รีเซต

ผลการค้นหา “#ท่องเที่ยว” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
5 เรื่องที่อมยิ้มได้กับ "คัลแลน" ยูทูบเบอร์เกาหลีสายท่องเที่ยวขวัญใจคนไทย
อ่าน

5 เรื่องที่อมยิ้มได้กับ "คัลแลน" ยูทูบเบอร์เกาหลีสายท่องเที่ยวขวัญใจคนไทย

คัลแลน ยูทูบเบอร์สุดคูล ขวัญใจคนไทย ยิ่งมอง ยิ่งหลง วันนี้รวบรวม 5 เรื่องที่อมยิ้มได้กับ "คัลแลน" ยูทูบเบอร์เกาหลีสายท่องเที่ยวขวัญใจคนไทยมาฝากกัน! 1 คัลแลน คือ หนุ่มเกาหลียูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวที่ทำรายการยุทูบแล้วน่าสนใจอย่างมาก จนเป็นขวัญใจของคนไทย และมีคนติดตามทะลุ 3 ล้านในยูทูบ จากเด็กที่พูดไม่เก่ง ทำรายรายการตอนแรกแทบไม่มีคนดู แต่ด้วยการมาเที่ยวที่ไทยและหลงรักในเสน่่ห์ของคนไทยและแก๊งของเขา ทั้งจูดี้ ,พี่จอง และ น้องแดน ทำให้ตอนนี้เขา คือยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวสุดฮอตและครองใจคนไทยมาหลายปีแล้ว 2. คัลแลนเคยบอกว่าหลงรักคนไทย อาหารไทยและสถานที่ท่องเที่ยวในไทยหลายที่ และไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีแต่ที่กิน ที่เที่ยว และผู้คนน่ารักเต็มไปหมด และที่น่ารักกว่านั้นคือ อาหารไทย สตรีทฟู้ดที่ไปทางไหนคัลแลนก็บอกว่า มีแต่ของกินและอร่อยมาก และขนมไทยที่เค้าโปรดปรานมากก็คือข้าวหลาม แถมยังเคยเผาข้าวหลามกินกันเองอีกด้วย 3. คัลแลน คือเจ้าพ่อคำศัพท์ คัลแลนบอกว่าตัวเขาเอง จากเด็กอินโทรเวิร์ตคนหนึ่ง เขาไม่กล้าแสดงออกเลย เลิกเรียนกลับบ้าน ไม่เคยคิดว่าจะมีอาชีพยูทูบเบอร์มาก่อน จนมารู้จักประเทศไทย เรียนภาษาไทยจริงจัง และมีความตลกแบบธรรมชาติ และเคยโด่งดังจากศัพท์ของเขา อย่างคำว่า บุดด้าอ้วน อ้วน ก็เป็นอีกคำที่ทำให้เรายิ้มตาม 4. เรื่องอมยิ้มของเขาอีกเรื่องคือเรื่องสัตว์ คัลแลนเจอจิ้งจก เยอะมาก จนคิดว่าแล้วมันจะกัดคนไทยมั้ย ถ้าตัวใหญ่ขึ้น เพราะเขาคิดว่าจิ้งจกคือจระเข้ตัวเล็ก นั่นเอง 5. จากยุูทูบเบอร์สู่พรีเซนเตอร์มากมาย ความสดใสธรรมชาติ และเดินทางไปมาแล้วเกินครึ่งประเทศของเมืองไทย เขาบอกว่าทุกเทศกาลในเมือยไทย เทศกาลสงกรานต์คือสนุกมาก และเขาไม่เคยพลาดที่จะออกมาเล่นสงกรานต์ในทุก ๆ ปี นี่คือมุมสนุก และอมยิ้มได้ของคัลแลนที่ทำให้เราอมยิ้มได้ทุกครั้งที่นึกถึง ใครทีสนใจฟังเรื่องราวสนุก ๆ ของเขาได้ในรายการ "The Celebrities" รายการออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. รับชมได้ที่ TrueID เท่านั้น!

เปิดใจ "คัลแลน" จากหนุ่มเกาหลีอินโทรเวิร์ต สู่ยูทูบเบอร์ท่องเที่ยวขวัญใจคนไทย The Celebrities EP.1
อ่าน

เปิดใจ "คัลแลน" จากหนุ่มเกาหลีอินโทรเวิร์ต สู่ยูทูบเบอร์ท่องเที่ยวขวัญใจคนไทย The Celebrities EP.1

อมยิ้มตามในความน่ารัก ของ "คัลแลน" ยูทูบเบอร์เกาหลีที่หลายคนรู้จัก คัลแลน Cullen HateBerry หรือ พัค กีดึก (Park Ki Deuk) เจ้าของช่อง Cullen HateBerry แขกรับเชิญคนแรกของ "กตัญญู สว่างศรี" ในรายการ "The Celebrities" ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. เริ่มตอนแรก 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา รับชมได้ที่ TrueID เท่านั้น! และคือแขกรับเชิญพิเศษคนแรก คือ คัลแลน ที่ทำเอาทั้งอมยิ้มในความน่ารัก และความตลกแบบธรรมชาติ และการพูดภาษาไทยสำเนียงเกาหลีที่เป็นเอกลักษณ์ เจ้าตัวเผิดใจว่า หลงรักเมืองไทยจากคำว่า "ไม่เป็นไร" แถมยังหลงรักประเทศไทยทั้งเรื่องอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว และความน่ารักของคนไทยที่ทำให้เขาหลงรัก และขอบคุณคนดูที่ทำให้คนอินโทรเวิร์ตธรรมดาคนหนึ่งมีความสุขมากในวันนี้ กดดูเลย The Celebrities EP.1 : เปิดใจ "คัลแลน" เปิดฉากจากการแต่งตัวหล่อมาก ไหว้สวย เสียงกรี๊ดสนั่นสตูฯ จนพิธีกรต้องแซวว่า "แค่ขยับกางเกงก็กรี๊ดกันสนั่นแล้ว" กตัญญู ถึงกับแซว และเอ่ยทักทายคัลแลน ก่อนจะยิงคำถามสนุก ๆ ให้ได้พูดคุยชนิดที่อมยิ้มตามกับคำตอบ หลังจากได้กินแกงไตปลา อาหารโปรดจากทีมงานไปแล้ว คัลแลนแฮปปี้มากในการพูดคุยครั้งนี้ Celebrities ในมุมมองของคัลแลน คืออะไร?"ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็น Celebrities ผมเป็นคนธรรมดา อาจจะโชคดีที่มีคนรัก ได้ความรักจากทุกคน คำพูด คำถาม การทำตัว มีความรับผิดชอบ ผมไม่ใช่ Celebrities ครับ ผม (มองว่าคุณเป็น) อ่าวเหรอครับ วัยเด็กของคัลแลนเป็นอย่างไร ?"คืออายุประมาณเท่าไหร่ (คัลแลนย้อนถามละเอียดจนพิธีกรขำ) กลับจากโรงเรียน ซื้อต็อกโบกี ที่เกาหลี ยุคนั้นไม่มีโทรศัพท์ด้วย ผมเป็นคนขี้อาย เป็นอินโทรเวิร์ตมาก ขี้เกรงใจ ไม่กล้าพูด ไม่กล้าคุยกับคนใหม่ ๆ ไปร้านไปอะไร ต้องถาม แต่ไม่กล้าถาม ไม่ถามเลย บางครั้งก็ไม่ได้ของอะไร ก็เดินกลับบ้าน ไม่กล้าคุยกับคน" จุดเปลี่ยนที่ทำให้กล้าขึ้น คืออะไร?"เริ่มที่จะต้องเปลี่่ยนจากอินโทรเวิร์ตเพราะเริ่มทำยูทุูบ ไปเที่ยวก็ไม่กล้าคุย พอเริ่มทำรายการก็คุยก่อน สวัสดีครับ อันนี้อะไรครับ รู้จักคนเยอะขึ้น คุยกับพี่จอง แดน จูดี้ เขาก็ให้กำลังใจ ค่อย ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็มีอินโทรเวิร์ตอยู่ ก็พยายามปรับ" ตอนนี้คุยเยอะมากนะคุณรู้ตัวมั้ย?"ใช่ครับ พอทำยูทุูบช่วยเยอะมาก ต้องคุยกับกล้อง" พอถึงวัยหนุ่ม 15 ปี ความฝันตอนนั้นอยากเป็นอะไร?"ไม่ได้คิด แต่อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ อยู่ในห้องคนเดียว จะได้ไม่ต้องคุยกับคนอื่น" ชอบเดินทางตอนไหน?"ตอนอยู่เกาหลี มาไทยครั้งแรกตอนอายุ 25-26 มาทำธุรกิจที่กรุงเทพ ประทับใจที่อากาศ ตอนนั้นเกาหลีหนาวมาก ก็เลยมาไทย ชอบคนไทย ประทับใจในความน่ารักของคนไทย" มาไทยครั้งแรกแล้วก็กลับมาอีก?"ตอนแรกมากับเพื่อน รอบสองมาคนเดียว ไปที่ไหนของกินก็เยอะ สตรีทฟู้ดก็เยอะ" เจอวัฒนธรรมอะไรที่แปลก ๆ มั้ย?"จิ้งจก...ที่เกาหลีไม่ค่อยได้เจอ ตอนแรกคิดว่าจระเข้ แอบคิดว่ามันกินคนหรือเปล่านะ (หัวเราะ)" ชอบอะไรในคนไทย?"คนไทยชอบพูดว่าไม่เป็นไร ประทับใจ ทำผิด ต้องทำอย่างไร พอไม่เพอร์เฟ็กต์ เราก็ไม่เครียด ก็พอได้ยินคำว่าไม่เป็นไรก็ลองทำอีก คำว่าไม่เป็นไร ไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไป แต่ทำให้เรากล้าที่จะลุกขึ้นกับทำอีกครั้ง" ตอนแรกคนดูรายการเยอะมั้ย?"ตัวเลขปีสองปี น้อยมาก พันสองพันคน ก็คิดว่าไปต่อดีมั้ย ทุกคนก็บอกว่าไม่เป็นไรต้องลอง ไปต่อ" รวมอยุ่เมืองไทยมา 6-7 ปีแล้ว อะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง?การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือเมื่vก่อนอินโทรเวิร์ตมาก กล้าคุยกับคน ชีวิตก็เปลี่ยนเยอะ เพราะชีวิตต่างกันมากกับที่ผ่านมา" การเดินทางของคุณได้อะไรบ้าง?"การเดินทางทำให้ค้นพบความหมายของชีวิต ได้เรียนรู้ความอดทน มิตรภาพ แก้ปัญหาอย่างไร การเดินทางเรียนรู้ในหลายเรื่อง สิ่งที่ได้มาก็คือเรื่องราวที่ได้ส่งต่อ จริงจัง จริงใจ อยากกินข้าวก็กิน ขี้เกียจก็ขี้เกียจ ได้เป็นตัวเอง และมีความสุขในวันนี้" ก่อนที่จะเขาจะเล่าว่า เขาชอบเทศกาลสงกรานต์ในเมืองไทยมาก และออกมาเล่นสงกรานต์ทุกปี ทาแป้งเล่นกัน ผู้คนสนุกสนาน แถมยังเผยว่าขนมไทยที่ชอบมากคือ "ข้าวหลาม" ที่ทำจากข้าวเหนียวสีดำ กลิ่นกะทิกับต้นไผ่ ช่างโดนใจเขามาก ในรายการคัลแลนยังร้องเพลงไทย รำไทย และถ้าให้แนะนำมาเมืองไทย ที่มีที่ท่องเที่ยวสวย ๆ มากมาย ของกินอร่อยมาก ก่อนที่จะได้ฝึกภาษาไทยใบ้คำสุดฮา ซึ่งคัลแลนรู้จักคำไทยมากมาย บอกเลยว่างานนี้ ทุกคนได้ยิ้มและหัวเราะไปกับความน่ารักของคัลแลน ที่เรียนภาษาไทยและเก่งมากขึ้นแล้วในวันนี้ ไม่ใช่แค่หล่อ พาเที่ยวเก่งจนเป็นอินฟลูฯ สายปัง แต่บอกเลยว่า "น่ารัก" สมกับเป็นยูทูบเบอร์ที่ได้ใจคนไทยไม่น้อยเลย สามารถรับชม The Celebrities EP.1 ของคัลแลน ได้แล้วบน TrueID ที่เดียวเท่านั้น! และสามารถรับชมรายการ "The Celebrities" กับการพูดคุยกับแขกคนพิเศษ ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น.รับชมได้ที่ TrueID EP.หน้าคือใคร!? ห้ามพลาด! อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : The Celebrities EP.1 : คัลแลน เปิดใจแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ชวนทุกคนอมยิ้มตาม ทรูไอดี เปิดทุกเรื่องคนดังกับมุมที่ไม่เคยรู้ใน "The Celebrities" เริ่ม 17 ก.ค.นี้

“มายด์ ลภัสลัล” อุ้มท้องเที่ยว น้องสาวดูแลไม่ห่าง
อ่าน

“มายด์ ลภัสลัล” อุ้มท้องเที่ยว น้องสาวดูแลไม่ห่าง

มายด์ ลภัสลัล อุ้มท้องเที่ยว น้องสาวดูแลไม่ห่าง ขึ้นแท่นเป็นว่าที่คุณแม่คนสวยอีกหนึ่งคน วีเจมายด์ ลภัสลัล ที่ได้เคลื่อนไหวด้วยการอัปเดตชีวิตในช่วงกำลังตั้งท้อง โดยสาว มายด์ โพสต์ภาพในอิริยาบถต่างๆ ทั้งเอ็นจอยอีสติ้ง และที่หลุดโฟกัสจะเห็นว่าท้องเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ และทริปเที่ยวครั้งนี้มีน้องสาว มีน วิชญาพร คอยดูแลไม่ห่าง แต่ใดใดแล้วสาว มายด์ สวย ออร่าคุณแม่มากๆ ทั้งนี้ชาวเน็ตที่เห็นต่างเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจพร้อมทั้งยังชื่นชมว่าเป็นคุณแม่ที่สวยจริงๆ

กรุงศรีส่องหุ้นสายการบิน หลังรัฐเตรียมคลอด 3 มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว
อ่าน

กรุงศรีส่องหุ้นสายการบิน หลังรัฐเตรียมคลอด 3 มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว

#ทันหุ้น-บล.กรุงศรี ระบุว่า รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมประชุมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนและกระทรวงท่องเทียวและกีฬา (กรอ.) พิจารณาแนวทางมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวตามข้อเสนอของภาคเอกชน 3 โครงการ ได้แก่ ไทยเที่ยวไทยพลัส, Fly Thai All the Feeling และ Thailand Air Connect ภายใต้วงเงินงบประมาณรวม 2,450 ล้านบาท ฝ่ายวิจัยมองเชิงบวกต่อ 3 มาตรการดังกล่าว ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้กับอุตสาหกรรมการบิน และโรงแรมในประเทศฝ่ายวิจัยประเมินว่าหุ้น CENTEL (consensus TP 40.18 บาท) และ AAV (Reduce, TP 0.65) มีโอกาสได้ประโยชน์จาก 3 มาตรการข้างต้นมากที่สุด อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยยังคงมุมมองระมัดระวังต่อ AAV เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงต้นทุนราคาน้ำมัน Jet สูงขึ้นโดยกลุ่มการบินฝ่ายวิจัยกรุงศรี ยังเลือกหุ้น AOT (Buy, TP 70 บาท) เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม เพราะคาดว่าผลกระทบสงครามได้รับน้อยกว่ากลุ่ม และมี Catalyst บวกจากการขึ้นค่า PSC หนุนการเติบโตสูงในอนาคต และระยะสั้นหุ้น BA (Buy, TP 22 บาท) เป็นอีกตัวที่น่าสนใจจากยอดผู้โดยสารสนามบินสมุยเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง

ททท.เปิดตัว “เที่ยวใกล้...ได้เรื่อง Food Book Story” พลิกโฉมท่องเที่ยวภาคกลาง
อ่าน

ททท.เปิดตัว “เที่ยวใกล้...ได้เรื่อง Food Book Story” พลิกโฉมท่องเที่ยวภาคกลาง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง ผนึกกำลังร่วมกับ 4 พันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ชิมไทย จำกัด, บริษัท อีวี ออลล์ โซลูชั่น จำกัด พร้อมด้วยพันธมิตรผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น (PTT Station) และ คาเฟ่ อเมซอน (Caf Amazon) ภายใต้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ร่วมกันเปิดตัวแคมเปญยิ่งใหญ่แห่งปี เที่ยวใกล้...ได้เรื่อง Food Book Story มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ยกระดับสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณค่า (Value-based Tourism) ผ่านนวัตกรรมดิจิทัล พลังงานสะอาดและสื่อล้ำสมัย เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่สมบูรณ์แบบและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่อย่างกลุ่ม Gen Y และ Gen Z อย่างลงตัว ททท.เปิดตัว เที่ยวใกล้...ได้เรื่อง Food Book Story พลิกโฉมท่องเที่ยวภาคกลาง นางสาวสุภาพันธุ์ จันทร์งาม ผู้อำนวยการกองตลาดภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผย โครงการนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ "เที่ยวใกล้ สุขใจทั้งปี" โดยดึงเอาเสน่ห์ของอาหารและวิถีชีวิตท้องถิ่นมาเป็นกลไกสำคัญ ในการเชื่อมโยงเรื่องราว (Story Connector) ปลุกกระแสคนเมืองให้เดินทางท่องเที่ยวระยะสั้น (Short-Haul) ภายใน 1-3 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ พร้อมขับเคลื่อนกลยุทธ์ "เที่ยวเมืองรองสู่เมืองหลัก" กระจายนักท่องเที่ยวไปยังจังหวัดนำร่อง 17 จังหวัดในเขตรับผิดชอบของ ททท. ภาคกลาง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, พระนครศรีอยุธยา, นครปฐม, ลพบุรี, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, ราชบุรี, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, กาญจนบุรี, สิงห์บุรี, อ่างทอง, ชัยนาท, สระบุรี นนทบุรี, ปทุมธานี, สุพรรณบุรี พร้อมทั้งเหมาะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวระยะสั้น (Short Trip) เพื่อสร้างความสมดุลของจำนวนนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการชุมชนอย่างสูงสุด โดยโครงการฯ ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตร 3 มิติสำคัญ ดังนี้ 1. มิติด้านอัตลักษณ์อาหารท้องถิ่น ผ่านมุมมอง Thai Gastronomy: บริษัท ชิมไทย จำกัดผู้เชี่ยวชาญด้านการยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นและผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบไทย เข้ามารับบทบาทสำคัญในการคัดเลือกร้านอาหารคุณภาพที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์และเสน่ห์ที่แท้จริงของ 5 เส้นทางรสชาติ (Taste Routes) เพื่อส่งเสริมเมืองน่าเที่ยว (Hidden Gem Cities) ประกอบด้วย: เส้นทาง Urban Fringe Lifestyle Route จังหวัดปทุมธานี Escape to Pathum เที่ยวใกล้กรุง สุขครบวันเดียวที่ปทุมธานี เส้นทาง Hidden Tastes of Samut Songkhram จังหวัดสมุทรสงคราม สัมผัสวิถีชีวิตสายน้ำ ลิ้มรสวัตถุดิบท้องถิ่นและเสน่ห์บ้านสวนริมคลอง เส้นทาง Art Nature Route จังหวัดกาญจนบุรี คราฟต์ฟาร์ม ธรรมชาติ และศิลปะกลางเมืองกาญจน์ เส้นทาง The Taste of Singburi จังหวัดสิงห์บุรี เปิดรสชาติใหม่เมืองรองเมื่อวัตถุดิบท้องถิ่นเล่าเรื่องราวของสิงห์บุรี เส้นทาง Time Travel Taste จังหวัดนครปฐม วีถีชีวิตร่วมสมัยใกล้กรุง ละเมียดรสไทยโบราณ เสน่ห์นครปฐม 2. มิติด้าน Green Eats Green Travel: บริษัท อีวี ออลล์ โซลูชั่น จำกัด ผู้ให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) ตอบรับเทรนด์การเดินทางยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สอดรับกับแนวคิดการท่องเที่ยวสีเขียว โดยเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนกิจกรรม เพื่อสร้างแรงจูงใจและขับเคลื่อนให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวด้วยพลังงานสะอาดในพื้นที่ภาคกลางอย่างแท้จริง 3. มิติแรงขับเคลื่อนสำคัญและจุดแวะพักหลักของนักเดินทาง : สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น (PTT Station)และ คาเฟ่ อเมซอน (Caf Amazon) ภายใต้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) แบรนด์ผู้นำที่เป็นจุดแวะพักหลักและมอบความสดชื่นให้กับทุกคนทั่วภูมิภาคกลาง ได้เข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการซึ่งเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มให้แคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวระยะสั้น (Short Trip) ครั้งนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนและประชาสัมพันธ์กิจกรรมการตลาดเพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนไปด้วยกัน ไฮไลต์กิจกรรมหลักในโครงการฯ โครงการ เที่ยวใกล้...ได้เรื่อง Food Book Story มาพร้อมกับเครื่องมือและแคมเปญสุดพิเศษที่จะเปลี่ยนทุกการเดินทางให้สนุกและคุ้มค่ายิ่งขึ้น E-Coupon รับคูปองส่วนลดจากโครงการฯ ผู้ใช้งาน 1 ท่าน สามารถสะสมคูปองมุลค่า 50 บาท ได้สูงสุด 5 คูปอง มูลค่ารวมสูงสุด 250 บาท ตลอดอายุของโครงการ และการใช้งานสามารถใช้ได้ 1 คูปอง ต่อครั้งต่อ 1 ใบเสร็จหมายเหตุ: คูปองส่วนลดมีอายุการใช้งาน สิ้นสุดวันที่ 15 สิงหาคม 2569 Eat Your Story (Interactive Map): แผนที่อัจฉริยะบนระบบ Google Map นำทางสู่จุดเช็กอิน 5 เส้นทางรสชาติ พร้อมระบบสะสมแต้มดิจิทัล (E-Stamp) และระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Smart Data Tracking) แคมเปญ "ยิ่งเที่ยวใกล้ยิ่งได้เรื่อง" (Distance-Based Rewards): มอบแพ็กเกจพิเศษ Food Book Exclusive ร่วมกับร้านค้าพันธมิตรกว่า 25 ร้าน มอบส่วนลด 5% - 10% หรือเมนูพิเศษ "Must Taste" อีกมากมาย Official Content Contest: ชวนนักท่องเที่ยวร่วมสร้าง User-Generated Content (UGC) ถ่ายทอดความประทับใจผ่านดิจิทัลบุ๊กหรือวิดีโอสั้น ชิงรางวัลสุดพิเศษรวม 5 รางวัล มูลค่ารวมสูงสุด 25,000 บาท หัวข้อการประกวด: "เที่ยวใกล้...ได้เรื่อง: My Local Story" ผ่านสื่อและช่องทางออนไลน์ของ Gourmet Cuisine กติกา: เพียงสร้างสรรค์คลิปสั้น TikTok/Reels หรือรีวิวดิจิทัล Facebook เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความประทับใจผ่านเมนูอาหาร บรรยากาศและประสบการณ์ท่องเที่ยวใน 5 เส้นทางนำร่อง พร้อมคอมเมนต์ใต้โพสต์แคมเปญของสื่อออนไลน์ Gourmet Cuisine เกณฑ์การตัดสิน: พิจารณาจากยอดผู้เข้าชม (Views), ยอดการกดถูกใจ (Likes) และยอดการส่งต่อ (Shares) สูงสุดผ่านแพลตฟอร์มโซเซียลมีเดียที่กำหนด พร้อมติดแฮซแท็กกิจกรรม #Foodbookstory #เที่ยวใกล้ได้เรื่อง #MyLocalStory #AmazingThailand #เที่ยวภาคกลาง #เที่ยวกลางเที่ยวใกล้เที่ยวได้เลย ส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่วันที่ 3 - 31 ก.ค. 2569 คัดเลือกผู้ชนะ 5 รางวัล รวมมูลค่ารางวัลกว่า 25,000 บาท ประกาศผลผู้ชนะวันที่ 10 ส.ค. 2569 แคมเปญ "ยิ่งเที่ยวใกล้ ยิ่งได้เรื่อง" (Travel Spending Stimulus): รับคะแนนสะสมพิเศษ 2 เท่า (Double Points) เมื่อเช็กอินในจังหวัดเมืองน่าเที่ยว เพื่อสะสมคะแนนสูงสุดเป็น Top Spender 20 อันดับแรก สามารถเริ่มสะสมคะแนนได้ตั้งแต่วันนี้ 1 ก.ค. - 15 ส.ค. 2569 และประกาศผลวันที่ 19 ส.ค. 2569 รายชื่อ 25 ร้านค้าเข้าร่วมโครงการ เที่ยวใกล้...ได้เรื่อง Food Book Story อย่างเก่าก่อน (Yang Gao Gorn) จังหวัดกรุงเทพมหานคร โทร. 099-024-2021 เดอะ วิลเลจ ฟาร์ม ทู คาเฟ่ (The Village Farm To caf) จังหวัดกาญจนบุรี โทร. 063-192-9582 คีรีธารา ริเวอร์ไซด์ (Keeree Tara Riverside) จังหวัดกาญจนบุรี โทร. 063-192-9582 สำรับกับข้าว ริเวอร์ไซด์ ชัยนาท (Samrab Kabkaow Rierside Chainat) จังหวัดชัยนาท โทร. 086-969-9924 บ้านบุศยา ร้านอาหาร รีสอร์ท (Busaya Resort Cuisine) จังหวัดนครปฐม โทร. 065-562-9144 เลมอนมีฟาร์ม (Lemon Me Farm) จังหวัดนครปฐม โทร. 084-767-9699 ลิทเติ้ลทรี การ์เด้น (Litter Tree Garden) จังหวัดนครปฐม โทร. 095-563-3319 สวนทิพย์ (Suanthip) จังหวัด นนทบุรี โทร. 082-366-9696 ณ ปทุม คาเฟ่ (Na Pathum Cafe') จังหวัดปทุมธานี โทร. 086-992-2293 บ้านเหนือน้ำ (Baan Nhuer Nham) จังหวัดปทุมธานี โทร. 061-691-5963 ศรีเสนาะ บูทีค (Srisanor Boutique) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โทร. 099-695-4659 ร้านอาหารชมวิวซีฟู้ด ชะอำ (CHOMVIEWSEAFOOD) จังหวัดเพชรบุรี โทร. 081-757- 9704 ครัวทอข้าว - Vela Pool (Tor Kao Cuisine) จังหวัดราชบุรี โทร. 093-536-9355 โคริ (Kori) จังหวัดลพบุรี โทร. 089-500-3348 ข้าวใหม่ปลามัน อัมพวา (Kaomaiplamun Amphawa) จังหวัดสมุทรสงคราม โทร. 063 824 9996 ตาลพวา (Tarnpawa) จังหวัดสมุทรสงคราม โทร. 085-920-7979 ภัตตาคารนิวรสทิพย์ (New Rosthip Restaurant) จังหวัดสมุทรสาคร โทร. 081-819-1786 วินน์คาเฟ่แอนด์ฟาร์มเฮ้าส์ (Wynn Cafe And Farmhouse) จังหวัดสระบุรี โทร. 089-730-9793 สวนอาหารแม่ลาปลาเผา (Maelaplapao) จังหวัดสิงห์บุรี โทร. 080-910-8563 เดอะด๊อกฟาเทอร์ (The Dogfather) จังหวัดสิงห์บุรี โทร. 080-910-8563 สวนอาหารบ้านตอไม้ (Baan Tormai) จังหวัดสุพรรณบุรี โทร. 081-919-3935 เดอะ เทอเรส (The Terrace Cafe) จังหวัดสุพรรณบุรี โทร. 061-446-9442 ร้านอาหาร บ้านไม้ริมน้ำ (Baan Mai Rim Num Restaurant) จังหวัดอยุธยา โทร. 084-329-3333 ปรางค์วิว อยุธยา (Prang View Ayutthaya) จังหวัดอยุธยา โทร. 089-801-0138 ร้านอาหารบอกต่อ (Bokk Toh Restaurant) จังหวัดอ่างทอง โทร. 065-246-2288 โครงการ เที่ยวใกล้...ได้เรื่อง Food Book Story พร้อมเปิดตัวและส่งมอบประสบการณ์ความอร่อย ออกเดินทางสู่ภาคกลางผ่านอาหาร วิถีชีวิต และวัฒนธรรมอันแท้จริง แล้วสร้าง My Local Story ในมุมมองของคุณ นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจสามารถติดตามกิจกรรม โปรโมชันพิเศษ และร่วมสร้างเรื่องราวอาหารในแบบของคุณผ่านช่องทาง LINE OA: @foodbookstoryFacebook: fb.com/foodbookstoryInstagram: foodbookstorythTikTok: @foodbookthailandWebsite: www.foodbookstory.com ====================

AWC จับมือ Universal ปั้น 2 แลนด์มาร์กท่องเที่ยวใหม่ในไทย
อ่าน

AWC จับมือ Universal ปั้น 2 แลนด์มาร์กท่องเที่ยวใหม่ในไทย

#ทันหุ้น - บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่เน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร เตรียมขยายความร่วมมือเพิ่มเติมกับ Universal Destinations Experiences เพื่อพัฒนาประสบการณ์ระดับโลกแห่งใหม่ทั้งในกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา โดยข้อตกลงความร่วมมือเบื้องต้นระหว่าง AWC และ Universal Destinations Experiences ถือเป็นก้าวสำคัญของการร่วมพัฒนาสองประสบการณ์ใหม่ระดับโลกในประเทศไทย ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการผสานความเชี่ยวชาญของ AWC ในการสร้างสรรค์จุดหมายปลายทางระดับแลนด์มาร์กเข้ากับศักยภาพในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ความบันเทิงระดับโลกของ Universal Destinations Experiences เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลกเรื่องราวของ “Kung Fu Panda” ในย่านไชน่าทาวน์อันเก่าแก่ของกรุงเทพมหานครโครงการแรกในแผนความร่วมมือ คือการพัฒนาประสบการณ์ในธีม “Kung Fu Panda” ภายในโครงการ “เวิ้งนครเกษม เยาวราช” ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสระดับแลนด์มาร์กของ AWC ใจกลางพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งวัฒนธรรมไทย-จีนของกรุงเทพมหานครโครงการนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด “Legacy of the Past, Inspiration of Tomorrow” เชื่อมคุณค่าจากอดีตสู่แรงบันดาลใจแห่งอนาคต ที่มุ่งเชิดชูมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของเยาวราช ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นต่อไป โดยประสบการณ์ในธีม “Kung Fu Panda” ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมรากฐานทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณอันเก่าแก่ของเยาวราช โดยเชื่อมโยงการเล่าเรื่องราวของตัวละครอันเป็นที่รักของผู้คนทั่วโลกเข้ากับเอกลักษณ์อันโดดเด่นของหนึ่งในย่านประวัติศาสตร์วัฒนธรรมจีนที่สำคัญที่สุดของประเทศไทยประสบการณ์นี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงการ “เวิ้งนครเกษม เยาวราช” ซึ่งรวมถึง· ศูนย์การค้าระดับไอคอนิค (Iconic Heritage and Luxury Retail): การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ที่ได้รับการอนุรักษ์ พื้นที่ลานกิจกรรมกลางแจ้งที่กว้างขวาง และพื้นที่ชอปปิ้งใต้ดินขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร พร้อมเชื่อมต่อด้วยรถรางเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนแห่งแรกของ AWC ในกรุงเทพฯ เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถเดินทางต่อไปยังแลนด์มาร์กที่สำคัญอื่นๆ ของเมือง· ไลฟ์สไตล์ที่ผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรม (Cultural-Fusion Lifestyle): จุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา จากการรวมเรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกัน· โรงแรมระดับลักชูรี (World-Class Luxury Hospitality): ร่วมมือกับ IHG Hotels Resorts เพื่อเปิดตัวโรงแรม InterContinental Bangkok Chinatown ที่มีห้องพักจำนวน 300 ห้อง และ โรงแรม Kimpton Bangkok Chinatown ที่มีห้องพักมากกว่า 110 ห้องความบันเทิงระดับโลกสู่ชายหาดพัทยาอีกหนึ่งโครงการภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ คือการพัฒนาสวนน้ำในรูปแบบผสมผสานระหว่างสวนน้ำในร่ม และกลางแจ้งในธีมของตัวละครดังจาก DreamWorks Studios โดยสวนน้ำนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Aquatique Destination Pattaya” ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ริมชายหาดกลางเมืองอันโดดเด่นของพัทยา ประสบการณ์นี้จะผสมผสานความบันเทิงในรูปแบบอิมเมอร์ซีฟ ประสบการณ์ที่เหมาะกับทุกคนในครอบครัว การพักผ่อน การบริการ และไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างจุดหมายปลายทางที่รองรับนักท่องเที่ยวทุกวัยได้ตลอดทั้งปีเพื่อสะท้อนถึงเอกลักษณ์อันมีชีวิตชีวาของชายหาดพัทยา จุดหมายปลายทางแห่งนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างความผูกพันในครอบครัว การพักผ่อน และการแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนเสน่ห์ของเมืองให้ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและขาวต่างชาติมากยิ่งขึ้นประสบการณ์นี้เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของโครงการ “Aquatique Destination Pattaya” เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ที่เสริมความแข็งแกร่งให้แก่พัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์· จุดหมายปลายทางความบันเทิงระดับโลกสำหรับครอบครัว (World-Class Family Entertainment Destination): สัมผัสช่วงเวลาของครอบครัวที่น่าจดจำสำหรับทุกช่วงวัย กับประสบการณ์ในธีม Universal แบบอิมเมอร์ซีฟ ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราว และตัวละครที่เป็นที่รักของผู้คนทั่วโลก· ประสบการณ์การพักผ่อนและไลฟ์สไตล์ริมชายหาย (Beachfront Lifestyle and Leisure Experiences): พื้นที่ชอปปิ้ง ร้านอาหารและเครื่องดื่ม และกิจกรรมเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ครอบคลุมกว่า 110,000 ตารางเมตร ที่ร่วมสร้างความมีชีวิตชีวาให้แก่ไลฟ์สไตล์ริมชาดหาดพัทยาตลอดทั้งปี· หลากหลายโรงแรมเพื่อทุกประสบการณ์การพักผ่อน (Integrated Hospitality Experiences): รวบรวมแบรนด์โรงแรมที่ได้รับการยอมรับระดับโลก อาทิ Ritz-Carlton, JW Marriott, และ Autograph Collection รวมห้องพักทั้งหมด 1,441 ห้อง พร้อมด้วยบริการอื่นๆ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว นักท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน และผู้มาเยือนจากทั่วโลกการพัฒนาโครงการนี้คาดว่าจะเป็นช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพัทยาในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศไทย โดยการสร้างสรรค์ประสบการณ์ระดับโลกรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานความบันเทิงสำหรับครอบครัว ไลฟ์สไตล์ริมชายหาย และโรงแรมเข้าด้วยกัน ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวอยากมาหาประสบการณ์ใหม่ มาพักผ่อน และกลับมาเยือนเมืองแห่งนี้อีกครั้งนางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWCกล่าวว่า:“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ Universal Destinations Experiences ผู้นำระดับโลกในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่แปลกใหม่ สมจริง เพื่อนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ที่จะสร้างแรงบันดาลใจ ความสุข ความผูกพัน และช่วงเวลาที่น่าจดจำให้แก่ผู้คนทุกช่วงวัยในประเทศไทยเราตื่นเต้นที่จะได้ขยายความร่วมมือจาก Asiatique The Riverfront Destination เชื่อมต่อสู่การพัฒนาประสบการณ์พิเศษระดับโลกที่ผสมผสานต่อยอดมาจากความสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้วที่ Asiatique The Riverfront Destination ที่ผสมผสานการเล่าเรื่องราวเข้ากับเอกลักษณ์เฉพาะตัว มรดกทางวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของไชน่าทาวน์ที่เก่าแก่ของกรุงเทพฯ และชายหาดที่คึกคักของพัทยาความร่วมมือครั้งนี้ มาจากวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้างสรรค์จุดหมายปลายทางที่จะช่วยส่งเสริมวัฒนธรรม เสริมสร้างความผูกพันในครอบครัว และส่งมอบประสบการณ์ที่มีความหมายให้แก่ผู้มาเยือน ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ชุมชนและธุรกิจในท้องถิ่น เราเชื่อมั่นว่าโครงการเหล่านี้จะมีส่วนช่วยในความยั่งยืนระยะยาวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ สืบทอดมรดก ทางวัฒนธรรม และสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชนจากรุ่นสู่รุ่นด้วยประสบการณ์ที่แสนประทับใจให้นักเดินทางทั่วโลก”นายเจอรัลด์ เรนส์ รองผู้อำนวยการ ฝ่าย Global Location Based Entertainment ของ Universal Destinations Experiencesกล่าวว่า:“สำหรับ Universal Destinations Experiences เรามองหาโอกาสใหม่ๆ ในการนำเสนอเรื่องราวและตัวละครที่เป็นที่ชื่นชอบไปสู่ผู้ชมทั่วโลกอยู่เสมอ โดยเฉพาะประเทศไทยที่เรามองว่ามีศักยภาพสูง การสร้างประสบการณ์ใหม่ในตลาดใหม่ด้วยแฟรนไชส์ของตัวละครยอดนิยม เช่น Kung Fu Panda และตัวละครอื่นๆ ในโลกของ DreamWorks ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของครอบครัว สะท้อนถึงเป้าหมายใหญ่ของเราในการนำเสนอแบรนด์ Universal ไปสู่ผู้ชมกลุ่มใหม่ มาสผ่านคอนเซปต์ที่แปลกใหม่ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้สานต่อการพัฒนาโครงการหล่านี้ร่วมกับ AWC”การพัฒนาโครงการเหล่านี้ถือเป็นบริบทใหม่ของการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยการผสมผสานประสบการณ์ความบันเทิงระดับโลกเข้ากับอัตลักษณ์ท้องถิ่นของสองจุดหมายปลายทางชั้นนำของไทย ความร่วมมือในการนำประสบการณ์ระดับโลกมาสู่กรุงเทพมหานคร และพัทยา ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของการท่องเที่ยว เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่น และสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ทั้งชุมชนและผู้มาเยือน

BC ปั้นแลนด์มาร์คใหม่ รับดีมานด์ท่องเที่ยวฟื้น
อ่าน

BC ปั้นแลนด์มาร์คใหม่ รับดีมานด์ท่องเที่ยวฟื้น

#BC #ทันหุ้น - BC ปักหมุด JW Marriott Hotel Bangkok Sukhumvit 24 จ่อยื่น EIA ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ก่อนเปิดรุกสร้างแลนด์มาร์กใหม่ใจกลางสุขุมวิท ด้าน Mövenpick Resort Kamala Beach Phuket และโครงการ สุขุมวิท ซอย 5 คืบหน้าตามแผน ลุ้นเปิดรับนักท่องเที่ยวช่วงปลายปี 2569 ทันไฮซีซันนายปรับชะรันซิงห์ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจโรงแรมภายใต้โมเดล Build-Operate-Sale (BOS) กล่าวว่า บริษัทเดินหน้าพัฒนาโครงการตามแผนอย่างต่อเนื่อง สำหรับไฮไลต์ในโครงการ JW Marriott Hotel Bangkok Sukhumvit 24 ถือเป็นหนึ่งในโครงการแฟลกชิปของบริษัทบนทำเลใจกลางสุขุมวิท ซึ่งโครงการกำลังเริ่มดำเนินการจัดทำและยื่นรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยคาดว่าจะสามารถส่งรายงานเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 ตอกย้ำความพร้อมของ BC ในการสร้างโรงแรมระดับลักซ์ชัวรีที่ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจากทั่วโลก ขณะที่โรงแรมเมอเวนพิค รีสอร์ท กมลาบีช ภูเก็ต (Mövenpick Resort Kamala Beach Phuket) บริเวณหาดกมลา จังหวัดภูเก็ต และ โครงการสุขุมวิท ซอย 5 จังหวัดกรุงเทพมหานคร มีความคืบหน้าตามแผน โดยตั้งเป้าเปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2569 เพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) และความต้องการที่เพิ่มขึ้นของนักเดินทางทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญของประเทศการเดินหน้าของโครงการสำคัญในครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพการพัฒนาและบริหารสินทรัพย์ของ BC ที่ดำเนินไปตามแผน พร้อมตอกย้ำบทบาทของบริษัทในฐานะผู้พัฒนาโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์คุณภาพ ที่พร้อมสร้างประสบการณ์การเข้าพักระดับสากล ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระยะยาว

ขึ้นแล้ววันนี้! วีซ่าออสเตรเลีย ขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าท่องเที่ยว 25% เริ่ม 1 กรกฎาคม
อ่าน

ขึ้นแล้ววันนี้! วีซ่าออสเตรเลีย ขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าท่องเที่ยว 25% เริ่ม 1 กรกฎาคม

รัฐบาลออสเตรเลียประกาศปรับขึ้น ค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่า (Visa Application Charge - VAC) หลายประเภทอย่างเป็นทางการแล้ว โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 (พ.ศ. 2569) เป็นต้นไป ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางจากประเทศไทยแน่นอน จะมีวีซ่าประเภทไหนปรับขึ้นเท่าไหร่บ้าง? มาดูกัน superbeststock / Shutterstock.com วีซ่าออสเตรเลีย ขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าท่องเที่ยว 25%เริ่ม 1 กรกฎาคม ✈️ วีซ่าท่องเที่ยว (Visitor Visa Subclass 600) ปรับขึ้น 25% สำหรับสายท่องเที่ยว ใครที่จะเดินทางไปเยี่ยมญาติ หรือติดต่อธุรกิจระยะสั้น ซึ่งปกติจะนิยมยื่น วีซ่าท่องเที่ยว (Subclass 600) ครั้งนี้มีการปรับราคาขึ้นทั้งการยื่นจากนอกประเทศออสเตรเลีย และในประเทศออสเตรเลีย ดังนี้ 1. ยื่นคำขอนอกประเทศออสเตรเลีย (Offshore) สำหรับคนไทยที่ยื่นจากประเทศไทย ราคาเดิม : 200 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 4,599 บาท) ราคาใหม่ : 250 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 5,748 บาท) เพิ่มขึ้น 50 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 1,149 บาท หรือคิดเป็น 25%) 2. ยื่นคำขอภายในประเทศออสเตรเลีย (Onshore) ราคาเดิม : 500 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 11,497 บาท) ราคาใหม่ : 630 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 14,487 บาท) เพิ่มขึ้น 130 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 2,989 บาท) (หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทไทยอาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ชำระเงินจริง) 🎓 ไม่ใช่แค่ท่องเที่ยว! วีซ่านักเรียน-วีซ่าทำงาน ก็ปรับขึ้น ส่วนใครที่จะไปเรียนต่อ หรือทำงานชั่วคราว รัฐบาลออสเตรเลียก็ได้มีการทบทวนปรับอัตราค่าธรรมเนียมในส่วนนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการงบประมาณประจำปี 2026-2027 โดยปรับตามดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และนโยบายงบประมาณ วีซ่านักเรียน (Student Visa Subclass 500) : ปรับขึ้นเป็น 2,500 ดอลลาร์ออสเตรเลีย วีซ่าทำงานชั่วคราว (Temporary Work Visa Subclass 482) : ปรับขึ้นเป็น 4,015 ดอลลาร์ออสเตรเลีย 💡 สิ่งที่ต้องรู้เพิ่มเติมก่อนเตรียมงบยื่นวีซ่า สิ่งที่เพื่อนๆ ต้องไม่ลืมอีกอย่าง คือค่าธรรมเนียมที่ปรับขึ้นในครั้งนี้เป็นเพียง Visa Application Charge (VAC) หรือค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องหลักเท่านั้น การไปเที่ยวออสเตรเลียยังมีค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ ที่เราต้องเตรียมไว้ด้วย เช่น ค่าบริการเก็บข้อมูลชีวมิติ (Biometrics) : ที่เราต้องไปสแกนลายนิ้วมือและถ่ายรูป ณ ศูนย์ยื่นวีซ่า ค่าตรวจสุขภาพ (Medical Examination) : สำหรับผู้ที่ต้องการพำนักระยะยาว หรือตามข้อกำหนดของสถานทูต ค่าแปลเอกสารและค่าบริการอื่นๆ : ในกรณีที่ต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม ====================

CGSI ชี้ท่องเที่ยวสดใส เพิ่มน้ำหนักลงทุน ERW-THAI เด่น
อ่าน

CGSI ชี้ท่องเที่ยวสดใส เพิ่มน้ำหนักลงทุน ERW-THAI เด่น

#ทันหุ้น - CGSI ส่องกลุ่มท่องเที่ยว ปรับเพิ่มประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 69 หลัง แนวโน้มการท่องเที่ยวดีขึ้น แนะนำ “เพิ่มน้ำหนักการลงทุน” เลือก ERW และ THAI เป็นหุ้น Top pickฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า ได้ปรับเพิ่มประมาณการสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในปี 69 จาก 31.3 ล้านคน (-5% yoy) เป็น 33 ล้านคน (ทรงตัว yoy) เพื่อสะท้อนแนวโน้มการท่องเที่ยวทีดีขึ้น เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ลดลง ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในการเดินทางเพิ่มขึ้น ลดผลกระทบต่อการจราจรทางอากาศและทำให้ค่าตั๋วเครื่องบินลดลง และอุปสงค์จากยุโรปยังแข็งแกร่งและสถิตินักท่องเที่ยวจากจีนฟื้นตัวเร็วกว่าคาดแม้ว่าประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือน 14 ล้านคนในช่วง 5 เดือนแรกของปี 69 (-2% yoy) แต่เชื่อว่าสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะเติบโตสูงขึ้น โดยสถิตินักท่องเที่ยวรายเดือนเพิ่มขึ้น 4% yoy ในเดือนพ.ค.69 จากที่ลดลง 7% ในเดือนเม.ย.69 (ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงที่สุด) ขณะที่สถิตินักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลางฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเห็นได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวในเดือนพ.ค.69 ที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วเทียบกับที่ลดลง 17% yoy และ 57% roy ในเดือนเม.ย.69 ตามลำดับส่วนสถิตินักท่องเที่ยวจากจีนเริ่มมีสัญญาณทรงตัว หลังนักท่องเที่ยวจากประเทศนี้เดินทางมาไทยมากกว่า 400k คนต่อเดือนตลอดช่วง 5 เดือนแรกของปี 69 เทียบกับสถิติต่ำสุดที่ 297k ในเดือนมี.ค.68 ส่งผลให้สถิตินักท่องทียวจากจีนในช่วง 5 เดือนแรกของปี 69 เพิ่มขึ้น 18% yoy ดังนั้น ถึงแม้ว่าการฟื้นตัวยังเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เชื่อว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และเชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้นต่อเนืองฝ่ายวิเคราะห์ CGSI เชื่อว่า หลังจากปี 69 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยจะได้รับประโยชน์จากการที่ AOT เดินหน้าลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของสนามบินเพื่อแก้ปัญหาคอขวดในสนามบินหลัก โดยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอยู่ระหว่างปรับปรุงประสิทธิภาพของบริการภาคพื้น (ground handling) เพื่อลดระยะเวลาการเตรียมเครื่องบิน (aircraft turnaround) และเพื่อให้สามารถรองรับเที่ยวบินได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน AOT มีการปรับปรุงระบบช่วยลงจอดหรือ Instrument Landing System (ILS) ที่ท่าอากาศยานภูเก็ตสำหรับรองรับการขึ้นลงจอดของอากาศยานในช่วงที่มีเทียวบินจำนวนมาก นอกจากนี้ THAI ยังมีแผนขยายฝูงบินเพื่อเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินในเส้นทางที่มีอุปสงค์การเดินทางสูงและเส้นทางบินใหม่ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ยังแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุน (Overweight) ในกลุ่มท่องเที่ยวของไทยเพราะอุปสงค์ในตลาดหลักมีแนวโน้มดีขึ้น โดยชอบหุ้นในกลุ่มโรงแรมและสายการบินมากกว่าสนามบิน เนื่องจากมีความสามารถในการทำกำไรสูงกว่า นอกจากนี้ คาดว่าการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings ที่จะจัดขึ้นในกรุงเทพฯ ช่วงเดือนต.ค.69 จะทำให้โรงแรมมีอัตราการเข้าพักและอัตราค่าห้องพักเพิ่มสูงขึ้น จึงเลือก ERW และ THAI เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม ขณะที่มองว่าหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวอาจปรับตัวสูงขึ้นหากอุปสงค์การเดินทางทั่วโลกและต้นทุนพลังงานกลับเป็นปกติเร็วกว่าคาด ส่วน downside risk จะมาจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางและสถิตินักท่องเที่ยวจากจีนที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด

เที่ยวเกียวโตจ่ายเพิ่ม! ระบบค่ารถบัส 2 ราคา นักท่องเที่ยวจ่ายแพงขึ้น เริ่ม 2027
อ่าน

เที่ยวเกียวโตจ่ายเพิ่ม! ระบบค่ารถบัส 2 ราคา นักท่องเที่ยวจ่ายแพงขึ้น เริ่ม 2027

อย่างที่เรารู้กันอยู่แล้ว ว่า เกียวโต นั้นมีปัญหาเรื่อง Overtourism ในระดับที่กำลังวิกฤตมากกว่าที่เที่ยวอื่นๆ ในญี่ปุ่น ล่าสุดทางการเกียวโต (Kyoto) ได้ประกาศแผนจัดระเบียบเมืองใหม่ เตรียมนำระบบ "ค่าโดยสาร 2 ราคา" (Dual Fare System) มาใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อแก้ปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง เที่ยวเกียวโตจ่ายเพิ่ม! ระบบค่ารถบัส 2 ราคานักท่องเที่ยวจ่ายแพงขึ้น เริ่ม 2027 แผนค่าโดยสาร 2 ราคา ใครจ่ายเท่าไหร่? นายกเทศมนตรีเมืองเกียวโต นายโคจิ มัตสึอิ (Koji Matsui) ได้เปิดเผยแผนการปรับราคาค่าโดยสารรถบัสประจำทางเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว ดังนี้ กลุ่มผู้โดยสาร ราคาปัจจุบัน ราคาใหม่ (แผนงาน) คนท้องถิ่น (Residents) 230 เยน ลดลงเหลือประมาณ 200 เยน นักท่องเที่ยว / คนนอกพื้นที่ 230 เยน เพิ่มขึ้นเป็น 350 - 400 เยน เรียกได้ว่าราคานักท่องเที่ยวอาจจะพุ่งขึ้นเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว เพื่อช่วยลดความหนาแน่นและนำรายได้มาบำรุงรักษาระบบขนส่งให้ดียิ่งขึ้น แล้วเขาจะแยกกลุ่มระหว่างนักท่องเที่ยว กับคนเกียวโตยังไง? ทางการเกียวโตใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ดังนี้ เชื่อมต่อ My Number เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีการทดสอบเชื่อมข้อมูลบัตร IC Card (เช่น Suica, Pasmo) เข้ากับบัตร My Number (บัตรประชาชนญี่ปุ่น) แตะปุ๊บรู้ปั๊บ สำหรับคนท้องถิ่นที่ลงทะเบียนบัตรไว้ เมื่อแตะบัตรที่เครื่องจ่ายเงิน ระบบจะตัดเงินในราคาพิเศษโดยอัตโนมัติ ส่วนนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ไม่ได้ลงทะเบียนไว้ เครื่องจะตัดเงินในราคาสูงนั่นเองครับ ทางการเกียวโตคาดหมายว่า หลังจากเปลี่ยนมาใช้ระบบ 2 ราคาแล้ว จะช่วยคืนทางเท้า และรถบัสให้คนในพื้นที่สามารถขึ้นรถไปทำงานหรือไปเรียนได้ตามปกติ รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากนักท่องเที่ยว ก็จะถูกนำไปสมทบทุนเพื่อเพิ่มจำนวนรถบัสในเส้นทางท่องเที่ยวยอดฮิต รวมทั้งจะส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปใช้ Express Bus (รถบัสสายด่วนสำหรับท่องเที่ยว) หรือรถไฟใต้ดินแทนการใช้รถบัสสายปกติที่คนท้องถิ่นจำเป็นต้องใช้นั่นเอง ทั้งนี้ เป้าหมายของเทศบาลเมืองเกียวโตคือการเริ่มใช้งานจริงภายใน ปีงบประมาณ 2027 ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับกระทรวงคมนาคมของญี่ปุ่นเพื่อขออนุมัติอย่างเป็นทางการ เพราะถือเป็นเรื่องใหม่และต้องปรับเปลี่ยนข้อกฎหมายเรื่องความเท่าเทียมของค่าโดยสารด้วย หากแผนนี้สำเร็จ เกียวโตจะเป็นเมืองแรกในญี่ปุ่นที่ใช้ระบบแยกราคาค่ารถบัสตามสิทธิที่อยู่อาศัยอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจจะเป็นโมเดลให้เมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ในญี่ปุ่นนำไปใช้ตาม ====================

ททท. ปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย สัมผัสช่วงเวลาแห่งการค้นพบ
อ่าน

ททท. ปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย สัมผัสช่วงเวลาแห่งการค้นพบ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยด้านตลาดในประเทศ เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยปี 2569 อย่างต่อเนื่อง ขานรับยุทธศาสตร์ The New Thailand ที่มุ่งเน้นคุณค่ามากกว่าปริมาณ (Value over Volume) พร้อมสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน กระตุ้นให้คนไทยออกเดินทางและสร้างความทรงจำที่มีคุณค่า ชูแนวคิด Memory of Discovery มุ่งส่งมอบประสบการณ์ที่ตรงใจนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม และกระตุ้นให้คนไทยออกไปสร้างความทรงจำอันทรงคุณค่าใน "ช่วงเวลาแห่งการค้นพบ" นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า "จากกระแสการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยของกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ ประกอบกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่ม Gen Y และกลุ่มผู้มีรายได้สูงที่เริ่มมองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่แปลกใหม่จากเดิม ททท. จึงเปิดตัวโครงการ ONLY MEN ผู้ชายสายลุย เพื่อนำเสนอประสบการณ์ผ่านกิจกรรมผจญภัยกลางแจ้ง ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งตอบโจทย์การท่องเที่ยวแบบ ลงมือทำจริง ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์สินค้าทางการท่องเที่ยวระดับพรีเมียม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพสูงที่ชอบความท้าทาย โดยนำเสนอผ่านแนวคิด Design your limits with your destination โดยต่อยอดโครงการด้วยการจัดแคมเปญส่งเสริมการตลาดและกระตุ้นการขาย ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569 ผ่าน 3 กิจกรรมหลัก MEN ON LEAVE ลา...ออกไปใช้ชีวิต กิจกรรมประกวดภาพถ่ายนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวสายลุย MEN ON DEAL แจกดีลส่วนลดพิเศษสำหรับกิจกรรม เส้นทางท่องเที่ยว และอุปกรณ์สายลุย MEN ON LEAVE: OFF THE MAP EXPERIENCE เอ็กคลูซิฟทริปแนวผจญภัยร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์สายลุยคนดัง ซึ่ง ททท. ได้ร่วมมือกับพันธมิตรและครีเอเตอร์มาช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นให้เกิดการเดินทาง และสร้างการรับรู้โครงการในวงกว้าง" นายอภิชัย กล่าว ในการนี้ ททท. โดยด้านตลาดในประเทศ คาดว่าโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว ขยายฐานตลาดใหม่ และเพิ่มค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ พร้อมทั้งยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้เป็น เวทีแห่งการผจญภัยและการค้นพบตัวตนระดับโลก สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและกิจกรรมต่างๆ ของโครงการ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page : Only Men www.facebook.com/onlymenthailand

โบรกส่องหุ้นท่องเที่ยว ต้นทุนน้ำมันลดหนุนทราฟฟิกฟื้น ชู MINT-ERW-AOT
อ่าน

โบรกส่องหุ้นท่องเที่ยว ต้นทุนน้ำมันลดหนุนทราฟฟิกฟื้น ชู MINT-ERW-AOT

#ทันหุ้น-บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) มองหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวมีทิศทางที่ดี หลังต้นทุนน้ำมันลดจะช่วยหนุนทราฟฟิกฟื้น มองได้พ้นจุดต่ำสุด ชู MINT-ERW-AOT เป็น Top Pick ของกลุ่มนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) ระบุสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มส่งสัญญาณคลี่คลาย กลายเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่หนุนให้กลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลับมาอยู่ในโฟกัสของนักลงทุนอีกครั้ง จึงเชื่อว่าเป็นโอกาสในการเข้าสะสมหุ้น เพื่อรับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลกโดยปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวได้แก่ ต้นทุนน้ำมันที่ลดลง จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เริ่มสงบ จะเป็นปัจจัยทำให้การเติบโตของปริมาณนักท่องเที่ยว (Traffic) กลับมาอีกครั้ง หลังจากในช่วงที่ผ่านมามีการปรับลดจำนวนเที่ยวบินและนักท่องเที่ยวต้องเผชิญกับต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น หากสถานการณ์ยุติลงจะส่งผลให้ต้นทุนราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ซึ่งจะสะท้อนไปยังค่าตั๋วเครื่องบินในอนาคตที่ถูกลง ช่วยกระตุ้นอุปสงค์ (Demand) การเดินทางทั่วโลก และทำให้สายการบินกลับมาดำเนินการ (Operate) ได้ตามปกติทั้งนี้ คาดว่านักท่องเที่ยวกลุ่มระยะไกล (Long-haul) เช่น ยุโรปและตะวันออกกลางที่เคยชะลอตัวในช่วง 2-3 เดือนก่อนหน้า จะเริ่มกลับมาเดินทางได้ดีขึ้นโดยคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจนในช่วงไตรมาส 4/69 ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season)ขณะที่กลุ่มระยะใกล้ (Short-haul) จะได้รับประโยชน์จากต้นทุนการเดินทางที่ลดลงตามราคาน้ำมัน ช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวกลับมาอย่างค่อยเป็นค่อยไป**คาด Q2/69 จุดต่ำสุดนักวิเคราะห์คาดการณ์ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/69 จะเป็นจุดต่ำสุด (Bottom) ของปี 2569 ทั้งในแง่ของผลประกอบการและบรรยากาศการลงทุน (Sentiment) จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า รายได้ของผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในเดือนพฤษภาคมยังคงเติบโตได้ดี เนื่องจากมีการจองล่วงหน้าและมีวันหยุดหลายวันในหลายประเทศสำหรับแนวโน้มไตรมาส 3/69 คาดว่ายอดจองล่วงหน้า (Forward Booking) ของหลายบริษัทมีจะสามารถทรงตัวต่อเนื่องได้เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา (YoY) จึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุน เน้นสะสมหุ้นราคาถูก (Valuation ) โดยเลือกหุ้น MINT, ERW, AOT เป็นหุ้นเด่น เนื่องจาก MINT จะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวทั่วโลก เข้าสู่ช่วง High Season และมีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวจากการเตรียมทำ IPO กอง REIT (กองหลีก) ในช่วงครึ่งปีหลังขณะที่ ERW เป็นหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งน้อยที่สุด เนื่องจากเน้นลูกค้ากลุ่ม Short-haul และมีฐานกำไรในปีที่แล้วค่อนข้างต่ำจากปัจจัยลบเฉพาะตัว และหุ้น AOTจะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลง

ท่องเที่ยวโล่งต้นทุนลด CENTEL-ERW ไฟสว่าง
อ่าน

ท่องเที่ยวโล่งต้นทุนลด CENTEL-ERW ไฟสว่าง

#ท่องเที่ยว #ทันหุ้น – CENTEL-ERW ฟันธงหากความตึงเครียดอิหร่าน-สหรัฐ คลี่คลายในไตรมาส 3/2569 จะช่วยหนุน Sentiment และกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวทั้งระยะใกล้-ไกล CENTEL มองอัตราเข้าพักดูไบฟื้นต่อและต้นทุนน้ำมันมัลดีฟส์ลดลงช่วยรักษามาร์จิ้น กูรูลั่นหุ้นท่องเที่ยวได้อานิสงส์ครึ่งปีหลัง แนะสะสม ERW, MINT และ AOT นายกันย์  ศรีสมพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL เปิดเผยว่า หากสถานการณ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา จบลงได้ในไตรมาส 3/2569 นี้ จะถือเป็นปัจจัยหนุนทั้งเชิงจิตวิทยา (Sentiment)  และกระตุ้นการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั้งจากทวีปยุโรป (Long Haul) ทั้งยังหนุนการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย (Short Haul) ให้เดินทางมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเบื้องต้น อัตราการเข้าพัก (Occupancy) โรงแรมในประเทศดูไบมีแนวโน้มฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องสะท้อนจาก OCC ช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 เร่งตัวขึ้นมาแตะที่ราว 48% MoM เมื่อเทียบกับเดือนเมษายนที่ทำได้ราว 34% คาดว่าไตรมาส 3/2569 นี้ OCC จะฟื้นตัวต่อเนื่องมาแตะประมาณ 50% ถึง 60%ขณะเดียวกัน ต้นทุนราคาน้ำมันกลุ่มโรงแรมในประเทศมัลดีฟส์ มีแนวโน้มอ่อนตัวลง หนุนศักยภาพการักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Margin) ให้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (1H/69) ที่ผ่านมา“บรรยากาศโดยรวมของธุรกิจโรงแรมเริ่มมี เซ็นทิเมนต์ (Sentiment) ที่ผ่อนคลายมากขึ้น แม้ว่าไตรมาส 3 จะเป็นช่วง Low Season แต่คาดหวังว่าใน ไตรมาส 4 สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะใกล้เคียงปกติ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว (High Season) และอุปสรรคด้านการบินน่าจะค่อยๆ คลี่คลายลง โดยสำหรับที่มัลดีฟส์ต้นทุนน้ำมันน่าจะปรับลดได้อย่างมีนัยสำคัญ”ERW ยังติดตามใกล้ชิดฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW ระบุ ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากการลงนามระหว่างผู้นำทั้ง 2 ฝ่ายจะเกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 นี้ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายลง  ต้นทุนน้ำมันโลกปรับตัวลงได้อย่างเป็นรูปธรรม คาดว่าจะเป็นปัจจัยหนุนการเดินทางท่องเที่ยวให้ทยอยเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นตั้งแต่ต้นปี - ปัจจุบัน (YTD) ทั้งอัตราการเข้าพัก (Occupancy) และรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ยังคงมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นเล็กน้อยหรือใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้ในทุกเซ็กเมนต์ลุ้นท่องเที่ยวฟื้นนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุ หากความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับ สหรัฐอเมริกาคลี่คลายลง การฟื้นตัวของปริมาณนักท่องเที่ยว (Traffic) และความต้องการ (Demand) เดินทางจะเริ่มกลับมา “เติบโต” อีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่เหลือของไตรมาส 3/2569 นี้อาจเริ่มเห็นการเดินทางของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย (Short-Haul) กลับเข้าสู่การเดินทางเพิ่มมากขึ้น  และกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-Haul) จะกลับมาในช่วงไฮซีซันในไตรมาส 4/2569 ได้ในอัตราปกติ“หากสถานการณ์คลี่คลายและสงครามจบลง ราคาน้ำมันที่ลดลง จะส่งผลบวกโดยตรงต่อต้นทุนของสายการบิน ทำให้ค่าตั๋วเครื่องบินมีแนวโน้มลดลงในอนาคต สายการบินจะกลับมาเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน (Capacity) และดำเนินการได้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการ (Demand) โดยรวมทั่วโลก”สำหรับหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม  สายการบินปรับตัวลดลงกว่า 20% ตั้งแต่เกิดสถานการณ์สงคราม วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา และแม้ว่า SET จะสามารถปรับตัวกลับขึ้นมาได้ แต่หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวฯ ราคาฟื้นขึ้นมาแค่ราว 10% เท่านั้น  ดังนั้นในเชิงกลยุทธ์ นักลงทุนสามารถทยอย “ซื้อสะสม” ได้ทุกตัวแม้ว่าระหว่างสัปดาห์ ราคาหุ้นอ่อนตัวกลับลงไปหากประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ มีสุนทรพจน์ใดใดออกมาอีก แนะนำในเชิงปัจจัยพื้นฐาน  เลือก MINI  AOT  และ ERW โดย ERW เป็นตัวที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากความตึงเครียด เนื่องจากเน้นกลุ่ม Short-Haul และมีฐานกำไรที่ต่ำในปีที่แล้วจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปMINT จะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของบรรยากาศการท่องเที่ยวทั่วโลก (Global Sentiment) และกำลังเข้าสู่ช่วง High Season ในครึ่งปีหลัง รวมถึงมีประเด็นบวกจากการนำกองรีท (REIT) เข้า IPO สำหรับ AOT ได้รับอานิสงส์ตามบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว“เมื่อเทียบกับเหตุการณ์ในอดีต เช่น รัสเซีย-ยูเครน ที่หุ้นรีบาวด์กลับมาได้ภายใน 1 เดือน แต่รอบนี้ผลกระทบยาวนานกว่าเนื่องจากเกี่ยวข้องกับต้นทุนน้ำมันและปัจจัยอื่นๆ ที่ซับซ้อน ดังนั้นมูลค่าหุ้น (Valuation) กลุ่มท่องเที่ยวยังอยู่ในโซนที่น่าสนใจ ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 ต่อเนื่องไตรมาส 3/2569 ก็ไม่น่าจะแย่ น่าจะทรงตัวได้ YoY หลายบริษัท และสถานการณ์จะดูดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง (Second Half) โดยเฉพาะไตรมาส 4 ที่เป็นช่วง High Season ของกลุ่ม Long-Haul”

หุ้นท่องเที่ยวถึงเวลาเก็บ? หยวนต้าชู MINT เด่นสุดในกลุ่ม
อ่าน

หุ้นท่องเที่ยวถึงเวลาเก็บ? หยวนต้าชู MINT เด่นสุดในกลุ่ม

#ทันหุ้น - บล.หยวนต้า ส่องหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ชู MINT เป็นหุ้นเด่น จากแนวโน้มงบ Q2-Q3/69 จะดีกว่ากลุ่ม โตทั้ง QoQ, YoY ด้วยแรงหนุนของ High Season ในกลุ่มโรงแรมยุโรป รวมถึงการปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์ผ่านการกอง REIT (คาด IPO ช่วงต้น Q4/69) ได้รับเงินสดราว 500 ล้านเหรียญฯ สำหรับลดหนี้และขยายธุรกิจ ประเมินเป้าหมาย 30.50 บาทด้าน ERW ยังคงชอบ จากสัดส่วนรายได้นักท่องเที่ยว Short Haul สูง และมีกลุ่มโรงแรม Budget ที่การดำเนินงานแข็งแกร่ง เพราะพึ่งการเดินทางในประเทศเป็นหลัก ประเมินเป้าหมาย 3.60 บาททั้งนี้ ล่าสุด ททท. คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 ที่ 33 ล้านคน ทรงตัว YoY ดีขึ้นเทียบก่อนหน้าคาดว่าจะลดลง 3-10% YoY หลังผลกระทบสงครามน้อยกว่าคาด กลุ่มนักท่องเที่ยวยุโรป/ตะวันออกกลางฟื้นตัวดีในเดือน พ.ค. แนวโน้ม 2H69 โตต่อเนื่อง ควบคู่กับหลายงาน Event ใหญ่ใน Q4เบื้องต้นประเมินกำไรกลุ่มท่องเที่ยวใน Q2/69 เติบโต QoQ (MINT เข้า High Season) และ YoY จากฐานต่ำในปีก่อน ที่มีผลกระทบจากแผ่นดินไหวและนักท่องเที่ยวจีนชะลอตัวฝ่ายวิจัยคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มท่องเที่ยว “เท่ากับตลาด” แม้ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จะยังไม่ยุติ แต่ Yuanta Research ประเมินว่าสงครามจะสิ้นสุดได้ภายใน Q3/69 และเป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้นท่องเที่ยว เพราะราคาหุ้นที่ Underperform ตลาด และยังซื้อขาย Discount ค่าเฉลี่ยในอดีต สะท้อนแรงกดดันทั้งฝั่งของรายได้และต้นทุนไปมากแล้ว หากสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลาย มีโอกาสที่กลุ่มจะฟื้นตัวได้ในระยะถัดไป

กลุ่มท่องเที่ยว โบรกฯ ให้น้ำหนัก “มากกว่าตลาด” Tomorrowland-BTS-BIGBANG หนุน
อ่าน

กลุ่มท่องเที่ยว โบรกฯ ให้น้ำหนัก “มากกว่าตลาด” Tomorrowland-BTS-BIGBANG หนุน

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #กลุ่มท่องเที่ยว โบรกฯ ให้น้ำหนัก “มากกว่าตลาด” Tomorrowland-BTS-BIGBANG หนุนบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มท่องเที่ยวที่ระดับ “มากกว่าตลาด” หลัง Airbnb เปิดเผยข้อมูลว่ากรุงเทพฯ กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านคอนเสิร์ตที่สำคัญของภูมิภาค โดยยอดค้นหาที่พักในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นเกือบ 590% จากแรงหนุนของกระแส K-Pop สะท้อนบทบาทของ “Music Tourism” หรือการท่องเที่ยวเชิงดนตรี ที่กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรมของไทยดาโอมองว่าการเพิ่มขึ้นของยอดค้นหาที่พักในระดับสูงดังกล่าวเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4/2569 ซึ่งจะเป็นช่วงที่ประเทศไทยมีอีเวนต์ขนาดใหญ่จำนวนมาก ทั้งคอนเสิร์ตระดับโลกและการประชุมระหว่างประเทศที่คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกปัจจัยสนับสนุนสำคัญในช่วงปลายปี ได้แก่ คอนเสิร์ต The Weeknd: After Hours Til Dawn Stadium Tour Live in Bangkok ระหว่างวันที่ 11-13 ตุลาคม 2569 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งมีความจุผู้เข้าชมรอบละประมาณ 60,000 คน รวมถึงคอนเสิร์ต BIGBANG 2026 World Tour in Bangkok ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 และ BABYMONSTER World Tour [CHOOM] in Bangkok วันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2569 ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ซึ่งรองรับผู้เข้าชมรอบละประมาณ 12,000 คนนอกจากนี้ ยังมีคอนเสิร์ต BTS World Tour ‘ARIRANG’ in Bangkok ระหว่างวันที่ 3, 5 และ 6 ธันวาคม 2569 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน รวมถึงการประชุม World Bank and IMF Meetings ในเดือนตุลาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศทั่วโลก ขณะที่เทศกาลดนตรีระดับโลก Tomorrowland ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 ธันวาคม 2569 บริเวณใกล้เมืองพัทยา ก็ถูกมองเป็นอีกหนึ่งตัวเร่งสำคัญต่อการเดินทางเข้าประเทศ โดยอ้างอิงจากงานที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานสูงถึงประมาณ 400,000 คนจากปัจจัยดังกล่าว ดาโอคาดว่ากำไรของกลุ่มท่องเที่ยวจะฟื้นตัวโดดเด่นในช่วงไตรมาส 4/2569 โดยกลุ่มโรงแรมที่มีสัดส่วนรายได้จากประเทศไทยสูงจะได้รับประโยชน์มากที่สุด ประกอบด้วย บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (ERW), บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) (CENTEL), บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (MINT) และ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (SHR)ดาโอยังคงเลือก ERW เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม โดยแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.20 บาท เนื่องจากปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ PER เพียง 15 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ประมาณ 18 เท่า ขณะที่ RevPAR ที่ไม่รวมโรงแรม Budget ในไตรมาส 2/2569 คาดเติบโต 5% YoY ซึ่งถือว่าโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม หลังจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหดตัว 13% YoY อีกทั้งการประชุม World Bank and IMF Meetings และเทศกาล Tomorrowland ยังส่งผลให้อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ในช่วงดังกล่าวอยู่ในระดับสูงถึงประมาณ 80% แล้วสำหรับ CENTEL ดาโอยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 37.00 บาท โดยมองว่าโรงแรมของบริษัทจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากอีเวนต์ขนาดใหญ่เช่นกัน ปัจจุบันอัตราการเข้าพักในช่วงการประชุม World Bank and IMF Meetings อยู่ที่ประมาณ 60% และเพิ่มเป็น 80% ในช่วง Tomorrowland นอกจากนี้ แนวโน้มตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) และตลาดดูไบเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวหลังผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวในมัลดีฟส์ก็มีทิศทางฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่องในด้านมูลค่า ดาโอมองว่า CENTEL ยังมีความน่าสนใจ โดยซื้อขายที่ EV/EBITDA เพียง 9 เท่า หรืออยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 8 ปีประมาณ 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สะท้อนโอกาสการฟื้นตัวของผลประกอบการและการปรับตัวขึ้นของมูลค่าหุ้นในระยะถัดไปโดยรวม ดาโอมองว่ากระแส Music Tourism ประกอบกับการจัดอีเวนต์ระดับโลกที่ต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยว การเข้าพักโรงแรม และผลประกอบการของผู้ประกอบการในกลุ่มท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4/2569 ซึ่งมีแนวโน้มเป็นช่วงไฮซีซันที่โดดเด่นกว่าปกติ

ททท. คิกออฟ WILD AWAKE JOURNEY ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และฟื้นฟู
อ่าน

ททท. คิกออฟ WILD AWAKE JOURNEY ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และฟื้นฟู

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยด้านตลาดในประเทศ เดินหน้าผลักดันการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และฟื้นฟู (Regenerative Conservation Tourism) พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไทยสู่ความยั่งยืนระดับสากล ก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในเชิงคุณค่า เปลี่ยนบทบาทนักท่องเที่ยวจากผู้บริโภคสู่การเป็น ผู้พิทักษ์ แสดงจุดยืนในการเดินทางอย่างรับผิดชอบ (Responsible Travel) เพื่อให้กลายเป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญที่มีต่อประชาคมโลก ททท. รุกตลาดในประเทศ คิกออฟ WILD AWAKE JOURNEYปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และฟื้นฟู ปั้นไทยสู่หมุดหมายความยั่งยืนระดับโลก นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เปิดเผยว่า กรีนซีซั่นปีนี้ ททท. มุ่งมั่นที่จะพลิกโฉมการเดินทางสู่มิติใหม่ เปลี่ยนจากการแสวงหาความสนุกทั่วไป สู่การเติมเต็มจิตวิญญาณ และสร้างปฏิสัมพันธ์ที่มีความหมาย (Meaningful Travel) ระหว่างผู้มาเยือน ธรรมชาติ สัตว์ป่า และชุมชนท้องถิ่น จึงได้เปิดตัวโครงการ WILD AWAKE JOURNEY เพื่อนใหม่ ในป่าใหญ่ เพื่อยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สัตว์ป่า (Wildlife Conservation Tourism) ภายใต้แนวคิด Awake Your New Moment ชวนทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่เชื่อมโยงผู้คนกับ โลกของสัตว์ป่า อย่างลึกซึ้ง ให้ผู้เดินทางเกิดความ เข้าใจ และพร้อมที่จะ ปกป้อง โลกอีกใบ ผ่านประสบการณ์จริงในระบบนิเวศของไทยที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ในลำดับต้น ๆ ของภูมิภาค ให้ทุกช่วงเวลาของการเดินทางไม่เพียงสร้างความทรงจํา แต่ยังสร้างความหมายต่อชีวิตของเรา สรรพชีวิตในผืนป่า และอนาคตการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นการปลุกกระแสการมีส่วนร่วมและจิตสำนึกอย่างสร้างสรรค์และเป็นรูปธรรม ททท. ได้จัดแคมเปญส่งเสริมการตลาดและกระตุ้นการขาย ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569 ผ่าน 3 กิจกรรมไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ AWAKEN YOUR WILD STORY ออกตามหาเพื่อนใหม่ในป่าใหญ่ บอกเล่าเรื่องราวความมหัศจรรย์ในมุมมองใหม่ TRAVEL THAT GIVES BACK มอบดีลส่วนลดสุดพิเศษ ให้ทุกการเดินทางได้ช่วยโลกและสัตว์ป่า และ WILD AWAKE EXCLUSIVE TRIP เดินทางสัมผัสประสบการ์จริงกับเพื่อนใหม่ในป่าใหญ่ โดย ททท.ได้ร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอินฟลูเอ็นเซอร์ชื่อดังมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวและสร้างการรับรู้ในวงกว้าง -- นายอภิชัย กล่าว ทั้งนี้ ททท. โดยด้านตลาดในประเทศ คาดว่าโครงการดังกล่าว จะสามารถกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศช่วงกรีนซีซั่นได้อย่างคึกคัก ช่วยสร้างคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน (Sustainable Value Creation) ไปพร้อมกัน ตลอดจนตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ระดับสากลอย่างแท้จริง สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: Wild Awake Journey ====================

9 เบอร์โทรศัพท์ หน่วยงาน การท่องเที่ยวไทย เซฟไว้เผื่อได้ใช้
อ่าน

9 เบอร์โทรศัพท์ หน่วยงาน การท่องเที่ยวไทย เซฟไว้เผื่อได้ใช้

หลายครั้งที่เวลาเดินทางไปเที่ยว มักจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดให้ตื่นเต้นเสมอๆ รวมถึงเราก็อยากได้ข้อมูลที่แน่นอนในเรื่องต่างๆ ที่จะทำให้ทริปเรานั้นไม่มีปัญหาใดๆ และถ้าเราไป เที่ยวไทย ก็จะมีหน่วยงานแต่ละหน่วย ที่ดูแลในเรื่องต่างๆ แตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าใครอยากได้ เบอร์โทรศัพท์ หน่วยงาน การท่องเที่ยวไทย ตามมาดูในนี้ได้เลย รวมเบอร์โทรศัพท์ หน่วยงาน การท่องเที่ยวไทย 1. ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารท่องเที่ยว ☎️ 1672 TAT Call Center ที่เราสามารถสอบถามข้อมูลท่องเที่ยวทางโทรศัพท์ผ่านเจ้าหน้าที่ Call Center ได้ค่ะ โดยจะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ================== 2. กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ☎️ 0-2572-8442 สามารถสอบถามเรื่อง หนังสือเดินทาง ต่างๆ ได้ และ ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง ================== 3. การรถไฟแห่งประเทศไทย ☎️ 1690 สายด่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่สามารถติดต่อได้ 24 ชั่วโมง และยังมีบริการสอบถามข้อมูลด้านการโดยสาร สินค้า ท่องเที่ยว จองตั๋ว สามารถเสนอแนะหรือร้องเรียนได้อีกด้วย ================== 4. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) ☎️ 1348 สายด่วน Call Center ของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) โดยสามารถสอบถามเส้นทางรถเมล์ แนะนำบริการ หรือรับเรื่องร้องเรียนต่างๆ ================== 5. ตำรวจท่องเที่ยว ☎️ 1155 สายด่วน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ที่จะช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่ประสบอุทกภัย ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง ================== 6. กรมทางหลวง ☎️ 1586 สายด่วนกรมทางหลวง สามารถสอบถามสภาพเส้นทางน้ำท่วม สภาพการจราจร ขอความช่วยเหลือ แจ้งอุบัติเหตุ ได้ เช่น กด 1 สอบถามเกี่ยวกับ M-Flow กด 5 สอบถามสำนักงานควบคุมน้ำหนักยานพาหนะ และ กด 7 สอบถามกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง เป็นต้น ================== 7. บริษัท ขนส่ง จำกัด ☎️ 1490 *ปิดปรับปรุงชั่วคราว* สอบถามข้อมูลการเดินทาง หรือจองตั๋วโดยสาร ได้ที่ช่องทางออนไลน์ ทั้ว Facebook Page : บขส. https://www.facebook.com/BorKorSor99 และแอปพลิเคชัน Line : @บขส.99 (Id:TCL99) โดย บขส. ได้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในช่วงเวลา 06.00-23.00 น. ของทุกวัน หรือทางหมายเลขโทรศัพท์ 02-936-3660 (ในวันและเวลาราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. ================== 8. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) ☎️ 1722 AOT CONTACT CENTER สายด่วนสำหรับผู้โดยสาร สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง ================== 9. สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ☎️ 1178 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การขอวีซ่าเข้าและข้อกำหนดต่างๆ ของ ด่านตรวจคนเข้าเมือง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ==================

BC พลิกเกม ท่องเที่ยวฟื้น D/E ลดฮวบ
อ่าน

BC พลิกเกม ท่องเที่ยวฟื้น D/E ลดฮวบ

#BC #ทันหุ้น – BC โชว์ผลงานไตรมาส 1/69 กวาดรายได้รวม 142.3 ล้านบาท รับแรงหนุนธุรกิจโรงแรม ศูนย์การค้าคึกคัก พอร์ตต่างจังหวัดโตเด่น 18.9% หลังท่องเที่ยวฟื้น รีแบรนด์โรงแรมดัน Occupancy Rate ขยับขึ้น เดินหน้าบริหารหนี้เชิงรุก กด D/E เหลือ 2.81 เท่า นายปรับชะรันซิงห์ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบ “Build–Operate–Sale” (BOS) เปิดผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้รวม 142.3 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการเติบโตของธุรกิจโรงแรมและศูนย์การค้า ซึ่งปัจจุบันเปิดดำเนินการรวม 10 โครงการ ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญในต่างจังหวัด โดยเฉพาะพอร์ตต่างจังหวัดที่เติบโตโดดเด่น 18.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากปัจจัยฤดูกาลและการปรับปรุง–รีแบรนด์ที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ส่งผลให้อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะโครงการในพื้นที่ภูเก็ตที่เริ่มเห็นสัญญาณปรับตัวดีขึ้นของผลการดำเนินงาน หลังจากรีแบรนด์สู่โรงแรม เมอร์เคียว ภูเก็ต ป่าตอง เจอร์นี่ย์ฮับ สะท้อนศักยภาพในการบริหารสินทรัพย์เพื่อสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ ท่ามกลางการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว                ด้าน EBITDA ดันเป็นบวกอยู่ที่ 30.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.5% จากไตรมาสก่อนหน้าตามการฟื้นตัวของธุรกิจหลักกลุ่มโรงแรมและศูนย์การค้า ซึ่งได้รับแรงหนุนจากอัตราการเข้าพักที่ปรับตัวดีขึ้นในโครงการพื้นที่กรุงเทพฯ และราคาห้องพักเฉลี่ยที่สูงขึ้นในโครงการต่างจังหวัด ทั้งนี้สอดรับกับทิศทางอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่ยังคงเติบโตต่อเนื่องจากดีมานด์นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ                ด้านโครงสร้างการเงิน บริษัทเดินหน้าปรับกลยุทธ์ โครงสร้างพอร์ตลงทุนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนทางการเงิน ซึ่งลดลง 14.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากการบริหารหนี้เชิงรุก ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ปรับลดลงมาอยู่ที่ 2.81 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น ขณะเดียวกันยังคงเน้นบริหารสภาพคล่องอย่างรอบคอบ ผ่านแผนการหาพันธมิตรลงทุนเพิ่มเติมในโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา การพิจารณาจำหน่ายเงินลงทุนในโครงการที่พร้อมขาย และการเรียกชำระทุนเพิ่มเติมจากผู้ร่วมลงทุนตามความเหมาะสม                แม้บริษัทยังมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท 10.6 ล้านบาท แต่ปรับตัวดีขึ้นถึง 64.9% จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนทิศทางการฟื้นตัวที่ดีจากการลดลงของรายการค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานยังคงได้รับแรงกดดันจากค่าเสื่อมราคา ต้นทุนทางการเงิน และค่าใช้จ่ายของโครงการระหว่างพัฒนา ซึ่งเป็นไปตามแผนการลงทุนของบริษัทในระยะยาว

KGI เปิดโพย 2 หุ้นโรงแรมน่าเก็บ ก่อนท่องเที่ยวฟื้น
อ่าน

KGI เปิดโพย 2 หุ้นโรงแรมน่าเก็บ ก่อนท่องเที่ยวฟื้น

#ทันหุ้น - บล.เคจีไอ ปรับเพิ่มน้ำหนักลงทุนกลุ่มโรงแรมขึ้นเป็น “มากกว่าตลาดฯ” จากที่ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางน่าจะผ่านจุดพีคไปแล้ว ซึ่งน่าจะช่วยให้ sentiment การเดินทางและอุปสงค์การท่องเที่ยวค่อยทยอยฟื้นตัวขึ้นตั้งแต่ Q3/69F เป็นต้นไป จาก i) ราคาน้ำมัน Jet A1 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากจุดพีค มี.ค.69 ซึ่งจะช่วยให้ค่าตั๋วโดยสารถูกกดดันน้อยลง เพิ่มความสามารถในการทำกำไรของสายการบินและช่วยให้ capacity เที่ยวบินระหว่างประเทศค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น ii) แม้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะยังส่งผลกระทบอยู่ แต่อุปสงค์การเดินทางทั่วโลกก็ยังคงแข็งแกร่ง โดยข้อมูลจาก IATA ล่าสุดพบว่ายอดจองตั๋วเดินทางช่วง มิ.ย.–ก.ย.69 ยังเติบโต +6% YoY นำโดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่พุ่งขึ้นถึง +32% YoY iii) ฝ่ายวิจัยเชื่อว่ารายได้ต่อห้องต่อคืน (RevPAR) กลุ่มโรงแรมน่าจะผ่านจุดต่ำสุดใน Q2/69F และจะค่อยๆ ฟื้นตัวใน Q3/69F หนุนจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดลง ความสามารถในการรองรับเที่ยวบินที่ดีขึ้น และฐานปีก่อนต่ำ โดยเฉพาะผู้ประกอบการโรงแรมที่พึ่งพานักท่องเที่ยวระยะใกล้ (short-haul) อย่าง ERW และ MINTiv) valuation กลุ่มโรงแรมได้ปรับฐานลงมาอย่างมีนัยสำคัญแล้ว และปัจจุบันซื้อขายที่ EV/EBITDA ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตถึง -1SD ซึ่งฝ่ายวิจัยเชื่อว่าได้สะท้อน downside risks ไปมากแล้ว และมี upside จากการฟื้นตัวช่วง 2H69F ปัจจุบันเลือก ERW กับ MINT เป็นหุ้นเด่นสุด

93 ประเทศ ยกเลิกฟรีวีซ่าเที่ยวไทย 60 วัน เตรียมกลับไปใช้เกณฑ์เดิม ยกระดับการท่องเที่ยว
อ่าน

93 ประเทศ ยกเลิกฟรีวีซ่าเที่ยวไทย 60 วัน เตรียมกลับไปใช้เกณฑ์เดิม ยกระดับการท่องเที่ยว

หลังจากที่เกิดปัญหามากมายรายวัน ในที่สุดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้มีมติเห็นชอบให้ ยกเลิกมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา หรือ ฟรีวีซ่า 60 วัน (ผ.60) สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาจาก 93 ประเทศและดินแดน ซึ่งเคยประกาศใช้เมื่อช่วงกลางปี 2567 ที่ผ่านมา โดยจะให้กลับไปใช้หลักเกณฑ์เดิมชั่วคราว ระหว่างรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาหลักเกณฑ์คัดกรองใหม่อีกครั้งครับ ยกเลิกเกณฑ์ฟรีวีซ่า 60 วัน รวม 93 ประเทศ 🔄 ทำไมถึงต้องยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน? การยกเลิกครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ที่รัฐบาลต้องการเน้น "การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและมูลค่าสูง" มากกว่าเน้นปริมาณตัวเลขนักท่องเที่ยว โดยการคัดกรองนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้มงวดมากขึ้นจะช่วยป้องกันกลุ่มแอบแฝงที่เข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมาย หรือเข้ามาด้วยวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับความปลอดภัย และภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยให้ดียิ่งขึ้นในระยะยาว 🗺️ เปิดรายชื่อ 93 ประเทศ/ดินแดน ที่ถูกยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน สำหรับประเทศและดินแดนทั้ง 93 แห่งที่ถูกปรับลดระยะเวลาการพำนัก และกลับไปใช้หลักเกณฑ์เดิม (ตามแต่ละประเภทข้อตกลงและสิทธิ์การเข้าเมืองเดิมก่อนวันที่ 15 กรกฎาคม 2567) มีรายชื่อดังต่อไปนี้ครับ ทวีปเอเชีย (Asia) - 27 ประเทศ 1.บาห์เรน 2.ภูฏาน 3.บรูไน 4.กัมพูชา 5.จีน 6.ฮ่องกง 7.อินเดีย 8.อินโดนีเซีย 9.อิสราเอล 10.ญี่ปุ่น 11.จอร์แดน 12.เกาหลีใต้ 13.คูเวต 14.ลาว 15.มาเก๊า 16.มาเลเซีย 17.มัลดีฟส์ 18.มองโกเลีย 19.โอมาน 20.ฟิลิปปินส์ 21.กาตาร์ 22.ซาอุดีอาระเบีย 23.สิงคโปร์ 24.ศรีลังกา 25.ไต้หวัน 26.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 27.เวียดนาม ทวีปยุโรป (Europe) - 38 ประเทศ 28.แอลเบเนีย 29.อันดอร์รา 30.ออสเตรีย 31.เบลเยียม 32.บัลแกเรีย 33.โครเอเชีย 34.ไซปรัส (ในทางภูมิศาสตร์อยู่เอเชีย แต่ในทางเมือง/วัฒนธรรมนับเป็นยุโรป) 35.เช็กเกีย 36.เดนมาร์ก 37.เอสโตเนีย 38.ฟินแลนด์ 39.ฝรั่งเศส 40.เยอรมนี 41.กรีซ 42.ฮังการี 43.ไอซ์แลนด์ 44.ไอร์แลนด์ 45.อิตาลี 46.คอซอวอ 47.ลัตเวีย 48.ลิกเตนสไตน์ 49.ลิทัวเนีย 50.ลักเซมเบิร์ก 51.มอลตา 52.โมนาโก 53.เนเธอร์แลนด์ 54.นอร์เวย์ 55.โปแลนด์ 56.โปรตุเกส 57.โรมาเนีย 58.ซานมารีโน 59.สโลวาเกีย 60.สโลวีเนีย 61.สเปน 62.สวีเดน 63.สวิตเซอร์แลนด์ 64.ยูเครน 65.สหราชอาณาจักร ทวีปอเมริกาเหนือ (North America) - 9 ประเทศ 66.แคนาดา 67.คิวบา 68.โดมินิกา 69.สาธารณรัฐโดมินิกัน 70.กัวเตมาลา 71.จาเมกา 72.เม็กซิโก 73.ปานามา 74.สหรัฐอเมริกา ทวีปอเมริกาใต้ (South America) - 6 ประเทศ 75.บราซิล 76.โคลอมเบีย 77.เอกวาดอร์ 78.เปรู 79.ตรินิแดดและโตเบโก 80.อุรุกวัย ทวีปโอเชียเนีย (Oceania) - 5 ประเทศ 81.ออสเตรเลีย 82.ฟิจิ 83.นิวซีแลนด์ 84.ปาปัวนิวกินี 85.ตองกา ทวีปแอฟริกา (Africa) - 3 ประเทศ 86.มอริเชียส 87.โมร็อกโก 88.แอฟริกาใต้ กลุ่มประเทศข้ามทวีป (Transcontinental Countries) - 5 ประเทศเป็นประเทศที่มีพื้นที่คาบเกี่ยวอยู่มากกว่า 1 ทวีป (เอเชีย และ ยุโรป) 89.จอร์เจีย (ยูเรเชีย) 90.คาซัคสถาน (เอเชีย / ยุโรปตะวันออก) 91.รัสเซีย (เอเชียเหนือ / ยุโรปตะวันออก) 92.ตุรกี (เอเชียตะวันตก / ยุโรปตะวันออก) 93.อุซเบกิสถาน (เอเชียกลาง / มีพื้นที่ส่วนน้อยในยุโรป) ====================

Central Village Outlet จับมือ ททท. จัดงาน “เซ็นทรัล วิลเลจ ฟิล์ม ฟู้ด เฟส 2026” ชูหนังธีมอาหาร หนุนท่องเที่ยวไทยช่วง Green Season
อ่าน

Central Village Outlet จับมือ ททท. จัดงาน “เซ็นทรัล วิลเลจ ฟิล์ม ฟู้ด เฟส 2026” ชูหนังธีมอาหาร หนุนท่องเที่ยวไทยช่วง Green Season

เซ็นทรัล วิลเลจ แบงค็อก ลักชูรี่ เอาท์เล็ต ลักชูรี่เอาท์เล็ตแห่งแรกของประเทศไทย โดย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสนับสนุนการขับเคลื่อน Soft Power ไทย ผ่านกิจกรรมด้านภาพยนตร์ อาหาร และไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างสีสันการท่องเที่ยวช่วง Green Season พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรปราการและพื้นที่ใกล้เคียง จัดงาน เซ็นทรัล วิลเลจ ฟิล์ม ฟู้ด เฟส 2026 Powered by the Tourism Authority of Thailand (TAT) ระหว่างวันที่ 2224 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.0021.00 น. มอบประสบการณ์ใหม่ที่ผสานเสน่ห์ของภาพยนตร์ อาหาร และไลฟ์สไตล์ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในงานเดียว ไฮไลต์สำคัญของงาน คือกิจกรรมชมภาพยนตร์กลางแปลงฟรี ภายใต้คอนเซ็ปต์ ฟิล์ม ฟู้ด เฟส 2026 ที่ชวนทุกคนดื่มด่ำไปกับโลกของ หนังอาหารแรงบันดาลใจ ผ่านบรรยากาศการชมภาพยนตร์กลางแจ้งยามค่ำคืนสุดชิล พร้อมอิ่มอร่อยกับร้านอาหารและเมนูเด็ดจากท้องถิ่นสมุทรปราการที่ยกมาเสิร์ฟภายในงาน เติมเต็มประสบการณ์พักผ่อนสไตล์ Outdoor Lifestyle ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่มองหากิจกรรมใกล้กรุงเทพฯ ในบรรยากาศผ่อนคลาย เข้าถึงง่าย และใช้เวลาคุณภาพร่วมกันได้ตลอดค่ำคืน สำหรับภาพยนตร์ที่จัดฉายตลอด 3 วัน คัดสรรทั้งภาพยนตร์ระดับโลก สารคดีอาหาร และแอนิเมชันสร้างแรงบันดาลใจ ได้แก่ 22 พฤษภาคม 2026 18.15 19.40 น. Eat Pray Love 19.40 21.00 น. The Quest of Alain Ducasse 23 พฤษภาคม 2026 18.00 19.40 น. Ratatouille กิจกรรมพากย์สด Live Dubbing โดย ทีมพากย์ Master Studio 19.40 21.00 น. Come Back Anytime 24 พฤษภาคม 2026 18.15 19.55 น. No Reservations 19.55 21.35 น. The Taste of Things ทั้งนี้ เซ็นทรัล วิลเลจ แบงค็อก ลักชูรี่ เอาท์เล็ต ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการและกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งด้านไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน เพื่อยกระดับการเป็นจุดหมายปลายทางด้านการช้อปปิ้งและการท่องเที่ยวระดับลักชูรี่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิของประเทศไทย พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันอย่างต่อเนื่อง พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกตลอดทั้งปี

พังงาคว้าแชมป์ เมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวดีที่สุดในโลก 2026 โดย Booking.com
อ่าน

พังงาคว้าแชมป์ เมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวดีที่สุดในโลก 2026 โดย Booking.com

จังหวัดพังงา ที่ไม่ได้มีดีแค่ทะเลสวยน้ำใส แต่ล่าสุดยังคว้าที่ 1 ด้านงานบริการในรายชื่อ จุดหมายปลายทางที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของโลก (Most Welcoming Destinations on Earth 2026) จากการประกาศผลรางวัล Traveller Review Awards 2026 โดย Booking.com พังงาคว้าแชมป์ เมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวดีที่สุดในโลก 2026 การคัดเลือกในปีนี้ไม่ได้ดูแค่ความสวยงามของสถานที่เท่านั้น แต่ยังวัดกันที่ "สัดส่วนของที่พักที่ได้รับรีวิวดีเยี่ยม" ซึ่งสะท้อนถึงการดูแลอย่างอบอุ่น ความใส่ใจของพนักงาน และการที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงวิถีชีวิตท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง พังงาสามารถเอาชนะเมืองวัฒนธรรมในเยอรมนี หรือหมู่บ้านแห่งสายน้ำในเนเธอร์แลนด์มาได้ ด้วยเสน่ห์ของชายหาดที่เงียบสงบ ผสมผสานกับการต้อนรับที่รู้ใจ และจริงใจจนนักเดินทางทั่วโลกกว่า 4 ล้านคนต่างเทคะแนนรีวิวให้ 10 อันดับจุดหมายปลายทางที่ต้อนรับดีที่สุดในโลกปี 2026 พังงา (ประเทศไทย) ฮิดัลโก (ประเทศเม็กซิโก) นิวฟันด์แลนด์และลาบราดอร์ (ประเทศแคนาดา) นาวาร์รา (ประเทศสเปน) ไอดาโฮ (ประเทศสหรัฐอเมริกา) หิมาจัลประเทศ (ประเทศอินเดีย) ซัคเซิน (ประเทศเยอรมนี) โอเฟอไรส์เซิล (ประเทศเนเธอร์แลนด์) เอพิรุส (ประเทศกรีซ) ชิริกี (ประเทศปานามา) 🏨 เทรนด์ที่พักในไทยปี 2026โรงแรมยังครองแชมป์ แต่อพาร์ตเมนต์มาแรง! สำหรับในประเทศไทย มีผู้ให้บริการทั้งที่พัก รถเช่า และแท็กซี่สนามบิน ได้รับรางวัลนี้รวมกว่า 16,692 ราย ด้วยคะแนนรีวิวเฉลี่ยสูงถึง 8.8 คะแนน โดยประเภทที่พักยอดนิยมที่ได้รับรางวัลในไทยแบ่งตามลำดับความฮิตได้ดังนี้ โรงแรม (Hotels) : ยังคงเป็นอันดับ 1 ที่คนไทยวางใจ (4,247 แห่ง) อพาร์ตเมนต์ (Apartments) : (2,803 แห่ง) รีสอร์ท (Resorts) : (2,331 แห่ง) วิลลา (Villas) : (2,170 แห่ง) เกสต์เฮ้าส์ (Guest Houses) : (1,246 แห่ง) น่าสนใจว่าในระดับโลกนั้น อพาร์ตเมนต์ครองแชมป์ประเภทที่พักที่ได้รับรางวัลมากที่สุดติดต่อกันเป็นปีที่ 9 แล้ว สะท้อนว่านักเดินทางยุคใหม่ต้องการความเป็นส่วนตัว และฟีลลิ่งเหมือนได้อยู่บ้านจริงๆ ในระหว่างการเดินทาง ====================

อะไรใหม่ๆ “โอบ โอบนิธิ” เล่าถ่ายซีรีส์ที่สนามบิน สมจริงจนเจอนักท่องเที่ยวตัวจริงสอบถาม
อ่าน

อะไรใหม่ๆ “โอบ โอบนิธิ” เล่าถ่ายซีรีส์ที่สนามบิน สมจริงจนเจอนักท่องเที่ยวตัวจริงสอบถาม

อะไรใหม่ๆ โอบ โอบนิธิ เล่าถ่ายซีรีส์ที่สนามบิน สมจริงจนเจอนักท่องเที่ยวตัวจริงสอบถาม เดินเครื่องถ่ายทำกันอย่างเต็มพิกัดสำหรับอีกหนึ่งซีรีส์ที่น่าติดตามอย่าง หมาเห่าเครื่องบิน (A Dog and A Plane) เป็นซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้เรื่องใหม่จาก GMMTV นำแสดงโดย เต ตะวัน (รับบท โตโต้ กู้ภัย) และ นิว ฐิติภูมิ (รับบท คณิต สจ๊วต) กับเรื่องราวความรักต่างชนชั้นระหว่างสจ๊วตหนุ่มปากร้ายและลูกหนี้กู้ภัย ที่นอกจากนี้ยังมีหนุ่ม โอบ โอบนิธิ ร่วมแสดงในครั้งนี้ด้วย ล่าสุดมีซีนถ่ายทำที่สนามบินสุวรรณภูมิ เจ้าตัวที่รับบทเป็นสจ๊วตก็จัดเต็มยูนิฟอร์ม จนกระทั่งมีชาวต่างชาติตัวจริงมาสอบถาม งานนี้ โอบ เลยเล่าให้ฟังว่า ขณะที่ใส่ชุดนักบินรอถ่ายหมาเห่าเครื่องบินที่สุวรรณภูมิ สักพักมีคนต่างชาติเดินมาถาม Excuse me captain where is the boarding gate? ชั้นล่กเลยเพราะปกติก็เปิดปิดคนละฝั่ง จะตอบเค้าว่าไม่รู้เค้าก็คงจะด่าให้ ถ้าตอบไม่ได้ทำงานที่นี่เค้ายิ่งงงอีก จบที่มีพี่พนักงานเข้าช่วยเหลือไว้ แสดงว่าสมจริงสุดๆ ไปเลย ทำเอาอดใจรอชมไม่ไหวแล้ว แต่ก็ต้องทนกันอีกนิดเชื่อว่าไม่นานเกินรอได้ดูกันอย่างแน่นอนจ้า

ญี่ปุ่นปรับขึ้นภาษีท่องเที่ยวขาออก 3 เท่า เริ่ม 1 ก.ค. 2569 กระทบเราขนาดไหน?
อ่าน

ญี่ปุ่นปรับขึ้นภาษีท่องเที่ยวขาออก 3 เท่า เริ่ม 1 ก.ค. 2569 กระทบเราขนาดไหน?

สายเที่ยวญี่ปุ่นอัปเดตด่วน! ใครมีแพลนจะไปดูซากุระ หรือสัมผัสหิมะที่ญี่ปุ่นในช่วงปีหน้า อาจต้องเตรียมงบเพิ่มขึ้นอีกนิด เพราะล่าสุดรัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศปรับขึ้น ภาษีนักท่องเที่ยวขาออก (International Tourist Tax) จากเดิม 1,000 เยน เป็น 3,000 เยน โดยจะเริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป slyellow / shutterstock.com ญี่ปุ่นปรับขึ้นภาษีท่องเที่ยวขาออก 3 เท่าเริ่ม 1 ก.ค. 2569 💸 ภาษีนักท่องเที่ยวขาออก คืออะไร? ภาษีท่องเที่ยวขาออก หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า ค่าเหยียบสนามบิน คือภาษีที่รัฐบาลญี่ปุ่นจัดเก็บจากทุกคนที่เดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น หรือแม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ตาม โดยเริ่มจัดเก็บครั้งแรกเมื่อปี 2019 ในอัตรา 1,000 เยน โดยปกติจะถูกรวมเข้าไปในค่าตั๋วเครื่องบิน หรือค่าตั๋วเรือเรียบร้อยแล้ว ทำให้เราแทบไม่รู้สึกตัวว่าจ่ายไปตอนไหนนั่นเอง 🎯 ทำไมต้องปรับขึ้นราคาถึง 3 เท่า? การปรับเพิ่มภาษีครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเก็บเงินเพิ่มธรรมดาๆ แต่ญี่ปุ่นมีแผนการใหญ่ในการนำเงินจำนวนมหาศาล (คาดการณ์กว่า 1.3 แสนล้านเยน) ไปใช้พัฒนาประเทศในหลายมิติ เช่น สู้ภัย Overtourism : แก้ปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมืองในจุดเช็กอินยอดฮิตอย่าง เกียวโต หรือทางขึ้นภูเขาไฟฟูจิ ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตคนท้องถิ่น อัปเกรดสิ่งอำนวยความสะดวก : นำไปพัฒนาระบบขนส่ง ป้ายบอกทาง และบริการหลายภาษาในแหล่งท่องเที่ยวให้ดียิ่งขึ้น กระจายรายได้สู่เมืองรอง : ส่งเสริมการท่องเที่ยวในชนบทหรือเมืองที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก เพื่อลดความแออัดจากเมืองใหญ่และช่วยกระจายรายได้ให้ทั่วถึง มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ : สะท้อนว่าญี่ปุ่นต้องการเปลี่ยนผ่านจากการเน้นจำนวน มาเป็นนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ที่พร้อมสนับสนุนการดูแลแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ✅ ใครบ้างที่ "ไม่ต้องจ่าย"? แม้จะปรับขึ้นราคา แต่ยังมีข้อยกเว้นสำหรับบางกลุ่ม ได้แก่ เด็กเล็ก: อายุต่ำกว่า 2 ปี (ฟรี) ผู้โดยสารต่อเครื่อง (Transit): ที่แวะพักในญี่ปุ่นไม่เกิน 24 ชั่วโมง ผู้ที่ถูกส่งตัวกลับ: หรือกรณีแวะจอดฉุกเฉินเนื่องจากเหตุสุดวิสัย พอเทียบเป็นค่าเงินบาทไทยแล้ว การเพิ่มค่าใช้จ่ายจากประมาณ 250 บาท เป็น 750 บาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ) อาจดูเหมือนไม่เยอะสำหรับทริปใหญ่ แต่ถ้าไปกันเป็นครอบครัวหลายคนก็ถือเป็นเงินหลักหลายพันที่เพิ่มขึ้นมาเหมือนกัน แต่ถ้าแลกมากับการที่แหล่งท่องเที่ยวสวยๆ ไม่แออัดจนเกินไป มีสิ่งอำนวยความสะดวกดีขึ้น และคนท้องถิ่นมีความสุขกับการต้อนรับเรา ก็นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเรา ใครมีแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงรอยต่อเดือนกรกฎาคม 2569 อย่าลืมเช็กราคาตั๋วเครื่องบินให้ดี เพราะสายการบินจะเริ่มคำนวณภาษีใหม่ในตั๋วที่เดินทางตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นไปครับ! ==================== ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพจากhttps://www.japankuru.com

AOT เคจีไอหั่นกำไร สงครามพ่นพิษฉุดจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง
อ่าน

AOT เคจีไอหั่นกำไร สงครามพ่นพิษฉุดจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง

#AOT #ทันหุ้น-บล.เคจีไอ(ประเทศไทย) ได้ปรับลดประมาณการกำไรของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ AOT ในงวดบัญชีปี 2569 ลง 15.9% และงวดบัญชีปี 2570 ลง 13.7% เพื่อสะท้อนการปรับสมมติฐานจำนวนนักท่องเที่ยวใหม่ โดยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล ที่สู้รบกับอิหร่าน ในตะวันออกกลางที่ยังไม่จบ ได้กลายเป็นความเสี่ยงขาลงสำคัญต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2569 โดยปัจจุบันฝ่ายวิจัยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติขาเข้าปี 2569 จะลดลง 5.6% YoY อยู่ที่ 31.1 ล้านคน (จากเดิมที่ 34.2 ล้านคน เติบโต 3.8% YoY) บนสมติฐานว่าสงครามจะยืดเยื้อเป็นเวลาราว 3 เดือนอย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยเคจีไอ ยังคงมองแนวโน้มกำไรระยะยาวของ AOT ในเชิงบวกจากการปรับเปลี่ยนสัญญาการประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ สนามบินกับกลุ่ม King Power และการปรับเพิ่มค่า PSC เป็น 1,020 บาท จากเดิมที่ 730 บาท ดังนั้นจึงคาดว่ากำไรสุทธิงวดบัญชีปี 2569 ของ AOT จะอยู่ที่ 1.87 หมื่นล้านบาท เติบโต 3.1% YoY จากเดิมคาดอยู่ที่ 2.22 หมื่นล้านบาท และปี 2570 คาดอยู่ที่ 2.59 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.3% YoY จากเดิมคาดอยู่ที่ 2.99 หมื่นล้านบาทส่วนผลดำเนินงานในงวดบัญชีไตรมาส 2 คาดอยู่ที่ 5.53 พันล้านบาท เติบโต 9.4% YoY และโต 18.8% QoQ โดยคาดว่าจำนวนผู้โดยสารรวมจะอยู่ที่ 36.8 ล้านคน เติบโต 5.8% YoY และเติบโต 6.8% QoQ ซึ่งกำไรที่เติบโตจากเป็นฤดูท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งของไทยฝ่ายวิจัยเคจีไอ ยังคงคำแนะนำถือหุ้น AOT แต่ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายกลางปี 2570 ขึ้นใหม่อยู่ที่ 56.00 บาท

เกาหลีเหนือเตรียมเปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยว หลังปิดประเทศนาน 5 ปี
อ่าน

เกาหลีเหนือเตรียมเปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยว หลังปิดประเทศนาน 5 ปี

เกาหลีเหนือ (DPRK) เริ่มขยับตัวส่งสัญญาณพร้อมกลับมาต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง หลังจากตัดสินใจปิดประเทศอย่างเข้มงวดมาตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 ในปี 2020 ตอนนี้บรรยากาศการเดินทางเริ่มกลับมาคึกคักด้วยการฟื้นฟูเส้นทางบิน และรถไฟครั้งสำคัญในรอบหลายปี smith371 / Shutterstock.com เกาหลีเหนือเตรียมเปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยวหลังปิดประเทศนาน 5 ปี การกลับมาของเที่ยวบิน ปักกิ่ง - เปียงยาง สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดคือการที่สายการบิน Air China กลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงเส้นทาง ปักกิ่ง - เปียงยาง ทุกวันจันทร์อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นการฟื้นเส้นทางบินประวัติศาสตร์ในรอบ 6 ปี โดยได้รับการตอบรับอย่างดีจากคณะนักการทูต และเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เดินทางข้ามพรมแดนในเที่ยวบินปฐมฤกษ์ นอกจากนี้ Air Koryo สายการบินแห่งชาติของเกาหลีเหนือ ก็ไม่น้อยหน้าครับ กลับมาเปิดเส้นทางเชื่อมต่อเมืองสำคัญอย่างเช่น จีน : ปักกิ่ง และเสิ่นหยาง รัสเซีย : วลาดิวอสตอค ทางบกก็มา! รถไฟโดยสารจีน - เกาหลีเหนือ เริ่มวิ่งแล้ว นอกจากทางอากาศแล้ว เส้นทางรถไฟโดยสารระหว่างจีน และเกาหลีเหนือ ก็เริ่มกลับมาเดินรถตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาเช่นกัน ซึ่งวิธีนี้เคยเป็นเส้นทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการซึมซับบรรยากาศสองข้างทางก่อนเข้าสู่กรุงเปียงยาง เงื่อนไขการเดินทางเที่ยวเกาหลีเหนือ แม้จะเปิดประตูรับแขกบ้านแขกเมืองมากขึ้น แต่เกาหลีเหนือยังคงรักษามาตรฐานความปลอดภัย และระเบียบที่เข้มงวดเหมือนเดิม ดังต่อไปนี้ ต้องไปกับกรุ๊ปทัวร์เท่านั้น ยังไม่อนุญาตให้เดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง (Solo Travel) นักท่องเที่ยวต้องสำรองที่พักและแผนการเดินทางผ่านบริษัททัวร์ที่ได้รับอนุญาต มีไกด์ดูแลตลอดทริป นักท่องเที่ยวจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของไกด์ท้องถิ่นตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย เพื่อให้มั่นใจว่าปฏิบัติตามกฎระเบียบของประเทศ การกลับมาเปิดประเทศของเกาหลีเหนือในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของการท่องเที่ยว แต่เป็นการเชื่อมต่อโลกอีกครั้งหลังจากหยุดชะงักไปนาน สำหรับสายเที่ยวที่อยากไปเยือนที่ที่ไม่เหมือนใคร ชมอนุสาวรีย์ Mansu Hill หรือสัมผัสความอลังการของสถานีรถไฟใต้ดินเปียงยาง เกาหลีเหนือในปี 2026 นี้อาจจะเป็นคำตอบที่คุณตามหาอยู่ก็เป็นได้ ====================