TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#ตึกถล่มล่าสุดที่ไทย” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ตึกถล่มล่าสุดที่ไทย
ตึกถล่มล่าสุดที่ไทย
BONGAMERZ • 5 วันที่แล้ว
อ่าน
ดีเจดังช็อก....รั้วบ้านพังถล่มเสียหาย โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
ดีเจดังช็อก....รั้วบ้านพังถล่มเสียหาย โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เป็นคลิปที่สร้างความตกใจให้แก่เจ้าของบ้านเมื่อ รั้วบ้านของ ดีเจต้นหอม พังลงมาเสียหาย โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ โดยเธอโพสต์ว่า บ้านหอมเองค่ะ ถามผู้รู้หน่อยค่ะ บ้านอื่นเป็นมั้ยคะ มันผิดที่ใครคะ ผิดที่เราไม่เคยเดินเชคหลังบ้าน หรือยังไง แต่ตอนนี้หอมดันอยู่ ตจว เดินทางถึง ตจว วันแรก ตอนเช้าแม่บ้านแจ้ง นี่หงุดหงิดมาก (นี่กลับไปเจ้าที่โดนไล่ออกแน่) 555 ละบริเวณนี้คือบริเวณที่คนและหมาใช้สัญจรเลยค่ะ รวมถึงลูกด้วยเพราะชอบมาเล่นกับหมา ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีว่าเกิดตอนเที่ยงคืน (จุดนี้เจ้าที่อาจมีส่วนยังจะให้โอกาสพิจารณา) แต่ตอนนี้เอาไงดีกว่า เกิดมา 40 กว่าปี ก็ไม่เคยเจอว่าอยู่นิ่งๆละบ้านพัง รอบข้าง้างไม่มีการก่อสร้างใดๆ ทั้งนั้น ก่อสร้างบ้านเราใช้ทั้ง สถาปนิก รับเหมา Consult นะคะ ยอมจ่ายหมด คำถาม คือเกิดอะไรขึ้น???? บ้านอื่นเป็นมั้ยคะ??? #มีใครให้มากกว่านี้อีกมั้ย??? #หมาชื่อมีบุญเกือบหมดบุญละอิห่าน!! #แคมเปญขายของใน ตต ได้ค่าคอม 2.3 ลบ คือ ทุกขลาภป่ะ? นี่กุต้องวิทยศาสตร์หรืออิงไสยศาสตร์ อะไรยังไงค้าาา??? ไม่นาน บอย พิษณุ มาคอมเมนต์ว่ น่ากลัวหว่ะ หรือน็อตมันหลุดวะ เหล็กมันหนักไปรึเปล่า บางท่านมาคอมเมนต์ว่า เท่าที่ประเมิน น่าจะหลุดจากโครงสร้างปูน ที่ราว เหล็กยึดอยู่ ลองให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจบ้าน เช็คจริงจัง เพราะไม่น่าเกิดขึ้นได้ จากวิดีโอขอบปูนมันเหมือนเป็นเเค่บัวสำหรับตกเเต่งนะ มันไม่ได้รองรับน้ำหนักมากได้อยู่เเล้วฮะ ไม่ควรเอารั้วเหล็กหนุกๆมาติดตั้ง สังเกตว่าปูนหลุดออกมาทั้งแทบเลย เป็นเหมือนระเบิดเวลา พอเจอฝน การกัดกร่อน ลมก็ตู้มมม คำถามคือใครเซ็นแบบง่าวมากอะ ตอนนึ้ควรเอารั้วที่เหลือออกก่อนฮะ ปล. หนูเคยเป็นสถาปนิกที่ตปทมาก่อนเกือบ 10 ปีจ้าพี่หอม
ดาราเดลี่บันเทิง • 10 มี.ค. 69
อ่าน
CK STECON UNIQ พุ่งแรง นายกฯ สั่งยกเลิกสัญญา ขึ้นบัญชีดำ ITD
#ทันหุ้น #2026 #SET #CK STECON UNIQ พุ่งแรง นายกฯ สั่งยกเลิกสัญญา ขึ้นบัญชีดำ ITDราคาหุ้น CK +9.92%, STECON +5.80%, UNIQ +6.57% สวนทาง ITD -10.00%หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย สั่งการให้กระทรวงคมนาคมไปบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง และดำเนินคดีตามข้อกฏหมายทั้งหมดที่มี พร้อมขึ้นบัญชีดำ จากอุบัติเหตุในโครงการก่อสร้างที่ ITD เป็นผู้รับเหมาหลักอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ได้แก่ อุบัติเหตุเครนยกชิ้นส่วน Segment คอนกรีต (Launching Girder) ตกทับขบวนรถไฟโดยสารขณะกำลังวิ่งผ่านพื้นที่ก่อสร้างในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง สัญญา 3-4 ของบริษัทฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รวมทั้งอุบัติเหตุเครนก่อสร้างและชิ้นส่วน Segment คอนกรีตหล่นบนถนนพระราม 2 จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บนอกจากนี่นายกฯ ตั้งคำถามถึงมาตรการลงโทษ ITD ซึ่งเป็นผู้รับเหมาหลัก โดยชี้ให้เห็นว่าเกิดเหตุซ้ำซากถึง 4 ครั้งในรอบ 10 เดือน ตั้งแต่เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม จนถึงเหตุการณ์ล่าสุด แต่ปัจจุบันยังไม่มีการลงโทษที่เป็นรูปธรรม จึงเตรียมเลิกสัญญา ITD ใน 2 โครงการที่มีปัญหา และหาผู้รับเหมาเจ้าใหม่มาแทนนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม สั่งระงับการก่อสร้างในทุกไซต์งานเป็นการชั่วคราว เพื่อทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยทั้งหมด ลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมเตรียมประชุมด่วนร่วมกับปลัดกระทรวงคมนาคม และเชิญผู้รับเหมาทุกรายเข้าหารือ เพื่อกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยในอนาคต ส่วนกรณีจะขึ้นบัญชีดำ ITD หรือไม่นั้น คงต้องรอสรุปผลการตรวจสอบก่อน จากนั้น รฟท.จะรายงานผลไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อทำการประเมินต่อไปบล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมิน ผลจากอุบัติเหตุงานก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง (งานของ ITD และ China railway) คาดจะเป็นบวกต่อ STECON CK สำหรับงานประมูลภาครัฐฯ ในอนาคต
ทันหุ้น • 16 ม.ค. 69
อ่าน
"นนทบุรี" ฝนตกหนัก ลมแรงพัดบ้านพังเสียหายทั้งหลัง
หลังฝนตกหนัก ลมกระโชกแรงเมื่อวานนี้ (19 ก.ค.) ในพื้นที่จ.นนทบุรี โดยเฉพาะที่ชุมชนวัดแสง หมู่ 5 ตำบลท่าอิฐ อำเภอปากเกร็ด พบมีบ้านของประชาชนที่ปลูกอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาถูกลมแรงพัดบ้านทั้งหลังถล่มลงแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับความเสียหาย จากการตรวจสอบพบเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น เลขที่ 13 ตั้งอยู่ในชุมชนวัดแสง ปลูกอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พังลงมาได้รับความเสียหายทั้งหลัง และยังไปพังทับบ้านที่อยู่ติดกันแต่เสียหาย โชคดีที่ระหว่างเกิดเหตุ เจ้าของบ้าน พร้อมภรรยาและลูก หนีออกมาได้ทัน ทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด โดยทั้งหมดในครอบครัว 3 คน ซึ่งยังอยู่ในอาการตกใจ ต้องหลบไปอาศัยอยู่บ้านญาติ ที่อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านหลังเกิดเหตุได้นายพัฒน์ อายุ 39 ปีเจ้าของบ้านซึ่งปลูกบ้านอยู่ติดกับหลังที่เกิดเหตุ เล่าว่า เมื่อวานเวลา 6 โมงเย็น ได้เกิดพายุฝนฟ้าตกกระหน่ำอย่างแรง จนกระทั่งช่วงตี 2 บ้านหลังดังกล่าวก็ได้พังลงมา แล้วทับถูกบริเวณห้องครัวบ้านตนเองได้รับความเสียหายแต่ไม่มาก ตอนทราบแต่เพียงว่า เขาอยู่กันในบ้าน 3 คน และหนีออกมาได้ทันขณะเกิดเหตุ ตอนนี้ยังไม่มีหน่วยงานไหน เข้ามาดูหรือให้การช่วยเหลือเลย ด้านนายปรีดา เชื้อผู้ดี นายก อบต.ท่าอิฐ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่กองช่าง ได้รุดเดินทางมาตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ เพื่อให้การช่วยเหลือและกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองเพิ่งทราบข่าวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาจากชาวบ้าน จึงได้นำเจ้าหน้าที่จ่ากองช่างมาตรวจสอบ โดยบ้านที่ปลูกอยู่ริมน้ำในแถบนี้ทั้งหมด เป็นบ้านที่ค่อนข้าง ปลูกอาศัยอยู่มานานกว่า 50 ปี หลังจากทำเขื่อนกันน้ำเซาะริมตลิ่ง ทางอบต.ท่าอิฐพยายามจะเอาดิน มาเสริมบริเวณตัวบ้าน แต่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในแถบนี้ก็ไม่พร้อมให้นำดินมาเสริมเพื่อให้เกิดความมั่นคงแข็งแรง ทำให้รากฐานของตัวบ้านอาจไม่สามารถ รับแรงต้านเมื่อเกิดพายุฝนฟ้ารุนแรง จนเป็นเหตุให้บ้างพังลงมาได้เบื้องต้นได้ทำรายงานเสนอไปยังจังหวัด และอำเภอเพื่อหาทางช่วยเหลือ ส่วนของ อบต.ท่าอิฐ ก็จะให้เจ้าหน้าที่ลงสำรวจดูความเสียหาย หากสามารถของบฉุกเฉินช่วยเหลือได้ก็จะลงมือทันที จึงขอให้พี่น้องชุมชนชาวท่าอิฐไม่ต้องหวั่นกลัวในเรื่องของการช่วยเหลือ อบต.ท่าอิฐยืนยันให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่แน่นอน
TNN ช่อง16 • 20 ก.ค. 68
อ่าน
กปน. ยันเหตุเหล็กถล่มสถานีจ่ายน้ำมีนบุรีไม่กระทบโครงสร้างหลัก
การประปานครหลวง (กปน.) ยืนยันเหตุโครงเหล็กถล่มภายในโครงการก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำ บริเวณสถานีจ่ายน้ำมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงค่ำวันที่ 6 กรกฎาคม 2568 ไม่กระทบต่อโครงสร้างถาวรของอาคาร พร้อมเร่งสอบสวนหาสาเหตุและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บนางนิตสรา วงศ์พัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญการประปานครหลวง ระดับ 10 และโฆษก กปน. เปิดเผยว่า เหตุเกิดขึ้นเวลาประมาณ 19.30 น. ในพื้นที่โครงการก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำขนาด 70,000 ลูกบาศก์เมตร ที่สถานีจ่ายน้ำมีนบุรี โดยมีการทรุดตัวของโครงเหล็กเสริมในขณะดำเนินงาน ทำให้แรงกระแทกส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 12 ราย ในจำนวนนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาล 5 ราย และอีก 3 รายได้รับการอนุญาตให้กลับบ้านแล้ว ขณะที่อีก 2 รายบาดเจ็บเล็กน้อยได้รับการปฐมพยาบาล ณ จุดเกิดเหตุ กปน. ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมอาการและให้กำลังใจแก่ผู้ประสบเหตุและครอบครัวทันทีโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างก่อสร้าง โดยมีการควบคุมตามมาตรฐานความปลอดภัยและขั้นตอนการตรวจสอบตามระบบ โฆษก กปน. ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดเฉพาะในจุดงานก่อสร้างเท่านั้น ไม่กระทบต่อการจ่ายน้ำหรือโครงสร้างถาวรอื่นๆ ของสถานี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดเชิงวิศวกรรม เพื่อวิเคราะห์สาเหตุและป้องกันเหตุซ้ำ กปน. เน้นย้ำว่าความปลอดภัยของประชาชนและบุคลากรในพื้นที่ปฏิบัติงานเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด และจะดำเนินการตามมาตรการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างอย่างเข้มงวดต่อไป
TNN ช่อง16 • 7 ก.ค. 68
อ่าน
เช็กด่วนแจ้งเตือน 7 จังหวัด เฝ้าระวังแผ่นดินถล่ม 3 - 5 กรกฎาคม 2568
ศูนย์ปฎิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์กรมทรัพยากรธรณีแจ้ง เฝ้าระวังแผ่นดินถล่ม ระหว่างวันที่ 3 - 5 กรกฎาคม 2568กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้อาสาสมัครเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดเชียงราย น่าน แพร่ พะเยา ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด ในระหว่างวันที่ 3 - 5 กรกฎาคม 2568 และขอให้เครือข่ายฯ ทธ. วัดปริมาณน้ำฝน อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
TNN ช่อง16 • 3 ก.ค. 68
อ่าน
ตึกสตง.ถล่ม! ตร. แถลงส่งร่าง-ชิ้นส่วนให้ญาติแล้ว 93 ราย ยังยืนยันตัวตนไม่ได้ 2 ราย
พล.ต.อ. ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (สส 1) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการปฏิบัติงานศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล กรณีอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ณ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง กับการสูญเสียของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุแผ่นดินไหวที่เมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลให้เกิดความเสียหายหลายพื้นที่ในราชอาณาจักรไทย โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างได้ถล่มลงมา ในขณะเกิดเหตุยังมีเจ้าหน้าที่ บุคคลากรที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายปฏิบัติงานอยู่ จึงมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้สูญหาย และผู้เสียชีวิตหลายรายหลังมีการรายงานเหตุอาคารถล่ม พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เร่งรุดเข้าพื้นที่เกิดเหตุเพื่อปฏิบัติงานช่วยเหลือสนับสนุนในทันที พร้อมสั่งการให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาขึ้นทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ตั้งอยู่ที่สถาบันนิติเวชวิทยา ประกอบด้วยหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แก่ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ, กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ, กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และกลุ่มงานพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลฯ มีภารกิจเป็นศูนย์อำนวยการและสั่งการในการตรวจสถานที่เกิดเหตุ การชันสูตรพลิกศพ การตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล การจัดการศพ การติดตามผู้สูญหายและการส่งกลับรวมทั้งประสานการปฏิบัติกับส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถส่งกลับคืนศพให้กับญาติผู้เสียชีวิตได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว พร้อมกันนี้ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลฯ ยังได้ร่วมบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายใต้สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานราชการอื่น อาทิ พนักงานสอบสวนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย, กรมการปกครองเป็นผู้ให้ข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ถือสัญชาติไทย, สำนักงานเขตจตุจักรและสำนักงานเขตปทุมวัน เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการออกใบมรณบัตร ณ ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลฯ เป็นต้น ในการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลตามมาตรฐานสากล สามารถกระทำได้หลัก ๆ 3 วิธี คือ การตรวจเปรียบเทียบสารพันธุกรรม (DNA), การตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ และการตรวจข้อมูลทันตกรรม ซึ่งทั้ง 3 วิธีนี้ถูกนำมาใช้ร่วมกันในการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ในศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลฯ โดยการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ในการตรวจสารพันธุกรรมจำเป็นที่จะต้องมีข้อมูลสารพันธุกรรมจากศพหรือชิ้นส่วนศพ และข้อมูลสารพันธุกรรมจากญาติร่วมสายโลหิต เพื่อตรวจเปรียบเทียบกับศพหรือชิ้นส่วนศพซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนประสานความร่วมมือกับศูนย์พิสูจน์หลักฐานจังหวัดในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ อำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้เสียชีวิตในการเก็บสารพันธุกรรม และจัดส่งตัวอย่างสารพันธุกรรมมาตรวจเปรียบเทียบที่สถาบันนิติเวชวิทยา โดยที่ญาติไม่ต้องเดินทางมาที่สถาบันนิติเวชวิทยาด้วยตัวเอง อันเป็นการลดภาระค่าใช้จ่าย ลดเวลาในการเดินทางของญาติจากระยะเวลาการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 จนถึงวันที่ 10 มิถุนายน 2568 ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีผลการปฏิบัติงาน มีดังนี้1. รายงานศพและชิ้นส่วนศพที่รับเข้าระบบนิติเวชวิทยาเพื่อพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล แบ่งเป็น ศพ จำนวน 80 ราย และชิ้นส่วนศพ จำนวน 316 ชิ้น2. DNA ที่เก็บจากญาติของผู้เสียชีวิต/ผู้สูญหายเพื่อตรวจเปรียบเทียบ จำนวน 95 ราย3. ผลการยืนยันตัวบุคคลจากการตรวจเปรียบเทียบ DNA และลายนิ้วมือ สามารถยืนยันตัวบุคคลและส่งให้ญาติแล้ว จำนวน 93 ราย เหลือไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ จำนวน 2 รายสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอขอบคุณข้าราชการตำรวจทุกนาย เจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเท อุตสาหะ ในการดำเนินงานเพื่อประชาชน ขอขอบคุณหน่วยงานจากทุกภาคส่วนที่ร่วมกันบูรณาการเพื่อประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติผู้ได้รับความสูญเสีย พร้อมนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอปิดศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล กรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ตั้งแต่บัดนี้
TNN ช่อง16 • 1 ก.ค. 68
อ่าน
นายกฯ เผยผลสอบตึกสตง. พบก่อสร้างบกพร่อง - เตรียมส่ง DSI
นายกฯ เผยผลสอบตึกสตง.ถล่ม พบการก่อสร้างบกพร่อง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามผลการสืบสวนกรณีอาคารที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว โดยได้รับรายงานจาก 4 สถาบันวิศวกรรมชั้นนำของไทย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง และ มจธ. ซึ่งต่างสรุปตรงกันว่า มีความบกพร่องในการออกแบบและก่อสร้าง โดยเฉพาะส่วนผนังรับแรงเฉือนบริเวณช่องลิฟต์และบันได แม้วัสดุที่ใช้จะได้มาตรฐาน แต่คอนกรีตที่นำมาใช้ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด นายกรัฐมนตรีระบุว่า การออกแบบและก่อสร้างอาคารดังกล่าวไม่เป็นไปตามกฎหมาย และจากการจำลองทางวิศวกรรมพบว่า หากดำเนินการตามหลักเกณฑ์ จะสามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้มากกว่านี้ ซึ่งเทคโนโลยีที่ใช้ตรวจสอบอาคารในครั้งนี้ เป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาใช้อยู่ และไทยได้ประยุกต์มาใช้เช่นกันสำหรับโครงการก่อสร้างอื่น ๆ ของภาครัฐ ได้มีการตรวจสอบวัสดุอย่างเข้มงวดและไม่พบปัญหา โดยนายกรัฐมนตรีขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กรณีนี้เป็นเหตุเฉพาะโครงการเท่านั้น พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้เรื่องเงียบ และจะสรุปรายงานภายใน 2 สัปดาห์ ก่อนส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินคดีตามกฎหมาย น.ส.แพทองธาร ยังกล่าวว่า ไม่ขอชี้ว่าใครผิดในขั้นตอนใด โดยจะให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมพิจารณาตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะเดินหน้าแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบต่อสังคม และคืนความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
TNN ช่อง16 • 30 มิ.ย. 68
อ่าน
กทม. จ่ายเยียวยาเหตุแผ่นดินไหว เบิกจ่ายชดเชยแล้ว 1 หมื่นกรณี
รองศาสตราจารย์ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้าการจ่ายเงินชดเชยความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า ขณะนี้มีประชาชนยื่นคำร้องขอรับเงินเยียวยาแล้วกว่า 45,000 กรณี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการขอค่าชดเชยเพื่อซ่อมแซมอาคารที่ได้รับความเสียหายจากจำนวนทั้งหมด กรุงเทพฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบและสามารถยื่นเรื่องขอเบิกเงินชดเชยได้แล้วราว 10,000 กรณี หรือประมาณหนึ่งในสี่ของจำนวนคำร้องทั้งหมด ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการลงพื้นที่ของทีมวิศวกรเพื่อตรวจประเมินความเสียหายอย่างละเอียด โดยการจ่ายเงินชดเชยจะพิจารณาตามระดับความเสียหาย โดยกำหนดอัตราสูงสุดไว้ที่ 49,500 บาทต่อกรณีที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด ในส่วนของอาคารที่เคยถูกจัดให้อยู่ในระดับสีแดงจำนวน 2 หลังนั้น รองผู้ว่าฯ ยืนยันว่า ขณะนี้ได้รับการซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นอาคารพักอาศัยของภาคเอกชน และเจ้าของอาคารได้ว่าจ้างวิศวกรเข้าดำเนินการแก้ไขตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยนอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ทวิดา ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตจากเหตุอาคารถล่ม ว่า ณ วันที่ 15 พฤษภาคม มีผู้เสียชีวิตสะสมแล้ว 89 ราย โดยกรุงเทพมหานครได้ส่งมอบคืนพื้นที่เกิดเหตุให้กับเจ้าของแล้ว ขณะที่สถาบันนิติเวชวิทยากำลังเร่งตรวจสอบชิ้นเนื้อที่พบเพิ่มเติม ซึ่งบางชิ้นมีขนาดเล็กและต้องใช้เวลานานในการตรวจพิสูจน์ DNA อย่างรอบคอบ
TNN ช่อง16 • 17 มิ.ย. 68
อ่าน
ขนลุก! "เจมส์ เรืองศักดิ์" เผยผู้รอดชีวิตเหตุเครื่องบินตกที่อินเดีย นั่งหมายเลข 11A เหมือนตนในอดีต
เหตุการณ์ที่เจมส์ เรืองศักดิ์ กล่าวถึงคือ โศกนาฏกรรมเครื่องบินตกของสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG261 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2541 ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุการณ์เครื่องบินตกครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์การบินของประเทศไทย ในครั้งนั้นเครื่องบินโบอิ้ง 737-400 ได้ประสบอุบัติเหตุตกขณะร่อนลงจอดท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้าย ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 101 ราย และได้รับบาดเจ็บ 45 คน โดยเจมส์ เรืองศักดิ์ เป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้นอย่างปาฏิหาริย์ และได้เปิดเผยมาโดยตลอดว่าเขาเองก็นั่งอยู่บนที่นั่ง 11A เช่นกัน การที่ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากโศกนาฏกรรมเครื่องบินตกครั้งล่าสุดที่อินเดีย จะนั่งอยู่บนที่นั่งหมายเลข 11A เหมือนกับประสบการณ์ของเจมส์ เรืองศักดิ์ ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตถึงความบังเอิญที่เหลือเชื่อ และสร้างความประหลาดใจให้กับผู้ติดตามข่าวและแฟนคลับของเจมส์เป็นอย่างมาก หลายคนแสดงความคิดเห็นถึงความปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นซ้ำสองในวาระที่แตกต่างกัน อ้างอิงภาพ :https://www.facebook.com/jamesacademy.co/photos
TNN ช่อง16 • 13 มิ.ย. 68
อ่าน
สรุปคดี ตึก สตง. ถล่ม 3 คดีย่อย ใครผิดบ้าง? DSI ฟัน 3 บิ๊ก สตง. ฮั้วประมูลเองทุกขั้นตอน
นับเป็นเวลา 68 วัน ในการตามล่าตัวผู้รับผิดชอบ กรณีตึก สตง. ถล่มจนเป็นเหตุให้มี เสียชีวิตอย่างน้อย 89 ราย บาดเจ็บ 9 ราย และ สูญหาย 7 รายโศกนาฏกรรมความสูญเสียครั้งใหญ่ ที่สะท้อนให้เห็นปัญหา คอร์รัปชั่น ข้าราชการฝังรากลึกยากเกินแก้ ที่ึคนไทยคงตายตาไม่หลับ ถ้ายังจับตัวคนผิด มารับผิดชอบไม่ได้ เพราะ ตึกนี้ คือ โครงการรัฐ ใช้งบก่อสร้างระดับ 2,000 ล้านแถมยังอยู่ห่างจาก ศูนย์กลางแผ่นดินไหวกว่า 1,300 กิโลเมตร คำถามที่ทั้งประเทศ อดสงสัยไม่ได้ ว่าทำไม ตึก สตง. จึงพังถล่ม อยู่เพียงตึกเดียว ในประเทศไทย?DSI รับคดี — แยก 3 ประเด็นหลักเพียง 3 วันหลังเกิดเหตุ นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร สั่งตั้งกรรมการสอบสวนลั่น “เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ” ภายใน 90 วัน ต้องได้คำตอบก่อนที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI รับคดีนี้มาดูแลเนื่องจากเป็นคดีใหญ่ เสียหายวงกว้าง เกี่ยวข้องกับ องค์กรรัฐ และ ศรัทธาประชาชน โดย DSIแยกการสอบสวนออกเป็น 3 คดีสำคัญ1. คดีนอมินี — ใช้คนไทยบังหน้า แต่เป็นของต่างชาติบริษัทที่ชนะการประมูลโครงการนี้ ได้เป็นผู้รับเหมาคือ อิตาเลียนไทย และ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) แต่จากการตรวจสอบพบว่า บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10มีกรรมการชาวจีน คือ นายชวน หลิงจาง ถือหุ้นใหญ่ 49%และมี กรรมการคนไทย 3 ราย ถือหุ้น 51% แต่พบพิรุธมากมาย ทั้งสถานที่ตั้งบริษัท เก่าซ่อมซ่อ ในอาคารพาณิชย์ 4 ชั้นธรรมดา แปะป้ายหลายบริษัทในที่เดียวตัวกรรมการคนไทย ยังไม่มีคุณสมบัติเหมาะสม ทั้งด้านการเงินและวิชาชีพที่จะดูแลโครงการรัฐระดับพันล้าน หลายคนมีชื่อเป็น กรรมการ ในบริษัทอื่นด้วยอาจเข้าข่ายการเป็น นอมินี ให้ต่างชาติทำธุรกิจแทนทั้งหมดถูกดำเนินคดีข้อหา ฝ่าฝืนการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว แต่ยังคงปฏิเสธโดยคดีนี้ มีผู้ต้องหา อีก 1 ราย สัญชาติจีน — อยู่ระหว่างการหลบหนี2. คดีออกแบบ–ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานผลการสอบสวนชัดเจนว่า ตึก สตง. ถล่ม เพราะการออกแบบและก่อสร้างผิดหลักวิศวกรรมอย่างร้ายแรง ไม่ได้มาตรฐาน และ ขัดกับกฎกระทรวงกำหนดไว้จุดสำคัญคือ “กำแพงปล่องลิฟต์”ซึ่งตามหลักควรอยู่ ศูนย์กลางอาคาร เพื่อรองรับแรงบิดแต่กลับถูกออกแบบให้ ชิดขอบด้านหลังผลคือ เมื่อแรงบิดเกิดขึ้นจากเหตุแผ่นดินไหวปล่องลิฟต์และเสาชั้นล่าง รับน้ำหนัก อาคารไม่ได้ และ ถล่มพร้อมกันอาคารทั้งหลัง 33 ชั้น จึงพังในแนวดิ่ง — แบบที่เรียกว่า “Pancake Collapse”ปูนซีเมนต์ ที่ใช้ ไม่ผ่านค่าความแข็งแรงตามมาตรฐาน KSCเหล็กเส้น บางส่วนไม่ตรงตามแบบที่ได้รับอนุมัติก่อสร้างที่สำคัญพบว่าโครงการนี้มีการ ปลอมลายเซ็นวุฒิวิศวกร ชื่อ นายสมเกียรติ ชูแสงสุขเพื่อให้โครงการผ่าน — ทั้งที่เจ้าตัว ไม่เคยควบคุมงานจริงซึ่งจากผลการสอบสวนทั้งหมด ทำให้เจ้าหน้าที่ ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด 17 รายในฐานความผิดตาม มาตรา 227 / 238 ของประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยการออกแบบ/ก่อสร้างโดยไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายแบ่งพฤติการณ์ เป็น 3 กลุ่มหลัก:🔹 กลุ่มที่ 1: บริษัทผู้ออกแบบตึก (6 ราย)ผู้บริหารจากบริษัท ฟอ-รัม อาร์คิเทค จำกัดและ บริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัดพร้อมวิศวกรโครงสร้างที่ลงนามตรวจสอบในแบบแปลน🔹 กลุ่มที่ 2: บริษัทควบคุมการก่อสร้าง (5 ราย) กิจการร่วมค้า PKW ได้แก่บริษัท พี เอ็น ซิงค์โครไนซ์ จำกัดบริษัท เคพี คอนซัลแทนส์ แอนด์ แมเนจเม้นท์ จำกัดบริษัท ว.และสหาย คอนซัลแตนตส์ จำกัด🔹 กลุ่มที่ 3: บริษัทผู้รับจ้างก่อสร้าง (6 ราย)จากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)และ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย)รวมถึง นายเปรมชัย กรรณสูต และ นายชวน หลิงจาง ด้วย 3. คดีฮั้วประมูล — พบว่ามี บิ๊กข้าราชการ สตง. เอี่ยวด้วยแน่นอนว่าน่าสงสัย ว่าเพราะเหตุผลอะไรที่ทำให้มีบริษัท ร่วมกระทำความผิดเยอะขนาดนี้แสดงว่ามันอาจต้องมี การฮั้วประมูล เอื้อให้บริษัทเหล่านี้ ได้รับงานนี้อย่างแน่นอนดีเอสไอ ได้สืบสวนขยายผล 121 ลังเอกสาร และ พยานกลุ่มบริษัทที่ยื่นซองประมูลจนพบความผิดปกติ เกี่ยวกับการได้มาซึ่งสัญญา 3 ฉบับ ประกอบด้วยสัญญารับเหมาก่อสร้างสัญญาการออกแบบสัญญาการควบคุมงานดีเอสไอ พบขบวนการโกงครบวงจร : ได้ผู้ต้องหา 9 ราย รวมบิ๊กข้าราชการผู้บริหารกิจการร่วมค้า PKW 6 รายผู้บริหารระดับสูงของ สตง. 3 ราย▪ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (ยศ พลเอก ช.) (มีหน้าที่ทำนโยบายและดูแลการทำงาน สตง.อีกที)▪ อดีตผู้ว่าการ ตรวจเงินแผ่นดิน▪ เลขานุการ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดินโกงหมดแทบทุกขั้นตอนล็อคสเปค บริษัทชนะประมูล เช่น การออกแบบโครงสร้างตึก เจาะจงเลือก บ. ไมนฮาร์ท มาเขียนแบบ เพื่อเอื้อให้บริษัทจีนที่ตัวเองรู้จัก(กิจการร่วมค้า ITD-CREC ) ให้ได้ก่อสร้าง เอาบริษัทควบคุมงานพรรคพวกกันมาใช้ (กิจการร่วมค้า PKW) และไม่ได้ควบคุมงานจริงจึงต้องมีการปลอมลายเซ็นวุฒิวิศวกร เพื่อให้งานผ่านไปได้ง่ายๆ แม้ไม่ได้มาตรฐานซึ่งถามว่าทำไมถึงทำได้ DSI พบเส้นความสัมพันธ์ว่า อดีตผู้ว่าฯ สตง. เป็น 1 ในเจ้าของร่วม กิจการร่วมค้า PKWจุดนี้นี่แหละ ที่ทำให้เขาสามารถเข้าไปมีอิทธิพลได้ในทุกขั้นตอนคดีนี้กำลังไปถึงไหน?ขณะนี้ DSI เตรียมส่งสำนวนคดี ให้ ป.ป.ช. เพื่อส่งต่อ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ พิจารณาว่าจะไต่สวนเอง หรือมอบหมายให้ DSI ดำเนินการต่อหาก ปปช. รับไว้ ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนไต่สวน – ชี้มูลความผิด – ส่งฟ้องต่อศาล เพื่อลงโทษผู้ทำผิดทั้งหมดต่อไปนี่คือ สาเหตุที่ทำให้ ตึก สตง. ถล่ม ไม่ใช่เพราะแผ่นดินไหว เแต่เพราะ ข้าราชการคอร์รัปชั่น ผลาญงบภาษีของประชาชน และรายการ TNN Story Teller จะจับตาคดีนี้…จนกว่าคดีจะไปจบที่ศาล และ คนผิดได้รับโทษเพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิตและ ประชาชน ผู้เป็นเจ้าของ งบประมาณ 900 ล้านที่จ่ายไปเรียบร้อยแล้วแต่เหลือทิ้งไว้แค่ เศษซากปรักหักพัง ของศรัทธาประชาชน
TNN ช่อง16 • 4 มิ.ย. 68
อ่าน
คืบหน้าคนงานตกหลุมเสาเข็ม คาดว่าเสียชีวิตแล้ว เร่งค้นหาร่าง
วันนี้ (20 พ.ค. 68 ) นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ. กทม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการค้นหาผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์พลัดตกลงไปในหลุมเสาเข็มลึกกลางกรุงเทพฯ โดยระบุว่า จากการประเมินสถานการณ์เบื้องต้น เชื่อว่าผู้ประสบภัยเสียชีวิตแล้ว เนื่องจากมีดินถล่มและน้ำท่วมภายในหลุม ทำให้ไม่มีอากาศหลงเหลืออยู่ จึงไม่น่ามีโอกาสรอดชีวิต นายสุริยชัยกล่าวว่า หลุมเสาเข็มที่เกิดเหตุมีความลึกประมาณ 19–21 เมตร โดยชั้นดินแข็งอยู่ลึกที่ระดับ 16 เมตร เจ้าหน้าที่ได้ใช้แผ่นเหล็กสร้างเป็นโครงป้องกันไม่ให้ดินสไลด์ลงไปเพิ่ม พร้อมเตรียมเจาะปล่องคู่ขนานเพื่อระบายน้ำและดินออกจากจุดเกิดเหตุ โดยคาดว่าร่างของผู้เสียชีวิตน่าจะอยู่ไม่ลึกเกิน 15–16 เมตร และจะเร่งค้นหาให้เสร็จภายในวันนี้ เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการดำเนินการ สำหรับสาเหตุของอุบัติเหตุ เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากดินทรุดตัวบริเวณจุดเจาะเสาเข็ม ประกอบกับเกิดเหตุท่อประปาแตกในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าไปในหลุมจนเกิดโศกนาฏกรรมดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แท้จริงยังต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียดจากฝ่ายกฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งนี้ พื้นที่เกิดเหตุค่อนข้างจำกัดและดินมีลักษณะเป็นดินเหนียวลื่นง่าย ทำให้ต้องใช้เวลาในการเสริมความปลอดภัย เช่น การเชื่อมแผ่นเหล็กทุกด้านป้องกันการถล่มเพิ่มเติมในส่วนของการเยียวยา ทางการรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ รวมถึงอำนวยความสะดวกในการเดินทางมายังจุดเกิดเหตุเพื่อติดตามความคืบหน้าของการค้นหาร่างด้วยตัวเอง.
TNN ช่อง16 • 20 พ.ค. 68
อ่าน
คนงานตกหลุมดินหลานหลวงซอย 6 ยังไม่พบตัว กู้ภัยเร่งช่วย
เกิดเหตุคนงานตกลงไปในหลุมก่อสร้าง หลานหลวงซอย 6 ดินถล่มทับร่าง เจ้าหน้าที่เร่งค้นหายังไม่พบตัว ขณะนี้ปิดกั้นพื้นที่เข้มงวดเพื่อความปลอดภัยระทึกกลางกรุง! คนงานรถไฟใต้ดินตกหลุมลึก 10 เมตร หลานหลวงซอย 6 ดินถล่มกลบยังไม่พบตัววันที่ 19 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 13.00 น. มูลนิธิร่วมกตัญญูได้รับแจ้งเหตุคนงานก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินพลัดตกลงไปในหลุมลึกประมาณ 10 เมตร บริเวณถนนหลานหลวง ซอย 6 เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ก่อนจะถูกดินที่ไหลตามลงมาทับร่างจนมิด เบื้องต้นยังไม่สามารถยืนยันชะตากรรมของผู้ประสบเหตุได้ หลังได้รับแจ้งเหตุ ทีมกู้ภัยทางสูงพร้อมรถพยาบาลฉุกเฉินถูกส่งเข้าไปปฏิบัติการอย่างเร่งด่วน โดยใช้เครื่องมือขุดเจาะและกล้องตรวจค้นเพื่อระบุตำแหน่งคนงานที่ติดอยู่ใต้ดิน ซึ่งยังไม่สามารถเข้าถึงตัวได้ในขณะนี้พื้นที่เกิดเหตุถูกปิดล้อมเพื่อความปลอดภัย โดยมีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเข้าช่วยประเมินโครงสร้างและสภาพดิน เนื่องจากเกรงว่าอาจเกิดการถล่มซ้ำ ส่งผลให้การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความระมัดระวัง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู และทีมสนับสนุนจากหลายฝ่ายกำลังเร่งค้นหาและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือสูญหายเพิ่มเติมจากเหตุการณ์นี้เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความแตกตื่นแก่ประชาชนในละแวกนั้น ขณะการก่อสร้างยังดำเนินการอยู่ รายละเอียดเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป
TNN ช่อง16 • 19 พ.ค. 68
อ่าน
17 หมายจับคดีตึก สตง.ถล่ม จุดเริ่มต้นรื้อระบบก่อสร้างภาครัฐ?
ลุ้นศาลออกหมายจับ 17 ราย คดีตึก สตง.ถล่ม จุดเริ่มต้นความรับผิดจากวิศวกรรมถึงระบบราชการพิจารณาคดีที่สังคมจับตาการถล่มของอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่เพิ่งก่อสร้างได้ไม่นาน กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่กระบวนการสอบสวนครั้งใหญ่ในแวดวงวิศวกรรมและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้รวบรวมเอกสารและหลักฐานจำนวนมากเพื่อยื่นขออนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 17 ราย โดยล่าสุด ศาลอยู่ระหว่างการพิจารณาสำนวนที่มีรายละเอียดซับซ้อนและจำนวนมาก คาดว่าต้องใช้เวลาทั้งวันในการไต่สวน ขอบเขตของพยานหลักฐานพยานหลักฐานในคดีนี้ไม่เพียงแต่ครอบคลุมพยานบุคคลเท่านั้น แต่รวมถึงพยานเอกสารที่เกี่ยวกับกระบวนการจัดจ้างตั้งแต่ต้น ตั้งแต่การจัดทำร่างขอบเขตงาน (TOR) สัญญาการออกแบบ สัญญาควบคุมงาน และสัญญาการก่อสร้าง ไปจนถึงพยานวัตถุอย่างชิ้นส่วนเหล็ก คอนกรีต ปูน รวมกว่า 300 ชิ้น ที่ถูกนำมาตรวจสอบคุณภาพโดยหน่วยงานอิสระ ได้แก่ สภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยทั้งหมดนี้ถูกรวบรวมเข้าสู่สำนวนคดีพร้อมผลการตรวจลายเซ็นจากกองพิสูจน์หลักฐานผู้ต้องสงสัยในสามกลุ่มหลักจากหลักฐานดังกล่าว พนักงานสอบสวนได้พิจารณาว่ามีบุคคลที่ควรถูกดำเนินคดีรวมทั้งสิ้น 17 ราย แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่1. บริษัทกิจการร่วมค้าผู้รับเหมาหลัก2. กลุ่มผู้ควบคุมงานก่อสร้าง3. กลุ่มวิศวกรผู้ออกแบบและเซ็นรับรองแบบการออกหมายจับอิงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 227 และ 238 ซึ่งระบุถึงความรับผิดของผู้มีวิชาชีพด้านการออกแบบและควบคุมงาน หากไม่ปฏิบัติตามหลักวิชาชีพอย่างถูกต้องจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิตศาลขอเวลาไต่สวนเอกสารจำนวนมากแม้พนักงานสอบสวนจะยื่นขอหมายจับตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม แต่ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งอนุมัติ เนื่องจากต้องพิจารณารายละเอียดของเอกสารจำนวนมากที่ใช้ประกอบสำนวน และยังมีการประสานผู้เกี่ยวข้องเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งสะท้อนถึงความระมัดระวังของกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะเมื่อคดีนี้ได้รับความสนใจจากสังคมในวงกว้าง คำถามต่อไปคือใครคือกลุ่มต่อไปสำหรับรายชื่อบุคคลที่ถูกเสนอให้ศาลออกหมายจับในรอบแรก เป็นกลุ่มจากภาคเอกชนทั้งหมด ทั้งในฐานะผู้ดำเนินการก่อสร้างและผู้ออกแบบควบคุมงาน ขณะที่มีรายงานว่าล็อตต่อไปอาจรวมถึงข้าราชการที่มีส่วนในการอนุมัติแบบหรือจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอำนาจสั่งการในระดับนโยบายและงบประมาณคดีที่เป็นบททดสอบของระบบคดีนี้ไม่ใช่แค่การสืบสวนหาผู้กระทำผิดทางอาญา แต่ยังเป็นบททดสอบของระบบตรวจสอบและความรับผิดชอบในงานก่อสร้างภาครัฐ เมื่อหน่วยงานที่ควรเป็นสัญลักษณ์ของความโปร่งใสอย่างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน กลับตกเป็นเหยื่อของความล้มเหลวในกระบวนการที่ควรได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวดบทสรุปของสถานการณ์การที่ตำรวจยื่นขอหมายจับผู้เกี่ยวข้องในคดีถล่มของอาคาร สตง. เป็นพัฒนาการสำคัญในกระบวนการสอบสวน โดยเฉพาะการตั้งข้อหาในระดับที่อาจนำไปสู่โทษจำคุกตลอดชีวิต หากพิสูจน์ได้ว่าการกระทำเกิดจากความประมาทหรือความบกพร่องทางวิชาชีพ ซึ่งการไต่สวนของศาลในครั้งนี้จะมีนัยสำคัญไม่เพียงแต่ต่อผู้ถูกกล่าวหา แต่ต่อระบบวิศวกรรมไทยโดยรวม และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการก่อสร้างอาคารราชการในอนาคต
TNN ช่อง16 • 15 พ.ค. 68
อ่าน
เคลียร์จบ! กทม.ประกาศสิ้นสุดสาธารณภัย “ตึกถล่ม สตง.”
กทม.ประกาศสิ้นสุดสาธารณภัย “ตึกถล่ม สตง.” อย่างเป็นทางการกรุงเทพมหานครมีคำสั่งอย่างเป็นทางการให้สิ้นสุดสถานะ “สาธารณภัย” ในบริเวณพื้นที่ก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร หลังภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 ก่อนหน้านี้ กทม. เคยประกาศเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 ให้พื้นที่กรุงเทพฯ พ้นจากสถานะสาธารณภัยเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นพื้นที่ตึกถล่ม สตง. ซึ่งยังต้องดำเนินการช่วยเหลือผู้ที่อาจติดอยู่ภายในอาคาร โดยมอบหมายให้ผู้อำนวยการเขตจตุจักรรับผิดชอบตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ภายหลังจากการค้นหาเสร็จสิ้นลงโดยสมบูรณ์ และไม่มีผู้ประสบภัยรายใดหลงเหลือในพื้นที่แล้ว ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ใช้อำนาจตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ประกอบกับแผนป้องกันฯ ของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2564-2570 ประกาศให้ยุติสถานะสาธารณภัยในจุดดังกล่าวลงในวันที่ 15 พฤษภาคม 2568การประกาศดังกล่าว ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูพื้นที่ ตรวจสอบโครงสร้าง และการสอบสวนหาสาเหตุของการพังถล่ม ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินคดีโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
TNN ช่อง16 • 15 พ.ค. 68
อ่าน
“บุ๋ม” โพสต์วันสุดท้ายแล้วสำหรับโรงครัวเพื่อกู้ภัยที่จตุจักร
บุ๋ม โพสต์วันสุดท้ายแล้วสำหรับโรงครัวเพื่อกู้ภัยที่จตุจักร ถือว่าเป็นวันสุดท้ายที่ทาง กทม.จะหยุดปฎิบัติกู้ภัยค้นหาเหยื่อตึกสตง.ถล่มที่จตุจักร ล่าสุดทาง บุ๋ม ปนัดดา ซึ่งตั้งโรงครัวมาแล้วเป็นเดือนได้โพสต์ขอบคุณทุกคน โดย บุ๋ม ปนัดดา โพสต์ว่า วันนี้คงเป็นวันสุดท้ายแล้วทั้งที่หน้างานด้านในและภารกิจโรงครัวขอบคุณทุกๆท่านที่ได้ร่วมแรงร่วมใจทั้งมอบของและช่วยเหลือในด้านต่างๆ ขอบคุณคำชมและคำติเดือนกว่าๆที่เรามาอยู่ที่นี่ได้ทั้งมิตรภาพดีๆ ได้ทั้งพี่ ได้ทั้งน้องได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ได้เห็นว่าเมื่อยามเกิดเหตุการณ์วิกฤตคนไทยทุกคนรักและช่วยเหลือสามัคคีกัน เราคนไทยไม่เคยทิ้งกันวันนี้อีก1วันที่เหลือเราก็จะทำเหมือนวันแรกที่เรามาเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องอิ่มท้องและทุกท่านที่อยู่ในนั้นต้องได้กลับบ้านค่ะ
ดาราเดลี่บันเทิง • 11 พ.ค. 68
อ่าน
กทม.นิมนต์พระสงฆ์ 109 รูป ทําบุญให้กับผู้ประสบภัย 13 พ.ค.
วันนี้ (11 พ.ค.) นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อํานวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยความคืบหน้าเหตุอาคารสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. พังถล่ม หลังยุติการค้นหาร่างผู้ประสบภัยเมื่อวานนี้ ว่า ทํางานในวันนี้จะเป็นการเคลื่อนย้ายเศษปูนไปไว้ที่กองปูน ซึ่งระหว่างการเคลื่อนย้ายจะเป็นกระบวนการตรวจสอบเรื่องชิ้นเนื้อหรือกระดูกของผู้ประสบภัย เพื่อเก็บให้กับสถาบันนิติเวชฯ ให้ครบถ้วนมากที่สุด เนื่องจากเมื่อวานนี้ทางสุนัข K-9 ก็พบชิ้นเนื้อและกระดูกกระโหลกศีรษะชิ้นเล็กๆของผู้ประสบภัยติดไปยังกองปูนด้วย คาดว่าภายในวันนี้น่าจะเสร็จสิ้น ส่วนพรุ่งนี้จะเป็นการเก็บรายละเอียดตกค้างเล็ก ๆ น้อย ๆโดยในวันที่ 13 จะนิมนต์พระสงฆ์จํานวน 109 รูป มาทําบุญในช่วงเช้าเวลาประมาณ 08.00 น. ให้กับผู้ประสบภัยและเป็นกําลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ก่อนถอนกําลังออกจากพื้นที่ คาดว่าจะใช้เวลาในการเก็บอุปกรณ์ต่างๆออกจากพื้นที่ประมาณ 3 วัน ก่อนส่งมอบพื้นที่ภายในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ ในส่วนของสุนัข K-9 และภาคประชาชนจะดําเนินการตรวจสอบที่กองปูนถึงช่วงเย็นวันที่ 12 พฤษภาคม ก่อนจะแยกย้ายกลับหน่วยที่ตั้ง อย่างไรก็ตาม นายสุริยชัย ยืนยันว่า ไม่พบร่างผู้ติดค้างเพิ่มแล้วหลังพลิกซากครบทั้งหมดเท่ากับว่าอยู่ที่กับสถาบันนิติเวชฯ ที่อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์คาดว่าน่าจะครบทั้ง 7 ราย ในส่วนของตํารวจก็จะทํางานควบคู่กันไป อาจจะไปเจอเหมือน 4 ท่าน ที่ไม่ได้อยู่ในวันเกิดเหตุและยังมีชีวิตอยู่ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดของญาติทั้งนี้ในช่วงสายของวันที่ 13 พฤษภาคม จะมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเอกสารให้มีความต่อเนื่องในการคืนพื้นที่ให้เจ้าของ จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตํารวจก็จะดําเนินการอายัดพื้นที่และในช่วงบ่ายนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะแถลงสรุปการดําเนินการทั้งหมดและเรื่องของการเยียวยา
TNN ช่อง16 • 11 พ.ค. 68
อ่าน
พลิกซากพื้นที่ตึกสตง. ถล่มครบถ้วนแล้ว มั่นใจไม่พบผู้ติดค้างเพิ่มเติม
ยุติการค้นหาร่างผู้ประสบภัยตึกสตง. ถล่มแล้ววันนี้ (11 พ.ค. 68) นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.กทม.) เปิดเผยความคืบหน้าภารกิจค้นหาผู้ติดค้างในอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่า เนื่องจากเราได้ยุติการค้นหาร่างผู้ประสบภัยแล้ว ตอนนี้จึงเป็นการเคลื่อนย้ายเศษปูนที่เปิดออกมาไปพักไว้ที่พื้นที่ของการรถไฟ โดยระหว่างการเคลื่อนย้ายจะเป็นการตรวจสอบเศษชิ้นส่วนของผู้ประสบภัยที่อาจติดค้างมาเพื่อส่งนิติเวชให้ครบ โดยวานนี้ (10 พ.ค. 68) สุนัข K9 ยังคงพบชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของผู้ประสบภัยจากเศษปูนที่เคลื่อนย้ายไป คาดว่าปฏิบัติการจะเสร็จสิ้นในวันนี้ โดยวันที่ 12 พ.ค. 68 จะเป็นการเก็บรายละเอียดเล็กน้อยที่เหลือสำหรับ K9 และกู้ภัยอาสาภาคประชาชนก็จะถอนกำลังในเช้าวันที่ 13 พ.ค. 68 ซึ่งในวันนั้นจะนิมนต์พระ 109 รูป ทำบุญให้กับผู้ประสบภัยและเป็นขวัญกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงาน และช่วงสายวันเดียวกันจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดประชุม เพื่อออกเอกสารและดำเนินการทั้งหมดให้มีความต่อเนื่องไร้รอยต่อประกาศยกเลิกพื้นที่สาธารณภัยและคืนพื้นที่ให้สตง. 15 พ.ค. 68กระบวนการหลังจากนั้นจะเป็นการถอนกำลัง โดยใช้เวลาเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ประมาณ 3 วัน คาดว่าจะแล้วเสร็จ และจะมีการประกาศยกเลิกพื้นที่สาธารณภัยและคืนพื้นที่ให้กับสตง. ในวันที่ 15 พ.ค. 68 ตามกำหนดเดิม และกระบวนการต่อไปพนักงานสืบสวนสอบสวนจะทำการอายัดพื้นที่ของสตง. และหลักฐานกองปูนและเหล็กบริเวณพื้นที่ของการรถไฟต่อไป โดยไม่มีช่องว่างในการดำเนินการต่างๆ ตามกระบวนการสืบสวนสอบสวน มั่นใจจะไม่พบผู้ประสบภัยติดค้างเพิ่มเติมแล้ว“มั่นใจว่าจะไม่พบผู้ประสบภัยติดค้างเพิ่มเติมแล้ว เพราะได้พลิกซากปูนและขุดหลุมลิฟต์เปิดดูทั้งหมดแล้ว สำหรับผู้สูญหายที่ยังคงมีตัวเลขคงค้างอยู่ที่ 7 ราย จากนี้จะเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนและนิติเวชควบคู่กัน โดยพนักงานสอบสวนจะดำเนินการสอบสวนซึ่งอาจจะพบเคสซ้ำรอยที่เข้าใจผิดว่าญาติตนอยู่ในตึก สตง. วันที่อาคารถล่มส่วนนิติเวชจะใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อตรวจสอบดีเอ็นเอของชิ้นส่วนต่าง ๆ ของผู้ประสบภัยกว่า 200 ชิ้น เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้เสียชีวิตรายใด เชื่อว่าน่าจะครบ 7 คนที่ยังสูญหาย” นายสุริยชัย กล่าวอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องมุ่งเป้าภารกิจพาทุกร่างกลับบ้าน ลดหลั่นความสูงตึกสตง. ถล่ม ค้นหาผู้ประสบภัยใต้ซากครบ 1 เดือนแผ่นดินไหว เคลียร์ซากตึกสตง. ถล่ม บริเวณด้านหน้าเห็นผนังของชั้นใต้ดินแล้วรื้อซากตึกสตง. ถล่ม เตรียมเจาะกระแทกปูนเปิดทางสู่ช่องบันได คาดพบร่างผู้ประสบภัยเพิ่ม
TNN ช่อง16 • 11 พ.ค. 68
อ่าน
ตึก สตง.ถล่ม! เปิดพื้นที่ครบแล้วไม่พบร่าง 7 ผู้สูญหาย รอพิสูจน์อัตลักษณ์
วันนี้ (10 พ.ค.) นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (ผอ.สปภ.กทม.) เปิดเผยความคืบหน้า กรณีเหตุอาคาร สตง. ถล่ม หลังจากเปิดพื้นที่สุดท้ายบริเวณ ช่องลิฟท์ บริเวณชั้นใต้ดินเปิดได้ครบทั้ง 6 ช่อง ไม่พบร่างผู้ประสบภัย หรือ ชิ้นส่วนอวัยวะของมนุษย์ ทั้ง 6 ช่อง ไม่พบร่างผู้สูญหาย 7 รายแต่พบชิ้นส่วนมนุษย์ บริเวณกองปูนในพื้นของการรถไฟ เช้านี้พบกระดูก 2 ชิ้น ส่งให้กับเจ้าหน้าที่เรียบร้อยรอการพิสูจน์อีกครั้ง ในกระบวนการที่ดำเนินการยังคงเดินต่อ ในเรื่องของการตรวจสอบชิ้นส่วนร่างกายของผู้ประสบภัย ที่อาจจะยังคงค้างอยู่ในซากปูนที่เรารื้อออกมา โดยตอนนี้จะเป็นการขนย้ายเศษปูนทั้งหมดไปไว้รวมกับกองปูน ซึ่งในขณะขนย้ายจะมีทีมสุนัข K9 คอยตรวจสอบค้นหาให้ทุกวันทั้งช่วงเช้า และช่วงเย็น และจากการดำเนินการไปเมื่อวานนี้ เราพบชิ้นส่วนกระดูกของผู้ประสบภัยเป็นกะโหลกศีรษะอยู่ที่กองปูน 1 ชิ้น และเมื่อช่วงเช้าวันนี้ทีมสุนัข K9 และทีมค้นหา ใช้เจ้าหน้าที่ประมาณ 57 นาย พร้อมสุนัข K9 5 ตัว ก็พบกระดูกเพิ่มอีก 2 ชิ้นดังนั้นกระบวนการค้นหาร่างผู้ประสบภัยในพื้นที่ อาคาร สตง.ได้ยุติตั้งแต่เมื่อวานแล้ว และในการเคลื่อนย้ายเศษปูนออกจากพื้นที่อาคาร สตง.นั้น ก็คาดว่าใช้เวลาซัก 2-3 วันก็น่าจะแล้วเสร็จขณะที่ กองปูนมีความสูง 9.94 เมตร ซึ่งในช่วงที่อาจจะเกิดอันตรายจากการสไลค์ตัวลงได้ และเพื่อความละเอียดมากขึ้น เราจึงใช้รถแบคโฮในการขุด และขนย้ายจากกองที่อยู่ด้านซ้ายมือ ให้ลดระดับลงเหลือประมาณ 6 เมตรไปอยู่ด้านขวา และจะช่วยให้เราก็จะสามารถตรวจชิ้นส่วนผู้ประสบภัยที่อาจติดค้างอยู่ได้มากขึ้นด้วยส่วนผู้สูญหายอีก 7 รายที่ยังไม่พบ อาจจะเจอเป็นชิ้นส่วนแทนหรือไม่ นายสุริยชัย ระบุว่า ตอนนี้ชิ้นส่วนใหญ่ๆ ยังค้างอยู่ที่นิติเวช เพราะตัวอาคารมีความสูงกว่า 30 ชั้น มีน้ำหนักมาก และมีความแข็งของปูน เมื่อตกกระแทกร่างก็จะทำให้ฉีกขาดได้ โดยจากการดำเนินการทั้งหมดก็เป็นตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งชิ้นส่วนที่อยู่กับนิติเวช ก็ต้องใช้เวลาทางวิทยาศาสตร์ในการตรวจสอบ DNA ของอัยวะต่างๆ โดยเฉพาะกระดูกชิ้นใหญ่จากการเปิดพื้นที่ก็ไม่พบร่างผู้สูญหายอีก 7 ราย แต่อาจจะมีชิ้นส่วนเล็กๆ ที่ถูกกระแทกแตกกระจาย ที่เราจะเก็บรวบรวมส่งให้นิติเวช จึงเป็น 7 รายที่ไม่มีอยู่ในพื้นที่อาคารถล่มแล้ว และต้องรอการพิสูจน์อวัยวะของนิติเวช เพราะเป็นข้อมูลพนักงานสอบสวนยืนยันจากการสืบสวน อย่างไรก็ตามเครื่องจักรยังคงดำเนินการต่อ ในการเคลื่อนย้ายปูนกับเหล็ก และจะต้องแยกเหล็กออก ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถขนปูนได้ เพราะอาจมีการติดค้างของชิ้นส่วนผู้ประสบภัย" นายสุริยชัย กล่าว ทั้งนี้ ในส่วนของการส่งมอบคืนพื้นที่ นายสุริยชัย ยืนยันว่า ยังคงเป็นไปตามไทม์ไลน์ คือวันที่ 15 พ.ค.นี้ ซึ่งผู้อำนวยการเขต ได้ทำหนังสือแจ้งไปยัง สตง.แล้ว และจะเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่ได้ประชุมร่วมกับตำรวจ โดยเมื่อประกาศยกเลิกพื้นที่ภัยพิบัติ จะเป็นการส่งส่งมอบคืนพื้นที่ และเมื่อส่งมอบคืนพื้นที่เสร็จ พนักงานสอบสวนก็จะออกคำสั่งดำเนินการอายัดพื้นที่ต่อเนื่องทันที รวมถึงระบบของกล้องวงจรปิด พนักงานสอบสวนก็จะขอใช้พื้นที่ต่อข่าวที่เกี่ยวข้อง- แผ่นดินไหวล่าสุด! เยียวยาผู้เสียชีวิตตึก สตง. ถล่มแล้วกว่า 38 ล้าน- เปิดขั้นตอนรับเงินเยียวยาครบวงจรเหตุ "แผ่นดินไหว" ยื่นคำร้องภายใน 30 วัน- แผ่นดินไหวล่าสุด! "อนุทิน" เผยเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 100,000 บาท
TNN ช่อง16 • 10 พ.ค. 68
อ่าน
กทม. เร่งหาอีก 7 ร่าง พร้อมใกล้ปิดงานค้นหาผู้สูญหาย สตง. สัปดาห์หน้า
รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายในตึก สตง. ขณะนี้สามารถเคลียร์พื้นที่ได้เกือบทั้งหมดแล้ว โดยเมื่อวานนี้ได้มีการเคลียร์เปิดปล่องลิฟต์ได้ 4 จุด จาก 6 จุด โดยปล่องลิฟต์ที่เหลือ 2 ปล่อง เป็นไฟแมนลิฟต์ที่ใช้ขนของ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันนี้ หลักปฏิบัติการไม่พบร่างของผู้สูญหายเพิ่มเติม แต่พบชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ ขณะที่โซน B มีการใช้สุนัข K9 ดมกลิ่น ระบุตำแหน่งพิกัดที่อาจจะพบร่างของผู้สูญหายนั้น เมื่อเปิดพื้นที่ไปแล้วพบว่า กลิ่นที่สุนัขระบุพิกัดดังกล่าว เป็นจุดทานอาหารซึ่งพบอาหารจำนวนมากอยู่บริเวณนั้น และยังพบอุปกรณ์ เช่น กระเป๋า และชิ้นส่วนเสื้อผ้า ของผู้ประสบภัยเพิ่มเติมคาดว่าในวันพรุ่งนี้จะสามารถเปิดพื้นที่เข้าได้ครบทุกโซน และยังคงใช้การค้นหาอย่างละเอียด สำหรับการใช้เครื่องจักรหนัก ที่ยังมีอยู่จำนวน 28 คัน ในการเปิดพื้นที่จะยังคงเคลื่อนย้ายเครื่องจักรแต่จะเบากำลังลง แม้จะเปิดพื้นที่ได้ทั้งหมดแต่ยังมีกองดิน กองปูน เหลืออยู่โดยหลังจากกระบวนการเปิดพื้นที่ได้ครบทั้งหมดแล้วก็จะ เป็นขั้นตอนของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานที่จะดำเนินการสอบข้อเท็จจริง โดย กทม. พร้อมที่จะสามารถจัดสรรเครื่องจักรสนับสนุนการทำงานต่อไปทั้งนี้การเปิดพื้นที่ทุกโซน ตั้งอยู่บนสมมุติฐานของการเจอร่างของผู้สูญหาย แม้จะพบชิ้นส่วนของร่างกายมนุษย์ น้อยแต่สามารถนำมาประกอบร่างสมบูรณ์เพื่อพิสูจน์ยืนยันตัวตนได้ หลังจาก เปิดพื้นที่ครบทั้งหมดทุกส่วนแล้วก็จะเกลี่ยกองดินให้เท่ากัน คาดว่าจะสรุปปฏิบัติการค้นหาร่างผู้สูญหายได้ภายในอาทิตย์หน้า ส่วนการพิสูจน์อัตลักษณ์ ที่มีชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์อยู่ที่นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจกว่า 300 ชิ้นนั้น แม้จะปฏิบัติการค้นหาร่างของผู้สูญหายจบสิ้นแต่ก็ยังคงมีกระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์ยืนยันตัวบุคคล ยังต้องดำเนินการต่อไป สำหรับยอดของผู้ประสบภัย กทม. เผยยอดผู้สูญหายเหลือ 7 ราย หลังตำรวจสืบพบว่า มี 4 คนไม่อยู่ในอาคาร สตง.ในช่วงเวลาเกิดเหตุ ซึ่งเป็นคนงานที่มารับจ้างรายวัน มีรายชื่อแต่ไม่ได้เดินทางมาทำงานส่วนผู้เสียชีวิตที่ได้รับการตรวจยืนยันอัตลักษณ์บุคคลเบื้องต้น 89 คน ขณะเดียวกันยังต้องรอการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลจากชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ที่พบว่าชิ้นส่วนที่พบจะเป็นหนึ่งในร่างของผู้ที่สูญหายในจำนวนที่เหลืออยู่หรือไม่ ส่วนกระบวนการพิสูจน์ต้องใช้เวลา เนื่องจากการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วน เช่น การตรวจจากกระดูกที่มีความหนาแน่นพอสมควร หากพบชิ้นส่วนเล็กๆ ก็ไม่เพียงพอต่อการตรวจพิสูจน์ขณะที่วันนี้ ได้มีบริษัทประกันภัยทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ ทิพยประกันภัย ,กรุงเทพประกันภัย ,อินทระประกันภัย ,วิรยะประกันภัย เข้ามาตรวจสอบความเสียหายในพื้นที่และเก็บพยานหลักฐานเท่าที่มีอยู่และจำเป็น ระหว่างวันที่ 9-11 พ.ค.นี้ เพื่อใช้ในการประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นในวันที่ 19-21 พ.ค. จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวจากประเทศออสเตรเลีย จะเข้าพื่นที่หารือหน่วยเกี่ยวข้องด้วย
TNN ช่อง16 • 9 พ.ค. 68
อ่าน
กทม. พาสื่อ สำรวจ ซากตึก สตง. พังถล่ม ระบุ บันไดหนีไฟจุดพบร่างมากที่สุด
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 พ.ค. ที่ กองอำนวยการร่วม ภายในศูนย์การค้าเจเจมอลล์ ซึ่งเป็นจุดบัญชาการเหตุการณ์อาคาร สตง. แห่งใหม่ถล่ม นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ได้ออกมาเปิดเผย ถึงความคืบหน้าการค้นหาร่างของผู้สูญหาย และการดำเนินการรื้อเศษซากปรักหักพังของอาคารนายสุริยชัย กล่าวว่า วันนี้ในพื้นที่ก่อสร้างอาคาร สตง. เราสามารถเปิดพื้นตัวแผ่นคอนกรีตชั้นใต้ดินได้ครบหมดแล้ว ทั้งโดยรอบและตัวอาคาร ทั้งหมด 40 เมตร คูณ 40 เมตร ยังเหลือแค่พื้นที่ B2 และ B3 ซึ่งเป็นจุดทางเชื่อมกับอาคารจอดรถที่ยังตกค้างอยู่เล็กน้อย ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งรื้อถอนนอกจากนี้ยังเหลือในส่วนของตัวซากอาคารที่ล้มร่วงลงไปกองอยู่ด้านข้าง ในพื้นที่โซน B ความสูงเทียบเท่ากับตึก 1 ชั้น สูงราว 3 เมตร ความกว้าง 15-20 เมตร เป็นพื้นที่ว่าง แต่ในส่วนชั้นใต้ดินยังไม่ได้ยุบลงไป แต่ข้างใต้พบว่าเสาเหล็กหักโค่นลงอยู่มาก จุดนี้เจ้าหน้าที่จึงต้องทำงานกันอย่างระมัดระวัง เนื่องจากการใช้เครื่องจักรหนักทำงาน อาจไปเพิ่มน้ำหนัก และอาจทำให้พื้นดินยุบหรือทรุดตัวลงได้ คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วัน จะสามารถเคลียร์พื้นที่ได้ทั้งหมด ซึ่งถ้าหากมองจากด้านนอกก็จะอยู่ตรงแนวอาคารที่จอดรถ แต่ไม่มากนักส่วนตั้งแต่เมื่อวานจนถึงช่วงเช้าวันนี้ การค้นหาผู้สูญหายยังคงดำเนินการต่อเนื่อง และในตัวอาคารยังไม่พบร่างผู้สูญหายเพิ่ม แต่ยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมด เป็นการพลิกแผ่นดิน พลิกพื้นอาคาร และค้นหาผู้สูญหายที่ยังติดค้างอยู่ในอาคาร ซึ่งหลังจากนี้ก็จะต้องรอการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของชิ้นส่วนมนุษย์ที่ยังค้างกว่า 200 ชิ้น ที่ได้ส่งให้กับทางสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจด้วย เพื่อนำไปตรวจดีเอ็นเอว่าเป็นร่างมนุษย์กี่ราย และจะต้องนำมาตรวจสอบให้ตรงกับข้อมูลพนักงานสอบสวนที่ได้แจ้งว่ามีผู้สูญหายทั้งหมด 109 คนหรือไม่ ถ้าหากพบว่าตัวเลขไม่ตรงกัน ก็จะต้องไปตรวจสอบรายละเอียดฐานข้อมูลว่ามีข้อมูลไหนที่คลาดเคลื่อนหรือไม่ เพราะวันนี้เราสามารถเปิดที่ของอาคารได้ทั้งหมดแล้วเมื่อถามว่าภารกิจการค้นหาจบแล้วหรือไม่ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตอบว่า ”ในส่วนของข้อมูลจากพนักงานสอบสวนยังพบว่ายังต้องตามผู้สูญหายอยู่ 13 ราย แต่ในตัวอาคารจากการค้นหา ไม่พบร่างผู้สูญหายเพิ่ม แต่อย่างไรก็ตาม วันนี้ยังคงเหลือกองปรักหักพังที่อยู่ในโซน B ตามที่ได้บอกไว้ข้างต้น ซึ่งจากการวิเคราะห์อาจจะเป็นไปได้ที่ร่างอาจจะทับกันอยู่ และเพื่อให้สิ้นข้อสงสัย จึงอยู่ระหว่างดำเนินการรื้อถอน“ จากนั้นผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วย นายเอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และโฆษกของกรุงเทพมหานคร นำคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่ไปยังบริเวณชั้นใต้ดินที่ได้มีการรื้อถอนไปแล้วเมื่อวานนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าในสถานที่จริง โดยพื้นที่มีขนาดกว้าง 40 คูณ 40 เมตร และสูง 4 เมตรโดยนายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการวางผัง และพัฒนาเมือง ได้อธิบายถึงโครงสร้างของอาคาร สตง. แห่งใหม่ และแผนการค้นหาร่างของผู้ติดค้างอยู่ภายในซากอาคาร ทั้งโซน A B C และ D ซึ่งจุดที่พบผู้สูญหายมากที่สุด คือ จุดบันไดหนีไฟ และเป็นพื้นที่ในการกู้ซากผู้เสียชีวิต โดยเราได้ดำเนินการค้นหาร่าง และเศษชิ้นเนื้ออย่างไม่ละเว้นพื้นที่ส่วนไหนเลย คาดว่าอีกประมาณ 4-5 วัน จะรื้อซาก และค้นหาคนที่ติดอยู่ภายในจนกว่าจะแล้วเสร็จส่วนความยากในการปฏิบัติงาน คือ ยากทุกอย่างเนื่องจากเราเองไม่มีประสบการณ์ที่จะรื้อซากตึก กว่า 30 ชั้น และมีผู้เสียชีวิตอยู่ในพื้นที่เกือบ 100 ชีวิต ในการทำงานเราทำด้วยความระมัดระวังเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด แล้วก็รักษาพาพวกเขาออกมา แต่สุดท้าย เราพยายามดำเนินการมาตลอดโดยสิ่งที่ระมัดระวังมากที่สุด เนื่องจากโครงสร้างมีความซับซ้อน ทำให้มีความลำบากในการใช้เครื่องจักรดำเนินการ เราต้องระมัดระวังร่างที่ติดอยู่ในพื้นที่ ทำให้การทำงานค่อนข้างลำบากซึ่งก็ต้องขอบคุณเอกชน ภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เข้ามาดำเนินการในการรื้อตั้งแต่วันแรก โดยทุกคนมาด้วยใจและช่วยกันดำเนินการอย่างเต็มที่ เราใช้เครื่องจักรกว่า 70-80 เครื่อง เรามีการดำเนินการและการวางแผนงาน ซึ่งหน้างานค่อนข้างมีอุปสรรค เรามีการประชุมตั้งแต่ 9 โมงเช้า และ 6 โมงเย็นของทุกวัน ซึ่งหน้างานมักจะเจอปัญหา แต่ต้องแก้ปัญหาตลอด แต่ละวันไม่เคยเหมือนกันเลย คนที่เข้ามาทำงานในนี้ ก็เต็มที่ในการกู้ร่างผู้เสียชีวิตกลับบ้าน ส่วนบริเวณปล่องลิฟท์ และบันไดหนีไฟ อาคารที่เชื่อมกับอาคารจอดรถ พบว่าเป็นจุดที่มีร่างของผู้เสียชีวิตมากที่สุด คาดว่าตอนช่วงเกิดเหตุผู้เสียชีวิต น่าจะวิ่งมาที่จุดนี้ ซึ่งจากการสังเกต พบว่ามีเครื่องเซ่นไหว้วางบริเวณรอบจุดนี้ราว 4-5 จุดทั้งนี้ จากข้อมูลที่ได้รับการยืนยันโดยสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ หน้ากองอำนวยการ ข้อมูล ณ เวลา 18:00 น. ของวานนี้ (5 พฤษภาคม 2568) พบผู้เสียชีวิตแล้ว 87 ราย บาดเจ็บ 9 ราย และอยู่ระหว่างการติดตามอีก 13 ราย จากผู้ประสบเหตุทั้งหมด 109 ราย
TNN ช่อง16 • 6 พ.ค. 68
อ่าน
คืบหน้าตึกสตง. ถล่ม เร่งเปิดทาง 3 จุดต้องสงสัยผู้ประสบภัยติดค้าง 12 ราย
วันนี้ (7 พ.ค. 68) นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.กทม.) เปิดเผยความคืบหน้าภารกิจค้นหาผู้ติดค้างในอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 68 ว่า เหลือพื้นที่ 3 จุด คือ โซน A B และ D ที่สงสัยว่าอาจมีร่างผู้ประสบภัยติดค้างอยู่ซึ่งจากจำนวนที่พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานให้มายังมีผู้ประสบภัยที่ติดค้างอยู่ 12 ราย โดยในส่วนของพื้นที่ที่ต้องดำเนินการเหลือ 3 จุด นั้นไม่ได้เป็นพื้นที่ลึกมาก คือ โซน D ซึ่งเป็นพื้นที่ถัดจากแนวอาคารออกไป ในวันที่อาคารถล่มนั้นมีซากกองล้นออกไปจากพื้นที่อาคาร ตรงนี้จะเป็นที่ที่เราเปิดค้นหาเพิ่มไปจนถึงชั้นทรายถม ถ้าเจอทรายแล้วก็จะยุติเพราะต่ำกว่านั้นไม่มีอะไรแล้วนายสุริยชัย กล่าวต่อว่า สำหรับโซน A ที่ต่อกับโซน D ด้านหน้า ยังมีจุดหนึ่งที่ยังสงสัยว่าอาจจะมีผู้ติดค้างก็จะเปิดเพิ่มไปถึงทรายถมเช่นกัน เพื่อคลายความสงสัยว่าไม่มีผู้ติดค้างแล้วในอาคารถล่ม ส่วนจุดสำคัญคือโซน B ที่เป็นเนินติดกับตัวอาคารอยู่ จากการตรวจสอบโดย K9 เช้านี้ บ่งชี้ว่าอาจจะมีร่างผู้ประสบภัยอยู่ กอปรกับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่หน้างานที่แจ้งว่าได้กลิ่นเป็นระยะ ตอนนี้ก็ได้เร่งรื้อซากปูนเพื่อไปให้ถึงจุดที่ K9 ชี้พิกัด สำหรับการรื้อถอนในโซน B จะมีการตัดเหล็กและแยกปูนให้แคบลง เพื่อความปลอดภัย และหากไม่มีอุปสรรคเพิ่มเติม คาดว่าจะสามารถเปิดพื้นที่ค้นหาร่างผู้สูญหายได้ครบทั้ง 3 จุด ส่วนบริเวณรากฐานของอาคารชั้นใต้ดินซึ่งมีบางส่วนแตกหักอยู่ จะไม่ให้เครื่องจักรหนักเข้าไปทำงานโดยตรง แต่จะใช้แขนกลของเครื่องจักรยื่นเข้าไปเจาะสกัดปูนและใช้เครื่องตัดระบบแก๊สเพื่อลดน้ำหนักของกองวัสดุนอกจากนี้ ยังมีการขยายการตรวจสอบไปยังจุดทิ้งกองเศษวัสดุในพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ด้านหลังศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยจุดนี้จะใช้โดรนถ่ายภาพทางอากาศทำตางรางแบ่งพิกัดพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทีมค้นหา และเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่อาสาและสุนัข K9 เพื่อตรวจสอบในพื้นที่อย่างละเอียดและถี่ขึ้น โดยในช่วงบ่ายของวันนี้จะมีการประชุมร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อมูลผู้สูญหาย ซึ่งตัวเลขล่าสุดจากเดิมที่แจ้งไว้ 103 ราย ได้มีการปรับเพิ่มเป็น 109 ราย พร้อมกับมีการวิเคราะห์เชิงลึกยืนยันที่อยู่สุดท้ายของบุคคลสูญหายจากผลการสืบสวนของพนักงานสอบสวน รวมถึงข้อมูลที่ได้จากชิ้นส่วนที่ส่งไปยังสถาบันนิติเวชเพื่อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าชิ้นส่วนที่พบตรงกับดีเอ็นเอของญาติเพื่อยืนยันตัวตน หากสามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าไม่มีผู้ประสบภัยติดค้างอยู่แล้ว ข้อมูลดังกล่าวจะถูกใช้เป็นฐานพิจารณา ของผู้อำนวยการเขตจตุจักรในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ เพื่อพิจารณาประกาศยกเลิกพื้นที่สาธารณภัยอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องมุ่งเป้าภารกิจพาทุกร่างกลับบ้าน ลดหลั่นความสูงตึกสตง. ถล่ม ค้นหาผู้ประสบภัยใต้ซากครบ 1 เดือนแผ่นดินไหว เคลียร์ซากตึกสตง. ถล่ม บริเวณด้านหน้าเห็นผนังของชั้นใต้ดินแล้วรื้อซากตึกสตง. ถล่ม เตรียมเจาะกระแทกปูนเปิดทางสู่ช่องบันได คาดพบร่างผู้ประสบภัยเพิ่ม
TNN ช่อง16 • 7 พ.ค. 68
อ่าน
ยอดผู้เสียชีวิตตึก สตง.ถล่ม พุ่ง 86 ราย เร่งค้นหาอีก 14 คน
ยอดผู้เสียชีวิตเหตุอาคารสำนักงาน สตง. ถล่ม เพิ่มเป็น 86 ราย ยืนยันอัตลักษณ์แล้ว 63 ราย ยังสูญหายอีก 14 ราย เร่งเปิดชั้นใต้ดินโซน Cเปิดยอดตึก สตง.ถล่ม เสียชีวิตพุ่ง 86 ราย ค้นหาผู้สูญหายอีก 14 คนในชั้นใต้ดินสถานการณ์เหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เขตจตุจักร พังถล่มจากแผ่นดินไหวยังไม่คลี่คลาย ล่าสุด กรุงเทพมหานครเปิดเผยยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 86 ราย โดยยืนยันอัตลักษณ์ได้แล้ว 63 ราย ขณะยังมี 14 รายที่ยังไม่พบตัว คาดติดค้างในซากอาคารชั้นใต้ดินโซน Cน.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผยว่า กทม. ได้ปรับข้อมูลผู้เสียชีวิตตามจำนวนที่ญาติแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีการนำร่างไปตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์รวมทั้งสิ้น 86 ราย และยืนยันตัวตนได้แล้ว 63 ราย แบ่งเป็นคนไทย 46 ราย เมียนมา 15 ราย กัมพูชา 1 ราย และลาว 1 ราย ยืนยัน 109 คนอยู่ในเหตุการณ์ สะท้อนความสูญเสียรุนแรงที่สุดจากแผ่นดินไหวในเมืองยอดรวมผู้ที่อยู่ในอาคารขณะเกิดเหตุเพิ่มขึ้นเป็น 109 คน โดย 86 รายเสียชีวิตแล้ว เหลือเพียง 14 รายที่ยังคงอยู่ระหว่างการค้นหาในชั้นใต้ดินเจ้าหน้าที่ระบุว่า โซนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้คือโซน C2 และ C3 ซึ่งเป็นทางเชื่อมไปยังลานจอดรถ คาดว่าผู้ประสบภัยที่วิ่งหนีลงบันไดหนีไฟอาจมุ่งหน้าไปยังจุดดังกล่าวก่อนอาคารถล่มลงมาพบร่องรอยชีวภาพในโซน A4-C3 เร่งเปิดพื้นที่ลึก หวังเจอผู้สูญหายข้อมูลจากทีมกู้ภัย USAR ระบุว่า โซน A4 ซึ่งอยู่แนวเดียวกับโซน D4 เป็นโพรงที่สามารถเชื่อมจากชั้นใต้ดินสู่ด้านบนได้ โดยพบคราบน้ำเหลืองและแมลงวัน สะท้อนถึงความเป็นไปได้ที่จะมีศพอยู่ในจุดนั้นขณะเดียวกัน โซน C2-C3 ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากเป็นทางหนีไฟหลักที่อาจมีผู้หนีตายติดค้าง เจ้าหน้าที่จึงเร่งเปิดพื้นที่อีกประมาณ 2 เมตร ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าถึงชั้นใต้ดินได้ครึ่งหนึ่งของพื้นที่ถล่ม กทม.ไม่ยุติภารกิจ แม้ต้องตัดเหล็ก-ผ่าโครงสร้างหนักนายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. ย้ำว่า จะไม่หยุดภารกิจจนกว่าจะมั่นใจว่าไม่มีผู้ใดติดค้างอยู่การทำงานยังคงเผชิญอุปสรรคจากเสาโครงสร้างเหล็กที่สมบูรณ์ต้องใช้เครื่องจักรหนักและระบบตัดแก๊ส โดยมีรถเครื่องจักรขนาดใหญ่ 6 คันประจำการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หากไม่พบความเสียหายจะสามารถเปิดพื้นที่ชั้นใต้ดินโซน C ได้ครบภายในวันนี้เสียชีวิต 86 ราย สะท้อนความเปราะบางในวิกฤตเมืองเหตุการณ์นี้กลายเป็นหนึ่งในภัยพิบัติในเขตเมืองที่รุนแรงที่สุดของกรุงเทพมหานครในรอบหลายปี ความสูญเสียถึง 86 ชีวิตไม่เพียงเป็นตัวเลข แต่สะท้อนถึงความจำเป็นของระบบเตือนภัย การเตรียมพร้อมของอาคาร และการรับมือในยามฉุกเฉินภารกิจค้นหาที่ยังดำเนินต่อ คือบทพิสูจน์ถึงความตั้งใจของเจ้าหน้าที่ในการ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” และหวังว่าจะพบผู้สูญหายคนสุดท้ายในเร็ววัน
TNN ช่อง16 • 4 พ.ค. 68
อ่าน
คืบหน้ากู้ซาก สตง.ถล่ม เสียชีวิต 86 ราย สูญหาย 14 คน
นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยความคืบหน้าประจำวันภารกิจค้นหาผู้ติดค้างในอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่า วันนี้ในโซน D สามารถเปิดพื้นที่ได้ทั้งหมด จึงเหลือแค่ โซน C2 และ C3 ที่เชื่อมกับอาคารจอดรถ ซึ่งคาดว่าคนที่ลงจากบันไดหนีไฟต้องวิ่งผ่านเพื่อไปลานจอดรถ และเนื่องจากตัวอาคารอาจยุบลงไปจนถึงชั้นใต้ดิน จึงเร่งเปิดพื้นที่บริเวณนั้นที่เหลืออีกประมาณ 2 เมตร โดยวันนี้จะเน้นเนื้องานในบริเวณดังกล่าวเพื่อเปิดพื้นที่ให้ลึกถึงบริเวณพื้นชั้นใต้ดินให้ได้ ซึ่งหากผู้ที่จะหนีไปบริเวณลานจอดรถก็คาดว่าจะติดค้างอยู่ในบริเวณนี้ และในส่วนช่องว่างของโถงบันไดลิฟต์ด้านหน้าและลิฟต์ด้านหลัง ก็จะเป็นอีกบริเวณที่จะเน้นทำงานเปิดพื้นที่ให้ถึงบริเวณพื้นชั้นใต้ดินให้ได้ ซึ่งจะทำงานควบคู่ไปกับทางเชื่อมไปลานจอดรถในส่วนของโซน A4 ซึ่งทำงานมาตลอดทั้งคืน เนื่องจากโซนนี้ทีม USAR มีฐานข้อมูลว่าเป็นช่องทางตั้งแต่วันทำงาน 1-2 วันแรก ๆ ที่ว่าหากมุดไปบริเวณโพรงนี้จะเป็นทางเข้าตั้งแต่โซน D4 และเป็นโพรงระนาบกับแนวผนังอาคาร ความกว้างประมาณ 10x15 เมตร และยังสามารถมุดขึ้นจากชั้นใต้ดินสู่ด้านบนได้ด้วย จึงเป็นอีกจุดที่คาดว่าจะพบผู้สูญหาย เนื่องจากพบสัญญาณคราบน้ำเหลืองและแมลงวัน ซึ่งตรงกับข้อมูลที่ว่าผู้สูญหายเดินอยู่บริเวณพื้นชั้นใต้ดิน โซนนี้ ดังนั้นจึงเป็นอีกบริเวณที่วันนี้จะเน้นการทำงานเพื่อให้เข้าถึงผู้สูญหาย คาดว่าวันนี้หากไม่มีอุปสรรคจะสามารถเข้าถึงพื้นชั้นใต้ดินของโซน C ได้ทั้งหมดสำหรับปัญหาใหญ่คือการตัดผ่าเศษเหล็กและเสาโครงสร้างที่ยังมีความสมบูรณ์ ซึ่งต้องใช้เวลาในการตัดด้วยระบบแก๊สและการเจาะดึงด้วยแรงรถเครื่องจักรขนาดใหญ่ ซึ่งหากสามารถเปิดพื้นที่โซน C2 และ C3 ได้ภายในวันนี้ก็จะถือว่าเปิดพื้นที่ชั้นใต้ดินได้แล้วกว่าครึ่งหนึ่งของอาคารที่พังถล่ม ทั้งนี้ เนื่องจากเราได้ปฏิบัติงานร่วมกับหลายองค์กรเป็นระยะเวลานาน ทีมผู้ร่วมงานบางส่วนจึงอาจจะมีภารกิจอื่นที่ต้องกลับไปทำงาน จึงเริ่มถอนกำลังและเครื่องจักรออกจากพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเอกชนที่ปฏิบัติงานมาตั้งแต่อาคารถล่มจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมตามแผนที่กำหนดไว้ อาทิ รถเครื่องจักรใหญ่หมายเลข 10 จากบริษัทแสนสิริ ที่เป็นกำลังหลักมาตั้งแต่ต้นก็ได้ถอนกำลังไปแล้ววานนี้ ซึ่งทาง กทม. ก็ต้องขอขอบคุณในความร่วมมือกันมาตั้งแต่ต้นมา ณ โอกาสนี้ด้วย ซึ่งการถอนกำลังรถเครื่องจักรบางส่วนของภาคเอกชนไปนั้น ก็ยังไม่มีผลกระทบกับหน้างาน เนื่องจากขณะนี้เรายังมีรถเครื่องจักรขนาดใหญ่อีก 6 คัน ที่ปฏิบัติงานได้ตามแผนที่กำหนด และหากเสียหายก็ยังมีรถทดแทนอยู่อย่างต่อเนื่องด้านตัวเลขผู้สูญหายล่าสุด ณ เวลา 18.00 น. ของวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 มีผู้ประสบภัยรวม 109 ราย เสียชีวิตแล้ว 86 ราย บาดเจ็บ 9 ราย และยังคงอยู่ระหว่างการติดตามอีก 14 ราย โดยทาง กทม. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าจะไม่ยุติภารกิจจนกว่าจะสามารถยืนยันได้ว่าไม่มีผู้ติดค้างอยู่ภายในซากอาคารอีก สำหรับยอดผู้สูญหาย วานนี้ได้หารือกับพนักงานสอบสวนถึงข้อมูลที่แท้จริงว่ามียอดผู้สูญหายไปจำนวนเท่าไหร่ เนื่องจากหากพบผู้สูญหายครบ 103 ราย แล้วเลิกภารกิจก็มีความเสี่ยงในการทิ้งผู้สูญหายไว้ เป้าหมายคือการช่วยนำผู้ที่ติดอยู่ในซากตึกออกให้หมด จึงต้องมีการทำงานต่อเนื่องจนกว่าจะมีความชัดเจนว่าไม่มีใครติดค้างอยู่โดยในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมหารือเรื่องนี้กันอีกครั้ง
TNN ช่อง16 • 4 พ.ค. 68
อ่าน
“11 ปี แผ่นดินไหวแม่ลาว” ย้อนรอยเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดของไทย
กรมทรัพยากรธรณี ได้เปิดข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ แผ่นดินไหวแม่ลาว แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดของประเทศไทย โดยระบุว่า “11 ปี แผ่นดินไหวแม่ลาว” ย้อนรอยเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดของประเทศไทย “11 ปี แผ่นดินไหวแม่ลาว” แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดของประเทศไทยย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 เวลา 18.08 น. ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.3 แมกนิจูด ที่ระดับความลึก 10 กิโลเมตร จุดศูนย์กลางอยู่ที่ตำบลดงมะดง อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ส่งผลกระทบรุนแรงในหลายพื้นที่ ได้แก่ อำเภอแม่ลาว อำเภอพาน และอำเภอเมือง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายมากกว่า 10,000 หลังคาเรือน โดยกว่า 100 หลังต้องรื้อสร้างใหม่ วัดและโบราณสถานได้รับผลกระทบอย่างหนัก เช่น เศียรพระพุทธรูปหักตกลงมา และพื้นถนนแตกร้าวเป็นแนวยาวภายหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวแม่ลาว ขนาด 6.3 ที่เชียงรายนั้น กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันบูรณาการข้อมูลให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือจากภัยแผ่นดินไหว โดยจัดทำศูนย์ธรณีเรียนรู้พิบัติภัยรายภาคในพื้นที่ อำเภอแม่ลาว และ อำเภอพาน จัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัยจังหวัดภาคเหนือ รวมทั้งติดตั้งเครื่องมือวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดิน (เครื่องตรวจจับแผ่นดินไหว Seismometers) ครบคลุมรอยเลื่อนมีพลังทั้งหมดในภาคเหนือ“รอยเลื่อนมีพลัง” ภัยใกล้ตัวที่ควรตระหนักจากบทเรียนแผ่นดินไหวแม่ลาว เห็นได้ชัดว่า “รอยเลื่อนมีพลัง” เป็นภัยใกล้ตัวที่ควรตระหนัก กรมทรัพยากรธรณีจึงได้ดำเนินการศึกษาวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของรอยเลื่อน เช่น “กลุ่มรอยเลื่อนแม่ลาว” พร้อมจัดทำสื่อความรู้และตัวอย่างความเสียหายที่พบจากการสำรวจภาคสนาม เพื่อใช้เป็นองค์ความรู้สำหรับประชาชนและนักวิชาการ นำเสนอในมุมมองของนักธรณีวิทยา เนื้อหาประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มรอยเลื่อนแม่ลาว การสังเกตรอยเลื่อนจากภูมิประเทศ และตัวอย่างความเสียหายที่พบจากการสำรวจพื้นที่ประสบภัย รอยเลื่อนมีพลังของประเทศไทยสำหรับรอยเลื่อนมีพลังของประเทศไทย พบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวรอยเลื่อนมีพลังจำนวน 16 กลุ่มรอยเลื่อนเดียวกัน โดยกลุ่มรอยเลื่อนเหล่านี้พาดผ่าน 23 จังหวัด 124 อำเภอ 421 ตำบล 1,520 หมู่บ้าน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้ กรมทรัพยากรธรณีได้รวบรวมข้อมูล “รอยเลื่อนมีพลัง” ของประเทศไทยไว้ในสมุดแผนที่รอยเลื่อนมีพลังในประเทศไทย ฉบับ พ.ศ. 2566ตรวจสอบหมู่บ้านใดมีแนวรอยเลื่อนพาดผ่านโดยนำเสนอข้อมูลในรูปแบบแผนที่ เข้าใจง่าย ตรวจสอบได้ว่า หมู่บ้านใดมีแนวรอยเลื่อนพาดผ่าน คลิกอ่านได้ที่ https://anyflip.com/kera/qnheข้อมูลจาก กรมทรัพยากรธรณีอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องภาคอีสานของไทยจะเกิดแผ่นดินไหว ล่าสุดกรมทรัพยากรธรณี ชี้แจงประเด็นนี้แล้วเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอมเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหว
TNN ช่อง16 • 5 พ.ค. 68
อ่าน
กทม. เร่งค้นหาผู้สูญหายเหตุอาคารสตง. พบร่างแล้ว 109 ราย
กรุงเทพมหานครยังคงเดินหน้าภารกิจค้นหาผู้สูญหายจากเหตุอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม โดยล่าสุดมีการปรับยอดผู้ประสบเหตุเพิ่มขึ้นเป็น 109 ราย จากเดิม 103 ราย ส่งผลให้จำนวนผู้สูญหายขณะนี้อยู่ที่ 14 คนนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดเผยว่า การค้นหาดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังพร้อมเครื่องจักรหนัก ขุดเจาะและรื้อซากอาคาร โดยขณะนี้สามารถเข้าถึงชั้นใต้ดินได้บางส่วน และอยู่ระหว่างขยายพื้นที่ค้นหาบริเวณบันไดฝั่งซ้าย คาดว่าจะสามารถเปิดพื้นที่ชั้นใต้ดินได้ทั้งหมดภายใน 3-4 วัน ผู้ว่าฯ ชัชชาติย้ำว่า กทม. จะดำเนินการค้นหาจนกว่าจะพบผู้สูญหายครบทุกคน และหลังภารกิจสิ้นสุดจะส่งมอบพื้นที่คืนให้กับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเพื่อดำเนินการต่อไป โดยเน้นย้ำให้เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญเรื่อง “ความโปร่งใสในการก่อสร้าง” และการควบคุมอาคารในอนาคตทั้งนี้ ผู้ว่าฯ ระบุว่ากฎหมายควบคุมการก่อสร้างของ กทม. มีประสิทธิภาพในระดับหนึ่ง โดยจากเหตุการณ์ครั้งนี้ พบว่าอาคารอื่นๆ ไม่ได้รับผลกระทบ มีเพียงอาคารที่ถล่มเพียงแห่งเดียวเท่านั้น
TNN ช่อง16 • 5 พ.ค. 68
อ่าน
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลุยค้นหาผู้สูญหาย 14 ราย คาด 3-4 วัน เคลียร์พื้นที่ตึกสตง.
วันนี้ (5 พ.ค. 68) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าภารกิจค้นหาผู้ติดค้างในอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่กำลังก่อสร้างในพื้นที่เขตจตุจักร ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 68 ว่า การปฏิบัติงานเป็นไปได้ด้วยดี ขณะนี้โซน SC2 ลงไปถึงชั้นใต้ดินแล้ว ฝั่งนั้นไม่น่ามีผู้ติดค้างอยู่แล้ว ก็จะเดินหน้าต่อไปยังโซน SC1 ทั้งนี้ที่ผ่านมา เข้าใจว่ายังหาไม่เจออีก 8 ราย แต่ทางตำรวจเพิ่มคนที่ได้รับแจ้งสูญหายอีก 6 ราย รวมเป็น 109 ราย ตัวเลขผู้สูญหายก็จะเป็น 14 ราย ต้องเดินหน้าต่อ แต่ว่ายังมีชิ้นส่วนที่อยู่ระหว่างพิสูจน์หลักฐาน ดังนั้น 14 ราย ที่เหลืออาจมีบางชิ้นส่วนอยู่ในนี้ก็ได้ ก็ต้องรอว่าผลเป็นอย่างไรปัจจุบันมีการนำร่างผู้เสียชีวิตกลับไปแล้ว 45 - 46 ราย ส่วนที่ยังไม่พบน่าจะพบได้ในวันนี้ เพราะมีการเปิดพื้นที่ไปมากแล้ว เหลือบริเวณโซน SC1 ซึ่งเป็นโซนสุดท้าย คาดว่าภายใน 3 - 4 วัน จะสามารถเปิดพื้นที่ได้หมด หลังจากนี้ต้องดูว่าพื้นที่ไหนที่จะยุติการค้นหา จะต้องเป็นที่ยอมรับกันทั้งหมด เสร็จแล้วก็คงส่งพื้นที่คืน เบื้องต้นได้แจ้งกับผู้ที่รับผิดชอบแล้วว่าวันนึงเราก็ต้องมีการถอนออก จากนั้นก็คงจะเป็น สตง. ที่เป็นเจ้าของเรื่องต้องไปดำเนินการต่อ สำหรับหน้าที่ของ กทม. คือค้นหาผู้ติดค้าง ส่วนหน้าที่รื้อตึกคงเป็นของเจ้าของอาคาร เพราะถ้าหากอาคารถล่มแล้วไม่มีผู้เสียชีวิตหรือผู้ติดค้าง กทม. ก็ไม่เข้ามารื้ออาคาร หน้าที่หลักของ กทม. คือ ค้นหาผู้ติดค้างและนำร่างผู้เสียชีวิตส่งคืนญาติ หากพบผู้สูญหายทั้งหมดก็สามารถส่งคืนพื้นที่ให้เจ้าของอาคารได้เลยผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวด้วยว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์ว่าอาคารในพื้นที่กรุงเทพฯ แข็งแรง มีเพียงตึกเดียวที่พัง กฎหมายไม่ได้มีปัญหา การก่อสร้างก็ดี อาจมีรอยแตกร้าวบ้าง แต่ซ่อมแล้วก็อยู่ได้ด้านผลกระทบจากการจอดรถได้พยายามคืนพื้นที่ให้ซึ่งคืนไปเยอะแล้ว ส่วนผลกระทบอื่น ๆ ต้องดูว่าอยู่ในกระบวนการเยียวยาไหม เพราะมีหลายปัจจัยต้องแยกให้ชัดเจน คงให้ผู้อำนวยการเขตจตุจักรรวบรวบข้อมูลอีกครั้ง
TNN ช่อง16 • 5 พ.ค. 68
อ่าน
คืบหน้ากู้ซากตึกสตง. ถล่ม หากเป็นไปตามแผนคาดวันนี้เคลียร์โซนใต้ดินได้ครึ่งหนึ่ง
วันนี้ (4 พ.ค. 68) เวลา 10.30 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยความคืบหน้าประจำวันภารกิจค้นหาผู้ติดค้างในอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่า วันนี้ในโซน D สามารถเปิดพื้นที่ได้ทั้งหมด จึงเหลือแค่ โซน C2 และ C3 ที่เชื่อมกับอาคารจอดรถ ซึ่งคาดว่าคนที่ลงจากบันไดหนีไฟต้องวิ่งผ่านเพื่อไปลานจอดรถ และเนื่องจากตัวอาคารอาจยุบลงไปจนถึงชั้นใต้ดิน เราจึงเร่งเปิดพื้นที่บริเวณนั้นที่เหลืออีกประมาณ 2 เมตร โดยวันนี้จะเน้นเนื้องานในบริเวณดังกล่าวเพื่อเปิดพื้นที่ให้ลึกถึงบริเวณพื้นชั้นใต้ดินให้ได้ ซึ่งหากผู้ที่จะหนีไปบริเวณลานจอดรถก็คาดว่าจะติดค้างอยู่ในบริเวณนี้ และในส่วนช่องว่างของโถงบันไดลิฟต์ด้านหน้าและลิฟต์ด้านหลัง ก็จะเป็นอีกบริเวณที่จะเน้นทำงานเปิดพื้นที่ให้ถึงบริเวณพื้นชั้นใต้ดินให้ได้ ซึ่งจะทำงานควบคู่ไปกับทางเชื่อมไปลานจอดรถ ในส่วนของโซน A4 ซึ่งทำงานมาตลอดทั้งคืน เนื่องจากโซนนี้ทีม USAR มีฐานข้อมูลว่าเป็นช่องทางตั้งแต่วันทำงาน 1-2 วันแรก ๆ ที่ว่าหากมุดไปบริเวณโพรงนี้จะเป็นทางเข้าตั้งแต่โซน D4 และเป็นโพรงระนาบกับแนวผนังอาคาร ความกว้างประมาณ 10x15 เมตร และยังสามารถมุดขึ้นจากชั้นใต้ดินสู่ด้านบนได้ด้วย จึงเป็นอีกจุดที่คาดว่าจะพบผู้สูญหาย เนื่องจากพบสัญญาณคราบน้ำเหลืองและแมลงวัน ซึ่งตรงกับข้อมูลที่ว่าผู้สูญหายเดินอยู่บริเวณพื้นชั้นใต้ดิน โซนนี้ ดังนั้นจึงเป็นอีกบริเวณที่วันนี้จะเน้นการทำงานเพื่อให้เข้าถึงผู้สูญหาย คาดว่าวันนี้หากไม่มีอุปสรรคจะสามารถเข้าถึงพื้นชั้นใต้ดินของโซน C ได้ทั้งหมดสำหรับปัญหาใหญ่คือการตัดผ่าเศษเหล็กและเสาโครงสร้างที่ยังมีความสมบูรณ์ ซึ่งต้องใช้เวลาในการตัดด้วยระบบแก๊สและการเจาะดึงด้วยแรงรถเครื่องจักรขนาดใหญ่ ซึ่งหากสามารถเปิดพื้นที่โซน C2 และ C3 ได้ภายในวันนี้ก็จะถือว่าเปิดพื้นที่ชั้นใต้ดินได้แล้วกว่าครึ่งหนึ่งของอาคารที่พังถล่มทั้งนี้ เนื่องจากเราได้ปฏิบัติงานร่วมกับหลายองค์กรเป็นระยะเวลานาน ทีมผู้ร่วมงานบางส่วนจึงอาจจะมีภารกิจอื่นที่ต้องกลับไปทำงาน จึงเริ่มถอนกำลังและเครื่องจักรออกจากพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเอกชนที่ปฏิบัติงานมาตั้งแต่อาคารถล่มจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมตามแผนที่กำหนดไว้ อาทิ รถเครื่องจักรใหญ่หมายเลข 10 จากบริษัทแสนสิริ ที่เป็นกำลังหลักมาตั้งแต่ต้นก็ได้ถอนกำลังไปแล้ววานนี้ ซึ่งทาง กทม. ก็ต้องขอขอบคุณในความร่วมมือกันมาตั้งแต่ต้นมา ณ โอกาสนี้ด้วย ซึ่งการถอนกำลังรถเครื่องจักรบางส่วนของภาคเอกชนไปนั้น ก็ยังไม่มีผลกระทบกับหน้างาน เนื่องจากขณะนี้เรายังมีรถเครื่องจักรขนาดใหญ่อีก 6 คัน ที่ปฏิบัติงานได้ตามแผนที่กำหนด และหากเสียหายก็ยังมีรถทดแทนอยู่อย่างต่อเนื่อง ด้านตัวเลขผู้สูญหายล่าสุด ณ เวลา 18.00 น. ของวันที่ 3 พฤษภาคม 2568 มีผู้ประสบภัยรวม 103 ราย เสียชีวิตแล้ว 86 ราย บาดเจ็บ 9 ราย และยังคงอยู่ระหว่างการติดตามอีก 8 ราย โดยทาง กทม. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าจะไม่ยุติภารกิจจนกว่าจะสามารถยืนยันได้ว่าไม่มีผู้ติดค้างอยู่ภายในซากอาคารอีกสำหรับยอดผู้สูญหาย วานนี้ได้หารือกับพนักงานสอบสวนถึงข้อมูลที่แท้จริงว่ามียอดผู้สูญหายไปจำนวนเท่าไหร่ เนื่องจากหากพบผู้สูญหายครบ 103 ราย แล้วเลิกภารกิจก็มีความเสี่ยงในการทิ้งผู้สูญหายไว้ เป้าหมายคือการช่วยนำผู้ที่ติดอยู่ในซากตึกออกให้หมด จึงต้องมีการทำงานต่อเนื่องจนกว่าจะมีความชัดเจนว่าไม่มีใครติดค้างอยู่โดยในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมหารือเรื่องนี้กันอีกครั้งอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องมุ่งเป้าภารกิจพาทุกร่างกลับบ้าน ลดหลั่นความสูงตึกสตง. ถล่ม ค้นหาผู้ประสบภัยใต้ซากครบ 1 เดือนแผ่นดินไหว เคลียร์ซากตึกสตง. ถล่ม บริเวณด้านหน้าเห็นผนังของชั้นใต้ดินแล้วรื้อซากตึกสตง. ถล่ม เตรียมเจาะกระแทกปูนเปิดทางสู่ช่องบันได คาดพบร่างผู้ประสบภัยเพิ่ม
TNN ช่อง16 • 4 พ.ค. 68
อ่าน
คืบหน้าเคลียร์พื้นที่ตึก สตง. คาดไม่เกิน 1 สัปดาห์ยุติภารกิจค้นหา
กทม.เผยความคืบหน้าภารกิจค้นหาผู้สูญหายจากเหตุอาคาร สตง. ถล่ม ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตรวม 83 ราย อยู่ระหว่างติดตามอีก 11 ราย คาดเคลียร์พื้นที่จบภายใน 1 สัปดาห์ความคืบหน้าภารกิจเคลียร์พื้นที่ตึก สตง. ถล่มใกล้จุดสิ้นสุดของภารกิจค้นหาผู้สูญหายจากเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ถล่มจากแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยนายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ว่า เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย เป็นเพศหญิง 1 ราย ไม่สามารถระบุเพศได้ 2 ราย และพบชิ้นส่วนร่างกายเพิ่มเติมอีก 22 ชิ้น บริเวณโซน C4 ข้อมูล ณ เวลา 18.00 น. ของวันที่ 2 พฤษภาคม ระบุว่ามีผู้ประสบเหตุรวม 103 ราย เสียชีวิต 83 ราย บาดเจ็บ 9 ราย และอยู่ระหว่างติดตามค้นหาอีก 11 ราย อย่างไรก็ตาม มีผู้แจ้งเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนอีก 4 ราย โดยพบร่างแล้ว 1 ราย ซึ่งหากรวมข้อมูลทั้งหมด จำนวนผู้เกี่ยวข้องจะเป็น 104 รายเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อยืนยันตัวตนของผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้ตกหล่นรายชื่อบุคคลที่อาจยังติดอยู่ใต้ซากอาคาร พื้นที่เสี่ยงยังเข้าถึงไม่หมด คาดอีกไม่เกิน 7 วันการดำเนินงานในขณะนี้มุ่งเป้าไปที่บริเวณทางเชื่อมระหว่างอาคารหลักกับอาคารจอดรถด้านหลัง โดยชั้นใต้ดินที่มีความสูง 4 เมตร ขณะนี้ยังขุดลึกลงไปไม่ถึงพื้นเต็มระดับ เนื่องจากอาคารพังถล่มกดทับลงมา ทำให้ระยะห่างจากพื้นชั้น 1 ถึงพื้นชั้นใต้ดินเหลือน้อยกว่า 1 เมตร เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่าเมื่อสามารถเข้าถึงพื้นที่ระดับล่างสุดได้ อาจพบผู้ประสบเหตุเพิ่มเติมนายสุริยชัย ระบุว่า แม้ตัวเลขผู้สูญหายที่ต้องค้นหาเหลือไม่มาก แต่เพื่อความรอบคอบและความมั่นใจว่าไม่มีใครหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จะดำเนินภารกิจต่อจนกว่าจะครบถ้วนทุกขั้นตอน โดยคาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่เกิน 1 สัปดาห์จึงจะสามารถสรุปได้ว่าไม่มีบุคคลใดติดอยู่ในซากอาคารอีก
TNN ช่อง16 • 3 พ.ค. 68
อ่าน
คืบหน้ากู้ซากตึกสตง. พบร่างผู้สูญหายเพิ่ม 13 ราย ยังเข้าไม่ถึงชั้นใต้ดิน
ความคืบหน้าการกู้ซากอาคาร สตง. ถล่ม กรุงเทพฯนายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.) ได้แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับการกู้ซากอาคารสำนักงานของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่มในกรุงเทพมหานคร โดยได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความพยายามในการค้นหาผู้ประสบภัยและผู้เสียชีวิตในพื้นที่ การค้นหาและการยืนยันผู้ประสบภัยจนถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ได้ค้นพบผู้ประสบภัยทั้งหมด 41 เคส ซึ่งรวมถึงร่างที่ยืนยันแล้ว 13 ราย และอีก 2 เคสที่ยังอยู่ระหว่างรอการยืนยันจากนิติเวช ขณะที่เหลือเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ ที่ยังต้องการการตรวจสอบเพิ่มเติม การค้นหาผู้เสียชีวิตยังคงดำเนินต่อไป และมีการใช้เครื่องจักรและทีมงานเพื่อขยายพื้นที่ค้นหาต่อไปพื้นที่ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้การเปิดพื้นที่ในโซน D2 ซึ่งเชื่อมกับโซน C เพื่อเข้าถึงชั้นใต้ดินของอาคารยังคงไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีความลึกถึง 4 เมตร คาดว่าอาจพบผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมในบริเวณนี้ ส่วนการค้นหาในโถงหน้าลิฟต์จะได้รับการขยายพื้นที่เพิ่ม เนื่องจากเชื่อว่าผู้ประสบภัยบางคนอาจติดค้างอยู่ในช่องบันได สรุปข้อมูลผู้ประสบภัยและผู้เสียชีวิตจากข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เวลา 18.00 น. พบว่ามีผู้ประสบภัยทั้งหมด 103 ราย โดยมีผู้เสียชีวิต 74 ราย และบาดเจ็บ 9 ราย ส่วนผู้ที่ยังอยู่ระหว่างการติดตามมีจำนวน 20 ราย ทั้งนี้ การค้นหาและการรื้อถอนซากอาคารคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2568 โดยจะมีการเสนอรายงานต่อผู้อำนวยการเขตจตุจักรเพื่อพิจารณายกเลิกการประกาศเขตบรรเทาสาธารณภัย และคืนพื้นที่ให้เจ้าของอาคารต่อไปหากการค้นหาผู้ประสบภัยครบ 103 รายแล้วแต่ยังมีพื้นที่ที่ยังไม่ถูกเปิดทำการค้นหา เจ้าหน้าที่จะดำเนินการค้นหาต่อไปเพื่อความละเอียด โดยอาจพบผู้ประสบภัยที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจำนวนมากขึ้น
TNN ช่อง16 • 2 พ.ค. 68
ดูเพิ่มเติม