รีเซต

ผลการค้นหา “#ผักเคล” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
กินเจ ห้ามกิน 5 พืชผัก มีกลิ่นฉุน ผักต้องห้ามในช่วงกินเจ
อ่าน

กินเจ ห้ามกิน 5 พืชผัก มีกลิ่นฉุน ผักต้องห้ามในช่วงกินเจ

เทศกาลกินเจ 2569 ในปีนี้อยู่ระหว่างวันที่ 10 - 18 ตุลาคม 2569 หลายๆ คนที่อยากทำบุญด้วยการถือศีล กินเจ หรือการกินผัก ละเว้นเนื้อสัตว์และอาหารที่มาจากสัตว์ อาจจะกำลังสงสัยว่ากินเจห้ามกินอะไร วันนี้เราจะพามาดูกันค่ะ ว่าจริงๆ แล้วไม่ใช่เพียงแค่เนื้อสัตว์เท่านั้น แต่ยังมี พืชผักที่ห้ามกิน ในช่วงกินเจอีกด้วย ใครที่ไม่อยากเจแตกโดยไม่รู้ตัว เผลอกินผักเหล่านี้เข้าไปล่ะก็ ตามเรามาดูกันเลยค่ะว่า 5 พืชผักที่มีกลิ่นฉุนต้องห้าม จะมีอะไรบ้าง รับรองว่าคราวนี้ไม่เจแตกแน่นอนค่า💛 พืชผักที่ห้ามกิน ในช่วงกินเจ อาหารเจ หรืออาหารของผู้ถือศีลเจ เป็นอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ รวมถึงงดเว้นผักที่มีรสหนัก มีกลิ่นฉุนแรงอีกด้วยค่ะ ซึ่งพืชผักต้องห้ามนี้มีทั้งหมด 5 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ 1. กระเทียม (หัวกระเทียม, ต้นกระเทียม) ห้ามกินกระเทียม ทั้งส่วนหัว และต้นของกระเทียม เพราะจะส่งผลต่อ ธาตุไฟ ทำให้เข้าไปทำลายระบบธาตุไฟในร่างกาย ซึ่งจะทำให้หัวใจทำงานผิดปกติ 2. หัวหอม พืชตระกูลหอม หัวหอมใหญ่ หอมแดง ต้นหอม และผักชี ห้ามกินหอมทุกชนิดและผักชี (ยกเว้นผักชีฝรั่ง)ในช่วงที่กินเจ แพทย์แผนจีนมีความเชื่อว่าหอมทุกชนิดจะส่งผลกระทบต่อ ธาตุน้ำ ภายในร่างกาย ซึ่งจะเข้าไปทำลายการทำงานของไต ส่งผลให้ไตทำงานได้ไม่ปกติ 3. หลักเกียว หรือ กระเทียมโทนจีน ห้ามกินหลักเกียวหรือที่เรียกกันว่า กระเทียมโทนจีน เพราะจะส่งผลต่อระบบของ ธาตุดิน ในร่างกาย การทำลายธาตุดิน จะทำให้การทำงานของม้ามไม่ปกติ 4. กุยช่าย ห้ามกินกุยช่ายผักใบเขียวเล็กๆ แต่มีกลิ่นรุนแรง เป็นผักอีกหนึ่งชนิดที่ห้ามกินค่ะ เพราะจะมีผลกระทบต่อ ธาตุไม้ ซึ่งถ้าทำลายธาตุไม้ในร่างกาย จะทำให้ตับทำงานได้ไม่ปกติ 5. ใบยาสูบ (บุหรี่, ยาเส้น, ของเสพติดมึนเมา) ละเว้นใบยาสูบ ไม่ว่าจะเป็นสูบบุหรี่ ยาเส้น หรือของเสพติดมึนเมาต่างๆ เพราะจะทำให้เข้าไปทำลาย ธาตุโลหะ หรือจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของปอด ทำให้ปอดทำงานได้ไม่ปกติ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าในพืชผักทั้ง 5 ชนิดนี้ มีสารพิษที่จะเข้าไปทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ของร่างกาย ทำให้อวัยวะหลักสำคัญภายในร่างกายทำงานไม่ปกติ ซึ่งผู้ที่ไม่ควรกินอย่างยิ่ง คือ ผู้ที่ปฏิบัติสมาธิกรรมฐาน หรือผู้ที่กำลังฝึกการทำสมาธิ เพราะพืชผักต้องห้ามทั้งหลายนั้นมีฤทธิ์กระตุ้นจิตใจ ทำให้รู้สึกหงุดหงิด อารมณ์ร้อน โกรธง่าย และยังส่งต่อพลังธาตุในร่างกายรวมตัวกันไม่ติดอีกด้วย เพราะเหตุนี้ อาหารเจถือว่าเป็น อาหารชีวจิต ที่จะช่วยปรับสมดุลการทำงานของระบบต่างๆ ภายในร่างกายนั่นเองค่ะ บทความที่คุณอาจสนใจ กินเจไปทำไม? เทศกาลกินเจ 2569 รู้ให้ลึก ประโยชน์การกินเจ กินอย่างเข้าใจ 5 สูตรกาแฟเจ สูตรกาแฟเย็น เข้มข้น หอมมัน อร่อยลงตัว ทำง่ายขายดี 20 อาหารเจในเซเว่น ของกินเซเว่น สะดวกหาง่าย อิ่มอร่อยได้ทุกเวลา 💛

ซูกิชิ โคเรียน ชาร์โคล กริลล์ อิ่มกับทรู@ศูนย์​การค้าเซ็นทรัล
สิทธิพิเศษ

ซูกิชิ โคเรียน ชาร์โคล กริลล์ อิ่มกับทรู@ศูนย์​การค้าเซ็นทรัล

ซูกิชิ โคเรียน ชาร์โคล กริลล์ เน้นในเรื่องคุณค่าทางโภชนาการควบคู่ด้วย อาทิ การทานเนื้อสัตว์ร่วมกับผัก เช่น ผักกาดหอม นำมาห่อพร้อมใส่กระเทียมสด พริก และซอสโคชูจัง แถมด้วยเครื่องเคียง อย่างกิมจิ ซึ่งจะทำให้ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนเราคัดสรรแต่วัตถุดิบชั้นดี มีคุณภาพมาประกอบเป็นอาหารหลากหลายเมนู เริ่มจากการคัดวัตถุดิบจากแหล่งที่เลื่องชื่อของอาหารประเภทนั้นๆโดยเฉพาะเมนูเนื้อ ที่คัดเฉพาะเนื้อเกรดพรีเมี่ยม นำเข้าจากแหล่งเลี้ยงที่มีชื่อเสียง ซึ่งจะได้เนื้อที่มีเส้นใยกล้ามเนื้อละเอียด มีลายของเนื้อที่เป็นลายหินอ่อนชัดเจน

ราคาน้ำมัน อาหารสดวันนี้ 8 กันยายน 2569 ราคาหมู เนื้อสัตว์ ไข่ไก่ ผัก
อ่าน

ราคาน้ำมัน อาหารสดวันนี้ 8 กันยายน 2569 ราคาหมู เนื้อสัตว์ ไข่ไก่ ผัก

ราคาน้ำมันวันนี้ ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 8 กันยายน 2569 ในยุคที่อะไรๆ ก็ขึ้นราคาแบบนี้ เราทั้งหลายก็อย่ารอช้า ตามเรามา อัปเดตล่าสุด ราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาสินค้า จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด และผลไม้ หมูแพงแต่เราก็ต้องอยู่ให้ได้ ตามราคาให้ทัน จะได้เลือกซื้อวัตถุดิบที่ตรงใจ และราคาสบายกระเป๋ามาทานกันค่ะ ราคาน้ำมันวันนี้ 2569 แบรนด์ หน่วย ราคา (บาท) มรกต น้ำมันถั่วเหลือง 1 ลิตร 51 องุ่น น้ำมันถั่วเหลือง 1 ลิตร 58 กุ๊ก น้ำมันถั่วเหลือง 1 ลิตร 58 ทับทิม น้ำมันถั่วเหลือง 1 ลิตร 58 มรกต น้ำมันปาล์ม 1 ลิตร 50 โอลีน น้ำมันปาล์ม 1 ลิตร 50 ทับทิม น้ำมันปาล์ม 1 ลิตร 50 หยก น้ำมันปาล์ม 1 ลิตร 50 เนเชอเรล น้ำมันรำข้าว 1 ลิตร 89 หยกเอ็กซ์ตร้า น้ำมันรำข้าว 1 ลิตร 75 ใจข้าว น้ำมันรำข้าว 1 ลิตร 82 คิง น้ำมันพืชรำข้าว 1000 ซีซี. 75 ทิพ น้ำมันรำข้าว 1 ลิตร 99 เกสร น้ำมันรำข้าวขวด 1 ลิตร 80 ราคาจากเว็บไซต์ lotus's ราคาหมูวันนี้ 2569 ประเภท หน่วย ราคา (บาท) หมูสามชั้น 10 กก.ขึ้นไป 169 - 184 ไส้อ่อนหมู กิโลกรัม 125 - 150 สะโพกหมู 10 กก.ขึ้นไป 130 - 145 หมูสันใน กิโลกรัม 126 - 148 หมูบด กิโลกรัม 75 - 134 ตับหมู กิโลกรัม 77 - 95 ซี่โครงหมู 10 กก.ขึ้นไป 110 - 145 ราคาจากเว็บไซต์ ตลาดไท สำหรับใครที่กำลังหาซื้อวัตถุดิบอาหารสำหรับเปิดร้าน ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ เครื่องปรุง ขนม ของกินของใช้ ก็สามารถหาซื้อได้ง่ายๆ ที่แม็คโคร Makroรับรองว่าหาของได้ครบครบจบในที่เดียว พิเศษสำหรับลูกค้าทรู ลูกค้าทรู ใช้ทรูพอยท์ 150 คะแนน แลกส่วนลด 30.- เมื่อซื้อสินค้าครบ 1,500 บาท ที่แม็คโคร คลิกแลกทรูพอยท์ เพื่อรับส่วนลดที่ แม็คโคร ได้ที่นี่ กดรับสิทธิ์ ที่นี่ ราคาไก่วันนี้ 2569 ประเภท หน่วย ราคา (บาท) อกไก่ กิโลกรัม 68 - 90 ปีกกลางไก่ กิโลกรัม 135 - 145 ปีกบนไก่ กิโลกรัม 80 - 85 ปีกไก่เต็ม กิโลกรัม 85 - 95 น่องไก่ กิโลกรัม 85 - 100 น่องติดสะโพก กิโลกรัม 80 - 90 ขาไก่ กิโลกรัม 65 - 80 ไก่ตัว ตัว 60 - 75 ไก่บ้าน ตัว 115 - 120 ราคาจากเว็บไซต์ ตลาดไท ราคาเนื้อวัววันนี้ 2569 ประเภท หน่วย ราคา (บาท) เนื้อสะโพกวัว กิโลกรัม 220 - 230 สันนอกวัว กิโลกรัม 230 - 250 น่องวัว กิโลกรัม 200 - 260 ผ้าขี้ริ้ววัว กิโลกรัม 160 - 230 ราคาจากเว็บไซต์ ตลาดไท ราคาปลา ราคาอาหารทะเลวันนี้ ราคาปลาน้ำจืด ประเภท หน่วย ราคา (บาท) ปลาช่อน กิโลกรัม 100 - 110 ปลาดุก กิโลกรัม 85 - 95 ปลานิล กิโลกรัม 45 - 50 ปลาทับทิม กิโลกรัม 70 - 80 ปลากราย กิโลกรัม 110 - 120 ราคาจากเว็บไซต์ ตลาดไท ราคาอาหารทะเลวันนี้ ประเภท หน่วย ราคา (บาท) กุ้งขาว (เล็ก) กิโลกรัม 160 - 200 กุ้งขาว (กลาง) กิโลกรัม 230 - 250 กุ้งขาว (ใหญ่) กิโลกรัม 270 - 360 ปลากะพงขาว กิโลกรัม 100 - 240 ปลากะพงแดง กิโลกรัม 140 - 240 ปลาหมึกกล้วย (ปอก) กิโลกรัม 145 - 260 ปลาหมึกกล้วย (ไม่ปอก) กิโลกรัม 190 - 360 ปูม้า (กลาง) กิโลกรัม 280 - 350 ปูทะเล (กลาง) กิโลกรัม 800 - 900 หอยแครง กิโลกรัม 120 - 230 หอยลาย กิโลกรัม 60 - 100 หอยแมลงภู่ กิโลกรัม 25 - 60 ราคาจากเว็บไซต์ ตลาดไท ราคาเป็ดวันนี้ ประเภท หน่วย ราคา (บาท) เป็ดสด (ตัว) กิโลกรัม 250 - 380 เครื่องในเป็ด ตัว 75 - 85 เป็ดพะโล้ ตัว 380 เป็ดย่าง ตัว 280 - 380 ไข่เป็ด (ใหญ่) แผง 115 - 155 ราคาจากเว็บไซต์ ตลาดไท ราคาไข่ไก่วันนี้ ขนาด หน่วย ราคา (บาท) ไข่ไก่ (เบอร์ 0) แผง 130 - 140 ไข่ไก่ (เบอร์ 1) แผง 120 - 130 ไข่ไก่ (เบอร์ 2) แผง 115 - 120 ไข่ไก่ (เบอร์ 3) แผง 100 - 110 ไข่ไก่ (เบอร์4) แผง 85 - 100 ราคาจากเว็บไซต์ ตลาดไท ราคาผักสดวันนี้ ประเภท หน่วย ราคา (บาท) คะน้า กิโลกรัม 16 - 18 กะหล่ำปลี กิโลกรัม 15 - 20 ผักกาดหอม กิโลกรัม 30 - 40 ต้นหอม กิโลกรัม 60 - 70 ผักชีไทย กิโลกรัม 60 - 100 ผักชีฝรั่ง กิโลกรัม 80 - 90 ผักกวางตุ้ง กิโลกรัม 10 - 16 ผักกาดขาว(แต่ง) กิโลกรัม 10 - 18 มะนาว(กลาง) ลูก 1 - 3 ผักบุ้งจีน กิโลกรัม 70 - 80 ผักขึ้นฉ่าย กิโลกรัม 80 - 110 กระเทียมจีน (เบอร์กลาง) กิโลกรัม 60 - 80 กระเทียมไทย (เบอร์กลาง) กิโลกรัม 70 - 80 แครอท กิโลกรัม 18 - 25 มะระจีน กิโลกรัม 35 - 40 พริกขี้หนูแดง (จินดา) กิโลกรัม 35 - 40 พริกขี้หนูสวน (เม็ดใหญ่-เม็ดเล็ก) กิโลกรัม 90 - 160 พริกเหลือง กิโลกรัม 100 - 150 ราคาผลไม้วันนี้ ประเภท หน่วย ราคา (บาท) ส้มเขียวหวาน (กลาง) กิโลกรัม 12 - 14 แอปเปิ้ลกาล่า-จีน กล่อง 100-120 ลูก 520 - 590 กล้วยน้ำว้า หวี 20 - 25 กล้วยหอม เข่ง 250 มะม่วงน้ำดอกไม้ดิบ (กลาง) กิโลกรัม 80 มะม่วงเขียวเสวย (กลาง) กิโลกรัม 30 -32 ฝรั่งกิมจู กิโลกรัม 28 - 35 แก้วมังกรเนื้อขาว (ไทย) กิโลกรัม 33 - 35 ทุเรียนหมอนทอง (เบอร์ใหญ่) กิโลกรัม 80 - 100 ทุเรียนชะนี (เบอร์ใหญ่) กิโลกรัม 70 ทุเรียนก้านยาว (เบอร์ใหญ่) กิโลกรัม 120 ราคาจากเว็บไซต์ ตลาดยิ่งเจริญ, ตลาดไท ** อ้างอิงข้อมูล และราคา จาก : ตลาดไท บทความที่คุณอาจสนใจ โปรโมชั่น ส่วนลด Makro แม็คโคร วันนี้ ปี 2026 ซื้อยกแพ็ค คุ้มกว่า คูปองส่วนลดโลตัส Lotus's เดือนนี้ ของกินลดราคามาเต็ม 9 แอปซื้อของสด สั่งของกินออนไลน์ มีของครบได้ ไม่ต้องออกจากบ้าน 🥩🥦 นอกจากตลาดมหาชัยไปไหนดี? รวมตลาดอาหารทะเล สดๆ ราคาถูก ใกล้กรุงเทพ รวมส่วนลด ซูเปอร์มาร์เก็ต โปรโมชั่นของลดราคา ช้อปแบบฟินๆ

แจก 5 สูตรสามเกลอ เคล็ดลับอาหารไทยสัดส่วนเป๊ะ ทำเมนูไหนก็หอมฟุ้ง
อ่าน

แจก 5 สูตรสามเกลอ เคล็ดลับอาหารไทยสัดส่วนเป๊ะ ทำเมนูไหนก็หอมฟุ้ง

ถ้าพูดถึงหัวใจของอาหารไทยหลายเมนูสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ "สามเกลอ" รากผักชี กระเทียม พริกไทย เครื่องเทศสมุนไพรสามสหายที่ช่วยชูรสและดับคาวได้อย่างดีเยี่ยม วันนี้ TrueID Food จัดเต็ม 5 สูตรสามเกลอ ที่คัดมาแล้วว่าเหมาะกับสารพัดเมนู ไม่ว่าจะผัด ต้ม ตุ๋น หรือหมักเนื้อสัตว์ให้หอมเข้าเนื้อ พร้อมเคล็ดลับการเก็บรักษาให้ใช้ได้นานโดยสัดส่วนนี้สำหรับเนื้อสัตว์ประมาณ 300 - 500 กรัม แจก 5 สูตรสามเกลอ เคล็ดลับอาหารไทยสัดส่วนเป๊ะ ทำเมนูไหนก็หอมฟุ้ง สูตรที่ 1 : สามเกลอสูตรพื้นฐาน สูตรเบสิกที่ทุกบ้านต้องมี รสชาติเป็นกลาง กลิ่นหอมสะอาด ไม่แย่งซีนวัตถุดิบหลัก เหมาะสำหรับ: เมนูผัดทั่วไป, แกงจืด, หมูสับทอด, ไก่กระเทียม ส่วนผสม: กระเทียมไทย 10 กลีบ รากผักชี 3 ราก พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนชา วิธีทำ: โขลกหรือปั่นให้ละเอียดรวมกัน นำไปผัดกับน้ำมันให้หอมก่อนใส่เนื้อสัตว์ สูตรที่ 2 : สามเกลอสูตรหอมพิเศษ สูตรนี้จะเน้นเพิ่มปริมาณรากผักชีและพริกไทยขาว เพื่อให้ได้น้ำซุปที่หอมกรุ่น โชว์ความเป็นไทยแท้ เหมาะสำหรับ: แกงจืดวุ้นเส้น, ต้มตุ๋นยาจีน, นึ่งมะนาว, น้ำซุปก๋วยเตี๋ยว ส่วนผสม: กระเทียมไทย 8 กลีบ รากผักชี 4 ราก (เน้นรากใหญ่) พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนชา วิธีทำ: โขลกแบบพอหยาบ หากนำไปทำน้ำซุปให้กรองกากออก หรือใส่ถุงผ้าขาวบางตุ๋น เพื่อให้น้ำซุปใสไม่ขุ่น สูตรที่ 3 : สามเกลอสูตรเผ็ดนวล กลมกล่อม เปลี่ยนจากพริกไทยขาวเป็นพริกไทยดำ เม็ดพริกไทยดำจะให้กลิ่นหอมฉุนลึกและรสชาติที่เผ็ดร้อนเข้มข้นกว่า เหมาะสำหรับ: ผัดฉ่า, ผัดพริกไทยดำ, หมักเนื้อย่าง, หมูย่างเกาหลี ส่วนผสม: กระเทียมไทย 8 กลีบ รากผักชี 3 ราก พริกไทยดำเม็ด 1 ช้อนชา วิธีทำ: โขลกพริกไทยดำให้แตกก่อน แล้วจึงใส่รากผักชีและกระเทียมลงไปโขลกหยาบๆ สูตรที่ 4 : สามเกลอสูตรหมักเนื้อนุ่ม การใส่เกลือลงไปตอนโขลกจะช่วยดึงน้ำและความหวานของสมุนไพรออกมา ทำให้ซึมเข้าเนื้อสัตว์ได้ดีและช่วยให้เนื้อนุ่มขึ้น เหมาะสำหรับ: หมูทอดแดดเดียว, ไก่ทอดหาดใหญ่, หมักหมูกระทะ ส่วนผสม: กระเทียมไทย 10 กลีบ รากผักชี 2 ราก พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนชา เกลือป่น เล็กน้อย (ประมาณ ช้อนชา) วิธีทำ: โขลกรวมกันจนเนียนเป็นเนื้อเดียว นำไปขยำกับเนื้อสัตว์แล้วหมักทิ้งไว้ 15-30 นาที สูตรที่ 5 : สามเกลอสูตรคลีน สูตรลดสัดส่วนกระเทียมเพื่อลดความฉุน และใช้พริกไทยป่นละเอียดย่อยง่าย เหมาะกับคนควบคุมอาหาร แต่ยังได้กลิ่นอายความอร่อย เหมาะสำหรับ: อาหารคลีน, อกไก่นึ่งสมุนไพร, ผัดผักน้ำ, ต้มจืดเต้าหู้ไข่ ส่วนผสม: กระเทียมไทย 6 กลีบ รากผักชี 3 ราก พริกไทยขาวป่น ช้อนชา วิธีทำ: สับรากผักชีและกระเทียมให้ละเอียด จากนั้นเคล้ากับพริกไทยป่น นำไปปรุงอาหารโดยไม่ต้องใช้น้ำมัน เคล็ดลับการโขลกสามเกลอให้หอมฟุ้ง และวิธีเก็บรักษา เคล็ดลับความหอม: ควรใช้กระเทียมไทยแบบกลีบเล็ก เพราะมีน้ำมันหอมระเหยมากกว่ากระเทียมจีน และควรนำพริกไทยเม็ดไปคั่วในกระทะไฟอ่อนให้หอมก่อนนำมาโขลก จะช่วยเพิ่มความหอม วิธีเก็บรักษาสามเกลอให้อยู่ได้นานเป็นเดือน หากไม่อยากโขลกใหม่ทุกครั้งที่ทำอาหาร คุณสามารถทำทีละเยอะๆ แล้วเก็บด้วยวิธีนี้ แช่เย็นธรรมดา: ตักสามเกลอใส่ขวดโหลแก้ว เทน้ำมันพืชลงไปให้ท่วมเนื้อสามเกลอ ปิดฝาให้สนิท เก็บในตู้เย็นได้นาน 2 สัปดาห์ แช่ช่องฟรีซ (อยู่ได้ 1-3 เดือน): ตักสามเกลอใส่ถาดทำน้ำแข็ง แช่จนเซ็ตตัวเป็นก้อน จากนั้นแกะออกมาใส่ถุงซิปล็อกเก็บในช่องแช่แข็ง เวลาจะใช้ก็หยิบออกมาทีละก้อน สะดวกและประหยัดเวลา สรุปสัดส่วน 5 สูตรสามเกลอ เลือกใช้ให้ถูกเมนู สูตรสามเกลอ รากผักชี กระเทียมไทย พริกไทย เหมาะกับเมนู 1. สูตรมาตรฐาน 3 ราก 10 กลีบ พริกไทยขาว 1 ช้อนชา ผัด แกง ทอด (เมนูพื้นฐาน) 2. สูตรหอมพิเศษ 4 ราก 8 กลีบ พริกไทยขาว 1 ช้อนชา ต้มจืด, เครื่องตุ๋น, พะโล้ 3. สูตรเผ็ดร้อนนวล 3 ราก 8 กลีบ พริกไทยดำ 1 ช้อนชา ผัดฉ่า, หมักเนื้อย่าง, สเต๊ก 4. สูตรหมักเนื้อนุ่ม 2 ราก 10 กลีบ พริกไทยขาว 1 ช้อนชา (+เกลือ) หมูทอด, ไก่ทอด, หมูกระทะ 5. สูตรคลีน/สุขภาพ 3 ราก 6 กลีบ พริกไทยป่น ช้อนชา อกไก่นึ่ง, ผัดน้ำ, อาหารลดน้ำหนัก บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

“เปิ้ล นาคร” รับซื้อมะพร้าว 1 แสน 2 หมื่นลูกต่อเดือน ช่วยเกษตรกรไทย หลังเจอวิกฤตราคาตกต่ำ
อ่าน

“เปิ้ล นาคร” รับซื้อมะพร้าว 1 แสน 2 หมื่นลูกต่อเดือน ช่วยเกษตรกรไทย หลังเจอวิกฤตราคาตกต่ำ

เปิ้ล นาคร รับซื้อมะพร้าว 1 แสน 2 หมื่นลูกต่อเดือน ช่วยเกษตรกรไทย หลังเจอวิกฤตราคาตกต่ำ ช่วงนี้เมืองไทยเกิดวิกฤตมะพร้าวน้ำหอม ทำให้ส่งผลกระทบต่อชาวสวนเกษตรไทยเป็นจำนวนมาก เนื่องราคามะพร้าวตกต่ำลง ราคาตกเหลือเพียงลูกละ 2 บาท จนมีชาวสวนบางรายตัดสินใจโค่นต้นมะพร้าวทิ้ง เพราะปลูกต่อไปก็ไม่คุ้มกับการลงทุน ล่าสุด เปิ้ล นาคร ได้ออกมาประกาศรับซื้อมะพร้าวคุณภาพดีจำนวนมากถึง 120,000 ลูกต่อเดือน เพื่อนำกะทิมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการทำ แกงหม้อแม่จูน ธุรกิจอาหารของครอบครัว เรียกว่าคนไทยช่วยคนไทยกันเองของแท้! ทำมาได้เลยเพราะรับซื้อหมด พร้อมเขียนแคปชั่นว่า... รับซื้อแสนลูก ล้งไทยไม่เทา..!!(เกษตรไทยสู้ๆ ขออุดหนุนครับ รับซื้อมะพร้าวคุณภาพดี100,000 ลูกต่อเดือนสำหรับทำแกง ใครมีติดต่อทักมาได้เลยครับ สู้สู้. #หม้อแม่จูน ทั้งนี้มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ขอบคุณ เปิ้ล กันมากมาย ที่ช่วยเหลือเกษตรกรไทย เช่น ขอบคุณแทนชาวสวนนะคะ,เลิศค่ะ คนไทยไม่ทิ้งกัน,ดีมากเลยจะได้ช่วยชาวสวนแม่ให้ราคาดีดีหน่อยนะค่ะ,ขอบคุณมากค่ะ,ขอบคุณนะคะ ขอให้เจริญ รุ่งเรือง ร่ำรวยยิ่งๆขึ้นไปค่ะ ฯลฯ

ททท.ทรูชวนชิม
สิทธิพิเศษ

ททท.ทรูชวนชิม

-

ททท.ทรูชวนชิม
สิทธิพิเศษ

ททท.ทรูชวนชิม

-

5 ผักไทยคู่ครัว ปลูกผักในน้ำ ง่ายๆ แบบไม่ใช้ดิน ปลูกผักกินเองง่ายจัด ประหยัดจริง!
อ่าน

5 ผักไทยคู่ครัว ปลูกผักในน้ำ ง่ายๆ แบบไม่ใช้ดิน ปลูกผักกินเองง่ายจัด ประหยัดจริง!

ในยุคที่ค่าครองชีพพุ่งสูง ค่าน้ำมันแพงเว่อร์ แถมพื้นที่อยู่อาศัยของคนเมืองก็จำกัดลงเรื่อยๆ การมีสวนผักหลังบ้านอาจดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่รู้ไหมคะว่าเราสามารถ "คืนชีพ" ผักจากเศษที่เหลือทิ้งในครัวให้กลับมางอกงามใหม่ได้ง่ายๆ ด้วยเทคนิค ปลูกผักกินเอง แบบ Water Propagation หรือการปลูกผักในน้ำ แบบไม่ใช้ดิน ที่ไม่ต้องใช้จอบ ไม่ต้องขุดดิน เพียงแค่มีถ้วยน้ำเล็กๆ กับแสงแดดริมหน้าต่าง ผัก 5 ชนิดนี้ก็พร้อมจะเติบโตให้คุณได้เก็บกินวนไปค่ะ ลองมาทำตามกันเลย! 1. ปลูก ผักชี ปักชำในแก้วน้ำ กินซ้ำได้หลายรอบ ผักชี คืออันดับต้นๆ ในรายการจ่ายตลาดเสมอ แต่คนส่วนใหญ่มักจะตัดส่วนรากทิ้งลงถังขยะอย่างน่าเสียดาย หรืออย่างดีก็แค่เก็บไว้ตำเครื่องแกงเพียงไม่กี่ราก ทั้งที่ในความเป็นจริงรากผักชีคือส่วนที่มีพลังชีวิตสูงที่สุดและพร้อมจะเติบโตเป็นต้นใหม่ให้เราได้เก็บกินแบบไม่รู้จบ ใครอยากประหยัดมาลองวิธีปลูกผักชีในน้ำฉบับง่ายที่สุดกันค่ะ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม รากผักชี เลือกรากที่อวบ ขาว และดูสด ไม่เน่าช้ำ แก้วหรือภาชนะทรงสูง ขนาดพอเหมาะที่จะประคองให้ต้นผักชีตั้งตรงได้ (เช่น แก้วเป๊ก หรือขวดโหลขนาดเล็ก) น้ำสะอาด แนะนำให้น้ำที่ผ่านการพักไว้ เพื่อลดคลอรีน จะช่วยให้รากเดินได้ดีขึ้น วิธีปลูกในน้ำ (Step-by-Step) ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมโคนผักคัดเลือกต้นที่ดูแข็งแรงที่สุด ตัดส่วนโคนต้นโดยให้มีความยาวจากปลายรากขึ้นมาประมาณ 2 นิ้ว (หรือประมาณ 2 ข้อนิ้วมือ) พยายามอย่าตัดจนชิดรากเกินไป เพราะจะไม่มีพื้นที่ให้ใบใหม่งอกออกมา ขั้นตอนที่ 2 การแช่น้ำนำโคนผักชีที่เตรียมไว้ใส่ลงในแก้วน้ำ เทน้ำสะอาดลงไปให้พอท่วมเฉพาะส่วนราก ห้ามให้น้ำท่วมถึงยอดหรือส่วนที่เป็นรอยตัดเด็ดขาด เพราะจะทำให้โคนเน่าก่อนที่ใบจะงอก ขั้นตอนที่ 3 การวางในทำเลที่ใช่นำแก้วผักชีไปวางไว้ในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงแต่ไม่ร้อนจัด เช่น ริมหน้าต่างห้องครัว หรือระเบียงที่มีแดดรำไร ผักชีชอบแสงแต่เกลียดความร้อนสะสมในน้ำ หากแดดแรงเกินไปน้ำในแก้วจะร้อนจนรากสุกและตายได้ ขั้นตอนที่ 4 การดูแลรายวันหัวใจสำคัญของการปลูกในน้ำคือ "น้ำต้องสะอาด" คุณควรเปลี่ยนน้ำทุกวัน เพื่อป้องกันแบคทีเรียและเพิ่มออกซิเจนให้รากพืช หลังจากผ่านไปประมาณ 3-5 วัน คุณจะเริ่มเห็นตุ่มใบสีเขียวอ่อนค่อยๆ แทงยอดออกมาจากกึ่งกลางโคนต้น เคล็ดลับปลูกให้ยั่งยืน แม้ผักชีจะโตได้ในน้ำ แต่สารอาหารในน้ำเปล่านั้นมีจำกัด เมื่อใบงอกออกมาได้ประมาณ 3-4 ใบ และรากเริ่มแตกแขนงสีขาวดูแข็งแรง หากคุณอยากให้เติบโตจนเป็นพุ่มใหญ่ แนะนำให้ย้ายลงกระถางดินที่มีความร่วนซุยและระบายน้ำได้ดี แต่ถ้าเน้นแค่เก็บยอดอ่อนทานเล่นในคอนโด การปลูกในน้ำเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะสร้างความสุขเล็กๆ ในมื้ออาหารได้แล้วค่ะ 2. ปลูก ต้นหอม ปักชำในแก้วน้ำ ปลูกง่าย กินได้หลายครั้ง ต้นหอมมีสารอาหารสะสมอยู่ในส่วนโคนขาวๆ ค่อนข้างมาก ทำให้มันมีพลังงานสำรองพร้อมแตกยอดใหม่ได้ทันทีแม้จะไม่มีดิน เพียงแค่ได้รับน้ำและแสงที่เพียงพอ ก็จะงอกใหม่ให้เก็บกินได้เรื่อยๆ อีกหลายครั้งเลยทีเดียว หรือจะลงดินก็ยิ่งงาม เคล็ดลับสำคัญคือ เลือกต้นที่อวบอัด ไม่นิ่มช้ำ และที่สำคัญคือ "ต้องมีรากติดอยู่" ยิ่งรากยาวและดูสดยิ่งดี หลังจากนั้นก็ทำเหมือนขั้นตอนปลูกผักชีได้เลย 3. ปลูก ตะไคร้ ปักชำในแก้วน้ำ ปลูกง่าย โตไว ตะไคร้ที่ซื้อมาจากตลาดมักจะถูกตัดรากทิ้งไปแล้ว แต่เราสามารถปลูกใหม่ได้! เลือกตะไคร้ต้นที่อวบและโคนยังไม่แห้งสนิท ตัดยอดทิ้งให้เหลือความยาวประมาณ 4-5 นิ้ว แล้วนำไปแช่น้ำไว้ในแก้ว อย่าลืมเปลี่ยนน้ำทุกวันด้วยนะคะ ประมาณ 1 สัปดาห์ คุณจะเริ่มเห็นรากสีขาวฝอยๆ งอกออกมาที่ฐานโคน เมื่อรากแข็งแรงดีแล้วให้ย้ายลงดินได้เลย ตะไคร้เป็นผักที่รักแสงแดดจัดและทนทานมาก เหมาะสุดๆ กับระเบียงคอนโดที่โดนแดดบ่ายของเมืองไทยค่ะ 4. ปลูก ผักบุ้ง ปักชำในแก้วน้ำ เก็บกินได้หลายรอบ โดยธรรมชาติผักบุ้งเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในที่ชื้นแฉะหรือในน้ำอยู่แล้ว เพราะมันมีโครงสร้างลำต้นที่กลวงและยืดหยุ่น ทำให้สามารถดูดซึมน้ำได้เร็วมาก การนำโคนก้านมาแช่น้ำจึงเป็นเรื่องที่เข้าทางผักบุ้งสุดๆ จนคุณไม่ต้องประคบประหงมอะไรมากมายเลยค่ะ หมดปัญหาซื้อมาหนึ่งกำใหญ่แล้วกินไม่ทันจนเหี่ยวคาตู้เย็นแน่นอน 4 ขั้นตอนปลูกผักบุ้งในน้ำฉบับเร่งรัด เลือกและตัด คัดก้านผักบุ้งที่อวบสมบูรณ์ ตัดช่วงโคนให้ยาวประมาณ 5-6 นิ้ว โดยให้มีข้อก้านติดมาด้วย 2-3 ข้อ เพราะยอดใหม่จะแทงออกมาจากจุดนี้ เตรียมก้าน เด็ดใบส่วนล่างออกให้หมด เหลือใบที่ปลายยอดไว้เพียงเล็กน้อย เพื่อให้พืชโฟกัสกับการเร่งรากและยอดใหม่ได้เต็มที่ แช่น้ำ นำก้านใส่ภาชนะทรงสูง (แก้วหรือขวดตัดครึ่ง) เติมน้ำสะอาดให้ท่วมเฉพาะข้อก้านล่างสุดประมาณ 2-3 นิ้ว เพื่อให้ก้านตั้งตรงไม่เน่า รับแสงและดูแล วางในจุดที่มีแสงแดดส่องถึง เพราะผักบุ้งชอบแดดมาก และต้องเปลี่ยนน้ำทุกวันเพื่อความสะอาดและป้องกันยุงลาย เทคนิคเก็บเกี่ยวให้ได้ยอดผักบุ้งอวบๆ กรอบๆ สังเกตภายใน 2-3 วัน จะเริ่มเห็นตุ่มยอดใหม่และรากสีขาว เก็บกินประมาณ 7 วัน ยอดจะยาวพอให้เด็ดไปใส่มาม่าหรือผัดผักได้เลย แม้ยอดจะไม่หนาเท่าปลูกในดินแต่รับรองความสดกรอบระดับ 10 เต็ม 10 ตัวช่วย หากอยากให้ยอดอวบและโตไวขึ้นในระยะยาว สามารถหยดปุ๋ยน้ำ (A-B) ลงไปเพียง 1-2 หยดค่ะ 5. ปลูก กะเพรา โหระพา ปักชำในแก้วน้ำ เด็ดกินได้เรื่อยๆ กะเพรา และ โหระพา เป็นผักคู่ครัวอันดับต้นๆ สำหรับคนไทย เพราะไม่ว่าจะเมนูผัดกะเพรารสเด็ด หรือแกงเผ็ดหอมๆ ก็ขาดสมุนไพรสองชนิดนี้ไม่ได้เลย แต่ปัญหาที่คนทำอาหารเจอบ่อยที่สุดคือ ซื้อมาเป็นกำใหญ่เพื่อใช้เพียงไม่กี่กิ่ง ส่วนที่เหลือก็เหี่ยวคาตู้เย็นจนต้องทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย มาลองวิธีที่ง่ายแสนง่ายกันค่ะ ไม่ต้องเพาะเมล็ดให้เสียเวลา และไม่ต้องกลัวมือเลอะดิน เพียงแค่รู้วิธีเลือกกิ่งและจัดการกับใบให้ถูกจุด คุณก็จะมีสวนสมุนไพรกินได้ตั้งไว้ริมหน้าต่าง พร้อมเด็ดใช้งานได้สดๆ ทุกมื้อแบบไม่ต้องง้อตลาดอีกเลยค่ะ ขั้นตอนปักชำกะเพรา-โหระพาในน้ำ คัดก้าน เลือกก้านที่ค่อนข้างแข็งแรงหรือเริ่มเป็นสีเขียวเข้ม (ก้านแก่จะออกรากง่ายกว่าก้านอ่อน) ตัดให้ยาวประมาณ 4 นิ้ว เตรียมยอด เด็ดใบด้านล่างออกให้หมด เหลือใบที่ยอดไว้เพียง 2-3 ใบ เพื่อลดการคายน้ำและช่วยให้ก้านไม่เหี่ยวเร็ว แช่น้ำ นำก้านไปแช่ในแก้วน้ำสะอาด ให้ระดับน้ำท่วมขึ้นมาประมาณ 1-2 นิ้ว ระวังอย่าให้ใบจุ่มน้ำเพราะจะเน่า รอรากเดิน วางในที่ร่มรำไร แสงแดดไม่จัดเกินไป เปลี่ยนน้ำทุก 1-2 วัน เพื่อความสะอาด เทคนิคการย้ายลงกระถาง สังเกตราก ประมาณ 7-10 วัน จะเริ่มมีรากสีขาวพุ่งออกมาตามข้อก้าน ลงดิน เมื่อรากยาวประมาณ 1-2 นิ้วและดูแข็งแรง ให้ย้ายไปปลูกในกระถางดินเพื่อให้ต้นเติบโตเป็นพุ่มใหญ่ เก็บกิน ยิ่งเด็ดยอดบ่อยๆ ต้นจะยิ่งแตกแขนง ทำให้คุณมีกะเพราและโหระพาสดๆ ไว้ใช้ทำกับข้าวได้ตลอดปีโดยไม่ต้องซื้อซ้ำเลยค่ะ บทความที่คุณอาจสนใจ อะไรประหยัดได้ก็ประหยัด รวมลิสต์ผักโตไวปลูกง่าย ปลูกครั้งเดียวเก็บกินได้ถึงรุ่นลูก

เคล็ดลับผัดผักให้กรอบ สีสวย ไม่แฉะน้ำนอง เทคนิคเด็ดเหมือนเชฟมาทำเอง
อ่าน

เคล็ดลับผัดผักให้กรอบ สีสวย ไม่แฉะน้ำนอง เทคนิคเด็ดเหมือนเชฟมาทำเอง

หลายคนเจอปัญหาทำผัดผักทีไร ออกมานิ่มเละ น้ำนองเต็มจานเหมือนผักต้มเสียทุกที เคล็ดลับที่แท้จริงของเมนูนี้ไม่ได้อยู่ที่เครื่องปรุงราคาแพง แต่อยู่ที่การจัดการ ความร้อนและความชื้นอย่างมืออาชีพ TrueID Food จะมาบอกเทคนิคที่จะเปลี่ยนผักธรรมดาให้กลายเป็นเมนูระดับเหลาที่คุณทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้านกัน เคล็ดลับผัดผักให้กรอบ สีสวย ไม่แฉะน้ำนองเทคนิคเด็ดเหมือนเชฟมาทำเอง 1. เตรียมผักให้พร้อม ซับผักให้แห้งสนิท: นี่คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่พลาด การล้างผักแล้วโยนลงกระทะทันที น้ำที่เกาะอยู่จะทำให้อุณหภูมิกระทะลดลง ผักจะสุกด้วยการนึ่ง แทนการผัดทำให้ผักนิ่มและคายน้ำออกมาเยอะ แนะนำให้ใช้ตะแกรงสะบัดน้ำหรือใช้ผ้าซับให้แห้งก่อนลงกระทะ หั่นให้เท่ากัน: ควรหั่นผักให้มีขนาดพอดีคำและใกล้เคียงกัน เพื่อให้ความร้อนกระจายตัวและสุกพร้อมกันทั่วถึงทั้งจาน 2. จัดลำดับการลงกระทะ ตามความแข็งของผัก การใส่ผักทุกอย่างลงไปพร้อมกันคือสาเหตุที่ทำให้ผักบางชนิดเละในขณะที่บางชนิดยังดิบ ควรแบ่งกลุ่มดังนี้ กลุ่มที่ 1 ผักเนื้อแข็ง (สุกยาก): เช่น แครอท บรอกโคลี ก้านคะน้า ถั่วฝักยาว หรือฟักทอง ผักกลุ่มนี้ควรลงกระทะเป็นอันดับแรก หรือใช้เทคนิคลวกน้ำเดือด สั้นๆ ก่อนนำมาผัด กลุ่มที่ 2 ผักเนื้อปานกลาง: เช่น พริกหวาน, หอมใหญ่, กะหล่ำปลี หรือข้าวโพดอ่อน ใส่ตามลงไปเมื่อผักกลุ่มแรกเริ่มเปลี่ยนสี หรือเริ่มใสขึ้น ผักกลุ่มนี้จะให้รสสัมผัสที่หวานและกรอบเด้ง กลุ่มที่ 3 ผักใบและผักเนื้ออ่อน: เช่น ผักบุ้ง ผักกาดขาว ถั่วงอก หรือเห็ดต่างๆ กลุ่มนี้ต้องใส่ ลำดับสุดท้ายเท่านั้น ลงกระทะปุ๊บ คลุก 2-3 ทีแล้วปิดไฟทันทีเพื่อรักษาความสด 3. เทคนิคการผัดด้วยไฟแรง ไฟต้องแรง กระทะต้องร้อน: รอจนน้ำมันเริ่มเงาหรือมีควันจางๆ การใช้ไฟแรงจะช่วย เคลือบผิวผักให้กรอบและล็อกความหวานไว้ข้างในทันที อย่าใส่ผักจนล้น: หากทำปริมาณมาก ควรแบ่งผัดทีละน้อย เพราะถ้าผักแน่นกระทะ ความร้อนจะตกทำให้น้ำในผักซึมออกมาจนแฉะ เทคนิคจี่พรมน้ำ: สำหรับผักที่สุกยากอย่างบรอกโคลี ให้จี่ในกระทะร้อนๆ 1 นาที แล้วพรมน้ำลงไปเล็กน้อย (1-2 ช้อนโต๊ะ) ปิดฝา 30 วินาที วิธีนี้จะช่วยให้สุกถึงแกนกลางแต่ยังคงสีเขียวสดและกรอบ 4. เคล็ดลับการปรุงรสแบบมือโปร อย่ารีบใส่ซอส: เกลือและน้ำปลาจะดึงน้ำออกจากผัก ถ้าใส่เร็วเกินไปผักจะเหี่ยว แนะนำให้ใส่ซอสในช่วง 30-60 วินาทีสุดท้าย ก่อนตักขึ้น ใช้แป้งข้าวโพดเพิ่มความเงา: ผสมแป้งข้าวโพดกับน้ำเล็กน้อยลงในซอสปรุงรส จะช่วยให้ซอสมีความข้นและเคลือบอยู่บนผิวผักได้ดี ช่วยให้ผักดูเงางามน่าทานเหมือนที่ร้านทำ สรุปสูตรลัด: ลงกลุ่มผักแข็ง ตามด้วยผักเนื้อกลาง จบด้วยผักใบและซอสปรุงรส เร่งไฟแรง คลุกไวๆ แล้วรีบตักเสิร์ฟทันที บทความที่คุณอาจสนใจ วิธีล้างเขียงไม้ กำจัดคราบดำฝังแน่น ไม่ขึ้นรา พร้อมทำเมนูอร่อย วิธีแก้หุงข้าวแฉะ แก้ง่ายๆ ข้าวกลับมาเรียงเม็ดสวย! 12 สูตรหมักหมู หมูนุ่ม หมูทอด หมูย่าง ทำกินได้ที่บ้าน ทำขายกำไรดี ! ทำความรู้จัก เนื้อหมูส่วนต่างๆ เนื้อหมูส่วนไหน เอาไปทำเมนูอะไรอร่อย รวม 25 เคล็ดลับก้นครัว เคล็ดลับทำอาหารง่ายๆ ทำตามนี้ชีวิตดีแน่นอน

อะไรประหยัดได้ก็ประหยัด รวมลิสต์ผักโตไวปลูกง่าย ปลูกครั้งเดียวเก็บกินได้ถึงรุ่นลูก
อ่าน

อะไรประหยัดได้ก็ประหยัด รวมลิสต์ผักโตไวปลูกง่าย ปลูกครั้งเดียวเก็บกินได้ถึงรุ่นลูก

ยุคของแพงค่าครองชีพพุ่งแบบนี้ "อะไรประหยัดได้ก็ต้องประหยัด" การปลูกผักสวนครัวโตไวไว้กินเองจากเป็นทางรอดที่ยั่งยืนที่สุดสำหรับผู้ที่สะดวกด้านพื้นที่ ภูมิปัญญาที่สร้างความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือน TrueID Food รวมลิสต์ผักเศรษฐกิจปลูกง่าย ขยายพันธุ์ต่อได้ไม่รู้จบ ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้จริงตั้งแต่วันแรกที่เก็บเกี่ยว เหมาะมากสำหรับมือใหม่ที่อยากสร้างคลังอาหารส่วนตัวไว้กินยันรุ่นลูก อะไรประหยัดได้ก็ประหยัด รวมลิสต์ผักโตไวปลูกง่ายปลูกครั้งเดียวเก็บกินได้ถึงรุ่นลูก อันดับผักชนิดไหนปลูกแล้วได้กินไวจากน้อยไปมาก อันดับ ชื่อผัก ระยะเวลาเก็บเกี่ยว (วัน/เดือน) วิธีขยายพันธุ์ ราคาโดยประมาณ (บาท/ขีด) 1 ผักบุ้งจีน 20 - 25 วัน เมล็ด / ปักชำ 2 - 4 2 ผักกาดหอม 30 - 45 วัน เมล็ด 4 - 6 3 กวางตุ้ง 30 - 45 วัน เมล็ด 2 - 4 4 ผักชี 40 - 45 วัน เมล็ด 8 - 15 5 ต้นหอม 40 - 45 วัน เมล็ด / แยกหน่อหัว 6 - 10 6 ขึ้นฉ่าย 40 - 50 วัน เมล็ด 8 - 12 7 แตงกวา 40 - 50 วัน เมล็ด 2 - 4 8 คะน้า 45 - 50 วัน เมล็ด 3 - 5 9 หัวไชเท้า 45 - 50 วัน เมล็ด 2 - 3 10 กะเพรา 45 - 60 วัน เมล็ด / ปักชำ 5 - 8 11 ถั่วฝักยาว 50 - 60 วัน เมล็ด 3 - 5 12 ผักกาดขาว 50 - 60 วัน เมล็ด 2 - 4 13 ข้าวโพดอ่อน 50 - 60 วัน เมล็ด 4 - 6 14 มะระจีน 60 - 70 วัน เมล็ด 4 - 6 15 มะเขือเทศ 70 - 80 วัน เมล็ด 3 - 6 16 พริกขี้หนู 70 - 90 วัน เมล็ด 10 - 15 17 มะเขือเปราะ 70 - 90 วัน เมล็ด 2 - 4 18 มะเขือยาว 70 - 90 วัน เมล็ด 3 - 5 19 แครอท 80 - 100 วัน เมล็ด 3 - 4 20 หอมแดง 90 - 110 วัน หัว 6 - 10 21 มันฝรั่ง 90 - 120 วัน หัว (ตาของหัว) 4 - 6 22 หอมหัวใหญ่ 100 - 120 วัน เมล็ด / หัว 3 - 5 23 กระเทียม 100 - 120 วัน หัว (กลีบ) 8 - 12 24 ฟักทอง 100 - 120 วัน เมล็ด 2 - 4 25 ตำลึง 2 - 3 เดือน เมล็ด / ปักชำเถา 5 - 8 26 ขิง 6 - 8 เดือน เหง้า (หัว) 5 - 8 27 ข่า 8 - 12 เดือน เหง้า (หัว) 4 - 7 28 ตะไคร้ 8 - 10 เดือน ปักชำต้น / แยกกอ 3 - 5 29 ชะอม 6 เดือน - 1 ปี ปักชำ / ตอนกิ่ง 8 - 12 30 มะนาว 1 - 2 ปี ตอนกิ่ง / เพาะเมล็ด 5 - 10 (หรือต่อลูก) บทความที่คุณอาจสนใจ วิธีล้างเขียงไม้ กำจัดคราบดำฝังแน่น ไม่ขึ้นรา พร้อมทำเมนูอร่อย วิธีแก้หุงข้าวแฉะ แก้ง่ายๆ ข้าวกลับมาเรียงเม็ดสวย! 12 สูตรหมักหมู หมูนุ่ม หมูทอด หมูย่าง ทำกินได้ที่บ้าน ทำขายกำไรดี ! ทำความรู้จัก เนื้อหมูส่วนต่างๆ เนื้อหมูส่วนไหน เอาไปทำเมนูอะไรอร่อย รวม 25 เคล็ดลับก้นครัว เคล็ดลับทำอาหารง่ายๆ ทำตามนี้ชีวิตดีแน่นอน

ธรรมชาติ แท็กทีม เอแคลร์ จือปาก ปล่อยซิงเกิลใหม่ แคว็กหอย
อ่าน

ธรรมชาติ แท็กทีม เอแคลร์ จือปาก ปล่อยซิงเกิลใหม่ แคว็กหอย

คนไทยเตรียมตัวโยก! เมื่อ ธรรมชาติ สะบัดลุคสาวสวยเล็บยาวสู่หนุ่มใต้สุดหรอย จับมือครีเอเตอร์และเอนเตอร์เทนเนอร์ชื่อดัง เอแคลร์ จือปาก ปล่อยซิงเกิลใหม่ แคว็กหอย เพลงใต้จังหวะสนุกที่ผสมกลิ่นอายภาษาถิ่นกับบีตแดนซ์สุดมันส์ ตั้งใจปลุกความสนุกต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ เพลง แคว็กหอย มาพร้อมสไตล์เพลงใต้ที่มีเอกลักษณ์ ทั้งภาษา จังหวะ และอารมณ์ขันแบบบ้าน ๆ เล่าผ่านเรื่องราวของ พี่บ่าว ที่กำลังสงสัยความลับของ น้องสาว พร้อมท่อนฮุกที่ติดหูและชวนเต้นตามได้ง่าย ทำให้เพลงนี้มีโอกาสกลายเป็นอีกหนึ่งเพลงไวรัลในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ซิงเกิลใหม่ เพลง แคว็กหอย ความพิเศษของมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ ยังขนทัพอินฟูลเอนเซอร์และครีเอเตอร์ชื่อดังมาร่วมปรากฏตัวสร้างสีสันจำนวนมาก เติมความสนุกและพลังความบันเทิงให้กับ MV สะท้อนคาแรกเตอร์ความสนุกแบบเต็มพิกัดของแต่ละคน ผสานความตลกกับจังหวะดนตรีชวนโยก บอกเลยว่าเหมาะกับการเปิดฟังและเต้นกันให้สุดในช่วงสงกรานต์นี้ นอกจากนี้ยังเตรียมพบกับโชว์สุดพิเศษ เมื่อเพลง แคว็กหอย เตรียมสร้างสีสันบนเวที ในงานวันเกิดของเอแคลร์ จือปาก วันที่ 28 มีนาคมนี้ ที่จะเต็มไปด้วยบรรยากาศความสนุกและการแดนซ์แบบจัดเต็ม แฟน ๆ สามารถรับชมมิวสิกวิดีโอเพลง แคว็กหอย ได้แล้วทาง YouTube ช่อง Thammachad หรือ https://youtu.be/4wo-PuVsas8?si=-cHx6pkQcLrDhaAZ เตรียมซ้อมท่าเต้นให้พร้อม ก่อนจะมาอวดลีลาเต้นผ่าน TikTok ให้สนั่นโซเชียลในช่วงสงกรานต์นี้ Song Credits Song: แคว็กหอย Artist: ธรรมชาติ feat. เอแคลร์ จือปาก Lyrics: NESTIST Produced by: Gene Nuttakrita Arranged by: Gene Nuttakrita Vocal Director: NESTIST Engineer: Thanapat Thongron Mixing Mastering: Gene Nuttakrita Recorded at: Dogpool Music Studio

ล้างผักด้วยอะไรดี วิธีล้างผักให้สะอาดด้วย เบกกิ้งโซดา น้ำส้มสายชู และ เกลือ
อ่าน

ล้างผักด้วยอะไรดี วิธีล้างผักให้สะอาดด้วย เบกกิ้งโซดา น้ำส้มสายชู และ เกลือ

เปิดคู่มือล้างผัก ล้างผลไม้ให้สะอาด ควรใช้ เบกกิ้งโซดา น้ำส้มสายชู หรือ น้ำยาล้างผัก ดีกว่ากัน และ ห้ามใช้เกลือล้างผัก จริงไหม เพราะทุกวันนี้มีทั้ง ยาฆ่าแมลง เชื้อแบคทีเรีย หรือแม้แต่ ไข่พยาธิ การล้างด้วยน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป แล้วตัวไหนล่ะที่เหมาะกับผักผลไม้ประเภทไหนบ้าง เลือกใช้อะไรให้สะอาดชัวร์ TrueID Food รวบรวมคำตอบมาให้แล้วค่า 1. ล้างผักด้วย เบกกิ้งโซดา ปราบสารเคมีและยาฆ่าแมลง หากโจทย์ของคุณคือความกังวลเรื่องยาฆ่าแมลงที่ตกค้างอยู่ในผักใบเขียวหรือผลไม้เปลือกบาง เบกกิ้งโซดา (Sodium Bicarbonate) คือผู้ช่วยมือหนึ่งค่ะ ประสิทธิภาพ: งานวิจัยระบุว่าเบกกิ้งโซดาสามารถช่วยลดสารพิษตกค้างได้สูงถึง 90-95% เนื่องจากฤทธิ์ที่เป็นด่างอ่อนๆ จะไปช่วยสลายโครงสร้างทางเคมีของยาฆ่าแมลงให้หลุดออกได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับ: ผักที่เสี่ยงต่อการฉีดยาเยอะ เช่น คะน้า กะเพรา ผักชี หรือผลไม้ที่กินทั้งเปลือกอย่าง องุ่น แอปเปิล และฝรั่ง วิธีล้างที่ถูกต้อง: ผสมเบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 10 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านอีกครั้ง ข้อควรระวัง: อย่าใช้ในปริมาณที่เข้มข้นเกินไป เพราะอาจทำให้ผักนิ่มหรือรสชาติเปลี่ยน และผู้ที่ต้องจำกัดโซเดียม (โรคไต/ความดัน) ควรล้างน้ำเปล่าซ้ำหลายๆ รอบเพื่อไม่ให้มีสารตกค้าง 2. ล้างผักด้วย น้ำส้มสายชู ช่วยฆ่าเชื้อโรคและพยาธิ หากคุณชอบทาน "ผักสด" หรือผักสลัด ความกังวลอันดับหนึ่งคือเชื้อจุลินทรีย์และไข่พยาธิ ซึ่ง น้ำส้มสายชู คือคำตอบที่เหมาะสมที่สุด ประสิทธิภาพ: กรดอะซิติกในน้ำส้มสายชูมีคุณสมบัติเด่นในการ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เช่น E. coli เชื้อรา และกำจัดไข่พยาธิ ที่อาจติดมากับดินหรือน้ำที่ใช้รดผัก แม้จะลดสารเคมีได้ไม่เท่าเบกกิ้งโซดา (ลดได้ประมาณ 29-38%) แต่เรื่องความสะอาดจากเชื้อโรคถือว่ายืนหนึ่ง เหมาะสำหรับ: ผักใบที่กินสด เช่น ผักสลัด สะระแหน่ ผักกาดหอม รวมถึงผักไฮโดรโปนิกส์ที่อาจปนเปื้อนเชื้อในน้ำ วิธีล้างที่ถูกต้อง: ใช้น้ำส้มสายชูความเข้มข้น 5% ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 4 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ข้อควรระวัง: น้ำส้มสายชูมีกลิ่นฉุน หากล้างออกไม่หมดอาจทำให้รสชาติอาหารเพี้ยน และผักที่ใบบอบบางมากอาจเหี่ยวได้ง่ายถ้าแช่นานเกินไป 3. ล้างผักด้วย เกลือป่น สูตรโบราณที่ทำง่ายและช่วยเรื่องความสด เกลือ เป็นวิธีที่คลาสสิกที่สุด หาได้ง่ายทุกครัวเรือน ซึ่งมักมีกระแสเฟกนิวส์บอกว่าการล้างผักด้วยเกลือจะทำให้ยาฆ่าแมลงซึมเข้าผักมากกว่าเดิม ซึ่งหลายฝ่ายก็ออกมายืนยันแล้วว่าไม่จริง ค่ะ จะช่วยเรื่องอะไรบ้างมาดูตามด้านล่างนี้เลย ประสิทธิภาพ: เกลือช่วยในการดึงสิ่งสกปรก คราบดิน และกำจัดแมลงตัวเล็กๆ เช่น เพลี้ย หรือหนอนให้หลุดออกจากซอกผักได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดสารพิษได้ในระดับปานกลาง (ประมาณ 27-38%) เหมาะสำหรับ: ผักและผลไม้ทั่วไปที่มีดินติดเยอะ หรือผักที่ต้องการรักษาความกรอบเอาไว้ วิธีล้างที่ถูกต้อง: เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 4 ลิตร แช่ไว้ 10 นาที แล้วล้างน้ำสะอาดตาม ข้อควรระวัง: ไม่ควรแช่นานเกินไปเพราะเกลือจะถูกดูดซึมเข้าเนื้อผัก ทำให้ผักมีรสเค็มและเพิ่มโซเดียมในมื้ออาหารโดยไม่จำเป็น ล้างผักด้วย ด่างทับทิม การใช้ด่างทับทิมล้างผักช่วยฆ่าเชื้อโรค เชื้อรา แบคทีเรีย และลดสารพิษตกค้างได้ 35-43% ค่ะขั้นตอนการล้างผักด้วยด่างทับทิม ใช้น้ำเปล่าประมาณ 4-5 ลิตร (กะละมังขนาดกลาง) ใส่เกล็ดด่างทับทิมเพียง 20-30 เกล็ด (หรือไม่เกิน 4-5 เกล็ดสำหรับน้ำน้อย) ลงในน้ำ คนให้ละลายจนน้ำเป็น สีชมพูอ่อนหรือม่วงจางๆ ระวังหากน้ำสีเข้มเกินไป จะระคายเคืองผิวหนังและเป็นอันตราย นำผักผลไม้ที่ล้างน้ำเปล่ารอบแรกแล้ว ลงไปแช่ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที หลังจากครบเวลา ให้ล้างผักด้วยน้ำสะอาดเปล่าอีกหลายๆ ครั้ง (อย่างน้อย 2-3 รอบ) เพื่อล้างสารตกค้างออกให้หมด การล้างผักด้วยน้ำยาล้างผัก เป็นทางเลือกที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกและครอบคลุมการทำความสะอาดในขั้นตอนเดียวครับ โดยน้ำยาเหล่านี้มักมีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ (เช่น ข้าวโพด มะพร้าว) และสารลดแรงตึงผิวที่ปลอดภัย โดยควรเลือกซื้อน้ำยาที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน (เช่น อย.) และระบุว่าเป็นสูตรธรรมชาติหรือ Food Grade เพื่อป้องกันสารเคมีแปลกปลอม วิธีที่ล้างผักที่ขาดไม่ได้คือ "การล้างผ่านน้ำ" ไม่ว่าคุณจะเลือกแช่ด้วยอะไรก็ตาม ขั้นตอนสุดท้ายที่ห้ามลืมเด็ดขาดคือ การล้างผ่านน้ำไหลโดยเปิดน้ำเบาๆ แล้วใช้มือถูใบผักไปมาเบาๆ นานประมาณ 2 นาที วิธีนี้จะช่วยชะล้างทั้งสารทำความสะอาดที่เราใช้ และเศษสารพิษที่หลุดออกมาให้หมดจดจริงๆ ตัวช่วยล้างผัก เหมาะสำหรับ กำจัดอะไรได้ดี สัดส่วน/วิธีใช้ เบกกิ้งโซดา ผักใบ, ผลไม้กินทั้งเปลือก ยาฆ่าแมลง สารเคมี (ลดได้ 90-95%) 1/2 ช้อนโต๊ะ : น้ำ 10 ลิตร (แช่ 15 นาที) น้ำส้มสายชู ผักสลัด, ผักสด, ผักไฮโดรฯ เชื้อโรค ไข่พยาธิ เชื้อรา 1 ช้อนโต๊ะ : น้ำ 4 ลิตร (แช่ 10-15 นาที) เกลือป่น ผักทั่วไป, ผักที่มีดินเยอะ คราบดิน แมลงตัวเล็ก 1 ช้อนโต๊ะ : น้ำ 4 ลิตร (แช่ 10 นาที) ด่างทับทิม ผักที่เสี่ยงต่อพยาธิสูง ไข่พยาธิ เชื้อรา แบคทีเรีย ใช้ 20-30 เกล็ด : น้ำ 4 ลิตร (แช่ 10 นาที) แป้ง (แป้งสาลี หรือแป้งมัน) องุ่น, สตรอว์เบอร์รี่, บรอกโคลี คราบไขมัน นวลขาว ฝุ่น โรยแป้งบนผิวผัก ผลไม้ แล้วถูเบาๆ ด้วยน้ำน้อยๆ น้ำยาล้างผัก ทุกชนิด (เน้นความไว) ครอบคลุมทั้งสารเคมีและเชื้อโรค ตามคำแนะนำข้างขวด (แช่ 3-5 นาที) น้ำไหลผ่าน ผักทุกชนิด (ใช้ร่วมกับวิธีอื่น) เศษสิ่งสกปรกที่หลุดออกมา เปิดน้ำไหลเบาๆ คลี่ใบออกมาถู (ประมาณ 2 นาที) ทำอาหารมื้อต่อไป ลองเลือกวิธีล้างผักให้เหมาะกับความต้องการกันดูนะคะ ซึ่งการเลือกวิธีที่เหมาะสมไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณได้ทานผักที่สะอาดและปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาคุณค่าทางสารอาหารและรสชาติของผักนั้นๆ ไว้ได้ดีที่สุดด้วยค่ะ เลือกซื้อวัตถุดิบ ไปทำเมนูอร่อยหลากหลาย ได้ที่ Makro แม็คโครทุกสาขาพร้อมรับส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าทรู กดรับสิทธิ์ ที่นี่ บทความที่คุณอาจสนใจ 9 น้ำยาล้างผักและผลไม้ ยี่ห้อไหนดี 2026 ล้างสะอาด ไร้สารตกค้าง 5 วิธี ล้างผัก ผลไม้ อย่างไร ให้สะอาด ปลอดภัยจากสิ่งสกปรก สารตกค้าง

LAWOI' (ละโวยจ) หลังสวน เมนูกลางวัน อร่อยฟิน ราเมงซีฟู้ดจากทะเลไทย
อ่าน

LAWOI' (ละโวยจ) หลังสวน เมนูกลางวัน อร่อยฟิน ราเมงซีฟู้ดจากทะเลไทย

เช็กอิน ร้านอาหารใกล้ฉัน หลังสวน ที่ร้าน LAWOI' (ละโวยจ) ภายใน Velaa Sindhorn Village หลังสวน อีกหนึ่งไลน์ร้านอาหารในจักรวาลของ เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร ปกติร้านนี้จะเปิดแค่ช่วงเย็น เป็นฟีลร้านอิซากายะ นั่งชิลแฮงค์เอาท์ ในคอนเซ็ปต์ Seafood Sake Bar แต่ตอนนี้ที่ร้านมีเพิ่มไลน์ Lunch Menu มื้อกลางวัน ในช่วงเวลาเร่งรีบ โดยเน้นเมนูราเมง ที่ใช้วัตถุดิบอาหารจากท้องทะเลไทย มีทั้งหมด 4 เมนู โดยจะมีการปรับเปลี่ยนเมนูทุกๆ 6 เดือน บอกเลยว่าความพรีเมียมยังเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือความ Comfort รีวิว LAWOI' หลังสวน เมนู อาหารกลางวัน Grilled Squid Ponzu Somen โซเมนปลาหมึกย่างซอสพอนสึ ชามนี้จะเป็นราเมงแบบเย็น เส้นโซเมนสุกกำลังดี มีความหนึบ พร้อมซอสซอสพอนสึรสชาติออกเปรี้ยวเค็มให้ความสดชื่นในช่วงที่อากาศร้อนๆ ได้เป็นอย่างดี Miso Spicy Fish Ramen ราเมงหอยเชลล์ไข่ปลาเมนไทโกะ สำหรับเมนูนี้ตัวซุปจะถูกทำออกมาในรูปแบบของครีมซุป ที่มีกลิ่นอายความเป็นไทยเพราะเบสซุปจะมีกะทิผสมอยู่ ท็อปด้านบนด้วยหอยเชลล์ตัวโต และเมนไทโกะที่มีความเค็มมาตัดรสชาติ Seafood Shio Ramen ชิโอะราเมงทะเล ราเมงซุปเกลือ จานนี้จัดเต็มอาหารทะเลเหมือนยกมาทั้งทะเลมาไว้ในชาม ไม่ว่าจะเป็นปลาย่าง หอย เกี๊ยว และไข่ต้มสไตล์ญี่ปุ่ร รสชาติอร่อยหอมกลมกล่อม อูมามิสุดๆ Miso Spicy Fish Ramen ราเมงแห้งปลาเผ็ด สำหรับเมนูนี้ตะเป็นราเมงแบบแห้ง ตัวเส้นจะคลุกกับซอสมิโสะรสเผ็ด ม็อปด้านบนด้วยปลาไทยประจำวัน กริลล์มาแบบได้ความสุกเล็กน้อย พร้อมไข่แดงเพิ่มความนัว ในเซ็ทจะเสิร์ฟพร้อม Menu Main Remen + Cucumber pickled with plum + Pineapple sake sorbet + Green tea Refill สามารถ Add On Snack อื่นๆได้ ปลาซาบะดอง หอยนางรมทอด ปลาไข่ทอด แตงกวาญี่ปุ่นรากบ๊วยดอง สำหรับเซ็ทเมนูอาหารกลางวัน ของร้าน LAWOI' (ละโวยจ) จะพร้อมเสิร์ฟในเวลา 12.00 - 14.00 น. ของทุกวัน โดยทางร้านจำนวนจำกัดในแต่ละวัน ไม่ถึง 10 ที่/เมนู แนะนำให้สอบถามและสำรองที่นั่งล่วงหน้า เมนูอาหารจะเปลี่ยนทุกๆ 6 เดือน ข้อมูลร้าน LAWOI' (ละโวยจ) พิกัด : https://maps.app.goo.gl/6ZsHfQnnqGQYSvDs7 ที่อยู่ : Velaa Sindhorn Village (หลังสวน) ชั้น B1 ร้านเปิดบริการ : 12.00 - 14.00 น. / 17.00 - 23.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Lawoi' - ละโวยจ บทความที่คุณอาจสนใจ 10 ร้านอาหาร ซอยหลังสวน ร้านดังต้องแวะ ใกล้ BTS ชิดลม Oyatsu no Jikan คากิโกริร้านดังจากโตเกียว สาขาแรกนอกญี่ปุ่น สายหวานต้องโดน

เมนูอาหารขึ้นต้นด้วย ก. ไก่ ส่องเมนูอักษร ก. รสเด็ดที่คุณอาจลืมไปแล้วว่ามีอยู่
อ่าน

เมนูอาหารขึ้นต้นด้วย ก. ไก่ ส่องเมนูอักษร ก. รสเด็ดที่คุณอาจลืมไปแล้วว่ามีอยู่

นึกถึงเมนูอาหารขึ้นต้นด้วย ก. ไก่ หลายคนอาจคิดถึงแค่กะเพรา แต่รู้ไหมว่ายังมีเมนู ก. รสเด็ดอีกเพียบ! ตั้งแต่แกงไทยโบราณ โกยซีหมี่เหลาชื่อดัง ไปจนถึงขนมหวานหาทานยาก เรามัดรวมลิสต์เมนูอักษร ก. ที่คุณอาจลืมไปแล้วมาฝาก รับรองว่าอร่อยครบทั้งคาวหวานจนต้องรีบจดสูตรตาม เมนูอาหารขึ้นต้นด้วย ก. ไก่ ส่องเมนูอักษร ก. รสเด็ดที่คุณอาจลืมไปแล้วว่ามีอยู่ 1. หมวดแกงและต้ม แกงเขียวหวาน: แกงกะทิที่โดดเด่นด้วยสีเขียวจากพริกขี้หนูเขียวและสมุนไพรสด รสชาติออกหวานนำและหอมกะทิ ตัดเลี่ยนด้วยมะเขือเปราะและใบโหระพา แกงส้ม: แกงที่ให้รสสัมผัสที่สดชื่นและจัดจ้าน เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่การโขลกเนื้อปลาลงในพริกแกงเพื่อให้น้ำแกงข้นนวล แกงเผ็ด: ใช้พริกแกงแดงเป็นพื้นฐาน มักใส่กะทิพอประมาณให้ดูขลุกขลิก มีกลิ่นหอมแรงจากผิวมะกรูดและใบยี่หร่าในบางสูตร แกงมัสมั่น: แกงที่เน้นเคี่ยวเนื้อสัตว์จนนุ่มละลายในปาก ใส่ถั่วลิสงคั่วและมันฝรั่ง รสชาติหอมละมุนด้วยเครื่องเทศแห้งอย่างลูกกระวานและอบเชย แกงคั่ว: แกงกะทิที่มีรสชาติเปรี้ยว หวาน เค็ม อย่างสมดุล มักใช้พริกแกงคั่วผสมกับเนื้อผลไม้หรือพืชผักที่มีรสเปรี้ยว เช่น สับปะรด หรือใบชะพลู แกงขี้เหล็ก: อาหารสมุนไพรไทยที่มีรสขมเป็นเอกลักษณ์ ความนัวอยู่ที่น้ำกะทิที่ตัดกับความขมของใบขี้เหล็กได้อย่างลงตัว แกงไตปลา: เมนูเด็ดจากภาคใต้ที่ใช้พุงปลาหมักจนได้ที่ แกงใส่หน่อไม้ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และปลาโอ รสชาติเผ็ดร้อนสะใจ แกงจืด: เมนูพื้นฐานที่ดูง่ายแต่ต้องอาศัยน้ำซุปที่เคี่ยวจากกระดูกจนหวานใส ใส่ผักกาดขาวหรือฟักเขียว ช่วยเบรกความเผ็ดจากอาหารจานอื่น 2. หมวดผัด ทอด และย่าง กะเพรา: จานด่วนที่เป็นหัวใจของคนไทย เคล็ดลับคือการผัดพริกกระเทียมให้หอมฟุ้ง ใช้ใบกะเพราป่าใบเล็กจะยิ่งให้กลิ่นแรงและรสเผ็ดร้อน กุ้งทอดกระเทียม: เมนูที่ชูโรงด้วยการเจียวกระเทียมจนเหลืองทองกรอบ คลุกเคล้ากับกุ้งตัวโตที่ปรุงรสด้วยซอสและพริกไทยขาวจนเคลือบตัวกุ้ง กะหล่ำปลีน้ำปลา: เมนูที่ใช้เทคนิคการผัดด้วยไฟแรงจัดให้ผักยังคงความกรอบ แต่มีกลิ่นหอมไหม้กระทะ และความหอมเค็มจากน้ำปลาแท้ชั้นดี ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์: เป็นเมนูสไตล์ไทย-จีนที่ผสมผสานความนุ่มของไก่ ความกรอบของเม็ดมะม่วง และความเผ็ดหวานจากพริกแห้งทอด ไก่กอและ: ไก่ย่างทางภาคใต้ที่ไม่ได้มีดีแค่การย่าง แต่มีการทาซอสพริกแกงที่ผสมกะทิสลับกับการย่างถึง 2-3 รอบ จนซอสซึมเข้าเนื้อและเข้มข้น กุ้งเผา: เน้นการเลือกกุ้งแม่น้ำตัวโตที่มีมันกุ้ง เยิ้มตรงหัว เผาด้วยเตาถ่านให้มีกลิ่นหอมฟืน ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดมะนาวแท้ กุนเชียงทอด: ของอร่อยคู่ตู้เย็น เคล็ดลับการทอดให้นุ่มไม่แข็งคือการทอดด้วยน้ำเปล่าจนน้ำงวดแล้วน้ำมันในตัวกุนเชียงจะค่อยๆ ออกมาทอดตัวเองให้สีสวย 3. หมวดเส้นและจานเดียว ก๋วยเตี๋ยว: มีตั้งแต่เส้นหมี่ขาวไปจนถึงเส้นใหญ่ มีจุดเด่นที่น้ำซุปและเครื่องปรุงรสที่มีเอกลักษณ์ต่างกันไปในแต่ละร้าน โกยซีหมี่: ใช้บะหมี่เหลืองทอดหรือผัดจนเกรียมหอม ราดด้วยน้ำราดหน้าหน่อไม้และไก่เส้น รสชาติออกไปทางนุ่มนวล หอมน้ำมันงาและเหล้าจีน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่: เส้นใหญ่ต้องผัดจนเกรียมและแห้งสนิท มีกลิ่นหอมกระทะที่เป็นหัวใจสำคัญ เสิร์ฟพร้อมปาท่องโก๋ตัวเล็กและซอสพริก ก๋วยจั๊บ: มีทั้งแบบน้ำข้นที่หอมพะโล้และแบบน้ำใสที่เผ็ดร้อนพริกไทยขาว จุดเด่นคือเครื่องในที่ทำอย่างสะอาดและหมูกรอบที่ยังคงความกรอบในน้ำซุป กุ้งอบวุ้นเส้น: ใช้หม้อดินเป็นภาชนะเพื่อกักเก็บความร้อนและกลิ่นหอมของชวงเจีย (พริกหอม) ขิง และขึ้นฉ่าย วุ้นเส้นต้องเหนียวนุ่มและดูดซับรสชาติกุ้งได้ดี 4. หมวดของว่างและกับแกล้ม กุ้งแช่น้ำปลา: เมนูวัดความสดของกุ้งและความแซ่บของน้ำจิ้ม มักเสิร์ฟพร้อมมะระดิบฝานบางและกระเทียมฝานเพื่อช่วยชูรสและดับคาว กุ้งโสร่ง: อาหารว่างชาววังที่โชว์ฝีมือการพันเส้นหมี่ซั่วให้เรียงตัวสวยงามรอบตัวกุ้ง ทอดจนกรอบมีสีเหลืองทอง กะหรี่ปั๊บ: โดดเด่นด้วยแป้งที่ม้วนเป็นชั้นลายก้นหอย ไส้ไก่ผัดผงกะหรี่ต้องมีรสสัมผัสของมันฝรั่งบดผสมกับชิ้นไก่ที่นุ่มนวล หรือไส้อื่นๆ แล้วแต่ผู้ทำรังสรรค์ กุยช่าย: มีต้นกำเนิดจากจีน แป้งต้องเหนียวนุ่มแต่บางจนเห็นไส้ผักสีเขียวเข้ม ยิ่งทอดจนผิวกรอบนอกนุ่มในยิ่งทวีความอร่อย เกี๊ยวทอด / เกี๊ยวน้ำ: แผ่นแป้งสีเหลืองห่อไส้หมูสับ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วและน้ำมันงา ทานเล่นแบบกรอบหรือซดน้ำซุปร้อนๆ ได้เช่นกัน กะปิคั่ว: เครื่องจิ้มโบราณที่นำกะปิมาปรุงรสด้วยเครื่องแกงและกะทิ ผสมเนื้อปลาโขลกจนฟู หอมละมุนด้วยหอมแดงและตะไคร้ 5. หมวดของหวานและผลไม้ กล้วยบวชชี: ขนมหวานที่ใช้กล้วยน้ำว้าห่ามกำลังดีต้มในกะทิที่ปรุงด้วยเกลือเล็กน้อยเพื่อให้รสชาติหวานมันเค็ม ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป กล้วยเชื่อม: กล้วยที่เคี่ยวในน้ำเชื่อมจนกลายเป็นสีแดงระเรื่อสวยงาม มีรสสัมผัสหนึบหนับ ทานคู่กับหัวกะทิข้นๆ รสเค็มมัน กล้วยแขก (กล้วยทอด): กล้วยน้ำว้าชุบแป้งทอดที่ผสมมะพร้าวขูดและงาขาวเพื่อให้ความหอมและกรอบทนนาน เป็นของว่างยอดฮิตที่กินได้ไม่มีเบื่อ กลีบลำดวน: ขนมมงคลที่เลียนแบบรูปลักษณ์ดอกลำดวน ตัวขนมต้องกรอบร่วนละลายในปาก และหอมอบอวลด้วยกลิ่นควันเทียน ขนมเกสรลำเจียก: ทำจากแป้งข้าวเหนียวที่โปรยเป็นเส้นเล็กๆ บนกระทะร้อน ม้วนใส่ไส้มะพร้าวกวน มีกลิ่นหอมเย็นของน้ำลอยดอกมะลิ กาละแม: ขนมพื้นบ้านที่ต้องใช้แรงและเวลาในการกวนจนแป้งเหนียวข้นและขึ้นเงาสวย หอมกลิ่นน้ำตาลไหม้และกะทิเข้มข้น กะท้อนทรงเครื่อง: กะท้อนที่นำมาปอกดปลือกและสับเป็นริ้วโดยให้ยังติดกันเสริมรสชาติด้วยน้ำราดที่ทำจากน้ำตาลมะพร้าวเคี่ยวจนเหนียว โรยถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้ง และพริกป่น ให้รสสัมผัสครบทุกมิติ บทความที่คุณอาจสนใจ จัดอันดับ พริกเผ็ดที่สุดในโลก!! พริกสายพันธุ์ไหนเผ็ดร้อนบรรลัยกัลป์ ซอสพริก ตัวเด็ดในตำนาน นอกกระแส รสชาติเผ็ดจี๊ดโดนใจ หั่นพริกแล้วแสบมือ! วิธีลดอาการแสบร้อนจากพริก แสบร้อนผิวหนังหลังโดนพริก เคล็ดลับ วิธีทำให้พริกเผ็ดน้อยลง ไม่กินเผ็ดก็ใส่พริกได้ อร่อยบอกต่อ วิธีคั่วพริก ทำพริกป่น ด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน ทำเองได้ ง่ายนิดเดียว!

7 ผักไทย ที่มีสารตกค้างมาก เช็กด่วน! ผักชนิดไหนต้องล้างให้ดีก่อนกิน
อ่าน

7 ผักไทย ที่มีสารตกค้างมาก เช็กด่วน! ผักชนิดไหนต้องล้างให้ดีก่อนกิน

วันนี้เราจะพาคุณสาวๆ ไปเจาะลึกว่าในปี 2026 นี้ ผักไทย ชนิดไหนคือ กลุ่มเสี่ยง ที่มีสารตกค้างมาก และเราจะมีวิธีป้องกันตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลจากสารเคมีสะสมกันค่ะ แม้ว่าประเทศไทยจะมีการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารผ่าน ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 460 (พ.ศ. 2568) ที่เข้มงวดขึ้น แต่จากการสุ่มตรวจล่าสุดโดยเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังคงพบ ผักยอดฮิต หลายชนิดที่มีสารพิษตกค้างเกินมาตรฐาน (MRL) ในระดับที่น่าตกใจเช่นกัน 7 ผักไทย ที่พบสารตกค้างสูงสุด อ้างอิงจากรายงานการเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารในช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 พบว่าผักกลุ่มที่มีการฉีดพ่นสารเคมีบ่อยครั้งและมีการดูดซึมสารสูง มีดังนี้ กะเพรา : แชมป์ตลอดกาลที่ตรวจพบสารตกค้างเกินมาตรฐานบ่อยที่สุด เนื่องจากเป็นผักที่แมลงรบกวนง่าย เกษตรกรมักฉีดพ่นสารกลุ่ม ไซเพอร์เมทริน (Cypermethrin) พริก (พริกขี้หนู/พริกแดง) : พบสารกำจัดแมลงและสารป้องกันเชื้อราตกค้างในปริมาณสูง โดยเฉพาะในตลาดสด ผักชี และ ขึ้นฉ่าย : ผักกลุ่มนี้มีระบบรากและใบที่ดูดซึมสารเคมีได้ดี มักพบสารกลุ่ม คาร์เบนดาซิม (Carbendazim) ซึ่งเป็นสารกำจัดเชื้อราที่สลายตัวยาก คะน้า : ผักใบยอดนิยมที่มักมีคราบสีขาว (นวล) ที่ผิวใบ ซึ่งมักเป็นที่เกาะตัวของสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ถั่วฝักยาว : มักพบสารตกค้างเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นพืชที่ต้องฉีดพ่นยาบ่อยเพื่อให้ฝักดูสวยและไม่มีรอยหนอน ผักบุ้งจีน : แม้จะโตเร็วแต่พบว่ามีการใช้สารเคมีเพื่อเร่งการเจริญเติบโตและการกำจัดแมลงที่ตกค้างเกินเกณฑ์ในบางพื้นที่ คะน้าฮ่องกง / ผักกาดฮ่องเต้ : กลุ่มผักนำเข้าและผักห้างสรรพสินค้าที่ตรวจพบสารเคมีแปลกใหม่ที่ "ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในไทย" 4 สารเคมีตัวร้ายที่ตรวจพบมากที่สุดในปี 2569 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (กุมภาพันธ์ 2026) รายงานว่าสารที่ตรวจพบเกินมาตรฐาน 4 อันดับแรก ได้แก่ สารอีทีฟอน (Ethephon) : สารเร่งสุกที่มักปนเปื้อนในผักผลไม้ สารไซเพอร์เมทริน (Cypermethrin) : สารกำจัดแมลงที่มีผลต่อระบบประสาท สารคาร์เบนดาซิม (Carbendazim) : สารกำจัดเชื้อราที่มีความคงทนสูง สารแลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน (Lambda-cyhalothrin) : สารกำจัดแมลงฤทธิ์แรง 3 วิธีล้างผักลดสารพิษ หากต้องซื้อผักจากแหล่งทั่วไป การล้างด้วยวิธีเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงได้มหาศาลเลยค่ะ เบกกิ้งโซดา : ใช้ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 20 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด น้ำไหลผ่าน : เด็ดผักเป็นใบๆ เปิดน้ำไหลผ่านและใช้มือถูเบาๆ นาน 2 นาที น้ำส้มสายชู : ใช้ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 4 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 15 นาที บทความที่คุณอาจสนใจ 5 ผลไม้ไทย ที่มีสารตกค้างมาก 2026 เช็กก่อนซื้อ เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า 17 อาหารดีท็อกซ์สารพิษ ออกจากร่างกาย ตับทำงานดีขึ้น ทางเดินอาหารไม่มีสารพิษตกค้าง!

9 ผักที่ควรกินสุก มากกว่ากินดิบ ได้สารอาหารเพิ่ม ประโยชน์เพียบ
อ่าน

9 ผักที่ควรกินสุก มากกว่ากินดิบ ได้สารอาหารเพิ่ม ประโยชน์เพียบ

ผักที่ควรกินสุก มีอะไรบ้าง หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาว่า กินผักสดจะได้วิตามินมากกว่า วันนี้เราคัดมาให้แล้วกับ 9 ผักยอดนิยมที่ควรกินแบบปรุงสุก เพราะความจริงแล้วผักบางชนิด กินสุกจะดีกว่ากินดิบ เนื่องจากผักเมื่อผ่านความร้อนกลับปล่อย สารอาหารสำคัญ ออกมาได้มากขึ้น แถมยังลดสารที่อาจเป็นอันตรายกับร่างกายอีกด้วย สุขภาพดีเริ่มได้จากจานอาหาร ตามมาดูกันเลย ว่าจะมีผักชนิดไหนบ้าง ผักที่ควรกินสุก มากกว่ากินดิบ 1. มะเขือเทศ มะเขือเทศ : ไลโคปีนเพิ่มขึ้นเมื่อผ่านความร้อน มะเขือเทศขึ้นชื่อเรื่อง ไลโคปีน (Lycopene) สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิดและบำรุงผิวพรรณ แต่เจ้าไลโคปีนนี้จะถูกปล่อยออกมาและร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้นเมื่อผ่านความร้อน การนำมะเขือเทศไปผัดหรือทำเป็นซอสจึงเป็นวิธีที่ดีกว่าการกินสดๆ นั่นเอง 2. แครอท แครอท : ดูดซึมเบต้าแคโรทีนได้ดีกว่าเมื่อปรุงสุก แครอทอุดมไปด้วย เบต้าแคโรทีน ซึ่งร่างกายจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ เมื่อเรานำแครอทไปต้มหรือผัด ผนังเซลล์ของแครอทจะอ่อนตัวลง ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมเบต้าแคโรทีนได้ง่ายขึ้น 3. พริกหวาน พริกหวาน : เพิ่มการดูดซึมแคโรทีนอยด์ พริกหวานมีสาร แคโรทีนอยด์ (Carotenoids) ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยบำรุงผิวและสายตา การนำพริกหวานไปผัดหรืออบจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารเหล่านี้ได้มากขึ้น แถมยังทำให้รสชาติหวานอร่อยยิ่งขึ้นด้วย 4. ถั่วฝักยาว ถั่วฝักยาว : ทำลายสารพิษที่ย่อยยาก ถั่วฝักยาวดิบมีสารที่เรียกว่า เลคติน (Lectin) ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อยหรือท้องเสียได้ แต่เมื่อนำไปต้มหรือผัด สารเลคตินจะถูกทำลายไป ทำให้ปลอดภัยและย่อยง่ายขึ้น 5. มันฝรั่ง มันฝรั่ง : เพิ่มความปลอดภัยและย่อยง่าย มันฝรั่งดิบมี โซลานีน (Solanine) ซึ่งเป็นสารพิษตามธรรมชาติ และมีปริมาณแป้งที่ย่อยยากมาก การนำไปต้ม อบ หรือทอดจึงจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อทำลายโซลานีนและทำให้แป้งอ่อนตัวลง ทำให้ร่างกายย่อยและดูดซึมได้ง่ายและปลอดภัยต่อสุขภาพมากขึ้น 6. หน่อไม้ฝรั่ง หน่อไม้ฝรั่ง : ปลดปล่อยสารต้านอนุมูลอิสระ หน่อไม้ฝรั่ง อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น วิตามิน A, C, E, กลูตาไธโอน (Glutathione) การปรุงให้สุก ด้วยการลวกหรือนึ่งเบาๆ จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารเหล่านี้ได้ดีขึ้น 7. เห็ดต่างๆ เห็ด : ลดสารไฮดราซีนและเพิ่มการดูดซึมโปรตีน เห็ดบางชนิดมีสารที่เรียกว่า ไฮดราซีน (Hydrazine) ซึ่งอาจเป็นพิษเล็กน้อย แต่จะสลายไปเมื่อถูกความร้อน นอกจากนี้การปรุงสุกยังช่วยให้ผนังเซลล์ของเห็ดแตกตัว ทำให้ร่างกายย่อยและดูดซึม โปรตีนและแร่ธาตุ ได้ดีขึ้นมาก 8. ผักโขม ผักโขม : ลดกรดออกซาลิกและเพิ่มการดูดซึมเหล็ก ผักโขมมี กรดออกซาลิก ที่อาจขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมและธาตุเหล็กในร่างกายได้ แต่เมื่อนำไปลวกหรือผัด กรดออกซาลิกจะลดลง ทำให้ร่างกายได้รับธาตุเหล็กที่จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงได้เต็มที่มากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามิน A และ E ได้ดีขึ้นอีกด้วย 9. กะหล่ำปลี กะหล่ำปลี : ย่อยง่ายขึ้นและลดแก๊สในกระเพาะ กะหล่ำปลีดิบมีสารบางอย่างที่อาจทำให้เกิดแก๊สและท้องอืดได้ในบางคน การนำไปนึ่ง ผัด หรือต้มจะช่วยทำลายสารเหล่านี้ ทำให้ย่อยง่ายขึ้นและลดอาการไม่สบายท้อง แถมยังได้สารอาหารอื่นๆ เช่น วิตามิน K ที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด ใครที่กำลังมองหาแหล่งซื้อผักสด และวัตถุดิบในการทำอาหารต่างๆ สามารถไปเลือกซื้อวัตถุดิบที่มีคุณภาพได้ที่ แม็คโคร Makroรับรองว่าได้วัตถุดิบครบจบตรงใจ ในที่เดียว พิเศษสำหรับลูกค้าทรู คลิกแลกทรูพอยท์ เพื่อรับส่วนลดที่ แม็คโคร ได้ที่นี่ บทความที่คุณอาจสนใจ ไขข้อข้องใจ เนื้อสัตว์ประเภทไหน กินดิบได้ กินดิบไม่ได้? สายเข้าครัวต้องจด! ให้โทษมากกว่าประโยชน์ เช็คชื่อ ผัก 12 ชนิดที่ไม่ควรกินดิบ เตือนแล้วนะ ! 5 วิธี ล้างผัก ผลไม้ อย่างไร ให้สะอาด ปลอดภัยจาก Covid-19 8 ผักสดเก็บได้นาน พร้อมวิธีการเก็บผักสดให้ถูกต้อง ไม่เน่าไม่เสียเป็นอาทิตย์

Yoguruto เมนูไหนอร่อย โยเกิร์ตปั่นสุดฮิต อัปเดตเมนู ราคา ปี 2026
อ่าน

Yoguruto เมนูไหนอร่อย โยเกิร์ตปั่นสุดฮิต อัปเดตเมนู ราคา ปี 2026

Yoguruto เมนูไหนอร่อย เรียกได้ว่ามาแรงตั้งแต่ต้นปีจริงๆ สำหรับร้าน Yoguruto (โยกุรุโตะ) ร้านโยเกิร์ตสดปั่น Yogurt Smoothies ร้านเด็ด ร้านดัง ที่ทั้งอร่อย ดีต่อสุขภาพ แคลน้อย และที่สำคัญคือ ราคาดีมากๆ เมนูเด็ดๆ เพียบไม่ว่าจะเป็น Yoguruto โยเกิร์ตข้าวเหนียวนิล โยเกิร์ตบุกน้ำผึ้ง และเมนู DIY อีกเพียบ วันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาอัปเดตเมนู และราคา ของ Yoguruto ในปี 2026 กัน Yoguruto เมนูไหนอร่อย เมนู ราคา ปี 2569 เมนูฮิต หมวดอร่อยเอาใจเด็กอ้วน โยเกิร์ตรสต้นตำรับ (Original Yogurt) ราคา 49 บาท โยเกิร์ตน้ำผึ้ง (Honey Yogurt) ราคา 59 บาท โยเกิร์ตข้าวเหนียวนิล (Midnight Sticky Rice Yogurt) ราคา 59 บาท โยเกิร์ตข้าวโอ๊ต (Oat Yogurt) ราคา 59 บาท โยเกิร์ตปีโป้ (Pipo Jelly Yogurt) ราคา 59 บาท โยเกิร์ตคอร์นเฟลก (Cornflake Yogurt) ราคา 59 บาท โยเกิร์ตบัวลอย (Bua Loy Yogurt) ราคา 59 บาท โยเกิร์ตโอรีโอ้ (Oreo Yogurt) ราคา 59 บาท โยเกิร์ตบุกแท้ (Konjac Jelly Yogurt) ราคา 59 บาท โยเกิร์ตบุกน้ำผึ้ง (Honey Konjac Yogurt) ราคา 59 บาท โยเกิร์ตว่านหางจระเข้ (Aloe Vera Yogurt) ราคา 69 บาท หมวดเมนู Biscoff โยเกิร์ตบิสคอฟคาราเมลมัคคิอาโต (Biscoff Caramel Macchiato Yogurt) ราคา 89 บาท โยเกิร์ตบิสคอฟคาราเมล (Biscoff Caramel Yogurt) ราคา 79 บาท หมวดเมนู ผลไม้ โยเกิร์ตสตรอว์เบอร์รี่ (Strawberry Yogurt) ราคา 79 บาท โยเกิร์ตมัลเบอร์รี่ (Mulberry Yogurt) ราคา 79 บาท โยเกิร์ตมิกซ์เบอร์รี่ (Mixed Berry Yogurt) ราคา 79 บาท โยเกิร์ตกล้วย (Banana Yogurt) ราคา 69 บาท โยเกิร์ตเสาวรส (Passion Fruit Yogurt) ราคา 69 บาท โยเกิร์ตมะม่วง (Mango Yogurt) ราคา 79 บาท โยเกิร์ตอโวคาโด (Avocado Yogurt) ราคา 89 บาท โยเกิร์ตอโวคาโด + น้ำผึ้ง (Avocado + Honey Yogurt) ราคา 99 บาท โยเกิร์ตอโวคาโดสาหร่ายสไปรูลิน่าสีฟ้า (Avocado + Blue Spirulina Yogurt) ราคา 119 บาท หมวด Superfood Series 2026 Sea the Joy : ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและดูแลสายตา รสนุ่มละมุน หอมมัน ดื่มสบาย ราคา 139 บาท Acai Twinkle : มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความอ่อนล้า รสเปรี้ยวหวานสดชื่น ดื่มง่าย ราคา 139 บาท Glowly Berry : บำรุงเลือดและผิวพรรณ มีสารต้านอนุมูลอิสระ รสเปรี้ยวหวานละมุน ฟรุตตี้ ดื่มง่าย ไม่เลี่ยน ราคา 129 บาท Let it Grain : ช่วยดูแลหัวใจและกระดูก ให้โปรตีนและไฟเบอร์ รสเข้มข้น หอมมัน เคี้ยวเพลิน อิ่มนาน ราคา 129 บาท Kale Me Happy : ช่วยดูแลระบบขับถ่ายและสายตา รสนุ่มละมุน สดชื่น ดื่มง่าย เหมาะกับสายเฮลตี้ ราคา 129 บาท Topping สำหรับ DIY เมนู Yoguruto น้ำผึ้ง (10.-) บุกน้ำผึ้ง (10.-) บุกแท้ (10.-) บัวลอย (10.-) ปีโป้ (10.-) คอร์นเฟลค (10.-) โอรีโอ (10.-) ข้าวโอ๊ต (10.-) ข้าวเหนียวนิล (10.-) ซอสคาราเมล (10.-) ซอสช็อกโกแลต (10.-) ผงกาแฟ (10.-) เสาวรส (20.-) กล้วย (20.-) ผงผักเคล (20.-) ผงนมโอ๊ต (20.-) เมล็ดฟักทอง (20.-) แครนเบอร์รี่อบแห้ง (20.-) บิสคอฟ (20.-) ว่านหางจระเข้ (20.-) อัลมอนด์ (30.-) มัลเบอร์รี่ (30.-) สตรอว์เบอร์รี่ (30.-) มะม่วง (30.-) สาหร่ายสีฟ้า (30.-) อโวคาโด (40.-) อาซาอิ (40.-) มากิเบอร์รี (50.-) ข้อมูลและภาพจาก Facebook : Yoguruto Thailand โยกุรุโตะ บทความที่คุณอาจสนใจ 5 ร้านโยเกิร์ตปั่น เมนูสุดฮิต อร่อยนัว เคี้ยวเพลิน ดีต่อสุขภาพ 9 กรีกโยเกิร์ต ยี่ห้อไหนดี หาซื้อง่าย น้ำตาลน้อย ประโยชน์แน่น! 10 สูตรเครื่องดื่ม จาก โยเกิร์ต สมูทตี้โยเกิร์ต สูตรทำขาย หลายไอเดีย

8 น้ำผัก ลดไขมันในเลือด ดื่มทุกวัน บอกลาไขมันเลว (LDL) สูตรน้ำผักลดคอเลสเตอรอล
อ่าน

8 น้ำผัก ลดไขมันในเลือด ดื่มทุกวัน บอกลาไขมันเลว (LDL) สูตรน้ำผักลดคอเลสเตอรอล

น้ำผักไม่ใช่แค่เครื่องดื่มสุขภาพทั่วไป แต่คือการรวมตัวของกากใย ไฟเบอร์ที่เข้มข้น วันนี้เราจะเผย 8 สูตรน้ำผักที่ช่วยล้างหลอดเลือดและลดไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ ภาวะไขมันในเลือดสูง โดยเฉพาะค่า LDL (ไขมันเลว) ที่เกินกว่า 130 mg/dL คือสัญญาณอันตรายที่นำไปสู่โรคหลอดเลือดหัวใจและอัมพฤกษ์อัมพาต ในปีนี้ เทรนด์การเยียวยาด้วย "อาหารเป็นยา" (Food as Medicine) กลับมาได้รับความนิยมสูงสุด โดยเฉพาะการใช้ น้ำผัก ลดไขมันในเลือด เป็นตัวช่วยเสริมที่ดีเลยค่ะ ทำไมการดื่ม น้ำผัก ถึงช่วยลดไขมันได้? ผักใบเขียวและผักหลากสีอุดมไปด้วยสารอาหารที่ทำงาน 3 กลไกหลัก ใยอาหารละลายน้ำ : ทำหน้าที่ดักจับคอเลสเตอรอลในลำไส้และขับถ่ายออกไป สารต้านอนุมูลอิสระ : ป้องกันไม่ให้ไขมัน LDL เกิดการออกซิเดชันจนกลายเป็นพลัคเกาะหลอดเลือด ไฟโตสเตอรอล : สารจากพืชที่มีโครงสร้างคล้ายคอเลสเตอรอล ช่วยแย่งชิงการดูดซึมไขมันเข้าสู่ร่างกาย 8 สูตร น้ำผัก ลดไขมันในเลือด ทำง่าย เห็นผลจริง 1. สูตร Green Detox เซเลอรี (Celery) คือตัวท็อปในเรื่องการลดความดันและไขมัน แถมยังมีสารช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลอดเลือดอีกด้วย ส่วนผสม : เซเลอรี 2 ก้านใหญ่ + แอปเปิลเขียว 1 ลูก + มะนาวครึ่งซีก ประโยชน์ : ช่วยลดคอเลสเตอรอลรวม ขับโซเดียมส่วนเกิน 2. สูตร Beta-Booster แครอทมีเบต้าแคโรทีนสูง ส่วนขิงช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ และลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ส่วนผสม : แครอท 1 หัว + ขิงแก่ 1 แว่น + น้ำต้มสุก ประโยชน์ : ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและลดการสะสมไขมันในตับ 3. สูตร Super Kale เคล (Kale) คือราชินีผักใบเขียวที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เมื่อผสมกับมะเขือเทศที่มีไลโคปีน จะช่วยปกป้องหลอดเลือดได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนผสม : ใบเคล 3-4 ใบ + มะเขือเทศ 5-6 ลูก + น้ำมะพร้าวสด ประโยชน์ : ลดไขมันเลว (LDL) และเพิ่มไขมันดี (HDL) 4. สูตร Root Power บีทรูท มีสารไนเตรตธรรมชาติ ที่ช่วยขยายหลอดเลือด และมีกากใยที่ช่วยดักจับไขมัน ส่วนผสม : บีทรูทครึ่งหัว + น้ำมะนาว + แอปเปิลแดงครึ่งลูก ประโยชน์ : ช่วยล้างพิษในเลือดและลดความดันโลหิต 5. สูตรผักปั่นรวม 5 สี การรวมผักหลายสี ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลาย ส่วนผสม : ผักกาดหอม + แตงกวา + แครอท + บล็อกโคลี่ลวก + มะเขือเทศ ประโยชน์ : เป็นใยอาหารแบบจัดเต็ม ช่วยให้อิ่มนาน ลดการอยากอาหารมันๆ 6. สูตร Broccoli Detox บล็อกโคลี่ ช่วยลดการอักเสบในหลอดเลือด และมีกากใยที่หนาแน่นมากในการช่วยขับไขมันเลว ส่วนผสม : บล็อกโคลี่ลวก (เฉพาะดอก) 1 ถ้วยเล็ก + แตงกวา 1 ลูก + มะนาว 1 ซีก ประโยชน์ : ช่วยตับให้กำจัดสารพิษและไขมันได้ดีขึ้น แถมยังช่วยให้ผิวพรรณสดใสจากวิตามินซีเข้มข้น 7. สูตร Purple Protection กะหล่ำปลีม่วงอุดมไปด้วย แอนโทไซยานินสารสีม่วงที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้หลอดเลือดและลดการสะสมของคอเลสเตอรอล ส่วนผสม : กะหล่ำปลีม่วงหั่นฝอย 1 ถ้วย + ฝรั่งครึ่งลูก + เมล็ดแฟลกซ์ป่น 1 ช้อนชา ประโยชน์ : ได้รับโอเมก้า 3 จากเมล็ดแฟลกซ์มาช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ และวิตามินซีจากฝรั่งมาช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนในผนังหลอดเลือด 8. สูตร Spinach Fiber Force ผักโขมช่วยเพิ่มระดับไนตริกออกไซด์ในเลือด ทำให้หลอดเลือดขยายตัวได้ดี ส่วนสับปะรดมีเอนไซม์ช่วยลดการจับตัวของลิ่มเลือด ส่วนผสม : ใบผักโขมสด 1 กำมือ + สับปะรด 2-3 ชิ้นคำ + เมล็ดเจีย (แช่น้ำแล้ว) 1 ช้อนโต๊ะ ประโยชน์ : เป็น ไม้กวาด ชั้นยอดที่ช่วยทำความสะอาดลำไส้และลดการดูดซึมไขมันใหม่เข้าสู่ร่างกาย บทความที่คุณอาจสนใจ 6 น้ำผลไม้ ลดคอเลสเตอรอล ลดไขมันเลว LDL เพิ่มไขมันดี HDL 5 สูตรน้ำผักลดพุง ลดไขมัน ทำเองง่าย ส่วนผสมน้อย ช่วยลดน้ำหนักได้

Soft Kale & Matcha Signature สองเมนูสีเขียวธีม Green the Moment ผสมผสานความเป็นซิกเนเจอร์ จาก NOSE TEA อย่างลงตัว
อ่าน

Soft Kale & Matcha Signature สองเมนูสีเขียวธีม Green the Moment ผสมผสานความเป็นซิกเนเจอร์ จาก NOSE TEA อย่างลงตัว

"NOSE TEA" แบรนด์ชาชีสสัญชาติไทย เปิดปีม้า ด้วยธีม Green the Moment เสิร์ฟสองเมนูสีเขียว ที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจอยากสร้าง ทางเลือกใหม่ ให้กับลูกค้าที่รักในเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังอยากได้รับรสสัมผัสจากรสชาติที่แสนอร่อย เข้มข้น และมีความนัวมากขึ้นกว่าเดิม เพราะ NOSE TEA มองว่าเครื่องดื่มสีเขียวไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดอยู่แค่ภาพของความเฮลตี้ หรือความคลีนเสมอไป แต่สามารถเป็นเครื่องดื่มที่ใครก็ตามที่ดื่มแล้ว รู้สึกดี และ เข้ากับช่วงเวลานั้นของชีวิต ได้เหมือนกัน เริ่มสีเขียวแรก ด้วยเมนู Matcha Signature มัตจะพรีเมียมระดับซิกเนเจอร์ คัดมัตจะเกรดพิธีการ กลิ่นหอมลึก รสนุ่มละมุน ออนท็อปครีมชีสมัตจะหอมละมุน เข้มข้น นัวกำลังดี ดื่มแล้วได้รสมัตจะแบบลึก ๆ เต็มคำ และซ่อนพานาคอตต้ามัตจะเนื้อนุ่ม ไว้ที่ก้นแก้ว ให้ค่อย ๆ ละลายความฟินในทุกคำ หากใครได้ลองเป็นต้องติดใจทุกคน แล้วถ้า ชีส ท็อปปิ้งซิกเนเจอร์ของแบรนด์ NOSE TEA ถูกผสมผสานวางในเมนูเครื่องดื่มสุขภาพที่มีส่วนผสมหลักอย่าง ผักเคล รสชาติจะออกมานัวแค่ไหนกันนะ? หลายคนอาจไม่ทราบว่าแท้จริงแล้ว ชีส มีประโยชน์ต่อร่างกายเราเป็นอย่างมาก เพราะอุดมไปด้วยโปรตีน ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ และไขมันชั้นดี ถ้าทานในปริมาณที่พอดีนั้น จะช่วยให้อิ่มท้องได้นาน นั่นจึงเป็นไอเดียแรกของที่ NOSE TEA ตีโจทย์ครื่องดื่มใหม่ เพื่อสร้างประสบการณ์สุดล้ำ เอาใจคนชอบทานชีส แต่ก็ยังรักสุขภาพของตัวเอง Soft Kale คือเมนูใหม่ที่ผสมผสาน ความเป็นซิกเนเจอร์สไตล์ NOSE TEA เข้าไปได้อย่างลงตัว ประกอบไปด้วยวัตถุดิบเพื่อสุขภาพ ได้แก่ ผักเคลสด แอปเปิ้ลเขียว กีวี่ ปั่นรวมกับชาเขียวมะลิ ด้านล่างเติมเลเยอร์ความฟินด้วยเจลลี่ชา ออนท็อปด้วยครีมชีสซิกเนเจอร์ ให้รสชาติที่กลมกล่อม นัว แต่ดื่มง่าย ตอบโจทย์คนที่อยากดูแลสุขภาพตัวเอง แต่ไม่จำกัดตัวเองให้กับรสชาติเดิมๆSoft Kale คืออีกหนึ่งเมนูทางเลือกที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย บำรุงผิวพรรณ และเป็นประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ ไม่มีกลิ่น ไม่เหม็นเขียว รสชาติไม่ขม อีกทั้งยังสามารถเปลี่ยนเป็น Sugar Free Syrup ได้ ในขณะเดียวกัน ชีส ยังช่วยเพิ่มความนัว กลมกล่อม และมีแคลเซียม ทำให้ผู้บริโภคยังได้อร่อยกับท็อปปิ้งโปรดตัวนี้ได้ นับว่าเครื่องดื่มใหม่นี้ถือเป็น Superfood ที่ดีอีกตัว ที่ NOSE TEA ตั้งใจคิดค้น และพัฒนาสูตร เพื่อมอบประสบการณ์แปลกใหม่ให้ผู้บริโภคหลากหลายกลุ่มมากยิ่งขึ้น แม้แต่คนไม่ชอบทานผัก หากได้ลองเมนู Soft Kale สักครั้ง คุณจะเปลี่ยนใจทันที Green the Moment จึงไม่ใช่แค่การพูดถึง เมนู แต่เป็นการพูดถึง โมเมนต์ ที่คุณเลือกดื่มเครื่องดื่มอะไรสักแก้ว เพื่อให้วันนั้นรู้สึกดีขึ้น ในแบบที่เป็นตัวคุณ สีเขียวที่ไม่ใช่แค่เพื่อสุขภาพ แต่กลับเป็นสีเขียวที่ เข้ากับโมเมนต์นั้นของชีวิต ใครอยากเติมพลัง หรือเติมโมเมนต์ที่ดีให้ตัวเองในแต่ละวัน ตอนนี้ Soft Kale พร้อมให้คุณสัมผัสแล้วทุกสาขา รวมถึงเดลิเวอรี่เช่นกัน

7 เครื่องดื่มเสริมคอลลาเจน ตามธรรมชาติ กู้ผิวโทรมให้กลับมาเด้ง อิ่มน้ำ
อ่าน

7 เครื่องดื่มเสริมคอลลาเจน ตามธรรมชาติ กู้ผิวโทรมให้กลับมาเด้ง อิ่มน้ำ

การดื่ม เครื่องดื่มเสริมคอลลาเจน ตามธรรมชาติ เหมือนเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวค่ะ เพราะไม่ได้แค่ผิวที่สวยขึ้น แต่ยังได้สุขภาพองค์รวมที่ดีขึ้นอีกด้วยค่ะ จากการได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่หลากหลาย แต่ก่อนจะไปดูเครื่องดื่มที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน เรามาทราบกันก่อนดีกว่าค่ะ ว่ามีศัตรูตัวร้ายอะไรบ้าง ที่ค่อยทำลายคอลลาเจนธรรมชาติอยู่บ้าง ศัตรูตัวร้าย ทำลายคอลลาเจนธรรมชาติ อันดับแรกมาทราบก่อนว่า หากคุณสาวๆ ดื่มเครื่องดื่มเสริมสร้างคอลลาเจนมากเพียงใด แต่ยังทำพฤติกรรมดังต่อไปนี้อยู่ คอลลาเจนก็จะหายไปเร็วกว่าที่สร้างค่ะ น้ำตาล : การกินหวานทำให้เกิดกระบวนการ Glycation ที่จะทำให้คอลลาเจนแข็งตัวและเปราะหัก แสงแดด : รังสียูวีคือตัวสลายคอลลาเจนอันดับหนึ่ง ความเครียด : ฮอร์โมนคอร์ติซอลจะไปยับยั้งการผลิตคอลลาเจนในร่างกาย 7 เมนู เครื่องดื่มเสริมคอลลาเจน 1. น้ำซุปกระดูก น้ำซุปที่เคี่ยวจากกระดูกวัว ไก่ หรือปลา เป็นแหล่ง คอลลาเจนและเจลาติน ตามธรรมชาติที่เข้มข้นที่สุด ร่างกายจะได้รับกรดอะมิโน "โพรลีน" และ "ไกลซีน" ที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมข้อต่อและสร้างโครงสร้างผิว Tip: บีบมะนาวลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มวิตามินซี ช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดียิ่งขึ้น 2. น้ำฝรั่ง วิตามินซีคือฟันเฟืองหลักในการเปลี่ยนกรดอะมิโนเป็นคอลลาเจน น้ำฝรั่ง มีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 4-5 เท่า! การดื่มน้ำผลไม้สด แบบไม่เติมน้ำตาล จะช่วยปกป้องคอลลาเจนจากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ 3. มัทฉะเข้มข้น มัทฉะมีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่ม EGCG สูงมาก ซึ่งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันไม่ให้คอลลาเจนในชั้นผิวถูกทำลายโดยแสงแดดและมลภาวะ ช่วยรักษา "เงินทุนคอลลาเจน" ในผิวของคุณให้ยาวนานขึ้น 4. น้ำว่านหางจระเข้ งานวิจัยพบว่าว่านหางจระเข้มีสารประกอบที่ช่วยกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblasts) ในชั้นผิวให้ผลิตคอลลาเจนและกรดไฮยาลูโรนิกเพิ่มขึ้น ช่วยลดเลือนริ้วรอยและเพิ่มความอิ่มน้ำจากภายใน 5. นมถั่วเหลือง ถั่วเหลืองมีสาร ที่ทำหน้าที่คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนตามธรรมชาติ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และยับยั้งเอนไซม์ที่คอยทำลายโครงสร้างผิว เหมาะมากสำหรับผู้หญิงที่เริ่มมีอายุเพิ่มขึ้น 6. เบอร์รี่สมูทตี้ สตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และราสเบอร์รี่ อุดมไปด้วย สารแอนโทไซยานิน ที่ช่วยปกป้องคอลลาเจนในร่างกายไม่ให้เสื่อมสภาพจากการอักเสบภายในเซลล์ 7. น้ำผักใบเขียว ผักอย่างคะน้าหรือผักโขมมี คลอโรฟิลล์ ซึ่งมีงานวิจัยระบุว่าช่วยเพิ่มสารตั้งต้นของคอลลาเจนในผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณดูสดใสและแข็งแรงขึ้น บทความที่คุณอาจสนใจ 5 ประโยชน์ของคอลลาเจน ตัวช่วยชั้นดี ที่ไม่ได้ให้แค่ผิวสวยเป๊ะปัง 6 คอลลาเจน สำหรับวัย 40+ ยี่ห้อไหนดี 2025 ดูแลกระดูกและข้อ อาการปวดข้อ ปวดเข่า

CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ ช่องวัน31 (ตอนจบ)
อ่าน

CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ ช่องวัน31 (ตอนจบ)

เรื่องย่อ CLAIREBELL คลั่งรักนักโทษ ช่องวัน31 ทุกวันเสาร์ เวลา 21.30 น. เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2568 นำแสดงโดย"เมเบิ้ล สิริวลี สิริวิบูลย์, แป้งจี่ ปภาวรินท์ สวัสดิเวช"ที่โคจรมาประกบคู่สาดเคมีความฟินให้ได้อินทุกมิติอารมณ์ แคลร์ และ เบล ต้องมาเจอกันในเรือนจำ ที่ที่ไม่มีใครอยากเข้ามา เมื่อเบลถูกหมายหัวจากกลุ่มอิทธิพลในคุก ทางรอดเดียวของเธอคือ ต้องเข้าหาแคลร์นักโทษอุกฉกรรจ์ที่ไม่มีใครกล้ายุ่ง แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิด เมื่อเส้นทางของทั้งคู่ได้เดินทางมาถึงทางแยกที่ต้องเลือกระหว่างชีวิต และความรัก ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31

CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.7 : สงครามกลางเรือนจำสุดร้อนระอุ "เมเบิ้ล-แป้งจี่" จับมือฝ่ามรสุมชีวิต
อ่าน

CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.7 : สงครามกลางเรือนจำสุดร้อนระอุ "เมเบิ้ล-แป้งจี่" จับมือฝ่ามรสุมชีวิต

"CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.7" ทางช่องวัน31 ผลงานจากค่าย Mine Media Production ในเรือนจำที่เต็มไปด้วยเกมอำนาจและการหักหลัง เมื่อความลับกลายเป็นอาวุธ! ไฟแค้นเริ่มลุกโชน ทำเอา แคลร์ (เมเบิ้ล สิริวลี สิริวิบูลย์) และ เบล (แป้งจี่ ปภาวรินท์ สวัสดิเวช) ต้องจับมือต่อสู้เคียงข้างกัน ความรักของทั้งคู่ยิ่งงดงามท่ามกลางความโหดร้ายของคุกแห่งนี้ ไม่มีใครรู้เลยว่า คืนที่ได้ดูดาวด้วยกัน อาจเป็นคืนสุดท้าย CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.7 ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 หลังจาก แคลร์ (เมเบิ้ล สิริวลี) และ เบล (แป้งจี่ ปภาวรินท์) สามารถหาเงินมาคืน เก๋ ได้ครบ แต่ในคราวเดียวกันความสัมพันธ์ระหว่างเบลและเก๋ จากอดีตเพื่อนร่วมห้องขังก็ถึงจุดแตกหักอย่างไม่อาจกลับไปเหมือนเดิมได้อีก พบกับความรัก ความลับ ความแค้น ที่ทำเอาป่วนปั่นจนแทบลืมหายใจ เมื่อหนึ่งคำสารภาพ กำลังจะปลดปล่อยใครบางคน และคลิปวิดีโอหนึ่งอาจเปลี่ยนชะตาทุกชีวิตในเรือนจำไปตลอดกาล มาลุ้นกันว่า! ชะตากรรมของเบลและแคลร์จะเป็นอย่างไรต่อไป เมื่อความจริงเปิดเผยแล้ว ทุกอย่างจะจบลงอย่างที่หวัง หรือจะมีบทพลิกผันอีกครั้ง ? ติดตามชมซีรีส์ "CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ" ได้ในวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2568 เวลา 21.30 น. ทางช่องวัน31 พร้อมอัปเดตทุกความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook/Instagram/X/Youtube : Mine Media Production อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.6 : "เมเบิ้ล-แป้งจี่" ความลับในอดีตกำลังไล่ล่า จุดชนวนเเตกหัก CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.4 : "เบลล์" โดน "แป้งจี่" หักหลัง จุดไฟแค้นเปิดเกมปิดบัญชี "เมเบิ้ล" CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.3 : "เมเบิ้ล" เสียใจ "ยายแต๋ว" อาการทรุดหนัก "แป้งจี่" ปลอบใจไม่ห่าง

CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.6 : "เมเบิ้ล-แป้งจี่" ความลับในอดีตกำลังไล่ล่า จุดชนวนเเตกหัก
อ่าน

CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.6 : "เมเบิ้ล-แป้งจี่" ความลับในอดีตกำลังไล่ล่า จุดชนวนเเตกหัก

CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.6 : เมื่อ ความลับในอดีต ปะทุอีกครั้ง ความสัมพันธ์ของ แคลร์ (เมเบิ้ล-สิริวลี สิริวิบูลย์) และ เบล (แป้งจี่-ปภาวรินท์ สวัสดิเวช) ถึงกับสั่นสะเทือน พบกับซีรีส์แซฟฟิกสุดเข้มข้น CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ ทางช่องวัน31 ผลงานจากค่าย Mine Media Production CLAIREBELL คลั่ง รัก นักโทษ EP.6 ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 เมื่อเหตุการณ์สุดสะเทือนใจในอดีตเรื่อง "แนทตี้" น้องสาวแคลร์ ถูกเปิดเผยโดย "เก๋" ทำให้ความลับที่ "แคลร์" เข้าใจว่า "เบล" เป็นเพียงคนเดียวที่รับรู้หลุดออกไปสู่ภายนอก ทำให้ความรักที่เคยงดงามของแคลร์และเบลกลางเรือนจำเริ่มสั่นคลอน เพราะความไว้ใจเริ่มแตกสลาย หรืออดีตอันดำมืดของแคลร์ในครั้งนี้ กำลังไล่ล่าทุกคนให้ถึงทางตัน? แผนร้ายของเก๋จะสำเร็จหริอไม่? ต้องลุ้นกันต่อไป ติดตามชมซีรีส์ CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ ได้ในวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2568 เวลา 21.30 น. ทางช่องวัน31 และ ดูเวอร์ชั่น Uncut ทางแอป oneD เวลา 22.30 น. อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.4 : "เบลล์" โดน "แป้งจี่" หักหลัง จุดไฟแค้นเปิดเกมปิดบัญชี "เมเบิ้ล" CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.3 : "เมเบิ้ล" เสียใจ "ยายแต๋ว" อาการทรุดหนัก "แป้งจี่" ปลอบใจไม่ห่าง CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.2 : "แป้งจี่" ถูกบุกทำร้าย ได้ "เมเบิ้ล" พลิกเกมช่วย CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.1 : "แป้งจี่" เจอรับน้อง โชคดีได้ "เมเบิ้ล" ช่วยชีวิตทันเวลา

CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.5 : "เมเบิ้ล-แป้งจี่" สาดอารมณ์ถึงขีดสุด ความรักเบ่งบาน ขวากหนามก็กำลังทิ่มแทง!
อ่าน

CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.5 : "เมเบิ้ล-แป้งจี่" สาดอารมณ์ถึงขีดสุด ความรักเบ่งบาน ขวากหนามก็กำลังทิ่มแทง!

CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.5 : เดินทางมาถึงจุดหัวใจเต้นแรงอีกครั้ง สำหรับความสัมพันธ์ของ แคลร์-เบล จากซีรีส์แซฟฟิก CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ ทางช่องวัน31 ผลงานจากค่าย Mine Media Production โดย 2 ผู้จัด ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ และ เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี นำแสดงโดย เมเบิ้ล-สิริวลี สิริวิบูลย์ ในบท "แคลร์" และ แป้งจี่-ปภาวรินท์ สวัสดิเวช ในบท "เบล" เมื่อความรักต้องห้ามหลังกรงเหล็กเริ่มผลิบานท่ามกลางความแค้น การหักหลัง และความลับที่พร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ! ตอนนี้ไม่เพียงแค่โลกของสองนักโทษหญิงที่ถูกทดสอบด้วยหัวใจ แต่ยังลากทุกชีวิตในเรือนจำให้เข้าสู่เกมอำนาจที่ไม่มีใครคาดเดาได้! CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.5 ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 หลังจากเบลกลับมาที่ห้องขังและสังเกตได้ถึงท่าทีเปลี่ยนไปของเก๋ อดีตเพื่อนร่วมขังที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา จนอาจไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก แคลร์กับเบลได้ค้นพบความสุขจากความรักโดยไม่ล่วงรู้เลยว่า เก๋กำลังวางแผนอะไรบางอย่าง ที่อาจจะทำลายความรักของคนทั้งคู่ด้วยการใช้แนทตี้ (รับบทโดย อัตต้า นัชชา) ซึ่งเป็นน้องสาวของแคลร์ที่อยู่นอกเรือนจำเป็นเดิมพัน แคลร์จะรับมือกับศึกครั้งนี้อย่างไร และเบลจะทำอย่างไรเมื่อเพื่อนเก่าอย่างเก๋อาจจะกลายมาเป็นศัตรูตัวฉกาจของเธอ? ห้ามพลาดชม ติดตามชมซีรีส์ CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ ได้ในวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 21.30 น. ทางช่องวัน31 และ ดูเวอร์ชั่น Uncut ทางแอป oneD เวลา 22.30 น. พร้อมอัพเดททุกความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook/Instagram/X/Youtube : Mine Media Production อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.4 : "เบลล์" โดน "แป้งจี่" หักหลัง จุดไฟแค้นเปิดเกมปิดบัญชี "เมเบิ้ล" CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.3 : "เมเบิ้ล" เสียใจ "ยายแต๋ว" อาการทรุดหนัก "แป้งจี่" ปลอบใจไม่ห่าง CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.2 : "แป้งจี่" ถูกบุกทำร้าย ได้ "เมเบิ้ล" พลิกเกมช่วย CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.1 : "แป้งจี่" เจอรับน้อง โชคดีได้ "เมเบิ้ล" ช่วยชีวิตทันเวลา

CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.4 : "เบลล์" โดน "แป้งจี่" หักหลัง จุดไฟแค้นเปิดเกมปิดบัญชี "เมเบิ้ล"
อ่าน

CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.4 : "เบลล์" โดน "แป้งจี่" หักหลัง จุดไฟแค้นเปิดเกมปิดบัญชี "เมเบิ้ล"

"CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.4" จาก Mind Media Production เดินเรื่องมาถึงความเข้มข้นในตอนที่ 4 ซึ่งพร้อมดึงอารมณ์คนดูด้วยเรื่องราวการสูญเสีย ความรักที่ไม่สมหวัง และการหักหลังในเงามืดบนดินแดนหลังกรงขัง นำแสดงโดย "เมเบิ้ล สิริวลี สิริวิบูลย์" ในบท "แคลร์" และ "แป้งจี่ ปภาวรินท์ สวัสดิเวช" ในบท "เบล" CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.4 ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 หลังได้รับข่าวการเสียชีวิตของพ่อ เบล (แป้งจี่ ปภาวรินท์) เลยขออนุญาตออกจากเรือนจำเพื่อไปร่วมงานศพ โดยยืมเงิน เก๋ เพื่อใช้เป็นสินบนยัดใต้โต๊ะให้ วิชัย อนุญาต ซึ่งในขณะเดียวกัน เก๋ ก็ร่วมมือกับ ดีดี้ (คิส ศจีรัศมิก์) และเดือนในการทำธุรกิจเงินกู้เถื่อนในเรือนจำ แลกกับสิทธิพิเศษ เพื่อหวังให้ดีดี้ยุติการคุกคามเบล แต่เมื่อเบลล่วงรู้ว่าเก๋ไปร่วมธุรกิจกับคนที่ทำร้ายผู้คน จึงเข้าไปต่อว่าเก๋โดยตรง ความหวังดีของเก๋ที่กลายเป็นดาบสองคม ทำให้เธอรู้สึกผิดหวังและเจ็บปวด จนก่อเกิดเป็นความโกรธแค้นที่พร้อมจะทำลายความสัมพันธ์ของแคลร์และเบลลงได้ทุกเมื่อ ห้ามพลาดชม ติดตามชมซีรีส์ "CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ" ได้ในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลา 21.30 น. ทางช่องวัน31 พร้อมอัปเดตทุกความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook/Instagram/X/Youtube : Mine Media Production อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.3 : "เมเบิ้ล" เสียใจ "ยายแต๋ว" อาการทรุดหนัก "แป้งจี่" ปลอบใจไม่ห่าง CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.2 : "แป้งจี่" ถูกบุกทำร้าย ได้ "เมเบิ้ล" พลิกเกมช่วย CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ EP.1 : "แป้งจี่" เจอรับน้อง โชคดีได้ "เมเบิ้ล" ช่วยชีวิตทันเวลา