TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#ภูเขาหิมะเยือกแข็ง” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
CookieRun: Tower of Adventures [เนื้อเรื่อง] หอคอยชั้น 7 หมู่บ้านสโมว์แบร์/ภูเขาหิมะเยือกแข็ง
CookieRun: Tower of Adventures [เนื้อเรื่อง] หอคอยชั้น 7 หมู่บ้านสโมว์แบร์/ภูเขาหิมะเยือกแข็ง Facebook ส่วนตัว : https://www.facebook.com/garnjung555 โค้ดแอดเพื่อน : KTTPS7747 ============= Youtube : ติดตามคลิปเกม CookieRun OvenBreak ได้ที่เพลย์ลิสต์นี้น่ะครับ: https://www.youtube.com/playlist?list=PLJ1c60hZ8rEpKPsS2J_svBFy6YFSj-Yi8 #CookieRun #คุกกี้รัน #เนื้อเรื่อง #หมู่บ้านสโมว์แบร์ #ภูเขาหิมะเยือกแข็ง #TowerOfAdventures
Online Station • 8 ก.พ. 68
ดู
กู้ปฐพีเดือด
ทรูวิชั่นส์ • 18 มี.ค. 69
เกม
Grand Mountain Adventure: Wonderlands
การกำหนดมาตรฐานใหม่ในเกมสังหารเพื่อผ่อนคลาย ไม่มีการแข่งขันในเกม คุณสามารถสำรวจไปในโลกเปิดของรีสอร์ต 12 แห่ง การทำงานหลักๆ ได้แก่ การวิ่งลงเขาที่เยือกเย็น รวมถึงการกระโดดข้ามหุบเหวและการลื่นไถลลงจากต้นไม้ แน่นอนว่ามการปีนยอดเขาเพื่อค้นหาไอเท็มที่ซ่อนอยู่ การผ่อนคลายด้วยความสวยงามสไตล์มินิมอล และยังมีการปาก้อนหิมะด้วย
Blacknut • 21 ก.ค. 69
เกม
SNOW - The Ultimate Edition
นอกจากกราฟิกตระการตาแล้ว ในเกมนี้คุณก็จะได้สัมผัสกับการเหินสโลปที่คุณจะไม่ได้สัมผัสในชีวิตจริง ในเกม Snow นี้คุณจะสามารถเล่นได้อย่างอิสระในโลกเปิดที่สวยสดงดงาม โดยคุณสามารถขึ้นไปยังยอดเขาต่างๆ ได้อย่างอิสระ อีกทั้งคุณยังสามารถเลือกเล่นไปตามสนามต่างๆ หรือจะเล่นแบบอิสระก็ย่อมได้ จะเลือกเล่นสกี หรือเล่น สโนว์บอร์ดก็ได้ หรือคุณอยากจะเดินเล่น ท่องไปตามภูเขาหิมะเพื่อชมวิวเฉยๆ ก็ย่อมได้
Blacknut • 22 ก.ค. 69
ดู
แก๊งตัวเจ๊ เฟียสกีข้ามโลก
ทรูวิชั่นส์ • 22 มิ.ย. 69
อ่าน
Forza Horizon 6 เจาะลึก 6 เส้นทางขุนเขา สวรรค์นักดริฟต์ที่ไม่ได้มีดีแค่ในเมือง
แม้ว่ากรุงโตเกียวในเกม Forza Horizon 6 จะเป็นที่ฮือฮาสำหรับผู้เล่นหลาย ๆ คน แต่พื้นที่ภูเขาเองก็เป็นไฮไลต์สำคัญที่น่าจับตามองไม่แพ้กัน วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปชม 6 เส้นทางที่น่าสนใจภายในเกม ซึ่งบอกได้เลยว่าแต่ละที่นั้นมีความสวยงามและน่าสนใจไม่แพ้เมืองกรุงอย่างแน่นอนเริ่มจากภูเขาไฟฟูจิที่ตั้งตระหง่านอยู่ทางทิศใต้ของแผนที่ แม้จะไม่ได้ขับขึ้นไปบนเขาตรง ๆ แต่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์นี้ก็ยังคงเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่จะมองเห็นได้ตลอดเมื่อออกจากเมือง โดยถนนรอบฟูจิมีความหลากหลาย ทั้งเส้นทางไฮเวย์ ถนนเลียบทะเลสาบ และทางไต่ระดับความสูงที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากการขับกินลมชมวิวไปสู่เส้นทางที่ต้องใช้เทคนิคมากขึ้นเมื่อขยับมาที่ภูมิภาคจังหวัดกุนมะกับภูเขาฮารุนะ แฟน ๆ วัฒนธรรมรถซิ่งญี่ปุ่นน่าจะคุ้นเคยกันดี เพราะตัวเกมได้จำลองเส้นทางที่มีทั้งโค้งหักศอกแคบ ๆ ทางลาดชัน และช่วงลงเขาที่เหมาะกับการดริฟต์หรือการสาดโค้งแบบกริป ถือเป็นจุดที่เกมเปลี่ยนผ่านจากการใช้ความเร็วสูงบนไฮเวย์ มาสู่การขับขี่ที่ต้องอาศัยความแม่นยำขั้นสุดเส้นทางต่อมาคือทางหลวงหมายเลข 1 ในฮาโกเน่ ถนนแคบ ๆ ที่ต้องใช้เทคนิคสูงและเน้นความลื่นไหลมากกว่าความเร็วแบบดิบ ๆ เส้นทางนี้เต็มไปด้วยโค้งแฮร์พิน ทางตรงสั้น ๆ และความลาดชันที่บีบให้ผู้เล่นต้องมีสมาธิตลอดเวลา เป็นการผสมผสานระหว่างเกมเพลย์แบบอาร์เคดที่เข้าถึงง่ายกับการขับแบบ Touge ที่สมจริง ซึ่งทุกความผิดพลาดจะส่งผลและสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนถนนกุนมะสาย 33 เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่รีดเร้นทักษะการขับขี่ออกมาได้อย่างถึงแก่น ด้วยลักษณะทางที่แคบ คดเคี้ยว และเปลี่ยนระดับความสูงตลอดเวลา ตัวเกมปรับสมดุลถนนเส้นนี้มาให้สนุกแต่ก็พร้อมลงโทษคนที่ขับพลาด เป็นประเภทของสนามที่คุณมักจะอยากกดเริ่มใหม่ซ้ำ ๆ เพื่อพยายามขับให้เข้าโค้งได้เนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ ต้องไปที่ "ยูกิ โนะ โอทานิ" หรือระเบียงหิมะที่จำลองมาจากกำแพงหิมะอัลไพน์อันโด่งดัง พื้นที่นี้โดดเด่นด้วยกำแพงหิมะสูงตระหง่านขนาบข้างทางเหมือนอุโมงค์ เสน่ห์ของมันไม่ได้อยู่ที่ความเร็ว แต่อยู่ที่ทัศนียภาพ การยึดเกาะถนนที่ต่ำลง และความรู้สึกในการขับขี่ที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงพื้นที่ทั้งหมดนี้ถูกเชื่อมเข้าด้วยกันผ่านเทือกเขาเจแปนแอลป์ ซึ่งเป็นสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ที่มีทั้งทางผ่านระดับสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะ และถนนที่เชื่อมระหว่างเมืองเล็ก ๆ บนภูเขา ที่นี่เต็มไปด้วยความคาดเดาไม่ได้จากสภาพอากาศและถนนที่เปลี่ยนระดับฉับพลัน ทำให้การขับขี่น่าสนใจอยู่เสมอแม้จะไม่ได้อยู่ในช่วงการแข่งขันพูดได้เต็มปากเลยว่า พื้นที่ภูเขาเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ทางผ่านหรือพื้นที่ว่าง ๆ ที่มีไว้เชื่อมแต่ละเมือง แต่มันคือสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ พร้อมจะมอบอรรถรสความสนุกที่เปลี่ยนไปในทุก ๆ โค้งได้อย่างแท้จริง!แปลและเรียบเรียงจากBoxThisLap
Online Station • 11 พ.ค. 69
ดู
Mountain x Best Food
ทรูวิชั่นส์ • 25 มี.ค. 69
อ่าน
10 ที่เที่ยวหมู่บ้านหิมะ หน้าหนาว สวยเหมือนหลุดมาจากโปสการ์ด สุดโรแมนติก
ใครที่ฝันอยากไปเดินเล่นท่ามกลางหิมะขาวโพลนในหมู่บ้านเล็กๆ ที่หลังคาคลุมด้วยหิมะ ต้องไม่พลาดลิสต์นี้เลย เพราะเรารวม 10 ที่เที่ยวหมู่บ้านหิมะ ในฝันจากทั่วโลก ที่สวยจนเหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยายจริงๆ แต่ละที่คือสวรรค์ของสายถ่ายรูปทั้ง บ้านไม้คลุมหิมะวิวขาวโพลน คาเฟ่วิวภูเขา ไปจนถึงถนนเล็กๆ ที่แค่เดินผ่านก็ได้รูปสวยลงฟีดแบบไม่ต้องใช้ฟิลเตอร์ ใครกำลังมองหาทริปหน้าหนาวไว้เก็บคอนเทนต์ปังๆ ห้ามพลาดลิสต์นี้เด็ดขาด! รวมพิกัด หมู่บ้านหิมะ ทั่วเอเชีย และ ยุโรปฟีลสโลว์ไลฟ์ สุดโรแมนติก ถ่ายรูปสวยทุกมุม 1. China Snow Town จีน China Snow Town หมู่บ้านหิมะสุดอลังใน มณฑลเฮยหลงเจียง ประเทศจีน ที่ใครชอบฟีลหิมะขาวโพลนเหมือนอยู่ในโลกนิทานต้องหลงรักแน่นอน ที่นี่ตั้งอยู่ในเขต ป่า Xuexiang National Forest Park ใกล้เมือง Hailin เป็นหมู่บ้านที่หิมะตกหนาแน่นและอยู่ได้นานหลายเดือนต่อปี บรรยากาศเต็มไปด้วยบ้านไม้หลังคาปุกปุยไปด้วยหิมะ ประดับด้วยโคมแดงตามทางเดิน แค่เดินถ่ายรูปก็ได้ภาพสวยเหมือนโปสต์การ์ดทุกมุม ส่วนใครชอบกิจกรรมฤดูหนาวก็มีกิจกรรมให้เลือกเยอะ ทั้ง ขี่สโนว์โมบิล ปีนเขาชมพระอาทิตย์ขึ้น หรือค่ำๆ ก็มี การแสดงพื้นบ้าน ก็สนุกไปอีกแบบ ส่วนที่พักมีให้เลือกทั้งโฮมสเตย์ และโรงแรม เรียกได้ว่ามาที่นี่เหมือนได้หลุดเข้าไปในโลกหิมะสุดโรแมนติกของจีน ถ้าไป Harbin หรือโซนเหนือของจีน ต้องปักหมุดที่นี่เลย รับรองคุ้มทุกโมเมนต์แน่นอน! 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/f2MgqponpEqyxdQBA =============== 2. Ningle Terrace ญี่ปุ่น ใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศ หมู่บ้านในป่าน่ารักๆ ฟีลเทพนิยายท่ามกลางหิมะ ขอแนะนำให้ปักหมุดไปที่ Ningle Terrace เมืองฟุราโนะ ที่ ฮอกไกโด เลยค่ะ ที่นี่คือหมู่บ้านศิลปะเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบสุดโรแมนติก โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่หิมะโปรยลงมาคลุมหลังคาบ้านไม้แต่ละหลัง กลายเป็นภาพที่สวยราวกับหลุดออกมาจากหนังเรื่องหนึ่งเลยจริงๆ ภายในหมู่บ้านจะมีทางเดินไม้ทอดยาวเชื่อมระหว่างกระท่อมไม้แต่ละหลัง แต่ละหลังก็คือร้านขายของทำมือสุดคิ้วท์ ทั้งเทียนหอม เครื่องหนัง เครื่องแก้ว หรือของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เป็นงานฝีมือจากช่างท้องถิ่นแท้ๆ เดินช้าๆ เพลินๆ แถมได้กลิ่นไม้หอมๆ และแสงไฟส้มอุ่น ๆ ที่ส่องจากในร้านออกมาท่ามกลางหิมะ บอกเลยว่าฟีลอบอุ่นหัวใจสุดๆ ถ้ามาเที่ยวฮอกไกโดช่วงหน้าหนาว อย่าลืมแวะมาที่นี่สักครั้งนะคะ รับรองว่าหลงรักที่นี่แน่นอน! 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/jusxSirMAvR6PZka6 =============== 3. Eunpyeong Hanok Village เกาหลีใต้ raker / Shutterstock.com ใครอยากสัมผัสบรรยากาศ หมู่บ้านเกาหลีโบราณ ท่ามกลางหิมะ ไม่ต้องไปไกล แนะนำ Eunpyeong Hanok Village หมู่บ้านฮันอก สุดละมุนตั้งอยู่ เชิงเขา Bukhansan เดินทางจากโซลไม่นานก็เจอวิวสงบ บ้านไม้ฮันอกเรียงรายสวยงาม พอหิมะปกคลุมหลังคาโค้งก็สวยเหมือนโปสการ์ด เดินเล่นตามตรอกแคบ สูดอากาศหนาว ฟีลดีสุดๆ raker / Shutterstock.com หรือจะแวะนั่งคาเฟ่ในหมู่บ้านอย่าง 1in1jan Caf ที่มีวิวมองเห็นหลังคาฮันอก และภูเขาไกลๆ พร้อมจิบเครื่องดื่มอุ่นๆ ก็ฟีลกู้ดไปอีกแบบ ถึงจะอยู่ในโซลแต่บรรยากาศที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบมาก เหมาะกับคนที่อยากพักใจจากความวุ่นวาย เดินชมวิวเรื่อยๆ หรือจะเดินต่อไปที่วัด Jingwansa ที่อยู่ใกล้ๆ ก็ได้อีกฟีลธรรมชาติผสมวัฒนธรรมเกาหลีแท้ๆ อีกด้วยค่ะ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/j1aVBvDTjuJwFwTn7 =============== 4. Lauchernalp สวิตเซอร์แลนด์ ใครกำลังมองหา หมู่บ้านหิมะ เงียบๆ ฟีลยุโรปแท้ๆ ต้องลองไปที่ Lauchernalp ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เลยค่ะ หมู่บ้านเล็กๆ กลาง หุบเขา Ltschental Valley ที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาหิมะขาวโพลนสุดอลังการ เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในภาพโปสการ์ดเลยจริงๆ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องวิวพาโนรามาสวยมาก โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่หิมะจะปกคลุมทั่วทั้งหมู่บ้าน ดูสวยและโรแมนติกสุดๆ เลยค่ะ นอกจากหมู่บ้านจะสวยแล้ว ที่ Lauchernalp ยังมีคาเฟ่น่ารัก โรงแรมวิวดี และลานสกีให้สนุกกัน ใครไม่เล่นสกีก็เดินเล่นตามเส้นทางหิมะชมวิวรอบๆ ได้ ที่นี่ให้ฟีลสงบแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์สุดๆ เหมาะมากสำหรับคนอยากหนีความวุ่นวาย มาฮีลใจท่ามกลางอากาศหนาวและธรรมชาติบริสุทธิ์ค่ะ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/4aG7f1WDefEZxK5m6 =============== 5. Hallstatt ออสเตรีย ถ้าใครชอบ หมู่บ้านยุโรป ฟีลอบอุ่นท่ามกลางหิมะขาวๆ ต้องมีชื่อของ Hallstatt ประเทศออสเตรีย ติดอยู่ในลิสต์แน่นอนค่ะ ที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ริมทะเลสาบที่สวยเหมือนหลุดออกมาจากโปสการ์ด ยิ่งช่วงหน้าหนาวที่หิมะโปรยลงมาคลุมหลังคาบ้านไม้ทั้งหมู่บ้าน จะได้บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ เดินไปทางไหนก็เหมือนอยู่ใน Snow Globe เลยค่ะ มุมยอดฮิตคือ บริเวณริม ทะเลสาบ Hallsttter See ที่จะมองเห็นบ้านไม้เรียงรายอยู่ริมผิวน้ำ สีของทะเลสาบจะเปลี่ยนไปตามแสงแดด ส่วนใครชอบถ่ายรูปจากมุมสูงก็ห้ามพลาด Skywalk Hallstatt ที่มองลงมาเห็นวิวหมู่บ้านทั้งเมืองแบบพาโนรามา สวยจนต้องหยุดหายใจเลยค่ะ ถ้าใครอยากมาช่วงหิมะ แนะนำให้มาราว เดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ จะได้เห็นหมู่บ้านขาวโพลนทั้งเมือง ถ้ามีโอกาสได้ไปออสเตรียสักครั้ง อยากให้ลองแวะไปที่ Hallstatt กันดูนะคะ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ZGWXa4e4iCSgTJmc8 =============== 6. Santa Claus Village ฟินแลนด์ Victor Maschek / Shutterstock.com ถ้าใครมีความฝันอยากไปเจอ ซานตาคลอส ตัวจริง ท่ามกลาง หมู่บ้านหิมะ สุดน่ารักสักครั้งในชีวิต ต้องมาที่ Santa Claus Village เมืองโรวาเนียมิ ประเทศฟินแลนด์ เลยค่ะ เพราะที่นี่คือหมู่บ้านของซานตาคลอส อย่างเป็นทางการในดินแดนลาปแลนด์เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล ที่ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็จะต้องหลงรักตั้งแต่ก้าวแรกที่ไปถึงแน่นอน บริเวณหมู่บ้านก็มีบ้านไม้สไตล์นอร์ดิกสีแดงสด และหิมะขาวโพลนที่ปกคลุมไปทั่ว บรรยากาศโรแมนติกมากๆ Roman Babakin / Shutterstock.com ถ้ามาช่วงหน้าหนาว ที่นี่มีกิจกรรมสนุกให้เลือกทำเพียบ ทั้งการไปเยี่ยมชมบ้านของซานตาคลอส ถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึก ส่งโปสการ์ดจาก Santas Main Post Office พร้อมตราประทับพิเศษจาก Arctic Circle ขี่เลื่อนกวางเรนเดียร์สุดคลาสสิก หรือใครชอบลุยหิมะก็มีสโนว์โมบิลรออยู่ ส่วนสายชิล จิบโกโก้อุ่นๆ ในคาเฟ่สไตล์สแกนดิเนเวียนก็ฟินสุดๆ และอย่าลืมข้ามเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล จุดถ่ายรูปยอดฮิต ที่ทำให้รู้สึกเหมือนข้ามไปขั้วโลกเหนือจริงๆ บอกเลยว่ามาที่นี่แล้วเหมือนได้ย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งแน่นอน! ✨ ดูเพิ่มเติมที่ คริสต์มาส ซานต้า มีจริง! หมู่บ้านซานตาคลอส Santa Claus Village ฟินแลนด์ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/CxoXtbBoW3SQT1Ck6 =============== 7. Grindelwald สวิตเซอร์แลนด์ Grindelwald หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาใน สวิตเซอร์แลนด์ ที่สวยเหมือนหลุดออกมาจากโปสการ์ดเลยค่ะ ที่นี่ตั้งอยู่ในแถบ Jungfrau รายล้อมด้วย ยอดเขา Eiger, Mnch และ Jungfrau ที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี เป็นหมู่บ้านที่รวมทุกอย่างไว้ทั้งความสงบ ธรรมชาติ และฟีลโรแมนติกแบบสวิสแท้ๆ บริเวณหมู่บ้านมีบ้านไม้สไตล์ Chalet ตั้งเรียงรายอยู่ท่ามกลางวิวภูเขา ช่วงหน้าหนาวหมู่บ้านจะถูกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนทั้งเมือง สวยราวกับเมืองในเทพนิยาย เหมาะกับ การเล่นสกี สโนว์บอร์ด หรือ นั่งกระเช้าขึ้นไปชมวิวจาก First Cliff Walk ก็ดีต่อใจสุดๆ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ที่นี่น่ารักมากคือความเรียบง่ายแต่สมบูรณ์แบบของหมู่บ้าน มีทั้งที่พักสไตล์โฮมมี่ ร้านอาหารฟีลอบอุ่น หรือแม้แต่การเดินทางที่สะดวกสุดๆ ด้วยรถไฟและกระเช้าไฟฟ้า ไม่ต้องมีรถส่วนตัวก็เที่ยวได้สบาย เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านหิมะในยุโรปที่ใครได้มาแล้วจะไม่มีวันลืมแน่นอนค่ะ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/LaTbBAKxTar1FMSS6 =============== 8. Hamny นอร์เวย์ Hamny หมู่บ้านชาวประมงสุด น่ารักใน หมู่เกาะ Lofoten ประเทศนอร์เวย์ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งใน หมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก ยิ่งในฤดูหนาวที่หิมะโปรยปรายจนทั่วทั้งเกาะ สีแดงสดของบ้านไม้แบบ Rorbuer ตัดกับภูเขาหิมะและน้ำทะเลสีครามเข้ม กลายเป็นภาพในฝันที่เหมือนหลุดออกมาจากโปสการ์ดเลยทีเดียว จุดไฮไลต์ของที่นี่คือ สะพาน Hamny Bridge มุมมหาชนที่ใครมาเยือนก็ต้องมาถ่ายภาพมุมนี้ให้ได้ เพราะจะเห็นวิวบ้านไม้สีแดงเรียงรายอยู่ริมทะเล มีภูเขาสูงเป็นฉากหลัง สวยจนไม่อยากละสายตาเลยค่ะ ช่วงฤดูหนาวที่นี่เงียบสงบแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ โดยเฉพาะเวลากลางคืนที่มีโอกาสได้เห็นแสงเหนือพาดผ่านท้องฟ้าแบบโรแมนติกสุดๆ นอกจานี้ ที่นี่ยังมีกิจกรรมชิลๆ อย่าง พายเรือคายัคในฟยอร์ด หรือ จะขับรถเที่ยวต่อไปหมู่บ้านใกล้ๆ อย่าง Reine ก็ได้บรรยากาศน่ารักไม่แพ้กัน ถ้าอยากเห็น แสงเหนือ หรือ หิมะขาว ทั่วหมู่บ้าน ช่วงเดือนธันวาคม - มีนาคม คือเวลาที่ดีที่สุด ใครชอบหมู่บ้านหิมะและธรรมชาติแบบนอร์ดิก ที่นี่คือพิกัดในฝันที่ต้องไปให้ได้สักครั้งเลยค่ะ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/J51GL8BVnFY4pLj76 =============== 9. Saint Lger Les Mlzes ฝรั่งเศส ใครอยากสัมผัส หมู่บ้านหิมะในฝรั่งเศส แนะนำให้แวะ Saint Lger Les Mlzes เลยค่ะ หมู่บ้านเล็กๆ ใน แคว้น Hautes-Alpes ทางใต้ของประเทศ ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศยุโรปคลาสสิก โอบล้อมด้วยเทือกเขาและป่าสนเมเลซ พอเข้าหน้าหนาวก็กลายเป็นหุบเขาสีขาวโพลนเหมือนอยู่ในเทพนิยาย ที่นี่เป็นหมู่บ้านสกีขนาดเล็กแต่อบอุ่น เหมาะทั้งคนที่อยากพักใจและครอบครัวที่พาเด็กๆ มาสนุกกับหิมะ มีลานสกีสำหรับมือใหม่ สนามเล่นหิมะ Snowpark และกิจกรรมสนุกๆ อย่าง Toboggan, Yooner, Snow Tubing หรือจะ เดินป่าท่ามกลางหิมะ ก็มีเส้นทางให้เลือกหลายแบบค่ะ นอกจากนี้ จุดชมวิวจากยอดเขา Cuchon คือมุมที่ห้ามพลาดเลยค่ะ เพราะมองลงมาเห็น หุบเขา Champsaur และ เทือกเขา Vieux Chaillol ได้แบบสุดลูกหูลูกตา ใครที่ฝันอยากเห็นหมู่บ้านหิมะเล็กๆ ท่ามกลางเทือกเขาฝรั่งเศสแบบไม่ต้องเบียดกับนักท่องเที่ยวมาก ที่นี่คือหนึ่งในจุดหมายที่ควรปักหมุดไว้เลยค่ะ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/dAh6PoVtFu7JWnoc9 =============== 10. Ushguli จอร์เจีย A.Khachachart / Shutterstock.com Ushguli หมู่บ้านหิมะเล็กๆ ในจอร์เจีย ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งใน หมู่บ้านที่สูงที่สุดในยุโรป และยังคงความดิบของธรรมชาติ และวิถีชีวิตโบราณไว้ ที่นี่ตั้งอยู่กลาง หุบเขา Svaneti ทางตอนเหนือของประเทศ โอบล้อมด้วยภูเขาหิมะขาวโพลน และ ยอดเขา Shkhara ที่สูงที่สุดในจอร์เจีย บริเวณหมู่บ้านจะมีบ้านหินเก่าแก่ และ หอคอย Svan Towers ตั้งเรียงรายอยู่ทั่วหมู่บ้าน เป็นเอกลักษณ์ที่สืบทอดมาหลายร้อยปี ทุกมุมของหมู่บ้านเต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์และความเงียบสงบที่ยากจะหาได้จากที่อื่น ถ้ามาฤดูหนาว หมู่บ้านจะถูกปกคลุมด้วยหิมะจนขาวทั้งเมือง เหมือนอยู่ในโลกอีกใบเลยค่ะ การมาเที่ยว Ushguli เหมาะมากสำหรับสายธรรมชาติ หรือคนที่อยากหลบความวุ่นวายในเมืองใหญ่มานั่งจิบชาร้อนๆ มองหิมะตกจากหน้าบ้าน หรือเดินสำรวจ โบสถ์เก่า Lamaria Church ที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอายุหลายร้อยปี ก็ให้ฟีลเหมือนย้อนเวลากลับไปในอดีต Ushguli เรียกได้ว่าหนึ่งในที่เที่ยวหมู่บ้านหิมะที่ควรไปให้ได้สักครั้งเลยค่ะ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/57Z4PY9mgqXm896g9 ===============
เที่ยวต่างประเทศ • 2 ก.พ. 69
อ่าน
[ไกด์เกม] Heartopia วิธีแกะสลักหิมะเบื้องต้น แกะสลักลายอะไรได้บ้าง อุปกรณ์ที่ใช้ การหาหิมะและการอัปเลเวล
ต้อนรับอีเวนต์ฤดูหนาวใน Heartopia กับงานอดิเรกใหม่ล่าสุด สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนหิมะรอบตัวให้กลายเป็นงานศิลปะเพื่อตกแต่งเกาะให้สวยงาม วันนี้เราจัดทำไกด์การแกะสลักหิมะเบื้องต้นมาฝากกันแบบครบวงจร ตั้งแต่การเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ การหาหิมะมาใช้งาน ไปจนถึงการอัปเลเวลงานอดิเรกให้สูงขึ้นเพื่อให้สามารถแกะสลักลายใหม่ ๆ ได้เริ่มต้นงานอดิเรกแกะสลักหิมะแกะสลักหิมะ เป็นงานอดิเรกใหม่ที่มาพร้อมกับอีเวนต์ในวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีเงื่อนไขคือเป็นนักพัฒนาเลเวล 7 ขึ้นไป จะสามารถไปซื้อ "งานอดิเรกสลักน้ำแข็ง" ที่ NPC Azure ในราคา 100 ดาวม่วง เพื่อเปิดงานอดิเรกส่วนนี้ได้และเริ่มทำงานอดิเรกกันได้เลยวัสดุอุปกรณ์สำหรับงานอดิเรกแกะสลักหิมะจะมีอุปกรณ์สำคัญ 2 ชนิดคือเครื่องสร้างลูกบอลหิมะแท่นแกะสลักลูกบอลหิมะโดยวัตถุดิบก็คือ "ลูกบอลหิมะ" ที่เราจะได้จากเครื่องสร้างและมีโอกาสได้จากการตัดไม้ เก็บของป่า ในช่วงหิมะตกด้วย เครื่องสร้างลูกบอลหิมะแท่นแกะสลักลูกบอลหิมะขั้นตอนการแกะสลักหิมะน้ำแข็ง1.นำหิมะไปวางบนแท่นแกะสลัก โดยหิมะนั้นถ้าเราเก็บมาจากเครื่องสร้างหรือได้ดรอปมาจะเป็นไอเทมก้อนหิมะอยู่ในกระเป๋าเรา เอาไปวางบนแท่นก็จะปรากฎหิมะกลม ๆ บนแท่น คลิ๊กรูปเกล็ดน้ำแข็งบนลูกบอลหิมะเริ่มต้นการแกะสลัก2.มินิเกมการแกะสลักจะเป็นปุ่มให้เรากดตามทั้งซ้ายและขวา ถ้ากดพลาดจะเสียเวลานิดนึง โดยการกดสามารถให้เพื่อนมาช่วยกดได้ด้วยนะ3.เมื่อเสร็จสมบูรณ์สามารถนำผลงานเหล่านั้นออกมาตั้งเรียงกันได้ด้วย บางชิ้นสามารถวางซ้อนกันได้รายชื่อและหน้าตาของหิมะที่เราสามารถแกะสลักได้สำหรับหิมะแกะสลักแต่ชนิดถึงแม้จะมีชื่อแบบเดียวกันแต่หน้าตาจะต่างกันไปตามระดับดาวตามที่เห็นด้านล่างเลย อย่างเช่น "หิมะกวางเอลก์ทาทา" ที่ 1 ดาวเป็นรูปกวาง แต่ในระดับ 2 - 5 ดาวจะเห็นได้ชัดว่าเป็นรูปของนายกเทศมนตรีของเมือง เพราะกวางนี้เป็นสัตว์ประจำตัวของนายกเทศมนตรีเขาไงล่ะ อยากได้นายกหล่อๆ หุ่นดีๆ ก็ต้องทำให้ได้ 3 ดาวขึ้นไปอย่างไรก็ตามการแกะสลักแต่ละครั้งเรามีโอกาสได้หิมะแกะสลักตั้งแต่งานอดิเรก เลเวล 1 - เลเวลปัจจุบันของตัวเอง เช่นเลเวล 3 ก็สุ่มได้ผลงานตั้งแต่เลเวล 1 - 3 และยังมีโอกาสได้ดาวแตกต่างกันไปด้วย เป็น 1 สิ่งที่สนุกที่เราต้องมาลุ้นกันว่าการแกะครั้งนี้เราจะสร้างสรรค์อะไรออกมา เบื้องต้นมีตารางของงานอดิเรกเลเวล 1 - 5 และผลงานที่มีโอกาสได้การอัปเลเวลงานอดิเรกแกะสลักหิมะสำหรับงานอดิเรกนี้ก็ใช้ตั๋วในการอัปเลเวลเช่นกันแต่ตั๋วพิเศษหน่อย เพราะเป็นคูปองสำหรับอัปเดตงานแกะสลักหิมะเท่านั้น และเบื้องต้นสามารถซื้อด้วยดาวม่วงจาก NPC Azure (คนเดียวกับที่ขายใบงานอดิเรก) ราคา 50 ดาวม่วงต่อ 1 ใบ เป็นงานอดิเรกที่มีราคาจริง ๆเพียงเท่านี้ก็สามารถสนุกกับการแกะสลักหิมะกันได้แล้ว ต้องใช้เวลาและสมาธิกว่างานอดิเรกอื่น ๆ แถมต้องมาลุ้นอีกว่าจะได้ผลงานอะไรออกมาแต่ก็คือความสนุกอย่างนึงและ ส่วนข้อมูลอื่น ๆ ของเกมนี้สามารถดูได้ข้างล่างเลยนะรูปตารางจากhttps://www.taptap.cn/moment/633309097806007143ดูไกด์อื่นๆ ของเกมนี้ได้ที่https://www.online-station.net/mobile-game/995462ดูโค้ดของเกมนี้ได้ที่https://www.online-station.net/mobile-game/995160
Online Station • 1 ก.พ. 69
อ่าน
10 ที่เที่ยวจีน หน้าหนาว วิวสวย หิมะอลังการ หนาวนี้ห้ามพลาด!
หน้าหนาวของจีน คือความอลังการที่ต้องไปเห็นด้วยตา อากาศเย็นจับใจ พร้อมหิมะสีขาวที่ปกคลุมหลายเมืองจนเหมือนอยู่ในโปสการ์ด ช่วงปลายปีแบบนี้ จีนถือเป็นจุดหมายที่ห้ามพลาดเลยค่ะ เราเลยรวมมาให้ครบกับ 10 ที่เที่ยวจีน หน้าหนาว หิมะปกคลุมแบบปังๆ ให้สายเที่ยว สายถ่ายรูป แพลนทริปเที่ยวกันง่ายขึ้น ไปดูกันว่าหนาวนี้ควรเช็กอินที่ไหนดี! รวมพิกัดน่าเช็กอิน ที่เที่ยวจีน หน้าหนาววิวสวยอลังการ สัมผัสหิมะฟินๆ 1. ฮาร์บิน Harbin kitzcorner / Shutterstock.com ฮาร์บิน (Harbin) เมืองที่ถูกยกให้เป็น เมืองน้ำแข็งแห่งเอเชีย ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือ เทศกาลน้ำแข็ง และหิมะนานาชาติ ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องมาเห็นสักครั้ง ทั้ง ปราสาทน้ำแข็งขนาดใหญ่ ประติมากรรมน้ำแข็งสวยอลัง กลางคืนเปิดไฟสีสันสะท้อนบนผืนน้ำแข็ง รวมถึงกิจกรรมสนุกๆ อย่าง สไลเดอร์น้ำแข็งยักษ์ และ ลานเล่นหิมะ ที่นี่เหมาะมากสำหรับคนที่อินกับอากาศหนาวจัดแบบติดลบ บอกเลยว่าถ้าใครกำลังมองหา ที่เที่ยวจีน หน้าหนาว ฮาร์บินต้องติดลิสต์อันดับต้นๆ เลยค่ะ ⛄️พิกัด : https://maps.app.goo.gl/yoxAXtzyVtBAKnXE6 ================ 2. หมู่บ้านหิมะ China Snow Town หมู่บ้านหิมะ China Snow Town เป็นอีกหนึ่ง ที่เที่ยวจีนหน้าหนาว ที่สวยเหมือนหลุดเข้าไปในเทพนิยาย ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากฮาร์บิน บ้านเรือนของที่นี่เป็นสไตล์จีนโบราณ ที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะหนานุ่มจนดูเหมือนปุยสำลีบนหลังคา เดินถ่ายรูปคือได้ฟีล Winter Wonderland สุดๆ ไม่ว่าจะเดินเล่นบนถนนสายหลักของหมู่บ้าน ชิมอาหารท้องถิ่นอร่อยๆ หรือถ่ายรูปกับหิมะ ก็ฟีลดีไปหมดแน่นอน ใครวางแผนเที่ยวฮาร์บินช่วงหน้าหนาว อย่าลืมแวะมาหมู่บ้านหิมะนะ บอกเลยว่าฟีลดีมาก! ⛄️ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/TTtgUw4WjjPtCkkY7 ================ 3. จิ่วจ้ายโกว Jiuzhaigou ดินแดนทะเลสาบสีฟ้าครามท่ามกลางหิมะ ถ้าชอบวิวธรรมชาติที่สงบ บรรยากาศบริสุทธิ์ หน้าหนาวที่ จิ่วจ้ายโกว (Jiuzhaigou) คือสวรรค์บนดิน ทะเลสาบสีฟ้าครามของที่นี่ จะกลายเป็นน้ำแข็งบางส่วน รอบๆ ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาหิมะและป่าที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ วิวเหมือนภาพวาดสุดๆ ไม่ว่าจะมาถ่ายรูป เล่นหิมะ หรือแค่เดินชมวิว ก็ฟีลดีแน่นอน เหมาะมากสำหรับคนอยากเที่ยวใกล้ชิดธรรมชาติ ชอบทะเลสาบ และอยากชมวิวภูเขาหิมะค่ะ ⛄️ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/munLn8vER3VmxAMo6 ================ 4. กำแพงเมืองจีน จินซานหลิง Jinshanling Great Wall ถ้าพูดถึงกำแพงเมืองจีน หลายคนจะนึกถึง กำแพงเมืองจีน ด่านปาต้าหลิง (Badaling) แต่สำหรับคนชอบบรรยากาศสงบๆ ขอแนะนำ กำแพงเมืองจีน จินซานหลิง (Jinshanling Great Wall) เลยค่ะ อยู่ไม่ไกลจากปักกิ่ง กำแพงที่นี่โค้งไปตามภูเขา มีทั้งส่วนบูรณะสวยๆ และส่วนดิบๆ แบบยังคงความโบราณไว้ เดินไปตรงไหนก็เจอจุดถ่ายรูปสวยๆ หน้าหนาวยิ่งฟีลดีเพราะอากาศเย็นกำลังดี ใครไม่อยากเดินชันก็ขึ้นกระเช้าได้ ส่วนสายเดินเองก็มีเส้นทางให้เลือกเดินสบายๆ ไปจนถึงจุดชมวิวเช่นกัน มาที่นี่รับรองว่าได้ชมทั้งวิวสวย และความยิ่งใหญ่ของกำแพงเมืองจีนแบบเต็มๆ แน่นอนค่ะ ⛄️ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/K2Gcq2cS3wSNqi6A8 ================ 5. ภูเขาหิมะซีหลิง Xiling Snow Mountain ถ้าพูดถึง ที่เที่ยวหน้าหนาวในจีน ที่อยากให้ลองสักครั้ง ต้องห้ามพลาด ภูเขาหิมะซีหลิง (Xiling Snow Mountain) เลยค่ะ แค่ขึ้นกระเช้าไปก็เหมือนหลุดเข้ามาในโลกหิมะจริงๆ บรรยากาศบนยอดเขาเย็นจัด ทุกอย่างรอบตัวถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน มีทิวเขาสลับซับซ้อนเหมือนภาพวาด กิจกรรมที่ห้ามพลาดคือ เดินชมเส้นทางหิมะ และเล่นสไลเดอร์หิมะ แล้วก็อย่าลืมถ่ายรูปกับวิวสุดอลังทั้งจากกระเช้าและจุดชมวิวบนยอดเขา ถ้าอยากลองเที่ยวจีนหน้าหนาวแบบเต็มพิกัด อยากสัมผัสหิมะสวยๆ แบบไม่ไกลมากจากตัวเมืองเฉิงตู ต้องแวะมาที่นี่เลยค่ะ ⛄️ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/7LNEHk78iEwjJ63V6 ================ 6. พระราชวังต้องห้าม Forbidden City ถ้าจะพูดถึงแลนด์มาร์คที่ต้องมาสักครั้งเมื่อมา เที่ยวปักกิ่ง พระราชวังต้องห้าม ต้องติดลิสต์แน่นอน ยิ่งช่วงหน้าหนาวที่นี่มีเสน่ห์ต่างจากฤดูอื่น หน้าหนาวที่นี่ฟีลดีมาก อากาศเย็นๆ ลมพัดเบาๆ มีหิมะปกคลุม เดินไปไหนก็รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ และประวัติศาสตร์เกือบพันปี พระตำหนักสีแดงทอง ลายแกะสลักสวยๆ ถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุม แถมช่วงหน้าหนาวคนไม่เยอะ เดินชิล ถ่ายรูปสวยได้เต็มที่ ถ้าอยากสัมผัสทั้งความยิ่งใหญ่และความโรแมนติกของปักกิ่ง หน้าหนาวนี้ลองแวะมากันดูนะคะ ⛄️ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/i63KwAHSmGGrQbzq7 ================ 7. ภูเขาเอ๋อเหมย Mount Emei ภูเขาเอ๋อเหมย (Mount Emei) ตั้งอยู่ใน มณฑลเสฉวน เป็นหนึ่งในภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของจีน และมรดกโลก UNESCO ช่วงหน้าหนาวที่นี่คือเงียบสงบ หมอกลอยปกคลุมยอดเขาเหมือนอยู่ในภาพวาดจีนโบราณ มีหิมะปกคลุมวิวสองข้างทาง ต้นไม้ และวัดเก่าแก่ ที่ตั้งเรียงรายสร้างบรรยากาศสงบแบบสุดๆ ใครที่ชอบความสโลว์ไลฟ์ อยากหลีกหนีความวุ่นวายมาใกล้ชิดธรรมชาติ และชมวิวหิมะสวยๆ ต้องจัด ภูเขาเอ๋อเหมย ไว้เป็นลิสต์หน้าหนาวนี้เลยค่ะ ⛄️ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/mrh3acFYxaq7p7kg6 ================ 8. เมืองโบราณจูเจียเจี่ยว Zhujiajiao Ancient Town เมืองโบราณจูเจียเจี่ยว (Zhujiajiao Ancient Town) เมืองโบราณแห่งสายน้ำ ตั้งอยู่ใกล้เซี่ยงไฮ้ วิวสวยเหมือนหลุดมาจากโปสการ์ด ไฮไลต์ที่นี่คือ การล่องเรือชมคลองเก่า หรือเดินเล่นบนสะพานหินโค้ง ที่นี่ล้อมรอบด้วยบ้านไม้และร้านชาเก่าแก่ จะหยุดจิบเครื่องดื่มร้อนๆ ริมน้ำ แล้วเดินชิลๆ ชมเมืองก็ฟีลดีทุกมุม ใครชอบเที่ยวแบบคนไม่เยอะ รับรองว่ามาที่นี่จะหลงรักความเรียบง่ายและเสน่ห์คลาสสิกของเมืองโบราณจูเจียเจี่ยวแน่นอนค่ะ ⛄️ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Ks1k1cNDBLr4uRd69 ================ 9. ทะเลสาบคานาส Kanas Lake ทะเลสาบคานาส (Kanas Lake) หนึ่งใน ทะเลสาบที่สวยที่สุดของจีน ตั้งอยู่ในซินเจียง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ช่วงหน้าหนาว น้ำทะเลสาบจะแข็งตัวเป็นน้ำแข็งสีฟ้าใส ล้อมรอบด้วยภูเขาหิมะและป่าสน ให้บรรยากาศสงบและเป็นธรรมชาติสุดๆ เหมาะสำหรับคนชอบถ่ายรูปวิวธรรมชาติ หรืออยากมาพักผ่อนแบบเงียบๆ เดินเล่นชมวิวทะเลสาบและภูเขากว้างไกล พร้อมซึมซับบรรยากาศชิลๆ ท่ามกลางธรรมชาติค่ะ ⛄️ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/7bhZiurAou2g5m7c7 ================ 10. พระราชวังกู้กงเสิ่นหยาง Shenyang Imperial Palace Haobo Wang / Shutterstock.com พระราชวังกู้กงเสิ่นหยาง (Shenyang Imperial Palace) เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ แค่ก้าวผ่านประตูใหญ่ก็เหมือนได้ย้อนเวลาไปยุคราชวงศ์ชิง ยิ่งช่วงหน้าหนาว ทุกมุมของวังดูมีมิติ และโรแมนติกขึ้นหลายเท่า ที่นี่มีจุดถ่ายรูปเยอะสุดๆ ทั้งลานกว้าง วิหารหลังงาม หรือหลังคาสีทองปกคลุมด้วยหิมะบางๆ ใครอยากได้ฟีลเที่ยวจีนแบบคลาสสิก พร้อมอากาศหนาวๆ และได้ภาพสวยๆ ฟีลย้อนยุคกลับบ้าน ต้องลองแวะมาที่นี่เลยค่ะ ⛄️ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/99f3XG4DYKHVgx6n6 ================ ที่เที่ยวจีน ที่น่าสนใจอื่นๆ เที่ยวจีนด้วยตัวเอง แจกพิกัด 5 เมืองน่าไป เที่ยวง่าย รถไฟถึง ไม่มีหลง! แจกพิกัด 9 ที่เที่ยวเฉิงตู 2026 เที่ยวจีนด้วยตัวเอง 3 วัน 2 คืน ต้องเช็กอิน!
เที่ยวต่างประเทศ • 27 ม.ค. 69
อ่าน
5 ที่เที่ยวต่างประเทศ ต้องไปในปี 2026 วิวสวยอลัง ไวป์ดีต่อใจสุดๆ
การได้ออกไปเปิดโลก เที่ยวต่างประเทศ เรียกได้ว่าเป็นความฝันของใครหลายๆ คน ปี 2026 นี้ ถ้ากำลังมองหาจุดหมายใหม่ๆ เอาไว้พักใจ ชมวิว หรือเก็บภาพสวยๆ กลับมาลงโซเชียล เรารวมมาให้แล้วกับ 5 ที่เที่ยวต่างประเทศ ต้องไปในปี 2026 มาให้เตรียมปักหมุดกันล่วงหน้า บอกเลยว่าวิวอลังการ ถ่ายรูปสวย และมีกิจกรรมให้เลือกทำเพียบจนอยากกดจองตั๋วทันที ไปดูกันเลยว่าปีหน้าที่ไหนคือทริปที่ต้องมีในเช็กลิสต์บ้าง! ที่เที่ยวต่างประเทศ ต้องไปในปี 2026วิวสวย ไวป์ดี สายเที่ยวห้ามพลาด 1. Jiuding Mountain จีน ที่เที่ยวต่างประเทศ ต้องไปในปี 2026 ต้องห้ามพลาดเลยที่แรกที่เราอยากแนะนำคือ Jiuding Mountain เลยค่ะ เพราะที่นี่รวมทุกเสน่ห์ของ เสฉวน ไว้ครบ ทั้งวิวธรรมชาติสุดอลัง กิจกรรมแน่น และมุมถ่ายรูปที่สวยอลังการสุดๆ บรรยากาศที่นี่ดีมาก มีทั้ง ทะเลหมอก ทุ่งดอกไม้ สีสันสดใสในช่วงหน้าร้อน และ ภูเขาเก้ายอด ที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมลำธารและน้ำตกใสที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับบรรยากาศรอบตัว ยิ่งถ้ามาช่วง เดือนมิถุนายน - กรกฎาคม จะฟินเป็นพิเศษ เพราะทุ่งดอกไม้จะบานสะพรั่งเต็มหุบเขา กลายเป็นภาพที่สวยมากๆ เลยค่ะ แถมที่นี่ก็มีกิจกรรมให้เลือกทำเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น เดินป่า ปีนเขา แคมป์ปิ้ง ชมดาว หรือแม้แต่เล่นสกีในฤดูหนาว และยังมีวัดเก่าแก่ จุดศักดิ์สิทธิ์ให้แวะไหว้ เผื่อใครอยากเติมความสบายใจระหว่างทริปด้วยค่ะ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/jwrTuwDJGEpMHvvQA ============= 2. Happo Pond ญี่ปุ่น ใครอยากหนีความวุ่นวาย ไปหาธรรมชาติแบบเต็มๆ ต้องลองปักหมุดมาที่ Happo Pond จังหวัดนากาโนะ เลยค่ะ บรรยากาศคือดีมาก เหมาะทั้งสายเดินเทรลและสายถ่ายรูปสุดๆ ที่นี่อยู่สูงประมาณ 2,060 เมตร การเดินขึ้นอาจใช้แรงนิดหน่อยน้า แต่พอถึงสระน้ำแล้วคือหายเหนื่อยทันที เพราะจะเจอภาพเงาสะท้อนของ เทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น ด้านหลัง และ ยอดเขาฮาคุบะ อยู่ตรงหน้าบนน้ำที่ใสเหมือนกระจก มุมนี้คือซิกเนเจอร์ที่ต้องถ่ายรูปเก็บให้ได้เลยค่ะ แนะนำให้มาประมาณ เดือนกรกฎาคม - ตุลาคม อากาศดี ฟ้าเปิด เดินง่าย ใครมีแพลนมาเที่ยวญี่ปุ่นปี 2026 แนะนำให้ใส่ Happo Pond ไว้ในทริปเลยค่ะ อากาศดี วิวสวย ได้รูปกลับไปเพียบแน่นอน 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/93f4R3DsNjioxywdA ============= 3. Oryukdo Sunrise Park เกาหลีใต้ Oryukdo Sunrise Park เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวต่างประเทศ ต้องไปในปี 2026 นี้เลยค่ะ บอกเลยว่าไม่ควรพลาด เพราะที่นี่ตอบโจทย์ทั้งวิวทะเลและบรรยากาศชิลๆ จากมุมต่างๆ ของสวนจะมองเห็น หมู่เกาะ Oryukdo ได้แบบชัดเต็มตา เกาะหินที่บางวันมองเหมือนมี 5 เกาะ แต่บางวันกลับดูเหมือน 6 เกาะ เป็นวิวสุดยูนิกที่ถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของ ปูซาน เลยค่ะ Busan Oppa / Shutterstock.com ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้ของที่นี่คือ Oryukdo Skywalk ทางเดินกระจกใส ที่ยื่นออกไปเหนือหน้าผา วิวที่ได้เห็นจากตรงนี้สวยสุดๆ ถ้ามาช่วง ปลายเดือนมีนาคม - เมษายน ทั้งสวนจะเต็มไปด้วย ดอกแดฟโฟดิล และเรพซีดสีเหลือง ตัดกับสีฟ้าของทะเล ถ่ายรูปสวยมากได้ฟีลทริปเกาหลีแบบหวานละมุนสุดๆ ค่ะ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/8vwqwvvkFDAjusaK9 ============= 4. Lake Bled สโลวีเนีย Lake Bled สโลวีเนีย คือหนึ่งในที่เที่ยวยุโรป ที่โรแมนติกและสวยเกินต้าน ตั้งอยู่ เชิงเขา Julian Alps น้ำสีฟ้าใสเหมือนภาพวาด ไฮไลต์แรกที่ห้ามพลาดต้องยกให้ เกาะเบลด (Bled Island) เกาะเล็กๆ กลางทะเลสาบที่มีโบสถ์ตั้งอยู่ กลายเป็นภาพจำของที่นี่ การไปเกาะต้องนั่งเรือไม้ดั้งเดิมที่เรียกว่า Pletna ไป พอถึงแล้วก็อย่าลืมเดินไปตีระฆังอธิษฐานขอพรในโบสถ์กันนะคะ มีความเชื่อกันว่าหากตีระฆังนี้แล้วอธิษฐานพรจะสมหวัง trabantos / Shutterstock.com ส่วนกิจกรรม และจุดชมวิวฝั่งทะเลสาบ ที่ห้ามพลาดเลยก็คือ ปราสาทเบลด (Bled Castle) ปราสาทเก่าแก่ที่สุดของสโลวีเนีย ที่สร้างอยู่บนหน้าผาสูงชันเหนือทะเลสาบ เป็นจุดชมวิวสุดพีคที่เห็นทั้ง เกาะเบลด และ เทือกเขา Julian Alps แบบพาโนรามา ส่วนสายเดินป่าต้องลองขึ้นไปที่ จุดชมวิว Ojstrica และ Mala Osojnica ที่มองเห็นทะเลสาบจากมุมสูงแบบไอคอนิก รอบทะเลสาบยังมี เส้นทางเดิน และปั่นจักรยานยาวประมาณ 6 กิโลเมตร บรรยากาศดี เดินง่าย แวะถ่ายรูปได้ตลอดทาง หรือจะพายเรือ เล่นแพดเดิลบอร์ด หรือเล่นน้ำในช่วงหน้าร้อนก็ชิลสุดๆ เลยค่ะ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/PegB2aM3np9q2Au9A ============= 5. Cappadocia ตรุกี / ทูร์เคีย ถ้าใครแพลนไป ตุรกี หรือ ทูร์เคีย ในปี 2026 อยู่แล้ว คัปปาโดเกีย คือประสบการณ์ที่ต้องลองให้ได้สักครั้งค่ะ คัปปาโดเกีย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก UNESCO ด้วยภูมิประเทศสุดยูนีคที่เกิดจากหินภูเขาไฟถูกกัดเซาะมานานนับพันปี จนกลายเป็นเสาหินรูปร่างแปลกตา หรือที่เรียกว่า Fairy Chimneys เรียงรายทั่วทั้งหุบเขา บอกเลยว่าที่นี่ความสวยไม่ธรรมดาวิวอลังการสุดๆ ไฮไลต์ของการมาที่นี่คือ การขึ้นบอลลูนลมร้อน ระดับพรีเมียม เรียกได้ว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นสัญลักษณ์ของที่นี่เลยค่ะ ช่วงเช้าตรู่จะมีบอลลูนหลากสีลอยขึ้นพร้อมกันเต็มท้องฟ้า เป็นภาพที่ทั้งสวยและโรแมนติกมากๆ สายถ่ายรูป สายคอนเทนต์ถูกใจแน่นอน เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในที่เที่ยวที่ควรมาสักครั้งในชีวิตเลย 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/TwpB7prJPNjE6P6S9 =============
เที่ยวต่างประเทศ • 19 ม.ค. 69
อ่าน
15 ที่เที่ยวญี่ปุ่น หน้าหนาว พิกัดชิล ถ่ายรูปสวย หิมะขาว รออยู่ !
ประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนก็สวยงามน่าเที่ยวอยู่เสมอ แต่สำหรับใครที่ชอบอากาศหนาวเย็นจะต้องไม่พลาด 15 ที่เที่ยวญี่ปุ่น หน้าหนาว ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวละมุนตา อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุขของเทศกาลปลายปี และแสงไฟประดับระยิบระยับ รับรองว่าสวยเกินต้าน ฟินต้อนรับปีใหม่แน่นอน 40 สถานที่สวยใน ญี่ปุ่น ไปเที่ยวญี่ปุ่น คราวนี้อย่าได้พลาด ! 12 เมืองน่าเที่ยว ญี่ปุ่น โดนใจทุกสไตล์ เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี ? เช็กอิน ที่เที่ยวญี่ปุ่น หน้าหนาว เที่ยวไหนดี 1. ซับโปโร Sapporo อยากสัมผัสอากาศหนาวสุดขั้ว แน่นอนว่าต้องขึ้นเหนือไปยังเกาะฮอกไกโด ภูมิภาคทางเหนือสุดของญี่ปุ่น เริ่มต้นที่เมืองหลวงอย่าง ซัปโปโร (Sapporo 札幌市) รับรองว่าจะได้เต็มอิ่มไปกับบรรยากาศแสนโรแมนติกท่ามกลางหิมะขาวอย่างแน่นอน ไปถ่ายรูปกับ อาคารที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด(Hokkaido Government Office) หนึ่งในแลนด์มาร์คของฮอกไกโดที่ควรไปเช็กอิน Peera_stockfoto / Shutterstock.com จากนั้นลองไปจิบเบียร์แก้หนาวที่ พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร (Sapporo Beer Museum) แหล่งผลิตเบียร์ที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น หรือถ้าเป็นช็อกโกแล็ตเลิฟเวอร์ ยิ่งไม่ควรพลาด โรงงานช็อกโกแลต ชิโรอิ โคอิบิโตะ (Shiroi Koibito Park) ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรมสวยๆ และไฟประดับสุดน่ารักในช่วงหน้าหนาว ไม่เพียงเท่านี้ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีจะมีการจัดงาน เทศกาลหิมะซัปโปโร (Saporo Snow Festival) เทศกาลใหญ่ประจำปีที่จะมีประติมากรรมน้ำแข็งสวยๆ ให้ได้ชมกันด้วยค่ะ ✨ ดูรีวิวเต็มๆ ที่ 12 ที่เที่ยวซัปโปโร ฮอกไกโด เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว รอเจอหิมะขาวด้วยกัน! ================= 2. นิเซโกะ Niseko นิเซโกะ (Niseko ニセコ町) เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่าง ภูเขานิเซโกะ อันนุปุริ (Niseko Annupuri) และ ภูเขาโยเท (Yotei) เปรียบเสมือนสวรรค์ของคนรักสกีหิมะ เนื่องจากมีภูมิประเทศที่เป็นเนินเขา ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลนในช่วงฤดูหนาว จึงเป็นแหล่ง สกีรีสอร์ท ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก cjmac / Shutterstock.com ที่นี่มีลานสกีขนาดใหญ่ให้ได้เล่นกันแบบจุใจ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมน่าสนุกอื่นๆ ให้ทำ ทั้งการเล่นสโนว์บอร์ด ขี่สโนว์โมบิล และหากจะเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย นิเซโกะมีบ่อน้ำพุร้อนออนเซ็นให้ได้แช่ผ่อนคลายเช่นกัน ✨ ดูรีวิวเต็มๆ ที่ เที่ยวฮอกไกโด นิเซโกะ Niseko ที่เที่ยวญี่ปุ่น หน้าหนาว สวรรค์ของคนรักหิมะ ================= 3.ฮาโกดาเตะ Hakodate ฮาโกดาเตะ (Hakodate 函館市) เมืองท่าของจังหวัดฮอกไกโดที่มีความรุ่งเรืองมาตั้งแต่ในอดีต มีสถาปัตยกรรมตะวันตกที่สวยงาม อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในเรื่องของทิวทัศน์ในยามค่ำคืนบน เนินฮาจิมันซากะ (Hachiman-zaka Slope) ถนนสายโรแมนติกที่ทอดยาวลงไปถึงชายฝั่ง ประดับประดาไปด้วยแสงไฟ สะท้อนกับเกล็ดหิมะในช่วงฤดูหนาวจนเปล่งประกายสวยงาม แต่จะดียิ่งกว่าหากได้ลองนั่งกระเช้าขึ้นไปที่ ภูเขาฮาโกดาเตะ (Mount Hakodate) เพื่อชมทัศนียภาพของเมืองฮาโกดาเตะจากมุมสูงในยามค่ำคืน แล้วทุกคนจะได้เห็นแสงไฟของบ้านเมืองส่องประกายราวกับแสงดาวบนพื้นดินเลยทีเดียว ✨ ดูรีวิวเต็มๆ ที่ เที่ยวญี่ปุ่น หน้าหนาว ฮาโกดาเตะ Hakodate ที่เที่ยวฮอกไกโด ชมวิวสวย สุดโรแมนติก ================= 4. โอตารุ Otaru โอตารุ (Otaru 小樽市) เมืองท่าเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดฮอกไกโด ที่ผู้คนนิยมไปเที่ยวมากที่สุดในช่วงฤดูหนาว และจุดที่สวยที่สุดในเมืองคงเป็นที่อื่นไปไม่ได้นอกจาก คลองโอตารุ(Otaru Canal) คลองสายสำคัญซึ่งเป็นทั้งที่ตั้งของท่าเรือและเส้นทางคมนาคมของเมือง Atiwat Witthayanurut / Shutterstock.com นอกจากนี้ก็ยังมี พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี (Otaru Music Box Museum) สถานที่จัดแสดงกล่องดนตรีมากมายหลายชนิด และจำหน่ายกล่องดนตรีแสนน่ารักหลากสไตล์ ระหว่างทางเดินไปยังพิพิธภัณฑ์เราจะได้ยินเสียงกล่องดนตรีอันแสนไพเราะดังคลอไปตลอดทาง เข้ากับบรรยากาศสุดๆ ✨ ดูรีวิวเต็มๆ ที่ เที่ยวญี่ปุ่น โอตารุ Otaru ที่เที่ยวฮอกไกโด เมืองน่ารักริมคลอง ฟังเสียงดนตรีเพลินๆ ================= 5. ภูเขาซาโอะ Mount Zao เดินทางจากเกาะฮอกไกโดมายัง โทโฮคุ (Tohoku) ภูมิภาคเหนือสุดของ เกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น กันบ้าง และถ้าพูดถึงที่เที่ยวหน้าหนาวในโทโฮคุ สถานที่แรกที่หลายคนนึกถึงอาจเป็น ภูเขาซาโอะ (Mount Zaō 蔵王山) เทือกเขาขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่ระหว่าง จังหวัดมิยากิ (Miyagi Prefecture) และ จังหวัดยามากายะ (Yamagata Prefecture) ศูนย์รวมกิจกรรมกลางแจ้งและกิจกรรมสุดเอ็กซ์ตรีม เช่น นั่งกระเช้าไฟฟ้าซะโอ (Zao Ropeway) ชมวิวภูเขา เดินป่า และปีนปากปล่องภูเขาไฟ ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ภูเขาซาโอะ Mount Zao ที่เที่ยวญี่ปุ่น ชมปรากฎการณ์ ปีศาจหิมะ สุดแปลกตา แต่ไฮไลท์ของภูเขาซาโอะในฤดูหนาวที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ ปีศาจหิมะ(Snow Monster) หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่าJuhyo ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการทับถมของหิมะ ทำให้มีรูปทรงแปลกตาและแตกต่างกันออกไป ซึ่งในช่วงปลายเดือนธันวาคม-มีนาคมจะมีการจัดเทศกาลประดับไฟปีศาจหิมะ(Juhyo Light Up) ขึ้นทุกปีที่ สถานีจิโซซันโช (Jiso Sancho Station) ให้เราได้ไปชมไฟประดับสวยๆ ท่ามกลางหิมะสีขาวโพลนกันค่ะ ================= 6. กินซันออนเซ็น Ginzan Onsen แช่ออนเซ็นอุ่นๆ ท่ามกลางบรรยากาศสุดวินเทจของ หมู่บ้านกินซันออนเซ็น (Ginzan Onsen 銀山温泉) แหล่งออนเซ็นเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 20 ของ เมืองโอบานาซาวะ (Obanazawa) จังหวัดยามากาตะ (Yamagata) ภายในหมู่บ้านมีเรียวกังออนเซ็นให้เลือกมากมาย ซึ่งมีสรรพคุณในการรักษาอาการปวดเมื่อย บาดแผลโดนบาด บาดแผลไฟไหม้ โรคผิวหนังเรื้อรัง โรคหลอดเลือดแข็ง รวมไปถึงโรคเรื้อรังอื่นๆ อีกมากมาย หากมาเที่ยวในช่วงฤดูหนาว ทั่วทั้งหมู่บ้านจะมีอากาศหนาวจัด และปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน ได้แช่ออนเซ็นอุ่นๆ คลายหนาว แถมยังได้ชมวิวทิวทัศน์แสนสวยของอาคารสมัยเก่าและธรรมชาติคงเป็นอะไรที่ฟินน่าดู ✨ ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ที่เที่ยวญี่ปุ่น Ginzan Onsen หมู่บ้านออนเซ็นโบราณ ถ่ายรูปสวย สุดคลาสสิก ================= 7. จุดชมวิวสะพานแม่น้ำทาดามิ Tadami River Bridge View Point จุดชมวิวสะพานแม่น้ำทาดามิ (Tadami River Bridge View Point 第一只見川橋梁ビューポイント) ช่วงที่หนึ่งของ เส้นทางรถไฟสายทาดามิ (Tadami Line) ที่เชื่อมระหว่าง สถานี Aizu-Wakamatsu ในจังหวัดฟุคุชิมะ (Fukushima) และ สถานี Koide ในจังหวัดนีกาตะ (Niigata) จากจุดชมวิว เราได้จะเห็นภาพของรถไฟแล่นบนสะพานเชื่อมภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ สะท้อนเงาบนผืนน้ำอย่างชัดเจน ไม่แปลกใจเลยหากที่นี่จะกลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักถ่ายภาพและนักท่องเที่ยวมากมายค่ะ ================= 8. ธารน้ำแข็งมิโซะทสึจิ Icicles of Misotsuchi ธารน้ำแข็งมิโซะทสึจิ(The Icicles of Misotsuchi 三十槌の氷柱) เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดมหัศจรรย์ที่ตั้งอยู่บริเวณ แม้น้ำอาระคาวะ (Arakawa Riverbed) เมืองจิจิบุ (Chichibu) จังหวัดไซตามะ (Saitama) เกิดจากสายน้ำที่แข็งตัวท่ามกลางอากาศหนาวเย็นจนมีลักษณะเหมือนน้ำแข็งงอกน้ำแข็งย้อย ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดงาน เทศกาลน้ำแข็งโอตากิ (Otaki Ice Festival) ซึ่งจะประดับไฟหลากสีส่องสว่างราวกับผลึกแก้ว ดูน่าอัศจรรย์ใจราวกับโลกแฟนตาซี ================= 9. ชิราคาวาโกะ Shirakawa-Go ต่อด้วยหมู่บ้านมรดกโลกอย่าง ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go 白川村) สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมตลอดกาลใน จังหวัดกิฟุ (Gifu) ประกอบไปด้วยบ้านเรือนสไตล์ กัสโซสึคุริ (Gassho-zukuri) อายุเก่าแก่กว่า 300 ปี โอบล้อมไปด้วยทัศนียภาพอันงดงาม เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว หมู่บ้านแห่งนี้จะปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน ดูน่ารักราวกับหมู่บ้านในเทพนิยาย ถ้าได้มาครั้งหนึ่งแล้ว รับรองว่าจะต้องอยากกลับไปอีกหลายๆ ครั้งแน่ๆ ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ✨ ชิราคาวาโกะ Shirakawa-go มรดกโลก ญี่ปุ่น เที่ยวช่วงไหนดี เดินทางยังไง มีอะไรให้ทำบ้าง ✨ งานไฟประดับ ญี่ปุ่น ชิราคาวาโกะ Shirakawa-go Light-Up 2026 ================= 10. อุทยานลิงจิโกกุดานิ Jigokudani Monkey Park อยากชมภาพสุดน่ารักของ เจ้าลิงหิมะ ต้องไปที่ อุทยานลิงจิโกกุดานิ (Jigokudani Monkey Park 地獄谷野猿公苑) ที่อยู่อาศัยของน้องลิงป่าจำนวนมาก เดิมเป็นหุบเหวลึกที่ผู้คนไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่หลังจากมีการพัฒนาพื้นที่จนกลายเป็นอุทยานลิงจิโกกุดานิ ทางอุทยานฯ ก็ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาชมความน่ารักของเจ้าลิงหน้าแดงที่มานั่งแช่ออนเซ็นคลายความหนาวกันค่ะ ================= 11. งานไฟประดับ Nabana no sato Illumination Nabana No Sato Illumination หนึ่งในงานไฟประดับประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นชื่อ สวนดอกไม้นาบานา โนะ ซาโตะ (Nabana No Sato なばなの里) ในช่วงเดือนตุลาคมตลอดไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ภายในงานจะมีการประดับประดาไฟ LED ประดับนับล้านดวงจนกลายเป็นภาพทิวทัศน์สุดตระการตา เช่น ภูเขาไฟฟูจิ ต้นคริสต์มาส ทุ่งดอกไม้ และอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ อุโมงค์ไฟ Tunnel of Light ที่มีความยาวถึง 200 เมตร ประดับประดาด้วยแสงไฟรูปดอกไม้โทนสีอบอุ่นละมุนตา ขอบอกว่าจุดนี้ถ่ายรูปสวยมากจริงๆ ต้องไปให้ได้เลยค่ะ ✨ ดูรีวิวเต็มๆ ที่ อัปเดต เที่ยวญี่ปุ่น งานไฟประดับ Nabana No Sato Illumination ================= 12. ทะเลสาบคาวากุจิโกะ Lake Kawaguchiko ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Lake Kawaguchiko 河口湖) 1 ใน ทะเลสาบทั้ง 5 รอบภูเขาไฟฟูจิที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทุกฤดูกาล และแน่นอนว่าฤดูหนาวก็มีเสน่ห์ไม่แพ้ฤดูกาลไหนๆ เราจะได้ชมวิวสุดอลังของทะเลสาบกว้างใหญ่สะท้อนภูเขาไฟฟูจิที่ปกคลุมด้วยหิมะ นอกจากนี้ยังมีทั้งเรียวกัง สกีรีสอร์ท และลานสกีให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินกับการเล่นสกี สโนว์บอร์ด รวมถึงแช่ออนเซ็นชมวิวสุดฟินได้อย่างเต็มอิ่ม ================= 13. ฟูจิโนมิยะ Fujinomiya ฟูจิโนมิยะ (Fujinomiya 富士宮市) เมืองสวยใกล้โตเกียวที่ผู้คนมักจะนิยมมาเที่ยวแบบ One Day Trip ไม่ว่าจะมาเที่ยวในฤดูไหน คุณก็จะได้เห็นทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลังของอาคารบ้านเรือนภายในเมือง ในช่วงฤดูหนาว ทั่วทั้งเมืองจะปกคลุมไปด้วยหิมะ แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ เราจะได้เห็นดอกซากุระบานสะพรั่ง ตัดกับวิวภูเขาไฟฟูจิทางด้านหลังได้อย่างงดงามทีเดียวค่ะ ================= 14. สวนเค็นโรคุเอ็น Kenroku-en สวนเค็นโรคุเอ็น (Kenroku-en 兼六園) 1 ใน 3 สวนที่สวยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1676 โดดเด่นด้วยองค์ประกอบหลักๆ ทั้งหมด 6 ปัจจัย ได้แก่ พื้นที่อันกว้างขวาง บรรยากาศเงียบสงบ ความลงตัว ความเป็นมาอันยาวนาน แหล่งน้ำและทัศนียภาพอันสวยงามของหุบเขาและบ่อน้ำ ✨ ดูรีวิวเต็มๆ ที่ สวนเค็นโรคุเอ็น Kenrokuen ที่เที่ยวญี่ปุ่น สวนสวย ไปฤดูไหนก็ดีย์ต่อใจ เสน่ห์ของสวนจะมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละช่วงเวลาของปี ซึ่งในช่วงฤดูหนาว นอกจากจะได้ชมสวนเค็นโรคุเอ็นย้อมไปด้วยสีขาวของหิมะแล้ว ยังมีโอกาสได้เห็น ยูคิคสึริ ที่เกิดจากการทับถมกันของหิมะบน ต้นสนคาราซากิมัตสึกว่า 800 ต้น ที่ปลูกขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ไม้พันธุ์อื่นๆ เสียหายจากการโดนหิมะตกใส่ นอกจากจะแก้ปัญหาได้ดีแล้ว ยังเสริมให้ทิวทัศน์ดูงดงามยิ่งขึ้นด้วย ================= 15. เบปปุ Beppu เดินทางลงใต้ไปที่ เบปปุ (Beppu 別府市) แหล่งออนเซ็นชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น ที่มีบ่อออนเซ็นมากมายกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ในเมือง โดยเฉพาะ บ่อนรกทั้งแปด หรือ Jigoku Meguri เป็นบ่อน้ำพุร้อน 8 บ่อ ที่มีลักษณะโดดเด่นแตกต่างกัน เช่น Chinoike Jigoku บ่อน้ำพุร้อนสีแดงคล้ายเลือด Shiraike Jigoku บ่อน้ำพุร้อนสีขาว และ Onishi Bozu Jigoku บ่อน้ำพุร้อนลักษณะเป็นบ่อโคลน นอกจากนี้ยังมีรีสอร์ทออนเซ็นให้เลือกผ่อนคลายมากมาย ================= ที่เที่ยวญี่ปุ่น ที่น่าสนใจอื่นๆ 40 สถานที่สวยใน ญี่ปุ่น ไปเที่ยวญี่ปุ่น คราวนี้อย่าได้พลาด ! เที่ยวโตเกียว ด้วยรถไฟ 6 ย่าน 17 ที่เที่ยวโตเกียว ย่านไหน ไปยังไง 15 ที่เที่ยวโอซาก้า ตามไลน์ สถานีรถไฟ เที่ยวญี่ปุ่นง่ายๆ ด้วยตัวเอง
เที่ยวญี่ปุ่น • 22 ธ.ค. 68
อ่าน
มัดรวม 17 ที่เที่ยวเขาค้อ ฟินกับ ทะเลหมอก เที่ยวเลย ไม่ต้องรอหน้าหนาว!
เขาค้อจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่เหมาะไปชิลมากๆ ในช่วง หน้าฝน และ ปลายฝนต้นหนาว แบบนี้ค่ะ ตามเรามาอัปเดต 17 ที่เที่ยวเขาค้อ 2568 กันได้ตามนี้เลย ไปสูดอากาศสดชื่นที่มีให้ชิลได้ตลอดทั้งปี รีสอร์ท ร้านกาแฟ คาเฟ่ต่างๆ ให้ได้ไปเช็กอินชิลๆ เพียบ เพราฉะนั้นไม่ต้องรอหน้าหนาว ไปเที่ยวกันได้เลยตอนนี้!!! 20 ที่พักเขาค้อ สวยๆ ทะเลหมอก จากห้องพัก ตื่นมาฟินเฟร่อ! ที่เที่ยวเขาค้อ เพชรบูรณ์ 2568เช็กอิน ฟินกับ ทะเลหมอก 1. จุดชมวิวทะเลหมอก เขาตะเคียนโง๊ะ เขาตะเคียนโง๊ะ เป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งบนเขาค้อค่ะ ตอนเช้าสามารถตื่นขึ้นมารอดูพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมชมทะเลหมอกแบบ 360 องศาเลยทีเดียว และจากจุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะสามารถมองไปเห็น เขาปู่ เขาย่า ซึ่งมีรูปทรงคล้ายภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วย สายล่าหมอกบอกเลยว่าต้องฟิน! ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ที่เที่ยวเพชรบูรณ์ เขาตะเคียนโง๊ะ จุดชมทะเลหมอกเขาค้อ 360 องศาสุดอลังการ ที่อยู่ : ริมทางหลวง 2258 หมู่ที่ 6 ตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/jFG9VmnRtUKfNdCf9 เปิดให้เข้าชม : สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งวัน โทร : - เว็บไซต์ : - =============== 2. จุดชมวิว กังหันลมเขาค้อ ทุ่งกังหันลม เขาค้อ อีกหนึ่งแลนด์มาร์คแห่งหนึ่งของเขาค้อที่สวยงามมากๆ จุดชมวิวกังหันลมเด่นๆ จะมีอยู่ 2 จุดด้วยกันค่ะ คือ จุดชมวิวช้างดอย และ จุดชมวิวระเบียงกังหันลม โดยทั้ง 2 จุดจะอยู่ตรงข้ามกับลานจอดรถสวนสนนั่นเอง บอกเลยว่า ที่นี่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปสวยๆ กันค่ะ นอกจากนี้ยังมีไร่สตรอเบอร์รี่อยู่ใกล้ และร้านขายของท้องถิ่นต่างๆ อีกด้วย ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ทุ่งกังหันลม เขาค้อ ที่เที่ยวถ่ายรูปสวย อย่างกับอยู่เมืองนอก! ที่อยู่ : บ้านเพชรดำ ตำบลทุ่งสมอ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พิกัด :https://goo.gl/maps/GX8aNPTp3Aq5g7Zc6 เปิดให้เข้าชม : 06.00-18.00 น. โทร : - เว็บไซต์ : - =============== 3. ทุ่งดอกเวอร์บีน่า เขาค้อ ไร่GB เขาค้อ ไร่ GB เขาค้อ เป็นไร่สตรอว์เบอรี่ ซึ่งตั้งอยู่หลังหมู่บ้านเพชรดำ อำเภอเขาค้อ ค่ะ ภายในไร่จะมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้มาถ่ายรูปสวยๆ กันทั้ง เล่นรถไม้ โล้ชิงช้า เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถชมวิวสวยๆ ของทุ่งกังหันลมได้อีกด้วย และที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ ภายในไร่ GB นั้นยังมีทุ่งดอกเวอร์บีน่า ทุ่งดอกไม้สวยๆ ให้เราได้ไปถ่ายรูปกันจนหนำใจนั่นเอง สาวๆ พลาดไม่ได้เลยจ้า ที่อยู่ : ตำบลทุ่งสมอ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พิกัด :https://goo.gl/maps/5Gi222xd6MdLkcTh7 เปิดให้เข้าชม : 07.00-18.00 น. โทร : - เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/gbkhaokor =============== 4. จุดชมวิวทะเลหมอกวัดกองเนียม จุดชมวิวทะเลหมอกยอดฮิตของเขาค้อ ก็คือ จุดชมวิวทะเลหมอก วัดกองเนียม เป็นจุดที่สามารถชมทะเลหมอกได้อย่างสวยงาม และยังมีอากาศสดชื่นอีกด้วย ช่วงเวลาที่เหมาะในการไปชมวิวก็คือ ช่วงพระอาทิตย์ขึน เพราะแสงทองอ่อนๆ จะสาดส่องกระทบกับทะเลหมอกเบื้องล่างสวยงามจับใจ ที่อยู่ : ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พิกัด :https://goo.gl/maps/NyBfbAwEe2Y9SXEB9 เปิดให้เข้าชม : สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งวัน โทร : - เว็บไซต์ : - =============== 5. วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว นอกจาก ทะเลหมอก คาเฟ่ และรีสอร์ทสวยๆ ที่ทำให้เขาค้อเป็นที่เที่ยวที่หลายคนอยากปักหมุดมา ที่เขาค้อยังมี วัดสวยๆ ที่น่าไปเที่ยวอย่าง วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว อีกด้วยค่ะ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเนินเขาในหมู่บ้านทางแดง เขาค้อ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว นี้เป็นสถานปฏิบัติธรรมแก่พระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนทั่วไป ให้ได้มาพักกายพักใจในที่ซึ่งรายล้อมไปด้วยหุบเขาที่แสนสงบเงียบในอากาศเย็นสบาย ซึ่งนอกจากจะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม แล้ว ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้อีกด้วย แต่ต้องเป้นไปตามกฎของวัดในเรื่องของการแต่งกาย และห้ามส่งเสียงดังรบกวนผู้มาปฏิบัติธรรมค่ะ ดูรีวิวเต็มๆ ที่ วัดสวย เขาค้อ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ท่ามกลางเทือกเขาและทะเลหมอก ที่อยู่ : 95 หมู่ 7 บ้านทางแดง ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/PHCfXTpmmN1YgBGH8 เปิดให้เข้าชม : 08.30-16.30 น. โทร : - เว็บไซต์ : - =============== 6. พระตำหนักเขาค้อ CHAINFOTO24 / Shutterstock.com พระตำหนักเขาค้อ ตั้งอยู่บนที่สูงสุดของเขาค้อ คือ สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,050 เมตร สามารถมองเห็นวิวเขาค้อได้แบบครอบคลุมทั้งเมือง ที่นี่สร้างขึ้นเพื่อเป็นประทับแรมในโอกาสที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ตรวจเยี่ยมงานในโครงการพระราชดำริ และเยี่ยมเยียนประชาชนค่ะ Sombat Muycheen / Shutterstock.com นอกจากจุดชมวิวสวยๆ รอบพระตำหนักจะปลูกดอกไม้สีสันสวยงามหลากหลายชนิด และมีบ้านพักทหารม้า บริการให้นักท่องเที่ยวเช่าพัก และนักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์พักแรมบริเวณใกล้กับบ้านพักได้อีกด้วยค่ะ ที่อยู่ : บ้านเขาหญ้า ตำบลสะเดาะพง อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พิกัด :https://goo.gl/maps/H44mo2woxFLB3Xaj9 เปิดให้เข้าชม : 06.00-18.00 น. โทร : - เว็บไซต์ : - =============== 7. แก่งบางระจัน แก่งบางระจัน เป็นแก่งหินขวางลำน้ำเข็ก ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่รายล้อม มีบรรยากาศคล้ายกับป่าดึกดำบรรพ์ที่อุดสมบูรณ์มากๆ เลยทีเดียว นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นสถานที่ ชมแมงกะพรุนน้ำจืด (Freshwater Jellyfish) ที่หายากมากๆ ซึ่งค้นพบเป็นประเทศที่ 5 ของโลกหลังจากที่พบที่ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย อังกฤษ และญี่ปุ่น สายพันธุ์ที่พบคือ Crasapedacusta Sowerbyi แมงกระพรุนจะปรากฏตัวตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น. ในฤดูฝน น้ำจะเอ่อท่วมแก่งมองไม่ค่อยเห็นก้อนหินสวยงามที่ซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำ ส่วนช่วงหลังฤดูฝนน้ำจะลดลง ทำให้ความสวยงามของเกาะแก่งหิน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถล่องเรือชมความสวยงามของธรรมชาติ ริมสองฟากฝั่งของแม่น้ำเข็กได้อีกด้วย ทำให้ที่นี่เป็นอีกแห่งน่าเที่ยวมากๆ บนเขาค้อค่ะ ที่อยู่ : ตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พิกัด :https://goo.gl/maps/h1ASvcPbss2r4dz97 เปิดให้เข้าชม : 06.00-18.00 น. โทร : - เว็บไซต์ : - =============== 8. อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ Wor_K_Simkul / Shutterstock.com แม้เขาค้อ อาจจะเคยได้ชื่อว่า เป็นพื้นที่สีแดงของพรรคคอมมิวนิสต์ แต่ปัจจุบันนี้ที่นี่ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของบ้านเราไปแล้วค่ะ และ อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ ก็เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหล่านักรบในเหตุการณ์สู้รบคอมมิวนิสต์ที่เขาค้อนั่นเอง Ging o_o / Shutterstock.com ที่อยู่ : ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พิกัด :https://goo.gl/maps/aWwrk4UR5nHfSem88 เปิดให้เข้าชม : 07.00-17.00 น. โทร : - เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ =============== 9. จุดชมวิวไปรษณีย์เขาค้อ Jarun Tedjaem / Shutterstock.com จุดชมวิวไปรษณีย์เขาค้อ เป็นอีกจุดชมทะเลหมอกที่สวยงาม ซึ่งอยู่ท่ามกลางขุนเขาต่างๆ เป็นอีกแลนด์มาร์คที่เรียกได้ว่าต้องมาเช็คอินค่ะ สำหรับใครที่เป็นสายล่าหมอก ต้องไม่พลาดที่นี่เป็นอันขาด นอกจากนี้บริเวณรอบๆ ยังมีที่ให้เดินเที่ยวถ่ายรูป มีสวนสตรอเบอรี่ และจุดกางเต็นท์หลายจุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากมาชมภาพทะเลหมอกในตอนเช้าตรู่อีกด้วย Jarun Tedjaem / Shutterstock.com ที่อยู่ : ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พิกัด :https://goo.gl/maps/DetTQjCZ8vbFhcbL6 เปิดให้เข้าชม : สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งวัน โทร : - เว็บไซต์ : =============== 10. พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก เป็นเจดีย์ที่สวยงามมีสถาปัตยกรรมผสมผสานทั้งแบบสุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ ยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระอัฐิของพระพุทธเจ้า ที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา โดยรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานให้กับประชาชนในพื้นที่ หลังจากยุติการสู้รบกับคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย ทั้งประชาชนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวจึงนิยมไปกราบไหว้เพื่อเป็นสิริมงคลค่ะ ที่อยู่ : ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/n6rp7uWHd1NArR4S8 เปิดให้เข้าชม : 06.00-18.00 น. โทร : - เว็บไซต์ : - =============== 11. จุดชมวิวทะเลหมอกร้านกาแฟ Pino Latte อีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลหมอกยอดนิยมบนเขาค้อก็คือ จุดชมวิว ร้านกาแฟ Pino Latte ค่ะ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดผาซ่อนแก้ว ในฤดูฝนนั้นบริเวณนี้จะเต็มไปด้วยหมอกสีขาวลอยฟุ้ง ถือว่าเป็นจุดที่สวยงามที่สุดในฤดูฝนของเขาค้อเลยทีเดียว เราจะได้เป็นวัดผาซ่อนแก้วที่เหมือนถูกซุกซ่อนอยู่ในทะเลหมอกสวยงาม นอกจากนี้ ร้านกาแฟ Pino Latte ยังมีบริการเครื่องดื่มต่างๆ ให้กับนักท่องเที่ยว และยังมีบริการที่พักอีกด้วยค่ะ ที่อยู่ : ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พิกัด :https://goo.gl/maps/E3BwJaSDiHg2DkWL8 เปิดให้เข้าชม : 07.00-19.00 น. โทร : 08-7099-4497 เว็บไซต์ : - =============== 12.น้ำตกศรีดิษฐ์ น้ำตกศรีดิษฐ์ ตั้งอยู่ใน เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาค้อ ที่อุดมสมบูรณ์มากๆ ค่ะเป็นน้ำตกชั้นเดียวไหลผ่านหน้าผาหินกว้าง และมีน้ำไหลตลอดทั้งปี อีกทั้งยังเคยเป็นพื้นที่ฐานเสบียบงของกลุ่ม ผกค. หนึ่งในนั้นคือ ส.อ.ประพจน์ ศรีดิษฐ์ ผู้ที่สละชีพที่น้ำตกแห่งนี้ จึงตั้งชื่อน้ำตกศรีดิษฐ์ เพื่อเชิดชูเกียรติ แด่ ส.อ.ประพจน์ ศรีดิษฐ์ ผู้สละชีพ ณ สมรภูมิแห่งนี้ในครั้งนั้นค่ะ ทำให้ที่นี่เป็นทั้งที่เที่ยวธรรมชาติ และที่เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ค่ะ ที่อยู่ : หมู่ที่ 10 ตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พิกัด :https://goo.gl/maps/cxYQRrCCEn4hdX9Y9 เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น. โทร : - เว็บไซต์ : - =============== 13.The blue Sky Garden JaturunThakard / Shutterstock.com The Bluesky Garden สวนดอกไม้สไตล์อังกฤษ เป็นที่เที่ยวสวยเขาค้อค่ะ บรรยากาศดีสุดๆ เหมือนอยู่เมืองนอกเลยทีเดียว สวนดอกไม้แห่งนี้ตั้งอยู่ใน The Blue Sky Resort นั่นเอง และทางรีสอร์ทก็เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนได้แม้ไม่ได้พักในรีสอร์ทอีกด้วยค่ะ chopjai photo / Shutterstock.com ภายในสวนพื้นที่กว่า 30 ไร่ แบ่งออกเป็น 4 ส่วนตามฤดูกาล คือ Summer Spring Autumn และ Winter โดยแต่ละส่วนก็จะปลูกดอกไม้และตกแต่งอย่างงดงาม มีมุมให้ถ่ายรูปสวยๆ เพียบเลยจ้า ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ที่เที่ยวสวย เขาค้อ The Blue Sky Garden สวนดอกไม้สไตล์อังกฤษ ถ่ายรูปสุดปัง ที่อยู่ : The Blue Sky Resort 96 หมู่ 5 ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พิกัด :https://goo.gl/maps/c6A8k5oYex8VaV697 เปิดให้เข้าชม : 09.00-18.00 น. โทร :0-2247-7310 เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/theblueskyresorts =============== 14. จุดชมวิว เทเลทับบี้ส์คาเฟ่ ทุ่งกังหันลม เขาค้อ kajeab_pongsiri / Shutterstock.com เทเลทับบี้ส์คาเฟ่เขาค้อ จุดเช็กอินถ่ายรูปสวยของทุ่งกังหันลมเขาค้อ โดยจะมีหุ่นฟางคิงคองตัวโต เทเลทับบี้ส์ และไดโนเสาร์ตั้งอยู่เด่นมากๆ ค่ะ และยังมีทางเดินลอยฟ้าทอดยาวออกไปให้เราได้เดินไปชมความสวยงามของวิวสวยๆ และถ่ายรูปเก๋ๆ ได้อีกด้วย ที่อยู่ : บ้านทุ่งสมอ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/4bkZGHdpYjF5F2pr9 เปิดให้เข้าชม : 07.00-18.00 น. โทร : - เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/kingkongkhaokho =============== 15.ไร่ บี.เอ็น. ไร่ บี.เอ็น. เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และเป็นจุดแวะของนักท่องเที่ยวเพื่อซื้อพืชผัก ผลไม้เมืองหนาวสดๆ นานาชนิดตามฤดูกาล เช่น บรอคเคอรี่ ฟักแม้ว ผักกาดแก้ว สตรอเบอร์รี่ ลิ้นจี่ น้อยหน่าออสเตรเลีย อโวคาโด และอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีผลไม้แปรรูปมากมาย รวมทั้งไม้ดอกไม้ประดับหลายชนิด เช่น เบิร์ดออฟพาราไดซ์ ดาหลา ตระกูลเฮลิโกเนีย นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมแปลงผัก สวนพันธุ์ไม้ในบริเวณได้ค่ะ ที่อยู่ : ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พิกัด :https://goo.gl/maps/TpLQk8k4uU5vSjbH7 เปิดให้เข้าชม : 09.00-18.00 น. โทร : 09-6879-0324 เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/BNfarm.since.1969 =============== 16.สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาค้อ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาค้อหรือ สวนสัตว์เปิดเขาค้อ เป็นสถานีวิจัยสัตว์ป่าโดยเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถแวะเข้าชมได้ ภายในสวนสัตว์มีสัตว์นานาชนิดทั้งสมเสร็จ ละมั่ง เก้ง วัวแดง นกยูง และอื่นๆ รวมถึงที่นี่ยังมีการเลี้ยงสัตว์ที่ปล่อยตามธรรมชาติบางส่วนด้วยค่ะ เราจะได้ใกล้ชิดกับสัตว์ต่างๆ สมใจเลยทีเดียว ที่อยู่ : ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พิกัด :https://goo.gl/maps/Usq6GSRrG3yTtMCZ9 เปิดให้เข้าชม : 06.00-18.00 น. โทร :08-7198-4056 เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/khaokhowildlifebreeding =============== 17.Amazing Dinosaur เขาค้อ Zen S Prarom / Shutterstock.com พาเด็กๆ มาเที่ยวสนุกเปิดโลกจินตาการได้ทั้งบ้านที่Amazing Dinosaur เขาค้อ ค่ะ ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ไดโนเสาร์ ที่รับรองว่าต้องสนุกสนานกันอย่างแน่นอน เพราะมีไดโนเสาร์มากมายหลายสายพันธุ์ให้ได้ถ่ายรูปสวยๆ และเรียนรู้เรื่องราวไปด้วย อีกทั้งยังมีไดโนเสาร์ที่ขยับได้เหมือนมีชีวิตเลยทีเดียวค่ะ เด็กๆ ต้องอะเมซซิ่งมากแน่ๆ Zen S Prarom / Shutterstock.com ที่อยู่ : 207 หมู่ 13 ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/DvNvjfM4Vic253uE8 เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น. โทร :08-7782-2494 เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/AmazingDinosaurKhaokho ===============
ที่เที่ยวดัง • 25 พ.ย. 68
อ่าน
เปรียบเทียบ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี 2025 ญี่ปุ่น จีน เกาหลี ไปเที่ยวไหนดี
ฤดูใบไม้ร่วง เป็นช่วงที่หลายคนรอคอย เพราะเป็นช่วง ที่ธรรมชาติสวยที่สุด ใบไม้จะเปลี่ยนสีเติมแต่งภูมิประเทศด้วยเฉดแดง ส้ม และเหลืองทองอร่าม ซึ่ง 3 ประเทศ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามในฤดูนี้ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน และ เกาหลี ซึ่งแต่ละที่ก็มีเสน่ห์แตกต่างกัน ทำให้หลายๆคนเกิดคำถามยอดฮิตทุกปีว่าจะไปประเทศไหนดี? เราเลยจะมา เปรียบเทียบ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น จีน เกาหลี ไปเที่ยวไหนดี พร้อมแนะนำ พิกัด จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี ที่ไม่ควรพลาดค่ะ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น VS เกาหลี VS จีนเที่ยวไหนดี สวยระดับท็อป พลาดไม่ได้! ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 🍁 ญี่ปุ่น ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่โรแมนติกที่สุดเวลาใบไม้เปลี่ยนสี เพราะไม่ใช่แค่ภูเขาและธรรมชาติเท่านั้นที่งดงาม แต่ยังมี ศาลเจ้า วัดเก่า สวนญี่ปุ่น และเมืองโบราณ ที่เข้ากันอย่างลงตัวกับสีแดง ส้ม เหลืองของใบไม้ ราวกับภาพวาด บรรยากาศอบอุ่น และโรแมนติก ทำให้การชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ ทำให้หลายๆ คนอยากมาสัมผัสสักครั้งในชีวิตค่ะ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น ที่แนะนำ 1. Arashiyama เกียวโต อาราชิยามะ (Arashiyama) ย่านธรรมชาติ และวัฒนธรรมสุดฮิตของ เกียวโต ที่ใครมาก็ต้องมาเช็กอิน ไฮไลต์ของที่นี่คือ วิวภูเขาสวยๆ และ แม่น้ำคัตสึระ (Katsura River) โดยเฉพาะ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ในฤดูใบไม้ร่วง วิวต้นไม้ภูเขาที่นี่จะเต็มไปด้วยสีแดง เหลือง ส้ม แบบสวยสะกดตาแบบสุดๆ และอีกจุดที่ห้ามพลาดคือ สะพานโทเก็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge) ที่มีวิวแม่น้ำตัดกับภูเขา และใบไม้เปลี่ยนสี บอกเลยว่าสวยมากๆ นอกจากนี้ ยังมี วัดเท็นริวจิ (Tenryū-ji) กับสวนญี่ปุ่นดั้งเดิม ที่ใบไม้เปลี่ยนสีสะท้อนน้ำในสระ สวยเหมือนภาพวาด และยังมี เส้นทางเดินริมแม่น้ำคัตสึระ ให้เดินเล่นชิลๆ ชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีแบบพาโนรามา เรียกได้ว่าอาราชิยามะ รวมความงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมญี่ปุ่นไว้ครบในที่เดียว ถ้ามาเกียวโตช่วงฤดูใบไม้ร่วง ที่นี่คือพิกัดห้ามพลาดเลยค่ะ 🌿 ดูเพิ่มเติมที่ เที่ยวเกียวโต 10 ที่เที่ยวอาราชิยามะ ญี่ปุ่น ย่านเก่าแก่ แสนคลาสสิก 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/q9ZcWaBt1rG3KSkF6 🍁 ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายเดือนพฤศจิกายน - ต้นเดือนธันวาคม ============= 2. Kamikochi นากาโนะ คามิโคจิ (Kamikochi) ตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นตอนเหนือ จังหวัดนากาโนะ เป็นหนึ่งใน จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น ที่นี่ยังคงความสมบูรณ์ของธรรมชาติแบบดิบๆ ไฮไลต์คือ แม่น้ำอาซุสะ(Azusa River) ที่ใสสะอาด น้ำไหลเย็นตลอดปี ทำให้สีสันของใบไม้สะท้อนบนผิวน้ำสวยสุดๆ และ ภูเขาโฮทากะ (Mount Hotaka) ทำหน้าที่เป็นแบ็คกราวนด์สุดอลังมากๆ เลยค่ะ นอกจากนี้ ยังมี สะพานคัปปะบาชิ (Kappa Bridge) จุดถ่ายรูปยอดฮิตที่เห็นแม่น้ำล้อมรอบด้วยสีแดง เหลือง และส้มของใบไม้ รวมถึงเส้นทางเดินชมธรรมชาติ ทั้งแบบสั้นสำหรับเดินเล่น และแบบยาวสำหรับขึ้นเขา ใครอยากชมวิวป่าเขาและแม่น้ำใสล้อมด้วยภูเขาสูงพร้อมใบไม้สีสันสดต้องแวะมาที่คามิโคจิเลย! 🌿 ดูเพิ่มเติมที่ คามิโคจิ Kamikochi ที่เที่ยวญี่ปุ่น ธรรมชาติ เดินป่า พร้อมเดินทางไป 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/a1EEXnbtDPNWiU7F8 🍁 ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายเดือนกันยายน - ต้นเดือนพฤศจิกายน ============= 3. Daigoji Temple เกียวโต ถ้าอยากไป ชมใบไม้เปลี่ยนสีแบบญี่ปุ่นแท้ๆ หนึ่งใน จุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสี ที่ต้องใส่ไว้ในลิสต์คือ วัดไดโกจิ (Daigoji Temple) วัดเก่าแก่ของเกียวโต ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ฟีลของที่นี่ดีสุดๆ ไฮไลต์สำคัญคือ อาคารเบนเทนโดะ อาคารเก่าแก่ที่สุดของเกียวโต สีแดงสดเด่นสะท้อนอยู่ริมสระ ทำให้ถ่ายรูปออกมาสวยเหมือนภาพวาด และยังให้บรรยากาศโรแมนติกแบบญี่ปุ่นสุดๆ นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีหลายจุดให้เดินเล่นชิลๆ ไม่ว่าจะเป็น Sanboin อาคารหลังใหญ่ Shimo Daigo ที่เก็บวัตถุโบราณ และ พระพุทธรูป Yugushi Buddha หรือจะไปชมของสะสมใน พิพิธภัณฑ์ Reihokan Museum ก็ได้ค่ะ สำหรับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีแบบญี่ปุ่นแท้ๆ วัดไดโกจิถือเป็นพิกัดห้ามพลาดเลย ทุกมุมของที่นี่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่และวิวรอบๆ ที่สวยเหมือนโปสการ์ด รับรองว่ามาแล้วเต็มอิ่มทั้งสายชิลและสายถ่ายรูปแน่นอนค่ะ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/VWD3h92fnaFN66uT9 🍁 ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายเดือนพฤศจิกายน - ต้นเดือนธันวาคม ============= ใบไม้เปลี่ยนสี จีน 🍁 จีน เป็นประเทศที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอลังการ ไม่ว่าจะเป็น ภูเขาสูง หุบเขาลึก น้ำตกไหลเย็น และ ทะเลสาบใสสะอาด ทำให้ฤดูใบไม้ร่วงที่นี่มีเสน่ห์มากๆ เพราะสีสันของใบไม้เปลี่ยนเป็นเหลืองทอง แดง ส้ม กว้างไกลแบบพาโนรามา ทุกจุดชมวิวเต็มไปด้วยความงดงามและบรรยากาศสงบ เหมาะสุดๆ สำหรับคนอยากมาดื่มด่ำกับวิวธรรมชาติแบบเต็มอิ่มค่ะ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี จีนที่แนะนำ 1. Jiuzhaigou มณฑลเสฉวน ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติดูอ่อนโยน และน่าหลงใหลที่สุด ถ้าใครกำลังมองหาสถานที่ที่ปล่อยสายตาไปกับวิวที่สวยเหมือนภาพวาดแล้วล่ะก็ จิ่วจ้ายโกว (Jiuzhaigou) คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ เพราะในฤดูใบไม้ร่วงใบไม้จะค่อยๆ เปลี่ยนจากเขียว เหลือง ส้ม แดง ตัดกับน้ำตกและทะเลสาบสีฟ้าใส เป็นภาพที่เหมือนหลุดมาจากโปสการ์ดเลยทีเดียว! ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดของที่นี่คือ ทะเลสาบห้าสี (Five Flower Lake) จุดชมวิวสุดไอคอนิก น้ำใสจนมองเห็นต้นไม้ใต้น้ำ แถมยังสะท้อนสีสันของใบไม้รอบๆ ได้สวยแบบตะลึง และอีกหนึ่งแลนด์มาร์คก็คือ น้ำตกนู่รือหลาง (Nuo Ri Lang Waterfall) น้ำตกที่กว้างและใหญ่ที่สุดในอุทยาน ยิ่งช่วงใบไม้เปลี่ยนสี บอกเลยว่าน้ำตกที่มีฉากหลังเป็นโทนทองแดงคือสวยสุดๆ นอกจากนี้ ยังมีทุ่งหญ้า ป่าเขา และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติให้เดินเล่นชิลๆ สูดอากาศเย็นๆ พร้อมชมวิวใบไม้หลากสี ฟีลคือดีงามมาก ถ้าใครอยากเห็นใบไม้เปลี่ยนสีที่มีครบทั้งทะเลสาบใส น้ำตกอลัง และภูเขาสวยๆ จิ่วจ้ายโกว นี่แหละคือ Dream Destination ที่ควรไปสักครั้งในชีวิตเลยค่ะ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ksksdiwrLGvsuPce8 🍁 ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ต้นเดือนตุลาคม - กลางเดือนพฤศจิกายน ============= 2. Kanas National Geopark ซินเจียงเหนือ อุทยานคานาสือ (Kanas National Geopark) ในฤดูใบไม้ร่วงถือเป็นอีกหนึ่ง จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี ที่สวยงามของ ซินเจียงเหนือ เลยค่ะ พอหน้าร้อนผ่านไป สีเขียวของป่าก็เริ่มค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเหลือง ส้ม แดง และทอง ไล่โทนกันอย่างลงตัว ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดของคานาสือคือ ทะเลสาบคานาสือ (Kanas Lake) ใสสะท้อนสีใบไม้รอบๆ สวยเหมือนโปสการ์ดเลยค่ะ นอกจากนี้ อีกหนึ่งจุดที่แนะนำคือ หมู่บ้านทู่วา (Tuwa Village) เดินเล่นถ่ายรูปชิลๆ ได้ฟีลสุด เพราะที่นี่ชาวบ้านยังคงวิถีชีวิตดั้งเดิม บ้านไม้เรียงรายท่ามกลางภูเขา บรรยากาศสงบเหมือนหมู่บ้านยุโรปผสมเอเชียเลยค่ะ ส่วนใครอยากชมความอลังการ ต้องไม่พลาด ป่าโป๊ยฮวาอู่อ๋อร์เหอ ที่ต้นไม้เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองทั่วทั้งผืนป่าเลยค่ะ ในฤดูใบไม้ร่วง อุทยานคานาสือไม่ได้มีดีแค่สีสันของต้นไม้ แต่ยังรวมเสน่ห์ของภูเขา ทะเลสาบ และหมู่บ้านเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ใครอยากชมใบไม้เปลี่ยนสีในบรรยากาศสงบและกว้างใหญ่ แนะนำที่นี่เลย! 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/VArTLrvB7WJzc9qF6 🍁 ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ต้นกันยายน - กลางตุลาคม ============= 3. Jinta Desert Populus Euphratica Forest มณฑลกานซู่ ใครที่อยากชม ใบไม้เปลี่ยนสีในจีน อีกหนึ่งพิกัดห้ามพลาดคือ ทะเลทรายจินถ่า (Jinta Desert Populus Euphratica Forest) ตั้งอยู่ที่ตั้งอยู่ในอำเภอจินถ่า เมืองจิ่วเฉวียน มณฑลกานซู่ ไฮไลต์ของที่นี่คือ ต้นหูหยาง (Populus Euphratica) พรรณไม้มหัศจรรย์ที่เติบโตได้แม้อยู่ท่ามกลางทะเลทรายแห้งแล้ง พายุทราย และดินเค็ม ซึ่งช่วงปลายกันยายนถึงกลางตุลาคม ใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองตัดกับฉากหลังทะเลทรายกว้างใหญ่ บอกเลยว่าสวยตระการตามาก แถมยังมี ทะเลสาบจินถ่า (Jinta Lake) ที่ผืนน้ำสะท้อนทั้งฟ้าและต้นไม้สีทอง จนที่นี่กลายเป็นโอเอซิสกลางทะเลทราย และโลเคชันถ่ายรูปสุดปังเลยค่ะ นอกจากจะมาเดินเล่นชมวิวรอบทะเลสาบแล้ว ยังมีโอกาสชมสัตว์ป่าแบบใกล้ชิด และเพลิดเพลินกับบรรยากาศเงียบสงบของธรรมชาติอีกด้วย ใครที่เป็นสายถ่ายรูปและชอบธรรมชาติ ต้องตกหลุมรักที่นี่แน่นอนค่ะ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/vU6XAgZ2dmPS7S1b9 🍁 ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายเดือนกันยายน - กลางเดือนตุลาคม ============= ใบไม้เปลี่ยนสี เกาหลี 🍁 ช่วงฤดูใบไม้ร่วงของเกาหลี บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและโรแมนติก ใบไม้ค่อยๆ เปลี่ยนสีจากเขียวสดเป็นแดง ส้ม เหลืองทอง และน้ำตาล ทำให้ภูเขา ป่า และสวนสาธารณะกลายเป็นพรมสีสันสดใสเหมือนภาพวาด ในเมืองใหญ่ เช่น โซล (Seoul) หรือ ปูซาน (Busan) ก็มีมุมชมใบไม้เปลี่ยนสี ส่วนในชนบทหรือภูเขาวิวยิ่งอลังการ เหมาะทั้งถ่ายรูปและเดินป่า ใบไม้สีแดงตัดกับฟ้าสดใส ทำให้ภาพดูอบอุ่นและสดชื่นขึ้นค่ะ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี เกาหลีที่แนะนำ 1. Jangtaesan Recreational Forest แทจอน Ozone foto / Shutterstock.com ถ้าใครกำลังมองหามุมสงบๆ ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เกาหลี ต้องห้ามพลาด ป่าจางแทซาน(Jangtaesan Recreational Forest) เลย ที่นี่เป็น ป่าสนเมตาเซโคเอีย (Metasequoia) ขนาดใหญ่ โอบล้อมด้วยภูเขา และธรรมชาติสุดอุดม พอถึงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม และแดง ไล่โทนกันสวยเหมือนภาพโปสการ์ด ที่นี่เหมาะทั้งกับการเดินป่าแบบสบายๆ สูดอากาศสดชื่น หรือใครอยากชมวิวใบไม้จากมุมสูง ก็มี ทางเดินลอยฟ้า (Skyway) และ สะพานแขวน ให้ลองเดิน ถ่ายรูปกับต้นเมตาเซโคเอียเรียงรายตลอดเส้นทาง รับรองว่าได้รูปสวยๆ แน่นอนค่ะ นอกจากป่าสนแล้ว ที่นี่ยังมี อ่างเก็บน้ำ Yongtaeul วิวอลังการ มองจากมุมไหนก็สวย มีเส้นทางเดินชมธรรมชาติ สวนพฤกษศาสตร์ และทางเดินเท้าเปล่าให้สัมผัสป่าแบบใกล้ชิด สำหรับใครที่อยากพักผ่อนแบบชิลๆ ก็มี ทางนวดเท้า สวนน้ำเล็กๆ และลานกว้างให้มานั่งเล่นหรือปิกนิกได้ ถ้าอยากได้รูปสวยๆ พร้อมสูดอากาศดีๆ แนะนำให้ปักหมุด Jangtaesan Recreational Forest ไว้ในลิสต์เลยค่ะ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสุดโรแมนติก ที่รับรองว่าต้องประทับใจแน่นอนค่ะ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ic9cESemB8jydYt1A 🍁 ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายเดือนตุลาคม - ต้นเดือนพฤศจิกายน ============= 2. Hwadam Botanic Gardenควังจู Supavadee butradee / Shutterstock.com ถ้าอยากหาที่เดินชิลๆ ชมใบไม้เปลี่ยนสีแบบเต็มอิ่ม ต้องห้ามพลาด สวนพฤกษศาสตร์ฮวาดำ (Hwadam Botanic Garden) เลยค่ะ ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากโซล เดินทางสะดวก แถมบรรยากาศคือสุดปังจริงๆ ไฮไลต์เด็ดของที่นี่คือ เคเบิลคาร์กลางป่า ที่พาเราลอยเหนือทิวไม้สีส้ม แดง เหลือง มองลงมาคือสวยอลังการมากๆ เลยค่ะ นอกจากนี้ ที่นี่ยังมี เส้นทางเดินชมธรรมชาติกว่า 4 กิโลเมตร ให้เดินชิลๆ สัมผัสความสวยของป่าไม้หลายโซน ทั้งป่าเมเปิ้ล ป่าสน และสวนไม้ดอกที่จัดวางอย่างลงตัว สีสันสดใสตัดกับวิวภูเขา เดินไปมุมไหนก็ถ่ายรูปสวยแบบง่ายๆ เลยค่ะ MarudTravelPhoto / Shutterstock.com สำหรับใครอยากนั่งพักชิลๆ ที่นี่ก็มี มุมพักริมบึงน้ำ ที่สะท้อนภาพต้นไม้สีสวยลงไปในน้ำ บอกเลยว่าฟีลโรแมนติกสุดๆ เหมาะทั้งเดินคนเดียวชิลๆ หรือมาคู่ก็หวานมาก และอีกหนึ่งจุดที่หลายคนชอบคือ สะพานหัวใจ ให้คู่รักมาคล้องกุญแจเป็นสัญลักษณ์รัก ฟีลเหมือนอยู่ในซีรีส์เลยค่ะ ใครกำลังมองหาจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เกาหลี ที่ทั้งฟินและโรแมนติก มาที่นี่เลยค่ะ! 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Qchp5qywXwadRhCm8 🍁 ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายเดือนตุลาคม - ต้นเดือนพฤศจิกายน ============= 3. Nami Island คังวอน ถ้าใครใฝ่ฝันถ้าใครฝันอยากเดินท่ามกลางทางเดินสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้สีเหลือง ส้ม แดง เรียงเป็นแถวสวยเหมือนหลุดไปอยู่ในซีรีส์เกาหลี ต้องมาที่ เกาะนามิ (Nami Island) เลยค่ะ ไฮไลต์ของที่นี่คือ ทางเดินที่เรียงรายไปด้วยต้นแปะก๊วย เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสะดุดตา และ ต้นเมเปิล ที่ไล่สีจากเขียวเป็นส้มและแดงสด บอกเลยว่าถ่ายรูปมุมไหนก็สวย บรรยากาศดูอบอุ่นสุดๆ ค่ะ นอกจากนี้ บริเวณรอบๆ เกาะก็สามารถ เดินเล่นชิลๆ แวะถ่ายรูปเพลินๆ หรือ เช่าจักรยานปั่นชมวิว ก็สนุกไปอีกแบบ แถมบนเกาะยังมีคาเฟ่น่ารักๆ ให้แวะจิบเครื่องดื่มพร้อมมองวิวใบไม้เปลี่ยนสี ใครมากับแฟนก็ฟีลหวานสุดๆ ส่วนครอบครัวหรือเพื่อนก็สามารถ เดินเล่น ถ่ายรูป หรือปิกนิกชิลๆ ได้เหมือนกัน ใครที่อยากชมใบไม้เปลี่ยนสี เกาะนามิ ถือเป็นจุดที่ห้ามพลาดเลยค่ะ รับรองว่าจะได้รูปสวยๆ กลับไปแน่นอน! 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Y7HmfiexgRggo67t7 🍁 ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายเดือนตุลาคม - กลางเดือนพฤศจิกายน ============= ครบๆ แล้วค่ะ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี ทั้ง ญี่ปุ่น จีน เกาหลี บอกเลยว่าแต่ละที่ก็มีความสวยงามแตกต่างกันไป ใครที่กำลังวางแผนการเดินทางไปเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงฤดูใบไม้ร่วง 2025 นี้ ชอบที่ไหน รักที่ไหน ก็ปักหมุดไปกันได้เลยน้า!
เที่ยวต่างประเทศ • 8 ต.ค. 68
อ่าน
Rainbow Mountain ที่เที่ยวเปรู ภูเขาสีรุ้ง พิกัดสวย มหัศจรรย์ของโลก
มาดูหนึ่งในความมหัศจรรย์ของโลกกันดีกว่า ที่นี่ปักหมุดอยู่ใน ประเทศเปรู นั่นเองค่ะ เป็น ภูเขาสวย ที่มีสันสวยงามแบบสายรุ้ง มีชื่อว่า Rainbow Mountain หรือ ภูเขาสีรุ้ง ความงดงามจากธรรมชาติที่หาชมได้ที่นี่เท่านั้น บอกเลยว่าครั้งหนึ่งในชีวิตควรจะมาให้เห็นกับตาตัวเองค่ะ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก มีอะไรบ้าง มรดกโลก ที่ต้องไปเห็นสักครั้ง ที่เที่ยวเปรู ภูเขาสีรุ้ง Rainbow Mountainที่ครั้งหนึ่งต้องมาชม ไฮไลท์ ของ Rainbow Mountain Rainbow Mountain หรือ Apu Winicunca พิกัดที่เที่ยวดัง สุดมหัศจรรย์ของ ประเทศเปรู โดยเป็นหุบเขาที่มีสีสันสวยงามแบบสายรุ้งอยู่บนแนวเทือกเขาแอนดีสนั่นเองค่ะ ซึ่งจะตั้งอยู่ในแคว้น Cusco ทางตอนใต้ของประเทศ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลกว่าถึง 5,200 เมตรเลยทีเดียว และภูเขานี้เองยังเป็นภูเขาในตำนานของชนเผ่าอินคา ที่เชื่อว่าเทือกเขาแห่งนี้ เป็นเทือกเขาแห่งจิตวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ เหมือนกับที่บรรดาลามะและรินโปเชนิยมบำเพ็ญพรตบนเทือกเขาสูง เพื่อค้นหาจิตวิญญาณในตนเองนั่นเอง แน่นอนว่าสีสันที่เราเห็นนี้ เกิดขึ้นมาจากธรรมชาติล้วนๆ ซึ่งมาจากแร่ธาตุหลากหลายชนิด มากกว่า 14 ด้วยกัน โดยสีแต่ละสีบนภูเขามาจากการสะสมของแร่ธาตุที่ต่างกัน อย่างเช่น สีแดงนั้น จะเกิดขึ้นมาจากสนิมเหล็กออกไซด์ สีเขียวและสีเหลืองมาจากคลอไรต์ ส่วนสีส้มและสีเหลืองคือเหล็กซัลไฟด์ เป็นต้น แม้ว่านักธรณีวิทยาและนักประวัติศาสตร์ต่างๆ จะคาดการณ์กันว่าหุบเขานี้ น่าจะมีอายุเก่าแก่มากถึง 5,000 ปีก่อน แต่ Rainbow Mountain นั้น ค้นพบขึ้นเมื่อประมาณปีค.ศ. 2013 นี่เองค่ะ ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมล่ะ เพราะเมื่อก่อนภูเขาถูกปกคลุมด้วยหิมะทั้งหมด แต่พอเกิดภาวะโลกร้อนขึ้นมา ทำให้น้ำแข็งเลยละลายจนเห็นเป็นสีต่างๆ แต่ความสวยมักแลกมาด้วยความท้าทายอย่างมากค่ะ การจะเดินทางไปยัง Rainbow Mountain นั้น เราจะต้องนั่งรถจากเมือง Cuzco มาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆ และต้องเดินเท้าขึ้นไป ซึ่งแน่นอนว่าความสูงเป็นอุปสรรคอย่างมาก เพราะอากาศจะเบาบาง ทำให้อาจหายใจลำบาก เหนื่อยง่าย และใช้เวลาเดินไปกลับรวมประมาณกว่า 4 ชั่วโมงเลยทีเดียวค่ะ แต่โหดแบบนี้ พอได้เห็นความสวยอันมหัศจรรย์จากธรรมชาตินี้ ก็น่าจะคุ้มค่ามากๆ สำหรับใครหลายๆ คนนะคะ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rqULW1B1D71k6pzB7
เที่ยวต่างประเทศ • 27 ก.ย. 68
ดู
ฤดูกาลสีขาวบนขอบแอลป์
ทรูวิชั่นส์ • 1 ส.ค. 68
ดู
จิตวิญญาณแห่งขุนเขา
ทรูวิชั่นส์ • 1 ส.ค. 68
ดู
ราชันแห่งหิมาลัย
ทรูวิชั่นส์ • 1 ส.ค. 68
ดู
ติดเขา
สารคดี • 21 ก.ค. 64
อ่าน
จับตาภูเขาไฟ “ไอซ์แลนด์” ปะทุครั้งที่ 12 ในรอบ 4 ปี สั่งอพยพด่วน!
เกิดเหตุการณ์ภูเขาไฟปะทุบริเวณ “คาบสมุทรเรคยาเนส” ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ โดยมีลาวาสีส้มแดงพวยพุ่งออกมาจากปากปล่องอย่างรุนแรง เผาทำลายพื้นที่โดยรอบ ส่งผลให้ทางการเร่งดำเนินการอพยพประชาชนและนักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่เสี่ยงใกล้จุดปะทุเหตุการณ์ปะทุครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในการระเบิดของภูเขาไฟหลายครั้งที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้ โดยเฉพาะในพื้นที่คาบสมุทรเรคยาเนส ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง “เรคยาวิก” สร้างความวิตกกังวลในวงกว้าง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่ รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศจากภาพถ่ายที่เผยแพร่ผ่านสื่อท้องถิ่นและสื่อสังคมออนไลน์ สามารถเห็นลาวาร้อนพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และไหลออกตามแนวรอยแยกบนพื้นดิน กระจายไปทั่วบริเวณภูเขาไฟ โดยหน่วยงานธรณีวิทยาของไอซ์แลนด์รายงานว่า การปะทุครั้งนี้มีความรุนแรงพอสมควร และยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะยุติเมื่อใด ท่าอากาศยานนานาชาติเคฟลาวิก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองหลวงของไอซ์แลนด์ ยังคงเปิดให้บริการตามปกติในเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ทางการยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย และอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกเที่ยวบินหากสถานการณ์แย่ลงในขณะเดียวกัน มีรายงานว่า มีการอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่าง “บลูลากูน” (Blue Lagoon) รีสอร์ทสปาน้ำแร่ชื่อดังของประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณใกล้จุดปะทุ เช่นเดียวกับในเมือง “กรินดาวิค” (Grindavík) ที่เคยมีประชากรอาศัยอยู่เกือบ 4,000 คน แต่ในปัจจุบันแทบจะกลายเป็นเมืองร้าง เนื่องจากความเสี่ยงจากทั้งภูเขาไฟและแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในพื้นที่นี้ไอซ์แลนด์ได้รับสมญานามว่าเป็น “ดินแดนแห่งน้ำแข็งและไฟ” เนื่องจากมีทั้งธารน้ำแข็งจำนวนมาก และยังเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟกว่า 130 ลูก ซึ่งบางลูกยังคงมีพลังอยู่ โดยเฉพาะในพื้นที่คาบสมุทรเรคยาเนสที่มีแนวรอยเลื่อนทางธรณีวิทยาสำคัญพาดผ่าน ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวใต้พื้นดินอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2021 ที่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลภูมิประเทศและการเคลื่อนไหวของแผ่นดินอย่างละเอียดในพื้นที่คาบสมุทรเรคยาเนส พบว่ามี การปะทุของภูเขาไฟเกิดขึ้นแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ครั้ง ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี ซึ่งนักธรณีวิทยามองว่า เป็นสัญญาณของการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของเปลือกโลกในพื้นที่นี้ที่อาจดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่งแม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะยังไม่ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานหรือระบบคมนาคมหลักของประเทศ แต่ทางการยังคงเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด และเตรียมแผนรับมือเพิ่มเติมหากการปะทุยืดเยื้อหรือขยายวงกว้าง โดยประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงได้รับคำแนะนำให้อยู่ในความสงบ และติดตามประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด
TNN ช่อง16 • 17 ก.ค. 68
อ่าน
ธารน้ำแข็งละลาย เสี่ยงปลุกภูเขาไฟให้ตื่น
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเปิดประตูสู่ภัยคุกคามใหม่ที่โลกยังไม่พร้อมรับมือ นั่นคือ การปะทุของภูเขาไฟที่อาจเกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง การศึกษาที่นำเสนอในงานประชุมวิทยาศาสตร์ Goldschmidt โดยนักภูเขาไฟวิทยา Pablo Moreno-Yaeger จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน เผยให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างธารน้ำแข็งที่กำลังละลายกับการฟื้นคืนชีพของภูเขาไฟที่สงบนิ่งมานาน เช่น ภูเขาไฟ Mocho-Choshuenco ในประเทศชิลี ซึ่งครั้งหนึ่งเคยอยู่ใต้ผืนธารน้ำแข็งโบราณในแถบพาตาโกเนียคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) เตือนว่า ปรากฏการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นในไอซ์แลนด์ และอาจขยายผลกระทบไปยังทวีปอื่น เช่น อเมริกาเหนือ รัสเซีย นิวซีแลนด์ และแม้แต่อเมริกาใต้ ผลพวงของการละลายของธารน้ำแข็งไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มระดับน้ำทะเล แต่รวมถึงการลดทอนแรงกดทับในเปลือกโลก ซึ่งอาจนำไปสู่การเคลื่อนตัวของหินหนืด (แมกมา) และปลุกภูเขาไฟให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง น้ำแข็งที่ปกคลุมภูเขาไฟจำนวนมากทำหน้าที่เป็น “ฝาปิด” ธรรมชาติที่กดทับแมกมาไว้ใต้ผิวโลก แต่เมื่อโลกร้อนขึ้นและน้ำแข็งละลาย แรงกดนั้นจะหายไป เปลือกโลกจะยกตัวขึ้นเล็กน้อย ทำให้แมกมาสามารถไหลขึ้นสู่ผิวโลกได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ แก๊สภายในแมกมาจะมีพื้นที่ในการขยายตัวมากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการปะทุของภูเขาไฟการศึกษาภูมิภาคพาตาโกเนียในอเมริกาใต้ตอนล่างพบว่าเมื่อประมาณ 18,000 ปีก่อน พื้นที่ดังกล่าวถูกปกคลุมด้วยแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ แรงกดมหาศาลจากน้ำแข็งทำให้แมกมาที่สะสมตัวอยู่ใต้ผิวโลกต้องหยุดนิ่ง แต่เมื่อภูมิอากาศเปลี่ยน น้ำแข็งละลายและแรงกดลดลง ทำให้เกิดการยกตัวของแผ่นเปลือกโลก และเกิดการระบายก๊าซและแมกมาในที่สุด ซึ่งส่งผลให้ภูเขาไฟบางแห่งในอดีตเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงภูเขาไฟ Mocho-Choshuenco ในชิลีที่ปัจจุบันสงบนิ่ง เคยแสดงให้เห็นว่า กิจกรรมการปะทุของมันในอดีตมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการถอยร่นของธารน้ำแข็งในภูมิภาค แม้ว่าจะต้องใช้เวลาหลายพันปีกว่าการละลายของธารน้ำแข็งจะนำไปสู่การปะทุของภูเขาไฟ แต่อัตราการละลายในปัจจุบันโดยเฉพาะในพาตาโกเนีย กำลังเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้เปลือกโลกยกตัวเร็วขึ้นด้วยเช่นกัน สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าการปะทุของภูเขาไฟจากผลของโลกร้อนไม่ใช่เพียงทฤษฎีในอนาคตอันไกลโพ้นอีกต่อไปไม่เพียงแค่ในพาตาโกเนีย ปรากฏการณ์ลักษณะเดียวกันยังถูกพบในไอซ์แลนด์ ซึ่งมีการสังเกตว่าภูเขาไฟมักจะปะทุถี่ขึ้นเมื่อธารน้ำแข็งถอยร่นลง ล่าสุด งานวิจัยยังเตือนถึงความเป็นไปได้ที่ปรากฏการณ์นี้จะเกิดในแถบแอนตาร์กติกา นิวซีแลนด์ และบางส่วนของรัสเซียและอเมริกาเหนือเช่นกันการปะทุของภูเขาไฟไม่ได้ส่งผลเฉพาะในพื้นที่ใกล้เคียง แต่ยังปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมากเข้าสู่บรรยากาศโลก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งสามารถทำให้โลกร้อนขึ้นเร็วขึ้น วงจรนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ "วงจรป้อนกลับเชิงบวก" ซึ่งหมายถึงเมื่อโลกร้อนขึ้น น้ำแข็งละลายมากขึ้น ส่งผลให้ภูเขาไฟปะทุมากขึ้น และปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น วนลูปไปไม่รู้จบแม้ว่าเราจะยังมีเวลา ก่อนที่หายนะในระดับนี้จะมาถึง แต่สิ่งที่สำคัญคือการตระหนักรู้ว่าโลกร้อนไม่ได้เพียงทำให้อากาศร้อนหรือพายุรุนแรงขึ้นเท่านั้น หากยังสามารถเปลี่ยนสมดุลของโลกในระดับธรณีวิทยาได้ด้วย ขณะนี้เราอาจยังควบคุมชะตากรรมของโลกได้ หากลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง ก่อนที่ธรรมชาติจะตอบโต้กลับด้วยพลังที่เราไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป
TNN ช่อง16 • 16 ก.ค. 68
อ่าน
น้ำแข็งกำลังละลายหนัก! นักวิทย์ฯผวา เสียงเตือนจากโลก แต่สหรัฐฯหยุดเผยข้อมูลน้ำแข็งทะเล
นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศทั่วโลกแสดงความกังวล หลังสหรัฐอเมริกาประกาศจะยุติการประมวลผลและแบ่งปันข้อมูลดาวเทียมที่ใช้ในการติดตามน้ำแข็งทะเลทั่วโลก ตั้งแต่สิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ข้อมูลใหม่ชี้ให้เห็นถึงระดับน้ำแข็งทะเลในทวีปแอนตาร์กติกาที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้เกิดการแตกตัวของภูเขาน้ำแข็งจากแผ่นน้ำแข็งลอยน้ำ ซึ่งอาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลในอัตราที่เร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้การติดตามปริมาณน้ำแข็งทะเลมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะน้ำแข็งทะเลทำหน้าที่สะท้อนพลังงานจากแสงอาทิตย์กลับออกสู่อวกาศ เมื่อปริมาณน้ำแข็งลดลง พื้นผิวมหาสมุทรที่เปิดโล่งจะดูดซับความร้อนได้มากขึ้น ซึ่งจะยิ่งเร่งให้โลกร้อนเร็วขึ้นข้อมูลสำคัญเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากดาวเทียมของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันเป็นแหล่งข้อมูลหลักของดัชนีน้ำแข็งทะเล (Sea Ice Index) ที่ศูนย์ข้อมูลหิมะและน้ำแข็งแห่งชาติสหรัฐฯ (NSIDC) ใช้ในการวิเคราะห์สภาพน้ำแข็งทั่วโลกแบบเกือบเรียลไทม์ ดร. อเล็กซ์ เฟรเซอร์ จากโครงการพันธมิตรแอนตาร์กติกาแห่งออสเตรเลีย (AAPP) ระบุว่า ดัชนีนี้เปรียบเสมือน “เครื่องวัดชีพจรของโลก” ที่ให้ข้อมูลสัญญาณเตือนล่วงหน้าในเวลาที่สำคัญ การสูญเสียข้อมูลต่อเนื่องจากระบบเดิมจะทำให้การประเมินสถานการณ์ยากขึ้น แม้ NSIDC จะพยายามเปลี่ยนไปใช้เครื่องมือจากดาวเทียมอื่นที่มีความละเอียดสูงกว่า แต่ก็เตือนว่า ข้อมูลใหม่เหล่านี้อาจไม่สามารถเทียบเคียงกับข้อมูลเดิมได้โดยตรง ซึ่งจะส่งผลต่อความต่อเนื่องของการเก็บข้อมูลระยะยาว และด้านดร. วอลต์ ไมเออร์ จาก NSIDC กล่าวเสริมว่า แม้จะมีเครื่องมืออื่น ๆ ที่สามารถใช้งานได้ แต่ความแตกต่างของเซ็นเซอร์จะสร้างความท้าทายในการรักษาความสอดคล้องของข้อมูลย้อนหลังหลายสิบปีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร PNAS Nexus ชี้ว่าการลดลงของน้ำแข็งทะเลกำลังเปิดทางให้คลื่นทะเลเข้าโจมตีแผ่นน้ำแข็งลอยน้ำ (ice shelves) ได้มากขึ้น ทำให้เกิดการแตกตัวและปล่อยภูเขาน้ำแข็งบ่อยครั้ง ซึ่งเสมือน “จุกขวด” ที่ช่วยชะลอการเคลื่อนตัวของน้ำแข็งจากแผ่นดินสู่ทะเล หากแผ่นน้ำแข็งเหล่านี้อ่อนแอลง ก็อาจเร่งการยกระดับน้ำทะเลได้อย่างมีนัยสำคัญ ดร. ซู คุก จาก AAPP เตือนว่า หากแบบจำลองที่ใช้อยู่ยังอ้างอิงข้อมูลจากอดีตโดยไม่ปรับตามสภาพปัจจุบันที่น้ำแข็งทะเลในช่วงฤดูร้อนลดลงอย่างมาก จะทำให้เกิดการประเมินต่ำเกินจริงถึงความเสี่ยงจากการละลายของแผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกางานวิจัยยังพบผลกระทบด้านระบบนิเวศ เช่น การตายของลูกนกเพนกวินจักรพรรดิถึง 7,000 ตัวในปี 2022 หลังน้ำแข็งที่พวกมันใช้เป็นที่หลบภัยแตกตัวก่อนกำหนดโฆษกกองทัพเรือสหรัฐฯ ยืนยันว่า ดาวเทียมในโครงการ DMSP ซึ่งเป็นของกองทัพอวกาศสหรัฐฯ มีกำหนดจะยุติภารกิจในปี 2026 โดยการยุติการประมวลผลข้อมูลจะเริ่มภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ เหตุผลหลักคือ “ระบบเก่าและทรัพยากรมีจำกัด” รวมถึงความไม่คุ้มค่าในการลงทุนปรับปรุงระบบที่อาจล้มเหลวได้ทุกเมื่อดังนั้นจะเห็นว่าการตัดสินใจหยุดให้ข้อมูลจากดาวเทียมของสหรัฐฯ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับสัญญาณอันตรายของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในทวีปแอนตาร์กติกา การขาดข้อมูลต่อเนื่องจะสร้างความท้าทายอย่างมากต่อการติดตาม วิเคราะห์ และเตือนภัยล่วงหน้า ซึ่งล้วนเป็นสิ่งจำเป็นในการรับมือกับวิกฤตโลกร้อนที่กำลังรุนแรงขึ้นทุกปี
TNN ช่อง16 • 15 ก.ค. 68
อ่าน
น้ำท่วมจีน-เนปาล เหตุจากธารน้ำแข็งละลาย ผู้เชี่ยวชาญชี้อนาคตเกิดบ่อยขึ้นแน่
ศูนย์นานาชาติเพื่อการพัฒนาพื้นที่ภูเขาแบบบูรณาการ หรือ ICIMOD ประเมินสาเหตุเบื้องต้นของเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันรุนแรงที่เกิดขึ้นบริเวณพรมแดนระหว่างจีนและเนปาล คาดว่าเกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งบนเทือกเขาลังตังทางตอนเหนือของเนปาลอย่างรวดเร็ว ปริมาณน้ำจำนวนมากเอ่อล้นจนไหลทะลักลงมาฉับพลัน เดิมทีทะเลสาบแห่งนี้เป็นเพียงแอ่งน้ำเล็กๆ รองรับน้ำจากการละลายของธารน้ำแข็ง แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดงให้เห็นว่าทะเลสาบขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งหมายถึงปริมาณน้ำมหาศาลที่พร้อมเอ่อทะลัก สาเหตุหลักคือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทำให้อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น อุทกภัยจากธารน้ำแข็งละลายเกิดถี่ขึ้นที่ผ่านมาอุทกภัยจากธารน้ำแข็งบริเวณเทือกเขาหิมาลัยและเทือกเขาฮินดูกูชมีคาบอุบัติซ้ำทุกๆ 5-10 ปี แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากลับพบว่าความถี่ของอุทกภัยที่มีสาเหตุจากธารน้ำแข็งละลายกลับเกิดถี่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ย้อนกลับไปในช่วงก่อนหน้านี้ พื้นที่บางส่วนของเนปาล อัฟกานิสถาน และปากีสถานพบว่ามีเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันซึ่งมีสาเหตุจากการละลายของธารน้ำแข็งเช่นกัน โดยผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์นานาชาติเพื่อการพัฒนาพื้นที่ภูเขาแบบบูรณาการระบุว่า ภาวะโลกร้อนส่งผลให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น และเชื่อมโยงกับการละลายของธารน้ำแข็งที่มากผิดปกติ ในปี 2020 มีการสำรวจพบทะเลสาบธารน้ำแข็งในเนปาลมากกว่า 2,000 แห่ง และในจำนวนนี้มีถึง 21 แห่งที่ถูกจัดให้อยู่ในระดับความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอุทกภัยได้ แต่เหตุการณ์อุทกภัยจากธารน้ำแข็งละลายที่เกิดขึ้นในจีน-เนปาลนั้น กลับมีสาเหตุจากทะเลสาบธารน้ำแข็งที่มีขนาดเล็กจนไม่มีใครคาดคิด นั่นหมายถึงความไม่แน่นอนของภัยพิบัติและความยากต่อการคาดการณ์ สัญญาณเตือนจากธรรมชาติอุทกภัยที่เกิดจากธารน้ำแข็งละลายนั้นสามารถสร้างความเสียหายได้รุนแรงมากกว่าสถานการณ์น้ำท่วมปกติ เนื่องจากปริมาณน้ำมหาศาลที่ไหลลงจากพื้นที่สูงที่มีความลาดชันเพิ่มความแรงและเร็วของกระแสน้ำ รวมถึงยังกวาดเอาหิน ดิน และเศษซากไหลรวมกันลงมา สร้างความเสียหายได้มากกว่าปกติ ซึ่งในอนาคตมีแนวโน้มที่จะเกิดถี่ขึ้นเนื่องจากอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นเร่งการละลายของธารน้ำแข็งให้เร็วกว่าเดิม ภัยพิบัติจากการละลายของธารน้ำแข็งจึงเป็นความท้าทายของทุกประเทศที่ตั้งอยู่ในบริเวณเทือกเขาสูง การเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิดจึงมีความจำเป็นที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน
TNN ช่อง16 • 12 ก.ค. 68
อ่าน
“ธารน้ำแข็งละลาย” ภัยเงียบที่อาจจุดชนวน “ภูเขาไฟระเบิด” ทั่วโลก
ผลการศึกษาใหม่จากประเทศชิลีชี้ให้เห็นว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทำให้ธารน้ำแข็งและแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ทั่วโลกละลาย อาจกระตุ้นให้เกิดการปะทุของภูเขาไฟมากขึ้น และมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เคยมีน้ำแข็งปกคลุมหนาแน่น เช่น แอนตาร์กติกากลไกเบื้องหลังคือ เมื่อธารน้ำแข็งละลาย แรงกดดันที่เคยกดทับชั้นแมกมาใต้ดินจะลดลง ทำให้แมกมาสามารถขยายตัวและระเบิดขึ้นสู่ผิวโลกได้ง่ายขึ้น ปรากฏการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นในไอซ์แลนด์มาแล้ว เนื่องจากเกาะตั้งอยู่บนแนวแผ่นเปลือกโลกที่เคลื่อนตัวตลอดเวลา แต่การศึกษาที่ชิลีถือเป็นครั้งแรก ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าการระเบิดภูเขาไฟลักษณะนี้สามารถเกิดขึ้นบนแผ่นดินด้วย ไม่จำกัดเพียงพื้นที่เกาะทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน ประเทศสหรัฐอเมริกา นำโดยนายปาโบล โมเรโน-ยาเกอร์ ได้ลงพื้นที่ตั้งแคมป์บริเวณเทือกเขาแอนดีส เพื่อศึกษาภูเขาไฟโมโช-โชชูเอนโก (Mocho-Choshuenco)ที่เคยถูกปกคลุมด้วยแผ่นน้ำแข็งปาตาโกเนียหนาถึง1,500เมตรเมื่อช่วงยุคน้ำแข็ง พวกเขาใช้การวิเคราะห์ธาตุกัมมันตรังสีและแร่ธาตุในหินภูเขาไฟ เพื่อประเมินอายุและลักษณะการระเบิดของภูเขาไฟก่อน ระหว่าง และหลังยุคน้ำแข็ง ผลการวิเคราะห์พบว่า ระหว่างช่วงที่ภูเขาไฟถูกน้ำแข็งปกคลุม (ประมาณ 26,000–18,000 ปีก่อน) การระเบิดของภูเขาไฟถูกยับยั้งไว้ ทำให้แมกมาสะสมอยู่ใต้ดินลึกประมาณ 10–15 กิโลเมตร แต่เมื่อธารน้ำแข็งเริ่มละลายเมื่อราว 13,000 ปีก่อน ความดันที่เคยกดทับลดลง ก๊าซในแมกมาเริ่มขยายตัว ทำให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงมากขึ้นนอกจากนี้ ยังพบว่าองค์ประกอบของแมกมาเปลี่ยนแปลงไปหลังการละลายของน้ำแข็ง เนื่องจากแมกมาหลอมละลายหินเปลือกโลกขณะถูกกดทับ ทำให้แมกมามีความหนืดสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้การปะทุมีแนวโน้มจะรุนแรงมากกว่าเดิมแม้ว่าไอซ์แลนด์จะมีหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการละลายของธารน้ำแข็งกับภูเขาไฟ แต่งานวิจัยชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่าปรากฏการณ์เดียวกันอาจเกิดขึ้นในแอนตาร์กติกาด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีภูเขาไฟอย่างน้อย100ลูกซ่อนตัวอยู่ใต้แผ่นน้ำแข็งหนา และน้ำแข็งเหล่านี้มีแนวโน้มจะละลายหมดภายในศตวรรษนี้จากภาวะโลกร้อน นักวิจัยเตือนว่า หากเกิดการระเบิดภูเขาไฟต่อเนื่องในระดับโลก นอกจากจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังอาจปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณมหาศาลอย่างคาร์บอนไดออกไซด์และมีเทนสู่ชั้นบรรยากาศ เพิ่มแรงขับเคลื่อนให้ภาวะโลกร้อนรุนแรงขึ้นอีก เป็นวัฏจักรย้อนกลับ (feedback loop)ที่ทั้งอันตรายและยากจะควบคุมที่ผ่านมา งานวิจัยที่ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างภูเขาไฟกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังมีอยู่อย่างจำกัด แต่นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่าการศึกษาในเรื่องนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเตรียมรับมือกับความเสี่ยงในอนาคต และเข้าใจวงจรการเปลี่ยนแปลงของโลกให้รอบด้านยิ่งขึ้น
TNN ช่อง16 • 10 ก.ค. 68
อ่าน
มหันตภัยระดับโลก ภูเขาไฟนับร้อยทำไมเสี่ยงระเบิดจากวิกฤตโลกเดือด?
โลกเดือด ธารน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ทำไมเสี่ยงทำให้ภูเขาไฟทั่วโลกระเบิด สะเทือนแผ่นดินข้อมูลน่าตื่นตระหนกนี้ มาจากงานศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งวิสคอนซิน ที่ชี้ว่า โลกของเรามีภูเขาไฟหลายร้อยแห่งที่ฝังตัวอยู่ลึกลงไปใต้ธารน้ำแข็ง ทั้งในแอนตาร์กติกา นิวซีแลนด์ และแถบอเมริกาเหนือ ธารน้ำแข็งนี่เองที่ทำหน้าที่กดทับไม่ให้ภูเขาไฟเหล่านี้ปะทุ แต่เมื่อโลกร้อนขึ้น ทำให้ธารน้ำแข็งละลายจนเบาบางลง นั่นจึงทำให้เกิดความเสี่ยงที่ภูเขาไฟหลายร้อยแห่งนี้ จะปะทุหรือระเบิดได้อันที่จริง นักวิทยาศาสตร์เคยนำเสนอทฤษฎีอันน่ากลัวนี้ มาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970หลักการนั้นไม่ซับซ้อน คือ น้ำหนักของธารน้ำแข็งกดทับชั้นเปลือกโลก ดังนั้น เมื่อธารน้ำแข็งเบาบางลง นั่นจึงทำให้ก๊าซและหินเหลวใต้พิภพขยายตัว จนอาจนำไปสู่ภูเขาไฟระเบิดได้และมันไม่ใช่เป็นการทำนายเท่านั้น แต่เคยเกิดขึ้นแล้ว เพราะเมื่อ 1 หมื่นปีก่อน กระบวนการเดียวกันนี้เกิดขึ้น และนำมาสู่ภูมิประเทศของไอซ์แลนด์ในปัจจุบันสำหรับงานศึกษาชิ้นนี้ ได้ใช้กระบวนการวิทยาศาสตร์ตรวจสอบภูเขาไฟอย่างน้อย 6 แห่งในพื้นที่ทางใต้ของชิลี เพื่อตรวจดูว่า ธารน้ำแข็งเหล่านี้ มีปฏิกิริยาต่อการละลายของแผ่นน้ำแข็งปาตาโกเนียอย่างไร พวกเขาพบว่า ย้อนไป 18,000-26,000 ปีก่อน ในจุดสูงสุดของยุคน้ำแข็ง แผ่นน้ำแข็งขนาดยักษ์ได้กดทับพลังใต้พิภพเอาไว้ ทำให้ภูเขาไฟไม่ปะทุออกมาแต่เมื่อแผ่นน้ำแข็งละลาย พลังที่ถูกกดทับไว้ ก็ปะทุออกมาอย่างรุนแรงที่น่าสนใจคือ ความเสี่ยงเกิดภูเขาไฟทั่วโลกปะทุ จากการละลายของธารน้ำแข็ง คือ โลกของเรามีภูเขาไฟ 245 ที่ยังคุกกรุ่นอยู่ ลึกลงไปใต้น้ำแข็ง 5 กิโลเมตร
TNN ช่อง16 • 9 ก.ค. 68
ดู
ภูเขาไฟยักษ์ที่เยลโลว์สโตน
ทรูวิชั่นส์ • 1 มิ.ย. 68
อ่าน
ภูเขาน้ำแข็งสีดำในแอตแลนติก ความลึกลับที่ยังรอการหาคำตอบ
ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Hallur Antoniussen ชาวประมงซึ่งกำลังล่องเรือ Saputi ในทะเลบราดอร์ซึ่งเป็นหนึ่งในทะเลของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือได้พบเห็นสิ่งที่ทำให้เขาต้องประหลาดใจ นั่นคือ “ภูเขาน้ำแข็งสีดำ” ลักษณะคล้ายกับเขม่า ลอยอยู่ท่ามกลางน้ำแข็งสีขาว ทำให้เขาต้องรีบถ่ายภาพเก็บเอาไว้และโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียจนกลายเป็นไวรัล เนื่องจากน้อยคนนักที่จะได้พบเห็น “ภูเขาน้ำแข็งสีดำ” ที่แปลกประหลาดนี้ แม้ว่าตัวเขาจะเคยเห็นภูเขาน้ำแข็งมามากมาย แต่นี่นับเป็นครั้งแรกที่พบ และคงมีไม่กี่คนที่เคยมีโอกาสได้เห็น โดยปกติแล้วภูเขาน้ำแข็งที่เราเห็นกันมักจะมีสีขาวซึ่งเกิดจากฟองอากาศเล็กๆ ภายในก้อนน้ำแข็ง โมเลกุลของน้ำจะกระจายแจงทุกความยาวคลื่นจนทำให้เรามองเห็นเป็นสีขาว หรือบางครั้งก็อาจมีสีฟ้าหรือเขียวเนื่องจากก้อนน้ำแข็งมีอายุมากและถูกบีบอัดจนฟองอากาศภายในมีน้อย ทำให้แสงสามารถทะลุผ่านได้มากขึ้น เกิดการสะท้อนแสงสีน้ำเงินออกมา นอกจากนี้ภูเขาน้ำแข็งอาจมีสีอื่นๆ ได้อีกจากแร่ธาตุต่างๆ ที่ปะปนอยู่ แต่สำหรับก้อนน้ำแข็งสีดำนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ทำให้นักธารน้ำแข็งแปลกใจLev Tarasov นักธารน้ำแข็งจากมหาวิทยาลัยในแคนาดา เปิดเผยว่า มีความเป็นได้ว่าภูเขาน้ำแข็งนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่แตกตัวลงในมหาสมุทร เมื่อถูกพัดพาก็อาจเกิดการปนเปื้อนของเศษดินหรือหินเข้าไปด้วย ซึ่งเคยมีการพบเห็นก้อนน้ำแข็งลักษณะนี้ในกรีนแลนด์ แต่ก้อนน้ำแข็งที่มีสีดำกระจายตัวอย่างสม่ำเสมออาจหมายถึงอายุของภูเขาน้ำแข็งที่เก่าแก่ได้มากถึง 1,000-100,000 ปี นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ว่า ภูเขาน้ำแข็งสีดำอาจมีการปนเปื้อนเขม่าควันจากการระเบิดของภูเขาไฟขนาดใหญ่ หรือแม้กระทั่งการปนเปื้อนของเศษซากอุกกาบาตที่พุ่งชนก็เป็นได้ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐานและยังไม่มีการยืนยันอย่างแน่ชัดว่าสาเหตุเกิดจากอะไร และมีแหล่งที่มาจากไหน นอกจากว่าจะมีนักวิทยาศาสตร์พบเห็นภูเขาน้ำแข็งสีดำอีกครั้งและสามารถเข้าไปศึกษาได้ทันเวลา
TNN ช่อง16 • 14 มิ.ย. 68
อ่าน
วิกฤตโลกร้อน เปลี่ยนธารน้ำแข็งเป็นภัยพิบัติ โลกพร้อมรับมือหรือยัง?
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ได้ออกมาเตือนถึงภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากธารน้ำแข็งที่ไม่มั่นคงทั่วโลก เนื่องจากผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนที่ทำให้อุณหภูมโลกเพิ่มสูงขึ้น เร่งการละลายเร็วขึ้นจากเดิมอย่างไม่คาดคิด เซเลสเต ซาอูโล เลขาธิการใหญ่ของWMO กล่าวที่งานประชุมนานาชาติระดับสูงว่าด้วยการอนุรักษ์ธารน้ำแข็ง ณ กรุงดูชานเบ ประเทศทาจิกิสถาน เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า การเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็งเป็นภัยที่ทุกประเทศต้องเผชิญ ไม่ว่าจะร่ำรวยหรือยากจน การมีระบบติดตามและเตือนภัยที่ดีขึ้นจะช่วยให้เราสามารถปกป้องชีวิต ผู้คน และแหล่งทำมาหากินได้อย่างมีประสิทธิภาพเหตุการณ์ธารน้ำแข็งบนเทือกเขาแอลป์ในสวิตเซอร์แลนด์พังถล่มลงมากลืนหมู่บ้านแบลตเทนหายไปจากแผนที่ โดยทั้งหมู่บ้านจมอยู่ใต้โคลน เกิดแอ่งทะเลสาบจากมวลน้ำแข็งละลาย และซากปรักหักพังขวางทางไหลของแม่น้ำ นี่ไม่ใช่กรณีแรกที่โลกต้องเผชิญกับภัยจากธารน้ำแข็งถล่ม ก่อนหน้านี้ในปี 2022 ธารน้ำแข็งมาร์โมลาดาในอิตาลีถล่มลงระหว่างคลื่นความร้อนฤดูร้อน ก่อให้เกิดหิมะถล่มและมีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตถึง 11 ราย แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีคำเตือนให้ชาวเมืองในหมู่บ้านอพยพออกไปยังพื้นที่ปลอดภัยหลังหน่วยงานด้านสภาพอากาศตรวจพบความเสี่ยงธารน้ำแข็งพังถล่ม ระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพนี้ทำให้ชาวเมืองกว่า 300 ชีวิตไม่ได้รับอันตราย แต่ก็มีผู้สูญหาย 1 คน รวมถึงบ้านเรือนที่อยู่อาศัยถูกทำลายจนไม่เหลือด้านผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าธารน้ำแข็งทั่วโลก โดยเฉพาะในภูเขาแถบอเมริกาใต้ เอเชียกลาง และยุโรป กำลังเผชิญกับภาวะไม่มั่นคงที่อาจนำไปสู่ภัยพิบัติรุนแรง เนื่องจากบางครั้งธารน้ำแข็งสามารถพังทลายได้รวดเร็วเกินคาด นั่นคือปัญหาที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น แม้ว่าธารน้ำแข็งที่ละลายจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อระดับน้ำทะเลในระยะยาว แต่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าความสูญเสียในระยะสั้นจากธารน้ำแข็งนั้นมีผลกระทบโดยตรงต่อชุมชนที่ต้องพึ่งพาธารน้ำแข็งเหล่านี้เพื่อการเกษตรและน้ำดื่ม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเร่งความไม่มั่นคงของธารน้ำแข็งทั่วโลก และการเตรียมพร้อมด้วยระบบติดตามและเตือนภัยที่ทันสมัยคือกุญแจสำคัญในการลดความสูญเสียในอนาคต
TNN ช่อง16 • 7 มิ.ย. 68
อ่าน
ธารน้ำแข็งเทือกเขาแอลป์ถล่ม สร้างความกังวลใหม่ เสี่ยงน้ำท่วมหมู่บ้านใกล้เคียง
ภาพดาวเทียม ทะเลสาบที่ติดอยู่หลังกองเศษธารน้ำแข็งที่ฝังหมู่บ้านและปิดกั้นแม่น้ำในบลาตเทน ภาคใต้ของสวิตเซอร์แลนด์ แสดงให้เห็นบ้านเรือนที่ถูกทำลายจากดินโคลนและจมอยู่ใต้น้ำ ท่ามกลางความความกลัวว่าจะเกิดน้ำท่วมในหุบเขาแอลป์ แม้ว่าน้ำบางส่วนจะค่อยๆ ลดระดับลงตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 พ.ค.68 ก็ตามเมื่อวันพุธที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา น้ำแข็ง โคลน และหินปริมาณหลายล้านลูกบาศก์เมตรไหลลงมาจากภูเขา ท่วมหมู่บ้านบลาตเทน บ้านเรือนถูกน้ำท่วม ชาวบ้านในหมู่บ้าน 300 คนได้รับการอพยพออกไปแล้ว หลังจากที่ส่วนหนึ่งของภูเขาด้านหลังธารน้ำแข็งเบิร์ชเริ่มพังทลาย ทีมกู้ภัยกำลังค้นหาชายวัย 64 ปีที่สูญหายไป แต่ตอนนี้ได้ยุติการค้นหาลงแล้วเนื่องจากสภาพที่ยากลำบากเป็นอุปสรรคของภารกิจ หลังเหตุการณ์ธารน้ำแข็งพังถล่มทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 29 พ.ค. เนื่องจากกองเศษซากที่อยู่ห่างออกไปเกือบ 2 กม. ขวางทางแม่น้ำลอนซา ไม่สามารถระบายมวลน้ำแข็งที่ละลายออกไปได้จนเกิดเป็นทะเลสาบท่ามกลางกองเศษซาก สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลว่าแอ่งน้ำอาจเคลื่อนตัวออกไปและทำให้ต้องอพยพผู้คนเพิ่มขึ้น เมื่อช่วงดึกของวันที่ 29 พ.ค. เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเตือนให้ประชาชนในกัมเพลและสเตก ซึ่งเป็นหมู่บ้านใกล้เคียงและหมู่บ้านที่อยู่ต่ำกว่า อยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตรทางตอนล่างของแม่น้ำลอนซา เตรียมพร้อมสำหรับการอพยพที่อาจเกิดขึ้นในกรณีฉุกเฉินอย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทางการสวิตฯ กล่าวว่า น้ำที่สะสมบางส่วนได้ไหลผ่านเศษซาก โดยคาว่าน้ำอาจไหลกลับลงสู่แม่น้ำได้ และไม่อยู่ในระดับอันตรายเพิ่มขึ้น
TNN ช่อง16 • 31 พ.ค. 68
อ่าน
ธารน้ำแข็งเทือกเขาแอลป์ พังถล่มทับหมู่บ้านในสวิตฯ
ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ในเทือกเขาแอลป์ ของสวิตเซอร์แลนด์ แตกออกจากกัน และพังถล่มลงมา เมื่อวานนี้ (28 พ.ค.) ส่งผลให้ น้ำแข็ง โคลน และหินไหลทะลักเข้าท่วมและทับหมู่บ้านบลาตเทน ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และพื้นที่ป่าไม้ริมหุบเขาโดยรอบหายวับภายในไม่กี่นาที ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งอพยพออกจากพื้นที่ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดหินถล่มตามมาอีก จากการตรวจสอบเบื้องต้นเจ้าหน้าที่รายงานว่าขณะนี้มีผู้สูญหายหนึ่งคนแมทเทียส เบลวัลด์ นายกเทศมนตรีเมืองบลาตเทน กล่าวในการแถลงข่าวหลังจากเกิดเหตุธารน้ำแข็งถล่มว่า หมู่บ้านดังกล่าวได้รับความเสียหายจากเศษซากต่าง ๆ ขณะที่ สเตฟาน กานเซอร์ เจ้าหน้าที่ประจำรัฐวาเลส์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองบลาตเทน เปิดเผยกับสื่อของสวิตเซอร์แลนด์ว่า ธารน้ำแข็งถล่มปกคลุมหมู่บ้านไปประมาณร้อยละ 90 หรือเกือบทั้งหมด หินและดิน นับล้านลูกบาศก์เมตรถล่มลงมานับตั้งแต่ที่ บลาตเทน อพยพประชาชนเป็นครั้งแรกในเดือนนี้ ซึ่งขณะนั้นพบว่าส่วนหนึ่งของภูเขาที่อยู่ด้านหลังธารน้ำแข็งเริ่มพังทลาย และมีคำเตือนว่าการถล่มครั้งนี้อาจดึงมวลน้ำแข็งลงมาด้วยธารน้ำแข็งพังถล่มบนเทือกเขาแอลป์ ถือเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อครั้ง และมีสาเหตุหลายอย่าง โดยเฉพาะ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและทำให้ธารน้ำแข็งละลายเร็วขึ้น นอกจากนี้ การมีน้ำแข็งจำนวนมากบนธารน้ำแข็งอาจทำให้เกิดการปะทุและไหลหลากของน้ำแข็งและหินลงสู่หุบเขา อีกทั้งการพังถล่มของธารน้ำแข็งอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมและทำลายระบบนิเวศด้วย
TNN ช่อง16 • 29 พ.ค. 68
ดูเพิ่มเติม