รีเซต

ผลการค้นหา “#น้ำพริกเนื้อปู” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
แกร็บฟู้ด ฉีกกรอบอาหารเฮลตี้ จับคู่ 12 ร้านดังขวัญใจโซเชียล ครีเอทเมนูคอลแลปส์ใหม่ พร้อมเสิร์ฟเฉพาะที่แกร็บฟู้ด
อ่าน

แกร็บฟู้ด ฉีกกรอบอาหารเฮลตี้ จับคู่ 12 ร้านดังขวัญใจโซเชียล ครีเอทเมนูคอลแลปส์ใหม่ พร้อมเสิร์ฟเฉพาะที่แกร็บฟู้ด

GrabFood แกร็บฟู้ด แอปสั่งอาหารอันดับ 1 ในประเทศไทย[1] ชวนสายเฮลตี้มาสนุกกับการกินดีแบบไม่จำเจ กับ 45 ร้านอร่อยการันตีคุณภาพโดย GrabThumbsUp รวมไปถึงเมนูคอลแลปส์ใหม่จาก 12 ร้านดังขวัญใจโซเชียล ภายใต้คอนเซ็ปต์ Beyond The Healthy Bite ที่คัดสรรเมนูคุณภาพให้กินดีอร่อยครบ ตั้งแต่มื้อหลัก ของว่าง ของหวาน ไปจนถึงเครื่องดื่ม หาชิมได้เฉพาะที่แกร็บฟู้ดตลอดเดือนตุลาคมนี้เท่านั้น สุกี้พรศิริ x Emilys : สร้างสรรค์ สุกี้แห้งเส้นแก้วน้ำพริกหอมเจียว เมนูสุกี้แห้งเส้นแก้วเหนียวนุ่มคาร์โบไฮเดรตต่ำ ที่มีให้เลือกทั้งเมนู หมู ไก่ เนื้อ กุ้ง และ หมึกกรอบ เพิ่มความอร่อยคลุกเคล้าน้ำพริกหอมเจียว หรือ น้ำพริกหมูกระจกจาก Emilys หอมถึงรส เข้มถึงเครื่อง BURNT x Pig Me Up : ครั้งแรกของร้านแซนด์วิช BURNT โดย สกาย-วงศ์รวี และร้านคอหมูย่างพรีเมียม Pig Me Up โดย เจมีไนน์-นรวิชญ์ 2 หนุ่ม Friends of Grab กับการร่วมครีเอทเมนูใหม่ Pastrami Sticky Wrap แรปเนื้อพาสตรามีรมควัน หอมเครื่องเทศเข้มถึงเนื้อ และ Pig up Sandwich แซนด์วิชหมูย่างเนื้อนุ่มฉ่ำ ไส้แน่นเต็มคำ Kanori x Plantiful : เสิร์ฟ Plant-Based Set Menu เซตแฮนด์โรล Plant-based ชูจุดเด่นด้วย 5 เมนูที่นำวัตถุดิบจากธรรมชาติมารังสรรค์อย่างประณีต ประกอบ Unagi Vegan มะเขือม่วงย่างซอสเทอริยากิ Mushroom Truffle โรลเห็ดผสานความหอมจากทรัฟเฟิล Tomato Akami Vegan โรลมะเขือเทศกับใบโอบะ Tofu Yuzu Beetroot เต้าหู้บีทรูทซอสพลัมรสสดชื่น และ Avocado Truffle Caviar เมนูฮิตเพิ่มมิติด้วยคาเวียร์และสาหร่ายพวงองุ่น Fit2GO x Flourist Matchahouse : เอาใจมัทฉะเลิฟเวอร์ด้วย 2 เมนู Low Carb - High Protein ทั้ง White Choc Matcha Protein Brownies บราวนีโปรตีนไร้แป้งเนื้อหนึบ หอมเข้มมัทฉะ และ Strawberry Matcha Protein Drink เครื่องดื่มโปรตีนมัทฉะและสตรอว์เบอร์รี Daddy Dont Know x น้ำเต้าหู้ปูลา : ครีเอท 2 เมนู Pistachio Soya Gelato เจลาโต้โฮมเมดน้ำเต้าหู้เนื้อละมุนเข้าคู่เพิ่มความหอมนัวจากพิสตาชิโอ และ Pistachio Gelato Soy Milk น้ำเต้าหู้คั้นสดหอมถั่วพิสตาชิโอ พร้อมโปรตีน 25 กรัมต่อขวด ท้อปปิ้งด้วย Brownie Crunch เทแล้วเขย่า เติมความกรุบกรอบ JIAN CHA Tea x Proove : ร่วมต่อยอด 4 เมนูเครื่องดื่มใหม่ ตอบโจทย์ในช่วงกลางวันด้วย MagDay Orange Tea และ MagDay Orange Tea Smoothie ชาส้มและชาส้มปั่น ที่มีส่วนผสมของแมกนีเซียมและสารสกัดใบกะเพรา เติมความสดชื่นระหว่างวัน พร้อมด้วย MagNight Grape Smoothie เครื่องดื่มสมูททีชาองุ่นรสกลมกล่อม และ MagNight Mochi Milk นมโมจิเสริมด้วยแมกนีเซียม เพื่อช่วงเวลาที่ผ่อนคลายปิดท้ายวัน นอกจากนี้ ยังมีเมนูสุขภาพเอ็กซ์คลูซีฟจาก 33 ร้านยอดนิยม อาทิ BARTELS, Two Men Bagel, The Rolling Pinn, License To Blend, Chandee, Old School Brownies และอีกมากมาย ให้ลิ้มลองตลอดเดือนตุลาคมนี้ พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 100 บาท เพียงใส่โค้ด GTUHEALTH เมื่อสั่งเมนูที่ร่วมรายการผ่าน GrabFood ตั้งแต่วันที่ 1-31 ตุลาคมนี้[2] [1] แอปสั่งอาหารยอดนิยมอันดับ 1 ในไทยปี 2025 โดย Kantar [2] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

แกงส้ม 3 ภาค ต่างกันอย่างไร เจาะลึกสูตรพริกแกง วัตถุดิบ และรสชาติเอกลักษณ์
อ่าน

แกงส้ม 3 ภาค ต่างกันอย่างไร เจาะลึกสูตรพริกแกง วัตถุดิบ และรสชาติเอกลักษณ์

แกงส้ม เป็นหนึ่งในเมนูอาหารไทยยอดนิยมที่อยู่คู่ครัวไทยมาอย่างยาวนาน แต่แกงส้มในแต่ละภูมิภาคมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ทั้งเรื่องของวัตถุดิบ พริกแกง และรสชาติ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักได้แก่ แกงส้มภาคกลาง แกงส้มภาคใต้ (แกงเหลือง) และแกงส้มภาคเหนือ แล้วแกงส้มในแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร รสชาติต่างกันแบบไหนมาดูกัน แกงส้ม 3 ภาค ต่างกันอย่างไร เจาะลึกสูตรพริกแกง วัตถุดิบ และรสชาติเอกลักษณ์ จุดเด่นแกงส้มแต่ละภาค แกงส้มภาคกลาง: โดดเด่นด้วยกระชาย โขลกเนื้อปลาผสมพริกแกงจนน้ำข้น รสชาติเปรี้ยวนำจากน้ำมะขามเปียก กลมกล่อมด้วยรสหวานและเค็ม นิยมใส่ไข่ชะอมและกุ้งสด แกงส้มภาคใต้ (แกงเหลือง): โดดเด่นด้วยขมิ้นสดที่ทำให้แกงมีสีเหลืองทอง รสจัดจ้าน เปรี้ยวแหลมด้วยน้ำมะนาวหรือส้มแขก เผ็ดร้อน ไม่ใส่ความหวาน นิยมใส่ปลากะพงและอ้อดิบ แกงส้มภาคเหนือ (แก๋งส้มเมือง): โดดเด่นด้วยมะแหลบ (เทียนตั๊กแตน) หรือตะไคร้ กลิ่นหอมเครื่องเทศเอกลักษณ์ล้านนา รสเปรี้ยวละมุน ไม่หวานจัด นิยมใช้ไก่บ้าน กบ และผักกาดส้ม แกงส้มภาคกลาง แกงส้มภาคกลางมีจุดเด่นที่น้ำแกงมีความข้นนุ่มนวลจากการนำเนื้อปลาต้มสุกมาโขลกผสมกับพริกแกง พริกแกงส้มภาคกลาง: พริกแห้ง หอมแดง กะปิ และ กระชาย (จุดเด่นช่วยดับกลิ่นคาวปลาได้ดี) รสชาติ: เปรี้ยวนำด้วยน้ำมะขามเปียก ตัดรสด้วยความหวานนุ่มนวลและเค็มกลมกล่อม เนื้อสัตว์ที่นิยมใส่: ปลาช่อน ปลากะพง กุ้งสด ผักที่นิยมใส่: ไข่ทอดชะอม มะละกอดิบ ดอกแค ผักกาดขาว ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว มะรุม ผักบุ้งไทย หัวไชเท้า ยอดมะพร้าวอ่อน สายบัว ไหลบัว แกงส้มภาคใต้ (แกงเหลือง) แกงส้มใต้ หรือที่คนภาคกลางนิยมเรียกว่า "แกงเหลือง" เป็นสูตรที่มีรสชาติเผ็ดร้อนและจัดจ้านที่สุด พริกแกงส้มภาคใต้: พริกขี้หนูสดหรือแห้ง กระเทียม หอมแดง กะปิ และ ขมิ้นสด (จุดเด่นที่ทำให้แกงมีสีเหลืองทองและกลิ่นหอมจัดจ้าน) รสชาติ: เผ็ดร้อน เปรี้ยวแหลมสะใจจากน้ำมะนาวสดหรือส้มแขก ไม่นิยมใส่ความหวาน เนื้อสัตว์ที่นิยมใส่: ปลากะพง ปลาสำลี ปลากระบอก ปลาทู กุ้งสด ปูทะเล ผักที่นิยมใส่: อ้อดิบ (คูน) หน่อไม้ส้ม (หน่อไม้ดอง) ยอดมะพร้าวอ่อน สับปะรด แกงส้มภาคเหนือ (แก๋งส้มเมือง) แกงส้มภาคเหนือ หรือแกงส้มแบบล้านนา จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่กลิ่นหอมของเครื่องเทศท้องถิ่น พริกแกงส้มภาคเหนือ: พริกแห้ง, หอมแดง, กระเทียม, กะปิ และ มะแหลบ (เทียนตั๊กแตน) ที่ให้กลิ่นหอมแรงและรสเผ็ดซ่าคล้ายมะแขว่น หรือใช้ตะไคร้เพิ่มความหอม รสชาติ: เปรี้ยวละมุน กลมกล่อม ไม่หวานจัด เนื้อสัตว์ที่นิยมใส่: ปลาช่อน ปลาคัง ไก่บ้าน กบ มะรุม ผักที่นิยมใส่: ผักกาดส้ม (ผักกาดดองเหนือ) มะเขือส้ม (มะเขือเทศลูกเล็ก) ยอดมะขามอ่อน ดอกแค ผักกาดกวางตุ้ง (ผักกาดจ้อน / ผักกาดเขียว) ยอดฟักแม้ว ผักบุ้งแก้ว ดอกแค ผักกระเฉด มะละกอดิบ ฟักเขียว หน่อไม้ดอง ใบแมงลัก (สำหรับโรยหน้า) วิธีเก็บผัก วิธีถนอมอาหาร ที่คุณอาจสนใจ วิธีเก็บ ผักชี ให้อยู่นาน ข้ามเดือน ข้ามปี มีวิธีอะไรบ้าง บอกเลยง่ายสุดๆ! วิธีเก็บพริกสดให้ได้นาน แช่ตู้เย็น แช่แข็ง เก็บไว้กินได้นานเป็นปี! วิธีเก็บหน่อไม้สด ไว้กินได้นานเป็นเดือน แบบไม่ต้องดอง

เคล็ดลับทำน้ำปลาหวาน เหนียวข้นไม่คืนตัว สีสวย หอมแดงไม่คลายน้ำ พริกไม่ดำ
อ่าน

เคล็ดลับทำน้ำปลาหวาน เหนียวข้นไม่คืนตัว สีสวย หอมแดงไม่คลายน้ำ พริกไม่ดำ

เคยทำน้ำปลาหวานแล้วทิ้งไว้แป๊บเดียวก็คืนตัวเป็นน้ำ หอมแดงคลายน้ำจนจืด แถมพริกยังเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำไม่น่ากิน TrueID Food มาแจกเทคนิคทำน้ำปลาหวาน พร้อมเทคนิคเด็ดที่ช่วยให้ น้ำปลาหวานเหนียวข้น ไม่คืนตัว สีสวยน่ารับประทาน หอมแดงไม่คลายน้ำ พริกไม่ดำ เก็บไว้ได้นาน รสชาติอร่อยกลมกล่อมลงตัว ทานคู่กับมะม่วงเบาหรือมะม่วงดิบกรอบๆ รับรองว่าฟินเหมือนซื้อจากร้านดังแน่นอน ทำน้ำปลาหวาน เหนียวข้นไม่คืนตัว สีสวย หอมแดงไม่คลายน้ำ พริกไม่ดำ 1.เคล็ดลับการเลือกน้ำตาลให้หอมหวาน นุ่มนวล ใช้น้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลโตนดแท้: เลือกชนิดน้ำตาลปี๊บเนื้อนุ่ม เพราะให้รสหวานนุ่มนวล ไม่หวานแหลมโด่ง มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว หากเลือกใช้น้ำตาลแท้ที่มีสีเข้มจะช่วยให้น้ำปลาหวานมีสีสันสวยงามน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ตัดรสด้วยน้ำตาลทรายขาว: ผสมน้ำตาลทรายขาวลงไปประมาณ 10-15% ของน้ำหนักน้ำตาลปี๊บ วิธีนี้จะช่วยให้น้ำตาลจับตัวแข็งกำลังดี และเพิ่มความเงาวาวน่ากินให้กับเนื้อน้ำปลาหวาน 2.วิธีเลือกน้ำปลา เพิ่มความหอมกลมกล่อม เลือกน้ำปลาแท้หมักธรรมชาติ: ควรใช้เกรดคุณภาพดี สีใสไม่คล้ำ มีกลิ่นหอมปลาหมัก ไม่เค็มกระด้าง หลีกเลี่ยงน้ำปลาผสม: เพราะจะทำให้รสชาติเค็มโด่ง และเมื่อนำไปเคี่ยวโดนความร้อนจะส่งกลิ่นสังเคราะห์ออกมา ทำลายความหอมของน้ำปลาหวาน 3.เทคนิคใส่หอมแดง ไม่ให้คลายน้ำจนน้ำปลาหวานเหลว เตรียมหอมแดงให้แห้งสนิท: หลังจากปอกเปลือกและล้างสะอาด ต้องซับน้ำแล้วผึ่งลมจนแห้งสนิทก่อนนำมาซอย ใส่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม: เมื่อเคี่ยวน้ำปลาหวานเสร็จ ให้พักไว้จนอุ่นนวลๆ (ไม่ร้อนจัดและไม่เย็นเกินไป) แล้วค่อยใส่หอมแดง ความร้อนระดับนี้จะช่วยให้หอมแดงสลดกำลังดี พร้อมล็อคไม่ให้น้ำในหอมแดงซึมออกมาเจือจางน้ำปลาหวาน 4.เคล็ดลับใส่พริกขี้หนู ให้สีสดสวย ไม่ดำ ไม่เหี่ยว ใส่ตอนเย็นสนิท: ซอยพริกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วใส่ลงไปหลังจากน้ำปลาหวานเย็นสนิทแล้วเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ความร้อนทำลายเม็ดสีและความสดของพริก เคลือบด้วยน้ำมันพืช: นำพริกขี้หนูซอยไปคลุกกับน้ำมันพืชเล็กน้อยก่อนใส่ จะช่วยเคลือบผิวพริกให้ดูสด เงางาม และไม่ดำหรือเหี่ยวไวง่าย 5.เทคนิคเคี่ยวน้ำปลาหวาน ให้เหนียวข้นกำลังดี เคี่ยวด้วยไฟอ่อน: เคี่ยวน้ำตาล น้ำปลา และน้ำเปล่าด้วยไฟอ่อนๆ จนน้ำตาลละลายและเริ่มงวดมีลักษณะเป็นยางมะตอยอ่อนๆ ระวังอย่าเคี่ยวงวดเกินไป เพราะเมื่อเย็นตัวลง น้ำปลาหวานจะเหนียวแข็งจนรับประทานยาก เพิ่มความหนืดด้วยกุ้งแห้งปั่น: นำกุ้งแห้งส่วนหนึ่งไปปั่นหรือโขลกจนเป็นผงละเอียด แล้วใส่ลงไปเคี่ยวพร้อมกัน ผงกุ้งแห้งจะช่วยซับน้ำ ทำให้น้ำปลาหวานข้น เหนียวหนืดอย่างเป็นธรรมชาติ และได้รสสัมผัสที่นัวยิ่งขึ้น 6.วิธีเก็บรักษาน้ำปลาหวานให้อยู่ได้นานเป็นเดือน อนามัยของวัตถุดิบและภาชนะ: วัตถุดิบสดทั้งหอมแดง พริก และกุ้งแห้ง ต้องล้างสะอาดและแห้งสนิท ส่วนภาชนะควรใช้กระปุกแก้วที่ผ่านการลวกน้ำร้อนฆ่าเชื้อและตากจนแห้งสนิท เทคนิคแยกเก็บ: หากต้องการเก็บไว้นานเกิน 1 เดือน แนะนำให้เคี่ยวเฉพาะตัวน้ำปลาหวานผสมกุ้งแห้งแล้วใส่กระปุกแช่ตู้เย็นไว้ เมื่อต้องการรับประทาน จึงค่อยตักแบ่งออกมาซอยหอมแดงและพริกสดใส่ทีหลัง วิธีนี้จะช่วยยืดอายุและคงความสดใหม่ได้ดีที่สุด วิธีเก็บผัก วิธีถนอมอาหาร ที่คุณอาจสนใจ วิธีเก็บ ผักชี ให้อยู่นาน ข้ามเดือน ข้ามปี มีวิธีอะไรบ้าง บอกเลยง่ายสุดๆ! วิธีเก็บพริกสดให้ได้นาน แช่ตู้เย็น แช่แข็ง เก็บไว้กินได้นานเป็นปี! วิธีเก็บหน่อไม้สด ไว้กินได้นานเป็นเดือน แบบไม่ต้องดอง

ฉลองวันแม่ด้วยบุฟเฟ่ต์มื้อพิเศษ เทศกาลบาร์บีคิวและปูสุดพรีเมียม ณ แอมเบอร์ คิทเช่น โรงแรมหัวหิน แมริออท รีสอร์ท และ สปา
อ่าน

ฉลองวันแม่ด้วยบุฟเฟ่ต์มื้อพิเศษ เทศกาลบาร์บีคิวและปูสุดพรีเมียม ณ แอมเบอร์ คิทเช่น โรงแรมหัวหิน แมริออท รีสอร์ท และ สปา

หัวหิน แมริออท รีสอร์ท และ สปา รีสอร์ทระดับห้าดาวริมชายฝั่งอ่าวไทย ขอเชิญทุกท่านร่วมเฉลิมฉลองตลอดเดือนสิงหาคมกับสองประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดพิเศษ ทั้งบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำวันแม่แห่งชาติ และเทศกาลบาร์บีคิวและปู ที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม พร้อมมอบช่วงเวลาแห่งความสุขและความทรงจำอันแสนประทับใจสำหรับทุกคนในครอบครัว บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำวันแม่ ร่วมเฉลิมฉลองวันแม่ด้วยบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำสุดพรีเมียมที่รังสรรค์จากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น เหมาะสำหรับการใช้เวลาร่วมกันกับคนสำคัญในครอบครัว เพลิดเพลินกับบุฟเฟ่ต์นานาชาติที่รวบรวมเมนูซิกเนเจอร์จากทั่วทุกมุมโลก อาทิ หอยนางรมสด กุ้งทะเลและกุ้งแม่น้ำ ซูชิและซาชิมิที่ปรุงสดใหม่ ปลากะพงนึ่งทั้งตัว เนื้อวัวออสเตรเลียอบ เนื้อแกะส่วนรัมพ์ หมูสามชั้นกรอบ รวมถึงอาหารไทยและอาหารนานาชาติอีกหลากหลายเมนู ก่อนปิดท้ายมื้อพิเศษด้วยของหวานโฮมเมดนานาชนิด พร้อมเพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีสดและกิจกรรมสำหรับเด็ก ๆ ที่ช่วยเติมเต็มค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองให้เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความสุข บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำวันแม่ พร้อมให้บริการ ณ ห้องอาหารแอมเบอร์ คิทเช่น ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เวลา 18.0022.00 น. ราคา 1,299++ บาทต่อท่าน และ 499++ บาท สำหรับเด็กอายุ 611 ปี สำรองที่นั่งได้ที่ https://sevn.ly/xCakkP2D เทศกาลบาร์บีคิวและปู ร่วมสัมผัสความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบจากท้องทะเล ผ่าน เทศกาลบาร์บีคิวและปู บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำสุดพรีเมียมที่จัดขึ้น ทุกวันเสาร์ตลอดเดือนสิงหาคม อิ่มเอมกับซีฟู้ดสดใหม่และเมนูบาร์บีคิวที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน พร้อมปูหลากหลายสายพันธุ์และอาหารทะเลคุณภาพเยี่ยม อาทิ ปูอลาสก้า (King Crab), ปูหิมะ (Snow Crab), ปูม้า, ล็อบสเตอร์ และกุ้งแม่น้ำ เสิร์ฟแบบแช่เย็น รวมถึงเมนูซิกเนเจอร์อย่างปูผัดซอสพริกสไตล์สิงคโปร์ เนื้อวากิวออสเตรเลียย่าง หมูกรอบ ตลอดจนอาหารไทยและอาหารนานาชาติอีกหลากหลายเมนู ก่อนปิดท้ายด้วยของหวานแสนอร่อยที่รังสรรค์อย่างประณีต เทศกาลบาร์บีคิวและปู พร้อมให้บริการ ณ ห้องอาหารแอมเบอร์ คิทเช่น ทุกวันเสาร์ตลอดเดือนสิงหาคม เวลา 18.0022.00 น. ราคา 1,995++ บาทต่อท่าน และ 499++ บาท สำหรับเด็กอายุ 611 ปี สำรองที่นั่งได้ที่ https://sevn.ly/xKFRxwtC สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมหัวหิน แมริออท รีสอร์ท และ สปา ได้ที่ https://tinyurl.com/HHQMRHWSPRหรือติดต่อเราได้ผ่านทางช่องทางเหล่านี้ : Website : www.huahinmarriott.com Facebook : www.facebook.com/Huahinmarriott Instagram : https://www.instagram.com/huahinmarriott Line : @huahinmarriott อีเมล : huahinrestaurants@marriott.com โทร : +66(0)-3290-4666

แจกสูตรยำมะม่วงแซ่บซี๊ดโดนใจสายยำ ทำเองได้ที่บ้าน
อ่าน

แจกสูตรยำมะม่วงแซ่บซี๊ดโดนใจสายยำ ทำเองได้ที่บ้าน

สายแซ่บต้องไม่พลาด สูตรยำมะม่วง รสเด็ด เปรี้ยว เผ็ด ซี๊ดซ๊าดสะใจ วันนี้ TrueID Food รวมวิธีทำยำมะม่วง ง่ายๆ ที่อร่อยนัวเหมือนมีแม่ค้ามาปรุงให้ถึงบ้านวัตถุดิบหาง่าย พร้อมเทคนิคการเลือกมะม่วงให้เปรี้ยวกรอบโดนใจ สายเข้าครัวมือใหม่ก็ทำตามได้สบายๆ คอนเฟิร์มความอร่อยแซ่บซี๊ดจนต้องน้ำลายสอ อร่อยประหยัด สะอาดปลอดภัยไม่ต้องง้อร้านมาจดสูตรแล้วเริ่มทำกันเลย แจกสูตรยำมะม่วงแซ่บซี๊ดโดนใจสายยำ ทำเองได้ที่บ้าน ยำมะม่วงไข่ปูทะเล เปรี้ยวจี๊ดสะใจจากมะม่วง แซ่บเผ็ดร้อนเค็มหวานกลมกล่อม นัวมันจากไข่ปู ไข่เค็ม และเคี้ยวเพลินหอมกรอบจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ส่วนผสม วัตถุดิบหลัก มะม่วงเปรี้ยวสับหรือขูดเป็นเส้น 1 ลูก (ประมาณ 1-2 ถ้วย) ไข่ปูนึ่งสุก/ไข่เค็มหั่นชิ้น 1/2 ถ้วย เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด 1/4 ถ้วย หอมแดงซอย 3 หัว ขึ้นฉ่ายหรือต้นหอมหั่นท่อน 1 ต้น ปรุงรสน้ำยำ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1-2 ช้อนโต๊ะ (ปรับตามความเปรี้ยวของมะม่วง) น้ำตาลเคี่ยวหรือน้ำตาลปี๊บ 1.5 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูแดงจินดาสับละเอียด 5-10 เม็ด (ตามระดับความเผ็ดที่ชอบ) วิธีทำ ผสมน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะนาวในชามผสม คนจนน้ำตาลละลายเข้ากันดี ชิมรสให้ได้ 3 รส เปรี้ยว เค็ม หวาน ใส่พริกขี้หนูสับและหอมแดงซอยลงในน้ำยำ คนให้เข้ากันเพื่อให้กลิ่นหอมของหอมแดงออกมา ใส่มะม่วงเปรี้ยวสับและไข่ปู ไข่เค็มลงไป คลุกเคล้าเบาๆ ให้น้ำยำซึมเข้าเนื้อ ใส่ขึ้นฉ่ายหรือต้นหอม และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดลงไป ตักใส่จานพร้อมทานทันทีเพื่อรักษาความกรอบ ยำมะม่วงแบบพื้นบ้าน เปรี้ยวจี๊ดสะใจจากมะม่วงดิบ แซ่บเผ็ดซี๊ดจากพริกขี้หนู เค็มหวานกลมกล่อมลงตัว พร้อมหอมแดงซอยสดชื่น ส่วนผสม วัตถุดิบหลัก มะม่วงดิบรสเปรี้ยวสับเป็นเส้น 1 ลูก (ประมาณ 1.5 - 2 ถ้วย) หอมแดงซอย 3 หัว พริกขี้หนูแดงจินดาหั่นหรือตำหยาบ 5-7 เม็ด (ปรับตามระดับความเผ็ดที่ชอบ) ปรุงรสน้ำยำ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลทราย 1.5 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1/2 ช้อนโต๊ะ (หากมะม่วงเปรี้ยวจัดอยู่แล้วสามารถลดหรือข้ามได้) วิธีทำ ผสมน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะนาวลงในชามผสม คนจนน้ำตาลละลายเข้ากันดี ใส่พริกขี้หนูหยาบและหอมแดงซอยลงไปในชามน้ำยำ คนให้เข้ากันเพื่อให้รสเผ็ดและกลิ่นหอมของหอมแดงออกมาผสมกับน้ำยำ ใส่มะม่วงเปรี้ยวที่สับไว้ลงไป คลุกเคล้าเบาๆ ให้น้ำยำเคลือบทั่วเส้นมะม่วง ตักใส่จานทานทันทีในขณะที่มะม่วงยังกรอบและน้ำยังไม่นองออกมามากเกินไป ยำมะม่วงปลากรอบสามรส เปรี้ยวจี๊ดแซ่บเผ็ด เค็มหวานกลมกล่อม นัวความเค็มมันจากกุ้งแห้ง ปลากรอบ ถั่วคั่ว และหอมสมุนไพรสดชื่น ส่วนผสม วัตถุดิบหลัก มะม่วงดิบรสเปรี้ยวสับหรือขูดเป็นเส้น 1 ลูก (ประมาณ 1.5 - 2 ถ้วย) ปลากรอบ (ปลาชิ้งฉั๊งทอดกรอบ) 1/2 ถ้วย กุ้งแห้งเนื้ออย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย 3 หัว ผักชีฝรั่งหั่นท่อน 1 ต้น โหระพา 1 กำมือ แครอทขูดเส้นเล็กน้อย (ใส่เพื่อเพิ่มสีสันตามภาพ) ปรุงรสน้ำยำ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1.5 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ (ปรับลดได้ตามความเปรี้ยวของมะม่วง) พริกขี้หนูแดงจินดาหั่นหยาบ 5-7 เม็ด วิธีทำ ผสมน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะนาวลงในชามผสม คนจนน้ำตาลปี๊บละลายเข้ากันเป็นเนื้อเดียว ใส่พริกขี้หนูแดงและหอมแดงซอยลงไป คนให้เข้ากันเพื่อให้รสเผ็ดและกลิ่นหอมกระจายทั่วตัวน้ำยำ ใส่มะม่วงสับ แครอทขูดเส้น กุ้งแห้ง และปลากรอบลงไปครึ่งหนึ่ง คลุกเคล้าเบาๆ ให้น้ำยำเคลือบทั่วเส้นมะม่วง ใส่ผักชีฝรั่ง โหระพา และถั่วลิสงคั่วลงไป ตักใส่จานแล้วโรยหน้าด้วยปลากรอบที่เหลือเพื่อคงความกรอบ เสิร์ฟทันที ยำมะม่วงเบา เปรี้ยวฝาดกรอบสะใจ แซ่บนัวปลาร้า หอมพริกป่นข้าวคั่ว เค็มหวานกลมกล่อมเคี้ยวคู่อีกกุ้งแห้งถั่วคั่วสุดนัว ส่วนผสม วัตถุดิบหลัก มะม่วงเบาดิบหั่นเป็นชิ้นบางติดเปลือก 10-15 ลูก (ประมาณ 2 ถ้วย) กุ้งแห้งเนื้อ 2 ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย 4 หัว ถั่วลิสงคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ ปรุงรสเครื่องตำ พริกป่น 1.5 ช้อนโต๊ะ (ปรับลดตามความเผ็ดที่ชอบ) พริกขี้หนูแดงหั่นซอย 3-5 เม็ด น้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลตโนดเคี่ยว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลาร้าต้มสุก (หรือกะปิแท้) 1.5 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ล้างมะม่วงเบาให้สะอาด ผ่าครึ่งเอาเมล็ดออก แล้วฝานเป็นชิ้นบางติดเปลือก นำไปแช่น้ำผสมเกลือป่นเล็กน้อยประมาณ 5 นาที เพื่อล้างยางและลดความฝาด จากนั้นล้างน้ำเปล่าอีกรอบแล้วพักให้สะเด็ดน้ำ ผสมน้ำตาลปี๊บ น้ำปลาร้า หรือกะปิและน้ำปลาในชามผสม คนจนน้ำตาลละลายเข้ากันดี ใส่พริกป่น พริกสดซอย ข้าวคั่ว และหอมแดงซอยลงไปในชามน้ำปรุง คนให้เข้ากันจนส่งกลิ่นหอม ใส่มะม่วงเบาที่เตรียมไว้และกุ้งแห้งลงไป คลุกเคล้าเบาๆ ให้น้ำปรุงเคลือบทั่วชิ้นมะม่วง โรยด้วยถั่วลิสงคั่ว ตักใส่จานเสิร์ฟทันที ยำมะม่วงเบาสูตรใส่ปลาป่นและกุ้งแห้งป่น เปรี้ยวฝาดกรอบแซ่บเผ็ดซี๊ด เค็มหวานกลมกล่อม หอมนัวละมุนอูมามิจากกุ้งแห้งและปลาป่นย่าง ส่วนผสม วัตถุดิบหลัก มะม่วงเบาดิบสับเป็นเส้นติดเปลือก 7-10 ลูก (ประมาณ 1.5 - 2 ถ้วย) กุ้งแห้งป่นละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ ปลาป่น (ปลาเนื้ออ่อนหรือปลาย่างป่น) 1.5 ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย 4 หัว พริกขี้หนูสวนซอยละเอียด 7-10 เม็ด (ปรับตามชอบ) ปรุงรสน้ำยำ น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายหรือน้ำตาลปี๊บ 1.5 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/4 ช้อนชา (ช่วยตัดรสเปรี้ยวให้กลมกล่อมขึ้น) วิธีทำ ล้างมะม่วงเบาให้สะอาด นำมาสับเป็นเส้นเล็กๆ เหมือนเส้นส้มตำโดยไม่ต้องปอกเปลือก จากนั้นโรยเกลือป่นเล็กน้อย ขยำเบาๆ แล้วคั้นน้ำเปรี้ยวและยางออกเล็กน้อย พักให้สะเด็ดน้ำ ผสมน้ำปลา น้ำตาลทราย และเกลือป่นลงในชามผสม คนจนน้ำตาลละลายเข้ากันดี ใส่พริกขี้หนูสวนซอยและหอมแดงซอยลงไปในชามน้ำปรุง คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่มะม่วงเบาสับ กุ้งแห้งป่น และปลาป่นลงไป คลุกเคล้าให้เครื่องป่นแห้งๆ เคลือบเส้นมะม่วงจนทั่ว ตัวยำจะมีความแห้ง นัว และรสสัมผัสหนึบหนับ ตักใส่จานพร้อมทาน ตำมะม่วงใส่น้ำปู เปรี้ยวแซ่บจัดจ้าน เผ็ดฉุนกระเทียม นัวลึกหอมเป็นเอกลักษณ์จากน้ำปูและปลาร้า กลมกล่อมเค็มหวานเคี้ยวสนุก ส่วนผสม วัตถุดิบหลัก มะม่วงดิบรสเปรี้ยวสับเป็นเส้น 1 ลูก (ประมาณ 1.5 - 2 ถ้วย) กุ้งแห้งเนื้อ (ใส่ตามชอบ) 1.5 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูแดงจินดา (บุบหยาบหรือโขลก) 5-8 เม็ด กระเทียมแกะเปลือก 3 กลีบ ผักเคียง: ใบชะพลู ผักแพว ยอดชะอม ปรุงรสน้ำยำ น้ำปูแท้ (หรือกะปิเจือจางน้ำอุ่น) 1 ช้อนชาเต็ม น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลอ้อย 1 ช้อนโต๊ะ ปลาร้าต้มสุก 1/2 ช้อนโต๊ะ (ใส่เพิ่มความนัว) วิธีทำ ใส่กระเทียมและพริกขี้หนูแดงลงในครก โขลกพอหยาบ ไม่ต้องละเอียดมาก ใส่น้ำปู (หรือกะปิ) น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และน้ำปลาร้าลงในครก ใช้สากคนและบดเบาๆ จนน้ำตาลละลายเข้ากันดีกับเครื่องปรุงทั้งหมด ใส่มะม่วงเปรี้ยวสับและกุ้งแห้งลงไปในครก ใช้สากตำบุบเบาๆ พร้อมใช้ทัพพีคลุกเคล้าให้น้ำปรุงสีเข้มเคลือบซึมเข้าเนื้อเส้นมะม่วงอย่างทั่วถึง ตักยำมะม่วงใส่จาน เสิร์ฟคู่กับผักสดเคียง เช่น ใบชะพลู หรืออื่นๆ เพื่อทานแกล้มตัดรสเปรี้ยวเผ็ด บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

แจก 6 เมนูเด็ดจากปูอัด อร่อยทำง่าย ไม่ซ้ำจำเจ คนรักปูอัดห้ามพลาด
อ่าน

แจก 6 เมนูเด็ดจากปูอัด อร่อยทำง่าย ไม่ซ้ำจำเจ คนรักปูอัดห้ามพลาด

แจกไอเดียเปลี่ยนปูอัด ในตู้เย็นให้เป็นจานโปรดสุดซี้ดกับ 6 เมนูจากปูอัด ที่คัดมาแล้วว่าอร่อยเด็ด ทำง่าย ไม่ซ้ำจำเจ ตอบโจทย์คนรักการทำอาหารง่ายๆ และมองหาเมนูที่ทำยังไงก็อร่อย ไม่ว่าจะเป็นเมนูทานเล่น ของทอดกรอบๆ หรือกับข้าวรสจัดจ้าน รับรองว่าทำตามได้จริงในไม่กี่ขั้นตอน จะมีเมนูไหนโดนใจบ้าง มาดูกันเลย แจก 6 เมนูเด็ดจากปูอัด อร่อยทำง่าย ไม่ซ้ำจำเจ คนรักปูอัดห้ามพลาด ปูอัดชุบแป้งทอดกรอบ ปูอัดเนื้อแน่น ชุบเกล็ดขนมปังทอดจนเหลืองทอง กรอบนอกนุ่มใน ทำง่าย อร่อยฟินคู่กับน้ำจิ้มบ๊วย ส่วนผสม ปูอัด 1 แพ็ค แป้งทอดกรอบ ถ้วยตวง ไข่ไก่ 1-2 ฟอง เกล็ดขนมปัง 1 ถ้วยตวง น้ำมันสำหรับทอด น้ำจิ้ม (น้ำจิ้มบ๊วยเจี่ย หรือน้ำจิ้มไก่) วิธีทำ แกะพลาสติกห่อปูอัดออก ใช้ทิชชู่ซับหน้าปูอัดให้แห้งสนิท ช่วยให้แป้งเกาะดีและน้ำมันไม่กระเด็น หั่นเฉียงครึ่ง หรือหั่นชิ้นพอดีคำตามชอบ เตรียมถ้วยเรียงตามลำดับ: แป้งทอดกรอบ ➡️ ไข่ไก่ ➡️ เกล็ดขนมปัง นำปูอัดคลุกแป้งทอดกรอบบาง ๆ เคาะแป้งส่วนเกินออก ➡️ ชุบไข่ให้ทั่ว ➡️ คลุกเกล็ดขนมปังแล้วกดเบา ๆ ให้ทั่วชิ้น ตั้งกระทะไฟปานกลางค่อนอ่อน เทน้ำมันให้ท่วม รอจนน้ำมันร้อน ทดสอบโดยใส่เกล็ดขนมปังลงไป ถ้าฟูทันทีคือใช้ได้ ใส่ปูอัดลงทอดพอให้เกล็ดขนมปังเหลืองทองสวย แล้วตักขึ้นพักสะเด็ดน้ำมัน เนื่องจากปูอัดสุกอยู่แล้ว ไม่ต้องทอดนาน จัดใส่จาน เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มบ๊วยหรือน้ำจิ้มไก่ หากชอบความหอมมันสามารถผสมผงชีส หรือผงปาปริก้าคลุกกับเกล็ดขนมปังก่อนนำไปชุบได้ ปูอัดฝอยทอดกรอบคั่วพริกเกลือ ปูอัดฉีกฝอยทอดจนเหลืองทอง กรอบนาน เคี้ยวเพลิน คลุกเคล้าเครื่องพริกเกลือรสจัดจ้าน หอมกระเทียมเจียว ส่วนผสม สำหรับทอดปูอัด ปูอัด 1 แพ็ค แป้งทอดกรอบ (หรือแป้งข้าวเจ้า) 2-3 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช (สำหรับทอด) สำหรับคั่วพริกเกลือ กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ พริกแดงจินดา 3-5 เม็ด ต้นหอม 2 ต้น เกลือป่น ช้อนชา น้ำตาลทราย ช้อนชา พริกไทยป่น ช้อนชา วิธีทำ ซับความชื้นออกจากปูอัดให้แห้งสนิท แล้วฉีกเป็นเส้นฝอยยาวตามแนว อย่าฉีกหนาเกินไป เพื่อให้กรอบง่ายและไม่อมน้ำมัน นำไปคลุกกับแป้งทอดกรอบบาง ๆ แล้วร่อนแป้งส่วนเกินออก ตั้งน้ำมันท่วมด้วยไฟปานกลางจนร้อน ใส่ปูอัดฝอยลงไป ยีไม่ให้เส้นติดกันเป็นก้อน ทอดจนเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองและหมดฟองฟู่ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน ปูอัดจะกรอบยิ่งขึ้นเมื่อเย็นลง ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย ประมาณ 1 ช้อนชา ใช้ไฟอ่อน ใส่กระเทียมสับลงไปเจียวพอหอม ตามด้วยพริกซอยและต้นหอม ผัดจนเริ่มสลด ใส่เกลือ น้ำตาลทราย และพริกไทยป่น ผัดเร็ว ๆ ให้เครื่องปรุงเข้ากัน แล้วเทปูอัดฝอยทอดกรอบลงไป คลุกเคล้าสะบัดกระทะเบา ๆ ให้เครื่องพริกเกลือเกาะทั่วชิ้นปูอัด การปิดไฟก่อนคลุกจะช่วยให้ปูอัดกรอบนาน ไม่เหนียว จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟ _ ขนมโตเกียวไส้ปูอัด แป้งโตเกียวเนื้อนุ่มละมุน ม้วนห่อปูอัดชิ้นโต ทำง่าย ได้รสอร่อยกลมกล่อมลงตัว ส่วนผสม เนื้อแป้งโตเกียว แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วยตวง ผงฟู 1 ช้อนชา ไข่ไก่ 1 ฟอง นมสดรสจืด ถ้วยตวง น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น ช้อนชา กลิ่นวนิลา ช้อนชา เนยละลาย (หรือน้ำมันพืช) 1 ช้อนโต๊ะ ไส้และซอส ปูอัด 10-12 ชิ้น ซอสตามชอบ (มายองเนส, ซอสมะเขือเทศ, ซอสพริก) วิธีทำ ตีไข่ไก่ น้ำตาลทราย และเกลือให้ละลายจนฟูเล็กน้อย เติมนมสด กลิ่นวนิลา และเนยละลาย คนให้เข้ากัน ร่อนแป้งและผงฟูใส่ลงไป คนจนเนื้อเนียนละเอียดไม่เป็นเม็ด พักแป้งไว้ 15-20 นาที เพื่อให้แป้งเนียนนุ่มขึ้น ตั้งกระทะเทฟลอนไฟอ่อน ทาน้ำมันหรือเนยบาง ๆ แล้วใช้ทิชชู่เช็ดออกเบา ๆ ตักแป้งหยอดลงกระทะ ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ใช้ก้นทัพพีละเลงเป็นแผ่นวงรี รอจนแป้งเริ่มมีฟองอากาศทั่วแผ่นและขอบเริ่มเซ็ตตัว เมื่อแป้งด้านล่างเป็นสีเหลืองทอง ให้วางปูอัดตรงกลาง แล้วราดซอสตามชอบ ใช้ตะหลิวแซะแป้งแล้วม้วนกลมหุ้มปูอัด หรือพับครึ่งบีบปลายเข้าหากันเป็นทรงทาโก้ พลิกไปมาอีกเล็กน้อยให้แป้งสุกทั่ว ถ้าอยากได้แป้งกรอบสไตล์โตเกียวรถเข็น ให้ละเลงแป้งบาง ๆ และปล่อยให้อยู่บนกระทะนานขึ้นอีกนิดก่อนม้วน แซนด์วิชหน้าเปิดสลัดปูอัดครีมมี่ สลัดปูอัดเนื้อข้นเนียน ครีมมี่สดชื่นด้วยโยเกิร์ต ทาบนขนมปังโฮลวีต ได้ประโยชน์ อร่อยเต็มคำ ส่วนผสม ปูอัด 6-8 แท่ง แครอท ⅓ หัว ต้นหอม 1 ต้น มายองเนส 4-5 ช้อนโต๊ะ กรีกโยเกิร์ต หรือ ครีมชีส 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น ช้อนชา พริกไทยดำป่น ช้อนชา ขนมปังไรย์ หรือ โฮลวีต 5-6 แผ่น วิธีทำ ผสมมายองเนส ครีมชีส หรือโยเกิร์ต เกลือ และพริกไทยดำในชามผสม คนให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ใส่ปูอัดสับ แครอท และต้นหอม/พาร์สลีย์ซอยลงในชามน้ำสลัด คลุกเคล้าเบา ๆ ให้เข้ากันจนเนื้อข้นเนียน หากแห้งเกินไป เติมมายองเนสได้เล็กน้อย ตักสลัดปูอัดทาพูน ๆ ให้ทั่วแผ่นจนถึงขอบ พร้อมเสิร์ฟ สามารถนำสลัดปูอัดที่คลุกเสร็จแล้ว ไปแช่ตู้เย็นไว้สัก 10-15 นาทีก่อนนำมาทาขนมปัง จะช่วยเพิ่มความสดชื่นและอร่อยยิ่งขึ้น ยำปูอัดแซ่บจี๊ด ปูอัดเนื้อนุ่มฉ่ำ คลุกเคล้าน้ำยำครบรส เปรี้ยวนำ แซ่บซี้ดสะใจ หอมสมุนไพรสดชื่น ส่วนผสม ปูอัด 1 แพ็ค หอมใหญ่ หรือ หอมแดงแขก หัว มะเขือเทศ 1 ลูก) ขึ้นฉ่าย 1-2 ต้น ใบสะระแหน่ 1 กำมือ พริกขี้หนูแดงจินดา 8-10 เม็ด น้ำมะนาวคั้นสด 3 ช้อนโต๊ะ น้ำปลาอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเชื่อม หรือ น้ำตาลเคี่ยว 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ นำปูอัดที่หั่นแล้วไปลวกในน้ำเดือดจัดอย่างรวดเร็วประมาณ 10-15 วินาที แล้วตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ อย่าลวกนานเกินไป เนื้อจะยุ่ยเสียรสชาติ ผสมพริกโขลก น้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำเชื่อมลงในชามผสม คนให้น้ำตาลละลาย ชิมรสให้เปรี้ยวนำ เค็มหวานตามแบบที่ชอบ ใส่หอมใหญ่ มะเขือเทศ และขึ้นฉ่ายลงไปคลุกกับน้ำยำเบา ๆ ใส่ปูอัดตามลงไป แล้วตลบเคล้าอย่างเบามือที่สุด เพื่อไม่ให้เนื้อปูอัดเละ โรยใบสะระแหน่ปิดท้าย แล้วคลุกอีก 1-2 ที ตักใส่จาน ราดน้ำยำที่เหลือให้ฉ่ำ ๆ ตกแต่งด้วยยอดสะระแหน่ ใครชอบความสามารถเติมน้ำปลาร้าต้มสุกเพิ่มไปได้อีก 1 ช้อนโต๊ะ เมี่ยงปูอัดเส้นหมี่ซอสซีฟู้ด ปูอัดเต็มคำทานคู่เส้นหมี่นุ่มๆ ห่อผักสดกรอบ ราดซอสซีฟู้ดรสจัดจ้าน เปรี้ยวเผ็ดแซ่บลงตัว ส่วนผสม ปูอัด 6-8 แท่ง เส้นหมี่ขาว 1 แพ็ค ผักสดตามชอบ (ผักสลัดกรีนโอ๊ค, เรดโอ๊ค, ผักชีฝรั่ง, ผักชีไทย) พริกขี้หนูสวนสีเขียว 15-20 เม็ด กระเทียมจีนปอกเปลือก 5-6 กลีบ รากผักชี 2 ราก น้ำมะนาวคั้นสด 3-4 ช้อนโต๊ะ น้ำปลาอย่างดี 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ (หรือน้ำตาลทราย) 1.5 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ แช่เส้นหมี่ขาวในน้ำธรรมดา 5-10 นาทีจนนิ่ม นำไปลวกในน้ำเดือดจัด 1 นาที ตักขึ้นน็อกน้ำเย็นทันทีพักให้สะเด็ดน้ำ นำพริก กระเทียม รากผักชี น้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ ใส่เครื่องปั่นหรือโขลกให้ละเอียดเข้ากันจนน้ำตาลละลาย ชิมรสให้เปรี้ยวนำ เค็มตาม และหวานปลาย เด็ดผักสลัดเป็นใบ ๆ วางเรียงบนจานเพื่อเป็นฐานห่อ จับเส้นหมี่ขาวเป็นก้อนกลมพอดีคำ วางลงบนใบผักสลัด แล้ววางโปะหน้าด้วยปูอัดให้สวยงาม เสิร์ฟพร้อมถ้วยน้ำจิ้มซีฟู้ด เวลากินให้ราดน้ำจิ้มแล้วห่อทานเป็นคำ ๆ ได้เลย สามารถโรยกระเทียมเจียวกรอบ ๆ ลงบนเส้นหมี่เพิ่มได้ จะช่วยเพิ่มความหอมและมิติรสชาติยิ่งขึ้น บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

แจกฟรี สูตรพริกป่นก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด เผ็ดหอมสีสวย เผ็ดดุดัน เหมือนร้านดังมาเอง
อ่าน

แจกฟรี สูตรพริกป่นก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด เผ็ดหอมสีสวย เผ็ดดุดัน เหมือนร้านดังมาเอง

สูตรพริกป่นก๋วยเตี๋ยว รสเด็ดเคล็ดลับความอร่อยของร้านดัง ใครชอบกินก๋วยเตี๋ยวรสจัดจ้าน ต้องไม่พลาด วิธีทำพริกป่นก๋วยเตี๋ยวเรือ และก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรนี้ TrueID Food แจกฟรีวิธีคั่วพริกให้สีสวย แดงเข้มปนดำ เงางาม น่าทาน หอมกลิ่นรมควัน เผ็ดดุดัน สะใจ ไม่เหม็นหืน ทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน ช่วยยกระดับน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวให้อร่อยเข้มข้นเหมือนมีเชฟร้านดังมาปรุงให้ถึงที่บ้าน พร้อมแล้วมาดูส่วนผสมและขั้นตอนการทำกันเลย แจกฟรี สูตรพริกป่นก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด เผ็ดหอมสีสวย เผ็ดดุดัน เหมือนร้านดังมาเอง พริกคั่วป่นสีเข้มแบบหยาบ พริกหยาบคั่วไฟอ่อนเคลือบน้ำมัน สีแดงเข้มอมดำ กลิ่นหอมไหม้จัดจ้าน เผ็ดสะใจ เห็นเมล็ดพริกสีทองเด่น ส่วนผสมและอัตราส่วน พริกแห้งจินดาแดง 100 กรัม พริกแห้งหัวเรือ หรือ พริกยอดสน 50 กรัม น้ำมันพืช 1-2 ช้อนชา วิธีทำ นำพริกแห้งทั้งสองชนิดมาเด็ดขั้วออก จากนั้นนำไปเช็ดหรือผึ่งให้สะอาดและแห้งสนิท ตั้งกระทะใช้ไฟอ่อนถึงปานกลาง ใส่พริกแห้งลงไปคั่วในกระทะเปล่าก่อน พอพริกเริ่มอุ่นและส่งกลิ่นหอม ให้ใส่น้ำมันพืชลงไปคลุกเคล้า คั่วต่อไปเรื่อยๆ ด้วยไฟอ่อนอย่างใจเย็น จนพริกเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มเกือบดำ ระวังอย่าให้ถึงกับดำสนิทเพราะจะขม และกรอบได้ที่จากนั้นตักขึ้นมาพักไว้ให้เย็นสนิท นำพริกคั่วที่เย็นแล้วไปโขลกในครก หรือใส่เครื่องปั่น คอยสังเกตความละเอียด ให้เน้นป่นแบบหยาบๆ พอให้เนื้อพริกแตกและเห็นเมล็ดพริกสีเหลืองตัดกับเนื้อพริกสีเข้มชัดเจน เคล็ดลับ: พริกป่นสไตล์นี้คั่วใหม่ๆ จะหอมมาก แนะนำให้ทำทีละพอดีทานประมาณ 1-2 สัปดาห์ และเก็บไว้ในโหลแก้วที่ปิดสนิท หลีกเลี่ยงความชื้นเพื่อป้องกันเชื้อรา พริกคั่วน้ำมันแบบหยาบ พริกป่นหยาบคั่วน้ำมัน สีแดงเข้มเงางาม เนื้อฉ่ำ กลิ่นหอมฉุนเกรียม รสเผ็ดลึก รสกลมกล่อม ส่วนผสมและอัตราส่วน พริกจินดาแห้ง 100 กรัม พริกแห้งเม็ดใหญ่ (พริกชี้ฟ้าแห้ง) 30 กรัม น้ำมันพืช 3-4 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา วิธีทำ นำพริกแห้งทั้งสองชนิดมาเด็ดขั้วออก ใช้ผ้าสะอาดเช็ดฝุ่นให้หมดจด จากนั้นหั่นพริกเม็ดใหญ่เป็นท่อนๆ เพื่อให้สุกพร้อมกันกับพริกจินดาเวลาคั่ว ตั้งกระทะโดยใช้ไฟอ่อน ใส่พริกแห้งลงไปคั่วแห้งแบบยังไม่ใส่น้ำมัน หมั่นคนไปเรื่อยๆ จนพริกเริ่มกรอบ มีกลิ่นหอมฉุน และผิวพริกเริ่มมีรอยเกรียมสีเข้มขึ้น จากนั้น เทน้ำมันพืชลงไปคลุกเคล้าให้ทั่ว คั่วต่อด้วยไฟอ่อนมากประมาณ 1-2 นาที น้ำมันจะช่วยดึงสีสันและน้ำมันหอมระเหยออกมา ทำให้พริกมีสีแดงเข้มเงางามเสมอกัน เสร็จแล้วปิดเตา ตักขึ้นพักไว้จนเย็นสนิท เมื่อพริกคั่วน้ำมันเย็นตัวลงแล้ว ให้เทใส่ครก เพิ่มเกลือป่นเล็กน้อย แล้วโขลกเบาๆ พอหยาบ เพื่อให้ยังเห็นเนื้อและเมล็ดพริกเป็นชิ้นสวยงาม เคล็ดลับ: พริกผัดน้ำมันสไตล์นี้จะมีความชื้นจากน้ำมันเล็กน้อย หลังจากโขลกเสร็จแล้วควรเก็บใส่กระปุกแก้วปิดฝาให้สนิท และใช้ช้อนแห้งสะอาดตักทุกครั้ง จะช่วยเก็บความหอมและกันเสียได้นานเป็นเดือน พริกคั่วป่นละเอียดปานกลางแบบแห้ง พริกแห้งป่นละเอียดปานกลาง คั่วไร้น้ำมัน สีแดงเข้มสม่ำเสมอ หอมฉุนตัดกลิ่นหืนด้วยใบมะกรูดกรอบ ส่วนผสมและอัตราส่วน พริกจินดาแห้ง 100 กรัม พริกขี้หนูสวนแห้ง (พริกหัวเรือ) 30 กรัม ใบมะกรูด 3-5 ใบ วิธีทำ เด็ดขั้วพริกแห้งทั้งสองชนิดออกให้หมด แล้วเช็ดฝุ่นหรือเศษผงให้สะอาด ส่วนใบมะกรูดนำไปล้างแล้วเช็ดให้แห้งสนิท จากนั้นฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ ตั้งกระทะเปล่าด้วยไฟอ่อนที่สุด ห้ามใส่น้ำมัน ใส่พริกแห้งและใบมะกรูดลงไปคั่วพร้อมกัน หมั่นคนและเขย่ากระทะเรื่อยๆ เพื่อให้ความร้อนทั่วถึงและป้องกันพริกไหม้ คั่วไปจนใบมะกรูดกรอบสนิท และพริกแห้งเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม มีกลิ่นหอมฉุน ผิวตึงและกรอบเปราะ ข้อควรระวังคือห้ามใช้ไฟแรงเด็ดขาด เพราะพริกจะไหม้ดำจนมีรสขมก่อนที่จะกรอบ เมื่อได้ที่แล้วให้ตักขึ้นมาแผ่ใส่ถาด พักไว้จนเย็นสนิท นำพริกและใบมะกรูดที่เย็นแล้วไปใส่เครื่องปั่นแห้งหรือโขลกในครก สามารถแยกใบมะกรูดออกก่อนได้หากไม่ชอบ ปั่นหรือโขลกให้ละเอียดปานกลาง ไม่ถึงกับเป็นผงละเอียด และไม่หยาบจนเป็นชิ้นใหญ่ เพื่อให้ได้เนื้อพริกที่เนียนสม่ำเสมอแต่ยังพอเห็นเมล็ดพริกเล็กๆ เคล็ดลับ: เนื่องจากพริกสูตรนี้เป็นแบบแห้งสนิท หลังจากป่นเสร็จแล้วให้รีบเก็บใส่โหลแก้วหรือกล่องสุญญากาศทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้พริกดูดความชื้นจากอากาศ ซึ่งจะช่วยรักษาความกรอบและกลิ่นหอมฉุนให้คงอยู่ได้นาน พริกป่นคั่วเข้ม พริกป่นคั่วเข้มสีดำอมน้ำตาล แยกเมล็ดออก เนื้อละเอียดฉ่ำน้ำมันบางๆ กลิ่นหอมไหม้รมควันดุดัน ส่วนผสมและอัตราส่วน พริกจินดาแห้ง 100 กรัม พริกแห้งเม็ดใหญ่ 50 กรัม น้ำมันพืช 1 ช้อนชา วิธีทำ เด็ดขั้วพริกแห้งทั้งสองชนิดออก แล้วใช้กรรไกรตัดเป็นท่อนๆ จากนั้นนำไปร่อนในตะแกรงเพื่อแยกเมล็ดพริกส่วนใหญ่ออกทิ้ง ให้เหลือไว้เพียงเล็กน้อย เพื่อเวลาบดแล้วจะได้พริกที่มีสีเข้มเนียนตา ตั้งกระทะโดยใช้ไฟอ่อนที่สุด ใส่พริกแห้งที่ร่อนเมล็ดแล้วลงไป คั่วด้วยความใจเย็นไปเรื่อยๆ จนพริกเริ่มเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีแดงเข้ม พอพริกเริ่มกรอบและสีเปลี่ยน ให้หยอดน้ำมันพืชลงไป 1 ช้อนชา คลุกเคล้าให้เคลือบผิวพริกทั่วๆ แล้วคั่วต่อด้วยไฟอ่อนจนพริกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มเกือบดำและผิวตึง เน้นคั่วให้ได้กลิ่นหอมไหม้โชยขึ้นมาเด่นชัด แต่ต้องระวังไม่ให้ไหม้จนเกรียมขม จากนั้นตักขึ้นพักไว้จนเย็นสนิท พริกจะกรอบมาก นำพริกคั่วสีเข้มที่เย็นสนิทแล้วไปโขลกหรือปั่น โดยให้มีความละเอียดปานกลางค่อนไปทางละเอียด เนื้อพริกจะจับตัวกันเป็นก้อนเล็กๆ มีความฉ่ำเงาจากน้ำมันบางๆ และมีสีน้ำตาลเข้มอมดำสนิทดูน่าทาน เคล็ดลับ: พริกที่คั่วจนเข้มขนาดนี้จะมีกลิ่นฉุนที่แรงมาก เวลาใส่ในก๋วยเตี๋ยวแนะนำให้ค่อยๆ ใส่ทีละน้อย เพราะความเผ็ดและกลิ่นจะกระจายตัวในน้ำซุปร้อนๆ ได้รวดเร็วและเข้มข้นกว่าพริกป่นทั่วไป บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

แจกสูตรน้ำพริกหนุ่ม ฉบับคนขี้เกียจ สูตรทำง่าย กินกับอะไรก็อร่อย
อ่าน

แจกสูตรน้ำพริกหนุ่ม ฉบับคนขี้เกียจ สูตรทำง่าย กินกับอะไรก็อร่อย

แจกสูตรน้ำพริกหนุ่ม ฉบับคนขี้เกียจ ชวนทำเมนูอาหารเหนือทำง่ายยอดฮิตด้วย วิธีทำน้ำพริกหนุ่ม รูปแบบใหม่ ไม่ง้อเตาถ่าน แค่มีหม้อทอดไร้น้ำมัน ก็อร่อยฟิน สูตรนี้บอกเลยว่าทำง่ายมาก ประหยัดเวลา ล้างอุปกรณ์น้อย แต่ได้รสชาติหอมนัว แซ่บจัดจ้าน สูตรน้ำพริกหนุ่ม เนื้อฉ่ำกินคู่กับอะไรก็อร่อย ทั้งแคบหมู ผักต้ม หรือไส้อั่วร้อนๆ แจกสูตรน้ำพริกหนุ่ม ฉบับคนขี้เกียจ สูตรทำง่าย กินกับอะไรก็อร่อย น้ำพริกหนุ่มสูตรที่ 1 เค็มนำนัวๆ เผ็ดหวานตามธรรมชาติ หอมกลิ่นพริกย่างชัดเจน ส่วนผสมและอัตราส่วน พริกหนุ่ม 8-10 เม็ด เลือกเม็ดอวบๆ สีเขียวอ่อน หอมแดง 5-6 หัว กระเทียมจีน 5-6 กลีบ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา ผงชูรส ตามชอบ วิธีทำ ล้างพริกหนุ่มให้สะอาด แล้วใช้มีดหรือส้อมจิ้มพริกให้เป็นรูกันพริกระเบิดในหม้อทอด นำพริกหนุ่ม หอมแดง และกระเทียม เข้าไปในหม้อทอดพร้อมกัน ใช้ไฟ 200 องศาเซลเซียส 10 นาที แล้วกลับด้านอบต่ออีก 5 นาที พอครบเวลา คีบทุกอย่างออกมา พักให้หายร้อน ลอกผิวไหม้ๆ ดำๆ ของพริกหนุ่มออก ใส่กระเทียม หอมแดง และพริกหนุ่มที่ลอกแล้วลงในครก ใส่เกลือป่นลงไป แล้วโขลกหยาบๆ ไม่ต้องตำจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน น้ำพริกหนุ่มต้องมีความเป็นเส้นๆ เคี้ยวสนุก ชิมรสชาติ ถ้ายังไม่เค็มเติมเกลือเพิ่มได้ หรือถ้าชอบนัวๆ ก็เหยาะผงชูรสลงไปตอนนี้เลย คนให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จ เคล็ดลับ : ถ้าไม่มีครกหรือไม่อยากล้างครก ให้ใส่หอม กระเทียม พริก ใส่ชามใบใหญ่ๆ แล้วใช้กรรไกรตัดๆ สับๆ เอา จากนั้นใช้ส้อมบดๆ คลุกเกลือ ก็ได้ฟีลน้ำพริกหนุ่มเหมือนกัน น้ำพริกหนุ่มสูตรที่ 2 เผ็ดแซ่บสะใจ เค็มหอมนัวจากน้ำปลา และหอมสดชื่นจากผักชี ส่วนผสมและอัตราส่วน พริกหนุ่ม 8-10 เม็ด พริกจินดาเขียว 3-4 เม็ด หอมแดง 5-6 หัว กระเทียมจีน 5-6 กลีบ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา น้ำปลา 1 ช้อนชา ผักชี สำหรับตกแต่งและเพิ่มความหอม วิธีทำ ล้างพริกหนุ่ม และพริกจินดาเขียว ให้สะอาด จากนั้นใช้มีดจิ้บพริกให้เป็นรูเพื่อระเบิดแรงดัน ปอกเปลือกหอมแดงและกระเทียม แล้วจับทุกอย่างใส่หม้อทอดไร้น้ำมัน ตั้งไฟ 200 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 8-10 นาที หากกระเทียมกับหอมแดงสุกแล้วนำออกมาก่อน จากนั้นกลับด้านพริก อบต่อ 5 นาที คีบพริกหนุ่มออกมาลอกเอาเปลือกส่วนที่ไหม้ดำออกทิ้งไป เหาชามใบหนาๆ ใส่พริก หอมแดง และกระเทียมลงไป ใช้กรรไกรตัดทุกอย่างในชามให้แหลก จากนั้นใช้ส้อมกดๆ บดๆ ซ้ำอีกรอบจนได้เนื้อหยาบ ใส่เกลือป่นและน้ำปลาลงไป คลุกเกล้าให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เด็ดใบผักชีโรยหน้าลงไปสักหน่อย เพิ่มความสวยงาม เคล็ดลับ : ถ้าตอนบดเสร็จแล้วรู้สึกแห้งไป สามารถเหยาะน้ำต้มสุกอุ่นๆ ลงไปสัก 1 ช้อนชา เพื่อให้น้ำพริกดูฉ่ำวาว น้ำพริกหนุ่มสูตรที่ 3 แซ่บเผ็ดร้อน เค็มนำนัวลึกด้วยน้ำปลาร้า มีมิติ ส่วนผสมและอัตราส่วน พริกหนุ่มเขียว 5-6 เม็ด พริกหนุ่มแดง 3-4 เม็ด หอมแดง 5-6 หัว กระเทียมจีน 5-6 กลีบ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา น้ำปลาร้าต้มสุก 1 ช้อนชา วิธีทำ ล้างพริกหนุ่มทั้งหมดให้สะอาด ใช้มีดจิ้มพริกให้เป็นรูสักหน่อย กันพริกระเบิดในหม้อทอด ปอกเปลือกหอมแดงและกระเทียม ใส่พริกเขียว พริกแดง หอมแดง และกระเทียมลงหม้อลมร้อนพร้อมกันเลย ใช้ไฟ 200 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 12-15 นาที พอครบเวลา คีบพริกออกมาลอกเปลือกส่วนที่ไหม้ดำออกเบาๆ ไม่ต้องแกะเม็ดออก ใช้กรรไกรตัดทุกอย่างในชามตามด้วยส้อมกดๆ บดๆ จนได้เป็นเนื้อหยาบๆ เหยาะเกลือป่น และน้ำปลาร้า หรือน้ำปลาลงไปในชาม ใช้ส้อมคนให้เข้ากัน ชิมรสให้เค็มนำและเผ็ดร้อน น้ำพริกหนุ่มสูตรที่ 4 นุ่มละมุน เค็มหวานกลมกล่อม มีมิติ และเนื้อสัมผัสฉ่ำเงา ส่วนผสมและอัตราส่วน พริกหนุ่มสีเขียวเข้ม 6 เม็ด พริกหนุ่มสีแดง 2-3 เม็ด หอมแดง 5 หัว กระเทียมจีน 5 กลีบ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา ซีอิ๊วขาว หรือซอสปรุงรส 1/2 ช้อนชา น้ำมันพืช 1/2 ช้อนชา วิธีทำ ล้างพริกทั้งหมดให้สะอาด ใช้มีดจิ้มพริกให้เป็นรู เพื่อป้องกันพริกระเบิดในหม้อทอด ปอกเปลือกหอมแดงและกระเทียมแบบหยาบๆ นำพริก หอมแดง และกระเทียม ใส่ในหม้อลมร้อน ใช้ไฟ 190 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15 นาที ใช้ไฟต่ำลงมาเพื่อให้พริกนิ่มและคายน้ำหวานออกมา เนื้อน้ำพริกจะได้นุ่มๆ คล้ายการหมกแกะเปลือกง่าย นำพริกออกมาลอกเปลือกดำๆ ออก เหลือส่วนที่ไหม้นิดๆ ไว้ได้จะได้กลิ่นหอมรมควัน ใช้กรรไกรตัดพริก หอม กระเทียมลงในชาม จากนั้นใช้ส้อมกดๆ บดๆ ซ้ำอีกที ใส่เกลือป่น ซีอิ๊วขาวลงไปคนให้เข้ากัน เหยาะน้ำมันพืชลงไปครึ่งช้อนชา แล้วคนให้ทั่ว น้ำมันจะไปเคลือบเนื้อน้ำพริกให้ดูฉ่ำวาว สีเข้มสวยน่ากิน เคล็ดลับ : ถ้าเนื้อน้ำพริกยังไม่งวดหรือฉ่ำสะใจ หลังจากปรุงรสเสร็จแล้ว สามารถนำชามน้ำพริกที่ทนความร้อน ใส่กลับเข้าไปในหม้อลมร้อน อบต่อด้วยไฟ 160 องศาเซลเซียส อีกสัก 2-3 นาที น้ำพริกจะงวด เข้มข้น และหอมฟุ้ง น้ำพริกหนุ่มสูตรที่ 5 เผ็ดปานกลาง เค็มอมหวานกลมกล่อม หอมกลิ่นน้ำปลาแท้ และมีความฉ่ำน้ำขลุกขลิก ส่วนผสมและอัตราส่วน พริกหนุ่มสีเขียวเข้ม 8 เม็ด พริกหนุ่มสีแดง 1-2 เม็ด หอมแดง 6 หัว กระเทียมจีน 6 กลีบ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา น้ำปลาแท้ 1 ช้อนชา น้ำต้มสุก 1-2 ช้อนชา วิธีทำ ล้างพริกหนุ่มเขียวและแดงให้สะอาด จากนั้นใช้มีดจิ้มผิวพริกให้เป็นรู กันพริกระเบิดปอกเปลือกหอมแดงและกระเทียม แล้วจับนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมันพร้อมกัน ใช้ไฟ 200 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 12-15 นาที จนผิวพริกเริ่มเกรียมและส่งกลิ่นหอม คีบส่วนผสมทั้งหมดออกมา พักให้พออุ่นๆ จากนั้นลอกผิวพริกส่วนที่ไหม้ดำออก แยกพริกหนุ่มสีแดงออกมาก่อน โดยใช้มือหรือส้อมฉีกพริกแดงให้เป็นเส้นยาวๆ เตรียมไว้ทำท็อปปิ้ง นำพริกเขียว หอมแดง และกระเทียม ใส่ถ้วยใช้กรรไกรตัดทุกอย่างในถ้วยให้แหลกเป็นเส้นหยาบๆ ใส่เกลือป่น น้ำปลา และเหยาะน้ำต้มสุกอุ่นๆ ลงไปสัก 1-2 ช้อนชา จากนั้นใช้ส้อมคนและบดผสมให้เข้ากัน น้ำพริกจะเริ่มคายน้ำอออกมาดูฉ่ำวาวขลุกขลิก ชิมรสชาติให้เค็มนำ นัว ตามด้วยรสเผ็ดร้อน นำพริกหนุ่มสีแดงที่ฉีกเป็นเส้นยาวๆ มาวางพาดไว้ด้านบนน้ำพริกหนุ่มเขียวทานได้ทันที บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

แจกสูตร วิธีทำ น้ำปลาพริกป่น ง่ายๆ แค่ 3 ขั้นตอน แซ่บนัวครบรส!
อ่าน

แจกสูตร วิธีทำ น้ำปลาพริกป่น ง่ายๆ แค่ 3 ขั้นตอน แซ่บนัวครบรส!

อาหารไทยขึ้นชื่อเรื่องอร่อยจัดจ้าน แต่หลายๆ เมนูจะอร่อยขึ้นอีกหลายเท่า ถ้าได้น้ำปลาพริกป่นมาช่วยชูรส ใครทำไม่เป็นเราพร้อมแจก! สูตร และวิธีทำ น้ำปลาพริกป่น เมนูน้ำจิ้มสามัญประจำบ้านที่ทำง่ายแสนง่าย มีความเปรี้ยวหอมของมะนาวแท้ รสชาติแซ่บนัวจนต้องเบิ้ลข้าวไม่รู้ตัว วิธีทำน้ำปลาพริกป่นที่ว่านี้บอกเลยว่าง่ายแสนง่าย ใช้วัตถุดิบน้อย แค่ 3 ขั้นตอนเท่านั้นก็พร้อมอร่อยแล้ว มาจดสูตรแล้วลองทำตามกันนะคะ แจกสูตร วิธีทำ น้ำปลาพริกป่น 3 ขั้นตอน แบบร้านอาหาร เริ่มต้นด้วยสูตรคลาสสิกที่ใช้เวลาน้อยมาก เหมาะสำหรับคนรีบๆ หรือเด็กหอที่อุปกรณ์ไม่เยอะ แต่รับรองความแซ่บซี้ดสะใจเหมือนไปกินตามร้านอาหารเลยค่ะ ส่วนผสมหลัก น้ำปลาพริกป่น น้ำปลาแท้อย่างดี 4 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาวคั้นสด 3 ช้อนโต๊ะ พริกป่น 1-2 ช้อนโต๊ะ (ปรับลด-เพิ่มตามระดับความเผ็ดที่ชอบ) น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา (เพื่อตัดรสให้กลมกล่อม ไม่เค็มโดด ใครไม่กินหวานเลยตัดออกได้ค่ะ) ขั้นตอนการทำ น้ำปลาพริกป่น 1. ละลายเครื่องปรุง เทน้ำปลา น้ำมะนาวสด และน้ำตาลทรายลงในถ้วย ใช้ช้อนคนจนน้ำตาลทรายละลายดี ไม่เหลือตกค้างเป็นเม็ด 2. เติมความเผ็ด ใส่พริกป่นตามลงไป คนให้เข้ากันอย่างเบามือ พริกป่นจะเริ่มดูดน้ำและปล่อยความเผ็ดหอมออกมา 3. จัดเสิร์ฟ ชิมรสชาติให้ได้ 3 รสคือ เปรี้ยว เค็ม เผ็ด มีหวานปลายลิ้นเล็กน้อย เพียงเท่านี้ก็ได้น้ำปลาพริกแบบง่ายๆ ไปจิ้มกับอะไรก็อร่อยแล้วค่ะ อัปเกรดความแซ่บ! สูตรและวิธีทำน้ำปลาพริกป่นแบบต่างๆ หากสูตรเบสิกยังไม่สะใจ เรามีสูตรประยุกต์อีก 2 สไตล์มาให้เลือกทำตามกัน รับรองว่าหอมอร่อยนัวลึกยิ่งกว่าเดิม 1. สูตรน้ำปลาพริกป่นโบราณ (ใส่หอมแดงและกระเทียม) สูตรนี้จะคล้ายกับน้ำจิ้มตามร้านอาหารตามสั่งชื่อดัง เพิ่มเนื้อสัมผัสให้เคี้ยวสนุกและมีความหอมสมุนไพร ส่วนผสมเพิ่มเติม หอมแดงซอย 2 หัว กระเทียมจีนสับหยาบ 2 กลีบ วิธีทำ ทำตามสูตรเบสิกก่อน จากนั้นใส่หอมแดงซอยและกระเทียมสับลงไปเป็นขั้นตอนสุดท้าย ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีก่อนทาน เพื่อให้ความหวานจากหอมแดงซึมออกมาผสมกับน้ำปลา 2. สูตรน้ำปลาพริกป่นสายคลีน สายลดโซเดียม สำหรับคนรักสุขภาพที่อยากแซ่บแต่ไม่อยากบวมน้ำ ส่วนผสมเพิ่มเติม เปลี่ยนเป็นน้ำปลาสูตรลดโซเดียม 4 ช้อนโต๊ะ และใช้น้ำตาลหล่อฮังก๊วย หรือสารให้ความหวานแทนน้ำตาล 1/4 ช้อนชา วิธีทำ ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน รสชาติยังคงแซ่บจี๊ดจ๊าดจากมะนาวและพริกป่นเหมือนเดิม แต่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น 3. สูตรน้ำปลาพริกป่นใส่มะกอก แซ่บนัวคักๆ สไตล์อีสาน สูตรเด็ดสำหรับคนชอบความนัว รสชาติของมะกอกจะมีความเปรี้ยวอมฝาดและกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์ เมื่อรวมกับน้ำปลาและพริกป่นแล้วจะให้รสเปรี้ยวที่มีมิติกว่าการใช้มะนาวเดี่ยวๆ และยังช่วยตัดเลี่ยนได้ดีอีกด้วย เช่น ปลาดุกย่าง ปลาทอด และหมูสามชั้นทอดน้ำปลา เป็นต้นค่ะ ส่วนผสมหลัก น้ำปลาแท้อย่างดี 4 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาวคั้นสด 1-2 ช้อนโต๊ะ พริกป่น 1-2 ช้อนโต๊ะ (ปรับเพิ่ม-ลดได้ตามระดับความเผ็ดที่ชอบ) ผลมะกอกสุก (มะกอกป่าหรือมะกอกส้มตำ) 1 ลูก วิธีทำ นำผลมะกอกสุกมาล้างให้สะอาด จากนั้นใช้มีดฝานเปลือกออก ส่วนแกนกลางเอามายีๆ ให้เนื้อหลุดออกมาจากเม็ด นำน้ำปลาและน้ำมะนาวใส่ตามลงไป ใช้ช้อนบดๆ บี้ๆ ให้มะกอกผสมเข้ากับน้ำปลาและมะนาว โรยพริกป่น คนให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 2-3 นาทีค่อยรับประทาน น้ำปลาพริกป่น กินกับอะไรดี เมื่อได้ น้ำจิ้มพริกป่น รสเด็ดมาแล้ว ลองจับคู่กับอาหารเหล่านี้ดูนะคะ บอกเลยว่าเข้ากันมาก ไข่ต้ม ไข่เจียวฟูๆ และ ไข่ดาวกรอบๆ เมนูคลาสสิกขวัญใจคนทุกวัย ข้าวสวยร้อนๆ โปะไข่เจียวฟูกรอบ แล้วราดน้ำปลาพริกป่นชุ่มๆ ความมันของไข่ตัดกับความเปรี้ยวเผ็ดได้ลงตัวสุดๆ เลย หมูทอด ไม่ว่าจะเป็นหมูสามชั้นทอดน้ำปลา หรือหมูกรอบเนื้อฉ่ำๆ การจิ้มน้ำปลาพริกป่นจะช่วยตัดเลี่ยนความมันของหมู ทำให้ทานได้เรื่อยๆ แบบไม่มีเบื่อ คอหมูย่างและไก่ย่าง เนื้อย่างหอมๆ จิ้มกับพริกป่นน้ำปลารสจัดจ้าน เคี้ยวคู่กับกระเทียมในน้ำจิ้ม ช่วยชูรสชาติได้ดีเลย ข้าวผัดใครที่ชอบทานข้าวผัดปู ข้าวผัดหมู หรือข้าวผัดรถไฟ ลองเหยาะน้ำปลาพริกป่นลงไปคลุกกับข้าวผัดดูค่ะ ความเปรี้ยวของมะนาวจะช่วยชูรสชาติของข้าวผัดให้กลมกล่อมขึ้นอย่างมาก ปลาดุกย่างหรือปลานิลเผา เนื้อปลารสหวานธรรมชาติ เมื่อเจอกับน้ำปลาพริกป่นสูตรใส่หอมแดงซอย จะช่วยดับคาวปลาและเพิ่มรสชาติจัดจ้านได้อย่างลงตัว ต้มจืด เช่น แกงจืด ต้มเลือดหมู ต้มเครื่องใน เวลากินให้เอาเนื้อสัตว์หรือเครื่องในจิ้มน้ำปลาพริกป่นกินก่อน ซดตามด้วยซุปร้อนๆ บอกเลยว่าฟินสุดๆ! เคล็ดลับการทำ น้ำปลาพริกป่น ให้อร่อยเหาะ เคล็ดลับอยู่ที่ "ความสด" ค่ะ ควรใช้น้ำมะนาวคั้นสดจากลูกแทนมะนาวขวด เพราะจะได้ความหอมสดชื่นที่ไม่เหมือนใคร และควรเลือกใช้พริกป่นที่คั่วใหม่ๆ เม็ดพริกจะยังมีความกรอบและส่งกลิ่นหอมฟุ้งชวนน้ำลายสอ หากคั่วเองได้ยิ่งดีเลยค่ะ เพราะมั่นใจได้ว่าไม่มีเชื้อรา และไม่ผสมขั้วพริกมาด้วย ทำให้ได้ความเผ็ดหอมแบบเต็มๆ ค่ะ เลือกซื้อวัตถุดิบ ไปทำเมนูอร่อยหลากหลาย ได้ที่ Makro แม็คโครทุกสาขาพร้อมรับส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าทรู กดรับสิทธิ์ ที่นี่ บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

แจกสูตร หมักหมูนุ่ม สำหรับ ราดหน้า ชาบู สุกี้ อร่อยนุ่มละลายในปาก ต้องใส่อะไรบ้าง
อ่าน

แจกสูตร หมักหมูนุ่ม สำหรับ ราดหน้า ชาบู สุกี้ อร่อยนุ่มละลายในปาก ต้องใส่อะไรบ้าง

แจก! สูตรหมักหมูนุ่ม เคล็ดลับความอร่อยระดับภัตตาคารสำหรับทำ ราดหน้า ชาบู สุกี้ ให้เนื้อนุ่มเด้ง อร่อยนุ่มละลายในปาก จนใครกินก็ต้องติดใจ! พร้อมเจาะลึกวิธีหมักหมูนุ่มว่าต้องใส่อะไรบ้าง บวกเทคนิคการเลือกใช้แป้งมันและเบกกิ้งโซดาอย่างถูกสัดส่วน เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุน ลื่นคอ ไม่กระด้าง ทำเมนูไหนก็อร่อยฟินเข้าเนื้อตามสไตล์ร้านดังค่ะ สูตร หมักหมูนุ่ม สําหรับ ราดหน้า สูตรหมักหมูนุ่มสำหรับราดหน้าโดยเฉพาะ จะเน้นเนื้อสัมผัสที่ นุ่ม เด้ง สู้ฟัน และมีความเงาฉ่ำ น้ำซอสซีอิ๊วและเหล้าจีนจะช่วยชูรสชาติให้เข้มข้น และหอมละมุนเหมือนทานที่ภัตตาคารจีนค่ะ ส่วนผสม (สำหรับเนื้อหมู 500 กรัม) เนื้อหมูส่วนสะโพกหรือสันนอก 500 กรัม เบกกิ้งโซดา ช้อนชา แป้งมันสำปะหลัง 1 ช้อนโต๊ะ ไข่ขาว 1 ฟอง น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ เครื่องปรุงรสน้ำหมักหมูนุ่ม ซอสหอยนางรม 1+ ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา เหล้าจีน (Shaoxing wine) 1 ช้อนชา น้ำมันงา 1 ช้อนชา พริกไทยป่นขาว ช้อนชา ขั้นตอนการหมักหมูนุ่ม สำหรับทำราดหน้า หั่นเนื้อหมูเฉียงขวางตามแนวเส้นใยกล้ามเนื้อ ให้หนาประมาณ 3-5 มิลลิเมตร เนื้อหมูจะไม่หดตัวและไม่เหนียว นำเบกกิ้งโซดาละลายกับน้ำเปล่า เทใส่หมูแล้วลงมือนวดวนไปทางเดียวกันจนเนื้อหมูดูดน้ำเข้าไปจนแห้งสนิท เนื้อหมูจะเริ่มฟูขึ้น (หากชอบหมูนุ่มแบบดั้งเดิมที่ไม่เด้งมากนัก ก็สามารถตัดเบกกิ้งโซดาออกได้) ใส่ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย เหล้าจีน น้ำมันงา และพริกไทยขาว ใส่ไข่ขาวและแป้งมันลงไป คลุกเคล้าให้แป้งละลายเคลือบชิ้นหมูจนทั่ว แป้งมันจะช่วยล็อกความชุ่มชื้นและทำให้หมูมีผิวลื่นเวลากิน ใส่กล่องปิดฝา แช่ตู้เย็นช่องธรรมดา อย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง หากหมักข้ามคืน เนื้อจะนุ่มเด้งเป็นพิเศษ สูตร หมักหมูนุ่ม สําหรับ ชาบู หมูกระทะ สูตรหมักหมูนุ่มสำหรับชาบูและหมูกระทะ จะเน้นเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุน แทรกมัน และมีความหอมจากงาและน้ำมันงา เมื่อนำไปแกว่งในน้ำซุปชาบูหรือปิ้งบนเตาหมูกระทะ เนื้อหมูจะไม่แห้งกระด้างและส่งกลิ่นหอมชวนกินค่ะ ส่วนผสม (สำหรับเนื้อหมู 500 กรัม) เนื้อหมู (แนะนำส่วนสันคอติดมัน หรือสามชั้นสไลด์) 500 กรัม เบกกิ้งโซดา ช้อนชา ไข่ไก่ (ใช้ทั้งฟอง) 1 ฟอง แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ งาขาวคั่ว 1-2 ช้อนโต๊ะ เครื่องปรุงรสหมักหมูนุ่ม สําหรับ ชาบู หมูกระทะ ซอสหอยนางรม 1+ ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่น ช้อนชา ขั้นตอนการหมักให้หอมนุ่ม สไลด์เนื้อหมูให้เป็นชิ้นบาง หนาประมาณ 2 มิลลิเมตร เพื่อให้สุกง่ายและซึมซับน้ำหมักได้ดี นำเบกกิ้งโซดาละลายกับน้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ เทใส่หมูแล้วนวดเบาๆ จนน้ำซึมเข้าเนื้อ ใส่ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย พริกไทยป่น และน้ำมันงาลงไป นวดเคล้าให้เครื่องปรุงกระจายทั่วชิ้นหมู ตอกไข่ไก่ลงไป ตามด้วยแป้งข้าวโพด และงาขาวคั่ว ขยำเบาๆ ให้ไข่และแป้งเคลือบชิ้นหมูจนเป็นเนื้อเดียวกัน (น้ำหมักจะมีลักษณะข้นเคลือบตัวหมู) ใส่กล่องปิดฝา แช่ตู้เย็นช่องธรรมดา อย่างน้อย 1 ชั่วโมง ก่อนนำไปปิ้งย่างหรือลงหม้อชาบู สูตร หมักหมูนุ่ม สําหรับ สุกี้โบราณ (สไตล์ไหหลำ) สำหรับเมนู สุกี้น้ำหรือสุกี้แห้งแบบจานเดี่ยว โดยใช้ สูตรสุกี้โบราณ (สไตล์ไหหลำ) ตัวหมูหมักจะต้องมีรสชาติที่เข้มข้นจัดจ้านในตัวเอง เพราะเวลาเราผัดแห้งหรือต้มน้ำทีละชาม เครื่องหมักจะละลายออกมาเคลือบเส้นและผัก ทำให้สุกี้หอมฟุ้งและนัวมากๆ จากเต้าหู้ยี้ ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ขาดไม่ได้สำหรับเมนูนี้ค่ะ ส่วนผสมหมักหมูสุกี้โบราณ (สำหรับ 500 กรัม) เนื้อหมูสันนอกหรือสะโพก หั่นชิ้นบาง 500 กรัม เบกกิ้งโซดา ช้อนชา น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ (ใช้ทั้งฟอง) 1 ฟอง แป้งมันสำปะหลัง หรือ แป้งมันฮ่องกง 1 ช้อนโต๊ะ เครื่องปรุงรสสูตรเด็ดไหหลำ เนื้อเต้าหู้ยี้แดง 1 ก้อนใหญ่ (บดให้ละเอียด) น้ำเต้าหู้ยี้แดง 1 ช้อนชา ผงพะโล้ ช้อนชา (ห้ามใส่เยอะจะกลายเป็นรสขาหมู) ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่น ช้อนชา ขั้นตอนการหมักให้เข้าเนื้อ นำเบกกิ้งโซดาละลายกับน้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ เทใส่เนื้อหมู ลงมือนวดวนไปทางเดียวกันจนเนื้อหมูดูดน้ำเข้าไปแห้งสนิท เนื้อหมูจะฟูขึ้น ใส่เต้าหู้ยี้บด น้ำเต้าหู้ยี้ ผงพะโล้ ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย พริกไทย และน้ำมันงา นวดต่อจนเครื่องปรุงสีแดงของเต้าหู้ยี้กระจายเคลือบเนื้อหมูจนทั่ว ตอกไข่ไก่ใส่ลงไป ตามด้วยแป้งมัน ขยำเบาๆ ให้เข้ากัน น้ำหมักจะมีลักษณะข้นหนืดเคลือบตัวหมูหมัก ใส่กล่องปิดฝา แช่ตู้เย็นช่องธรรมดา อย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง (แนะนำหมักข้ามคืน รสชาติจะซึมลึกและนุ่มละลายในปาก) สูตร หมักหมูนุ่ม สําหรับ สุกี้น้ำ สุกี้แห้ง ร้านตามสั่ง เนื้อหมูหมักจะต้องมีรสชาติเข้าเนื้อ และมีน้ำหมักขลุกขลิกเคลือบชิ้นหมู เพราะเวลาเรานำไปผัดหรือต้มทีละชาม เครื่องหมักจะละลายออกมาผสมกับเส้นและน้ำซุป ทำให้สุกี้หอมนัวและอร่อยโดยไม่ต้องปรุงเพิ่มเยอะเลยค่ะ ส่วนผสม (สำหรับเนื้อหมู 500 กรัม) เนื้อหมู (สันนอก สันคอ หรือสะโพก) หั่นชิ้นบาง 500 กรัม เบกกิ้งโซดา ช้อนชา น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ 1 ฟอง แป้งมันสำปะหลัง หรือ แป้งมันฮ่องกง 1 ช้อนโต๊ะ เครื่องปรุงรสเข้มข้น ซอสหอยนางรม 1+ ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะน้ำตาลทราย 1 ช้อนชา น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่น ช้อนชา ขั้นตอนการหมักหั่นหมู หั่นเนื้อหมูขวางแนวเส้นใย ให้ชิ้นบางพอดีคำ หนาประมาณ 2-3 มิลลิเมตร เวลาผัดหรือต้มจะสุกง่ายและไม่เหนียว นำเบกกิ้งโซดาละลายกับน้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ เทใส่หมูแล้วลงมือนวดวนไปทางเดียวกันจนเนื้อหมูดูดน้ำเข้าไปจนแห้งสนิท ชิ้นหมูจะฟูและฉ่ำขึ้น ใส่ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย พริกไทยป่น และน้ำมันงา นวดคลุกเคล้าต่อจนเครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อ ตอกไข่ไก่ใส่ลงไป ตามด้วยแป้งมัน ขยำเบาๆ ให้เข้ากันจนน้ำหมักมีลักษณะข้นเหนียวเคลือบตัวหมู ใส่กล่องปิดฝา แช่ตู้เย็นช่องธรรมดา อย่างน้อย 1 ชั่วโมง (หากหมักข้ามคืน เนื้อจะนุ่มเด้งและเข้าเนื้อมากที่สุด) บทความที่คุณอาจสนใจ วิธีหมักหมูสับ ให้นุ่มอร่อย ทำง่าย เข้าเนื้อ เหมือนร้านอาหาร แจกสูตร หมูเด้งมิกซ์แอนด์แมทช์ หมูเด้งทรงเครื่อง อร่อยฟินได้ทั้งบ้าน

แจกสูตรน้ำพริกปลาร้า ฉบับคนขี้เกียจ สูตรทำง่าย นัวแซ่บ  ประหยัดงบ
อ่าน

แจกสูตรน้ำพริกปลาร้า ฉบับคนขี้เกียจ สูตรทำง่าย นัวแซ่บ ประหยัดงบ

ใครว่าทำน้ำพริกกินเองเป็นเรื่องยุ่งยาก วันนี้ TrueID Food มาแจกสูตรน้ำพริกปลาร้า ฉบับคนขี้เกียจตอบโจทย์สายกินแซ่บแต่เวลาน้อย สูตรน้ำพริกทำง่าย ใช้วัตถุดิบน้อย ช่วยคุณประหยัดงบแต่บอกเลยว่ารสชาติอร่อยจัดจ้าน นัวแซ่บ ถึงใจ นัวปลาร้าแท้ๆ ทานคู่กับผักต้มและข้าวสวยร้อนๆ ฟินสุดๆ ใครที่กำลังมองหาเมนูทำง่าย ต้องห้ามพลาดสูตรเด็ดนี้เด็ดขาด มาดูกันเลยว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง แจกสูตรน้ำพริกปลาร้า ฉบับคนขี้เกียจ สูตรทำง่าย นัวแซ่บ ประหยัดงบ แจ่วปลาร้า แจ่วปลาร้ารสแซ่บ นัวหอมพริกกระเทียมคั่ว เนื้อสัมผัสจัดเต็ม เค็มเปรี้ยวกลมกล่อมลงตัว ส่วนผสม ปลาร้าสับ/น้ำปลาร้าต้มสุก 3-4 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนู + พริกแดงจินดา 1 กำมือ กระเทียมจีน 5-6 กลีบ หอมแดง 5-6 หัว มะเขือเทศสุก 1-2 ลูก ผงชูรส ไม่ใส่ก็ได้ น้ำมะนาว 1-2 ซีก ผักชีฝรั่ง/ใบมะกรูดซอย เอาไว้โรยหน้า วิธีทำ ตั้งกระทะโดยไม่ต้องใส่น้ำมันจากนั้นนำพริก กระเทียม หอมแดง และมะเขือเทศที่หั่นชิ้นแล้วลงไปคั่วพร้อมกัน คั่วจนผิวเริ่มเกรียม มีกลิ่นหอม และเนื้อมะเขือเทศสุกนุ่ม ตักวัตถุดิบทั้งหมดที่คั่วเสร็จแล้วใส่ครก โขลกพอหยาบ ไม่จำเป็นต้องละเอียดจนเป็นเนื้อเนียน เพื่อให้ยังได้เนื้อสัมผัสของพริกและหอมแดงเวลารับประทาน เติมน้ำปลาร้าต้มสุกและผงชูรสตามชอบลงในครก ใช้สากคนและบดเบาๆ เพื่อให้เนื้อมะเขือเทศคั่วละลายเข้ากันดีกับน้ำปลาร้า ชิมรสชาติให้ได้ความเค็มกลมกล่อมตามต้องการ จากนั้นบีบมะนาวเพิ่มเล็กน้อยเพื่อตัดรสให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น ตักใส่ถ้วย แล้วโรยหน้าด้วยผักชีฝรั่งซอย พร้อมจัดเสิร์ฟ เคล็ดลับ : หากไม่สะดวกคั่วในกระทะ สามารถนำพริก หอมแดง และกระเทียม ใส่หม้อทอดไร้น้ำมัน (Air Fryer) โดยใช้ไฟ 180C เป็นเวลาประมาณ 8-10 นาที แทนได้เช่นกัน ปลาร้าสับ ปลาร้าสับผัดร้อนๆ รสกลมกล่อมนัวลึก หอมสมุนไพรคั่ว เนื้อสัมผัสหยาบเคี้ยวเพลิน ส่วนผสม เนื้อปลาร้าสับ 1 ถ้วยเล็ก พริกขี้หนู + พริกจินดาแดง1 กำมือ กระเทียมจีน 5 กลีบใหญ่ หอมแดง 5-6 หัว มะเขือเทศสุก 1 ลูกใหญ่ ผงชูรส1 ช้อนชา มะนาว1 ซีก ต้นหอม/ผักชีฝรั่งซอย ไว้โรยหน้า วิธีทำ นำพริก หอมแดง และกระเทียมลงไปคั่วในกระทะจนมีกลิ่นหอมและผิวเริ่มเกรียม จากนั้นตักพักไว้ หากต้องการประหยัดเวลา สามารถนำวัตถุดิบทั้งหมดใส่เครื่องปั่น แล้วกดปั่นหยาบๆ เพียง 2-3 ครั้ง โดยไม่ต้องปั่นจนละเอียดเกินไป ตั้งกระทะใบเดิม เติมน้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย นำพริก หอมแดง และกระเทียมที่ปั่นหยาบไว้ลงไปผัด ตามด้วยเนื้อปลาร้าสับ ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากันโดยใช้ไฟอ่อนเพื่อให้ส่งกลิ่นหอมอย่างเต็มที่ แนะนำให้ชิมรสชาติก่อนปรุง เนื่องจากปลาร้ามีความเค็มในตัวอยู่แล้ว จากนั้นตัดรสด้วยน้ำตาลปี๊บเล็กน้อย เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมนุ่มลึกยิ่งขึ้น หากชอบรสเปรี้ยว สามารถบีบมะนาวเพิ่มหลังจากปิดเตาเรียบร้อยแล้ว ตักใส่ถ้วย แล้วโรยหน้าด้วยผักชีเล็กน้อยเพื่อความสวยงามน่ารับประทาน เคล็ดลับ : หากไม่สะดวกคั่วและปั่นส่วนผสมเอง สามารถเลือกใช้พริกแกงตาแดง หรือพริกแกงเผ็ดจากตลาดประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ นำมาผัดกับเนื้อปลาร้าสับแทนได้เลยให้รสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม และประหยัดเวลาไปได้มาก แจ่วบองพริกสด แจ่วบองพริกสด รสแซ่บจัดจ้าน หอมกลิ่นควันสมุนไพร นัวปลาร้า เนื้อสัมผัสหยาบเคี้ยวอร่อย ส่วนผสม พริกแดงจินดา + พริกขี้หนูสวน 1 กำมือใหญ่ๆ กระเทียม 1 หัว หอมแดง 4-5 หัว น้ำปลาร้าต้มสุก 3-4 ช้อนโต๊ะ ผงชูรส ตามชอบ น้ำมะนาว 1 ซีกเล็กๆ วิธีทำ นำพริก หอมแดง และกระเทียมลงไปคั่วในกระทะโดยไม่ต้องใส่น้ำมัน คั่วจนผิวของหอมแดงและพริกเริ่มมีรอยเกรียมเล็กน้อย เพื่อให้ได้กลิ่นหอมรมควันแบบดั้งเดิม ตักพริก หอมแดง และกระเทียมที่คั่วเสร็จแล้วใส่ครก โขลกเพียงพอหยาบเท่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องให้ละเอียดจนเนียน เพื่อให้ยังคงเห็นชิ้นส่วนของพริกและหอมแดง ซึ่งจะช่วยเพิ่มอรรถรสและเนื้อสัมผัสเวลารับประทาน เติมน้ำปลาร้าต้มสุกและผงชูรสตามลงไปในครก จากนั้นใช้สากคนและบดเบาๆ เพื่อให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้าเนื้อเป็นเนื้อเดียวกัน บีบมะนาวลงไปเล็กน้อยเพื่อช่วยชูรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น จากนั้นตักใส่ถ้วยพร้อมจัดเสิร์ฟได้ทันที เคล็ดลับ : หากต้องการประหยัดเวลาในการล้างครก สามารถนำพริก หอมแดง และกระเทียมที่คั่วแล้วใส่ในถุงพลาสติกเนื้อหนา จากนั้นใช้สากหรือก้นขวดแก้วทุบและบดเบาๆ ในถุงแทนได้เสร็จแล้วเทใส่ถ้วย เติมน้ำปลาร้าแล้วคนให้เข้ากัน เป็นวิธีที่สะดวกและทำความสะอาดง่าย แจ่วบองสมุนไพร แจ่วบองสมุนไพร หอมกลิ่นข่าตะไคร้ใบมะกรูด รสแซ่บจัดจ้าน นัวกลมกล่อมลงตัว ส่วนผสม เนื้อปลาร้าสับสำเร็จรูป 1 ถ้วยตวง ข่าแก่ 4-5 แว่น ตะไคร้ ซอย 2 ต้น ใบมะกรูด ฉีก 4-5 ใบ หอมแดง + กระเทียม อย่างละ 1 กำมือ พริกป่น 2-3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ + น้ำมะขามเปียก เล็กน้อยไว้ตัดรส ใบมะกรูดซอยฝอย ไว้โรยหน้า วิธีทำ นำพริก หอมแดง และกระเทียมลงไปคั่วในกระทะโดยไม่ต้องใส่น้ำมัน คั่วจนผิวของหอมแดงและพริกเริ่มมีรอยเกรียมเล็กน้อย เพื่อให้ได้กลิ่นหอมรมควันแบบดั้งเดิม ตักพริก หอมแดง และกระเทียมที่คั่วเสร็จแล้วใส่ครก โขลกเพียงพอหยาบเท่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องให้ละเอียดจนเนียน เพื่อให้ยังคงเห็นชิ้นส่วนของพริกและหอมแดง ซึ่งจะช่วยเพิ่มอรรถรสและเนื้อสัมผัสเวลารับประทาน เติมน้ำปลาร้าต้มสุกและผงชูรสตามลงไปในครก จากนั้นใช้สากคนและบดเบาๆ เพื่อให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้าเนื้อเป็นเนื้อเดียวกัน บีบมะนาวลงไปเล็กน้อยเพื่อช่วยชูรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น จากนั้นตักใส่ถ้วยพร้อมจัดเสิร์ฟได้ทันที เคล็ดลับ : หากต้องการประหยัดเวลาในการล้างครกสามารถนำพริก หอมแดง และกระเทียมที่คั่วแล้วใส่ในถุงพลาสติกเนื้อหนา จากนั้นใช้สากหรือก้นขวดแก้วทุบและบดเบาๆ ในถุงแทนได้เสร็จแล้วเทใส่ถ้วย เติมน้ำปลาร้าแล้วคนให้เข้ากัน เป็นวิธีที่สะดวกและทำความสะอาดง่ายมาก น้ำพริกปลาร้าใส่เนื้อปลาทู น้ำพริกปลาร้าเนื้อปลาทูฟูเนียน รสกลมกล่อมนัวขลุกขลิก หอมสมุนไพรคั่ว แซ่บแซมเปรี้ยวลงตัว ส่วนผสม เนื้อปลาทูนึ่ง หรือ ปลานิลย่าง 1 ตัว น้ำปลาร้าต้มสุก 4-5 ช้อนโต๊ะ พริกสด (แดง+เขียว) หรือพริกหนุ่ม 1 กำมือ หอมแดง 5-6 หัว กระเทียม 7-8 กลีบ ผงชูรส ตามชอบ น้ำมะนาว 1 ซีก วิธีทำ นำพริกหอมแดง และกระเทียมลงไปคั่วในกระทะแห้งโดยไม่ต้องใส่น้ำมัน คั่วจนผิวเริ่มเกรียมเล็กน้อยและส่งกลิ่นหอมชวนรับประทาน ตักพริก หอมแดง และกระเทียมที่คั่วเสร็จแล้วใส่ครก จากนั้นโขลกให้ละเอียด เนื่องจากเมนูนี้ตัวเนื้อน้ำพริกที่ละเอียดจะช่วยให้รสชาติกลมกล่อมเข้าเนื้อได้ดียิ่งขึ้น แกะเนื้อปลาทูหรือปลานิลย่างใส่ลงไปในครก แกะก้างออกให้หมดจากนั้นโขลกเนื้อปลารวมกับพริกแกงให้เข้ากัน จนเนื้อปลาขึ้นฟูและเนียนเป็นเนื้อเดียวกับพริกแกง เทน้ำปลาร้าต้มสุกอุ่นๆ ลงไปในครกให้พอขลุกขลิก เติมผงชูรสเล็กน้อยแล้วใช้สากคนและบดเบาๆ ให้ส่วนผสมเข้ากันจนได้ความข้นกำลังดี จากนั้นบีบมะนาวเพิ่มอีกประมาณ 1 ซีก เพื่อตัดรสชาติ แล้วตักใส่ถ้วยพร้อมจัดเสิร์ฟ เคล็ดลับ : หากต้องการความสะดวกรวดเร็วและไม่อยากเสียเวลาต้มผักหลายชนิด สามารถเลือกซื้อผักลวกสำเร็จรูปจากร้านขายผักจิ้มหรือร้านข้าวนึ่งมาทานคู่กันได้ แจ่วบองสมุนไพรดิบ แจ่วบองสมุนไพรดิบ หอมกลิ่นข่าตะไคร้ใบมะกรูดสดๆ เนื้อเหนียวข้น แซ่บนัวเปรี้ยวกลมกล่อมเด่นชัด ส่วนผสม เนื้อปลาร้าสับ 1 ถ้วยเล็ก พริกป่น 2-3 ช้อนโต๊ะ ข่าแก่ + ตะไคร้ อย่างละ 1 กำมือเล็กๆ หอมแดง + กระเทียม อย่างละ 1 กำมือ ใบมะกรูด 4-5 ใบ น้ำมะขามเปียก 1-2 ช้อนโต๊ะ ผงชูรส ตามชอบ วิธีทำ นำข่า ตะไคร้ หอมแดง และกระเทียมที่เตรียมไว้ ใส่ลงในเครื่องปั่นหรือเครื่องบดสับ จากนั้นเปิดเครื่องปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้ละเอียดเข้ากันในรวดเดียว ซึ่งวิธีนี้จะช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มความสะดวกในการเตรียมวัตถุดิบได้มาก ตักสมุนไพรที่บดละเอียดแล้วเทใส่ชามผสม จากนั้นใส่เนื้อปลาร้าสับ พริกป่น และใบมะกรูดซอยตามลงไป เติมน้ำมะขามเปียกและผงชูรสเล็กน้อย จากนั้นใช้ช้อนหรือทัพพีคนและบดบี้ส่วนผสมทุกอย่างให้เข้าเนื้อ จนกระทั่งน้ำพริกเนียนเป็นเนื้อเดียวกันและมีความเหนียวข้น ชิมรสชาติตามชอบพร้อมจัดเสิร์ฟได้ทันที เคล็ดลับ : แจ่วบองสูตรนี้หากรับประทานแบบสดจะให้กลิ่นหอมของสมุนไพรเด่นชัดที่สุด แต่หากต้องการยืดอายุการเก็บรักษาให้ยาวนานขึ้น หลังจากคลุกเคล้าส่วนผสมเสร็จแล้วสามารถตักใส่ภาชนะที่ทนความร้อน แล้วนำเข้าไมโครเวฟที่ไฟแรงสุด (800W) เป็นเวลาประมาณ 1-2 นาที เพื่อให้เดือดและสุกทั่วถึง วิธีนี้จะช่วยให้เก็บได้นานแล้วสามารถรับประทานได้อย่างสบายใจ บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว
อ่าน

แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว

แจกสูตรอาหารฟรี วันหยุดนี้หลายๆ บ้านอาจจะหลีกเลี่ยงการออกต่างจังหวัดเพราะเบื่อกับการที่ต้องไปรถติดระหว่างทาง แล้วหันมาทำกับข้าวมื้อพิเศษทานกันเองในครอบครัว วันนี้เราเลยจะมาแจกสูตรอาหารไอเดียทำเมนูอร่อย กับ 45 สูตรอาหารเย็น สูตรอาหารง่ายๆ สูตรกับข้าวอร่อย เมนูอาหารไทยที่ทั้งอร่อย และทำง่าย ด้วยวัตถุดิบที่หาได้ไม่ยาก ทั้งในซูเปอร์มาร์เก็ต และตามท้องตลาด รับรองว่าอร่อยถูกใจสมาชิกทั้งครอบครัวแน่นอน ถ้าอยากรู้แล้วว่ามีเมนูอะไรบ้าง ก็ตามเรามาดูกันเลยค่ะ แจกสูตรอาหารฟรี เมนูอาหารเย็น 1. สูตรทำ กุ้งคั่วพริกเกลือ ส่วนผสม กุ้งคั่วพริกเกลือ กุ้งต้ม ตราซีพีแปซิฟิก 400 กรัม กระเทียม 100 กรัม พริกจินดาแดง 50 กรัม (เพิ่ม-ลด ได้ตามชอบ) ต้นหอม 10 กรัม เกลือ 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา น้ำมันรำข้าว (สำหรับคั่วกุ้ง) วิธีทำ กุ้งคั่วพริกเกลือ 1. กุ้งต้ม ตราซีพีแปซิฟิก มาทอดในน้ำมันจนได้สีเหลืองทอง2. เทน้ำมันส่วนเกินออก เหลือไว้เล็กน้อย แล้วนำกระเทียมสับลงมาเจียว3. พอกระเทียมเริ่มหอมใส่พริกจินดาแดงลงไปคั่วต่ออีกสักพัก4. ใส่กุ้งต้ม ตราซีพีแปซิฟิก ที่ทอดเตรียมไว้ลงไปคั่วพร้อมกัน ปรุงรสด้วยเกลือและน้ำตาลทราย5. โรยต้นหอมแล้วผัดต่ออีกสักพัก พร้อมเสิร์ฟ กุ้งต้ม ตราซีพีแปซิฟิก สามารถหาซื้อได้ที่ Lotus's ทุกสาขา คลิกเลย 2. สูตรทำ กะเพราหมูสับ ดูสูตรเต็มๆ ที่ : แจกสูตร ผัดกะเพราหมูสับ สูตรร้านตามสั่ง หอมฟุ้ง อร่อยเด็ดสะใจ! ส่วนผสม ผัดกะเพราหมูสับ เนื้อหมู 400 กรัม ใบกะเพรา 50 กรัม กระเทียม 2 หัว พริกแดงจินดา 12 เม็ด พริกแห้งแดงจินดา 6 เม็ด น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรสฝาเขียว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ ซอสหอย 3 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วดำหวาน 1/2 ช้อนโต๊ะ (ไม่ชอบกลิ่นตัดออกได้) น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ สำหรับใครที่กำลังหาซื้อวัตถุดิบอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ของกินของใช้ ก็สามารถหาซื้อได้ง่ายๆ ที่โลตัส Lotus'sรับรองว่าหาของได้ครบครับ จบในที่เดียว พิเศษสำหรับลูกค้าทรู คลิกแลกทรูพอยท์ รับคูปองส่วนลด โลตัส Lotus's ได้ที่นี่ 3. สูตรทำ ชิคเก้นริงสไปซี่ ส่วนผสม ชิคเก้นริงสไปซี่ ชิคเก้นริง ตราซีพี 400 กรัม ผงปรุงรสฮอต สไปซี่ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันปาล์ม สำหรับทอด ซอสมะเขือเทศ (สำหรับจิ้ม) มายองเนส (สำหรับจิ้ม) วิธีทำ ชิคเก้นริงสไปซี่ 1. นำ ชิคเก้นริง ตราซีพี ออกจากช่องแข็งโดยไม่ต้องรอละลาย2. ทอดในน้ำมันร้อนปานกลาง อุณหภูมิ 170-175 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 3-4 นาที จนสุกทั่วทั้งชิ้น2.1 สามารถนำ ชิคเก้นริง ตราซีพี เข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน โดยตั้งอุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 8-10 นาที จนสุกทั่วทั้งชิ้น3. นำชิคเก้นริง ตราซีพี มาใส่ชามผสม โรยผงปรุงรสฮอต สไปซี่ แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน4. จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟ ชิคเก้นริง ตราซีพี สามารถหาซื้อได้ที่ Lotus's ทุกสาขา คลิกเลย 4. ห่อหมกปลาช่อน ห่อหมกปลากราย ดูสูตรเต็มๆ ที่ : สูตร ห่อหมกปลาช่อน ห่อหมกปลากราย เนื้อนุ่มเด้ง จัดจ้านรสเครื่องแกงเต็มคำ! ส่วนผสม (ตัวห่อหมก) เนื้อปลาช่อน 500 กรัม เนื้อปลากรายขูด 500 กรัม ไข่ไก่ 1 ฟอง พริกแกงเผ็ด 150 กรัม กะทิถุงพาสเจอร์ไรส์ 800 กรัม น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ ใบยอ 50 กรัม ใบโหระพา 10 กรัม ใบมะกรูด 2 กรัม พริกชี้ฟ้าแดง 20 กรัม ส่วนผสม (กะทิราดหน้า) กะทิถุงพาสเจอร์ไรส์ 200 กรัม แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนชา 5. ต้มยำทะเลน้ำข้น ดูสูตรเต็มๆ ที่ : สูตรทำ ต้มยำทะเล รสจัดจ้าน พร้อมเคล็ดลับน้ำซุปหอมมันเข้มข้น แบบไม่ใส่นม ส่วนผสม ต้มยำทะเลน้ำข้น กุ้ง 200 กรัม ปลาหมึก 200 กรัม หอยลาย 300 กรัม เห็ดฟาง 400 กรัม ข่า 40 กรัม ตะไคร้ 40 กรัม หอมแดง 40 กรัม ผักชีไทย 10 กรัม ผักชีฝรั่ง 10 กรัม ใบมะกรูด 5 กรัม รากผักชี 2 กรัม พริกแดงจินดา, พริกขี้หนูสวน 30 กรัม น้ำ 1,000 มิลลิลิตร (ml.) หัวกะทิ 200 มิลลิลิตร (ml.) เกลือ 1 ช้อนชา น้ำปลา 6 ช้อนโต๊ะ น้ำพริกเผา 2 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพริกเผา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 6 ช้อนโต๊ะ 6. สูตรทำ ยำมะเขือย่าง ไข่ยางมะตูม ส่วนผสม ยำมะเขือย่าง ไข่ต้มยางมะตูม มะเขือยาว 3 ลูก กุ้งสด 10 ตัว ซีพี ไข่ต้มยางมะตูม 2 ฟอง หอมแดง 4 หัว กระเทียม 5 กลีบใหญ่ พริกขี้หนู 10 เม็ด ใบสะระแหน่ ตามชอบ น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา วิธีทำ ยำมะเขือย่าง ไข่ต้มยางมะตูม 1. นำมะเขือยาวมาหั่นขั้วแล้วตัดเป็น 2 ท่อน นำไปย่างจนเปลือกเกรียม จากนั้นนำมาพักไว้ให้พอหายร้อน (ระหว่างนี้จะมีน้ำออกมาจากมะเขือย่างให้เทน้ำออกไป) แล้วลอกเปลือกออก หั่นครึ่งอีกครั้งแล้วใส่จาน2. แกะเปลือกกุ้งผ่าครึ่งลวกพอสุก3. นำ ซีพี ไข่ต้มยางมะตูม มาปอกเปลือก แล้วผ่าแบ่งเป็น 4 ส่วน4. ทำน้ำยำโดยนำหอมแดงกับกระเทียมซอยให้ละเอียดปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาว และน้ำตาลทราย5. นำซีพี ไข่ต้มยางมะตูม กับกุ้งลวกวางบนมะเขือย่างแล้วราดด้วยน้ำยำที่ทำไว้ในข้อ 3 โรยด้วยใบสะระแหน่ พร้อมเสิร์ฟ ซีพี ไข่ต้มยางมะตูม สามารถหาซื้อได้ที่ Lotus's ทุกสาขา คลิกเลย 7. กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา ดูสูตรเต็มๆ ที่ :สูตรกะหล่ำปลีผัดน้ำปลา เมนูเพื่อนแท้ยามสิ้นเดือน ส่วนผสมกะหล่ำปลีผัดน้ำปลา กะหล่ำปลี 2 ขีด กระเทียม 15 กลีบ น้ำปลา, น้ำมันหอย อย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช ปริมาณสำหรับทอดกระเทียมเจียวพอท่วม เกลือป่น 1 ช้อนชา แป้งทอดกรอบ 1 ช้อนโต๊ะ 8. สูตรทำ หมูทอดน้ำปลา ส่วนผสม หมูทอดน้ำปลา หมูนุ่มปรุงรสพร้อมปรุง ตรา ซูเปอร์เชฟ 500 กรัม น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา แป้งทอดกรอบ 3 ช้อนโต๊ะ น้ำมันปาล์ม (สำหรับทอด) น้ำจิ้มแจ่ว วิธีทำ หมูทอดน้ำปลา 1. นำหมูนุ่มปรุงรสพร้อมปรุง ตรา ซูเปอร์เชฟ มาหมักด้วยน้ำปลา และน้ำตาลทราย2. นำแป้งทอดกรอบมาขยำให้เข้ากับเนื้อหมู แล้วพักไว้ 20 นาที ในตู้เย็น3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน แล้วนำหมูลงไปทอดด้วยไฟปานกลาง4. พอหมูเริ่มเซ็ตตัว ให้ใช้ตะหลิวคอยคนให้เนื้อหมูไม่ติดกัน5. ทอดจนหมูสุกดี และมีสีเหลืองทอง พร้อมเสิร์ฟ หมูนุ่มปรุงรสพร้อมปรุง ตรา ซูเปอร์เชฟ สามารถหาซื้อได้ที่ Lotus's ทุกสาขา คลิกเลย 9. ต้มซุปเปอร์ตีนไก่ ดูสูตรเต็มๆ ที่ :แจกสูตร ต้มซุปเปอร์ตีนไก่ ตุ๋นยาจีน จี๊ดจ๊าด ซดคล่องคอ ส่วนผสมต้มซุปเปอร์ตีนไก่ ตุ๋นยาจีน ตีนไก่ 1 กิโลกรัม ชุดเครื่องตุ๋นจีน (เก๋ากี้ ฮ่วยซัว ปัคคี้ เง็กเต็ก) ในตลาดจะมีจัดชุดสำเร็จเลยค่ะ 1 ชุด รากผักชี 5 ราก พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ กระเทียม 5 กลีบ เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต๊ะ ผักชีฝรั่ง (ผักชีใบเลื่อย) ผักชีไทย พริกขี้หนู มะนาว น้ำปลา 10. สูตรทำ ยำตะไคร้กุ้งต้ม ส่วนผสม ยำตะไคร้กุ้งต้ม กุ้งต้ม ตราซีพีแปซิฟิก 400 กรัม ตะไคร้ซอย 30 กรัม หอมแดง 50 กรัม พริกจินดาแดง 5 เม็ด พริกขี้หนู 2 เม็ด น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1+1/2 ช้อนโต๊ะ ใบสะระแหน่ ใบมะกรูดซอย วิธีทำ ยำตะไคร้กุ้งต้ม 1. นำ กุ้งต้ม ตราซีพีแปซิฟิก มาปอกเปลือก แล้วนำไปลวกในน้ำร้อนประมาณ 5 วินาที2. นำตะไคร้มาซอยบางๆ เตรียมไว้ (ใช้ตะไคร้อ่อนๆ และใช้ส่วนสีขาวเท่านั้น)3. ซอยพริก หอมแดง และใบมะกรูดเตรียมไว้4. ทำน้ำยำ โดยใส่น้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ แล้วคนให้ส่วนผสมเข้ากัน5. นำกุ้งต้ม ตราซีพีแปซิฟิก มาคลุกเคล้ากับน้ำยำ ใส่ตะไคร้ พริก หอมแดง แล้วคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน6. โรยหน้าด้วยใบสะระแหน่ และใบมะกรูด พร้อมเสิร์ฟ กุ้งต้ม ตราซีพีแปซิฟิก สามารถหาซื้อได้ที่ Lotus's ทุกสาขา คลิกเลย 11. ยำแซ่บ ยำรวมมิตร น้ำยำปลาร้า ดูสูตรเต็มๆ ที่ : สูตรทำน้ำยำ น้ำตาลเคี่ยว วิธีทำยำ แบบแซ่บๆ อร่อยนัว คอนเฟิร์ม! ส่วนผสมน้ำตาลเคี่ยว น้ำตาลมะพร้าวอย่างดี 500 กรัม น้ำปลา 45 กรัม (1 ทัพพี) น้ำมะนาว 45 กรัม (1 ทัพพี) น้ำเปล่า 135 กรัม (3 ทัพพี) เกลือป่น 1/2 ช้อนชา ส่วนผสม ยำรสเด็ด (1 ถาด) น้ำตาลเคี่ยว 2 ทัพพี น้ำปลา 1 ทัพพี น้ำปลาร้า 1/2 ทัพพี น้ำมะนาว 2 ลูก ผงชูรส 1/2 ช้อนชา ปูม้าสด 2 ตัว กุ้งแชบ๊วย 1 ขีด ไส้กรอก 4-5 อัน หมูยอ 1/2 แท่ง ไข่แดงเค็ม 4-5 ลูก พริกขี้หนูสวนแดงเขียวบดหยาบ 2-3 ช้อนโต๊ะ หอมแดงแขก 2-3 หัว ผักชีฝรั่งซอย 3-4 ใบ มะนาวฝาน 3-4 ชิ้น 12. กุ้งอบวุ้นเส้น ดูสูตรเต็มๆ ที่ :สูตรทำ กุ้งอบวุ้นเส้น ด้วยกระทะ ทำง่าย อร่อยกล่มกล่อม ไม่มีล้มโต๊ะ ส่วนผสม กุ้งอบวุ้นเส้น(สำหรับ 4-6 คน) กุ้งก้ามกราม 1 กิโลกรัม หมูสามชั้น 150 กรัม วุ้นเส้น 200 กรัม ต้นหอม 3 ต้น ขึ้นช่าย 3 ต้น ขิงแก่ 1 แง่ง กระเทียม 1 หัว รากผักชี 4 ราก ชวงเจีย (พริกหอม) 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่น 1 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร ซอสหอยนางรม 4 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วขาว 2+1/2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วดำ(หวาน) 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 1+1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ เหล้าจีน 2 ช้อนโต๊ะ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ตามชอบ) 13. หอยลายผัดน้ำพริกเผา ดูสูตรเต็มๆ ที่ :สูตรทำ หอยลายผัดน้ำพริกเผา อร่อยจัดจ้าน หมดจานไม่รู้ตัว ส่วนผสม หอยลายผัดพริกเผา หอยลาย 1 กิโลกรัม กระเทียมสับหยาบ 1/2 ช้อนโต๊ะ พริกเผา (เลือกยี่ห้อตามชอบ) 3 ช้อนโต๊ะ น้้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ(ถ้าน้ำพริกเผาหวานแล้วไม่ต้องใส่น้ำตาลก็ได้) ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันหอย 2 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย พริกขี้หนู ใบโหระพา 14. บูเดชิเก Budae Jjigae หม้อไฟเกาหลี ดูสูตรเต็มๆ ที่ :สูตรทำ บูเดชิเก Budae Jjigae หม้อไฟเกาหลี เมนูนี้อปป้าปลื้ม ส่วนผสม บูเดชิเก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลี (มาม่าเกาหลี) ใช้ของไทยได้ แต่เส้นของไทยจะนิ่มไวกว่า โคชูจัง ไข่ไก่ (ไข่ดิบหรือไข่ต้มก็ได้) ต้นหอมญี่ปุ่นซอย / หอมหัวใหญ่ แครอท เห็ด ผักกาดขาว กะหล่ำปลี เห็ดเข็มทอง เต้าหู้อ่อน ไส้กรอก / แฮม / เบคอน / ลูกชิ้น / ปูอัด / เนื้อปลาแผ่น (เลือกได้ตามชอบ) ชีสแผ่น / มอสซาเรลล่าชีส (ไม่ใส่ก็ได้) น้ำเปล่า / น้ำสต็อก น้ำมันงา * สามารถเลือกใส่ผักและเนื้อสัตว์ ได้ตามใจชอบเลยจ้า 15. ถั่วแขกผัดพริกเกลือ ดูสูตรเต็มๆ ที่ :แจกสูตร ถั่วแขกผัดพริกเกลือ เมนูโต๊ะจีน อร่อยทำง่าย ลองกินแล้วจะติดใจ ส่วนผสม ถั่วแขกผัดพริกเกลือ ถั่วแขก 2 ขีด สันในไก่ 3 ชิ้น กระเทียม 10 กลีบ พริกแดง 7 เม็ด เกลือสีชมพู ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย ช้อนโต๊ะ แป้งทอดกรอบ น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 16. หมูสามชั้นทอดกรอบคั่วน้ำปลาหวาน ดูสูตรเต็มๆ ที่ : สูตรเด็ด! หมูสามชั้นทอดกรอบคั่วน้ำปลาหวาน กรอบกรุบ อร่อย กินเล่นเพลินมาก ส่วนผสม หมูสามชั้นทอดกรอบคั่วน้ำปลาหวาน หมูสามชั้น 1 กิโลกรัม แป้งทอดกรอบ 2-3 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 2-3 ช้อนโต๊ะ น้ำมันสำหรับทอด น้ำตาล 2-3 ช้อนชา น้ำปลา 2-3 ช้อนชา พริกไทย 1/2 ช้อนชา ผงปรุงรส 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า (ใส่ซอส) 2 ช้อนโต๊ะ 17. ปูผัดผงกะหรี่ แบบง่ายๆ ดูสูตรเต็มๆ ที่ : สูตรทำ ปูผัดผงกะหรี่ แบบง่ายๆ เมนูครอบครัว อร่อยได้ที่บ้าน ส่วนผสม ปูผัดผงกะหรี่ ปูม้าสด 500 กรัม น้ำพริกเผา 3 ช้อนโต๊ะ ผงกะหรี่ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันหอย 2 ช้อนชา เหล้าจีน 2 ช้อนชา ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา น้ำปลา 2 ช้อนชา กระเทียมสับหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ พริกสด 15 เม็ด พริกไทยป่น 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ นมข้นจืด 1 ถ้วย น้ำ 1/2 ถ้วย หอมหัวใหญ่ 1 ถ้วย ขึ้นช่าย 1 ถ้วย ต้นหอม 1/ 2 ถ้วย ไข่ไก่ 2 ฟอง 18. แกงจืดไข่น้ำสไตล์ญี่ปุ่น ดูสูตรเต็มๆ ที่ : แจกสูตรทำ ไข่น้ำสไตล์ญี่ปุ่น เมนูรับลมหนาว เมนูไข่ทำง่าย ซดคล่องคอ ส่วนผสม ต้มจืดไข่น้ำ สไตล์ญี่ปุ่น ไข่ไก่ 3 ฟอง สาหร่ายวากาเมะ 20 กรัม เต้าหู้อ่อน 100 กรัม ต้นหอมญี่ปุ่น 30 กรัม น้ำ 1,200 มิลลิลิตร คิคโคแมน โยเซนาเบะซุป 5 ช้อนโต๊ะ 19. พะแนงไก่ ดูสูตรเต็มๆ ที่ : สูตรทำ พะแนงไก่ แบบง่ายๆ อาหารไทยเมนูโปรด ลิซ่า BLACKPINK ส่วนผสม พะแนงไก่ เนื้อไก่ 400 กรัม (ส่วนอก, สะโพก หรือน่องก็ได้) พริกแกง 150 กรัม กะทิ 500 มล. มะเขือพวง 100 กรัม พริกชี้ฟ้าซอย 3 เม็ด ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ ใบมะกรูดซอย 4 ใบ น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะครึ่ง น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ 20. ก๋วยเตี๋ยวปลา ดูสูตรเต็มๆ ที่ : สูตรก๋วยเตี๋ยวปลา น้ำซุปใส สีเหลืองทอง หอม กลมกล่อม อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม ส่วนผสม น้ำซุปก๋วยเตี๋ยว (หม้อขนาด 10 ลิตร ทำได้ 20-30 ชาม) น้ำ 7 ลิตร กระดูกเล้ง 1,000 กรัม หัวไชเท้า 300 กรัม กระเทียม 60 กรัม พริกไทย 5 กรัม รากผักชี 25 กรัม น้ำตาลกรวด 50 กรัม เกลือ 40 กรัม ซีอิ๊วขาว 50 ml. ส่วนผสม ปรุงน้ำต้มยำ, น้ำใส บะหมี่ เส้นเล็ก ถั่วงอก ผักกาดหอม น้ำพริกเผา 2/3 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพริกเผา 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1/3 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ นมข้นจืด 5 ช้อนโต๊ะ น้ำซุป 150-200 ml. ผักชีฝรั่ง ตังฉ่าย ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด กระเทียมเจียว พริกไทย ต้นหอม ขึ้นฉ่าย ลูกชิ้นปลา เนื้อปลากะพงขาว 21. ขาหมูพะโล้โบราณ ดูสูตรเต็มๆ ที่ : แจกสูตร ขาหมูพะโล้โบราณ วิธีตุ๋นขาหมูให้เปื่อยนุ่ม แต่ไม่เละ พร้อมสูตรน้ำจิ้มแซ่บ ส่วนผสม ขาหมูพะโล้โบราณ ขาหมู 2 กิโลกรัม ไข่เป็ด 10 ฟอง ผักกาดดอง(เปรี้ยว) 200 กรัม รากผักชี 20 กรัม กระเทียม 40 กรัม พริกไทย 1 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 2,000 กรัม ซอสถั่วเหลือง คิคโคแมน (โชยุญี่ปุ่น) 15 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 8 ช้อนโต๊ะ 22. แกงเผ็ดเนื้อใส่มะเขือ ดูสูตรเต็มๆ ที่ : วิธีทำแกงเผ็ดเนื้อใส่มะเขือ เข้มข้นหอมอร่อย ทำง่ายอร่อยได้ทั้งบ้าน ส่วนผสม แกงเผ็ดเนื้อใส่มะเขือ เนื้อวัว หั่นสไลซ์เป็นแผ่นบางๆ 500 กรัม มะเขือเปราะ 300 กรัม มะเขือพวง 50 กรัม ใบโหระพา 20 กรัม ใบมะกรูด 3 กรัม พริกชี้ฟ้าแดง 20 กรัม พริกแกงเผ็ด 2 1/2 ช้อนโต๊ะ หัวกะทิ 500 กรัม น้ำเปล่า 400 กรัม น้ำตาลปี๊บ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 5 ช้อนโต๊ะ 23. สเต๊กหมูพริกไทยดำ ซอสเกรวี่ ดูสูตรเต็มๆ ที่ : วิธีทำ สเต๊กหมูพริกไทยดำ ซอสเกรวี่ ฉบับจัดเต็ม ทำได้ที่บ้าน ทำขายสร้างอาชีพ! ส่วนผสม สเต็กหมูพริกไทยดำ สันคอหมู 700 กรัม เกลือ 1/2 ช้อนชา นมข้นจืด 5 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะกอก 1 1/2 ช้อนโต๊ะ พริกไทยดำ 1 ช้อนชา สับปะรด ส่วนผสม ซอสเกรวี่พริกไทยดำ น้ำสต๊อก 150 มิลลิลิตร น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วญี่ปุ่น 1 ช้อนโต๊ะ ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทยดำ 1/2 ช้อนชา แป้งสาลี 1 ช้อนโต๊ะ น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ 24. สเต๊กไก่สไปซี่ ดูสูตรเต็มๆ ที่ : สอนทำ สเต๊กไก่สไปซี่ สเต๊กไก่เผ็ด สูตรทำง่าย อร่อยเด็ดไม่แพ้ร้านดัง! ส่วนผสม สเต๊กไก่สไปซี่ สะโพกไก่เลาะกระดูก 4 ชิ้น ผงสไปซี่ 1 ช้อนตวง (ยี่ห้อดูในคลิป) ซอสพริก 2 ช้อนตวง ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนตวง ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา เกลือสมุทร 1/2 ช้อนชา พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา เฟรนซ์ฟรายส์ ผักสลัด ขนมปังปิ้ง 25. สเต๊กปลาทอด น้ำสลัดครีมแอปเปิ้ล ดูสูตรเต็มๆ ที่ : วิธีทำ สเต๊กปลาทอด พร้อมสูตร น้ำสลัดครีมแอปเปิ้ล ทำขายได้เลย ส่วนผสม สเต๊กปลาดอลลี่ เนื้อปลาดอลลี่ 500 กรัม แป้งทอดกรอบ เกล็ดขนมปัง ไข่ไก่ เกลือ (หยิบมือ) พริกไทย (หยิบมือ) ส่วนผสม น้ำสลัดครีมแอปเปิ้ล ไข่แดง 2 ฟอง เนื้อแอปเปิ้ล 1 ลูก น้ำผึ้ง 40 กรัม น้ำตาลทราย 40 กรัม น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล 4 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1/2 ช้อนโต๊ะ พริกไทย 1/2 ช้อนชา มัสตาร์ด 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันคาโนร่า 200 กรัม 26. สูตรทำ กุ้งทอดเกลือ ดูสูตรเต็มๆ ที่ : สูตรทำ กุ้งทอดเกลือ เนื้อหวานกรอบเด้ง อร่อยแบบร้านดัง ส่วนผสม กุ้งทอดเกลือ กุ้ง 500 กรัม กระเทียม 20 กรัม เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1/2 ช้อนชา ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา พริกไทย 1/4 ช้อนชา 27. เกี๊ยวน้ำ น้ำซุปกระดูกหมู ดูสูตรเต็มๆ ที่ : สูตรทำ เกี๊ยวน้ำ น้ำซุปกระดูกหมู พร้อมเคล็ดลับน้ำซุปสีทอง ทำง่าย อร่อยได้ทั้งครอบครัว! ส่วนผสม เกี๊ยวน้ำ น้ำเปล่า 4 ลิตร กระดูกเล้ง 500 กรัม กระดูกคาตั๊ง 500 กรัม น้ำตาลกรวด 25 กรัม เกลือป่นหยาบ,เกลือสมุทร 2+1/2 ช้อนตวง พริกไทยเม็ดบุบพอแตก 1 ช้อนตวง รากผักชีบุบ 3-4 ราก กระเทียมไทยบุบ 4-5 กลีบ หัวไชเท้า 2 หัว ปลาหมึกแห้งย่างไฟ 1 ตัว (ตัดออกได้) ซุปคนอร์ 1-2 ก้อน อัตราส่วน ไส้เกี๊ยว กุ้งขาวสับหยาบ 300 กรัม หมูบดติดมัน 250 กรัม กระเทียมไทย 1 ช้อนตวง รากผักชี 2 ราก พริกไทยป่น 1+1/2 ช้อนชา ซอสปรุงรสฝาเขียว 1 ช้อนตวง ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนตวง ซอสหอยนางรม 2 ช้อนตวง น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนตวง น้ำมันงา 1 ช้อนตวง ไข่ไก่ 1 ฟอง ต้นหอมซอย 2 ช้อนตวง ส่วนผสมอื่นๆ ผักกวางตุ้งลวก กระเทียมเจียว พริกไทยป่น 28. เมี่ยงปลาทู ดูสูตรเต็มๆ ที่ : วิธีทำเมี่ยงปลาทู พร้อมน้ำจิ้มถั่วตัด รสเด็ด ครบเครื่อง เมนูทำขายสร้างอาชีพ! ส่วนประกอบ เมี่ยงปลาทู ปลาทูทอด น้ำจิ้มถั่วตัด ถั่วลิสงคั่ว มะนาวหั่นเต๋า ขิงอ่อนหั่นเต๋า พริกขี้หนูซอย หอมแดงหั่นเต๋า กระเทียมจีนซอย ขนมจีน ผักกาดหอม,ผักชี,ใบชะพลู ส่วนผสม น้ำจิ้มถั่วตัด พริกขี้หนูสวนเขียวแดง 40 กรัม กระเทียมไทยปอกเปลือก 100 กรัม รากผักชี 4 ราก กระเทียมดอง 2 หัว น้ำมะนาว 150 กรัม (ใครไม่ชอบเปรี้ยว ลดลงได้) น้ำปลา 80 กรัม น้ำตาลปี๊บ 50 กรัม เกลือป่น 1 ช้อนชา ถัวตัด 180 กรัม (เพิ่มลดได้ตามชอบ) 29. น้ำพริกมะขามหมูสับ ดูสูตรเต็มๆ ที่ : สูตรทำ น้ำพริกมะขามหมูสับ แบบผัดแห้ง อร่อยจัดจ้าน ทำง่ายได้ที่บ้าน ส่วนผสม น้ำพริกมะขามหมูสับ มะขามอ่อน 200 กรัม หมูสับ 100 กรัม พริกขี้หนู 80 กรัม หอมแดง 14-16 หัว กระเทียม 8-10 กลีบ เกลือ 1/2 ช้อนชา กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ ตามชอบ 30. แกงกะหรี่ญี่ปุ่น ดูสูตรเต็มๆ ที่ : สูตรทำแกงกะหรี่ญี่ปุ่น เมนูวันหยุดทำง่าย อร่อยเหมือนกินที่ร้าน 🍛 ส่วนผสมแกงกะหรี่ญี่ปุ่น เนื้อวัว 500 กรัม (เปลี่ยนเป็นเนื้อสัตว์อื่น ๆ ได้ตามชอบ) แกงกะหรี่ญี่ปุ่นก้อน 1 กล่อง แครอท 1 หัว มันฝรั่ง 3 หัว หอมใหญ่ 2 หัว แอปเปิ้ล 2 ลูก สาลี่ 1 ลูก กล้วยหอมสุก ๆ 2 ลูก น้ำสะอาด 2 ลิตร เกลือ พริกไทย ซีอิ๊วญี่ปุ่นผสมปลาแห้ง (ถ้าไม่มีใช้ฮอนดาชิใส่แทน หรือไม่ใส่ ก็ปรุงด้วยซีอิ้วขาวแทนได้) 31. ปีกไก่ทอดหนังกรอบ ดูสูตรเต็มๆ ที่ : สูตร ปีกไก่ทอดหนังกรอบ เทคนิคทอดไก่ให้หนังกรอบ อร่อยได้แบบไม่ผสมแป้ง ส่วนผสม ปีกไก่ทอด ปีกบนไก่เต็ม 1 กิโลกรัม ผงปรุงรส 1 ช้อนชา เกลือ 1 ช้อนชา พริกไทย ใส่ตามชอบ น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ 32. ซุปกิมจิเต้าหู้อ่อน เกาหลี ดูสูตรเต็มๆ ที่ :สูตรทำ ซุปกิมจิเต้าหู้อ่อน เกาหลี สไตล์ทันบัม ตามรอย Itaewon Class ส่วนผสมซุปกิมจิเต้าหู้อ่อน กิมจิ เต้าหู้อ่อน เห็ดเข็มทอง เนื้อหมู / เบคอน ซอสโคชูจัง ต้นหอม โชยุ ไข่ไก่ น้ำเปล่า 33. ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ดูสูตรเต็มๆ ที่ :สูตรทำ ปลาหมึกผัดไข่เค็ม กรุบๆ หนึบๆ อร่อย ฟินเต็มคำ ! 🦑 ส่วนผสม ปลาหมึกผัดกะทิไข่เค็ม กะทิสำเร็จรูปขวด 1 ขวด รากผักชี 3 ช้อนโต๊ะ กระเทียม ถ้วย พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนชา ปลาหมึกลวกสุก 400 กรัม ไข่แดงเค็มบดหยาบ ถ้วย หอมใหญ่ ถ้วย ดอกเกลือ 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา พริกชี้ฟ้าแดง 2 ช้อนโต๊ะ ผักชีโรยหน้า 2 ช้อนโต๊ะ 34. มัสมั่นเนื้อ ดูสูตรเต็มๆ ที่ : สูตรทำ มัสมั่นเนื้อ พร้อมเคล็ดลับเนื้อนุ่มไม่เหนียว อร่อย แกงหอมเข้มข้น ส่วนผสม แกงมัสมั่นเนื้อ ส่วนผสมสำหรับตุ๋นเนื้อ เนื้อวัวสันคอ 1 กิโลกรัม หางกะทิ 1000 มิลลิลิตร เกลือป่น 2 ช้อนชา ส่วนผสมสำหรับแกงมัสมั่น พริกแกงมัสมั่น 200 กรัม ลูกกระวานคั่ว 5 ลูก มันเทศ 500 กรัม หอมใหญ่ 200 กรัม ถั่วลิสงคั่ว 100 กรัม หัวกะทิ 250 มิลลิลิตร หางกะทิ 500 มิลลิลิตร น้ำมะขามเปียก 100 กรัม น้ำตาลมะพร้าว 200 กรัม น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ 35. ผัดถั่วงอกกุยช่ายขาวเต้าหู้หมูสับ ดูสูตรเต็มๆ ที่ : สูตรเด็ด ผัดถั่วงอกกุยช่ายขาวเต้าหู้หมูสับ ส่วนผสม ถั่วงอกกุยช่ายขาวเต้าหู้หมูสับ ถั่วงอก กุยช่ายขาว เต้าหู้ไข่ หรือ เต้าหู้ขาว หมูสับ เต้าเจี้ยว (ไม่ใส่ก็ได้) กระเทียม พริกแดงจินดา ต้นหอม (ไม่ใส่ก็ได้) ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม น้ำตาลทราย น้ำมันพืช 36. หมูทอดกระเทียมพริกสด ดูสูตรเต็มๆ ที่ : สูตรหมูทอดกระเทียมพริกสด กรอบนอกนุ่มใน พร้อมวิธีหมักหมูให้นุ่ม ส่วนผสม หมูทอดกระเทียมพริกสด เนื้อหมูสันคอหั่นเส้น 1 กก. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ ซอสฝาเขียว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา พริกไทยป่น 1 ช้อนชา ผงปรุงรสหมู 1/2 ช้อนโต๊ะ แป้งทอดกรอบ 10 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 200 ml กระเทียมไทยบดหยาบ 100 กรัม พริกขี้หนูสวน 50 กรัม 37. ไข่เจียวปูก้อน ดูสูตรเต็มๆ ที่ : สูตรทำ ไข่เจียวปูก้อน กรอบนอกนุ่มใน ทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน ส่วนผสม ไข่เจียวปูก้อน เนื้อปูแกะ ไข่ไก่ 4 ฟอง ต้นหอม ซีอิ๊วขาว น้ำมันพืช 38. ยำเส้นแก้ว ดูสูตรเต็มๆ ที่ : สูตรทำ ยำเส้นแก้ว กุ้งสด ทำง่าย อร่อยได้ ดีต่อสุขภาพ ส่วนผสม ยำเส้นแก้ว กุ้งสด กุ้งสด 1 ถ้วย ปูอัด 1 ถ้วย น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ น้ำซุป 3-4 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำกระเทียมดอง 3 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาวสด 4 ช้อนโต๊ะ หอมหัวใหญ่ 1/2 ถ้วย หอมแขก 2 ช้อนโต๊ะ มะเขือเทศ 1/2 ถ้วย ขึ้นฉ่าย 1/2 ถ้วย ต้นหอม 1/2 ถ้วย พริกแดง 1/2 ถ้วย หมูสับ 1 ถ้วย เส้นแก้ว 2 ถ้วย 39. หมูสามชั้นทอดเบรคแตก ดูสูตรเต็มๆ ที่ : สูตรทำ หมูสามชั้นทอด เบรกแตก กรอบนอกนุ่มใน เมนูทำง่ายวันหยุด ส่วนผสม หมูสามชั้นทอดเบรคแตก หมูสามชั้น 1,500 กรัม น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2/3 ช้อนโต๊ะ พริกไทย 1/2 ช้อนชา แป้งทอดกรอบ ตรายูเอฟเอ็ม 150 กรัม ส่วนผสม น้ำจิ้มแจ่ว น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2/3 ช้อนโต๊ะ พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ หอมแดง 2 ช้อนโต๊ะ ผักชีฝรั่ง 2 ช้อนโต๊ะ 40. แกงส้ม ดูสูตรเต็มๆ ที่ : แจกสูตร วิธีทำ น้ำแกงส้ม สูตรทำขาย เข้มข้น ทำครั้งเดียว ใช้ได้นาน! ส่วนผสม น้ำแกงส้ม ปลานิล 800 กรัม น้ำ 5 ลิตร (ต้มปลา 3 ลิตร, เติมเพิ่ม 2 ลิตร) พริกแกงส้ม 400 กรัม น้ำตาลปี๊บ 6 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 12 ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก 12 ช้อนโต๊ะ 41. ใบเหลียงผัดไข่ ดูสูตรเต็มๆ ที่ :สูตรใบเหลียงผัดไข่ เมนูอร่อยงบน้อย ใครกินก็ติดใจ ส่วนผสม ใบเหลียงผัดไข่ ใบเหลียง 1 กำ กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ 3 ฟอง น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ ซอสถั่วเหลือง 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ 42. สุกี้ญี่ปุ่น ชาบูน้ำดำ ดูสูตรเต็มๆ ที่ :สูตรทำ สุกี้ญี่ปุ่น ชาบูน้ำดำ น้ำซุปเข้มข้นหอมอร่อย ปาร์ตี้ไหนก็ฟิน ส่วนผสมน้ำสุกี้ยากี้ญี่ปุ่น ชาบูน้ำดำ โชยุ (ซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่น) 80 มิลลิลิตร มิริน 80 มิลลิลิตร สาเก 80 มิลลิลิตร น้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่าเล็กน้อย ส่วนประกอบ วัตถุดิบ สุกี้ยากี้ญี่ปุ่น ชาบูน้ำดำ เนื้อหมูสไลด์ / เนื้อวัวสไลด์ เบคอน กุ้ง เนื้อปลา ไส้กรอก ปูอัด ลูกชิ้น เต้าหู้ญี่ปุ่นเนื้อแข็ง (เต้าหู้โมเมน) เห็ดหอมสด เห็ดเข็มทอง (เลือกใส่ได้ตามชอบ) ผักกาดขาว ปวยเล้ง แครอท ข้าวโพดหวาน กวางตุ้ง หัวหอมใหญ่ ต้นหอมญี่ปุ่น วุ้นเส้น อุด้ง หรือ เส้นบุก ไข่ไก่ (เกรดกินดิบได้ สำหรับจิ้ม) 43. ซี่โครงหมูอบเต้าเจี้ยว ดูสูตรเต็มๆ ที่ :สูตรทำ ซี่โครงหมูอบเต้าเจี้ยว กลมกล่อม ทำง่าย อร่อยทั้งครอบครัว ส่วนผสม ซี่โครงหมูอบเต้าเจี้ยว ซี่โครงหมู 1 กิโลกรัม เต้าเจี้ยวสูตร(1) 2 ช้อนโต๊ะ เหล้าจีน 2 ช้อนโต๊ะ ซอสพริก 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ ผงปรุงรส 1 ช้อนชา พริกไทยป่น 1 ช้อนชา ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด ใส่ให้ท่วมซี่โครงหมู 44. ไข่เจียวผัดผงกะหรี่ ดูสูตรเต็มๆ ที่ :สูตรทำ ไข่เจียวผัดผงกะหรี่ เมนูไข่ ทำง่าย หอมอร่อยทั้งครอบครัว ส่วนผสม ไข่เจียวผัดผงกะหรี่ ไข่ 4 ฟอง กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ หอมใหญ่ 30 กรัม ต้นหอม 15 กรัม ขึ้นฉ่าย 20 กรัม พริกชี้ฟ้าแดง 10 กรัม น้ำพริกเผา 2/3 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ ผงกะหรี่ 1 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 2/3 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วขาว 2/3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ พริกไทย 1/4 ช้อนชา นมข้นจืด 100 ml. น้ำ 50 ml. 45. ไก่ผัดตะไคร้ ดูสูตรเต็มๆ ที่ : สูตรทำ ไก่ผัดตะไคร้ สูตรอาหารทำง่าย ไก่ฉ่ำ หอมกลิ่นสมุนไพร ส่วนผสม ไก่ผัดตะไคร้ สะโพกไก่ 500 กรัม ตะไคร้ 30 กรัม กระเทียม 30 กรัม พริกไทยดำ 1 ช้อนโต๊ะ พริกแดงจินดา 30 กรัม พริกไทยอ่อน 20 กรัม ใบมะกรูด 2 กรัม น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 1+1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา ซีอิ้วดำหวาน 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำ 5 ช้อนโต๊ะ 🙏🏻 ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพประกอบ จาก กินได้อร่อยด้วย แม่ซี น้องมดดี้ channel ครัวพิศพิไล ครัวบ้านสวนทวี TomJoke FoodTV VIPS Station Aroistory EasyCooking What I Eat บทความที่คุณอาจสนใจ 30 สูตร อาหารเย็น งบไม่เกิน 100 บาท เมนูประหยัด จ่ายน้อย อร่อยมาก! 20 สูตรอาหารกลางวัน ราคาประหยัด งบไม่เกิน 100 บาท อิ่มจุกๆ อร่อยฟินๆ 20 สูตรอาหารเช้า ทำง่าย ราคาประหยัด งบไม่เกิน 100 บาท งบน้อยก็อร่อยได้! 20 สูตรอาหาร ราคาประหยัด ด้วยเงิน 100 บาท ทำเมนูเด็ดได้แม้มีงบน้อย! 25 สูตรชงกาแฟสด สูตรชงชา ทำเองได้ ทำขายรวย อร่อยเหมือนไปคาเฟ่

แจกสูตร วิธีทำ ปลาต้มผักกาดดอง แบบเสฉวน ใส่อะไรบ้าง ทำอย่างไรให้เนื้อปลาอร่อย
อ่าน

แจกสูตร วิธีทำ ปลาต้มผักกาดดอง แบบเสฉวน ใส่อะไรบ้าง ทำอย่างไรให้เนื้อปลาอร่อย

นาทีนี้คงไม่มีอะไรฮฮตเกิน ปลาต้มผักกาดดองแบบจีน เมนูสุดฮิตที่ไม่ได้มีแค่ตามร้านอาหารจีน แต่ยังมีวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตจนฮิตซื้อกันแทบขาดตลาด ใครที่หาซื้อยากไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะเราสามารถทำ ปลาต้มผักกาดดอง แบบเสฉวน กินเองก็ได้ไม่ยากอย่างที่คิด TrueID Food มีสูตรและ วิธีทำปลาต้มผักกาดดอง แบบละเอียดทุกขั้นตอนมาให้แล้ว ตั้งแต่เทคนิคการเตรียมปลาไม่ให้คาว เนื้อไม่เละใส่ปลาอะไรดี ไปจนถึงการปรุงซุปให้เปรี้ยวกลมกล่อมกลมค่ะ ส่วนวัตถุดิบแบบจีนก็สามารถสั่งซื้อได้ตามร้านค้าออนไลน์ สะดวกและได้รสชาติเป๊ะเหมือนไปเมืองจีนแน่นอน! วัตถุดิบ ปลาต้มผักกาดดอง แบบเสฉวน สำหรับ 2-3 ที่ 1. ส่วนเนื้อปลาและการหมักให้ปลานุ่มเด้ง เนื้อปลาสีขาว 600-700 กรัม (แนะนำปลากะพง ปลานิล หรือ ปลาช่อน) ไข่ขาว 1 ฟอง ช่วยเคลือบเนื้อปลาให้นุ่มเด้ง แป้งข้าวโพด (หรือแป้งมัน) 1.5 ช้อนโต๊ะ ช่วยล็อกความชุ่มชื้น เหล้าจีน (Shaoxing Wine) 1 ช้อนโต๊ะ ดับคาว พริกไทยขาวป่น ช้อนชา เกลือ ช้อนชา น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ 2. ส่วนน้ำซุปและเครื่องผัด ผักกาดดองเสฉวน (หรือ ซีซวงฉ่าย) 250 กรัม เลือกแบบแพ็คที่มีใบบวกก้านหนาๆ (หากไม่มีสามารถใช้ผักกาดดองที่มีขายทั่วไปในซูเปอร์มาร์เก็ตได้ โดยเลือกแบบเปรี้ยว กับแบบเค็ม ผสมกันอย่างละครึ่ง) ขิงแก่ 1 แง่ง (ประมาณ 30 กรัม) หั่นแว่นบาง กระเทียมจีน 5 กลีบ หั่นบาง ต้นหอม 3 ต้น แยกส่วนสีขาว (หั่นท่อนยาว 1 นิ้วสำหรับผัด) และส่วนสีเขียว (ซอยละเอียดสำหรับโรยหน้า) พริกหมักเสฉวน (Pao Jiao) 4-5 เม็ด สับหยาบ (ไม่ใส่ก็ได้) น้ำซุปไก่ หรือ น้ำซุปต้มหัวปลา+หางปลา+ก้างปลา 5 ถ้วยตวง น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา น้ำส้มสายชูจีน (Chinkiang Vinegar) 1 ช้อนชา เติมทีหลังหากผักกาดดองเปรี้ยวไม่สะใจ น้ำมันพืช 2-3 ช้อนโต๊ะ สำหรับผัดเครื่อง 3. เครื่องโรยหน้าและน้ำมันร้อนๆ พริกแห้งเม็ดเล็ก 8-10 เม็ด หั่นท่อน (เอาเมล็ดออกบ้างเพื่อไม่ให้เผ็ดเกินไป) ฮวาเจียว 1 ช้อนชา บุบพอแตก กระเทียมจีน 3 กลีบ สับละเอียด งาขาว 1 ช้อนโต๊ะ กลีบดอกเบญจมาศแห้ง (ไม่ต้องแช่น้ำ) 1 กำมือ สำหรับโรยหน้าเพิ่มความสวยงามและกลิ่นหอม หากไม่มีสามารถตัดออกได้ น้ำมันพืช 3-4 ช้อนโต๊ะ สำหรับราดร้อนๆ ตอนจบ วิธีทำ ปลาต้มผักกาดดอง ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมปลา 1. แล่ปลา ซับเนื้อปลาให้แห้งสนิท เอียงมีด 45 องศา แล่เนื้อปลาเป็นชิ้นบางและกว้าง หนาประมาณ 0.5 เซนติเมตร (หากบางเกินไปปลาจะเละตอนต้ม หากหนาเกินไปซุปจะไม่เข้าเนื้อ) 2. ล้างเมือก นำเนื้อปลาที่แล่แล้วใส่ชาม ใส่เกลือ ช้อนชา และเหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ ใช้มือขยำเบาๆ นาน 1 นาทีเพื่อดึงคาวและเมือกออก จากนั้นล้างน้ำสะอาด 2-3 รอบ แล้วสะเด็ดน้ำออกจากเนื้อปลาให้แห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือจะใช้ทิชชู่อเนกประสงค์ซับน้ำออกเบาๆ ก็ได้ 3. หมักปลา ใส่พริกไทยขาวป่น แป้งข้าวโพด และไข่ขาวลงในชามปลา ใช้มือคนกวนไปในทิศทางเดียวกันอย่างต่อเนื่อง 2-3 นาที จนน้ำหมักถูกดูดซึมเข้าเนื้อปลา และผิวปลาเริ่มมีความเหนียวเคลือบอยู่ทั่วชิ้น ราดน้ำมันพืชลงไปแล้วคนอีกเล็กน้อยพอให้เข้ากัน เพื่อให้น้ำมันล็อคความนุ่มของเนื้อปลาเอาไว้ หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 15-20 นาที ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมผักกาดดอง 1. แกะผักกาดดองออกมาล้างน้ำผ่าน 1 รอบ ลองชิมรสชาติเบาๆ หากเค็มหรือเปรี้ยวโดดเกินไป ให้แช่น้ำทิ้งไว้ 5 นาที 2. บีบน้ำออกให้แห้งสนิท หั่นส่วนก้านเฉียงๆ เป็นชิ้นบาง และหั่นส่วนใบเป็นท่อนๆ กว้าง 1 นิ้ว ขั้นตอนที่ 3 เคี่ยวน้ำซุปผักกาดดอง 1. ตั้งกระทะหรือหม้อก้นลึก ใส่น้ำมันพืช 2-3 ช้อนโต๊ะ ใช้ไฟกลางค่อนสูง ใส่ผักกาดดองลงไปผัดคั่วประมาณ 3 นาที จนผักเริ่มแห้งและส่งกลิ่นหอมฉุย (ขั้นตอนนี้สำคัญมากค่ะ เพราะการคั่วจะดึงรสชาติและน้ำมันหอมระเหยจากผักกาดดองออกมา) 2. ดันผักกาดดองไปไว้ข้างหนึ่ง ใส่ขิงแว่น กระเทียมฝาน ต้นหอมท่อน (ส่วนสีขาว) และพริกหมักลงไปผัดตรงกลางจนหอมฉุน 3. เทน้ำซุปไก่หรือน้ำซุปก้างปลาลงไป เร่งไฟแรงจนเดือดพล่าน ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย 1 ช้อนชา 4. เมื่อเดือดแล้ว ให้หรี่ไฟลงเป็นไฟกลางค่อนอ่อน ปิดฝาหม้อเคี่ยวทิ้งไว้ 10-12 นาที เพื่อให้น้ำซุปกลายเป็นสีขาวนวลและซึมซับรสเปรี้ยวเค็มจากผักกาดดองอย่างเต็มที่ ลองชิมรสดู หากอยากได้เปรี้ยวแหลมขึ้น ให้เหยาะน้ำส้มสายชูจีนลงไปเล็กน้อย ขั้นตอนที่ 4 ลวกปลาให้เนียนนุ่มลิ้น 1. ใช้ทัพพีตักเฉพาะเนื้อผักกาดดอง ขิง และเครื่องเทศในหม้อขึ้นมาจัดรองไว้ที่ก้นชามสำหรับเสิร์ฟ เหลือทิ้งไว้เฉพาะน้ำซุปใส ๆ เดือดๆ ในหม้อ 2. หรี่ไฟในหม้อลงให้เหลือเพียงไฟค่อนอ่อน (น้ำซุปแค่เดือดปุดๆ เบาๆ ห้ามเดือดพล่านเด็ดขาด) ค่อยๆ หย่อนเนื้อปลาหมักลงไปทีละชิ้น กระจายให้ทั่วหม้อ ห้ามคนเด็ดขาดในช่วง 30 วินาทีแรก เพื่อป้องกันไม่ให้แป้งเคลือบหลุดและทำให้น้ำซุปขุ่น 4. ต้มต่ออีกประมาณ 30-45 วินาที พอเนื้อปลาสุกเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่นทั้งหมดและเริ่มลอยขึ้นมา ให้ปิดเตาทันที 5. ค่อยๆ เทเนื้อปลาและน้ำซุปร้อน ๆ ทั้งหมดลงในชามที่รองด้วยผักกาดดองไว้ ขั้นตอนที่ 5 ราดน้ำมันร้อนๆ ระเบิดความหอมขปิดท้าย 1. โรยหน้าบนเนื้อปลาด้วย กระเทียมสับ ต้นหอมซอย (ส่วนสีเขียว) พริกแห้งหั่นท่อน ฮวาเจียวบุบ งาขาว และกลีบดอกเบญจมาศแห้ง จัดวางให้สวยงาม 2. ตั้งกระทะเล็กๆ ใส่น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ เร่งไฟแรงจนน้ำมันร้อนจัด (เริ่มมีควันขาวลอยขึ้นมาอ่อนๆ) 3. ยกน้ำมันร้อนๆ นั้น ราดพรวดเดียวลงบนเครื่องเทศที่โรยหน้าไว้ทันที จะเกิดเสียงดัง "ซู่" พร้อมกลิ่นหอมของกระเทียมเจียว พริกคั่ว และดอกเบญจมาศจะโชยขึ้นมาทันที พร้อมรับประทานค่ะ เคล็ดไม่ลับ สามารถนำเครื่องไปผัดน้ำมันก่อนเพื่อให้หอมยิ่งขึ้น (ระวังอย่าไฟแรงเกินไปเพราะไหม้ง่ายมาก) แล้วค่อยนำมาโรยหน้า ราดตามด้วยน้ำมันร้อนจัดๆ อีกเล็กน้อย ความหอมจะดับเบิ้ลขึ้นอีกหลายเท่าตัวค่ะ เพียงเท่านี้เราก็จะได้เมนู ต้มปลาผักกาดดอง แบบจีน สไตล์เสฉวนพร้อมอร่อยแล้ว อยากทานเมื่อไหร่ก็ทำเองได้ไม่ต้องบินไปจีนเลยค่ะ ลองนำไปทำตามกันดูนะคะ เลือกซื้อวัตถุดิบ ไปทำเมนูอร่อยหลากหลายได้ที่ Makro แม็คโครทุกสาขาพร้อมรับส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าทรู กดรับสิทธิ์ ที่นี่ สูตรอาหารที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

สูตรหมูสามชั้นผัดกะปิ ใส่สะตอ แบบภาคใต้ หรอยแรงสไตล์ปักษ์ใต้
อ่าน

สูตรหมูสามชั้นผัดกะปิ ใส่สะตอ แบบภาคใต้ หรอยแรงสไตล์ปักษ์ใต้

เตรียมข้าวสวยร้อนๆ ให้พร้อม! แล้วมาลองทำตาม สูตรหมูผัดกะปิ ใส่สะตอ กันค่ะ เมนูอาหารใต้รสเด็ด ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น เมนูข้าวหมดหม้อ สำหรับใครหลายคน ขอบอกว่าทำไม่ยากเลย เราจัดให้ครบทั้ง วิธีทำหมูผัดกะปิใส่สะตอ วิธีเลือกกะปิพร้อมส่วนผสม จดลิสต์แล้วมาทำตามกันเลยค่ะ วัตถุดิบและส่วนผสม หมูสามชั้น 500 กรัม กะปิแท้อย่างดี 1 ช้อนโต๊ะ* กระเทียมจีน 5 กลีบ (ตำหยาบ) หอมแดง 4 หัว (ซอยบาง) ตะไคร้ซอยบางๆ 1-2 ต้น (ตามชอบ) พริกขี้หนูสวนผสมพริกจินดาแดง 10-15 เม็ด (ทุบหรือตำหยาบ) ใบมะกรูดฉีก 4-5 ใบ สะตอ (ปริมาณตามชอบ แกะผ่าครึ่ง) น้ำตาลมะพร้าว หรือ น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ช้อนชา (ชิมกะปิก่อนใส่) น้ำมะนาว 1 ช้อนชา (บีบตอนจบ) น้ำสะอาด 1-2 ช้อนโต๊ะ * แนะนำให้เลือก กะปิสำหรับตำน้ำพริก ซึ่งทำจากกุ้งเคยแท้ 100% รสชาติไม่เค็มจัด ไม่คาวจัด กลมกล่อม และมีกลิ่นหอม เมื่อนำมาผัดคั่วกับน้ำมันจะส่งกลิ่นหอมฟุ้ง รสเค็มจะไม่โดดจนเกินไปและดึงความหวานนวลออกมาได้ง่าย เช่น กะปิระนอง และกะปิตราดหรือกะปิใต้ (เช่น ตรัง และ กระบี่) จะขึ้นชื่อเรื่องความหอมนวลเค็มน้อยค่ะ วิธีทำหมูสามชั้นผัดกะปิ ใส่สะตอ ตั้งกระทะ นำหมูสามชั้นลงไปรวนจนสุกเหลืองสวยและคายน้ำมันออกมา จากนั้น ตักเฉพาะเนื้อหมูขึ้นมาพักไว้ก่อน โดยเหลือตัวน้ำมันหมูทิ้งไว้ในกระทะประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ เปิดไฟอ่อน ตักกะปิ 1 ช้อนโต๊ะลงไปผัดคั่วกับน้ำมันหมูในกระทะ ใช้ตะหลิวบี้กะปิให้กระจายตัว ผัดคั่วไปเรื่อยๆ จนกะปิเริ่มเปลี่ยนสีเข้มขึ้นและส่งกลิ่นหอมฟุ้ง (ระวังอย่าใช้ไฟแรงเด็ดขาดเพราะกะปิจะไหม้และขมค่ะ) เมื่อกะปิหอมได้ที่แล้ว ให้ใส่กระเทียม หอมแดงซอย และตะไคร้ซอยลงไปผัดคลุกเคล้ากับเนื้อกะปิในกระทะ ผัดจนสมุนไพรเริ่มสุกนิ่มและกลิ่นผสมกันจนหอมฉุน เทหมูสามชั้นที่พักไว้กลับลงไปในกระทะ ใส่น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะลงไป ผัดคั่วให้ทุกอย่างเคลือบเข้าเนื้อหมู ขั้นตอนนี้หากกระทะแห้งเกินไปจนน้ำตาลละลายยาก ให้เหยาะน้ำสะอาดลงไปเล็กน้อยแค่พอขลุกขลิกค่ะ ใส่พริกขี้หนูสับหยาบลงไปผัด ชิมรสชาติ ในขั้นตอนนี้ หากยังไม่เค็มพอให้เหยาะน้ำปลา 1 ช้อนชาลงไปตามขอบกระทะ ผัดคั่วต่อจนน้ำงวดเหนียวขลุกขลิกเคลือบตัวหมูขึ้นเงาสวย เร่งไฟแรงขึ้นเล็กน้อย ใส่สะตอและใบมะกรูดฉีกลงไป ผัดสะบัดกระทะอย่างรวดเร็วคลุกเคล้าให้เข้ากันประมาณ 30 วินาทีถึง 1 นาที เพื่อให้สะตอสุกกรอบสวย ปิดเตาทันที แล้วบีบน้ำมะนาว 1 ช้อนชาลงไปรอบกระทะ คลุกเคล้าให้ทั่วอีกหนึ่งรอบ ตักใส่จานพร้อมทานกับข้าวสวยร้อนๆ ได้เลยค่ะ วิธีสังเกต กะปิแท้ ที่มีคุณภาพ เลือกแบบไหนดี เวลาเลือกซื้อกะปิ แนะนำให้ดูองค์ประกอบ 3 อย่างนี้ค่ะ สีของกะปิ ควรเป็นสีชมพูอมม่วง หรือสีเปลือกมังคุดตามธรรมชาติ ไม่ดูแดงจัดช้ำๆ (เพราะอาจผสมสีผสมอาหาร) และไม่ดำคล้ำจนเกินไป เนื้อกะปิ เนื้อต้องละเอียดหนึบ เหนียวพอดี ไม่แห้งร่วนและไม่แฉะเป็นน้ำ ที่สำคัญคือถ้าสังเกตใกล้ๆ จะเห็นจุดดำเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วเนื้อกะปิ ซึ่งนั่นคือ "ตาของตัวเคย" ค่ะ กลิ่น ต้องเป็นกลิ่นหอมนวลของกุ้งแห้งและของหมักธรรมชาติ ต้องไม่มีกลิ่นคาวปลาตุๆ หรือกลิ่นฉุนสาบเคมี เลือกซื้อวัตถุดิบ ไปทำเมนูอร่อยหลากหลาย ได้ที่ Makro แม็คโครทุกสาขาพร้อมรับส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าทรู กดรับสิทธิ์ ที่นี่ สูตรอาหารที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

แจกสูตรน้ำพริกปลาทู ฉบับคนขี้เกียจ มือใหม่ทำตามง่าย อร่อยแซ่บ
อ่าน

แจกสูตรน้ำพริกปลาทู ฉบับคนขี้เกียจ มือใหม่ทำตามง่าย อร่อยแซ่บ

ใครกำลังมองหาเมนูประหยัดที่ทำกินเองได้ไม่ยาก ต้องลองน้ำพริกปลาทู ที่ TrueID Food คัดมาให้ทั้ง 5 สูตรนี้บอกเลยว่าทำง่ายมาก เหมาะสำหรับมือใหม่หรือคนขี้เกียจเตรียมของเยอะ แค่มีปลาทูกับสมุนไพรในครัวก็ได้รสชาติ แซ่บ นัวถึงใจ รับประกันความ อร่อย กินคู่กับผักสดข้าวสวยร้อนๆ ฟินลืมแน่นอน แจกสูตรน้ำพริกปลาทู ฉบับคนขี้เกียจ มือใหม่ทำตามง่าย อร่อยแซ่บ น้ำพริกปลาทูแบบพื้นฐาน น้ำพริกปลาทูสุดนัว หอมเครื่องคั่วสไตล์พื้นบ้าน เนื้อปลาเน้นๆ รสเผ็ดเปรี้ยวเค็มลงตัว อร่อยคลีนทำง่ายส่วนผสม (สำหรับ 1-2 ท่าน) ปลาทูนึ่ง 1 ตัว (ทอดหรือย่างให้หอมแล้วแกะเอาแต่เนื้อ) พริกหนุ่ม หรือ พริกจินดา 5-10 เม็ด (ตามความเผ็ดที่ชอบ) หอมแดง 5 หัว กระเทียม 10 กลีบ น้ำปลาร้าต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ (หากไม่ทานปลาร้า ให้ใช้น้ำปลาแทน) น้ำมะนาว 1-2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย เล็กน้อย น้ำอุ่น 1-2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ นำพริก หอมแดง และกระเทียม ลงไปคั่วในกระทะด้วยไฟอ่อนจนเริ่มมีรอยไหม้นิดๆ และส่งกลิ่นหอม หรือจะใช้หม้อทอดไร้น้ำมันก็ได้ตามความสะดวก นำพริก หอมแดง และกระเทียมที่คั่วเสร็จแล้ว ใส่ลงในครก โขลกให้ละเอียดตามใจชอบ ใส่เนื้อปลาทูที่แกะไว้ลงไปโขลกผสมให้เข้ากันกับพริก เติมน้ำปลาร้า หรือน้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลทรายลงไป จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำอุ่นลงไปเล็กน้อยเพื่อให้เนื้อน้ำพริกดูชุ่มฉ่ำ ไม่เหนียวหนึบจนเกินไป ชิมรสให้ได้ความเผ็ด เค็ม เปรี้ยวตามชอบ ตักใส่ถ้วย ทานคู่กับผักสดหรือผักต้ม เคล็ดลับ ถ้าอยากให้หอมยิ่งขึ้น ให้เอาปลาทูไปย่างไฟแทนการทอด จะได้กลิ่นอายแบบไทยแท้ๆ น้ำพริกปลาทูแบบแห้ง น้ำพริกปลาทูคั่วสูตรแห้ง หอมกลิ่นเครื่องเผา เนื้อปลาฟูแน่น รสแซ่บจัดจ้านถึงใจ ทำง่าย อร่อยนัวแบบพื้นบ้านส่วนผสม (สำหรับ 1-2 ท่าน) ปลาทูนึ่ง 2 ตัว (แกะเอาแต่เนื้อ) พริกขี้หนูแดง/เขียว 10 - 15 เม็ด (ตามระดับความซาดิสต์ที่ต้องการ) หอมแดง 6 หัว กระเทียมจีน 5 กลีบ น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา ผักชี 1 ต้น วิธีทำ นำพริก หอมแดง และกระเทียมทั้งเปลือกลงกระทะ คั่วไฟกลางจนเปลือกเริ่มไหม้และส่งกลิ่นหอมแรง จากนั้นนำขึ้นมาปอกเปลือกส่วนที่ไหม้ออก ใส่พริก หอมแดง และกระเทียมที่คั่วแล้วลงในครก โขลกให้แหลกพอประมาณ ไม่ต้องละเอียดเป็นเนื้อครีม เอาแบบยังเห็นเป็นชิ้นๆ จะได้ดูน่ากิน ใส่เนื้อปลาทูลงไป โขลกเบาๆ ให้เนื้อปลาฟูและเข้ากันกับเครื่องที่โขลกไว้ ขั้นตอนนี้ถ้าชอบน้ำพริกแบบแห้งๆ ให้โขลกนานหน่อย เนื้อปลาจะฟูมาก ใส่ตัวช่วยความอร่อย น้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลทราย คลุกเคล้าให้เข้ากันด้วยสากหรือช้อน โรยผักชีซอยลงไปขั้นตอนสุดท้าย เคล็ดลับ ถ้าไม่อยากตั้งเตาคั่วพริกหอมกระเทียม สามารถนำเข้าไมโครเวฟประมาณ 1-2 นาที หรือใช้หม้อทอดไร้น้ำมัน 180C ประมาณ 5 นาทีแทนได้ น้ำพริกปลาทูคั่วแห้ง น้ำพริกปลาทูคั่วพริกแห้ง หอมกะปิแท้ เนื้อฟูจัดจ้านด้วยน้ำมะขามเปียก ผัดแห้งเก็บได้นาน อร่อยนัวถึงเครื่อง ส่วนผสม (สำหรับ 1-2 ท่าน) ปลาทูนึ่ง 1 ตัวใหญ่ (ทอดให้กรอบนอกนุ่มในแล้วแกะเนื้อ) พริกแห้งเม็ดเล็ก 10-15 เม็ด กระเทียมจีน 2 หัว หอมแดง 5-6 หัว ข่าอ่อนซอยเป็นเส้น 1 ช้อนโต๊ะ กะปิอย่างดี 1 ช้อนชา น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก 1.5 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ นำพริกแห้ง กระเทียม และหอมแดง ลงไปคั่วในกระทะจนมีกลิ่นหอมและพริกเริ่มกรอบ นำพริกแห้งที่คั่วแล้วมาโขลกให้ละเอียดก่อน ตามด้วยหอมแดงและกระเทียม โขลกให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นใส่ข่าอ่อนซอยคลุกให้เข้ากัน ใส่เนื้อปลาทูทอดลงไปโขลกผสมจนเนื้อปลาขึ้นฟูและซึมซับพริกแก้วจนเป็นสีแดงสวย ใส่กะปิ น้ำมะขามเปียก น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บลงไป ใช้สากคลุกเคล้าและตำเบาๆ ให้ส่วนผสมเข้ากันดี หากอยากให้เก็บได้นานและแห้งแบบ ให้นำน้ำพริกที่โขลกเสร็จแล้วลงไปผัดในกระทะด้วยไฟอ่อนมากๆ ประมาณ 2-3 นาทีจนแห้งดี เคล็ดลับ สูตรนี้ใช้พริกแห้ง แทนพริกสดทำให้สีของน้ำพริกออกมาแดงคล้ำน่ากินและมีความหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว น้ำพริกปลาทูป่น น้ำพริกปลาทูป่นหอมเครื่องเผา เนื้อปลาเน้นๆ หอมสมุนไพรคั่วและต้นหอมซอย รสแซ่บกลมกล่อม ทำง่ายนัวแบบไทยแท้ส่วนผสม (สำหรับ 1-2 ท่าน) ปลาทูนึ่ง 2 ตัว (ย่างหรือทอดให้หอม แกะเอาแต่เนื้อบี้พอหยาบ) พริกขี้หนูสด 10 เม็ด หอมแดง 4-5 หัว กระเทียม 5-6 กลีบ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1.5 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย ปลายช้อนชา ต้นหอมซอย 1 ต้น วิธีทำ นำพริก หอมแดง และกระเทียม ลงไปคั่วในกระทะหรือเสียบไม้เข้าเตาอบจนสุกหอม สังเกตให้ผิวมีรอยไหม้นิดๆ จะหอมมาก ใส่พริก หอมแดง และกระเทียมที่คั่วเสร็จแล้วลงในครก โขลกแค่พอหยาบๆ ไม่ต้องแหลกจนเป็นครีม เพื่อให้เห็นชิ้นสมุนไพร ใส่เนื้อปลาทูที่แกะไว้ลงไป ใช้สากตำเบาๆ ให้เนื้อปลาแตกตัวและเข้ากับเครื่องที่โขลกไว้ ปรุรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลทราย คลุกเคล้าให้เข้ากัน ขั้นตอนสุดท้ายคือใส่ต้นหอมซอยลงไปคลุกเบาๆ ให้ทั่ว จะช่วยดับคาวปลาและเพิ่มสีสันให้น้ำพริกดูสวยงาม เคล็ดลับ ถ้าปลาทูมีรสเค็มจัดอยู่แล้ว ให้ชิมก่อนเติมน้ำปลา น้ำพริกปลาทูใส่น้ำปลาร้าต้ม น้ำพริกปลาทูปลาร้านัว หอมเครื่องคั่วสุกรสแซ่บจัดจ้าน เนื้อปลาฟูดูดซับน้ำปลาร้าเข้มข้น อร่อยนัวนุ่มลิ้นทำง่ายส่วนผสม (สำหรับ 1-2 ท่าน) ปลาทูนึ่ง 1 ตัวใหญ่ (แกะเอาแต่เนื้อ) พริกจินดาแดง/เขียว 7-10 เม็ด หอมแดง 5 หัว กระเทียม 1 หัวเล็ก น้ำปลาร้าต้มสุก 3 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1-2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา วิธีทำ นำพริก หอมแดง และกระเทียม ลงคั่วในกระทะด้วยไฟอ่อนจนสุกและมีกลิ่นหอม ถ้าชอบแบบเนื้อนิ่มๆ ให้ต้มไปพร้อมกับน้ำปลาร้าเลยก็ได้ จะง่ายขึ้นไปอีก นำพริก หอมแดง และกระเทียมที่คั่วเสร็จแล้วมาโขลกในครกให้ละเอียดพอประมาณ ใส่เนื้อปลาทูลงไปโขลกผสมให้เข้ากันจนเนื้อปลาดูดซับเครื่องเทศจนทั่ว ค่อยๆ เทน้ำปลาร้าต้มสุกตามลงไป ถ้าชอบน้ำพริกแบบขลุกขลิกให้ใส่น้ำปลาร้าเยอะหน่อย ตามด้วยน้ำมะนาวและน้ำตาลทราย ใช้สากหรือช้อนคนให้เข้ากัน ชิมรสให้เค็มนัวปลาร้า นำด้วยรสเผ็ด และเปรี้ยวตามนิดๆ เคล็ดลับ หากไม่สะดวกคั่วพริกหอมกระเทียม สามารถนำไปใส่หม้อต้มกับน้ำปลาร้าให้สุก แล้วค่อยเอามาโขลกรวมกัน วิธีนี้ง่ายและประหยัดเวลาที่สุด บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

แจกสูตรส้มตำ "ฉบับคนขี้เกียจ" แซ่บนัวไม่ต้องตำนาน  อร่อยนัวระดับ 10
อ่าน

แจกสูตรส้มตำ "ฉบับคนขี้เกียจ" แซ่บนัวไม่ต้องตำนาน อร่อยนัวระดับ 10

อยากกินส้มตำแต่ไม่อยากตำจนเหงื่อตกใช่ไหมมาลองสูตรส้มตำ ฉบับคน ขี้เกียจ ที่เน้นความ ทำง่าย และประหยัดเวลาสุดๆ บอกเลยว่าไม่ต้องออกแรงโขลกให้เมื่อยมือ แต่รสชาติออกมา แซ่บนัว ถึงใจเหมือนมีมือโปรมาปรุงให้ถึงบ้าน แจกสูตรส้มตำ "ฉบับคนขี้เกียจ"แซ่บนัวไม่ต้องตำนาน อร่อยนัวระดับ 10 1.สูตรส้มตำไทย ส้มตำไทยรสเด็ด ครบเครื่องเปรี้ยวหวานเค็ม เส้นกรุบกรอบไม่ช้ำ หอมถั่วคั่วและกุ้งแห้ง แซ่บนัวกลมกล่อม ส่วนผสม มะละกอดิบสับ/ขูด 1 กำมือใหญ่ๆ พริกขี้หนู 3 - 5 เม็ด กระเทียม 2 กลีบ ถั่วฝักยาว 1 ฝัก มะเขือเทศสีดา 2 ลูก ถั่วลิสงคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ เครื่องปรุงรส น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ (หรือน้ำตาลทราย) 1 ช้อนโต๊ะ ผงชูรสปลายช้อน ตามใจชอบ วิธีทำ โขลกพริกและกระเทียมพอหยาบ ไม่จำเป็นต้องละเอียดมากเพื่อไม่ให้รสเผ็ดจัดจนเกินไป เติมน้ำตาล น้ำปลา และน้ำมะนาวลงในครก ใช้สากคนผสมให้น้ำตาลละลายจนหมด ชิมรสให้มีความสมดุลระหว่างความเปรี้ยว เค็ม และหวาน ใส่ถั่วฝักยาวและมะเขือเทศลงไป บุบเบาๆ พอให้น้ำจากมะเขือเทศออกมาผสมกับเครื่องปรุงหลัก ใส่เส้นมะละกอ กุ้งแห้ง และถั่วลิสงลงไป ใช้ทัพพีคลุกเคล้าพร้อมกับโขลกเบาๆ ให้เข้ากัน หลีกเลี่ยงการโขลกแรงเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นมะละกอช้ำหรือสูญเสียความกรอบ ตักใส่จาน พร้อมรับประทานทันที เคล็ดลับ ถ้าไม่มีครกให้ปรุงน้ำยำในชามผสมก่อน แล้วเอาทุกอย่างใส่ลงไป ใช้ช้อนคลุกและกดมะเขือเทศให้เละนิดหน่อย ได้เหมือนกัน 2.สูตรส้มตำไทยแบบคลุก เมนูส้มตำไทยแบบคลุก รสสัมผัสสดชื่น เส้นกรอบไม่ช้ำ หอมถั่วป่น นัวน้ำปรุงกลมกล่อม ทำง่ายส่วนผสม เส้นมะละกอ 1 จานพูนๆ พริกขี้หนู 3-4 เม็ด กระเทียมสับ 1 ช้อนชา มะเขือเทศ 2-3 ลูก ถั่วลิสงป่น 2 ช้อนโต๊ะ ถั่วฝักยาว 1 เส้น เครื่องปรุงรส น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายหรือน้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ บุบพริกและกระเทียมพอประมาณ จากนั้นนำไปใส่ในชามผสมขนาดใหญ่ เติมน้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาลลงไป คนส่วนผสมจนกว่าน้ำตาลจะละลายดี ใส่มะเขือเทศและถั่วฝักยาวลงไป ใช้ช้อนกดมะเขือเทศเบาๆ เพื่อให้น้ำจากมะเขือเทศออกมาผสมกับน้ำปรุง ซึ่งจะช่วยให้รสชาติกลมกล่อมยิ่งขึ้น ใส่เส้นมะละกอลงไปในชามผสม ใช้ช้อนและส้อมคลุกเคล้าแบบตะล่อมให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน เพื่อให้น้ำปรุงซึมเข้าเนื้อเส้นอย่างทั่วถึง ใส่ถั่วลิสงป่นลงไปคลุกเคล้าเพียงครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือให้เก็บไว้สำหรับโรยหน้าเพื่อความสวยงามก่อนจัดเสิร์ฟ 3.สูตรส้มตำไทยไข่เค็ม ส้มตำไทยไข่เค็มรสจัดจ้าน นัวไข่เค็มเต็มคำ ตัดรสเปรี้ยวหวานกลมกล่อม เส้นกรอบหอมถั่วคั่ว แซ่บเข้มข้นถึงใจส่วนผสม มะละกอดิบขูด 1 กำมือใหญ่ ไข่เค็ม 1 ฟอง พริกแห้งหรือพริกสด 3-5 เม็ด กระเทียม 2 กลีบ ถั่วฝักยาว 1 ฝัก มะเขือเทศ 2 ลูก กุ้งแห้งและถั่วลิสง อย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ เครื่องปรุงรส น้ำตาลปี๊บ 1.5 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ใส่พริกและกระเทียมลงในครก โขลกพอหยาบไม่ต้องละเอียดมาก เติมน้ำตาลปี๊บ น้ำมะนาว และน้ำปลาลงไป จากนั้นคนส่วนผสมให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายดี ใส่ถั่วฝักยาวและมะเขือเทศลงไป โขลกเบาๆ พอให้น้ำจากมะเขือเทศออกมาผสมกับน้ำปรุง ใส่เส้นมะละกอ กุ้งแห้ง และถั่วลิสงลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นใส่ไข่เค็มลงไปเป็นลำดับสุดท้าย แล้วใช้ทัพพีคนเบาๆ ให้ทั่วควรคนอย่างเบามือเพื่อไม่ให้ไข่เค็มเละจนเกินไป เพื่อคงความน่ารับประทาน ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟรสชาติที่กลมกล่อมและเข้มข้น 4.สูตรตำข้าวโพด ตำข้าวโพดรสหวานฉ่ำนัว แซ่บกลมกล่อมหอมกุ้งแห้ง เส้นกรอบสดชื่น สีสันน่าทาน อร่อยครบรส ส่วนผสม ข้าวโพดหวานต้มสุก 1 ฝัก เส้นมะละกอ นิดหน่อยพอประมาณ พริกขี้หนู 3-5 เม็ด กระเทียม 2 กลีบ ถั่วฝักยาว 1 ฝัก มะเขือเทศ 1-2 ลูก กุ้งแห้งและถั่วลิสง อย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ เครื่องปรุงรส น้ำตาลปี๊บ 1.5 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ใส่พริกและกระเทียมลงในครก โขลกพอหยาบ จากนั้นใส่ถั่วฝักยาวลงไปบุบพอแตก เติมน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะนาว และมะเขือเทศลงไป ใช้สากคนและกดส่วนผสมเบาๆ จนน้ำตาลปี๊บละลายและเข้ากันดี ใส่ข้าวโพดที่ฝานเตรียมไว้ลงไป ตามด้วยเส้นมะละกอ กุ้งแห้ง และถั่วลิสง ใช้ทัพพีคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันระวังไม่ให้โขลกแรงจนเกินไป เพื่อรักษาลักษณะของเมล็ดข้าวโพดไม่ให้เละ และช่วยให้น้ำปรุงซึมเข้าเนื้อวัตถุดิบได้อย่างทั่วถึง ตักใส่จาน พร้อมรับประทาน 5.สูตรตำหลวงพระบาง ตำหลวงพระบางรสเข้มข้น นัวปลาร้ากะปิ แผ่นมะละกอบางกรอบอมน้ำปรุงชุ่มฉ่ำ แซ่บจัดจ้านสไตล์ลาวแท้ ส่วนผสม มะละกอดิบ 1 ลูกเล็ก พริกขี้หนูแห้ง 5-8 เม็ด กระเทียม 2-3 กลีบ มะเขือเทศสีดา 3-4 ลูก มะเขือเปราะ 1 ลูก ถั่วฝักยาว 1 ฝัก เครื่องปรุงรส น้ำปลาร้าปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ กะปิ 1/2 ช้อนชา น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1.5 ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ใส่พริกแห้งและกระเทียมลงในครก โขลกให้ละเอียดพอประมาณ เติมกะปิ น้ำตาลปี๊บ น้ำปลาร้า น้ำมะขามเปียก และน้ำมะนาว ใช้สากคนให้ส่วนผสมทั้งหมดละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ใส่ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ และมะเขือเปราะลงไป บุบเบาๆ พอให้ผักเริ่มช้ำและคายรสชาติออกมาผสมกับน้ำปรุง ใช้มีดปอกเปลือกไสมะละกอให้เป็นแผ่นบาง สามารถไสลงในครกโดยตรง หรือเตรียมใส่ภาชนะพักไว้ก่อนได้ ใส่แผ่นมะละกอลงในครก ใช้ทัพพีคนและโขลกเบาๆ ให้เข้ากัน เนื่องจากเส้นมีความบางจะช่วยให้ดูดซับน้ำปรุงได้รวดเร็วและทั่วถึง 6.สูตรตำหมูยอปลาร้า ตำหมูยอปลาร้านัวเข้มข้น หมูยอเนื้อแน่นเข้ากับน้ำปลาร้าจัดจ้าน เส้นกรอบหอมมะนาว แซ่บซี๊ดถึงใจ อร่อยลงตัว ส่วนผสม เส้นมะละกอ 1 กำมือ หมูยอ 1 แท่งเล็ก พริกจินดาแดง 5-7 เม็ด กระเทียม 2 กลีบ มะเขือเทศสีดา 3 ลูก ถั่วฝักยาว 1 ฝัก มะนาว 1 ลูก เครื่องปรุงรส น้ำปลาร้าปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายหรือน้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ใส่พริกและกระเทียมลงในครก โขลกพอหยาบให้พอมีสีสันสวยงาม เติมน้ำปลาร้า น้ำตาล และน้ำมะนาวใส่เปลือกมะนาวลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม จากนั้นคนส่วนผสมให้ละลายเข้ากัน ใส่ถั่วฝักยาวและมะเขือเทศลงไป บุบเบาๆ พอให้มะเขือเทศเริ่มนิ่มและคายน้ำออกมา ใส่เส้นมะละกอและหมูยอลงไปเป็นลำดับสุดท้าย ใช้ทัพพีคลุกเคล้าพร้อมกับโขลกเบาๆ เพื่อให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อหมูยอและเส้นมะละกออย่างทั่วถึง 7.สูตรตำปูปลาร้า ตำปูปลาร้ารสแซ่บนัวถึงใจ หอมกลิ่นปูเค็มและน้ำปลาร้าเข้มข้น เส้นมะละกอกรอบชุ่มน้ำปรุง จัดจ้านแบบอีสานแท้ ส่วนผสม เส้นมะละกอดิบ 1 กำมือใหญ่ ปูเค็ม 1-2 ตัว พริกขี้หนูสด 5-10 เม็ด กระเทียม 2 กลีบ มะเขือเทศสีดา 2-3 ลูก ถั่วฝักยาว 1 ฝัก มะนาว 1 ลูก เครื่องปรุงรส น้ำปลาร้าปรุงรส 2-3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ ผงชูรสปลายช้อน วิธีทำ ใส่พริกและกระเทียมลงในครก โขลกพอหยาบจนมีกลิ่นหอม ใส่ถั่วฝักยาวลงไปบุบพอแตก ตามด้วยมะเขือเทศและปูเค็ม โขลกเบาๆ เพื่อให้รสชาติจากปูเค็มและน้ำจากมะเขือเทศออกมาผสมกัน เติมน้ำปลาร้า น้ำมะขามเปียก และน้ำตาล บีบน้ำมะนาวพร้อมใส่เปลือกมะนาวลงไปโขลกเล็กน้อย เพื่อดึงกลิ่นน้ำมันหอมระเหยออกมา จากนั้นคนส่วนผสมทั้งหมดให้ละลายเข้ากัน ใส่เส้นมะละกอลงไปเป็นขั้นตอนสุดท้ายใช้ทัพพีคลุกเคล้าพร้อมกับโขลกเบาๆ ให้เครื่องปรุงซึมเข้าเส้นอย่างทั่วถึง พร้อมจัดเสิร์ฟ บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

แจกสูตร ยำเนื้อย่างซอสพอนสึ ทำเองง่ายๆ  ใช้เวลาแค่ 15 นาที อร่อยระดับพรีเมียม
อ่าน

แจกสูตร ยำเนื้อย่างซอสพอนสึ ทำเองง่ายๆ ใช้เวลาแค่ 15 นาที อร่อยระดับพรีเมียม

สายเนื้อห้ามพลาด แจกสูตร ยำเนื้อย่าง ซอสพอนสึสุดพรีเมียมที่ ทำง่ายได้ที่บ้าน จุดเด่นคือการใช้หม้อทอดไร้น้ำมัน ช่วยเนรมิตเนื้อให้สุกนุ่มฉ่ำ ใช้เวลาทำทั้งหมดเวลาเพียง 15 นาที คลุกเคล้ากับน้ำยำรสจัดจ้านสไตล์ญี่ปุ่น หอมน้ำมันงาและสดชื่นจากมะนาวสด จะทำทานเป็นมื้อหลักหรือเป็น กับแกล้ม สุดฟินคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ก็ลงตัว เปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นร้านอาหารหรูได้ง่ายๆ พร้อมแล้วมาดูวิธีทำกันเลย แจกสูตร ยำเนื้อย่างซอสพอนสึ ทำเองง่ายๆใช้เวลาแค่ 15 นาที อร่อยระดับพรีเมียม ยำเนื้อย่างซอสพอนสึ เมนูเรียกน้ำย่อยรสจัดจ้าน สดชื่นด้วยกลิ่นมะนาวและซอสพอนสึ รสชาติเปรี้ยวหวานสดชื่นสไตล์ญี่ปุ่น ผสานความเผ็ดแซ่บแบบไทย เนื้อนุ่มฉ่ำเข้ากันดีกับผักกรอบแช่เย็นพร้อมความหอมจากน้ำมันงาและหอมเจียวส่วนผสม เนื้อสันส่วนที่ชอบเช่น ริบอาย หรือ สันนอก 200 กรัม แตงกวาญี่ปุ่น ตามชอบ ต้นกระเทียมสด หรือ ต้นหอมญี่ปุ่น ตามชอบ มะเขือเทศเชอร์รี่ ตามชอบ ซอสพอนสึ 4 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนชา น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ พริกป่น 3 ช้อนโต๊ะ (ปรับลดได้ตามระดับความเผ็ด) น้ำมะนาวสด 2 ช้อนชา หอมเจียว (สำหรับโรยหน้า) ขั้นตอนการทำ หั่นแตงกวาญี่ปุ่น ต้นหอมญี่ปุ่น และมะเขือเทศเชอร์รี่ นำไปแช่เย็นจัดเพื่อให้ผักกรอบสดชื่นเวลาทาน ผสมซอสพอนสึ, ซีอิ๊วขาว, น้ำตาลทรายแดง, น้ำมันงา, พริกป่น และน้ำมะนาว คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย พักไว้ นำเนื้อวางบนกระดาษไขรองอบในหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้ไฟ 200C อบด้านละ 5 นาที (สำหรับความสุกระดับ Medium) เมื่อสุกแล้วให้นำมาหั่นสไลด์เป็นชิ้นพอดีคำทันที เพื่อให้น้ำในตัวเนื้อผสมกับน้ำยำได้ดียิ่งขึ้น นำเนื้อที่หั่นเสร็จแล้วมาคลุกกับน้ำยำที่เตรียมไว้ให้ทั่ว จากนั้นใส่ผักสดที่แช่เย็นลงไปเคล้าเบาๆ ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยหอมเจียวกรอบๆ พร้อมเสิร์ฟทันทีขณะที่เนื้อยังอุ่นและผักยังกรอบ เคล็ดลับเพิ่มเติม การเลือกเนื้อ: หากชอบความนุ่มเป็นพิเศษ แนะนำให้ใช้เนื้อที่มีไขมันแทรกเล็กน้อย เพราะเมื่อเจอกับความเปรี้ยวของพอนสึจะช่วยตัดเลี่ยนได้ดีมาก เพิ่มกลิ่นหอม: หากมีงาขาวคั่ว สามารถโรยเพิ่มพร้อมหอมเจียวเพื่อเพิ่มเลเยอร์ของกลิ่นอายญี่ปุ่นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

แจกฟรี 8 สูตรน้ำยำรสเด็ด สัดส่วนเป๊ะ ทำยำอะไรก็อร่อย
อ่าน

แจกฟรี 8 สูตรน้ำยำรสเด็ด สัดส่วนเป๊ะ ทำยำอะไรก็อร่อย

แจกฟรี 8 สูตรน้ำยำรสเด็ดสัดส่วนเป๊ะ ทำยำอะไรก็อร่อย ครบทุกสไตล์ทั้งน้ำยำปลาร้านัว น้ำยำโบราณ และน้ำยำซีฟู้ดจี๊ดจ๊าด สอนวิธีทำน้ำยำง่ายๆ ให้รสชาติคงที่ แซ่บนัวเหมือนมืออาชีพ ทำกินเองก็ได้ ทำขายก็รวย แจกฟรี 8 สูตรน้ำยำรสเด็ด สัดส่วนเป๊ะ ทำยำอะไรก็อร่อย 1. สูตรน้ำยำมะนาวน้ำปลาโบราณ กลมกล่อมแบบไทยเดิม เปรี้ยวนำ หวานละมุนจากน้ำตาลปี๊บ และเค็มตาม เผ็ดปานกลาง ส่วนผสม: น้ำมะนาวคั้นสด 3 ช้อนโต๊ะ น้ำปลาแท้ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ พริกแห้งตำ ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูตำ 1 ช้อนชา วิธีทำ: ผสมน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และน้ำมะนาว คนจนน้ำตาลละลายเข้ากันดี แล้วจึงเติมพริกขี้หนูตำลงไป 2. สูตรน้ำยำปลาร้านัว เค็มนัวจากปลาร้าชัดเจน หอมพริกแห้ง มีรสเปรี้ยวตัดเลี่ยน และหวานปลายลิ้นเล็กน้อย ส่วนผสม: น้ำปลาร้าต้มสุก 3 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา พริกแห้งตำ 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ: ผสมน้ำปลาร้า น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะนาวให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย เติมพริกแห้งลงไปคนให้ทั่ว 3. สูตรน้ำยำพริกเผา หอมมันจากน้ำพริกเผา หวานอมเปรี้ยวนุ่มนวล เหมาะสำหรับ ยำถั่วพู หรือ ยำทวาย ส่วนผสม: น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ: บี้พริกเผากับน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และน้ำมะนาวให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกันจนเนียน 4. สูตรน้ำยำซีฟู้ดจี๊ดจ๊าด เปรี้ยวแหลม เค็มนำ เผ็ดร้อนแรง เน้นความสดชื่นจากกระเทียมและพริกสด ช่วยดับคาวอาหารทะเลได้ดีเยี่ยม ส่วนผสม: น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียมไทยตำละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูสวนตำ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย ช้อนชา วิธีทำ: ผสมน้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาลทรายจนละลาย ใส่พริกและกระเทียมตำลงไปคลุกเค้า 5. สูตรน้ำยำมะขามเปียก เปรี้ยวนุ่มลึกอมหวานแบบไทยโบราณ น้ำยำมีความข้นและหอมกลิ่นมะขามเป็นเอกลักษณ์ ส่วนผสม: น้ำมะขามเปียกเข้มข้น 3 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ พริกป่น 1 ช้อนชา วิธีทำ: ผสมน้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา เคี่ยวหรือคนให้ละลายจนเนื้อเนียน โรยพริกป่นปิดท้าย 6. สูตรน้ำยำไทย-เกาหลี ฟิวชัน เข้มข้น นัวเค็มหวานจากโคชูจัง เปรี้ยวสดชื่นจากมะนาวไทย เหมาะมากสำหรับยำแซลมอนสด ส่วนผสม: โคชูจัง 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง หรือ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ: ผสมโคชูจัง น้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำผึ้ง คนให้เป็นเนื้อเดียวกันจนซอสขึ้นเงาสวยงาม 7. สูตรน้ำยำข้าวคั่ว สายอีสาน แซ่บแบบลาบ-น้ำตก เผ็ดร้อน หอมกลิ่นข้าวคั่วชัดเจน ส่วนผสม: น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ ข้าวคั่วใหม่ๆ 1 ช้อนโต๊ะ พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา วิธีทำ: ผสมน้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาลจนละลาย ใส่พริกป่นและข้าวคั่วลงไป (แนะนำให้ใส่ข้าวคั่วขั้นตอนสุดท้ายเพื่อป้องกันการดูดน้ำยำ) 8. สูตรน้ำยำแซ่บหวาน เปรี้ยวหวานนำ เค็มตามเผ็ดน้อยมาก รสชาติสะอาดใสทานง่าย เด็กๆ หรือมือใหม่หัดทานยำก็ทานได้ ส่วนผสม: น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำเชื่อม 2 ช้อนโต๊ะ พริกสับเพียงเล็กน้อย (1 ช้อนชา) วิธีทำ: ผสมน้ำเชื่อม น้ำปลา และน้ำมะนาวให้เข้ากัน เติมพริกสับเพื่อแต่งสีสันและตัดเลี่ยน บทความที่คุณอาจสนใจ 20 สูตรอาหารกลางวัน อาหารจานเดียว จ่ายไม่เกิน 300 อร่อยได้ทั้งบ้าน ขายอะไรดี 15 สูตรอาหารว่าง ทานเล่น เมนูสร้างอาชีพ ทำขายกำไรปัง !

แจก 5 สูตรน้ำพริกกะปิอร่อยนัว มือใหม่ทำตามง่าย สอนละเอียดเหมือนจับมือทำ
อ่าน

แจก 5 สูตรน้ำพริกกะปิอร่อยนัว มือใหม่ทำตามง่าย สอนละเอียดเหมือนจับมือทำ

แจก 5 สูตรน้ำพริกกะปิ รสชาติกลมกล่อม หอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้าน แบบมือใหม่ก็ทำตามง่าย เพราะ TrueID Food คัดสรรสัดส่วนวัตถุดิบมาให้แบบเป๊ะๆ การันตีความนัวจนไม่ต้องปรุงเพิ่ม สูตรนี้คำนวณมาพอดีสำหรับ 2 ที่ เหมาะมากสำหรับมื้อเย็นจานด่วนที่อยากได้รสชาติแบบรสมือแม่แท้ๆ แจก 5 สูตรน้ำพริกกะปิอร่อยนัวมือใหม่ทำตามง่าย สอนละเอียดเหมือนจับมือทำ 1. น้ำพริกกะปิสูตรคลาสสิก ฉบับเน้นนัว น้ำพริกกะปิรสจัดจ้าน เน้นเปรี้ยวเค็มนำ หอมนัวกะปิแท้และมะนาวสด หวานน้อย เผ็ดหอมพริกขี้หนูสวน เนื้อสัมผัสกึ่งเหลวคลุกข้าวอร่อยอัตราส่วนผสม: กะปิแท้ : 1.5 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูสวน: 10 - 15 เม็ด (ตามชอบ) กระเทียมไทย: 5 - 6 กลีบ (กลีบเล็กจะหอมกว่า) น้ำตาลปี๊บ: 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว: 2.5 - 3 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา: ช้อนโต๊ะ (ชิมก่อนใส่ เพราะกะปิมีความเค็มอยู่แล้ว) น้ำอุ่น: 1 ช้อนโต๊ะ (ช่วยให้ไม่ข้นจนเกินไป) วิธีทำ: ตำกระเทียมกับพริกพอหยาบ ใส่กะปิและน้ำตาลปี๊บลงไปตำให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย จากนั้นเติมมะนาว น้ำปลา และน้ำอุ่น คนให้เข้ากัน 2. น้ำพริกกะปิมะนาวสด สายคลีน น้ำพริกกะปิสูตรเปรี้ยวนำสดใส รสเค็มเบาบางด้วยโซเดียมต่ำ เผ็ดกลางกำลังดี จุดเด่นคือมะเขือพวง ที่ให้รสขมและเนื้อสัมผัสกรุบกรอบ เพิ่มมิติให้นัวลึก อัตราส่วนผสม: กะปิอย่างดี: 1 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูสวน: 10 เม็ด กระเทียม: 4 กลีบ มะนาวสด: 4 ช้อนโต๊ะ (เน้นความเปรี้ยวนำ) น้ำปลา (Low Sodium): 1 ช้อนโต๊ะ มะเขือพวง: 10 เม็ด (ตำพอแตก) เคล็ดลับ: บีบมะนาวลงไปเป็นขั้นตอนสุดท้ายจริงๆ หลังจากคนกะปิกับน้ำปลาเข้ากันแล้ว เพื่อให้กลิ่นน้ำมันผิวมะนาวยังคงความหอมสดชื่น 3. น้ำพริกกะปิพริกย่าง สูตรหอมฟุ้ง น้ำพริกกะปิสูตรย่างไฟหอมควัน รสชาติกลมกล่อมนัวลึก ไม่เค็มโดดเผ็ดนุ่มนวลมีชั้นเชิงจากพริกหลายชนิด ปิดท้ายด้วยเปรี้ยวหวานที่สมดุล ให้ความรู้สึกละมุนลิ้น ยิ่งเคี้ยวยิ่งหอม อัตราส่วนผสม: กะปิ: 1 ช้อนโต๊ะ (ห่อใบตองย่าง) พริกชี้ฟ้าหรือพริกหนุ่ม: 3 เม็ด (ย่างจนผิวลอก) พริกขี้หนู: 5 เม็ด (ย่างพอหอม) กระเทียมจีน: 3 กลีบ (ย่างทั้งเปลือกแล้วแกะออก) น้ำตาลปี๊บ: ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว: 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ: ย่างเครื่องทั้งหมดบนกระทะเทฟลอนหรือเตาถ่านจนมีรอยไหม้เล็กน้อย จะช่วยดึงความหวานและกลิ่นควันออกมาได้ดีมาก 4. น้ำพริกกะปิกุ้งแห้ง สูตรเน้นเนื้อสัมผัส น้ำพริกกะปิสูตรนัวหวานนำ อย่างมีระดับจากน้ำตาลปี๊บและกุ้งแห้ง รสเค็มละมุนไม่จัดจ้านเกินไป ตัดเลี่ยนด้วยเปรี้ยวสดกำลังดี เผ็ดสุภาพกินง่าย มีเนื้อสัมผัสหนึบหนับและกลิ่นอายทะเล หอมนวลชวนให้ตักซ้ำ เหมาะกับคนชอบน้ำพริกแบบมีเนื้อมีหนังอัตราส่วนผสม: กะปิ: 1 ช้อนโต๊ะ กุ้งแห้งตัวเล็ก (ล้างสะอาด): 2 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนู: 8 เม็ด กระเทียม: 4 กลีบ น้ำตาลปี๊บ: 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว: 2.5 ช้อนโต๊ะ น้ำอุ่น: 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ: ตำกุ้งแห้งให้ขึ้นฟูเป็นผงก่อนจะช่วยให้น้ำพริกข้นนัว แล้วค่อยตามด้วยพริก กระเทียม และเครื่องปรุงอื่นๆ 5. น้ำพริกกะปิหอมแดงซอย สไตล์น้ำปลาหวาน น้ำพริกกะปิสูตรหวานนัวสดใส รสหวานธรรมชาติจากน้ำตาลปี๊บและหอมแดงซอย เค็มละมุนทานง่ายด้วยกะปิละลายน้ำ เปรี้ยวตัดเลี่ยนพอดีคำ จุดเด่นคือความสดของวัตถุดิบที่ไม่ผ่านความร้อน ให้ฟีลเบาสบายไม่หนักท้องอัตราส่วนผสม: กะปิ: 1 ช้อนโต๊ะ (ละลายกับน้ำอุ่น 1 ช้อนโต๊ะก่อน) หอมแดงซอย: 4-5 หัว พริกขี้หนูซอย: 5-10 เม็ด กระเทียมสับละเอียด: 2 กลีบ น้ำตาลปี๊บ: 1 ช้อนโต๊ะ (บี้ให้ละลาย) น้ำมะนาว: 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ: ผสมทุกอย่างในชามใบเดียวแล้วคนจนเข้ากันดี ความหวานจากหอมแดงซอยจะตัดกับความเค็มของกะปิได้อย่างลงตัว บทความที่คุณอาจสนใจ 20 สูตรอาหารกลางวัน อาหารจานเดียว จ่ายไม่เกิน 300 อร่อยได้ทั้งบ้าน ขายอะไรดี 15 สูตรอาหารว่าง ทานเล่น เมนูสร้างอาชีพ ทำขายกำไรปัง !

แจกฟรี 5 สูตรน้ำจิ้ม หมูกระทะ รสเด็ดถึงใจ อร่อยถูกปากทุกแบบ
อ่าน

แจกฟรี 5 สูตรน้ำจิ้ม หมูกระทะ รสเด็ดถึงใจ อร่อยถูกปากทุกแบบ

สูตรน้ำจิ้มหมูกระทะ รสเด็ด แซ่บโดนใจ มาเสิร์ฟแล้วจ้า คนไทยกับหมูกระทะอยู่คู่กันมาแบบขาดกันไม่ได้! ไม่ว่าจะโอกาสไหนๆ ก็มักเป็นตัวเลือกแรกๆ เสมอ วันนี้เรามี 5 สูตรน้ำจิ้ม หมูกระทะ รสเด็ด มาฝากกัน เป็น 5 สไตล์หลักๆ ที่เรามักจะเห็นในร้านหมูกระทะ ซึ่งเป็นตัวชูโรงที่ช่วยทำให้รสชาติอร่อยฟินยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสายแซ่บ เปรี้ยว หวาน หรือเข้มข้นแบบนัวๆ วันนี้เรารวบมาให้ทุกคนได้ลองทำกันแบบง่ายๆ ที่บ้าน ตอบโจทย์ทั้งสายปิ้งย่างและสายโฮมคุกกิ้งแน่นอน! สูตรน้ำจิ้ม หมูกระทะ 1. น้ำจิ้มหมูกระทะ สูตรเต้าหู้ยี้ (สูตรเข้มข้นสไตล์ร้านดัง) ส่วนผสม น้ำจิ้มหมูกระทะ สูตรเต้าหู้ยี้ เต้าหู้ยี้ 2 ก้อน น้ำกระเทียมดอง 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ ซอสพริก 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 1 ช้อนชา กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูสับ 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ น้ำจิ้มหมูกระทะ สูตรเต้าหู้ยี้ บดเต้าหู้ยี้ให้เนียนละเอียด ใส่น้ำกระเทียมดอง น้ำมะนาว และน้ำตาลปี๊บ คนให้เข้ากัน เติมซอสพริก น้ำมันงา และกระเทียมสับ ใส่พริกขี้หนู ปรับรสตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ 2. สูตร น้ำจิ้มซีฟู้ด (แซ่บจี๊ด สายเผ็ดต้องลอง) ส่วนผสม น้ำจิ้มซีฟู้ด พริกขี้หนูสวน 10 เม็ด กระเทียม 5 กลีบ น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 1 ช้อนชา ผักชี 1 ต้น วิธีทำ น้ำจิ้มซีฟู้ด โขลกพริก กระเทียม และผักชีให้ละเอียด ปรุงด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาล คนให้เข้ากัน ชิมรสให้เปรี้ยวเผ็ดนำ 3. สูตร น้ำจิ้มแจ่ว (แซ่บนัวสไตล์อีสาน) ส่วนผสม สูตร น้ำจิ้มแจ่ว น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ พริกป่น 1 ช้อนชา ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 1 ช้อนชา หอมแดงซอย วิธีทำ สูตร น้ำจิ้มแจ่ว ผสมน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาล ใส่พริกป่น ข้าวคั่ว หอมแดง คนให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ 4. สูตร น้ำจิ้มสุกี้โบราณ (กลมกล่อมคลาสสิก) ส่วนผสม สูตร น้ำจิ้มสุกี้โบราณ ซอสพริก 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ งาขาวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับ วิธีทำ สูตร น้ำจิ้มสุกี้โบราณ ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน คนจนน้ำตาลละลาย โรยงาขาว เพิ่มความหอม 5. น้ำจิ้มกระเทียมพริกสด (สูตรง่าย 3 นาที) ส่วนผสม น้ำจิ้มกระเทียมพริกสด กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนู 1 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 1 ช้อนชา วิธีทำ น้ำจิ้มกระเทียมพริกสด ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน คนให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

6 เมนูคลายร้อนทำง่าย ไม่ง้อเตา สดชื่นทันใจ ทำกินเองได้ที่บ้าน
อ่าน

6 เมนูคลายร้อนทำง่าย ไม่ง้อเตา สดชื่นทันใจ ทำกินเองได้ที่บ้าน

มาสดชื่นกับ 6 เมนูคลายร้อนทำง่าย ตัวช่วยดับร้อนสุดฟินแบบไม่ง้อเตา ตอบโจทย์คนรักการทำอาหารที่บ้าน ด้วยวัตถุดิบหาง่าย รสชาติอร่อยสดชื่นทันใจ ช่วยเปลี่ยนวันอากาศร้อนให้กลายเป็นมื้อพิเศษได้ง่ายๆ พร้อมเทคนิคการปรุงแบบมือโปรที่คุณทำตามได้จริง 6 เมนูคลายร้อนทำง่าย ไม่ง้อเตา สดชื่นทันใจ ทำกินเองได้ที่บ้าน 1. สลัดปูอัดมายองเนส เมนูเริ่มต้นมื้ออาหารที่ทำง่าย ได้ความหวานจากปูอัดและความมันนัวจากมายองเนสญี่ปุ่น ส่วนผสมหลัก ปูอัดเกรดพรีเมียม: 6-8 แท่ง ผักสด: มะเขือเทศราชินี 3-4 ลูก, แตงกวาญี่ปุ่น 1/4 ลูก, ผักกาดหอมหรือเรดโอ๊ค 2-3 ใบ น้ำสลัด: มายองเนสญี่ปุ่น 2-3 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะนาว 1/2 ช้อนชา, พริกไทยดำป่นเล็กน้อย วิธีทำ เตรียมปูอัด: แกะพลาสติกออกแล้วฉีกปูอัดให้เป็นเส้นฝอยตามแนวคั้น เตรียมใส่ชามพักไว้ เตรียมผัก: ล้างผักให้สะอาด สะเด็ดน้ำให้แห้งสนิทหั่นแตงกวาเป็นแว่นหรือเส้น และผ่าครึ่งมะเขือเทศ ผสมสลัด: นำปูอัดฉีกใส่ชามผสม เติมมายองเนส น้ำมะนาว และพริกไทยดำ คลุกเคล้าให้เบามือจนเคลือบทั่วเส้นปูอัด จัดเสิร์ฟ: รองก้นจานด้วยผักกาดหอม วางแตงกวาญี่ปุ่นไว้ด้านข้าง ตักปูอัดวางตรงกลาง ตกแต่งด้วยมะเขือเทศ พร้อมทานทันที เคล็ดลับ : ควรแช่ปูอัดและผักให้เย็นจัดก่อนนำมาทำ จะช่วยชูรสชาติให้สดชื่นขึ้น และสามารถโรย ไข่กุ้ง หรืองาขาวคั่ว เพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสที่สนุกเคี้ยว 2. สลัดผลไม้รวมโยเกิร์ต เมนูของหวานสายสุขภาพที่รวมความสดชื่นของผลไม้นานาชนิด เข้ากับความหอมหวานของน้ำผึ้ง ส่วนผสมหลัก ผลไม้สด: กล้วยหอม 1 ลูก, กีวี่ 1 ลูก, ส้ม 1 ลูก, แอปเปิ้ล 1/2 ลูก (หรือผลไม้ตามฤดูกาล) น้ำสลัดโยเกิร์ต: กรีกโยเกิร์ต (หรือรสธรรมชาติ) 1 ถ้วย, น้ำผึ้งแท้ 1-2 ช้อนชา, น้ำมะนาว 1/2 ช้อนชา วิธีทำ เตรียมผลไม้: ล้างผลไม้ให้สะอาด ปอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ปรุงน้ำสลัด: ผสมโยเกิร์ต น้ำผึ้ง และน้ำมะนาวในถ้วยเล็ก คนจนเนื้อเนียนเข้ากัน คลุกเคล้า: นำผลไม้ทั้งหมดใส่ชามผสม ราดน้ำสลัดโยเกิร์ตลงไป แล้วใช้พายยางหรือช้อนคนอย่างเบามือเพื่อไม่ให้ผลไม้ช้ำ จัดเสิร์ฟ: ตักใส่ถ้วย ตกแต่งหน้าด้วยผลไม้สีสันสดใส เสิร์ฟขณะเย็นจัด เคล็ดลับ : ลองโรยกราโนล่า หรือ อัลมอนด์สไลด์อบก่อนทาน จะช่วยเพิ่มความกรุบกรอบและความอิ่มท้องได้นานขึ้น 3. ยำทูน่าอะโวคาโดสไตล์ญี่ปุ่น เมนูสไตล์ฟิวชั่นที่รวมไขมันดีจากอะโวคาโดและโปรตีนจากทูน่าสด เข้ากับซอสโชยุวาสบิที่เผ็ดร้อนกำลังดี ส่วนผสมหลัก ทูน่าสด 150-200 กรัม อะโวคาโดสุก 1 ลูก, แตงกวาญี่ปุ่น 1/2 ลูก เครื่องโรย: งาขาวคั่ว 1 ช้อนชา, สาหร่ายเส้นตามชอบ น้ำซอสปรุงรส: โชยุ 1.5 ช้อนโต๊ะ, น้ำมันงา 1/2 ช้อนโต๊ะ, วาซาบิ 1/2-1 ช้อนชา (ตามความชอบ), น้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูข้าว 1/2 ช้อนชา, น้ำตาลทรายปลายช้อน วิธีทำ เตรียมวัตถุดิบ: หั่นทูน่า อะโวคาโด และแตงกวาให้เป็นลูกเต๋าขนาดใกล้เคียงกัน (ประมาณ 1.5 ซม.) เพื่อความสวยงามและทานง่าย ปรุงน้ำซอส: ผสมโชยุ น้ำมันงา วาซาบิ น้ำมะนาว และน้ำตาล คนจนวาสบิละลายไม่เป็นก้อน ผสมเครื่องยำ: นำทูน่าและแตงกวาลงไปคลุกกับน้ำซอสก่อน จากนั้นจึงใส่อะโวคาโดลงไป (ใส่ทีหลังสุดเพื่อไม่ให้อะโวคาโดเละ) คลุกอย่างเบามือที่สุด จัดเสิร์ฟ: ตักใส่ถ้วยทรงสูง โรยงาขาวคั่วและสาหร่ายเส้น พร้อมเสิร์ฟทันที 4. สลัดโรลปูอัด เมนูยอดฮิตที่ทานง่าย พกพาสะดวก มาพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดมายองเนสรสแซ่บ ส่วนผสมหลัก แผ่นแป้งสลัดโรล 4-5 แผ่น ปูอัดพรีเมียม 4-5 แท่ง ผักกรีนโอ๊ค/เรดโอ๊ค, แครอทซอย, แตงกวาญี่ปุ่นซอย ส่วนผสมน้ำจิ้ม : มายองเนส 3 ช้อนโต๊ะ, พริกขี้หนูสวน 3-5 เม็ด, กระเทียม 1 กลีบ, น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำปลา 1/2 ช้อนชา, น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา วิธีทำ ทำน้ำจิ้ม: นำส่วนผสมน้ำจิ้มทั้งหมดไปปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อเดียว ชิมรสให้ได้ เปรี้ยว เค็ม หวาน และเผ็ดปลาย เตรียมแป้ง: นำแผ่นแป้งที่ตัดครึ่งแล้ว จุ่มน้ำสะอาดผ่านๆ (ไม่ต้องแช่) วางลงบนพื้นผิวเรียบ แป้งจะค่อยๆ นุ่มพอดีในขณะที่เราวางไส้ การห่อ: วางผักสลัดให้ปลายใบโผล่พ้นขอบแป้ง ตามด้วยแครอท แตงกวา และวางปูอัดไว้ด้านบนสุด ม้วนจากล่างขึ้นบนให้แน่นพอประมาณ ตัดและจัดจาน: ใช้มีดคมๆ ตัดกึ่งกลางแบบเฉียงเล็กน้อย โรยงาขาว-ดำคั่วเพิ่มความสวยงาม เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มที่เตรียมไว้ เคล็ดลับ : วางปูอัดไว้ด้านที่จะถูกม้วนจบพอดี จะทำให้สีส้มของปูอัดโชว์ผ่านแผ่นแป้งใสๆ ดูน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น 5. ยำมะม่วงปลากรอบกุ้งแห้ง เมนูเรียกน้ำย่อยรสจัดจ้าน ครบรส เปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน พร้อมเนื้อสัมผัสกรุบกรอบ ส่วนผสมหลัก มะม่วงเปรี้ยว 1 ลูก กุ้งแห้งอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ, ปลากรอบ 2 ช้อนโต๊ะ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 1-2 ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย 2-3 หัว พริกขี้หนูซอย 5-10 เม็ด, ผักชี น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลเคี่ยว 1.5 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว (ใส่เฉพาะถ้ามะม่วงไม่เปรี้ยวพอ) วิธีทำ เตรียมมะม่วง: สับมะม่วงเป็นเส้นยาว ล้างยางออกให้สะอาด แนะนำให้แช่เย็นจัดไว้ก่อนยำเพื่อความกรอบ ปรุงน้ำยำ: ผสมน้ำตาลปี๊บและน้ำปลาในชามผสม คนจนน้ำตาลละลาย เติมพริกขี้หนูและหอมแดงซอย คลุกเคล้า: นำเส้นมะม่วงลงไปคลุกกับน้ำยำให้เข้าเนื้อ เพิ่มความกรอบ: ใส่กุ้งแห้ง ปลากรอบ และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ลงไป คลุกเคล้าเบาๆ เป็นขั้นตอนสุดท้ายเพื่อรักษาความกรอบ เสิร์ฟทันที 6. เต้าหู้เย็นสไตล์ญี่ปุ่น เมนูเรียบง่ายแต่ล้ำลึก เน้นรสสัมผัสที่เนียนนุ่มและกลิ่นหอมของถั่วเหลือง ส่วนผสมหลัก เต้าหู้คินุ 1 ก้อน (ต้องแช่เย็นจัด) ขิงแก่ขูดละเอียด 1/2 ช้อนโต๊ะ, ต้นหอมซอยละเอียด 1-2 ช้อนโต๊ะ โชยุ หรือซอสเมนซึยุ 1-2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ เตรียมเต้าหู้: แกะเต้าหู้ออกจากบรรจุภัณฑ์อย่างระมัดระวัง ล้างน้ำเย็นผ่านๆ แล้วใช้กระดาษอเนกประสงค์ซับน้ำออกให้แห้งสนิท จัดจาน: วางเต้าหู้ลงในจานก้นลึก (เนื่องจากจะมีน้ำจากเต้าหู้ออกมาเล็กน้อย) แต่งหน้า: วางขิงขูดไว้ตรงกลางด้านบน โรยตามด้วยต้นหอมซอยให้ทั่ว การเสิร์ฟ: ราดโชยุหรือซอสเมนซึยุลงไปรอบๆ หรือบนตัวเต้าหู้ ทานทันทีในขณะที่ยังเย็นอยู่ เคล็ดลับ : เพิ่มความหอมและรสสัมผัสแบบออริจินัลด้วยการโรย ปลาโอแห้ง หรือ สาหร่ายฝอย ก่อนเสิร์ฟ บทความที่คุณอาจสนใจ 20 สูตรอาหารกลางวัน อาหารจานเดียว จ่ายไม่เกิน 300 อร่อยได้ทั้งบ้าน ขายอะไรดี 15 สูตรอาหารว่าง ทานเล่น เมนูสร้างอาชีพ ทำขายกำไรปัง !

ประหยัดน้ำมัน 7 สูตรอาหาร ผัดด้วยน้ำ ทำง่าย อร่อยได้ทุกวัน
อ่าน

ประหยัดน้ำมัน 7 สูตรอาหาร ผัดด้วยน้ำ ทำง่าย อร่อยได้ทุกวัน

เมนูประหยัดน้ำมัน อร่อยดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพ ผัดด้วยน้ำ เป็นอีกหนึ่งเทคนิคทำอาหารที่ช่วยลดน้ำมัน แต่ยังคงความอร่อยเหมือนเดิม วันนี้เรามี 7 สูตรผัดด้วยน้ำ ทำง่าย ใช้วัตถุดิบใกล้ตัว พร้อมขั้นตอนแบบมือใหม่ก็ทำได้! หรือใครเป็นสายสุขภาพต้องถูกใจแน่นอน ตามมาจดสูตรกันเลย! สูตรอาหาร ประหยัดน้ำมัน ผัดด้วยน้ำ 1. สูตร ผัดคะน้าหมู (ผัดน้ำ) ส่วนผสม ผัดคะน้าหมู ผัดน้ำ หมูสไลซ์ 120 กรัม คะน้า 150 กรัม กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำซุป 3 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 1 ช้อนชา วิธีทำ ผัดคะน้าหมู ผัดน้ำ ตั้งกระทะด้วยไฟกลาง เติมน้ำซุป 23 ช้อนโต๊ะ แล้วใส่กระเทียมสับลงไป ผัดจนเริ่มหอม ใส่หมูสไลซ์ลงไป ผัดคลุกเคล้าจนหมูเริ่มสุก หากน้ำแห้งให้เติมเพิ่มเล็กน้อย ใส่คะน้าลงไป ผัดให้เข้ากัน แล้วปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและซอสหอยนางรม ผัดต่อจนผักนิ่มกำลังดี ปิดไฟ พร้อมตักเสิร์ฟ 2. สูตร ผัดบรอกโคลีอกไก่ ส่วนผสม ผัดบรอกโคลีอกไก่ อกไก่ 120 กรัม บรอกโคลี 150 กรัม กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ น้ำซุป 3 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ผัดบรอกโคลีอกไก่ ตั้งกระทะ เติมน้ำซุปเล็กน้อย ใส่กระเทียมสับ ผัดให้มีกลิ่นหอม ใส่อกไก่ลงไป ผัดจนเนื้อไก่เริ่มสุกทั่ว และไม่ติดกระทะ ใส่บรอกโคลีลงไป ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ผัดต่อจนบรอกโคลีสุกแต่ยังกรอบเล็กน้อย พร้อมเสิร์ฟ 3. สูตร ผัดผักรวมกุ้ง ส่วนผสม ผัดผักรวมกุ้ง กุ้ง 120 กรัม ผักรวม 150200 กรัม (แครอท ข้าวโพดอ่อน ถั่วลันเตา) น้ำซุป 3 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ผัดผักรวมกุ้ง ตั้งกระทะ เติมน้ำซุปเล็กน้อย แล้วใส่กุ้งลงไปผัดก่อน ผัดจนกุ้งเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพู ใส่ผักรวมลงไป เช่น แครอท ข้าวโพดอ่อน และถั่วลันเตา ปรุงรสและผัดต่อจนผักสุกกำลังดี จากนั้นปิดไฟ พร้อมเสิร์ฟ 4. สูตร ผัดเห็ดซอสญี่ปุ่น ส่วนผสม ผัดเห็ดซอสญี่ปุ่น เห็ดรวม 200 กรัม น้ำซุป 23 ช้อนโต๊ะ โชยุ 1 ช้อนโต๊ะ มิริน 1 ช้อนชา (เพิ่มความกลมกล่อม) งาขาว 1 ช้อนชา วิธีทำ ผัดเห็ดซอสญี่ปุ่น เริ่มจากตั้งกระทะและเติมน้ำซุปลงไปเล็กน้อย ใส่เห็ดรวมลงไปผัดได้เลย เพราะเห็ดจะคายน้ำออกมาเอง ผัดเห็ดไปเรื่อยๆ จนนิ่มและมีน้ำออกมาเล็กน้อย จากนั้นปรุงรสด้วยโชยุและมิรินเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความหอมและกลมกล่อม ผัดให้ซอสเคลือบเห็ดทั่วกัน ปิดไฟ แล้วโรยงาขาวด้านบน จะได้เมนูที่หอมสไตล์ญี่ปุ่นและดีต่อสุขภาพ 5. สูตร ผัดเต้าหู้ผักรวม ส่วนผสม ผัดเต้าหู้ผักรวม เต้าหู้ขาว 150 กรัม ผักรวม 150 กรัม น้ำซุป 3 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ผัดเต้าหู้ผักรวม ตั้งกระทะ เติมน้ำซุปเล็กน้อย จากนั้นใส่เต้าหู้ลงไปก่อน โดยใช้ไฟกลางและผัดอย่างเบามือ เพื่อไม่ให้เต้าหู้แตก เมื่อเต้าหู้เริ่มร้อนทั่วแล้ว ให้ใส่ผักรวมลงไป ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว แล้วผัดต่ออีกเล็กน้อยจนผักสุกตามต้องการ เมนูนี้จะได้รสชาติอ่อนๆ เหมาะกับสายคลีนมาก 6. สูตร ผัดกะเพราอกไก่ ส่วนผสม ผัดกะเพราอกไก่ อกไก่ 120 กรัม ใบกะเพรา 1 ถ้วย พริกกระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ น้ำซุป 3 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ช้อนชา วิธีทำ ผัดกะเพราอกไก่ ตั้งกระทะ เติมน้ำซุปเล็กน้อย จากนั้นใส่พริกและกระเทียมลงไปผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่อกไก่ลงไป ผัดจนสุก จากนั้นปรุงรสด้วยซอสปรุงรสและน้ำปลาเล็กน้อย เมื่อไก่สุกดีแล้ว ให้ใส่ใบกะเพราลงไป แล้วผัดเร็วๆ แค่พอให้ใบกะเพราสลด จากนั้นปิดไฟทันที เพื่อให้กลิ่นหอมยังคงอยู่ 7. สูตร ผัดผักบุ้งไฟแดง ส่วนผสม ผัดกะเพราอกไก่ ผักบุ้ง 150 กรัม กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ พริก 1 ช้อนชา น้ำซุป 2 ช้อนโต๊ะ เต้าเจี้ยว 1 ช้อนชา ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ผัดกะเพราอกไก่ ตั้งกระทะด้วยไฟแรงเล็กน้อย เติมน้ำซุปลงไป แล้วใส่กระเทียมและพริกลงผัดให้หอม จากนั้นใส่ผักบุ้งลงไปทันที ใช้ไฟแรงและผัดเร็ว เพื่อให้ได้ฟีล ผัดไฟแดง ปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยวและซีอิ๊วขาว ผัดเร็วๆ ให้ทุกอย่างเข้ากัน แล้วรีบปิดไฟ จะช่วยให้ผักยังกรอบและสีเขียวสดน่ากิน บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ

แจกสูตรน้ำพริกคนขี้เกียจ ส่วนผสม 5 อย่าง ตำปุ๊บแซ่บปั๊บ อร่อยเหมือนแม่มาเอง
อ่าน

แจกสูตรน้ำพริกคนขี้เกียจ ส่วนผสม 5 อย่าง ตำปุ๊บแซ่บปั๊บ อร่อยเหมือนแม่มาเอง

น้ำพริกไม่ใช่เรื่องยาก TrueID Food แจกสูตรน้ำพริก สำหรับคนขี้เกียจ เน้นความไวแต่รสชาติจัดจ้าน ใช้ส่วนผสมเพียง 5 อย่าง ก็อร่อยได้แบบไม่ต้องเตรียมเยอะ เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากหัดเข้าครัว แต่อยากได้รสชาติกลมกล่อม อร่อยเหมือนแม่มาเอง จะกินคู่กับผักสดหรือคลุกข้าวสวยร้อนๆ ก็ฟินใครหาเมนูทำง่ายห้ามพลาด แจกสูตรน้ำพริกคนขี้เกียจ ส่วนผสม 5 อย่างตำปุ๊บแซ่บปั๊บ อร่อยเหมือนแม่มาเอง น้ำพริกกะปิ เค็มนำแบบกลมกล่อม มีเปรี้ยวมะนาวมาตัด และหวานตามนิดๆ เผ็ดติดลิ้นพอดีๆ ส่วนผสม กะปิอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูสวน 10-15 เม็ด มะนาว 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1-1.5 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ช้อนชา วิธีทำ: เอาพริกมาตำพอแตก ใส่กะปิลงไปตำผสมให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำตาล มะนาว น้ำปลา ถ้าหนืดไปเติมน้ำต้มสุกนิดหน่อย เคล็ดลับ: ห่อกะปิด้วยใบตองแล้วเอาไปย่างไฟก่อน จะหอมมากและลดกลิ่นคาว น้ำพริกมะเขือเทศกุ้งแห้ง เปรี้ยวๆ หวานๆ จากมะเขือเทศย่าง นัวด้วยกุ้งแห้งป่น มีกลิ่นพริกคั่วหอมๆ ส่วนผสม มะเขือเทศ 5-8 ลูก กุ้งแห้งป่น 3-4 ช้อนโต๊ะ พริกแห้งคั่ว 5-10 เม็ด น้ำปลา 1.5-2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1-2 ช้อนชา วิธีทำ: ตำพริกแห้งกับกุ้งแห้งให้ละเอียด ใส่มะเขือเทศที่ย่างจนนิ่มแล้วลงไปตำเบาๆ พอให้เนื้อแตก ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล เคล็ดลับ: คั่วมะเขือเทศในกระทะให้เปลือกไหม้นิดๆ จะได้รสเปรี้ยวที่หวานนุ่มกว่ามะนาว น้ำพริกปลาทูมะนาว แซ่บเปรี้ยวเค็ม เนื้อปลาทูจะฟูๆ นุ่มๆ จิ้มผักอร่อยมาก ส่วนผสม เนื้อปลาทูย่าง 1 ตัว พริกขี้หนู 10-15 เม็ด มะนาว 2-3 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1.5-2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1-2 ช้อนชา วิธีทำ: เอาพริกไปคั่วให้หอมจากนั้นนำมาตำ ใส่เนื้อปลาทูลงไปโขลกจนฟู ปรุงรสตามใจชอบ เคล็ดลับ: ตอนแกะปลาทูต้องเช็กก้างให้ดี และคั่วพริกให้ผิวเกรียมหน่อยๆ จะหอมขึ้นมาก น้ำพริกปลาร้าแซ่บ นัวน้ำปลาร้า เผ็ดร้อนด้วยพริกและกระเทียมคั่ว มีมะนาวช่วยให้สดชื่นไม่คาว ส่วนผสม น้ำปลาร้าต้มสุก 4 ช้อนโต๊ะ พริกแห้งคั่ว 1.5-2 ช้อนโต๊ะ กระเทียม 5-10 กลีบ มะนาว 2-2.5 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1-2 ช้อนชา วิธีทำ: ตำพริกแห้ง กระเทียม และหอมแดงที่คั่วแล้วให้ละเอียด ใส่น้ำปลาร้าลงไปผสม ปรุงรสด้วยมะนาวและน้ำตาลตัดเค็มนิดนึง เคล็ดลับ: ต้องใช้ปลาร้าต้มสุกเท่านั้นเพื่อความสะอาด และคั่วเครื่องเทศให้หอมจะช่วยดับกลิ่นคาวได้ดี น้ำพริกกุ้งแห้งหอม เค็มหวานกำลังดี กุ้งแห้งจะหนึบๆ หอมเครื่องคั่ว คลุกข้าวสวยร้อนๆ คือที่สุด ส่วนผสม กุ้งแห้งป่น 100 กรัม พริกแห้งคั่ว 10-15 เม็ด กระเทียมคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1.5-2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1-2 ช้อนชา วิธีทำ: ตำพริกกับกระเทียมคั่วให้ละเอียด ใส่กุ้งแห้งลงไปตำผสม ปรุงรสแล้วเอาไปผัดในกระทะไฟอ่อนๆ ให้น้ำตาลละลายเคลือบตัวกุ้ง เคล็ดลับ: การเอาไปผัดจะทำให้น้ำพริกหอมขึ้นและเก็บไว้กินได้หลายวัน น้ำพริกปลาแห้งมะขาม เปรี้ยวหวานจากมะขามเปียก เนื้อปลาจะขลุกขลิกเข้มข้น กินกับผักลวกอร่อยมาก ส่วนผสม ปลาแห้งป่นฟู 1 ถ้วย พริกป่น 1.5-2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก 3-4 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 2-2.5 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1-1.5 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ เอาปลาป่นมาผสมกับพริกป่น ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ น้ำปลาลงไป คลุกให้เข้ากันจนเหนียวนิดๆ เคล็ดลับ: ปรุงรสให้ได้ 3 รส เปรี้ยว เค็ม หวาน ให้เท่าๆ กัน จะกลมกล่อมที่สุด บทความที่คุณอาจสนใจ 20 สูตรอาหารกลางวัน อาหารจานเดียว จ่ายไม่เกิน 300 อร่อยได้ทั้งบ้าน ขายอะไรดี 15 สูตรอาหารว่าง ทานเล่น เมนูสร้างอาชีพ ทำขายกำไรปัง !

คู่มือเลือกกะปิฉบับเข้าใจง่าย สีแบบไหน กลิ่นอย่างไร คือกะปิคุณภาพดี
อ่าน

คู่มือเลือกกะปิฉบับเข้าใจง่าย สีแบบไหน กลิ่นอย่างไร คือกะปิคุณภาพดี

เจาะลึกเทคนิคการเลือกซื้อกะปิคุณภาพดีด้วย คัมภีร์เลือกกะปิแท้ ดู-ดม-อม-ชิม เคล็ดลับก้นครัวที่จะเปลี่ยนแกงธรรมดาให้หอมอร่อยระดับมือโปร TrueID Food จะพาคุณไปรู้จักวิธีสังเกตสีที่เป็นธรรมชาติจากตัวเคยแท้ การดมกลิ่นหอมนวลที่ไม่ฉุนคาว และการสัมผัสเนื้อกะปิที่แน่นละเอียดไม่ผสมแป้ง พร้อมแนะนำกะปิแหล่งดังทั่วไทยที่คัดมาแล้วว่าดีที่สุด เพื่อให้ทุกจานอาหารของคุณกลมกล่อมได้รสชาติในแบบที่คุณต้องการ คู่มือเลือกกะปิฉบับเข้าใจง่าย สีแบบไหน กลิ่นอย่างไร คือกะปิคุณภาพดี คัมภีร์เลือกกะปิแท้: ดู-ดม-อม-ชิม ให้ได้ของดีคู่ครัว 1. สังเกตด้วยตา สีต้องธรรมชาติ: กะปิคุณภาพดีควรมีสี ชมพูอมม่วง หรือสีเปลือกมังคุด ซึ่งเป็นสีที่ได้จากการหมักตัวเคยตามธรรมชาติ ข้อควรระวัง: หากเจอสีแดงสดผิดปกติ อาจมีการผสมสีผสมอาหาร ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพและรสชาติ เนื้อเนียนแต่เห็น "ตาเป็ด": เนื้อกะปิควรละเอียดพอประมาณ แต่ต้องสังเกตเห็นจุดสีดำเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไป นั่นคือตาของตัวเคย (ลูกกุ้งขนาดเล็ก) ซึ่งเป็นเครื่องหมายยืนยันว่าเป็นกะปิแท้ 2. พิสูจน์ด้วยกลิ่น หอมนวล ไม่ฉุนคาว: กลิ่นต้องหอมเค็มแบบกลมกล่อมไม่คาวจัดจนเตะจมูก และที่สำคัญต้อง ไม่มีกลิ่นบูด (กลิ่นตุ) ซึ่งเกิดจากการหมักที่ไม่สะอาด กลิ่นแดด: กะปิเกรดพรีเมียมจะมีกลิ่นหอมแดดอ่อนๆ สะท้อนถึงกระบวนการตากแห้งที่ได้มาตรฐาน 3. สัมผัสเนื้อ เหนียวแน่นพอดี: เนื้อต้องแห้งและแน่นไม่แฉะน้ำ เมื่อกดลงไปเนื้อต้องไม่ยุ่ยหรือเหลวเป็นน้ำ ไม่สากแป้ง: กะปิแท้จะมีความมันเงาเล็กน้อยจากน้ำมันตัวเคย หากลูบแล้วรู้สึกสากมือหรือเหนียวหนืดผิดปกติ สันนิษฐานได้ว่าผสมแป้งเยอะ 4. ชิมรสชาติ เค็มนำ หวานตาม: รสสัมผัสแรกจะเค็มจากเกลือหมัก แต่จะมีความหวานปะแล่ม จากเนื้อเคยตามมา ไม่ใช่เค็มโดดจนขม สะอาดไร้กรวดทราย: กะปิที่ดีต้องไม่มีเศษทรายปน เพราะหากล้างเคยไม่สะอาดจะทำให้เสียอรรถรสในการกินทันที วิธีเลือกกะปิตามการใช้งาน ตำน้ำพริก : เลือกกะปิเนื้อแห้ง สีม่วงสวย กลิ่นหอมฟุ้ง เพื่อให้น้ำพริกมีสีเข้มข้นน่ากิน แกงส้ม / แกงคั่ว : เลือกกะปิที่ละลายน้ำง่าย กลิ่นไม่แรงจนเกินไปเพื่อไม่ให้กลบกลิ่นเครื่องแกง ข้าวคลุกกะปิ : เลือกกะปิเกรดพรีเมียม (กะปิหวาน) ที่เค็มน้อยและมีกลิ่นหอมแดดจัด เคล็ดลับการเก็บรักษากะปิ ใส่กะปิในกระปุกแก้ว กดหน้าให้แน่นเพื่อไล่อากาศ ปิดฝาให้สนิทแล้วแช่ตู้เย็น จะช่วยรักษาความหอมและคุณภาพได้นานข้ามปี 5 แหล่งกะปิชื่อดังในไทย กะปิคลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม : ใช้เคยตาดำตัวเล็กละเอียดสีม่วงสวย รสชาติหวานธรรมชาติจากเนื้อเคย ไม่เค็มจัดเหมาะกับการทำน้ำพริกกะปิ กะปิระนอง จังหวัดระนอง: กะปิจากทะเลอันดามัน เนื้อแห้งสนิทกลิ่นหอมแรงสะใจ สีน้ำตาลอมม่วง เหมาะกับการทำแกงเผ็ด แกงไตปลา กะปิท่าเคย จังหวัดสุราษฎร์ธานี: กะปิพรีเมียมหมักนาน 6 เดือน - 2 ปี มีกรรมวิธีขัดน้ำ ทำให้หอมลึกและเข้มข้น เหมาะกับการทำ แกงส้มใต้ เมนูผัด กะปิเกาะลันตา จังหวัดกระบี่: กะปิ OTOP มาตรฐานสูง สะอาด เนื้อละเอียดเนียน รสชาติกลมกล่อมตามสูตรชาวเลโบราณ เหมาะกับการปรุงรสอาหารทั่วไป กะปิคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ: แหล่งผลิตเก่าแก่ใกล้กรุงเทพ รสชาติเค็มกำลังดี กลิ่นหอมสะอาด หาซื้อง่าย เหมาะกับการทำข้าวคลุกกะปิ เครื่องแกงภาคกลาง บทความที่คุณอาจสนใจ วิธีล้างเขียงไม้ กำจัดคราบดำฝังแน่น ไม่ขึ้นรา พร้อมทำเมนูอร่อย วิธีแก้หุงข้าวแฉะ แก้ง่ายๆ ข้าวกลับมาเรียงเม็ดสวย! 12 สูตรหมักหมู หมูนุ่ม หมูทอด หมูย่าง ทำกินได้ที่บ้าน ทำขายกำไรดี ! ทำความรู้จัก เนื้อหมูส่วนต่างๆ เนื้อหมูส่วนไหน เอาไปทำเมนูอะไรอร่อย รวม 25 เคล็ดลับก้นครัว เคล็ดลับทำอาหารง่ายๆ ทำตามนี้ชีวิตดีแน่นอน

บุฟเฟ่ต์อาหารทะเล เทศกาลปู ที่ ห้องอาหารโกจิ คิทเช่น+ บาร์ โรงแรมแบง ค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค
อ่าน

บุฟเฟ่ต์อาหารทะเล เทศกาลปู ที่ ห้องอาหารโกจิ คิทเช่น+ บาร์ โรงแรมแบง ค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค

โกจิ คิทเช่น + บาร์ ห้องอาหารบุฟเฟต์นานาชาติ ณ โรงแรมแบง ค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์ซีฟู้ดสุดพิเศษกับ เทศกาลปู (Crab Carnival) ตลอด 11 วัน ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม 6 เมษายน 2569 ที่รวบรวมปูคุณภาพเยี่ยมถึง 9 สายพันธุ์ จากทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ ให้ได้ลิ้มลองทั้งแบบสดเสิร์ฟบนน้ำแข็ง หรือผ่านการปรุงสุกในสไตล์เอเชียและนานาชาติ โดยภายในเทศกาลนี้ ทุกท่านจะได้อิ่มอร่อยกับปูนำเข้าจากต่างประเทศ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ ปูยักษ์อลาสก้า* ปูหิมะแดง* ปูขนมปังนอร์เวย์ และปูทาราบะชิลี รวมถึงปูท้องถิ่นของไทยอีก 5 สายพันธุ์ ได้แก่ ปูดำ ปูม้า ปูดาว ปูจั๊กจั่น และปูนิ่ม เพื่อสร้างประสบการณ์แห่งรสชาติที่น่าประทับใจและน่าจดจำ ทุกท่านสามารถเพลิดเพลินกับเมนูปูที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน อาทิ เมนูอบ เมนูสลัด ซุปปู อาหารเอเชีย และอาหารตะวันตก รวมถึงสลัดที่เลือกได้ตามใจชอบ เช่น สลัดปูนิ่มมิกซ์ผักกับซอสเลมอน สลัดเนื้อปู ส้มตำปูม้า และยำมะม่วงปูสด พร้อมเมนูซุปทั้งสไตล์เอเชียและตะวันตกที่หมุนเวียนมาให้ลิ้มลอง อาทิ ครีมซุปปู ครีมซุปมันฝรั่งและปู ซุปเสฉวนปู ซุปกระเพาะปลาเนื้อปู และขนมจีนน้ำยาปูดอกอัญชัน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารเอเชีย ยังมีเมนูยอดนิยมอย่าง ข้าวซอยปูนิ่ม ข้าวผัดปู ปูม้าผัดผงกะหรี่ และปูดำผัดพริกไทยดำ* รวมถึงเมนูตะวันตก เช่น ริซอตโต้ซุปปู และราวิโอลีเนื้อปูซอสฟรา ดิอาโวโล* นอกจากนี้ยังมีเมนูจากทั่วโลก อาทิ เค้กปูซอสดิจองมัสตาร์ด มินิมัฟฟินข้าวโพดปู และโดนัทสไตล์ฝรั่งเศสไส้ปูม้าซอสเรมูลาด พร้อมสเตชั่นพิเศษที่นำเสนอ ปูแดงย่างจากแหล่งวัตถุดิบที่ยั่งยืน ซึ่งเชฟรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ นอกเหนือจากเมนูปูแล้ว ยังมีอาหารนานาชาติให้เลือกอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็น โคลด์คัทและชีสนำเข้า บาร์หอยนางรม อาหารทะเลสดบนน้ำแข็ง เช่น หอยเชลล์ หอยแมลงภู่ดำ หอยหวาน และกุ้งแชบ๊วย ซูชิและซาชิมิ หอยเชลล์ฮอกไกโดย่างบนกระทะ รวมถึง เนื้อย่างพรีเมียม อาทิ เนื้อดรายเอจไพรม์ริบ สเต๊กเนื้อสะโพกวากิว ซี่โครงแกะออสเตรเลีย และปลาแซลมอนอบเกลือ เสริมด้วยเมนูเอเชียยอดนิยม เช่น ติ่มซำโฮมเมด ซีฟู้ดต้มยำ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น และสเตชั่นส้มตำ ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยของหวานหลากหลายรายการ ทั้ง ขนมหวานนานาชาติ เค้ก มูส ขนมอบ ไอศกรีมและซอร์เบต์โฮมเมด ข้าวเหนียวมะม่วง และขนมไทย เทศกาลปู (Crab Carnival) ณ ห้องอาหารโกจิคิทเช่น + บาร์ จะจัดขึ้นในวันที่ 27 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2569 ตามรายละเอียด ดังนี้ มื้อเย็นวันจันทร์- วันพฤหัสบดี (17.30 22.00 น.) ราคา 1,999++ บาท ต่อท่าน มื้อเย็นวันศุกร์- วันอาทิตย์ (17.30 22.00 น.) ราคา 2,599++ บาท ต่อท่าน มื้อเที่ยงวันเสาร์ (12.00 14.30 น.) ราคา 2,599++ บาท ต่อท่าน มื้อบรั้นช์วันอาทิตย์ (12.00 14.30 น.) ราคา 2,899++ บาท ต่อท่าน โกจิ คิทเช่น + บาร์ตั้งอยู่ที่ชั้นล็อบบี้ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค จุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นมื้อพิเศษของคู่รัก งานเลี้ยงครอบครัว หรือการสังสรรค์ในโอกาสสำคัญ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร +66 (0) 2 059 5999 อีเมล restaurant-reservations.bkkqp@marriotthotels.com และสามารถจองผ่าน https://bit.ly/GojiBangkokPR หรือติดต่อเราผ่านช่องทางเหล่านี้ เว็บไซต์ : www.gojikitchenbangkok.com เฟสบุ๊ก : www.facebook.com/gojikitchenandbar ไลน์ : @gojikitchenbar *เมนูที่ระบุเครื่องหมายดอกจันให้บริการเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์

30 เมนู สูตรอาหาร ของไหว้เจ้า อาหารตรุษจีน 2569 ทำไหว้แล้วเฮง!
อ่าน

30 เมนู สูตรอาหาร ของไหว้เจ้า อาหารตรุษจีน 2569 ทำไหว้แล้วเฮง!

แจกสูตรอาหารฟรี เมนูไหว้ตรุษจีน วันตรุษจีน 2569 ที่ใกล้จะมาถึง ปีนี้ TrueID Food จะมาแจก สูตรอาหาร30 ของไหว้เจ้า วันตรุษจีน หลากหลายไอเดียเมนูอร่อย ทำไหว้แล้วเฮง! พอถึงวันตรุษจีน หลายคนคงต้องเริ่มลิสต์รายการอาหารไว้สำหรับไหว้เจ้ากันอยู่แน่ๆ เราเลยรวบรวมมาให้เลือกทำอาหารไหว้แบบจัดเต็ม! สูตรทำกับข้าวตั้งโต๊ะไหว้บรรพบุรุษ แจกไอเดียสำหรับใครที่ยังนึกเมนูไม่ออก ไว้ไปต่อยอดเป็นเมนูอร่อยได้ยาวๆ มาทั้งหมู ไก่ ปลา ผัก และอีกมากมาย จะมีเมนูอะไรโดนใจบ้าง ตามมาดูไปพร้อมกันเลย! สูตรอาหาร วันตรุษจีน 2569 ของไหว้เจ้า 1. สูตรทำ ขนมเทียนแก้ว ดูวิธีทำเต็มๆ ที่ : สูตรขนมเทียนแก้ว แป้งนุ่มเหนียว ไส้เค็มจัดจ้าน ทำขายได้ ทำไหว้เฮงๆ ส่วนผสมขนมเทียนแก้ว ไส้เค็ม (ทำได้ 45 ลูก แต่แป้งจะเหลือ ฉะนั้นสามารถทำไส้เบิ้ลสูตรได้เลยค่ะ) อัตราส่วนไส้ขนมเทียน ถั่วเขียวซีกเลาะเปลือก 250 กรัม (น้ำหนักก่อนนึ่ง) กระเทียมไทยบดละเอียด 50 กรัม น้ำมันพืช 2-3 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ (ใช้พริกไทยขาวแบบเม็ดมาตำให้ละเอียด) น้ำตาลทรายขาว 100 กรัม ต้นหอมซอย 2 ต้น (ไม่ใส่ได้)**ไส้ชั่งก้อนละ 15 กรัมได้ 40 ลูก อัตราส่วนแป้งขนมเทียนแก้ว แป้งมันสำปะหลัง 300 กรัม แป้งท้าวยายม่อม 200 กรัม (ใช้แป้งมันแทนได้) น้ำตาลทรายขาว 300 กรัม น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 720 กรัม 2. สูตรทำ ซาลาเปา ไส้หมูสับ ไส้หมูแดง ดูวิธีทำเต็มๆ ที่ : สูตรทำ ซาลาเปา ไส้หมูสับ ไส้หมูแดง ทำง่าย นวดแป้งไม่เกิน 5 นาที! ส่วนผสม ซาลาเปา ไส้หมูสับ ไส้หมูแดง ส่วนผสม แป้งซาลาเปา แป้งกิเลนเหลือง 380 กรัม (สามารถใช้แป้งเค้กแทนได้) นมสดรสจืด 260 กรัม (เข้าไมโครเวฟให้พออุ่นๆ) ยีสต์ผง 2 ช้อนชา น้ำตาลทรายขาว 40 กรัม ผงฟู 2 ช้อนชา น้ำมันรำขาวหรือน้ำมันพืช 4 ช้อนตวง กระดาษรองซาลาเปา ส่วนผสม ไส้หมูสับ หมูบดติดมัน 500 กรัม แครอทหั่นเต๋า 4 ช้อนตวง เห็ดหอมหั่นเต๋า 6 ดอก ต้นหอมซอย 3 ช้อนตวง ซีอิ๊วขาว 3+ ช้อนตวง น้ำมันหอย 5 ช้อนตวง น้ำมันงา 1 ช้อนตวง น้ำตาลทราย 4 ช้อนตวง พริกไทยป่น 1 ช้อนตวง แป้งข้าวโพด 5 ช้อนตวง ไข่แดงเค็ม (ใช้แบบดิบหรือนึ่งสุกก็ได้) ส่วนผสม ไส้หมูแดง เนื้อหมูสันนอกหั่นเต๋าเล็ก 500 กรัม มันหมูแข็งไม่ติดหนังหั่นเต๋าเล็ก 100 กรัม หอมใหญ่หั่นเต๋าเล็ก 100 กรัม รากผักชี 4 ราก กระเทียมไทย 1 ช้อนตวง พริกไทยป่น 1 ช้อนตวง ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนตวง ซอสฝาเขียว 1+ ช้อนตวง น้ำมันหอย 2 ช้อนตวง น้ำมันงา 1 ช้อนตวง น้ำตาลทราย 100 กรัม ผงพะโล้ 2 ช้อนชา ซีอิ๊วดำหวาน 2 ช้อนชา แป้งข้าวโพด 2 ช้อนตวง น้ำเปล่า 1/3 ถ้วยตวง (สำหรับเคี่ยวหมู) สีผสมอาหารสีส้มแดง ตามชอบ 3. สูตรทำ ต้มจับฉ่าย ดูวิธีทำเต็มๆ ที่ : สูตรทำ ต้มจับฉ่าย พร้อมเคล็ดลับน้ำซุปหวานหอม ทำง่าย เก็บไว้กินได้นาน! ส่วนผสม ต้มจับฉ่าย หมูสามชั้น 500 กรัม กะหล่ำปลี 1 หัว หัวไชเท้า 2 หัวกลางๆ เห็ดหอม 5-6 ดอก ขึ้นช่าย 1 มัด คะน้า 5 ต้น กวางตุ้ง 5 ต้น กระเทียมจีนสับหยาบ 1 หัว ซุปก้อนคนอร์ 1 ก้อน เกลือป่น 1 ช้อนชา ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนตวง น้ำมันหอย 2 ช้อนตวง ซอสปรุงรสฝาเขียว 2 ช้อนตวง น้ำตาลกรวด 1 ก้อนเท่าหัวแม่มือ (หรือน้ำตาลทราย 1/2 ชต. ) ซีอิ๊วดำหวาน 1/2 ช้อนตวง น้ำมันพืช 3-4 ช้อนตวง น้ำเปล่า 2-3 ลิตร (ใส่ให้ท่วมผัก) 4.วิธีทำ กระเพาะปลาน้ำแดง ดูวิธีทำเต็มๆ ที่ : สูตรทำ กระเพาะปลาน้ำแดง เมนูทำขาย ทำไหว้วันตรุษจีน เครื่องแน่นจัดเต็ม! ส่วนผสม กระเพาะปลาน้ำแดง อัตราส่วนน้ำซุป น้ำเปล่า 4,000 มิลลิลิตร โครงไก่ 1 โครง อกไก่เลาะหนังออก 2 ชิ้น ปีกไก่บน 10 ชิ้น พริกไทยเม็ดบุบ 1 ช้อนชา รากผักชีบุบ 4 ราก กระเทียมจีนบุบ 5 กลีบ หัวไชเท้าหั่นแว่น 2 หัว อัตราส่วนกระเพาะปลา น้ำซุป 3500 มิลลิลิตร ซุปคนอร์ 1 ก้อน (เพิ่มจากในคลิป) เห็ดหอมหั่นชิ้นบาง 15 ดอก น้ำตาลมะพร้าว 100 กรัม ซอสปรุงรสฝาเขียว 4 ช้อนตวง เกลือป่น 1 ช้อนตวง + 1/2 ช้อนตวง ซีอิ๊วดำ 2 ช้อนชา เหล้าจีน 2 ช้อนตวง (ตัดออกได้) กระเพาะปลา 250 กรัม (นน.ก่อนแช่น้ำ) หน่อไม้สดต้มหั่นเส้น 300 กรัม เลือดไก่หั่นเต๋าต้มสุก 1 ก้อน ปีกไก่บนต้มสุก อกไก่ต้มสุกฉีกเส้น ไข่นกกระทาต้มสุก 20 ฟองหรือตามชอบ แป้งท้าวยายม่อมหรือแป้งมันฮ่องกง 120 กรัม น้ำเปล่า 70 มิลลิลิตร(สำหรับละลายแป้ง) ผักชีสำหรับโรยหน้า จิ๊กโฉ่ว พริกไทยป่น น้ำตาล น้ำปลา พริกป่น 5. สูตรทำ เกี๊ยวน้ำ ดูวิธีทำเต็มๆ ที่ : สูตรทำ เกี๊ยวน้ำ น้ำซุปกระดูกหมู พร้อมเคล็ดลับน้ำซุปสีทอง ทำง่าย อร่อยได้ทั้งครอบครัว! ส่วนผสม เกี๊ยวน้ำ น้ำเปล่า 4 ลิตร กระดูกเล้ง 500 กรัม กระดูกคาตั๊ง 500 กรัม น้ำตาลกรวด 25 กรัม เกลือป่นหยาบ,เกลือสมุทร 2+1/2 ช้อนตวง พริกไทยเม็ดบุบพอแตก 1 ช้อนตวง รากผักชีบุบ 3-4 ราก กระเทียมไทยบุบ 4-5 กลีบ หัวไชเท้า 2 หัว ปลาหมึกแห้งย่างไฟ 1 ตัว (ตัดออกได้) ซุปคนอร์ 1-2 ก้อน อัตราส่วน ไส้เกี๊ยว กุ้งขาวสับหยาบ 300 กรัม หมูบดติดมัน 250 กรัม กระเทียมไทย 1 ช้อนตวง รากผักชี 2 ราก พริกไทยป่น 1+1/2 ช้อนชา ซอสปรุงรสฝาเขียว 1 ช้อนตวง ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนตวง ซอสหอยนางรม 2 ช้อนตวง น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนตวง น้ำมันงา 1 ช้อนตวง ไข่ไก่ 1 ฟอง ต้นหอมซอย 2 ช้อนตวง อื่นๆ ผักกวางตุ้งลวก กระเทียมเจียว พริกไทยป่น 6. สูตรทำ ปอเปี๊ยะสด ดูวิธีทำเต็มๆ ที่ : สูตรทำปอเปี๊ยะสด พร้อมน้ำราดสูตรเด็ด วิธีทำละเอียด ทำขายได้เลย ส่วนผสม ปอเปี๊ยะสด น้ำราดสูตรเด็ด ส่วนผสม น้ำราดปอเปี๊ยะสด น้ำเปล่า 1 ลิตร ผงพะโล้ 1 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรสฝาเขียว 1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 240 กรัม น้ำมะขามเปียก 1+1/2 ช้อนโต๊ะ (ชอบเปรี้ยวเพิ่มได้) ซีอิ๊วดำหวาน 1 ช้อนโต๊ะ แป้งข้าวโพด 5 ช้อนโต๊ะ + น้ำเปล่า 100 ml. ส่วนผสม เครื่องเคียง หมูสันนอกหั่นชิ้นยาว 350 กรัม (หรือหมูตั้ง) เต้าหู้แข็งหั่นเส้นยาว 2 ก้อน เห็ดหอมสดหั่นชิ้นบาง 100 กรัม กุนเชียง 250 กรัม ไข่ไก่ 2 ฟอง (สำหรับทำไข่ฝอย) ถั่วงอก 300 กรัม แตงร้าน 3-4 ลูก ต้นหอม 10 ต้น พริกชี้ฟ้าเขียว, แดง ชนิดละ 1 เม็ด แผ่นปอเปี๊ยะสด 1 กิโลกรัม (ซื้อตามร้านโรตีสายไหม) 7. สูตรทำ หอยจ๊อปู ดูวิธีทำเต็มๆ ที่ : สูตรทำ หอยจ๊อปู เนื้อแน่น ฟินเต็มคำ ทำขึ้นโต๊ะไหว้ก็ได้ 🥢 ส่วนผสม หอยจ๊อปู เนื้อปูแกะ 500 กรัม เนื้อปูก้อน 200 กรัม แผ่นฟองเต้าหู้ 1 ห่อ มันหมูบด 100 กรัม กุ้งสับหยาบ 300 กรัม แห้วสับ 1ถ้วย เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1+1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ แป้งมัน 3 ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่น 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียมไทย 1 ช้อนโต๊ะ รากผักชี 4 ราก ไข่ไก่ 2 ฟอง ต้นหอมซอย 1/2 ถ้วย ตอกสำหรับผูก 8. สูตรทำ เต้าหู้นึ่งซีอิ๊ว ดูวิธีทำเต็มๆ ที่ : สูตรทำ เต้าหู้นึ่งซีอิ๊ว เมนูเพื่อสุขภาพ ทำง่าย อร่อยแถมได้ประโยชน์ ! ส่วนผสม เต้าหู้นึ่งซีอิ๊ว เต้าหู้อ่อน 1 แพ็ค น้ำมันพืช 1 ช้อนตวง เห็ดหอมสดหั่นชิ้นบาง 5-6 ดอก ขิงอ่อนซอย 1 แง่งเล็ก น้ำเปล่า 6 ช้อนตวง น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนตวง ซอสฝาเขียว 1/2 ช้อนตวง ซอสเห็ดหอม 1 ช้อนตวง ซีอิ๊วดำ 1/4 ช้อนชา ผงปรุงรส 1/2 ช้อนชา พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา แป้งข้าวโพด 1/4 ช้อนชา (ไม่ใส่ได้) น้ำมันงา 1/2 ช้อนตวง ขึ้นฉ่ายหั่นท่อน 5 ต้น พริกชี้ฟ้าแดงซอยเป็นเส้นๆ 1 เม็ด ต้นหอมฉีกเป็นเส้น 1-2 ต้นแล้วนำไปแช่น้ำสำหรับแต่งหน้า 9.สูตรทำ หมูสามชั้นคั่วซีอิ๊วกระเทียม ดูคลิปขั้นตอนและวิธีทำ ด้านล่าง ▼ ส่วนผสม หมูสามชั้นคั่วซีอิ๊วกระเทียม หมูสามชั้นส่วนท้อง 1 กิโลกรัม กระเทียมไทยบดหยาบ 150 กรัม น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง ( 500 มิลลิลิตร) พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนตวง ซอสปรุงรสฝาเขียว 1 ช้อนชา น้ำมันหอย 1 ช้อนตวง ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนตวง + 1 ช้อนชา ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนชา 10. สูตรทำ คากิพะโล้ ดูคลิปขั้นตอนและวิธีทำ ด้านล่าง ▼ ส่วนผสม คากิพะโล้ ส่วนผสม คากิพะโล้ คากิ 2 กิโลกรัม น้ำเปล่า 2 ลิตร รากผักชีบุบ 4 ราก กระเทียมจีนบุบ 7 กลีบ พริกไทยขาวบุบ 2 ช้อนชา เห็ดหอม 7 ดอก โป๊ยกั๊ก 5 ดอก อบเชย 3 แท่ง ซีอิ๊วดำหวาน 3 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 4 ช้อนโต๊ะ น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ เกลือสมุทร 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลมะพร้าว 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ ไข่ต้มตามชอบ คะน้าอ่อนตามชอบ ส่วนผสม น้ำจิ้ม พริกแดงจินดา 15 เม็ด กระเทียมไทย 20 กลีบ เกลือ 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 85 กรัม ส่วนผสม ผักกาดดอง ผักกาดดอง 300 กรัม น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ พูนๆ 🙏ขอบคุณคลิปและข้อมูลจาก FB :แม่ซี น้องมดดี้ channel Youtube :แม่ซี น้องมดดี้ channel 11. สูตรทำ ผัดหมี่ซั่ว 5 เซียน ดูวิธีทำเต็มๆ ที่ : เมนูมงคล สูตร ผัดหมี่ซั่ว 5 เซียน เครื่องแน่น อร่อยโดนใจ 🍜 ส่วนผสม ผัดหมี่ซั่ว 5 เซียน หมี่ซั่วลวก 600 กรัม แฮมหมูรมควัน 1 ถ้วย เต้าหู้ปลา 1 ถ้วย แปะก๊วย 1 ถ้วย เห็ดหอมแห้ง ถ้วย ถั่วหวานลวก 1 ถ้วย แครอทซอย 1 ถ้วย กระเทียมสับ 3 ช้อนโต๊ะ เต้าเจี้ยวเห็ดหอม 2 ช้อนโต๊ะ ซอสเห็ดหอม 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาวเห็ดหอม 1 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า ถ้วย น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ 🙏 ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพประกอบ จากEasyCooking 12. วิธีทำ ไก่ต้มทั้งตัว ดูวิธีทำเต็มๆ ที่ : แจกวิธี ต้มไก่ไหว้เจ้า ด้วยตัวเอง วันตรุษจีน สุกทั่วทั้งตัว เนื้อฉ่ำนุ่มเนียนสวย ส่วนผสม ไก่ไหว้เจ้า ไก่เนื้อทั้งตัว เครื่องในไก่ น้ำเปล่า เกลือ 13. สูตรทำ ปลากระพงนึ่งซีอิ้ว ดูวิธีทำเต็มๆ ที่ : สูตร ปลากระพงนึ่งซีอิ้ว พร้อมเทคนิคทำให้หอมอร่อย แบบน้ำมันน้อย ส่วนผสม เมนูปลากระพงนึ่งซีอิ้ว ปลากระพง 1 ตัว(800-1000 กรัม) ขิงแก่ 1 แง่ง ต้นหอม 5 ต้น ขึ้นฉ่าย 3 ต้น พริกชี้ฟ้าแดง 3 เม็ด น้ำมันสำหรับผัด 2-3 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วดำหวาน 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วขาว 4 ช้อนโต๊ะ เหล้าจีน 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่น 2 ช้อนชา 14. สูตรทำ กุ้งคั่วพริกเกลือ อ่านสูตรเต็มๆ ได้ที่ : แจกสูตร กุ้งคั่วพริกเกลือ ทำง่าย จัดจ้านเข้มข้น กระทะเดียวไม่เคยพอ! ส่วนผสม กุ้งคั่วพริกเกลือ กุ้งก้ามกราม 1,000 กรัม กระเทียม 80 กรัม พริกแดงจินดา 50 กรัม ต้นหอม 50 กรัม เกลือ 2 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา 15. สูตรทำ ปลาทอด ราดพริกสามรส ดูวิธีทำเต็มๆ ที่ : แจกสูตร ปลาทอด ราดพริกสามรส กลมกล่อม พร้อมวิธีทอดปลาให้ฟูกรอบ ไม่ติดกระทะ! ส่วนผสม ปลาทอด ราดพริกสามรส ปลานิล 1 ตัว (1,200 กรัม) กระเทียม 40 กรัม พริกแดงจินดา 50 กรัม พริกชี้ฟ้าแดง 2 เม็ด ผักชี 2 ต้น น้ำมะขามเปียก 4 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 5 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 6 ช้อนโต๊ะ 16. สูตรทำเคาหยก ดูวิธีทำเต็มๆ ที่ : สูตรทำ หมูสามชั้นตุ๋นผักกาดดอง เคาหยก หมูนุ่ม ละลายในปาก โดนใจทั้งครอบครัว! ส่วนผสม หมูสามชั้นตุ๋นผักกาดดอง หมูสามชั้น 1,200 กรัม ผักกาดดอง 700 กรัม กระเทียม 30 กรัม รากผักชี 20 กรัม พริกไทย 5 กรัม ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วดำหวาน 4 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 1/2 ช้อนชา น้ำ 800 มิลลิลิตร ส่วนผสม น้ำจิ้มพริกตำ พริกแดงจินดา 15 กรัม กระเทียม 10 กรัม เกลือ 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ 17. สูตรทำ ปูผัดผงกะหรี่ ดูคลิปขั้นตอนและวิธีทำ ด้านล่าง ▼ ส่วนผสม ปูผัดผงกะหรี่ ปูม้า 800-1,000 กรัม กระเทียม 1 หัว ไข่ไก่ 3 ฟอง หอมใหญ่ 1 หัว ขึ้นช่าย 3 ต้น ต้นหอม 3 ต้น พริกชี้ฟ้าแดง 2 เม็ด นมข้นจืด 150 มิลลิลิตร ผงกะหรี่ 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่น (ตามชอบ) น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพริกเผาเล็กน้อย น้ำเปล่าเล็กน้อย (สำหรับผัดปู) 18. สูตรทำ ผัดเปรี้ยวหวานปลาทอด ดูคลิปขั้นตอนและวิธีทำ ด้านล่าง ▼ ส่วนผสม ผัดเปรี้ยวหวานปลาทอด ปลาทับทิม 1 ตัว ( 1,000 กรัม) แป้งสาลี (อเนกประสงค์) หอมใหญ่ 50 กรัม แตงกวา 70 กรัม พริกหวาน 3 สี 50 กรัม สับปะรด 70 กรัม ต้นหอม 20 กรัม ซอสผัดเปรี้ยวหวานไทย 170 กรัม 19. สูตรทำ ผัดโหงวก๊วย ดูคลิปขั้นตอนและวิธีทำ ด้านล่าง ▼ ส่วนผสม ผัดโหงวก๊วย เนื้ออกไก่ 150 กรัม แป้งทอดกรอบ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ เม็ดมะม่วงหิมพาน 100 กรัม เกาลัด 50 กรัม แปะก๊วย 50 กรัม แห้วต้ม 50 กรัม พุทราเชื่อม 50 กรัม เห็ดหอมสด 50 กรัม หอมใหญ่ 1 หัว พริกหวานเขียว/เหลือง/แดง อย่างละ 1/2 ผล ต้นหอม 3 ต้น พริกชีฟ้าแห้ง 3 เม็ด น้ำตาลทราย 2 1/2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ ซอสหอย 1 ช้อนโต๊ะ เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ 20. สูตรทำ ซุปเยื่อไผ่สดตุ๋นยาจีน ดูคลิปขั้นตอนและวิธีทำ ด้านล่าง ▼ ส่วนผสม ซุปเยื่อไผ่สดตุ๋นยาจีน กระดูกอ่อนหมู 700 กรัม เห็ดเยื่อไผ่สด 200 กรัม เห็ดหอมสด 8 ดอก เครื่องตุ๋นยาจีน 1 ชุด (65 กรัม) กระเทียม 5 กลีบ รากผักชี 4 ราก พริกไทยป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วขาวเห็ดหอม 4 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1/3 ช้อนโต๊ะ (1 ช้อนชา) น้ำเปล่า 1,500 มิลลิลิตร (1.5 ลิตร) 21. สูตรทำ กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา ดูคลิปขั้นตอนและวิธีทำ ด้านล่าง ▼ ส่วนผสม กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา กะหล่ำปลี 500 กรัม กระเทียม 20 กรัม กุ้งแห้ง 20 กรัม น้ำปลา 1 1/3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 1/4 ช้อนชา น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ 22. สูตรทำ ไก่ผัดขิง ดูคลิปขั้นตอนและวิธีทำ ด้านล่าง ▼ ส่วนผสม ไก่ผัดขิง เนื้อไก่ 1 ขีด(คลุกซอสหอยนางรม 1/2 ช้อนโต๊ะ) กระเทียมทุป 5 กลีบ ขิงซอย 1/2 แง่ง เห็ดหูหนู 1 ขีด พริกหยวก 1 เม็ด พริกชี้ฟ้าแดง 1 เม็ด ต้นหอม 1 ต้น ซอสหอยนางรม 1 1/2 ช้อนโต๊ะ ซอสฝาเขียว 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 1 ช้อนชา พริกไทยป่นนิดหน่อย 23. สูตรทำ กวางตุ้งฮ่องเต้เจี๋ยนน้ำมันหอย ดูคลิปขั้นตอนและวิธีทำ ด้านล่าง ▼ ส่วนผสม กวางตุ้งฮ่องเต้เจี๋ยนน้ำมันหอย ผักกวางตุ้งฮ่องเต้ กระเทียมสับ ซอสหอยนางรม เหล้าจีน ซอสปรุงรสฝาเขียว น้ำมันงา น้ำตาลทราย 24. สูตรทำ เป็ดพะโล้ ไหว้เจ้า ดูคลิปขั้นตอนและวิธีทำ ด้านล่าง ▼ ส่วนผสม เป็ดพะโล้ ส่วนผสม เป็ดพะโล้ เป็ด 1 ตัว (พร้อมเครื่องใน) น้ำ 8 ลิตร น้ำตาลปี๊บ 350 กรัม ซอสปรุงรสฝาเขียว 15 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 10 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วดำหวาน 6 ช้อนโต๊ะ เหล้าจีน 8 ช้อนโต๊ะ เกลือ 4 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 6 ช้อนโต๊ะ อบเชย 40 กรัม โป๊ยกั๊ก 15 กรัม กระเทียม 30 กรัม พริกไทยดำ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ ชวงเจีย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ (พริกหอม) ข่าแก่ 50 กรัม ผงพะโล้ 10 กรัม ส่วนผสม น้ำจิ้มเป็ดพะโล้ กระเทียมดอง 15 กรัม พริกแดงจินดา 30 กรัม รากผักชี 5 กรัม เกลือ 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 4 ช้อนโต๊ะ เต้าเจียว 4 ช้อนโต๊ะ 25. สูตรทำ ผัดหมี่ซั่ว ดูคลิปขั้นตอนและวิธีทำ ด้านล่าง ▼ ส่วนผสม หมูกรอบคั่วพริกเกลือ เส้นหมี่ซั่ว 1 ห่อ (400 กรัม) ถั่วงอก 300 กรัม กุยช่าย 100 กรัม เห็ดหอมแห้ง 30 กรัม น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ 🙏ขอบคุณคลิปและข้อมูลทั้งหมดจาก FB:กินได้อร่อยด้วย Youtube :กินได้อร่อยด้วย 26. สูตรทำ พะโล้ผัดแห้ง ดูวิธีทำเต็มๆ ที่ : สูตรทำ พะโล้ผัดแห้ง หมูตุ๋นสไตล์ไต้หวัน อร่อย นุ่มเด้ง ละลายในปาก ส่วนผสมพะโล้ผัดแห้ง หมูตุ๋นสไตล์ไต้หวัน หมูสามชั้น กระเทียม ต้นหอม ขิงแก่ ซอสถั่วเหลือง น้ำตาลทราย ผง Allspice น้ำเปล่าเล็กน้อย น้ำมันพืช 🙏ขอบคุณคลิปและข้อมูลจาก Youtube :Zen Coolsine 27. สูตรทำ กวางตุ้งฮ่องเต้ ผัดน้ำมันหอย ดูวิธีทำเต็มๆ ที่ : สูตรทำ กวางตุ้งฮ่องเต้ ผัดน้ำมันหอย ทำเองได้ง่ายๆ อร่อยได้ระดับภัตตาคาร ส่วนผสม กว้างตุ้งฮ่องเต้ผัดน้ำมันหอย ผักกวางตุ้งฮ่องเต้ กระเทียมสับ น้ำมันพืช ซอยหอยนางรม ซีอิ้วขาว พริกไทยป่น น้ำตาล เหล้าจีน น้ำเปล่า 🙏ขอบคุณคลิปและข้อมูลทั้งหมดจาก FB:ครัวบ้านสวนทวี Youtube :ครัวบ้านสวนทวี 28. สูตรทำ ขนมจีบหมูสับ ดูวิธีทำเต็มๆ ที่ : สูตรทำ ขนมจีบหมูสับ พร้อมวิธีห่อขนมจีบแบบง่ายๆ ทำไม่ยาก แต่อร่อยมาก! ส่วนผสม ขนมจีบหมูสับ (สูตรนี้ทำได้ประมาณ 50 ลูก) เแผ่นเกี๊ยว 1 ห่อ (ชนิดบาง สำหรับห่อขนมจีบ) หมูสับ 550 กรัม ไข่ไก่ 1/2 ฟอง แป้งมัน 2-3 ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่น 1 ช้อนชา กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ หอมแดง 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 1 ช้อนชา ซีอิ๊วขาวเห็ดหอม 2 ช้อนชา น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ ผงปรุงรส 1 ช้อนชา น้ำเย็น หรือน้ำแข็ง 1/2 ถ้วย แครอทสับ 1 ถ้วย ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะส่วนผสม อื่นๆ กระเทียมเจียว 1/2 ถ้วย น้ำมันที่ได้จากการเจียวกระเทียม 1/2 ถ้วย ผักชี ผักสลัด น้ำจิ้มขนมจีบ จิ๊กโฉ่ว ซื้อแบบสำเร็จมีเป็นขวดขายในห้างทั่วไป 29. วิธีทำบ๊ะจ่าง ดูวิธีทำเต็มๆ ที่ : สูตรทำ ขนมจีบหมูสับ พร้อมวิธีห่อขนมจีบแบบง่ายๆ ทำไม่ยาก แต่อร่อยมาก! ส่วนผสม บ๊ะจ่าง ใบจ่าง (ใบไผ่) 1/2 กิโลกรัม ข้าวเหนียวใหม่ 500 กรัม พุทราจีนเชื่อม 1/2 ถ้วย แปะก๊วยเชื่อม 1/2 ถ้วย เกาลัด 1/2 ถ้วย ไข่แดงเค็ม 7 ฟอง กุนเชียงทอด 1/2 ถ้วย สูตรหมักหมู หมู 200 กรัม พริกไทยป่น 1 ช้อนชา น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา น้ำมันหอย 2 ช้อนชา น้ำแช่เห็ดหอม 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ (สำหรับผัดหมู) สูตรผัดเห็ดหอม เห็ดหอมแช่น้ำ 1 ถ้วย น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา พริกไทยป่น 1 ช้อนชา น้ำมันหอย 1 ช้อนชา ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา สูตรผัดข้าว น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ กุ้งแห้ง 1/2 ถ้วย ข้าวเหนียวนึ่งสุก 500 g น้ำแช่เห็ดหอม 1/2 ถ้วย น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1/2 ช้อนชา ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ เม็ดบัวต้มสุก 1 ถ้วย พริกไทยป่น 1 ช้อนโต๊ะ 30. วิธีทำเป็ดย่าง หนังกรอบ ดูวิธีทำเต็มๆ ที่ : สูตรทำ เป็ดย่าง หนังกรอบ ทำเองได้ที่บ้าน อร่อยฟิน เหมือนกินเจ้าดัง ส่วนผสม เครื่องหมักเป็ด น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ ผงพะโล้ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1.5 ช้อนโต๊ะ รากผักชีกระเทียมพริกไทย 2 ช้อนโต๊ะ ขิง 1/2 ถ้วย ผักชี 1 ถ้วย 🙏ขอบคุณคลิปและข้อมูลจาก Facebook :ครัวพิศพิไล Youtube :ครัวพิศพิไล บทความที่คุณอาจสนใจ รวมความหมาย ของไหว้มงคล ของไหว้ตรุษจีน 2569 กินแล้วดี ไหว้แล้วเฮง 🧧🎊 แจก 20 สูตรทำ ขนมไหว้เจ้า วันตรุษจีน วันสารทจีน 2569 ทำง่าย ไหว้แล้วเฮง! 30 ร้านอร่อย อาหารจีน กรุงเทพ อัพเดท 2029 อร่อยเด็ดทุกร้าน ตรุษจีนนี้ ต้องไปโดน!

12 ร้านอาหารทะเล ซีฟู้ด จันทบุรี 2026 ใกล้กรุงเทพ ต้องไปโดน
อ่าน

12 ร้านอาหารทะเล ซีฟู้ด จันทบุรี 2026 ใกล้กรุงเทพ ต้องไปโดน

วันหยุดยาวมารัวๆ ไม่รอช้า เรามาแนะนำ 12 ร้านอาหารทะเล ซีฟู้ด จันทบุรี อัปเดต 2026 อร่อยริมน้ำ พร้อมของทะเลสดๆ จุใจ! จันทบุรี อีกหนึ่งจังหวัดภาคตะวันออก ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ มีพื้นที่ติดทะเล พร้อมด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทำให้เป็นอีกหนึ่งจังหวัดยอดนิยมที่คนมักจะแวะไปพักผ่อนในช่วงวันหยุดสั้นๆ ที่สำคัญ ยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดๆ อร่อยเหมือนไปกินริมทะเลอีกด้วย เลือกร้านที่ชอบแล้วตามไปตะลุยกินอาหารทะเล ณ เมืองจันทบุรีกันเถอะ! ร้านอาหาร อาหารทะเล จันทบุรี 2026 1. เรือนริมน้ำซีฟู้ด เรือนริมน้ำซีฟู้ด ร้านเด็ดอาหารทะเลสดที่ต้องแวะฝากท้องสักครั้ง นอกจากบรรยากาศริมแม่น้ำสุดชิลล์แล้ว ยังบริการอาหารหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น หมึกผัดไข่เค็ม ปลาเก๋านึ่งมะนาว หอยตลับผักน้ำพริกเผา และปลากระพงนึ่งซีอิ๊ว กินข้าวไปด้วยชมวิวไปด้วย มื้อนี้ฟินสุดๆ พิกัด :https://maps.app.goo.gl/NbtwPhb2edx5Q8dt5 ที่อยู่ : หมู่บ้านคลองตาสังข์ ตำบลตะกาดเง้า อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี ร้านเปิดบริการ : 09.00 -20.00 น. (ปิดวันอังคาร) เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/RueanRimNamSeafood/ 2. ยายตุ๊ ซีฟู้ด ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ :Sakanaj. ยายตุ๊ ซีฟู้ด ร้านอาหารทะเลตรงหาดเจ้าหลาว ที่ยกทัพสดใหม่จากทะเลมาเสิร์ฟตรงหน้า ที่นี่มีเมนูอาหารให้เลือกมากมาย เช่น หมึกนึ่งมะนาว หอยตลับผัดฉ่า น้ำพริกไข่ปู ปูนิ่มทอด ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีเมนูพื้นบ้านให้เลือกชิมอีกด้วย เที่ยวหาดเจ้าหลาวแล้วต้องไม่ลืมแวะไปฝากท้องรับรองไม่ผิดหวัง ดูบทความรีวิวที่ : มาอร่อยที่ ร้านยายตุ๊ หาดเจ้าหลาว ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ :Sakanaj. พิกัด :https://maps.app.goo.gl/B8r3WwyMaR6vVgGB7 ที่อยู่ : 13/2 ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี ร้านเปิดบริการ : 09.00 - 21.00 น. เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/Yaitu-Seafood 3. ปูจ๋า ท่าแฉลบ ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ :สายลมที่หวังดี ร้านปูจ๋า ท่าแฉลบ ไม่เพียงมีซีฟู้ดสดอร่อยเท่านั้น แต่ยังมีเมนูอื่นๆ อีกหลากหลายให้ลิ้มลอง จัดเต็มทั้งปู กุ้ง หอย หมึก คัดมาตัวใหญ่ๆ ปรุงสดใหม่ เช่น น้ำพริกไข่ปู ปูไข่นึ่ง กุ้งอบวุ้นเส้น และแกงส้มไข่ปลาเรียวเซียว หากมีโอกาสต้องไม่พลาดแวะไปชิม ดูบทความรีวิวที่ : "ร้านอาหารปูจ๋า" อาหารทะเลสด ๆ ราคาไม่แพง @เทศบาลเมืองจันทบุรี ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ :สายลมที่หวังดี พิกัด :https://maps.app.goo.gl/KbrS7vPSpthns31X6 ที่อยู่ : 136/2 ซอย 2 ตำบลบางกะจะ อำเภอเมืองจันทบุรี จันทบุรี ร้านเปิดบริการ : 10.00 -21.00 น. เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/pojathacharap 4. วิมานซีฟู้ด by ป้าเล่ คุ้งวิมาน ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : พุงกลม วิมานซีฟู้ด by ป้าเล่ คุ้งวิมานเป็นอีกหนึ่งร้านอร่อยที่เสิร์ฟอาหารทะเลสดๆ ติดริมทะเล ทั้งแกงส้มไข่ปลาเรียวซียว กุ้งแช่น้ำปลา ปลาหมึกไข่แดดเดียว หอยเชลล์ผัดฉ่า และอีกมากมาย นอกจากนี้ร้านยังติดชายหาดแหลมสิงห์ บรรยากาศริมทะเลชิลล์ๆ เหมาะกับการนั่งรับประทานอาหารสุดๆ ดูบทความรีวิวที่ : รีวิวร้านอาหารทะเล : วิมานซีฟู้ด by ป้าเล่ คุ้งวิมาน ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : พุงกลม พิกัด : https://goo.gl/maps/ZUh1UoaepVvQQaHL6 ที่อยู่ : ตำบล สนามไชย อำเภอนายายอาม จันทบุรี 22170 โทร : 08-3040-4789 ร้านเปิดบริการ : ไม่ระบุ เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/WimanSeaFoods 5. ร้านอาหารทะเลฟาร์มปูนิ่ม ภาพจาก facebook : ร้านอาหารทะเลฟาร์มปูนิ่ม ฟาร์มปูนิ่ม ร้านอาหารทะเลที่คัดเอาของสดใหม่มาเสิร์ฟ ใครที่ชื่นชอบซีฟู้ดต้องไม่พลาด โดยเฉพาะปูนิ่มที่มีหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นปูนิ่มทอดกระเทียม ปูนิ่มผัดผงกะหรี่ ปูนิ่มผัดพริกไทยดำ นอกจากนี้ยังมีปลาตัวใหญ่ๆ กุ้ง หอยนางรม ให้เลือกสั่งอีกด้วย ภาพจาก facebook : ร้านอาหารทะเลฟาร์มปูนิ่ม พิกัด : https://maps.app.goo.gl/9DXHuzUfLEJTQei79 ที่อยู่ : 140/7 ถนนเทศบาลสาย 2 อำเภอขลุง จันทบุรี ร้านเปิดบริการ : 09.00 -19.00 น. เว็บไซต์ : https://web.facebook.com/Farmpunim 6. ครัวอลิสา ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : Eatwitheye ใครอยากลองนั่งกินข้าวแบบโอบล้อมด้วยป่าโกงกาง ยื่นลงไปในทะเลเลย ต้องมาแวะนั่งชิลที่ครัวอลิสาสักครั้ง เป็นร้านอาหารทะเลสด เน้นว่าเมนูห้ามพลาดจะเป็น "ปู" ใหญ่ๆ แน่นๆ ทั้งปูนึ่ง ปูนิ่มผัดมะนาว ปูผัดผงกะหรี่ ฯลฯ ได้อาหารทะเลสดในราคาไม่แพง ตรงตามเมนูทุกอย่าง ดูบทความรีวิวที่ : รีวิวร้านอาหารทะเล จันทบุรี ทานซีฟู้ดชมวิวป่าชายเลนที่ ครัวอลิสา ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : Eatwitheye พิกัด : https://maps.app.goo.gl/6yDHg3HYNzxF5YhR7 ที่อยู่ : ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ อำเภอแหลมสิงห์ จันทบุรี ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 21.00 น. เว็บไซต์ : https://web.facebook.com/Alisakitchen 7. ครัวคุณโหลซีฟู้ด ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : MommyKik ครัวคุณโหลซีฟู้ด ร้านอาหารทะเล พร้อมบรรยากาศสุดฟิน จันทบุรี ที่นี่เน้นเสิร์ฟเมนูอาหารทะเลง่ายๆ แต่รสชาติจัดจ้าน รวมไปถึงอาหารอีสานที่ร้านก็มีเสิร์ฟเช่นกัน แถมภายในร้านมีโต๊ะให้เลือกนั่งมากมาย ทั้งโต๊ะสูงและโต๊ะญี่ปุ่นบนหาดทราย ใครมาก่อนก็จับจองที่นั่งได้ตามชอบ บอกเลยราคาเป็นกันเองสุดๆ ด้วยนะ ดูบทความรีวิวที่ : ครัวคุณโหลซีฟู้ด ริมทะเลจันทบุรี บรรยากาศดี รสชาติถูกปาก ราคาถูกใจ ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : MommyKik พิกัด : https://maps.app.goo.gl/5UE6MNqG1miw6hqx9 ที่อยู่ : 24 ตำบล ตะกาดเง้า อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 20.30 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/tell039494717 8. จันทรโภชนา ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : สายลมที่หวังดี จันทรโภชนา เป็นร้านอาหารขึ้นชื่อของจันทบุรี ส่งต่อความอร่อยมายาวนานกว่า 50 ปี มีเมนูหลากหลายให้ลิ้มลอง โดยเฉพาะอาหารพื้นบ้านเมนูต้นตำรับที่หารับประทานได้เฉพาะจันทบุรีเท่านั้น เช่น แกงหมูชะมวง มัสมั่นทุเรียน เส้นจ้นท์ผัดปู รวมถึงเมนู ยำมังคุด ส้มตำทุเรียน ที่หากได้ชิมเป็นต้องติดใจ ดูบทความรีวิวที่ : จันทรโภชนา ตำนานความอร่อยคู่เมืองจันทบุรี ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : สายลมที่หวังดี พิกัด :https://maps.app.goo.gl/PzhMxiy8u5d6XCKb8 ที่อยู่ : ซอยมหาราช ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมืองจันทบุรี จันทบุรี ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 20.00 น. เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/Chanthornrestaurant/ 9. พริก จันทบุรี ร้านอาหารไทยร่วมสมัยที่อยู่ในชานบุรี รีสอร์ท บรรยากาศร้านจะขาวๆ คลีนๆ แต่เรื่องรสชาตินั้นจัดจ้านถึงใจแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นยำวุ้นเส้น หมูกรอบคั่วพริกเกลือ ทะเลผัดไข่เค็ม ปลากะพงต้มกระวาน ฯลฯ รับประกันความเผ็ดกลมกล่อม รสชาติอร่อยที่รับประทานได้ทุกคน พิกัด : https://maps.app.goo.gl/GAt9amGPhzBamm9r5 ที่อยู่ : 1049/49 ถนนท่าแฉลบ เทศบาลเมืองจันทบุรี ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 21.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://web.facebook.com/Prikrestaurant 10.ร้านโกเหลียง ร้านโกเหลียงนี้มีเอกลักษณ์ด้วยบรรยากาศแบบคลาสสิค และวินเทจมากๆ ด้วยการตั้งร้านอยู่ในบ้านไม้เก่าที่มีอายุกว่าร้อยปี ทำให้ได้บรรยากาศสมัยเก่า รวมไปถึงเมนูที่หลากหลาย แม้แต่ละจานชื่อเมนูอาจจะฟังดูธรรมดามากๆ แต่เต็มได้ด้วยความสดจากอาหารทะเลเต็มปากเต็มคำค่ะ ทั้ง เย็นตาโฟ หรือ ต้มยำ จะมีกั้งนึ่งตัวโตๆ และกุ้งให้เต็มชามทีเดียว ดูบทความรีวิวที่ : ร้านโกเหลียง ก๋วยเตี๋ยวซีฟู้ด ต้มยำ เย็นตาโฟทะเล เต็มปากเต็มคำ ร้านอร่อย จันทบุรี ในบรรยากาศวินเทจ พิกัด :https://maps.app.goo.gl/2eUC2w7DqEtDmM366 ที่อยู่ : 91 ตำบลบางกะจะ อำเภอเมือง จันทบุรี ร้านเปิดบริการ : 10.30 -20.00 น. (ปิดวันจันทร์) เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/rankoleang/ 11. ครัวลุงเต้น ครัวลุงเต้น เป็นอีกหนึ่งร้านอร่อยที่เสิร์ฟอาหารทะเลสดๆ ทั้งแกงส้มไข่ปลาเรียวซียว กุ้งแช่น้ำปลา ปลาหมึกไข่แดดเดียว หอยเชลล์ผัดฉ่า และอีกมากมาย นอกจากนี้ร้านยังติดชายหาดแหลมสิงห์ บรรยากาศริมทะเลชิลล์ๆ เหมาะกับการนั่งรับประทานอาหารสุดๆ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/wgr7JEQXQx4CZQ377 ที่อยู่ : ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ อำเภอ แหลมสิงห์ จันทบุรี ร้านเปิดบริการ : 10.00 -21.00 น. เว็บไซต์ : https://web.facebook.com/LungTenFood 12. พิกุลโภชนา ขลุง ร้านเก่าแก่ประจำอำเภอขลุง ที่ใครไปใครมาก็ต้องแวะที่ร้านนี้ อยู่ติดป่าชายเลนได้อากาศเย็นสบาย ของขึ้นชื่อร้านนี้เป็นกั้งตัวใหญ่โตๆ ราคาสมเหตุสมผล หรืออาหารทะเลอื่นๆ ทั้งปู หอย กุ้ง ก็สดมากๆ เพราะอยู่ไม่ไกลจากท่าเทียบเรือเลย เมนูแนะนำได้แก่ กั้งทอดกระเทียม ปูนิ่ม ไข่เจียวหอยนางรม แกงป่าปลาเห็ดโคน ฯลฯ ทุกอย่างทานพร้อมข้าวสวยร้อนๆ และน้ำจิ้มรสเด็ด ฟินไปทั้งวัน พิกัด : https://maps.app.goo.gl/o42NqzceUkQxKfUU8 ที่อยู่ : 140/7 ถนนเทศบาลสาย 2 อำเภอขลุง จันทบุรี ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/tell039494717 บทความที่คุณอาจสนใจ 15 ร้านอาหาร ร้านอร่อย ใกล้ เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี ทำบุญเสร็จกินต่อเลย 20 คาเฟ่ ร้านกาแฟ จันทบุรี อัปเดต 2026 กาแฟหอมกรุ่น ขนมอร่อย 15 สวนทุเรียน บุฟเฟ่ต์ทุเรียน 2569 ระยอง จันทบุรี ต้อนรับฤดูผลไม้