TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#ทะเลทราย” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ดู
รำพันรักวายุทะเลทราย Love in the Desert
Jetsen Huashi • 25 ม.ค. 68
ดู
ตัวอย่าง: รำพันรักวายุทะเลทราย Love in the Desert
Jetsen Huashi • 10 ม.ค. 68
ภูริ-แอน ทริปฟีลแฟนกลางทะเลทรายประเทศชิลี
ภูริ-แอน ทริปฟีลแฟนกลางทะเลทรายประเทศชิลี
ViewfinderThailand • 2 วันที่แล้ว
กลับมาขับรถเศษเหล็กฝ่าทะเลทรายในปี2026 | Roblox a dusty trip
ลงคลิปเล่น Roblox 6โมงเย็นทุกวัน ห้ามพลาด!! Roblox a dusty trip https://www.roblox.com/th/games/16389395869/a-dusty-trip
Online Station • 15 ม.ค. 69
อ่าน
เปิดตัว 3 ทหารมหาประลัยแห่ง "Onslaught เหนือมนุษย์หลุดนรก" พร้อมจู่โจมจนทะเลทรายต้องลุกเป็นไฟ
สาดไปสมาชิก! เปิดตัว 3 ทหารมหาประลัย (Super Soldiers)หลุดจากนรกมาจู่โจมกันชัดๆ พวกมันคือทหารชีวะที่ถูกปลุกขึ้นมาจากโครงการวิจัยลับของรัฐบาล เพื่อใช้เป็นอาวุธสงครามชั้นยอดแต่เมื่อพวกมันหลุดออกมา ดินแดนทะเลทรายต้องลุกเป็นไฟ ไอ้มือเชือด เรื่องบู๊ระดับพระกาฬ มองเห็นในความมืด ไอ้แมลงสาบ โคตรอาวุธก็เอามันไม่ลง ไอ้ขี้แย ถึงจะร้องไห้ไป แต่ไม่หยุดฆ่า ONSLAUGHT เหนือมนุษย์หลุดนรกกำกับโดย อดัม วิงการ์ด จาก Youre Next และ Godzilla VS Kong วันที่ 22 ตุลาคม ในโรงภาพยนตร์ ทั้งเสียงอังกฤษ และเสียงไทย ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 6 ต.ค. 69
อ่าน
เจาะขุมทรัพย์ใหม่ “Green Tech” เมื่อทะเลทรายถูกย้อมสีเขียว
"Dr. ครับ ผมทำ Packaging ชานอ้อย/มันสำปะหลัง จะไปขายใครที่นั่น? เขาคงไม่สนเรื่องรักษ์โลกหรอกมั้ง?"#ทันหุ้น-นี่คือคำถามที่ผมได้ยินจาก SME ไทยรายหนึ่ง ซึ่งสะท้อนความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ครับ ถ้าคุณยังมองว่าตะวันออกกลางคือดินแดนที่สนใจแต่เรื่องขุดเจาะน้ำมัน และใช้พลาสติกทิ้งขว้าง... คุณกำลังตกขบวนรถไฟขบวนที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจอาหรับความจริงคือ ตอนนี้กลุ่ม GCC (นำโดยซาอุดีอาระเบียและบาห์เรน) กำลังอยู่ในช่วง "Panic Transition" หรือการเร่งปรับตัวหนีตายจากยุคน้ำมัน (Post-Oil Era) ครับ พวกเขารู้ดีว่าน้ำมันมีวันหมด และโลกกำลังแบนพลังงานฟอสซิล ดังนั้น นโยบายระดับชาติอย่าง Saudi Green Initiative หรือ Bahrain’s Net Zero 2060 จึงไม่ใช่แค่คำโฆษณาชวนเชื่อ แต่คือ "กฎหมาย" และ "งบประมาณ" ก้อนมหึมาที่อัดฉีดลงมาและนี่คือ 3 อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industries) ที่ไทยเราเป็น "ตัวท็อป" ของโลก และทางโน้นกำลัง "หิว" เทคโนโลยีพวกนี้มากครับ1. Agritech Smart Farming (เปลี่ยนทะเลทรายให้เป็นแปลงผัก)ผมเคยพา Start-up ไทยรายหนึ่งที่ทำระบบ "โรงเรือนอัจฉริยะ" (Smart Greenhouse) ไปคุยกับนักลงทุนบาห์เรน เชื่อไหมครับว่า เขาตาลุกวาวมาก เพราะโจทย์ของเขาคือ "ความมั่นคงทางอาหาร" (Food Security) แต่เขามีข้อจำกัดเรื่องน้ำและอากาศร้อนจัด เทคโนโลยีของไทยที่ช่วย "ประหยัดน้ำ", "ทนร้อน" และ "เพิ่มผลผลิต" (เช่น ระบบ Hydroponics แนวตั้ง หรือปุ๋ยชีวภาพคุณภาพสูง) คือสิ่งที่เขาพร้อมจ่ายไม่อั้น Insight: อย่าขายแค่ผักครับ ให้ขาย "ระบบปลูกผัก" (Know-How) นี่คือสินค้า High Value ที่แท้จริง2. Bio-Packaging (บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก)ในขณะที่บ้านเราเริ่มรณรงค์ลดถุงพลาสติก ที่บาห์เรนและซาอุฯ เขาเริ่มมีมาตรการบังคับใช้แล้ว โดยเฉพาะในโรงเแรม 5 ดาวและโปรเจ็กต์เมืองใหม่ ไทยเราคือผู้นำด้าน Bioplastics (พลาสติกชีวภาพ) จากมันสำปะหลังและอ้อย สินค้าจำพวก กล่องข้าวชานอ้อย, หลอดดูดน้ำย่อยสลายได้, หรือถุงขยะรักษ์โลก กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากในกลุ่มธุรกิจ HORECA (Hotel, Restaurant, Catering) ที่นั่น Insight: คู่แข่งสำคัญคือจีน แต่จีนมักโดนตีตกเรื่อง "มาตรฐานสิ่งแวดล้อมปลอม" (Greenwashing) ในขณะที่ของไทยมี Certified รับรองระดับสากลที่น่าเชื่อถือกว่า นี่คือจุดแข็งของเราครับ3. Renewable Energy Cooling System (พลังงานสะอาดและระบบความเย็น)แดดที่นั่นแรงกว่าไทยเยอะครับ โซลาร์เซลล์จึงเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่สิ่งที่เขาหาอยู่คือ "นวัตกรรมความเย็นประหยัดพลังงาน" มีผู้ประกอบการไทยรายหนึ่งทำ "สีทาบ้านสะท้อนความร้อน" และ "ฉนวนกันความร้อนนาโน" ไปนำเสนอ ปรากฏว่า Developer โครงการหมู่บ้านจัดสรรชอบมาก เพราะมันช่วยลดค่าไฟแอร์ได้จริง ซึ่งเป็น Pain Point หลักของคนเมืองร้อน Insight: สินค้าก่อสร้างไทย ถ้าแปะป้ายว่า "Energy Saving" จะอัพราคาได้ทันที 20-30% ครับบทสรุป: ไทยคือ "Green Solution Provider"อย่าไปแข่งขายน้ำมันกับเขาครับ สู้ไม่ได้หรอก แต่ให้ไปในฐานะ "ผู้ช่วยกู้โลก" ประเทศไทยมีภาพลักษณ์เรื่อง "ธรรมชาติ" และ "เกษตรกรรม" ที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ถ้าเราเติมคำว่า "Technology" และ "Sustainability" เข้าไป สินค้าไทยจะกลายเป็น S-Curve ตัวใหม่ ที่โกยเงินเข้าประเทศได้มหาศาลสัปดาห์หน้า ผมจะพาไปดูอีกหนึ่ง Soft Power ที่คนไทยมองข้าม แต่คนอาหรับคลั่งไคล้ นั่นคือ "แฟชั่นและเครื่องประดับ" ใครจะไปคิดว่า... ผ้าไหมไทยและพลอยจันทบุรี จะไปเฉิดฉายอยู่บนเรือนร่างของสตรีชั้นสูงในงานกาล่าดินเนอร์ที่ริยาดได้?รอติดตามตอนต่อไปครับ เรื่อง "ความสวยความงาม" นี่แหละ ทำเงินดีนักแล!Dr. Sidney
ทันหุ้น • 31 มี.ค. 69
อ่าน
Free Fire ท้าผู้เล่นร่วมผจญภัยในทะเลทรายลึกลับ กับแคมเปญล่าสุด “ขุมทรัพย์นิรันดร์”
Garena Free Fire เตรียมเปิดตัวแคมเปญใหม่ล่าสุด “ขุมทรัพย์นิรันดร์ (Lost Treasure)” พาผู้เล่นสัมผัสประสบการณ์การผจญภัยแนวสำรวจสุดเข้มข้น ออกเดินทางไปในสภาพแวดล้อมโฉมใหม่ ค้นหาพื้นที่ลับ และสะสมสมบัติหายากที่รอคอยการค้นพบ โดยภายในอีเวนต์ที่จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม ถึง 7 เมษายน แผนที่ “เกาะสวรรค์” ที่ผู้เล่นคุ้นเคยจะถูกเปลี่ยนโฉมเป็นธีมทะเลทราย พร้อมเพิ่มพื้นที่ “ห้องลับใต้บาดาล” ที่จะกระตุ้นมิติการเล่นและความคืบหน้าในเกมให้ล้ำลึกยิ่งกว่าเดิมขึ้น นอกจากนี้ ผู้เล่นยังสามารถปลดล็อกของสะสมธีมพิเศษสุดลิมิเต็ดที่มีเฉพาะในอีเวนต์นี้เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นแพ็กชุดชายหญิง ที่สามารถรับได้ฟรี และสกินปืน Trogon สุดเท่ด้วยการเน้นสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นและกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น แคมเปญ “ขุมทรัพย์นิรันดร์” จึงได้เพิ่มช่วงเวลาการเล่นและมาพร้อมคอนเทนต์ใหม่ ๆ ที่ช่วยเพิ่มสีสันและความหลากหลายให้โลกของ Free Fire โดยแคมเปญนี้มาพร้อมเนื้อเรื่องสไตล์ภาพยนตร์สุดตื่นเต้น พาผู้เล่นติดตามการผจญภัยของ เคลลี่ และทีม ในภารกิจล่าสมบัติในตำนาน ซึ่งต้องเผชิญหน้ากับทั้งพันธมิตรและศัตรูตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ ยังมีเพลงธีมชื่อเดียวกับอีเวนต์ที่ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศสุดพิเศษภายในแคมเปญ ด้วยการผสานงานโปรดักชันสมัยใหม่เข้ากับกลิ่นอายของเครื่องดนตรีดั้งเดิมอย่าง กลองดาร์บูกา เครื่องสายอู๊ด และเครื่องสายซาซ ควบคู่ไปกับของทำนองคุ้นหูอันเป็นเอกลักษณ์ของ Free Fire ที่นำมาเรียบเรียงใหม่อย่างลงตัวแผนที่โฉมใหม่และอาวุธธีมพิเศษในโหมดโดดร่ม Battle Royale และโหมด 4v4แคมเปญ “ขุมทรัพย์นิรันดร์” เปิดฉากด้วยพายุทะเลทรายที่พัดปกคลุมเกาะสวรรค์ เผยให้เห็นสถาปัตยกรรมลึกลับสไตล์โอเอซิสและห้องลับใต้บาดาลที่เพิ่งถูกค้นพบและรอการขุดค้นในโหมดโดดร่ม Battle Royale ผู้เล่นจะได้พบกับจุดสำรวจที่กระจายอยู่ทั้งบนพื้นดินและพื้นที่ใต้ดิน โดยผู้เล่นสามารถปลดล็อกการเข้าถึงห้องลับใต้บาดาลผ่านเงื่อนไขพิเศษภายในแมตช์เพื่อเปิดเส้นทางใหม่ใต้แผนที่ ภายในพื้นที่นี้ ผู้เล่นสามารถใช้งานเครื่องมือช่วยเหลือพิเศษอย่าง ประตูวาร์ปท้องฟ้า และ แคปซูลชุบชีวิต ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกเชิงกลยุทธ์ใหม่ ๆ ให้กับแต่ละแมตช์ ขณะที่ โหมด 4v4 จะมีการเพิ่มอาวุธธีมพิเศษ รวมถึง Trogon แบบยิงเป็นชุด 4 นัด และ FAMAS รวมถึงการ์ดเพิ่มความสามารถ เพื่อเสริมความดุเดือดให้กับการต่อสู้ที่รวดเร็วพื้นที่ห้องลับใต้บาดาลแห่งใหม่ และรางวัลใหญ่ประจำอีเวนต์ แพ็กขุมทรัพย์นิรันดร์ (ชุดที่สองจากซ้ายและชุดขวาสุด)จัดเต็มของสะสมธีมพิเศษสำหรับการผจญภัยที่คอยอยู่ตลอดช่วงแคมเปญ “ขุมทรัพย์นิรันดร์” ผู้เล่นสามารถปลดล็อกรางวัลความคืบหน้าจากการเล่นได้ฟรี โดยรางวัลใหญ่ของแคมเปญคือ “แพ็กขุมทรัพย์นิรันดร์” ทั้งชายและหญิง นอกจากนี้ ผู้เล่นยังสามารถรับสกินปืน Trogon ได้ฟรีผ่านการล็อกอินสะสม พร้อมของรางวัลธีมอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นไอซ์วอลล์ดีไซน์คริสตัล ไอเทมแฟชั่นธีมกิจกรรมหลากหลายชิ้น และอีโมตใหม่ที่สามารถรับได้ฟรีภายในอีเวนต์ยังมีไอเทมคอสเมติกธีมพิเศษอีกหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น สกายวิง ท่าจบ และไอเทมอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ สำหรับผู้เล่นที่มองหาของสะสมระดับพรีเมียม ยังสามารถเลือกสะสมบันเดิลทั้งหมดสามชุด ได้แก่ จอมโจรขุมสมบัติ (ชาย) พรายแห่งทองคำ (หญิง) และ แพ็กคริมสันโจ๊กเกอร์ (ชาย) ทุกชุดมาพร้อมดีไซน์โดดเด่นที่ได้แรงบันดาลใจจากอัญมณีและสอดคล้องกับธีมการล่าขุมทรัพย์ของอีเวนต์ครั้งนี้แพ็ก อัญมณีศักดิ์สิทธิ์ — อัญมณีนิรันดร์ (ซ้าย), ประกายอัญมณี (ขวา)แพ็กคริมสันโจ๊กเกอร์ผู้เล่นสามารถเข้าร่วมมินิเกมขุดหาสมบัติสุดลิมิเต็ด ซึ่งมาพร้อมอินเทอร์เฟซแบบโต้ตอบ ให้ผู้เล่นใช้พลั่วเคลียร์ช่องทรายไปทีละช่องตามความคืบหน้ากิจกรรมภายในอีเวนต์ และยังมีเครื่องมือตัวช่วยอย่าง เครื่องสแกน และ เครื่องตัดระยะ ที่ช่วยในการนำทางและเปิดเส้นทางเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน การทำกิจกรรมร่วมกันกับเพื่อน เช่น การช่วยเพื่อนเคลียร์บล็อกทราย ยังจะช่วยให้สามารถสะสมสมบัติร่วมกันได้ตลอดช่วงแคมเปญติดตามข่าวสารอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่• Garena Free Fire: Website | Facebook | YouTube | Instagram• Garena Free Fire Esports: Facebook | YouTube | Instagramสามารถดาวน์โหลด Garena Free Fire ได้ทั้งบน Apple iOS App และ Google Play[ข่าวประชาสัมพันธ์]
Online Station • 10 มี.ค. 69
อ่าน
“แอฟ ทักษอร” พา “น้องปีใหม่” เที่ยวอียิปต์ ขอควบม้าโพสท่าสุดเท่กลางทะเลทราย
แอฟ ทักษอร พา น้องปีใหม่ เที่ยวอียิปต์ ขอควบม้าโพสท่าสุดเท่กลางทะเลทราย เป็นคู่แม่ลูกที่น่ารักมากๆ มีโมเมนต์มาให้แฟนๆได้ใจฟูตลอด ล่าสุด แอฟ ทักษอร ได้พาลูกสาวคนเก่ง น้องปีใหม่ ไปเที่ยวพักผ่อนที่ประเทศอียิปต์ แต่ไม่ได้ไปกัน 2 คน เพราะมีเพื่อนร่วมทริปไปเปิดประสบการ์ณด้วยกัน ล่าสุด แอฟ ได้ลงภาพบรรยากาศแห่งความสุขที่ไปเยือนประเทศอียิปต์ บอกเลยว่าแต่ละคนแข่งกันโพสท่าเท่ๆกันสุดฤทธิ์ ดูจากหน้าตาแล้วคงสนุกไม่น้อย พร้อมเขียนแคปชั่นว่า กว่าจะถึง Cairo collection ก็มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์แซวกันมากมาย เช่น Wowwww..มากๆคะแม่, Omg ภาพสวยมากๆ ค่ะ เท่สุดๆ,น่ารักมากกกกกก,น่าเที่ยวมากค่ะ,สวยทุกภาพเลยค่ะ,ในที่สุดคอนเท้นอียิปก็มาเเล้วว ฯลฯ
ดาราเดลี่บันเทิง • 4 ก.พ. 69
อ่าน
ดูอนิเมะ Gachiakuta กาจิอาคุตะ ตอนที่ 10 มุ่งหน้าสู่ทะเลทรายตามหาสตรีต้องห้าม
ดูอนิเมะออนไลน์ Gachiakuta กาจิอาคุตะ ตอนที่ 10 ระหว่างเตรียมตัวเดินทางสู่ดินแดนต้องห้าม รูโด้ จำเป็นต้องเข้ารับการปลุกเสกเพื่อปกป้องตัวเองจากอันตรายรอบด้าน การปลุกเสกนี้ต้องอาศัยฝีมือของกิฟเวอร์ ผู้มีพลังพิเศษในการใส่ยันต์ลงไปในภาพวาดได้ แต่แล้วพวกเขาก็ต้องพบกับข่าวร้าย เมื่อรู้ว่ากิฟเวอร์ที่พวกเขาตามหาได้เสียชีวิตลงแล้ว แม้จะเต็มไปด้วยความเศร้าโศก แต่สุดท้ายเรมลินก็ลุกขึ้นยืนหยัดอีกครั้ง เขาเปลี่ยนความเสียใจให้กลายเป็นพลัง จัดงานเทศกาลศิลปะที่เต็มไปด้วยสีสันและความหวัง เพื่อส่งดวงวิญญาณของกิฟเวอร์ที่ชื่อก๊อบให้ไปสู่ดินแดนแห่งอิสรภาพและความสุขนิรันดร์อนิเมะ Gachiakuta อัปเดตตอนใหม่ทุกวันอาทิตย์ เวลาประมาณ 22.00 น. ซับไทย พร้อมพากย์ไทย ที่ ทรูไอดี กดดูเลย Gachiakuta ตอนที่ 10 เรื่องราวในตอนที่ 10 หลังจาก ก๊อบ นักปลุกเสกผู้สร้างยันต์เสียชีวิตลง เรมลินผู้ที่ก๊อบให้ความไว้วางใจได้รับสืบทอดให้ใช้จิงกิของเขาเพื่อเป็นนักปลุกเสกคนใหม่ รูโด้และพรรคพวกจึงขอให้เรมลินช่วยทำยันต์ให้พวกเขา เมื่อได้ยันต์แล้วพวกเขาก็เดินทางกลับมายังสำนักงานใหญ่ของหน่วยนักเก็บกวาดเพื่อรับชุดคลุมที่ตัดเตรียมไว้ให้รูโด้ และตรงไปยังดินแดนต้องห้ามกลางทะเลทรายที่ร่ำลือกันว่าเป็นที่อยู่ของ "สตรีต้องห้าม" ในทันที สมัครแพ็กเกจ TrueID+ ผ่านแอป TrueID หรือ กล่อง TrueID TV สมัครเลยhttps://ttid.co/D7LM/h28h8u08
Anime • 13 ก.ย. 68
อ่าน
ดูซีรีส์จีน "Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย" ซับไทย-พากย์ไทย ดูฟรีที่ทรูไอดี
ตำนานรักแห่งห้วงท้องทะเลทรายจะอุบัติขึ้น ท่ามกลางเกมการเมืองที่ร้อนระอุ ขั่วอำนาจที่สามารถพลิกผันได้ทุกเมื่อ เธอคือความหวังหนึ่งในการยืนหยัดเพื่อแผ่นดินมาตุภูมิ กับซีรีส์ฟอร์มดีสุดอลังการ "Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย" ที่ดัดแปลงสร้างมาจากนวนิยายเล่มดังของนักเขียน เจียนอัน การันตีงานสร้างโดยผู้กำกับ "เหอเจียนาน" จากซีรีส์ดัง Circle of Love และ Fake Phoenixes ณ ดินแดนทะเลทรายอันกว้างขวาง อันเป็นที่ตั้งแห่ง 3 แคว้นนคราที่ดำรงอยู่บนสมดุลแห่งอำนาจที่ละเอียดอ่อน เมื่อเส้นบาง ๆ ได้ขาดสะบั้นลงกลายเป็นสงครามแห่งความขัดแย้ง องค์หญิงหวงเป่ยซวง แห่งนครหมาสุย สตรีเลอโฉมผู้เลื่องลือไปทั่วอาณาจักร ต้องตกเป็นเจ้าสาวสัมพันธไมตรีโดยไม่คาดคิด พร้อมกับถูกส่งตัวไปยังนครอวิ๋นเพ่ย เกมแห่งการดิ้นรนอันแสนซับซ้อนจึงได้เริ่มต้นขึ้น ระหว่างทางที่จะฝ่าดินแดนทะเลทรายอันแสนอ้าว้าง นางต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคและพบกับ 'บัวทมิฬ' กลุ่มกบฎผู้ทรงอิทธิพล ที่ทำให้นางเลือกจะไม่นิ่งเฉยยอมจำนนต่อโชคชะตาเช่นนี้ นางใช้ความกล้าหาญและสติปัญญาในการสร้างพื้นที่ของตัวเองกลางผืนทะเลทราย ซึ่งระหว่างนั้นก็ได้มาพานพบกับ ฮั่วฉิงอวิ๋น ขุนนางทางเหนือแห่งนครเทียนตู พวกเขาจึงได้ร่วมมือกันในการฝ่าฟันภาพลวงตาท่ามกลางพื้นที่กันดาร หวังจะควบคุมทิศทางและกระแสลมแห่งอำนาจเพื่อนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ พบการโคจรมาเจอกันของ "ฮานีเค่อจือ" กับ "ฟางอี้หลุน" ร่วมด้วยทัพนักแสดงชั้นนำอีกเพียบ ติดตามชมตอนใหม่ ๆ ได้ทุกวันเสาร์-จันทร์ ในรูปแบบซับไทยและพากย์ไทย เวลาประมาณ 17.00 น. เริ่ม 25 มกราคมนี้ ดูฟรีดูที่ทรูไอดี ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ซับไทย-พากย์ไทย ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 1 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 2 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 3 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 4 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 5 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 6 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 7 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 8 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 9 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 10 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 11 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 12 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 13 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 14 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 15 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 16 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 17 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 18 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 19 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 20 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 21 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 22 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 23 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 24 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 25 ดูซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตอนที่ 26 ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
รวมหนังน่าดู • 24 ก.พ. 68
อ่าน
ซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ที่ TrueID ผลงานอลังการของ ฮานีเค่อจือ
ซีรีส์จีน Love in the Desert รำพันรักวายุทะเลทราย ตำนานรักแห่งห้วงท้องทะเลทรายจะอุบัติขึ้น ท่ามกลางเกมการเมืองที่ร้อนระอุ ขั่วอำนาจที่สามารถพลิกผันได้ทุกเมื่อ เธอคือความหวังหนึ่งในการยืนหยัดเพื่อแผ่นดินมาตุภูมิ พบการโคจรมาเจอกันของ "ฮานีเค่อจือ" กับ "ฟางอี้หลุน" ในซีรีส์ที่สร้างความประทับใจให้ผู้ชมมาแล้วเมื่อปี 2024 ติดตามชมตอนใหม่ ๆ ได้ทุกวันเสาร์-จันทร์ ในรูปแบบซับไทยและพากย์ไทย เวลาประมาณ 17.00 น. เริ่ม 25 มกราคมนี้ ดูฟรีดูที่ทรูไอดี
เรื่องย่อละคร • 25 ม.ค. 68
อ่าน
ทะเลทรายอาตากามาทำ ALMA หยุดทำงาน ชี้สัญญาณผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้ว
วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา กล้องโทรทรรศน์วิทยุ ALMA หนึ่งในเครื่องมือทางดาราศาสตร์ที่ทรงพลังที่สุดในโลก ต้องเข้าสู่โหมด “เอาตัวรอด” และระงับปฏิบัติการชั่วคราว หลังจากพายุหิมะหายากพัดถล่มพื้นที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่งสำหรับทะเลทรายอาตากามา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แห้งแล้งที่สุดในโลก โดยมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยเพียง 1 ถึง 15 มิลลิเมตรต่อปี การที่หิมะตกหนักจนปกคลุมศูนย์สนับสนุนปฏิบัติการของ ALMA ซึ่งตั้งอยู่ที่ความสูง 2,900 เมตร ทำให้ต้องระงับการสังเกตการณ์ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมากล้องโทรทรรศน์วิทยุ ALMA หรือ Atacama Large Millimeter/submillimeter Array ตั้งอยู่บนที่ราบสูงชาญานตอร์ (Chajnantor Plateau) ที่ระดับความสูงกว่า 5,100 เมตรในภูมิภาคอันโตฟากัสตา โดยตามปกติจะประสบกับหิมะไม่เกินปีละสามครั้งเท่านั้น ราวัล คอร์เดโร (Raúl Cordero) นักอุตุนิยมวิทยาจากมหาวิทยาลัยซานติอาโก ระบุว่า พายุหิมะในฤดูหนาวมักเกิดจากอากาศชื้นจากมหาสมุทรแปซิฟิกหรือป่าอะเมซอน แต่กรณีล่าสุดนี้เกิดจาก “ความไม่เสถียรของบรรยากาศ” ที่ผิดปกติ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาชิลีเตือนล่วงหน้าว่าจะมีหิมะตกและลมแรงถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในพื้นที่ตอนเหนือสถานการณ์เลวร้ายยังทำให้บางพื้นที่เกิดดินถล่ม ไฟฟ้าดับ โรงเรียนปิดชั่วคราว และบ้านเรือนเสียหาย แม้ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ แต่ก็ถือเป็นเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงที่สุดในรอบเกือบทศวรรษเพื่อปกป้องอุปกรณ์สำคัญ ALMA จึงเข้าสู่ “โหมดเอาตัวรอด” โดยปรับเสาอากาศขนาดยักษ์ให้หันตามลม เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายจากหิมะสะสมและลมกระโชกแรง ขณะเดียวกันอุณหภูมิยังลดฮวบถึง -12 องศาเซลเซียส และอาจรู้สึกหนาวถึง -28 องศาเซลเซียสเมื่อรวมลมหนาวเจ้าหน้าที่ของ ALMA ระบุว่า หลังพายุผ่านไป ทีมงานจะเร่งตรวจสอบเสาอากาศทีละต้น และกลับมาสังเกตการณ์ให้เร็วที่สุด เพราะช่วงหลังหิมะตกมักเป็นเวลาที่สภาพอากาศเหมาะสมที่สุดสำหรับการเก็บข้อมูล กล้องโทรทรรศน์วิทยุ ALMA เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ ประกอบด้วยเสาอากาศความแม่นยำสูง 66 ตัว กระจายบนพื้นที่ทะเลทรายอันห่างไกล และถูกออกแบบให้ทนทานต่อสภาพอากาศสุดขั้ว อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์หิมะครั้งนี้ยังทำให้เกิดคำถามใหม่ว่า กล้องโทรทรรศน์ดังกล่าวจะสามารถรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างไรในระยะยาว“ยังเร็วเกินไปจะเชื่อมโยงหิมะกับภาวะโลกร้อนโดยตรง” คอร์เดโรกล่าว “แต่แบบจำลองสภาพอากาศชี้ว่าแม้ในพื้นที่แห้งแล้งอย่างอาตากามา ปริมาณน้ำฝนอาจเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งจะส่งผลต่อระบบนิเวศและงานวิทยาศาสตร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
TNN ช่อง16 • 6 ก.ค. 68
อ่าน
ปลูกพืชด้วย “หมอก” พลิกทะเลทรายที่แล้งที่สุดในโลก ให้กลายเป็นพื้นที่เพาะปลูกได้!
ในใจกลางทะเลทรายอาตากามา (Atacama Desert) ของประเทศชิลีซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “ทะเลทรายที่แห้งแล้งที่สุดในโลก” นวัตกรรมชิ้นหนึ่งกำลังสร้างความหวังใหม่ให้แก่การเกษตรในพื้นที่กันดาร ด้วยการเปลี่ยนหมอกให้กลายเป็นน้ำเทคโนโลยีที่ว่านี้คือ “ตาข่ายดักหมอก” (Fog Catcher) ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ตาข่ายใยสังเคราะห์ชนิดพิเศษ ขึงระหว่างเสาสูง เพื่อจับละอองน้ำในหมอก เมื่อละอองหมอกกระทบกับตาข่าย จะกลั่นตัวกลายเป็นหยดน้ำ และไหลลงสู่ถังเก็บน้ำที่วางอยู่ด้านล่าง แม้ฟังดูเรียบง่าย แต่ระบบนี้สามารถเก็บน้ำได้ มากถึง1,000–1,400ลิตรต่อวัน ในบางพื้นที่ และสิ่งที่สำคัญคือ น้ำจากหมอกมีความบริสุทธิ์สูง ปราศจากแร่ธาตุหรือสารปนเปื้อน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปลูกพืชอินทรีย์ในบริเวณใกล้เมืองชาแนรัล (Chanaral) พื้นที่ที่แทบไม่มีฝนตกตลอดทั้งปี กลุ่มเกษตรกรและนักวิจัยได้ทดลองปลูก ผักกาดหอมแบบไฮโดรโพนิกส์ โดยใช้น้ำจากหมอกเพียงอย่างเดียว ผลลัพธ์ที่ได้เกินความคาดหมาย ผักกาดหอมเจริญเติบโตดีและมีคุณภาพสูงกว่าพืชชนิดอื่นที่เคยทดลองมาก่อน นี่จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โครงการมุ่งเน้นไปที่พืชชนิดนี้เป็นหลัก นอกจากผักกาดหอม ยังมีการทดลองปลูก ต้นเลมอน ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเช่นกัน แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับพืชหลากหลายชนิดได้ เพื่อสนับสนุนการขยายแนวคิดนี้อย่างยั่งยืน ศูนย์วิจัย UC Atacama Desert Center ได้พัฒนาแพลตฟอร์มแผนที่ออนไลน์ ที่แสดงตำแหน่งพื้นที่ที่มีศักยภาพในการดักจับหมอกทั่วประเทศชิลี ข้อมูลนี้เปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้นำไปใช้วางแผนการเกษตรและการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพจากผลการทดลองปลูกพืชในครั้งนี้ทำให้พบว่าไอน้ำในอากาศมีอยู่เสมอ แม้ในทะเลทราย การใช้ตาข่ายดักหมอกจึงถือเป็นนวัตกรรมที่ เรียนรู้จากธรรมชาติ และใช้พลังงานต่ำ ไม่ต้องใช้เครื่องจักรหรือแหล่งพลังงานอื่นใด เหมาะสำหรับพื้นที่ห่างไกลที่เข้าไม่ถึงระบบสาธารณูปโภค เทคโนโลยีนี้เคยถูกนำมาใช้แล้วในหลายประเทศ เช่น เปรู โมร็อกโก และเอธิโอเปีย ซึ่งต่างก็พบว่าช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ทะเลทรายอาตากามาจะเป็นหนึ่งในสถานที่ที่โหดร้ายที่สุดสำหรับสิ่งมีชีวิต แต่นวัตกรรมจากหมอกนี้กำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของพื้นที่ดังกล่าว ให้กลายเป็นแหล่งผลิตอาหารที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นี่คือ ตัวอย่างของการอยู่รอดด้วยความเข้าใจธรรมชาติ ไม่ใช่ต่อสู้กับมัน และอาจเป็นแนวทางสำคัญสำหรับโลกที่กำลังเผชิญกับวิกฤตโลกร้อนและภัยแล้งเพิ่มขึ้นทุกปี
TNN ช่อง16 • 25 มิ.ย. 68
อ่าน
จีนเปิดเที่ยวดาวอังคารกลางทะเลทรายโกบี
จีนเปิดตัว “Mars Base 1” ฐานจำลองการใช้ชีวิตบนดาวอังคารแห่งแรกของประเทศ ในพื้นที่ทะเลทรายโกบี เมืองจินชาง มณฑลกานซู่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ฐานจำลองแห่งนี้ผสานความรู้ด้านอวกาศเข้ากับภูมิประเทศอันแห้งแล้งได้อย่างสมจริง จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ในหมู่นักท่องเที่ยวและเยาวชนที่สนใจด้านวิทยาศาสตร์อวกาศฐานจำลองครอบคลุมพื้นที่กว่า 67 ตารางกิโลเมตร ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย ทั้งโมเดลจำลองยานสำรวจดาวอังคาร รถสำรวจดาวอังคาร เต็นท์ชมท้องฟ้าดารา รวมถึงรังที่พักบนดาวอังคาร ซึ่งสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ นอกจากการชมสถานที่และอุปกรณ์จำลองแล้ว ผู้เข้าชมยังสามารถสัมผัสประสบการณ์แบบอินเทอร์แอคทีฟกว่า 30 กิจกรรม เช่น การจำลองการปล่อยจรวด การควบคุมยานเชื่อมต่อแบบแมนนวล (manual) ตลอดจนการสังเกตการปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์ในสภาพแวดล้อมเสมือนดาวอังคาร ฐาน Mars Base 1 จึงไม่เพียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่เปิดโลกจินตนาการ ที่จุดประกายความฝันด้านอวกาศให้กับผู้มาเยือนได้อย่างน่าทึ่งและยั่งยืน
TNN ช่อง16 • 23 มิ.ย. 68
อ่าน
เมืองใหม่ของซาอุดีอาระเบียโครงการยักษ์ที่อาจเปลี่ยนภูมิอากาศทะเลทราย
โครงการ “นีโอเอ็ม” (Neom) ในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งรวมถึงโครงสร้างเด่นอย่าง The Line กำลังเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศทะเลทรายอย่างรวดเร็ว โดยได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในโครงการก่อสร้างระดับ “Giga-Project” ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเริ่มแสดงความกังวลว่าโครงการที่มีขนาดใหญ่ผิดปกตินี้อาจส่งผลกระทบต่อระบบสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญศาสตราจารย์โดนัลด์ เวบเบิลส์ (Donald Wuebbles) ผู้เชี่ยวชาญด้านบรรยากาศและอดีตที่ปรึกษาค่าตอบแทนของโครงการ Neom เปิดเผยกับ Financial Times ว่า เขาเคยเตือนหลายครั้งเกี่ยวกับผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศที่อาจเกิดจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องของโครงการ Neom โดยระบุว่า “เมืองสามารถสร้างปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมืองได้ และอาคารขนาดใหญ่สามารถก่อให้เกิดผลกระทบที่ไม่ได้ตั้งใจ เช่น การเปลี่ยนแปลงของลม ฝน และพายุทรายได้” หนึ่งในองค์ประกอบหลักของโครงการนี้คือ The Line ซึ่งวางแผนให้มีความสูงถึง 500 เมตร และทอดยาวกว่า 170 กิโลเมตร โดยมีพื้นผิวด้านนอกเป็นกระจกทั้งหมด ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศและสัตว์ป่า โดยเฉพาะนกท้องถิ่น Neom ยังครอบคลุมพื้นที่สำคัญอื่น ๆ อย่าง Oxagon, Epicon และ Treyam นอกจากผลกระทบต่ออากาศแล้ว เวบเบิลส์ยังตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เหล็กมากถึง 20% ของการผลิตทั่วโลกในโครงการ The Line เพียงอย่างเดียว รวมถึงการก่อสร้างโรงงานคอนกรีตขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของความทะเยอทะยานของซาอุดีอาระเบียในการยกระดับประเทศให้กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวโลกแม้จะมีข้อกังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว แต่โครงการ Neom ยังคงเดินหน้าเฟสแรกไปแล้ว ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียยังเดินหน้าก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่อื่น ๆ อย่าง Mukaab และ JEC Tower ในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศด้วย
TNN ช่อง16 • 10 พ.ค. 68
อ่าน
เรื่องจริงของ "เกอร์ทรูด เบลล์" นักสำรวจหญิงผู้เปรียบดั่ง “ราชินีแห่งทะเลทราย” Queen of the Desert
Queen of the Desert เป็นภาพยนตร์ชีวประวัติที่ถ่ายทอดเรื่องราวของ Gertrude Bell ผู้หญิงที่ทลายกรอบสังคมยุควิคตอเรียน เธอออกเดินทางจากอังกฤษสู่ดินแดนทะเลทรายอันไกลโพ้น ท่ามกลางความท้าทายจากทั้งธรรมชาติและสังคมชายเป็นใหญ่ เรื่องราวของเธอเต็มไปด้วยการผจญภัย การเมือง และความรักที่ต้องเลือกระหว่างหัวใจกับหน้าที่ Nicole Kidman ถ่ายทอดบทบาทของ Gertrude Bell ได้อย่างงดงาม เธอแสดงให้เห็นถึงความสง่างาม ความเข้มแข็ง และความเปราะบางของตัวละคร แม้ว่าเนื้อเรื่องจะดำเนินไปอย่างเนิบช้าในบางช่วง แต่เธอก็สามารถดึงดูดสายตาผู้ชมให้ติดตามเรื่องราวไปจนจบ จุดเด่นของเรื่องนี้คือ cinematography ที่ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ของทะเลทรายได้อย่างวิจิตรตระการตา ทุกฉากเต็มไปด้วยความงดงามของภูมิประเทศที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้เดินทางไปพร้อมกับตัวละคร Queen of the Desert เป็นภาพยนตร์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเรื่องราวชีวประวัติ และการเดินทางสำรวจโลกกว้าง หากคุณต้องการชมหนังที่ให้แรงบันดาลใจเกี่ยวกับความกล้าหาญและความทะเยอทะยานของผู้หญิงคนหนึ่งในยุคที่สังคมยังไม่เปิดกว้างให้เธอ นี่คือเรื่องที่คุณควรดู แม้ว่าจะไม่ใช่ภาพยนตร์ที่มีความเข้มข้นหรือดราม่าหนักหน่วง แต่ก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่น่าจดจำ รับชม Queen of the Desert ตำนานรักแผ่นดินร้อน อาทิตย์ที่ 16 ก.พ. 68 ทางช่อง True Film 2 (223) เวลา 20:00 น. 📢 สมัครและดูได้แล้ววันนี้ คลิก https://truevisions-now.onelink.me/RQwi/gel3tmo6 #TrueVisions #Movie #TrueFilm2 #QueenoftheDesert #ตำนานรักแผ่นดินร้อน
ทรู วิชั่นส์ • 14 ก.พ. 68
อ่าน
เที่ยวดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หน้าหนาว ผจญภัยในทะเลทรายช่วงรอมฎอน
ฤดูหนาวถือว่าเป็นอีกช่วงเวลาที่ดีในการเยือนดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมืองแห่งความหรูหรา และความตื่นตาตื่นใจ ด้วยอากาศที่เย็นสบาย ท้องฟ้าใส กิจกรรมมากมาย และวัฒนธรรมอันหลากหลาย ไม่ว่าคุณจะอยากนอนอาบแดดบนชายหาดสวยๆ ชมวิวเมืองจากตึกสูงที่สุดในโลกอย่าง Burj Khalifa หรือผจญภัยในทะเลทราย ดูไบมีทุกอย่างที่ต้องการ เที่ยวดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หน้าหนาว สัมผัสรอมฎอนอันเป็นเอกลักษณ์ เสน่ห์ฤดูหนาวสไตล์ดูไบ หนาวนี้มาดื่มด่ำไปกับช่วงเวลาที่น่าจดจำที่พร้อมตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการชมแลนด์มาร์คชื่อดัง, นอนอาบแดดบนชายหาดสวยๆ, ชมวิวเมืองจาก Downtown Dubai หรือออกผจญภัยในทะเลทราย กิจกรรมสุดพิเศษที่ไม่ควรพลาดในฤดูหนาวนี้ที่ดูไบ 1. การผจญภัยในทะเลทราย เพียง 40 นาทีจาก Downtown Dubai คุณจะได้พบกับประสบการณ์ทะเลทรายที่ ป้อมปราการ Lisaili ที่นี่คุณจะได้นั่งอูฐชมวิวทะเลทราย, ลองเพ้นท์เฮนน่า, ลิ้มรสอาหารบาร์บีคิวใต้แสงดาว และสนุกกับกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย 2. สวรรค์ของเหล่านักผจญภัย หากคุณชอบความตื่นเต้น อย่าพลาดทัวร์ซาฟารีในทะเลทราย หรือสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้งที่ Aventura Parks สถานที่เล่นซิปไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในดูไบ และที่ Mushrif Park คุณจะได้พบกับความท้าทายกว่า 80 รูปแบบ ที่เหมาะสำหรับทุกวัย! รอมฎอนในดูไบ ประสบการณ์วัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร เสน่ห์แห่งช่วงรอมฎอนสร้างบรรยากาศการเฉลิมฉลองอันเป็นเอกลักษณ์ที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวทุกคน ทำให้ช่วงเวลานี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาเยือนดูไบ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการดื่มด่ำไปกับวัฒนธรรม และประเพณีอันหลากหลายและงดงาม เช่น อิฟตาร์และซูโฮร์สุดประทับใจ: ลิ้มรสอาหารมื้อพิเศษในบรรยากาศแบบดั้งเดิม ที่นี่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เข้าร่วมเทศกาลทางวัฒนธรรม และสัมผัสประสบการณ์รอมฎอนที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต การจัดแสดงโคมไฟอันงดงาม: ตลอดช่วงรอมฎอน สถานที่สำคัญอย่างพื้นที่แถบคลองดูไบและย่าน Downtown Dubai จะถูกประดับประดาด้วยโคมไฟสุดอลังการ สร้างความประทับใจให้ทั้งนักท่องเที่ยวและชาวเมือง ตลาดรอมฎอน: ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมของเอมิเรตส์ และภูมิภาคใกล้เคียง พร้อมกิจกรรมและเวิร์กช็อปที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว ที่ Ramadan District ณ โรงแรม Jumeirah Emirates Towers นอกจากนี้ Global Village ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดในช่วงรอมฎอน กับ Ramadan Wonders Souk ตลาดที่รวบรวมของขวัญ และสินค้าอันหลากหลายจากทั่วทุกมุมโลก ศูนย์วัฒนธรรมชีคโมฮัมเหม็ด (Sheikh Mohammed Centre for Cultural Understanding): สัมผัสรสชาติอาหารพื้นเมืองเอมิเรตส์ เยี่ยมชมสุเหร่า และร่วมทัวร์ชมประวัติศาสตร์พร้อมไกด์ในย่านใจกลางเมืองเก่าของดูไบ รับสิทธิพิเศษเพิ่มขึ้นเมื่อเดินทางกับเอมิเรตส์ ผู้โดยสารที่จองบัตรโดยสารไปกลับในชั้นหนึ่งหรือชั้นธุรกิจจะได้รับสิทธิ์เข้าพักฟรีที่โรงแรม JW Marriott Marquis ในขณะที่ผู้โดยสารในชั้นประหยัดพรีเมียมหรือชั้นประหยัดจะได้รับสิทธิ์เข้าพักฟรี 1 คืนที่โรงแรม Crowne Plaza Dubai Deira สำหรับการจองระหว่างวันที่ 20 มกราคม - 9 กุมภาพันธ์ 2025 ข้อเสนอสุดพิเศษนี้ใช้ได้กับบัตรโดยสารไปกลับทุกเที่ยวสู่ดูไบสำหรับการเดินทางระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 29 มีนาคม 2025 โดยสามารถรับสิทธิ์ได้ผ่านทางเว็บไซต์ emirates.com ศูนย์บริการลูกค้าหรือสำนักงานจำหน่ายบัตรโดยสารของเอมิเรตส์ หรือผ่านตัวแทนท่องเที่ยว เอมิเรตส์ยังคงมอบโอกาสให้ผู้โดยสารใช้เวลาที่ดูไบได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นผ่าน: My Emirates Pass เพียงแสดงบัตรโดยสารของสายการบินเอมิเรตส์ ท่านก็สามารถรับส่วนลดและข้อเสนอสุดพิเศษทั่วดูไบ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2025 พร้อมสนุกไปกับสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำสำหรับครอบครัวในราคาพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการชมวิวบนตึก Burj Khalifa, นั่ง The Palm Monorail, ชมทัศนียภาพที่ The View at The Palm หรือสำรวจเมืองด้วยบริการรถบัสจาก City Sightseeing นอกจากนี้ คุณยังสามารถผ่อนคลายกับแสงแดดที่สวนน้ำ Aquaventure ณ Atlantis The Palm และตื่นเต้นไปกับเครื่องเล่นที่สวนสนุกในร่ม IMG Worlds of Adventure หรือ Dubai Parks Resorts นอกเหนือจากข้อเสนอพิเศษกว่า 600 รายการแล้ว ผู้โดยสารยังได้รับสิทธิ์เข้าชม Vision Pavilion ที่ Expo City ได้ฟรีในฤดูกาลนี้ พันธมิตร Skywards สมาชิกของโปรแกรมสะสมคะแนนที่ได้รับรางวัลของเอมิเรตส์ สามารถสะสมไมล์ได้จากพันธมิตรของเราทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม สายการบิน บริษัทเช่ารถ ร้านค้าปลีก หรือธนาคาร ไมล์สะสมเหล่านี้สามารถนำไปใช้แลกตั๋วเครื่องบิน อัปเกรดเที่ยวบิน หรือแม้กระทั่งบัตรคอนเสิร์ตและการแข่งขันกีฬา นอกจากนี้ หากคุณอยู่ในดูไบ คุณยังสามารถสะสมไมล์เพิ่มได้จากพันธมิตรในเมือง เช่น Dubai Duty Free Skywards Everyday Dubai Mall Arabian Adventures Emirates Holidays และอีกมากมาย เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Emirates Skywards ได้ที่: https://www.emirates.com/english/skywards/ สามารถจองตั๋วเครื่องบินไปดูไบกับเอมิเรตส์ได้ที่ emirates.com/th หรือผ่านแอปพลิเคชัน Emirates, ศูนย์บริการลูกค้า และตัวแทนท่องเที่ยว ====================
เที่ยวต่างประเทศ • 24 ม.ค. 68
อ่าน
หิมะตกในทะเลทรายประเทศซาอุดีอาระเบีย ครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ทะเลทรายอัล นาฟูด (Al-Nafud) ภูมิภาคอัลจาวฟ์ (Al-Jawf) ประเทศซาอุดิอาระเบีย เกิดหิมะตกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เกิดเป็นดินแดนแห่งฤดูหนาวที่สวยงามแปลกตา โดยปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากเกิดฝนตกหนักและลูกเห็บตกศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (NCM) ระบุว่าพายุลูกเห็บที่เกิดขึ้นล่าสุดในภูมิภาคนี้เกิดจากระบบความกดอากาศต่ำที่มาจากทะเลอาหรับและแผ่ขยายไปถึงประเทศโอมาน รูปแบบสภาพอากาศดังกล่าวทำให้ความชื้นในอากาศ เคลื่อนที่เข้ามาในพื้นที่แห้งแล้ง ส่งผลให้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไป ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลูกเห็บ และฝนตกทั่วประเทศซาอุดีอาระเบียรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และทำให้เกิดสภาพอากาศที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกรมอุตุนิยมวิทยาของซาอุดีอาระเบียได้ออกคำเตือนว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะสภาพอากาศเลวร้ายและต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศ พยากรณ์อากาศระบุว่าจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนัก ลูกเห็บตก และลมแรง สภาพอากาศดังกล่าวอาจทำให้ทัศนวิสัยลดลง ขัดขวางการเดินทาง และส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหิมะที่ตกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์นี้ทำให้เกิดความฮือฮาในหมู่ประชาชน ต่างพากันโพสต์คลิปและวิดีโอลงบนโซเชียลมีเดีย ในขณะเดียวกันคาดการณ์หิมะจะช่วยทำให้ดอกไม้และพืชพันธ์ุในภูมิภาคนี้เจริญเติบโตได้ดีขึ้นอีกด้วยที่มาข้อมูล Khaleejtimes,Cebudailynews,NDTVที่มารูปภาพ @mededov_nurlan
TNN ช่อง16 • 8 พ.ย. 67
อ่าน
ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงพื้นที่ก่อนและหลังน้ำท่วมทะเลทรายซาฮารา
สภาพอากาศบนโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยล่าสุดตอนเหนือของทวีปแอฟริกาบริเวณทะเลทรายซาฮาราซึ่งเป็นพื้นที่ร้อนแห้งแล้งมากที่สุดแห่งนึ่งของโลกเกิดน้ำท่วม เนื่องจากพายุไซโคลนและฝนตกอย่างหนัก นาซาและสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐอเมริกาได้จับตาน้ำท่วมครั้งนี้จากอวกาศมาโดยตลอด เพื่อติดตามและรายงานความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมโดยพายุไซโคลนเขตร้อนลูกดังกล่าวได้พัดถล่มพื้นที่บางส่วนของประเทศโมร็อกโก แอลจีเรีย ตูนิเซีย และลิเบีย ระหว่างวันที่ 7-8 กันยายน โดยปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบประมาณ 8 นิ้ว หรือ 20 เซนติเมตร ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณน้ำฝนตลอดทั้งปีที่ตกลงมาภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ตามข้อมูลของหอสังเกตการณ์โลกของนาซาส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเป็นทะเลสาบชั่วคราวหลายแห่งในทะเลทรายซาฮารา รวมถึงทะเลสาบเซบคาเอลเมลาห์ (Sebkha el Melah) ในประเทศแอลจีเรีย และทะเลสาบหลายแห่งรอบเอิร์กเชบบี (Erg Chebbi) ซึ่งเป็นเนินทรายรูปดาวขนาดใหญ่ในประเทศโมร็อกโก นาซาได้ใช้เครื่องวัดสเปกตรัมเรดิโอมิเตอร์แบบความละเอียดปานกลาง (MODIS) ที่ติดตั้งบนดาวเทียมเทอร์รา จับภาพพื้นที่น้ำขังจนเป็นทะเลสาบชั่วคราวหลายแห่ง ซึ่งปรากฏขึ้นในพื้นที่บางส่วนของประเทศโมร็อกโกและแอลจีเรียนอกจากนี้ยังเก็บภาพทะเลสาบที่เกิดขึ้นจากปริมาณน้ำที่ไหลจากเทือกเขาแอตลาส บริเวณใกล้เคียงเมืองเมอร์ซูกา ใกล้กับชายแดนประเทศแอลจีเรีย ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้นาซาได้ใช้ดาวเทียมโคเพอร์นิคัส เซนติเนล-2 (Copernicus Sentinel-2) จับภาพที่แสดงให้เห็นทะเลสาบแห่งใหม่กระจัดกระจายอยู่รอบ ๆการทำความเข้าใจว่าเหตุการณ์ฝนตกหนัก เช่น พายุไซโคลนในเดือนกันยายน ส่งผลกระทบต่อทะเลทรายซาฮาราอย่างไร ช่วยให้นักวิจัยเข้าใจได้ดีขึ้นว่าทะเลทรายซาฮาราเป็นอย่างไร เมื่อหลายพันปีก่อนในยุคที่ทะเลทรายซาฮารายังเป็นพื้นป่าสีเขียว รวมไปถึงจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในอนาคตอันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกที่มาของข้อมูล Space.comที่มาของรูปภาพ NASA
TNN ช่อง16 • 28 ต.ค. 67
อ่าน
วาฬถือมืด ? AI ค้นพบลวดลายปริศนา "นาซกา" กลางทะเลทรายเปรู กว่า 300 เส้น
ทีมนักวิจัยจากญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการค้นพบเส้นนาซกา (Nazca Lines) ใหม่จำนวน 303 เส้น ที่ซ่อนอยู่ในทะเลทรายนาซกาของประเทศเปรู หนึ่งในแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (UNESCO) โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเร่งกระบวนการค้นหาให้รวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้นภาพจาก Masato Sakai et al., ที่มา : PNASเส้นนาซกาเป็นรูปสลักขนาดใหญ่บนพื้นดินที่สร้างขึ้นในช่วงอารยธรรมนาซกา (Nazca civilization) ระหว่าง 200 ปีก่อนคริสตกาลถึง 500 ปีหลังคริสตกาล ในอดีต นักโบราณคดีใช้เวลายาวนานถึงเกือบศตวรรษ เพื่อค้นพบลวดลายเหล่านี้ด้วยจำนวนทั้งหมดเพียง 430 เส้น แต่ในปี 2023 ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยยามากาตะ (Yamagata University) ประเทศญี่ปุ่น ได้นำ AI มาใช้วิเคราะห์ภาพถ่ายจากดาวเทียม ซึ่งสามารถตรวจจับเส้นสลักที่มองเห็นได้ยาก ทำให้พบเส้นสลักใหม่กว่า 300 เส้น ภายในเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้นAI มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการนี้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยยามากาตะได้ฝึกปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้สามารถตรวจจับเส้นขอบและรายละเอียดของภาพสลักพื้นดิน (geoglyphs) ที่มีลักษณะจาง ๆ ได้ ซึ่งช่วยให้นักวิจัยสามารถระบุรูปร่างต่าง ๆ จากภาพถ่ายจากดาวเทียมที่อาจเคยมองข้ามไปโดย AI ทำงานได้เร็วและแม่นยำกว่ามนุษย์ถึง 20 เท่า และยังสามารถรวบรวมพื้นที่ที่มีความเป็นไปได้ว่าจะมีลวดลายเส้นนาซกาใหม่ ซึ่งรวมถึงพื้นที่บางส่วนที่ยังไม่เคยถูกสำรวจในเปรูก่อนหน้านี้ ด้านนักวิจัยได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในช่วงกันยายน 2022 ถึงกุมภาพันธ์ 2023 ยืนยันว่า จุดที่ AI ระบุจำนวน 303 เส้นนั้นเป็นเส้นนาซกาจริงการค้นพบนี้เผยให้เห็นถึงภาพของสัตว์และสิ่งของที่หลากหลาย เช่น ภาพคล้ายวาฬเพชฌฆาตที่ถือมีดยาวถึง 22 เมตร ภาพแนวนามธรรม (abstract) ของสัตว์ต่าง ๆ รวมถึงรูปที่น่าจะเป็นเหตุการณ์พิธีกรรม สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงชีวิตและประวัติศาสตร์ของผู้คนในยุคโบราณ และยังอาจนำไปสู่โอกาสในการค้นพบเส้นนาซกาเพิ่มเติมในอนาคตนอกจากนี้ การค้นพบของ AI ล่าสุดยังเผยให้เห็นความแตกต่างสำคัญระหว่างเส้นนาซกา 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ภาพสลัก geoglyph แบบ ลายนูน (relief-type) และภาพสลัก geoglyph แบบ เส้นตรง (line-type) โดยเส้นลายนูนมักมีขนาดเล็กกว่าและลวดลายซับซ้อน ส่วนใหญ่มักเป็นรูปที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์หรือสรรพสิ่งที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ เช่น สัตว์เลี้ยงในบ้าน หรือหัวคนที่ถูกตัด ในขณะที่เส้นแบบเส้นตรงมีขนาดใหญ่กว่า ไม่ซับซ้อนเท่า และมักเป็นรูปของสัตว์ป่าจากการคาดการณ์ในปัจจุบัน นักวิจัยเชื่อว่า AI จะช่วยค้นพบเส้นนาซกาใหม่อีกกว่า 250 แห่ง ภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าภาพจาก Masato Sakai et al., ที่มา : PNASที่มาข้อมูล InterestingEngineeringที่มารูปภาพPNAS
TNN ช่อง16 • 27 ก.ย. 67
อ่าน
ทะเลทรายซาฮารามีดวงตามหึมา ? รู้จักโครงสร้างริชาต คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่าง
ทะเลทรายซาฮาราเป็นทะเลทรายที่มีขนาดใหญ่มาก มีพื้นที่ประมาณ 9 ล้านตารางกิโลเมตรดังนั้นมันจึงมีสิ่งที่น่าสนใจหลากหลายอย่างซุกซ่อนอยู่ หนึ่งในนั้นคือโครงสร้างทางธรรมชาติที่นักวิทยาศาสตร์และนักผจญภัยสนใจมาเนิ่นนานหลายศตวรรษ รู้จักกันในชื่อ โครงสร้างริชาต (Richat Structure)ที่มีลักษณะเป็นวงกลมขนาดใหญ่ จึงมีอีกชื่อหนึ่งที่เรียกกันโดยทั่วไปคือ ดวงตาแห่งซาฮารา (Eye of the Sahara)แต่คำถามคือโครงสร้างดังกล่าวนี้คืออะไร และหลักการทางวิทยาศาสตร์ อธิบายโครงสร้างนี้ว่าอย่างไรกันแน่?ภาพถ่ายจากนักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ภาพจาก NASAโครงสร้างริชาต ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของแอ่งเทาเดนี (Taoudeni Basin) ในตอนกลางของที่ราบสูงอาดราร์ (Adrar plateaus) ประเทศมอริเตเนีย (Mauritania) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลทรายซาฮารา โครงสร้างริชาตมีลักษณะเป็นวงกลมขนาดใหญ่ มีวงแหวนล้อมรอบ 3 วง มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 40 กิโลเมตร และเมื่อมองจากมุมสูงมันจะเหมือนเป้ายิงที่ตั้งอยู่กลางทะเลทรายภาพแสดงที่ตั้งของโครงสร้างริชาต ภาพจาก IUGS | International Commission on Geoheritageในอดีตนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าโครงสร้างริชาต เกิดจากการพุ่งชนของอุกกาบาต เนื่องจากปกติแล้วเมื่ออุกกาบาตพุ่งชนพื้นโลก ก็มักจะสร้างวงกลมขนาดใหญ่ในลักษณะนี้ แต่อย่างไรก็ตามการวิจัยในยุคต่อ ๆ มาได้ผยว่ามันไม่ได้เกิดจากอุกกาบาต แต่เป็นโครงสร้างทางธรณีวิทยาที่เรียกว่าโดมแอนติไคลน์ (Domed Anticline) ซึ่งเป็นโครงสร้างทางธรณีวิทยาแบบหนึ่ง ที่หินถูกยกขึ้นมาโดยแรงธรรมชาติ ชั้นหินจะโค้งงอขึ้นด้านบนเป็นรูปทรงนูน ทำให้เกิดโครงสร้างคล้ายโดมภาพจาก IUGS | International Commission on Geoheritageเมื่อเวลาผ่านไปนับร้อยล้านปี หินจะถูกกัดเซาะ แต่เนื่องจากมีหินหลายประเภท จึงถูกกัดเซาะด้วยอัตราที่แตกต่างต่างกัน ทำให้เกิดการก่อตัวเป็นสันเขาทรงกลม เรียกว่า คูเอสตา (Cuestas) และสีที่แตกต่างกันเกิดจากหินที่แตกต่างกันโครงสร้างริชาตถือเป็นลักษณะทางธรณีวิทยาที่สวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนั้นโครงสร้างริชาตยังมีความสำคัญทางโบราณคดีอีกด้วย โดยมีการค้นพบหลักฐานของกิจกรรมของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ เช่น เครื่องมือของวัฒนธรรมอะชูเลียน (Acheulean) ที่มีอายุกว่า 2 ล้านปี ซึ่งเกี่ยวข้องกับมนุษย์สายพันธุ์โฮโมอิเรคตัส (Homo erectus) และโฮโมไฮเดลเบอร์เกนซิส (Homo heidelbergensis) การค้นพบกระจายตัวของเครื่องมือเหล่านี้สะท้อนถึงสภาพภูมิอากาศโบราณที่เปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งระหว่างยุคชุ่มชื้นและแห้งแล้งของทะเลทรายซาฮารานับว่าโครงสร้างริชาตถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างอันงดงามที่ศิลปินอย่างโลกสร้างสรรค์ขึ้น และเป็นอีกหนึ่งหลักฐานว่าโลกเรากว้างใหญ่และเต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์มากมายที่มาข้อมูลEarthobservatory.NASA,Geographical, Iugs-geoheritageที่มารูปภาพ Earthobservatory.NASA
TNN ช่อง16 • 24 ก.ย. 67
อ่าน
รู้หรือไม่ ? เคยมีหิมะตกในซาฮารา แล้วหิมะตกในทะเลทรายได้อย่างไร
เมื่อพูดถึงทะเลทรายซาฮารา ภาพที่หลายคนนึกถึงคงเป็นผืนทรายที่ร้อนระอุ แห้งแล้ง หรือแสงแดดเจิดจ้า ฟังดูเป็นสภาพแวดล้อมที่ห่างไกลจากการเกิดหิมะตก แต่รู้หรือไม่ว่าเคยมีหิมะตกที่พื้นที่แห่งนี้ คำถามคือหิมะเกิดขึ้นในทะเลทรายได้อย่างไร ?ข้อมูลเบื้องต้นของทะเลทรายซาฮาราทะเลทรายซาฮารา ถือเป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่ประมาณ 9 ล้านตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 10 ประเทศในภูมิภาคแอฟริกาเหนือ ได้แก่ แอลจีเรีย ชาด อียิปต์ ลิเบีย มาลี มอริเตเนีย โมร็อกโก ไนเจอร์ ซูดาน ตูนิเซีย รวมถึงครอบคลุมในดินแดนพิพาทกลางทะเลทรายอย่างเวสเทิร์นซาฮารา (Western Sahara)สำหรับเขตพื้นที่ของทะเลทรายซาฮารา ทิศตะวันตกจะล้อมรอบด้วยมหาสมุทรแอตแลนติก ทิศตะวันออกติดกับทะเลแดง ทิศเหนือติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทิศใต้ติดกับและซาเฮล (Sahel) ซึ่งเป็นพื้นที่กึ่งแห้งแล้ง เขตเปลี่ยนผ่านระหว่างทะเลทรายซาฮาราและทุ่งหญ้าสะวันนา โดยทั่วไปแล้วอุณหภูมิในทะเลทรายซาฮาราจะสูงมาก เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 38 - 46 องศาเซลเซียส หรืออาจจะมากกว่า 50 องศาเซลเซียสได้การเกิดหิมะในทะเลทรายซาฮาราทั้งนี้สำหรับการที่หิมะจะตกมีเงื่อนไขทางสภาพอากาศ 2 ประการ คือ อากาศชื้น และ อุณหภูมิที่เย็น เมื่อพิจารณาจากข้อมูลข้างต้นแล้ว เป็นเรื่องยากที่หิมะจะตกในทะเลทรายซาฮารา อย่างไรก็ตาม แม้โดยทั่วไปแล้วอุณหภูมิในทะเลทรายซาฮาราจะสูง แต่ก็อาจเกิดอุณหภูมิที่หนาวเย็นได้ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนของฤดูหนาว เนื่องมาจาก 2 สาเหตุหลัก คือ ผิวดินเปลือยและท้องฟ้าไม่มีเมฆปกคลุมนอกจากนี้ พื้นผิวหินและทรายในทะเลทราย จะกักเก็บความร้อนได้ไม่ดี เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน ความร้อนที่ถูกดูดซับในระหว่างวันจะระเหยออกสู่ชั้นบรรยากาศอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันการที่เหนือทะเลทรายไม่มีเมฆปกคลุม ก็เหมือนไม่มีฉนวนตามธรรมชาติคอยช่วยกักเก็บความร้อน จึงทำให้ความร้อนระบายออกได้อย่างรวดเร็วและส่งผลให้อุณหภูมิเย็นลงอย่างรวดเร็วในเวลากลางคืน ทั้งนี้มีการบันทึกอุณหภูมิต่ำสุดในทะเลทรายซาฮาราไว้ที่ -14 องศาเซลเซียสในช่วงฤดูหนาว เดือนมกราคม 2005 ในพื้นที่ประเทศแอลจีเรียในช่วงฤดูหนาว รูปแบบการไหลเวียนของอากาศจะดึงอากาศเย็นและชื้นจากจากมหาสมุทรแอตแลนติก และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ไปทางตอนเหนือของทะเลทรายซาฮารา ส่งผลให้ในฤดูหนาว ปริมาณน้ำฝนในทะเลทรายซาฮาราจะสูงขึ้นตามแนวขอบของทะเลทราย ทำให้อากาศมีความชื้นมากขึ้น จากนั้นเมื่ออากาศถูกบังคับให้ลอยขึ้นไปบนสภาพภูมิประเทศสูง เช่น เทือกเขาแอตลาสในประเทศโมร็อกโกและแอลจีเรีย ความชื้นในอากาศอาจถูกควบแน่นเป็นหยดน้ำ หากอากาศเย็นเพียงพอ น้ำเหล่านี้ก็อาจกลายเป็นผลึกหิมะ เมื่อผลึกหิมะก่อตัวและสะสมมากขึ้น พวกมันก็ทำให้เกิดหิมะตกลงมาได้ดังนั้นภายใต้สภาพอากาศเช่นนี้ และในพื้นที่ภูเขา ในทะเลทรายซาฮาราก็สามารถเกิดหิมะได้เป็นครั้งคราว เช่น ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 1979 เกิดหิมะตกในพื้นที่ทะเลทรายซาฮารา บริเวณเมืองไอน์ เซฟรา (An Sfra) ประเทศแอลจีเรีย แต่ว่าหิมะละลายไปภายในระยะเวลาเพียงประมาณ 30 นาทีเท่านั้น หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้คือในปี 2022 ก็เกิดหิมะตกในเมืองไอน์ เซฟราเช่นกันนับว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่หลาย ๆ คนคาดไม่ถึง แต่ธรรมชาติบนโลกของเรา ก็มักจะสร้างสรรค์ปรากฏการณ์ที่คาดไม่ถึงอยู่บ่อยครั้งอยู่แล้ว หวังว่าปรากฏการณ์หิมะตกในทะเลทรายซาฮาราที่หยิบมานำเสนอ อาจจะทำให้หลาย ๆ คนพิจารณาดูธรรมชาติบนโลกของเราลึกซึ้งมากขึ้นที่มาข้อมูล TheConversationที่มารูปภาพ Reuters
TNN ช่อง16 • 17 ก.ย. 67
อ่าน
เผยโฉม “Jeep Dune” รถออฟโรดไซซ์มินิ ตะลุยทะเลทราย
เผยโฉมแนวคิดรถออฟโรดไซซ์มินิ ในชื่อ จี๊ป ดูน (Jeep Dune) ที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่ที่ใช้งานสมบุกสมบันกลางทะเลทราย หรือจะใช้ขับขี่ในเมืองก็ให้ความคล่องแคล่ว ก็ทำได้อย่างลงตัวแนวคิดการออกแบบรถคันนี้ เป็นผลงานของสตูดิโอออกแบบสัญชาติฝรั่งเศส คลิสซารอฟ ดิไซน์ (Klissarov Design)ตัวรถเน้นดิไซน์การออกแบบที่เปิดโล่ง ให้รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูสมบุกสมบัน ส่วนภายในรองรับได้ 2 ที่นั่ง ตัวรถใช้โครงสร้างการขับเคลื่อนแบบล้อหน้า ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ 8 แรงม้า และแบตเตอรี่ 5.4 กิโลวัตต์ชั่วโมงที่เชื่อมต่อกับระบบส่งกำลัง ให้ระยะทางเดินทางราว 75 กิโลเมตรต่อรอบการชาร์จในแง่ของโครงสร้างฐานของรถคันนี้ จะใช้โครงสร้างของรถ ซีตรอง อามี่ (Citroen Ami) ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าคันเล็ก โดยตัวรถที่ออกแบบมาใหม่ โดดเด่นด้วยกระจังหน้า 7 ช่องขนาบข้างด้วยไฟหน้า LED ทรงกลม และพื้นผิวเรียบบนตัวถังที่ออกแบบเป็นพิเศษ พร้อมด้วยการออกแบบล้อกึ่งเปลือย ประตูครึ่งบาน โครงท่อ และล้ออะไหล่ที่ติดตั้งที่ด้านหลังสำหรับน้ำหนักรวมของรถคันนี้จะอยู่ที่ราว 450 กิโลกรัม เนื่องจากใช้แผงตัวถังแบบพลาสติก และใช้ประตูผ้าลายฉลุ ส่วนด้านในยังรองรับการปรับแต่งการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น สามารถดัดแปลงใส่บูธ DJ ไว้ภายในได้ เพื่อให้มันตอบโจทย์การเดินทางทั้งสายลุย สายปาร์ตี้ และการใช้งานในเมืองโดยรถคันนี้ หากได้นำมาพัฒนาต่อยอด สร้างใช้งานจริง อาจจะมีการจำกัดประสิทธิภาพการทำความเร็วสูงสุดให้อยู่ที่ประมาณ 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น เพื่อให้ตรงตามมาตรฐานรถยนต์ขนาดเล็กในยุโรป ที่สามารถขับขี่ได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ ส่วนราคาของรถคันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ราว 13,600 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยที่ประมาณ 482,000 บาทข้อมูลจากyankodesign,electrek
TNN ช่อง16 • 9 ส.ค. 67
อ่าน
อียิปต์ขุดคลองยาว 55 กิโลเมตร เปลี่ยนทะเลทรายเป็นทะเลสาบขนาดเท่าจังหวัดเชียงใหม่
ประเทศอียิปต์เปิดตัวโครงการขุดคลองความยาว 55 กิโลเมตร ผันน้ำจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเข้ามาในพื้นที่ทะเลทรายขนาด 20,000 ตารางกิโลเมตร หรือขนาดใกล้เคียงกับพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ของไทย เพื่อเปลี่ยนพื้นที่แห้งแล้งให้กลายเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ให้เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูกและพัฒนาพื้นอยู่อาศัยรองรับประชากรในอียิปต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วปัจจุบันประเทศอียิปต์มีประชากรทั้งสิ้น 113.5 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่พื้นที่ของประเทศมีเพียง 4% ที่ใช้อยู่อาศัยได้เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทรายแห้งแล้ง การเปลี่ยนทะเลทรายเป็นพื้นที่ทะเลสาบจึงกลายเป็นตัวเลือกที่รัฐบาลประเทศอียิปต์ให้ความสนใจเป็นอย่างมากแนวคิดของการขุดคลองความยาว 55 กิโลเมตรในครั้งนี้ถูกตั้งฉายาว่า คอลงสุเอซขนาดเล็ก มีมูลค่าในการลงทุนประมาณ 1,500 ล้านปอนด์อียิปต์ หรือประมาณ 1,169 ล้านบาทไทย โดยมีเป้าหมายให้น้ำทะเลจำนวนมาเข้ามาท่วมบริเวณที่ราบลุ่มทะเลทราย Qattara Depression พื้นที่บริเวณนี้มีระดับความสูงต่ำกว่าระดับน้ำทะเลทั่วไปประมาณ 50-60 เมตรรัฐบาลอียิปต์เชื่อว่าโครงการขุดคลองความยาว 55 กิโลเมตร สามารถสร้างพื้นที่เพาะปลูกและอยู่อาศัยให้กับประชากรจำนวนมาก รวมไปถึงการสร้างระบบนิเวศใหม่ที่อุมดมสมบูรณ์กลางทะเลทราย รวมไปถึงแก้ปัญหาความหนาแน่นของประชากรในเขตลุ่มแม่น้ำไนล์แม้ว่าจะเป็นแนวคิดที่น่าสนใจและเหมาะสมกับการลงทุนระยะยาวแต่โครงการนี้ยังต้องประสบปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการระเหยของน้ำในทะเลทรายซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความร้อนสูงทำให้รัฐบาลอียิปต์จะต้องสร้างเขื่อนเพื่อควบคุมระดับน้ำในทะเลสาบให้มีความสมดุลกับการระเหยของน้ำ รวมไปถึงการจัดการปริมาณน้ำฝนที่จะเกิดขึ้นหลังการระเหยของน้ำตามกลไกธรรมชาตินอกจากนี้ การไหลเข้าของน้ำทะเลอย่างต่อเนื่อง ยังทำให้เกิดศักยภาพมหาศาลในการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในการดำรงโครงการในเชิงเศรษฐกิจ รวมถึงอียิปต์มีเป้าหมายที่จะไม่เพียงแต่บรรเทาความท้าทายด้านประชากรศาสตร์เท่านั้น แต่ยังสร้างระบบนิเวศที่พึ่งพาตนเองได้ซึ่งขับเคลื่อนการเติบโตและการพัฒนาด้วยการควบคุมพลังของน้ำด้วยที่มาของข้อมูลExpress.co.uk, MSN.com,en.wikipedia.org
TNN ช่อง16 • 27 พ.ค. 67
อ่าน
ตามรอย Mad Max ที่เที่ยวนามิเบีย Namib Desert ทะเลทรายแห่งความตาย
ภาพของทะเลทรายที่ต้องแสงอาทิตย์จนเป็นสีแดงเพลิง ในโลกยุคหลังการล่มสลาย จากภาพยนต์เรื่อง Mad Max ไม่ว่าจะเป็นภาค Fury Road หรือภาคล่าสุดอย่าง Furiosa : A Mad Max Saga ที่ดูแล้วอาจไกลตัวจนไม่คิดว่าจะเป็นสถานที่ที่มีอยู่จริงบนโลกนี้ เหมือนใช้ CG ช่วยในการสร้างขึ้นมา แต่ความจริงแล้วมันมีอยู่จริงที่ประเทศนามิเบีย นั่นคือทะเลทราย Namib Desertนั่นเอง ตามรอย Mad Max ที่เที่ยวนามิเบีย Namib Desert Lauren Elisabeth / shutterstock.com แม้ภาพยนตร์เรื่องนี้จะใช้สถานที่ถ่ายทำหลายแห่งทั่วโลก แต่สถานที่หลักๆ จะอยู่ในทะเลทรายประเทศนามิเบีย Namib Desert ซึ่งกว้างใหญ่เต็มไปด้วยเนินทราย และหินยักษ์ขนาดมหึมา Namib Desert ได้รับสมญานามว่าเป็น sea of red sand เป็นทะเลทรายที่ทอดตัวยาวไปตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ความยาวประมาณ 450 กิโลเมตร เรื่อยไปจนจรดกับชายแดนประเทศแองโกลา และส่วนที่ทีมถ่ายทำภาพยนต์ใช้เป็นโลเคชั่นนั้นอยู่ในช่วง Skeleton Coast หรือชายฝั่งโครงกระดูก เหตุที่ได้ชื่อนี้ก็เพราะชายหาดแถวนี้มักพบซากปลาวาฬ และแมวน้ำถูกซัดมาเป็นประจำ รวมถึงซากเรืออับปางที่ชนเข้ากับหินแหลมคมบริเวณนี้ด้วย นอกเหนือจากการใช้เป็นที่ถ่ายทำหนังแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในประเทศนามิเบียด้วย เหมาะเหม็งเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัย ไม่ไกลจากทะเลทรายแห่งนี้ก็จะมีทุ่งหญ้าแบบซาฟารี ให้คุณชมความงามของธรรมชาติที่ยังไม่ถูกรุกรานโดยมนุษย์ อุดมด้วยสัตว์หายากทั้งสิงโต ช้าง ม้าลาย นกฟลามิงโก ฯลฯ โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 23 วันในการเดินทางโดยรถยนต์เพื่อเที่ยวชมสถานที่เที่ยวไฮไลท์ทั้งหมดของนามิเบีย Watch The World / shutterstock.com ส่วนใครที่กังวลว่าจะต้องนอนกลางดินกินกลางทราย เดินทางลำบากลำบนหรือเปล่า ก็ไม่ต้องกลัว เพราะที่นี่มียังมีที่พักอย่างดี แถมเหมาะแก่การมาเที่ยวกันทั้งครอบครัวด้วย เพียงแต่ต้องติดต่อจองห้องพักให้เรียบร้อยก่อนเดินทางมา สนนราคารวมทั้งค่าทัวร์ และค่าที่พักแล้วจะตกคนละประมาณ 2,495 (130,700 บาท) เที่ยวทั้งประเทศภายใน 23 วันจ้า ====================
เที่ยวต่างประเทศ • 23 พ.ค. 67
อ่าน
เรื่องราวจากทีมงานเบื้องหลังทะเลทรายระอุ "Furiosa: A Mad Max Saga"
คุณค่าในดินแดนอันรกร้างว่างเปล่า โคลิน กิ๊บสัน (ผู้ออกแบบฉาก): หนึ่งในหลักการสำคัญของจอร์จคือหากสิ่งใดอยู่รอดได้ สิ่งนั้นย่อมมีคุณค่ามาแต่กำเนิด และคุณค่านั้นอาจเป็นความงดงาม อาจเป็นเครื่องจักรประหลาด อาจเป็นโครงสร้าง อาจเป็นการปฏิบัติ นี่คือวิธีที่ดีที่สุดที่จะฆ่าอันธพาลที่อยากจะฆ่าเราได้ แต่ความงดงามนั้นคือการค้นพบบางสิ่ง โดยให้ทีมงานผู้ชำนาญจากภาคก่อนพัฒนาความงดงามนั้น ซึ่งแทบจะเป็นทีมเดียวกันทั้งหมดที่เรากลับมาร่วมงานด้วยกัน พร้อมด้วยข้อกำหนดในครั้งนี้บางอย่าง เพราะเราต้องกอบกู้ทรัพย์สิน ซึ่งมันต้องเป็นสิ่งที่มีค่าพอจะรักษาเอาไว้ เราต้องการให้ตัวเองมีเหตุผลว่าทำไมจึงควรคู่แก่การรักษา ซึ่งยิ่งช้ามันก็จะยิ่งยากขึ้นและยากต่อการค้นหามากขึ้น หรือทำให้เรารู้สึกว่าคู่ควรกับมัน บางครั้งมันอาจเกิดจากความผิดพลาดของตัวเราเอง และเราต้องพยายามลองทำสิ่งอื่น เราใช้หลักการเดียวกับเมื่อก่อนและระบบเดิมหลายอย่าง ซึ่งมันทำให้เราเกิดคลังสินค้าที่เราหยิบมาใช้ได้ จากนั้นลองใช้มันอย่างเต็มที่ ป้อมปราการทั้ง 3 แห่งดินแดนอันรกร้างว่างเปล่า โคลิน กิ๊บสัน (ผู้ออกแบบฉาก): แต่ละแห่งทั้ง ซิทาเดล, แก๊สทาวน์, บุลเล็ต ฟาร์มต่างต้องมีรสชาติ กลิ่นอายที่ต่างกันไป โดยเฉพาะซิทาเดลที่เป็นหินเหมือนพุ่งออกจากโลก ดูดมาจากส่วนที่อยู่ในพื้นดินด้านล่าง ผนังของห้องบัลลังค์เหมือนกับพื้นที่ส่วนที่เหลือของซิทาเดล เป็นถ้ำที่ส่วนใหญ่จะเป็นหินของพื้นดิน ส่งน้ำขึ้นไปในอากาศ มันไม่ใช่แค่ความทรงจำในอดีตของอิมมอร์ตั้น ใครก็ตามที่เคยมีอดีตกับดินแดนอันน่ากลัวแห่งนี้... สถานที่ที่มนุษย์ในประวัติศาสตร์ต่างหาทางกลับมายังโลกปัจจุบัน สำหรับ แก๊สทาวน์ ให้เรานึกถึงฉากเหล่านั้นด้วยคูเวต โครงเหล็กจะตั้งอยู่บนไฟ พวกอูฐและทะเลทราย ฝุ่นทราย ต่างเปรอะเปื้อนไปด้วยธาตุกำมะถันและสีดำ แก๊สทาวน์ โดยหลักมีหน้าที่ส่งน้ำมันจากกลางดินแดนอันไร้ทิศทาง ยังคงมีการสูบน้ำมัน ผลิตน้ำมัน และหาเงิน เราไม่เคยเรียนรู้บทเรียนในอดีต เราต้องการเชื้อเพลิงเพื่อทำการต่อสู้ต่อไป เพื่อขับรถ เพื่อซื้ออาวุธ ป้อมปราการ แก๊สทาวน์ ทำให้เราเห็นรายละเอียดในด้านที่ต่างออกไปของชีวิต เหตุผลแห่งการล่มสลาย สำหรับการล้มหายตายจากในที่สุด คือความจริงที่เราไม่สามารถนำทุกอย่างอกมาจากโลกได้ และ Bullet Farm ยังคงมีการพ่นดีบุกและถ่าน มีการเผาไหม้เพื่อผลิตกระสุนมากขึ้น ความตายเพิ่มขึ้น บุลเล็ตฟาร์มเป็นแหล่งผลิตจากชุดภาพถ่ายของเซอร์รา พีลาดา ซึ่งเป็นเหมืองทองในบราซิลที่ดำเนินการตั้งแต่ปี 1980 จนถึงปี 1986 มีคนงานจำนวนมากปีนขึ้นไปบนบันไดไม้ที่ผุพังพร้อมการแบกกระสอบขนาดใหญ่บนหลัง แต่ละคนจะได้รับเงินด้าบนเขา นั่นคือบุลเล็ต ฟาร์มของเรา มนุษย์ต้องลากตัวเองขึ้นไปบนเขาเพื่อความอยู่รอดในอีกช่วงเวลาหนึ่ง อีกวันหนึ่ง นั่นคือเรื่องธรรมดาของมนุษย์ที่นั่น ซิทาเดลต้องใช้หิน แก๊สทาวน์ ต้องใช้เหล็ก ส่วนเหมืองเราให้ความรู้สึกเหมือนปราสาทที่มีซุ้มประตูเหล็กเก่าแก่ ซึ่งเป็นโครงสร้างแบบยุคกลางของปราสาทที่สร้างเป็นส่วนหน้าของเหมือง เมื่อพวกเขาเริ่มเปิดเหมืองก็จะพบกับ Bullet Farm วอร์ริกส์ โคลิน กิ๊บสัน (ผู้ออกแบบฉาก): เราถูกควบคุมการปรับเปลี่ยนบางส่วนด้วยเรื่องราว วอร์ริกในเรื่อง Fury Road เหมือนรถในอดีตของอิมมอร์ตั้นที่มีความน่าประหลาดใจขึ้นนิดหน่อย มันเหมือนรถแทรคเตอร์ยักษ์ และมีความเหมือน Slouching Towards Bethlehem ครั้งแรกเราพบเขาเมื่อ 10 ปีหรือนานกว่านั้น ช่วงก่อน 10 ปีนั้น เขาอยู่ได้แค่ในความคิดของผม จนตอนนี้จอร์จคิดว่าคงจะดาหากทำให้ดูแวววาวขึ้น เขาเหมือน Louis XIV และ Sun King มากกว่าเป็น Napoleon เก่าๆ ที่เห็นในเรื่อง Fury Road วอร์ริกจึงมีความกว้าง งดงาด ไร้ที่ติกว่า เราสร้างตำนานคันนี้ขึ้นมาและลากผ่านดินแดนอันรกร้างว่างเปล่า เพื่อประกาศถึงความยิ่งใหญ่ของเขา พาหนะต่างๆ โคลิน กิ๊บสัน (ผู้ออกแบบฉาก): ครั้งนี้ดีเมนทุสเป็นหัวหน้าฝูงไบค์เกอร์ ซิทาเดล, แก๊สทาวน์ และบุลเล็ต ฟาร์มแทบจะไม่มีการเคลื่อนไหวหลังจากการต่อสู้ครั้งสุดท้าย พาหนะหลักที่เราต้องสร้างคือวาเลนต์ ซึ่งเป็นทั้งความรักและการแก้แค้นของพวกเรา ครั้งนี้ยังเป็นระบบเดิม แม้ว่านี่คือ Slant 6 ไม่ใช่ V8 มีการเชื่อมกระแสไฟและใช้ซูเปอร์เทอร์โบโหมด โดยปกติจะเป็นพาหนะใช้สำหรับการหลบหนีอย่างที่เคยเป็นมาโดยตลอด มีการตกแต่งที่สะดุดตา แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือสีของหัวใจและความรัก.. ที่เป็นแค่การสาดสีแดง แครงกี้ แบล็ค เป็นพาหนะที่สร้างขึ้นมาเพื่อสงคราม เหมือนรถทั่วไปที่เหมาะกับฟูริโอซ่า มันเป็นของสโครทัสและเครื่องจักรสงครามของเขา ช่วงการออกแบบไปได้ครึ่งทางจอร์จต้องการให้พาหนะเหล่านี้วิ่งขึ้นไปบนภูเขาทราย มอเตอร์ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าเหมาะจะนำมาติดตั้งด้านหลังมากกว่า จนกลายเป็นรถที่ใช้ปีนเขา นี่คือรถที่มีเครื่องยนต์เทอร์โบ V8 ด้านหลังและกลายเป็นพาหนะของฟูริโอซ่า รถมอเตอร์ไซค์/นักขี่ทั้งหลาย: โคลิน กิ๊บสัน (ผู้ออกแบบฉาก): บางครั้งจอร์จต้องการให้มีรถมอเตอร์ไซค์เพิ่มขึ้นเป็น 3,000 คันให้ดูวุ่นวายและขี่ไปมาทั่วดินแดนอันรกร้างว่างเปล่านี้ ฉะนั้นเราจึงมีการแตกมอเตอร์ไซค์เป็น 3 กลุ่มต่างกัน มีทั้งผู้ที่พร้อมจะไปจนสุดอารยธรรม ผู้ที่มีความพร้อม ผู้ที่ห้าวพอจะมารวมกลุ่มนี้ ผู้ที่ต้องการแก้แค้นทั่วดินแดนอันรกร้างว่างเปล่า และรถมอเตอร์ไซค์ควรมีหน้าตาแบบไหน ที่เห็นชัดเจนคือกลุ่มนักขี่ของเราที่ก่อโจรกรรมมีความเป็นพวกพ้องเดียวกัน พวกเขาคือตัวเลือกที่ดี ทั้งพวกฮาร์เลย์ รถคันใหญ่ และอะไรอีกหลายสิ่งจึงมารวมกันเป็นกลุ่มนักขี่ได้ ทหารกองหนุน ตำรวจ ผู้ดูแลนักโทษและนักโทษเอง สุดท้ายต่างพบว่าตัวเองถูกทำทัณฑ์บนเมื่อโลกที่เหลือได้หายไป พวกเขายังคงเกาะกลุ่มกัน ยังคงมีรถมอตเรอ์ไซค์ อาวุธ เครื่องมือ และไร้ศีลธรรมที่จะทำให้เขาแตกแยกกันได้ กลุ่มผู้ทรมาณตัวเองที่เรามองว่าเป็นผู้สืบทอดจากกลุ่ม SAS [Special Air Service] อาจเป็นผู้หลบหนีจากสงครามครั้งใหญ่ล่าสุดบริเวณชายฝั่งตะวันออก พวกเขาเดินทางผ่านทะเลทราย จดจำความน่ากลัวไว้ในหัวใจทุกคน เพราะพวกเขาต่างรู้ดีในสิ่งที่ทำให้กลายเป็นเพื่อนสนิทกัน ระหว่างนั้นยังมีผู้ที่กระโดดข้ามตึกและพาราชูท บรรดาผู้ทรมาณตัวเองกลายเป็นกลุมสำคัญในทีมของดีเมนทุส นำโดยออคโทบอส ผู้ลี้ภัย ผู้ปรบมือให้สัญญาณที่ต้องรีบไปยังทะเลทรายเพื่อแตกตัวออกไป และไม่มีวันขาดแคลนกลุ่มเหล่านี้เลย เดอะ รูบิลลีส์ เพื่อนผิวขาวที่เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายชั่วอายุคน พวกเขาถูกละอองกัมมันตรังสีจากชายฝั่ง ทำให้เรามีกลุ่มผู้ที่มีทั้งความยืดหยุ่นและน่ารังเกียจในตัว พวกเขารับมือได้ดีกับการล้างแค้นอย่างเลือดเย็นและการสูญเสียใครสักคนไปกับฝุ่นละอองและความเศร้า รถของดีเมนทุส โคลิน กิ๊บสัน (ผู้ออกแบบฉาก): เราต้องการให้ดีเมนทุสมีรถที่ทำให้เขาดูต่างจากคนอื่น มีทางเดียวคือการอัพเกรดรถมอเตอร์ไซค์ ไม่ทำให้มันดูเกลื่อน รถของเขาถูกผลิตจากวัสดุหลายชนิด ตอนแรกผมคิดภาพว่าเขาเหมือน Icarus ที่หล่นมาจากท้องฟ้า มันทำให้เราเลือก Rotec 7-ไซลินเดอร์ R2800 โดยทั่วไปแล้วมันคือเครื่องยนต์ของเครื่องบิน มี 2 ล้อขนาดใหญ่และผลิตรถมอเตอร์ไซค์ด้านข้างขึ้นมาอีกคัน มันเคยมีมาแล้วครั้งหนึ่งโดยถูกติดตั้งทั้งแนวนอนและแนวตั้ง แต่เกิดปัญหาทางเทคนิคมากมาย ทั้งเปลืองน้ำมันและพวกเขาต้องเปิดใช้งานเป็นเวลานานจึงค่อยปิด และไม่มีการพูดว่า สตาร์ทเครื่องอีกรอบกัน มันต้องมีการรักษาสภาพอย่างหนักหน่วง แต่เหมือนเพื่อนสาวที่ดูแลสภาพดี มันก็คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้มา รถม้าเกิดขึ้นอย่างตั้งใจให้มีการอัพเกรด เรานึกภาพว่าเขาเข้าสู่ซิทาเดลในบรรยากาศที่ถูกโอบล้อม คล้ายกับซีซาร์วิงกลับมาที่โรม และผมเคยจับคู่เขากับ BMW R18s โดยให้ม้าสีดำขนาดใหญ่นี้อยู่หน้ารถม้า แน่นนว่าจอร์จทำได้ดีว่าผมเช่นเคย มีการเพิ่มรถม้า เครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ จนกลายมาเป็นม้าที่สำคัญในเรื่องนี้ ความสิ้นเปลืองคือสิ่งไม่จำเป็นในดินแดนอันรกร้างว่างเปล่า หาก 2 ตัวคิดว่าเพียงพอแล้ว การมี 3 ตัวย่อมดีกว่าเดิม เราจึงอัพเกรดรถม้าให้ทั้งคู่ตรงกลางและ R18s อีกทั้งสองฝั่ง ภาพรวมของภาพยนตร์ ไซมอน ดักแกน (ผู้กำกับภาพ): ผมรู้ว่า Furiosa จะต้องมีความหลากหลายในเรื่องมากขึ้น เรายังคงตัวละครหลักใน Fury Road แต่เพราะเรามีการเข้าสำรวจสถานที่อีกหลายแห่ง มีบรรยากาศและตัวละครใหมๆ เรามีหลายภาพที่อยากเล่าเรื่อง ในเรื่อง Fury Road ความรู้สึกส่วนใหญ่จะเหมือนติดอยู่ในทะเลทรายและซิทาเดล เราเห็นแต่ซิทาเดล แต่เราได้ยินชื่อสถานที่อื่นในเรื่อง เราไม่เคยไปเยือนที่เหล่านั้น ป้อมปราการอื่นล้วนมีความเกี่ยวข้งกัน และพวกมันสร้างบริวารที่อยู่รอบซิทาเดล การเดินทางผ่านดินแดนอันรกร้างว่างเปล่า ไซมอน ดักแกน (ผู้กำกับภาพ): ภาพรวมของดินแดนอันรกร้างว่างเปล่าไม่ได้ถูกจำกัดไว้ด้วยถนนบนทะเลทรายอย่างที่เราเห็น ตัวละครดีเมนทุสเขาเดินทางข้ามผ่านทะเลทราย เราจะเห็นวิวภูเขาทรายและอีกหลายมุมที่น่าทึ่งมาก มันช่วยเพิ่มบรรยากาศในทะเลทราย บวกกับการที่เราได้เห็นเมืองป้อมปราการที่เชื่อมกับถนนบนทะเลทรายสายเดียวกันนี้ เมื่อเราเข้าไปอยู่ในป้อมปราการเหล่านั้นจะเหมือนโลกอีกใบหนึ่งเลย มีอีกหลายสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับวัตถุดิบที่ใช้ ล้วนสอดคล้องเข้ากับเมืองป้อมปราการเหล่านี้มาก การถ่ายทำที่ออสเตรเลีย ไซมอน ดักแกน (ผู้กำกับภาพ): เรื่อง Fury Road ถ่ายทำกันที่แอฟริกาใต้ ซึ่งจะมีหมอกปกคลุมกองถ่ายตลอดเวลา พอเราเริ่มถ่ายทำที่ออสเตรเลีย เรารู้สึกว่ามันดูสดชื่นและแตกต่างกันมาก เพราะทำให้เรารู้สึกรุนแรงมากขึ้น ทำให้เราทำงานได้ดีมาก ท้องฟ้าก็มีสีที่ต่างออกไป มีความเข้มกว่า และเรามีท้องฟ้าหลากสีใน Broken Hill เขตชนบทของออสเตรเลีย ทุกอย่างมันช่วยปรับเปลี่ยนภาพโดยรวมได้ แต่ไม่หลุดจากกรอบของสิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นมา การควบคุมฉากแอ็คชั่น ไซมอน ดักแกน (ผู้กำกับภาพ): ผมคิดว่าการควบคุมการฉากแอ็คชั่นเกิดขึ้นเยอะมากช่วงที่มีการจัดวางภาพไว้ล่วงห้นาก่อนถ่ายทำ และจอร์จมีระบบเชื่อมต่อดาวเทียมที่ทำให้เราได้มองดูแบบเรียลไทม์ กองถ่ายย่อยหรือกองถ่ายฉากต่อสู้กำลังถ่ายทำอะไรอกันอยู่ แต่ละเทคจอร์จจะคอยแสดงความเห็นของเขา ต้องปรับเปลี่ยมหรือเขาต้องการอะไรแบบไหน ปกติจอร์จจะคอยอยู่ควบคุมทุกการเคลื่นไหวอยู่แล้วครับ การหลีกเลี่ยงเงา ไซมอน ดักแกน (ผู้กำกับภาพ): เรามักจะมีการซักซ้อมทวงท่ากันก่อนช่วงกลางคืน จากนั้นถ่ายทำกันในวันต่อมา เมื่อเรามีความมั่นใจแล้วก็จะไปจัดเตรียมทุกอย่างพร้อมไฟที่เหมาะสม เพราะกล้องต้องเคลื่อนที 360 องศา เราต้องระวังเรื่องเงาให้ได้มากที่สุด ทุกทิศทางของแสงล้วนมีความสำคัญมาก การเก็บภาพการต่อสู้ ไซมอน ดักแกน (ผู้กำกับภาพ): ในหนังแนวนี้มีวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์ที่หนักหน่วง มีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นเยอะมาก เราต้องการให้นักแสดงอยู่บนพาหนะต่างๆ บนรถบรรทุกอย่างปลอดภัยและเราสามารถเก็บภาพเขาไปได้ด้วย เราต้องใช้รถพร้อมแขนที่มีการติดตั้งเครนและหัวที่ทำให้เราติดตามการแสดงทั้งหมดได้อย่างใกล้ชิด มันช่วยทำให้เราไปถึงเป้าหมายในการเก็บภาพการแสดง และทำให้พวกเขาเหมือนได้อยู่ในบรรยากาศจริงมากด้วย ความสมจริง แอนดรูว์ แจ็คสัน (ผู้ควบคุมวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์): วิชวลเอ็ฟเฟ็กต์ทั้งหมดต้องอิงจากโลกแห่งความจริง นั่นคือสไตล์การทำงานของเรา ต้องอิงจากความเป็นจริงและมีการอ้างอิงถึงได้ หากเรามีแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจน เราก็มีสิ่งที่แมตช์กันได้ เราต้องสังเกตจากโลกแห่งความจริงและแน่ว่าผลงานนั้นให้ความรู้สึกที่สมจริงด้วย เช่นเดียวกับเรื่อง Fury Road และในเรื่องนี้ หนังเรื่องอื่นที่ผมทำงานด้วยก็เช่นกัน เพราะความสมจริงคือสิ่งสำคัญในการทำงาน ผมไม่ใช่คนที่ทำงานในหนังแฟนตาซีหรือหนังที่มีสัตว์ประหลาด ผมอิงจากโลกแห่งความจริงเป็นหลัก นันคือสไตล์การทำงานของผมส่วนใหญ่มากกว่า ตอนนั้น กับ ตอนนี้ แอนดรูว์ แจ็คสัน (ผู้ควบคุมวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์): ที่เห็นได้ชัดคืออุปกรณ์มีการพัฒนาไปมาก และทุกอย่างทำให้ดูสมจริงมากขึ้น ผมคิดว่าหนึ่งในพื้นที่ขนาดใหญ่ของผมที่เปลี่ยนไป คือเอ็ฟเฟ็กต์ของไฟ น้ำ ฝุ่นละอองและควัน ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่สร้างความท้าท้ายในการสร้างความสมจริงมาก แต่ปัจจุบันนี้เราแทบไม่คิดถึงมันด้วยซ้ำ แค่จับคู่สิ่งที่มีอยู่และเก็บภาพพาหนะหรือบุคคลที่มี วิธีการเก็บภาพของเราและแปลงเป็นงาน 3 มิติทำให้ทุกอย่างแม่นยำและดูสมจริงมาก ไม่มีข้อกังขาใดๆ เลย มันเป็นแบบนั้นมาอย่างยาวนาน รู้สึกเหมือนทุกพื้นที่มีการพัฒนาอย่างชัดเจน อุปกรณ์ต่างๆ มีการพัฒนาไปตามกาลเวลา และเป็นเวลานานนับ 10 ปีแล้วจึงเกิดการพัฒนาขึ้นเยอะมาก มีหลายฉากที่มีการแทนที่หรือเพิ่มจำนวนพาหนะ มีบางฉากที่เราใช้พาหนะจากคอมพิวเตอร์กราฟฟิค เพราะมันดูถูกต้องตามต้องการที่สุด เทคโนโลยีช่วยเรื่องการจับคู่ความเหมาะสมได้มาก โดยเฉพาะพาหนะที่มีอยู่จริง แค่เก็บภาพถ่ายและสแกนลงไป จากนั้นเราก็ได้ผลงานที่คัดลอกออกมา ส่วนเอ็ฟเฟ็กต์เรื่องฝุ่น ทราย และสิ่งเล็กจิ๋วก็ทำออกมาได้ดีมาก การผสมผสานวัตถุเหล่านั้นดูสมจริงอย่างไร้ที่ติเลย เสื้อผ้าสำหรับความอยู่รอด เจนนี่ บีแวน (ผู้ออกแบบเสื้อผ้า): ในดินแดนอันรกร้างว้างเปล่า แทบไม่มีอะไรเลยที่จะเป็นกฎระเบียบหลักการ ทุกสิ่งที่พวกเขาหาได้ล้วนต้องมีประโยชน์ และจอร์จก็รักจุดนั้นหากจะมีประโยชน์ 2 ด้าน ไม่ใช่ว่าจะประดับอไรไม่ได้เลย แต่พวกเขาใช้ข้าวของเหล่านั้นเพื่อการดำรงชีพ ที่เห็นชัดเจนคือดินแดนอันรกร้างว่างเปล่าไม่มีซูเปอร์มาร์เกก็ต พวกเขาผลิตเสื้อผ้ากันเองจนถึงที่สุด พวกเขาใช้แค่สิ่งที่หาได้จากที่นั่น เช่น กระดูก หนัง ในภาคนี้เรายังมีดินแดนอันเขียวชอุ่ม จึงพอมีความเป็นไปได้ที่จะมีแหล่งน้ำที่ดี เราสามารถปลูกสิ่งต่างๆ ด้านนอกได้ จากนั้นเมื่อเข้าไปในดินแดนอันรกร้างว่างเปล่าที่มีขอบเขต แน่นอนว่าต้องมีเรื่องของจุดหมาย หลักการสำคัญอีกอย่างของจอร์จคือ ทำให้เรียบง่ายไว้ เราทำแบบนั้นจนไม่รู้สึกว่ากำลังทำอยู่ อย่างตัวละครริคทัสการตอกเข็มลงไปเป็นเรื่องที่สนุกมาก ทุกสิ่งที่พวกเขาสวมใส่คือสิ่งที่ทำให้พวกเขาอยู่รอดได้ มันคือการใช้ลมหายใจ ไม่มีใครหายใจได้เลยเพราะมีแต่มลพิษ ทุกคนทรมาณจากโรคภัยไข้เจ็บ และร่างกายของอิมมอร์ตั้นก็เน่าเปื่อย เขาเลยสวมชุดเหมือนกระดองปกป้องตัวเอง มันไม่เชิงเป็นการตกแต่งซะทีเดียวแม้ว่าจะดูพร้อมออกรบก็ตาม เรามีการเปรียบเทียบเรื่องช่วงเวลาลงไปด้วย แต่ทั้งหมดก็เพื่อความอยู่รอด ภาพลักษณ์ของฟูริโอซ่า เจนนี่ บีแวน (ผู้ออกแบบเสื้อผ้า): ตัวละครฟูริโอซ่าของอันยา เทย์เลอร์-จอยมีหลายลุคมาก เมื่อเธอเข้าไปอยู่ในกลุ่มของพวกเขาแล้วเธอได้รับการดูแลจากช่างเสื้อยอดฝีมือของเธออย่าง ไฟ นิโคลส์ การร่วงานกับเธอสนุกมาก ชื่อของเธอเหมาะกับเธอเป็นที่สุด เธอสวมบทบาทได้อย่างคุ้นเคย อย่างที่เคยพูดไว้เลยว่าจอร์จ มิลเลอร์ผู้สร้างภาพยนตร์ที่เก่ง จินตนาการของเขาคือสิ่งที่เราถ่ายทอดออกมาให้เห็น ฉันได้ปะติดปะต่อหลายอย่างขึ้นมาเพื่อฟูริโอซ่า และเรานำมาแสดงให้เขาเห็นซึ่งเขาชอบมันมาก อันยาก็มีความสุขที่ได้สวมใส่ผลงานของเรา ฉันคิดว่ารองเท้าบูทส์ที่เราปรับเปลี่ยนทำให้เธอสบายและอุ่นใจมาก ไม่อย่างนั้นคงจะลำบาก มีหลายครั้งที่ฉันคุยอย่างเปิดใจว่านักแสดงจะรู้สึกอย่างไรกับตัวละครและเรื่องอื่นๆ แต่ฉันคิดว่าตัวละครฟูริโอซ่ามีความลงตัวมาก นั่นคือตัวตนของเธอเลย และอันยาดูมีความสุขกับสิ่งที่สวมใส่ เธอดูน่ารักมากค่ะ ดีเมนทุสและเจ้าหมี เจนนี่ บีแวน (ผู้ออกแบบเสื้อผ้า): ทุกอย่างเกี่ยวกับดีเมนทุสและเท็ดดี้แบร์... ฉันพบว่าดีเมนทุสเป็นตัวละครที่มีความยากในการออกไอเดียค่ะ ฉันจำได้ว่ามีการค้นหาข้อมูลทั้งกูรู ผู้อยู่ในกระแสความป๊อป ตัวละครที่มีสีสัน ผู้นำเผด็จการ ทั้งหมดล้วนดูคล้ายกับตัวละครนี้ จากนั้นเรามีการประชุมผ่านซูมเกี่ยวกับตัวละครดีเมนทุสร่วมกับนิโค [ลาธอริส] และอีกหลายเรื่อง ซึ่งฉันก็ยังไม่ได้ข้อสรุป หลังจากนั้นฉันคิดว่าต้องอาศัยการผสมผสานระหว่างผู้นำเผด็จการกับกูรู นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ดีมาก เขาขี่รถมอเตอร์ไซค์และเป็นผู้ออกตัว แจ็คเก็ตตัวเล็กที่ดูตลกนั่นทำให้ดูเหมือนผู้นำหรือเป็นสิ่งที่ควรจะถอดออกกันแน่นะ? เราให้ผู้ดูแล แก๊สทาวน์ เป็นคนสวมใส่ โดยมีไอเดียวาหากเห็นจากที่อื่นเราจะได้รู้ว่าเขาเอามาจากที่ไหน เมื่อเขามีอำนาจมากขึ้นเขาก็เพิ่มภาพลักษณ์ที่มองเห็นได้มากขึ้น มันเหมือนเสื้อผ้าชิ้นหนึ่งที่เราใส่เพิ่มเข้าไป ไม่ได้มีความหมายอื่นใด ที่เห็นชัดเจนคือเรามีการผลิตผ้าคลุมกระโดดร่มสีขาวขึ้นมา ส่วนเรื่องหมีฉันคิดว่าเพราะเขาคือตัวละครที่ถูกทำร้าย มันคือสิ่งที่มาจากตอนเขาเป็นเด็ก และหมีของเราก็ได้มาจากหมีที่เป็นต้นฉบับทาง eBay ในประเทศอังกฤษ จากนั้นมีการผลิตขึ้นอีกหลายตัวโดยทีมงานที่มีความสามารถในออสเตรเลีย จนหมีกลายเป็นสิ่งสำคัญในตัวละครดีเมนทุสของคริส เฮมส์เวิร์ธไปเลย ความสร้างสรรค์ เจนนี่ บีแวน (ผู้ออกแบบเสื้อผ้า): ฉันคิดว่ามีการใส่รายละเอียดความสร้างสรรค์ไปเยอะมาก จอร์จพูดเสมอว่า การที่เราอยูในดินแดนรกร้างว่างเปล่า มีความสกปรก สิ้นหวังและทุกอย่าง ไม่ได้หมายความว่าจะขาดความน่าสนใจหรือความสวยงามไปนะ มันไม่ใช่สำหรับทุกอย่าง แต่บางคนก็พยายามทำเสมอ ฉันหมายถึงพวกเขาไม่มีอะไรจะทำแล้ว ตอนนี้ผู้คนก็มาถักไหมพรมและโครเชต์นั่งดูทีวีกัน แต่เราคิดว่าในดินแดนอันรกร้างว่างเปล่านี้ พวกเขาคงใช้เวลาช่วงบ่ายไปกับการทำให้เสื้อผ้าดูน่าสนใจและมีความโดดเด่นเฉพาะตัว นั่นคือสิ่งที่เราวางแผนเอาไว้ ภาพลักษณ์ เจนนี่ บีแวน (ผู้ออกแบบเสื้อผ้า): ฉะนั้น แก๊สทาวน์ จึงอิงจากภาพในอดีตที่น่าสนใจยุค 1920 ที่ผู้คนตัวเปื้อนน้ำมัน ฉันสังเกตผู้คนในสถานการณ์เหล่านั้น พวกเขาดูเปื้อนน้ำมันสีดำที่เหนียวหนืดตั้งแต่หัวจรดเท้า มันเห็นภาพชัดเจนมาก จากนั้นในส่วนของบุลเล็ต ฟาร์ม เราเลือกใช้สีเหลืองน้ำตาลแบบธาตุกัมมะถัน บุลเล็ตฟาร์มmer จะมีวิกสีน้ำตาลที่ดูเปื้อนดินกระสุน ทำให้ดูมีความเป็นตัวเองมาก สำหรับผู้ที่ทำงานในเหมืองนี่คือลุคที่เหมาะสมกับพวกเขา เราไม่มีเครื่องแบบอะไร แต่เรามีการย้อมสี ลงสี และทำทุกอย่างให้มีสีสันแบบนั้น เสื้อผ้าต้องมีการปกป้องให้ได้มากที่สุด แต่เนื่องจากตัวละครเหล่านี้ยากจนมาก มันก็จะดูเหมือนผ้าขี้ริ้วไปหน่อย จินตนาการ พีเจ โวเทน (ผู้ช่วยผู้กำกับกองแรก): จอร์จมีมันสมองที่น่าทึ่งเรื่องรายละเอียดของภาพยนตร์ เขามีภาพทั้งหมดในหัวของเขาเป็นปกติมาก เขาจะถ่ายทอดออกมาและเราทุกคนพยายามเก็บข้อมูลทุกอย่างลงสมอง หากมีเครื่องจักรที่เสียบเข้ากับสมองและฉายภาพยนตร์ออกมาได้ เราก็จะมีผลงานออกมาเลยทันที เขารู้ดีว่าตัวเองต้องการอะไร หน้าที่ของผมคือพยายามทำให้ทุกคนเข้าใจตรงกันกับเขา ผมรู้สึกว่าจินตนาการของเขามีความลื่นไหลมากครับ โบรคเก้น ฮิลล์ พีเจ โวเทน (ผู้ช่วยผู้กำกับกองแรก): ตอนที่กำหนดตารางการถ่ายทำภาพยนตร์ ผมคิดว่า เราจะเริ่มกันที่โบรคเก้น ฮิลล์ เพราะผมคิดว่าโบรคเก้น ฮิลล์คือบ้านพักใจของแฟรนไชส์นี้ ผมคิดว่าแฟนทุกคนที่อยู่ในโลกของ Mad Max จะรู้สึกว่าโบรคเก้นมีความพิเศษในตัว ผมจำตอนที่เราทดสอบครั้งแรกไปพร้อมกับรถจำนวนมากที่ขับไปที่อพาร์ทเมนท์ของผู้ช่วยผู้กำกับฯ ของผม ไม่มีใครเคยร่วมงานในเรื่อง Fury Road มาก่อนและทุกคนตื่นเต้นมาก พวกเขาพูดว่า ตอนนี้เรารู้สึกเหมือนอยู่ในหนังโบรคเก้น ฮิลล์เลย เพราะพวกเขาได้ขับรถกลางทะเลทรายทั่วพื้นที่ มันดีมากที่นักแสดงและทีมงานล้วนมีดีเอ็นเอตรงกัน ในส่วนจังหวะของเรื่องก็เข้าถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครได้ง่ายๆ ทุกอย่างจึงลงตัวหมดในเรื่องความสร้งสรรค์ นักแสดงต่างสวมบทบาทตัวเองเป็นครั้งแรกในเรื่องนี้และก่อนกำหนดการของภาพยนตร์ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดีเสมอ ผู้นำ พีเจ โวเทน (ผู้ช่วยผู้กำกับกองแรก): จอร์จไม่เคยอาศัยทางลัดอะไรเลย เขามีมาตรฐานกำหนดไว้ชัดเจนเสมอ เขาคอยสร้างความท้าทายให้พวกเราตลอด จนถึงท้ายที่สุดเรายังคงใช้ทุกนาทีคุ้มค่าและทำทุกอย่างให้ทันเวลา เพราะจอร์จเป็นคนที่ทำให้อยากสร้างผลงานเต็มที่ เขาคอยสร้างแรงบันดาลใจให้เราสร้างผลงานออกมาดีที่สุด ทุกอย่างก็เพื่อโปรเจ็กต์ที่ทำอยู่ เขาเป็นผู้นำแถวหน้าและต้องการให้ทุกอย่างถูกต้องเสมอ ซึ่งก็ถูกของเขาเพราะเขาคือคนที่อยู่ในห้องตัดต่อในท้ายที่สุดด้วย บางครั้งผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังพูดว่า คุณจะไม่เอาแบบนี้ไปใช้หรอก จอร์จ แต่เขาต้องการตัวเลือกนั้นอยู่ในห้องตัดต่อด้วย เขาอาจจะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ แต่เขามีโอกาสเลือกถ่ายทำฉากต่างๆ ที่สุดท้ายเขาอาจไม่ต้องการมัน บทสรุปคือทุกคนหันมาพูดว่า เย้ นี่คือผลงานที่ดีที่สุดเท่าที่เคยทำมาเลยล่ะ 2 ล้อ กับ 4 ล้อ กาย นอร์ริส (ผู้ออกแบบฉากแอ็คชั่น) : ระหว่างเรื่องที่แล้วกับเรื่องนี้ ทุกอย่างเริ่มต้นเหมือนกัน มีการอิงมาจากเรื่องราว ตัวละคร และวิธีการถ่ายทอดเรื่องราวของจอร์จ ขอบเขตของเรื่องนี้ใหญ่กว่าเยอะมาก ไม่ใช่แค่เราพยายามถ่ายทำฉากผาดโผนในสถานที่ต่างๆ หลายแห่งเพียงอย่างเดียว แต่เรายังพยายามใช้เทคโนโลยีล่าสุดที่ช่วยให้เราถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านั้นออกมาได้ด้วย ในเรื่อง Fury Road เต็มไปด้วยรถบรรทุกเครื่องจักร รถยนต์ เพื่อการเล่าเรื่องราว ส่วนในเรื่องนี้เราใช้พวกมอเตอร์ไซค์ที่มีความแตกต่างและซับซ้อนมากกว่าในเรื่องของการจัดท่าทาง... และมีอันตรายมากกว่าสำหรับการแสดงฉากผาดโผนด้วย ดีเมนทุสเป็นนักขี่รถและเขามีกลุ่มนักขี่อีกกว่า 3,000 คนด้วย เขาต้องจับกลุ่มกันตลอดทั้งเรื่อง ฉะนั้นฉากแอ็คชั่นทั้งหมดที่เราเคยถ่ายทำในเรื่อง Fury Road เรายังคงถ่ายทำกันแบบเดิมในเรื่องนี้ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นรถ 2 ล้อแทน 4 ล้อ ทำให้การทดลองและการแสดงฉากต่อสู้ยากกว่าเดิมเยอะเลย เพื่อความปลอดภัย กาย นอร์ริส (ผู้ออกแบบฉากแอ็คชั่น) : เมื่อเราต้องออกแบบฉากแอ็คชั่นในเรื่อง Furiosa และต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัย เราเริ่มคิดถึงการใช้เทคโนโลยีโมชั่นแคปเจอร์ สิ่งที่เราพัฒนาขึ้นมาคือระบบที่ใช้ความเฉื่อยและชุดโมชั่นแคปเจอร์ ผสมกับการใช้ลวดสลิงขึ้นแบบเดียวกับที่เคยใช้ในเรื่อง Fury Road จากนั้นนำมารวมกัน ฉากแอ็คชั่นในเรื่อง in Furiosa เหมือนกับในเรื่อง Fury Road ทุกอย่างเกิดขึ้นโดยอาศัยร่างกายและการเคลื่อนไหวของนักแสดงทุกคน แต่สิ่งที่เราทำได้คือการรวมฉากมอเตอร์ไซค์ชนกันรุนแรงเข้ากับโมชั่นแคปเจอร์ โดยพื้นฐานคือนักแสดงทุกคนและนักแสดงผาดโผนทุกคนต้องมีการขยับตัว ตอนนี้ที่เราต้องทำคือฉากรถชนกันเกิดขึ้นโดยนักแสดงสวมชุดโมชั่นแคปเจอร์และเราเก็บข้อมูลเอาไว้ ทุกคนมีร่างอวาตาร์ของตัวละครนั้น จากนั้นเราจะนำข้อมูลที่ได้จากการเคลื่อนไหวร่างกายไปสวมทับกับตัวละครของพวกเขา ทำให้เราได้ภาพนักแสดงผาดโผนที่อยู่บนถนนด้วยความเร็ว 50, 70 ไมล์ต่อชั่วโมง ขี่มอเตอร์ไซค์ชนกัน มีการกลิ้งหลายต่อหลายครั้ง... แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย มันมีความแตกต่างเยอะมากครับ เพื่อความสมจริง กาย นอร์ริส (ผู้ออกแบบฉากแอ็คชั่น) : ผมคิดว่าแรงดึงดูดที่สำคัญอย่างหนึ่งในเรื่อง Mad Max คือฉากไลฟ์แอ็คชั่นที่เน้นการเคลื่อนไหว สิ่งที่เราเห็นในโลกใบนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการตกมาจากรถบรรทุก ถูกชนในรถ กระโดดจากรถคันหนึ่งไปอีกคันหนึ่ง ไม่มีอะไรที่เป็นภาพเคลื่อนไหวและตัวละครดิจิตอลเลย ทุกอย่างที่เราถ่ายทำในเรื่อง Furiosa ล้วนเกิดขึ้นจากนักแสดงผาดโผนตัวจริงมาแสดงจริง เราแค่ระวังเรื่องการรักษาความปลอดภัย แทนที่จะล้มบนถนนในฉากมอเตอร์ไซค์ชนที่ความเร็ว 70 ไมล์ต่อชั่วโมง เราเลือกให้ได้ผลลัพธ์แบบเดียวกันโดยใช้ระบบลวดสลิงที่มีความซับซ้อนระหว่างรถเครน 2 คัน หรือจะเป็นฉากที่ใช้เวทีขนาดใหญ่ เพื่อให้นักแสดงผาดโผนทำการแสดงและเราคอยเก็บภาพ มันก็ทำให้เราได้การแสดงที่ดูสมจริงเหมือนอยู่บนถนนที่ใช้ความเร็วสูงหรือบนทางรถมอเตอร์ไซค์ ฉากที่ 102 กาย นอร์ริส (ผู้ออกแบบฉากแอ็คชั่น) : ฉากที่แอบซ่อนไปอย่างไร้จุดหมายคือฉากแอ็คชั่นฉากใหญ่ในเรื่อง ตัวละครนำฟูริโอซ่าของเราได้พบกับ แพรทอเรี่ยน แจ็คครั้งแรก ฉากแอบซ่อนเป็นฉากที่ 102 มีความยาวถึง 15 นาทีโดยมี 197 ช็อตในฉากนั้น ใช้เวลาถ่ายทำเกือบ 9 เดือน เริ่มจากในประเทศ นิวเซาธ์เวลส์เมื่อเดือนมีนาคม บินไปที่ซิดนีย์ถ่ายทำในโรงถ่าย Fox Studios เดือนตุลาคม เราถ่ายทำกันตลอดช่วงเวลานั้นระหว่างถ่ายทำฉากอื่นไปด้วย มันคือฉากที่ยิ่งใหญ่มาก การพัฒนาจากภาพจำลองก่อนการถ่ายทำที่ผ่านมา กาย นอร์ริส (ผู้ออกแบบฉากแอ็คชั่น) : [ระบบ Proxy] Toybox คือเครื่องมือที่ใช้เรนเดอร์ได้แบบเรียลไทม์ ทำให้เรามีอิสระในการทดลองและวางแผนสิ่งที่อยากทำ ในอดีตการที่เราจะลองทำอะไรและแบ่งปันไอเดียการสร้างเรื่องราวให้ใครสักคนได้คือสตรอรี่บอร์ด นั่นคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง จากนั้นสตอรี่บอร์ดได้นำมาใช้ในผลงานแอนิเมชั่น มันช่วยในการทำงานได้ดีมาก จนกลายมาเป็นภาพจำลองที่เห็นได้ก่อนการถ่ายทำที่สตอรี่บอร์ดเหล่านั้นเป็นภาพเคลื่อนไหว และทุกคนยังคงใช้ระบบนั้นจนถึงวันนี้ ปัญหาเดียวที่เกิดขึ้นกับสตอรี่บอร์ดคือทุกคนจะมองต่างมุมและเข้าใจต่างกันไป และสตอรี่บอร์ดเหมือนการหยุดช่วงเวลานั้นไว้ด้วย เราเรียกมันขึ้นมาได้ทีละเฟรม แต่มันมี 24 เฟรมในทุกวินาที นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนเฟรมนั้น ฉะนั้นมันจะได้จังหวะที่ลงตัวหรือเล่าเรื่องได้อย่างราบรื่นได้อย่างไร? มันไม่ยากเลยที่จะนึกภาพข้อดีในการนำมาใช้กับงานของเรา ขั้นตอนการออกแบบของเรา โดยมีจอร์จควบคุมเครื่องมือนั้นระหว่างเราทำการออกแบบที่ผมชอบเรียกว่าเหมือนละครเวที ช่วงแรกเราออกแบบฉากแอ็คชั่นให้มีความเรียบง่าย ระหว่างการออกแบบเราก็คิดตลอดว่าจะเหมาะกับเนื้อเรื่องไหม นักแสดงหรือตัวละครต่างๆ จะแสดงได้ตามขั้นตอนการเล่าเรื่องราวไหม? เมื่อการออกแบบเสร็จเรียบร้อยทั้งหมด เราก็มาตัดสินใจว่าจะปกปิดอย่างไร ตอนนี้เราสามารถเห็นฉากที่ซ่อนไว้ได้แล้ว เช่น จากฉากทั่วไปที่เป็นกล้องมุมสูง เราสามารถกดปุ่ม เริ่ม และดูฉากแอ็คชั่นนี้ 15 นาทีที่มีความยาว 20 ไมล์แบบยังไม่ผ่านการตัดต่อได้เลย เมื่อได้เนื้อเรื่องแล้วเรายังนำมาใช้เป็นเครื่องมือเล่าเรื่องราวร่วมกับจอร์จ เราสำรวจตัวละครต่างๆ และการโต้ตอบกันระหว่างพวกเขาตลอดเวลา เหมือนกับอีเวนท์ที่มีความยาว เช่น ละครเวทีหรือการแสดงฟุตบอล จากนั้นตัดสินใจว่าเราจะถ่ายทอดเรื่องราวอย่างไรให้เหมือนอย่างที่จอร์จต้องการ นี่เป็นการพัฒนาครั้งใหญ่และเป็นเทคโนโลยีใหม่อันยิ่งใหญ่ที่เราใช้ตลอดการถ่ายทำ Furiosa ผมคิดว่ามันเป็นจุดเปลี่ยนการเล่าเรื่องราวครั้งใหญ่ เราจะเข้าถึงเรื่องราวทั้งหมดอย่างไร? เราจะสำรวจสิ่งต่างๆ ในบรรยากาศที่ปลอดภัยอย่างไร? ครั้งแรกจะจัดการกับมันอย่างไร? ทุกอย่างเราทำในระบบพรอกซี่ Toybox system ที่ควบคุมโลกจริง เราแค่เอากล้องไปวางตรงที่เราสามารถวางกล้องได้จริง มันจะอิงจากความเร็วที่เราได้ตามพาหนะต่างๆ อิงจากการเคลื่อนไหวจริงของนักแสดงผาดโผน เราโชคดีที่เราทำแบบนั้นได้ในสภาพแวดล้อมของดิจิตอล 3 มิติทั้งหมดจนได้ไอเดียที่เราต้องการ ผมคิดว่ามันเป็นการเล่าเรื่องที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง Furiosa: A Mad Max Saga หรือฟูริโอซ่า มหากาพย์แมดแม็กซ์มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 22พฤษภาคม ที่จะถึงนี้ สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้ม M PASS ที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่าย ๆ เพียงแค่คลิก ที่นี่ ขอบคุณข้อมูลจาก Total Film
Major Cineplex • 22 พ.ค. 67
อ่าน
นักบินอวกาศนาซาฝึกซ้อมเดินบนดวงจันทร์จำลองในทะเลทรายแอริโซนา
นาซาเผยแพร่ภาพการฝึกซ้อมนักบินอวกาศเดินบนดวงจันทร์จำลองในทะเลทรายแอริโซนา โดยการฝึกในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมให้กับนักบินอวกาศในภารกิจอาร์เทมิสที่จะมีการส่งนักบินอวกาศสหรัฐอเมริกากลับไปเดินบนดวงจันทร์ในปี 2026การฝึกซ้อมในครั้งนี้ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ บริเวณภูเขาไฟซานฟรานซิสโก เมืองแฟลกสตาฟ รัฐแอริโซนา เนื้องจากพื้นที่ในบริเวณนี้มีลักษณะคล้ายพื้นผิวของดวงจันทร์ โดยมีนักบินอวกาศทดสอบ อังเดร ดักลาส และนักบินอวกาศทดสอบ เคท รูบินส์ เข้าร่วมทดสอบ พร้อมสวมชุดอวกาศจำลองที่คล้ายกับชุดอวกาศที่จะใช้ในภารกิจจริงบนดวงจันทร์ตลอดการฝึกซ้อมนาซาได้จำลองการปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบภารกิจในลักษณะเสมือนจริงด้วยการจำลองการเดิน 4 ครั้ง และการวิ่งด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง 6 ครั้ง ซึ่งเป็นตามแผนการและระเบียบการทดสอบที่ถูกกำหนดเอาไว้ในภารกิจอาร์เทมิส เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของนักบินอวกาศในการทำภารกิจจริงบนดวงจันทร์ภายใต้การสนับสนุนจากวิศวกรนาซา และผู้เชี่ยวชาญภาคสนามที่เข้าร่วมสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด รวมไปถึงใช้เจ้าหน้าที่ภายในศูนย์อวกาศฮุสตัน (Space Center Houston) รัฐเท็กซัส ร่วมทดสอบจำลองการติดต่อสื่อสารจากระยะไกลกับนักบินอวกาศทั้ง 2 คน ที่เข้าร่วมทดสอบการทดสอบภาคสนามมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้การทดสอบระบบ ฮาร์ดแวร์ และเทคโนโลยีทั้งหมดที่จำเป็นต้องใช้เพื่อปฏิบัติการบนดวงจันทร์ให้ประสบความสำเร็จในระหว่างภารกิจของอาร์เทมิส บาร์บารา ยาโนอิโก ผู้อำนวยการฝ่ายการทดสอบภาคสนามของจอห์นสันกล่าวอธิบายเพิ่มเติมการฝึกนักบินอวกาศในทะเลทรายบนโลกไม่ใช่เรื่องใหม่ นาซาเคยใช้การทดสอบลักษณะใกล้เคียงกันนี้กับการทำภารกิจอะพอลโล 11 เมื่อหลายสิบปีก่อน แต่จุดเด่นที่ทำให้การทดสอบในครั้งมีความพิเศษ คือ นาซาได้เลือกใช้เทคโนโลยีความจริงเสริม (AR) หรือการแสดงภาพพร้อมข้อมูลเพื่อช่วยให้นักบินหาทางกลับไปยังจุดลงจอดของยานอวกาศได้ง่ายมากขึ้น ป้องกันการหลงทิศบนดวงจันทร์ ซึ่งในบางครั้งนักบินอวกาศอาจไม่สามารถใช้ภูมิประเทศ เช่น เนินเขาหรือดาวบนท้องฟ้าเพื่อระบุทิศทางได้เป้าหมายหลังของการฝึกซ้อมในครั้งอยู่ที่การฝึกอบรมให้นักบินอวกาศและเจ้าหน้าที่คุ้นเคยกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะถูกใช้เพื่อทำภารกิจบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ รวมไปถึงระบบการติดต่อสื่อสารต่าง ๆ ไปยังศูนย์ควบคุมการบินและอวกาศในฮูสตัน หรือศูนย์ควบคุมภารกิจอาร์เทมิสบนโลกที่มาของข้อมูล Space.com
TNN ช่อง16 • 21 พ.ค. 67
อ่าน
ซากโบราณนคร 'เฮยเฉิง' ตั้งเด่นกลางทะเลทราย
อาลาซ่าน, 29 เม.ย. (ซินหัว) -- พาเยี่ยมชมซากโบราณ "นครเฮยเฉิง" ซึ่งตั้งเด่นกลางทะเลทรายในอำเภอเอ๋อจี้น่า แคว้นอาลาซ่าน เขตปกครองตนเองมองโกเลียในทางตอนเหนือของจีน และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในแหล่งวัตถุทางวัฒนธรรมระดับชาติ ชุดที่ 5 ในปี 2001นครเฮยเฉิงถูกก่อสร้างขึ้นช่วงศตวรรษที่ 9 และเป็นที่ตั้งของกองทัพเวยฝูแห่งภูเขาเฮยซานในยุคราชวงศ์เซี่ยตะวันตก ต่อมาถูกจัดตั้งเป็นสำนักบัญชาการทหารบนถนนอี้จี๋หน่ายในยุคราชวงศ์หยวน โดยนครโบราณแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางการสัญจรของถนนโบราณจวีเหยียน(บันทึกภาพวันที่ 28 เม.ย. 2024)
Xinhua • 29 เม.ย. 67
อ่าน
ที่พักธีมทะเลทราย ตามรอยหนังไซไฟ Dune ออกผจญภัยสู่ความเร้นลับ
ใครกำลังอิน อยากจะออกไปผจญทะเลทรายแบบลีซาน อัล-ไกอีบ จากหนังเรื่อง Dune แล้วล่ะก็ เราขอแนะนำไปสัมผัสประสบการณ์การเดินทางในทะเลทรายจริงๆ กันเลยดีกว่า กับที่พักธีมทะเลทราย ที่มีกลิ่นอาย และบรรยากาศคล้ายกับในเรื่องกันดีกว่า แอบกระซิบว่ามีในประเทศไทยด้วยนะ! พักธีมทะเลทราย ตามรอยหนังไซไฟ Dune 1. Al Wathba, a Luxury Collection Desert Resort Spa อาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาวแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางทะเลทราย Al Wathba ซึ่งใกล้กับสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทั้งสองภาค ด้วยสถาปัตยกรรมดินเผาแบบดั้งเดิม ตกแต่งด้วยพรมสไตล์ศิลปะอิสลามจะทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกเหมือนกำลังเข้าไปในโลกทะเลทรายอันล้ำยุคได้อย่างแท้จริง วิลล่าแต่ละหลังมาพร้อมกับศาลาอาบแดดส่วนตัวและสระว่ายน้ำที่จะช่วยคลายความร้อนให้กับผู้เข้าพัก นอกจากนี้ยังมีสปาให้เลือกใช้บริการอย่างหลากหลายทั้งห้องเกลือ ห้องอบไอน้ำฮัมมัมสไตล์ตุรกีโบราณ รวมถึงสปาถ้ำหิมะจำลองที่ไม่เหมือนใคร ไม่เพียงเท่านี้ ผู้เข้าพักสามารถร่วมกิจกรรมต่าง ๆ จากทางรีสอร์ทได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการขับรถออฟโรดไปทั่วผืนทะเลทรายสีทอง หรือเที่ยวชมพื้นที่ชุ่มน้ำอันงดงามอย่าง Al Wathba Wetlands Reserve ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของนกฟลามิงโกกว่าหลายพันตัว สำหรับผู้ที่ต้องการตะลุยเนินทรายอาระเบียน Booking.com ขอนำเสนอกิจกรรม Premium Red Dunes Safari with BBQ อันผาดโผนที่ทุกคนจะได้สำรวจทะเลทรายด้วยยานพาหนะต่าง ๆ การเล่นกระดานโต้ทราย หรือ แซนบอร์ดและรับชมการโชว์ระบำหน้าท้องเพื่อปิดท้ายวันแห่งการผจญภัยด้วยความประทับใจ 2. Palmera Camp Wadi Rum วาดิรัม ประเทศจอร์แดน จุดหมายปลายทางที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO และได้รับการขนานนามว่า หุบเขาแห่งพระจันทร์ อย่างทะเลทรายวาดิรัม ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญในการถ่ายทำภาพยนตร์ ด้วยภูมิประเทศอันเป็นหุบเขาหินทรายและหินแกรนิตท่ามกลางผืนทรายระยิบระยับในประเทศจอร์แดนจึงเหมาะกับเป็นพื้นที่สำหรับซ่อนตัวจากอันตรายใต้ผืนทราย ผู้เดินทางสามารถเข้าพักได้ที่ Palmera Camp Wadi Rum ซึ่งจะมอบประสบการณ์อันยากจะลืมเลือนด้วยบริการแคมป์ที่พักท่ามกลางบรรยากาศเสมือนอยู่ต่างโลกและดาวเต็มฟากฟ้าในยามค่ำคืน แคมป์แห่งนี้เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อยกระดับความพึงพอใจของผู้เข้าพัก ไม่ว่าจะเป็นเต็นท์สุดหรูพร้อมวิวภูเขาหินทรายทอดยาวสุดสายตา ระเบียงอาบแดด และเตาผิงกลางแจ้ง หากผู้เดินทางต้องการเดินทางท่องโลกแห่งดินแดนทะเลทราย ห้ามพลาดกับกิจกรรม 4 Hour Jeep Tour (morning or sunset) - Wadi Rum Desert Highlights ที่จะพาทุกคนไปผจญภัยแบบเต็มรูปแบบท่ามกลางวิวทิวทัศน์อันน่าทึ่ง เริ่มตั้งแต่จุดชมวิวพาโนรามาบนเนินทรายที่สูงที่สุดในวาดิรัม ไปจนถึงหุบเขาหินทรายสีแดงสุดตระการตาอย่างหุบเขา Khazali 3. Anantara Sahara-Tozeur Resort Villas โทเซอร์ ประเทศตูนิเซีย Anantara Sahara-Tozeur Resort Villas รีสอร์ทที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเกลือ Chott el Jerid อันกว้างใหญ่ รายล้อมไปด้วยทะเลทรายซาฮารา เปรียบเสมือนวิมานทรายอันน่าค้นหา เชิญชวนให้ผู้เดินทางหลบหนีความวุ่นวายมาพักผ่อนกับความเงียบสงบท่ามกลางหนึ่งในผืนทรายที่ใหญ่ที่สุดของโลก รีสอร์ทสไตล์โมเดิร์นแห่งนี้ปลูกสวนปาล์มและดอกชบาล้อมรอบวิลล่าแต่ละหลัง พร้อมให้บริการสระว่ายน้ำส่วนกลาง 3 สระ บาร์ รวมถึงห้องสมุด และด้วยการตกแต่งที่ผสมผสานระหว่างศิลปะแบบดั้งเดิมกับศิลปะสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ผู้เข้าพักสามารถสัมผัสมนต์เสน่ห์จากรีสอร์ทแห่งนี้ได้อย่างไม่มีเบื่อ ไม่ว่าจะเป็นห้องสวีทที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน ประดับประดาด้วยโคมไฟทองเหลือง เครื่องปั้นดินเผาพื้นบ้าน หรือภาพวาดจากศิลปินท้องถิ่น อีกทั้งผู้เข้าพักยังสามารถตื่นมาชมทัศนียภาพพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลทราย ผ่อนคลายริมสระว่ายน้ำ เพลิดเพลินกับห้องอบไอน้ำฮัมมัม ตลอดจนรับประทานอาหารค่ำใต้แสงดาวตามแบบฉบับของชนเผ่าพื้นเมืองอย่างชาวเบอร์เบอร์ มากไปกว่านั้นเพียงขับรถไปไม่ไกลจากใจกลางเมืองโทเซอร์ ผู้เดินทางจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมอันรุ่มรวยของตูนิเซียผ่านประสบการณ์สุดพิเศษที่ทางรีสอร์ทจัดเตรียมไว้ร่วมกับไกด์ท้องถิ่น ด้วยการเยี่ยมชมตลาดโบราณและชมดวงดาวระยิบระยับยามค่ำคืนท่ามกลางผืนทะเลทรายอันกว้างใหญ่ 4. Devasom Khao Lak Beach Resort Villas พังงา ประเทศไทย หากต้องการดื่มด่ำกับบรรยากาศคล้ายกับดวงดาวทะเลทรายในประเทศไทย ผู้เดินทางสามารถเลือกเข้าพักได้ที่ Devasom Khao Lak Beach Resort Villas รีสอร์ทที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเขาหลัก จังหวัดพังงา ประเทศไทย เพียง 10 นาทีด้วยการขับรถ ที่พักแห่งนี้นำเสนอห้องพักสุดหรูพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว วิลล่าริมชายหาดแต่ละหลังมาพร้อมวิวทะเลสีฟ้าใสแพรวพราว ด้วยสถาปัตยกรรมโบราณที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้เข้าพักจะได้สัมผัสบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงมหากาพย์ไซไฟเรื่องดังกล่าว รวมถึงยังได้เพลิดเพลินไปกับการชมพระอาทิตย์ตกท่ามกลางผืนทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ไม่เพียงเท่านี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงให้ผู้เข้าพักออกไปใช้เวลาแห่งการผจญภัยได้อย่างหลากหลาย เช่น อ่าวพังงา น้ำตก และอุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ ตลอดจนเยี่ยมชมหมู่เกาะสิมิลันซึ่งเดินทางไปถึงได้สะดวกสบายด้วยเรือยนต์ความเร็วสูง สำรวจบริเวณรอบ ๆ ด้วยการพายเรือคายัคหรือปั่นจักรยาน ขอบคุณข้อมูล : Booking.com ====================
ที่พัก • 8 เม.ย. 67
อ่าน
จุดบรรจบ 'ทะเล-ทะเลทราย' สุดงดงามในนามิเบีย
วินด์ฮุก, 29 มี.ค. (ซินหัว) -- ฉากธรรมชาติตระการตาเผยทิวทัศน์ครึ่งทะเลและครึ่งทะเลทรายของพื้นที่ชมวิวอ่าวแซนด์วิชในอุทยานแห่งชาตินามิบ-น็อกลัฟท์ (Namib-Naukluft National Park) ของนามิเบีย ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยี่ยมชมความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์(บันทึกภาพวันที่ 24 มี.ค. 2024)
Xinhua • 29 มี.ค. 67
ดูเพิ่มเติม