TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#ป้ายเหลือง” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
"BAD BABOON" เปิดตัวซิงเกิลใหม่ "ผู้ชายป้ายเหลือง" เอาใจคนรักชั่วครั้งคราว!
Bad Baboon วงดนตรีแนวแร็ปร็อก/นูเมทัล ประกอบด้วยสมาชิก Mr.Baboon, จิรายุ ละอองมณี (เก้า), วีรยุทธ ห่อนาค (โดม) และ วิชาวัฒน์ บุดดาบุญ (บอม) จากสังกัด Vom Records ส่งซิงเกิ้ลใหม่ "ผู้ชายป้ายเหลือง" ออกมาให้ฟัง พร้อมทั้งปล่อยเอมวีมาให้รับชมด้วยเช่นกัน โดยเพลงนี้ทางวงได้ศิลปินตัวท็อปของประเทศไทยมาช่วยงานเบื้องหลังเพียบ ไม่ว่าจะเป็น แป๊ป มือกีตาร์ Sweet Mullet ที่รับหน้าที่โปรดิวซ์เซอร์ ร่วมกับ โอบิ มือคีย์บอร์ดวง Dose (อดีตสมาชิกวง The Ginkz), พะแพง พิมนันท์ ตันติโกสิตรัตน์ มารับหน้าที่ช่วยเรียบเรียงดนตรีและดูแลท่วงทำนอง รวมถึงได้ โอ๊ค มือเบสวง Big Ass มารับหน้าที่ Executive Producer สำหรับดนตรีในเพลงนี้ยังคงคอนเซปต์ความมันส์ ความโดด ความกวนผสมกับการจิกกัด ซึ่งถูกสื่อสารผ่านซาวด์ในแนวแร็ปร็อก/นูเมทัล ได้อย่างถึงพริกถึงขิง ส่วนเนื้อหาก็เผ็ดไม่แพ้กัน โดยเป็นการพูดถึงผู้ชายคนหนึ่งที่เป็นคนรักได้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว ไม่มีสิทธิ์จะเป็นตัวจริงได้เลยซักนิด ซึ่งที่มาที่ไปของเพลงนี้ โดม มือกลองของวงได้เล่าให้ฟังว่า "ขอย้อนกลับไปสมัยเรียนมหาวิทยาลัยศิลปากรของผม ตอนนั้นจะมีการทำโปรเจกต์จบ เป็นหัวข้อของการแต่งเพลง (Song Writing) ก็ต้องคิดชื่อเพลง คิดคอนเซปต์ออกมาให้ได้ แล้วพอผมได้ยินอาจารย์ที่คณะได้ยกตัวอย่างเพลง 'ผู้ชายป้ายเหลือง' ของรุ่นพี่คนหนึ่งมา ผมก็รู้สึกชอบมาก ได้ฟังคำนี้แค่ครั้งเดียวก็จำขึ้นใจเลย จนเวลาผ่านเลยมา จนมาถึงช่วงที่วง Bad Baboon ประชุมทำ EP. ใหม่ มีการเคาะสรุปชื่อเพลงกันหลายชื่อมาก ๆ แต่พี่ ๆ โปรดิวซ์เซอร์ (พี่โอ๊ค Big Ass พี่แป๊บ Sweet Mullet พี่โอบิ Dose) ยังไม่ถูกใจ จนมาถึงจังหวะกำลังจะแยกย้าย ผมก็บอกไปว่า 'ผมชอบคำว่าผู้ชายป้ายเหลืองจังเลยครับ' พี่ ๆ ทุกคนก็หันมาแบบ 'ไอ้โดม ตั้งนานไม่พูด 555+ ' นั้นแหล่ะครับ ก็เลยได้ชื่อเพลงนี้มาครับผม" ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานคุณภาพคับแก้วทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังของ Bad Baboon รับประกันว่าถูกใจคอเพลงร็อกและสายเพลงแร็ปอย่างแน่นอน
ข่าวเพลงไทย • 8 มี.ค. 67
อ่าน
'กลุ่มแท็กซี่' ร้องผ่าน 'สภา-กมธ.แรงงาน' ค้านร่างกฎกระทรวงฯ ให้รถยนต์ป้ายดำส่งผู้โดยสารได้อย่างป้ายเหลือง
กลุ่มแท็กซี่ ร้องผ่าน สภา-กมธ.แรงงาน คัดค้านร่างกฎกระทรวงฯให้รถยนต์ป้ายดำรับจ้างขนส่งผู้โดยสารได้อย่างป้ายเหลือง ชี้ ได้รับความเดือดร้อนมาก-แบกรับภาษีแพงกว่า ด้าน กลุ่มวินมอไซค์รับจ้าง วอน รัฐเร่งฉีดวัคซีนกันโควิดก่อนเปิดภาคเรียน เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ พร้อมด้วยผู้ขับขี่แท็กซี่กว่า 30 คน เดินทางมายังหน้าอาคารรัฐสภา เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านนายแทนคุน จิตต์อิสระ คณะทำงานทางการเมืองของประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อคัดค้านการยกร่างกฎกระทรวงฯ กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการนำรถยนต์ส่วนบุคคล (ป้ายดำ) มาใช้ในการรับจ้างขนส่งผู้โดยสารผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างเสนอกฎหมายเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ เวลา 11.30 น. ตัวแทนกลุ่มวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ พร้อมด้วยตัวแทนกลุ่มสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย ยังได้ยื่นร้องเรียนต่อนายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร นายวรพลกล่าวว่า การอนุญาตให้รถยนต์ส่วนบุคคลป้ายทะเบียนดำมาจดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้างขนส่งผู้โดยสารแบบทางเลือก โดยไม่ต้องเปลี่ยนเป็นป้ายเหลืองได้นั้น ขัดแย้งต่อพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รถยนต์ พ.ศ.2522 และยังเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เนื่องจากความหมายของรถยนต์รับจ้างต้องเป็นรถยนต์บริการธุรกิจ รถยนต์บริการทัศนาจร และรถยนต์บริการให้เช่า ที่จัดไว้ให้เช่าเพื่อนำไปรับจ้างบรรทุกคนหรือสิ่งของเท่านั้น นายวรพลกล่าวว่า นอกจากนี้ รถแท็กซี่ป้ายเหลืองยังต้องแบกรับภาระเสียภาษีร้อยละ 6.5 ต่อปี ทำให้รถรับจ้างมีราคาแพงกว่ารถยนต์ส่วนบุคคล ดังนั้น หากกฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีจะกระทบความเดือดร้อนแก่ผู้ประกอบอาชีพแท็กซี่อย่างมาก จึงเห็นว่าทางกรมการขนส่งทางบกภายใต้กำกับกระทรวงคมนาคม ควรต้องสร้างความเป็นธรรม และหาวิธีจัดการแก้ปัญหาให้สอดคล้องกับวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์จ้างสาธารณะอย่างยั่งยืน ด้านนายเฉลิม ชั่งทองมะดัน นายกสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้เร่งการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ก่อนเปิดภาคเรียนการศึกษา ให้แก่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างที่มีอยู่ในระบบถึง 90% ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์โควิดในพื้นที่กรุงเทพมหานครยังแพร่ระบาดหนัก และใกล้กับช่วงเปิดภาคเรียนแล้ว ซึ่งกังวลว่าจะกลายเป็นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส รวมถึงความไม่มั่นใจของผู้มาใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้าง ขณะที่นายสุเทพกล่าวว่า ตนในฐานะประธาน กมธ.แรงงาน จะบรรจุเรื่องนี้เข้าสู่ กมธ.อย่างเร่งด่วน และจะทำทุกช่องทางเพื่อช่วยเหลือพี่น้องแรงงาน ให้ประชาชนทุกคนได้รับการช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม
มติชน • 2 มิ.ย. 64
อ่าน
‘แท็กซี่ทางเลือก’ กับการปรับตัวของ ‘ป้ายเหลือง’
นโยบายของกระทรวงคมนาคม โดย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กำลังเดินหน้าเต็มตัวกับการเพิ่มทางเลือกบริการรถโดยสารสาธารณะ โดยเฉพาะผู้ใช้บริการแท็กซี่ ล่าสุด ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผานมา มีมติเห็นชอบในหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. . เพื่อเพิ่มทางเลือกในการใช้บริการให้กับประชาชนแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างยกร่างกฎกระทรวงดังกล่าว ออกประกาศระเบียบหลักเกณฑ์โดยกรมการขนส่งทางบก คาดว่าบริการแท็กซี่ทางเลือกนี้จะเกิดขึ้นในไตรมาส 3 ปีนี้ หลักเกณฑ์คร่าวๆ สำหรับเจ้าของรถยนต์ ที่สนใจเข้ามาให้บริการผู้โดยสาร -รถยนต์ที่นำมาบริการต้องมีอายุการใช้งานได้ไม่เกิน 7 ปี -แบ่งรถเป็น 3 ประเภท ได้แก่ รถขนาดเล็ก (เครื่องยนต์ 50-90 KW) ตัวอย่าง นิสสัน มาร์ช, โตโยต้า วีออส, หรือ มิตซูบิชิ มิราจ เป็นต้น รถขนาดกลาง (เครื่องยนต์ (90-120KW)) อาทิ โตโยต้า อัลติส, ฮอนด้า ซีวิค รถขนาดใหญ่ (เครื่องยนต์มากกว่า 120KW) อาทิ ฮอนด้า แอคคอร์ด, โตโยต้า เฟอร์จูนเนอร์ -ต้องทำประกันภัยเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพผู้โดยสาร -คิดเครื่องแสดงการใช้แอพพลิเคชั่นที่ให้บริการคนขับ ขณะที่ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ ผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ใช้แอพ พลิเคชั่นของผู้ให้บริการที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก ส่วนคุณสมบัติของผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่น -เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย -มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท -มีสถานที่ประกอบการในไทย -มีความพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เชื่อได้ว่าผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นดิลิเวอรีปัจจุบัน อาทิ แกร็บแท็กซี่ ไลน์แมน ฟู้ดแพนด้า จะต้องลงมาร่วมเป็นผู้เล่นอย่างแน่นอน แน่นอนการเพิ่มทางเลือกดังกล่าว ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและคนขับแท็กซี่ปัจจบุัน ที่จะต้องถูกผู้แชร์ลูกค้า รายได้อาจลดลง ขณะเดียวกันก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงนี้ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ระบุถึงร่างกฎกระทรวงดังกล่าวว่า จะเป็นการเพิ่มทางเลือกในการใช้บริการให้กับประชาชน เรื่องนี้ไม่ถือเป็นเรื่องใหม่ เพราะหลายประเทศดำเนินการแล้ว ในหลายรูปแบบ อาทิ แกร็บ โกเจ็ก และอูเบอร์ ผู้ใช้บริการสามารถรู้ข้อมูลราคาที่แน่ชัด ข้อมูลรถและคนขับได้อย่างชัดเจนก่อนใช้บริการ ขณะนี้เลขาธิการ ครม.จะส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คาดว่าจะใช้เวลายกร่างกฎกระทรวงไม่เกินต้นกรกฎาคมนี้ การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะไม่มีผลกระทบรุนแรง เนื่องจากผู้ขับแท็กซี่เดิมได้เปรียบตรงที่ไม่ต้องไปทำใบขับขี่รถสาธารณะใหม่ นอกจากนี้ ยังสามารถติดตั้งโฆษณาบนตัวรถเพื่อเพิ่ม รายได้อีกด้วย ซึ่งรถส่วนบุคคลยังไม่ได้รับอนุญาตในส่วนนี้ จึงอยากให้ผู้ให้บริการรถสาธารณะในปัจจุบันเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ ด้วย ขณะที่ในฟากผู้ขับแท็กซี่ที่จะได้รับผล กระทบโดยตรง วิฑูรย์ แนวพานิช นายกสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย กล่าวว่า การที่ภาครัฐได้ยกเลิกแท็กซี่ โอเค เนื่องจากไม่ประสบความสำเร็จ เพราะแอพพ์ดังกล่าวรัฐซื้อมาแต่ตัวโปรแกรม แต่ไม่พัฒนาระบบให้ตรงต่อความต้องการของทั้งคนขับและผู้โดยสาร ปัญหาที่เจอในตอนนั้นคือ เมื่อผู้โดยสารเรียกใช้แท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชั่น แท็กซี่ โอเคแล้ว ทั้งผู้ขับและผู้โดยสารไม่ทราบตำแหน่งของกันและกัน ทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทางและการให้บริการ แท็กซี่ส่วนใหญ่จึงไม่นิยมใช้ เมื่อ จะเปลี่ยนมาให้ใช้แอพพลิเคชั่นใหม่แทนแท็กซี่โอเคเดิมก็พร้อมที่จะทดลอง แต่อยากให้รับฟังเสียงจากผู้ใช้จริง คือกลุ่มคนขับแท็กซี่ก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่มีการเรียกเข้าไปขอความคิดเห็นใดๆ คาดว่าอาจจะอยู่ในช่วงของการพัฒนาแอพพลิเคชั่น แต่ถ้ากรมการขนส่งทางบกสามารถพัฒนาระบบที่ประสิทธิภาพพอก็พร้อมที่จะเข้าไปร่วมใช้แน่นอน ส่วนเรื่องผลกระทบจากการที่อนุญาตให้รถป้ายดำเข้าร่วมแอพพลิเคชั่นใหม่ที่กำลังจะเกิดนี้ได้นั้น มองว่าไม่มีผลกระทบ เนื่องจากในปัจจุบันได้มีการแบ่งกันชัดเจนอยู่แล้วว่า ผู้ขับรถป้ายดำจะให้บริการอยู่ในแอพพ์ แกร็บ ส่วนผู้ขับรถแท็กซี่จะให้บริการอยู่ในแอพพ์ไลน์แมน ซึ่งการที่จะดึงกลุ่มป้ายดำเข้าร่วมแอพพ์ใหม่ ดังกล่าวก็อาจจะไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น เพราะมีหลายขั้นตอน เช่น ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะ แต่ก็ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน อย่างไรก็ตาม ต้องดูก่อนว่าแอพพ์ที่จะออกมานี้จะมีประสิทธิภาพมากกว่าแอพพ์ที่มีอยู่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้กระทรวงคมนาคมจะอยู่ระหว่างจัดทำแอพพลิเคชั่นออกมา เพื่อแบ่งเบาภาระผู้ขับแท็กซี่ ในส่วนของผู้ให้บริการแท็กซี่เองก็มีการปรับตัวอยู่เสมอ ซึ่งในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้จำนวนผู้ขับรถแท็กซี่ลดลงจาก 8 หมื่นคน เหลือ 3 หมื่นคน ซึ่งจำนวนที่เหลืออยู่นี้ล้วนเข้าร่วมแอพพ์ไลน์แมนทั้งสิ้น เพื่อตอบโจทย์กับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้ใช้บริการ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเปิดให้รถยนต์ส่วนบุคคลมาวิ่งให้บริการถือเป็นการซ้ำเติมแท็กซี่เดิม ทำให้รายได้ลดลงจากจำนวนรถให้บริการที่เพิ่มขึ้น เพราะมีผู้ที่ตกงานหันมาขับหารายได้ รวมทั้งลูกค้าก็น้อยลงจากการลดการเดินทาง การแข่งขันที่สูงขึ้นแท็กซี่ก็ต้องปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ หากประชาชนตอบรับ และนิยมให้รถยนต์ส่วนบุคคลมากกว่า ก็เป็นไปได้ที่จำนวนรถแท็กซี่ในระบบจะลดลงจนไม่มีอยู่ และอาจกระทบผู้โดยสารที่ไม่คุ้นชินกับการเรียกรถผ่านทางแอพพลิเคชั่นได้เช่นกัน แท็กซี่คงต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น และต้องปรับตัวเพื่อจะอยู่รอดในอาชีพนี้
มติชน • 31 พ.ค. 64
อ่าน
5 ไอเท็มน่าสอยราคาไม่ถึงพัน! จากร้านป้ายเหลือง Matsumoto Kiyoshi !!
หลายๆ คนคงวิ่งเข้าร้านป้ายเหลืองนี่แทบไม่ทันกันเลยทีเดียวค่ะ เมื่อได้ข่าวว่า เจ้าร้านยอดฮิตจากญี่ปุ่นนามว่า Matsumoto Kiyoshi นี้มาเปิดให้สาวๆ สอยกันถึงเมืองไทยกันแล้ว! แต่วิ่งเข้าไปแล้วหยิบๆ ลงตะกร้า เชื่อว่าพอคิดตังสาวหลายคนคงแทบกุมขมับลมจับกับราคาและใบเสร็จที่ยาวเหยียดแน่ๆ ล่ะค่ะ แหม่ มีร้านที่รวบรวมไอเท็มเด็ดมาให้เราทั้งที ก็อย่าเพิ่งหน้ามืดตามัวหยิบลงตะกร้ากันรัวๆ ค่ะ มาดู 5 ชิ้นน่าโดนในราคาไม่ถึงหนึ่งพันบาท ที่เราคัดสรรมาให้กันก่อนดีกว่า! บอกเลยว่า งานนี้เข้าร้านไปเสียแค่แบงก์พันหนึ่งใบ แต่ได้ผลิตภัณฑ์ตัวท็อปฮอตฮิตจากญี่ปุ่นมาครอบครองเลยนะ! 1. Mote Mascara สำหรับสาวที่เข้าร้านนี้มาเพื่อเล็งเครื่องสำอางชิ้นเด็ดจากญี่ปุ่น แนะนำให้พุ่งตัวไปหยิบมาสคาร่าตัวนี้ด่วนๆ ค่ะ เพราะบอกได้คำเดียวว่าคุณสมบัติของเจ้ามาสคาร่าตัวนี้มันเริ่ดมากกกก ไหนจะช่วยให้ขนตางอนยาวได้ในพริบตา ไหนจะตัวแปรงมีลักษณะเป็นหวีทำให้ปัดง่าย เนื้อมาสคาร่าไม่จับเป็นก้อน แถมยังมีคุณสมบัติพิเศษ อย่างสารบำรุงขนตา ที่ช่วยให้ขนตาแข็งแรง และยาวขึ้นอีกด้วย! ซึ่งเจ้ามาสคาร่าตัวนี้ราคาก็อยู่ที่ 998 บาท มี 5 สูตร 5 สีให้ได้เลือกซื้อกันเลยทีเดียวค่ะ แต่ถ้าถามว่าตัวไหนเด็ดสุด ก็ต้องสีชมพูเลยค่ะ ไม่ว่าจะทางร้านจะลงของกี่ทีก็หมดเกลี้ยงทุกรอบ! งานนี้แบงก์พันอาจจะหายไปหนึ่งใบ แต่ขอบอกว่า คุ้มนะเออ!2. CHIFURE Moisture Gel ดีงามมมอีกแล้วค่ะ สำหรับไอเท็มชิ้นที่ 2CHIFURE Moisture Gel มอยซ์เจอไรเซอร์เนื้อเจลสุดฮิตจากญี่ปุ่น ที่ทางร้านเค้าแอบกระซิบมาว่าขายดีสุดๆ! ซึ่งถ้าพูดถึงแบรนด์CHIFURE แล้วล่ะก็ ต้องยกให้ครีมบำรุงตัวนี้เป็นอันดับหนึ่งเลยค่ะ ด้วยคุณสมบัติแบบ 6 in 1 ที่จะทำให้สาวๆ สวยครบจบในกระปุกเดียว! เพราะครีมบำรุงที่มีลักษณะเป็นเนื้อเจลนี้สามารถเป็นได้ทั้งToner, Serum, Essence, Milky Lotion, Mask Cream และ Make Up Base ในขณะเดียวกัน แถมจะใช้เช้า เย็น หรือก่อนนอนก็ไม่มีปัญหา ที่สำคัญราคาก็ดีซะยิ่งกว่าดี! เพราะเห็นคุณสมบัติอัดแน่นขนาดนี้แต่ราคาเพียง 469 บาทเท่านั้น ดีขนาดนี้ไม่สอยยังไงไหว!3. E-Smile Formula Bodymake Pad สำหรับสาวไทยอย่างเรา เจอกล่องสีดำ มีรูปเท้าแบบนี้เข้าไปคงต้องอึ้งกิมกี่แน่ล่ะค่ะว่า เอ๊ะ มันคืออะไรกัน ไม่ต้องงงไปค่ะสาวๆ สำหรับเจ้าตัวนี้ไม่ใช่ที่ดับกลิ่นเท้าหรืออะไรค่ะ แต่มันคือฟองน้ำนุ่มๆ ที่ไว้สำหรับสวมใส่นิ้วเท้าต่างหาก! ซึ่งจุดเด่นของเจ้าอุปกรณ์นี้ก็คือ ช่วยรองรับและปรับเท้าของเราให้อยู่ในรูปทรงที่ดี เพื่อที่เวลาเดินมากๆ จะได้ไม่ปวดเท้าหรือปวดหลังนั่นเอง! ไม่แค่นั้นค่ะเจ้าฟองน้ำนี้ยังช่วยเสริมบุคลิก แถมปรับสมดุลในร่างกายทำให้ร่างกายมีการเผาผลาญมากขึ้นอีกด้วย ทางร้านเค้าบอกเลยว่า แค่ใส่แล้วเดินก็ไดเอตได้ง่ายๆ เลยนะ!! การันตีด้วยยอดขาย 2 ล้านชิ้นในญี่ปุ่นเลยล่ะ อ่ะ งานนี้สาวไหนจะไปคอนเสิร์ตยืนเต้นนานๆ หรือจะเดินช้อปปิ้งแบบมาราธอนก็ไปสอยกล่องสีดำราคา 887 บาทนี้มาใส่ด่วนๆ4. MKB Body Wipes ใครที่เหงื่อออกมากจากการออกกำลังกาย หรือต้องออกไปทำงานเผชิญกับแดด ฝน และมลพิษข้างนอกออฟฟิศบ่อยๆ วิ่งไปคว้าBodyWipes มาใส่กระเป๋าเก็บไว้อย่างไวเลยนะคะสำหรับMKB Body Wipes นี้ก็จะคล้ายๆ กับทิชชู่เปียกที่สาวๆ หลายคนพกกันติดตัวนั่นแหละค่ะ แต่ความพิเศษของเจ้ากระดาษนี้มันอยู่ที่ความสดชื่นที่เมื่อเช็ดแล้วทำให้เรารู้สึกเหมือนเพิ่งอาบน้ำเสดนี่ล่ะค่ะ แถมสำหรับของผู้หญิงเรายังมีให้เลือกถึง 5 กลิ่น ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นสดชื่นราวกับเพิ่งอาบน้ำอย่างกลิ่นสบู่ (soap), กลิ่นหอมหวานอย่างกลิ่นกุหลาบ (rose), หรือจะกลิ่นที่ช่วยให้ผ่อนคลายและเฟรชสุดๆ อย่างกลิ่นมะนาวซิตรัส (citrus) ซึ่งBodyWipes นี้ก็มีให้สาวๆ เลือกพก 2 ขนาดด้วยกันคือ ขนาด 12 แผ่น ราคา 79 บาท และขนาด 36 แผ่น ราคา 129 บาท แผ่นเดียวหอมทั้งวันแถมราคาโดนใจแบบนี้ ต้องจัด!5. Argelan Body Soap Moist งานนี้ใครที่ชอบสะสมผลิตภัณฑ์ที่แพ็คเกจเก๋ๆ ดีไซน์เริ่ดๆ ต้องถูกใจสบู่ขวดสีม่วงเข้มขวดนี้แน่ๆ ล่ะค่ะ กับArgelan Lavender Rose Body Soap Moist ที่นอกจากจะมีดีที่ขวดสวยไฮโซแล้ว คุณสมบัติของสบู่ก็เริ่ดไม่แพ้ขวด เพราะจุดเด่นของแบรนด์นี้เค้าเน้นออร์แกนิค ส่วนผสมของสบู่นั้นจะสกัดจากธรรมชาติล้วนๆ รับรองว่า ใช้แล้วผิวสวยสุขภาพดี แถมสดชื่นผ่อนคลายแน่นอน โดยสบู่กลิ่นลาเวนเดอร์ขวดนี้ไม่ได้มีดีแค่กลิ่นหอมๆ ที่ช่วยให้ผิวกายของสาวๆ หอมสดชื่นตลอดวันเท่านั้นค่ะ แต่เจ้าขวดนี้ยังช่วยบำรุงผิวของสาวๆ ให้ชุ่มชื่น ราวกับทาโลชั่นไปในตัวเลยล่ะ! คุณสมบัติแบบ 2 in 1 ขนาดนี้ใครว่าราคาจะโหดจนรับไม่ไหวล่ะค่ะ เพราะเห็นขวดใหญ่ขนาดนี้ แต่ราคาเพียง 399 บาทเท่านั้น แถมยังมีแบบถุง Refill ในราคาถูกกว่า แต่ปริมาณเท่าเดิม (299 บาท) ให้สาวๆ ได้ซื้อไปใช้กันยาวๆ อีกด้วยนะเนี่ยย อ้ะๆ แถมอีกสักนิด กับผลิตภัณฑ์ที่น่าโดนไม่แพ้ 5 ชิ้นข้างบนเลยค่ะ สำหรับอีกหนึ่งแบรนด์น่าเลิฟจากญี่ปุ่นLove Peace ที่ขนผลิตภัณฑ์หลากหลายมาให้ได้เลือกช้อปกันเพียบ ซึ่งถ้าเดินเข้ามาด้านในซ้ายสุดของร้านก็ต้องสะดุดตากับผลิตภัณฑ์สีม่วงที่วางเรียงรายชวนหยิบที่มีให้เลือกซื้อถึง 11 ชนิดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นออยล์บำรุงผิว สครับขัดตัว ครีมทามือ โบดี้โลชั่น สเปรย์สำหรับตัวและผม หรือเจลอาบน้ำ โอ๊ยย เลือกไม่ถูกก ราคาก็มีตั้งแต่ 270, 360, 380 ไปจนถึง 490 บาท ราคาไม่ถึงพันแบบนี้ จัดสิคะ รออะไรรร เป็นยังไงกันบ้างคะสาวๆ กับไอเท็มฮอตฮิตจากญี่ปุ่นที่เราคัดมาฝากในวันนี้ ใครที่ยังไม่ไปโดน ขอบอกว่า รีบไปด่วนๆ เลยนะคะ เพราะถ้าไปช้า ของหมด กว่าของจะอิมพอร์ตมาจากญี่ปุ่นต้องรอนาน ใช้ไม่ทันเพื่อนไม่รู้น้าาเรียบเรียงข้อมูลโดยทีมงาน women.truelife.comขอสงวนลิขสิทธิ์บทความเรียบเรียงและภาพประกอบ โดยห้ามมิให้ทำซ้ำ หรือคัดลอกเพื่อนำไปเผยแพร่ต่อในสื่อเพื่อการค้าใดๆ จนกว่าจะได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากทีมงานเท่านั้น หากต้องการนำไปใช้ โปรดติดต่อทีมงานได้ที่ truelifewomen@gmail.com ค่ะติดตาม women.truelife.com ได้ที่FacebookTwitterInstagramWe are womens best friend.
ผิวพรรณ • 10 พ.ย. 58
สิทธิพิเศษ
ลูกค้าทรูบลู ทรูกรีน ทรูไวท์ รับส่วนลด 5% ใช้ 0 ทรูพอยท์
ลูกค้าทรูบลู ทรูกรีน ทรูไวท์ รับส่วนลด 5%เมื่อใช้บริการ SKOOTAR*สำหรับบริการส่งเอกสาร พัสดุ อาหาร ด้วยรถมอเตอร์ไซต์ รถยนต์ และ รถกระบะสกู๊ตตาร์ ขนส่งด่วนออนไลน์มือโปรสัญชาติไทย" เราพัฒนาแอปพลิเคชันบนมือถือ และเว็บไซต์สำหรับให้บริการขนส่งด่วน ผ่านระบบออนไลน์ช่วยให้การขนส่งของคุณ ง่าย สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ผ่าน 4 บริการหลัก- เเมสเซ็นเจอร์ส่งเอกสาร- ส่งพัสดุด่วน รับถึงที่ ส่งถึงมือ- ส่งอาหาร กระจายออเดอร์- ขนส่่ง ขนย้ายสิ่งของชิ้นใหญ่ด้วยรถกระบะ เงื่อนไขโปรโมชันสำหรับลูกค้า TRUE ที่เป็นลูกค้าปัจจุบัน SKOOTAR-สิทธิพิเศษนี้สำหรับลูกค้า TRUE ในระดับ Blue Card / Green Card และ White Card ที่เป็นลูกค้าปัจจุบัน SKOOTAR อยู่แล้วเท่านั้น-รับส่วนลดครั้งละ 5% เมื่อใช้ SKOOTAR ส่งเอกสาร ส่งพัสดุ และส่งอาหารด้วยรถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ และรถกระบะ ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 69 31 ธ.ค. 69-ลูกค้าจะต้องกดรับสิทธิ์จาก TRUE และนำรหัสส่วนลดที่ได้ ไปกรอกในช่อง รหัสโปรโมชัน และกด ยืนยัน ที่หน้าสั่งงานบน บนแอปพลิเคชัน SKOOTAR หรือสามารถสั่งงานผ่านเว็บไซต์ได้ที่ : https://www.skootar.com/neworder?utm_source=Trueutm_medium=Referralutm_campaign=2601-customer-truer69-จำกัดจำนวนการรับสิทธิ์ 2,000 สิทธิ์ต่อเดือน ตลอดระยะเวลาแคมเปญ (ลูกค้า 1 ท่านสามารถใช้สิทธิ์ส่วนลดได้ครั้งละ 5% เท่านั้น)-สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ -สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชันอื่นๆได้ ไม่สามารถจำหน่าย หรือใช้ในการพาณิชย์อย่างอื่น หรือเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสด หรือส่วนลดอื่นๆ ได้ เงื่อนไขทั่วไปของ SKOOTAR :-SKOOTAR ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า-SKOOTAR ให้บริการเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และชลบุรีเท่านั้น-ค่าขนส่งจะเพิ่มขึ้นจากราคาเริ่มต้นตามระยะทาง เเละหากลูกค้ามีการใช้งานบริการเสริมสามารถเช็กราคาก่อนใช้งานจริงได้ในหน้าสั่งงาน ทั้งบนเว็บไซต์ เเละเเอปพลิเคชัน SKOOTAR-ระยะเวลาการขนส่งขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร และสภาพภูมิอากาศ ในขณะทำการขนส่ง อาจมีการล่าช้าเกิดขึ้นได้-ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SKOOTAR ได้ที่ App Store และ Google Play หรือสมัครใช้งานผ่านเว็บไซต์ : https://www.skootar.com/signup?utm_source=trueutm_medium=Referralutm_campaign=2601-customer-true-เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท และผู้ให้บริการกำหนด-ภาพใช้เพื่อประกอบการโฆษณาเท่านั้น
บริการจัดส่งสินค้าถึงที่ • 1 ม.ค. 69
อ่าน
"เบียร์ ใบหยก" จัดหนัก ชวนประมูลทะเบียนรถเลขมงคล เลขสวยช่วยสังคมด้วย
สปอตไลท์ทุกดวง พุ่งตรงมาที่ "เบียร์ ใบหยก" (ปิยะเลิศ ใบหยก) แบบฉ่ำ ๆ ล่าสุด ลงทุนถอยซูเปอร์คาร์ป้ายแดงมาครอบครองสมใจ แต่ระดับตัวท็อปวงการรถหรูทั้งที ก็เดินหน้าเปย์ความสุข เสริมมงคลความสนุกไม่ยั้ง เจ้าตัวหอบเงินสดฟ่อนใหญ่ บุก กรมการขนส่งทางบก เตรียมจับจองเลขมงคล มหัศจรรย์ 4ขข ทะเบียนดี มหานคร "เบียร์ ใบหยก" จัดหนัก ชวนประมูลทะเบียนรถเลขมงคล เลขสวยช่วยสังคมด้วย ที่จะเปิดประมูล ในวันที่ 4-5 เมษายนนี้ ที่อิมแพคเมืองทองธานี ห้องแอมเบอร์ 1 Hall 7 ว่าแต่...เดี่ยวนี้ สะดวก ง่าย แค่ปลายนิ้ว เพราะสามารถประมูลผ่านทางโทรศัพท์ และทางเว็บไซต์ www.tabienrod.com เพียงลงทะเบียนออนไลน์ และวางหลักประกันผ่านอินเตอร์เน็ตได้เลย ไม่ต้องหอบเงินสดให้เสี่ยง ที่สำคัญ รายได้ทั้งหมดจากการประมูล นำไปร่วมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนนทั่วไทย หรือดูรายละเอียดได้ที่ Page: กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนTiktok Link : https://vt.tiktok.com/ZSHdJvQct/
ข่าวบันเทิง • 30 มี.ค. 69
อ่าน
ครม.เคาะ“ลดภาษีน้ำมัน เติมบัตรคนจน–ซอฟท์โลนหมื่นล้าน”รับมือวิกฤตน้ำมันแพง
#ทันหุ้น ครม.ไฟเขียว 7 มาตรการเร่งด่วน สั่งคลังลดภาษีสรรพสามิต เติมเงินบัตรคนจน 100 บาท ออกซอฟท์โลน 1 หมื่นล้านช่วยภาคธุรกิจ บรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันแพงนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นัดพิเศษ ได้เห็นชอบ 7 มาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันแพงเพื่อเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการโดยมาตรการที่ 1 คือ การลดภาษีสรรพสามิต ซึ่งมอบหมายให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาแนวทางการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตรวมถึงระยะเวลาที่เหมาะสมในการดำเนินการเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย เมื่อลดภาษีแล้วราคาน้ำมันจะลดลงเท่ากับจำนวนภาษีที่ลดลง แต่จะลดภาษีในระยะเวลาสั้นเท่านั้นเพื่อไม่ให้ผูกพันต่อรัฐบาลหน้าตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ2.เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสำหรับกลุ่มเปราะบางโดยจะมีการเติมเงินพิเศษเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มอีก100บาทจากเดิม300บาทเป็น400 บาทต่อคนต่อเดือนโดยในเบื้องต้นภายใต้รัฐบาลรักษาการจะดำเนินการเป็นเวลา1เดือนก่อนและจะมีการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อพิจารณาต่อมาตรการในอนาคต3.ช่วยเหลือกลุ่มขนส่งโดยจะบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นครอบคลุมทั้งกลุ่มรถบรรทุกรถบริการสาธารณะและรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้ลงรายละเอียดการดูแลต่อไป4.ลดต้นทุนเกษตรกรโดยจะมุ่งเน้นการช่วยเหลือเรื่องค่าปุ๋ยผ่านโครงการ"ธงเขียว"และการสนับสนุนผ่าน"บัตรดินดี"พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาใช้ปุ๋ยทางเลือกหรือปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ5.ช่วยเหลือกลุ่มประมงโดยจะสนับสนุนการใช้น้ำมัน B20ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าน้ำมันปกติประมาณ5-6บาทเพื่อช่วยลดต้นทุนการเดินเรือให้แก่กลุ่มประมงที่ได้รับผลกระทบ6.เยียวยาคู่สัญญาภาครัฐสำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและก่อสร้างที่ประสบปัญหางานล่าช้าจากการขาดแคลนเชื้อเพลิงโดยรัฐบาลจะพิจารณาขยายระยะเวลาตรวจรับงานตามความเหมาะสมเป็นรายกรณี(Case by Case)รวมถึงเร่งรัดการชดเชยค่าK (ค่าดัชนีราคาที่ใช้คำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง)เพื่อลดภาระให้ผู้ประกอบการ,7.เสริมสภาพคล่อง SMEโดยธนาคารออมสินเตรียมวงเงินSoft Loan จำนวน 10,000 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยและSupply Chainที่ได้รับผลกระทบเพื่อนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการทั้งนี้มาตรการทั้งหมดถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องการให้มีผลในทางปฏิบัติโดยเร็วโดยหลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นธนาคารออมสินและกระทรวงคมนาคมจะเร่งจัดทำรายละเอียดและหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการเพื่อประกาศให้ประชาชนทราบต่อไป
ทันหุ้น • 26 มี.ค. 69
อ่าน
ดุดันไม่เกรงใจใคร Red Bull เปิดตัว RB22 พร้อมเครื่องยนต์ Ford เต็มรูปแบบครั้งแรก
ทีม Oracle Red Bull Racing เผยโฉมรถ Red Bull 2026 ยุคใหม่ขุมพลัง Ford และการกลับมาของสีเงา Red Bull เปิดตัวรถแข่ง RB22 สำหรับสู้ศึก F1 ฤดูกาล 2026 อย่างยิ่งใหญ่ที่เมืองดีทรอยต์ สหรัฐอเมริกา เพื่อฉลองความร่วมมือกับพันธมิตรใหม่อย่าง Ford Photo: Red Bull f1 ดุดันไม่เกรงใจใคร Red Bull เปิดตัว RB22พร้อมเครื่องยนต์ Ford เต็มรูปแบบครั้งแรก ไฮไลต์สำคัญ ดีไซน์ใหม่: กลับมาใช้สีแบบ Gloss (สีเงา) เหมือนปี 2005 บนพื้นฐานสีขาว "Heritage White" เพื่อขับเน้นโลโก้กระทิงแดงให้โดดเด่น ขุมพลัง Ford: เป็นครั้งแรกที่ Red Bull ผลิตเครื่องยนต์เอง (Red Bull Powertrains) โดยได้ Ford ช่วยพัฒนาส่วนสำคัญ เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า MGU-K และเทอร์โบชาร์จเจอร์ ชิ้นส่วนหลังนี้ได้รับการออกแบบและผลิตโดยวิศวกรของ Ford Racing โดยใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์ 3 มิติ (DMLS) ซึ่งช่วยขจัดข้อจำกัดด้านรูปทรงเรขาคณิตในการออกแบบชิ้นส่วนที่ทำจากไทเทเนียมนี้ ไลน์อัปนักแข่ง: Max Verstappen (เปลี่ยนไปใช้หมายเลข 3) จับคู่กับดาวรุ่ง Isack Hadjar (หมายเลข 6) ที่ขยับขึ้นมาจากทีมสำรอง การบริหาร: Laurent Mekies รับหน้าที่ Team Principal ต่อจาก Christian Horner โดยมี Pierre Wache คุมด้านเทคนิค ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของ F1 ปี 2026 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ F1 ด้วยกฎระเบียบใหม่ พลังงานไฟฟ้า: สัดส่วนกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นสูงถึง 50% ความยั่งยืน: บังคับใช้เชื้อเพลิงสังเคราะห์ 100% และออกแบบแบตเตอรี่เอง การแข่งขันที่ดุเดือด: แบรนด์ใหญ่อย่าง Audi, Cadillac และ Ford ตบเท้าเข้าร่วมชิงชัยในช่วงที่ F1 กำลังได้รับความนิยมสูงสุดทั่วโลก บทความที่คุณอาจสนใจ สนามแข่ง Formula 1 มีกี่สนามอยู่ประเทศอะไร ระยะทางเท่าไหร่ มีโค้งกี่จุด แรง G คืออะไร ทำไมสำคัญกับการแข่ง F1 นักขับต้องฝึกฝนร่างกายอย่างไร
กีฬาอื่นๆ TrueID • 16 ม.ค. 69
อ่าน
ท่อดัง..พังกระเป๋า! สรุปกฎหมายท่อไอเสีย รถยนต์-มอเตอร์ไซค์ ดังแค่ไหนถึงไม่โดนจับ?
เสียงเครื่องยนต์ที่คำรามกึกก้อง อาจเป็นความเร้าใจของคนรักความเร็ว แต่บนท้องถนนหลวง มันคือ "มลพิษทางเสียง" ที่มีกฎหมายควบคุมอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าคุณจะขับรถเก๋ง รถกระบะ หรือขี่ Big Bike หากท่อไอเสียของคุณส่งเสียงดังเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด สิ่งที่คุณจะเจอไม่ใช่แค่สายตาจิกกัดจากชาวบ้าน แต่เป็นใบสั่งและโทษปรับที่ทำเอากระเป๋าแฟบได้ วันนี้เรามากางตำรากฎหมาย เช็กกันให้ชัวร์ว่า "ขอบเขตความดัง" อยู่ที่ตรงไหน และถ้าโดนจับ จะโดนข้อหาอะไรบ้าง? 1. ตัวเลขศักดิ์สิทธิ์: "ห้ามเกิน 95 เดซิเบล" ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ กฎหมายไทย (อ้างอิงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก และ พ.ร.บ. รถยนต์) กำหนดเกณฑ์มาตรฐานความดังของเสียงท่อไอเสียไว้ที่ตัวเลขเดียวกัน คือ "ต้องไม่เกิน 95 เดซิเบลเอ" (วัดด้วยเครื่องวัดระดับเสียงตามมาตรฐาน) วิธีวัดของตำรวจ/ขนส่ง: เจ้าหน้าที่จะจ่อไมโครโฟนวัดเสียงห่างจากปลายท่อ 0.5 เมตร ทำมุม 45 องศา และเร่งเครื่องยนต์ไปที่ประมาณ 3 ใน 4 ของรอบเครื่องยนต์ที่มีกำลังสูงสุด (หรือเร่งเครื่องประมาณครึ่งคันเร่งสำหรับรถทั่วไป) ถ้าเกิน 95: ถือว่าผิดกฎหมายทันที ไม่มีข้ออ้างว่าท่อแพงหรือท่อแบรนด์เนม หมายเหตุ: สำหรับรถรุ่นใหม่ๆ ที่ผลิตตามมาตรฐาน Euro 4 ขึ้นไป เกณฑ์การวัดอาจมีความเข้มข้นขึ้น แต่ในทางปฏิบัติหน้าด่านตรวจ ตัวเลข 95 เดซิเบลยังคงเป็นเกณฑ์หลักที่ใช้ตัดสิน 2. เปลี่ยนท่อได้ไหม? ผิดกฎหมายหรือเปล่า? คำถามยอดฮิตคือ "เปลี่ยนท่อแต่ง ผิดไหม?" คำตอบคือ "ไม่ผิด ถ้า..." ถ้ามีความดังไม่เกิน 95 เดซิเบล: ถือว่าผ่าน ถ้ามี มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม): ท่อแต่งที่ถูกกฎหมายควรมีตราประทับ มอก. บนตัวท่อ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ทิศทางระบายไอเสีย: ต้องระบายออกทางท้ายรถ หรือทางขวา ห้ามระบายออกทางซ้าย (รบกวนคนเดินถนน) และห้ามพ่นควันดำใส่รถคันหลัง สิ่งที่ผิดแน่ๆ คือ: ท่อโล่ง/ท่อสูตรเสียงดัง: ที่ไม่มีตัวเก็บเสียง (Silencer) หรือเอาไส้ท่อออก ท่อสร้างเองที่ไม่ได้มาตรฐาน: ตีท่อแป๊บสด เสียงดังลั่นทุ่ง 3. โทษและค่าปรับ (เตรียมเงินไว้เท่าไหร่?) หากคุณถูกตั้งด่านตรวจวัดเสียงและพบว่าท่อดังเกินค่ามาตรฐาน คุณอาจโดนแจ้งข้อหาตามกฎหมายหลัก 2 ฉบับ ดังนี้: โดนดอกที่ 1: ความผิดตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 5 (2): ระบุว่ารถที่จะนำมาใช้ต้องมีเครื่องอุปกรณ์ครบถ้วนและอยู่ในสภาพใช้งานได้ดี (รวมถึงท่อไอเสียและเครื่องระงับเสียง) บทลงโทษ: ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท ข้อหานี้มักใช้เมื่อรถของคุณเสียงดัง หรือไม่มีเครื่องระงับเสียง โดนดอกที่ 2: ความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 6: ห้ามมิให้ผู้ใดนำรถที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง หรืออาจเกิดอันตราย หรือทำให้เกิดเสียงอื้ออึง (เสียงดัง) มาใช้ในทางเดินรถ บทลงโทษ: ปรับสูงสุดไม่เกิน 500 - 1,000 บาท โดนดอกที่ 3 (แถม): ดัดแปลงสภาพรถ หากการเปลี่ยนท่อไอเสียนั้นทำให้สภาพรถเปลี่ยนไปจากเดิมมาก หรือไม่มีความมั่นคงแข็งแรง อาจโดนข้อหา "ดัดแปลงสภาพรถ" ตามมาตรา 14 ของ พ.ร.บ. รถยนต์ บทลงโทษ: ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท 4. ฝันร้ายที่น่ากลัวกว่าค่าปรับ: คำสั่ง "ห้ามใช้รถ" นอกจากเสียเงินค่าปรับแล้ว สิ่งที่น่าปวดหัวที่สุดคือการที่เจ้าพนักงานจราจร (ตำรวจ) หรือเจ้าหน้าที่ขนส่ง มีอำนาจตามกฎหมายในการติดสติกเกอร์ "ห้ามใช้ชั่วคราว" (ตัวหนังสือสีเหลือง-แดง) ที่หน้ารถของคุณ เมื่อโดนติดสติกเกอร์นี้: คุณห้ามนำรถคันนั้นมาใช้บนถนนเด็ดขาด จนกว่าจะแก้ไข คุณต้องนำรถไปเปลี่ยนท่อให้ถูกต้อง (เงียบลง) นำรถไปให้เจ้าหน้าที่ขนส่งทางบก หรือสถานีตำรวจ ตรวจสภาพและวัดเสียงใหม่อีกครั้ง เมื่อผ่านแล้ว เจ้าหน้าที่จึงจะลอกสติกเกอร์ออกให้ คำเตือน: หากใครมือบอนไปแกะสติกเกอร์ "ห้ามใช้" ออกเอง มีความผิดทางอาญา ข้อหาทำลายเครื่องหมายของเจ้าพนักงาน มีโทษปรับและจำคุกด้วยนะครับ! สรุป: แต่งรถให้เท่ ไม่ต้องดัง ก็แรงได้ การแต่งรถเป็นความชอบส่วนบุคคล แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อสังคม เสียงท่อที่ดังเกิน 95 เดซิเบล นอกจากจะผิดกฎหมาย เสี่ยงเสียค่าปรับ 1,000 - 2,000 บาท และเสียเวลาไปแก้ใขใบสั่งแล้ว ยังสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้เพื่อนร่วมทางและชุมชน คำแนะนำ: เลือกใช้ท่อแต่งที่มี มอก. หากจะโมดิฟายเครื่องยนต์ ควรจูนให้เสียงทุ้มแน่น แต่ไม่ลั่นแสบแก้วหู รักษาระดับเสียงให้อยู่ในเกณฑ์ 95 dB เสมอ เพื่อความสบายใจเวลาเจอด่านตรวจครับ Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 28 ธ.ค. 68
ดู
แก๊งป่วนก๊วนฮีโร่ ซีซัน 1
EFF Co., Ltd. • 1 ธ.ค. 68
อ่าน
โดนแดงตั้งแต่ต้นเกม! แข้งเทพ 10 คน สุดต้าน พ่ายคาบ้านต่อ อุทัยธานี 1-2
ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ต้องเล่น 10 คนเมื่อ มูห์เซ็น อัล กาสซานี โดนใบแดงตั้งแต่นาทีที่ 14 ก่อนที่ทีม "แข้งเทพ" จะพ่ายคาบ้านต่อ อุทัยธานี เอฟซี 1-0 ในศึกไทยลีก 2025/26 ที่สนามทรู บีจี สเตเดี้ยม ฟุตบอลไทยลีก 2025/26 นัดที่ 10 "แข้งเทพ" ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เปิดรัง ทรู บีจี สเตเดี้ยม อีกครั้ง ต้อนรับการมาเยือนของ ช้างป่าห้วยขาแข้ง อุทัยธานี เอฟซี ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 เวลา 18.30 น. นัดนี้โค้ชแบน ธขตวัน ศรีปาน หัวหน้าผู้ฝึกสอน จัด นิติพงษ์ เสลานนท์ และต่างชาติอย่าง เคียวกะ นากามูระ, มูห์เซ็น อัล กาสซานี่, เซยะ คุโนริ, ปราตามา อาร์อาน กลับมาลง 11 ตัวจริงอีกครั้ง นาทีที่ 10 ปราตามา อาร์ฮาน ทุ่มบอลไกลเข้ากรอบเขตโทษ สุพรรณ ทองสงค์ ขึ้นโขกบอลชนคาน บอลหลุดมาถึงกัณตภณ ซ้ำหน้าโกล บอลเหินข้ามคานออกไป นาทีที่ 14 ทรู แบงค็อก เหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ มูห์เซ็น อัล กาสซานี่ พยายามพุ่งเข้าชาร์จบอล แต่ยกเท้าสูงอันตรายไปโดน จิรวัฒน์ วังทะพันธ์ ผู้รักษาประตูของอุทัยธานี จากนั้นผู้ตัดสินเช็กภาพจาก VAR ก่อนจะชูใบแดงไล่ มูห์เซ็น อัล กาสซานี่ ออกจากสนามไป นาทีที่ 21 ทางเยือนขึ้นเกมมาทางกาบขวา ไรฮาน สจ๊วต เปิดเข้ากลางให้ ชิคโคซี่ เอ็มมานูเอล ขึ้นโหม่ง บอลหลุดกรอบออกไป นาทีที่ 27 บรูโน่ เฮนริเก้ กองหน้าของอุทัยธานี ลองยิงไกลจากนอกกรอบ ปฏิวัติ คำไหม นายทวารทรู แบงค็อก ยังรับบอลติดมือ นาทีที่ 30 อิเลียส อัลฮาฟท์ จ่ายทะลุช่องให้กัณตภณ ได้หลุดขึ้นไปดวลกับผู้รักษาประตู ก่อนจะยิงไปยิงเซฟ บอลออกหลังเป็นลูกเตะมุม นาทีที่ 35 อิเลียส อัลฮาฟท์ ยิงฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งเหินห้ามคานออกไปนิดเดียว นาทีที่ 39 เบนจามิน เดวิส จ่ายให้ ไรฮาน สจ๊วร์ต ที่อยู่ในกรอบ ยิงไปติดบล็อคของ อาร์ฮาน ยังเสมอกันอยู่ 0-0 GOAL!! นาทีที่ 43 แข้งเทพขึ้นเกมมาอีกครั้ง นิติพงษ์ เปิดจากขวาไปถึงเสาสอง เอเวอร์ตัน โหม่งชงเข้ากลาง แนวรับทีมเยือนเคลียร์บอลไม่ขาด สุดท้ายบอลมาเข้าทาง เซยะ คุโนริ สับไกยิงเข้าไป แข้งเทพที่ผู้เล่นน้อยกว่า ขึ้นนำ 1-0 หมด 45 นาทีแรก แข้งเทพทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0 จากการยิงของ เซยะ คุโนริ นาทีที่ 48 ทีมเยือนได้ทักทายก่อนในครึ่งเวลาหลัง จากการยิงของ เจมส์ เบอร์เรสฟอร์ด บอลยังไม่ตรงกรอบ GOAL!! นาทีที่ 51 อุทัยธานี เอฟซี ตีเสมอ 1-1 เมื่อ บรูโน่ เฮนริเก้ บรรจงปั่นด้วยด้วยขวาจากแถวเส้นเขตโทษ บอลพุ่งเสียบมุมเข้าประตูไปอย่างสุดสวย นาทีที่ 56 สุพรรณ ได้บอลเก็บตกหน้ากรอบ ก่อนจะจับหนึ่งครั้งและยิงวอลเลย์ด้วยขวา ผู้รักษาประตูล้มตัวรับไว้ได้ นาทีที่ 73 ทีมเยือนขึ้นเกมมา บอลมาที่ วิลเลี่ยม ไวเดอร์เฌอ ได้ยิงด้วยขวา ปฏิวัติ ยังรับไว้ได้ GOAL!! นาทีที่ 83 เบน เดวิส เปิดลูกเตะมุมเข้าเขตโทษ บรูโน่ เฮนริเก้ เทกตัวขึ้นโหม่งบอลเสียบเสาสองเข้าไปเป็นประตูที่ 2 ของตัวเองในเกมนี้ และช่วยให้ทีมเยือนพลิกขึ้นนำ 2-1 ช่วงเวลาที่เหลือ ทัพแข้งเทพ ไม่สามารถผลิตสกอร์เพื่อตามตีเสมอได้ จบเกม ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เปิดบ้านพ่ายแพ้ อุทัยธานี เอฟซี 1-2 โปรแกรมนัดถัดไปของทัพแข้งเทพ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด จะออกไปเยือน ไลออน ซิตี้ เซเลอร์ส ตัวแทนจากประเทศสิงคโปร์ ในศึกฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ทู รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มจี นัดที่สี่ วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ส่วนโปรแกรมฟุตบอลไทยลีก 2025/26 นัดที่ 11 จะออกไปเยือน สิงห์เจ้าท่า การท่าเรือ เอฟซี ในวันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2568 เวลา 19.00 น. ณ สนามแพท สเตเดียม ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมบอลวันนี้ ตารางบอลวันนี้ พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด สรุปผลบอล ผลบอลเมื่อคืน เช็กผลบอล ผลบอลสดวันนี้
ไทยลีก • 2 พ.ย. 68
อ่าน
"คลัง" คุมเข้มค่ายรถ EV ในไทย ตัดเงินชดเชยหากผิดเงื่อนไข จ่อเรียกค่าปรับ NETA
"คลัง" คุมเข้มค่ายรถ EV ในไทยนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์แห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ในเร็ว ๆ นี้ พิจารณาปรับเงื่อนไขในมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าระยะแรก (EV 3.0) และระยะที่สอง (EV 3.5) โดยเฉพาะการเพิ่มอำนาจให้กรมสรรพสามิต สามารถระงับการจ่ายเงินชดเชยให้กับค่ายรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าร่วมโครงการได้ทันที ในกรณีที่ค่ายรถยนต์หรือบริษัทไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขของมาตรการสนับสนุนได้ เช่น การผลิตรถ EV ชดเชยไม่ได้ตามเงื่อนไข เป็นต้นโดยเบื้องต้นจะมีการเพิ่มเงื่อนไขเพื่อใช้ในการประกอบการพิจารณาระงับการจ่ายเงินชดเชยให้กับค่ายรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยทุกค่ายรถจะต้องทำแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อชดเชยส่งให้กรมสรรพสามิตทุกเดือน ซึ่งจะมีการตั้งเกณฑ์การผลิตในแต่ละเดือนไว้ที่ 30% ของแผนการผลิตที่ส่งมา และหากผลิตได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 1 เดือน จะโดนใบเหลือง และหากเดือนต่อไปยังผลิตได้ต่ำกว่า 30% ของแผนการผลิตที่ส่งมา ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าดังกล่าวก็จะโดนใบแดง ซึ่งกรมสรรพสามิต จะมีอำนาจระงับการจ่ายเงินชดเชยได้ทันทีนายเผ่าภูมิกล่าวว่า ค่ายรถจะต้องทำแผนทุกเดือน ถ้าเดือนใดเดือนหนึ่งผลิตได้ไม่ถึง 30% ของแผน จะโดนใบเหลือง และถ้าเดือนต่อไปก็ยังทำไม่ถึง 30% ของแผนอีก จะโดนใบแดง และกรมสรรพสามิต จะระงับการจ่ายเงินชดเชยได้ทันที โดยแผนที่ค่ายรถส่งมานี้ ก็จะมีกรอบใหญ่ซึ่งเป็นแผนการผลิต 1 ปีครอบอยู่อีกที ว่าในแต่ละปีค่ายรถจะต้องผลิตชดเชยเท่าไหร่ ตรงนี้จะเป็น 2 กรอบที่เข้ามาเพิ่มเติม ตรงนี้เป็นการเพิ่มให้กรมสรรพสามิตมีคัทเอาท์ หรือกระบองสำหรับจัดการค่ายรถที่ทำผิดเงื่อนไข โดยหลังจากบอร์ดอีวีเห็นชอบแล้ว จะต้องส่งให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไปทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้ให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ เพื่อสนับสนุนรถยนต์ประเภท PHEV, HEV และ ICE ซึ่งเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการมากขึ้น เพราะอีกโจทย์ที่สำคัญของรัฐบาล คือ การทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ประเภท PHEV, HEV และ ICE ยังสามารถดำรงอยู่ได้นานที่สุด เนื่องจากซัพพลายเชนในอุตสาหกรรมรถยนต์ประเภทดังกล่าวค่อนข้างยาว และอาจจะยาวกว่ารถยนต์อีวีด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นการดำเนินการนอกเหนือจากการผลักดันอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าอย่างไรก็ตามรัฐมนตรีช่วยคลังเปิดเผยว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น สะท้อนจากยอดขาย และยอดการผลิตรถยนต์ในเดือน มิถุนายน 2568 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เริ่มเห็นยอดการผลิตเพื่อการส่งออกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีจากการเร่งผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากนโยบายของรัฐบาลที่ดึงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาในไทยนายเผ่าภูมิ ระบุว่าที่ผ่านมา จะเห็นว่ารัฐบาลมีการปรับตัวภาษีต่าง ๆ เพื่อทำให้รถยนต์ประเภท PHEV, HEC และ ICE ยังยืนระยะอยู่ได้ ไม่ได้บอกว่าเป็นการปรับลดอัตราภาษี แต่เป็นการสร้างแรงจูงใจให้มากขึ้น" จ่อเรียกค่าปรับ "เนต้า" หลังผลิตรถ EV ชดเชยไม่ได้ตามเงื่อนไขกรณีบริษัท เนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ขณะนี้ยังไม่สามารถผลิตรถอีวีชดเชยได้ตามเงื่อนไขนั้น รัฐมนตรีช่วยคลัง กล่าวว่า ขณะนี้กรมสรรพสามิต ได้ระงับการจ่ายเงินชดเชยเรียบร้อยแล้ว และขั้นตอนต่อไป คือ การพิจารณากระบวนการเรียกร้องค่าปรับจากค่ายรถยนต์ดังกล่าว โดยเบื้องต้นค่าปรับจะคิดบนฐานภาษีสรรพสามิตที่ค่ายรถได้ประโยชน์ไปทั้งหมดสำหรับวิธีการคำนวณค่าปรับกรณีผิดเงื่อนไขมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าของรัฐ กรณีครบกำหนดผลิตชดเชยวันที่ 31 ธันวาคม 2568 คือ ยึด Bank Guarantee ที่บริษัทฯ นำมาวางไว้, ยึดเงินอุดหนุน 150,000 บาทต่อคัน พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี และค่ายรถจะต้องจ่ายคืนภาษีสรรพสามิตที่ได้รับยกเว้น ประมาณ 6% บวกเบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีสรรพสามิต บวกกับเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน และค่าปรับอีก 1 เท่านายเผ่าภูมิ กล่าวว่า มาตรการสนับสนุน จะสิ้นสุดจริงในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งถ้าตรงไปตรงมาเลยก็ต้องดูว่าในวันดังกล่าว ค่ายรถยังผลิตชดเชยขาดไปเท่าไร ก็ต้องปรับไปตามเกณฑ์ ตอนนี้สรรพสามิตกำลังดูอยู่ เพราะเราไม่เห็นการผลิตแล้ว การจะไปรอจนถึงวันสิ้นสุดมาตรการ ก็อาจจะช้าไป เราก็ควรจะทำให้เร็วกว่านั้น โดยอยู่บนกระบวนการทางกฎหมายว่าเมื่อเราเห็นว่าไม่มีการผลิตแล้ว ถึงแม้ว่ายังไม่ถึงเดตไลน์ก็ตาม เราจะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างไรได้บ้าง แต่เบื้องต้นตอนนี้ คือ ระงับการจ่ายชดเชยเรียบร้อยแล้ว โดยการเรียกค่าปรับนี้ จะต้องดำเนินการกับบริษัทที่เซ็นเข้าร่วมมาตรการกับสรรพสามิต คือ บริษัท เนต้า (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมยืนยันว่า ปัจจุบันยังไม่มีสัญญาณ หรือแนวโน้มว่าค่ายรถยนต์อีวีรายอื่น จะกระทำผิดเงื่อนไขตามมาตรการสนับสนุน โดยภาพรวมอุตสาหกรรมอีวีในประเทศไทย ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี
TNN ช่อง16 • 14 ก.ค. 68
อ่าน
ข่าวดี! รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ดีเดย์ 1 ต.ค. เปิดลงทะเบียนผ่านแอปฯ "ทางรัฐ" ส.ค.นี้
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสาย ในราคาไม่เกิน “20 บาทตลอดสาย ” ตามนโยบายของรัฐบาล ที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ที่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดราคาค่าครองชีพในทุกมติ ให้กับประชาชน เช่น การปรับราคาค่าครองชีพ ค่าสาธารณูปโภค และค่าพลังงานต่าง ๆทั้งนี้นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จัดอยู่ในนโยบายเร่งด่วน ที่รัฐบาลให้คำมั่นไว้กับประชาชน ที่จะเร่งดำเนินการ ซึ่งมั่นใจว่าปริมาณผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เนื่องด้วยผู้ให้บริการรถไฟฟ้าในปัจจุบันมีรูปแบบสัญญาสัมปทานและสัญญาจ้างเดินรถที่มีข้อกำหนดหรือเงื่อนไขทางธุรกิจแตกต่างกัน จึงได้กำหนดให้ประชาชนลงทะเบียนตามเงื่อนไขที่กำหนดบนแอปพลิเคชั่น "ทางรัฐ" เพื่อรองรับการใช้งานตามนโยบาย เงื่อนไขการลงทะเบียนก็เพื่อยืนยันตัวบุคคลที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น โดยระบุเลขที่บัตรประชาชน 13 หลัก และสามารถใช้ผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรโดยสาร (Rabbit Card ที่เคยลงทะเบียนไว้) ที่จะใช้งานกับระบบรถไฟฟ้าผ่านแอปฯ “ทางรัฐ” ทั้งนี้ บัตรที่ได้รับการยืนยันการลงทะเบียนจะได้สิทธิ์โดยอัตโนมัติ เมื่อใช้งานหลังจากเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 โดยจะครอบคลุมทั้งโครงข่ายรถไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดิน ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประกอบไปด้วย รถไฟฟ้าสายสีเขียว,สีทอง,สีเหลือง,สีชมพู,สีน้ำเงิน,สายสีม่วง,สายสีแดง และ สายแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL)ทั้งนี้การใช้บริการรูปแบบบัตร Rabbit Card (บัตรเติมเงิน) จะใช้ได้กับสายสีเขียว, สีทอง, เหลือง, ชมพู ขณะที่บัตร EMV Contactless (หรือบัตรเครดิต Visa/Mastercard) สามารถใช้กับ 6 สาย คือ สายสีแดง, น้ำเงิน, ม่วง, ชมพู, เหลือง, ARL (ไม่รวมสีทองและสีเขียว) โดยในอนาคตจะมีการเปิดระบบสแกน QR Code ในมือถือแทนการใช้บัตร เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนนายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า โดยมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสายนี้จะครอบคลุมโครงข่ายเส้นทางรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพและปริมณฑล จำนวน 13 เส้นทาง ระยะทางรวม 279.84 กิโลเมตร 194 สถานี สำหรับแนวทางการชดเชยรายได้ค่าโดยสารจากการดำเนินมาตรการ จะมาจากกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม หรือแหล่งเงินอื่นที่เหมาะสม ทั้งนี้ยังได้ประมาณการผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการดำเนินมาตรการดังกล่าวในช่วง 1 ปี ในเชิงปริมาณและมูลค่าจากจำนวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าที่ได้รับผลประโยชน์ จะประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่1. ด้านเศรษฐกิจ ประเมินจากการประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้รถยนต์2. ด้านสังคม ประเมินจากค่าความสุข และ การลดมูลค่าความสูญเสียเนื่องจากอุบัติเหตุ 3. ด้านสิ่งแวดล้อม ประเมินจากการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งทั้ง 3 ด้าน ประเมินเป็นประโยชน์ในการประหยัดงบประมาณกว่า1 หมื่นล้านบาท ลงทะเบียนเมื่อไหร่?ทั้งนี้ ภายในช่วงเดือน สิงหาคม 2568 จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ค่าโดยสาร 20 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" และภายใน 1 ตุลาคม 2568 จะเริ่มดำเนินมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า สูงสุด 20 บาทตลอดสายตามนโยบายรัฐบาล และภายหลังจากนั้นจะมีกระบวนการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้โครงสร้างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง"สำหรับมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสาย จะเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้บริการสาธารณะ ลดภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน ช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงระบบบริการสาธารณะของรัฐเพื่อเดินทางถึงปลายทางด้วยระบบรถไฟฟ้า ที่มีความปลอดภัย สะดวก ตรงเวลา และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในราคาค่าโดยสารที่เข้าถึงได้ตามนโยบายของรัฐบาล เกิดการใช้บริการในระบบขนส่งมวลชนรวมทั้งความคุ้มค่าจากผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางราง ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง ลดความสูญเสียเนื่องจากอุบัติเหตุ และเพิ่มมูลค่าความอยู่ดีมีสุขของประชาชน เป็นส่วนสนับสนุนการลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนน ลดปัญหาการจราจรติดขัด และลดการใช้พลังงานน้ำมัน ลดปริมาณมลพิษจากการจราจร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมให้คุณภาพอากาศในพื้นที่ตามแนวสายทางและข้างเคียงให้ดีขึ้น" นายจิรายุ กล่าว
TNN ช่อง16 • 8 ก.ค. 68
อ่าน
รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ดีเดย์ 1 ต.ค. นี้
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสาย ในราคาไม่เกิน "20 บาทตลอดสาย " ตามนโยบายของรัฐบาล ที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ที่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดราคาค่าครองชีพในทุกมติ ให้กับประชาชน เช่น การปรับราคาค่าครองชีพ ค่าสาธารณูปโภค และค่าพลังงานต่าง ๆสำหรับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จัดอยู่ในนโยบายเร่งด่วน ที่รัฐบาลให้คำมั่นไว้กับประชาชน ที่จะเร่งดำเนินการ ซึ่งมั่นใจว่าปริมาณผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องด้วยผู้ให้บริการรถไฟฟ้าในปัจจุบันมีรูปแบบสัญญาสัมปทานและสัญญาจ้างเดินรถที่มีข้อกำหนดหรือเงื่อนไขทางธุรกิจแตกต่างกัน จึงได้กำหนดให้ประชาชนลงทะเบียนตามเงื่อนไขที่กำหนดบนแอปพลิเคชั่น "ทางรัฐ" เพื่อรองรับการใช้งานตามนโยบาย โดยเงื่อนไขการลงทะเบียนนั้น ก็เพื่อยืนยันตัวบุคคลที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น โดยระบุเลขที่บัตรประชาชน 13 หลัก และสามารถใช้ผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรโดยสาร (Rabbit Card ที่เคยลงทะเบียนไว้) ที่จะใช้งานกับระบบรถไฟฟ้าผ่านแอปฯ "ทางรัฐ" ทั้งนี้ บัตรที่ได้รับการยืนยันการลงทะเบียนจะได้สิทธิ์โดยอัตโนมัติ เมื่อใช้งานหลังจากเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 68 โดยจะครอบคลุมทั้งโครงข่ายรถไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดิน ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประกอบไปด้วย รถไฟฟ้าสายสีเขียว, สีทอง, สีเหลือง, สีชมพู, สีน้ำเงิน, สายสีม่วง, สายสีแดง และสายแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL)ทั้งนี้ การใช้บริการรูปแบบบัตร Rabbit Card (บัตรเติมเงิน) จะใช้ได้กับสายสีเขียว, สีทอง, เหลือง, ชมพู ขณะที่บัตร EMV Contactless (หรือบัตรเครดิต Visa/Mastercard) สามารถใช้กับ 6 สาย คือ สายสีแดง, น้ำเงิน, ม่วง, ชมพู, เหลือง, ARL (ไม่รวมสีทองและสีเขียว) โดยในอนาคตจะมีการเปิดระบบสแกน QR Code ในมือถือแทนการใช้บัตร เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสายนี้ จะครอบคลุมโครงข่ายเส้นทางรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพและปริมณฑล จำนวน 13 เส้นทาง ระยะทางรวม 279.84 กิโลเมตร 194 สถานี สำหรับแนวทางการชดเชยรายได้ค่าโดยสารจากการดำเนินมาตรการ จะมาจากกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม หรือแหล่งเงินอื่นที่เหมาะสม ทั้งนี้ ได้ประมาณการผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการดำเนินมาตรการดังกล่าวในช่วง 1 ปี ในเชิงปริมาณและมูลค่าจากจำนวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าที่ได้รับผลประโยชน์ จะประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านเศรษฐกิจ ประเมินจากการประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้รถยนต์ 2. ด้านสังคม ประเมินจากค่าความสุข และ การลดมูลค่าความสูญเสียเนื่องจากอุบัติเหตุ และ 3. ด้านสิ่งแวดล้อม ประเมินจากการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งทั้ง 3 ด้าน ประเมินเป็นประโยชน์ในการประหยัดงบประมาณกว่า 1 หมื่นล้านบาทนายจิรายุ กล่าวว่า ภายในช่วงเดือน ส.ค. 68 จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ค่าโดยสาร 20 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" และภายใน 1 ต.ค. 68 จะเริ่มดำเนินมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า สูงสุด 20 บาทตลอดสายตามนโยบายรัฐบาล และภายหลังจากนั้นจะมีกระบวนการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้โครงสร้างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง"สำหรับมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสาย จะเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้บริการสาธารณะ ลดภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน ช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงระบบบริการสาธารณะของรัฐเพื่อเดินทางถึงปลายทางด้วยระบบรถไฟฟ้า ที่มีความปลอดภัย สะดวก ตรงเวลา และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในราคาค่าโดยสารที่เข้าถึงได้ตามนโยบายของรัฐบาล เกิดการใช้บริการในระบบขนส่งมวลชน รวมทั้งความคุ้มค่าจากผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางราง ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง ลดความสูญเสียเนื่องจากอุบัติเหตุ และเพิ่มมูลค่าความอยู่ดีมีสุขของประชาชน เป็นส่วนสนับสนุนการลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนน ลดปัญหาการจราจรติดขัด และลดการใช้พลังงานน้ำมัน ลดปริมาณมลพิษจากการจราจร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมให้คุณภาพอากาศในพื้นที่ตามแนวสายทางและข้างเคียงให้ดีขึ้น" นายจิรายุ กล่าว
TNN ช่อง16 • 8 ก.ค. 68
อ่าน
เซอร์ไพรส์! แม็กซ์ มาเหนือเมฆ ซิ่งคว้าโพล F1 บริติช กรังด์ปรีซ์
แม็กซ์ เวอร์สเตปเปน คว้าโพล ฟอร์มูล่า วัน บริติช กรังด์ปรีซ์ เมื่อคืนวันที่5 ก.ค. ที่ผ่านมา แบบสุดเซอร์ไพรส์ เป็นโพลที่4 ในฤดูกาลนี้ ตามด้วยแม็คลาเรนทั้งสองคัน ออสการ์ ปิอัสตรี และ ลันโด นอร์ริส ส่วน เฟอร์รารี่ ที่คาดว่าจะมาแรงโดยเฉพาะ ลูอิส แฮมิลตัน แชมป์สนามนี้เมื่อปีก่อนคว้าอันดับ4 ก่อนเริ่มรอบคัดเลือกมีรอบซ้อม3 ซึ่งเฟอร์รารี่ ทำผลงานได้ดีตามที่ ลูอิส แฮมิลตัน บอกไว้ว่าแฟนๆ น่าจะหวังได้ โดย ชาร์ลส์ เลอแกลร์ ทำเวลาดีที่สุด ต่อด้วย ออสการ์ ปิอัสตรี แม้มีธงแดง และรถของ กาเบรียล บอร์โตลีโต้ เสียหาย แต่ซ่อมแซมฝั่งซ้ายของรถได้ทัน และออกมาวิ่งเป็นคันแรก เมื่อรอบQ1 เริ่มต้น แต่เนื่องจาก โอลิเวอร์ แบร์แมน ดาวรุ่งทีมฮาส ฝ่าฝืนสัญญาณธงแดง ทำให้โดยปรับ10 กริด รอบแรกเกิดธงแดงหลังจากนับเวลาไปเกินครึ่ง จากการเสียการควบคุมล้อหลังของ ฟรังโก คอลิปินโต้ ทีมอัลพีน รถควรหยุด แต่นักขับพยายามพารถไปต่อ และไปไม่ไหว จอดรถอยู่กลางแทร็ค ต้องพยายามขับรถหลบทางรถคันอื่น และฝ่ายดูแลการแข่งขันต้องทำความสะอาดแทร็คที่มีกรวดหิน รอบQ2 ในที่สุด เฟอร์รารี่ ก็ทำเวลาดีที่สุด หลังจากพยายามมาตลอด ช่วงท้ายเมื่อชื่อของ แฮมิลตัน ขึ้นอันดับ1 แฟนๆ ที่ ซิลเวอร์สโตน เซอร์กิต ก็เฮลั่น ตามด้วย ชาร์ลส์ เลอแกลร์ เพื่อนร่วมทีม แซงหน้า ลันโด นอร์ริส ส่วนในรอบนี้ วิลเลี่ยมส์ ทั้งสองคัน ร่วงตกรอบ คาร์ลอส ไซนซ์ เป็นอันดับ11 และ อเล็กซ์ อัลบอน นักขับไทยเป็นอันดับ14 รอบคัดเลือกช่วงสุดท้าย ผ่านครึ่งทาง ปิอัสตรี ทำเวลานำตามด้วย แฮมิลตัน และ นอร์ริส ซึ่งรถของ แม็คลาเรน ได้เปรียบมากกว่าเล็กน้อยในโค้งความเร็วต่ำ ซึ่ง แม็คลาเรน ทำเวลาอย่างยอดเยี่ยมมาตลอด แต่ก่อนหมดเวลาไม่กี่วินาที เวอร์สเตปเปน ที่เป็นม้านอกสายตาในสนามนี้แซงขึ้นมาคว้าโพลแบบพลิกความคาดหมาย ฟอร์มูล่า วัน บริติช กรังด์ปรีซ์ วันที่4-6 ก.ค. นี้ ถ่ายทอดสดทางแอพพลิเคชั่น ทรูวิชั่นส์ นาว ช่อง บีอินสปอร์ตส์1 (617) 🔥🏎ชมสด FORMULA 1 มันส์เต็มอรรถรส!!กับเสียงพากย์ไทย โดยทีมนักพากย์จากทรูวิชั่นส์ ระดับแถวหน้าของประเทศ ✨เพียงสมัครแพ็กเกจNow Plus 249 บาท ต่อเดือน รับชมกีฬาและบันเทิงกับ16 ช่องดัง และเลือกรับชมหนัง,ซีรี่ส์ อีกมากมายฟรี! ที่แอปiQIYI 📌สมัครเลยคลิก: https://truevisions-now.onelink.me/RQwi/svth0ta5 ฟอร์มูล่า วัน บริติช กรังด์ปรีซ์ วันที่4-6 ก.ค. นี้ ถ่ายทอดสดทางแอพพลิเคชั่น ทรูวิชั่นส์ นาว ช่อง บีอินสปอร์ตส์1 (617) 🔥🏎ชมสด FORMULA 1 มันส์เต็มอรรถรส!!กับเสียงพากย์ไทย โดยทีมนักพากย์จากทรูวิชั่นส์ ระดับแถวหน้าของประเทศ ✨เพียงสมัครแพ็กเกจNow Plus 249 บาท ต่อเดือน รับชมกีฬาและบันเทิงกับ16 ช่องดัง และเลือกรับชมหนัง,ซีรี่ส์ อีกมากมายฟรี! ที่แอปiQIYI 📌สมัครเลยคลิก : https://truevisions-now.onelink.me/RQwi/nctp9wrd ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมฟอร์มูล่าวัน 2025 ลิ้งก์ดูสด เอฟวัน 2025 ถ่ายทอดสด F1 โปรแกรม โมโตจีพี 2025 ลิ้งก์ดูสด MotoGP 2025 ผลโมโต จีพี
ทรู วิชั่นส์ • 6 ก.ค. 68
อ่าน
สะเทือนวิมเบิลดัน.! บอร์เกส เสียใจ หลังถูกห้ามใส่เสื้อบอลอาลัย โชต้า
นูโน่ บอร์เกส นักเทนนิสในศึกแกรนด์แสลมวิมเบิลดัน เสียใจที่ถูกเจ้าหน้าที่ห้ามใส่เสื้อบอลอาลัย ดิโอโก้ โชต้า ในเวลานี้ นูโน่ บอร์เกส นักเทนนิสมือ 1 ของโปรตุเกส ในศึกแกรนด์แสลมวิมเบิลดัน ออกมาเผยว่าเจ้าหน้าที่วิมเบิลดันไม่อนุญาตให้เขาสวมเสื้อฟุตบอลทีมชาติโปรตุเกสลงสนาม เพื่อไว้อาลัยให้ ดิโอโก้ โชต้า แนวรุกของ ลิเวอร์พูล ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ อย่างไรก็ดีในเวลานี้ทาง บอร์เกส ต้องติดริบบิ้นสีดำไว้บนหมวก ระหว่างแมตช์รอบสามที่เขาแพ้ให้กับ คาเรน คาชานอฟ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แม้ทีมงานของเขาจะพยายามเสนอแนวทางที่ดูสื่อถึงความอาลัยได้ชัดเจนกว่านี้แล้วก็ตาม โดยด้านนักเทนนิสอย่าง ฟรานซิสโก้ คาบราล และ นีล สคัปสกี้ ก็เลือกติดริบบิ้นดำเช่นกัน เพื่อไว้อาลัยให้ โชต้า ที่เสียชีวิตอย่างกะทันหัน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ทาง บอร์เกส ยังเล่าว่าทีมงานของเขาพยายามติดต่อวิมเบิลดันเพื่อขอใส่เสื้อทีมชาติ และพยายามหาเสื้อรุ่นสีขาวมาให้สอดคล้องกับกฎระเบียบของการแข่งขัน แต่ก็ยังถูกปฏิเสธ เพราะมีกฎระเบียบที่เคร่งอย่างมาก จากการที่ บอร์เกส ถูกห้ามใส่เสื้อแสดงความไว้อาลัยแก่ โชต้า ทำให้เขากล่าวว่า "ผมรู้ว่าวิมเบิลดันเคร่งเรื่องการแต่งกายมากๆ แต่ผมก็ได้รับแจ้งว่าเรายังสามารถแสดงความเคารพต่อเหตุการณ์นี้ได้อยู่ เลยคิดว่าการติดริบบิ้นก็เป็นสิ่งที่เหมาะสมนะ เขาเป็นนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม มันเป็นเรื่องน่าเศร้ามาก ตอนแรกเราคุยกันว่าจะใส่ให้ครบชุดลงสนามเลย ผมถึงกับพยายามหาเสื้อสีขาวมาใส่ให้เข้ากฎ แต่ก็ไม่ได้รับอนุญาต สุดท้ายเลยทำอะไรที่เล็กลงหน่อย ผมว่านั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้วิมเบิลดันแตกต่างและพิเศษกว่าสแลมอื่นๆ ผมเลยไม่รู้จะตอบยังไงจริงๆ" ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมเทนนิส วิมเบิลดัน 2025 ลิ้งก์ดูสด วิมเบิลดัน 2025 ผลเทนนิส โปรแกรมฟอร์มูล่าวัน 2025 ลิ้งก์ดูสด เอฟวัน 2025 ถ่ายทอดสด F1 โปรแกรม โมโตจีพี 2025 ลิ้งก์ดูสด MotoGP 2025 ผลโมโต จีพี
เทนนิส • 5 ก.ค. 68
อ่าน
Pepsi® x GrabAds ปลุกกระแส ‘อร่อยซ่าเกินซ่อน’ เปลี่ยนการเดินทางให้เป็นคอนเทนต์สุดไวรัล
เครื่องดื่มเป๊ปซี่ แท็กทีม GrabAds ปั่นกระแสแคมเปญ อร่อยซ่าเกินซ่อน #GrabxPepsiTaste ดึงกลยุทธ์ Visual Marketing เจาะกลุ่ม Gen Z ปล่อยภาพโฆษณาสุดซ่าผ่านหมวกกันน็อก และกระเป๋าส่งอาหารของไรเดอร์ GrabFood ให้สะดุดตาไปทั่วเมือง พร้อมแปลงโฉมรถโดยสาร Grab ให้เป็น Photo Booth เคลื่อนที่ท้าทุกคนเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทางให้กลายเป็นโมเมนต์แห่งการสร้างคอนเทนต์ ชิงส่วนลด GrabFood มูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท พร้อมแจกดีลส่วนลดสุดพิเศษ ให้ทุกคนไปอร่อยซ่ากับชุดเมนูจับคู่กับเป๊ปซี่จากร้านอาหารชั้นนำ รวมถึงร้านดังจาก เป๊ปซี่มิตรชวนกิน รวมทั้งสิ้นกว่า 3,000 แห่ง บน GrabFood ตั้งแต่ 26 พฤษภาคม ถึง 22 มิถุนายน 2568 นางลัดดาวรรณ เลิศวศิน ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาดเครื่องดื่มเป๊ปซี่ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แคมเปญ อร่อยซ่าเกินซ่อน #GrabxPepsiTaste เกิดจากความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความอร่อยซ่าของเป๊ปซี่ในมุมมองที่สนุกและแปลกใหม่ โดยได้ดึงเอาภาพสีหน้าความอร่อยซ่าเมื่อได้ดื่มเป๊ปซี่มาเป็นกลยุทธ์ให้เกิดเป็นภาพจำเพื่อดึงดูดความสนใจของกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักจะมองหาประสบการณ์ที่แปลกใหม่ และชื่นชอบการสร้างคอนเทนต์ที่สะท้อนความเป็นตัวเอง เพื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของคนกลุ่มนี้ เราจึงได้จับมือ GrabAds ผู้นำด้านสื่อโฆษณาครีเอทีฟมาช่วยออกแบบและขับเคลื่อนการสื่อสารแคมเปญให้มีความสนุกมากขึ้น ผ่านอีโคซิสเต็มของแกร็บที่ครอบคลุมช่องทาง Online-to-Offline (O2O) โดยเราเชื่อว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะทำให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่น Gen Z ในแบบที่พวกเขารู้สึกใกล้ชิด สัมผัสได้ว่าแบรนด์เข้าใจ และเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์พวกเขาจริง ๆ นางสาวปุณณดา เหลืองอร่าม รองผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจองค์กรและงานโฆษณา แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า ในฐานะผู้นำซูเปอร์แอปที่ตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำของผู้คนในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การให้บริการการเดินทาง หรือ การสั่งอาหารและของใช้ แกร็บได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของทุกคนและเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างแท้จริง โดยการจับมือระหว่าง GrabAds และเป๊ปซี่ในการโปรโมทแคมเปญอร่อยซ่าเกินซ่อน #GrabxPepsiTaste ในครั้งนี้ เราได้นำเอาจุดแข็งของอีโคซิสเต็มแกร็บ ที่มีช่องทางในการเข้าถึงผู้บริโภคที่หลากหลายมาใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารไอเดียครีเอทีฟให้ตรงจุด ตั้งแต่การใช้กลยุทธ์ Visual Marketing นำภาพโฆษณาสุดซ่ามาสร้างการรับรู้ผ่านการ Wrap รถโดยสาร หมวกกันน็อก และกระเป๋าส่งอาหารของไรเดอร์ ที่วิ่งไปตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ การเปลี่ยนรถโดยสาร Grab เป็น Photo Booth การกระตุ้นความสนใจและสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) ในกลุ่ม Gen Z ด้วยการจัดกิจกรรมชาเลนจ์ออนไลน์ชวนโพสต์หน้าอร่อยซ่าชิงรางวัล ไปจนถึงการสร้างยอดขายผ่านการร่วมมือกับร้านอาหารส่งเมนูพิเศษในแคมเปญ Pepsi Mega 2025 บน GrabFood สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมชาเลนจ์ สามารถร่วมสนุกได้ด้วยการแชร์โมเมนต์ความอร่อยซ่าเกินซ่อนของเป๊ปซี่ ผ่านการโพสต์คลิปคอนเทนต์ใน Photo Booth เคลื่อนที่บนรถโดยสาร Grab หรือ โชว์ลีลาอร่อยซ่ากับเมนูคู่เป๊ปซี่บน GrabFood พร้อมติด #GrabxPepsiTaste ลงบน TikTok และ Instagram เพื่อชิงส่วนลด GrabFood มูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท* โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://grb.to/GrabxPepsiTaste นอกจากนี้ เป๊ปซี่ยังได้จับมือร้านอาหารชั้นนำ รวมถึงร้านดังจาก เป๊ปซี่มิตรชวนกิน รวมทั้งสิ้นกว่า 3,000 แห่ง อาทิ KFC Pizza Hut Five Star GUGU Chicken เจ๊แดงส้มตำ เย็นตาโฟนายอ้วน และ เนื้อแท้ เป็นต้น จัดเมนูอร่อยซ่าคู่เป๊ปซี่ พร้อมดีลส่วนพิเศษ Pepsi Mega 2025 เพียงใส่โค้ด PEPSITASTE รับส่วนลดสูงสุด 70 บาท
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 30 พ.ค. 68
อ่าน
"คลัง" เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย" Zero Tolerance "
ดร. เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบอุตสาหกรรมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันราย บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC จังหวัดระยอง เยี่ยมชมกระบวนการส่งออกน้ำมันดีเซลสำหรับชาวประมงในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร (น้ำมันเขียว) และการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อตรวจสอบเส้นทางการขนส่ง ติดตามพฤติกรรมเรือผ่านระบบ RTS และ AIS พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและกำกับดูแลอย่างต่อเนื่อง รวมถึง เน้นย้ำให้มีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อป้องกันการลักลอบนำน้ำมันเขียวไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ดร. เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผลักดันนโยบาย “Zero Tolerance : สินค้าหลีกเลี่ยงภาษีสรรพสามิตต้องเป็นศูนย์” ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการควบคุมและกำกับดูแลน้ำมันเขียวอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดการลักลอบใช้น้ำมันดีเซลที่ได้รับสิทธิภาษีในอัตราศูนย์กลับมาใช้ในประเทศ โดยเฉพาะการนำกลับเข้ามาจำหน่ายในเขตทะเลอาณาเขตและบนฝั่งไทย โดยโครงการ”น้ำมันเขียว” ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงให้แก่ชาวประมงที่ปฏิบัติงานในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร (12–24 ไมล์ทะเล) โดยน้ำมันดีเซลที่จำหน่ายจะมีราคาต่ำกว่าราคาน้ำมันดีเซลบนฝั่งเนื่องจากไม่มีภาระภาษี ซึ่งจะช่วยเหลืออุตสาหกรรมประมงของไทยได้เป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ดี เนื่องจากน้ำมันดังกล่าวมีราคาต่ำ จึงทำให้เกิดการลักลอบนำกลับเข้ามาจำหน่ายหลายรูปแบบ ได้แก่ การลักลอบนำน้ำมันเขียวจากในทะเลกลับเข้ามาจำหน่ายในทะเลอาณาเขตหรือบนฝั่งภายในประเทศ การที่เรือสถานีบริการจำหน่ายน้ำมัน (เรือแทงเกอร์) จำหน่ายน้ำมันเขียวให้กับเรือประมงที่ไม่มีสิทธิ เช่น เรือประมงต่างชาติ หรือเรือประเภทอื่น เป็นต้น และการนำเรือแทงเกอร์เข้ามาจำหน่ายน้ำมันในทะเลอาณาเขต ซึ่งเป็นการสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ และกระทบต่อความโปร่งใสของมาตรการสนับสนุนภาคการประมงของภาครัฐดร. เผ่าภูมิฯ กล่าวต่อว่า เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กรมสรรพสามิตได้ออกมาตรการควบคุมที่เข้มงวดและครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางของการจัดจำหน่าย โดยเน้น “ขันน็อต” ทั้งระบบ ได้แก่1. ควบคุมด้วยทะเบียนและเงื่อนไข : เรือทุกประเภทที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการน้ำมันเขียว ได้แก่ เรือบรรทุกน้ำมัน เรือสถานีบริการจำหน่ายน้ำมัน เรือบรรทุกน้ำมันต่อเนื่อง และเรือประมง ต้องขึ้นทะเบียนกับกรมสรรพสามิตและต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด 2. ตรวจสอบการจำหน่ายทุกขั้นตอน : นำเทคโนโลยีมาใช้ในการควบคุมการจำหน่ายน้ำมันเขียวอย่างครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นทางโรงกลั่นจนถึงเรือประมง โดยมีระบบตรวจสอบข้อมูลการจำหน่ายน้ำมัน ระบุผู้รับ ปริมาณ วันที่ และเวลาอย่างชัดเจน พร้อมติดตั้งมาตรวัดปริมาณรับ-จ่ายบนเรือทุกประเภท เพื่อให้สามารถตรวจสอบปริมาณการรับและการจำหน่ายน้ำมันเขียวในแต่ละช่วงการขนส่ง3. ใช้เทคโนโลยีติดตาม Real Time Surveillance (RTS) : เพื่อตรวจสอบเส้นทางเดินเรือของเรือบรรทุกน้ำมันว่ามีเส้นทางการเดินเรืออย่างไร อยู่ในทะเลเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักรหรือไม่ พร้อมระบบแจ้งเตือนหากมีพฤติการณ์ที่ผิดปกติเกิดขึ้น4. ติดตั้งระบบสำแดงข้อมูลตัวตนอัตโนมัติ (Automatic Identification System : AIS) : สามารถติดตามพฤติกรรมและตำแหน่งของเรือประมงที่ได้รับสิทธิว่ามีพฤติกรรมหรือการเดินเรือที่ผิดปกติหรือไม่5. บูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐ : มีการบูรณาการข้อมูลและการดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เช่น กรมศุลกากร กองบังคับการตำรวจน้ำ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดผลตามนโยบาย “Zero Tolerance : สินค้าหลีกเลี่ยงภาษีสรรพสามิตต้องเป็นศูนย์” กรมสรรพสามิตได้ดำเนินการควบคุมและกำกับดูแลน้ำมันเขียวอย่างเข้มงวดในทุกมิติ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้สามารถยกระดับประสิทธิภาพในการปราบปรามการกระทำผิดได้อย่างเป็นรูปธรรมโดยในช่วง 7 เดือนของปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 30 เมษายน 2568) สามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันได้รวมทั้งสิ้น 823 คดี รวมค่าปรับทั้งสิ้น 27,098,446.76 บาท โดยตรวจยึดของกลางเป็นน้ำมันดีเซล จำนวน 1,185,004 ลิตร น้ำมันเบนซิน 136,632.70 ลิตรโซลเว้นท์ 63,027 ลิตร น้ำมันเตา 114,000 ลิตร และน้ำมันประเภทอื่น ๆ อีก 1,360 ลิตรดร. เผ่าภูมิฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงการคลังโดยกรมสรรพสามิต ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างถูกต้อง มุ่งมั่นเดินหน้ายกระดับการควบคุม กำกับดูแล และบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การใช้สิทธิ์เป็นไปอย่างโปร่งใส ตรงวัตถุประสงค์ และป้องกันการลักลอบอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนของมาตรการช่วยเหลือภาคประมง และความเป็นธรรมต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม โดยเฉพาะในโครงการน้ำมันเขียวซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการสนับสนุนภาคประมงของประเทศ สามารถช่วยสนับสนุนชาวประมงกว่า 7,000 ลำ ครอบคลุม 22 จังหวัดชายทะเล ในการลดต้นทุนด้านน้ำมันเชื้อเพลิงอันจะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง โดยในปี 2567 มีมูลค่าการส่งออกสินค้าประมงของไทยกว่า 240,061.62 ล้านบาท
TNN ช่อง16 • 28 พ.ค. 68
อ่าน
“ขบ.”คุมเข้มรถโรงเรียน รับเปิดเทอม
นายชีพ น้อมเศียร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ขณะเข้าสู่ช่วงเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568กรมฯ ในฐานะกำกับดูแลรถโรงเรียนและรถที่รับจ้าง รับ – ส่งนักเรียนทั่วประเทศ จึงเตรียมความพร้อมมาตรการด้านความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกรถโรงเรียนและรถที่รับจ้าง รับ – ส่งนักเรียนในพื้นที่รับผิดชอบทั่วประเทศ เพื่อรองรับช่วงเปิดเทอม สร้างความมั่นใจให้นักเรียนและผู้ปกครองในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ตามนโยบายกระทรวงคมนาคมโดยกรมฯ ได้กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยรถโรงเรียน เช่น รถตู้ หรือรถสองแถว ซึ่งจะต้องได้รับหนังสืออนุญาตใช้รถจากกรมการขนส่งทางบก และโรงเรียนหรือสถานศึกษาในพื้นที่ รถดังกล่าวที่เข้ามาต้องผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดจากกรมฯ เช่น ตัวรถ ต้องมีป้ายแสดงคำว่า รถโรงเรียน เป็นตัวอักษรสีดำ พื้นสีส้ม ติดที่ด้านหน้าและด้านท้ายของรถให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจน มีไฟสัญญาณสีเหลืองกระพริบติดไว้บริเวณด้านซ้ายและด้านขวา ที่ด้านหน้าและด้านท้ายของตัวรถ เพื่อเป็นสัญลักษณ์มองเห็นได้ชัดเจนในระยะไกล นอกจากนี้มาตรฐานความปลอดภัยตัวรถ เช่น รถสองแถวที่มีการประตูทางขึ้น – ลงด้านท้าย ต้องมีเครื่องกั้นกันตกสำหรับนักเรียน และถังดับเพลิง กรณีรถตู้ปรับอากาศ การจัดวางที่นั่งต้องเป็นแถวตอนตามความกว้างของรถ มีถังดับเพลิง และมีค้อนทุบกระจกไว้ภายในตัวรถด้าน ผู้ขับรถจะต้องมีใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ หรือใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก และมีผู้ควบคุมดูแลนักเรียน ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ประจำอยู่บนรถตลอดเวลาเดินทาง เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ส่วนการตรวจสภาพรถโรงเรียนจะมีการตรวจสภาพรถเหมือนรถยนต์ส่วนบุคคล ถ้ามีอายุการใช้งานเกิน 7 ปี จะต้องเข้ารับการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ทั่วประเทศ ก่อนชำระภาษีประจำปีในทุกๆ ปีส่วนกรณีรถสาธารณะอื่นๆ ที่จะนำมาให้บริการนักเรียน เช่น รถโดยสารประจำทาง จะตรวจสภาพรถด้านความปลอดภัยเป็นปกติ ตรวจอุปกรณ์ส่วนควบ ประตูฉุกเฉิน ทางออกฉุกเฉิน และเข็มขัดนิรภัย ส่วนใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้าง ขอให้นักเรียนสวมหมวกกันน็อกขณะใช้บริการ รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ปกครองที่ขับรถรับ – ส่ง บุตรหลานไปโรงเรียนต้องปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด และขับรถอย่างระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝน
TNN ช่อง16 • 16 พ.ค. 68
อ่าน
เช็กที่นี่ ปภ. แนะวิธีป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงเปิดเทอม
นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ช่วงเปิดเทอมจะมีการใช้รถใช้ถนนเพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณการจราจรหนาแน่น ประกอบกับความเร่งรีบในการเดินทางไปโรงเรียน จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ เพื่อความปลอดภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะข้อควรปฏิบัติเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในการเดินทางไปโรงเรียน ดังนี้ ข้อควรปฏิบัติเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในการเดินทางไปโรงเรียนพาเด็กข้ามถนนในบริเวณที่ปลอดภัยอาทิ ทางม้าลาย สะพานลอย บริเวณที่มีสัญญาณไฟจราจรสำหรับคนข้าม หรือจุดที่มีตำรวจจราจรอำนวยความสะดวก พาเด็กรอข้ามถนนบนทางเท้า โดยมองให้รอบด้าน เมื่อรถจอดสนิทหรืออยู่ในระยะไกล จึงพาเด็กข้ามถนน พร้อมระวังรถที่อาจขับแซงขึ้นมา ให้เด็กเดินบนทางเท้า กรณีไม่มีทางเท้าให้เดินริมขวาของไหล่ทาง และไม่หยอกล้อหรือเล่นกัน หากเป็นเด็กเล็กจะต้องจูงมือเด็กขณะเดินการโดยสารรถประจำทางให้ยืนรอรถบริเวณป้ายจุดจอดรถ และไม่ยืนริมทางเท้าใกล้ถนน เพราะอาจถูกรถเฉี่ยวชนได้ รอให้รถจอดสนิทก่อนค่อยเดินขึ้น - ลงรถ หลีกเลี่ยงการยืนใกล้ประตูและยึดจับราวให้แน่น จะช่วยป้องกันอันตรายหากรถเบรกกะทันหัน กรณีโดยสารรถจักรยานยนต์ ให้เด็กสวมหมวกนิรภัยที่มีขนาดพอดีกับศีรษะ และคาดสายรัดคางให้กระชับ เพื่อป้องกันหมวกนิรภัยหลุดออกจากศีรษะการโดยสารรถยนต์หากเป็นเด็กโตให้คาดเข็มขัดนิรภัย เด็กเล็กให้นั่งเบาะนั่งนิรภัย กรณีไม่มีเบาะนั่งนิรภัย ไม่ควรให้เด็กนั่งบริเวณเบาะด้านหน้ารถหรือนั่งตักผู้โดยสารด้านหน้า เพราะหากเกิดอุบัติเหตุเด็กจะพุ่งกระแทกกระจกหน้ารถ ทำให้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตการโดยสารรถไฟฟ้าให้ยืนรอรถหลังเส้นเหลือง และไม่ยืนปิดทางเดินเข้า - ออก เพราะเสี่ยงต่อการถูกเบียดตกรางรถไฟฟ้า การโดยสารรถรับ – ส่งนักเรียน เลือกใช้บริการรถรับส่งนักเรียนที่ได้มาตรฐาน มีผู้ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดและตรวจตราให้เด็กลงจากรถให้เรียบร้อยทุกครั้งก่อนปิดและล็อกประตูรถ เพื่อป้องกันเด็กเสียชีวิตจากการติดอยู่ภายในรถเป็นเวลานาน ช่วยป้องกันอุบัติเหตุและอันตรายช่วงเปิดเทอมทั้งนี้ การสอนให้เด็กเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยในการโดยสารยานพาหนะ การข้ามถนน การเดินถนน การใช้อุปกรณ์นิรภัยอย่างถูกวิธี จะช่วยป้องกันอุบัติเหตุและอันตรายที่มักเกิดขึ้นกับเด็กในช่วงเปิดเทอมได้ท้ายนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสาธารณภัยและอุบัติภัยได้ที่ Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย X @DDPMNews Line @1784DDPM สามารถแจ้งและขอความช่วยเหลือ ทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมงอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องสินเชื่อเปิดเทอม! ออมสิน ให้กู้สูงสุด 1 หมื่น ดอกต่ำ 0.60% ผ่อนยาว 12 เดือน
TNN ช่อง16 • 14 พ.ค. 68
อ่าน
เช็กปรับจราจร! ทดลองมาตรการแก้รถติดสร้างรถไฟฟ้าถนน 2 สายเช็กที่นี่
เช็กปรับจราจร! สนข. ทดลองมาตรการแก้รถติดจากการสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม เริ่ม 5 – 20 พ.ค. นี้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ร่วมกับ รฟม., กทม. และ บชน. ทดลองมาตรการบริหารจัดการจราจรเพื่อบรรเทาปัญหารถติดจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม – ตลิ่งชัน ระหว่างวันที่ 5 – 20 พฤษภาคม 2568 หากผลเป็นที่น่าพอใจ จะขยายเวลาการใช้งานต่อไป มาตรการนี้ครอบคลุมการปรับช่องจราจรในช่วงเวลา 06.00 – 10.00 น. ได้แก่- ถนนราชปรารภ (แยกดินแดง – แยกราชประสงค์) ปรับจาก 1 เป็น 2 ช่องทาง- ถนนพระรามที่ 1 (แยกพงษ์พระราม – แยกเจริญผล และแยกเจริญผล – แยกปทุมวัน) ปรับจาก 1 เป็น 2 ช่องทางการศึกษาระบุว่าการปรับช่องจราจรเหล่านี้จะช่วยลดความแออัดตามแยกสำคัญ เช่น ยมราช ราชเทวี และประตูน้ำ ลงได้ราว 15% ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ได้รับผลกระทบหนักจากการก่อสร้างบนถนนเพชรบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางหลักฝั่งตะวันออก-ตะวันตกของกรุงเทพฯ
TNN ช่อง16 • 5 พ.ค. 68
อ่าน
“ส้อมวัดความเค็ม” จิ้มปุ๊บ รู้ปั๊บ เตือนผู้บริโภคเลี่ยงรับประทานอาหารเค็มเกิน
เคยสงสัยหรือไม่ว่าอาหารที่เรารับประทานในแต่ละมื้อเค็มมากหรือน้อยแค่ไหน ? และจะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถวัดความเค็มในอาหารได้เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะบริโภคหากพบว่าเค็มมากเกินไปกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนา “ส้อมวัดความเค็ม” นวัตกรรมที่ผสานความคุ้นเคยของเครื่องใช้ในครัวเรือนเข้ากับเทคโนโลยีอันทันสมัย เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบระดับความเค็มในอาหารก่อนรับประทานได้อย่างสะดวกและรวดเร็วทีมนักวิจัย กลุ่มวิจัยการควบคุมและอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เนคเทค สวทช. ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคไต โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง กำลังคุกคามสุขภาพของคนไทยในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการรับประทานเค็มมากเกินไป การควบคุมปริมาณโซเดียมในอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันและดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคดังกล่าว ทีมวิจัยจึงได้พัฒนาส้อมวัดความเค็มสำหรับใช้วัดความเค็มในอาหาร เพื่อช่วยเตือนสติให้ผู้บริโภคในการตัดสินใจรับประทานหรือหลีกเลี่ยงอาหารที่เค็มเกินไป ตลอดจนช่วยให้ผู้ปรุงอาหารลดการใส่เครื่องปรุงที่มีความเค็มมากจนเกินไปด้วยเช่นกัน“ส้อมวัดความเค็มทำงานโดยอาศัยหลักการวัดค่าความนำไฟฟ้าของโซเดียมคลอไรด์ (เกลือ) ในอาหารที่เป็นของเหลว เมื่อจุ่มส่วนปลายของส้อมลงในอาหาร ส้อมจะปล่อยกระแสไฟฟ้าสลับเล็กน้อยที่มีความถี่ 1 กิโลเฮิรตซ์ ผ่านตัวนำไฟฟ้า (ของเหลวที่มีโซเดียม) ซึ่งไม่เป็นอันตรายและไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อผู้ใช้งาน จากนั้นจะวัดค่าแรงดันไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งสัมพันธ์กับปริมาณโซเดียมในอาหารเหลวนั้น และแสดงผลเป็นค่าความเค็มในระดับต่าง ๆ ที่เข้าใจได้ง่าย “ส้อมวัดความเค็มออกแบบให้ใช้งานง่าย เพียงจุ่มปลายส้อมลงในอาหารที่เป็นของเหลวแล้วจึงกดปุ่มเพื่อวัดค่า ส้อมจะแสดงไฟกะพริบขณะทำการวิเคราะห์ กระทั่งเมื่อวัดเสร็จสิ้นจะค้างไฟแสดงผลในระดับความเค็มที่วัดได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่ ไฟสีเขียว คือ เค็มน้อย (ความเข้มข้นของเกลือ 0.1-0.5%) ไฟสีเหลือง คือ เค็มปานกลาง (ความเข้มข้นของเกลือ 0.6-0.9%) และไฟสีแดง คือ เค็มเกินไป (ความเข้มข้นของเกลือ 0.9%) โดยใช้ความเค็มของน้ำเกลือล้างจมูกซึ่งมีความเข้มข้น 0.9% เป็นเกณฑ์ หลังใช้งานสามารถนำไปทำความสะอาดปลายส้อมด้วยน้ำยาล้างจานหรือสบู่และตามด้วยน้ำเปล่า แล้วจึงเช็ดให้แห้งเท่านั้น”ทั้งนี้ ตัวส้อมวัดความเค็มผลิตจากสแตนเลส 304 ฟู้ดเกรด ซึ่งเป็นวัสดุที่ปลอดภัยสำหรับการสัมผัสอาหาร และเคลือบด้วยอีนาเมล (enamel) ซึ่งเป็นวัสดุที่นิยมใช้ในเครื่องครัว ทำให้มั่นใจในความปลอดภัยและความทนทานในการใช้งาน โดยออกแบบให้มีส่วนที่ไม่ได้เคลือบอีนาเมลบริเวณปลายส้อมไว้สำหรับทำหน้าที่เป็นขั้วปล่อยกระแสไฟฟ้าและวัดแรงดันไฟฟ้าที่ไหลผ่านของเหลว เพื่อวัดความเค็มได้อย่างแม่นยำ โดยมีความแม่นยำประมาณ 80% เมื่อวัดในอาหารที่มีอุณหภูมิไม่เกิน 50 องศาเซลเซียส ส่วนการทำงานของส้อมวัดความเค็มอาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่ซึ่งมีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยประมาณ 6-7 เดือน และสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ปัจจุบันส้อมวัดความเค็มยังอยู่ในขั้นตอนของการปรับปรุงต้นแบบ โดยสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้งาน เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงและพัฒนาส้อมวัดความเค็มในรุ่นต่อไปให้มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์การใช้งานมากยิ่งขึ้น โดยทีมตั้งเป้าที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ภาคเอกชนที่มีความสนใจนำไปผลิตและจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในราคาที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้“เราต้องการสร้างอุปกรณ์ที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุที่อาจไม่คุ้นเคยหรือกลัวกับการใช้อุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีที่ซับซ้อน การออกแบบอุปกรณ์วัดความเค็มให้มีรูปร่างคล้ายส้อมทั่วไป ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกคุ้นเคยและมั่นใจในการใช้งาน และยังใช้ในการรับประทานอาหารได้เหมือนส้อมทั่วไป นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ที่รักสุขภาพและใส่ใจในปริมาณโซเดียมที่บริโภคในแต่ละวันให้สามารถตรวจสอบระดับความเค็มของอาหารได้ด้วยตนเอง” นักวิจัยกล่าว ส้อมวัดความเค็มเป็นนวัตกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในสุขภาพของคนไทยและความก้าวหน้าของงานวิจัยไทยที่สามารถนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง การพัฒนาส้อมวัดความเค็มนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถควบคุมปริมาณโซเดียมในอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวผู้สนใจร่วมปรับปรุงพัฒนาและรับถ่ายทอดเทคโนโลยีส้อมวัดความเค็ม ติดต่อได้ที่ คุณวรัญญู ผิวทองคำ เนคเทค สวทช. โทร. 0 2564 6900 ต่อ 2524 อีเมล Waranyoo.Phiwthongkham@nectec.or.th
TNN ช่อง16 • 2 พ.ค. 68
ดู
ลุ้น 'สีจิ้นผิง' เยือนไทย ส่งสัญญาณจีนเปิดประเทศ I TNN รู้ทันลงทุน I 06-10-65
TNN ช่อง16 • 6 ต.ค. 65
ดู
น้ำท่วมไม่ซ้ำรอยปี 54! หุ้นไหนได้ประโยชน์ สหรัฐฯ วอนโอเปกอย่าลดผลิตแรง I TNN รู้ทันลงทุน I 05-10-65
TNN ช่อง16 • 5 ต.ค. 65
ดู
หุ้นดิ่งเหว! ผวาเฟดประชุมฉุกเฉิน แนะเพิ่มน้ำหนักหุ้นอิง ศก. ในประเทศ I TNN รู้ทันลงทุน I 03-10-65
TNN ช่อง16 • 3 ต.ค. 65
ดู
รัสเซียจัดหนักเอาคืนยูเครน! เศรษฐกิจถดถอยหนักใน 6-9 เดือน I TNN รู้ทันลงทุน I 11-10-65
TNN ช่อง16 • 11 ต.ค. 65
ดู
เครดิต สวิส ดิ้นหนี้ตาย ขายโรงแรมหนุนสภาพคล่อง I TNN รู้ทันลงทุน I 07-10-65
TNN ช่อง16 • 7 ต.ค. 65
ดู
📌ราคาน้ำมันฟื้นตัว พยุงดัชนีหุ้นไทย I TNN WEALTH Live บ่าย 4 ตุลาคม 2565
TNN ช่อง16 • 4 ต.ค. 65
ดู
หยุดยาวทำพิษ! จีนอาจล็อกดาวน์รอบใหม่ หลังโควิดพุ่งรอบ 2 เดือน I TNN รู้ทันลงทุน I 10-10-65
TNN ช่อง16 • 10 ต.ค. 65
อ่าน
ไทย สมายล์ บัส ปรับสูตรค่าโดยสาร “ถูกลง” จ่ายน้อยลง เดินทางได้มากขึ้น
นายวรวิทย์ ชาญชญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการและกลยุทธ์ บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด หรือ TSB เปิดเผยว่า บริษัทได้หารือกับกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม อย่างต่อเนื่องถึงสูตรการคำนวณอัตราค่าโดยสารในส่วนของ ป้ายย่อย ให้เหมาะสมกับป้ายจราจร ณ ปัจจุบันที่มีการปักป้ายมากขึ้นไปตามการขยายตัวของเมือง ซึ่งยึดโยงตามตารางบันไดราคาและยังคงใช้ป้ายหลักตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก โดยบริษัทในฐานะเอกชนของคนไทย มีความตั้งใจสนับสนุนการลดค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนตามนโยบายรัฐบาล จึงขอประกาศนำร่องเป็นผู้เดินรถรายแรกที่ “ปรับสูตรคิดอัตราค่าโดยสาร” ให้ผู้โดยสารได้จ่ายค่าเดินทางถูกลง และสามารถเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะที่มีคุณภาพ ลดการส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากยิ่งขึ้น สำหรับการคิดคำนวณอัตราค่าโดยสารรูปแบบใหม่ คือ ขึ้นปัดขึ้น ลงปัดลง โดยคำว่า “ขึ้น” คำแรก หมายถึง การโดยสารขึ้นรถ หากโดยสารขึ้นที่ป้ายย่อยใด ค่าโดยสารจะถูกคิด “ปัดขึ้น” ไปที่ Main Bus หรือ ป้ายหลัก ที่ปรากฏบนตารางค่าโดยสาร ที่อยู่ Main Bus ถัดไป ที่รถยังไม่ถึง ในส่วนของคำว่า “ลง” คำที่สอง หมายถึง การโดยสารลงจากรถ หากโดยสารลงที่ป้ายย่อยใด ค่าโดยสารจะถูกคิด “ปัดลง” ไปที่ Main Bus ก่อนหน้า ที่รถขับผ่านมาแล้ว โดยจะส่งผลให้อัตราค่าโดยสารเมื่อโดยสารขึ้น-ลง ระหว่างป้ายย่อยนั้น มีการปัดลงไปตกอยู่ใน Main Bus ที่มีการปักระยะต่ำสุดกว่าระยะการเดินทางจริงของผู้โดยสาร ทำให้ราคาถูกลงอีกด้วยหากดูตัวอย่างภาพด้านล่าง ของรถเมล์สาย 2-38 (สาย 8 เดิม) ผู้โดยสารขึ้นรถจากป้าย แม็คโครลาดพร้าว เดินทางไปลงที่ป้าย ตรงข้ามศึกษาภัณฑ์ลาดพร้าว ค่าโดยสารจะเริ่มคิดที่ป้ายหลักที่อยู่ถัดจาก ป้ายแม็คโครลาดพร้าว คือ ป้ายตรงข้ามโรงพยาบาลเวชธานี จนถึงป้ายหลักที่อยู่ก่อนถึง ตรงข้ามศึกษาภัณฑ์ลาดพร้าว คือ ป้ายซอยลาดพร้าว 78 หากเป็นอัตราเดิมค่าโดยสารจะอยู่ที่ 20 บาท เมื่อปรับเป็นอัตราการคิดค่าโดยสารใหม่ผู้โดยสารจะจ่ายเพียง 15 บาท เท่านั้น เนื่องจากเป็นการคิดในระยะทางที่น้อยกว่าระยะทางจริง ทั้งนี้ อัตราค่าโดยสารของรถเมล์ ไทย สมายล์ บัส ทุกคันเป็นตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบกนอกจากนี้หากผู้โดยสารใช้บัตร HOP Card ก็ยังได้สิทธิประโยชน์ เดลิ แมกซ์ แฟร์ (Daily Max Fare) เดินทางได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเที่ยว ไม่จำกัดสายตลอดวัน แต่จ่ายค่าโดยสารสูงสุดเพียง 40 บาทต่อวัน เมื่อโดยสารรถเมล์ไฟฟ้า หรือเรือโดยสารไฟฟ้าอย่างใดอย่างหนึ่ง หากจะนั่งรถต่อเรือ เรือต่อรถ ก็ชำระค่าโดยสารสูงสุดเบา ๆ เพียง 50 บาทต่อวันเท่านั้น
TNN ช่อง16 • 11 เม.ย. 68
ดูเพิ่มเติม