุนราคา และกระแสเงินลงทุนคำถามจึงไม่ใช่แค่ SET จะไป 2,000 ได้ไหม แต่คือ อะไรจะทำให้นักลงทุนยอมจ่าย P/BV สูงขึ้น และกำไรบริษัทจดทะเบียนจะเติบโตตามทันหรือเปล่า?แล้วคุณล่ะ คิดว่าอะไรจะเป็นตัวผลักดันตลาดหุ้นไทยให้ไปถึง 2,000 จุด?

Bithumb ชนะคดี! ศาลสั่งคืนเงิน หลังกดโอน Bitcoin ผิดแจกผู้ใช้
อ่าน

Bithumb ชนะคดี! ศาลสั่งคืนเงิน หลังกดโอน Bitcoin ผิดแจกผู้ใช้

#Bithumb #Bitcoin #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก Cointelegraph ได้ระบุว่า Bithumb กระดานซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีของเกาหลีใต้ ได้รับรายงานว่าชนะคดีความในศาลชั้นต้นจำนวน 2 คดี ในการฟ้องร้องผู้ใช้งานเพื่อเรียกคืนผลประโยชน์จาก Bitcoin ที่ทางบริษัทได้โอนเข้าบัญชีของพวกเขาโดยผิดพลาด ศาลแขวงโซลกลางได้มีคำตัดสินให้ Bithumb ชนะคดีเมื่อวันพุธและวันพฤหัสบดี ใน 2 คดีจากการฟ้องร้องทั้งหมด 4 คดีต่อผู้ใช้งานที่นำ Bitcoin ซึ่งได้รับโอนโดยผิดพลาดไปขาย ตามรายงานของสำนักข่าว Chosun Biz คำตัดสินเมื่อวันพฤหัสบดีเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องเงินจำนวน 194 ล้านวอน (140,000 ดอลลาร์) ในขณะที่คำตัดสินเมื่อวันพุธครอบคลุมข้อเรียกร้องเงินจำนวน 5 ล้านวอน (3,600 ดอลลาร์) ส่วนอีก 2 คดีความที่เรียกร้องเงินประมาณ 14.8 ล้านวอน (10,700 ดอลลาร์) และ 500 ล้านวอน (362,000 ดอลลาร์) ยังคงอยู่ในระหว่างการพิจารณา ทั้งสองคดีดำเนินการผ่านขั้นตอนการส่งคำคู่ความโดยวิธีปิดประกาศ (Service by public notice) เนื่องจากเอกสารของศาลไม่สามารถส่งถึงจำเลยได้ด้วยวิธีปกติ รายงานระบุ คำตัดสินที่มีการรายงานดังกล่าว ช่วยผลักดันความพยายามของ Bithumb ในการฟื้นฟูเงินคืนจากข้อผิดพลาดในเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อกระดานซื้อขายได้โอน Bitcoin จำนวน 620,000 BTC เข้าบัญชีลูกค้าโดยผิดพลาด ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ในขณะนั้น Bithumb ตามไล่ล่ารายได้จากการขาย Bitcoin Bithumb กล่าวว่า ข้อผิดพลาดดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างกิจกรรมส่งเสริมการขายเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026 เมื่อบริษัทวางแผนที่จะแจกรางวัลเป็นเงิน 620,000 วอน หรือประมาณ 420 ดอลลาร์ในขณะนั้น ให้กับผู้ใช้งานจำนวน 249 ราย แต่พนักงานได้เลือกหน่วยการชำระเงินผิดพลาดเป็น Bitcoin แทนที่จะเป็นเงินวอนเกาหลี และโอนเงินเข้าบัญชีของลูกค้าเป็นจำนวน 620,000 BTC ในเวลาต่อมา กระดานซื้อขายกล่าวว่า สามารถเรียกคืน Bitcoin กลับมาได้ 618,212 BTC หรือคิดเป็น 99.7% ของจำนวนที่โอนผิดพลาดไป อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานบางรายได้ขาย Bitcoin ที่ได้รับโอนผิดพลาดไปแล้วจำนวน 1,788 BTC ก่อนที่ Bithumb จะทำการอายัดบัญชีที่ได้รับผลกระทบ Bithumb ได้ยื่นฟ้องคดีลาภมิควรได้ (Unjust enrichment) จำนวน 4 คดีในเดือนมีนาคม ต่อผู้ใช้งานที่ขาย Bitcoin ที่ได้รับโอนผิดพลาดและไม่ยอมคืนเงินผลประโยชน์ที่ได้จากการขาย โดยมีรายงานว่าบริษัทกำลังเรียกร้องเงินสดจากการขายเหล่านั้นมากกว่าที่จะเรียกคืนเป็น Bitcoin FSS เริ่มกระบวนการลงโทษต่อข้อผิดพลาดของ Bithumb สำนักงานบริการกำกับดูแลทางการเงินของเกาหลีใต้ (FSS) ได้ดำเนินการสอบสวน Bithumb เกี่ยวกับข้อผิดพลาดเรื่อง Bitcoin เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ โดยมุ่งเน้นไปที่ประเด็นที่ว่ากระดานซื้อขายสามารถโอน Bitcoin ที่ตนเองไม่ได้ถือครองอยู่จริงให้กับลูกค้าได้อย่างไร มีรายงานว่าหน่วยงานกำกับดูแลได้ส่งความเห็นจากการตรวจสอบไปยัง Bithumb เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นการเริ่มต้นกระบวนการลงโทษอย่างเป็นทางการ แต่ยังไม่มีการประกาศบทลงโทษขั้นสุดท้ายออกมา Cointelegraph ได้ติดต่อไปยังคณะกรรมการบริการทางการเงินของเกาหลีใต้ (FSC) ซึ่งกำกับดูแล FSS เพื่อขอข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการสอบสวนและบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้นต่อ Bithumb แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ ณ เวลาที่ตีพิมพ์ข่าวนี้ Bithumb ยังเผชิญกับการตรวจสอบทางกฎหมายอื่นๆ ในปีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้ได้เข้าบุกตรวจค้นสำนักงานของบริษัทในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนที่ไม่เกี่ยวข้องกันในข้อกล่าวหาเรื่องการเอื้อประโยชน์ในการจ้างงานที่มีสมาชิกรัฐสภา Kim Byung-ki เข้ามาเกี่ยวข้อง ในขณะเดียวกัน บริษัทกำลังยื่นคัดค้านการสั่งพักใช้ใบอนุญาตทำงานบางส่วนเป็นเวลา 6 เดือนในอีกคดีหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยศาลในกรุงโซลได้สั่งชะลอการพักใช้ใบอนุญาตดังกล่าวในเดือนเมษายน ในระหว่างรอคำตัดสินจากการยื่นคัดค้านของ Bithumb ที่มา https://cointelegraph.com/news/bithumb-wins-suits-mistakenly-credited-bitcoin

AOT  ไตรมาส 3/2569 กำไรสุทธิ 4,441.68 ล้านบาท โต 14.93%
อ่าน

AOT  ไตรมาส 3/2569 กำไรสุทธิ 4,441.68 ล้านบาท โต 14.93%

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #AOT ไตรมาส 3/2569 กำไรสุทธิ 4,441.68 ล้านบาท โต 14.93%บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT รายงานกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทในไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2569 (เม.ย.-มิ.ย. 2569) อยู่ที่ 4,441.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.93% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แม้รายได้รวมลดลง 3.70% เหลือ 15,493.50 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากค่าใช้จ่ายรวมที่ลดลง 11.73% ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 12.41% เป็น 6,017.92 ล้านบาท และกำไรต่อหุ้นเพิ่มเป็น 0.31 บาทจาก 0.27 บาทในปีก่อนรายได้จากการขายและบริการลดลง 2.82% เหลือ 14,910.31 ล้านบาท โดยรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบินลดลง 7.96% เหลือ 7,258.67 ล้านบาท ขณะที่รายได้เกี่ยวกับกิจการการบินเพิ่มขึ้น 2.61% เป็น 7,651.64 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนรายได้การบินเพิ่มขึ้นเป็น 51% ของรายได้จากการขายและบริการทั้งหมดจาก 49% ในปีก่อนการเติบโตของรายได้การบินมาจากค่าบริการผู้โดยสารขาออกที่เพิ่มขึ้น 2.85% เป็น 6,074.90 ล้านบาท และค่าบริการสนามบินที่เพิ่มขึ้น 1.81% เป็น 1,379.17 ล้านบาท โดย AOT เริ่มเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศอัตราใหม่สูงสุด 1,120 บาทต่อคนตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 จากเดิม 730 บาทต่อคนด้านรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบินลดลงหลักจากรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ที่หดตัว 14.12% เหลือ 4,444.57 ล้านบาท ซึ่งได้รับผลกระทบจากธุรกิจร้านค้าปลอดอากร ขณะที่รายได้เกี่ยวกับบริการเพิ่มขึ้น 4.24% เป็น 2,150.37 ล้านบาท จากค่าบริการระบบไฟฟ้าและระบบปรับอากาศที่สูงขึ้นรายได้อื่นลดลง 21.73% เหลือ 583.19 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนได้รับเงินชดเชยการใช้ประโยชน์อาคารของผู้ประกอบการรายหนึ่งที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิซึ่งเป็นรายการพิเศษ ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยการเลื่อนชำระเงินตามมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการและสายการบินค่าใช้จ่ายรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น หลังลูกหนี้การค้าไม่หมุนเวียนตามแผนฟื้นฟูกิจการรายหนึ่งชำระหนี้รวม 993.88 ล้านบาท นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายลดลง ส่วนต้นทุนทางการเงินลดลง 6.49% เหลือ 585.65 ล้านบาทสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 AOT มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท 14,812.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.86% จากปีก่อน แม้รายได้รวมลดลง 1.39% เหลือ 51,596.31 ล้านบาท โดยรายได้การบินเพิ่มขึ้น 2.72% เป็น 26,341.83 ล้านบาท ขณะที่รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบินลดลง 5.56% เหลือ 23,863.54 ล้านบาท และกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 1.04 บาท เพิ่มจาก 1.00 บาทในปีก่อนAOT ระบุว่าในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ปริมาณเที่ยวบินรวมเพิ่มขึ้น 0.61% เป็น 605,838 เที่ยวบิน และจำนวนผู้โดยสารรวมเพิ่มขึ้น 1.84% เป็น 99.03 ล้านคน อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่ายังมีความท้าทายในช่วงที่เหลือของปีจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งกระทบต้นทุนเชื้อเพลิงสายการบิน ราคาบัตรโดยสาร และการเดินทางของผู้โดยสารบางส่วน

เก็งกำไรดัชนีหุ้นด้วย Futures ทำได้ทั้งตลาดขาขึ้น และขาลง
อ่าน

เก็งกำไรดัชนีหุ้นด้วย Futures ทำได้ทั้งตลาดขาขึ้น และขาลง

#ทันหุ้น-นักลงทุนที่ซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้นไทยปี 69 คงจะมีความสุขกันถ้วนหน้า เพราะว่าตลาดหุ้นไทยในปีนี้ถือว่าเป็นปีที่สดใส แตกต่างจากเมื่อ 3 ปีก่อนหน้าที่ปรับตัวลงติดต่อกัน โดยนับตั้งแต่ต้นปี SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 28.9% ขณะที่ SET50 Index ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของหุ้นขนาดใหญ่ 50 ตัว และเป็นบริษัทชั้นนำระดับประเทศในหลากหลายอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้น 29.9% (ณ วันที่ 31 ก.ค. 69)การเก็งกำไรหุ้นรายตัวน่าจะเป็นสิ่งที่นักเทรดหลายท่านคุ้นเคยเป็นอย่างดี อย่างไรก็ดี การเก็งกำไรดัชนีถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะถือเป็นการกระจายความเสี่ยงที่ดีกว่าการซื้อหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง ซึ่งในตลาด TFEX ก็มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การเก็งกำไรดัชนีนั่นก็คือ SET50 Index Futuresโดยที่ SET50 Index Futures คือ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับ SET50 Index โดยผู้ซื้อผู้ขายตกลงราคากันในวันนี้ แต่ส่งมอบและชำระราคากันในอนาคต สามารถเทรดได้ทั้งตลาดที่เป็นขาขึ้นหรือขาลง อีกทั้งยังไม่ต้องใช้เงินเต็มจำนวนเหมือนกับการซื้อสินค้าอ้างอิงโดยตรง (Leverage) ซื้อขายได้ง่าย ๆ ผ่านแอปตัวอย่างสัญลักษณ์สัญญาของ SET50 Index FuturesS50U26S50 -> ชื่อย่อของสินค้าU -> เดือนที่สัญญาหมดอายุ มี.ค. (H), มิ.ย. (M), ก.ย. (U), ธ.ค. (Z)26 -> ปี ค.ศ. ที่สัญญาหมดอายุตัวอย่าง นาย A คาดว่า SET50 Index มีโอกาสปรับตัวลง จึงเปิด Short S50U26 ที่ราคา 1,090 จุด จำนวน 1 สัญญา ต่อมาราคา S50U26 ปรับลงตามคาดมาที่ 1,070 จุด จึงปิดสถานะทำกำไร (สมมติหลักประกันขั้นต้น SET50 Index Futures อยู่ที่ 13,125 บาท/สัญญา และตัวอย่างไม่รวมค่าธรรมเนียมต่าง ๆ)นาย A เปิดสถานะ Short และราคาปรับตัวลงตามคาด จะได้กำไรเท่ากับ (1,090-1,070) x 200 x 1 = 4,000 บาท ซึ่งก็คือ ส่วนต่างระหว่างราคาขายกับราคาซื้อ คูณกับขนาดสัญญาที่ 200 บาทต่อ 1 จุดดัชนี ขณะที่ผลตอบแทนเท่ากับ 4,000 / 13,125 = 30.5% สูงกว่าสินค้าอ้างอิงที่ปรับตัวลงเพียง (1,090-1,070) x 100 / 1,090 = 1.8%ข้อมูลจากทีม Futures and Options หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่าการเทรด Futures สามารถที่จะสร้างผลตอบแทนจากสินค้าอ้างอิงที่มีแนวโน้มปรับตัวลงได้ แตกต่างจากการเทรดสินค้าโดยทั่วไป เช่น หุ้น เป็นต้น ที่ต้องซื้อก่อนและคาดหวังให้หุ้นตัวนั้นปรับตัวขึ้น ถึงจะสร้างผลตอบแทนได้ ขณะที่ผลตอบแทนในรูปของเปอร์เซ็นต์อยู่ในระดับสูง เนื่องจากใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการซื้อขายสินค้าอ้างอิงโดยตรง (มี Leverage) อย่างไรก็ดี การเป็นสินค้าที่มี Leverage ก็เหมือนดาบสองคม ถ้าเทรดถูกทางสามารถให้ผลตอบแทนที่สูง แต่ถ้าเทรดผิดทางก็ทำให้เกิดผลขาดทุนที่สูงได้เช่นกัน ดังนั้น สิ่งสำคัญสำหรับการเทรดสินค้าอย่าง Futures คือ วินัยการ Stop Lossสำหรับนักลงทุนที่สนใจผลิตภัณฑ์อย่าง Futures รวมทั้งแนวคิดในการเทรดที่ดี สามารถศึกษาและเปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงโดยมีรายละเอียดดังนี้วิธีเปิดบัญชีซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าลูกค้าหลักทรัพย์บัวหลวง สามารถสมัครเปิดบัญชีแบบออนไลน์ได้ง่าย ๆ ผ่าน 2 ช่องทาง ดังนี้1. ผ่านแอป Wealth Connex (เมนู Solution บัญชีซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า)2. ผ่านแอป Streaming (เมนู BLS Futures Options เปิดบัญชี)บุคคลทั่วไป เพียงเปิดบัญชีหุ้นออนไลน์ อนุมัติไว ง่าย ๆ ผ่านแอป Wealth Connex หลังจากนั้นสมัครเปิดบัญชีซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบออนไลน์ตามขั้นตอนข้างต้น หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเพียง คลิกที่นี่ https://www.bualuang.co.th/article/opentfexaccountbywealthconnex

SoftBank ฟันกำไร Intel มหาศาล! พยุงพอร์ตโตเกินคาด แม้ OpenAI แผ่ว
อ่าน

SoftBank ฟันกำไร Intel มหาศาล! พยุงพอร์ตโตเกินคาด แม้ OpenAI แผ่ว

#SoftBank #Intel #OpenAI #ทันหุ้น - สำนักข่าว CNBC รายงานว่า SoftBank เมื่อวันพฤหัสบดีได้รายงานกำไรสำหรับไตรมาสแรกของปีงบประมาณที่สูงกว่าความคาดหมายของตลาด โดยได้แรงขับเคลื่อนจากกำไรมหาศาลจากสัดส่วนการถือหุ้นใน Intel ในขณะที่การเพิ่มขึ้นของมูลค่า ByteDance ช่วยสนับสนุนแผนก Vision Fundยักษ์ใหญ่แห่งญี่ปุ่นกล่าวว่า กำไรสุทธิสำหรับไตรมาสที่สิ้นสุดในเดือนมิถุนายนมีจำนวนรวม 3.473 แสนล้านเยน (2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งสูงกว่า 1.2023 แสนล้านเยนที่คาดการณ์โดยนักวิเคราะห์ ตามการประเมินของ LSEG อย่างไรก็ตาม นั่นคือการลดลงเกือบ 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วSoftBank บันทึกกำไร 1.3 ตรีล้านเยน (1.3 ล้านล้านเยน) จากหุ้นของ Intel ผู้ผลิตชิปของสหรัฐฯ ที่ตนถือครองอยู่SoftBank ได้ประกาศการลงทุนมูลค่าราว 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐใน Intel เมื่อปีที่แล้ว สิ่งนี้ช่วยให้แผนกการลงทุนของบริษัท ซึ่งแยกออกจาก Vision Fund บันทึกกำไรประจำแผนกได้ 1.05 ตรีล้านเยน (1.05 ล้านล้านเยน) หุ้นของ Intel ปรับตัวพุ่งขึ้นเกือบ 400% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมากองทุน Vision Funds ซึ่งรวบรวมการลงทุนครอบคลุมตั้งแต่ OpenAI ไปจนถึง ByteDance เจ้าของ TikTok มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสแรก ซึ่งขับเคลื่อนเป็นหลักจากการเพิ่มขึ้น 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในมูลค่าสัดส่วนการถือหุ้นของ SoftBank ในบริษัทจีนอย่าง ByteDance ซึ่งช่วยชดเชยการลดลงในบริษัทต่างๆ เช่น PayPayส่วนธุรกิจ Vision Funds ของ SoftBank บันทึกกำไร 5.4 พันล้านเยน เมื่อเปรียบเทียบกับ 4.514 แสนล้านเยนเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว บริษัทกล่าวว่าตนไม่พบบันทึกกำไรหรือขาดทุนจากการลงทุนใน OpenAIสิ่งนี้ขัดแย้งกับไตรมาสก่อนหน้า ที่ส่วนธุรกิจ Vision Funds ของบริษัทบันทึกกำไรเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเกือบทั้งหมดขับเคลื่อนโดย OpenAIOpenAI ถูกลดความสำคัญลงSoftBank ได้ผูกพันตนเองที่จะลงทุนมากกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐใน OpenAI ซึ่งจะทำให้บริษัทมีสัดส่วนการเป็นเจ้าของประมาณ 13% ของบริษัท บริษัทกล่าวในเดือนกุมภาพันธ์ SoftBank กล่าวว่าเงินจำนวน 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในจำนวนนั้นได้รับการลงทุนไปแล้วอย่างไรก็ตาม บริษัทกล่าวว่าไม่ได้บันทึกกำไรหรือขาดทุนจากการลงทุนใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับ OpenAISoftBank พยายามวางตำแหน่งตนเองให้อยู่ ณ ศูนย์กลางของการบูมของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่านการลงทุนที่ครอบคลุมบริษัทต่างๆ เช่น OpenAI และบริษัทเซมิคอนดักเตอร์อย่าง Armแต่นักลงทุนกำลังตรวจสอบการใช้จ่ายด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีอย่างหนักหน่วง และกำลังมองหาผลตอบแทนจากการลงทุนที่จับต้องได้ ราคาหุ้นของ SoftBank ร่วงลงประมาณ 34% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมิถุนายน เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับวิธีที่บริษัทจะระดมทุนเดิมพันต่อไป รวมถึงการกระจุกตัวอย่างหนักของพอร์ตการลงทุนของบริษัทใน Arm และ OpenAISoftBank บันทึกผลขาดทุน 2.008 แสนล้านเยนในส่วนธุรกิจ AI computing ซึ่งขาดทุนกว้างขึ้นกว่าผลขาดทุน 3.24 หมื่นล้านเยนที่บันทึกไว้ในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนธุรกิจนี้รวมถึงบริษัทชิปที่ตนเป็นเจ้าของ เช่น Arm, Graphcore และ Ampere SoftBank กล่าวว่ากำไรทรุดตัวลงเนื่องจากต้นทุนการวิจัยและพัฒนาที่สูงขึ้นในบริษัทเหล่านั้นในเดือนมิถุนายน Masayoshi Son ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SoftBank บอกกับ CNBC ว่าเขาไม่คิดว่าบริษัทมีการเปิดรับความเสี่ยง (Overexposed) ใน OpenAI มากเกินไป ซึ่งคิดเป็นประมาณ 20% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของยักษ์ใหญ่แห่งญี่ปุ่นSon ยังได้อธิบายถึงการปฏิวัติ AI ว่าใหญ่กว่าการบูมของดอทคอมถึง 50 เท่า“นี่คือการปฏิวัติเทคโนโลยีและการตระหนักรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษยชาติเคยเผชิญมา ดังนั้นนี่จึงเหมือนกับจุดเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ต” Son กล่าวเสริมที่มา https://www.cnbc.com/2026/08/06/softbank-q1-earnings-intel-bytedance-stakes.html

“ชาล็อต” สู้คดีมาหลายปี ศาลตัดสินแบงค์ชดใช้ ได้เงินคืนจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์
อ่าน

“ชาล็อต” สู้คดีมาหลายปี ศาลตัดสินแบงค์ชดใช้ ได้เงินคืนจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ชาล็อต สู้คดีมาหลายปี ศาลตัดสินแบงค์ชดใช้ ได้เงินคืนจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้เวลาต่อสู้คดีมานานหลายปี นักแสดงสาว ชาล็อต ออสติน ก็ได้รับข่าวดี เมื่อศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้ธนาคารชดใช้เงิน 1 ล้านบาท จากกรณีถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินสูญกว่า 4 ล้านบาท ล่าสุดเจ้าตัวได้มาร่วมงาน IMPACT SPEED FEST 2026 ณ IMPACT Challenger Hall 23 เมืองทองธานี พูดถึงเรื่องนี้ว่า... ยังไม่ได้เลย หลายๆ คนก็จะบอกว่าเป็นดาราหรือเปล่าก็เลยได้ หนูจะบอกว่าไม่ว่าจะเป็นอาชีพอะไร หรือเป็นใครก็ตามถ้าสมมุติเราได้รับความไม่เป็นธรรม สามารถจ้างทนายแล้วก็ฟ้องร้องได้จะถูกจะผิดก็ให้ศาลเป็นคนวินิจฉัยซึ่งเคสหนูก็ตั้งแต่วันที่โดนจนถึงทุกวันนี้เราก็มีการติดต่อกับทางทนาย แล้วก็ทำทุกอย่างถูกต้องตามกระบวนการกฎหมายทุกอย่างจริงๆ แล้วก็เสียค่าทนายเองทุกบาททุกสตางค์ ก็กว่าจะมาถึงทุกวันนี้ได้ก็มาเกือบสองปีที่เราสู้กันมา คือมันจะเป็นตามเรื่องกับทางตำรวจเองให้พี่ทนายช่วยดำเนินเอกสารไปที่ศาล ก็นานเหมือนกันศาลให้คำพิพากษาออกมาเราก็โอเคเราก็แฮปปี้ หนูพอใจแล้วเพราะว่าอย่างที่บอกตอนแรก หนูไม่ได้คิดเลยว่าจะได้เงินคืนเท่าไหร่ ขอแค่จับคนที่เขาทำมิจฉาชีพให้ได้ เพราะรู้สึกว่าเราเสียให้กับมิจฉาชีพ ไม่ได้เสียให้กับอย่างอื่นที่มันจะได้ประโยชน์อะไร ก็เลยอยากจะตามตัวให้เจอแค่นั้น แล้วพอดำเนินการไปเรื่อยๆ ก็มีคดีอาญาที่เราได้ฟ้องทั้งหมด 4 คน ที่เป็นจำเลยก็ตอนนี้ก็ถูกจำคุกไปแล้ว 6-7 ปี ก็คนที่แต่งตัวเป็นตำรวจตามที่เห็นคลิปจะโดนไปทั้ง หมด 7 ปีแล้วศาลก็แจ้งว่าให้คืนเงินทั้งหมด 4 ล้านเต็มจำนวน จากนั้นเราคุยกับทนาย ทนายก็แจ้งว่าเราสามารถจะฟ้องธนาคารได้ แต่ศาลให้คำพิพากษาว่ามันคือการประมาทร่วม ก็เลยได้คืนมา 1 ล้านบาท ในส่วน 4 ล้านอันนี้ต้องรอดูจากอีกเคสนึงตรงที่ว่าตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานที่จะจับทางเฮดสูงสุด ถ้าเคลียร์ตรงนัั้นได้ คดีสิ้นสุดเราก็ต้องมาดูว่า ถ้าสมมุติอายัดมาได้ 500 ล้าน ก็จะเฉลี่ยให้กับผู้เสียหายด้วย ก็อาจจะไม่ได้ครบตามจำนวนซึ่งหนูก็ถอดใจไปแล้ว แต่พอทนายให้สู้หนูก็โอเคก็สู้ต่อ ต้องรอดูทางธนาคารว่าเขาจะยืนอุธรณ์รึเปล่า ถ้ายื่นอุธรณ์ก็จะยืดเวลาไปอีกก็ต้องสู้ใหม่อีก หนูต้องอยู่กับกระ บวนการนี้เกือบสองปีเต็ม อย่างที่บอกว่าที่ถอดใจ เพราะรู้สึกว่าไม่ค่อยอยากกลับมาพูดซ้ำๆ พอมันรีมายกลับไป แต่มันก็แบบไม่ได้ ตั้ง 4 ล้าน ได้คืนมาซักนึงก็ยังดี ขั้นตอนของหนูคือ พอหนูรู้ตัว หนูไปแจ้งตำรวจ แล้วก็นำใบไปหาตำรวจไซเบอร์ทำทุกวิถีทาง รวมไปถึงจ้างทนายด้วย อันนี้ก็หลายๆ คนคืออาจจะต้องจ้างทนายในการดำเนินคดีต่อไป แล้วก็จ้างเสร็จทนายเขาก็จะเรียกเราไปคุย ทำเอกสารอะไรต่างๆ ให้ความรู้กับเราว่าเราต้องทำยังไงบ้าง ถึงวันที่เราต้องไปขึ้นศาล ก็ไปให้คำปากคำกับศาล ก็พูดความจริงแต่ก็ขึ้นอยู่กับศาล ถ้าเขายื่นอุธรณ์ก็ไม่กังวล สู้ต่อ ถือเป็นบทเรียน และเคสตัวอย่าง...

"บิลลี่" เคลียร์เรื่องฮุบเงินคู่จิ้น 50,000 ลั่น "เบ้บ" ไม่อ่าน LINE ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม
อ่าน

"บิลลี่" เคลียร์เรื่องฮุบเงินคู่จิ้น 50,000 ลั่น "เบ้บ" ไม่อ่าน LINE ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม

กลายเป็นดรามาร้อนๆที่ต้องเคลียร์ เมื่อคู่จิ้นดัง เบ้บ ธนทัต เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันปมค่าตัว หลังทราบว่า "บิลลี่ ภัทรชนน แอบไปรับค่าตัวจากผู้จ้างงาน แล้วไม่ได้มีการเคลียร์ค่าตัวแบ่งส่วนแบ่งเท่าเทียมกัน ส่อแววปิดตำนานคู่จิ้น ซดเกาเหลาชามโต บิลลี่-เบ้บ ล่าสุดฝั่ง บิลลี่ ภัทรชนน ขอตั้งโต๊ะเคลียร์ด่วนในงานคอนเสิร์ตวันเกิด BILLY MISSING ACES Billy Concert ตอบโต้เรื่องฮุบเงินค่าตัวจากคู่จิ้น พร้อมเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า "บิลลี่" เคลียร์เรื่องฮุบเงินคู่จิ้น 50,000 ลั่น "เบ้บ" ไม่อ่าน LINE ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถามถึงประเด็นร้อน คู่จิ้นแจ้งความว่าไม่ได้รับส่วนแบ่งจากงานค่าจ้าง? ตามที่ทุกคนได้เห็นข่าว เอกสารที่ผมลงไปเป็นเงื่อนไขในการรับงาน การค้างชำระหนี้ในต้นสังกัดเก่า ซึ่งได้เขียนไว้ว่าเราต้องได้การชำระหนี้ 50,000 บาท ซึ่งผมก็ได้ไปตามกับลูกค้า เป็นสิ่งที่ค่ายต้นสังกัดเก่าให้ผมไปตาม ซึ่งผมก็ไปตามมันเขียนว่าเป็นยอดนั้น ทุกคนได้เห็นหมดแล้ว และผมได้ลงโซเชียลแล้ว และลูกค้าก็ได้จ่ายมาให้ผม ซึ่งตรงนี้ผมถือว่าในส่วนของผมเสร็จแล้วครับ และเราก็ได้แจ้งกับต้นสังกัดเก่าไปสองรอบ แล้วเค้าก็ได้รับทราบ ในส่วนนี้ผมถือว่าในส่วนของผมจบแล้ว ใครยังไม่เข้าใจก็ตามไปดูได้ครับ ผมเคลียร์ทุกอย่างไว้หมดเรียบร้อยแล้ว และก็มีหลักฐานทุกอย่างให้ทุกคนได้ดูแน่นอนครับก่อนที่จะได้ไปตามทวงเงินค้างชำระกับลูกค้า ได้มีโอกาสได้คุยกับทาง เบ้บ มั้ย? คือที่คุยล่าสุดคือผมชวนน้องมางานคอนเสิร์ตนี้ วันที่15 เดือน5 ชวนว่าแก..มีงานคอนเสิร์ตวันเกิดนี้นะ ล่าสุดนอกก็ยังไม่อ่าน ที่คุยกันล่าสุดคือเรื่องนี้ เจอกันล่าสุดเราก็ไม่ได้คุยกันเรื่องนี้เลย คุยกันล่าสุดคือแค่นี้เลย หลังจากเป็นประเด็นไปแจ้งความเรื่องไม่ได้รับค่าตัว ทาง เบ้บ ได้คุยได้ติดต่อกันมั้ย? คือมีเวลาไม่กี่วัน แล้วเราก็ไม่ได้รับการติดต่อเลย ซึ่งทุกอย่างมีหลักฐานให้ทุกคนได้ดูครับว่าไม่มีการติดต่อมาเลย ผมก็รู้สึกว่าเสียใจ แอบเสียใจว่าทำไมเราไม่คุยกัน ทำไมไม่ติดต่อกันมา ก็เป็นไปตามขั้นตอนที่ผมได้ลงไป แล้วทาง บิลลี่ คิดจะติดต่อกลับไปทาง เบ้บ เพื่อคุยเรื่องนี้กันมั้ย? เราคิดจะติดต่อน้องกลับไปครับ เพราะว่า ตอนนี้มันอยู่ในขั้นตอนนี้แล้วในสัญญา และเตรียมเงินก้อนนี้ไว้ให้น้อง อยากให้น้องติดต่อมาหาผมได้เลย หรือติดต่อฝ่ายบัญชีก็ได้ หรือถ้าจะไม่สบายใจที่จะติดต่อผม ก็ติดต่อมาทางบริษัททางฝ่ายบัญชีตรงก็ได้ เราไม่อยากให้ปัญหานี้เกิดขึ้น ยังเตรียมเงินก้อนนี้ไว้ให้กับน้อง เดี๋ยวผมไปตามกับต้นสังกัดเก่าได้ ในสัญญาที่เขียนไว้ผมต้องได้เงินเท่านี้ ยอดเงินจำนวนเท่าไรที่มีปัญหาที่ยังไม่ได้รับ? เป็นจำนวนเงิน 50,000 ที่ต้นสังกัดเก่าแจ้งไว้ ที่ผมต้องได้รับ เพื่อความสบายใจ เงินก้อนนี้ที่ผมรับมา เคลียร์กันได้ครับ ไม่มีปัญหา ถึงแม้ในนั้นจะเขียนไว้ ส่งมาคุยกับบัญชีได้เลย ผมพร้อมจะให้ แล้วเดี๋ยวผมก็จะไปตามที่เหลือกับต้นสังกัดเก่า เพราะไม่อยากทำให้เรื่องแค่นี้มันเป็นเรื่องค้างคา หรือผิดใจอะไรกันครับ ความรู้สึก ณ ตอนนี้อยากจบหรือเคลียร์กันยังไง? ไม่มีใครอยากให้เรื่องเกิดแบบนี้ รอให้พร้อมแล้วมาคุยกันเราก็พร้อมซัพพอร์ตอยู่แล้ว ซึ่งเรารอคุณ ติดต่อมาได้เลยครับ ไม่มีปัญหาครับผมได้เตรียมเงินก้อนนี้ไว้สำหรับคุณแล้ว มันเป็นเงินของบริษัททุกอย่างมีขั้นตอนในการหักตามภาษี ทุกอย่างต้องออกตามขั้นตอนของกฎหมาย แล้วไม่สามารถพูดคุยกัน หรือโอนผ่านบัญชีธนาคารได้ตามปกติเลยหรือ? อ๋อ..ตอนนี้ผมว่าเค้าน่าจะรู้แล้วแหละ ที่ผมได้พูดไป ก็อยากให้เค้าติดต่อกลับมา หรือจะให้ผมติดต่อก็ได้ เรื่องมันเกิดแบบนี้ขึ้นมา ผมอยากให้เค้าติดต่อกลับมาดีกว่าครับ

AOT โบรกมองอัตราค่า PSC ใหม่ช่วยลดผลกระทบผู้โดยสารที่ลดลง
อ่าน

AOT โบรกมองอัตราค่า PSC ใหม่ช่วยลดผลกระทบผู้โดยสารที่ลดลง

#AOT #ทันหุ้น-บล.พาย ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ AOT แนะนำ"ซื้อเก็งกำไร"ให้ราคาเป้าหมายที่ 64 บาท ในประเด็นการเริ่มเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออกเส้นทางระหว่างประเทศ หรือ PSC ที่จะเริ่มใช้อัตราใหม่ที่ 1,120 บาทต่อคน จากเดิมที่ 730 บาทต่อคน โดยจะเริ่มเก็บวันที่ 20 มิ.ย.2569 ซึ่งมองว่าจะช่วยลดผลกระทบจากการชะลอตัวของผู้โดยสารระหว่างเทศลงได้สำหรับผลกระทบจากการปรับลดเที่ยวบินของสายการบินหลังจากราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น เห็นได้จากจำนวนผู้โดยสารในเดือน เม.ย. -พ.ค. 2569 ลดลง 2% YoY ส่วนเที่ยวบินลดลง 4% YoY สำหรับแนวโน้มเดือน มิ.ย. คาดยังเห็นการลดลงต่อเนื่องหลังจากหลายสายการบินยังคงมีการปรับลดเที่ยวบิน การปรับลดดังกล่าว ทำให้ AOT มีการประเมินผู้โดยสารทั้งปี (ต.ค.68-ก.ย.69) จะมีจำนวนทรงตัวจากปีก่อนที่ระดับ 126 ล้านคน แม้ในช่วงครึ่งปีแรก(ต.ค.68-มี.ค.69) ผู้โดยสารจะโต 4% ก็ตาม อย่างไรก็ตามแม้ภาพรวมโดยสารจะลดลง แต่สำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศในเดือน เม.ย.-พ.ค.2569 กลับเห็นการเพิ่มขึ้น 0.2% YoY ทำให้การปรับขึ้นค่าบริการ PSC จะช่วยลดผลกระทบในช่วงไตรมาส 3 /69 ลงได้บางส่วน และช่วยหนุนผลประกอบการไตรมาส 4/69 ให้เห็นการปรับตัวขึ้นฝ่ายวิจัยพาย คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 3/69 ของ AOT ในเบื้องต้นมีโอกาสต่ำกว่าปีก่อน ตามจำนวนผู้โดยสาร และผลตอบแทนจาก King Power ในอัตราใหม่ แต่จะเห็นการปรับตัวขึ้นอย่างมากในไตรมาส 4/69 จากการใช้ PSC อัตราใหม่ ดังนั้นจึงยังคงประมาณการกำไรทั้งปี 2569 ที่ 17,898 ล้านบาท

ผู้เล่น Battlefield 6 เดือดจัด "พวกปิงสูง" ถล่มเซิร์ฟ โดนยิงวาร์ปตาย จนแทบลบเกมทิ้ง!
อ่าน

ผู้เล่น Battlefield 6 เดือดจัด "พวกปิงสูง" ถล่มเซิร์ฟ โดนยิงวาร์ปตาย จนแทบลบเกมทิ้ง!

เซ็ตระบบแบบนี้ก็ว้าวุ่นกันทั้งเซิร์ฟสิ! ล่าสุดเกมยิงฟอร์มยักษ์อย่าง Battlefield 6 กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตดราม่าครั้งใหม่ที่ทำเอาคอมมูนิตี้เดือดเป็นไฟ เมื่อผู้เล่นจำนวนมากเริ่มทนไม่ไหวออกมาร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหา "พวกปิงสูงทะลุหลอด" ที่กำลังเข้ามาทำลายระบบและประสบการณ์การเล่นเกมอย่างรุนแรงซึ่งปัญหานี้มันมีชนวนเหตุมาจากความผิดพลาดในการบริหารจัดการของค่าย EA การขาดแคลนระบบค้นหาห้อง (Server Browser) รวมไปถึงจำนวนผู้เล่นที่เริ่มลดน้อยลงเรื่อย ๆ จนทำให้ระบบจับคู่ผู้เล่นเพี้ยนกระแสความไม่พอใจนี้เริ่มกลายเป็นไวรัลหลังจากที่มีผู้เล่นพากันไปตั้งกระทู้บน Reddit และเว็บบอร์ดของ Steam เพื่อแชร์ภาพหลักฐานในห้องเล่นเกมที่เต็มไปด้วยผู้เล่นปิงสูงปรี๊ดตั้งแต่ 150 ไปจนถึงทะลุ 200+ ms ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่โหดร้ายมากสำหรับเกมที่เน้นการตัดสินใจเสี้ยววินาที ที่มีค่า Time-to-Kill ต่ำเตี้ยเรี่ยดินและมีปัญหาเรื่อง Netcode เป็นทุนเดิมอยู่แล้วโดยผู้เล่นหลายคนถึงกับตราหน้าพวกปิงสูงกลุ่มนี้ว่าเป็นพวก "High Ping Abusers" หรือพวกที่จงใจใช้ความแล็กและความหน่วงของอินเทอร์เน็ตมาสร้างความได้เปรียบในการเล่น ซึ่งถือว่าเป็นการโกงเกมในรูปแบบหนึ่งที่ทำให้คนอื่นต้องมาเจอจังหวะตายแบบงง ๆ หรือโดนยิงวาร์ปตายในทันที จนชวนให้รู้สึกหงุดหงิดจนต้องปิดเกมหนีในที่สุด i can't anymore man ... GO AWAY Chinese players play on your own servers! by u/Ill-Ad9743 in Battlefield6 อย่างไรก็ตาม จากการขุดคุ้ยข้อมูลเชิงลึกในฝั่งฟอรัมทางการของ EA กลับพบว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจจะโกงของตัวผู้เล่นเอง แต่มันเป็นเพราะระบบ Matchmaking ของเกมกำลังพังพินาศ โดยกลุ่มผู้เล่นปิงสูงเหล่านั้นจริง ๆ แล้วเป็นเกมเมอร์จากฝั่งเอเชียที่ปกติจะเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ฮ่องกงแต่หลังจากมีการอัปเดตแพตช์ใหญ่ช่วงก่อนหน้านี้ เซิร์ฟเวอร์ฮ่องกงกลับล่องหนหายไปจากระบบเฉยเลย ทำให้ผู้เล่นในภูมิภาคใกล้เคียงที่เคยเล่นได้ลื่น ๆ ปิงแค่ 2ms ต้องโดนระบบดีดตัวส่งเดชไปเข้าเซิร์ฟเวอร์แถวญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ หรือแย่กว่านั้นคือโดนบังคับเตะข้ามโลกไปยัดไว้ในเซิร์ฟเวอร์ฝั่งยุโรปและอเมริกาเหนือ จนกลายเป็นที่มาของกองทัพผู้เล่นปิง 200 ในห้องนั่นเองซึ่งในมุมมองของกลุ่มผู้เล่นก็ยังคงถกเถียงกันไม่จบว่าตกลงแล้วไอ้การปิงสูงเนี่ยมันทำให้ได้เปรียบจากระบบชดเชยอาการแล็ก (Lag Compensation) ของเกมจริง ๆ หรือว่ามันเป็นข้อเสียเปรียบขนานใหญ่กันแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันคือภาพลักษณ์และบรรยากาศของเกมตอนนี้มันดูแย่มาก ๆซึ่งเหล่าเกมเมอร์รุ่นเก๋าต่างพากันเรียกร้องให้ทาง DICE รีบนำระบบคลาสสิกอย่าง Dedicated Servers และระบบ Server Browser กลับมาใช้งานโดยด่วน เหมือนอย่างในยุค Battlefield 4 ที่คอมมูนิตี้สามารถตั้งกฎเหล็กแบนพวกปิงเกิน 150 ออกจากห้องได้โดยอัตโนมัติ เพื่อรักษามาตรฐานความเสถียรของเกมเอาไว้แม้ว่าในโร้ดแมปปี 2026 ของ Battlefield 6 จะมีการยืนยันแล้วว่าระบบค้นหาเซิร์ฟเวอร์กำลังจะตามเข้ามาภายในปีนี้ แต่จนถึงปัจจุบันทางทีมพัฒนาก็ยังคงปิดปากเงียบและไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เพิ่มเติม ซึ่งถ้าหาก DICE ยังอยากจะรักษาฐานผู้เล่นในระยะยาวเอาไว้ พวกเขาคงต้องรีบยื่นมือเข้ามาแก้ไขปัญหาระบบ Matchmaking ข้ามโซนเซ็ตนี้ให้จบโดยเร็วที่สุด ก่อนที่ผู้เล่นจะพากันถอดใจลาขาดจากสมรภูมินี้ไปหมดล่ะนะแปลและเรียบเรียงจาก : thegamer.com

ก.ล.ต.ขอให้อัยการฟ้องผู้กระทำผิด 4 รายกรณีสร้างราคาหุ้น TRITN
อ่าน

ก.ล.ต.ขอให้อัยการฟ้องผู้กระทำผิด 4 รายกรณีสร้างราคาหุ้น TRITN

#ทันหุ้น-สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขอให้พนักงานอัยการฟ้องผู้กระทำความผิด 4 ราย กรณีร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น TRITN เพื่อขอให้กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนดตามที่คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) ได้มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่ง มาใช้บังคับกับผู้กระทำความผิดรวม 4 ราย ในกรณีสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้นของบริษัท ไทรทัน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (TRITN) โดยกำหนดให้ชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวม 34,379,151 บาท (ค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด) และกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสำหรับผู้กระทำความผิดทั้ง 4 ราย เป็นเวลา 14 เดือน 11 เดือน (จำนวน 2 ราย) และ 9 เดือน แล้วแต่กรณี รวมทั้งห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารเป็นเวลา 28 เดือน 22 เดือน (จำนวน 2 ราย) และ 18 เดือน แล้วแต่กรณีทั้งนี้ ผู้กระทำความผิดทั้ง 4 ราย ไม่ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ซึ่งพิจารณาได้ว่า ผู้กระทำความผิดทั้ง 4 ราย ไม่ยินยอมที่จะระงับคดีในชั้น ก.ล.ต.ดังนั้น ก.ล.ต. จึงมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีผู้กระทำความผิดทั้ง 4 ราย ต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง โดยให้ชำระเงินรวมทั้งสิ้น 40,923,541.40 บาท พร้อมดอกเบี้ย รวมทั้งกำหนดระยะเวลาห้ามผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 ราย ซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติอนึ่ง ก.ล.ต. ได้นำส่งการดำเนินการดังกล่าวต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เนื่องจากความผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

BAFS ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 151.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6%
อ่าน

BAFS ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 151.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6%

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #BAFS ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 151.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6%บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) BAFS ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 เทียบกับไตรมาส 1/2568 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 967 ล้านบาท ทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากกลุ่มธุรกิจ Utilities ลดลงจากรายได้ค่าจัดเก็บน้ำมันและค่าบริการขนส่งน้ำมันภาคพื้นดินที่ลดลง ตามปริมาณน้ำมันรวมทุกผลิตภัณฑ์ของโครงการ NBPT ที่ชะลอตัวอย่างไรก็ตาม รายได้ที่ลดลงดังกล่าวได้รับการชดเชยจากการเติบโตของกลุ่มธุรกิจ Aviation ตามปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงกลุ่มธุรกิจ Power ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นตามปริมาณการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์EBITDA ในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 532.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหลักมาจากกลุ่มธุรกิจ Aviation ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นตามปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานที่ขยายตัวขณะเดียวกัน บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายดำเนินงานรวม (ไม่รวมค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) ลดลง 2% จากต้นทุนขายของรถเติมน้ำมันอากาศยานที่ลดลงตามรายได้จากการขาย รวมถึงค่าใช้จ่ายซ่อมแซมและบำรุงรักษาที่ลดลงด้านต้นทุนทางการเงินสุทธิลดลง 10% จากการทยอยชำระคืนเงินกู้แก่สถาบันการเงิน และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ส่งผลให้ไตรมาส 1/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่ที่ 151.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.22 บาท และมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 14%เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้รวมเพิ่มขึ้น 2% ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 18% ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% มาอยู่ที่ 313 ล้านบาทกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% จากขาดทุนสุทธิ 31 ล้านบาทในไตรมาส 4/2568 มาเป็นกำไรสุทธิ 152 ล้านบาทในไตรมาส 1/2569 ขณะที่กำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 0.22 บาท จากขาดทุนต่อหุ้น 0.08 บาทในไตรมาสก่อนEBITDA เพิ่มขึ้น 38% จากไตรมาสก่อนมาอยู่ที่ 533 ล้านบาท ส่วน EBITDA ที่ไม่รวมรายการพิเศษอยู่ที่ 533 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวของผลประกอบการและประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้นต่อเนื่อง