TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#จัดอันดับ” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
SC ทริสฯ จัดอันดับเครดิต องค์กร-ตราสารหนี้ BBB+/Stable
#ทันหุ้น - ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 3 พันล้านบาทและไถ่ถอนภายใน 4 ปีของ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC ที่ระดับ “BBB+” โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้ชำระหนี้เงินกู้ที่มีอยู่บางส่วนและ/หรือใช้เป็นเงินทุน หมุนเวียนในการดำเนินกิจการ ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งก็คงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ “BBB+” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” (คงที่) ด้วยเช่นกันอันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งของบริษัทในตลาดที่อยู่อาศัยราคาระดับปานกลางถึงสูงและการมีสภาพคล่องที่บริหารจัดการได้ ทว่าอันดับเครดิตก็ถูกลดทอนลงจากภาระหนี้ของบริษัทที่อยู่ในระดับสูงและกระแสเงินสดที่อ่อนแอจากการขยายธุรกิจเชิงรุกทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยและธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ การพิจารณาอันดับเครดิตยังครอบคลุมถึงผลกระทบจากหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องและอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้ยังคงส่งผลกระทบทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยลดลง แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับลดลง รวมทั้งมีมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ปี 2568 และการผ่อนคลายเกณฑ์อัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ที่ได้ขยายเวลาไปจนถึงกลางปี 2570 แต่ปัจจัยสนับสนุนเหล่านี้ยังไม่ส่งผลให้ยอดขายฟื้นตัวได้อย่างมีนัยสำคัญผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2568 โดยรวมสอดคล้องกับที่ทริสเรทติ้งคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ความต้องการในตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยที่ยังคงซบเซาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี 2569 (1Q69) ออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้ แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานรวมจะเพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็น 3.3 พันล้านบาท และ EBITDA เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าเป็น 370 ล้านบาท แต่รายได้และกำไรในช่วง 1Q69 คิดเป็นเพียง 10%-15% ของประมาณการทั้งปีของทริสเรทติ้ง การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดยังคงกดดันต่อความสามารถในการทำกำไร โดยทำให้ EBITDA Margin ลดลงมาอยู่ที่ 11% ใน 1Q69 จากระดับ 15%-19% ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งคาดว่าผลการดำเนินงานของบริษัทจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปี และทยอยกลับเข้าสู่ระดับที่สอดคล้องกับประมาณการ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่มียอดขายรอรับรู้รายได้ รวมถึงยอดขายใหม่จากทั้งโครงการเดิมและโครงการที่เปิดตัวใหม่ภายใต้ประมาณการกรณีพื้นฐานของทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้ของบริษัทจะฟื้นตัวมาอยู่ที่ประมาณ 2.2-2.4 หมื่นล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2569-2570 ส่วน EBITDA นั้นคาดว่าจะกลับมาอยู่ในช่วง 4.0-4.8 พันล้านบาทในช่วงเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดอีกว่า EBITDA Margin ของบริษัทจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 17%-20% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน รวมถึงการผ่อนคลายของแรงกดดันด้านการแข่งขันอย่างค่อยเป็นค่อยไปณ เดือนมีนาคม 2569 มูลค่ายอดขายรอโอนทั้งหมดของบริษัทอยู่ที่ระดับ 1.9 หมื่นล้านบาท โดยประมาณ 3 ใน 4 มาจากโครงการของบริษัทเองและส่วนที่เหลือมาจากโครงการร่วมทุน ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะส่งมอบยอดขายนี้จำนวน 7.7 พันล้านบาทในช่วงที่เหลือของปี 2569 และจะส่งมอบอีกจำนวน 6.2 พันล้านบาทในปี 2570 และจำนวน 2.9 พันล้านบาทในปี 2571 โดยส่วนที่เหลือมีกำหนดโอนในปี 2572 นอกจากนี้ บริษัทยังมีสินค้าคงเหลือที่พร้อมโอนมูลค่าประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาทซึ่งเป็นยูนิตพร้อมขายในระดับที่มีนัยสำคัญ โดยสามารถรับรู้เป็นรายได้หรือส่วนแบ่งกำไรได้ทันทีเมื่อมีการขายอีกด้วยจากการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าผลการดำเนินงานของบริษัทจะดีขึ้นผนวกกับกลยุทธ์การพัฒนาคอนโดมิเนียมและโครงการอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าใหม่ ๆ ผ่านกิจการร่วมค้า ทริสเรทติ้งจึงคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนของบริษัทจะยังคงอยู่ในช่วงเป้าหมายของทริสเรทติ้งที่ระดับ 55%-60% ในขณะเดียวกัน อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินของบริษัทก็คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสูงกว่า 5% ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไปทริสเรทติ้งประเมินว่าบริษัทจะมีสถานะสภาพคล่องอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ ณ เดือนมีนาคม 2569 บริษัทมีแหล่งสภาพคล่องซึ่งประกอบไปด้วยเงินสดในมือจำนวน 3.6 พันล้านบาทและวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้และไม่ติดเงื่อนไขในการเบิกอีกจำนวน 9.9 พันล้านบาท ทริสเรทติ้งคาดว่าเงินทุนจากการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 12 เดือนข้างหน้าจะอยู่ที่จำนวนประมาณ 2 พันล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนที่ปลอดภาระหนี้มูลค่าประมาณ 2.3 พันล้านบาท ตลอดจนสินค้าที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จเหลือขายในโครงการที่ปลอดภาระหนี้ซึ่งมีมูลค่าขายอีกจำนวนทั้งสิ้น 2 หมื่นล้านบาทซึ่งสามารถนำไปใช้ค้ำประกันเงินกู้ธนาคารได้ในกรณีที่จำเป็นอีกด้วยบริษัทมีภาระหนี้ที่จะครบกำหนดชำระในอีก 12 เดือนข้างหน้าจำนวน 1.57 หมื่นล้านบาทซึ่งประกอบด้วยเงินกู้ยืมระยะสั้นจำนวน 4.5 พันล้านบาท เงินกู้โครงการจำนวน 4.0 พันล้านบาท และหุ้นกู้อีกจำนวน 7.2 พันล้านบาท ในการนี้ เงินกู้ยืมระยะสั้นซึ่งส่วนใหญ่บริษัทใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและเป็นเงินกู้ชั่วคราวเพื่อใช้ในการซื้อที่ดินนั้นคาดว่าจะทยอยเปลี่ยนมาเป็นเงินกู้โครงการต่อไป ในขณะที่บริษัทมีแผนจะชำระคืนหนี้เงินกู้โครงการด้วยกระแสเงินสดที่จะได้รับจากการโอนโครงการที่อยู่อาศัยที่แล้วเสร็จให้แก่ลูกค้า ส่วนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดชำระส่วนใหญ่นั้นบริษัทมักใช้วิธีออกหุ้นกู้ชุดใหม่มาทดแทนทั้งนี้ เงื่อนไขทางการเงินที่สำคัญของเงินกู้ธนาคารและหุ้นกู้กำหนดให้บริษัทจะต้องดำรงอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนไม่ให้เกินกว่า 2 เท่า โดย ณ เดือนมีนาคม 2569 บริษัทมีอัตราส่วนดังกล่าวอยู่ที่ระดับ 1.3 เท่า ทริสเรทติ้งจึงคาดว่าบริษัทจะสามารถบริหารโครงสร้างทางการเงินให้สอดคล้องกับเงื่อนไขดังกล่าวต่อไปได้ในช่วง 12 เดือนข้างหน้าณ เดือนเดือนมีนาคม 2569 หนี้สินรวมของบริษัทซึ่งไม่นับรวมหนี้สินตามสัญญาเช่ามีจำนวนรวม 3.22 หมื่นล้านบาท ซึ่งจำนวน 8.1 พันล้านบาทถือเป็นหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อน โดยประกอบด้วยหนี้เงินกู้ที่มีหลักประกันของบริษัทและหนี้เงินกู้ทั้งหมดที่ดำเนินการโดยบริษัทย่อยต่าง ๆ ทำให้อัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนต่อหนี้สินรวมของบริษัทอยู่ที่ระดับ 25%แนวโน้มอันดับเครดิตแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” (คงที่) สะท้อนถึงการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงรักษาตำแหน่งในการแข่งขันรวมถึงรักษาผลการดำเนินงานให้สอดคล้องกับประมาณการของทริสเรทติ้งเอาไว้ได้ โดยที่อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่า 5% ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป นอกจากนี้ แม้ว่าบริษัทจะมีแผนการขยายธุรกิจในเชิงรุก แต่ทริสเรทติ้งก็คาดว่าบริษัทจะรักษาอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนให้อยู่ภายในระดับ 55%-60% ในช่วง 3 ปีข้างหน้าเอาไว้ได้ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลงทริสเรทติ้งอาจปรับลดอันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัท หากผลการดำเนินงานหรือสถานะทางการเงินของบริษัทอ่อนแอลงจากประมาณการของทริสเรทติ้งจนเป็นเหตุให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนของบริษัทอยู่ในระดับที่สูงเกินกว่า 60% และอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินของบริษัทลดลงต่ำกว่า 5% เป็นเวลาที่ต่อเนื่อง ในทางตรงกันข้าม อันดับเครดิตของบริษัทอาจได้รับการปรับเพิ่มขึ้น หากรายได้และกำไรของบริษัทเติบโตในขณะที่อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 10%-15% และอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนยังคงอยู่ที่ระดับประมาณ 50%-55% อย่างต่อเนื่องเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง- การจัดอันดับเครดิตบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย, 29 พฤษภาคม 2569- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป, 29 ธันวาคม 2568- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงินสำหรับธุรกิจทั่วไป, 7 พฤศจิกายน 2568- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้, 26 ธันวาคม 2567บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC)อันดับเครดิตองค์กร:BBB+อันดับเครดิตตราสารหนี้:SC267A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,300 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569BBB+SC267B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,100 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569BBB+SC26OA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569BBB+SC271A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,280 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570BBB+SC271B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,250 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570BBB+SC272A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 750 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570BBB+SC277A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 700 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570BBB+SC277B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,800 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570BBB+SC281A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,400 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571BBB+SC287A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 200 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571BBB+SC287B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,310 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571BBB+SC291A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,250 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2572BBB+SC297A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 990 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2572BBB+หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ในวงเงินไม่เกิน 3,000 ล้านบาท ไถ่ถอนภายใน 4 ปีBBB+แนวโน้มอันดับเครดิต:Stableอันดับเครดิตในอดีต วันที่ทบทวนล่าสุด: 16 ธันวาคม 2568วันที่อันดับเครดิต แนวโน้มอันดับเครดิต / เครดิตพินิจ04 ส.ค. 54BBB+Stable
ทันหุ้น • 9 มิ.ย. 69
อ่าน
TURBO ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิต องค์กร BBB-/Positive
#ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท เงินเทอร์โบ จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “BBB-” และปรับแนวโน้มอันดับเครดิตเป็น “Positive” (บวก) จาก “Stable” (คงที่)แนวโน้มอันดับเครดิต “Positive” (บวก) สะท้อนถึงฐานทุนของบริษัทที่แข็งแกร่งขึ้นและความสามารถในการสร้างผลกำไรที่ปรับตัวดีขึ้น โดยฐานทุนของบริษัทได้รับการเสริมให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นภายหลังจากการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนครั้งแรก (IPO) ในขณะที่ผลกำไรก็ฟื้นตัวจากการมีค่าใช้จ่ายด้านเครดิตที่ลดลงและประสิทธิภาพการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น อันดับเครดิตยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการมีแหล่งเงินทุนที่เพียงพอ สภาพคล่องที่อยู่ในระดับเหมาะสม และสถานะทางธุรกิจในธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถที่อยู่ในระดับปานกลาง ในขณะที่การปรับปรุงสถานะทางการตลาดและความสามารถในการสร้างผลกำไรที่ต่อเนื่องโดยไม่ก่อให้เกิดการลดลงของฐานทุนจะได้รับการพิจารณาในเชิงบวกและอาจนำไปสู่การปรับเพิ่มอันดับเครดิต อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเผชิญกับความเสี่ยงด้านเครดิตที่อยู่ในระดับสูงในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิตสถานะฐานทุนแข็งแกร่งขึ้นสถานะของฐานทุนและกำไรของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายหลังจากการทำ IPO ในเดือนกันยายน 2568 โดยอัตราส่วนเงินกองทุนที่ปรับความเสี่ยง (Risk‑adjusted Capital Ratio -- RAC) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 26% ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568 จากระดับ 20% ก่อนหน้านี้ ซึ่งส่งผลให้ฐานทุนได้รับการประเมินว่าอยู่ในระดับ “แข็งแกร่งมาก” โดยบริษัทยังรักษาระดับดังกล่าวเอาไว้ได้จนถึงสิ้นไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 (ไตรมาส 1 ปี 2569) โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการสะสมกำไรอย่างต่อเนื่องในขณะเดียวกัน ภาระหนี้สินของบริษัทก็ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ปรับปรุงแล้ว (ไม่รวมเงินกู้ยืมจากผู้ถือหุ้น) ลดลงมาอยู่ที่ 1.1 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 จาก 2.4 เท่า ณ สิ้นปี 2568 ซึ่งต่ำกว่าข้อกำหนดทางการเงินซึ่งอยู่ที่ระดับ 3.5 เท่าเป็นอย่างมากทริสเรทติ้งคาดว่าอัตราส่วนเงินกองทุนที่ปรับความเสี่ยงของบริษัทจะยังคงทรงตัวอยู่ในช่วง 28%-32% ในระยะ 3 ปีข้างหน้าโดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของสินเชื่อในระดับปานกลางที่ประมาณ 6%-8% และการไม่จ่ายเงินปันผล ซึ่งจะช่วยคงฐานทุนให้อยู่ในระดับ “แข็งแกร่งมาก” เช่นนี้และช่วยสนับสนุนกลยุทธ์การเติบโตในระยะปานกลางของบริษัทการขยายธุรกิจจะอยู่ในระดับปานกลางทริสเรทติ้งประเมินสถานะทางธุรกิจของบริษัทให้อยู่ในระดับ “ปานกลาง” ซึ่งสะท้อนถึงขนาดธุรกิจที่ยังไม่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการรายหลักในอุตสาหกรรม แม้ว่าบริษัทจะมีการเติบโตของสินเชื่ออยู่ในระดับสูงในช่วงปี 2564‑2567 แต่การขยายตัวได้ชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2568 เนื่องจากฝ่ายบริหารปรับใช้นโยบายการพิจารณาสินเชื่อให้รอบคอบมากยิ่งขึ้นเพื่อรักษาคุณภาพสินทรัพย์ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมโดยรวมยอดสินเชื่อคงค้างของบริษัทอยู่ที่ระดับ 1.16 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 ซึ่งค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และต่อมาขยายตัวใกล้ระดับ 1.20 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 (เพิ่มขึ้นประมาณ 3% ตั้งแต่ต้นปี) ทริสเรทติ้งคาดว่าการขยายธุรกิจของบริษัทจะยังคงอยู่ในระดับปานกลางภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจในปัจจุบันโดยคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของสินเชื่อจะอยู่ที่ประมาณ6%-8% ต่อปีในช่วงระหว่างปี 2569‑2571 ซึ่งการเติบโตดังกล่าวน่าจะมีปัจจัยสนับสนุนจากการพัฒนาที่ต่อเนื่องของสาขาที่มีอยู่เดิม เนื่องจากสาขาปัจจุบันของบริษัทยังอยู่ในระยะเริ่มต้นและยังมีศักยภาพในการขยายพอร์ตสินเชื่อเพิ่มเติม ประกอบกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมีจำนวนสาขา 998 แห่ง ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 ทั้งนี้ ในประมาณการของทริสเรทติ้งได้รวมการเปิดสาขาใหม่ราว 30 แห่งในปี 2569 และประมาณ 100 แห่งเพิ่มเติมในช่วงระหว่างปี 2570‑2571 ภายใต้กลยุทธ์การคัดเลือกทำเลสาขาอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ดี แผนการขยายสาขายังคงมีความยืดหยุ่นและขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจในแต่ละช่วงโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อของบริษัทยังคงมีความกระจุกตัวอยู่ในสินเชื่อทะเบียนรถซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70% ของสินเชื่อรวมณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 ในขณะที่สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์และสินเชื่อโฉนดที่ดินมีสัดส่วนประมาณ 20% และ 10% ตามลำดับ นอกจากนี้ ฝ่ายบริหารของบริษัทยังมีแผนจะขยายธุรกิจนายหน้าประกันภัยโดยมุ่งยกระดับแพลตฟอร์มการขายและขยายเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจอีกด้วยคุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้นแต่ยังคงมีความเสี่ยงคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทปรับตัวดีขึ้นในปี 2568 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเพิ่มความเข้มงวดของหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ ตลอดจนการติดตามความเสี่ยงด้านเครดิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และระบบติดตามเร่งรัดหนี้ที่มีความเฉพาะทาง อัตราการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (NPL Formation) ของบริษัทลดลงมาอยู่ที่ 5.7% ของสินเชื่อเฉลี่ยในปี 2568 จาก 6.9% ในปี 2567 และปรับลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นอัตรารายปีที่ประมาณ 3.5% ในไตรมาส 1 ปี 2569 จากคุณภาพของการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ดีขึ้นและการบริหารหนี้ที่มีประสิทธิผลมากขึ้น ส่วนการตัดหนี้สูญในเชิงรุกซึ่งอยู่ที่ระดับ 6.0% ของสินเชื่อเฉลี่ยในปี 2568 และ 4.1% ในไตรมาส 1 ปี 2569 นั้นยังช่วยสนับสนุนการบริหารคุณภาพสินทรัพย์โดยค่าใช้จ่ายด้านเครดิตปรับลดลงมาอยู่ที่ 4.5% ในไตรมาส 1 ปี 2569 จาก 5.2% ในปี 2568 ในขณะที่อัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Coverage Ratio) ยังคงอยู่ในระดับดีที่ 107%แม้ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะสามารถรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ในช่วงปี 2569‑2571 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการพิจารณาสินเชื่อที่รอบคอบอย่างต่อเนื่อง การเร่งรัดหนี้เชิงรุก และการตัดหนี้สูญที่รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีความเปราะบางต่อความเสี่ยงด้านเครดิตที่อยู่ในระดับสูงเนื่องจากการมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่เข้าถึงบริการทางการเงินในระบบธนาคารที่จำกัด ทั้งนี้ ภายใต้สมมติฐานกรณีฐาน ทริสเรทติ้งคาดว่าอัตรา NPL Formation ของบริษัทจะอยู่ที่ระดับประมาณ 4.0%‑4.5% ของสินเชื่อเฉลี่ย โดยอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จะทรงตัวต่ำกว่า 4% และอัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จะอยู่สูงกว่า 100% เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม หากคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญเกินกว่าสมมติฐานกรณีพื้นฐานดังกล่าวก็อาจสร้างแรงกดดันต่ออันดับเครดิตและแนวโน้มอันดับเครดิตได้ผลกำไรฟื้นตัว ประสิทธิภาพดีขึ้นผลกำไรของบริษัทฟื้นตัวดีขึ้นในปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากการควบคุมต้นทุนที่มีวินัยและการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตที่เข้มงวดมากขึ้น โดยอัตรากำไรก่อนหักภาษีต่อสินทรัพย์เสี่ยงถัวเฉลี่ย (EBT/ARWA) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.4% ในปี 2568 จาก 1.2% ในปี 2567 ในขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 503 ล้านบาทจาก 142 ล้านบาทในปีก่อนหน้าบริษัทยังคงรักษาโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อที่มีความหลากหลายเอาไว้ได้โดยจำกัดสัดส่วนสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ซึ่งมีความเสี่ยงสูงไว้ที่ไม่เกิน 20% ของสินเชื่อรวม อัตราผลตอบแทนของพอร์ตสินเชื่อทรงตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 23% ในช่วงระหว่างปี 2568 จนถึงไตรมาส 1 ปี 2569 ซึ่งยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าผู้ประกอบการรายอื่นส่วนใหญ่ในอุตสาหกรรม เนื่องจากอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าของสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ต้นทุนทางการเงินของบริษัทปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4.3% ในปี 2568 และ 4.0% ในไตรมาส 1 ปี 2569 ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยขยายตัวเป็น 18.7% และ 19.5% ตามลำดับ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้ก็ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ในช่วง 47%‑48% จาก 55% ในปี 2567 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการชะลอการขยายสาขาทริสเรทติ้งคาดว่าความสามารถในการสร้างผลกำไรของบริษัทจะยังคงเป็นปัจจัยที่สนับสนุนอันดับเครดิต โดยคาดว่าอัตรา EBT/ARWA จะทรงตัวอยู่เหนือระดับ 4.0% ในช่วงปี 2569‑2571 ทั้งนี้ ประมาณการของทริสเรทติ้งคาดการณ์ว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ระดับประมาณ 19% และค่าใช้จ่ายด้านเครดิตจะอยู่ที่ระดับ 4.2%‑4.5% อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้อาจปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 48%‑49% หลังจากการกลับมาขยายสาขาอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ประสิทธิภาพในการดำเนินงานยังคาดว่าน่าจะอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะเพิ่มรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยโดยผ่านธุรกิจนายหน้าประกันภัยอีกด้วยโดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามการพัฒนาแพลตฟอร์มและผลิตภัณฑ์ประกันภัยในอนาคตสถานะเงินทุนปรับตัวดีขึ้นโครงสร้างแหล่งเงินทุนของบริษัทปรับตัวดีขึ้นและการเข้าถึงวงเงินสินเชื่อในระดับที่มีนัยสำคัญก็เพิ่มขึ้น การทำ IPO ในเดือนกันยายน 2568 ช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางการเงินให้แก่บริษัท ทั้งนี้ แหล่งเงินทุนระยะยาวของบริษัทซึ่งประกอบด้วยวงเงินสินเชื่อระยะยาวจากธนาคารและการออกหุ้นกู้ยังคงอยู่ในระดับคงที่ที่ประมาณ 75% ของแหล่งเงินทุนทั้งหมด โดย ณ เดือนพฤษภาคม 2569 บริษัทมีวงเงินสินเชื่อรวมจำนวน 9.2 พันล้านบาทจากสถาบันการเงินหลายแห่ง ซึ่งจำนวนมากกว่า 4.2 พันล้านบาทหรือประมาณ 45% ยังสามารถเบิกใช้ได้เนื่องจากสัดส่วนที่มีนัยสำคัญของวงเงินสินเชื่อจากธนาคารของบริษัทยังคงมีลูกหนี้เป็นหลักประกันซึ่งอาจจำกัดความยืดหยุ่นด้านแหล่งเงินทุนภายใต้สภาวะตึงตัว บริษัทจึงได้ทำการทยอยกระจายแหล่งเงินทุนโดยผ่านการออกหุ้นกู้และการจัดตั้งวงเงินสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันบางส่วน ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนปรับตัวดีขึ้นเป็น 62% ในระหว่างปี 2568 จนถึงไตรมาส 1 ปี 2569 จากระดับ 73% ในปี 2567กระแสเงินสดที่แข็งแกร่งช่วยสนับสนุนสภาพคล่องสถานะสภาพคล่องที่อยู่ในระดับ “เพียงพอ” ของบริษัทมีปัจจัยสนับสนุนจากความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสถาบันการเงิน ทั้งนี้ สำหรับช่วงเวลา 12 เดือนนับตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนธันวาคม 2569 บริษัทคาดว่าจะมีกระแสเงินสดรับจากลูกหนี้ที่จำนวนประมาณ 6 พันล้านบาทซึ่งมากพอที่จะรองรับกระแสเงินสดจ่ายที่คาดการณ์ไว้ที่จำนวน 2.8 พันล้านบาทได้ และนอกเหนือจากวงเงินสินเชื่อจากธนาคารแล้ว บริษัทยังได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นโดยมีเงินกู้ยืมจากผู้ถือหุ้นคงค้างจำนวน 2.1 พันล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 อีกด้วยแรงกดดันต่อผู้ประกอบการสินเชื่อทะเบียนรถยังคงมีอยู่แม้ว่าความต้องการสินเชื่อจากกลุ่มลูกค้าที่เข้าถึงบริการทางการเงินในระบบธนาคารที่จำกัด รวมทั้งผู้ประกอบการรายย่อย ตลอดจนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSMEs) จะยังคงอยู่ในระดับสูง แต่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยังคงดำเนินนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่มีวินัยท่ามกลางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ไม่สม่ำเสมอในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้อัตราการเติบโตของสินเชื่อชะลอตัวลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 5% ในปี 2568 จากระดับที่สูงกว่าสองเท่าในอดีตแนวทางที่ระมัดระวังดังกล่าวมีแนวโน้มจะดำเนินต่อไปในปี 2569 โดยคาดว่าการขยายตัวของสินเชื่อจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับในปี 2568 ทั้งนี้ แรงกดดันที่ยืดเยื้อ อาทิ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ยังไม่ทั่วถึงและความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังดำเนินอยู่มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้และยังคงสร้างแรงกดดันต่อคุณภาพสินทรัพย์ของอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแนวโน้มที่ค่าใช้จ่ายด้านเครดิตจะปรับตัวเพิ่มขึ้นรวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงยังคงเป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถในระยะปานกลางสมมติฐานกรณีพื้นฐานสมมติฐานกรณีพื้นฐานของทริสเรทติ้งสำหรับการดำเนินงานของบริษัทในช่วงระหว่างปี 2569‑2571 มีดังนี้สินเชื่อคงค้างจะเติบโตในอัตรา 6%‑8% ต่อปีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ประมาณ 19%ค่าใช้จ่ายด้านเครดิตจะอยู่ในช่วง 4.2%‑4.5%อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้รวมจะอยู่ในช่วง 48%‑49%แนวโน้มอันดับเครดิตแนวโน้มอันดับเครดิต “Positive” (บวก) สะท้อนถึงความคาดหมายของทริสเรทติ้งว่าฐานทุนและผลกำไรของบริษัทจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดว่าบริษัทจะแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการยกระดับสถานะความเสี่ยงได้อย่างยั่งยืนรวมทั้งรักษาสถานะแหล่งเงินทุนและสภาพคล่องให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่งต่อไปปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลงการปรับเพิ่มอันดับเครดิตอาจเกิดขึ้นได้หากบริษัทสามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งของฐานทุนและผลกำไรให้มากขึ้นโดยรักษาอัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยงให้อยู่ที่ระดับสูงกว่า 25% อย่างมีนัยสำคัญและรักษาอัตราส่วน EBT/ARWA ให้อยู่เหนือระดับ 4.0% โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ปัจจัยด้านเครดิตอื่น ๆ ยังคงอยู่ในระดับดีเช่นเดิมอย่างต่อเนื่องในทางกลับกัน อันดับเครดิตและแนวโน้มอันดับเครดิตอาจเผชิญกับแรงกดดันในทิศทางปรับลดลงหากบริษัทประสบกับการอ่อนตัวลงอย่างมีนัยสำคัญของคุณภาพสินทรัพย์หรือผลการดำเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่อัตราส่วน EBT/ARWA ปรับลดลงต่ำกว่า 1.5% หรืออัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยงยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 15% เป็นระยะเวลานานข้อมูลงบการเงินและอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ * หน่วย: ล้านบาท------------------------- ณ วันที่ 31 ธันวาคม ----------------------ม.ค.-มี.ค. 256925682567256625652564สินทรัพย์รวม12,95212,67712,81712,1128,7946,020เงินให้สินเชื่อรวม11,96411,56211,68510,6327,5925,143ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น470459554406206112หนี้สินทางการเงินระยะสั้น5,5495,2805,3685,3623,9803,685หนี้สินทางการเงินระยะยาว3,2453,4614,7054,1272,3231,214ส่วนของผู้ถือหุ้น3,9543,7772,6112,4712,3391,011รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ6042,2692,1441,7051,124726ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น13160076250417187รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย125424438406469414ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน3821,4761,6591,452999759กำไรก่อนภาษีเงินได้216616161156423295กำไรสุทธิ175503142132338235* งบการเงินรวมหน่วย: %-------------------- ณ วันที่ 31 ธันวาคม ------------------ม.ค.-มี.ค. 256925682567256625652564ความสามารถในการทำกำไรรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ/สินทรัพย์รวมถัวเฉลี่ย **18.8617.8017.2016.3115.1714.84รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย/สินทรัพย์รวมถัวเฉลี่ย **3.913.323.513.886.338.47ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน/รายได้รวม46.7747.7154.6959.7256.1559.90กำไรจากการดำเนินงาน/สินทรัพย์รวมถัวเฉลี่ย **6.754.831.291.495.716.03กำไรก่อนภาษีเงินได้/สินทรัพย์เสี่ยงถัวเฉลี่ย **6.094.391.201.435.686.18อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวมถัวเฉลี่ย **5.463.951.141.264.574.81อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นถัวเฉลี่ย **18.1115.755.575.4720.2026.36คุณภาพสินทรัพย์ลูกหนี้ด้อยคุณภาพ/เงินให้สินเชื่อรวม3.683.964.173.152.791.92ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น/เงินให้สินเชื่อรวม ถัวเฉลี่ย **4.465.166.835.532.682.06ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น/ลูกหนี้ด้อย คุณภาพ106.71100.33113.82121.3695.62113.41โครงสร้างเงินทุนอัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยง26.8126.3617.8518.3925.1516.47อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (เท่า)2.282.363.913.902.764.95เงินทุนและสภาพคล่องอัตราส่วนแหล่งเงินทุนที่มีเสถียรภาพ84.7488.5389.5585.6886.6558.61อัตราส่วนความครอบคลุมของสภาพคล่อง (เท่า)0.030.050.040.040.040.02หนี้สินทางการเงินระยะสั้น/หนี้สินรวม61.6759.3352.6055.6261.6573.56** ปรับอัตราส่วนเป็นตัวเลขเต็มปีเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง - เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตสถาบันการเงิน, 25 กันยายน 2567บริษัท เงินเทอร์โบ จำกัด (มหาชน) (TURBO)อันดับเครดิตองค์กร:BBB-แนวโน้มอันดับเครดิต:Positiveอันดับเครดิตในอดีต วันที่ทบทวนล่าสุด: 23 พฤษภาคม 2568วันที่อันดับเครดิตแนวโน้มอันดับเครดิต/ เครดิตพินิจ02 พ.ค. 66BBB-Stable
ทันหุ้น • 28 พ.ค. 69
อ่าน
RATCH ทริสฯ จัดอันดับเครดิต องค์กร-หุ้นกู้ AA+/Stable
#ทันหุ้น - ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ของ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH ซึ่งมีวงเงินไม่เกิน 3.5 พันล้านบาทและมีอายุหุ้นกู้ไม่เกิน 10 ปีที่ระดับ “AA+” โดยบริษัทมีแผนจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ครั้งนี้ไปใช้เป็นเงินลงทุน พร้อมกันนี้ ทริสเรทติ้งยังคงอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทที่ระดับ “AA+” และคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ “AA+” ด้วยเช่นกัน โดยแนวโน้มอันดับเครดิตยังคง “Stable” หรือ “คงที่”อันดับเครดิตองค์กรของบริษัทได้รับการปรับเพิ่มขึ้น 2 ขั้นจากอันดับเครดิตเฉพาะองค์กร (Stand-alone Credit Profile - SACP) ซึ่งอยู่ที่ระดับ “aa-” ซึ่งสะท้อนสถานะของบริษัทที่เป็น “บริษัทย่อยที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์” ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) (อันดับเครดิต “AAA/Stable”) โดยอันดับเครดิตเฉพาะองค์กรของบริษัทยังคงสะท้อนถึงสถานะของบริษัทที่เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ของประเทศซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากการมีการลงทุนที่มีความหลากหลายและมีการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตเฉพาะองค์กรยังคงถูกจำกัดจากแรงกดดันด้านสถานะความเสี่ยงทางการเงินของบริษัท นอกจากนี้ อันดับเครดิตยังสะท้อนถึงการพึ่งพารายได้จากเงินปันผลจากบริษัทร่วมที่มากขึ้นและการมีสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศแม้ว่าการรวมงบการเงินของโครงการโรงไฟฟ้าหินกองเพาเวอร์ (HKP) เข้ามาในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 จะช่วยบรรเทาความเสี่ยงเหล่านี้ลงได้บางส่วนก็ตามผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2568 ยังคงแข็งแกร่งโดยมี EBITDA อยู่ที่จำนวน 1.51 หมื่นล้านบาทซึ่งสูงกว่าประมาณการของทริสเรทติ้ง ประมาณ 10% ผลการดำเนินงานที่ดีกว่าคาดดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากรายได้เงินปันผลที่สูงขึ้นและการรวมงบการเงินของโรงไฟฟ้าหินกองเพาเวอร์เข้ามา ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าการรวมงบการเงินของโรงไฟฟ้าหินกองเพาเวอร์จะช่วยทำให้สถานะหนี้สินของบริษัทปรับตัวดีขึ้นในระยะต่อไปเนื่องจากโครงการดังกล่าวมีอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA อยู่ที่ประมาณ 4-5 เท่าซึ่งต่ำกว่าระดับโดยรวมของกลุ่ม อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ของบริษัทที่ระดับ 6.3 เท่า ณ สิ้นปี 2568 อาจสะท้อนภาระหนี้ที่สูงเกินจริงเนื่องจากบริษัทมีการรับรู้ EBITDA ของโรงไฟฟ้าหินกองเพาเวอร์เพียงแค่ 1 ไตรมาสในขณะที่หนี้สินทางการเงินของโครงการดังกล่าวถูกรวมเข้ามาหมดทั้งจำนวนแล้วทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางในระดับที่จำกัด ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าประเภทใช้เชื้อเพลิงของบริษัทส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์จากกลไกการส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่อยู่ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับหน่วยงานสาธารณูปโภคภาครัฐและผู้ดำเนินการระบบโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติหรือโดยผ่านกลไกตามราคาตลาดการรวมหนี้ที่มีหลักประกันของโรงไฟฟ้าหินกองเพาเวอร์จำนวนประมาณ 2.28 หมื่นล้านบาทเข้ามาในงบการเงินรวมได้ส่งผลทำให้หนี้สินทางการเงินรวมของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 1.11 แสนล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 โดยหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 5.4 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนต่อหนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 48.7% จากประมาณ 36% ณ เดือนมิถุนายน 2568 ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะบริหารจัดการสัดส่วนของหนี้ดังกล่าวให้อยู่ต่ำกว่าระดับเกณฑ์ของทริสเรทติ้งที่ 50%แนวโน้มอันดับเครดิตแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหมายของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้ในระดับที่น่าพอใจเพื่อชดเชยรายได้ที่ลดลงจาก บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด (RATCHGEN) นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดว่ากำไรและภาระหนี้สินของบริษัทจะยังคงสอดคล้องกับประมาณการกรณีฐานของทริสเรทติ้งและบริษัทจะยังคงดำรงสถานะเป็น “บริษัทย่อยที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์” ของ กฟผ. ต่อไปอีกด้วยปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลงทริสเรทติ้งอาจปรับลดอันดับเครดิตของบริษัทลงหากอันดับเครดิตเฉพาะองค์กรของบริษัทถูกปรับลดลงมากกว่า 1 ขั้น หรือหากทริสเรทติ้งประเมินว่าบริษัทมีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์สำหรับ กฟผ. ที่ลดลง อย่างไรก็ดี แม้ว่าความเป็นไปได้นี้จะค่อนข้างต่ำ แต่อันดับเครดิตของบริษัทก็อาจถูกปรับลดลงได้หากทริสเรทติ้งปรับลดอันดับเครดิตของ กฟผ.โอกาสที่อันดับเครดิตเฉพาะองค์กรของบริษัทจะได้รับการปรับเพิ่มขึ้นในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้านั้นเป็นไปได้ยาก ในทางกลับกัน แรงกดดันในเชิงลบต่ออันดับเครดิตเฉพาะองค์กรอาจเกิดขึ้นหากหนี้สินทางการเงินของบริษัทเพิ่มสูงขึ้นอันเกิดจากค่าใช้จ่ายในการลงทุนที่ทำให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ของบริษัทเพิ่มขึ้นเกิน 7 เท่าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมยังรวมถึงผลตอบแทนจากการลงทุนที่ต่ำกว่าคาดหรือความล่าช้าในการดำเนินโครงการสำคัญอีกด้วยสถานะความเสี่ยงด้านธุรกิจของบริษัทอาจอ่อนแอลงหากบริษัทมีความเสี่ยงจากการดำเนินงานในตลาดที่มีการแข่งขันสูงมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การลงทุนจำนวนมากในประเทศที่มีความเสี่ยงทางการเมืองหรือทางเศรษฐกิจที่สูงก็อาจยิ่งส่งผลกดดันต่ออันดับเครดิตเฉพาะองค์กรของบริษัทได้ด้วยเช่นกันเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป, 29 ธันวาคม 2568- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงินสำหรับธุรกิจทั่วไป, 7 พฤศจิกายน 2568- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตกลุ่มธุรกิจ, 25 สิงหาคม 2568- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้, 26 ธันวาคม 2567บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (RATCH)อันดับเครดิตองค์กร:AA+อันดับเครดิตตราสารหนี้:RATCH30NA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2573AA+RATCH35NA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 4,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2578AA+หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ในวงเงินไม่เกิน 3,500 ล้านบาท ไถ่ถอนภายใน 10 ปีAA+แนวโน้มอันดับเครดิต:Stableอันดับเครดิตในอดีต วันที่ทบทวนล่าสุด: 22 สิงหาคม 2568วันที่อันดับเครดิต แนวโน้มอันดับเครดิต / เครดิตพินิจ05 ส.ค. 64AA+Stable10 เม.ย. 58AAAStable25 เม.ย. 56AA+Stable09 ก.พ. 54AAStable15 มิ.ย. 48AA-Stable12 ก.ค. 47A+Stable26 มิ.ย. 46A+-
ทันหุ้น • 30 มี.ค. 69
อ่าน
ก.ล.ต.เฮียริ่งปรับเกณฑ์จัดอันดับความน่าเชื่อถือ Bond เกี่ยวกับตปท.
#ทันหุ้น-ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดอันดับความน่าเชื่อถือของการออกและเสนอขายหุ้นกู้หรือพันธบัตรในประเทศไทยสำหรับกิจการต่างประเทศ และหุ้นกู้เพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ กรณีที่มีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือสากล และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ระดมทุนปัจจุบันการออกและเสนอขายขายตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ได้แก่ การเสนอขายตราสารหนี้สกุลเงินบาทในประเทศไทยโดยกิจการต่างประเทศ (Baht Bond) และสกุลเงินตราต่างประเทศ (FX Bond) ในประเทศไทยสำหรับกิจการต่างประเทศ รวมถึงหุ้นกู้เพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitized Bond) ที่มีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ* ต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ (issue rating) ไม่ต่ำกว่าระดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) จากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ (international credit rating agency : inter CRA) เพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพของตราสารหนี้และความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารหนี้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อความเสี่ยงของผู้ลงทุนไทยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่า กระบวนการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของ inter CRA ในบางกรณี เช่น หุ้นกู้หรือพันธบัตรที่มีความซับซ้อน มีความแตกต่างจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดย inter CRA มีการกำหนดอันดับความน่าเชื่อถือคาดการณ์ (expected rating) ก่อน และจะเปิดเผยการกำหนดอันดับความน่าเชื่อถืออันดับสุดท้าย (final rating) เมื่อได้รับเอกสารทั้งหมดจากผู้ออกตราสารหนี้ ส่งผลให้ inter CRA ไม่สามารถออก final rating ได้ภายในเวลาที่ ก.ล.ต. กำหนด ดังนั้น ก.ล.ต. จึงเสนอปรับปรุงหลักเกณฑ์ สำหรับกิจการต่างประเทศที่เสนอขาย Baht Bond/FX Bond รวมถึงผู้ออก Securitized Bond ที่มีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ เพื่อให้กระบวนการพิจารณาอนุญาตสอดคล้องกับแนวปฏิบัติดังกล่าว ซึ่งจะช่วยลดอุปสรรคในการดำเนินการของผู้ออกตราสารหนี้ รวมทั้ง ยังคงรักษามาตรฐานการคุ้มครองผู้ลงทุนในระดับที่เหมาะสม โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้(1) หลักเกณฑ์อนุญาต : ผู้ออกตราสารหนี้ต้องได้รับอันดับเครดิตองค์กร (issuer rating) และอันดับความน่าเชื่อถือคาดการณ์ของตราสารหนี้ (issue rating) จาก inter CRA โดยผู้ออกรายใหม่ต้องได้ rating ไม่ต่ำกว่าระดับ investment grade ขณะที่ผู้ออกรายเดิมที่ขออนุญาตออกตราสารหนี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการ roll-over สามารถขอผ่อนผันเรื่องระดับ rating ได้**(2) หลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูล : กำหนดให้ผู้ออกตราสารหนี้ต้องเปิดเผยอันดับความน่าเชื่อถือ ทั้ง issuer rating และ issue rating ในแบบ filing และ factsheet โดยต้องระบุให้ชัดเจนว่า issue rating เป็นเพียง expected rating ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ รวมถึงต้องเปิดเผยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ expected rating และความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลหรือโครงสร้างธุรกรรม(3) เงื่อนไขภายหลังอนุญาต : กำหนดให้ผู้ออกตราสารหนี้ต้องเปิดเผยอันดับความน่าเชื่อถืออันดับสุดท้าย (final rating) ของ issue rating ต่อผู้ลงทุนบนเว็บไซต์ของผู้ออก และนำส่งต่อ ก.ล.ต. ภายในวันถัดจากที่ได้รับ final rating และหากมีการเปลี่ยนแปลงจาก expected rating ต้องระบุถึงเหตุผลและปัจจัยที่ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนประกอบการเปิดเผยและนำส่งด้วยหมายเหตุ:*หุ้นกู้เพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ กรณีที่มีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ได้แก่ กรณีที่ผู้มีสิทธิเสนอโครงการ (Originator) เป็นกิจการต่างประเทศ และกรณีที่สินทรัพย์ซึ่งจะโอนมายังนิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPV) เป็นสิทธิเรียกร้องที่ก่อให้เกิดกระแสรายรับในต่างประเทศ หรือเกิดจากทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ** ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 62/2566 เรื่อง การผ่อนผันหลักเกณฑ์การจัดอันดับความน่าเชื่อถือในการอนุญาตเสนอขายหุ้นกู้หรือพันธบัตรสกุลเงินบาทหรือสกุลเงินตราต่างประเทศในประเทศไทยต่อบุคคลในวงจำกัด โดยกิจการต่างประเทศ เป็นการชั่วคราว ลงวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2566
ทันหุ้น • 20 มี.ค. 69
อ่าน
PTTEP ทริสฯ จัดอันดับเครดิตองค์กร-หุ้นกู้ AAA/Stable
#ทันหุ้น - ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 1.3 หมื่นล้านบาทอายุไม่เกิน 12 ปี และวงเงินไม่เกิน 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อายุไม่เกิน 5 ปี ของ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP (ปตท.สผ.) ที่ระดับ AAA โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้ชำระคืนหนี้ของกลุ่มบริษัทและเพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับค่าใช้จ่ายตามแผนการลงทุนของกลุ่มบริษัท ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งยังคงอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ AAA และอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ AAA พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต Stable หรือ คงที่ ด้วย อันดับเครดิตองค์กรของ ปตท.สผ. ยังคงสะท้อนถึงสถานะการเป็นบริษัทย่อยหลักของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (อันดับเครดิต AAA/Stable[1]) ขณะที่อันดับเครดิตเฉพาะองค์กรของบริษัทยังคงอยู่ที่ระดับ aaa อันดับเครดิตเฉพาะองค์กรได้รับปัจจัยสนับสนุนจาก สถานะความเป็นผู้นำ ของ ปตท.สผ. ในอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของประเทศไทย ความเสี่ยงด้านตลาดที่อยู่ในระดับต่ำจากการมีสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติระยะยาวกับ ปตท. รวมถึงต้นทุนการผลิตที่สามารถแข่งขันได้ และฐานะการเงินที่แข็งแกร่งมาก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนโยบายทางการเงินที่มีความระมัดระวัง EBITDA ของ ปตท.สผ. ในปี 2568 อยู่ที่ระดับ 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสูงกว่าประมาณการก่อนหน้าของทริสเรทติ้งเล็กน้อยประมาณ 4% ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 0.8 เท่าในปี 2568 จาก 0.5 เท่าในปี 2567 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลงทุนเพื่อการขยายธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของระดับภาระหนี้สินทางการเงินดังกล่าวยังคงเป็นไปตามที่ทริสเรทติ้งคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า และยังคงสอดคล้องกับสถานะเครดิตที่แข็งแกร่งของบริษัท ปัจจุบัน ทริสเรทติ้งคาดว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางจะมีผลกระทบโดยตรงต่อบริษัทในระดับจำกัด โดยสัดส่วนปริมาณขายจากภูมิภาคดังกล่าวคิดเป็นประมาณ 11% ของปริมาณการขายรวมในปี 2568 และส่วนใหญ่ไม่ได้พึ่งพาการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบทางอ้อมอาจเกิดขึ้นได้จากภาวะการขนส่งในภูมิภาคที่ตึงตัวมากขึ้น ค่าระวางขนส่งและค่าเบี้ยประกันภัยที่สูงขึ้น รวมถึงความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในการพัฒนาโครงการในภูมิภาคดังกล่าว อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงเหล่านี้อยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้เมื่อพิจารณาจากฐานสินทรัพย์ที่มีการกระจายตัวที่ดีของกลุ่มบริษัท กลุ่ม ปตท.สผ. จัดหาแหล่งเงินกู้ด้วยการออกหุ้นกู้โดยบริษัทเองและโดย บริษัท ปตท.สผ. ศูนย์บริหารเงิน จำกัด โดย ณ สิ้นปี 2568 ปตท.สผ. มีภาระหนี้รวมในงบการเงินรวมอยู่ที่จำนวน 2,868 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยที่บริษัทไม่มีหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อน แนวโน้มอันดับเครดิต แนวโน้มอันดับเครดิต Stable หรือ คงที่ สะท้อนความคาดหวังของทริสเรทติ้งว่า ปตท.สผ. จะยังคงรักษาผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งได้ ท่ามกลางความผันผวนในอุตสาหกรรมพลังงาน อีกทั้ง ทริสเรทติ้งเชื่อว่าความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน สภาพคล่องที่อยู่ในระดับสูง และความยืดหยุ่นในการบริหารงบลงทุน จะช่วยให้บริษัทสามารถรับมือกับความผันผวนของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมได้ ทั้งนี้ แม้ว่าความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานในตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบชั่วคราวต่อค่าขนส่งและปริมาณการขายในภูมิภาค แต่ทริสเรทติ้งคาดว่าผลกระทบโดยรวมต่อสถานะเครดิตของบริษัทจะยังคงอยู่ในระดับจำกัด ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง ปัจจัยด้านลบที่จะมีผลต่ออันดับเครดิตเฉพาะองค์กรของบริษัทอาจเกิดขึ้นได้หากความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทแตกต่างจากประมาณการกรณีพื้นฐานของทริสเรทติ้งอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจเกิดจากราคาน้ำมันดิบดูไบที่ต่ำกว่า 40 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลเป็นเวลานาน หรือจากปริมาณการขายที่ต่ำกว่าคาดอย่างมาก นอกจากนี้ หากบริษัทมีภาระหนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการซื้อกิจการที่ใช้เงินกู้จำนวนมากก็อาจเพิ่มแรงกดดันทางลบได้ด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากทริสเรทติ้งประเมินว่าบริษัทเป็น บริษัทย่อยหลัก ของ ปตท. ดังนั้น อันดับเครดิตของบริษัทจะเปลี่ยนแปลงไปตามอันดับเครดิตของ ปตท. ด้วยเช่นกัน เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง - เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป, 29 ธันวาคม 2568 - เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้, 26 ธันวาคม 2567 - เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตองค์กรที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ, 27 ตุลาคม 2566 - เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตกลุ่มธุรกิจ, 7 กันยายน 2565 - อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงินสำหรับธุรกิจทั่วไป, 11 มกราคม 2565 บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (PTTEP) ____________________________________________________________________________________________________________ อันดับเครดิตองค์กร: AAA อันดับเครดิตตราสารหนี้: PTTEP26NA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 6,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569 AAA PTTEP296A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 11,400 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2572 AAA หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ในวงเงินไม่เกิน 13,000 ล้านบาท ไถ่ถอนภายใน 12 ปี AAA หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ในวงเงินไม่เกิน 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไถ่ถอนภายใน 5 ปี AAA แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable อันดับเครดิตในอดีต วันที่ทบทวนล่าสุด: 17 มีนาคม 2568 วันที่ อันดับเครดิต แนวโน้มอันดับเครดิต / เครดิตพินิจ 16 มี.ค. 49 AAA Stable 12 ก.ค. 47 AA+ Positive 28 พ.ย. 44 AA+ - 21 พ.ย. 43 AA - [1] อันดับเครดิตของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) อ้างอิงจากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะซึ่งทริสเรทติ้งเชื่อว่าเพียงพอสำหรับการประเมินสถานะเครดิตของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทไม่มีส่วนร่วมในการจัดอันดับเครดิตดังกล่าวแต่อย่างใด
ทันหุ้น • 16 มี.ค. 69
อ่าน
“เกรท” ยันไม่ผิดคำพูด ให้ทองรับขวัญลูก “เจมส์จิ” บินเสริมหล่อเกาหลี จัดอันดับตัวเองหล่อที่ 2 ในแก๊งคนดี
เกรท ยันไม่ผิดคำพูด ให้ทองรับขวัญลูก เจมส์จิ บินเสริมหล่อเกาหลีจัดอันดับตัวเองหล่อที่ 2 ในแก๊งคนดี ราคาทองคำขึ้นสูงเรื่อยๆ แตะบาทละ 7 หมื่น แต่ที่ทำเอาพระ เอกหนุ่ม เกรท วรินทร ถึงกับปาดเหงื่อเพราะตกปากรับคำว่าจะรับขวัญลูกชายของหนุ่ม เจมส์ จิรายุ และ โฟม เบ็ญจมาส ล่าสุดหนุ่ม เกรท เผยว่า... ทองแพงมากนะช่วงนี้ ก็เคยพูดไว้แล้ว ไม่ผิดคำพูดอยู่แล้ว แต่ว่าน้ำหนักเท่าไหร่ ขอไม่เปิดเผย แต่ก็ตั้งใจจะเอาไปให้น้องจริงๆ ถือเคล็ดหรือไม่ถือเนี่ย อยู่กับราคาทองตอนนั้น ตอนนี้ 7 หมื่นแล้ว ก็คิดว่าเดี๋ยวซื้อให้น้องแน่ๆ เราเป็นลูกชายร้านทองจริง แต่ว่าเงินผมไง เราต้องลงทุนให้น้อง ถ้าเกิดทองถูกๆ หน่อย เจมส์อาจจะได้สัก 5 บาท 10 บาท ผมก็เสียดายนะ น่าจะซื้อไว้ตั้งแต่ตอนนั้น เจมส์เป็นคนมีดีเทลเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว เราก็ลุ้นและมีความสุขไปกับเขา ตื่นเต้นไปกับเขา ว่าโห น้องที่กูเคยพาขึ้นรถไปกองละคร วันนี้เป็นคุณพ่อแล้ว เห็นการเปลี่ยนแปลง เห็นการเติบโตคาตาเลย บินไปเกาหลีไปทำหน้า ทำหัตถการที่เกาหลีมา ให้หน้าใสไปยาวๆ ก็ทำมาหลายโปรแกรมอยู่ พอดีเต้ยชวนไป ก็ทำมา 2-3 ครั้งแล้ว คิดว่าปีหนึ่งสัก 1-2 ครั้งก็พอแล้ว เพราะที่บ้านเราก็มีหมอเก่งๆ ที่คอยดูแลเราอยู่ ส่วนหน้าเรียวอาจจะเพราะออกกำลังกาย เรื่องดึงหน้าอะไรแบบนี้ยังไม่ถึงเวลา ไม่รู้เจ็บไหม ยังไม่ได้ศึกษา แต่คิดว่าวันหนึ่งในอนาคต ถ้ายังทำงานเบื้องหน้าอยู่ แล้วยังอยากหล่ออยู่ ก็คงต้องทำ แต่ผมก็หล่อไปอีกยาวๆ อีกสัก 2-3 ปีค่อยว่ากัน จัดอันดับตัวเอง หล่อเป็นที่ 2 ในแก๊งคนดีเพื่อนแซวไม่มีผลนะ เพราะผมรู้ว่าตัวเองระดับไหนอยู่ ถ้าให้จัดอันดับในกลุ่ม เบอร์หนึ่งให้ เจมส์จิ ไป ตอนนี้ อาเล็ก ธีรเดช เขาดูมั่นๆ แต่เขาไม่น่าจะสู้ผมได้ เบอร์สองก็เป็นผมแล้วกัน ส่วน บอย ช่วงนี้ทำงานกลางคืนบ่อย ไปดูแลร้านตัวเอง อาจจะมีความทรุดโทรมบ้าง ก็ไปอยู่ที่ 5 ขอโทษนะเพื่อน
ดาราเดลี่บันเทิง • 20 ม.ค. 69
อ่าน
ทริสฯ จัดอันดับหุ้นกู้ SAMART ชุดใหม่วงเงิน 850 ลบ. ที่ระดับ “BBB”
#ทันหุ้น - ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 850 ล้านบาทและไถ่ถอนภายใน 3 ปีของ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “BBB” โดยอันดับเครดิตหุ้นกู้ชุดใหม่จะใช้ทดแทนอันดับเครดิตหุ้นกู้ในวงเงินไม่เกิน 600 ล้านบาทที่มีกำหนดไถ่ถอนภายในระยะเวลา 3 ปีซึ่งทริสเรทติ้งได้ประกาศไว้เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เนื่องจากบริษัทปรับเพิ่มวงเงินหุ้นกู้ อันดับเครดิตหุ้นกู้ดังกล่าวอยู่ต่ำกว่าอันดับเครดิตองค์กร 1 ขั้นซึ่งสะท้อนถึงการด้อยสิทธิในเชิงโครงสร้างของหุ้นกู้เมื่อเทียบกับภาระหนี้ของบริษัทย่อยที่ดำเนินงานอยู่และเงินกู้โครงการ ทั้งนี้ บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ดังกล่าวไปใช้ชำระหนี้เงินกู้เดิม และ/หรือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งยังคงอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทที่ระดับ “BBB+” พร้อมคงแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” ด้วยอันดับเครดิตยังคงสะท้อนถึงสถานะของบริษัทซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการชั้นนำในธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารโทรคมนาคม (Information Communication Technology Business -- ICT) ของไทย รวมถึงผลงานในการดำเนินโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ซึ่งเป็นที่ยอมรับ และฐานรายได้ประจำที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น การพิจารณาอันดับเครดิตยังครอบคลุมถึงสถานะทางการเงินของบริษัทที่ปรับตัวดีขึ้นซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากผลการดำเนินงานทีแข็งแกร่งขึ้นและโครงสร้างเงินทุนที่มีหนี้สินต่ำ อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตก็มีข้อจำกัดจากการแข่งขันที่มีความรุนแรงในอุตสาหกรรม ICT รวมถึงความผันผวนและความไม่แน่นอนของรายได้ซึ่งเป็นลักษณะของงานโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้ที่ขึ้นอยู่กับงบประมาณของรัฐบาลผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 สอดคล้องกับความคาดหมายของทริสเรทติ้ง โดยบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 7.8 พันล้านบาท ซึ่งมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของสายธุรกิจ Digital ICT Solution ในขณะที่ EBITDA ซึ่งไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษครั้งเดียวที่เกี่ยวข้องกับการด้อยค่าของสินทรัพย์และข้อพิพาททางกฎหมายอยู่ที่จำนวน 1.9 พันล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ประจำที่เพิ่มสูงขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ บริษัทมีมูลค่างานโครงการที่ยังไม่ได้ส่งมอบ (Backlog) ที่ระดับ 1.77 หมื่นล้านบาท ณ เดือนกันยายน 2568 ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในระยะใกล้นี้สถานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่งโดยมีหนี้สินอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ ณ เดือนกันยายน 2568 หนี้สินที่ปรับปรุงแล้วของบริษัทอยู่ที่จำนวน 2.5 พันล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA อยู่ในระดับต่ำที่ 0.9 เท่า ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีข้างหน้าทริสเรทติ้งคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินของบริษัทจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยมีอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ต่ำกว่า 1.5 เท่า อย่างไรก็ตาม หากบริษัทมีแผนการที่จะสร้างการเติบโตใหม่ ๆ ในกลุ่มธุรกิจหลักซึ่งจำเป็นต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมนั้น ทริสเรทติ้งก็คาดว่าบริษัทจะบริหารจัดการสภาพคล่องและหนี้สินทางการเงินอย่างรอบคอบณ เดือนกันยายน 2568 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนอยู่ที่ระดับประมาณ 74% ซึ่งประกอบไปด้วยหนี้สินของบริษัทย่อยและหนี้เงินกู้โครงการของบริษัทแม่ เนื่องจากอัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนดังกล่าวสูงเกินกว่าระดับ 50% ตามเกณฑ์ของทริสเรทติ้ง ดังนั้น ทริสเรทติ้งจึงมองว่าเจ้าหนี้ที่ไม่มีหลักประกันของบริษัทมีความเสียเปรียบในการเรียกร้องค่าทดแทนจากสินทรัพย์ของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเจ้าหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนแนวโน้มอันดับเครดิตแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงมุมมองของทริสเรทติ้งที่เห็นว่าบริษัทมีความสามารถที่จะรักษาสถานะที่แข็งแกร่งและขีดความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรม ICT เอาไว้ได้ในขณะที่ยังคงมีผลการดำเนินงานทางการเงินที่ดีอย่างต่อเนื่องต่อไปปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลงการปรับลดอันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจเกิดขึ้นได้หากผลการดำเนินงานของบริษัทถดถอยลงอย่างมีนัยสำคัญ หรือสถานะทางการเงินของบริษัทถดถอยลงอย่างมากจากการลงทุนที่มีการก่อหนี้สูงจนทำให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA เพิ่มขึ้นเกินกว่า 3.5 เท่าอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่โอกาสในการปรับเพิ่มอันดับเครดิตนั้นมีค่อนข้างจำกัดในระยะปานกลางเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป, 29 ธันวาคม 2568- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงินสำหรับธุรกิจทั่วไป, 7 พฤศจิกายน 2568- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้, 26 ธันวาคม 2567บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SAMART)อันดับเครดิตองค์กร:BBB+อันดับเครดิตตราสารหนี้:หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ในวงเงินไม่เกิน 850 ล้านบาท ไถ่ถอนภายใน 3 ปีBBBแนวโน้มอันดับเครดิต:Stableอันดับเครดิตในอดีต วันที่ทบทวนล่าสุด: 12 ธันวาคม 2568วันที่อันดับเครดิต แนวโน้มอันดับเครดิต / เครดิตพินิจ09 พ.ค. 68BBB+Stable17 เม.ย. 67BBBPositive 28 เม.ย. 65BBBStable24 มี.ค. 63BBB+Stable21 มี.ค. 61BBB+Negative20 เม.ย. 58BBB+Stable
ทันหุ้น • 19 ม.ค. 69
อ่าน
ทริสจัดอันดับหุ้นกู้ใหม่ AP วงเงิน 3.5 พันลบ. ที่ระดับ “A”
#ทันหุ้น - ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 3.5 พันล้านบาทและไถ่ถอนภายใน 5 ปีของ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “A” โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้ชำระหนี้และ/หรือเพื่อใช้ขยายธุรกิจ ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งก็คงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ “A” พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” ด้วยเช่นกันอันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งของบริษัททั้งในกลุ่มที่อยู่อาศัยแนวราบและคอนโดมิเนียมซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักอย่างดีและการมีสินค้าที่อยู่อาศัยที่หลากหลาย นอกจากนี้ อันดับเครดิตยังสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ภาระหนี้ที่อยู่ในระดับปานกลาง และสภาพคล่องที่เพียงพอของบริษัทด้วย โดยที่การพิจารณาอันดับเครดิตยังครอบคลุมถึงผลกระทบจากหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องและอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้ยังคงส่งผลกระทบทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยลดลง อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งคาดว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง รวมทั้งการผ่อนคลายเกณฑ์อัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) และการลดค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมจะช่วยสนับสนุนความต้องการที่อยู่อาศัยระดับราคาต่ำถึงปานกลางได้บ้างในช่วง 12 เดือนข้างหน้าภายใต้ประมาณการพื้นฐาน ทริสเรทติ้งคาดการณ์ว่ารายได้จากการดำเนินงานของบริษัทจะยังคงอยู่ที่ระดับประมาณ 3.6-3.7 หมื่นล้านบาทในปี 2568 ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 4.0 หมื่นล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2569-2570 โดยประมาณการดังกล่าวอยู่บนพื้นฐานการคาดการณ์ว่าบริษัทจะเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ (รวมโครงการร่วมทุน) คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5 หมื่นล้านบาทต่อปีในช่วงระหว่างปี 2568-2570 ทริสเรทติ้งประมาณการว่า EBITDA ต่อปีของบริษัทจะอยู่ในช่วง 7.0-7.8 พันล้านบาท ซึ่งคิดเป็น EBITDA Margin ที่ประมาณ 19%-20% ในช่วงเวลาเดียวกันรายได้จากการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 อยู่ที่จำนวน 2.7 หมื่นล้านบาทซึ่งคิดเป็นประมาณ 74% ของรายได้เต็มปีที่ประมาณการโดยทริสเรทติ้ง อย่างไรก็ตาม EBITDA ของบริษัทในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ที่ 66% ของเป้าหมายเต็มปีโดยมี EBITDA Margin อยู่ที่ 17% ซึ่งต่ำกว่าที่ทริสเรทติ้งคาดการณ์ไว้เล็กน้อยเนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอ อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานเต็มปีของบริษัทคาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นและสอดคล้องกับประมาณการของทริสเรทติ้งโดยมีปัจจัยสนับสนุนจากมูลค่ายอดขายที่รอรับรู้รายได้ที่จำนวน 3.4 หมื่นล้านบาท (รวมยอดขายจากโครงการภายใต้กิจการร่วมทุน) ณ เดือนกันยายน 2568 ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดการณ์ว่าบริษัทจะส่งมอบที่อยู่อาศัยให้แก่ลูกค้าจากยอดขายที่รอการรับรู้รายได้ที่ประมาณ 40%-50% ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2568ภาระหนี้ของบริษัทอยู่ในระดับปานกลางภายหลังจากช่วงที่บริษัทเร่งเปิดตัวโครงการใหม่และมีการซื้อที่ดินจำนวนมากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนของบริษัทอยู่ที่ระดับ 44% ณ เดือนกันยายน 2568 ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากปี 2567 อันเนื่องมาจากการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ภาระดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้นก็ส่งผลกระทบต่อตัวชี้วัดด้านเครดิตซึ่งส่งผลให้อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินของบริษัทต่ำกว่าระดับเกณฑ์ของทริสเรทติ้งซึ่งอยู่ที่ 20% ในการนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในปี 2569 จะช่วยสนับสนุนให้ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดและอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินของบริษัทกลับมาอยู่ในเกณฑ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายของทริสเรทติ้งได้อีกครั้งทริสเรทติ้งประเมินว่าบริษัทจะมีสภาพคล่องที่เพียงพอในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ ณ เดือนกันยายน 2568 แหล่งเงินทุนของบริษัทประกอบไปด้วยเงินสดในมือจำนวน 1.7 พันล้านบาทและวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้จากธนาคารอีกจำนวน 1.94 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าเงินทุนจากการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 12 เดือนข้างหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 5.0-5.5 พันล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมีที่ดินเปล่าที่ปลอดภาระค้ำประกันซึ่งมีมูลค่าตามบัญชีประมาณ 7.5 พันล้านบาทและที่อยู่อาศัยที่สร้างแล้วเสร็จในโครงการที่ปลอดภาระหนี้ซึ่งมีมูลค่าขายรวมอีกประมาณ 1.25 หมื่นล้านบาทซึ่งบริษัทสามารถนำไปใช้เป็นหลักประกันในการกู้ยืมเพิ่มเติมได้ในกรณีจำเป็นอีกด้วยในขณะที่บริษัทมีภาระหนี้ที่จะครบกำหนดชำระในอีก 12 เดือนข้างหน้าจำนวนทั้งสิ้น 1.04 หมื่นล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยหุ้นกู้จำนวน 5 พันล้านบาทและเงินกู้ยืมระยะสั้นจำนวน 4.6 พันล้านบาท โดยส่วนที่เหลือเป็นเงินกู้โครงการและหนี้สินตามสัญญาเช่า ทั้งนี้ โดยทั่วไปแล้ว หุ้นกู้ของบริษัทที่ครบกำหนดจะได้รับการรีไฟแนนซ์ผ่านการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ ในขณะที่เงินกู้ยืมระยะสั้นส่วนใหญ่นั้นจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและเป็นเงินกู้ชั่วคราวเพื่อใช้ในการซื้อที่ดินซึ่งคาดว่าจะเปลี่ยนเป็นเงินกู้โครงการต่อไปเงื่อนไขทางการเงินของเงินกู้ยืมและหุ้นกู้กำหนดให้บริษัทจะต้องดำรงอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ให้เกินกว่า 2 เท่า โดยบริษัทมีอัตราส่วนดังกล่าว ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568 อยู่ที่ระดับ 0.7 เท่า ทริสเรทติ้งจึงเชื่อว่าบริษัทน่าจะสามารถบริหารโครงสร้างทางการเงินให้สอดคล้องกับเงื่อนไขทางการเงินดังกล่าวได้ในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้าณ เดือนกันยายน 2568 หนี้สินรวมของบริษัทซึ่งไม่นับรวมหนี้สินตามสัญญาเช่ามีจำนวน 3.3 หมื่นล้านบาท โดยในจำนวนนี้ 6.3 พันล้านบาทถือเป็นหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนซึ่งประกอบด้วยหนี้เงินกู้ที่มีหลักประกันของบริษัทและหนี้เงินกู้ทั้งหมดที่ดำเนินการโดยบริษัทย่อยต่าง ๆ ทำให้อัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนต่อหนี้สินรวมของบริษัทอยู่ที่ระดับ 19% แนวโน้มอันดับเครดิตแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหมายของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงรักษาสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งทั้งในตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบและคอนโดมิเนียมได้อย่างต่อเนื่อง ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะสามารถรักษาผลการดำเนินงานและสถานะทางการเงินให้อยู่ในระดับที่สอดคล้องกับเป้าหมายของทริสเรทติ้งโดยมีอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนอยู่ในช่วง 40%-45% ในระหว่างปี 2569-2570 และสามารถปรับปรุงอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินให้ดีขึ้นจนมาอยู่ที่ระดับประมาณ 20% ได้ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไปปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลงการปรับเพิ่มอันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทอาจเกิดขึ้นได้หากผลการดำเนินงานและสถานะทางการเงินของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจนทำให้บริษัทมี EBITDA เกินกว่า 1 หมื่นล้านบาทและอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินอยู่ที่ระดับเกินกว่า 40% อย่างต่อเนื่อง ในทางกลับกัน อันดับเครดิตอาจถูกปรับลดลงหากสถานะทางการเงินของบริษัทอ่อนแอลงจากระดับปัจจุบันจนเป็นผลทำให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนของบริษัทเพิ่มขึ้นจนอยู่ในระดับที่เกินกว่า 45% และอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินลดลงต่ำกว่า 20% เป็นเวลาที่ต่อเนื่องเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป, 29 ธันวาคม 2568- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงินสำหรับธุรกิจทั่วไป, 7 พฤศจิกายน 2568- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้, 26 ธันวาคม 2567- การจัดอันดับเครดิตบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย, 12 มกราคม 2566บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) (AP)อันดับเครดิตองค์กร:Aอันดับเครดิตตราสารหนี้:AP261A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569AAP262A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569AAP267A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569AAP267B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569AAP26DA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569AAP271A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570AAP277A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570AAP277B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570AAP281A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571AAP282A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571AAP287A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571AAP287B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571AAP291A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 800 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2572AAP297A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,700 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2572Aหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ในวงเงินไม่เกิน 3,500 ล้านบาท ไถ่ถอนภายใน 5 ปีAแนวโน้มอันดับเครดิต:Stable
ทันหุ้น • 12 ม.ค. 69
อ่าน
TrueID Daily Boxoffice จัดอันดับหนัง-ซีรีส์ออนไลน์สุดฮิตประจำวัน
TrueID Daily Boxoffice คือการรายงานความเปลี่ยนแปลงและความนิยมประจำวันที่เกิดขึ้นกับนานาความบันเทิงบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน TrueID หนังเรื่องไหนที่คนกำลังชื่นชอบ ซีรีส์เรื่องใดที่ผู้ชมสนใจเป็นพิเศษ เราจะเกาะติดนำมาประมวลผลให้ทราบในทุก ๆ วัน เพราะกระแสความนิยมทุกอย่างบนโลกใบนี้แปรเปลี่ยนได้ทุกเวลา...แบบไม่มีข้อกำจัด Top 5 Movies on TrueID อันดับที่ 1 ร่างทรง ครอบครัวหนึ่งที่เชื่อในเรื่องเทพเจ้าที่เคารพบูชา และทำหน้าที่เป็นร่างทรง แต่ปรากฏว่าพวกเขากับต้องเผชิญหน้ากับดวงวิญญาณและภูติผีที่แปลกประหลาด ที่อาจจะต้องเปลี่ยนแนวคิดของพวกเขาไปตลอดกาล อันดับที่ 2 เครยอนชินจัง เดอะมูฟวี่ ตอน ระเบิดระเบ้อ พิชิตบ่อน้ำพุร้อน องค์กรลับพิทักษ์บ่อน้ำพุร้อนได้ลักพาตัวชินจังและครอบครัวไป เพราะเชื่อว่ามีบ่อน้ำพุร้อนสีทองในตำนานอยู่ใต้บ้านของพวกเขา การตามล่าของพวกเขาบานปลายไปสู่การต่อสู้ผจญภัยครั้งใหญ่กับยูซาเมะ อันดับที่ 3 บ้านเช่าบูชายัญ หนิงกับกวินย้ายเข้าคอนโดและปล่อยบ้านให้เช่า แต่ผู้เช่าเป็นคุณหมอเกษียณและลูกสาวที่น่าสงสัย กวินเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปเหมือนมีรอยสักสามเหลี่ยมเหมือนผู้เช่า หนิงจึงต้องปกป้องลูกสาวจากลัทธิลี้ลับนี้ อันดับที่ 4 สัปเหร่อ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านโนนคูณในจักรวาลไทบ้าน เล่าถึงชีวิต เจิด เด็กหนุ่มวัย 25 ปีที่เรีนนจบกฎหมาย 7-8 ปี มีพ่อทำอาชีพ สัปเหร่อ เขาหวังจะไปสอบเป็นทนายหรือปลัดอำเภอ แต่ต้องมาช่วยพ่อเป็นสัปเหร่อ เพราะพ่อมีอาการป่วยจนต้องมาช่วยพ่อทำงาน แต่ลังเลเพราะเกิดเป็นคนที่กลัวผีมากๆ และต้องมาทำงานกับศพ อันดับที่ 5 มหาสงครามล้างพันธุ์อสูร เผ่าพันธุ์ไลแคนได้ผู้นำใหม่ผู้ทรงพลัง แมเรียส ผู้ปลูกฝังความรู้สึกแรงกล้าในการปฏิบัติภารกิจให้ลุล่วงตามเป้าหมายให้กับบรรดาคนในเผ่าที่เคยขาดความสามัคคีกันมาก่อน แมเรียส ไม่ยอมให้อะไรมาหยุดยั้งเขาจากการสืบร่องรอยของ เซลีน เพื่อควานหาตัว อีฟ ลูกสาวของเธอ ผู้เป็นลูกครึ่งแวมไพร์-ไลแคนให้ได้ Top 5 Series Anime on TrueID อันดับที่ 1 ตามหารักที่เธอลืม เมื่อการตามหาพ่อแท้ ๆ พาเธอไปพบกับความจริงอันแสนเจ็บปวด ครอบครัวใหม่ที่เธอเคยอบอุ่นกลับไม่มีที่ให้เธออยู่อีกต่อไป เธอจึงเลือกซ่อนตัวอยู่ใกล้ ๆ เพื่อค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังทุกอย่าง อันดับที่ 2 ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะซีรีส์ 'คุโด้ ชินอิจิ' ยอดนักสืบม.ปลายที่ได้รับขนานนามว่า 'เชอร์ล็อก โฮล์มส์แห่งยุคเฮเซ' วันหนึ่งขณะที่เขาไปเที่ยวสวนสนุกพร้อมเพื่อนสาว 'โมริ รัน' เขาได้พบกับกลุ่มคนชุดดำที่น่าสงสัย ด้วยความไม่ระวังทำให้พวกมันจับได้และจับกรอกยาบางอย่างทำให้ตัวเขาหดเล็กลง เพื่อตามหาเบาะแสของพวกมัน ชินอิจิจึงต้องปิดบังตัวตนของตัวเองไว้และใช้ชื่อใหม่ว่า 'เอโดงาวะ โคนัน' อันดับที่ 3 เปลี่ยนชะตาราชินี Echoes of the Self โจวรั่วซี ตัดสินใจละทิ้งความสัมพันธ์ที่มีต่อ องค์ชายหลี่เยี่ยน เพื่อสานต่อแผนการณ์สุดทะเยอทะยานของตัวเอง โดยมีเป้าหมายเป็นการเข้าพิธีเสกสมรสกับองค์ชายรัชทายาท หลี่ซู เพื่อสนองอำนาจให้แก่ตัวเอง แต่หลี่เหยี่ยนได้กักขังนางเอาไว้ในรั้ววัง ในช่วงขณะที่มีการปราบปรามทุจริตและขนัดอำนาจชั่วร้าย ก่อนจะพากันไปยังดินแดนห่างไกลที่หารู้ไม่ว่าลงล็อกกับแผนสมคบคิดขององค์จักรพรรดิพอดี และในช่วงวาระสุดท้ายแห่งชีวิต โจวรั่วซีได้ตระหนักถึงคุณค่าแห่งชีวิตและแนวคิดผิด ๆ ของตัวเองในชาตินี้ พร้อมกับมุ่งมั่นสาบานกับตัวเองว่า หากมีโอกาสได้ใช้ชีวิตอีกครั้งจะไม่ทำผิดพลาดเช่นนี้ เรื่องราวมหัศจรรย์จึงได้บังเกิดขึ้น เมื่อนางตื่นขึ้นมาได้อีกครั้งราวกับปาฏิหาริย์ แต่บัดนี้นางกลายเป็นใครอีกคน ที่มีนามว่า ฝูเวย แต่เพราะเจตนารมณ์ที่ต้องการแก้ไขความผิดพลาดทั้งหมด และปกป้องหลี่เยี่ยนที่รักนางจากสัตย์จริง ทำให้เธอต้องเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ ที่ไม่ใช่ใครที่ไหน ...แต่เป็นตัวของนางเอง เมื่อ 3 ปีที่แล้ว อันดับที่ 4 วันพีซ ใหม่ล่าสุด ซีซัน 20 ภาควาโนะคุนิ มาร่วมล่องเรือไปกับแก๊งโจรสลัดหมวกฟาง สู่แคว้นญี่ปุ่นโบราณ ชมฟรี พากย์ไทย ตอนมากที่สุดในไทย อันดับที่ 5 มายฮีโร่ อคาเดเมีย ไฟนอล ซีซัน ตอนใหม่ล่าสุด ชมพร้อมญี่ปุ่น การเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายระหว่างมิโดริยะ และ ชิการาคิ เพื่อตัดสินชะตาอนาคตของเหล่าฮีโร่ สนุกพร้อมซับไทย สมัครแพ็กเกจ TrueID+ ผ่านแอป TrueID หรือ กล่อง TrueID TV สมัครเลย https://ttid.co/D7LM/x735gwr1
หนังเอเชีย • 31 ธ.ค. 68
อ่าน
น่าจับตามอง.! จัดอันดับ 5 นักบิดยอดเยี่ยม โมโตจีพี 2025
จัดอันดับ 5 นักบิดยอดเยี่ยม โมโตจีพี 2025 ที่ทำผลงานได้โดดเด่นและสร้างปรากฏการณ์ให้แฟนความเร็วทั่วโลกต้องจดจำในเวลานี้ ท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ เสียงโห่ร้องของแฟนๆ และความมุ่งมั่นของเหล่านักบิดในกริด หลายคนก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง กระทั่งแบกความสามารถของรถแบบที่เครื่องยนต์และคนขับกลายเป็นหนึ่งเพื่อพิสูจน์ฝีมือ และมีนักบิด 5รายที่ทำผลงานได้โดดเด่นและสร้างปรากฏการณ์ให้แฟนความเร็วทั่วโลกต้องจดจำ และจับตาพวกเขาต่อไปในฤดูกาลหน้า อันดับ5 ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่(ยามาฮ่า) แชมป์โลกปี 2021 ตัดสินใจอยู่กับ ยามาฮ่า ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ว่ารถญี่ปุ่นถดถอยกว่ารถสัญชาติอิตาเลี่ยน หรือไม่ก็โดนเทคโนโลยีจากยุโรปแซงหน้าไปแล้ว แต่สไตล์การขับของ เอล ดิอาโบล ไม่ได้ดุดันน้อยลงเลย และยังเป็นนักบิดที่ทุ่มเทเต็มที่ ได้โพลถึง 5 สนามในซีซั่นนี้ เริ่มที่ คาตาลุนญ่า และคว้าอันดับ 2 แบบน่าเสียดาย ปัญหาก็คือ ยามาฮ่า M1 ไม่สามารถยืนระยะได้ แม้คว้าโพล แต่ก็จะไปจบด้วยการหลุดโพเดี้ยม ได้อันดับ 2 มาเพียงสนามเดียวที่คาตาลุนญ่า ซึ่งคว้าโพลมาสำเร็จ ไม่นับความโกลาหลที่ กรังด์ปรีซ์ เดอ ฟร้องซ์ ในบ้านเกิด หลังจากคว้าโพลแล้ว วันรุ่งขึ้นในเมนเรซ ฝนตกจนสร้างความวุ่นวายให้กับทุกคน ถึงอย่างนั้นก็คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่า กวาร์ตาราโร่ คือหนึ่งในนักขับที่ดุดันที่สุด แม้จบในอันดับ 9 ของตารางคะแนน อันดับ 4 มาร์โก เบซเซคคี่ (เอพริเลีย เรซิ่ง) เจ้าของรางวัลรุกกี้ยอดเยี่ยม 2022 เมื่อครั้งที่อยู่กับ VR46 ทุกคนเชื่อในฝีมือดาวรุ่งอนาคตไกล และเมื่อเริ่มขับรถของ เอพริเลีย จนเข้ามือ ผลงานที่ออกมาก็ยอดเยี่ยมอย่างที่เห็น 5 โพล 3 แชมป์ ในซีซั่นนี้ และคงไม่มีใครลืมการขยับจากอันดับ 11 มาเป็นแชมป์ที่ ซิลเวอร์สโตน ผลงานของ เบซซ์ ทำให้แฟนๆ ตั้งคำถามว่า รถค่ายนี้ก็ดี ทำไม ฆอร์เก มาร์ติน ไม่อยากขับต่อ? จนแชมป์โลก 2024 ต้องเลี้ยวหัวกลับมา และ เบซเซคคี่ ก็จบในอันดับ 3 ของตาราง นับเป็นปีที่ดีอีกปีหนึ่ง อันดับ 3 เปโดร อคอสต้า (เคทีเอ็ม) ไม่มีใครข้องใจเลยว่า อคอสต้า จะเป็นหนึ่งในนักบิดที่ยอดเยี่ยมระดับโลก ด้วยวัยเพียง 21 ปี ก็อยู่ใน โมโตจีพี เป็นซีซั่นที่สองแล้ว และขึ้นโพเดียม 5 ครั้ง เป็นอันดับ 2 ไป 3 สนาม และยังคงรอคอยแชมป์แรกให้มาถึง ซีซั่นนี้มีหลยครั้งที่ ฉลามน้อย ตั้งคำถามกับอาการและสมรรถนะของรถ แต่ก็ยังเดินหน้าต่อไปด้วยความมุ่งมั่น ดุดันเกินอายุ และมีข่าวลือว่า ค่ายรถญี่ปุ่นพร้อมจะสู้ค่าเหนื่อยสำหรับฤดูกาล 2027 แต่กว่าจะถึงตรงนั้น อาจต้องจับตาดูฤดูกาล 2026 ที่กำลังจะมาถึงเสียก่อน อันดับ 2 อเล็กซ์ มาร์เกซ (เกรสินี่ เรซิ่ง) ผ่านเวลามาเนิ่นนาน หลังจาก อเล็กซ์ มาร์เกซ เคยขับรถสัญชาติญี่ปุ่นเคียงข้างพี่ชาย มาร์ค และเมื่อขาดพี่ชายที่เป็นทั้งผู้ชี้แนะและเพื่อนร่วมทีม อเล็กซ์ ใช้เวลาหลายปีพิสูจน์ตัวเองจนมีวันนี้ วันที่ทุกคนเห็นว่า อเล็กซ์ เองก็มีฝีมือ และสามารถปรับตัวเข้ากับรถได้อย่างยอดเยี่ยม รับกับความกดดันได้ดี 3 แชมป์ 9 โพเดี้ยม โดย 6 โพเดี้ยมนั้นก็เป็นรองพี่ชาย ถ้าจะมีสิ่งเดียวที่น่าเสียดายเกี่ยวกับก็คือ ซีซั่นนี้ อเล็กซ์ ต้องแข่งกับพี่ชายที่มีพรสวรรค์เชือดเฉือนกัน กับรถที่แตกต่างกันเล็กน้อยในทีมอิสระและทีมโรงงานเท่านั้น อันดับ 1 มาร์ค มาร์เกซ (ดูคาติ) แชมป์ 11 สนาม 4 โพเดี้ยม ไม่นับสปรินท์เรซที่กวาดมาคู่กันแบบรัวๆ ทำให้ มาร์ค มาร์เกซ กลับมาอยู่บนหน้าสื่อและยึดพื้นที่ในใจแฟนๆ อีกครั้ง จนผู้ชมไม่น้อยโอดครวญว่า โมโตจีพี ปีนี้ไม่สนุกเลย? เผลอหลับไปยังวูบตื่นขึ้นมาเห็น มาร์ค เข้าเส้นชัยก่อนใคร แต่กว่าจะมีวันที่กลับมายืนอย่างสง่างาม มาร์ค ก็ผ่านความยากลำบากมามากมาย การคว้าแชมป์ทั้งที่ยังเหลือ 5 สนามท้ายฤดูกาล ทำให้เห็นว่า มาร์ค คือผู้ที่คู่ควรกับคำว่า ตำนานของจริง
ทรู วิชั่นส์ • 26 ธ.ค. 68
อ่าน
CP AXTRA ได้รับการจัดอันดับความยั่งยืน MSCI ESG Rating “A”
#ทันหุ้น- บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP AXTRA ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร–โลตัส” ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญด้านความยั่งยืน ด้วยการได้รับ ผลการประเมิน MSCI ESG Rating ที่ขยับขึ้นจากระดับ “BBB” สู่ระดับ “A” ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2568 จาก MSCI ESG Research สถาบันประเมินดัชนี ESG ชั้นนำระดับสากล สะท้อนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องการได้รับการจัดอันดับระดับ “A”ในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการนำหลักESGมาผสานเข้ากับกลยุทธ์ขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่การรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น ตลอดจนสร้างคุณค่าและประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างยั่งยืนซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามหลักESGตั้งเป้าสู่องค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี2030และมุ่งสู่Net Zeroภายในปี2050ผ่านโครงการสำคัญ อาทิ การติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ในสาขาแม็คโคร–โลตัส และศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงการลดขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบให้เป็นศูนย์ผ่านโครงการ “ลดทิ้ง สร้างค่าAXTRA Zero Waste”โดยในปี2025บริษัทสามารถลดการทิ้งขยะกว่า31,700ตัน หรือเท่ากับการหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้109,649ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e)ซึ่งมาจากการบริหารจัดการขยะอาหารกว่า15,000ตัน และการนำขยะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลกว่า16,755ตัน พร้อมเก็บกลับขวดพลาสติกได้มากกว่า2.2ล้านขวด นอกจากนี้ บริษัทยังสนับสนุนการสร้างอาชีพและรายได้ให้กับชุมชน ผ่านโครงการ “แพลตฟอร์มแห่งโอกาสPlatform of Opportunity”ควบคู่กับการดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล การกำกับดูแลกิจการที่ดีซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งขับเคลื่อนการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ลดของเสียในทุกขั้นตอน พร้อมต่อยอดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)ตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ทันหุ้น • 16 ธ.ค. 68
อ่าน
ทริสฯ จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ SC ที่ BBB+ แนวโน้ม Stable
#ทันหุ้น - ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 3 พันล้านบาทและไถ่ถอนภายใน 3 ปีของ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “BBB+” โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้ชำระหนี้เงินกู้ที่มีอยู่บางส่วนและ/หรือใช้เป็นเงินทุน หมุนเวียนในการดำเนินกิจการ ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งก็คงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ “BBB+” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” ด้วยเช่นกันอันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งของบริษัทในตลาดที่อยู่อาศัยราคาระดับปานกลางถึงสูงและการมีสภาพคล่องที่บริหารจัดการได้ ทว่าอันดับเครดิตก็ถูกลดทอนลงจากภาระหนี้ของบริษัทที่อยู่ในระดับสูงและกระแสเงินสดที่อ่อนแอจากการขยายธุรกิจเชิงรุกทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยและธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ การพิจารณาอันดับเครดิตยังครอบคลุมถึงผลกระทบจากหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องและอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้ยังคงส่งผลกระทบทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยลดลง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง รวมทั้งการผ่อนคลายเกณฑ์อัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) และการลดค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมคาดว่าจะช่วยสนับสนุนความต้องการที่อยู่อาศัยระดับราคาต่ำถึงปานกลางได้ในช่วง 12 เดือนข้างหน้าผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ต่ำกว่าประมาณการของทริสเรทติ้งเล็กน้อย โดยรายได้ของบริษัทลดลง 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 1.31 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ EBITDA ก็ลดลง 12% มาอยู่ที่ 2 พันล้านบาท ซึ่งทั้งรายได้และ EBITDA คิดเป็นประมาณ 70% ของประมาณการทั้งปีของทริสเรทติ้ง อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งยังคงคาดว่าผลการดำเนินงานทั้งปีของบริษัทจะยังคงสอดคล้องกับประมาณการของทริสเรทติ้งโดยได้รับแรงหนุนจากมูลค่ายอดขายรอโอนตามกำหนด รวมทั้งยอดขายจากโครงการที่มีอยู่และโครงการที่เปิดตัวใหม่ภายใต้ประมาณการกรณีพื้นฐานของทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้ของบริษัทจะอยู่ที่ประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาทในปี 2568 ก่อนที่จะฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ 2.2-2.4 หมื่นล้านบาทในระหว่างปี 2569-2570 ส่วน EBITDA นั้นคาดว่าจะลดลงเหลือ 2.8 พันล้านบาทในปี 2568 แต่จะกลับมาอยู่ในช่วง 4.0-4.8 พันล้านบาทในระหว่างปี 2569-2570 นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดอีกว่า EBITDA Margin ของบริษัทจะอยู่ที่ระดับประมาณ 15% ในปี 2568 และจะปรับตัวดีขึ้นเป็น 17%-20% ในระหว่างปี 2569-2570ณ เดือนกันยายน 2568 มูลค่ายอดขายรอโอนทั้งหมดของบริษัทอยู่ที่ระดับ 1.9 หมื่นล้านบาท โดยประมาณ 3 ใน 4 มาจากโครงการของบริษัทเองและส่วนที่เหลือมาจากโครงการร่วมทุน ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะส่งมอบยอดขายนี้จำนวน 6.8 พันล้านบาทในช่วงที่เหลือของปี 2568 และจะส่งมอบอีกจำนวน 3.4 พันล้านบาทในปี 2569 และจำนวน 8.2 พันล้านบาทในปี 2570 โดยส่วนที่เหลือมีกำหนดโอนในปี 2571 นอกจากนี้ บริษัทยังมีสินค้าคงเหลือที่พร้อมโอนมูลค่าประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาทซึ่งสามารถรับรู้เป็นรายได้หรือส่วนแบ่งกำไรได้ทันทีเมื่อมีการขายอีกด้วยจากการคาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานของบริษัทจะดีขึ้นผนวกกับกลยุทธ์การพัฒนาคอนโดมิเนียมและโครงการอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าใหม่ ๆ ผ่านกิจการร่วมค้า ทริสเรทติ้งจึงคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนของบริษัทจะยังคงอยู่ในช่วงเป้าหมายของทริสเรทติ้งที่ระดับ 55%-60% ในขณะเดียวกัน อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินของบริษัทก็คาดว่าจะยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 5% ในปีนี้แต่จะเพิ่มขึ้นสูงกว่า 5% ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไปทริสเรทติ้งประเมินว่าบริษัทจะมีสถานะสภาพคล่องอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ ณ เดือนกันยายน 2568 บริษัทมีแหล่งสภาพคล่องซึ่งประกอบไปด้วยเงินสดในมือจำนวน 2 พันล้านบาทและวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้และไม่ติดเงื่อนไขในการเบิกอีกจำนวน 9 พันล้านบาท ทริสเรทติ้งคาดว่าเงินทุนจากการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 12 เดือนข้างหน้าจะอยู่ที่จำนวนประมาณ 2 พันล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนที่ปลอดภาระหนี้มูลค่าประมาณ 2.8 พันล้านบาท ตลอดจนสินค้าที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จเหลือขายในโครงการที่ปลอดภาระหนี้ซึ่งมีมูลค่าขายอีกจำนวนทั้งสิ้น 2 หมื่นล้านบาทซึ่งสามารถนำไปใช้ค้ำประกันเงินกู้ธนาคารได้ในกรณีที่จำเป็นอีกด้วยบริษัทมีภาระหนี้ที่จะครบกำหนดชำระในอีก 12 เดือนข้างหน้าจำนวน 1.58 หมื่นล้านบาทซึ่งประกอบด้วยเงินกู้ยืมระยะสั้นจำนวน 5 พันล้านบาท เงินกู้โครงการจำนวน 6.2 พันล้านบาท และหุ้นกู้อีกจำนวน 4.6 พันล้านบาท ในการนี้ เงินกู้ยืมระยะสั้นซึ่งส่วนใหญ่บริษัทใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและเป็นเงินกู้ชั่วคราวเพื่อใช้ในการซื้อที่ดินนั้นคาดว่าจะทยอยเปลี่ยนมาเป็นเงินกู้โครงการต่อไป ในขณะที่บริษัทมีแผนจะชำระคืนหนี้เงินกู้โครงการด้วยกระแสเงินสดที่จะได้รับจากการโอนโครงการที่อยู่อาศัยที่แล้วเสร็จให้แก่ลูกค้า ส่วนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดชำระส่วนใหญ่นั้นบริษัทมักใช้วิธีออกหุ้นกู้ชุดใหม่มาทดแทนทั้งนี้ เงื่อนไขทางการเงินที่สำคัญของเงินกู้ธนาคารและหุ้นกู้กำหนดให้บริษัทจะต้องดำรงอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนไม่ให้เกินกว่า 2 เท่า โดย ณ เดือนกันยายน 2568 บริษัทมีอัตราส่วนดังกล่าวอยู่ที่ระดับ 1.4 เท่า ทริสเรทติ้งจึงคาดว่าบริษัทจะสามารถบริหารโครงสร้างทางการเงินให้สอดคล้องกับเงื่อนไขดังกล่าวต่อไปได้ในช่วง 12 เดือนข้างหน้าณ เดือนกันยายน 2568 หนี้สินรวมของบริษัทซึ่งไม่นับรวมหนี้สินตามสัญญาเช่ามีจำนวนรวม 3.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งจำนวน 1.03 หมื่นล้านบาทถือเป็นหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนโดยประกอบด้วยหนี้เงินกู้ที่มีหลักประกันของบริษัทและหนี้เงินกู้ทั้งหมดที่ดำเนินการโดยบริษัทย่อยต่าง ๆ ทำให้อัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนต่อหนี้สินรวมของบริษัทอยู่ที่ระดับ 30%แนวโน้มอันดับเครดิตแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงรักษาตำแหน่งในการแข่งขันรวมถึงรักษาผลการดำเนินงานให้สอดคล้องกับประมาณการของทริสเรทติ้งเอาไว้ได้ โดยที่อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่า 5% ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป นอกจากนี้ แม้ว่าบริษัทจะมีแผนการขยายธุรกิจในเชิงรุก แต่ทริสเรทติ้งก็คาดว่าบริษัทจะรักษาอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนให้อยู่ภายในระดับ 55%-60% ในช่วง 3 ปีข้างหน้าเอาไว้ได้ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทอาจได้รับการปรับลดลงหากผลการดำเนินงานหรือสถานะทางการเงินของบริษัทอ่อนแอลงจากประมาณการของทริสเรทติ้งจนเป็นเหตุให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนของบริษัทอยู่ในระดับที่สูงเกินกว่า 60% และ/หรืออัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินของบริษัทลดลงต่ำกว่า 5% เป็นเวลาที่ต่อเนื่อง ในทางตรงกันข้าม อันดับเครดิตของบริษัทอาจได้รับการปรับเพิ่มขึ้นหากรายได้และกำไรของบริษัทเติบโตในขณะที่อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 10%-15% และอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนยังคงอยู่ที่ระดับประมาณ 50%-55% อย่างต่อเนื่องเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงินสำหรับธุรกิจทั่วไป, 7 พฤศจิกายน 2568- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้, 26 ธันวาคม 2567- การจัดอันดับเครดิตบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย, 12 มกราคม 2566 - เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป, 15 กรกฎาคม 2565บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC)อันดับเครดิตองค์กร:BBB+อันดับเครดิตตราสารหนี้:SC261A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 920 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569BBB+SC261B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,250 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569BBB+SC267A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,300 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569BBB+SC267B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,100 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569BBB+SC26OA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569BBB+SC271A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,280 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570BBB+SC271B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,250 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570BBB+SC277A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 700 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570BBB+SC277B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,800 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570BBB+SC281A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,400 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571BBB+SC287A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 200 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571BBB+SC287B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,310 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571BBB+SC297A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 990 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2572BBB+หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ในวงเงินไม่เกิน 3,000 ล้านบาท ไถ่ถอนภายใน 3 ปีBBB+แนวโน้มอันดับเครดิต:Stable
ทันหุ้น • 16 ธ.ค. 68
อ่าน
จัดอันดับดวงดี 366 วัน ตามความเชื่อญี่ปุ่น วันเกิดไหนดวงดีสุดในปี 2026
ปี 2026 วันเกิดของคุณจะดวงดีแค่ไหน TrueID Horoscope จัดอันดับครบ 366 วัน มาดูกันว่าคุณจะติด Top หรือไม่ อยากรู้ว่าดวงปี 2026 (ปี 2569) เกิดวันไหนดวงปังสุดในปีนี้ มาดูกันเลย จัดอันดับดวงดี 366 วัน ตามความเชื่อญี่ปุ่น วันเกิดไหนดวงดีสุดในปี 2026 อันดับดวงดี ปี 2026 10 อันดับแรก อันดับที่ 1 วันเกิด 29 พฤษภาคม อันดับที่ 2 วันเกิด 1 มิถุนายน อันดับที่ 3 วันเกิด 10 มิถุนายน อันดับที่ 4 วันเกิด 9 กรกฎาคม อันดับที่ 5 วันเกิด 5 กุมภาพันธ์ อันดับที่ 6 วันเกิด 28 มิถุนายน อันดับที่ 7 วันเกิด 19 มิถุนายน อันดับที่ 8 วันเกิด 14 กุมภาพันธ์ อันดับที่ 9 วันเกิด 23 กุมภาพันธ์ อันดับที่ 10 วันเกิด 4 มีนาคม อันดับดวงดี ปี 2026 คนเกิดเดือนมกราคม วันเกิด อันดับ วันเกิดที่เข้ากันได้ดี 1 มกราคม 306 5 เมษายน 2 มกราคม 359 4 เมษายน 3 มกราคม 318 5 เมษายน 4 มกราคม 295 26 สิงหาคม 5 มกราคม 324 2 กันยายน 6 มกราคม 285 9 พฤษภาคม 7 มกราคม 326 23 ธันวาคม 8 มกราคม 349 23 สิงหาคม 9 มกราคม 328 7 พฤษภาคม 10 มกราคม 307 6 กันยายน 11 มกราคม 360 25 ธันวาคม 12 มกราคม 239 13 พฤษภาคม 13 มกราคม 226 16 กันยายน 14 มกราคม 245 25 เมษายน 15 มกราคม 220 14 กันยายน 16 มกราคม 273 17 กันยายน 17 มกราคม 260 28 ธันวาคม 18 มกราคม 253 16 พฤษภาคม 19 มกราคม 234 25 สิงหาคม 20 มกราคม 267 14 พฤษภาคม 21 มกราคม 240 22 พฤษภาคม 22 มกราคม 227 25 กันยายน 23 มกราคม 246 28 มกราคม 24 มกราคม 221 27 พฤษภาคม 25 มกราคม 274 28 กันยายน 26 มกราคม 261 30 มกราคม 27 มกราคม 100 25 พฤษภาคม 28 มกราคม 26 23 มกราคม 29 มกราคม 117 9 ตุลาคม 30 มกราคม 35 26 มกราคม 31 มกราคม 15 29 พฤษภาคม อันดับดวงดี ปี 2026 คนเกิดเดือนกุมภาพันธ์ วันเกิด อันดับ วันเกิดที่เข้ากันได้ดี 1 กุมภาพันธ์ 118 7 ตุลาคม 2 กุมภาพันธ์ 36 7 กุมภาพันธ์ 3 กุมภาพันธ์ 16 1 มิถุนายน 4 กุมภาพันธ์ 69 29 กันยายน 5 กุมภาพันธ์ 5 12 กุมภาพันธ์ 6 กุมภาพันธ์ 130 30 พฤษภาคม 7 กุมภาพันธ์ 109 2 กุมภาพันธ์ 8 กุมภาพันธ์ 101 30 กันยายน 9 กุมภาพันธ์ 27 13 กุมภาพันธ์ 10 กุมภาพันธ์ 119 23 พฤษภาคม 11 กุมภาพันธ์ 37 27 กันยายน 12 กุมภาพันธ์ 17 5 กุมภาพันธ์ 13 กุมภาพันธ์ 70 9 กุมภาพันธ์ 14 กุมภาพันธ์ 8 13 ตุลาคม 15 กุมภาพันธ์ 131 7 ตุลาคม 16 กุมภาพันธ์ 110 26 พฤษภาคม 17 กุมภาพันธ์ 102 6 มิถุนายน 18 กุมภาพันธ์ 28 24 กันยายน 19 กุมภาพันธ์ 120 13 มิถุนายน 20 กุมภาพันธ์ 38 30 มิถุนายน 21 กุมภาพันธ์ 18 24 ตุลาคม 22 กุมภาพันธ์ 93 8 มีนาคม 23 กุมภาพันธ์ 9 31 ตุลาคม 24 กุมภาพันธ์ 132 29 มิถุนายน 25 กุมภาพันธ์ 111 30 ตุลาคม 26 กุมภาพันธ์ 103 18 มีนาคม 27 กุมภาพันธ์ 29 27 มิถุนายน 28 กุมภาพันธ์ 121 3 กรกฎาคม 29 กุมภาพันธ์ 39 26 ตุลาคม อันดับดวงดี ปี 2026 คนเกิดเดือนมีนาคม วันเกิด อันดับ วันเกิดที่เข้ากันได้ดี 1 มีนาคม 40 2 กรกฎาคม 2 มีนาคม 19 28 มิถุนายน 3 มีนาคม 94 23 มิถุนายน 4 มีนาคม 10 3 พฤศจิกายน 5 มีนาคม 133 25 ตุลาคม 6 มีนาคม 112 6 พฤศจิกายน 7 มีนาคม 104 1 พฤศจิกายน 8 มีนาคม 30 22 กุมภาพันธ์ 9 มีนาคม 122 22 มิถุนายน 10 มีนาคม 41 23 กรกฎาคม 11 มีนาคม 20 5 พฤศจิกายน 12 มีนาคม 242 4 กรกฎาคม 13 มีนาคม 216 12 พฤศจิกายน 14 มีนาคม 269 1 กรกฎาคม 15 มีนาคม 256 2 พฤศจิกายน 16 มีนาคม 249 29 ตุลาคม 17 มีนาคม 230 8 กรกฎาคม 18 มีนาคม 264 26 กุมภาพันธ์ 19 มีนาคม 237 11 กรกฎาคม 20 มีนาคม 224 14 พฤศจิกายน 21 มีนาคม 243 31 กรกฎาคม 22 มีนาคม 217 29 มีนาคม 23 มีนาคม 270 28 กรกฎาคม 24 มีนาคม 257 29 พฤศจิกายน 25 มีนาคม 250 4 สิงหาคม 26 มีนาคม 231 26 กรกฎาคม 27 มีนาคม 205 26 พฤศจิกายน 28 มีนาคม 171 29 กรกฎาคม 29 มีนาคม 154 22 มีนาคม 30 มีนาคม 180 27 พฤศจิกายน 31 มีนาคม 145 25 กรกฎาคม อันดับดวงดี ปี 2026 คนเกิดเดือนเมษายน วันเกิด อันดับ วันเกิดที่เข้ากันได้ดี 1 เมษายน 155 27 กรกฎาคม 2 เมษายน 181 3 สิงหาคม 3 เมษายน 146 2 ธันวาคม 4 เมษายน 214 24 พฤศจิกายน 5 เมษายน 197 24 กรกฎาคม 6 เมษายน 189 13 สิงหาคม 7 เมษายน 163 3 ธันวาคม 8 เมษายน 206 30 กรกฎาคม 9 เมษายน 172 25 พฤศจิกายน 10 เมษายน 156 8 สิงหาคม 11 เมษายน 182 8 ธันวาคม 12 เมษายน 147 30 พฤศจิกายน 13 เมษายน 215 5 ธันวาคม 14 เมษายน 198 14 สิงหาคม 15 เมษายน 190 28 พฤศจิกายน 16 เมษายน 164 12 ธันวาคม 17 เมษายน 207 11 สิงหาคม 18 เมษายน 173 15 ธันวาคม 19 เมษายน 157 17 สิงหาคม 20 เมษายน 183 17 ธันวาคม 21 เมษายน 141 24 สิงหาคม 22 เมษายน 212 27 สิงหาคม 23 เมษายน 195 27 กันยายน 24 เมษายน 187 2 มกราคม 25 เมษายน 161 14 มกราคม 26 เมษายน 203 29 สิงหาคม 27 เมษายน 169 23 เมษายน 28 เมษายน 152 31 ธันวาคม 29 เมษายน 177 30 สิงหาคม 30 เมษายน 142 28 มีนาคม อันดับดวงดี ปี 2026 คนเกิดเดือน พฤษภาคม วันเกิด อันดับ วันเกิดที่เข้ากันได้ดี 1 พฤษภาคม 178 1 มกราคม 2 พฤษภาคม 143 5 กันยายน 3 พฤษภาคม 213 8 กันยายน 4 พฤษภาคม 196 3 มกราคม 5 พฤษภาคม 188 27 ธันวาคม 6 พฤษภาคม 162 19 พฤษภาคม 7 พฤษภาคม 204 9 มกราคม 8 พฤษภาคม 170 28 สิงหาคม 9 พฤษภาคม 153 6 มกราคม 10 พฤษภาคม 179 11 กันยายน 11 พฤษภาคม 144 23 กันยายน 12 พฤษภาคม 208 26 กันยายน 13 พฤษภาคม 192 12 มกราคม 14 พฤษภาคม 185 20 มกราคม 15 พฤษภาคม 159 30 ธันวาคม 16 พฤษภาคม 200 18 มกราคม 17 พฤษภาคม 166 18 กันยายน 18 พฤษภาคม 149 7 กันยายน 19 พฤษภาคม 174 6 พฤษภาคม 20 พฤษภาคม 138 12 กันยายน 21 พฤษภาคม 209 26 ธันวาคม 22 พฤษภาคม 191 21 มกราคม 23 พฤษภาคม 184 10 กุมภาพันธ์ 24 พฤษภาคม 158 5 ตุลาคม 25 พฤษภาคม 199 27 มกราคม 26 พฤษภาคม 165 16 กุมภาพันธ์ 27 พฤษภาคม 148 24 มกราคม 28 พฤษภาคม 42 5 มิถุนายน 29 พฤษภาคม 1 31 มกราคม 30 พฤษภาคม 86 6 กุมภาพันธ์ 31 พฤษภาคม 75 21 ตุลาคม อันดับดวงดี ปี 2026 คนเกิดเดือน มิถุนายน วันเกิด อันดับ วันเกิดที่เข้ากันได้ดี 1 มิถุนายน 2 2 ธันวาคม 2 มิถุนายน 87 20 มิถุนายน 3 มิถุนายน 76 3 ตุลาคม 4 มิถุนายน 47 15 มิถุนายน 5 มิถุนายน 21 28 พฤษภาคม 6 มิถุนายน 82 17 กุมภาพันธ์ 7 มิถุนายน 31 8 ตุลาคม 8 มิถุนายน 11 6 ตุลาคม 9 มิถุนายน 43 1 ตุลาคม 10 มิถุนายน 3 17 มิถุนายน 11 มิถุนายน 88 16 ตุลาคม 12 มิถุนายน 77 12 ตุลาคม 13 มิถุนายน 71 19 กุมภาพันธ์ 14 มิถุนายน 22 23 ตุลาคม 15 มิถุนายน 83 4 มิถุนายน 16 มิถุนายน 32 17 ตุลาคม 17 มิถุนายน 12 10 มิถุนายน 18 มิถุนายน 44 10 ตุลาคม 19 มิถุนายน 7 22 ตุลาคม 20 มิถุนายน 89 2 มิถุนายน 21 มิถุนายน 78 18 กรกฎาคม 22 มิถุนายน 72 9 มีนาคม 23 มิถุนายน 23 3 มีนาคม 24 มิถุนายน 84 27 ตุลาคม 25 มิถุนายน 33 20 กรกฎาคม 26 มิถุนายน 13 9 กรกฎาคม 27 มิถุนายน 45 27 กุมภาพันธ์ 28 มิถุนายน 6 2 มีนาคม 29 มิถุนายน 90 24 กุมภาพันธ์ 30 มิถุนายน 79 20 กุมภาพันธ์ อันดับดวงดี ปี 2026 คนเกิดเดือน กรกฎาคม วันเกิด อันดับ วันเกิดที่เข้ากันได้ดี 1 กรกฎาคม 91 14 มีนาคม 2 กรกฎาคม 80 1 มีนาคม 3 กรกฎาคม 73 28 กุมภาพันธ์ 4 กรกฎาคม 24 12 มีนาคม 5 กรกฎาคม 85 8 พฤศจิกายน 6 กรกฎาคม 34 6 มีนาคม 7 กรกฎาคม 14 16 กรกฎาคม 8 กรกฎาคม 46 17 มีนาคม 9 กรกฎาคม 4 26 มิถุนายน 10 กรกฎาคม 92 19 กรกฎาคม 11 กรกฎาคม 81 19 มีนาคม 12 กรกฎาคม 74 10 พฤศจิกายน 13 กรกฎาคม 25 13 พฤศจิกายน 14 กรกฎาคม 201 17 พฤศจิกายน 15 กรกฎาคม 167 7 พฤศจิกายน 16 กรกฎาคม 150 7 กรกฎาคม 17 กรกฎาคม 175 28 ตุลาคม 18 กรกฎาคม 139 21 มิถุนายน 19 กรกฎาคม 210 10 กรกฎาคม 20 กรกฎาคม 193 25 มิถุนายน 21 กรกฎาคม 186 19 พฤศจิกายน 22 กรกฎาคม 160 22 พฤศจิกายน 23 กรกฎาคม 202 10 มีนาคม 24 กรกฎาคม 168 5 เมษายน 25 กรกฎาคม 151 31 มีนาคม 26 กรกฎาคม 176 26 มีนาคม 27 กรกฎาคม 140 1 เมษายน 28 กรกฎาคม 211 23 มีนาคม 29 กรกฎาคม 194 28 มีนาคม 30 กรกฎาคม 332 8 เมษายน 31 กรกฎาคม 296 21 มีนาคม อันดับดวงดี ปี 2026 คนเกิดเดือน สิงหาคม วันเกิด อันดับ วันเกิดที่เข้ากันได้ดี 1 สิงหาคม 341 1 ธันวาคม 2 สิงหาคม 333 22 สิงหาคม 3 สิงหาคม 297 2 เมษายน 4 สิงหาคม 350 25 มีนาคม 5 สิงหาคม 308 6 ธันวาคม 6 สิงหาคม 286 23 พฤศจิกายน 7 สิงหาคม 319 12 สิงหาคม 8 สิงหาคม 277 10 เมษายน 9 สิงหาคม 361 14 ธันวาคม 10 สิงหาคม 342 10 ธันวาคม 11 สิงหาคม 334 17 เมษายน 12 สิงหาคม 298 7 สิงหาคม 13 สิงหาคม 351 6 เมษายน 14 สิงหาคม 309 14 เมษายน 15 สิงหาคม 287 13 ธันวาคม 16 สิงหาคม 320 21 สิงหาคม 17 สิงหาคม 278 19 เมษายน 18 สิงหาคม 362 18 สิงหาคม 19 สิงหาคม 343 19 ธันวาคม 20 สิงหาคม 335 9 ธันวาคม 21 สิงหาคม 299 16 สิงหาคม 22 สิงหาคม 352 2 สิงหาคม 23 สิงหาคม 310 14 เมษายน 24 สิงหาคม 288 21 เมษายน 25 สิงหาคม 321 19 มกราคม 26 สิงหาคม 279 4 มกราคม 27 สิงหาคม 363 22 เมษายน 28 สิงหาคม 344 8 พฤษภาคม 29 สิงหาคม 336 26 เมษายน 30 สิงหาคม 300 29 เมษายน 31 สิงหาคม 353 1 กันยายน อันดับดวงดี ปี 2026 คนเกิดเดือนกันยายน วันเกิด อันดับ วันเกิดที่เข้ากันได้ดี 1 กันยายน 337 31 สิงหาคม 2 กันยายน 301 5 มกราคม 3 กันยายน 354 7 ธันวาคม 4 กันยายน 311 24 ธันวาคม 5 กันยายน 289 2 กุมภาพันธ์ 6 กันยายน 322 10 มกราคม 7 กันยายน 280 18 พฤษภาคม 8 กันยายน 364 3 พฤษภาคม 9 กันยายน 345 13 กันยายน 10 กันยายน 338 18 ธันวาคม 11 กันยายน 302 10 พฤษภาคม 12 กันยายน 355 20 พฤษภาคม 13 กันยายน 312 9 กันยายน 14 กันยายน 228 15 มกราคม 15 กันยายน 247 20 กันยายน 16 กันยายน 222 13 มกราคม 17 กันยายน 275 16 มกราคม 18 กันยายน 262 17 พฤษภาคม 19 กันยายน 254 21 กันยายน 20 กันยายน 235 15 กันยายน 21 กันยายน 268 19 กันยายน 22 กันยายน 241 11 พฤศจิกายน 23 กันยายน 229 11 พฤษภาคม 24 กันยายน 248 18 กุมภาพันธ์ 25 กันยายน 223 22 มกราคม 26 กันยายน 276 12 พฤษภาคม 27 กันยายน 263 11 กุมภาพันธ์ 28 กันยายน 255 25 มกราคม 29 กันยายน 236 4 กุมภาพันธ์ 30 กันยายน 123 8 กุมภาพันธ์ อันดับดวงดี ปี 2026 คนเกิดเดือนตุลาคม วันเกิด ลำดับที่ วันเกิดที่เข้ากันได้ดี 10 ตุลาคม 58 6 กันยายน 2 ตุลาคม 124 2 กันยายน 3 ตุลาคม 63 6 มีนาคม 4 ตุลาคม 52 12 เมษายน 5 ตุลาคม 95 5 เมษายน 6 ตุลาคม 48 6 สิงหาคม 7 ตุลาคม 134 2 กุมภาพันธ์ 8 ตุลาคม 113 6 กรกฎาคม 9 ตุลาคม 105 1 มกราคม 10 ตุลาคม 59 6 เมษายน 11 ตุลาคม 125 10 สิงหาคม 12 ตุลาคม 64 6 ธันวาคม 13 ตุลาคม 53 2 เมษายน 14 ตุลาคม 96 10 กันยายน 15 ตุลาคม 49 12 พฤศจิกายน 16 ตุลาคม 135 6 พฤศจิกายน 17 ตุลาคม 114 6 เมษายน 18 ตุลาคม 106 10 พฤศจิกายน 19 ตุลาคม 60 10 เมษายน 20 ตุลาคม 126 6 เมษายน 21 ตุลาคม 65 5 มีนาคม 22 ตุลาคม 54 6 กันยายน 23 ตุลาคม 97 6 เมษายน 24 ตุลาคม 50 2 มกราคม 25 ตุลาคม 136 3 พฤษภาคม 26 ตุลาคม 115 2 กุมภาพันธ์ 27 ตุลาคม 107 10 กุมภาพันธ์ 28 ตุลาคม 61 7 มกราคม 29 ตุลาคม 127 3 พฤษภาคม 30 ตุลาคม 66 2 พฤษภาคม 31 ตุลาคม 55 2 กุมภาพันธ์ ดับดวงดี ปี 2026 คนเกิดเดือนพฤศจิกายน วันเกิด ลำดับที่ วันเกิดที่เข้ากันได้ดี 1 พฤศจิกายน 128 3 มีนาคม 2 พฤศจิกายน 67 3 มีนาคม 3 พฤศจิกายน 56 3 เมษายน 4 พฤศจิกายน 98 11 กันยายน 5 พฤศจิกายน 51 3 พฤศจิกายน 6 พฤศจิกายน 137 11 พฤศจิกายน 7 พฤศจิกายน 116 7 กรกฎาคม 8 พฤศจิกายน 108 7 พฤษภาคม 9 พฤศจิกายน 62 11 เมษายน 10 พฤศจิกายน 129 7 ธันวาคม 11 พฤศจิกายน 68 11 สิงหาคม 12 พฤศจิกายน 57 3 ธันวาคม 13 พฤศจิกายน 99 7 ธันวาคม 14 พฤศจิกายน 218 3 สิงหาคม 15 พฤศจิกายน 271 11 มิถุนายน 16 พฤศจิกายน 258 9 กุมภาพันธ์ 17 พฤศจิกายน 251 7 เมษายน 18 พฤศจิกายน 232 11 กุมภาพันธ์ 19 พฤศจิกายน 265 7 มกราคม 20 พฤศจิกายน 238 11 มกราคม 21 พฤศจิกายน 225 11 สิงหาคม 22 พฤศจิกายน 244 7 กุมภาพันธ์ 23 พฤศจิกายน 219 8 มิถุนายน 24 พฤศจิกายน 272 4 เมษายน 25 พฤศจิกายน 259 4 กันยายน 26 พฤศจิกายน 252 3 มีนาคม 27 พฤศจิกายน 233 3 เมษายน 28 พฤศจิกายน 266 4 พฤษภาคม 29 พฤศจิกายน 313 3 เมษายน 30 พฤศจิกายน 290 4 ธันวาคม อันดับดวงดี ปี 2026 คนเกิดเดือนธันวาคม วันเกิด ลำดับที่ วันเกิดที่เข้ากันได้ดี 1 ธันวาคม 314 1 สิงหาคม 2 ธันวาคม 291 3 เมษายน 3 ธันวาคม 329 7 เมษายน 4 ธันวาคม 281 4 ตุลาคม 5 ธันวาคม 365 13 เมษายน 6 ธันวาคม 346 5 สิงหาคม 7 ธันวาคม 339 3 กันยายน 8 ธันวาคม 303 4 มิถุนายน 9 ธันวาคม 356 20 สิงหาคม 10 ธันวาคม 315 10 สิงหาคม 11 ธันวาคม 292 15 ตุลาคม 12 ธันวาคม 330 16 เมษายน 13 ธันวาคม 282 15 สิงหาคม 14 ธันวาคม 366 9 สิงหาคม 15 ธันวาคม 347 18 เมษายน 16 ธันวาคม 340 21 ธันวาคม 17 ธันวาคม 304 20 เมษายน 18 ธันวาคม 357 10 กันยายน 19 ธันวาคม 316 19 สิงหาคม 20 ธันวาคม 293 22 ธันวาคม 21 ธันวาคม 331 16 ธันวาคม 22 ธันวาคม 283 20 ธันวาคม 23 ธันวาคม 325 7 มกราคม 24 ธันวาคม 348 4 กันยายน 25 ธันวาคม 327 11 มกราคม 26 ธันวาคม 305 21 พฤษภาคม 27 ธันวาคม 358 5 พฤษภาคม 28 ธันวาคม 317 17 มกราคม 29 ธันวาคม 294 30 เมษายน 30 ธันวาคม 323 15 พฤษภาคม 31 ธันวาคม 284 28 เมษายน
เคล็ดลับเสริมดวง • 14 ธ.ค. 68
อ่าน
ทริสฯ จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ CRC ที่ “AA-” แนวโน้ม “Stable”
#CRC #ทันหุ้น-ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 7.5 พันล้านบาทและไถ่ถอนภายใน 5 ปีของ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ที่ระดับ “AA-” โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ดังกล่าวไปใช้ชำระหนี้เงินกู้เดิม รวมทั้งใช้เป็นเงินลงทุน และ/หรือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งยังคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ “AA-” พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” ด้วยอันดับเครดิตยังคงสะท้อนถึงผลงานซึ่งเป็นที่ยอมรับของบริษัทในอุตสาหกรรมค้าปลีก โดยได้รับแรงหนุนจากสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งและสถานะทางการแข่งขันในระดับแนวหน้าของบริษัท จุดแข็งที่สำคัญของบริษัทอยู่ที่การมีเครือข่ายร้านค้าจำนวนมาก ตลอดจนแบรนด์ร้านค้าที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ระบบอำนวยความสะดวกที่แข็งแกร่ง และผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม จุดแข็งเหล่านี้ถูกลดทอนจากการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรม ตลอดจนความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบางและการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ชะลอตัวผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มีความสอดคล้องกับประมาณการของ ทริสเรทติ้ง โดยบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1.32 แสนล้านบาท ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจอาหารเป็นหลัก ส่วน EBITDA ของบริษัทนั้นอยู่ที่จำนวน 1.65 หมื่นล้านบาท และมี EBITDA Margin อยู่ที่ 12.5%ณ เดือนมิถุนายน 2568 บริษัทมีหนี้สินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วซึ่งรวมถึงหนี้สินทางการเงินตามสัญญาเช่าอยู่ที่จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 1.43 แสนล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ซึ่งปรับอัตราส่วนให้เป็นตัวเลขเต็มปีด้วยตัวเลข 12 เดือนย้อนหลังอยู่ที่ระดับ 4.2 เท่า ในขณะที่อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินอยู่ที่ระดับประมาณ 19% ซึ่งสะท้อนถึงระดับหนี้สินทางการเงินที่อยู่ในระดับปานกลางทริสเรทติ้งประเมินว่าบริษัทจะมีสภาพคล่องที่เพียงพอในช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดย ณ เดือนมิถุนายน 2568 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 1.04 หมื่นล้านบาท และมีวงเงินสินเชื่อจากธนาคารหลายแห่งที่ยังไม่ได้เบิกใช้ประมาณ 3.8 หมื่นล้านบาท ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะมีเงินทุนจากการดำเนินงานในช่วง 12 เดือนข้างหน้าที่เกือบ 2.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งแหล่งที่มาของเงินทุนเหล่านี้น่าจะเพียงพอสำหรับรองรับค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนตามแผนซึ่งมีจำนวนประมาณ 1.75 หมื่นล้านบาทในปี 2568 รวมถึงภาระหนี้สินระยะยาวและภาระหนี้สินทางการเงินตามสัญญาเช่าที่จะครบกำหนดภายใน 12 เดือนข้างหน้าจำนวนเกือบ 2.17 หมื่นล้านบาท และเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคารจำนวนประมาณ 4.9 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากสถานะเครดิตของบริษัทแล้ว ทริสเรทติ้งก็คาดว่าบริษัทจะได้รับการสนับสนุนจากธนาคารในการต่ออายุเงินกู้ยืมระยะสั้นได้อย่างต่อเนื่อง อนึ่ง ณ เดือนมิถุนายน 2568 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนอยู่ในระดับประมาณ 8% ของหนี้สินรวมเมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติการขายธุรกิจห้างสรรพสินค้า Rinascente ของบริษัทในประเทศอิตาลีให้แก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท คือ บริษัท ห้างเซ็นทรัล ดีพาทเมนท์สโตร์ จำกัด (HCDS) โดยเงินได้ก่อนหักภาษีจะอยู่ที่ประมาณ 1.47 หมื่นล้านบาท ซึ่งการเสนอขายสินทรัพย์ดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทที่มุ่งเน้นธุรกิจในประเทศไทยและเวียดนามเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดจากตลาดที่มีการเติบโตสูง ทั้งนี้ เงินได้สุทธิหลังจากหักภาษีที่ได้จากธุรกรรมดังกล่าวซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่จำนวนประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาทนั้น บริษัทจะนำไปใช้ชำระหนี้จำนวนประมาณ 5.3 พันล้านบาท และจ่ายเงินปันผลพิเศษประมาณ 7.7 พันล้านบาท ทริสเรทติ้งประเมินว่าการถอนการลงทุนในครั้งนี้จะช่วยลดภาระหนี้ของบริษัทได้บางส่วนแม้ว่าการรับรู้รายได้และกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทในประเทศอิตาลีจะสิ้นสุดลงตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไปก็ตาม ทั้งนี้ ธุรกรรมดังกล่าวยังต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 นี้ โดยรวมแล้วทริสเรทติ้งคาดว่าธุรกรรมดังกล่าวไม่น่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสถานะทางการเงินของบริษัท**แนวโน้มอันดับเครดิตแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหมายของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงสามารถรักษาสถานะผู้นำในตลาดค้าปลีกในประเทศไทยต่อไปได้พร้อมทั้งมีการเติบโตที่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับตลาดโดยรวม อีกทั้งสถานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจะยังคงสอดคล้องกับระดับที่ทริสเรทติ้งประมาณการไว้ด้วยเช่นกัน**ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจได้รับการปรับเพิ่มขึ้นหากบริษัทมีโครงสร้างเงินทุนที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญโดยมีอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วต่ำกว่า 2.5 เท่าอย่างต่อเนื่อง ในทางตรงกันข้าม อันดับเครดิตอาจได้รับการปรับลดลงหากผลการดำเนินงานของบริษัทอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญจนส่งผลทำให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วอยู่สูงเกินกว่า 5 เท่าอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การลงทุนและ/หรือการซื้อกิจการขนาดใหญ่ใด ๆ โดยใช้เงินทุนจากการก่อหนี้จำนวนมากซึ่งทำให้สถานะทางการเงินของบริษัทอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญก็จะส่งผลกดดันต่ออันดับเครดิตได้ด้วยเช่นกัน
ทันหุ้น • 7 ต.ค. 68
อ่าน
จัดอันดับประเทศปลอดภัยที่สุดในโลก 2025 โดย Global Safety Index
ใครชอบเที่ยวต่างประเทศ เรื่องแรกๆ ที่อยากรู้คงหนีไม่พ้นเรื่อง ความปลอดภัย ใช่ไหมครับ? วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ มาฝาก จากรายงาน The GLOBAL SAFETY INDEX 2025 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ World Citizenship Report (WCR) จัดทำโดย CS Global Partners ที่จะพาไปดูกันว่าประเทศไหนน่าเที่ยว และปลอดภัยที่สุดในปี 2025 นี้กัน จัดอันดับประเทศปลอดภัยที่สุดในโลก 2025The GLOBAL SAFETY INDEX 2025 ดัชนีชี้วัดความปลอดภัย ไม่ได้ดูกันแค่เรื่องอาชญากรรม! ก่อนจะไปดูอันดับกัน ต้องบอกก่อนว่าดัชนีนี้ไม่ได้วัดแค่เรื่องอัตราการเกิดอาชญากรรมอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมไปถึง เสถียรภาพทางการเมือง และการคุ้มครองทางกฎหมาย อีกด้วย โดยพิจารณาจากข้อมูลของดัชนีสันติภาพโลก (Global Peace Index) และดัชนีธรรมาภิบาลทั่วโลก (Worldwide Governance Indicators) ทำให้การจัดอันดับมีความน่าเชื่อถือและรอบด้าน ประเมินคะแนนจากทั้งหมด 166 ประเทศทั่วโลก ได้ผลดังนี้ 🏆 10 อันดับประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลก 2025 ไอซ์แลนด์ 95.8 คะแนน สวิตเซอร์แลนด์ 92.8 คะแนน เดนมาร์ก 90.5 คะแนน ไอร์แลนด์ 90.4 คะแนน ลิกเตนสไตน์ และ ออสเตรีย (ครองอันดับร่วม) 89.3 คะแนน เนเธอร์แลนด์ 88.7 คะแนน ลักเซมเบิร์ก 88.5 คะแนน ฟินแลนด์ 88.3 คะแนน นอร์เวย์ 87.7 คะแนน ออสเตรเลีย 87.4 คะแนน 📉 10 อันดับประเทศที่ปลอดภัยน้อยที่สุดในโลก 2025 ในอีกมุมหนึ่ง รายงานก็ได้จัดอันดับประเทศที่มีความท้าทายด้านความปลอดภัยสูงที่สุดไว้เช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นประเทศที่เผชิญกับความขัดแย้งภายในและวิกฤตการณ์ต่างๆ ได้แก่ เวเนซุเอลา (อันดับที่ 166) 20.7 คะแนน เยเมน (อันดับที่ 165) 21.1 คะแนน อัฟกานิสถาน (อันดับที่ 164) 22.3 คะแนน ซูดาน (อันดับที่ 163) 22.4 คะแนน ซีเรีย (อันดับที่ 162) 22.8 คะแนน สาธารณรัฐแอฟริกากลาง และ สหพันธรัฐรัสเซีย (ครองอันดับร่วมที่ 161) 27.9 คะแนน อิรัก (อันดับที่ 160) 28.9 คะแนน เอริเทรีย (อันดับที่ 159) 31.2 คะแนน โซมาเลีย (อันดับที่ 158) 31.9 คะแนน เฮติ (อันดับที่ 157) 32.3 คะแนน 🌏 10 อันดับประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในเอเชีย 2025 สำหรับใครที่อยากเที่ยวใกล้ๆ ในทวีปเอเชียบ้านเรา ก็มีหลายประเทศที่ติดอันดับสูงในด้านความปลอดภัยเช่นกัน ญี่ปุ่น (อันดับ 11 ของโลก) 86.2 คะแนน สิงคโปร์ (อันดับ 20 ของโลก) 81.4 คะแนน ไต้หวัน (อันดับ 24 ของโลก) 80.2 คะแนน ภูฏาน (อันดับ 30 ของโลก) 77.6 คะแนน เกาหลีใต้ (อันดับ 31 ของโลก) 76.8 คะแนน กาตาร์ (อันดับ 41 ของโลก) 72.5 คะแนน บรูไน (อันดับ 43 ของโลก) 71.9 คะแนน มาเก๊า (อันดับ 48 ของโลก) 71 คะแนน ฮ่องกง (อันดับ 52 ของโลก) 70.2 คะแนน มองโกเลีย (อันดับ 58 ของโลก) 68.1 คะแนน แล้วประเทศไทยเราอยู่ตรงไหน? มาถึงส่วนที่หลายคนอยากรู้ที่สุด! สำหรับ ประเทศไทย ของเรานั้น ถูกจัดให้อยู่ใน อันดับที่ 84 ของโลก ด้วยคะแนน 58 คะแนน ส่วนประเทศเพื่อนบ้านที่แสนดีอย่าง ประเทศกัมพูชา อยู่ใน อันดับที่ 125 ด้วยคะแนน 46.2 คะแนน ข้อมูล : csglobalpartners.com/the-global-safety-index ====================
ทราเวล ทิปส์ • 23 ก.ย. 68
อ่าน
ทริสฯ จัดอันดับหุ้นกู้ชุดใหม่ UNIQ ที่ “BB+” แนวโน้ม “Stable”
#ทันหุ้น - ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 3.0 พันล้านบาทและครบกำหนดชำระภายใน 3 ปีของ บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “BB+” ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทที่ระดับ “BBB-” และคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ “BB+” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” อันดับเครดิตหุ้นกู้ของบริษัทที่ต่ำกว่าอันดับเครดิตองค์กรอยู่หนึ่งขั้นสะท้อนถึงสิทธิเรียกร้องในสินทรัพย์ของบริษัทที่ด้อยกว่าของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน เนื่องจากหนี้ส่วนใหญ่ของบริษัทมีหลักประกัน ทั้งนี้ บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ไปใช้ชำระคืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดประมาณ 3 พันล้านบาทในเดือนกุมภาพันธ์ 2569อันดับเครดิตยังคงสะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันที่แข็งแกร่งของบริษัทในการรับงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตถูกจำกัดด้วยระดับหนี้สินที่อยู่ในระดับสูง ลักษณะของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่มีความผันผวนตามวงจรอุตสาหกรรม และการพึ่งพางานก่อสร้างขนาดใหญ่เพียงไม่กี่โครงการเป็นอย่างมากในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 5.5 พันล้านบาท ซึ่งสูงกว่าที่ทริสเรทติ้งคาดไว้เล็กน้อย และมีกำไรจากการดำเนินงานที่ดีกว่าคาด โดยมี EBITDA อยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท และ EBITDA Margin ประมาณ 23% แม้ว่าบริษัทจะยังมีภาระหนี้สูงจากการใช้เงินกู้เพื่อรองรับระดับลูกหนี้การค้าและลูกหนี้ที่ยังไม่เรียกเก็บที่อยู่ในระดับสูง แต่ก็เริ่มมีสัญญาณของการปรับตัวดีขึ้น โดยได้รับแรงสนุนจากเงินที่ได้รับจากโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อ EBITDA ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 7 เท่าในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 จากระดับ 8–13 เท่าในช่วงปี 2565–2567มองไปข้างหน้า ทริสเรทติ้งคาดว่าระดับหนี้สินของบริษัทจะยังคงขึ้นอยู่กับความสามารถในการลดลูกหนี้การค้าและลูกหนี้ที่ยังไม่เรียกเก็บ แม้ว่าบริษัทจะได้รับเงินจากโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง แต่ลูกหนี้จากโครงการอื่นยังคงเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ภาระหนี้สินที่ปรับตัวดีขึ้นถูกลดทอนลงบางส่วน ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะสามารถลดลูกหนี้รวมลงเหลือประมาณ 2.4–2.6 หมื่นล้านบาท โดยมีรอบการเก็บหนี้อยู่ที่ 880–890 วันในช่วงปี 2568–2570 อัตราส่วนหนี้สินต่อ EBITDA แม้จะปรับตัวดีขึ้น แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ระดับ 7.7–8.0 เท่า ขณะที่อัตราส่วน EBITDA ต่อดอกเบี้ยจ่ายคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.9–2.0 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม มูลค่างานในมือส่วนใหญ่ของบริษัทยังคงเป็นโครงการของภาครัฐ ซึ่งอาจทำให้ความท้าทายในการบริหารจัดการลูกหนี้การค้ายังคงมีอยู่ต่อไปทริสเรทติ้งประเมินสภาพคล่องของบริษัทอยู่ในระดับตึงตัวในช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 บริษัทมีแหล่งของสภาพคล่องซึ่งประกอบด้วยเงินสดรวม 3.2 พันล้านบาทและวงเงินกู้ที่ยังไม่ได้เบิกใช้ประมาณ 3 พันล้านบาท คาดว่าบริษัทจะมีเงินทุนจากการดำเนินงานต่อปีประมาณ 1.0–1.1 พันล้านบาท ขณะที่แหล่งการใช้เงินในช่วง 12 เดือนข้างหน้าจะรวมถึงเงินกู้ระยะสั้น 1.27 หมื่นล้านบาท หุ้นกู้ 5.4 พันล้านบาท หนี้สินตามสัญญาเช่า 0.2 พันล้านบาท นอกจากนี้ คาดว่าเงินลงทุน (CAPEX) จะอยู่ที่ประมาณ 0.5 พันล้านบาท ดังนั้น ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจำเป็นต้องบริหารจัดการภาระหนี้อย่างรอบคอบเงินกู้ระยะสั้นส่วนใหญ่ของบริษัทมีหลักประกันจากโครงการก่อสร้าง โดยการชำระคืนเงินกู้เหล่านี้มีความยืดหยุ่นพอสมควรเนื่องจากโดยปกติธนาคารมักขยายหรือปรับระยะเวลาชำระหนี้ให้สอดคล้องกับระยะเวลาของโครงการ ทั้งนี้ บริษัทจะชำระหนี้ระยะสั้นโดยใช้เงินที่ได้รับจากเจ้าของโครงการซึ่งส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานภาครัฐ ส่วนหนี้สินตามสัญญาเช่าและเงินลงทุนจะใช้เงินทุนจากการดำเนินงาน ขณะที่หุ้นกู้จะได้รับการชำระคืนบางส่วนจากการออกหุ้นกู้ใหม่และเงินสดในมือข้อกำหนดทางการเงินที่สำคัญของหุ้นกู้ของบริษัทกำหนดให้บริษัทต้องดำรงอัตราส่วนเงินกู้ที่มีดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนทุนต้องไม่เกิน 3.5 เท่า ซึ่งบริษัทสามารถปฏิบัติได้ตามข้อกำหนด เนื่องจากอัตราส่วนดังกล่าวของบริษัท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 อยู่ที่ระดับประมาณ 1.9 เท่า ทริสเรทติ้งเชื่อว่าบริษัทจะสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวได้ตลอดช่วงเวลาประมาณการณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 บริษัทมีหนี้สินรวมประมาณ 2.16 หมื่นล้านบาท โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนจำนวน ประมาณ 1.27 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้ของบริษัทและของบริษัทย่อยต่าง ๆ ดังนั้น อัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนต่อหนี้สินรวมของบริษัทจึงอยู่ที่ระดับ 59% ทริสเรทติ้งมองว่าเจ้าหนี้ที่ไม่มีหลักประกันของบริษัทมีความเสียเปรียบในด้านลำดับสิทธิเรียกร้องเหนือสินทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเจ้าหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนแนวโน้มอันดับเครดิตแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหวังของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันในงานก่อสร้างโครงการภาครัฐไว้ได้ นอกจากนี้ ความสามารถในการทำกำไรและภาระหนี้สินทางการเงินของบริษัทจะเป็นไปตามที่ทริสเรทติ้งคาดการณ์ไว้ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตของบริษัทอาจถูกปรับเพิ่มขึ้นหากผลการดำเนินงานของบริษัททำได้ดีกว่าเป้าหมายของทริสเรทติ้งอย่างมีนัยสำคัญและสามารถลดระดับลูกหนี้การค้าและลูกหนี้การค้าที่ยังไม่เรียกเก็บเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ต่ำกว่า 7 เท่าอย่างต่อเนื่อง ในทางกลับกัน อันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจถูกปรับลดลงหากผลการดำเนินงานและภาระหนี้สินทางการเงินของบริษัทถดถอยลงจากระดับที่คาดการณ์ไว้เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้, 26 ธันวาคม 2567- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป, 15 กรกฎาคม 2565- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงินสำหรับธุรกิจทั่วไป, 11 มกราคม 2565บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (UNIQ)อันดับเครดิตองค์กร:BBB-อันดับเครดิตตราสารหนี้:UNIQ262A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569BB+UNIQ267A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,441.5 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569BB+UNIQ276A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 902.8 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570BB+UNIQ279A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,168.4 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570BB+หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ในวงเงินไม่เกิน 3,000 ล้านบาท ไถ่ถอนภายใน 3 ปีBB+แนวโน้มอันดับเครดิต:stable
ทันหุ้น • 18 ก.ย. 68
อ่าน
ทริสจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ BANPU ที่ “A+”แนวโน้ม “Stable”
#ทันหุ้น-ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 6.5 พันล้านบาทไถ่ถอนภายใน 10 ปีของ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)หรือ BANPU ที่ระดับ “A+” ทั้งนี้ อันดับเครดิตของหุ้นกู้ชุดใหม่นี้ใช้แทนอันดับเครดิตหุ้นกู้เดิมที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 เนื่องจากบริษัทมีความประสงค์ที่จะเพิ่มวงเงินรวมของหุ้นกู้เป็น 6.5 พันล้านบาท จากเดิม 5 พันล้านบาท โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่นี้ไปใช้ชำระคืนหนี้ ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งยังคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ “A+” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” ด้วยอันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะทางการตลาดที่มั่นคงของบริษัทในธุรกิจต้นน้ำด้านพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการมีขนาดการดำเนินงานที่ใหญ่และกว้างขวาง มีฐานลูกค้าที่มั่นคง และมีการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การกระจายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ไปสู่ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ตลอดจนธุรกิจผลิตไฟฟ้า และเทคโนโลยีพลังงานยังช่วยลดการพึ่งพาธุรกิจถ่านหิน และช่วยสนับสนุนกำไรในระยะยาวให้แก่บริษัทอีกด้วย อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตก็มีข้อจำกัดจากการที่บริษัทมีหนี้สินในระดับค่อนข้างสูง ตลอดจนความผันผวนของราคาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจในตลาดไฟฟ้าเสรีที่มากขึ้น นอกจากนี้ การพิจารณาอันดับเครดิตยังคำนึงถึงแนวโน้มของอุปสงค์ถ่านหินที่ลดลงในระยะยาวจากกระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทั่วโลกอีกด้วยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 บริษัทมี EBITDA อยู่ที่จำนวน 510 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสาเหตุหลักมาจากราคาถ่านหินที่ปรับตัวลดลงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ตลอดจนอุปสงค์ที่อ่อนแอ และปริมาณสินค้าคงคลังที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ของบริษัท (ปรับเป็นอัตราส่วนเต็มปีด้วยตัวเลขย้อนหลัง 12 เดือน) มาอยู่ที่ 4.4 เท่า เทียบกับระดับ 3.9 เท่า ณ สิ้นปี 2567เมื่อไม่นานมานี้บริษัทได้ประกาศแผนการซื้อกิจการสินทรัพย์ก๊าซธรรมชาติของ Bedrock Production คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 370 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งในภาพรวมนั้นการลงทุนดังกล่าวสอดคล้องกับที่ทริสเรทติ้งคาดการณ์ไว้ โดยบริษัทจะมีการจัดหาเงินทุนบางส่วนจากการเพิ่มทุนจากนักลงทุนภายนอก ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าการซื้อกิจการดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่การดำเนินธุรกิจก๊าซธรรมชาติในประเทศสหรัฐอเมริกาของบริษัทและจะสร้างกระแสเงินสดได้ทันทีหลังจากธุรกรรมการซื้อกิจการเสร็จสิ้นณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 บริษัทมีภาระหนี้รวมจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนประกอบด้วยหนี้ที่มีหลักประกันมูลค่า 0.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และหนี้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันมูลค่า 0.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของบริษัทย่อยต่าง ๆ ทั้งนี้ อัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนต่อภาระหนี้ทั้งหมดของบริษัทอยู่ที่ระดับ 26.0%**แนวโน้มอันดับเครดิตแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ "คงที่" สะท้อนการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะมีผลการดำเนินงานในระดับที่น่าพอใจ นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดว่าการมีธุรกิจที่หลากหลายจะช่วยป้องกันบริษัทจากความเสี่ยงในด้านลบของธุรกิจถ่านหินซึ่งกำลังเผชิญกับแนวโน้มที่ซบเซามากยิ่งขึ้นในระยะยาวเนื่องจากการบริโภคพลังงานทั่วโลกกำลังเปลี่ยนจากถ่านหินไปเป็นพลังงานประเภทอื่น ๆทั้งนี้ ทริสเรทติ้งเชื่อว่าการมีแนวทางในการดำเนินแผนการปรับโครงสร้างเงินทุนอย่างมีวินัยและการบริหารจัดการสภาพคล่องอย่างรอบคอบจะช่วยให้บริษัทสามารถรับมือกับความผันผวนของสถานการณ์ในตลาดพลังงานได้ ทริสเรทติ้งคาดว่าผลการดำเนินงานและรายจ่ายด้านการลงทุนของบริษัทจะสอดคล้องกับคาดการณ์ของทริสเรทติ้ง โดยบริษัทจะมีอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ที่ระดับประมาณ 4 เท่าในช่วงประมาณการปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลงโอกาสในการปรับเพิ่มอันดับเครดิตยังมีจำกัดในระยะใกล้ ในทางกลับกัน อันดับเครดิตอาจได้รับการปรับลดลงหากอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ของบริษัทอยู่ในระดับสูงเกินกว่า 5 เท่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้หากผลการดำเนินงานของบริษัทต่ำกว่าที่ทริสเรทติ้งคาดการณ์ไว้อย่างมากซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากราคาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติที่ต่ำกว่าระดับที่คาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ หากบริษัทมีการเพิ่มการลงทุนโดยใช้เงินกู้ซึ่งทำให้โครงสร้างเงินทุนและกระแสเงินสดเพื่อการชำระหนี้ของบริษัทอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญและต่อเนื่อง ก็อาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะนำไปสู่การปรับลดอันดับเครดิตได้ด้วยเช่นกัน
ทันหุ้น • 16 ก.ย. 68
อ่าน
ธ.ไทยเครดิต ฟิทช์ เรทติ้งส์ จัดอันดับเครดิต ในประเทศระยะยาวที่ A(tha) แนวโน้มมีเสถียรภาพ
ธ.ไทยเครดิต ฟิทช์ เรทติ้งส์ จัดอันดับเครดิต ในประเทศระยะยาวที่ A(tha) แนวโน้มมีเสถียรภาพ#ทันหุ้น #CREDIT #ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ประกาศให้อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว(National Long-Term Rating) ที่ A(tha)และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น (National Short-Term Rating) ที่F1(tha) แก่ธนาคารไทยเครดิต [CREDIT] หรือ TCB โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิตอันดับเครดิตพิจารณาจากโครงสร้างเครดิตเฉพาะตัวของธนาคาร: อันดับเครดิตภายในประเทศของ TCB มีปัจจัยหลักในการพิจารณาจากสถานะเครดิตของตัวธนาคารเอง (standalone credit profile) และสะท้อนถึงรูปแบบธุรกิจเฉพาะทางของธนาคารในกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เป็นรายเล็ก (micro SME)รวมถึงการที่ธนาคารมีอัตรากำไรที่อยู่ในระดับสูงในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและยังมีความสามารถในการรองรับความเสี่ยงในระดับที่ค่อนข้างดี นอกจากนี้การพิจารณาอันดับเครดิตยังคำนึงถึงความเสี่ยงที่สูงโดยธรรมชาติของกลุ่มลูกหนี้หลักของธนาคารรวมไปถึงความเสี่ยงจากการที่ธนาคารมีอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ค่อนข้างสูงในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเครือข่ายธุรกิจที่จำกัด มุ่งเน้นลูกค้า SME: โครงสร้างธุรกิจ (business profile) ของ TCB สะท้อนถึงเครือข่ายธุรกิจที่จำกัดเมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์รายอื่นในประเทศไทย โดยธนาคารมีส่วนแบ่งตลาดที่ 0.8% ทั้งในด้านขนาดสินทรัพย์และขนาดฐานเงินฝากโครงสร้างธุรกิจของธนาคารยังพิจารณาถึงรูปแบบธุรกิจของธนาคารที่มีการกระจุกตัว (narrow business model) โดยมุ่งเน้นไปที่สินเชื่อในกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) โดยเฉพาะที่เป็นรายเล็ก ซึ่งคิดเป็น 68% ของสินเชื่อรวม ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568การเติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มลูกค้าที่เปราะบาง: โครงสร้างความเสี่ยง (risk profile) ของ TCB สะท้อนถึงการมีความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการขนาดเล็กในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง ซึ่งมักมีความเปราะบางเพิ่มขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวอีกทั้งอัตราการเติบโตของสินเชื่อของธนาคารยังเป็นระดับที่สูงกว่าอุตสาหกรรมธนาคาร โดยอัตราการเติบโตของสินเชื่อของ TCB อยู่ที่ 25.3% เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมที่ 2.1% ในช่วงปี 2564-2567 (ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568: TCB 5.2% เทียบกับอุตสาหกรรม -0.4%) อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงดังกล่าวได้รับการบรรเทาลงบางส่วนจากอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อของธนาคารที่อยู่ในระดับสูง และมีการทำประกันสินเชื่อกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)ความท้าทายด้านคุณภาพสินทรัพย์: อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมของ TCB อยู่ที่ 4.8% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 และมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจของธนาคารการกระจุกตัวของลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูงส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญ (credit cost) ของ TCB อยู่ในระดับสูงกว่าธนาคารอื่นอย่างมีนัยสำคัญ และพอร์ตสินเชื่อที่กระจุกตัวในกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูงยังทำให้ธนาคารมีความเสี่ยงที่จะมีค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้นอย่างมากได้ หากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจปรับตัวอ่อนแอลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ความสามารถในการทำกำไรน่าจะอยู่ในระดับยอมรับได้ต่อเนื่อง: ฟิทช์คาดว่าความสามารถในการทำกำไรของ TCB จะปรับตัวลดลงบ้างเนื่องจากสภาวะแวดล้อมในการดำเนินงานที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่มีแนวโน้มจะปรับตัวลดลงอย่างไรก็ตามฟิทช์เชื่อว่าด้วยลักษณะสินเชื่อของธนาคารที่มีอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูงน่าจะยังช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญได้บ้าง และส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรของธนาคารยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานต่อสินทรัพย์เสี่ยงของ TCB อยู่ที่ 3.1% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 เทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 2.2%ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถของธนาคารในการรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่งได้ นอกจากนี้ TCB ยังได้รับประโยชน์จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ 7.9% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 3.1% ค่อนข้างมาก และฟิทช์คาดว่าความสามารถในการทำกำไรของ TCB จะยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมในระยะสั้นฐานะเงินกองทุนปรับตัวดีขึ้น: อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (CET1) ของ TCB ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 15% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 (2567: 14.8%, 2566: 13.1%) โดยเงินกองทุนปรับเพิ่มขึ้นจากกำไรสะสม และการระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567อย่างไรก็ดี อัตราส่วนเงินกองทุน CET1 ของธนาคารยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 16% และฟิทช์คาดว่าธนาคารจะยังคงมีความสามารถในการสะสมเงินกองทุนให้อยู่ในระดับแข็งแกร่งเพียงพอที่จะชดเชยการเติบโตของสินเชื่อที่คาดการณ์ไว้การเติบโตของสินเชื่อเร็วกว่าการเติบโตของเงินฝาก: อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากของ TCB อยู่ที่ประมาณ 127% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 90% อัตราส่วนดังกล่าวทรงตัวสูงกว่า 100% ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาเนื่องจากการเติบโตของสินเชื่อที่อยู่ในระดับสูงและยังสะท้อนถึงเครือข่ายธุรกิจด้านเงินฝากของธนาคารที่ค่อนข้างด้อยกว่าเมื่อเทียบกับธนาคารขนาดใหญ่ ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนดังกล่าวจะทรงตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปัจจุบันในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า แต่จะยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม
ทันหุ้น • 15 ก.ย. 68
อ่าน
ทริสฯ จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ใหม่ BAM วงเงิน 2.5 พันลบ. ที่ “A-” แทนชุดเดิม
#ทันหุ้น - ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 2.5 พันล้านบาทและไถ่ถอนภายใน 3 ปีของ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “A-” โดยอันดับเครดิตหุ้นกู้ชุดใหม่ดังกล่าวใช้แทนอันดับเครดิตหุ้นกู้เดิมที่ได้รับการจัดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 เนื่องจากบริษัทมีความประสงค์ที่จะเพิ่มวงเงินรวมของหุ้นกู้เป็นไม่เกิน 2.5 พันล้านบาทจากเดิมไม่เกิน 1.5 พันล้านบาท โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้ขยายธุรกิจและชำระคืนหนี้หุ้นกู้ ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งยังคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ “A-” โดยแนวโน้มอันดับเครดิตยังคงเป็น “Negative” หรือ “ลบ” เช่นเดิมอันดับเครดิตระดับ “A-” สะท้อนถึงประสบการณ์ที่ยาวนานและสถานะความเป็นผู้นำในตลาดบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศของบริษัท นอกจากนี้ อันดับเครดิตยังสะท้อนถึงภาระหนี้ที่อยู่ในระดับปานกลางและแหล่งเงินทุนที่หลากหลายของบริษัทอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แนวโน้มอันดับเครดิตยังคงเป็น “Negative” หรือ “ลบ” ซึ่งสะท้อนถึงความไม่แน่นอนของแนวโน้มการฟื้นตัวอันเกิดจากอุปสรรคในการฟื้นตัวของสินทรัพย์และแรงต้านจากภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ซบเซาอย่างต่อเนื่องอันดับเครดิตของบริษัทถูกลดทอนบางส่วนจากปัจจัยเสี่ยงหลายประการไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงทางด้านเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนของกระแสเงินสด หรือความเสี่ยงในระดับสูงจากสินทรัพย์ในภาคอสังหาริมทรัพย์และการกำหนดราคาสินทรัพย์ ซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลการดำเนินงานทางการเงินของบริษัทหากไม่ได้รับการบริหารจัดการให้เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งก็มองว่าความเชี่ยวชาญของบริษัทในการประเมินราคาซื้อขายสินทรัพย์ ตลอดจนกลยุทธ์ในการเลือกลงทุน รวมถึงความหลากหลายของประเภทและสถานที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์จะช่วยลดทอนความเสี่ยงเหล่านี้ลงได้ในระดับหนึ่งอันดับเครดิตได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งที่มองว่าบริษัทจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นในการจัดเก็บเงินสดและการสร้างผลกำไรในระหว่างปี 2568-2570 ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ยอดจัดเก็บเงินสดของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจากการชำระปิดบัญชีของหนี้ด้อยคุณภาพและการขายทรัพย์สินรอการขายขนาดใหญ่ออกไป โดยมูลค่าของธุรกรรมในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 อยู่ที่จำนวนประมาณ 4.25 พันล้านบาทซึ่งช่วยเร่งยอดจัดเก็บเงินสดของบริษัทให้เพิ่มขึ้นเป็น 1.02 หมื่นล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เทียบกับ 7.5 พันล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 1.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ความสามารถในการทำกำไรซึ่งวัดจากอัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวมถัวเฉลี่ยปรับตัวดีขึ้นเป็น 2.2% (ปรับอัตราส่วนให้เป็นเต็มปีแล้ว) จาก 1.2% ในปี 2567บริษัทเปลี่ยนกลยุทธ์ไปให้ความสำคัญกับสินทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อที่จะบริหารทรัพยากรส่วนบุคคลให้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บริษัทน่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายตามประมาณการในปี 2568 ของทริสเรทติ้งได้จากธุรกรรมขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 ซึ่งน่าจะช่วยลดแรงกดดันที่อันดับเครดิตจะถูกลดลงในระยะสั้นได้ อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งยังต้องการที่จะเห็นการปรับตัวที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนของการจัดเก็บเงินสดโดยรวมของบริษัทใน ไตรมาสถัด ๆ ข้างหน้าก่อนที่พัฒนาการในเชิงบวกนี้จะส่งผลต่อแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทในมุมมองของทริสเรทติ้งนั้น ความท้าทายสำคัญ ๆ ยังคงมีอยู่ซึ่งได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ยังคงอ่อนแอ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซา และการที่สถาบันการเงินยังคงใช้หลักเกณฑ์ที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยต่อไปบริษัทยังคงใช้กลยุทธ์คัดเลือกอย่างรอบคอบในการซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 บริษัทได้ซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่มูลค่า 598 ล้านบาทเมื่อเทียบกับ 5.7 พันล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ซึ่งการชะลอตัวนี้สะท้อนถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมโดยรวมซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากความล่าช้าในการขายสินทรัพย์ด้อยคุณภาพหลังจากธนาคารแห่งประเทศไทยดำเนินโครงการช่วยเหลือลูกหนี้รวมถึงการให้ความสำคัญกับการบริหารกระแสเงินสดของบริษัทบริหารสินทรัพย์ต่าง ๆ ผลจากปัจจัยดังกล่าวทำให้อัตราการก่อหนี้ของบริษัทซึ่งวัดจากอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทลดลงเหลือ 2.06 เท่า ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 จาก 2.18 เท่า ณ สิ้นปี 2567 เมื่อมองไปข้างหน้า สภาพแวดล้อมที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง ประกอบกับระดับการก่อหนี้ที่ต่ำลงของบริษัทและการเน้นออกตราสารหนี้ใหม่ที่มีอายุน้อยลงในช่วงที่ผ่านมา คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยของบริษัทลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงหลายปีข้างหน้าทริสเรทติ้งคาดว่าสถานะแหล่งเงินทุนและสภาพคล่องของบริษัทจะยังคงอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดยบริษัทมีหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนจำนวน 1.86 หมื่นล้านบาทในช่วงเวลาดังกล่าวซึ่งแม้ว่าจะค่อนข้างมากแต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่จัดการได้ โดยภาระหนี้ดังกล่าวมีแนวโน้มว่าจะได้รับการรีไฟแนนซ์ผ่านการออกหุ้นกู้ชุดใหม่และการใช้วงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินแนวโน้มอันดับเครดิตแนวโน้มอันดับเครดิต “Negative” หรือ “ลบ” สะท้อนถึงการปรับตัวของยอดจัดเก็บเงินสดและผลกำไรที่ช้ากว่าที่ทริสเรทติ้งคาดไว้ แม้ว่าทริสเรทติ้งจะคาดว่าผลการดำเนินงานทางการเงินของบริษัทจะค่อย ๆ ฟื้นตัวในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า แต่บริษัทก็ยังคงมีความเสี่ยงในด้านลบจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนและภาวะชะลอตัวของธุรกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลงแนวโน้มอันดับเครดิตอาจถูกปรับกลับมาเป็น “Stable” หรือ “คงที่” หากผลการดำเนินงานของบริษัทปรับตัวดีขึ้นตามที่คาดไว้ในขณะที่ภาระหนี้สินทางการเงินของบริษัทยังคงอยู่ในระดับที่ไม่สูงไปกว่าระดับในปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญในทางกลับกัน อันดับเครดิตอาจถูกปรับลดลงหากผลการดำเนินงานของบริษัทอ่อนแอลง หรือภาระหนี้สินทางการเงินของบริษัทเพิ่มขึ้นเกินกว่าสมมติฐานกรณีพื้นฐานของทริสเรทติ้งเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้, 26 ธันวาคม 2567- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตสถาบันการเงิน, 25 กันยายน 2567บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (BAM)อันดับเครดิตองค์กร:A-อันดับเครดิตตราสารหนี้:BAM25OA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,334 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2568A-BAM25NA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 5,370 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2568A-BAM25NB: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2568A-BAM264A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 6,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569A-BAM264B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 240 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569A-BAM265A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,200 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569A-BAM267A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 405 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569A-BAM267B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,416 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569A-BAM26OA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 209 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569A-BAM26DA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,300 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569A-BAM274A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,545 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570A-BAM274B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,535 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570A-BAM276A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570A-BAM277A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,715 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570A-BAM279A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 5,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570A-BAM27NA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 850 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570A-BAM284A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,300 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571A-BAM284B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,200 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571A-BAM285A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 350 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571A-BAM286A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,400 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571A-BAM28OA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 903 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571A-BAM28DA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,200 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571A-BAM294A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,065 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2572A-BAM294B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 845 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2572A-BAM297A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 5,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2572A-BAM297B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 115 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2572A-BAM304A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 700 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2573A-BAM304B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 450 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2573A-BAM305A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 300 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2573A-BAM307A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,050 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2573A-BAM30OA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 670 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2573A-BAM30NA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 580 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2573A-BAM30NB: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2573A-BAM317A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2574A-BAM324A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,140 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2575A-BAM335A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,700 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2576A-BAM33OA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,734 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2576A-BAM344A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,240 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2577A-BAM347A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2577A-BAM347B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 134 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2577A-หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ในวงเงินไม่เกิน 2,500 ล้านบาท ไถ่ถอนภายใน 3 ปีA-แนวโน้มอันดับเครดิต:Negative
ทันหุ้น • 11 ก.ย. 68
อ่าน
ทริสฯ จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ CENTEL วงเงิน 250 ลบ. ที่ “A-” แนวโน้ม “Stable”
#ทันหุ้น - ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 250 ล้านบาทของ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “A-” ส่วนอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบริษัทนั้นยังคงเดิมที่ระดับ “A-” ในขณะที่แนวโน้มอันดับเครดิตยังคง “Stable” หรือ “คงที่” ทั้งนี้ บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้เพื่อการลงทุนและ/หรือใช้ในการดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, and Governance – ESG -- Projects)อันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัททั้งในธุรกิจโรงแรมและธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (Quick Service Restaurant - QSR) ในประเทศไทย ทริสเรทติ้งคาดว่าการดำเนินงานด้านโรงแรมของบริษัทจะยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์การท่องเที่ยวภายในประเทศที่มั่นคงและรายได้เพิ่มเติมจากโรงแรมที่เปิดใหม่และปรับปรุงใหม่แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ตาม นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดว่าบริษัทจะยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารบริการด่วนเอาไว้ได้ในภาวะที่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอ่อนแอลงด้วยเช่นกันในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ผลการดำเนินงานของบริษัทสอดคล้องกับประมาณการของทริสเรทติ้ง โดยบริษัทรายงานรายได้ที่จำนวน 1.24 หมื่นล้านบาทและ EBITDA ที่จำนวน 3.4 พันล้านบาท ความแข็งแกร่งของพอร์ตโรงแรมของบริษัททั้งในต่างจังหวัดและในประเทศญี่ปุ่นช่วยชดเชยผลการดำเนินงานที่อ่อนตัวของโรงแรมในกรุงเทพฯ และมัลดีฟส์ได้ โดยรายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (Revenue per Available Room -- RevPAR) เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 4,166 บาทต่อคืนสำหรับธุรกิจร้านอาหารบริการด่วนนั้น ยอดขายจากสาขาเดิมลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ในขณะที่ยอดขายโดยรวมยังคงทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของธุรกิจร้านอาหารบริการด่วนของบริษัทนั้นยังมีผลการดำเนินงานดีกว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมซึ่งเผชิญกับการลดลงของยอดขายจากสาขาเดิมในระดับที่มากกว่าในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทมีหนี้สินทางการเงินที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่จำนวน 2.92 หมื่นล้านบาทและมีอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ระดับ 4.4 เท่า (ปรับให้เป็นตัวเลขเต็มปีโดยใช้ข้อมูลย้อนหลัง 12 เดือน)แนวโน้มอันดับเครดิตแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหมายของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะสามารถดำรงสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและมีผลการดำเนินงานที่ดีทั้งในธุรกิจโรงแรมและธุรกิจร้านอาหารบริการด่วนได้ต่อไปปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตอาจถูกปรับเพิ่มขึ้นหากสถานะทางธุรกิจและการเงินของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจนส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วลดลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 3.5 เท่าเป็นอย่างมากและต่อเนื่อง ในทางตรงกันข้าม อันดับเครดิตอาจถูกปรับลดลงหากตัวชี้วัดทางการเงินของบริษัทอ่อนแอลงกว่าที่ทริสเรทติ้งคาดการณ์ไว้ไม่ว่าจะเกิดจากผลการดำเนินงานที่อ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง และ/หรือการลงทุนที่ใช้เงินกู้เป็นหลักจนส่งผลทำให้อัตราส่วนหนี้สินที่ปรับปรุงแล้วต่อ EBITDA เพิ่มขึ้นเข้าใกล้ระดับ 5 เท่าโดยไม่มีสัญญาณของการปรับตัวที่ดีขึ้นเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้, 26 ธันวาคม 2567- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป, 15 กรกฎาคม 2565- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงินสำหรับธุรกิจทั่วไป, 11 มกราคม 2565บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) (CENTEL)อันดับเครดิตองค์กร:A-อันดับเครดิตตราสารหนี้:CENTEL25NA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2568A-CENTEL266A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569A-CENTEL269A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569A-CENTEL286A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571A-CENTEL29DA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2572A-หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ในวงเงินไม่เกิน 250 ล้านบาท ไถ่ถอนภายใน 3 ปีA-แนวโน้มอันดับเครดิต:Stable
ทันหุ้น • 11 ก.ย. 68
อ่าน
สู้ยิบตา 5 เซต! สาวไทย พ่าย เช็กเกีย 2-3 รอบจัดอันดับ ชิงแชมป์โลก U21
ทีมนักตบลูกยางสาวไทย U21 พยายามสู้เต็มที่ตลอดทั้ง 5 เซต ก่อนจะพ่ายต่อ เช็กเกีย ไปอย่างหวุดหวิด 2-3 เซต (22-25, 25-21, 19-25, 25-19, 11-15) ในรอบจัดอันดับ 9-12 ศึกวอลเลย์บอลหญิง U21 ชิงแชมป์โลก 2025 ที่อินโดนีเซีย ศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ที่เมืองสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2568 ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ลงแข่งขันรอบจัดอันดับ 9-12 พบกับ ทีมชาติเช็กเกีย เซตแรก เช็กเกีย เอาชนะไปได้ก่อน 25-22 จากนั้นเซตที่ 2 ทีมนักตบลูกยางสาวไทย เร่งฟอร์มกลับมาเอาชนะได้บ้าง 25-11 ตีเสมอเป็น 1-1 เซต เซตที่ 3 เช็กเกีย ตบเข้าป้าย 25-19 ขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 เซต แต่สาวไทยไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เป็นฝ่ายเอาชนะในเซตต่อมา 25-19 ตามตีเสมอได้อีกครั้งเป็น 2-2 เซต ต้องตัดสินกันในเซตสุดท้าย ผลปรากฏว่า เช็กเกีย เล่นได้แน่นอนกว่าในเซตที่ 5 เอาชนะไป 15-11 ปิดเกมด้วยชัยชนะหวุดหวิด 3-2 เซต ได้เข้าไปเล่นรอบชิงอันดับ 9 พบกับ สหรัฐอเมริกา ส่วนทีมวอลเลย์บอลสาวไทยจะไปชิงอันดับ 11 พบกับ โครเอเชีย ในวันอาทิตย์ที่ 17 ส.ค. 2568 ข่าวที่เกี่ยวข้อง ลิ้งก์ดูสด โปรแกรมวอลเลย์บอลหญิง ชิงแชมป์โลกรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี รอเชียร์! ทัพลูกยางสาวไทย U21 เตรียมประเดิมสนาม ลุยศึกชิงแชมป์โลกฯ
กีฬาไทย • 16 ส.ค. 68
อ่าน
ตัวเด็ด.! ดาโซน จัดอันดับ 11 ผู้เล่นทีมยอดเยี่ยมศึกฟุตบอลสโมสรโลก 2025
ดาโซน บริการสตรีมมิ่งกีฬาที่ถ่ายทอดสดศึกฟุตบอลสโมสรโลก 2025 ได้ออมาจัดทีมยอดเยี่ยม หลังจบรายการนี้เป็นที่เรียบร้อยดังนี้ DAZN หรือ ดาโซน บริการสตรีมมิ่งกีฬาที่ถ่ายทอดสดศึกฟุตบอลสโมสรโลก 2025 ได้ จัดทีมยอดเยี่ยมหลังจบทัวร์นาเมนต์นี้ ออกมาในระบบ 4-4-2 โดยมีผู้เล่นของ เชลซี ทีมแชมป์ติดเข้ามาถึง 4 คน นำโดย โคล พาลเมอร์ ที่คว้ารางวัลแข้งยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ และนัดชิง ส่วน เปแอสเช ทีมรองแชมป์มีแข้งติดเข้ามา 3 คน ส่วนทางด้าน กอนซาโล่ การ์เซีย ตอร์เรส กองหน้า เรอัล มาดริด ที่คว้าดาวซัลโว ในรายการนี้ด้วยการยิงไป 4 ประตู แต่มีแอสซิสต์ดีกว่าแข้งรายอื่นๆ มีชื่อติดในพื้นที่แนวรุกคู่กับ จอห์น อาเรียส ของ ฟลูมิเนนเซ่ ด้วย สำหรับ 11 ผู้เล่นทีมยอดเยี่ยมฟุตบอลสโมสรโลก 2025 ที่ทาง ดาโซน จัดอันดับนั้นทีดังนี้ ผู้รักษาประตู ได้แก่ ยาซีน โบโน่ จากทีม อัล ฮิลาล กองหลัง แบ็กขวา ได้แก่ อัชราฟ ฮาคิมี่ จากทีม เปแอสเช กองหลัง ตำแหน่งเซ็นเตอร์ ได้แก่ มาร์กินญอส จากทีม เปแอสเช ติอาโก้ ซิลวา จากทีม ฟลูมิเนนเซ่ กองหลัง แบ็กซ้าย ได้แก่ มาร์ค กูกูเรย่า จากทีม เชลซี กองกลาง ได้แก่ เปโดร เนโต้ จากทีม เชลซี วิตินญ่า จากทีม เปแอสเช เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ จากทีม เชลซี โคล พาลเมอร์ จากทีม เชลซี กองหน้า ได้แก่ จอห์น อาเรียส จากทีม ฟลูมิเนนเซ่ กอนซาโล่ การ์เซีย ตอร์เรส จากทีม เรอัล มาดริด ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมบอลวันนี้ ตารางบอลวันนี้ พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด สรุปผลบอล ผลบอลเมื่อคืน เช็กผลบอล ผลบอลสดวันนี้
ลีกอื่นๆ • 16 ก.ค. 68
อ่าน
จัดอันดับความปังตามปีนักษัตร ประจำสัปดาห์ช่วงวันที่ 22 – 28 มิ.ย. 68 โดย อ.นำ เสขบุคคล
เช็คอันดับความปังตามปีนักษัตรรายสัปดาห์แม่นๆ กับ อ.นำ เสขบุคคล ดวง 360 ช่วง 22 28 มิ.ย.68 กันค่ะ นักษัตรของคุณนั้นจะติดอันดับไหม จะโดดเด่น หรือต้องระวังด้านใดมาดูกันได้เลยค่าและพิเศษ! ลูกค้าใหม่สามารถรับโค้ดส่วนลดสำหรับจองคิวดูดวงครั้งแรกที่ท้ายบทความค่า จัดอันดับความปังตามปีนักษัตร ประจำสัปดาห์ช่วงวันที่ 22 28 มิ.ย. 68 โดย อ.นำ เสขบุคคล อันดับที่ 1 ได้แก้ท่านที่เกิดปีมะโรง ปีมะแม และปีวอก ปีมะโรง ในช่วงนี้คุณจะดวงดี มีเกณฑ์ที่จะมีโชคมีลาภเข้ามาถึงตัว โดยไม่คาดคิดไม่คาดฝัน โชคจะมาจากบ้านที่อยู่อาศัย หรือญาติพี่น้อง และยังมีโอกาสที่จะได้รับการดูแลเอาใจใส่จากคู่ครองคนรักอีกด้วย ปีมะแม ในช่วงนี้ดวงของคนกำลังดี คุณมีโอกาสที่จะได้ทำงานที่ดีขึ้น หรือปัญหาที่เกิดจากงานจะคลี่คลายลงไปในทิศทางที่ดี มีเกณฑ์การเดินทางไกลประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีโอกาสที่จะได้บุตรหลานบริวารสมาชิกใหม่เพิ่มในครอบครัว ปีวอก ในช่วงนี้ดวงของคุณกำลังดี คุณมีโอกาสดีเกี่ยวกับการเงินโครงการใหม่ หรือสิ่งใหม่ๆกำลังจะเข้ามาถึงตัวคุณ และคุณก็จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานที่ดี แถมยังมีโชคมีลาภจากหน้าที่การงานและการเงินอีกด้วย อันดับที่ 2 ได้แก่ท่านที่เกิดปีฉลู ปีเถาะ และปีมะเส็ง ปีฉลู ในช่วงนี้คนที่เกิดปีฉลูมีเกณฑ์ดวงดี มีความสำเร็จในตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดี การเงินก็จะคล่องตัว และ ความรักก็ดี มีเกณฑ์การเดินทางไกลได้โชคได้ลาภจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ให้ระวังปัญหาเรื่องสุขภาพบ้าง ปีเถาะ ในช่วงนี้ดวงของคุณกำลังจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานที่ดีขึ้น และมีเกณฑ์ที่จะได้โชคจากแฟน หรือคนที่เป็นโสดอยู่มีโอกาสที่จะได้เจอกับความรักที่แท้จริง ในช่วงนี้อาจจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับความเครียด ปีมะเส็ง ในช่วงนี้ดวงของคุณกำลังจะมีโชคมีลาภจากหน้าที่การงาน และการเงินประสบความสำเร็จที่ดี มีชัยชนะเหนือปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ได้โชคได้สิ่งที่ดีๆ ได้เงิน แต่อาจจะระวัง เกี่ยวกับเรื่องของการไปค้ำประกันในใคร หรือให้เงินใครยืม อันดับที่ 3 ได้แก่ท่านที่เกิดปีชวด ปีระกา และปีกุน ปีชวด ในช่วงนี้คนเกิดปีชวดอาจจะมีปัญหาเรื่องการใช้เงินการหมุนเงินเครดิต หน้าตาชื่อเสียงของตัวเองอาจจะมีปัญหาในช่วงนี้อาจจะมีปัญหาเครียดและมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับคู่ครองคนรัก ในช่วงนี้มีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับรายจ่ายค่อนข้างที่จะมาก แต่จะโชคดีถ้าหากไหว้พระทำบุญสิ่งร้ายจะกลายเป็นดีได้ ปีระกา ในช่วงนี้ดวงของคนอาจจะมีปัญหาอยู่บ้าง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเอง ญาติพี่น้องอาจจะนำมาซึ่งความเสียหาย ความรักความขัดแย้ง ซึ่งมันจะเป็นของคู่กัน หรือในช่วงนี้อาจจะมีปัญหาทะเลาะกับแฟน ในช่วงนี้มีเกณฑ์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะให้โชคดังนั้นจึงควรไหว้พระทำบุญบ่อยๆ ปีกุน ในช่วงนี้ดวงของคุณมีโอกาสที่จะเดินทางไกลไปต่างประเทศ แต่ให้ระวังเรื่องปัญหาเกี่ยวกับความรัก บุตรหลานบริวารในครอบครัวจะทำให้เดือดร้อน ในช่วงนี้อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับญาติพี่น้องหรือคนใกล้ชิดนำปัญหามาให้ อันดับที่ 4 ได้แก่ท่านที่เกิดปีขาล ปีมะเมีย และปีจอ ปีขาล ในช่วงนี้อาจจะวุ่นวายปัญหาหลักเรื่องของตัวเอง ทั้งสุขภาพ ความเจ็บป่วย ถ้าไม่เกิดขึ้นกับตัวเองก็จะเกิดขึ้นกับแฟน ในช่วงนี้เป็นช่วงที่จะมีเรื่องวุ่นวายปวดหัวมากมาย หนี้สินการเงินความขัดข้อง ความขัดเคืองบริวารทำให้เดือดร้อนเป็นช่วงดวงไม่ค่อยดี ทำบุญเยอะๆนะครับ ปีมะเมีย ในช่วงนี้อาจจะมีปัญหาเกิดความเสียหาย สุขภาพ ความขัดแย้งความไม่ลงตัว อย่าเอาตัวเองไปแลกกับหน้าตาเกียรติศักดิ์ศรี เพราะว่ามันจะถูกดูถูกดูหมิ่นดูแคลน การเงินก็จะมีปัญหาได้เป็น ช่วงนี้คุณต้องปลีกวิเวกอย่ายุ่งเกี่ยวกับสังคมภายนอก ปีจอ ในช่วงนี้ดวงของคุณอาจจะมีปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพ การเงิน-การงานจะมีปัญหา มีอุปสรรคมีความขัดแย้ง มีความไม่ลงตัว มีปัญหากับเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านายได้ ++++++++ ดวง 360 พร้อมให้บริการดูดวงออนไลน์ และแนะนำเบอร์มงคลโดยนักพยากรณ์ชั้นนำของเมืองไทย ดาวน์โหลดแอป ดวง360 ได้ที่https://bit.ly/3fxQwcL หรือ https://star360.net/ พิเศษ! ลูกค้าใหม่รับโค้ดส่วนลดมูลค่า 300 บาท เพียงกรอกโค้ด NEW360เฉพาะจองคิวดูดวงครั้งแรกเท่านั้นhttps://star360.net/
รายสัปดาห์ • 23 มิ.ย. 68
อ่าน
จัดอันดับความปังตามปีนักษัตร ประจำสัปดาห์ช่วงวันที่ 25 - 31 พ.ค. 68 โดย อ.นำ เสขบุคคล
เช็คอันดับความปังตามปีนักษัตรรายสัปดาห์แม่นๆ กับ อ.นำ เสขบุคคล ดวง 360 ช่วง 25 - 31พ.ค. 68 กันค่ะ นักษัตรของคุณนั้นจะติดอันดับไหม จะโดดเด่น หรือต้องระวังด้านใดมาดูกันได้เลยค่าและพิเศษ! ลูกค้าใหม่สามารถรับโค้ดส่วนลดสำหรับจองคิวดูดวงครั้งแรกที่ท้ายบทความค่า จัดอันดับความปังตามปีนักษัตร ประจำสัปดาห์ช่วงวันที่ 25 - 31 พ.ค. 68 โดย อ.นำ เสขบุคคล อันดับที่ 1 ได้แก่ท่านที่เกิดปีมะเส็ง ปีมะแม และปีกุน ปีมะเส็ง ในช่วงนี้ มีเกณฑ์ที่จะประสบความสำเร็จ มีโชคมีลาภ คู่ หรือแฟนจะให้โชค ในช่วงนี้ จะทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ แต่อาจจะมีปัญหาขัดแย้งกับผู้ใหญ่ หรือเจ้านายอยู่บ้าง ให้ใช้ความสุขุมรอบคอบ แล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะประสบความสำเร็จเยี่ยมดีมาก ปีมะแม ในช่วงนี้ มีโอกาสที่ดี มีเกณฑ์การเดินทางไกล ประสบความสำเร็จในการทำงานหรือการลงทุน ในช่วงนี้ มีโอกาสที่จะโดดเด่นทางสังคม ทำอะไรก็มีแต่ได้เป็นช่วงจังหวะที่ดวงดีโชคดี ปีกุน ในช่วงนี้มีเกณฑ์ที่จะประสบความสำเร็จในการลงทุนการทำธุรกิจสิ่งใหม่ๆ ในช่วงนี้ให้ระวังคนในบ้าน หรือคนในครอบครัวผู้ใหญ่จะเจ็บป่วยได้ อันดับที่ 2 ได้แก่ท่านที่เกิดปีขาล ปีมะเมีย ปีวอก และปีระกา ปีขาล ในช่วงนี้ มีโอกาสที่จะโชคดี ได้รับความสำเร็จ ที่ดีในชีวิต มีโชคมีลาภได้เงินก้อนโต แต่อาจจะมีเหตุมีปัญหาทำให้เกิดความไม่เรียบร้อยลงตัว เกี่ยวกับเอกสารสัญญาการเจรจาการตกลง ปีมะเมีย ในช่วงนี้อาจจะมีปัญหามีเรื่องวุ่นวาย มีเรื่องเสียหายสุขภาพไม่ดี ต้องระวังโดยเฉพาะ การกระทบกระทั่งกันระหว่างตนเองกับแฟน แต่ในช่วงนี้คุณมีเกณฑ์ที่จะได้โชคได้ลาภได้เงินก้อนโต หรือประสบความสำเร็จในการลงทุนในช่วงนี้มีเกณฑ์ข่าวดีเรื่องเงินหรือการลงทุน ปีวอก ในช่วงนี้มีโอกาสที่จะมีสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นกับตนเองประสบความสำเร็จมีบุตรธิดา หรือมีสมาชิกใหม่เพิ่มในครอบครัว เป็นระยะเวลาของโชคดี แต่ ให้ระวังเรื่องอารมความหงุดหงิด ความใจร้อนหรือการทะเลาะกับแฟนเพศตรงข้ามทำให้ เดือดร้อน ปีระกา ในช่วงนี้อาจจะมีปัญหามีความขัดแย้ง คำพูดวาจารุนแรง มีเหตุทำให้ทะเลาะกันกับแฟน ในช่วงนี้ก็มีเกณฑ์ที่จะได้โชคได้ลาภ ที่เกิดจากความฝันของตัวเองหรือ คุณจะประสบความสำเร็จในการลงทุนการทำธุรกิจ อันดับที่ 3 ได้แก่ท่านที่เกิดปีเถาะและ ปีจอ ปีเถาะ ในช่วงนี้มีเกณฑ์ที่จะประสบความสำเร็จกับสิ่งใหม่ๆ โครงการใหม่ไอเดียใหม่ โปรเจคใหม่ มีเพศตรงข้ามเข้ามาช่วยเหลือเกื้อกูลสนับสนุน แต่จะถูกใส่ร้ายใส่ความ มีเรื่องยุ่งว่างวุ่นวาย และอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับการฟ้องร้อง มีเรื่องมีราว ปีจอ ในช่วงนี้อาจจะมีเหตุความเครียด ความกดดัน แต่คุณก็จะประสบความสำเร็จ และก้าวพ้นปัญหาต่างๆไปได้ด้วยดี มีเกณฑ์ที่จะมีโชคมีลาภ ผู้ใหญ่เกื้อกูลสนับสนุนเมตตา ทำให้คุณประสบความสำเร็จ และมีเกณฑ์การเดินทางไกลไปต่างประเทศ แต่ให้ระวังปัญหาเรื่องของความเครียดความกดดันและก็เพศตรงข้าม อันดับที่ 4 ได้แก่ท่านที่เกิดปีชวด ปีฉลู และปีมะโรง ปีชวด ในช่วงนี้ดวงของคุณอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้เงินการหมุนเงินการหมดเปลืองเก็บเงินไม่อยู่แล้วก็ต้องระวังญาติพี่น้องหรือคนในบ้านอาจจะทำให้เกิดปัญหาปวดหัวยุ่งยากวุ่นวายสาเหตุเกิดจากคำพูดการเจรจาการตกลงในช่วงนี้ให้ระวังเรื่องคำพูด ปีฉลู ในช่วงนี้ให้ระวังจะมีปัญหากับผู้ใหญ่หรือเจ้านายและอาจจะต้องระวังอารมณ์ความหงุดหงิดความใจร้อนเพศตรงข้าม การทะเลาะเบาะแว้งการกับคู่ครองคนรัก ปีมะโรง ในช่วงนี้ อาจจะต้องระวัง ปัญหา ที่เกิดจากอารมณ์ความหงุดหรือความใจร้อนหรือเพศตรงข้าม นำเรื่องทุกข์นำเรื่องเครียดมาให้ ++++++++++++ ดวง 360 พร้อมให้บริการดูดวงออนไลน์ และแนะนำเบอร์มงคลโดยนักพยากรณ์ชั้นนำของเมืองไทย ดาวน์โหลดแอป ดวง360 ได้ที่https://bit.ly/3fxQwcL หรือ https://star360.net/ พิเศษ! ลูกค้าใหม่รับโค้ดส่วนลดมูลค่า 300 บาท เพียงกรอกโค้ด NEW360เฉพาะจองคิวดูดวงครั้งแรกเท่านั้นhttps://star360.net/
รายสัปดาห์ • 23 พ.ค. 68
อ่าน
จัดอันดับความปังตามปีนักษัตร ประจำสัปดาห์ช่วงวันที่ 18 - 24 พ.ค. 68 โดย อ.นำ เสขบุคคล
เช็คอันดับความปังตามปีนักษัตรรายสัปดาห์แม่นๆ กับ อ.นำ เสขบุคคล ดวง 360 ช่วง 18 - 24 พ.ค. 68 กันค่ะ นักษัตรของคุณนั้นจะติดอันดับไหม จะโดดเด่น หรือต้องระวังด้านใดมาดูกันได้เลยค่าและพิเศษ! ลูกค้าใหม่สามารถรับโค้ดส่วนลดสำหรับจองคิวดูดวงครั้งแรกที่ท้ายบทความค่า จัดอันดับความปังตามปีนักษัตร ประจำสัปดาห์ช่วงวันที่ 18 - 24 พ.ค. 68 โดย อ.นำ เสขบุคคล อันดับที่ 1 ได้แก่ท่านที่เกิด ปีเถาะ ปีมะโรง ปีมะเมีย และปีระกา ปีเถาะ ในช่วงนี้ คุณจะประสบความสำเร็จเกี่ยวกับด้านการเงิน คุณจะโชคดีความรักก็สดชื่นสมหวัง และประสบความสำเร็จที่ดี ตลอดจนถึงอาชีพหน้าที่การงานก็ประสบความสำเร็จไปในทิศทางที่ดีด้วย ปีมะโรง ในช่วงนี้คุณมีโอกาสที่จะได้รับความสำเร็จในหน้าที่การงาน ความก้าวหน้าความสำเร็จในโชคลาภที่มาจากตนเอง หรือคู่ครอง คนรัก และยังมีโอกาสที่จะได้เดินทางไกลไปต่างประเทศ หรือได้รับความสำเร็จที่ดีในชีวิต ปีมะเมีย ในช่วงนี้คุณมีโอกาสที่ดี จะได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนฝูงสังคม หรือผู้ใหญ่มีความสำเร็จมีโอกาสที่ดีในชีวิตรักและ ความมั่นคงของชีวิต ปีระกา ในช่วงนี้คุณจะมีโชคมีลาภได้เงิน จากทั้งน้ำพักน้ำแรงของตนเอง และจากคนรัก ในช่วงนี้คุณจะมีความสำเร็จสมหวังทั้งการเงินและความรัก ++++++++++++++++++++++++++++++ อันดับที่ 2 ท่านที่เกิด ปีชวด ปีขาล และ ปีมะแม ปีชวด ในช่วงนี้คุณจะประสบความสำเร็จดีมีชื่อเสียงมีหน้าตาทางสังคม และประสบความสำเร็จที่ดี มีโอกาสใหม่ๆสิ่งใหม่ๆเข้ามา และคุณมีโอกาสที่จะมีความก้าวหน้าในอาชีพหน้าที่การงาน แต่มีปัญหาคือเรื่องเงิน ขาดสภาพคล่องหรือมีปัญหาใช้เงินมาก ปีขาล ในช่วงนี้คุณมีโอกาสประสบความสำเร็จที่ดีในอาชีพการงานธุรกิจ แต่ให้ระวังปัญหาเกี่ยวกับความรักคู่ครองสุขภาพไม่ตัวเองหรือคนรักจะเจ็บป่วยได้ ปีมะแม ในช่วงนี้อาจจะมีปัญหาเรื่องวุ่นวาย มีเรื่องสับสนในชีวิตทำให้เหมือนหาทางออกไม่เจอ แต่คุณจะประสบความสำเร็จที่ดี จากคนรักแฟนช่วยเหลือ โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องเงิน คุณจะได้รับการช่วยเหลือจากแฟน ในช่วงนี้งานอาจจะวุ่นวายสักหน่อย ++++++++++++++++++++++++++++++ อันดับที่ 3 ได้แก่ท่านที่เกิดปีวอก และ ปีจอ ปีวอก ในช่วงนี้คุณอาจจะมีปัญหาจากการเจรจา-การติดต่อ การสื่อสารกับเพื่อนฝูง สังคมคนรอบข้างอาจจะมีคนไม่เข้าใจคุณ หรือเข้าใจคุณผิดเพราะคำพูดและมีโอกาสที่จะทะเลาะกันกับแฟนได้อีกด้วย ปีจอ ในช่วงนี้ คุณอาจจะมีปัญหาสุขภาพความเจ็บป่วย โรคภัย-ไข้เจ็บทำให้เกิดปัญหาได้ และในช่วงนี้อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับคนรักเกี่ยวกับแฟนต้องระวัง++++++++++++++++++++++++++++++ อันดับที่ 4 ได้แก่ท่านที่เกิดxuปีฉลู ปีมะเส็ง และปีกุน ปีฉลู ในช่วงนี้ ให้ระวังสุขภาพความเจ็บไข้ได้ป่วยความไม่สบาย อาจจะทำให้คุณมีปัญหาได้ และในช่วงนี้ให้ระวังอย่าไปค้ำประกันใครอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับใคร มันจะทำให้คุณเดือดร้อนเสียหายในช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ สุขภาพไม่ค่อยดี ปีมะเส็ง ในช่วงนี้คุณอาจจะมีปัญหา มีเรื่องเครียดมีเรื่องทำให้อารมณ์เสียอารมณ์ร้อนระวังจะถูกหลอกลวง อย่าเชื่อใจใครง่าย ในช่วงนี้อย่าค้ำประกันใคร และพยายามลดอารมณ์ของความโกรธ ความเครียดลดลง ไม่เช่นนั้นคุณจะมีปัญหากับตัวเอง และคนรัก ปีกุน ในช่วงนี้ต้องระวังเรื่องสุขภาพความเจ็บป่วยความเครียดอารมณ์ขุ่นเคืองง่าย และปัญหาเกี่ยวกับทางด้านการเงินค่าทรัพย์ภาพคล่องหรือมีเหตุจำเป็นต้องใช้ใจมาก ++++++++++++++++++++++++++++++ ดวง 360 พร้อมให้บริการดูดวงออนไลน์ และแนะนำเบอร์มงคลโดยนักพยากรณ์ชั้นนำของเมืองไทย ดาวน์โหลดแอป ดวง360 ได้ที่https://bit.ly/3fxQwcL หรือ https://star360.net/ พิเศษ! ลูกค้าใหม่รับโค้ดส่วนลดมูลค่า 300 บาท เพียงกรอกโค้ด NEW360เฉพาะจองคิวดูดวงครั้งแรกเท่านั้นhttps://star360.net/
รายสัปดาห์ • 16 พ.ค. 68
อ่าน
จัดอันดับความปังตามปีนักษัตร ประจำสัปดาห์ช่วงวันที่ 11-17 พ.ค. พ.ค. 68 โดย อ.นำ เสขบุคคล
เช็คอันดับความปังตามปีนักษัตรรายสัปดาห์แม่นๆ กับ อ.นำ เสขบุคคล ดวง 360 ช่วง 11-17 พ.ค. 68 กันค่ะ นักษัตรของคุณนั้นจะติดอันดับไหม จะโดดเด่น หรือต้องระวังด้านใดมาดูกันได้เลยค่าและพิเศษ! ลูกค้าใหม่สามารถรับโค้ดส่วนลดสำหรับจองคิวดูดวงครั้งแรกที่ท้ายบทความค่า จัดอันดับความปังตามปีนักษัตร ประจำสัปดาห์ช่วงวันที่ 11-17 พ.ค. 68 โดย อ.นำ เสขบุคคล อันดับที่ 1 ได้แก่ท่านที่เกิดปีชวด และ ปีมะเส็ง ปีชวด คุณกำลังจะโชคดีและประสบความสำเร็จได้รับการช่วยเหลือเกื้อกูลจากผู้ใหญ่ มีโอกาสเด่นดังทางสังคมและมีการพัฒนาตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น ปีมะเส็ง ในช่วงนี้ดวงของคุณกำลังดีคุณจะประสบความสำเร็จแบบไม่คาดคิดไม่คาดฝันและมีโอกาสที่จะได้จับเงินก้อนโตมีโชคดีจากการเสี่ยงโชคหรือได้เงินมาแบบง่ายๆ++++++++++++++++++++ อันดับที่ 2 ได้แก่ท่านที่เกิดปีฉลู และ ปีมะแม ปีฉลู ในช่วงนี้คุณจะประสบความสำเร็จในการทำงานได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนจากผู้ใหญ่หรือเจ้านายและ การเงินจะคล่องตัวมากขึ้นแต่ให้ระวังเรื่องสุขภาพ ปีมะแม ในช่วงนี้คุณมีโอกาสโดดเด่นทำอะไรก็ประสบความสำเร็จการได้รับเกียรติได้รับเครดิตการยกย่องหรือมีโอกาสได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งมีสิ่งที่ดีเกิดขึ้นในชีวิตมีข่าวดี แต่มีโอกาสที่จะต้องเสียเงินหรือใช้เงินมากในช่วงนี้++++++++++++++++++++ อันดับที่ 3 ได้แก่ท่านที่เกิดปีเถาะ ปีวอก ปีระกา และปีกุน ปีเถาะ ในช่วงนี้หน้าที่การงานจะรับเล่นคล่องตัวได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนจากผู้ใหญ่หรือเจ้านายมีเกณฑ์การซ่อมบ้านทำบ้านได้ในช่วงนี้มีโอกาสเจ็บป่วยถ้าไม่ได้เป็นกับตัวเองก็จะเป็นกับญาติผู้ใหญ่ในบ้าน ปีวอก ในช่วงนี้คุณมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานที่ดีและ มีเกณฑ์การไปทำบุญเข้าวัด มีโอกาสที่จะได้เงินจากการลงทุนหรือการทำงานแต่ในช่วงนี้ให้ระวังเรื่องเกี่ยวกับรถเสียต้องซ่อมหรือมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกกล้ามเนื้อเส้นเอ็นต่างๆไม่ดี ปีระกา ในช่วงนี้อาจจะมีอุปสรรคในชีวิตบำเหน็ดเหนื่อยความเหนื่อยยากปัญหาเรื่องเก่าๆอาจจะวนเวียนทำมาให้ปวดหัวแต่คุณจะฝ่าฟันและเอาชนะมันไปได้ ถึงแม้จะประสบความทุกข์ยากบ้างแต่ความสำเร็จก็ยังมีอยู่ ปีกุน ในช่วงนี้ให้ระวังปัญหาความเดือดร้อนเพราะเพื่อนฝูงสังคมคนใกล้ชิด มีปัญหาเรื่องผลประโยชน์รายได้แต่ถ้าหากคุณเป็นคนที่ไม่ประมาทหมั่นไหว้พระทำบุญสวดมนต์ สิ่งที่ร้ายจะกลายเป็นดี++++++++++++++++++++ อันดับที่ 4 ได้แก่ท่านที่เกิดปีขาล ปีมะโรง ปีมะเมีย และปีจอ ปีขาล ในช่วงนี้ให้ระวังจะมีปัญหาเกี่ยวกับการเดินทางการเสียเงินการพลัดพรากจากถิ่นฐานที่อยู่อาศัยเป็นช่วงเวลาที่คุณจะต้องใช้เงินมากกระเป๋าฉีก ระวังจะมีเรื่องมีราวมีคดีความ ปีมะโรง ในช่วงนี้ให้ระวังเรื่องสุขภาพความเจ็บไข้ได้ป่วยหรือปัญหาที่เกิดจากความวุ่นวายต่างๆเกี่ยวกับคู่ครองคนรัก ตลอดจนถึงผู้ใหญ่คนในบ้านคนในครอบครัวจะป่วยหรือไม่สบายได้มันสวดมนต์ทำบุญ และระวังเรื่องคำพูดสิ่งที่ร้ายจะได้กลายเป็นดี ปีมะเมีย ในช่วงนี้มีเกณฑ์ที่จะเสียเงินเสียทรัพย์เพราะบริวารหรือเพื่อนของสังคมจะทำให้คุณประสบปัญหาอย่าไว้ใจใครอย่าให้เงินใครยืมในช่วงนี้หากมีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่การงานคุณต้องขยันให้มากเป็น 2 เท่าปัญหาต่างๆจะคลี่คลายไปได้ด้วยความมุมานะอดทนของคุณ ปีจอ ในช่วงนี้อาจจะมีปัญหามีเรื่องปวดหัวหลายอย่างอารมณ์ร้อนอารมณ์หงุดหงิดการเดินทางอาจจะมีปัญหาความดื้อรั้นความทิฐิถือดีของตนจะนำปัญหามาให้ ไม่ควรแข็งจนเกินไป เพราะจะทำให้เกิดปัญหากับผู้ใหญ่หรือเจ้านาย ++++++++++++++++++++ ดวง 360 พร้อมให้บริการดูดวงออนไลน์ และแนะนำเบอร์มงคลโดยนักพยากรณ์ชั้นนำของเมืองไทย ดาวน์โหลดแอป ดวง360 ได้ที่https://bit.ly/3fxQwcL หรือ https://star360.net/ พิเศษ! ลูกค้าใหม่รับโค้ดส่วนลดมูลค่า 300 บาท เพียงกรอกโค้ด NEW360เฉพาะจองคิวดูดวงครั้งแรกเท่านั้นhttps://star360.net/
รายสัปดาห์ • 9 พ.ค. 68
อ่าน
จัดอันดับความปังตามปีนักษัตร ประจำสัปดาห์ช่วงวันที่ 4-10 พ.ค. 68 โดย อ.นำ เสขบุคคล
เช็คอันดับความปังตามปีนักษัตรรายสัปดาห์แม่นๆ กับ อ.นำ เสขบุคคล ดวง 360 ช่วง 4-10 พ.ค.68กันค่ะ นักษัตรของคุณนั้นจะติดอันดับไหม จะโดดเด่น หรือต้องระวังด้านใดมาดูกันได้เลยค่าและพิเศษ! ลูกค้าใหม่สามารถรับโค้ดส่วนลดสำหรับจองคิวดูดวงครั้งแรกที่ท้ายบทความค่า จัดอันดับความปังตามปีนักษัตร ประจำสัปดาห์ช่วงวันที่ 4-10 พ.ค. 68 โดย อ.นำ เสขบุคคล อันดับที่ 1 ได้แก่ท่านที่เกิดปีเถาะ ปีมะโรง มะเมีย ปีเถาะ ดวงโชคลาภของคุณอยู่ในเกณฑ์ที่ดี จะส่งผลทำให้คุณมีโชคมีลาภ เพื่อนในสังคม คนใกล้ชิดหรือญาติพี่น้องจะให้โชคให้ลาภแก่คุณ และช่วยทำให้คุณได้ผลประโยชน์รายได้ที่ดี ปีมะโรง คุณจะเป็นคนที่โชคดีจากการเข้าวัดจากการทำบุญมีโชคมีลาภแบบไม่คาดคิดไม่คาดฝัน คุณอาจจะได้โชคจากบ้านจากรถ หรือ อะไรที่เป็นตัวของคุณเองเช่นเลขวันเกิดพ.ศเกิด ถือว่าคนเกิดปีมะโรงค่อนข้างที่จะโชคดี ปีมะเมีย ดวงในช่วงนี้คุณมีโอกาสที่ดี ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จหยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองคุณกำลังจะมีโชค จะได้เงินก้อนโต อันดับที่ 2 ได้แก่ท่านที่เกิด ปีขาล ปีมะเส็ง ปีจอ ปีขาล ในช่วงนี้คุณมีเกณฑ์ที่จะมีโชคมีลาภ ได้เงิน จากความสามารถการลงทุนการกระทำของตนเอง แต่อาจจะมีปัญหาคือมีรายจ่ายมาก มีเหตุต้องเสียเงินบ่อยๆ จากครอบครัว หรือคนในปกครอง ปีมะเส็ง ในช่วงนี้คุณอาจจะมีปัญหา เกี่ยวกับสุขภาพอยู่บ้าง แต่เกณฑ์ประสบความสำเร็จในด้านหน้าที่การงานและการเงินก็ยังคงมีอยู่ ในช่วงนี้ คุณจะมีโชคจากญาติพี่น้อง จากผู้ใหญ่ ปีจอ ในช่วงนี้ คุณมีโอกาสประสบความสำเร็จจากการเดินทางไกล หรือการได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง มีโอกาสที่ดี ที่จะได้รับรางวัลของขวัญของฝาก แต่อาจจะต้องระวัง เกี่ยวกับการเชื่อคนง่าย จะถูกหลอกได้ อันดับที่ 3 ได้แก่ท่านที่เกิด ปีฉลู ปีมะแม ปีระกา ปีฉลู ในช่วงนี้คุณมีโอกาสเสียเงินหมดเปลืองเก็บเงินไม่อยู่แต่คุณจะมีโชคจากลูกหลานเด็กๆ หรือคนอายุน้อย คุณจะประสบความสำเร็จที่ดี เกี่ยวกับการลงทุน สิ่งที่จะได้ด้วยความสามารถ หรือหยาดเหงื่อในใจของคุณเอง สู้ๆพยายามให้ดีที่สุด ปีมะแม ในช่วงนี้ให้ระวังเรื่องสุขภาพและหมดเปลืองเกี่ยวกับรายจ่าย แต่คุณจะได้โชคจากเพศตรงข้ามหรือมีโชคจากแฟน ปีระกา ในช่วงนี้ดวงโชคลาภของคุณยัง ไม่ค่อยโดดเด่น อาจจะต้องระวังเลยปัญหาที่เกี่ยวกับการคิดมากความเครียดความกังวล อันดับที่ 4 ได้แก่ท่านที่เกิดปีชวด ปีวอก ปีกุน ปีชวด ในช่วงนี้ดวงไม่ค่อยดี โชคลาภของคุณยังไม่ค่อยมี แล้วอาจจะเกิดปัญหาเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกับแฟนด้วยความฉุนเฉียวหงุดหงิดใจร้อน ปีวอก ในช่วงนี้ให้ระวังเรื่องของสุขภาพความเจ็บป่วย และให้ระวังเรื่องความรัก ท่านอาจจะถึงจุดเปราะบางมีรอยร้าว ทำให้คนสองคนเกิดปัญหาเรื่องความรักกันได้ สุขภาพไม่ดี ปีกุน ในช่วงนี้ดวงโชคลาภของคุณมีโอกาสที่จะได้โชคลาภจากบุตรหลานหรือเด็กๆ แต่ในช่วงนี้ให้ระวังความเสียหายการถูกหลอกลวงหรือมีปัญหากับแฟนกับคนรักได้ +++++++++ ดวง 360 พร้อมให้บริการดูดวงออนไลน์ และแนะนำเบอร์มงคลโดยนักพยากรณ์ชั้นนำของเมืองไทย ดาวน์โหลดแอป ดวง360 ได้ที่https://bit.ly/3fxQwcL หรือ https://star360.net/ พิเศษ! ลูกค้าใหม่รับโค้ดส่วนลดมูลค่า 300 บาท เพียงกรอกโค้ด NEW360เฉพาะจองคิวดูดวงครั้งแรกเท่านั้นhttps://star360.net/
รายสัปดาห์ • 2 พ.ค. 68
อ่าน
จัดอันดับความปังตามปีนักษัตร ประจำสัปดาห์ช่วงวันที่ 30 มี.ค.- 5 เม.ย. 68 โดย อ.นำ เสขบุคคล
เช็คอันดับความปังตามปีนักษัตรรายสัปดาห์แม่นๆ กับ อ.นำ เสขบุคคล ดวง 360 ช่วง 30 มี.ค.- 5 เม.ย.68กันค่ะ นักษัตรของคุณนั้นจะติดอันดับไหม จะโดดเด่น หรือต้องระวังด้านใดมาดูกันได้เลยค่าและพิเศษ! ลูกค้าใหม่สามารถรับโค้ดส่วนลดสำหรับจองคิวดูดวงครั้งแรกที่ท้ายบทความค่า จัดอันดับความปังตามปีนักษัตร ประจำสัปดาห์ช่วงวันที่ 30 มี.ค.- 5 เม.ย. 68 โดย อ.นำ เสขบุคคล อันดับที่ 1 ได้แก่ท่านที่เกิดปีชวด และปีวอก ปีชวด ในช่วงนี้ คุณจะโชคดี เกี่ยวกับเรื่องของการเงินและความรักคุณจะได้โชคได้ลาภ ได้เงินจากเพศตรงข้าม หรือจากแฟนจากคนรัก มีโอกาสที่จะได้จับเงินก้อนโต ปีวอก ดวงเกี่ยวกับ โชคลาภ สิ่งใหม่ๆ หน้าที่การงานของคุณจะเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า มีโอกาสที่จะได้บุตรหลานบริวารเพิ่ม อันดับที่ 2 ได้แก่ท่านที่เกิดปีปีมะแม และปีจอ ปีมะแม ดวงโชคลาภของคุณอยู่ในเกณฑ์ที่ดีหรือคุณจึงมีโชคดีเกี่ยวกับหน้าที่การงานประสบความสำเร็จในการลงทุนการทำธุรกิจใหม่ๆและอาจจะต้องระวัง เกี่ยวกับปัญหา ในบ้านในครอบครัวกับคนรัก ปีจอ คุณกำลังจะโชคดี มีโอกาสได้เดินทางไกล ไปต่างประเทศ หรือ ประสบความสำเร็จเกี่ยวกับหน้าที่การงาน แต่คุณยังมีปัญหาเรื่องสุขภาพเรื่องความเจ็บไข้ได้ป่วย อันดับที่ 3 ได้แก่ท่านที่เกิดปีปีขาล ปีมะโรง ปีมะเมีย และปีฉลู ปีขาล ดวงของคุณมีโอกาสที่จะได้โชคได้ลาภจากเพศตรงข้าม หรือ จากเพื่อนฝูงสังคมแต่ในช่วงนี้ให้ระวัง ปัญหาเกี่ยวกับด้านสุขภาพ ความเจ็บไข้ได้ป่วย มีปัญหาบ้านที่อยู่อาศัย ปีมะโรง ในช่วงนี้ คุณอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับความรัก ครอบครัว หรือ ปัญหาที่เกี่ยวกับสุขภาพ แต่คุณยังมีโชค ที่เรียกว่าทุกขลาภ อยู่บ้าง ปีมะเมีย ในขณะนี้ คุณ มีโอกาสที่จะได้ อ่านใหม่โครงการใหม่ หรือประสบความสำเร็จในการเดินทาง การลงทุนแต่ในช่วงนี้ อาจจะต้องระวัง มีปัญหากับ แฟนหรือเพศตรงข้ามนำเรื่องเดือดร้อนมาให้ ปีฉลู ในช่วงนี้คุณมีโอกาสที่จะ เดินทาง ไปทำบุญ ได้ของดี ได้ของศักดิ์สิทธิ์ เข้ามาครอบครอง แต่คุณ จะมีปัญหาเกี่ยวกับการเงิน โอนเงินไม่ทันขาดสภาพคล่องทางการเงิน อันดับที่ 4 ได้แก่ท่านที่เกิดปีเถาะ ปีมะเส็ง ปีระกา และปีกุน ปีเถาะ ในช่วงนี้ อาจจะมีเรื่องยุ่งยากวุ่นวายเสียหาย ทั้งการเงินและสุขภาพ ความเจ็บไข้ได้ป่วย ความรัก เป็นช่วงวุ่นวาย ปีมะเส็ง ในช่วงนี้ดวงของคุณอาจจะมีปัญหามีความเคร่งเครียดถูกผู้ใหญ่บีบคั้น มีเรื่องมีราวกับแฟนเป็นช่วงที่ต้องทำบุญอยู่เยอะๆบ่อยๆ ปีระกา ในช่วงนี้ดวงของคุณอาจจะมีปัญหามีความขัดแย้ง อารมณ์ความหงุดหงิดมีความใจร้อนจะมีมากขึ้นเป็นช่วงที่ต้องทำบุญบ่อยๆ ปีกุน ในช่วงนี้ดวงของคุณอาจจะมีความขัดแย้งกับแฟนมีเรื่องปัญหาเก่าๆเรื่องที่ชวนได้ทะเลาะกันและก็มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของเงิน ++++++++++++ ดวง 360 พร้อมให้บริการดูดวงออนไลน์ และแนะนำเบอร์มงคลโดยนักพยากรณ์ชั้นนำของเมืองไทย ดาวน์โหลดแอป ดวง360 ได้ที่https://bit.ly/3fxQwcL หรือ https://star360.net/ พิเศษ! ลูกค้าใหม่รับโค้ดส่วนลดมูลค่า 300 บาท เพียงกรอกโค้ด NEW360เฉพาะจองคิวดูดวงครั้งแรกเท่านั้นhttps://star360.net/
รายสัปดาห์ • 28 มี.ค. 68
อ่าน
จัดอันดับความปังตามปีนักษัตร ประจำสัปดาห์ช่วงวันที่ 23-29 มี.ค. 68 โดย อ.นำ เสขบุคคล
เช็คอันดับความปังตามปีนักษัตรรายสัปดาห์แม่นๆ กับ อ.นำ เสขบุคคล ดวง 360 ช่วง 23-29มี.ค.68กันค่ะ นักษัตรของคุณนั้นจะติดอันดับไหม จะโดดเด่น หรือต้องระวังด้านใดมาดูกันได้เลยค่าและพิเศษ! ลูกค้าใหม่สามารถรับโค้ดส่วนลดสำหรับจองคิวดูดวงครั้งแรกที่ท้ายบทความค่า จัดอันดับความปังตามปีนักษัตร ประจำสัปดาห์ช่วงวันที่ 23-29 มี.ค. 68 โดย อ.นำ เสขบุคคล อันดับที่ 1 ได้แก่ท่านที่เกิดปีชวด ปีมะเส็ง และ ปีระกา ปีชวด คุณกำลังจะโชคดีมีโอกาสที่จะได้เงินก้อน หรือได้รับสิ่งที่ดีๆจากคู่ครองคนรัก ปีมะเส็ง คุณกำลังจะโชคดี เพราะ จะประสบความสำเร็จทั้งตัวเองก็จะมีโอกาส ก้าวหน้าในหลายๆด้าน ตลอดจนถึง แฟนก็จะประสบความสำเร็จดีในช่วงนี้คุณโชคดีทั้งงานและเงินและรัก ปีระกา คุณกำลังจะโชคดี มีความก้าวหน้า ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากคนรอบข้างความรักก็โดดเด่น อันดับที่ 2 ได้แก่ท่านที่เกิดปีมะโรง ปีวอก และ ปีจอ ปีมะโรง ดวงของคุณกำลังจะโชคดีทั้งเรื่องความรักและการงานแต่อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับบ้านที่อยู่อาศัยหรือญาติพี่น้องบ้างเล็กน้อย ปีวอก คุณกำลังจะโชคดีเพราะประสบความสำเร็จในอาชีพมีหน้าที่การงานที่ดีขึ้นมีเกณฑ์การได้รับการยกย่องสนับสนุน การเงินก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี จะได้รับการสนับสนุนจากแฟนหรือคนรัก แต่อาจจะมีปัญหา เรื่องสุขภาพบ้างเล็กน้อย ปีจอ ดวงของคุณกำลังจะโชคดีมีช่องทางใหม่ๆมีหนทางใหม่ๆเข้ามาทำให้คุณมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้โชคจากเพศตรงข้ามมีโครงการใหม่ที่จะได้เงินก้อนโต และอาจจะมีปัญหา คือ ความขัดแย้ง กับแฟน นิดหน่อย อันดับที่ 3 ได้แก่ท่านที่เกิดปีขาล ปีมะเมีย และปีกุน ปีขาล ในช่วงนี้คนเกิดปีขาล อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ หรือมีคนในบ้านเจ็บป่วย และคุณจะโชคดี ที่มีโชคมีลาภจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การเข้าวัดจะทำให้คุณ มีโชคมีลาภ สิ่งที่ร้ายจะกลายเป็นดี ปีมะเมีย จงโชคลาภของคนในช่วงนี้อาจจะยังไม่ค่อยมีแต่คุณมีเกณฑ์ที่จะได้รับสิ่งที่ดีๆจากคนรักแต่ปัญหาคุณก็ยังต้องมีหลายสิ่งหลายอย่างให้ปวดหัวแต่ยังดีที่มีแฟนคอยช่วยเหลือ ช่วงนี้ปัญหาเยอะหมดเงินเก็บเงินไม่อยู่ ปีกุน ในช่วงนี้ดวงโชคลาภของคุณ อยู่ในเกณฑ์ที่ดีคุณจะได้โชคได้ลาภจากเพื่อนฝูงสังคมบริวารหรือแฟนแต่อาจจะมีปัญหา เกี่ยวกับ สุขภาพความเจ็บไข้ได้ป่วย หรือคนในบ้านป่วย อันดับที่ 4 ปีฉลู ปีเถาะ และปีมะแม ปีฉลู ดวงโชคลาภของคุณก็ไม่ค่อยดีในช่วงนี้ต้องระวัง อาจจะมีปัญหามีเรื่องหมดเปลืองเก็บเงินไม่อยู่ อย่าให้เงินใครยืมหรือจะลงทุนอะไรให้ระวัง ช่วงนี้มีแต่เรื่องเสียตังค์ ปีเถาะ ในช่วงนี้ อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพความเจ็บป่วยความไม่สบายเกิดเรื่องปัญหาในช่วงนี้ทะเลาะกันกับแฟนก็ได้ด้วย ต้องระวังผิดใจกับคนรอบข้าง จะทำให้ปวดหัว ปีมะแม ในช่วงนี้อาจจะมีปัญหาหลายเรื่องหลายอย่างทำให้ปวดหัว สุขภาพเอยปัญหาการเงินเอย รู้สึกจะมีเรื่องโกลาหลบ่อยๆ ทำบุญเยอะๆนะครับในช่วงนี้ เหมือนดวงไม่ค่อยดี ดวง 360 พร้อมให้บริการดูดวงออนไลน์ และแนะนำเบอร์มงคลโดยนักพยากรณ์ชั้นนำของเมืองไทย ดาวน์โหลดแอป ดวง360 ได้ที่https://bit.ly/3fxQwcL หรือ https://star360.net/ พิเศษ! ลูกค้าใหม่รับโค้ดส่วนลดมูลค่า 300 บาท เพียงกรอกโค้ด NEW360เฉพาะจองคิวดูดวงครั้งแรกเท่านั้นhttps://star360.net/
รายสัปดาห์ • 21 มี.ค. 68
อ่าน
จัดอันดับความปังตามปีนักษัตร ประจำสัปดาห์ช่วงวันที่ 16-22 มี.ค. 68 โดย อ.นำ เสขบุคคล
เช็คอันดับความปังตามปีนักษัตรรายสัปดาห์แม่นๆ กับ อ.นำ เสขบุคคล ดวง 360 ช่วง 16-22 มี.ค.68กันค่ะ นักษัตรของคุณนั้นจะติดอันดับไหม จะโดดเด่น หรือต้องระวังด้านใดมาดูกันได้เลยค่าและพิเศษ! ลูกค้าใหม่สามารถรับโค้ดส่วนลดสำหรับจองคิวดูดวงครั้งแรกที่ท้ายบทความค่า จัดอันดับความปังตามปีนักษัตร ประจำสัปดาห์ช่วงวันที่ 16-22 มี.ค.68 โดย อ.นำ เสขบุคคล อันดับที่ 1 ได้แก่ท่านที่เกิดปีขาล ปีมะเมีย และ ปีมะแม ปีขาล คุณกำลังจะโชคดี เพราะโชคลาภกำลังมาถึงตัวทั้งการเงินและโชคจะช่วย ปีมะเมีย คุณกำลังจะโชคดีเพราะมีคนเข้ามาช่วยเหลือเกื้อกูลสนับสนุนโดยเฉพาะเพศตรงข้ามหรือแฟน คุณจะได้ทรัพย์ได้โชคลาภ ปีมะแม โชคลาภกำลังเข้ามาเยือน ทำให้คุณมีโอกาสที่จะได้ของมีค่าได้จากเงินก้อนโต อันดับที่ 2 ได้แก่ท่านที่เกิดปีฉลู ปีเถาะ และ ปีมะโรง ปีฉลู คุณกำลังจะโชคดีจากลูกหลานเด็กๆหรืออาชีพหน้าที่การงาน ปีเถาะ โชคลาภของคุณมาจากตัวของคุณเอง คุณจะโชคดี มีโอกาสที่จะ ประสบความสำเร็จ ในการลงทุนการทำธุรกิจ ปีมะโรง โชคลาภของคุณ มาจากบ้านที่อยู่อาศัยหรือ รถยนต์ จะให้โชคให้ลาภกับคุณโชคมาจากต่างแดน อันดับที่ 3 ได้แก่ท่านที่เกิดปีวอก ปีระกา และ ปีจอ ปีวอก คุณมีโอกาสที่จะได้เงินได้ของขวัญของฝากจากแฟนแต่อาจจะต้องระวังเรื่องความเจ็บป่วยสุขภาพไม่ดี ปีระกา ดวงโชคลาภของคุณอยู่ในเกณฑ์ที่ดีคุณจะได้โชคลาภจากเด็กๆ แต่อาจจะต้องระวังเรื่องของผู้ใหญ่คนในบ้านเจ็บป่วย ปีจอ ดวงโชคลาภของคุณ มาจากเพศตรงข้าม แต่ให้ระวังปัญหาเรื่องเก่าๆ ความจำเจซ้ำซากทำให้เกิดปัญหาได้ อันดับที่ 4 ท่านที่เกิดปีชวด ปีมะเส็ง และ ปีกุน ปีชวด ในช่วงนี้ดวงโชคลาภของคุณไม่ค่อยดีในช่วงนี้อาจจะมีเรื่องเสียหายมีเรื่องเดือดร้อนอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับใครเยอะ ปีมะเส็ง ในช่วงนี้ต้องระวังปัญหาที่เกิดจากเพศตรงข้าม คู่ครองคนรัก ไม่ตนเองก็แฟนจะป่วยได้ ปีกุน ในช่วงนี้ต้องระวังเรื่องความเสี่ยงความเสียหาย หรือ มีเรื่องทุกข์หรือเรื่องร้อนใจ เข้ามาในชีวิต ++++++++++++ ดวง 360 พร้อมให้บริการดูดวงออนไลน์ และแนะนำเบอร์มงคลโดยนักพยากรณ์ชั้นนำของเมืองไทย ดาวน์โหลดแอป ดวง360 ได้ที่https://bit.ly/3fxQwcL หรือ https://star360.net/ พิเศษ! ลูกค้าใหม่รับโค้ดส่วนลดมูลค่า 300 บาท เพียงกรอกโค้ด NEW360เฉพาะจองคิวดูดวงครั้งแรกเท่านั้นhttps://star360.net/
รายสัปดาห์ • 16 มี.ค. 68
ดูเพิ่มเติม