รีเซต

ผลการค้นหา “#ตลาดคอม” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
SPVI เขย่าตลาดคอมพ์ กระแส MacBook ฮอต
อ่าน

SPVI เขย่าตลาดคอมพ์ กระแส MacBook ฮอต

#SPVI #ทันหุ้น – SPVI รับอานิสงส์ MacBook รุ่นใหม่ราคาต่ำ กระแสแรงเกินต้าน หลังเปิดขายล็อตแรกเกลี้ยงพอร์ต ปลุกดีมานด์ทั้งกลุ่มองค์กร การศึกษา ฟากบิ๊กบอส “ไตรสรณ์ วรญาณโกศล” ยังคงเป้ารายได้ปี 69 โต 10%นายไตรสรณ์  วรญาณโกศล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SPVI หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้า Apple และอุปกรณ์เสริมต่างๆ เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า การเปิดตัว MacBook รุ่นใหม่ “MacBook Neo” ในราคาต่ำกว่า 20,000 บาท ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปีที่ Apple มีโน้ตบุ๊กราคาจับต้องได้ง่ายออกสู่ตลาด ส่งผลให้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค โดยเฉพาะในช่วงที่คอมพิวเตอร์ฝั่ง Windows มีการปรับราคาสูงขึ้น ทำให้ MacBook รุ่นประหยัดมีความโดดเด่นและกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นสินค้าขายดีทั้งนี้ สินค้าล็อตแรกถูกจองและจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว ขณะนี้อยู่ระหว่างทยอยส่งมอบล็อตที่ 2 โดยบริษัทคาดหวังยอดขายจากกลุ่มลูกค้าองค์กรเพิ่มขึ้น เนื่องจากผลิตภัณฑ์ Apple สามารถตอบโจทย์การทำงานในสำนักงาน ทั้งด้านความปลอดภัย การเชื่อมต่อผ่านระบบ Ecosystem ความคุ้มค่าในระยะยาวจากการอัพเดตระบบปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมูลค่าขายต่อที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับคอมพิวเตอร์ PC ทั่วไปขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมหันมาให้น้ำหนักกับกลุ่มการศึกษามากขึ้น โดยมองว่าเป็นอีกหนึ่งฐานรายได้สำคัญ โดยเฉพาะในช่วงเปิดภาคการศึกษาใหม่ แม้ปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากกลุ่มการศึกษาจะอยู่ที่ประมาณ 5-6% ของรายได้รวม แต่ยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก และเชื่อว่า MacBook รุ่นใหม่จะสามารถเข้ามาทดแทนแล็บท็อปในตลาดการศึกษาได้ ด้วยประสิทธิภาพการใช้งานที่สูงกว่าในระดับราคาที่ใกล้เคียงกันคงเป้าโต 10%อย่างไรก็ตาม บริษัท ยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2569 ไว้ที่ 10% พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยทยอยปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร เพื่อลดผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ค่าเช่า และค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงชะลอการเปิดสาขาใหม่ชั่วคราว เพื่อมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างกำไรจากยอดขายเดิมให้มากขึ้นนอกจากนี้ บริษัทยังเร่งขยายช่องทางการขายผ่านออนไลน์ ปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากช่องทางออนไลน์อยู่ที่ประมาณ 30% ของรายได้รวม พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ Omni-channel ที่เชื่อมต่อการสั่งซื้อผ่านออนไลน์และการรับสินค้าที่หน้าร้าน เพื่อเพิ่มความสะดวกและตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตลท.- อบก. พัฒนาศักยภาพบุคลากร หนุนตลาดคาร์บอนไทย
อ่าน

ตลท.- อบก. พัฒนาศักยภาพบุคลากร หนุนตลาดคาร์บอนไทย

ทันหุ้น - ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เสริมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการพัฒนาศักยภาพผู้เชี่ยวชาญและการเพิ่มจำนวนผู้ทวนสอบก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมกลไกลดก๊าซเรือนกระจก ตลาดคาร์บอน พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลสู่แพลตฟอร์ม SET Carbon สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการเงินเพื่อความยั่งยืน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้พัฒนา SET Carbon Platform ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจาก อบก. ในปี 2568 ให้บริษัทจดทะเบียนใช้คำนวณและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยข้อมูลต้องผ่านการทวนสอบโดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองจาก อบก. ความร่วมมือครั้งนี้จึงมุ่งพัฒนาศักยภาพผู้เชี่ยวชาญและเพิ่มจำนวนผู้ทวนสอบ โดย ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะนำประสบการณ์ในการดูแลมาตรฐานการสอบผ่านแพลตฟอร์ม SET Exam และศูนย์สอบ มาสนับสนุนการจัดสอบให้มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการส่งเสริมการเรียนรู้และเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศตลาดคาร์บอน เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้านก๊าซเรือนกระจก เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสีย ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities”นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) กล่าวว่าในฐานะที่ อบก. เป็นหน่วยงานหลักที่มีบทบาทในการส่งเสริมการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาศักยภาพให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยสถาบันวิทยาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Action Academy : CAA ที่ อบก.จัดตั้งขึ้น ถือเป็นภารกิจสำคัญ และความร่วมมือจากตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดและรองรับความต้องการบุคลากร เช่น ผู้ทวนสอบในระบบนิเวศ ตลาดคาร์บอน ให้มีความโปร่งใสและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ เป็นการยกระดับความน่าเชื่อถือ รองรับการเติบโตของกลไกลดก๊าซเรือนกระจกและตลาดคาร์บอนในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯ และ อบก. มีระยะเวลา 3 ปี เพื่อสร้างบุคลากรคุณภาพ ส่งเสริมกลไกลดก๊าซเรือนกระจก พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นำพาประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน

โลกแตก

โลกแตก

OPZTV

สุนทรพจน์ทรัมป์เดือด! ฉุดราคา Bitcoin และ Altcoins ดิ่ง
อ่าน

สุนทรพจน์ทรัมป์เดือด! ฉุดราคา Bitcoin และ Altcoins ดิ่ง

#Bitcoin #BTC #ทรัมป์ #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก Coinpedia ได้ระบุว่า ประธานาธิบดี Trump ได้แถลงการณ์ต่อคนในชาติในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ (ช่วงเวลาที่มีผู้ชมมากที่สุด) เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2026 โดยเป็นการผสมผสานระหว่างรายงานความคืบหน้าทางเศรษฐกิจ ร่วมกับการประกาศอันเป็นที่ถกเถียงและมีความยาวเกี่ยวกับการลดชั้นความลับข้อมูลข่าวกรองที่เชื่อมโยงกับการเลือกตั้งTrump เริ่มต้นด้วยการกล่าวชื่นชมความสำเร็จทางเศรษฐกิจภายใต้รัฐบาลของเขา "ประเทศของเรามีความปลอดภัยมากขึ้น แข็งแกร่งขึ้น และมั่งคั่งกว่าที่เคยเป็นมาในอดีตอย่างมาก" เขากล่าว พร้อมทั้งเปรียบเทียบกับสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น "ภาวะเงินเฟ้อที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 48 ปี" ในช่วงเริ่มต้นวาระการดำรงตำแหน่งของเขาเขาอ้างอิงถึงตัวเลขดัชนีเงินเฟ้อที่เพิ่งรายงานเมื่อไม่นานมานี้ว่า "ในสัปดาห์นี้มีการประกาศว่าอัตราเงินเฟ้อลดลงรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 6 ปี" นอกจากนี้เขายังชี้ให้เห็นถึงจุดสูงสุดใหม่ของตลาดหุ้น, บทบัญญัติทางภาษีใน "ร่างกฎหมายอันยิ่งใหญ่และสวยงาม" (Big Beautiful Bill) ของเขาที่ยกเว้นการเก็บภาษีจากเงินทิป, การทำงานล่วงเวลา (โอที) และเงินประกันสังคม รวมถึงโครงการริเริ่มด้านราคายาที่เขาเรียกว่า "ประเทศที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง" (Most Favored Nations) "ราคายากำลังปรับตัวลดลงถึง 70, 80 และ 90%" เขากล่าวการลดชั้นความลับข้อมูลข่าวกรองด้านการเลือกตั้งใจความสำคัญของการกล่าวสุนทรพจน์มุ่งเน้นไปที่ชุดเอกสารที่ Trump กล่าวว่ารัฐบาลของเขาจะเริ่มเผยแพร่ในคืนนั้น "ผมขอประกาศการลดชั้นความลับและเผยแพร่ข้อมูลข่าวกรองที่สำคัญในทันที ซึ่งเผยให้เห็นถึงช่องโหว่ที่น่าตกใจในโครงสร้างพื้นฐานการเลือกตั้งของเรา" เขากล่าวTrump อ้างว่าเอกสารเหล่านั้นแสดงให้เห็นว่าประเทศจีน "ได้ทำการเจาะระบบข้อมูลการเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เท่าที่เคยเชื่อกันมา" โดยกล่าวหาว่าประเทศดังกล่าวได้รับไฟล์ข้อมูลผู้ลงคะแนนเสียงชาวอเมริกันไปจำนวน 220 ล้านราย นอกจากนี้เขายังกล่าวหาว่า บรรดาเจ้าหน้าที่ข่าวกรองได้จงใจปกปิดข้อมูลนี้ไม่ให้ตัวเขาและสภาคองเกรสได้รับรู้ โดยระบุว่าอีเมลภายในฉบับหนึ่งได้อธิบายถึงความพยายามที่จะ "จงใจบิดเบือนปรับแต่งการสรุปข้อมูลประจำวันเพื่อปิดบังรายงานเกี่ยวกับประเทศจีนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง"ข้อกล่าวหาดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ บรรดาพนักงานสอบสวนของรัฐบาลกลางได้ข้อสรุปว่า การแทรกแซงจากต่างประเทศไม่ได้ส่งผลกระทบในทางปฏิบัติใดๆ ต่อผลลัพธ์การเลือกตั้งปี 2020 และการตรวจสอบบัญชีของรัฐต่างๆ จำนวนมากก็ไม่พบหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวอ้างเรื่องการทุจริตในวงกว้างตามที่ Trump ได้กล่าวอ้างนับตั้งแต่การพ่ายแพ้การเลือกตั้งในปี 2020 ของเขานอกจากนี้ Trump ยังได้อ้างถึงการตรวจสอบของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ซึ่งเขาระบุว่าสามารถระบุตัวตนของ "บุคคลที่ไม่ได้เป็นพลเมืองจำนวนประมาณ 278,000 รายซึ่งลงทะเบียนเพื่อลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งระดับรัฐบาลกลาง" และยังได้กล่าวหาว่ามีการปฏิบัติการลงทะเบียนผู้ลงคะแนนเสียงที่ทุจริตในรัฐมิชิแกน ซึ่งเชื่อมโยงกับการสอบสวนของเอฟบีไอ (FBI) ในปี 2020การมุ่งเป้าโจมตีสื่อTrump ได้วิพากษ์วิจารณ์สถานีโทรทัศน์ NBC และ ABC ที่ปฏิเสธจะออกอากาศการกล่าวสุนทรพจน์ในครั้งนี้ "ในการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นได้ยาก สื่อข่าวลวงอย่าง NBC และ ABC ต่างกล่าวว่าพวกจะไม่รายงานข่าวการแถลงการณ์สุนทรพจน์นี้" เขากล่าว พร้อมเสริมว่า "การสมรู้ร่วมคิดสร้างความฉ้อฉลเช่นนี้ ควรส่งผลถึงขั้นการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของพวกเขา"การผลักดันร่างกฎหมาย Save America ActTrump กล่าวปิดท้ายด้วยการเรียกร้องให้รัฐสภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมาย Save America Act ซึ่งจะกำหนดให้ต้องแสดงบัตรประจำตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีรูปถ่าย และหลักฐานการเป็นพลเมืองสำหรับการลงทะเบียนผู้ลงคะแนนเสียง และจะขจัดบัตรลงคะแนนเสียงทางไปรษณีย์ออกไปเป็นส่วนใหญ่ เว้นแต่ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วย, ความทุพพลภาพ, การประจำการทางทหาร หรือการเดินทาง"ร่างกฎหมายประวัติศาสตร์นี้กำหนดให้ผู้ลงคะแนนเสียงทุกคนต้องแสดงบัตรประจำตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีรูปถ่าย" เขากล่าว พร้อมกับกระตุ้นให้ชาวอเมริกัน "ยกหูโทรศัพท์ของคุณในวันพรุ่งนี้ โทรหาตัวแทนของคุณในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และเรียกร้องให้พวกเขาผ่านร่างกฎหมาย Save America Act โดยไม่ชักช้า"ตลาดคริปโทฯ ร่วงลงระหว่างการแถลงสุนทรพจน์ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีได้ปรับตัวลดลง โดยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมลดลง 1.41% สู่ระดับ 2.19 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทางด้าน Bitcoin ทรงตัวค่อนข้างนิ่งอยู่ใกล้ระดับ 63,450 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งลดลง 1.95% ในวันดังกล่าว ขณะที่เหรียญทางเลือก (Altcoins) ได้รับผลกระทบหนักกว่า โดย Ethereum ร่วงลงสู่ระดับ 1,848 ดอลลาร์สหรัฐ, XRP ลดลงสู่ระดับ 1.08 ดอลลาร์สหรัฐ และ Solana ดิ่งลงสู่ระดับ 75 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแต่ละเหรียญปรับตัวลดลงประมาณ 2% ถึง 3% สำหรับดัชนีชี้วัดความกลัวและความโลภ (Fear and Greed Index) อยู่ที่ระดับ 33 ซึ่งยังคงอยู่ในโซน "ความกลัว" (Fear) ในขณะที่ดัชนีฤดูกาลของเหรียญทางเลือก (Altcoin Season Index) อยู่ที่ระดับ 52 จาก 100 คะแนนที่มา https://coinpedia.org/news/bitcoin-ethereum-and-xrp-prices-fall-after-trumps-speech-today/

True CyberSafe PRO
สิทธิพิเศษ

True CyberSafe PRO

-

Polymarket ยื่นขอเปิดซื้อขายมาร์จิ้นในสหรัฐฯ นักลงทุนเตรียมกู้เงินเดิมพัน
อ่าน

Polymarket ยื่นขอเปิดซื้อขายมาร์จิ้นในสหรัฐฯ นักลงทุนเตรียมกู้เงินเดิมพัน

#Polymarket #ตลาดพยากรณ์ #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า Polymarket ได้ยื่นเอกสารเพื่อขอเปิดให้บริการซื้อขายแบบวางหลักประกัน (Margin trading) ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งสิ่งนี้อาจช่วยให้ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มตลาดทำนายผลสามารถวางเดิมพันในเหตุการณ์ต่างๆ ได้โดยใช้เงินทุนล่วงหน้าเพียงแค่เศษเสี้ยวเดียวของจำนวนเงินทุนปกติที่ต้องใช้ข้อมูลจากระบบเบสิก (BASIC) ของสมาคมผู้ค้าสัญญาฟิวเจอร์สแห่งชาติ (National Futures Association หรือ NFA) ระบุว่า บริษัท คัมมิ่ง โฮม จีบีเอ จำกัด (Coming Home GBA LLC) ได้ยื่นคำขอเพื่อลงทะเบียนเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์ส (Futures commission merchant หรือ FCM) รวมถึงขออนุมัติในส่วนที่เกี่ยวข้องผ่านทางบริษัท พีเอ็ม ดาริเวทีฟส์ จำกัด (PM Derivatives LLC)บริษัท พีเอ็ม ดาริเวทีฟส์ จำกัด ได้ยื่นเอกสารคำขอหลัก ซึ่งประกอบไปด้วยการลงทะเบียนเป็น FCM, สมาชิก NFA และบริษัทสำหรับทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเปลี่ยนมือ (Swap Firm) เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า บริษัท คัมมิ่ง โฮม จีบีเอ จำกัด เป็นกิจการในเครือของ Polymarket ทั้งนี้ เพื่อที่จะเปิดใช้งานการซื้อขายแบบใช้สิทธิพิเศษยืมเงินทุนมาซื้อขาย (Leveraged trading) บนแพลตฟอร์มได้อย่างเต็มรูปแบบ Polymarket ยังจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมาธิการการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity Futures Trading Commission หรือ CFTC) อีกด้วยในขณะเดียวกัน คาลชิ (Kalshi) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคู่แข่ง ได้ก้าวหน้าไปไกลกว่านั้นแล้ว โดยในเดือนมีนาคม ปี 2026 บริษัท คิเนติก มาร์เก็ตส์ จำกัด (Kinetic Markets LLC) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Kalshi ได้รับการอนุมัติจาก NFA ให้เป็น FCM และบริษัท Swap Firm ที่ลงทะเบียนถูกต้องเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งทำให้แพลตฟอร์มดังกล่าวอยู่ในจุดที่พร้อมจะเสนอให้บริการซื้อขายแบบวางหลักประกันได้ในเดือนมิถุนายน แพลตฟอร์มตลาดทำนายผลรายใหญ่ทั้งสองแห่งนี้ต่างทำสถิติมูลค่าการซื้อขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดย Kalshi มียอดซื้อขาย 33,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนที่แล้ว ในขณะที่ Polymarket และหน่วยงานในสหรัฐฯ มีมูลค่ารวมกันเกือบ 14,000 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจากแผงควบคุมข้อมูลของ เดอะ บล็อก ที่มา https://www.theblock.co/post/407820/polymarket-margin-trading

เกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นพ่อค้าแสนดีที่ต่างโลก | Medieval Shop Simulator

เกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นพ่อค้าแสนดีที่ต่างโลก | Medieval Shop Simulator

เกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นพ่อค้าแสนดีที่ต่างโลก | Medieval Shop Simulator สมัครเป็น "แฟนตัวกลม" | https://www.youtube.com/channel/UC705OZcYT8ysriJ93eiQVeg/join โดเนทให้นายน็อตตัวกลม | https://tipme.in.th/notto-nbk สนับสนุนค่าโกโก้ป๋าน็อต | Super Thanks , Super Chat , Super Stickers ช่องทางการติดต่อ ติ๊กต็อก | https://www.tiktok.com/@nottonbk แฟนเพจ | https://www.facebook.com/NottoNBK/ กลุ่ม ดินแดนของป๋าน็อต | https://www.facebook.com/groups/2059358350800958 อีเมล | nanobreakch@gmail.com ::: สนใจติดต่อโฆษณาหรือสปอนเซอร์ ::: ⭐ ติดต่อทีมงาน Online Station ⭐ Email | os.influencer@truedigital.com ใครที่ทำช่อง Youtube และสนใจเข้าสังกัด Online Station สมัครได้ที่นี่ : https://caster.online-station.net/​​​ Online Station ช่วยให้ช่องคุณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว OS Caster กันนะครับ 🖥️ Notty's Machine Specification Mainboard | ROG Strix Z790-F Gaming WIFI CPU | Intel i9 13900K GPU | Nvidia RTX 4090 RAM | Corsair Vengeance DDR5 Bus 5600 Mhz SSD | Samsung 980 Pro 1TB PSU | Thermaltake Toughpower GF3 1350W Gold AIO | NZXT Kraken X73 RGB CASE | NZXT H7 Flow Black #NottoNBK #MedievalShopSimulator #น็อตตี้พ่อค้าแสนดีที่ต่างโลก

สงครามอิหร่านปะทุอีกครั้ง! ตลาดหุ้นสหรัฐ ปั่นป่วน มีเพียงหุ้นชิปที่ยืนบวก
อ่าน

สงครามอิหร่านปะทุอีกครั้ง! ตลาดหุ้นสหรัฐ ปั่นป่วน มีเพียงหุ้นชิปที่ยืนบวก

#ทันหุ้น-ดัชนี  Nasdaq ปิดที่ 25,870.65 จุด เพิ่มขึ้น 51.96 จุด (+0.20%), ดัชนี SP 500 ปิดที่ 7,482.71 จุด ลดลง 21.14 จุด (-0.28%) และดัชนี Dow Jones ปิดที่ 52,348.39 จุด ลดลง 576.76 จุด (-1.09%) โดยตลาดถูกกดดันหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงที่กรุงอังการา ประเทศตุรเคีย เรื่องข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านที่สิ้นสุดลงแล้ว และขู่ว่าอาจโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ซึ่งดับความหวังของนักลงทุนที่เคยเชื่อว่าสงครามจะยุติลงในเร็ววัน ด้านสำนักข่าวของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านเตรียมปิดช่องแคบฮอร์มุซและจะโจมตีตอบโต้เป็นสองเท่าหากถูกโจมตีอีกครั้ง สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นทันทีขณะเดียวกัน หุ้น Nvidia (NVDA) พุ่งขึ้น 3.65% หลังรัฐบาลจีนมีแผนที่จะอนุญาตให้บริษัทปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชั้นนำของจีนสามารถซื้อชิปรุ่น H200 ของ Nvidia ได้ในจำนวนจำกัด ซึ่งหากเป็นจริง จะถือเป็นการผ่อนคลายมาตรการจำกัดการส่งออกชิปขั้นสูงที่เคยเข้มงวดมาก่อนหน้านี้ และอาจเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับ Nvidia ในตลาดจีนที่มีศักยภาพสูงทางด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 635.91 จุด ลดลง 10.38 จุด (-1.61%) ร่วงลงรุนแรงที่สุดในรอบวันนับตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม โดยดัชนี DAX เยอรมนีปิดลบถึง 2.23% และดัชนี CAC-40 ฝรั่งเศสปิดลบ 2.18% สะท้อนว่าความเปราะบางของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงสร้างความปั่นป่วนให้ตลาดการเงินได้อย่างรวดเร็ว หุ้นกลุ่มเหมืองแร่และกลุ่มก่อสร้างเป็นแรงกดดันหลัก ร่วงลง 4.4% และ 3.7% ตามลำดับ ขณะที่หุ้นกลุ่มสายการบินอย่าง Air France (AF) และ Wizz Air (WIZZ) ร่วงลงหนักจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นตลาดหุ้นเอเชียเปิดผสมผสานในเช้าวันนี้ โดยบางตลาดได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มชิปที่ดีดตัว ขณะที่นักลงทุนยังคงประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังกองทัพสหรัฐ เปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นวันที่สอง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในเช้านี้เช่นกัน ดัชนี KOSPI เกาหลีใต้พุ่งขึ้นแรงที่สุดในภูมิภาคที่ 2.92% ตามแรงซื้อหุ้นชิป ขณะที่ดัชนี Nikkei ญี่ปุ่นและดัชนี Shanghai Composite จีนปรับตัวขึ้นเล็กน้อยสำหรับตลาดหุ้นไทย มีโอกาสดีดตัวขึ้นในเช้านี้ หลังเมื่อวานปรับตัวลงหนักจากแรงกดดันในหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ตามบรรยากาศการลงทุนโลกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังต้องติดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาทในวันนี้ ซึ่งหากผ่านความเห็นชอบ อาจเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวได้เพิ่มเติมหุ้นเด่นวันนี้คือ GUNKUL หลังเดินหน้าล่าดีลโครงการโซลาร์ลอยน้ำในฟิลิปปินส์เพิ่มอีก 200 เมกะวัตต์ ต่อยอดจากโครงการหลักขนาด 784 เมกะวัตต์ที่กำลังพัฒนาอยู่ โดยแบ่งก่อสร้างเป็น 7 เฟส เริ่มทยอยรับรู้รายได้เชิงพาณิชย์ (COD) ตั้งแต่ปลายปี 2570 และคาดว่าจะรับรู้รายได้เต็มปีในปี 2571 สะท้อนความคืบหน้าของแผนขยายพอร์ตธุรกิจในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง#ทันหุ้น-ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,870.65 จุด เพิ่มขึ้น 51.96 จุด (+0.20%), ดัชนี SP 500 ปิดที่ 7,482.71 จุด ลดลง 21.14 จุด (-0.28%) และดัชนี Dow Jones ปิดที่ 52,348.39 จุด ลดลง 576.76 จุด (-1.09%) โดยตลาดถูกกดดันหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงที่กรุงอังการา ประเทศตุรเคีย เรื่องข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านที่สิ้นสุดลงแล้ว และขู่ว่าอาจโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ซึ่งดับความหวังของนักลงทุนที่เคยเชื่อว่าสงครามจะยุติลงในเร็ววัน ด้านสำนักข่าวของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านเตรียมปิดช่องแคบฮอร์มุซและจะโจมตีตอบโต้เป็นสองเท่าหากถูกโจมตีอีกครั้ง สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นทันทีขณะเดียวกัน หุ้น Nvidia (NVDA) พุ่งขึ้น 3.65% หลังรัฐบาลจีนมีแผนที่จะอนุญาตให้บริษัทปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชั้นนำของจีนสามารถซื้อชิปรุ่น H200 ของ Nvidia ได้ในจำนวนจำกัด ซึ่งหากเป็นจริง จะถือเป็นการผ่อนคลายมาตรการจำกัดการส่งออกชิปขั้นสูงที่เคยเข้มงวดมาก่อนหน้านี้ และอาจเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับ Nvidia ในตลาดจีนที่มีศักยภาพสูงทางด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 635.91 จุด ลดลง 10.38 จุด (-1.61%) ร่วงลงรุนแรงที่สุดในรอบวันนับตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม โดยดัชนี DAX เยอรมนีปิดลบถึง 2.23% และดัชนี CAC-40 ฝรั่งเศสปิดลบ 2.18% สะท้อนว่าความเปราะบางของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงสร้างความปั่นป่วนให้ตลาดการเงินได้อย่างรวดเร็ว หุ้นกลุ่มเหมืองแร่และกลุ่มก่อสร้างเป็นแรงกดดันหลัก ร่วงลง 4.4% และ 3.7% ตามลำดับ ขณะที่หุ้นกลุ่มสายการบินอย่าง Air France (AF) และ Wizz Air (WIZZ) ร่วงลงหนักจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นตลาดหุ้นเอเชียเปิดผสมผสานในเช้าวันนี้ โดยบางตลาดได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มชิปที่ดีดตัว ขณะที่นักลงทุนยังคงประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังกองทัพสหรัฐ เปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นวันที่สอง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในเช้านี้เช่นกัน ดัชนี KOSPI เกาหลีใต้พุ่งขึ้นแรงที่สุดในภูมิภาคที่ 2.92% ตามแรงซื้อหุ้นชิป ขณะที่ดัชนี Nikkei ญี่ปุ่นและดัชนี Shanghai Composite จีนปรับตัวขึ้นเล็กน้อยสำหรับตลาดหุ้นไทย มีโอกาสดีดตัวขึ้นในเช้านี้ หลังเมื่อวานปรับตัวลงหนักจากแรงกดดันในหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ตามบรรยากาศการลงทุนโลกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังต้องติดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาทในวันนี้ ซึ่งหากผ่านความเห็นชอบ อาจเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวได้เพิ่มเติมหุ้นเด่นวันนี้คือ GUNKUL หลังเดินหน้าล่าดีลโครงการโซลาร์ลอยน้ำในฟิลิปปินส์เพิ่มอีก 200 เมกะวัตต์ ต่อยอดจากโครงการหลักขนาด 784 เมกะวัตต์ที่กำลังพัฒนาอยู่ โดยแบ่งก่อสร้างเป็น 7 เฟส เริ่มทยอยรับรู้รายได้เชิงพาณิชย์ (COD) ตั้งแต่ปลายปี 2570 และคาดว่าจะรับรู้รายได้เต็มปีในปี 2571 สะท้อนความคืบหน้าของแผนขยายพอร์ตธุรกิจในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องสำหรับมุมมอง SET50 Index indicators 3 ตัวระบุดังนี้ Confirm Up/Down (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงแนวโน้มตลาดว่ามีโอกาสขึ้นหรือลง วันนี้มีทิศทาง ขาขึ้นต่อเนื่อง และ Trend (ภาพหมายเลข 3) แสดงยอดซื้อขายใน S50 วันนี้มีทิศทาง ขาลงต่อเนื่อง ขณะที่ Mid Trend (ภาพหมายเลข 4) แสดงการซื้อขายหุ้นของตลาด SET วันนี้มีทิศทาง ขาขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งสรุปจากทั้ง 3 อินดิเคเตอร์ของเราในวันนี้มองว่า มีทิศทาง Sideway Up

ค่ายผลิต RAM งานเข้า! โดนฟ้องข้อหาฮั้วกันลดกำลังผลิต ปั่นราคาอิงกระแส AI ฟีเวอร์
อ่าน

ค่ายผลิต RAM งานเข้า! โดนฟ้องข้อหาฮั้วกันลดกำลังผลิต ปั่นราคาอิงกระแส AI ฟีเวอร์

ดูเหมือนว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการผลิตหน่วยความจำอย่าง Samsung SK Hynix และ Micron กำลังเจองานเข้าอย่างจัง หลังถูกฟ้องร้องในข้อหาร่วมมือกันจำกัดการจัดจำหน่าย RAM รุ่นทั่วไป แล้วหันไปทุ่มเทให้กับการผลิตหน่วยความจำสำหรับเทคโนโลยี AI แทน พฤติกรรมนี้ถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ราคาอุปกรณ์ไอทีพุ่งสูงขึ้น จนกระทบทั้งผู้บริโภครายย่อยและภาคธุรกิจอย่างหนักโดยสื่อ Law360 ระบุว่านี่เป็นการฟ้องร้องในนามกลุ่มตัวแทนผู้บริโภคและธุรกิจ โดยชี้ว่าทั้ง 3 บริษัทที่ครองสัดส่วนการผลิต DRAM ส่วนใหญ่ของโลก ได้จับมือกันลดปริมาณหน่วยความจำแบบ DDR3 และ DDR4 ลง แล้วหันไปเน้นผลิต High-Bandwidth Memory หรือ HBM ซึ่งมีราคาสูงกว่าและมักถูกนำไปใช้ในศูนย์ข้อมูล AI เป็นหลักคำฟ้องยังอ้างด้วยว่ากลยุทธ์นี้คือการ "จงใจกดซัพพลายของ DRAM รุ่นทั่วไป" ในช่วงที่ความต้องการและราคาตลาดกำลังพุ่งสูงขึ้น ซึ่งถ้าเป็นกลไกตลาดปกติ หากของแพงขึ้นก็ควรจะมีผู้ผลิตยอมเพิ่มกำลังผลิตเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด แต่ทั้ง 3 ค่ายกลับกอดคอกันรักษาระดับซัพพลายให้ต่ำไว้ ส่งผลให้ผู้ที่ต้องการซื้อ DRAM รวมไปถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ต้องแบกรับต้นทุนและจ่ายแพงเกินจริงจากสภาพตลาดที่บิดเบี้ยวนอกจากนี้ยังมีการระบุด้วยว่า กลุ่มบริษัทนี้มีอำนาจควบคุมตลาด DRAM ของโลกอย่างเบ็ดเสร็จและแทบไม่มีคู่แข่งหน้าใหม่เลย เพราะอุตสาหกรรมนี้มีกำแพงที่สูงลิ่ว ทั้งเรื่องความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มาตรการควบคุมการส่งออก ไปจนถึงการสร้างโรงงานผลิตแห่งใหม่ที่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลรวมถึงเวลาพัฒนานานนับปี จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีบริษัทหน้าใหม่เข้ามาในอุตสาหกรรมนี้แล้วแข่งกับสามบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ครองตลาดอยู่แล้วได้ทั้งนี้คำฟ้องดังกล่าวได้ขุดวีรกรรมเก่าของกลุ่มบริษัทนี้ขึ้นมาแฉด้วย เช่น ในปี 2005 ทาง Samsung เคยรับสารภาพในคดีสมรู้ร่วมคิดระดับนานาชาติเพื่อฮั้วราคา DRAM และยอมจ่ายค่าปรับไปถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10,500 ล้านบาท) ส่วน SK Hynix ก็รับสารภาพและโดนปรับไป 185 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,475 ล้านบาท) ขณะที่ Micron รอดตัวเพราะเป็นผู้แจ้งเบาะแสให้ทางการ แถมยังเคยโดนทางการจีนสอบสวนซ้ำในช่วงปี 2016 ถึง 2018 จนทางโจทก์ชี้ว่านี่คือการทำผิดซ้ำรอยเป็นรอบที่ 3 แล้วในตลาดอุตสาหกรรมเดิมจากกลุ่มบริษัทหน้าเดิมปัจจุบันผลกระทบจากต้นทุนหน่วยความจำที่แพงขึ้นเริ่มส่งผลต่อสินค้าในตลาดสินค้าไอทีมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่าง Apple ที่เริ่มทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าฮาร์ดแวร์หลายรายการ ขณะที่ Microsoft ก็ประกาศขึ้นราคาเครื่องคอนโซล Xbox อีก 100 ถึง 150 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,500 ถึง 5,250 บาท) ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยให้เหตุผลว่าต้นทุนของหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลพุ่งขึ้นกว่า 2.5 เท่า เช่นเดียวกับ Valve ที่ออกมายอมรับว่าไม่สามารถตั้งราคา Steam Machine ได้ตามเป้าหมายเนื่องจากราคาชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์ที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่องแปลและเรียบเรียงจากDexerto

ขับหุ่นยนต์สุดจ๊าบ มาทำฟาร์มที่ต่างดาว| Lightyear Frontier

ขับหุ่นยนต์สุดจ๊าบ มาทำฟาร์มที่ต่างดาว| Lightyear Frontier

Lightyear Frontier | https://store.steampowered.com/app/1677110/Lightyear_Frontier/ สมัครเป็น "แฟนตัวกลม" | https://www.youtube.com/channel/UC705OZcYT8ysriJ93eiQVeg/join โดเนทให้นายน็อตตัวกลม | https://tipme.in.th/notto-nbk สนับสนุนค่าโกโก้ป๋าน็อต | Super Thanks , Super Chat , Super Stickers ช่องทางการติดต่อ ติ๊กต็อก | https://www.tiktok.com/@nottonbk แฟนเพจ | https://www.facebook.com/NottoNBK/ กลุ่ม ดินแดนของป๋าน็อต | https://www.facebook.com/groups/2059358350800958 อีเมล | nanobreakch@gmail.com ::: สนใจติดต่อโฆษณาหรือสปอนเซอร์ ::: ⭐ ติดต่อทีมงาน Online Station ⭐ Email | os.influencer@truedigital.com ใครที่ทำช่อง Youtube และสนใจเข้าสังกัด Online Station สมัครได้ที่นี่ : https://caster.online-station.net/​​​ Online Station ช่วยให้ช่องคุณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว OS Caster กันนะครับ 🖥️ Notty's Machine Specification Mainboard | ROG Strix Z790-F Gaming WIFI CPU | Intel i9 13900K GPU | Nvidia RTX 4090 RAM | Corsair Vengeance DDR5 Bus 5600 Mhz SSD | Samsung 980 Pro 1TB PSU | Thermaltake Toughpower GF3 1350W Gold AIO | NZXT Kraken X73 RGB CASE | NZXT H7 Flow Black

ราคา RAM มีแนวโน้มจะเด้งขึ้นอีก 50% ก่อนถึงสิ้นปีนี้
อ่าน

ราคา RAM มีแนวโน้มจะเด้งขึ้นอีก 50% ก่อนถึงสิ้นปีนี้

ดูเหมือนว่าสถานการณ์ราคา RAM หรือหน่วยความจำที่เป็นหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ที่ราคาพุ่งสูงมาอย่างยาวนานจะไม่มีทีท่าว่าลดราคาลงมาในเร็ว ๆ นี้ครับ เมื่อทาง Jefferies Equity Research ที่เป็นสำนักวิเคราะห์ด้านการลงทุนและตลาดได้พบรายงานฉบับใหม่ของ Lenovo ที่เป็นแบรนด์อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ชื่อดัง ที่ระบุว่าโลกเราอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ปีกว่าที่สภาวะปกติใหม่ (New Normal) จะเกิดขึ้นอีกครั้งครับโดยในรายงานฉบับดังกล่าวยังระบุเพิ่มเติมว่า ราคาของหน่วยความจำ (RAM) จะพุ่งสูงขึ้นประมาณ 40-50% ก่อนสิ้นปีนี้ หรือราวไตรมาสที่ 3 จากนั้นจะเพิ่มขึ้นอีก 40% ในไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ 2027 และสถานการณ์จะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งก็น่าจะภายในปี 2028 นู่นเลย ถึงตอนนั้นคาดว่าราคาขายเฉลี่ยน่าจะลดลงราว 15-20% จากการมาของกำลังการผลิตระลอกใหม่นั่นเองอย่างไรก็ดี ล่าสุดทาง Xbox กับ Apple ก็เพิ่งประกาศปรับขึ้นราคาฮาร์ดแวร์ของตัวเองไปในช่วงสัปดาห์ก่อน โดยของฝั่ง Apple นั้นเป็นการปรับขึ้นราคาแบบที่มีผลบังคับใช้ทันที ขณะที่ของ Xbox จะเริ่มเป็นราคาปรับใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นไป เราคงต้องติดตามสถานการณ์ราคาของ RAM กันอย่างใกล้ชิดเป็นระยะครับแปลและเรียบเรียงจากWccfTech / Insider-gaming

สมาคมเกมไทยอ้าแขนรับนโยบายรัฐบาล เดินหน้าผลักดันเกมไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเกมภูมิภาค
อ่าน

สมาคมเกมไทยอ้าแขนรับนโยบายรัฐบาล เดินหน้าผลักดันเกมไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเกมภูมิภาค

สมาคมเกมไทยอ้าแขนรับนโยบายรัฐบาล เดินหน้าผลักดันเกมไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเกมภูมิภาคพร้อมเปิดตัว Thai Game Awards ครั้งแรกของประเทศในงาน Thai Game Festival 2026ประสานทุกงานสนับสนุนและดันไทยเป็น Hub การพัฒนาเกมอันดับ 1 แห่งภูมิภาคสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) ขานรับนโยบายรัฐบาลในการผลักดันอุตสาหกรรมเกมไทยให้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล หลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศทิศทางชัดเจนในการยกระดับอุตสาหกรรมเกมสู่การเป็น New Engine of Growth ของประเทศ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเปิดโอกาสการจ้างงานทักษะสูงสำหรับคนรุ่นใหม่นาย กิตติพงศ์ พฤกษอรุณ นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) กล่าวว่า สมาคมฯ พร้อมสนับสนุนและทำงานร่วมกับภาครัฐอย่างเต็มที่ เพราะอุตสาหกรรมเกมในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจบันเทิง แต่เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงทั้งซอฟต์แวร์ แอนิเมชัน ดิจิทัลคอนเทนต์ อีสปอร์ต เทคโนโลยีสร้างสรรค์ และการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและส่งออกสู่ตลาดโลกได้“นี่คือจังหวะสำคัญของประเทศไทยในการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หากภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชนสามารถร่วมกันสร้างระบบนิเวศที่แข็งแรงพร้อมเชื่อมต่อกับประชาคมโลกได้ ประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเกมของภูมิภาคอาเซียน”ที่ผ่านมา สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอย่างเป็นรูปธรรม โดยนำทัพผู้พัฒนาเกมไทย ไปจัดแสดงผลงานในงานธุรกิจการค้าเกมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นงาน gamescom หลักที่เมือง Cologne ประเทศเยอรมัน งาน Tokyo Game Show ที่ประเทศญี่ปุ่น และอื่น ๆ อีกมายมาย ไปจนถึงการร่วมจัดงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2025 ในฐานะผู้จัด Thai Playvillion ทั้งโซน B2B และ B2C ซึ่งรวบรวมเอาหัวกะทิเกมไทยทั้งประเทศมาจัดแสดงสู่สายตาประชาคมโลกในฐานะประเทศเจ้าภาพเป็นครั้งแรก ซึ่งประกอบด้วยผู้ประกอบการไทยกว่า 80 ราย และเกมไทยมากกว่า 100 เกมเข้าร่วม มีผู้เข้าชมงานกว่า 206,000 คน จาก 95 ประเทศทั่วโลก รวมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมกว่า 5,500 คน และผู้แสดงสินค้าอีก 294 ราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 1,200 ล้านบาทในส่วนของการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเกมในระดับภูมิภาคนั้น สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) ได้มีการจัดโครงการ "Thailand Game Talent Showcase” ซึ่งบ่มเพาะนักพัฒนาเกมรุ่นใหม่กว่า 700 คน จากกว่า 236 โครงการทั่วประเทศ อย่างต่อเนื่องมาแล้วถึง 5 ปี จนกลายเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญในการสร้างบุคลากรคุณภาพเข้าสู่อุตสาหกรรม พร้อมขยายผลสู่การยกระดับ เป็น Asia Game Talent Showcase 2026 ภายใต้ความร่วมมือของพันธมิตรสมาคมเกมจากนานาประเทศเพื่อสานต่อนโยบายภาครัฐและยกระดับอุตสาหกรรมเกมไทยอย่างเป็นระบบ TGA เตรียมจัดงาน Thai Game Festival 2026 โดยการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ระหว่างวันที่ 9–12 กรกฎาคม 2569 ร่วมกับ Thailand Character Content Expo (TCEX) 2026 ซึ่งจะเป็นเวทีรวมตัวครั้งสำคัญของนักพัฒนาเกม ผู้ประกอบการ ภาครัฐ นักลงทุน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานสนับสนุนจากทั่วประเทศไฮไลท์สำคัญของปีนี้คือการจัด “Thai Game Awards” อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อยกย่องและเชิดชูผลงาน บุคลากร และสตูดิโอเกมไทยที่มีบทบาทในการยกระดับอุตสาหกรรม พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการเกมไทยในระดับประเทศต่อเนื่องจากนั้น สมาคมฯ จะจัดกิจกรรม “สัมมนาติดปีกเกมไทยสู่ตลาดโลก” ระหว่างวันที่ 7–8 สิงหาคม 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมและติดอาวุธให้สตูดิโอเกมไทยก่อนเข้าสู่เวที gamescom asia x Thailand Game Show 2026 ปลายปี โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน ผู้จัดจำหน่าย และพันธมิตรระดับนานาชาติ มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านธุรกิจ การตลาด การสร้าง IP และการขยายตลาดต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสให้เกมไทยสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพนายกสมาคมฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายของ TGA ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสนับสนุนผู้พัฒนาเกมรายบุคคล แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การพัฒนาบุคลากร การเข้าถึงแหล่งทุน การสร้างโอกาสทางธุรกิจ การพัฒนา IP ไทย ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับตลาดโลก“เราเชื่อว่าเกมไทยมีศักยภาพไม่แพ้ประเทศใดในภูมิภาค และหากได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยสามารถก้าวสู่การเป็น Hub ด้านอุตสาหกรรมเกมและดิจิทัลคอนเทนต์อันดับหนึ่งของอาเซียนได้ในอนาคตอันใกล้”[ข่าวประชาสัมพันธ์]

GLORY ชิงเค้กอีบุ๊ก 2 พันล. พลิกเกมคอนเทนต์ทำเงิน
อ่าน

GLORY ชิงเค้กอีบุ๊ก 2 พันล. พลิกเกมคอนเทนต์ทำเงิน

#GLORY #ทันหุ้น – GLORY ปั้น New Growth Engine ดันธุรกิจโตยาว ลุยเปิดแพลตฟอร์มอีบุ๊กใหม่ “M E B O O K” ขยายตลาดจากนิยายรายตอนสู่ตลาดอีบุ๊กเต็มรูปแบบ มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท เพิ่มโอกาสเข้าถึงตลาดใหญ่ขึ้นเกือบ 10 เท่า พร้อมเดินหน้าดัน “Alisa AI” สู่ AI Hub รวมโมเดลพรีเมียมระดับโลกนายจรัญพัฒณ์  บุญยัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท รุ่งเรืองตลอดไป จำกัด (มหาชน) หรือ GLORY เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทอยู่ระหว่างเร่งขับเคลื่อน 2 ธุรกิจหลักเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว ได้แก่ ธุรกิจแพลตฟอร์มหนังสือออนไลน์ และธุรกิจเทคโนโลยี AI ซึ่งถือเป็น New Growth Engine สำคัญของบริษัทในอนาคต โดยแม้ปัจจุบันการแข่งขันในตลาดวรรณกรรมออนไลน์จะยังอยู่ในระดับสูง แต่บริษัทมองว่าเป็นจังหวะสำคัญในการลงทุนพัฒนาแพลตฟอร์มและระบบซอฟต์แวร์ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต@แพลตฟอร์มใหม่สำหรับธุรกิจแพลตฟอร์มหนังสือออนไลน์ บริษัทเตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ภายใต้ชื่อ “M E B O O K” ซึ่งจะต่อยอดจากธุรกิจเดิมที่เน้นนิยายรายตอน ไปสู่แพลตฟอร์มจำหน่ายอีบุ๊กแบบเต็มรูปแบบ ครอบคลุมหนังสือหลากหลายประเภท ทั้งนิยาย วรรณกรรม หนังสือความรู้ และหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ เพื่อขยายฐานผู้ใช้งานให้กว้างขึ้นบริษัทมองว่าตลาดอีบุ๊กในประเทศไทยยังมีศักยภาพเติบโตสูง โดยมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 2,000 ล้านบาท ขณะที่ตลาดนิยายรายตอน เดิมมีขนาดเพียงประมาณ 200-300 ล้านบาท ทำให้การรุกเข้าสู่ตลาดอีบุ๊กเต็มรูปแบบจะช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาดที่ใหญ่ขึ้นเกือบ 10 เท่า และช่วยสร้างระบบนิเวศใหม่ให้กับทั้งนักเขียน สำนักพิมพ์ และผู้อ่านในระยะยาวทั้งนี้ “M E B O O K” จะรองรับการใช้งานทั้งผ่าน Web Base, ระบบ iOS และ Android พร้อมมีแผนขยายไปยัง Kindle ในอนาคต เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ขณะที่โมเดลธุรกิจจะเน้นรูปแบบ Revenue Sharing ร่วมกับนักเขียนและสำนักพิมพ์นายจรัญพัฒณ์ กล่าวต่อว่า โมเดลดังกล่าวยังช่วยลดภาระต้นทุนคงที่ของบริษัทจากการซื้อลิขสิทธิ์แบบเดิม ทำให้สามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้ต้นทุนสอดคล้องกับรายได้จริง โดยบริษัทคาดว่าแพลตฟอร์ม “M E B O O K” จะสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลาประมาณ 2 ปีขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจ AI ผ่านแพลตฟอร์ม “Alisa AI” ซึ่งบริษัทวางตำแหน่งเป็น AI Hub ที่รวบรวมโมเดล AI ชั้นนำระดับโลกไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ครอบคลุมทั้งระบบสร้างภาพ (Image Generation), การสร้างวิดีโอ, AI Chatbot และเครื่องมือ AI สำหรับงานด้านคอนเทนต์และการทำงานรูปแบบต่างๆ โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงโมเดลระดับพรีเมียมได้แบบ Unlimitedบริษัทมองว่า แม้ปัจจุบันกระแส AI จะเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก แต่ผู้บริโภคจำนวนมากยังมีข้อจำกัดด้านต้นทุน เนื่องจากการสมัครใช้งานโมเดล AI ระดับพรีเมียมแต่ละแพลตฟอร์มมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ทำให้ “Alisa AI” ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับโลกได้ในราคาที่คุ้มค่ามากขึ้นล่าสุดบริษัทได้ร่วมมือกับ AIS เพื่อทำแคมเปญการตลาดร่วมกัน โดยออกแพ็กเกจราคาพิเศษสำหรับลูกค้า AIS ทั่วประเทศ เพื่อเร่งขยายฐานผู้ใช้งาน “Alisa AI” ในวงกว้างมากขึ้น โดยกลุ่มนักศึกษาอายุ 17-24 ปี จะสามารถทดลองใช้ฟรีในช่วงแรก ก่อนใช้งานต่อในราคา 220 บาทต่อเดือน ขณะที่ลูกค้า AIS ทั่วไป ก็สามารถสมัครใช้งานในราคาพิเศษ  ซึ่งถือว่าต่ำกว่าการสมัครใช้งาน AI ระดับพรีเมียมแยกแต่ละบริการที่อาจมีค่าใช้จ่ายรวมหลายพันบาทต่อเดือน@บริหารต้นทุนอย่างไรก็ตาม บริษัทยอมรับว่า ปี 2569 ยังคงเป็นช่วงของการลงทุนด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาระบบ เพื่อสร้างรากฐานการเติบโตในอนาคต แต่บริษัทจะเน้นบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการควบคุมต้นทุนให้แปรผันตามรายได้จริง เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและเพิ่มความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว

ARIP อีเวนต์มาแรง คอมมาร์ทบูธเกลี้ยง
อ่าน

ARIP อีเวนต์มาแรง คอมมาร์ทบูธเกลี้ยง

#ARIP #ทันหุ้น – ARIP ส่งซิกไตรมาส 3/69 โตต่อ รับแรงหนุน งาน “COMMART ULTRAFORCE 2026” กระแสแรง นี้ บูธขายหมดเกลี้ยง 100% ฟากผู้บริหาร “บุญเลิศ นราไท” ตุน Backlog งานอีเวนต์แน่น 30 ล้านบาท จ่อบุ๊กเข้าพอร์ตนายบุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) หรือ ARIP เปิดเผยว่า บริษัทคาดแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 จะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 2/2569 โดยได้รับแรงหนุนจากการจัดงานมหกรรมสินค้าไอที Commart รวมถึงงานในมือ (Backlog) ที่รอรับรู้รายได้อีกเป็นจำนวนมาก ประกอบกับธุรกิจหลักและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องยังมีทิศทางเติบโตต่อ@แบ็กล็อกอื้อปัจจุบันบริษัทมี Backlog ในกลุ่มธุรกิจการจัดกิจกรรมทางการตลาดและงานอีเวนต์ มูลค่ารวมกว่า 30 ล้านบาท จากโครงการต่างๆ อาทิ งานแถลงข่าวของสำนักงานสถิติแห่งชาติ และงานขององค์การเภสัชกรรม โดยส่วนใหญ่จะทยอยรับรู้รายได้ภายในปี 2569 และบางส่วนต่อเนื่องไปยังปีถัดไปทั้งนี้ ARIP ยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโตต่อเนื่องจากปี 2568 ที่ 258.03 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจอีเวนต์ที่ขยายตัวดี รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ที่มีแนวโน้มฟื้นตัว ขณะที่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ภาพรวมการดำเนินงานมีทิศทางที่แข็งแกร่งมากขึ้นล่าสุด ARIP ร่วมกับพันธมิตรเตรียมจัดงาน “COMMART ULTRAFORCE 2026” ระหว่างวันที่ 2-5 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ภายใต้แนวคิดการอัปเดตเทรนด์ AI และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI Computing อย่างเต็มรูปแบบ โดยภายในงานจะมีการนำเสนอเทคโนโลยี AI PC, Local AI และนวัตกรรมใหม่ด้านคอมพิวเตอร์จากผู้ผลิตชั้นนำ รวมถึงเทคโนโลยีล่าสุดที่เปิดตัวในงาน Computex 2026 อย่าง NVIDIA RTX Spark ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากในตลาด AI Computingนายบุญเลิศ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทสามารถจำหน่ายพื้นที่บูธภายในงานได้ครบ 100% แล้ว สะท้อนความเชื่อมั่นของแบรนด์สินค้าไอทีและพันธมิตรทางธุรกิจที่ยังคงเลือก Commart เป็นเวทีสำคัญในการเปิดตัวนวัตกรรมและกระตุ้นยอดขาย ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ของบริษัทในฐานะผู้บริหารจัดงานนอกจากนี้ บริษัทมองว่าผู้บริโภคอาจเผชิญราคาสินค้าไอทีที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับหน่วยความจำ (Memory) และ SSD ที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ส่งผลให้ราคาคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ไอทีระดับสูง มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นราว 10-15% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้การเลือกซื้อสินค้าในงาน Commart รอบนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญก่อนที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นอีกในอนาคต@ส่องกลุ่มไอทีสำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมไอที บริษัทมองว่ายังคงเติบโตต่อเนื่อง จากกระแส AI Computing และ Local AI ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เนื่องจากช่วยลดค่าใช้จ่ายด้าน Cloud เพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล และตอบโจทย์การใช้งานทั้งในภาคธุรกิจและผู้บริโภค ส่งผลให้ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กเร่งพัฒนาสินค้ารองรับการประมวลผล AI มากขึ้น ขณะที่กลุ่ม Gaming และ Smart Devices ยังมีแนวโน้มเติบโตดีตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการทำงาน ความบันเทิง และไลฟ์สไตล์ดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะต่อไป

007 First Light กลายเป็นเกม James Bond ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ GoldenEye 007 วางจำหน่ายเมื่อปี 1997
อ่าน

007 First Light กลายเป็นเกม James Bond ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ GoldenEye 007 วางจำหน่ายเมื่อปี 1997

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเราได้สัมผัสเกมสายลับ James Bond มากมายหลายเกม และล่าสุด 007 First Light ก็ได้ออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วบน PC และคอนโซล ซึ่งดูจากคะแนนรีวิวเฉลี่ยบน Metacritic อยู่ที่ 87 คะแนน และคะแนนรีวิวเฉลี่ยบน OpenCritic อยู่ที่ 88 คะแนน นั่นทำให้เกมนี้นั้นกลายเป็นเกมสายลับ James Bond ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ GoldenEye 007 บน Nintendo 64 ที่วางจำหน่ายเมื่อปี 1997 เลยทีเดียวทางสื่อ insider-gaming.com ยังเผยว่า แม้ 007 First Light จะไม่ได้มีคะแนนรีวิวที่สูงลิบลิ่วแต่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเกมที่ดีที่สุดของปี 2026 ได้อย่างสบาย ๆ และถ้าหากมีการพูดถึงสุดยอดรางวัลเกมยอดเยี่ยมแห่งปี (Game of the Year) เชื่อว่าเกมนี้จะเป็นหนึ่งในลิสต์รายชื่อผู้เข้าชิงอย่างแน่นอน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทาง IO Interactive ผู้พัฒนาจะได้รับไฟเขียวในการสร้างภาคต่อ007 First Light วางจำหน่ายแล้ว บนแพลตฟอร์ม PC, PlayStation 5, Xbox Series X/S, Nintendo Switch 2 โดยตัวเกมบน Steam มีสนนราคาอยู่ที่ 1,799 บาท เพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แปลและเรียบเรียงจากhttps://insider-gaming.comภาพหน้าปกจากhttps://www.windowscentral.com

ชวนชมงาน DDCT Thesis Exhibition 2026 โชว์ผลงานเกมจากไอเดียเด็ดของนักศึกษาไทย
อ่าน

ชวนชมงาน DDCT Thesis Exhibition 2026 โชว์ผลงานเกมจากไอเดียเด็ดของนักศึกษาไทย

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ทางทีมงาน Online Station ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมงาน DDCT Thesis Exhibition 2026 ที่จัดขึ้น ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 3 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ (หน้า Celebrity Fitness) โดยงานนี้เป็นการจัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ที่นำผลงานของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษามาจัดแสดง ซึ่งแต่ละผลงานจะมีทั้งเกมอินดี้ อนิเมชั่น ฯลฯ ที่ผ่านการใช้ความคิดสร้างสรรค์ของเหล่านักศึกษา ที่น่าผลักดันและต่อยอดในเชิงพาณิชย์หรือระดับสูงขึ้นต่อไปมาชมภาพบรรยากาศของงานกันครับนอกจากนี้ยังมีมุมหนึ่งของงานที่ทางสตูดิโอ Bit Egg Inc. ได้นำเกม Lost Found Co. ที่เพิ่งวางจำหน่ายบน Steam ไปเมื่อเดือนมีนาคมมาออกบูธให้ผู้ที่เข้าชมนิทรรศการได้ทดลองเล่นเกมดังกล่าวกันด้วย ซึ่งก็น่าลุ้นอยู่นะครับถ้าหากเกมนี้ลงแพลตฟอร์มเครื่องคอนโซลในอนาคตก็น่าจะขยายฐานผู้เล่นได้อีกไม่น้อยเลยเพื่อน ๆ ที่สนใจอยากแวะชมงานนิทรรศการ DDCT Thesis Exhibition 2026 ตัวงานจะจัดถึงวันที่ 24 พฤษภาคมนี้ เวลา 10:00-19:00 น. (ทั้งวันที่ 23 และ 24) โดยนอกจากจะมีบูธเกมไทยจากฝีมือนักศึกษาแล้ว ก็ยังมีบูธอนิเมชั่น คอนเซ็ปต์อาร์ต และสื่ออินเตอร์แอ็กทีฟ ที่แสดงถึงศักยภาพของนักศึกษาที่กำลังจะก้าวสู่อุตสาหกรรมดิจิทัลในระดับมืออาชีพ รวมถึงมีแขกรับเชิญพิเศษที่เป็นบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเกมไทย และอนิเมชั่นไทยมาร่วมบรรยายให้ความรู้และประสบการณ์อันมีค่าแก่ผู้เข้าชมงานด้วยครับ

keRLos รันทุกวงการ ประกาศอัปเดตเว็บ Dekku เพิ่มฟีเจอร์ข้อมูลงานแข่งและราคาการ์ด "Riftbound TCG"
อ่าน

keRLos รันทุกวงการ ประกาศอัปเดตเว็บ Dekku เพิ่มฟีเจอร์ข้อมูลงานแข่งและราคาการ์ด "Riftbound TCG"

หลังจากที่คุณ keRLos โปรแกรมเมอร์ชาวไทย ได้จัดทำเว็บฐานข้อมูลเกม Monster Hunter Wilds เป็นภาษาไทยจนเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าฮันเตอร์ ล่าสุดได้มีการอัปเดตเว็บไซต์ "Dekku" (เด็คคุ) แพลตฟอร์มรวมงานแข่งขันและฐานข้อมูลการ์ดเกม โดยมีการเพิ่มหน้าของ Riftbound TCG ซึ่งการ์ดเกมใหม่ล่าสุดที่กำลังมาแรงเข้ามาเพื่อเอาใจผู้เล่นชาวไทยสำหรับหน้าของเกม Riftbound บนเว็บ Dekku นั้น คุณ keRLos ได้พัฒนาฟีเจอร์เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้เล่นโดยเฉพาะ ได้แก่ตารางงานแข่งขันในไทย: ระบบจะดึงข้อมูลงานแข่งจากเว็บไซต์ทางการมาแสดงผลในรูปแบบที่ดูง่าย ช่วยให้ผู้เล่นค้นหางานแข่งตามร้านการ์ดต่างๆ ในไทยได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นฐานข้อมูลการ์ดพร้อมราคา: รวมลิสต์รายชื่อการ์ดทั้งหมดในเกม พร้อมดึงข้อมูลราคาซื้อขายปัจจุบันจากเว็บไซต์ตลาดกลางอย่าง TCGplayer มาแสดงผลให้ดูกันแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้เล่นสามารถเช็กราคาและประเมินงบในการจัดเด็คได้จบในเว็บเดียวงานนี้ถูกใจคอมมูนิตี้การ์ดเกมชาวไทยสุดๆ จนหลายคนเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมและยกให้เป็น "คนรันวงการ" ตัวจริง พร้อมทั้งมีเสียงเรียกร้องให้ทำระบบอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ระบบจัดเด็ค (Deck Builder) เป็นต้น ซึ่งทางคุณ keRLos ก็ได้คอมเมนต์ตอบกลับแบบขำๆ ว่า "อนาคตอาจจะมีอะไรเพิ่มเติม ถ้านึกออก 55"เพื่อนๆ สายการ์ดเกมที่สนใจ สามารถเข้าไปใช้งานระบบของ Riftbound TCG ได้ที่ https://dekku.net/g/riftboundอ้างอิงข้อมูลจากDekku - RiftboundFacebook

I2 งานใหญ่จ่อ ประมูล 5.7 พันล. รายได้โต 20%
อ่าน

I2 งานใหญ่จ่อ ประมูล 5.7 พันล. รายได้โต 20%

#I2 #ทันหุ้น – I2 ไฟเขียวจ่ายปันผลงวดปี 68 หุ้นละ 0.022 บาท โชว์แผนปี 69 เร่งเครื่องโตแกร่ง ปักธงรายได้พุ่ง 20% เดินหน้าลุยประมูลงานใหม่มูลค่ากว่า 5,700 ล้านบาท ตั้งเป้าคว้างานไม่น้อยกว่า 30% เติมแบ็กล็อกรองรับรายได้ระยะยาวนายอธิพร  ลิ่มเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ ทู เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ I2 เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผล สำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2568 (1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2568) ให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.022 บาท โดยมีกำหนดจ่ายในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569แจกปันผล“บริษัทต้องขอขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านที่ให้ความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ เรามุ่งมั่นที่จะบริหารงานให้เป็นไปตามแผนและมีเป้าหมายที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างสม่ำเสมอในทุกปี ซึ่งหลังจากนี้ I2 ยังคงเดินหน้าสร้างผลการดำเนินงานให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป” นายอธิพร กล่าวสำหรับแผนการดำเนินงานของในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 20% จากแผนการเตรียมเข้าร่วมประมูลงานโครงการจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะในกลุ่ม Infrastructure, Drone, Cloud Cybersecurity, Data Center และ AI เพื่อโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องของกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมุ่งขยายธุรกิจเกี่ยวกับด้าน ESG และด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเข้าร่วมประมูลงานใหม่ มูลค่าประมาณ 5,700 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะคว้างานได้ไม่น้อยกว่า 30% และปัจจุบันยังมีงานที่รอเซ็นสัญญาอีกหลายโครงการ ซึ่งจะสนับสนุนให้มีปริมาณงานในมือรองรับรายได้ในระยะยาวธุรกิจโตแกร่งแนวโน้มธุรกิจไอทีและเทคโนโลยีในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากการสนับสนุนของภาครัฐตามนโยบายเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลใประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีของบริษัทในการเข้ารุกธุรกิจ และมีโอกาสการได้รับงานมากขึ้นจากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านไอทีมาเป็นเวลายาวนาน