TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#ทะเลสาบไบคาล” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
ทะเลสาบไบคาล Lake Baikal ที่เที่ยว รัสเซีย ทะเลสาบเก่าแก่ เพชรเม็ดงามแห่ง ไซบีเรีย
เรียกว่าฟินไปตามๆ กันสำหรับซีรีส์เกาหลียอดฮิต Hometown Cha-Cha-Cha กับฉากที่หัวหน้าฮงเปรียบเทียบความรักของเขาที่มีต่อหมอยุนว่าเท่ากับ ทะเลสาบไบคาล ทะเลสาบใน รัสเซีย ที่ขึ้นชื่อว่าลึกและเก่าแก่ที่สุดในโลก แถมยังมีทัศนียภาพที่งดงามเกินบรรยาย ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนก็ต้องทึ่งกับความน่าอัศจรรย์ใจของธรรมชาติอันแปลกตาของที่นี่ เรียกว่าเป็นทะเลสาบที่น่าพิศวงและน่าค้นหาแห่งหนึ่งเลยค่ะ 15 อันดับ ทะเลสาบแปลก ที่สุดในโลก ทะเลบัวแดง ของไทย ติดอันดับ 2 ของโลก 9 เมืองริมทะเลสาบ ทั่วโลก เมืองในฝันที่ต้องไปสักครั้ง ทะเลสาบไบคาล Lake Baikal ที่เที่ยวรัสเซีย ทะเลสาบที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ทำความรู้จักกับ ทะเลสาบไบคาล ทะเลสาบไบคาล (Lake Baikal) ตั้งอยู่ที่ทางตอนใต้ของไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย เป็นทะเลสาบที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีอายุยาวนานถึง 25 ล้านปี อีกทั้งยังมีเนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาล ยากที่มองเห็นจุดสิ้นสุดได้ด้วยตาเปล่า มีความยาวอยู่ที่ 650 กิโลเมตร กว้าง 80 กิโลเมตร และเส้นรอบวงทะเลสาบถึง 2,000 กิโลเมตร จุน้ำได้ถึง 23,000 ลูกบาศก์กิโลเมตร ซึ่งมากกว่าน้ำใน ทะสาบทั้ง 5 (5 Great Lakes) แห่งอเมริกาเหนือมารวมกันอีกค่ะ แถมยังเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในโลก อยู่ที่ 1,400 เมตร เรียกได้ว่าเป็นแหล่งธรรมชาติอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว ในส่วนของน้ำในทะเลสาบไบคาล กว่า 97% เป็นน้ำเค็ม และ 2.5% เป็นน้ำจืด ซึ่งน้ำจืดเหล่านั้นต่างก็อยู่ในจุดที่เราเข้าไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นตามชั้นน้ำแข็ง ใต้บาดาล หรือละอองน้ำที่ปะปนอยู่ในอากาศก็ตาม นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หายากกว่า 1,000 สายพันธุ์ที่ไม่สามารถพบเจอจากที่ไหนบนโลก เช่น แมวน้ำไบคาล ที่อพยพมาจากมหาสมุทรอาร์กติก (Arctic Ocean) เมื่อ 800,000 ปีก่อน เป็นต้น การขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก แม้ ทะเลสาบไบคาล จะก่อกำเนิดขึ้นตั้งแต่เมื่อ 25 ล้านปีก่อน แต่ก็เพิ่งถูกค้นพบโดยทหารรัสเซียเมื่อปี ค.ศ. 1902 ระหว่างการสร้างทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียรอบๆ ทะเลสาบนี่เองค่ะ และเนื่องจากเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของวิวัฒนาการทางธรณีวิทยาและชีววิทยาที่สำคัญของโลก เริ่มตั้งแต่ยุคสัตว์เลื้อยคลานและยุคน้ำแข็ง จึงทำให้ทะเลสาบไบคาลแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นมรดกเมื่อปี ค.ศ. 1996 ค่ะ ทะเลสาบไบคาล ในฤดูกาลต่างๆ เสน่ห์ของ ทะเลสาบไบคาล นั้นจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละฤดู ในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิจะต่ำลงไปราว -20 ถึง -40 องศาเซลเซียส น้ำในทะเลสาบจะกลายเป็นน้ำแข็ง มีความหนาถึง 80-120 เซนติเมตร สามารถเดินเท้า และขับรถบนนั้นได้ตามปกติ ภูเขารอบด้านจะปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าสดใสอย่างลงตัว เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงฤดูร้อน น้ำแข็งจะละลายกลายเป็นทะเลสาบ บรรยากาศสดใส สดชื่น ล้อมรอบไปด้วยภูเขาเขียวขจีและทุ่งดอกไม้ที่ขึ้นตามหย่อมหญ้า แตกต่างจากหน้าหนาวโดยสิ้นเชิง ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไปกี่ครั้งก็ไม่มีเบื่อ ที่เที่ยวไฮไลท์ ทะเลสาบไบคาล แม้จะเป็นทะเลสาบที่แสนเวิ้งว้าง และมีอากาศที่หนาวเย็นมากๆ ในช่วงฤดูหนาว แต่ก็มีที่เที่ยวไฮไลท์หลายแห่งที่พลาดไม่ได้ เริ่มด้วย เกาะ Olkhon (Olkhon Island) เกาะที่ใหญ่ที่สุดในทะเลสาบไบคาล มีไฮไลท์เป็น แหลม Shamanka (Shamanka Cape) แนวชายหาดโค้งรับกับทะเลสาบ มีหินก้อนใหญ่ทรงพีรามิดตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง สวยงามมากๆ ทั้งในฤดูหนาวและฤดูร้อน โดยเฉพาะช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน ต่อมาคือ ภูเขากลางทะเลสาบน้ำแข็ง ถือเป็นแลนด์มาร์คที่ใครๆ ก็ต้องมาถ่ายรูปด้วยเมื่อมาถึงทะเลสาบไบคาลในช่วงหน้าหนาว รวมถึง ถ้ำน้ำแข็ง สุด Unseen เต็มไปด้วยน้ำแข็งงอกน้ำแข็งย้อยส่องประกายวิบวับเมื่อกระทบกับแสง สายงามแปลกตา ถ้าไม่ได้ไปชมก็น่าเสียดายไม่น้อยเลยค่ะ ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวไปเยือนทะเลสาบไบคาลมากขึ้นเรื่อยๆ เฉลี่ยประมาณ 1 ล้านคน ทำให้ที่นี่มีที่พักรองรับนักท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ หลายแห่ง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ทำมากมาย เช่น พายเรือในช่วงฤดูร้อน ตกปลา เดินทางผจญภัยท่ามกลางทะเลสาบน้ำแข็งอันกว้างใหญ่ และอื่นๆ อีกมากมายที่พร้อมสร้างประสบการณ์ไม่รู้ลืมให้กับทุกคน พิกัด : https://goo.gl/maps/6vgsJLdjPqXRRQXk6 ตามติดเทรนด์เที่ยว อัพเดทที่พักสวยแชร์ทริปสุดชิล โพสต์ภาพสุดปังของคุณได้แล้วที่แอปทรูไอดีคลิกเลย TrueID Travel Community
เที่ยวต่างประเทศ • 5 ต.ค. 64
อ่าน
รัสเซียติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ใต้น้ำ ตรวจจับอนุภาคผี "นิวทริโน" ที่ก้นทะเลสาบไบคาล
ทีมนักวิทยาศาสตร์ของรัสเซียและอีกหลายประเทศในยุโรปตะวันออก ได้ร่วมกันติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ Bikal Gigaton Volume Detector หรือ "ไบคาล - จีวีดี" (Bikal-GVD) อุปกรณ์ตรวจจับอนุภาคนิวทริโน (neutrino) ขนาดใหญ่ที่สุดของซีกโลกเหนือ โดยหย่อนมันลงใต้ผืนน้ำเย็นยะเยือกของทะเลสาบไบคาลในเขตไซบีเรียตอนใต้ หลังจากดำเนินการก่อสร้างกล้องโทรทรรศน์ดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2015 ในที่สุดทางโครงการก็ได้ลงมือติดตั้งไบคาล - จีวีดี ซึ่งเป็นเซนเซอร์ตรวจจับอนุภาคนิวทริโนในครอบแก้วที่ผลิตขึ้นหลายตัว โดยเจาะช่องสี่เหลี่ยมในผืนน้ำแข็งแล้วหย่อนเซนเซอร์ลงใต้น้ำด้านล่าง ให้กระจายกันอยู่เป็นบริเวณกว้างในทะเลสาบไบคาล ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มีความลึกมากที่สุดของโลกถึง 1,700 เมตร TASS / AFP กล้องโทรทรรศน์ตรวจจับนิวทริโน Baikal - GVD หลายตัว ถูกหย่อนลงใต้น้ำไปที่ระดับความลึก 750 - 1,300 เมตร มีการจัดวางให้ไบคาล - จีวีดีลอยตัวอยู่ห่างจากฝั่งราว 4 กิโลเมตร ที่ระดับความลึก 750 - 1,300 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ใต้น้ำที่มีผืนน้ำแข็งหนาปกคลุมอยู่ทั้งสิ้น 0.5 ลูกบาศก์กิโลเมตร ทำให้มันเป็นอุปกรณ์ตรวจจับอนุภาคนิวทริโนที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจากหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์ "ไอซ์คิวบ์" (IceCube) ที่ขั้วโลกใต้ ซึ่งติดตั้งเซนเซอร์ใต้น้ำครอบคลุมพื้นที่ด้านล่างของผืนน้ำแข็งถึง 1 ลูกบาศก์กิโลเมตร อนุภาคนิวทริโนหรือ "อนุภาคผี" (Ghost particle) คืออนุภาคมูลฐานชนิดหนึ่งที่ตรวจจับได้ยากมาก เนื่องจากไม่มีประจุไฟฟ้า ทั้งมีมวลอยู่น้อยมากเหมือนกับไม่มี สามารถทะลุผ่านวัตถุได้โดยไม่ทำให้เกิดปฏิกิริยาใด ๆ ขึ้นทั้งสิ้น ซึ่งคล้ายกับภูตผีปีศาจ ตามปกติแล้วนิวทริโนราว 1 แสนล้านอนุภาค เคลื่อนผ่านพื้นที่ขนาดเท่าปลายนิ้วของเราไปในทุกวินาที TASS / AFP นักวิทยาศาสตร์รัสเซียบอกว่า กล้องโทรทรรศน์ตรวจจับนิวทริโนนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในซีกโลกเหนือ ความพยายามที่จะตรวจจับนิวทริโนให้ได้เพื่อศึกษาถึงคุณสมบัติของมัน จะช่วยไขปริศนาต่าง ๆ เกี่ยวกับแบบจำลองพื้นฐานทางฟิสิกส์อนุภาค สสารมืด และแรงชนิดต่าง ๆ ในเอกภพที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เข้าใจหรือยังค้นหาไม่พบ เหตุที่ทะเลสาบไบคาลมีความเหมาะสมในการติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ตรวจจับนิวทริโนนั้น เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ที่ใสสะอาด และมีผืนน้ำแข็งหนาปกคลุมในฤดูหนาวนานถึงกว่าสองเดือนในแต่ละปี ซึ่งการอยู่ใต้ทะเลสาบที่มีลักษณะเช่นนี้จะช่วยป้องกันเซนเซอร์ไม่ให้ถูกรบกวนจากรังสีคอสมิกและสัญญาณต่าง ๆ ที่นอกเหนือไปจากการปรากฏตัวขึ้นของนิวทริโน TASS / AFPกล้องโทรทรรศน์ตรวจจับนิวทริโน Baikal - GVD สำหรับการทำงานของกล้องโทรทรรศน์ไบคาล - จีวีดีนั้น ภายในตัวเซนเซอร์จะมีท่อซึ่งเปลี่ยนอนุภาคของแสงหรือโฟตอนให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า โดยเมื่อนิวทริโนเคลื่อนผ่านตัวกลางโปร่งใสเช่นน้ำในทะเลสาบ ด้วยความเร็วที่สูงกว่าแสงขณะเคลื่อนผ่านตัวกลางเดียวกัน จะทำให้เกิดปรากฎการณ์ที่เรียกว่า "การแผ่รังสีเชเรนคอฟ" (Cherenkov radiation) โดยมีแสงสีฟ้าเปล่งออกมาเป็นสัญญาณว่าได้พบอนุภาคนิวทริโนเข้าแล้ว หลังจากนี้ รัสเซียยังมีแผนความร่วมมือในอนาคตกับเยอรมนี โปแลนด์ สโลวาเกีย และสาธารณรัฐเช็ก ในการต่อเติมขยายพื้นที่ของกล้องโทรทรรศน์ไบคาล - จีวีดี เป็น 1 ลูกบาศก์กิโลเมตร ภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าด้วย
ข่าวสด • 21 มี.ค. 64
สุดขอบมองโกเลีย มุ่งหน้ารัสเซีย l The Great Baikal Expedition EP4
สุดขอบมองโกเลียมาถึง รัสเซียก็อยู่ไม่ไกลแล้ว l The Great Baikal Expedition EP4
ViewfinderThailand • 19 ส.ค. 69
เล่นน้ำสงกรานต์จนหน้าเละ ในBrookhaven 🏡RP
เล่นน้ำสงกรานต์จนหน้าเละ ในBrookhaven 🏡RP
ZBINGZ • 9 ก.ค. 69
มองโกเลียไม่ใช่แค่ทางผ่านก่อนถึงรัสเซีย l The Great Baikal Expedition EP3
มองโกเลียไม่ใช่แค่ทางผ่านก่อนถึงรัสเซีย l The Great Baikal Expedition EP3
ViewfinderThailand • 10 ส.ค. 69
อ่าน
ชวนเปิดประสบการณ์ปิ้งย่างบน "ดาวบาร์บีกุน" ในงาน BAR B GON PLANET GARDEN ที่ SAMA Garden
หลายคนเติบโตมาพร้อมกับ "บาร์บีกอน" จนมาสคอตสีเขียวตัวนี้ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของร้านปิ้งย่าง แต่กลายเป็นเพื่อนคู่ความทรงจำในมื้อพิเศษของคนไทยหลายเจเนอเรชัน แล้วจะเป็นอย่างไร...หากวันหนึ่งเราได้ก้าวเข้าไปเยือน สวนบนดาวบ้านเกิดของบาร์บีกอน" คำตอบกำลังจะเกิดขึ้นครั้งที่ 2 ในงาน BAR B GON PLANET GARDEN ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม 9 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00 21.00 น. จัดที่ SAMA Garden, BITEC BURI พื้นที่ Green Lifestyle Destination ที่หลอมรวมธรรมชาติ ศิลปะ การเรียนรู้ และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกัน พร้อมเปลี่ยนพื้นที่สวนให้กลายเป็นสวนบนดาวบ้านเกิดของบาร์บีกอน ดินแดนแห่งความสุขที่เปิดต้อนรับทุกคนให้เข้ามาออกเดินทางและใช้เวลาร่วมกัน ไฮไลต์ของงานคือ Bar B GON Planet Garden สวนธีมมิ่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบ้านเกิดอย่างดาวบาร์บีกุน ถ่ายทอดบรรยากาศของป่าดิบชื้นเขตร้อนผ่านพันธุ์ไม้เขียวชอุ่มและปาล์มหายากหลากหลายสายพันธุ์ พร้อม "คริสตัลแห่งความสุข" ที่เปล่งประกายอยู่ทั่วทั้งสวน เปรียบเสมือนพลังงานที่เติมเต็มรอยยิ้มให้กับ ผู้มาเยือน ทุกย่างก้าวจึงชวนให้หยุดเก็บภาพความประทับใจ ราวกับกำลังเดินสำรวจบ้านเกิดของเพื่อนสนิทที่ผูกพันด้วยตัวเอง และพิเศษสุดๆ กับโซนปิ้งย่างกลางสวนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจัตุรัสกลางเมือง พร้อมเมนูเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับงานนี้ อาทิ ชุดการ์เด้น ซีฟู้ด หมููหรือเนื้อ, สลัดกะหล่ำฝอยเดรสซิ่งงาคั่ว และสลัดกะหล่ำน้ำมันงาสไตล์ญี่ปุ่น ให้ทุกคนได้นั่งล้อมวงอิ่มอร่อย ท่ามกลางบรรยากาศของสวนสีเขียว และปิดท้ายวันด้วยการแสดงดนตรีสดในช่วงเย็น ที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศแห่งการพบปะและช่วงเวลาดีๆ ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น นอกจากการเดินเล่นโซนแรกในสวนดาวบาร์บีกุนแล้ว ผู้ร่วมงานจะได้ออกสำรวจอีก 6 Experience Zones และร่วมสนุกรับของที่ระลึกได้จากกิจกรรม Garden Journey Card ที่ชวนให้ค่อยๆ ค้นพบเรื่องราวของบ้านเกิดบาร์บีกอน ทั้งการเดินเล่น ถ่ายภาพ สร้างสรรค์ผลงาน และเก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจกลับบ้าน ท่ามกลางบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของดาวบาร์บีกุนจริงๆ อาทิเช่น Art Craft Workshop Station สร้างสรรค์ผลงานแฮนด์เมดที่สามารถนำกลับบ้านเป็นของที่ระลึก พร้อมเดินชม Pre-Mother's Day Floral Garden สวนดอกไม้โทนสีฟ้าขาวที่ถ่ายทอดความรัก ความผูกพัน และต้อนรับเทศกาลวันแม่ ก่อนเลือกช้อปต้นไม้ ไม้ประดับ ไม้สะสม อุปกรณ์จัดสวน รวมถึงสินค้า Green Lifestyle จากหลากหลายแบรนด์ภายในโซน House of Plants และ Green Lifestyle Hall ขณะที่ครอบครัวสามารถพาเด็กๆ ไปสนุกกับ Nature Play Kid Zone พื้นที่เรียนรู้ผ่านการเล่นท่ามกลางธรรมชาติ และพาสมาชิกสี่ขามาเดินเล่นได้อย่างอิสระเพียงใส่สายจูง ในโซน Pet-Friendly Garden เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มอิ่ม สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์โซนปิ้งย่างกลางสวนสามารถจองโต๊ะล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผ่าน https://q.me-qr.com/0642yij6 แล้วมาร่วมออกเดินทางสู่ดาวบ้านเกิดของบาร์บีกอน สัมผัสโลกแห่งความสุข และใช้ช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกันในงาน BAR B GON PLANET GARDEN
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 21 ก.ค. 69
ดู
ค่ำคืนอย่าแหวกว่าย
ทรูวิชั่นส์ • 20 มิ.ย. 69
ดู
บลู บีเทิล
Warner Bros (US) • 1 ธ.ค. 68
อ่าน
PCE พร้อมดันผลิตไบโอดีเซล รองรับดีมานด์ B7-B20
#ทันหุ้น - บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) ประกาศความพร้อมรองรับนโยบายรัฐดัน B7-B20 ฟากผู้บริหาร "พรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล" ชูศักยภาพสามารถผลิตน้ำมันไบโอดีเซลได้สูงกว่า 1.3 ล้านลิตรต่อวัน หรือ 40.0 ล้านลิตรต่อเดือน มั่นใจวัตถุดิบน้ำมันปาล์มดิบในประเทศเพียงพอหลังเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลผลผลิตปาล์มขาขึ้น พร้อมรับความต้องการไบโอดีเซลที่มีแนวโน้มพุ่งแตะ 6.0-8.0 ล้านลิตรต่อวันนายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (PCE) เปิดเผยว่า ในปี 2568 ไทยมีการใช้อัตราส่วนผสมไบโอดีเซล B5 ตลอดทั้งปี ซึ่งใช้น้ำมันปาล์มดิบเป็นวัตถุดิบราว 0.9 ล้านตันต่อปี ปัจจุบันภาครัฐมีการปรับใช้ B7 เป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐาน และผลักดัน B20 เป็นทางเลือก จะส่งผลให้ปริมาณความต้องการใช้ไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นเป็น 6.0-8.0 ล้านลิตรต่อวัน หรือคิดเป็นการใช้น้ำมันปาล์มดิบประมาณ 2.0-2.2 ล้านตันต่อปี“ประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอในการรองรับความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ โดยสามารถนำน้ำมันปาล์มดิบที่ส่งออกปีละ 1.2 ล้านตัน มาปรับเปลี่ยนเป็นการผลิตไบโอดีเซล B100 ได้ทันที โดยไม่กระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ และทำให้ภาครัฐลดงบประมาณในการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้น ในปี 2569 ยังคาดการณ์ว่า ผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบของไทยจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 4 ล้านตัน ส่งผลให้สามารถรองรับนโยบายการปรับเพิ่มส่วนผสมไบโอดีเซลของภาครัฐได้อย่างเพียงพอ”ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ มีความพร้อมในการตอบสนองความต้องการด้านไบโอดีเซลในประเทศอย่างเต็มกำลังการผลิต โดยบริษัท นิว ไบโอดีเซล จำกัด ภายใต้ บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (PCE) เป็นหนึ่งในผู้ผลิตไบโอดีเซลรายใหญ่ของประเทศ โดยสามารถผลิตไบโอดีเซลได้สูงถึง 40.0 ล้านลิตรต่อเดือน พร้อมที่จะรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากโรงงานสกัดที่ส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ในราคายุติธรรมตามกลไกตลาด มาผลิตเป็นไบโอดีเซล เพื่อส่งมอบให้ Major Oil นำไปผสมในน้ำมันดีเซลตามสัดส่วนที่ภาครัฐกำหนดปัจจุบัน PCE ยังมีโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบของกลุ่มบริษัทฯ สามารถรองรับผลปาล์มสดจากเกษตรกรได้สูงสุด 150 ตันต่อชั่วโมง หรือ 3,600 ตันต่อวัน ทำให้สามารถป้อนวัตถุดิบ เพื่อผลิตไบโอดีเซล B100 ได้อย่างต่อเนื่องอีกทางหนึ่งด้านกลุ่มธุรกิจขนส่ง PCE สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยรถขนส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์ม น้ำมันเชื้อเพลิง และสินค้าทั่วไป มากกว่า 160 คัน มีเรือขนส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มและสินค้าทั่วไป จำนวน 13 ลำ และคลังสินค้าและท่าเทียบเรือในจุดยุทธศาสตร์ 2 แห่ง คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา สามารถจัดเก็บน้ำมันปาล์มและเชื้อเพลิงรวม 240,000 ตัน พร้อมท่าเทียบเรือขนาด 500 ตันกรอส“PCE มีศักยภาพที่พร้อมตอบสนองความต้องการของตลาดในทุกมิติ มุ่งเน้นการสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างมีคุณภาพ เพื่อเป็นโครงสร้างที่สำคัญของภาคพลังงานไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันแบบครบวงจร” นายพรพิพัฒน์ กล่าว
ทันหุ้น • 1 เม.ย. 69
อ่าน
คริปโทเลือดสาด! เซ่นปมสหรัฐฯ-อิหร่าน ตลาดกลัวสุดขีด Bitcoin ดิ่งหลุด 68,000
#Bitcoin #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก Cointelegraph ได้ระบุว่า ตลาดคริปโตและตลาดวงกว้างร่วงลงอย่างรุนแรงเมื่อวันจันทร์ เนื่องจากสหรัฐฯ และอิหร่านได้ยกระดับการข่มขู่ต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สี่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันแกว่งตัวอย่างรุนแรงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้โพสต์ผ่าน Truth Social เมื่อวันอาทิตย์ว่า สหรัฐฯ จะ "โจมตีและทำลายล้าง" โรงไฟฟ้าของอิหร่าน "โดยเริ่มจากโรงที่ใหญ่ที่สุดก่อน" หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมงทางด้านอิหร่านตอบโต้โดยระบุว่า จะตอบโต้การโจมตีใดๆ ของสหรัฐฯ ที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าหรือน้ำ ด้วยการโจมตีสินทรัพย์ของสหรัฐฯ และอิสราเอลในอ่าวเปอร์เซีย พร้อมขู่ว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยสมบูรณ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลกBitcoin (BTC) ซึ่งกลุ่มผู้สนับสนุนมองว่าเป็นสินทรัพย์ "ปลอดภัย" (Safe-haven) เช่นเดียวกับทองคำมาโดยตลอด กลับร่วงลง 1.8% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สู่ระดับ 68,160 ดอลลาร์ โดยฟื้นตัวขึ้นมาจากจุดต่ำสุดที่ต่ำกว่า 67,600 ดอลลาร์ในช่วงดึกของวันอาทิตย์การร่วงลงของราคา Bitcoin ส่งผลให้เกิดการล้างพอร์ต (Liquidation) ขนานใหญ่ทั่วตลาดคริปโต โดยมีมูลค่ากว่า 336.3 ล้านดอลลาร์ถูกกวาดออกไปจากตลาดในวันสุดท้าย ซึ่งเกือบหนึ่งในสามของปริมาณดังกล่าว หรือประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ เกิดจากการเดิมพันฝั่งขาขึ้น (Long bets) ของ Bitcoin ที่ล้มเหลว ตามข้อมูลจาก CoinGlassราเชล ลูคัส (Rachael Lucas) นักวิเคราะห์จากกระดานเทรดคริปโต BTC Markets บอกกับ Cointelegraph ว่า ปัจจุบันคริปโต "กำลังเทรดไปในทิศทางเดียวกับหุ้น ไม่ใช่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และความเชื่อมั่นของตลาดอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยดัชนี Fear and Greed ดิ่งลึกอยู่ในโซน 'กลัวสุดขีด' (Extreme Fear) ที่ระดับ 8"ความผันผวนของน้ำมันพุ่งสูงขณะที่หุ้นเอเชียร่วงตลาดหุ้นทั่วเอเชียต่างตอบโต้ต่อภัยคุกคามที่รุนแรงขึ้น โดยตลาดออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ลดลง 0.8% ขณะที่ญี่ปุ่นร่วงลงมากกว่า 4%ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นชั่วคราวสู่ระดับสูงสุดที่มากกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในการซื้อขายช่วงเช้าวันจันทร์ ก่อนจะลดลงอย่างรวดเร็วสู่ 97.20 ดอลลาร์ และได้ไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 99.30 ดอลลาร์ในขณะที่เขียนรายงานนี้ในขณะเดียวกัน น้ำมันดิบ Brent ซึ่งถือเป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการซื้อน้ำมันทั่วโลก พุ่งขึ้นไปมากกว่า 114 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะทรงตัวต่ำกว่า 113 ดอลลาร์ลูคัสกล่าวว่า อนาคตของตลาดคริปโตขึ้นอยู่กับการลดระดับความรุนแรงของสงครามอิหร่านและการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เธอเสริมว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน Brent "กำลังกระตุ้นความคาดหวังเรื่องเงินเฟ้อ และโอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้กระโดดจากศูนย์เป็น 12.4% ภายในสัปดาห์เดียว""นั่นคือการตีราคามหภาคใหม่ที่สำคัญ ซึ่งคริปโตจะสะท้อนภาพนี้ต่อไปจนกว่าจะมีความชัดเจนในทั้งสองด้าน" เธอกล่าวเสริมลูคัสระบุว่า หากสงครามอิหร่านลดระดับความรุนแรงลง "คริปโตจะเป็นหนึ่งในสินทรัพย์เสี่ยงที่ฟื้นตัวเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งนี้ไม่มีคู่เจรจาที่ชัดเจนและไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุดที่แน่นอน ซึ่งทำให้ยากต่อการคาดการณ์ผลลัพธ์ในระยะสั้น"เธอกล่าวเสริมว่าระดับ 68,000 ดอลลาร์คือ "ระดับเร่งด่วน" ที่ต้องจับตาดูว่า Bitcoin จะมีแรงหนุนหรือไม่ โดยมีระดับ 65,800 ดอลลาร์เป็น "แนวรับสำคัญถัดไปหากระดับแรกต้านไม่อยู่""สำหรับการกลับเป็นขาขึ้น Bitcoin จำเป็นต้องกลับไปยืนเหนือ 71,500 ดอลลาร์ให้ได้ก่อนที่เรื่องราวการฟื้นตัวจะมีความน่าเชื่อถือ" ลูคัสกล่าวเธอยังเสริมว่า Bitcoin ยังคงมีแรงสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากสถาบัน โดยมีเงินไหลเข้าสุทธิ (Net inflows) สู่กองทุน Spot Bitcoin ETF ถึง 1.43 พันล้านดอลลาร์ในเดือนนี้"เมื่อความเชื่อมั่นต่ำขนาดนี้แต่โครงสร้างพื้นฐานของสถาบันแข็งแกร่งขนาดนี้ ประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าพื้นฐานสำหรับการฟื้นตัวกำลังก่อตัวขึ้น แม้ว่าจังหวะเวลาจะยังไม่แน่นอนก็ตาม" ลูคัสกล่าวที่มา https://cointelegraph.com/news/crypto-stocks-slip-oil-chops-iran-vows-retaliation-trump-threat
ทันหุ้น • 23 มี.ค. 69
ดู
ไบแอธลอน วินเทอร์ โอลิมปิก 2026
ทรูวิชั่นส์ • 9 ก.พ. 69
อ่าน
ปิดดีล!! บาร์ซ่า ประกาศคว้าตัว 'คันเซโล่' ร่วมทัพแบบยืมตัวจนจบฤดูกาล
บาร์เซโลน่า ทีมดังในศึก ลาลีกา สเปน ได้เซ็นสัญญาคว้าตัว ชูเอา คันเซโล่ ฟูลแบ็กทีมชาติโปรตุเกสของ อัล ฮิลาล มาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาลนี้ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า ได้มีการประกาศยืนยันถึงการเซ็นสัญญาคว้าตัว ชูเอา คันเซโล่ ดาวเตะชาวโปรตุเกสของ อัล ฮิลาล ทีมในลีกซาอุดิอาระเบีย มาเสริมทัพ โดยเป็นการกลับมาค้าแข้งกับบาร์ซ๋าอีกครั้งของดาวเตะรายนี้ หลังจากที่เคยอยู่กับทีมดังในลีกสเปนในฤดูกาล 2023/24 บาร์เซโลน่า มีความต้องการที่จะเสริมทัพในตำแหน่งกองหลังในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม และตัดสินใจเซ็นสัญญาดึงตัว ชูเอา คันเซโล่ กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง โดยเขาจะค้าแข้งกับบาร์ซ่าด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล 2025/26 โดย บาร์เซโลน่า ประกาศว่า อย่างเป็นทางการแล้ว: ชูเอา คันเซโล่ กลับมาเป็นผู้เล่นของบาร์เซโลน่าอีกครั้ง โดย บาร์ซ่า และ อัล ฮิลาล ทีมในซาอุดิอาระเบีย ได้บรรลุข้อตกลงในการยืมตัวแบ็กขวาชาวโปรตุเกสรายนี้จนสิ้นสุดฤดูกาลนี้ ซึ่งเขาจะสวมเสื้อหมายเลข 2 There are places you never forget. Welcome back to Bara, Joo 💙❤️ pic.twitter.com/uoA7Gr0Pj9 FC Barcelona (@FCBarcelona) January 13, 2026 (Photo by Attila KISBENEDEK / AFP) ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมบอลวันนี้ ตารางบอลวันนี้ พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด สรุปผลบอล ผลบอลเมื่อคืน เช็กผลบอล ผลบอลสดวันนี้
ลาลีก้า • 14 ม.ค. 69
ดู
Dual Survival Brazil
ทรูวิชั่นส์ • 1 ม.ค. 69
อ่าน
ทำได้ตามเป้า.! ไทย กวาด 3 เหรียญทอง จากแข่งเรือ 3 ประเภท ซีเกมส์ 2025
ทัพเรือพายไทย ทำผลงานได้ตามเป้ากวาด 3 เหรียญทอง ซีเกมส์ 2025 ณ ศูนย์ฝึกกีฬาเรือพายราชนาวี จ.ระยอง การแข่งขันกีฬาเรือพายซีเกมส์ 2025 ได้เปิดฉากขึ้นที่ศูนย์ฝึกกีฬาเรือพายราชนาวี อ่างเก็บน้ำบางไผ่ ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ซึ่งเป็นสนามแข่งขันที่ได้มาตรฐานระดับเอเชีย โดยมีการชิงชัยกันในวันแรกถึง 6 เหรียญทอง คยัคสลาลอมชาย: ปิยณัฐ คว้าทองแรก เริ่มต้นที่ประเภท เรือคยัคสลาลอม 1 คนชาย ปิยณัฐ เกิดสุข นักกีฬาไทยได้สับฝีพายอย่างเต็มที่ เข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 85.25 นาที คว้าเหรียญทองแรกให้กับทัพเรือพายไทยในซีเกมส์ครั้งนี้ได้สำเร็จ ส่วนเหรียญเงินเป็นของอินโดนีเซีย และเหรียญทองแดงเป็นของมาเลเซีย แคนูสลาลอมหญิง: อัจฉราภรณ์ ไม่น้อยหน้า ตามมาด้วยประเภท เรือแคนูสลาลอม 1 คนหญิง อัจฉราภรณ์ ดวงละหว้า ก็สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้าเหรียญทองได้เช่นกัน โดยมีอินโดนีเซียคว้าเหรียญเงิน และมาเลเซียคว้าเหรียญทองแดง แคนู 500 เมตรชาย: พิตรพิบูล ตอกย้ำความเหนือชั้น ปิดท้ายด้วยความสำเร็จในประเภท เรือแคนู 1 คนชาย ระยะ 500 เมตร โดย พิตรพิบูล มหาวัฒนางกูล ดีกรีเหรียญทองซีเกมส์ปี 2019 ได้ตอกย้ำความเก่งกาจ โดยออกสตาร์ทจากเลนที่ 5 และเข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 ด้วยเวลา 1.58.314 นาที คว้าเหรียญทองที่สามให้กับทีมเรือพายไทยในวันแรกได้สำเร็จ ส่วนเหรียญเงินเป็นของเมียนมาร์ และเหรียญทองแดงเป็นของเวียดนาม จากผลงานในวันแรก ทำให้ทัพเรือพายไทยมีเหรียญทองสะสมไปแล้ว 3 เหรียญ จากการชิงชัยทั้งหมด 6 เหรียญทองในวันนี้ ติดตามความเคลื่อนไหวอื่นๆ ของ ซีเกมส์ 2025 ได้ที่นี่!! ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมฟุตบอลหญิง ซีเกมส์ 2025 ลิ้งก์ดูบอลสด ซีเกมส์ 2025 ทีมชาติไทย ประเดิมโหด! ชบาแก้ว ถล่ม อินโดนีเซีย 8-0 นัดแรกฟุตบอลหญิงซีเกมส์ 2025 OFFICIAL : ประกาศรายชื่อ 23 แข้ง ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ลุยซีเกมส์ 2025
TNN ช่อง16 • 11 ธ.ค. 68
อ่าน
100 สถานที่สวยที่สุดในโลก อะเมซซิ่ง สวยตะลึง แทบลืมหายใจ !!!
มีสถานที่ในโลกอีกมากมายที่เรายังไม่เคยเห็น และ 100 สถานที่สวยที่สุดในโลก ที่เราได้รวบรวมไว้นี้ เป็นสถานที่ในฝันของหลายคน บางที่ก็สวยจนตะลึงเกือบลืมหายใจไปเลยทีเดียวค่ะ ตามมาดูกันว่า 100 สถานที่นี้ มีที่ไหนที่เราควรไปสัมผัสด้วยตาของตัวเองกันได้แล้วบ้าง ! สถานที่สวยที่สุดในโลก 1. Three Natural Bridges ประเทศจีน อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์ (เทียนเชิงซ่านเฉียว) มรดกโลก ทางธรรมชาติที่มีความสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่เมืองอู่หลง นครฉงชิ่ง ประเทศจีน เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลก ทำให้เกิดเป็นบ่อหลุมขนาดใหญ่ที่ลึกประมาณ 300-500 เมตร และมีบางส่วนเป็นโพรงทะลุเหมือนกับสะพานทอดข้ามระหว่างภูเขา อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า ภูผาอัศจรรย์ เมืองอู่หลง ================== 2. Petra ประเทศจอร์แดน นครเพตรา คือนครหินแกะสลักโบราณที่ซ่อนตัวอย่างลึกลับในหุบเขาวาดี มูซา หุบเขาที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบเดดซีกับ ทะเลอัคบาในประเทศจอร์แดน เป็นเมืองที่เจาะสลักเข้าไปในหินเกือบทั้งหมด รอบบริเวณ ไม่ว่าจะเป็น วิหาร หลุมศพ บันได โรงละคร ซึ่งขุดสลักมาแต่ยอดเขาลงมาเป็นหลืบลดหลั่นเป็นช่อชั้นงดงาม ถือกันว่าเป็นศูนย์กลางของ อารยธรรมเบื้องต้นของเขตตะวันออกกลาง นครนี้แต่เดิมนั้นเป็นนครแห่งการค้าขนาดใหญ่ซึ่งต่อมาถูกละทิ้งเป็นเวลานานกว่า 700 ปี จนเมื่อมีนักสำรวจชาวสวิตเซอร์แลนด์ โยฮันน์ ลุควิก บวร์กฮาร์ท เดินทางผ่านมาพบเห็นเข้าเมื่อปี 1812 ภายหลังที่นี่เลยกลายเป็นแหล่งความรู้อย่างดีของนักโบราณคดี และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่หนึ่งในโลก ================== 3. ทะเลสาบสีชมพู Hiller Lake (Pink Lake) ประเทศออสเตรเลีย ทะเลสาบฮิลลิเออร์นี้ตั้งอยู่บนเกาะมิดเดิ้ล ไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย แปลกประหลาดล้ำตรงที่ว่าน้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีสีชมพูเหมือนนมสตรอเบอร์รี่มิลค์เชค และถึงแม้ว่าในโลกนี้ยังมีทะเลสาบสีชมพูอีกหลายแห่ง แต่ทะเลสาบฮิลลิเออร์นั้นมีความแตกต่างจากทะเลสาบสีชมพูแห่งอื่นๆ ตรงที่น้ำในทะเลสาบเป็นสีชมพูจริงๆ ไม่ได้เกิดจากการตะกอน แสงสะท้อน หรือสาหร่ายในน้ำ เมื่อตักน้ำในทะเลสาบฮิลลิเออร์มาใส่ขวดก็จะได้น้ำสีชมพูใส และจะเป็นสีชมพูอยู่อย่างนี้ตลอดไปจนนักวิทยาศาสตร์อึ้งไปตามๆ กัน น่าอัศจรรย์ใจมาก ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่าสีชมพูนั้นเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในเกล็ดของเกลือนั่นเอง ================== 4. ทุ่งหญ้าสีชมพูDa Lat ประเทศเวียดนาม สำหรับทุ่งหญ้าสีชมพูนี้ ตั้งอยู่ที่ เมืองดาลัต ประเทศเวียดนาม ขอบอกว่า มันชมพูจริงๆ แถมยังฟรุ้งฟริ้งมากอีกด้วย เหมือนอยู่กลางทุ่งหญ้าในเกาหลี หรือยุโรปเป๊ะๆ เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่สวยงามมากๆ อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่7 ที่เที่ยวถ่ายรูปสวย ดาลัด เวียดนามใต้ =================== 5. Cinque Terre ประเทศอิตาลี เมืองติดทะเลในเขต Liguria ของประเทศอิตาลีนั้นมีหมู่บ้าน 5 หมู่บ้านอยู่ติดกัน ซึ่งมีชื่อว่า Cinque Terre และเป็นเมืองที่ได้รับการยกให้เป็น UNESCO World Heritage เพราะชายหาด ทะเล ภูเขา ในแถบนั้นสวยงามมากๆ และเป็นพื้นที่อนุรักษ์ของประเทศอิตาลีอีกด้วย =================== 6. Fairy Pools, Isle of Skye ประเทศสก็อตแลนด์ อย่างกับความฝันในตอนเด็ก ใครจะไปเชื่อว่า สักครั้งจะได้มีโอกาสลงไปแหวกว่ายในสระน้ำที่คนทั่วโลกบอกว่า ที่นี่แหละ สระว่ายน้ำของนางฟ้าในเทพนิยาย Fairy Pools นี้เป็นสระว่ายน้ำที่ธรรมชาติได้สรรสร้างขึ้นมาในหุบเขาเกลน บริทเทิล (Glen Brittle) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะสกาย (Isle of Skye) เกาะที่ใหญ่ที่สุดในเขตหมู่เกาะอินเนอร์ เฮบริดีส (Inner Hebrides) หมู่เกาะที่อยู่นอกชายฝั่งตะวันตกของสก็อตแลนด์ อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่Fairy Pools สระน้ำในเทพนิยายที่มีอยู่จริง น้ำใสราวกับคริสตัล ================== 7. Mamanuca Islands ประเทศฟิจิ เกาะ Mamanuca เป็นเกาะสวรรค์ที่เหมือนหลุดออกมาจากโปสการ์ดสวยๆเป็นหมู่เกาะที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของฟิจิ เพราะที่นี่มีความงามที่ยังบริสุทธิ์และโดดเด่นคงเหลืออยู่ อีกทั้งยังมีกิจกรรมหลากหลายรูปแบบให้คนบนเกาะสนุกได้โดยไม่เบื่อ ================== 8. Jellyfish Lake หมู่เกาะ Palau ประเทศปาเลา ทะเลสาบแมงกะพรุนไร้พิษ หรือ Jellyfish Lake นี้ตั้งอยู่บนเกาะ Eil Malk ซึ่งเป็นเกาะหนึ่งในหมู่เกาะ Rock Islands ที่สาธารณรัฐปาเลา ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำยอดนิยมที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และจุดเด่นที่สุดของที่นี่คือ แมงกะพรุนทอง (Golden Jellyfish) นับล้านตัวแหวกว่ายอยู่ อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ทะเลสาบแมงกะพรุน ไร้พิษ Jellyfish Lake ปาเลา ================== 9. Giants Causeway ประเทศไอร์แลนด์ Giants Causeway Beach นี้เป็นชายหาดที่เต็มไปด้วยเสาหินกว่า 40,000 แท่ง และยังได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี 1986 บนชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของไอร์แลนด์เหนืออีกด้วย ใครที่อยากไปเที่ยวที่นี่ต้องระวังหินทิ่มขากันสักหน่อย =================== 10. Glass Beach แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ชายหาดแก้วแห่งนี้ เดิมที่เป็นที่ทิ้งขยะของรัฐแคลิฟอร์เนีย หลายสิบปีผ่านไป ขยะที่เป็นเศษแก้วถูกคลื่นซัดสาดหายไป จนกลายเป็นชายหาดแสนสวยอย่าวน่าอัศจรรย์ ================== 11. Motonosumi-Inari Shrine ประเทศญี่ปุ่น เสาโทริอิสีแดงตั้งตระง่านจากภูเขาไปจนถึงทะเล 1 ใน 29 สถานที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ที่นี่คือ Motonosumi-inari Shrine ศาลเจ้าที่ช่วยให้ผู้คนที่มาอธิษฐานประสบความสำเร็จ เชื่อไหมล่ะว่า หลังจากที่คุณหย่อยเงินบริจาคลงในกล่องรับบริจาคตรงเสาโทริอิต้นสุดท้าย ความหวังทั้งหลายของคุณจะประสบความสำเร็จ ================== 12.Reykjavik ประเทศไอซ์แลนด์ เรคยาวิก เป็นเมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมากที่สุด โดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลมากนัก แม้ว่าที่นี่จะเป็นหนึ่งในจุดที่หนาวที่สุดของยุโรป แต่ก็เต็มไปด้วยบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ การได้แช่ในบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติท่ามกลางความหนาวเย็นยะเยือกเป็นสิ่งที่ทุกคนถวิลหาในหน้าหนาว =================== 13. Pamukkale ประเทศตุรกี ธารน้ำแร่ใต้ดินไหลรวมเป็นแอ่งน้ำหินปูน เหมือนเป็นสระว่ายน้ำไร้ขอบธรรมชาติที่สวยงาม เกิดจากปรากฏการณ์ที่ตะกอนของหินปูนทำปฏิกิริยากับอากาศ จับตัวแข็งกลายเป็นแอ่ง และมีธารน้ำแร่ใต้ดินไหลเอ่อล้นผุดขึ้นมาบนพื้นผิว รวมเป็นแอ่งน้ำหินปูนที่ลดหลั่นกัน กว้าง 300 เมตร ยาวกว่า 3 กิโลเมตร ก่อนไหลลงจากผาสูง 100 เมตร ================== 14. Santorini ประเทศกรีซ Santorini เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่แสนจะดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกกลุ่มอาคารสีขาว รูปทรงแปลกตาที่ตั้งลดหลั่นกันตามเชิงเขาสูงชัน และโบสถ์แสนสวยที่มียอดโดมสีฟ้าสดใส เป็นเหมือนสัยลักษณ์ของที่นี่ ทำให้ใครๆ ก็อยากมาพักผ่อนในเมืองแสนสวยนี้ดูสักครั้ง ================== 15. Neuschwanstein Castle ประเทศเยอรมนี พระราชวังสมัยศตวรรษที่ 19 ตั้งอยู่บนเนินเขาขรุขระทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบาวาเรีย ประเทศเยอรมัน มีลักษณะเหมือนปราสาทในเทพนิยาย จนติดอันดับ 9 สถานที่ เทพนิยายที่มีอยู่จริงบนผืนโลก พระราชวังแห่งนี้เปิดให้ประชาชนเข้าชม และเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง และแม้จะเป็นปราสาทยุคกลางของลุดวิก (Ludwig) แต่ก็มีเทคโนโลยีทันสมัย ทั้งห้องน้ำแสนสะอาด มีน้ำร้อน น้ำเย็น กันเลยทีเดียว ================== 16. Ha Long Bay เวียดนาม ฮาลองเบย์ มหัศจรรย์แห่งอ่าวมังกรตกน้ำ 1 ใน 10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน ตามนิทานปรัมปราของชาวเวียดนาม ที่กล่าวถึงมังกรโบราณซึ่งเคยร่อนมาลงในอ่าวนี้เมื่อครั้งดึกดำบรรพ์ และชื่อของฮาลอง ก็แปลได้ว่า มังกรร่อนลง จากความสวยงามและสมบูรณ์ของอ่าวฮาลอง ทำให้ที่นี่ประกาศได้เป็น มรดกโลก ทางธรรมชาติ จากองค์กรยูเนสโก ในปี พ.ศ. 2537 เสน่ห์ของที่นี่คือ เกาะหินปูนเกือบ 2,000 เกาะ ซึ่งมีถ้ำมากมายรอให้เราไปชม แถมที่นี่ยังมีอ่าวที่เหมาะแก่การพายเรือคายัคอีกด้วย อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่5 ที่เที่ยว เวียดนาม ความงามแห่งอาเซียน ================== 17. Fingals Cave ประเทศสก็อตแลนด์ แม้ว่า ถ้ำฟิงกอล ที่ประเทศสก็อตแลนด์ นี้มันอาจจะดูเหมือนเป็นโครงสร้างบล็อกๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่ความจริงแล้วเสาหินหกเหลี่ยมนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจำนวนมาก ด้วยสภาพถ้ำที่เป็นโพรงแนวยาว ทำให้ภายในถ้ำเกิดเป็นเสียงสะท้อน คล้ายเสียงดนตรีได้ด้วย บางทีคนก็เรียกถ้ำนี้ว่า Cave of melody =================== 18. St. Lucia ประเทศเซนต์ลูเซีย St. Lucia เป็นประเทศที่เป็นเกาะ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของทะเลแคริบเบียนมีลักษณะเป็นเกาะภูเขาไฟ และเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะเลสเซอร์แอนทิลลีส (Lesser Antilles) ที่นี่มีภูมิประเทศที่สวยงาม น้ำทะเลใสราวกับกระจก =================== 19. Venice ประเทศอิตาลี ในบรรดาเมืองท่องเที่ยวของอิตาลี เมืองเวนิส ดูจะเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะที่แตกต่างจากทุกเมืองในโลก เป็นเมืองที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบที่สวยงามจนได้ฉายาว่าเป็น ราชินีแห่งทะเลอาเดรียติก ( The Queen of the Adriatic) หรือ เมืองแห่งสายน้ำ (The City of Water) ที่มีคลองสำหรับใช้สัญจรแทนถนนมากกว่า 150 สาย และมีเรือกอนโดลา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์หนึ่งของเวนิส อีกทั้งยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งศิลปวัฒนธรรม และดนตรียามค่ำคืนที่ผู้คนทั่วโลกรู้จัก และใฝ่ฝันอยากมาเทียวชมสักครั้งในชีวิต เวนิสเป็นที่รู้จักกันมาช้านานในประวัติศาสตร์ ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางการเดินเรือ และการค้าของทวีปยุโรปนับพันปี แต่น่าเสียดาย เพราะนักวิชาการหลายคนกล่าวไว้ว่า เวนิสอาจจะจม และหายไปในที่สุด ที่นี่จึงกลายเป็น ที่เที่ยวต้องไป ก่อนที่จะหายไปจากแผนที่โลก ! อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่6 ที่เที่ยว เวนิส เมืองในฝัน ชาตินี้ไม่ไป ตายตาไม่หลับ ================= 20. Yellowstone National Park สหรัฐอเมริกา เยลโลว์ สโตน เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของอเมริกาและแห่งแรกของโลกด้วย มีพื้นที่ทั้งหมดอยู่บนที่ราบสูงบนเทือกเขาร็อคกี้ มากกว่า 2 ล้านเอเคอร์ อีกทั้งยังมีบ่อน้ำร้อน และน้ำพุร้อนมากกว่า 10,000 แห่ง ดินแดนแห่งนี้มีอายุมากกว่า 600,000 ปี เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ทิ้งร่องรอยของหินละลายที่พุ่งผ่านผิวโลกขึ้นมาเย็นตัว เกิดเป็นภูเขาสูง ที่ราบและหุบเหวที่สวยงาม นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าที่น่าสนใจมากมาย อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่20 ที่เที่ยว อเมริกา สวยขั้นเทพ ================== 21. Zion National Park สหรัฐอเมริกา Zion National Park อุทยานแห่งชาติที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่ามาเยือน และมีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของรัฐยูทาห์ สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นภูมิทัศน์ทะเลทราย ประกอบไปด้วยภูเขา หน้าผาหินทราย หุบเขาลึก ที่ล้อมรอบไปด้วยทะเลทรายกันกว้างใหญ่ เป็นจุดหลายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเดินป่าและปีนเขา ================== 22. Great Blue Hole ประเทศเบลิส หลุมยักษ์น้ำเงินครามแห่งเบลิซ ประเทศนี้อยู่บนฝั่งตะวันออกของอเมริกากลาง ริมทะเลแคริบเบียน หลุมนี้อยู่ห่างจากชายฝั่งเบลิซประมาณ 60 ไมล์ เส้นผ่าศูนย์กลาง 984 ฟุต กับความลึกประมาณ 410 ฟุต เชื่อกันว่าหลุมนี้เป็นหลุมกลางทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สันนิษฐานกันว่ามันก่อตัวขึ้นในยุคน้ำแข็ง แถมหลุมนี้ยังเป็น 1 ใน 7 หลุมที่นักประดาน้ำจัดอันดับสถานที่น่าดำน้ำที่สุดในโลกอีกด้วย ================== 23. Horsetail Falls, Yosemite National Park สหรัฐอเมริกา น้ำตกเพลิง Firefall หรือ น้ำตก Horsetail Falls ณ อุทยานแห่งชาติ Yosemite สหรัฐอเมริกาเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ และเป็นความงดงามอันแสนจะหาดูได้ยาก เพราะจะปรากฏให้เห็นเพียงปีละครั้งกลางเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่แสงอาทิตย์ตกกระทบ สาดส่อง น้ำตก พอเหมาะพอดี เกิดเป็นสายลาวา ลู่ลงเบื้อล่างเหมือนหางม้าอันงดงาม ================== 24. Shirakawa-go ประเทศญี่ปุ่น หมู่บ้านชิราคาวาโกะ ตั้งอยู่ในเมืองกิฟุและโทยามะ เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก โดดเด่นด้วยอาคารแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า Gassho-zukuri สร้างด้วยวัสดุธรรมชาติ ไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว มีความเก่าแก่กว่า 300 ปี เป็นหมู่บ้านที่มีความงดงามมากโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่หิมะตกโปรยปราย อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ ชิราคาวาโกะ เมืองมรดกโลก ที่ญี่ปุ่น หมู่บ้านนินจา =================== 25. Panjin Red Beach ประเทศจีน Panjin Red Beach ในเมืองเหลียวหนิง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน จะเปลี่ยนเป็นสีแดเข้มทุกครั้งเมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ที่สุดที่ได้รับการอนุรักษ์จากรัฐบาลจีน ที่นี่ยังเป็นที่อยู่อาศัยของนกกว่า 260 สายพันธุ์ รวมถึงนกกระเรียนแดงที่เป็นสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์และสัตว์ป่าอีกราว 400 ชนิด ================== 26. Sea Cliffs, Etretat ประเทศฝรั่งเศส หน้าผาและเสาหินโค้งธรรมชาติ (The Cliffs at Etretat) จุดท่องเที่ยวแห่งนี้ได้กลายเป็นสถานที่ดึงดูดเหล่านักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีชายหาดที่ขนานไปกับแนวยาวของชายฝั่ง ซึ่งมีความสวยงามมากแห่งหนึ่งอีกด้วย =================== 27. Beachy Head ประเทศอังกฤษ หน้าผาชอล์กริมทะเลที่สูงที่สุดในสหราชอาณาจักร และอังกฤษ นอกจากที่นี่จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจแล้วยังเป็นภูมิประเทศที่เหมาะสำหรับเล่นกีฬาประเภทเอ็กซ์ทรีม อย่างเช่น กระโดดร่ม เป็นต้น =================== 28. Cristo Redentor Statue ประเทศบราซิล สายตาของพระคริสต์ที่จับตามองลงมายังเมืองช่วยทำให้เมืองนี้ผาสุกเพียงใด ? Cristo Redentor statue รูปปั้นพระเยซู ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา Corcovado ซึ่งสูงประมาณ 2,300 ฟุตจากเมืองริโอ เดอจาเนโร เป็นสิ่งที่ทุกคนอยากจะไปเห็นสักครั้งถึงความยิ่งใหญ่ และมุมมองที่พระคริสต์เห็นเมืองนี้อยู่ทุกๆ วัน นอกจากนั้น ที่นี่ยังเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ อีกด้วย อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่เที่ยวบราซิล ตะลุย 10 ที่เที่ยว ริโอ เดอ จาเนโร ================== 29. Shifen Waterfall ประเทศไต้หวัน น้ำตกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของไต้หวันอยู่ในย่านผิงซี (Pingxi District) เมืองนิวไทเป (New Taipei City)แม้น้ำตกซือเฟิ่นจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนักด้วยความสูง 20 เมตร กว้าง 40 เมตร แต่ก็สร้างความประทับใจให้แก่ผู้เข้าชม จนได้รับการขนานนามว่า ไนแองการ่าแห่งไต้หวัน (Taiwans Niagara Falls) =================== 30. The Alhambra ประเทศสเปน The Alhambra ไม่ได้เป็นเพียงสมบัติทางสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสเปน แต่ยังเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก พระราชวังที่สวยงามแกะสลักโดยช่างฝีมือประณีต ความสวยงามและยิ่งใหญ่นี้ ต้องได้ไปสัมผัสสักครั้ง ==================== 31.Galapagos Islands ประเทศเอกวาดอร์ หมู่เกาะกาลาปากอส เป็นหมู่เกาะกลางมหาสมุทรแปซิฟิก มีความน่าสนใจทั้งด้านธรณีวิทยา สัตววิทยา และนิเวศวิทยาเป็นอย่างยิ่ง ความพิเศษของที่แห่งนี้ คือ เป็นที่อาศัยอยู่ของสัตว์ท้องถิ่นที่มีลักษณะแปลกๆ มากมาย และ 75% ของสัตว์ทั้งหมดนี้สามารถพบได้ที่นี่ที่เดียวในโลก ประประเทศเอกวาดอร์ เทศเอกวาดอร์ ================= 32. Wat Pho ประเทศไทย ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง ในกรุงเทพฯ ยังมีวัดโพธิ์ท่าเตียน พระนอนองค์ใหญ่ ที่สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวจากปากต่อปาก ที่นี่เป็นวัดเก่าที่มีความสวยงาม ถูกบูรณะโดยรัชกาลที่ 3 เรียกได้ว่า ใครมาถึงกรุงเทพฯ ล่ะก็ ต้องแวะมาไหว้พระนอนที่นี่สักครั้ง ================ 33. Dunnottar Castle ประเทศสก็อตแลนด์ Dunnottar Castle ตั้งอยู่ที่ประเทศสก็อตแลนด์ เป็นปราสาทบนเนินผา ริมทะเล เคยเป็นที่พำนักของราชวงศ์ของ Earls Marischal แห่งสก็อตแลนด์ค่ะ ครั้งหนึ่งเคยเป็นราชวงศ์ที่มีอำนาจสูงสุดในดินแดนนั้น และแถมยังเป็นราชวงศ์ที่มีอำนาจในการควบคุมกิจกรรมที่เป็นพิธีการต่างๆ รวมถึงพิธีราชาภิเษกอีกด้วย เคยถูกใช้เป็นป้อมปราการ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ================= 34. Coastal Potholes มีกระจายอยู่ทั่วโลก หมายถึงหลุมที่เกิดบริเวณพื้นท้องน้ำ บริเวณน้ำตก และบริเวณที่ทางน้ำไหลเชี่ยว เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยงามทางธรณีวิทยาที่พบเห็นได้ทั่วไป ================ 35. Nottingham Castle ประเทศอังกฤษ Nottingham Castle คือ พระราชวังที่สร้างขึ้นในยุคศตวรรษที่ 17ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งป้อมปราการของราชวงศ์ประเทศอังกฤษ แต่สิ่งปลูกสร้างเกือบทั้งหมดได้ถูกทำลายลงระหว่างช่วงสงครามกลางเมืองอังกฤษเมื่อยุคศตวรรษที่ 17 ================= 36. Zhangjiajie ประเทศจีน เมืองลอยฟ้า สวยแต่เสียว! มรดกโลกจางเจียเจี้ย ภูเขาลอยฟ้าที่นี่เป็นสถานที่ถ่ายทำหนังชื่อดังอย่าง อวตาร ถ้าได้มาเที่ยวต้องไม่พลาดขึ้นกระเช้าลอยฟ้ายาวที่สุดในโลก แล้วไปเดินทางเดินกระจกริมผาที่มีความสูงถึง 1,433 เมตร ที่นี่ยังเป็น 1 ใน 10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศจีน ที่ต้องไปพิชิตให้ได้อีกด้วย ================= 37. Moraine Lake ประเทศแคนาดา ทะเลสาบสีฟ้าสวยแห่งนี้ชื่อว่า Moraine Lake ประเทศแคนาดา เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park) ในหุบเขา the Valley of the Ten Peaksน้ำสีฟ้าสวยนี้เกิดจากการหักเหของแสงและธารน้ำแข็ง ซึ่งน้ำของทะเลสาบจะสีสวยแบบนี้สุดๆในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ================== 38. Atlantic Ocean Road ประเทศนอร์เวย์ Atlantic Ocean Road มีความยาวทั้งสิ้น 8.3 กิโลเมตรในประเทศนอร์เวย์ สร้างทอดยาวไปตามเกาะแก่งต่างๆ ในทะเล เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่สวยงาม แต่ก็หวาดเสียวมากๆ อีกด้วย ================= 39. Kinkaku-ji Temple ประเทศญี่ปุ่น ใครที่เป็นสาวกการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดัง เรื่องอิ๊กคิวซัง จะต้องรู้จักวัดนี้เป็นอย่างดี วัดนี้ยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า วัดทอง จุดเด่นของวัดอยู่ที่บริเวณ ปราสาทคินคาคุจิ เป็็นปราสาทที่งดงามราวกับภาพวาด ================= 40. Prague สาธารณรัฐเช็ก โคมไฟที่ถนนบวกสถาปัตยกรรมที่งดงามภายใต้หิมะโปรยปรายทำให้ปรากเหมือนเมืองในเทพนิยาย ความสวยของปรากภายใต้แผ่นหิมะหนาๆ ที่ทำให้ละสายตาไปไม่ได้คือ เมืองเก่าพร้อมสถาปัตยกรรม ป้อมปราการและห้องใต้ดินสมัยโรมัน ================ 41. Great Barrier Reef ประเทศออสเตรเลีย สวรรค์ของนักประดาน้ำ แนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลีย ประกอบไปด้วยปะการังกว่า 400 สปีชี่ส์ สวรรค์ใต้ทะเลแห่งนี้เป็นที่อยู่ของปลาโลมา สัตว์เลื้อยคลาน พันธุ์ปลาเขตร้อน และสิ่งมีชีวิตทางทะเลนับไม่ถ้วน นอกจากใต้ทะเลแล้ว ยังมีเกาะที่งดงามด้วยหาดทรายขาว และโขดหิน ซึ่งเป็นบ้านของสัตว์ป่า และนกว่าหลายร้อยชนิด ================== 42. Jigokudani Monkey Park ประเทศญี่ปุ่น หลายคนมาออนเซ็นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูหนาว แต่ที่นี่พวกเขาหวังมากกว่านั้น !! ที่มากกว่าที่อื่นก็คือ การมาดูลิงแช่น้ำร้อนที่ออนซ็นนั่นเอง ลิงกว่า 200 ตังที่อาศัยอยู่บนภูเขาจะลงมาแช่น้ำร้อน เพราะเวลาหนึ่งในสามของแต่ละปีจะถูกปกคลุมด้วยหิมะ นักท่องเที่ยวก็จะนิยมมาแช่ออนเซ็นกับลิง ได้บรรยากาศเหมือนมาดาวเคราะห์ของลิงเลยทีเดียว ================ 43. Chichen Itza ประเทศเม็กซิโก ชีเชนอิตซา เป็นภาษามายา แปลว่า ต้นทางแห่งความสุขสบายของประชาชน ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเม็กซิโก เป็นแหล่งโบราณคดีที่สร้างขึ้นโดยชาวมายันซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ของเทพเจ้า ที่นี่เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดของอาณาจักรมายา ถูกสร้างขึ้นในช่วงที่อารยธรรมเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ทำให้ ชีเชนอิตซา จึงเป็นสิ่งก่อสร้างที่แสดงออกถึงภูมิปัญญาทั้งหมดของชาวมายันทั้งด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม ศิลปกรรม ดาราศาสตร์ ปฏิทิน เป็นต้น ================== 44. Dead Sea ประเทศจอร์แดน และอิสราเอล ทะเลที่แสนมหัศจรรย์ใจของโลก คนที่ไปเล่นน้ำในทะเลแห่งนี้จะไม่มีวันจมแม้ว่าเราจะอ้วนขนาดไหน นั่นเป็นเพราะทะเลสาบแห่งนี้ที่มีความเค็มมากกว่าทะเลทั่วไปถึง 10 เท่า จนคนสามารถลอยบนผิวน้ำได้ ระดับน้ำอยู่ต่ำที่สุดในบรรดาทะเลทั้งหลาย คือต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางลงไปอีกประมาณ 400 เมตรทีเดียว แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ปริมาณฝน และการไหลเวียนของน้ำ ทำให้น้ำจากแม่น้ำจอร์แดนซึ่งเป็นแหล่งน้ำหลักแหล่งเดียวที่ให้น้ำแก่ที่นี่ลดปริมาณลง ส่งผลให้ในช่วงสี่สิบปีที่ผ่านมาทะเลสาบแห่งนี้มีความกว้างลดลงกว่าเดิมถึง 1 ใน 3 และยังมีระดับน้ำต่ำลงอีกกว่า 2.40 เมตร และคาดว่าขนาดของน้ำจะลดลงเรื่องจนอีก 50 ปีข้างหน้าก็จะกลายเป็นเพียงที่โล้งกว้าง ================== 45. Sea Cave ประเทศมอลตา เป็นถ้ำที่พบตามบริเวณชายฝั่งทะเล หรือชายฝั่งของเกาะต่างๆ โดยการเกิดถ้ำชนิดนี้จะเกี่ยวข้องกับการกัดเซาะของคลื่นที่หน้าผาชายฝั่งเป็นเวลานานติดต่อกัน จนทำเกิดเป็นช่องหรือโพรงเข้าไป ในช่วงแรกอาจเป็นโพรงขนาดเล็ก (grotto) แต่เมื่อได้รับอิทธิพลจากน้ำฝนและน้ำใต้ดินมาช่วยก็กลายเป็นโพรงขนาดใหญ่ ================= 46. Athabasca Falls ประเทศแคนาดา ภายในอุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ มีอยู่ในทะเลสาบลึกลับอยู่นั่นก็คือ ทะเลสาบเมดิซีนแห่งนี้ ทุกฤดูหนาวน้ำจะหายไปเหมือนที่นี่ไม่เคยมีน้ำมาก่อน เกือบเหมือนอ่างอาบน้ำที่ปล่อยน้ำออกได้อย่างน่าอัศจรรย์ ความจริงของสิ่งลึกลับนี้ได้ถูกเปิดเผยออกมาแล้วว่า ทะเลสาบเมดิซีน ไม่ได้เป็นทะเลสาบจริงๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่รับน้ำ มาลีน วัลเลย์ (Maligne Valley) ซึ่งในช่วงฤดูร้อนของทุกปีธารน้ำแข็งที่ปกคลุมบนภูเขาในแถบนี้จะละลายลงสู่แม่น้ำมาลีน โดยน้ำจากธารน้ำแข็งส่วนหนึ่งจะมารวมกันอยู่ที่นี่จนกลายเป็นทะเลสาบสวยงามในฤดูร้อนนั่นเอง ================== 47. Cathedral Cove ประเทศนิวซีแลนด์ Cathedral Cove ตั้งอยู่บริเวณเกาะเหนือ ประเทศนิวซีแลนด์ บริเวณอ่าวแห่งนี้มีซุ้มประตูหินขนาดใหญ่ และแท่งหินขนาดใหญ่ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกที่หนึ่งในประเทศนิวซีแลนด์ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมานิยมดำน้ำตื้นดูปะการัง และพายเรือคายักชมความงดงาม ================== 48. Antelope Canyon แอริโซน่า สหรัฐอเมริกา หุบเขาแอนทีโลพ เป็น 1 ในสถานที่ยอดนิยม สำหรับนักท่องเที่ยว อยู่ที่เมืองเพจ รัฐอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยภูมิประเทศที่เป็นร่องหินทรายที่ถูกน้ำกัดเซาะและได้ทิ้งร่องรอยการกัดเซาะที่คล้ายกลับหินผา เกิดจากการพังทลายของชั้นหิน Navajo Sandstone ซึ่งถูกกัดเซาะอย่างฉับพลันจากกระแสน้ำที่ซัดผ่าน ผสานความแรงจากกระแสลม พายุฝน ผ่านฤดูกาลต่างๆ ที่นี่กลายเป็น หุบเขาที่อันตรายที่สุด เนื่องจากบริเวณนั้นอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ตลอดเวลา และระดับน้ำสามารถสูงถึง 10 เมตรทีเดียว อีกทั้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งดึงดูดใจช่างภาพทั่วโลก เพราะสีสันจากธรรมชาติซึ่งเกิดจากการตกกระทบของแสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านช่องแคบ สะท้อนกับสีของชั้นหิน Navajo Sandstone เกิดเป็นความสวยงามสุดประทับใจแก่ทุกสายตา ================== 49. Mt. Kilimanjaro ประเทศแทนซาเนีย และเคนยา จุดสูงสุด หลังคาแอฟริกา ยอดเขาคิลิมันจาโร เป็นภูเขาไฟยอดเดี่ยวที่สูงที่สุดในโลก และเป็นยอดเขาที่สุดที่สุดในทวีปแอฟริกาอีกด้วย มีความสูงกว่า 5,895 เมตร ตรงบริเวณยอดเขามียอดเขาด้วยกัน 5 ยอด ที่นี่เป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว บริเวณยอดเขามีธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ยาวกว่า 4,500 เมตร เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกาเลยก็ว่าได้ ที่ลาดเขาช่วงล่างเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าหลากหลายชนิดเช่น ช้าง แรด ควาย และแอนทิโลป ที่ระดับความสูง 3,500 เมตรขึ้นไปจะพบพรรณพืชแบบทุ่งมัวร์มีมอสส์ขึ้นอยู่เป็นส่วนใหญ่ ถัดขึ้นไปเป็นพรรณพืชแบบป่าสน บนยอดเขาเป็นที่ว่างเปล่าเต็มไปด้วยหิมะ ช่างขัดแย้งกลับด้านล่างอย่างสิ้นเชิง ============== 50. Taj Mahal ประเทศอินเดีย ทัชมาฮาล ตั้งอยู่ในเมืองอัครา ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ประเทศอินเดีย เป็นสุสานหินอ่อนที่ผู้คนเชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลก สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุลให้กับพระมเหสีของพระองค์ นับว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ภายในอาคารทัชมาฮาล ตรงกลางมีหีบพระศพจำลองของพระนางมุมตาสกับหีบพระศพของพระเจ้าชาห์ชาฮันวางคู่กัน (หีบพระศพจริงอยู่ในห้องลึกลงไปด้านล่างประมาณ 10 เมตร) อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ ทัชมาฮาล รักเหนือกาลเวลา ที่อินเดีย สุดโรแมนติก =============== 51. Capilla de Marmol ปาตาโกเนีย ประเทศอาร์เจนตินา และชิลี ถ้ำหินอ่อนนี้อยู่ในเขตพื้นที่ของทะเลสาบการ์เรรา (General Carrera) ทะเลสาบขนาดใหญ่ในเขตภูมิภาคปาตาโกเนีย (Patagonia) ภูมิภาคที่ตั้งอยู่ปลายใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้ โดยทะเลสาบนั้นระหว่างชายแดนของอาร์เจนตินา และชิลี เป็นถ้ำที่เกิดจากกระแสน้ำได้กัดเซาะเป็นระยะเวลานับล้านปี จนภูเขาหินอ่อนเกิดเป็นถ้ำหินอ่อนอันงดงามไม่เหมือนถ้ำแห่งใดในโลก ================ 52. Garden of the Gods โคโลราโด สหรัฐอเมริกา ภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยโขดหินของรัฐทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกาเป็นเอกลักษณ์สำคัญของดินแดนที่ได้ชื่อว่า Wild West สวน Garden of the Gods มีหินสีแดงรูปร่างประหลาด กินพื้นที่ถึง 1,367 และเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสุดโปรดของบรรดานักปีนเขา นักปั่นจักรยานเสือภูเขา และผู้ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง ================== 53. Tower of London ประเทศอังกฤษ พระราชวังหลวง และป้อมปราการ ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำเทมส์ของกรุงลอนดอนในประเทศอังกฤษ เมืองผู้ดีที่เก่าแก่ ที่นี่เป็นพระราชวังที่เดิมสร้างโดยพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ. 1078 และขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่ที่ผีดุที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก ถ้าเคยได้ไปสัมผัสจะรู้สึกว่าเป็นปราสาทที่สวยงาม แต่มีบรรยากาศบางอย่างอึมครึมอย่างบอกไม่ถูก หอคอยเคยใช้เป็นป้อมที่ขังนักโทษที่มียศศักดิ์สูง และยังเป็นสถานที่สำหรับประหารชีวิต และทรมานนักโทษอีกด้วย เสียงโอดครวญบางทียังมีเล็ดลอดออกมาในตอนกลางคืนให้ได้ยินกันบ่อยครั้ง ================== 54. Acropolis ประเทศกรีซ อะโครโพลิส คือ ป้อมปราการที่อยู่บนเทือกเขาสูง ซึ่งมีอยู่หลายจุดในประเทศกรีซ อะโครโพลิสที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ อะโครโพลิสแห่งเอเธนส์ ที่นี่ถือได้ว่า เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญของโลกเลยก็ว่าได้ เป็น อารยธรรมโบราณ ซึ่งสถานที่ที่ยังมีสิ่งก่อสร้างซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรือง และความรู้ความสามารถของคนในยุคก่อน ความท้าทายในการเที่ยวชมที่นี่เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวหลายคนถวิลหา เพราะจะต้องเลาะไปตามทางเดินที่อยู่ตรงแนวเนินเขาที่ทั้งสูง และชัน ================= 55. Bagan ประเทศเมียนมาร์ พุกามเป็นเมืองโบราณที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของเมียนมาร์ เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 11 ที่ยังคงความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะความยิ่งใหญ่ของทุ่งทะเลเจดีย์ จนได้รับสมญานามว่าเป็นเมืองแห่งเจดีย์สี่พันองค์ ในสมัยรุ่งเรืองเคยมีเจดีย์มากมายถึง 4,446 องค์ ปัจจุบันเหลือแค่เพียง 2,217 องค์ เจดีย์แห่งแรกของพุกามคือ เจดีย์ชเวสิกอง สร้างโดยพระเจ้าอโนรธามังช่อ ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรพุกาม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในประเทศเมียนมาร์ ================ 56. Bali ประเทศอินโดนีเซีย เกาะบาหลี เป็นเกาะในประเทศอินโดนีเซีย มีเอกลักษณ์ของตนเองเป็นอย่างมาก มีความงดงามตามธรรมชาติ รวมถึงรักษาวิถีชีวิตและความเชื่อในแบบดั่งเดิมไว้ไม่เสื่อมคลาย จึงไม่แปลกใจที่จะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ บาหลี กับ 8 สถานที่เที่ยว ที่ห้ามพลาด อินโดนีเซีย ================ 57. Hampi ประเทศอินเดีย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเมื่อพูดถึงอินเดีย ใครๆ จะต้องนึกถึง ทัชมาฮาล ที่มีชื่อเสียงที่สุดมรดกโลก แต่นักท่องเที่ยวไม่กี่คนเท่านั้นที่จะรู้จัก ฮัมปิ เมืองที่เคยเป็นอาณาเขตของอาณาจักรวิจายานะกา หรือ วิชัยนคร และยังเป็นเมืองหลวงสุดท้ายของอาณาจักรฮินดู แน่นอนว่าที่นี่เต็มไปด้วยวัด และพระราชวังวังที่สร้างด้วยศิลปะแบบดราวิเดียน ================= 58. Pig Beach ประเทศบาฮามาส หาดหมู (Pig Beach) หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า เกาะหมู (Pig Island) หรือ เมเจอร์ เคย์ (Major Cay) แห่งนี้ เป็นเกาะเล็กๆ ที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวของแนวปะการังในเขตเอ็กซูมาของประเทศบาฮามาส เป็นเกาะที่ไร้ผู้อยู่อาศัย ไม่มีบ้านเรือน รีสอร์ทใดๆ มีแต่เจ้าหมูอ้วนๆ นั่งๆ นอนๆ อาบแดดบ้าง เล่นน้ำทะเลบ้าง อย่างเพลิดเพลิน อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ มา Bahams ที่ เกาะหมู ว่ายน้ำกับ หมูทะเล ที่นี่หมูครองโลก ================= 59. Faroe Islands ประเทศเดนมาร์ก Faroe Islands เป็นประเทศในกลุ่มเกาะจำนวน 18 เกาะ ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับในเรื่องของความงดงาม ในแต่ละเกาะมีทั้งหุบเขา หน้าผาสูงชันทั้งที่ดิ่งลงทะเล และลาดเอียงเป็นแนวเนินที่สวยงามอย่างยิ่ง =============== 60. Church Of The Savior On Blood ประเทศรัสเซีย โบสถ์แห่งหยดเลือด ที่รัสเซีย สถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก ที่นี่ การประดับประดาตกแต่ง มีเพดาน กำแพงหลากหลายสีสัน และโดมทรงหัวหอม จึงไม่น่าแปลกใจที่นักท่องเที่ยวจะเลือกที่นี่เป็นจุดหมายในการเดินทาง ================= 61. หลวงพระบาง ประเทศลาว หลวงพระบาง อีกหนึ่งเมืองมรดกโลก ที่น่าเที่ยวมากๆ ของประเทศลาว แม้จะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ บรรยากาศที่เงียบสงบเหมาะกับการมาเดินเที่ยวชิลชมเมือง ชมศิลปวัฒนธรรม และธรรมชาติที่งดงาม วัดวาอาราม แม่น้ำโขง และกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่10 ที่เที่ยว หลวงพระบาง เมืองมรดกโลก ================= 62. Tigers Nest Monastery ประเทศภูฏาน วัดทักซัง หรือ วัดถ้ำเสือ เป็นวัดที่โด่งดังที่สุดในภูฏาน ตั้งอยู่บนขอบของหน้าผาที่สูง 3,000 ฟุตจากระดับน้ำทะเลเหนือหุบเขาพาโร ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยพลังศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระพุทธศาสนา และการเดินทางไปที่แห่งนี้นอกจากความเพียรแล้วต้องมีศรัทธาอันแรงกล้า และความแข็งแกร่งของแรงขาทั้งสองข้างในการเดินขึ้นเขาที่สูงชันท่ามกลางอากาศที่บางเบา อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ทักซัง เมืองพาโร พลังแห่งศรัทธาบนยอดภูผากว่า 3,000 เมตร ================= 63. Socotra Island ประเทศเยเมน Socotra หนึ่งในสถานที่ที่ห่างไกลที่สุดในโลก อยู่ในทะเลอาระเบียประมาณ 150 ไมล์ของแอฟริกา เกาะเป็นที่รู้จักของชาวอียิปต์โบราณ และมาร์โคโปโลก็เป็นผู้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับที่นี่ อย่างไรก็ตามที่นี่ยังคงสภาพเดิมอยู่ และมีประชากรเพียง 80,000 คน อีกทั้งยังไม่มีถนนลาดยางจนกระทั่งถึงปี 2007 นอกจากถ้ำ เกาะที่แปลกประหลาด และน้ำทะเลที่สวยงามแล้ว ความแห้งแล้งบนเกาะยังทำให้เกิดพืชพันธุ์ที่มีรูปทรงคล้ายมาจากต่างดาว มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าประมาณ 33% ของพืชเหล่านี้ไม่สามารถพบได้ที่ใดในโลก และหนึ่งในสิ่งที่แปลกประหลาดที่สุด นับว่าเป็นสัญลักษณ์ของเกาะ Socrota ก็คือต้น Dragon Blood ที่มีรูปทรงเป็นร่มนั่นเอง อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่โซโคตร้า ต้นไม้ยักษ์ล้านปีเหมือนต่างดาว ================= 64. Hobbiton ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อพูดถึง Lord of the Rings คุณจะไม่พูดถึงฮ็อบบิทเป็นไปไม่ได้เลย Matamata เมืองเล็กๆ ในนิวซีแลนด์เป็นโลเคชั่นสำหรับ Lord of the Rings ทั้ง 3 ภาค และทางรัฐบาลนิวซีแลนด์ได้ตัดสินใจให้หมู่บ้านฮ็อบบิทแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ ================= 65. Ladakh ประเทศอินเดีย ลาดัคห์ (Ladakh) เมืองพระพุทธศาสนาเก่าแก่เพียงแห่งเดียวที่เหลืออยู่ในอินเดีย ตั้งอยู่ในแคว้น Jamu Kashmir หรือ แคชเมียร์ตะวันออกถึงแม้ Ladakh จะอยู่ในประเทศอินเดียแต่อุปนิสัยของผู้คนที่นั่นช่างแตกต่างกับคนอินเดียอย่างสิ้นเชิง ลาดัคห์มีความเหมือนกับ ฑิเบต จนได้ฉายาว่า ฑิเบตน้อย ทั้งรูปแบบการสร้างบ้านเรือน เจดีย์ วัดวาอารามเหมือนกับย่อฑิเบตมาไว้ที่นี่ เมืองในหุบเขาที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูงที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่เลห์ ลาดักห์ สวรรค์บนดิน เส้นทางเที่ยวสวยบาดใจ บนเทือกเขาหิมาลัย ================= 66. Cano Crystales ประเทศโคลัมเบีย ลึกเข้าไปในป่าของโคลัมเบียจะมีแม่น้ำสายเก่าแห่งหนึ่งที่ดูเหมือนแม่น้ำธรรมดาๆ หากแต่ในความเป็นจริงคุณสามารถข้ามแม่น้ำสายนี้ได้หลายร้อยครั้งต่อปี อย่างไรก็ตามถ้าเป็นช่วงฤดูฝนและฤดูแล้งจะเกิดปรากฎการณ์ประหลาดที่ทำให้คุณอาจจะตะลึงจนขากรรไกรค้างได้เลยว่า นี่ไม่ใช่ฝันไปใช่มั้ย นี่มันไม่ใช่ภาพหลอนใช่มั้ย ปรากฏการณ์แปลกประหลาดนี้เกิดขึ้นโดยสาหร่ายหลากสีสันที่อยู่ด้านล่างของแม่น้ำพากันพลิ้วไสวอย่างสวยงาม ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ทางชีวภาพที่ไม่ซ้ำกัน ทำให้ Cano Crystales ถูกขนานนามว่า แม่น้ำห้าสี, แม่น้ำแห่งสรวงสวรรค์ และ แม่น้ำที่สวยที่สุดในโลก ================= 67. Jiuzhai Valley National Park ประเทศจีน อุทยานแห่งชาติแห่งนี้ต้องทำให้คุณหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของทะเลสาบสีเขียวคราม และน้ำตกที่สวยราวภาพวาด หุบเขาจิ่วจ้ายโกว นี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเทือกเขาหมินซานทางตอนเหนือของมณฑลเสฉวนนอกจากทะเลสาบและน้ำตกที่สวยงามตระการตาแล้ว ที่นี่ยังเป็นบ้านของกล้วยไม้นานาพันธุ์ และสัตว์อนุรักษ์ อย่างหมีแพนด้า อีกด้วย ================= 68. Chichilianne, Rhone Alpes ประเทศฝรั่งเศส ภูเขามหึมา Mont Aiguille ที่สูงเกือบ 7,000 ฟุต เป็นหนึ่งในเทือกเขา The French Prealps (Pralpes) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของเทือกเขาแอลป์ในฝรั่งเศส ตั้งสงบนิ่งเป็นแบ็กกราวด์ให้กับเมืองที่อยู่เบื้องล่าง เป็นวิวที่สุดแสนอลังการ ใครได้อยู่ที่นี่ขอบอกคำเดียวว่า อิจฉาตาร้อนสุดๆ คงจะรู้สึกเหมือนอยู่ในเมืองลับแลอะไรบางอย่างแน่ๆ ================= 69. Tuscany ประเทศอิตาลี ทัสคานี เป็นแคว้นหนึ่งของประเทศอิตาลี มีเมืองฟลอเรนซ์เป็นเมืองหลวง ตั้งอยู่ในภาคกลางของอิตาลีและทอดยาวจาก Apennines ไปทะเล Tyrrhenian เมืองนี้มีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม เนื่องจากเป็นที่กำเนิดของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาหรือยุคเรอเนซองซ์ ทำให้สถาปัตยกรรมของเมืองนั้นสวยงามมากๆ และที่นี่ยังเป็นที่เป็นที่ตั้งของหอเอนเมืองปิซาอันโด่งดัง รวมถึงมีไวน์รสชาติดีอีกด้วย ================= 70.Colosseum ประเทศอิตาลี โคลอสเซียม เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐ และหินทราย วัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 55,000 คน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบอย่างชาญฉลาด โดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตกอีกด้วย โคลอสเซียมจึงกลายเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆ ในปัจจุบัน ================= 71.Moai เกาะอีสเตอร์ รูปปั้นยักษ์แกะสลักเป็นหน้าคน โมอาย (Moai) ที่เรียกได้ว่าเป็นพระเอกตัวจริงของที่นี่ เชื่อกันว่าเป็นผลงานของชาว โพลีนีเซียน (Polynesian) ที่เข้ามาปกครองเกาะนี้ในช่วงปี 1250 จำนวนของรูปปั้นนั้นกระจายอยู่ทั่วทั้งเกาะประมาณ 887 ตัว รวมทั้งตัวที่ยังแกะสลักไม่เสร็จ และเสียหายระหว่างการขนย้ายด้วย บางตัวมีแค่ส่วนหัว บ้างก็มีส่วนลำตัวที่ส่วนใหญ่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน ขนาดของตัวโมอายที่ใหญ่ที่สุดนั้นสูงถึง 30 ฟุต (ประมาณ 10 เมตร) น้ำหนัก 82 ตัน อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ปริศนา รูปปั้นโมอาย เกาะอีสเตอร์ ความลึกลับที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดิน ================= 72. Xian ประเทศจีน ซีอาน เป็นเมืองที่มีอายุเก่าแก่ เกือบสามพันปี เดิมมีชื่อว่า เสียนหยาง (Xianyang) ที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงของจีนถึง 13 ราชวงศ์เลยทีเดียวทำให้มีคำกล่าวที่ว่า ถ้าอยากเห็นปัจจุบันของจีนต้องไปปักกิ่ง ดูอนาคตของจีนต้องไปเซี่ยงไฮ้ และถ้าอยากเห็นอดีตของจีนต้องไปซีอาน และสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงสุดๆ คงจะหนีไม่พ้น สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นยิ่งกว่าแลนด์มาร์ค นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวซีอานถ้าไม่ได้แวะมาเที่ยวที่นี่ตราหน้าเลยว่ายังไม่ได้มาถึงซีอาน อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่สุสานทหารจิ๋นซี ฮ่องเต้ ซีอาน เต็มอิ่ม 1 วัน (มีคลิป) ================= 73. Rajasthan ประเทศอินเดีย ไม่น่าแปลกใจเลยทีเดียวที่นครภารตะอย่างอินเดียจะเป็นที่แรกๆ ที่เหล่าช่างภาพจะอยากไปชักภาพเป็นคอลเลคชั่นของตัวเอง โดยเฉพาะ รัฐราชสถาน หรือ Rajasthan ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย และติดกับประเทศปากีสถานเป็นอีกจุดหมายปลายทางหนึ่งของนักท่องเที่ยวหลายล้านคนเพราะที่นี่เป็นที่ตั้งของนครสีสวยอย่าง ไจย์ปูร์ (เมืองสีชมพู) อีกทั้งยังเปี่ยมไปด้วยสีสันแห่งวิถีชีวิตของผู้คน พระราชวัง ประเพณี เทศกาล และภูมิทัศน์ที่สวยจับใจ ================= 74. Rotorua ประเทศนิวซีแลนด์ โรโตรัว เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของนิวซีแลนด์ ขึ้นชื่อเรื่องทะเลสาบ และบ่อน้ำร้อน แต่ก็มีที่เที่ยวหลากหลายให้เลือก ทั้งสวนสัตว์ สวนสนุก ฟาร์มสเตย์ และหมู่บ้านชาวเมารี ซึ่งเมืองนี้ยังเป็นแหล่งเข้าถึงชาวเมารี ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองเจ้าของแผ่นดินเดิมได้อย่างใกล้ชิดที่สุดในนิวซีแลนด์ ================= 75. Kelimutu Volcano ประเทศอินโดนีเซีย มหัศจรรย์ธรรมชาติ ทะเลสาบ 3 สี ที่อินโดนีเซีย เป็นทะเลสาบที่อยู่บนปล่องภูเขาไฟเคลิมูตู (Kelimutu Volcano) บนเกาะฟลอเรส (Flores Island) เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะซุนดาน้อย (Lesser Sunda Islands) ประเทศอินโดนีเซีย สวยงามขนาดนี้ ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ================= 76. Muine ประเทศเวียดนาม ทะเลทรายมุยเน่ ประเทศเวียดนามทะเลทรายขาว หรือ White Sand Dunes เป็นเนินทรายที่ใหญ่ที่สุดของมุยเน่ มีทะเลสาปขนาบข้าง เป็นอีกแห่งที่อลังการมากๆ อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ทะเลทรายมุยเน่ ซาฮาร่าแห่งเวียดนามใต้ ที่เที่ยวถ่ายรูปสวย ================= 77. Islands of the Andaman Sea ประเทศไทย ความสนุกอยู่ที่การได้เห็นว่าเกาะจะมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จากความเปลี่ยนแปลงของเมฆ, แสงแดด บ้างก็เห็นแสงสะท้อนสีเงินระยิบระยับจากชายหาด มีหมู่บ้านเล็กๆที่แสดงถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตท้องถิ่น เรียกได้ว่า เกาะบนทะเลอันดามันในประเทศไทยนั้น คือ สวรรค์บนดิน จริงๆ ================= 78. Aurora Borealis ประเทศนอร์เวย์ ปรากฏการณ์ออโรรา ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่มีแสงเรืองๆ เป็นแถบสีต่างๆ บนท้องฟ้าในเวลากลางคืน ปรากฏการออโรรานี้มักจะขึ้นในบริเวณแถบขั้วโลก โดยจะเรียกว่า แสงเหนือ ซึ่งจะสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าส่วนใหญ่ในประเทศนอร์เวย์ตั้งแต่เวลา 22.00 น ถึง เที่ยงคืน อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ ล่าแสงเหนือ ออโรรา ช่วงเวลา และ เมืองที่เกิด ================= 79. Hoi An ประเทศเวียดนาม Romas_Photo / Shutterstock.com ฮอยอันฉันรักเธอ !! เมืองมรดกโลกเล็กๆ ริมฝั่งทะเลจีนใต้ ทางตอนกลางของประเทศเวียดนาม ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดกว๋างนาม ซึ่งในอดีตเคยเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทีเดียว ทุกวันนี้ ฮอยอันยังคงเป็นเมืองขนาดเล็กเช่นเดิม แต่ก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนเป็นจำนวนมากค่ะ สิ่งที่น่าสนใจของฮอยอันก็คือผลงานทางศิลปะ และหัตถกรรม คนชอบสะสมของเก่าสามารถหาชมของโบราณได้อย่างหลากหลาย อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่1 วันเต็มที่ ฮอยอัน ฉันยิ่งกว่ารักเธอ เมืองมรดกโลก เวียดนาม ================= 80. Crystal Ice Cave ประเทศไอซ์แลนด์ หากพูดถึงถ้ำน้ำแข็งที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ดูเหมือนว่าถ้ำน้ำแข็งที่ไอซ์แลนด์ก็เป็นหนึ่งในนั้น นั่นก็คือถ้ำน้ำแข็งที่เมืองสตัฟทาเฟล (Skaftafell) รับรองว่าถ้าใครได้เห็นต้องตื่นตาตื่นใจแน่นอน จะเป็นถ้ำน้ำแข็งสีฟ้าคราม ผนังของถ้ำใสเหมือนคริสตัล จึงเป็นที่มาทำไมถึงเรียกว่า Crystal Ice Cave การเข้าไปภายในถ้ำต้องอาศัยความปลอดภัยเป็นอย่างมาก ในช่วงฤดูหนาวคือช่วงที่เหมาะแก่การมาชมความงามของถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้มากที่สุด ================= 81. Cenote ประเทศเม็กซิโก หลุมเหล่านี้เป็นหลุมลึกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เกิดจากการถล่ม และสลายของหินปูนกลายเป็นหลุมที่มีบ่อน้ำใสขนาดใหญ่ในเม็กซิโก คาดว่าบ่อนี้ก่อตัวขึ้นในช่วงยุคน้ำแข็ง และถูกจัดให้เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่ามายันโบราณอีกด้วย ================= 82. Son Doong ประเทศเวียดนาม Son Doong (ซันดอง) ถ้ำโบราณที่ซุกซ่อนอยู่ภายในหุบเขา มีความกว้าง 200 เมตร สูง 150 เมตร และมีความยาวถึง 9 กิโลเมตร ใครอยากลองเป็นนักสำรวจถ้ำนี้ตอบโจทย์มากๆ ตามไปดูความยิ่งใหญ่เพิ่มเติมได้ที่ ถ้ำใหญ่ที่สุดในโลก Son Doong Cave ประเทศเวียดนาม จุตึกเอ็มไพร์สเตทได้ทั้งตึก นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นสุดยอดทริป ที่คนรักการท่องเที่ยวต้องไปสักครั้งหนึ่งในชีวิต ! อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่Son Doong Cave เวียดนาม ถ้ำใหญ่ที่สุดในโลก จุตึกเอ็มไพร์สเตทได้ทั้งตึก (มีคลิป) ================= 83. Wuhan ประเทศจีน เมืองตำนานยุทธจักรนักสู้ เที่ยวให้มันส์ยันบรรพบุรุษ ตามรอยพงศาวดารจีนสามก๊กที่ หอกระเรียนเหลือง หอสังเกตการณ์ข้าศึก ซึ่งเป็น 1 ใน 3 หอที่สวยที่สุดของจีน ก่อนขึ้นเขา บู๊ตี๊ง มรดกโลกจุดกำเนิดสุดยอดวิชากังฟู ที่นี่แหละคือ จุดที่ต้องมาให้ได้ในเมืองจีน ================= 84. Kirkjufell ประเทศไอซ์แลนด์ Kirkjufell เป็นภูเขาทางฝั่งตะวันตกของไอซ์แลนด์เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์อีกหนึ่งสิ่งของประเทศไอซ์แลนด์เลยก็ว่าได้ เป็นสถานที่ดึงดูดช่างภาพมืออาชีพจากทั่วโลกที่มาเยือนไอซ์แลนด์ต่างก็ต้องมาแชะภาพของที่นี่กลับไปเป็นที่ระลึก ภูเขา Kirkjufell ล้อมรอบไปด้วยวิวทิวทัศน์ทั้งหาดทรายชายทะเล และน้ำตก ไม่ว่าจะมาเที่ยวที่นี่ในช่วงไหนก็มีความงดงามตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในหน้าหนาวที่จะมองเห็นภูเขา Kirkjufell ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว ถ้าโชคดีก็จะได้เห็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงเหนือเต้นดุ๊กดิ๊กๆ อยู่ข้างหลัง ================= 85. St.George's Chapel ประเทศอังกฤษ Piotr Wawrzyniuk / Shutterstock.com โบสถ์เซนต์จอร์จ (St. George's Chapel) ตั้งอยู่ภายในพระราชวังวินเซอร์นั่นเองสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมสำคัญๆ แห่งราชวงศ์อังกฤษมาแล้วมากมายเป็นโบสถ์สไตล์โกธิค และทิวดอร์สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ยุคของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 (ค.ศ. 1461ค.ศ. 1483) เดิมเป็นศาสนสถานเฉพาะสำหรับพระราชวงศ์ และเป็นสุสานบรรจุพระบรมศพของกษัตริย์ถึง 10 พระองค์ อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ ชมโบสถ์เซนต์จอร์จ แห่งพระราชวังวินด์เซอร์ ================= 86. Sagano Bamboo Forest ประเทศญี่ปุ่น ป่าไผ่ซากาโนะ นี้ป่าไผ่ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเกียวโต ทั้งทัศนียภาพที่สวย และแปลกตาของป่าไผ่ซากาโนะ ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยียนที่นี่อย่างไม่ขาดสาย เราสามารถเดินชมป่าไผ่ตามทางเดินที่ได้จัดไว้ให้เป็นระยะทาง 500 เมตร ตลอดสองข้างทางเดินประกอบไปด้วยต้นไผ่สูงชะลูด และในระหว่างทางนักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินไปกับเสียงลำไผ่สีกันยามลมพัด นับเป็นเสียงธรรมชาติที่แสนไพเราะสุดจะบรรยายไปเลยทีเดียว นับว่าที่นี่เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ทำให้ชาวต่างชาติหลายคนต้องมนต์เสน่ห์ของโลกฝั่งตะวันออก อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่เที่ยวญี่ปุ่น ป่าไผ่ซากาโนะ Sagano bamboo forest เกียวโต เสน่ห์โลกตะวันออก ================= 87. Huacachina, Peruvian Desert ประเทศเปรู Huacachina เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเปรู ที่นี่มีคนอาศัยอยู่เพียงแค่ร้อยกว่าคนเท่านั้นในโอเอซิสเขียวชอุ่มท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ใครมาที่นี่แล้วมักจะติดอกติดใจกับกิจกรรมท้าทายก็คือ sandboarding ซึ่งแน่นอนว่า เราจะสามารถเช่า sandboarding จากชาวบ้านมาลองกันสักครั้งในชีวิตได้อีกด้วย ================= 88. Melissani Cave, Kefalonia ประเทศกรีซ Melissani Cave เป็นถ้ำที่ตั้งอยู่บนเกาะ Kefalonia ประเทศกรีซ ถ้ำแห่งนี้ได้สำรวจพบในปี 1951 มีการขุดพบวัตถุโบราณหลายชิ้นด้วยกัน ภายในถ้ำมีทะเลสาบน้ำกร่อยอยู่เข้าไปลึกกว่า 500 เมตรจากทะเล เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอีกที่หนึ่ง นักท่องเที่ยวจะล่องเรือไปตามเส้นทางเพื่อชมธรรมชาติที่สวยงามของน้ำที่ใสราวกับกระจก ตามตำนานเทพเจ้ากรีกโบราณ เหล่านางไม้ที่อาศัยอยู่ในถ้ำที่งดงามนี้จะล่อลวงคนด้วยความงามของพวกเขา และถ้ำนี้ก็ได้ล่อลวงนักดำน้ำหลายคนในหลงเข้าไปในโลกที่เต็มไปด้วยความงามของธรรมชาติ ================= 89. Mount Ai-Petry, Crimea ประเทศยูเครน ความเสียวระดับสูงนี้ตั้งอยู่บนภูเขา Kastron Mountain คุณจะต้องปีนขึ้นไปโดยไม่หันกลับมามองแม้หัวใจจะกองอยู่แทบเท้าแล้วก็ตาม และบนจุดสูงสุดเราจะได้พบกับวิวที่สวยอลังการของอ่าว Balaklava ที่แสนคุ้มค่ากับการขึ้นมา ณ ที่นี้ ================= 90. Lofoten Islands ประเทศนอร์เวย์ Lofoten เป็นกลุ่มของหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในภาคเหนือของนอร์เวย์ภายในอาร์กติกเซอร์เคิล เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงที่แสนจะล่อตาล่อใจนักจับปลาทั้งหลาย คนที่ชื่นชอบการตกปลามักมาที่นี่กันในวันหยุดเพื่ออวดปลาตัวใหญ่ให้โลกเห็น นอกจากนี้ยังมีแนวปะการังที่ลึกที่สุดของโลกอยู่ที่นี่อีกด้วย แน่นอนว่าความสวยงามแห่งซีกโลกเหนืออยู่ที่นี่แหละ ================= 91. St. Petersburg ประเทศรัสเซีย เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (St. Petersburg) เป็นเมืองท่าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย ตั้งอยู่ปากแม่น้ำเนวา ริมอ่าวฟินแลนด์ในทะเลบอลติก สร้างโดยพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราช เรียกได้ว่าเป็นจุดศูนย์กลางแห่งความเจริญที่เก่าแก่ที่สุดรวมไปถึงด้าน นโยบายการเมืองและเศรษฐกิจที่มีบทบาทและความสำคัญในหน้าที่ประวัติศาสตร์ สมัยที่เคยเรืองอำนาจในยุโรปจนถูกขนานนามว่า หน้าต่างของยุโรป ================= 92. Zermatt ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ Zermatt (เซอร์แมตส์) เมืองเล็กน่ารักที่อุดมไปด้วยมิตรไมตรี บนความสูง 1,620 เมตร บริเวณเชิงเขา Matterhorn (แมทเทอร์ฮอร์น) หนึ่งในยอดเขาที่สวยงามที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ นั่งรถไฟเลียบหุบเขา สวิตเซอร์แลนด์ เยือนเมืองจักรยาน Zermatt พิชิตเขาสูง Matterhorn ================= 93. Angkor Wat ประเทศกัมพูชา ที่นี่คือโบราณสถานที่เกี่ยวกับศาสนาที่ใหญ่ที่สุดของโลก และยังได้เป็นอันดับ 1 ใน Travelers Choice ในปี 2015 นี้อีกด้วย นครวัด สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 12 เป็นสิ่งก่อนสร้างที่มีมนต์เสน่ห์อย่างน่าประหลาด ชวนให้หลายคนหลงใหลและอยากจะเดินทางมาเยือนที่นี่สักครั้ง นอกจากนี้ที่นี่ยังได้ชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของกัมพูชา และยังเป็นหนึ่งในมรดกโลกที่ UNESCO ยกย่อง ================= 94. Trolltunga in Hordaland ประเทศนอร์เวย์ Trolltunga มีความหมายว่าลิ้นของโทรลล์ ด้วยความที่เป็นชะง่อนผาที่มีลักษณะคล้ายกับการแลบลิ้นออกมาจากภูเขาประมาณ 2,000 ฟุตลอยอยู่กลางอากาศแบบนี้นั่นเอง หากยอมปืนเขาที่สูงกว่า 700 เมตรนี้ได้ จะเห็นวิวที่คุ้มค่ากับที่ปืนขึ้นมาแน่นอน เพราะวิวของแม่น้ำ Ringedalsvatnet สวยอย่างกับภาพวาด ================= 95. Tunnel of Love ประเทศยูเครน อุโมงค์แห่งความรัก (Tunnel of Love) คืออีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของประเทศยูเครน เป็นอุโมงค์รถไฟที่สร้างขึ้นจากต้นไม้อย่างสวยงามตั้งอยู่ในเขตเมืองเคลเว่น (Klevan) เมืองเล็กๆ ในจังหวัดริฟเน (Rivne region) จังหวัดที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกของประเทศยูเครนนั่นเอง เห็นแบบนี้โรแมนติกอย่าบอกใคร แนะนำให้เก็บเงินแล้วเตรียมไปถ่ายพรีเวดดิ้งที่นี่เลย ================= 96. Salar De Uyuni ประเทศโบลิเวีย Salar de Uyuni เป็นทะเลเกลือที่ใหญ่ได้ชื่อว่าเป็น กระจกเงาที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง เป็นพื้นที่ราบที่ประกอบด้วยเกลือจำนวนมหาศาลบนเนื้อที่ 10,582 ตารางกิโลเมตร เป็นทะเลเกลือใหญ่ที่สุดของโลก อยู่ติดเขตระหว่างสองจังหวัดคือ Potosi และ Oruro ทางตอนใต้ของประเทศโบลิเวีย ลองมาตอนหน้าฝน จะเหมือนได้ยืนอยู่ท่ามกลางทะเลที่สะท้อนกับท้องฟ้าราวกับกระจก อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ผืนฟ้าจรดผืนโลก ที่ Salar de Uyuni โบลิเวีย ทะเลเกลือที่ใหญ่ และสวยที่สุดในโลก ================= 97. Zhangye Danxia, Gansu ประเทศจีน ภูเขาสีรุ้ง หรือ ภูเขาหลากสีในเขตมณฑลกันซู่ ประเทศจีน เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกได้ว่าเป็นงานศิลปะที่สรรสร้างด้วยฝีมือธรรมชาติโดยแท้ ภาพภูเขหลากหลายสีสันตรงนี้ เกิดจากการตกตะกอนของหินทราย และแร่ธาตุในบริเวณนี้ทับถมกันมานานกว่า 24 ล้านปีนั่นเอง ================= 98. Himeji Castle ประเทศญี่ปุ่น ปราสาทฮิเมจิ มีประวัติศาสตร์ก่อตั้งกว่า 400 ปี เป็นปราสาทที่คงสภาพเดิมที่สุดในญี่ปุ่น ถือว่าเป็น 1 ใน 3 ปราสาทที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่น โดยอีก 2 แห่งคือ ปราสาทมะสึโมะโตะ และปราสาทคุมะโมะโต รวมทั้งได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกเป็นครั้งแรกของประเทศญี่ปุ่นในปี 1993 ความสง่างามของที่นี่ได้รับการเปรียบเปรยให้ถูกเรียกว่า ปราสาทนกกระสาขาว อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ เที่ยวญี่ปุ่น เช็คอิน ปราสาทฮิเมจิ กับ 7 กิจกรรมโดนๆ ที่ต้องลองสักครั้ง ! ================= 99. Cappadocia ประเทศตุรกี คัปปาโดเกีย (Cappadocia) เมืองมหัศจรรย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศตุรกี เป็นเมืองที่ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.1985 เป็นพื้นที่พิเศษเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และภูเขาไฟ ฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว (ปัจจุบันภูเขาไฟทั้ง 2 ดับแล้ว) ทำให้ลาวาที่พ่นออกมา เถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายไปทั่วบริเวณทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา เกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวงสารพัดรูปร่าง ================= 100. Valley of Flowers ประเทศอินเดีย Valley of Flowers National Park ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเทือกเขาหิมาลัย ในรัฐ Uttarakhand ของประเทศอินเดียบนความสูง 3,650 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล กินอาณาบริเวณกว่า 87 ตารางกิโลเมตร บนนี้จะพบดอกไม้นานาพันธุ์ที่ทั้งสวยงาม และหายากในแถบภูมิภาคอื่นกว่า 520 ชนิด รวมถึงมีสรรพคุณทางยาด้วย โดยปกติดอกไม้จะบานสะพรั่งละลานตาในช่วงเดือนมิถุนายน ไปจนถึงต้นกันยายน อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ Valley of Flowers แดนแห่งขุนเขา ดอกไม้ และสายธาร ที่ประเทศอินเดีย อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่ FACEBOOK LINE TWITTER EMAIL TrueID Application
ต่างประเทศ • 25 พ.ค. 61
อ่าน
นิวคาสเซิ่ล VS แอธ.บิลเบา : พรีวิว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2025/26 (ลิ้งก์ดูบอลสด)
วิเคราะห์บอล : นิวคาสเซิ่ล VS แอธ.บิลเบา รายการ :ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2025/26 รอบลีกเฟส นัดที่ 4 แมตช์การแข่งขัน : นิวคาสเซิ่ล VS แอธ.บิลเบา วัน/เวลาแข่งขัน : คืนวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 03.00 น. สนาม : เซนต์ เจมส์ ปาร์ค ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 4 ฟอร์มการเล่น 5 นัดหลังสุด นิวคาสเซิ่ล 02/11/25 แพ้ เวสต์แฮม 1-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก 30/10/25 ชนะ สเปอร์ส 2-0 (เหย้า) คาราบาว คัพ 25/10/25 ชนะ ฟูแล่ม 2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก 22/10/25 ชนะ เบนฟิก้า 3-0 (เหย้า) ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 18/10/25 แพ้ ไบรท์ตัน 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก แอธ.บิลเบา 01/11/25 แพ้ เรอัล โซเซียดาด 2-3 (เยือน) ลา ลีกา 25/10/25 แพ้ เคตาเฟ่ 0-1 (เหย้า) ลา ลีกา 22/10/25 ชนะ คาราบัก 3-1 (เหย้า) ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 19/10/25 เสมอ เอลเช่ 0-0 (เยือน) ลา ลีกา 04/10/25 ชนะ มายอร์ก้า 2-1 (เหย้า) ลา ลีกา ผลงานการเจอกันของทั้งสองทีม 30/07/22 นิวคาสเซิล 2-1 แอธ.บิลเบา (กระชับมิตร) 03/11/94 แอธ.บิลเบา 1-0 นิวคาสเซิล (ยูฟ่า คัพ) 19/10/94 นิวคาสเซิล 3-2 แอธ.บิลเบา (ยูฟ่า คัพ) บทวิเคราะห์ นิวคาสเซิ่ล ฟอร์มยังขึ้นๆ ลงๆ หลังจากนัดล่าสุดเพิ่งบุกไปแพ้ เวสต์แฮม 1-3 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในขณะที่ แอธ.บิลเบา ฟอร์มช่วงหลังก็ค่อนข้างแย่ โดยชนะแค่นัดเดียวจากเกมลีก 8 นัดหลังสุด คู่นี้หากเทียบชื่อชั้นถือว่าสูสีใกล้เคียงกัน แต่ปัจจัยสำคัญที่เชื่อว่าจะมีผลต่อการแข่งขันในเกมนี้คือ นิวคาสเซิ่ล ได้เล่นในถิ่นเซนต์ เจมส์ ปาร์กของตัวเอง ซึ่งทีม "สาลิกาดง" มีจุดแข็งอยู่ที่เกมเหย้า ซึ่งเล่นได้แข็งแกร่ง และเชื่อว่าสาวกทูน อาร์มี่ น่าจะเป็นฝ่ายได้ฉลอง 3 คะแนนเต็มในเกมนี้ สกอร์ที่คาด นิวคาสเซิ่ล 2-1 แอธ.บิลเบา ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรม ลิ้งก์ดูบอลสด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก - ยูโรป้า ลีก 2025/26 ตารางคะแนนฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2025/26 รอบลีก เฟส อัปเดตล่าสุด อันดับดาวซัลโว / แอสซิสต์ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2025/26 อัปเดตล่าสุด
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก • 3 พ.ย. 68
อ่าน
"บึงกาฬ" น้ำโขงลดลง แต่ยังท่วมพื้นที่เกษตรเสียหายกว่า 8,600 ไร่
สถานการณ์ แม่น้ำโขง ในจังหวัดบึงกาฬ จากการตรวจสอบระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดบึงกาฬ เช้านี้วัดได้ 12 เมตร 15 เซนติเมตร ลดลงจากวานนี้ 35 เซนติเมตร ยังอยู่ต่ำกว่าตลิ่ง 1 เมตร 85 เซนติเมตร แม้ว่าระดับน้ำโขงจะมีแนวโน้มที่ลดลง แต่ยังคงมีน้ำโขงในบางจุด ที่ไหลกลับเข้าตามลำห้วยสาขา ซึ่งเชื่อมต่อกับแม่น้ำโขง และยังคงมีปริมาณน้ำท่วมขัง พื้นที่ลุ่มต่ำ ใน 4 อำเภอ คือ อำเภอปากคาด อำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอบุ่งคล้า และ อำเภอบึงโขงหลง ที่อยู่ติดริมแม่น้ำโขง โดยชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ที่มีพื้นที่เกษตรกรรม ในบริเวณดังกล่าว ยังไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่เกษตรกรรมของตัวเองได้ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนหนึ่ง ก็นำสะดุ้ง อุปกรณ์อื่นๆ ออกมาหาปลา เพื่อนำไปประกอบอาหารรับประทาน ลดรายจ่ายในครัวเรือน ซึ่งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรรม เช่น นาข้าว , สวนยางพารา และพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ โดยศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรจังหวัดบึงกาฬ ได้รายงานสถานการณ์พื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม (26 ก.ค.) 1. อำเภอบึงโขงหลง 3 ตำบล / 3 หมู่บ้าน/เกษตรกร 63 ราย/พื้นที่ได้รับผลกระทบ 218 ไร่2. อำเภอเซกา 2 ตำบล / 7 หมู่บ้าน/เกษตรกร 129 ราย/พื้นที่ได้รับผลกระทบ 2,703 ไร่3. อำเภอพรเจริญ 5 ตำบล / 13 หมู่บ้าน/ เกษตรกร 301 ราย/พื้นที่ได้รับผลกระทบ 1,649 ไร่4. อำเภอโซ่พิสัย 4 ตำบล / 44 หมู่บ้าน/เกษตรกร 187 ราย/พื้นที่ได้รับผลกระทบ 1,520 ไร่5. อำเภอปากคาด 2 ตำบล / 4 หมู่บ้าน/เกษตรกร 40 ราย/พื้นที่ได้รับผลกระทบ 780 ไร่6. อำเภอบุ่งคล้า 2 ตำบล / 2 หมู่บ้าน/เกษตรกร 9 ราย/พื้นที่ได้รับผลกระทบ 35 ไร่7. อำเภอเมืองบึงกาฬ 3 ตำบล / 13 หมู่บ้าน/เกษตรกร 442 ราย/พื้นที่ได้รับผลกระทบ 1,685 ไร่รวมมีพื้นที่การเกษตรใน 7 อำเภอ ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย รวมทั้งสิ้น 21 ตำบล 86 หมู่บ้าน เกษตรกร 1,171 ราย พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 8,590 ไร่รวมทั้งสิ้น 1 อำเภอ 1 ตำบล 3 หมู่บ้าน เกษตรกร 19 ราย พื้นที่ได้รับผลกระทบ 20.5 ไร่ภาพรวมจังหวัดบึงกาฬที่ได้รับผลกระทบใน 7 อำเภอ/ 21 ตำบล/ 86 หมู่บ้าน/ เกษตรกร 1,190 ราย (พืช 1,171 ราย , ประมง 19 ราย) (พืช 8,590 ไร่ , ประมง 20.5 ไร่) รวมพื้นที่ 8,610.5 ไร่ส่วนระดับน้ำโขงบริเวณจุดก่อสร้างแลนมาร์ค ริมแม่น้ำโขง หน้าเทศบาลเมืองบึงกาฬ ถึงแม้ระดับน้ำโขงจะเริ่มลดลง แต่ยังคงท่วมถนนที่สร้างใหม่อยู่กลางแม่น้ำโขง ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้ถนนดังกล่าวในการสัญจรไป-มา รวมไปถึงการออกกำลังกาย และชมวิว 2 ฝั่งริมแม่น้ำโขงได้
TNN ช่อง16 • 27 ก.ค. 68
อ่าน
โลกร้อนเผา Great Lakes ร้อนจัด ปลาหาย เห็บบุก ทำชีวิตชาวสหรัฐฯ ปั่นป่วน
รายงานฉบับใหม่จาก Environmental Law and Policy Center ซึ่งเป็นการอัปเดตจากปี 2019 เผยให้เห็นผลกระทบที่ทวีความรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (โลกร้อน) ต่อภูมิภาค Great Lakes ในสหรัฐอเมริกา โดยเน้นย้ำว่าแม้พื้นที่นี้เคยถูกมองว่า “ปลอดภัยจากโลกร้อน” แต่ขณะนี้กลับกลายเป็นจุดอ่อนไหวสำหรับ Great Lakes คือกลุ่มทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ในทวีปอเมริกาเหนือ ประกอบด้วยทะเลสาบ 5 แห่ง คือทะเลสาบสุพีเรียร์ (Lake Superior) ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก, ทะเลสาบมิชิแกน (Lake Michigan), ทะเลสาบฮูรอน (Lake Huron), ทะเลสาบอีรี (Lake Erie) และทะเลสาบออนแทรีโอ (Lake Ontario)ทะเลสาบเหล่านี้อยู่ระหว่างสหรัฐอเมริกาและแคนาดา มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม และวัฒนธรรม เป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเชื่อมโยงกับระบบนิเวศน์และการขนส่งทางน้ำขนาดใหญ่ของทั้งสองประเทศ โดยประเด็นสำคัญจากรายงานฉบับล่าสุดพบว่า1. อุณหภูมิเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี 1951 อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีในภูมิภาคมหาทะเลสาบเพิ่มขึ้นเกือบ 1.7°C แม้ว่าทะเลสาบขนาดใหญ่มักจะช่วยรักษาความเย็นให้ภูมิภาคก็ตาม รายงานระบุว่า 6 ปีหลังสุด ภูมิภาคนี้ร้อนขึ้นเร็วกว่าทุกทศวรรษที่ผ่านมา โดยในเขตเมือง เช่น ชิคาโก คาดว่าภายในทศวรรษ 2030 จะมีช่วงเวลาที่อุณหภูมิพุ่งเกิน 35°C นานกว่า 200 ชั่วโมงต่อปี เทียบกับเพียง 30 ชั่วโมงในอดีต2. ฝนตกหนักและถี่ขึ้นตั้งแต่ปี 1951 ปริมาณฝนรายปีเพิ่มขึ้น 15% และจำนวนวันที่ฝนตกหนัก (มากกว่า 50 มม. ต่อวัน) ก็เพิ่มขึ้นถึง 37% เมื่อเทียบกับช่วงปี 1901–19603. น้ำแข็งลด ระดับน้ำผันผวนรุนแรงฤดูหนาวเป็นฤดูที่อุณหภูมิพุ่งสูงที่สุด ทำให้น้ำแข็งในทะเลสาบลดลงอย่างต่อเนื่อง ในปี 2024 ปริมาณน้ำแข็งโดยเฉลี่ยต่ำที่สุดในรอบกว่า 50 ปี และระดับน้ำในทะเลสาบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เช่น ในทะเลสาบมิชิแกนและฮูรอนอาจสูงขึ้นราว 44 เซนติเมตร ภายในกลางศตวรรษนี้4. น้ำในทะเลสาบอุ่นขึ้นอุณหภูมิผิวน้ำฤดูร้อนในทะเลสาบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะทะเลสาบซูพีเรียร์ ซึ่งร้อนขึ้นเกือบ 2.8°C ตั้งแต่ปี 1979 จนถึง 2023 ส่วนทะเลสาบอื่น ๆ ก็ทำสถิติร้อนที่สุดในปี 2024 และยังพบว่าอุณหภูมิในชั้นน้ำลึกเพิ่มสูงที่สุดอย่างต่อเนื่อง 5. ปลาใกล้สูญพันธุ์ประชากรปลาขาว (lake whitefish) กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว โดยอาจสูญพันธุ์จากบางพื้นที่ภายใน 5 ปี แม้จะหยุดจับปลา อุณหภูมิที่อุ่นขึ้นและน้ำแข็งที่ลดลง ทำให้ไข่ปลาขาดการปกป้อง อีกทั้งยังถูกหอยรุกรานเช่น zebra mussels และ quagga mussels กินลูกปลาไปตั้งแต่ยังไม่โตเต็มวัย6. เห็บขยายอาณาเขตโลกร้อนส่งผลให้เห็บขยายถิ่นอาศัย โดยเฉพาะ “เห็บขาดำ” ที่เป็นพาหะโรค Lyme และ “เห็บ lone star” ซึ่งอาจทำให้ผู้ติดเชื้อแพ้เนื้อสัตว์ชนิดรุนแรงได้7. ป่าเก่าแก่ที่ช่วยดูดซับคาร์บอนแต่ถูกคุกคามข้อมูลจากต้นไม้เก่า 9,000 ต้นในวิสคอนซินเผยว่า ต้นไม้เก่าสามารถกักเก็บคาร์บอนได้มากกว่าที่เคยคาดการณ์ การตัดต้นไม้เก่าจึงเป็นภัยต่อการควบคุมภาวะโลกร้อน และการรักษาป่าเก่าคือเครื่องมือสำคัญในการดักจับคาร์บอนจากบรรยากาศ8. ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสุขภาพขยายวงกว้างชุมชนรอบมหาทะเลสาบ โดยเฉพาะชนพื้นเมืองอย่าง Anishinaabeg (กลุ่ม Ojibwe, Ottawa และ Potawatomi) ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ แหล่งน้ำ อาหาร และพืชพรรณที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม เศรษฐกิจท้องถิ่น เช่น การประมง กีฬา และการท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบจากฤดูหนาวที่สั้นลง น้ำแข็งทะเลสาบลดลง ขณะที่โลจิสติกส์ทางน้ำก็แปรปรวนจากระดับน้ำผันผวนโรคจากแมลง เช่น ยุงและเห็บ เพิ่มความเสี่ยงด้านสาธารณสุขควบคู่กับคลื่นความร้อนและน้ำท่วมบ่อยขึ้น ทำให้โครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งในภูมิภาคต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน
TNN ช่อง16 • 24 ก.ค. 68
อ่าน
สทนช. เตือน 4 จังหวัด "แม่น้ำโขง" ล้นตลิ่ง ช่วง 25 - 29 ก.ค.นี้
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามสถานการณ์แม่น้ำโขง พบว่าอิทธิพลจากพายุโซนร้อน "วิภา" ปกคลุมบริเวณสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) คาดว่าพายุนี้จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงต่อไป ซึ่งส่งผลให้ในช่วงวันที่ 23 – 24 กรกฎาคม 2568 บริเวณแขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว รวมทั้งภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีปริมาณฝนตกหนักมาก ประกอบกับเขื่อนไซยะบุรีมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 17,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่แม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สทนช. คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์แม่น้ำโขง ในช่วงวันที่ 25 - 29 กรกฎาคม 2568 ดังนี้1. จังหวัดเลย อำเภอเชียงคาน ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประมาณ 2.00 – 4.00 เมตร ยังคงต่ำกว่าตลิ่ง 0.85 เมตร2. จังหวัดหนองคาย อำเภอเมืองหนองคาย ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประมาณ 3.00 - 4.00 เมตร และคาดว่าระดับน้ำจะมีแนวโน้มสูงกว่าตลิ่ง 0.30 - 0.50 เมตร3. จังหวัดบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประมาณ 0.50 - 3.00 เมตร และคาดว่าระดับน้ำจะมีแนวโน้มสูงกว่าตลิ่ง 0.50 - 1.00 เมตร4. จังหวัดนครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประมาณ 1.00 - 3.00 เมตร ยังคงต่ำกว่าตลิ่ง 0.50 - 1.50 เมตร ทั้งนี้ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดริมแม่น้ำโขง เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งและท่วมขังบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโขง และริมลำน้ำบางสาขาของประเทศไทยที่ไม่สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงได้โดยสะดวก และโปรดประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงและแจ้งเตือนให้ประชาชนที่สัญจรและประกอบกิจกรรมในบริเวณแม่น้ำโขงรวมทั้งผู้ที่อาศัยในพื้นพื้นที่บริเวณดังกล่าว ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขงประกาศ ณ วันที่ 23 กรกฎาคม 2568ข่าวที่เกี่ยวข้อง- น้ำท่วม-ดินสไลด์ 3 จังหวัด ทางหลวงผ่านไม่ได้หลายแห่ง เช็กเลยที่นี่!- น้ำท่วมน่าน! ล่าสุดเปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว เช็กสถานที่-เบอร์โทรได้ที่นี่- น่านท่วมแล้ว! พายุวิภาเข้าใกล้ไทย คาดอาจหนักสุดในรอบ 40 ปี- สทนช. รับมือมวลน้ำมหาศาล “พายุวิภา” - เฝ้าระวังพื้นที่ลุ่มน้ำยม - น่าน- ปภ.เตือน 57 จังหวัด เฝ้าระวังฝนตกหนัก-น้ำท่วมจากอิทธิพล "พายุวิภา" ถึง 24 ก.ค.นี้- เส้นทางพายุวิภา ล่าสุด! เปิดรายชื่อ 42 จังหวัด วันนี้ "ฝนตกหนักถึงหนักมาก"
TNN ช่อง16 • 23 ก.ค. 68
อ่าน
“ปากีสถาน” สั่งห้าม สร้างโรงแรมรอบทะเลสาบ ปกป้องธรรมชาติก่อนสายเกินไป
แคว้นกิลกิต บัลติสถาน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศปากีสถาน เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยภูเขาสูง มีธรรมชาติที่งดงามและโดดเด่น มีธารน้ำแข็งกว่า 13,000 แห่ง นอกเขตขั้วโลก ความสวยงามทางธรรมชาตินี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วของการท่องเที่ยวนี้กำลังส่งผลกระทบต่อธรรมชาติ เนื่องจากมีการสร้างโรงแรมและเกสต์เฮ้าส์จำนวนมากเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวโดยไม่มีการควบคุมอย่างเหมาะสม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาคเอกชนนอกพื้นที่ ทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย ทั้งการใช้ทรัพยากรน้ำและพลังงาน ปริมาณขยะที่เพิ่มมากขึ้นจากเดิม รวมถึงปัญหาด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง กรณีที่นักท่องเที่ยวต่างชาติได้โพตสต์คลิปลงในโซเชียลมีเดีย ระบุว่าโรงแรมแห่งหนึ่งปล่อยน้ำเสียจากโรงแรมลงในทะเลสาบอัตตาบัด ซึ่งเป็นแหล่งน้ำจืดที่สำคัญในพื้นที่ ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน และดำเนินการปรับโรงแรมดังกล่าวเป็นเงิน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ล่าสุดรัฐบาลกปากีสถานได้ออกคำสั่งห้ามก่อสร้างโรงแรมและที่พักใหม่รอบทะเลสาบในแคว้นกิลกิต บัลติสถาน เป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อควบคุมผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งเกิดจากการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างไร้การควบคุม ซึ่งกฎนี้ได้รับการสนับสนุนและเห็นด้วยจากนักกิจกรรมและประชาชนในพื้นที่ แม้การเติบโตของการท่องเที่ยวจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ สร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน แต่ขณะเดียวกันก็ต้องแลกมากับความเสื่อมโทรมของธรรมชาติที่อาจถูกทำลายจนไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้อีก
TNN ช่อง16 • 19 ก.ค. 68
อ่าน
เตรียมว่ายน้ำในแม่น้ำแซนได้ ฝรั่งเศสปลดล็อก 5 กรกฎาคมนี้
ชาวปารีสและนักท่องเที่ยวเตรียมกลับไปว่ายน้ำในแม่น้ำแซนได้อีกครั้งเป็นครั้งแรกในรอบกว่า100ปีหลังทางการกรุงปารีสประกาศเปิดพื้นที่ว่ายน้ำใหม่3แห่งในวันที่5กรกฎาคมนี้พื้นที่ว่ายน้ำใหม่ริมแม่น้ำแซนมี 3 พื้นที่ ได้แก่ ใกล้มหาวิหารนอเทรอดาม บริเวณใกล้หอไอเฟล และย่านฝั่งตะวันออกของกรุงปารีส โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในมรดกสำคัญที่เชื่อมโยงกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก2024ซึ่งกรุงปารีสเป็นเจ้าภาพและต้องใช้งบประมาณมหาศาลกว่า1.5พันล้านดอลลาร์สหรัฐหรือมากกว่า48,000ล้านบาทในการทำความสะอาดแม่น้ำเพื่อให้กลับมาว่ายน้ำได้ชาวปารีสกล่าวด้วยความตื่นเต้นว่ามันคือฝันที่เป็นจริงที่จะได้ว่ายน้ำในแม่น้ำกลางเมือง หากคุณไปที่เมืองอย่างซูริกในสวิตเซอร์แลนด์ จะเห็นว่าพวกเขามีทะเลสาบที่งดงาม ว่ายน้ำได้ทุกที่ทุกเวลา ฉันรู้สึกว่ามันน่าทึ่งมาก แต่ในทางตรงกันข้าม ชาวปารีสอีกหลายคนยังคงลังเลและระมัดระวัง พวกเขาบอกว่าจะรอดูผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ที่ลงเล่นในช่วงแรกก่อนอย่างไรก็ตาม หนึ่งในอุปสรรคสำคัญไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ของแม่น้ำ แต่ยังรวมถึงปัจจัยอื่น ๆ เช่น เศษขยะที่ลอยอยู่บนน้ำ น้ำดูขุ่นมัวในบางวัน เรือท่องเที่ยวแล่นผ่านไปมาตลอดเวลา ระดับเชื้อแบคทีเรียในน้ำเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศและปริมาณฝนก่อนหน้านี้ในการเตรียมความพร้อมก่อนโอลิมปิกทางการได้ติดตั้งหน่วยฆ่าเชื้อใหม่และสร้างถังเก็บน้ำเสียขนาดใหญ่เพื่อป้องกันไม่ให้ของเสียไหลลงแม่น้ำโดยตรงในช่วงฝนตกแม้เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมาการแข่งขันบางรายการต้องเลื่อนเพราะคุณภาพน้ำไม่ผ่านเกณฑ์แต่ทางการกรุงปารีสยืนยันว่าตั้งแต่วันที่5กรกฎาคมนี้เป็นต้นไปประชาชนสามารถว่ายน้ำหรืออาบแดดได้ฟรีตามเวลาที่กำหนดโดยมีเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดประจำจุดว่ายน้ำตลอดเวลารองนายกเทศมนตรีฝ่ายกีฬาอธิบายว่า หลักการเหมือนกับชายหาดในฝรั่งเศสทุกแห่ง เห็นธงสีเขียวหมายความว่าว่ายน้ำได้ ธงสีแดงหมายความว่าว่ายน้ำไม่ได้ผู้ก่อตั้งบริษัท Fluidion ซึ่งดำเนินการตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำแซนมาโดยตลอด กล่าวว่า คุณภาพน้ำในแม่น้ำแซนมีความแปรปรวนสูงมาก ในฤดูว่ายน้ำทั้งฤดู มีเพียงไม่กี่วันที่น้ำจะปลอดภัยจริง ๆ สำหรับการว่าย ซึ่งเขายังกังวลว่า วิธีตรวจวัดของทางการอาจไม่สามารถจับความเสี่ยงที่แท้จริงได้ครบถ้วน ในช่วงทศวรรษ 1970 แม่น้ำแซนบริเวณกรุงปารีสเคยมีปลาหากินเพียง 3-4 ชนิดเท่านั้น เนื่องจากมลพิษจากอุตสาหกรรม แต่ในปัจจุบันมี ปลาราว 35 สายพันธุ์อาศัยอยู่ และอาจต้อง แชร์แม่น้ำกับนักว่ายน้ำแล้วในเร็ว ๆ นี้
TNN ช่อง16 • 4 ก.ค. 68
อ่าน
บราซิลพบซากวาฬเกยตื้น คาดพัดหลงหลังย้ายถิ่นที่อยู่
เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เคลื่อนย้ายซากวาฬที่พลัดหลงมาเกยตื้นตายบนชายหาดในย่านบาร์รา เดอ ทิจูกา นครริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิลเมื่อวานนี้ (7 มิ.ย.)สัตวแพทย์ยัสมิน ดัวลีบี จากห้องปฏิบัติการสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในน้ำของมหาวิทยาลัยริโอเดอจาเนโร กล่าวว่า ฤดูหนาวถือเป็นฤดูอพยพโยกย้ายถิ่นที่อยู่ของวาฬ ทำให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่สุดที่พลัดหลงมาเกยตื้นตามแนวชายฝั่ง กลายเป็นภาพที่พบเห็นได้ทั่วไป ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเก็บตัวอย่างและเจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เครื่องจักรหนักเพื่อนำซากวาฬออกไป สื่อบราซิลรายงานว่า ซากวาฬดังกล่าวเป็นของวาฬหลังค่อมยาว 6 เมตร (19.6 ฟุต) และการดำเนินการเพื่อเคลื่อนย้ายซากวาฬใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง.
TNN ช่อง16 • 8 มิ.ย. 68
อ่าน
ทะเลบอลติกเสื่อมโทรม ปลาหาย ระบบนิเวศพัง วิกฤตเร่งด่วนที่ยุโรปต้องแก้ไข
ทะเลบอลติก เป็นหนึ่งในทะเลที่สำคัญทั้งด้านประมงและเศรษฐกิจของยุโรป แต่ปัจจุบันกำลังเผชิญกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ เนื่องจากบอลติกเป็นทะเลกึ่งปิด มีเพียงช่องแคบเดนมาร์กที่เชื่อมต่อกับมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นเหตุผลที่ทำให้ทะเลบอลติกน้ำตื้นและมีความเค็มต่ำ ระบบนิเวศในบริเวณนี้จึงมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมอย่างมากในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ ทะเลบอลติกเคยเป็นพื้นที่ทะเลตายที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาก่อน เนื่องจากมีการปนเปื้อนของฟอสฟอรัสและไนโตรเจนจากพื้นที่เกษตรกรรม น้ำเสีย และอุตสาหกรรมต่างๆ ลงในทะเลบอลติก จนเกิดการขยายตัวของสาหร่ายในช่วงฤดูร้อน สาหร่ายเหล่านี้จะแย่งชิงออกซิเจนจากสัตว์น้ำ จนสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในน้ำไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ เมื่อเกิดการสะสมเป็นเวลานานก็จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศพื้นทะเลล่มสลาย สูญเสียความหลากหลายทางธรรมชาติ ความเสื่อมโทรมในทะเลบอลติกสร้างความกังวลใจอย่างมาก โดยเฉพาะชาวประมงที่ต้องหาเลี้ยงชีพด้วยการจับปลา แต่กลับกลายเป็นว่าประชากรปลาลดลงไปอย่างน่าตกใจ ไม่ว่าจะเป็นประชากรปลาค็อดที่เคยมีจำนวนมหาศาลในทะเลบอลติก ลดลงจนแทบจะสูญพันธุ์ ประชากรปลาแซลมอนลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งอัตราการขยายพันธุ์ของปลาหลายชนิดอยู่ในระดับต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนยังซ้ำเติมวิกฤตในทะเลบอลติก โดยรายงานจากการศึกษาในปี 2024 พบว่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในเขตฟินแลนด์เพิ่มขึ้นถึง 1.8 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิพื้นทะเลเพิ่มขึ้น 1.3 องศาเซลเซียส ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นมีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศใต้ทะเล สิ่งมีชีวิตและสัตว์ทะเลเกิดความเครียดจากความร้อน วิกฤตสิ่งแวดล้อมนี้กลายเป็นวาระเร่งด่วนของสหภาพยุโรปที่ต้องหาทางแก้ไขเพื่อฟื้นฟูทะเลบอลติก และแม้ว่าสถานการณ์จะรุนแรงแต่ก็ยังมีหนทางในการฟื้นฟูและแก้ไขได้ หากนานาประเทศในกลุ่มประเทศบอลติกร่วมมือกันในระดับภูมิภาคอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง ก็อาจช่วยคืนชีวิตให้ทะเลบอลติกได้อย่างยั่งยืนอีกครั้ง
TNN ช่อง16 • 6 มิ.ย. 68
อ่าน
เขื่อนเจ้าพระยา คงการระบายน้ำเป็นวันที่ 4
สถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลุ่มภาคกลาง เช้าวันนี้ (2 มิ.ย.) น้ำเหนือที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยาเริ่มมีแนวโน้มลดลง ล่าสุดน้ำเหนือไหลผ่านจุดวัดน้ำC2 หน้าค่ายจิรประวัติ อ.เมืองนครสวรรค์ วัดได้ 1,341 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลดคงตัว.ล่าสุดวัดได้ 15.62 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ทำให้เขื่อนเจ้าพระยาได้คงการระบายน้ำไว้ที่ 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นวันที่4 ตามมาตรการหน่วงน้ำเหนือเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำของ สทนช. ขณะที่ระดับน้ำท้ายเขื่อนก็คงตัวในรอบ60ชม. อยู่ที่ 11.61เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง กรมชลประทานได้ย้ำให้11จังหวัดภาคกลาง ประกอบด้วย อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ ระหว่างนี้ไปจนถึงวันนี้ 2 มิ.ย.โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำริมคลองโผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ริมคลองบางบาล อ.บางบาล รวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำน้อย ใน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยาที่ระดับน้ำจะสูงขึ้นอีก 20-30ซ.ม.ใน24ชม.ข้างหน้า และให้เฝ้าสังเกตุความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ และขอให้ติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดต่อไป
TNN ช่อง16 • 2 มิ.ย. 68
อ่าน
ธารน้ำแข็งเทือกเขาแอลป์ถล่ม สร้างความกังวลใหม่ เสี่ยงน้ำท่วมหมู่บ้านใกล้เคียง
ภาพดาวเทียม ทะเลสาบที่ติดอยู่หลังกองเศษธารน้ำแข็งที่ฝังหมู่บ้านและปิดกั้นแม่น้ำในบลาตเทน ภาคใต้ของสวิตเซอร์แลนด์ แสดงให้เห็นบ้านเรือนที่ถูกทำลายจากดินโคลนและจมอยู่ใต้น้ำ ท่ามกลางความความกลัวว่าจะเกิดน้ำท่วมในหุบเขาแอลป์ แม้ว่าน้ำบางส่วนจะค่อยๆ ลดระดับลงตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 พ.ค.68 ก็ตามเมื่อวันพุธที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา น้ำแข็ง โคลน และหินปริมาณหลายล้านลูกบาศก์เมตรไหลลงมาจากภูเขา ท่วมหมู่บ้านบลาตเทน บ้านเรือนถูกน้ำท่วม ชาวบ้านในหมู่บ้าน 300 คนได้รับการอพยพออกไปแล้ว หลังจากที่ส่วนหนึ่งของภูเขาด้านหลังธารน้ำแข็งเบิร์ชเริ่มพังทลาย ทีมกู้ภัยกำลังค้นหาชายวัย 64 ปีที่สูญหายไป แต่ตอนนี้ได้ยุติการค้นหาลงแล้วเนื่องจากสภาพที่ยากลำบากเป็นอุปสรรคของภารกิจ หลังเหตุการณ์ธารน้ำแข็งพังถล่มทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 29 พ.ค. เนื่องจากกองเศษซากที่อยู่ห่างออกไปเกือบ 2 กม. ขวางทางแม่น้ำลอนซา ไม่สามารถระบายมวลน้ำแข็งที่ละลายออกไปได้จนเกิดเป็นทะเลสาบท่ามกลางกองเศษซาก สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลว่าแอ่งน้ำอาจเคลื่อนตัวออกไปและทำให้ต้องอพยพผู้คนเพิ่มขึ้น เมื่อช่วงดึกของวันที่ 29 พ.ค. เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเตือนให้ประชาชนในกัมเพลและสเตก ซึ่งเป็นหมู่บ้านใกล้เคียงและหมู่บ้านที่อยู่ต่ำกว่า อยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตรทางตอนล่างของแม่น้ำลอนซา เตรียมพร้อมสำหรับการอพยพที่อาจเกิดขึ้นในกรณีฉุกเฉินอย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทางการสวิตฯ กล่าวว่า น้ำที่สะสมบางส่วนได้ไหลผ่านเศษซาก โดยคาว่าน้ำอาจไหลกลับลงสู่แม่น้ำได้ และไม่อยู่ในระดับอันตรายเพิ่มขึ้น
TNN ช่อง16 • 31 พ.ค. 68
อ่าน
ไวรัลลุงตกปลา ป่วนทั้งหาดบางแสน นึกว่าติดโขดหินที่แท้ห่วงเบ็ด
ไวรัลลุงตกปลาติดโขดหินบางแสน น้ำขึ้นลมแรง เจ้าหน้าที่ฉลามขาวเร่งช่วย สุดท้ายห่วงเบ็ดมากกว่าชีวิตโซเชียลแชร์คลิปน่าหวาดเสียว เมื่อลุงนักตกปลาออกไปนั่งตกปลาบนโขดหินกลางทะเลบางแสน แต่จู่ ๆ น้ำทะเลขึ้นเร็ว ลมแรง ทำให้ไม่สามารถกลับเข้าฝั่งได้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฉลามขาวได้รับแจ้งเหตุ รีบเร่งนำอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือกลางคลื่นลมแรง หลังใช้ความพยายามอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็สามารถช่วยลุงขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนถึงกับเพลีย คือคำพูดของลุงที่บอกว่า“จะช่วยทำไม เดี๋ยวน้ำลงก็ขึ้นมาเอง ที่ยังไม่ขึ้นเพราะเป็นห่วงเบ็ด!”เหตุการณ์นี้สร้างเสียงหัวเราะให้กับชาวเน็ต ขณะเดียวกันก็เตือนใจถึงความปลอดภัยในการทำกิจกรรมทางทะเล โดยเฉพาะช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน.">
TNN ช่อง16 • 27 พ.ค. 68
อ่าน
พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ทั่วไทยฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-ดินโคลนถล่ม
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศ 7 วันข้างหน้า 25 - 27 พ.ค.68 ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับร่องมรสุมกำลังค่อนข้างแรงจะพาดผ่านประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 28 – 30 พ.ค. ประเทศไทยจะมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง และมีฝนตกหนักมากในภาคเหนือ เนื่องจากร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน สำหรับบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร และทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรอนึ่ง ในช่วงวันที่ 27 – 30 พ.ค. 68 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนบน มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไซโคลน คาดว่า จะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศบังคลาเทศ ข้อควรระวังในช่วงวันที่ 25 - 27 พ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้ สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยงสำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง สำหรับเรือเล็กบริเวณอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งไว้ในช่วงวันที่ 25 - 27 พ.ค.
TNN ช่อง16 • 25 พ.ค. 68
อ่าน
ภาวะโลกร้อนเร่งความเค็ม กระทบสมดุลทะเลสาบชายฝั่ง แหล่งอนุบาลสัตว์น้ำถูกคุกคาม
ผลจากกิจกรรมของมนุษย์และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบต่อทะเลสาบชายฝั่งทำให้ความเค็มของน้ำเข้มข้นขึ้นจนเกิดการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศตามธรรมชาติบริเวณชายฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ และที่พักพิงของนกอพยพในสภาวะปกติ ทะเลสาบชายฝั่งจะทำหน้าที่เป็นแหล่งอนุบาลปลาและสัตว์น้ำในทะเล และเป็นแหล่งอาหารให้กับฝูงนกอพยพก่อนออกเดินทางต่อ เต็มไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ แต่รายงานวิจัยล่าสุดถูกตีพิมพ์ในวารสารEarth-Science Reviewsระบุว่า เมื่อไม่นานมานี้ทะเลสาบชายฝั่งในหลายที่กลับมีความเค็มจัด ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในทั่วโลก โดยเฉพาะทะเลสาบชายฝั่งในออสเตรเลีย อ่าวเปอร์เซีย และในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน สาเหตุที่ทำให้ความเค็มเพิ่มมากขึ้นมาจากการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ ส่งผลให้เกิดการระเหยมากขึ้น รวมถึงปริมาณน้ำฝนลดลงทำให้น้ำจืดไหลลงสู่ทะเลสาบน้อยลงตามไปด้วย นอกจากนี้การขยายตัวของเมือง และการลดลงของน้ำใต้ดินยังมีส่วนทำให้น้ำจืดและน้ำใต้ดินลดต่ำลงจนไม่สามารถเจือจางความเค็มในทะเลสาบได้ ปรากฏการณ์นี้เห็นชัดเจนที่ทะเลสาบชายฝั่งของออสเตรเลียในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ข้อมูลจากงานวิจัยยังชี้ว่า การเสื่อมโทรมลงของทะเลสาบมีแนวโน้มเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซ้ำเติมความรุนแรงของภาวะโลกร้อนให้เพิ่มมากขึ้นการจัดการปัญหาความเค็มสูงในทะเลสาบชายฝั่งยังช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ ลดอัตราการตายของปลาในแหล่งน้ำ บรรเทาปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบกับหญ้าทะเลที่เป็นแนวป้องกันน้ำตามธรรมชาติอีกด้วยอย่างไรก็ตามความเค็มที่เพิ่มขึ้นในทะเลสาบชายฝั่งทั่วโลกยังสามารถฟื้นฟูกลับมาได้ หากมีการปรับตัวของธรรมชาติอย่างสมดุลอีกครั้ง ยกตัวอย่างเช่นเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในออสเตรเลียเมื่อปี 2022 ส่งผลให้น้ำจืดจำนวนมากไหลลงสู่ทะเลสาบชายฝั่ง หลังจากนั้นไม่กี่เดือนความเค็มในทะเลสาบคูร็องลดลง และสามารถปรับสมดุลกลับมาได้อีกครั้ง
TNN ช่อง16 • 20 พ.ค. 68
อ่าน
มลพิษทางน้ำคุกคาม “บราซิล” น้ำทะเลเปลี่ยนสีทำชาวเมืองกังวล นักวิจัยชี้เกิดจากสารอินทรีย์ไม่อันตราย
คราบที่ปนเปื้อนในน้ำทะเลริมหาดดังกล่าว เริ่มขึ้นตั้งแต่วันพุธที่ 14พ.ค. เป็นวันแรก โดยGlobo สื่อบราซิลระบุว่า คราบที่ปนเปื้อนน้ำทะเลดังกล่าวนั้น มาจากบึง หรือ ลากูน หลายแห่งในกลุ่มบึงและทะเลสาบบาร์รา แอนด์ จาคารีปากัว (Barra and Jacarepagua lagoon complex)ด้านสถาบันสิ่งแวดล้อมแห่งชาติบราซิล (Inea) ระบุอธิบายปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีนี้ว่า กระแสน้ำลง ทำให้น้ำในบึงลากูนต่าง ๆ ลดลงจากระดับ 1.1 เมตร เหลือ 20 เซนติเมตร กระแสน้ำลงนี้ ได้นำพาเอาสารอินทรีย์ ออกมาจากบึงลากูนต่าง ๆ ไหลไปลงทะเล บวกกับความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างน้ำในบึงลากูนกับน้ำทะเล ส่งผลให้สีของน้ำทะเลเปลี่ยนสีในคร้งนี้ ผลการตรวจวิเคราะห์เบื้องต้น ตัวอย่างน้ำทะลที่ทางสถาบันสิงแวดล้อมได้เก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบ พบว่า ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีนี้ ไม่มีอันตรายต่อคนที่สัมผัสกับน้ำทะเลที่เปลี่ยนสีและไม่กระทบต่อคุณภาพของน้ำทะเลส่วนสารอินทรีย์ที่อยู่ในบึงน้ำต่าง ๆ นั้น นักชีววิทยาอธิบายว่า เป็นปัญหาที่เกิดจากการเติบโตของเมืองใหญ่อย่างไร้ระเบียบ ทำให้ขาดการสุขาภิบาลที่เหมาะสม ทำให้น้ำเสียไหลลงแม่น้ำ และไหลต่อไปยังบึงลากูนต่าง ๆ ซึ่งไหลไปลงทะเลในที่สุด
TNN ช่อง16 • 16 พ.ค. 68
อ่าน
เที่ยวบางแสน 1 วัน ทะเลใกล้กรุงเทพ ไปเช้าเย็นกลับ วันเดียวก็เที่ยวได้
วันหยุดนี้ ชวนกันไปชิล ไปเช้าเย็นกลับ เที่ยวบางแสน 1 วัน ทะเลใกล้กรุงเทพ แบบสบายๆ กันตามนี้ได้เลยค่ะ ได้ไปชมวิวทะเลสวยๆ ถ่ายรูปเล่น แวะ อวาเรียม ดื่มด่ำโลกใต้ทะเล เดินเล่นเลียบชายหาด ปล่อยให้ทะเลฮีลใจในวันพักผ่อนนี้ บางแสน เที่ยวไหนดี ใน 1 วัน มาดูกันได้เลยค่ะ เที่ยวบางแสน 1 วัน ทะเลใกล้กรุงเทพทริปไปเช้าเย็นกลับ สบายๆ 1. จุดชมวิวเขาสามมุข เราเริ่มต้นทริปกันด้วย จุดชมวิวเขาสามมุข ค่ะ แลนด์มาร์กที่พลาดไม่ได้เลย เป็นจุดชมวิวทะเลสวยๆ ค่ะ ซึ่งตั้งอยูบริเวณถนนรอบเขาสามมุขนั่นเองค่ะ ตรงนี้จะเป็นทางเดินสวยๆ ชมวิวทะเล ระยะทั้งหมดกว่า 500 เมตร จากโรงแรมสามมุขรีสอร์ท ยาวไปจนถึงร้านอาหารทะเลบริเวณศาลเจ้าแม่สามมุขเลยทีเดียว ให้เราได้มารับลมชมวิว ถ่ายรูปเพลินๆ กันได้ ดูรีวิวเต็มๆ ที่ จุดชมวิวเขาสามมุข ที่เที่ยวบางแสน ชลบุรี แลนด์มาร์กที่ต้องไปแชะ! Runglawan Khrutjaikla / Shutterstock.com ที่อยู่ : ถนนรอบเขาสามมุข ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี พิกัด : https://goo.gl/maps/9hp3oWL1eKKDvYoj6 เปิดให้เข้าชม : สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งวัน เว็บไซต์ : - ================ 2. ศาลเจ้าแม่เขาสามมุข อ่างศิลา ถัดจาก จุดชมวิวเขาสามมุข มาไม่ไกล ไปกันต่อที่ ศาลเจ้าแม่เขาสามมุข อ่างศิลา ค่ะ เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 103 ปี ตั้งอยู่บนเขาสามมุข ที่นี่เป็นที่เลื่องลือถึงความศักดิ์สิทธิ์มาช้านาน โดยเฉพาะกับความเชื่อของแม่ค้าและชาวประมง ที่ก่อนจะออกทะเล มักเซ่นไหว้ศาลเจ้าแม่สามมุขเพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ยังมีผู้คนแวะเวียนมากราบไหว้ขอพรมากมายเลยทีเดียว ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ที่เที่ยวบางแสน ขอพร ศาลเจ้าแม่เขาสามมุข อ่างศิลา ชลบุรี เที่ยวใกล้กรุงเทพ Kollawat Somsri / Shutterstock.com ที่อยู่ : ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี พิกัด : https://goo.gl/maps/mY9saS4Aa12v821n6 เปิดให้เข้าชม : 06.00-18.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/ศาลเจ้าแม่เขาสามมุข-บางแสน-ชลบุรี ================ 3. สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล บางแสน ม.บูรพา Supanee Prajunthong / Shutterstock.com สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล บางแสน ม.บูรพา หรือ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบางแสน ที่เที่ยวบางแสน ที่พลาดไม่ได้เลยค่ะ เป็นอควาเรียมที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ทางทะเล สิ่งมีชีวิต และความเป็นอยู่ของสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ที่อยู่ในเขตน่านน้ำไทย Watcharin Tadsana / Shutterstock.com ไฮไลท์ก็คือ จุดชมแมงกะพรุน นั่นเอง เป็นจุดจัดแสดงที่สวยงามมากๆ เราจะได้เห็น แมงกระพรุน หลายๆ สายพันธุ์ที่กำลังล่องลอยเล่นกับแสงไฟ โดยแต่ละตู้จัดแสดงก็จะมีแมงกระพรุนต่างๆ ชนิดกันไปค่ะ ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ท่องโลกใต้ทะเล พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบางแสน ชลบุรี ม.บูรพา แมงกระพรุนเรืองแสง ที่อยู่ : 169 ถนนลงหาดบางแสน ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี พิกัด : https://goo.gl/maps/Fcchz4MQmzzrxYkt9 เปิดให้เข้าชม : 09.00-16.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/bimsthailand ================ 4. หาดบางแสน หลังจากเที่ยวชม อวาเรียม แล้ว ออกมานั่งชิล นั่งเล่น ริมทะเล ถ่ายรูปสวยๆ กันบ้างที่ หาดบางแสน ค่ะ ที่ ถนนบางแสนสาย 1 จะเป็นถนนเลียบชายหาดตลอดทั้งเส้น เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ริมทะเล น่านั่งมากมายเลยทีเดียว หรือ ใครจะไปนั่งใต้ผ้าใบริมทะเล ก็ชิลไปอีกแบบค่ะ อีกทั้งเรายังสามารถเช่าจักรยานปั่นเล่นๆ เลียบริมชายหาด ถ่ายรูปสวยๆ กันเพลินๆ ได้ด้วยน้า ดูรีวิวเต็มๆ ที่ ทะเลบางแสน ชลบุรี ทะเลใกล้กรุงเทพ มาได้ทุกสุดสัปดาห์เลย amnat30 / Shutterstock.com ที่อยู่ : ถนนบางแสนสาย 1 ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี พิกัด : https://goo.gl/maps/DBmUHf9fVJGBAArj8 เปิดให้เข้าชม : สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งวัน เว็บไซต์ : - ================ 5. ตลาดหนองมน amnat30 / Shutterstock.com ก่อนจบทริปชิลๆ เที่ยวบางแสน 1 วัน ในวันนี้ เราชวนมาแวะเช็กอิน ตลาดหนองมน กันก่อนกลับบ้านค่ะ มาถึงบางแสนทั้งที จะพลาด ข้าวหลามหนองมน ได้ยังไงกัน! Claudine Van Massenhove / Shutterstock.com ที่นี่เป็นแหล่งรวมสารพัดของฝาก ทั้งผลิตภัณฑ์อาหารทะเลสดและแปรรูป เช่น ปลาเค็ม กุ้งแห้ง ปลาหมึกแห้ง อาหารท้องถิ่นอย่างแจงลอน ห่อหมก รวมทั้งขนมหวานก็มีให้เลือกสรรละลานตา โดยเฉพาะ ข้าวหลามหนองมน ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อประจำตลาดหนองมนที่ทุกคนไม่ควรพลาด เดี๋ยวนี้มี ข้าวหลามช็อต แล้วด้วย มาลองชิมกันได้เลยค่ะ ที่อยู่ : ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี พิกัด : https://goo.gl/maps/FGQ3S1Wt5hZ1wcXr5 เปิดให้เข้าชม : 06.00-19.00 น. เว็บไซต์ : - ================ จบไปแล้วกับ ทริปเที่ยวเช้าไปเย็นกลับ บางแสน 1 วัน ขับรถเที่ยว ใกล้กรุงเทพฯ แบบสบายๆ ค่ะ นอกจากที่เที่ยวที่เราได้แนะนำไปแล้ว บางแสนก็ยังมีที่เที่ยวอีกมากมายเลยน้า แถมด้วยร้านอาหารทะเล ราคาถูก ซีฟู้ดสดๆ แซ่บๆ คาเฟ่ อีกเพียบ เพราะงั้น วันหยุดสบายๆ นี้ ชวนกันไปชิล บางแสน ได้เลยจ้า! ที่เที่ยวบางแสน ชลบุรี ที่น่าสนใจอื่นๆ 17 ที่เที่ยวบางแสน ศรีราชา ทะเลใกล้กรุงเทพ เที่ยวงบประหยัด ในวันหยุด
เที่ยววันเดียว • 27 ต.ค. 67
ดูเพิ่มเติม