TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#งบ500” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
LOPIA ซูเปอร์ฯ ญี่ปุ่นอันดับ 1 บุกไทย! ลองกินของตัวตึงงบ 1,500 บาท... คุ้มจริงห
LOPIA ซูเปอร์ฯ ญี่ปุ่นอันดับ 1 บุกไทย! ลองกินของตัวตึงงบ 1,500 บาท... คุ้มจริงหรือแค่กระแส?!
หมิงขั้วโลก • 22 ส.ค. 69
รีวิว Dahua LM27-E341AY จอ 27 นิ้ว 275Hz IPS สีตรง ในงบแค่ 5,000 นิดๆ
รีวิว Dahua LM27-E341AY
ExtremeIT • 15 ก.ค. 69
อ่าน
WHA ธุรกิจแกร่ง-งบโดดเด่น ติด Fortune Southeast Asia 500
#WHA #ทันหุ้น - WHA ติดทำเนียบ “Fortune Southeast Asia 500 ประจำปี 2026” ตอกย้ำผู้นำภูมิภาคด้วยกำไรปกติปี 2568 รวม 5.26 พันล้านบาท ทุบสถิติรอบใหม่ สร้าง New Record High ต่อเนื่อง ติดต่อกันเป็นปีที่ 4บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เป็นหนึ่งในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในทำเนียบ “Fortune Southeast Asia 500 ประจำปี 2026” ซึ่งจัดทำโดย Fortune นิตยสารธุรกิจ และการเงินชั้นนำระดับโลก โดยความสำเร็จในครั้งนี้ สะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเงินที่มั่นคง และการเติบโต ทางธุรกิจที่แข็งแกร่งขององค์กรในระดับภูมิภาคอย่างเด่นชัด*ผลงานโดดเด่นสำหรับการจัดอันดับในทำเนียบ Fortune Southeast Asia 500 ในปีนี้ พิจารณาจากเกณฑ์รายได้รวมขั้นต่ำของบริษัทชั้นนำจาก 7 ประเทศในภูมิภาค ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และกัมพูชา สำหรับผลประกอบการในปีงบประมาณ 2025 ที่ผ่านมา WHA Group สามารถสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติสูงถึง 18,108 ล้านบาทพร้อมทำกำไรปกติอยู่ที่ 5,261 ล้านบาท เติบโตขึ้น 16% สร้าง New Record High ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ซึ่งเป็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมจากการขับเคลื่อน 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ โลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและพลังงาน ดิจิทัล และโมบิลิตี้ ภายใต้แบรนด์ Mobilix โซลูชันระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ครบวงจรนางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “การได้รับการยอมรับและจัดอันดับให้อยู่ในทำเนียบ Fortune Southeast Asia 500 ในปีนี้ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความน่าเชื่อถือ ความมั่นคงทางการเงิน*ยกระดับองค์กรรวมถึงทิศทางกลยุทธ์ที่ถูกต้องขององค์กรในการขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ภายใต้ความมุ่งมั่น “WHA : SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND” เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ อุตสาหกรรม และการลงทุนสู่ยุคเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) พร้อมยกระดับองค์กรสู่ Intelligent Enterprise ผ่านงบลงทุนรวมกว่า 16,500 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน”สำหรับการก้าวเข้าสู่ทำเนียบระดับภูมิภาคของ WHA Group ในครั้งนี้ จึงเป็นเสมือนสิ่งยืนยันที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงที่ดี ให้แก่องค์กรในระดับสากล พร้อมตอกย้ำความพร้อมในการรองรับเมกะเทรนด์โลก (Global Megatrends) โดยเฉพาะการย้ายฐานการผลิตของกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตมายังภูมิภาคนี้ต่อไป
ทันหุ้น • 19 มิ.ย. 69
อ่าน
MOSHI อัพงบลงทุน500ล้านลุยซื้อที่ดิน-ขยายสาขา-คลัง
#MOSHI#ทันหุ้น - MOSHI อัพงบลงทุนปี 2569 เพิ่มเป็น 500 ล้านบาท จากเดิม 420 ล้านบาท รับขยายลงทุนเพิ่ม แถมแจงต้นทุนขยับไม่กระทบ ชี้ล็อกต้นทุนยาวถึงสิ้น Q2/2569 แถมตอกย้ำปีนี้รายได้โต 15-20% จากปีก่อน อานิสงส์พอร์ตลูกค้าขยายตัว ด้านโบรกเชียร์ซื้อ เคาะเป้า 45.00 บาท นางสาวศุภรดา โรจน์วัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MOSHI เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการงบลงทุนปี 2569 เป็น 500 ล้านบาท (เดิมวางไว้ราว 420 ล้านบาท) โดยส่วนที่เพิ่มขึ้นนั้นจะเป็นการจัดซื้อที่ดินที่มีศักยภาพ และเหมาะสมเพิ่มเติม เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต โดยจะใช้ขยายสาขาในปีนี้ 200 ล้านบาท และสร้างคลังสินค้าแห่งที่ 2 ประมาณ 220 ล้านบาท เพื่อเสริมศักยภาพการดำเนินงาน และสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวต่อไป** แผนขยายสาขาใหม่ทั้งนี้ แผนการเปิดสาขาใหม่ปี 2569 จำนวน 35 สาขา เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 202 สาขา ซึ่งไตรมาส 1/2569 ได้มีการเปิดไปแล้ว 6 สาขา, ไตรมาส 2/2569 มีแนวทางจะเปิด 11 สาขา ส่วนที่เหลือทยอยดำเนินการเปิดในช่วงครึ่งหลังปีนี้ โดยสาขาใหม่ที่จะเปิดนั้นเน้นในห้างสรรพสินค้าและ Standalone กระจายในเขตชุมชนหรือใกล้คนทำงานและนักศึกษา ซึ่งเป็นทำเลที่ได้รับการรับตอบดี เพราะเป็นกลุ่มมีกำลังซื้อสูง เพื่อขยายฐานลูกค้าและช่องทางสร้างรายได้ให้กว้างขึ้น อย่างไรก็ตาม ในแง่ประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาพลาสติกขยับสูงขึ้นนั้นทาง MOSHI ประเมินไม่น่าจะมีผลกระทบต่อบริษัท เพราะได้มีการสำรองสินค้า (สต๊อก) สินค้าคไว้ล่วงหน้าจนถึงช่วงไตรมาส 2/2569 ส่วนเรื่องความกังวลทางด้านราคาวัสดุก่อสร้างที่ขยับเพิ่มขึ้น จากข้อมูลล่าสุดทางบริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด โดยในส่วนผู้รับเหมาพัฒนาโครงการต่างๆ ทั้ง สาขาใหม่, คลังสินค้า ไม่ได้มีการขอปรับราคาเพิ่มเติม หลังได้มีการเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว** ปักเป้าโต 15-20%นางสาวศุภรดา กล่าวเสริมว่า สำหรับผลประกอบการปี 2569 ทาง MOSHI ยังคงเป้าหมายรายได้เติบโต 15-20% เมื่อเทียบกับปี 2568 ที่ประมาณ 3.68 พันล้านบาท เพราะธุรกิจมีการขยายฐานลูกค้าต่อเนื่องผ่านเปิดสาขาใหม่ในทำเลต่างๆ ซึ่งควบคู่ไปกับนำเสนอสินค้าใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการให้ดียิ่งขึ้นด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้น MOSHI โดยมองยอดขายสาขาเดิมในไตรมาสที่ 2/2569 ทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนขณะที่บริษัทวางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มเติม เพิ่มกิจกรรมทางการตลาด และยังคงเป้าหมายการขยายสาขาในปี 2569ไว้ที่ 35 สาขาใหม่ ซึ่งรวมถึงร้านค้าแบบสแตนด์อะโลนอย่างน้อย 5 สาขา เพื่อขยายการเข้าถึงลูกค้าให้กว้างขวางยิ่งขึ้น นอกเหนือจากห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง MOSHI ได้จัดสรรงบประมาณประมาณ 200 ล้านบาทสำหรับการขยายสาขา และอีก 200 ล้านบาท สำหรับการก่อสร้างคลังสินค้าแห่งที่ 2 เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต@ เคาะราคา 45 บ.พร้อมกันนี้ ทางฝ่ายบริหารยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2669 ไว้ที่ 15-20% เมื่อเทียบกับปีก่อน และการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมเฉลี่ย (SSSG) อยู่ที่ 3-5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ดังนั้น จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้ทางฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรปี 2569 ไว้เติบโต 13% จากปี 2568 รวมทั้งให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น MOSHI ให้ราคาเป้าหมาย 45.00 บาท
ทันหุ้น • 20 พ.ค. 69
สิทธิพิเศษ
ลูกค้าทรู รับบัตรเติมน้ำมัน ปตท. มูลค่า 500 บาท เมื่อสมัครสินเชื่อ กรุงศรี มอเตอร์ไซค์ (ทั้งบิ๊กไบค์ มอเตอร์ไซค์ และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า)
ประหยัด ฿500.00ที่ กรุงศรี ออโต้ ลูกค้าทรู รับบัตรเติมน้ำมัน ปตท. มูลค่า 500 บาท เมื่อสมัครสินเชื่อ กรุงศรี มอเตอร์ไซค์ (ทั้งบิ๊กไบค์ มอเตอร์ไซค์ และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า) เงื่อนไข 1. เฉพาะการสมัครตั้งแต่วันนี้ 31 ธันวาคม 2568 และได้รับอนุมัติเป็นเลขที่สัญญา และรับรถภายใน 31 มกราคม 25692. ลูกค้าจะได้รับบัตรเติมน้ำมัน ปตท. มูลค่า 500 บาท ภายในวันที่ 30 เม.ย. 69 ตามที่อยู่ที่ลูกค้าได้ให้ไว้ตอนสมัครสินเชื่อกู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหวอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ : กรุงศรี บิ๊ก ไบค์ 3.49% - 13.80% ต่อปี (เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก 6.38% - 23% ต่อปี) กรุงศรี มอเตอร์ไซค์ 12.84% - 13.44% ต่อปี (เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก 22.99% - 23% ต่อปี*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทกำหนด
การเงิน/การธนาคาร/แลกเปลี่ยนเงินตรา • 2 พ.ค. 68
อ่าน
3 ที่พักโรแมนติก วาเลนไทน์ งบไม่เกิน 3,500 บาทต่อคืน ออกทริปหวานสบายกระเป๋า
เทศกาลแห่งความรัก ไม่จำเป็นต้องมาพร้อมของขวัญชิ้นใหญ่ หรือทริปหรูเสมอไป วาเลนไทน์ 2569 นี้ ชวนคู่รักออกทริปสั้นๆ เที่ยวไทยที่ทั้งคุ้มค่า และน่าประทับใจกับ 3 ที่พักโรแมนติก วาเลนไทน์ งบไม่เกิน 3,500 บาทต่อคืน ตั้งแต่สายเที่ยวในเมือง สายพักผ่อนสัมผัสวัฒนธรรม และสายชิลๆ กับทริปทะเล ที่พักโรแมนติก วาเลนไทน์ งบไม่เกิน 3,500ที่พักสวย Airbnb ในไทย 1. ทริปในเมือง กรุงเทพฯ เริ่มต้นความโรแมนติกในกรุงเทพฯ เปลี่ยนบรรยากาศให้ชีวิตคู่รักง่ายๆ กับเมืองที่เดินทางสะดวก และเต็มไปด้วยตัวเลือก ที่พัก Airbnb หลากสไตล์ ตั้งแต่บ้านพักบรรยากาศสงบริมแม่น้ำ ไปจนถึงบ้านพักใจกลางเมืองใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์ เช่น White Wooden Cozy Cabin ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์สีขาว สะอาดตา มินิมอล ให้ความรู้สึกสงบผ่อนคลาย ในขณะที่ Designer House ตอบโจทย์สายโมเดิร์นด้วยพื้นที่กว้างขวาง และเดินทางสะดวกใกล้คาเฟ่ ร้านอาหาร และตลาดใกล้เคียง สำหรับคู่รักสายกิน สามารถเติมความพิเศษให้โมเมนต์สุดโรแมนติกด้วยประสบการณ์อาหารบน Airbnb(Airbnb Experience) เช่น Taste 243 Years of Thai History in 10 Dishes ที่พาย้อนเวลาผ่านเมนูอาหารไทยต้นตำรับ หรือ Taste Centuries-Old Recipes in Nang Loeng ทัวร์ชิมอาหารย่านเก่าแก่ที่สะท้อนเรื่องราวชุมชนผ่านรสชาติอาหารที่หลากหลาย 2. ทริปพักผ่อนเชิงวัฒนธรรม เชียงใหม่ เชียงใหม่ เป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับการพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ พร้อมซึมซับเสน่ห์วัฒนธรรมท้องถิ่น ที่พัก Airbnb หลายแห่งตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกสบาย เหมาะสำหรับทั้งการพักผ่อน และเดินเล่นสำรวจคาเฟ่ ใกล้ตลาด รวมถึงย่านประวัติศาสตร์ Cozy Home in Nimman เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ด้วยทำเลใจกลางเมือง ใกล้ย่านนิมมาน เดินทางสะดวกไปยังร้านดังและแหล่งแฮงเอาต์ ขณะที่บ้านพักใกล้เขตเมืองเก่าแห่งนี้มอบบรรยากาศอบอุ่นมีเอกลักษณ์ ใกล้วิถีชีวิตท้องถิ่น และตลาดพื้นเมือง คู่รักยังสามารถสัมผัสเชียงใหม่ผ่าน Airbnb Experience สายอาหาร ตั้งแต่การเก็บวัตถุดิบสด ๆ ในสวนแล้วเรียนทำอาหารกับ Cook Thai Dishes on Grandmas Organic Farm ไปจนถึงทริปตระเวนคาเฟ่ร้านกาแฟของคนในท้องถิ่นที่นำโดยคนท้องถิ่นจริงๆ กับ Go Caf Hopping with a Coffee Connoisseur 3. สายชิลเที่ยวทะเล ภูเก็ต และ กระบี่ สำหรับคู่รักที่ร่างกายต้องการทะเล ทะเลอันดามันคือคำตอบ ชายหาดของภูเก็ตและกระบี่ในช่วงวันแห่งความรักยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิต ด้วยบรรยากาศที่เหมาะกับการใช้เวลาไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เช้า เดินเล่นชมพระอาทิตย์ตก และดื่มด่ำช่วงเวลาร่วมกันแบบไม่เร่งรีบ Cher House Farm เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่พักที่น่าสนใจ ตั้งอยู่ใกล้หาดกะตะ ภูเก็ต มีบรรยากาศอบอุ่น เป็นส่วนตัว รายล้อมด้วยธรรมชาติ มองเห็นทั้งวิวภูเขาและทะเล ส่วนถ้าใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศการเข้าพักแบบเดิมๆ ลองดูที่พักสไตล์ แกลมปิ้งติดชายหาดสุดคูลอย่าง Oceanfront Glamping ในกระบี่ ตื่นเช้าเปิดประตูออกก็จะพบหาดทราย พร้อมวิวทะเลกว้างสุดสายตา ที่พักทั้งสองแห่งนี้เหมาะสำหรับคู่รักที่อยากพักใจ รีชาร์จพลังและเติมความหวานให้กันในบรรยากาศสบายๆ ไม่ว่าจะเป็นคู่รักสายไหน จะเลือกพักผ่อนในเมือง เที่ยวซึมซับวัฒนธรรม หรือหนีไปทะเล ทริปสั้นๆ ก็สามารถเพิ่มความพิเศษให้ช่วงเทศกาลแห่งความรักได้ ด้วยตัวเลือกที่พักราคาจับต้องได้ในจุดหมายยอดนิยมทั่วไทย Airbnb ช่วยให้คู่รักได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความหมายได้ง่ายๆ และคุ้มค่า โดยที่ไม่ต้องวางแผนอลังการเสมอไป
ที่พัก • 13 ก.พ. 69
อ่าน
SMO สาขาสระบุรี สนับสนุนงบ 50,000 บาท เสริมโอกาสทางการศึกษา
#ทันหุ้น- นายณัฐวุฒิ โกศลวรวัฒนกุล ผู้อำนวยการสายงานสำนักงาน บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO สาขาสระบุรี เป็นผู้แทนบริษัทมอบเงินสนับสนุนจำนวน 50,000 บาท ให้แก่ ตำบลหนองโรง เพื่อใช้ในการจัดกิจกรรม วันเด็กแห่งชาติ และกิจกรรมพัฒนาชุมชนในพื้นที่ อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้มอบ ทุนการศึกษาจำนวน 30 ทุน ทุนละ 500 บาท รวมมูลค่า 15,000 บาท ให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียงโรงงานของบริษัท ได้แก่ โรงเรียนวัดลำบัว, โรงเรียนวัดกุ่มหัก, โรงเรียนวัดหนองโรง เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและเป็นกำลังใจให้แก่นักเรียนที่มีความประพฤติดีและตั้งใจศึกษาเล่าเรียนSMOให้ความสำคัญกับการพัฒนาชุมชนรอบพื้นที่ดำเนินงาน โดยเฉพาะด้านการศึกษา ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ การสนับสนุนกิจกรรมวันเด็กและการมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตามแนวทางESGเพื่อสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเยาวชนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของSMOในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และชุมชนในทุกพื้นที่ที่บริษัทเข้าไปดำเนินงาน พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างสมดุลในระยะยาว
ทันหุ้น • 14 ม.ค. 69
อ่าน
หุ้นS&P500งบดีกว่าคาด แรงกดดันเงินเฟ้อลดลง
#UOBAM #ทันหุ้น -บลจ.ยูโอบี เผยภาพรวมลงทุน สำหรับหุ้น SP 500 พบว่า 145 บริษัทรายงานรายได้และกำไรออกมาดีกว่าคาด ด้านเงินเฟ้อเดือนกันยายนออกมาต่ำกว่าคาด สะท้อนแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ลดลง ขณะเดียวกัน ได้เสนอขายกองทุนเทอมฟันด์ถือลงทุน 6 เดือน แจกยิลด์ 1.05%บริษัทจัดการกองทุนรวม ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด หนือ UOBAM เผยมุมมองการลงทุนตลาดหุ้นโลก โดยหุ้นสหรัฐมีผลประกอบการในส่วนของรายได้ และกําไรสุทธิต่อหุ้นส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาด โดย 145 บริษัทจาก 500 บริษัทใน SP 500 รายงานรายได้ออกมาดีกว่าคาดการณ์ 2.38% และอัตรากําไรสุทธิต่อหุ้นดีกว่าคาดการณ์ 7.70%ขณะที่หุ้นเด่นๆ อย่าง Netflix รายได้และกําไรสุทธิต่อหุ้นตํ่ากว่า คาดการณ์แม้ว่าคาดการณ์รายได้ Q4 /2568 จะดีกว่าคาดการณ์เดิมก็ตาม ด้าน Tesla รายได้และอัตรากําไรขั้นต้นออกมาดีกว่าคาด แต่อัตรากําไรจากการดําเนินงานและอัตรากําไรสุทธิต่อหุ้นออกมาตํ่ากว่าคาดการณ์ทางด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ พบว่า แรงกดดันเงินเฟ้อลดลง สะท้อนจากตัวเลขอัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐ เดือนกันยายน ออกมาตํ่ากว่าคาดการณ์ที่ 3.0% รวมถึง Core CPI ก็อยู่ตํ่ากว่าคาดการณ์ที่ 3.0% เช่นกัน จากคาดการณ์ 3.1% ความคาดหวังเงินเฟ้อ 1 ปี และ5 ปีข้างหน้าออกมาที่ 4.6% และ3.9% จากคาดการณ์ 4.6% และ 3.7% ขณะที่ ยุโรปผลสํารวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนตุลาคมชะลอตัวน้อยกว่าคาดที่ -14.2 จากคาดการณ์-15.0 รวมถึงดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ และภาคการผลิตเดือนตุลาคม ขยายตัวดีกว่าคาดที่ 52.6 และ50.0 จากคาดการณ์ 51.1 และ49.5 โดย137 บริษัทจาก 515 บริษัทใน STOXX 600 รายได้ดีกว่าคาดการณ์ 0.41% และอัตรากําไรสุทธิต่อหุ้นดีกว่าคาดการณ์ 7.00% ในส่วนของจีน รายงานผลประกอบการออกมาต่ำกว่าคาด โดย 56 บริษัทจาก 300 บริษัทใน CSI 300 รายได้ตํ่ากว่าคาดการณ์ -3.94% อย่างไรก็ตามอัตรากําไรสุทธิต่อหุ้นดีกว่าคาดการณ์ 8.66%ในส่วนของตัวเลขทางเศรษฐกิจจีนรายงานยอดค้าปลีกเดือนกันยายน เทียบรายปีขยายตัวดีกว่าคาดที่ 3.0% จากคาดการณ์ 2.9% ด้านดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวดีกว่าคาดที่ 6.5% จากคาดการณ์ 5.0% โดย GDP Q3/2568 ขยายตัวตามคาดการณ์ในอัตรา 4.8% ฝั่งดัชนีราคาบ้านในจีนเดือนกันยายน ปรับตัวลงด้วยอัตราเร่งที่ลดลงในเดือนกันยายน ที่ -2.2% ขณะที่เดือนสิงหาคมอยู่ที่ -2.5% ซึ่งตัวเลขการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรออกมาน้อยกว่าคาดที่ -0.5% จากคาดการณ์ 0.2% โดยธนาคารกลางจีน (PBOC) ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อัตรา 3.0% ฝั่งไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะขยายตัวได้ 2.2%และยังมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องไปถึงปี 2569 ซึ่งคาดการณ์ว่าจะขยายตัวได้ 1.6% โดยช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 3% ซึ่งเป็นผลมาจากการเร่งผลิตและส่งออกไปยังสหรัฐก่อนที่จะมีการปรับขึ้นอัตราภาษีนําเข้าสินค้าจาก หลายประเทศขณะที่ฝั่งตลาดหุ้นไทย บลจ.ยูโอบี รายงานว่า บริษัทจดทะเบียน 15 บริษัทจาก 686 บริษัทใน SET รายงานรายได้ดีกว่าคาดการณ์ 7.02% และอัตรากําไรสุทธิต่อหุ้นดีกว่าคาดการณ์ 15.33% ราคาทองคําปรับตัวลงหลังปรับตัวขึ้นมาร้อนแรงในปี 2568 หลังตลาด Risk-off น้อยลง ทั้งจากความคืบหน้าในการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนรวมถึงตัวเลข เศรษฐกิจประเทศขนาดใหญ่ที่กลับมาอยู่ในโซน Positive Surprise มากขึ้นนอกจากนี้ บลจ.ยูโอบี ยังได้เสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) กองทุนเปิด ยูไนเต็ด พันธบัตรรัฐ 6 เดือน 37 (UGOV6M37) อายุประมาณ 6 เดือน มีประมาณการผลตอบแทน 1.05% ต่อขนาดโครงการ 10,000 ล้านบาท โดยเสนอขายในราคา 10 บาทต่อหน่วย และยอดลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 1,000 บาทกองทุน UGOV6M37 มีความเสี่ยงระดับ 3 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) โดยกองทุนจะลงทุนในพันธบัตรหรือตราสารหนี้ที่รัฐบาล กระทรวงการคลัง หรือธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ออก เป็นต้น สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารหนี้ หรือเงินฝากของสถาบันการเงินกองทุน UGOV6M37 ไม่มีค่าธรรมเนียมการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ซึ่งกองทุนนี้จะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติเมื่อสิ้นสุดอายุโครงการ โดยการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนรวมตลาดเงิน คือ กองทุนเปิด ยูโอบี ชัวร์ เดลี ชนิดเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (UOBSD)
ทันหุ้น • 28 ต.ค. 68
อ่าน
SPREME บอร์ดไฟเขียวกรอบงบลงทุน 4,500 ลบ. รอเข้าประมูลโครงการใหม่
SPREME บอร์ดไฟเขียวกรอบงบลงทุน 4,500 ลบ. รอเข้าประมูลโครงการใหม่#ทันหุ้น #SPREME บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น จำกัด (มหาชน). SPREMEที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2568 มีมติเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติให้บริษัทเข้าลงทุนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และการบำรุงรักษา โดยมีรูปแบบการให้เช่าระยะยาวเป็นเวลา 5 ปี พร้อมบริการหลังการขายแบบครบวงจร เพื่อรองรับการดำเนินการเข้าร่วมประมูลงานในโครงการให้เช่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ได้มีการประกาศจัดซื้อจัดจ้างแล้ว โดยกำหนดมูลค่าเงินลงทุนในสินทรัพย์ไม่เกิน 1,300 ล้านบาท ซึ่งการประมูลงานดังกล่าวอยู่ระหว่างประกาศร่าง TOR เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชน ณ วันที่ 12 กันยายน 2568 โดยกำหนดมูลค่าเงินลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มเติมอีกไม่เกิน 3,200 ล้านบาท โดยบริษัทฯ คาดว่าจะดำเนินการเข้าทำรายการแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4/2568มูลค่าเงินลงทุนดังกล่าวกำหนดขึ้นเพื่อสร้างความพร้อมในการดำเนินการสำหรับโครงการที่บริษัทฯ พิจารณาเบื้องต้นแล้วว่ามีศักยภาพในการเข้าร่วมประมูลทั้งนี้ ความชัดเจนสำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชน จะขึ้นอยู่กับผลการพิจารณาและการดำเนินงานของหน่วยงานเจ้าของโครงการ ซึ่งภายหลังการรับฟังความเห็น ประกาศรายละเอียด (TOR) และเงื่อนไขของการจัดซื้อจัดจ้างอาจเปลี่ยนแปลงไปจากร่าง TOR ที่บริษัทมีข้อมูลในปัจจุบันบริษัทจึงกำหนดกรอบมูลค่าเงินลงทุนไว้เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และมิได้มีเจตนาให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือส่งผลต่อราคาหลักทรัพย์ โดยบริษัทฯ จะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมหากมีความคืบหน้าของโครงการอย่างมีนัยสำคัญ ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไปอีกทั้ง เนื่องจากบริษัทฯ อยู่ระหว่างการเข้าร่วมการประมูลงานโครงการที่ประกาศจัดซื้อจัดจ้างแล้ว และอยู่ระหว่างเจรจากับผู้ขายที่มีศักยภาพจานวนหลายราย โดยคณะกรรมการได้พิจารณากรอบเงื่อนไข ระยะเวลา โดยใช้แนวทางที่รอบคอบและระมัดระวังสูงสุด เพื่อให้ครอบคลุมทุกสถานการณ์ รวมถึงกรณีที่อาจไม่เอื้ออำนวยที่สุด และมีมติให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังไม่สามารถเปิดเผยกรอบเงื่อนไขและช่วงระยะเวลาดังกล่าวได้ ณ ขณะนี้ เนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวจะกระทบต่อสถานะการเจรจาและอำนาจต่อรองของบริษัทฯ และจะเป็นผลเสียต่อความสามารถของบริษัทฯ ในการที่จะดำเนินการตามวัตถุประสงค์เชิงธุรกิจของบริษัทฯ เนื่องจากจะทำให้ผู้ขายต่างทราบสถานะการเจรจาของอีกฝ่ายและอาจลดอำนาจ ต่อรองของบริษัทฯ ลงกว่าสถานการณ์ที่ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลทั้งนี้ บริษัทฯ จะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกรอบเงื่อนไขและช่วงระยะเวลาเมื่อการเจรจามีความชัดเจน โดยจะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวอย่างช้าพร้อมกับการส่งหนังสือเชิญประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568บริษัทฯ คาดว่าการเข้าทำธุรกรรมดังกล่าวจะทำให้บริษัทฯ ได้รับผลประโยชน์ ดังนี้1) เป็นโครงการที่จะสร้างรายได้ประจาให้กับบริษัทฯ2) สร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว และเสริมความแข็งแกร่งให้แก่บริษัทฯ อีกทั้ง มีความเสี่ยงระดับต่ำ เนื่องจากลูกค้าเป็นหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งมีความมั่นคงและมีความแน่นอนในงบประมาณที่ผ่านการพิจารณาอนุมัติแล้ว3) เป็นโอกาสในการสร้างผลงานที่สามารถยกระดับความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัทฯ ที่ประชุมคณะกรรมการได้แต่งตั้ง บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จากัด เพื่อเป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ และกำหนดให้จัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 ในวันพุธที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 น.
ทันหุ้น • 15 ก.ย. 68
อ่าน
มือถือเล่นเกมงบ 15000 - 20000 รุ่นไหนน่าใช้ อัปเดตกลางปี 2025
เดินทางมาถึงช่วงกลางปี 2025 แบบนี้ เรามาสำรวจตลาดมือถือเล่นเกมในช่วงราคา 15,000 - 20,000 บาทในประเทศไทยที่มีการแข่งขันสูง และมีตัวเลือกที่น่าสนใจจากหลายแบรนด์กันกับพวกเราทีมงาน TrueID กันครับ และนี่คือ 5 รุ่นที่น่าสนใจในงบประมาณที่ดังกล่าว พร้อมจุดเด่น จุดสังเกต และราคาโดยประมาณของแต่ละรุ่นกัน 1. POCO F7 เพิ่งเปิดตัวในประเทศไทยกันไปหมาดๆ กับ POCO F7 สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมพลังระดับเรือธงพร้อมประสิทธิภาพอันชาญฉลาด Snapdragon 8s Gen 4 CPU แบบ All-Big-Core คะแนน AnTuTu ระดับ 2 ล้าน เล่นเกม AAA ได้อย่างยอดเยี่ยมในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบระบายความร้อนขั้นสุดยอดอย่าง 3D Dual-Channel IceLoop System ขนาด 6000 ตารางมิลลิเมตร และท่อระบายความร้อน Loop Heat Pipe ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในอุปกรณ์ของ POCO ได้หน้าจอ 1.5K เล่น Genshin Impact ได้สูงสุด 120fps ตัวเครื่องกันน้ำ IP68 กล้อง 50MP Sony IMX882 แบตเตอรี่ 6,500 mAh และรองรับการชาร์จเร็ว 90W HyperCharge จัดว่าล้ำสุดๆ ในงบสบายกระเป๋า POCO F7 มิอถือแรงๆ รุ่นนี้เปิดตัวเริ่มต้นที่ราคาเพียง 13,499 บาท บันเทิงกันล่ะพี่น้อง 2. realme GT 7T realme GT 7T เป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟนจากซีรีส์ GT 7 ที่ realme เพิ่งเปิดตัวสู่ตลาดโลกและในประเทศไทยเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยเน้นจุดเด่นด้านประสิทธิภาพ มาพร้อมชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 8400-MAX ซึ่งเป็นชิประดับกลาง-สูงที่ทรงพลัง แบตเตอรี่ใหญ่พิเศษ 7000 mAh และการชาร์จเร็ว 120W และยังเป็นสมาร์ทโฟนในฐานะ "AI Performance Flagship" ที่มีราคาจับต้องได้ realme GT 7T มีราคาโดยประมาณในประเทศไทยอยู่ที่ 17,999 บาท สำหรับรุ่น RAM 12GB + ROM 256GB จัดว่าแจ่ม สมน้ำสมเนื้อทีเดียวล่ะ 3. iQOO Neo 10 5G iQOO Neo 10 5G เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกในประเทศไทยที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 8s Gen 4 สามารถเล่นเกม AAA กราฟิกสูงๆ ได้อย่างลื่นไหลและเสถียร จัดการความร้อนได้ดี และยังมี Supercomputing Chip Q1 ช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านกราฟิกและ AI โดยเฉพาะ มีหน้าจอ 144Hz แบตเตอรี่ 7,000 mAh ชาร์จไว 120W ไม่ถึงชั่วโมงเต็ม 100% เล่นเกมเพลินจัดๆ iQOO Neo 10 5G มีราคาเปิดตัว 15,900 บาท สำหรับรุ่น RAM 12GB + ROM 256GB โดยรวมแล้วเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสมาร์ตโฟนที่เน้นประสิทธิภาพการเล่นเกมเป็นหลัก ด้วยชิปเซ็ตที่ทรงพลัง แบตเตอรี่ที่อึดถึกทน และระบบชาร์จที่เร็วสุดๆ 4. Nothing Phone (3a) Pro เผื่อไว้สำหรับคนที่อยากเล่นเกมแรงๆ แต่ได้มือถือที่มีดีไซน์โดดเด่น และเน้นถ่ายภาพด้วย ต้องรุ่นนี้เลย Nothing Phone (3a) Pro ที่มาพร้อม Snapdragon 7s Gen 3 ตัวแรงระดับกลางที่ทรงพลัง ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็วและลื่นไหลสำหรับการใช้งานทั่วไป และที่สำคัญ รุ่นนี้มีกล้องซูมเจ๋งๆ ด้วยกล้อง Periscope Zoom 50MP (เซ็นเซอร์ Sony LYT-600) พร้อมระบบกันสั่น OIS รองรับ Optical Zoom 3x และ Ultra Zoom สูงสุด 60x ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่หาได้ยากในมือถือช่วงราคานี้ ทำให้สามารถถ่ายภาพซูมในระยะไกลได้ดีเยี่ยม Nothing Phone (3a) Pro เป็นสมาร์ตโฟนที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ Glyph Interface อันเป็นเอกลักษณ์และฟีเจอร์กล้อง Periscope Zoom ที่หาได้ยากในระดับราคาเดียวกัน เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแตกต่าง ความล้ำสมัย และต้องการคุณภาพกล้องซูมที่ดี รวมถึงประสิทธิภาพที่น่าพอใจสำหรับการใช้งานทั่วไปและเล่นเกมระดับกลางถึงสูง โดยตอนนี้มีราคาอยู่ที่ 17,499 บาท 5. Xiaomi 14T Xiaomi 14T เป็นสมาร์ตโฟนที่เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อช่วงปลายปี 2024 โดยยังคงเน้นจุดเด่นด้านประสิทธิภาพที่ทรงพลัง กล้องที่พัฒนาร่วมกับ Leica และการชาร์จเร็ว ในราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับสเปกที่ได้ โดยมาพร้อมประสิทธิภาพทรงพลังด้วยชิป Dimensity 8300-Ultra ซึ่งเป็นชิประดับไฮเอนด์ที่ให้ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเล่นเกม AAA กราฟิกสูงๆ ได้อย่างลื่นไหลและเสถียร แถมด้านการถ่ายภาพยังมาพร้อมกล้อง Leica Vario-Summilux ที่ร่วมมือกันพัฒนากับแบรนด์ชั้นนำของโลก รองรับสไตล์ภาพถ่าย Leica Authentic Look และ Leica Vibrant Look Xiaomi 14T เป็นสมาร์ตโฟนที่นำเสนอสเปกที่น่าประทับใจในราคาที่เข้าถึงง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพการเล่นเกมที่ดีเยี่ยม และกล้องคุณภาพสูงที่พัฒนาร่วมกับ Leica พร้อมแบตเตอรี่ที่อึดและชาร์จไว โดยตอนนี้มีราคาอยู่ที่ประมาณ 15,990 บาท จัดว่ายังน่าใช้มากในตอนนี้ครับ Photo Credit : AI Generated
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • 3 ก.ค. 68
อ่าน
โฮมโปรทุ่มงบ 500 ล้าน เปิดไฮบริดสโตร์แม่สายสาขาที่ 7 รุกพื้นที่เศรษฐกิจเหนือสุด
นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ "โฮมโปร" (HMPRO) กล่าวว่า การขยายสาขาใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ด้วยโมเดลไฮบริดสโตร์ โฮมโปร x เมกาโฮม เป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในการต่อยอดกลยุทธ์สู่พื้นที่ศักยภาพสูง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้าชายแดน และการเติบโตของชุมชนเมือง โดยปัจจุบัน แม่สายเป็นประตูเชื่อมโยงการค้าประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศเมียนมา ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีแนวโน้มการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ตลอดทั้งปี รวมถึงมีการขยายตัวเชิงโครงสร้างต่อเนื่อง ทั้งด้านระบบโลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และโครงการสนับสนุนจากภาครัฐ ที่ส่งเสริมกำลังซื้อทั้งในท้องถิ่นและกลุ่มผู้บริโภคจากประเทศเพื่อนบ้านโฮมโปร จึงมุ่งมั่นที่จะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการเติมเต็มความต้องการด้านที่อยู่อาศัยและการปรับปรุงบ้านที่มีเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่ม ตั้งแต่เจ้าของบ้าน ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จนถึงกลุ่มช่างและผู้รับเหมาในพื้นที่ โดยใช้โมเดลไฮบริดสโตร์ที่ผสานจุดแข็งของโฮมโปรและเมกาโฮมเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งสินค้าแบรนด์คุณภาพ บริการติดตั้งครบวงจร และวัสดุก่อสร้างที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ B2B ทำให้สามารถรองรับดีมานด์ลูกค้าได้อย่างครอบคลุม พร้อมด้วยการลงทุนด้านงบประมาณกว่า 500 ล้านบาท ทำให้ "โฮมโปร x เมกาโฮม แม่สาย" กลายเป็นอีกศูนย์กลางโซลูชันสินค้าและบริการเรื่องบ้านและงานช่างของภาคเหนือสุด ที่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบ จบ ในที่เดียว ทั้งนี้ "โฮมโปร x เมกาโฮม แม่สาย" ตั้งอยู่บนพื้นที่รวมกว่า 11,000 ตารางเมตร ใกล้แยกห้วยน้ำริน จังหวัดเชียงราย ออกแบบให้เป็นแหล่งรวมสินค้าบ้านและงานช่างอย่างครบครัน ครอบคลุมตั้งแต่สุขภัณฑ์ กระเบื้อง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือช่าง เหล็ก ปูน ไปจนถึงกลุ่มสินค้าวัสดุก่อสร้างที่ช่วยตอบสนองทุกความต้องการได้ในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะในกลุ่มที่พักอาศัย บ้านจัดสรร ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ และกลุ่มธุรกิจอย่างโฮมออฟฟิศ คาเฟ่ โรงแรม อพาร์ตเมนต์ รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจใกล้เคียง 'ท่าขี้เหล็ก' ที่มีการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งคอนโดมิเนียม และที่พักนักท่องเที่ยว โดยบริษัทเชื่อมั่นว่า ไฮบริดสโตร์แห่งที่ 7 นี้ จะสามารถรองรับการเติบโตของความต้องการจากทั้งสองฝั่งประเทศได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมตั้งเป้ายอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาทต่อเดือน โฮมโปร x เมกาโฮม แม่สาย เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 พร้อมฉลองการเปิดสาขาใหม่ ด้วยกิจกรรมและโปรโมชั่นมากมาย มอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้า ตลอด 3 วันเต็ม 4-6 ก.ค.2568 เฉพาะวันที่ 4 ก.ค. วันเดียวเท่านั้น! ถึงก่อน มีสิทธิ์ก่อน พบกับกิจกรรม Talk of the Town ร่วมสนุกตอบคำถาม เพื่อรับคูปองช้อปสินค้าราคาพิเศษ จำนวนจำกัด! พร้อมช้อปไม่มีสะดุดตลอด 3 วัน ด้วยสินค้า One Price 9,990.- เสริมด้วยของใช้ภายในบ้านจากแบรนด์ชั้นนำในราคาสุดคุ้ม !! และพลาดไม่ได้ โปรฯ แจกหนักได้หลายต่อ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกช่างใหม่• รับคูปองส่วนลด 250 บาท (ใช้เป็นส่วนลด สำหรับซื้อสินค้าตั้งแต่ 2,500.- ขึ้นไป/ใบเสร็จ)สมาชิกโฮมการ์ด• สมัครสมาชิกโฮมการ์ดใหม่ รับ 2 ต่อ ต่อที่ 1 : รับส่วนลด 200 บาท (ใช้เป็นส่วนลด สำหรับซื้อสินค้าตั้งแต่ 2,000.- ขึ้นไป/ใบเสร็จ) และต่อที่ 2 : รับคะแนนเพิ่ม X3 (เฉพาะใบเสร็จแรกเท่านั้น)• รับคูปองส่วนลด รวมสูงสุด 800 บาท (ใช้เป็นส่วนลดซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไข)• ช้อปครบ 3,000.- รับส่วนลดท้ายใบเสร็จ มูลค่า 300.- (ใช้เป็นส่วนลดซื้อสินค้าตั้งแต่ 3,000.- ขึ้นไป) หรือ ช้อปครบ 20,000.- รับส่วนลดท้ายใบเสร็จ มูลค่า 500.- (ใช้เป็นส่วนลดซื้อสินค้าตั้งแต่ 1,000.- ขึ้นไป)• ช้อปครบตามเงื่อนไข รับเงินคืนเข้าโฮมโปรวอลเล็ต ผ่านแอปฯ Home Card รวมสูงสุดถึง 100,000 บาท (3 ก.ค. 68 – 6 ก.ค. 68)ผู้ถือบัตรเครดิตโฮมโปร วีซ่า แพลทินัม• รับสิทธิพิเศษ 3 ต่อ : ส่วนลดทันที 3% ตั้งแต่บาทแรก+เครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 4%+รับส่วนลดเพิ่ม 13% เมื่อแลกคะแนนเท่ายอดชำระพิเศษสุด !! สำหรับลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตจากสถาบันการเงินชั้นนำที่ร่วมรายการ• รับสิทธิ์ Super Zero ผ่อนนาน ผ่อนน้อย !! ผ่อนชำระ 0% ได้นานสูงสุดถึง 24 เดือน!พลาดไม่ได้ !! ช้อปสะดวกไร้รอยต่อ• เมื่อสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า 1 ชั่วโมง มาถึงรับของได้ทันที หรือบริการส่งและติดตั้งฟรี! ถึงหน้างาน ตลอดระยะ 40 กิโลเมตร (เมื่อซื้อครบตามเงื่อนไข)ร่วมฉลองทุกความพิเศษกับศูนย์รวมสินค้าและบริการเรื่องบ้านและงานช่างแบบครบ จบ ที่เดียวเหนือสุดของไทย !! โฮมโปร x เมกาโฮม แม่สาย ใกล้แยกห้วยน้ำริน เปิดบริการเต็มรูปแบบ 4 กรกฎาคม 2568 นี้
TNN ช่อง16 • 3 ก.ค. 68
อ่าน
โดมทองคำทรัมป์ งบ 175,000 ล้านดอลล่าร์ อาจล้มซ้ำรอยอดีต
ของ GDP แล้ว และยังไม่มีสัญญาณว่าจะชะลอตัวลง หากการขาดดุลงบประมาณยังอยู่ในระดับ 6% ของ GDP ต่อปี นักวิเคราะห์จาก Capital Economics เตือนว่า สหรัฐฯ อาจเห็นอัตราส่วนหนี้ต่อ GDP พุ่งแตะ 120% ภายใน 10 ปีข้างหน้าPaul Ashworth หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Capital Economics ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังเข้าสู่วงจรอุบาทว์ทางการคลัง นั่นคือ หนี้ที่สูงนำไปสู่ต้นทุนกู้ยืมที่สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ขาดดุลเพิ่ม และสุดท้ายกลับมาเพิ่มหนี้อีก จนนำไปสู่ปัญหาทางการคลังระยะยาว แม้สหรัฐฯ จะมีศักยภาพในการพิมพ์เงินเพื่อชำระหนี้ตนเอง แต่การกระทำดังกล่าวอาจทำให้เกิดเงินเฟ้อรุนแรง และเบียดขับภาคเอกชนออกจากระบบเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกัน อดีตประธานาธิบดีทรัมป์และพันธมิตรในพรรครีพับลิกัน กำลังผลักดัน “ร่างกฎหมายการคลังใหม่” ที่มีวงเงินกว่า 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งครอบคลุมการลดภาษี เพิ่มงบป้องกันประเทศ และลงทุนในความมั่นคงชายแดน ทว่า ร่างกฎหมายนี้กลับถูกวิจารณ์อย่างหนักจากทั้งฝ่ายค้าน นักเศรษฐศาสตร์ และแม้แต่ Elon Musk ที่ถึงกับออกมาทวีตว่า “นี่คือความน่ารังเกียจทางงบประมาณ” แม้สภาผู้แทนราษฎรจะผ่านร่างนี้ด้วยคะแนนเฉียดฉิว แต่ในวุฒิสภายังเต็มไปด้วยความเห็นต่าง โดยเฉพาะข้อเสนอให้ตัดงบสาธารณสุข และงบสนับสนุนพลังงานสะอาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก หากร่างนี้ได้รับการอนุมัติ สำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐฯ (CBO) ประเมินว่าจะต้องขยายเพดานหนี้อีกถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์ด้านสถาบันจัดอันดับ Moody’s ได้อ้างเหตุผลนี้ในการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ จากระดับสูงสุด Aaa ลงมา สะท้อนถึงความกังวลจากนักลงทุนทั่วโลก และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันค่าเงินดอลลาร์ให้ยังคงอ่อนค่าต่อเนื่องในตลาดโลก
TNN ช่อง16 • 16 มิ.ย. 68
อ่าน
ทลายโกดังบุหรี่ไฟฟ้า–ยา 4 คูณ 100 กลางเมืองพิจิตร ยึดของกลางกว่า 500 ชิ้น
ฝ่ายปกครองจังหวัดพิจิตรสนธิกำลังบุกจับแหล่งจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติด 4 คูณ 100 ยึดของกลางกว่า 500 ชิ้น พร้อมขยายผลถึงเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ทลายโกดังกลางเมืองพิจิตร ยึดบุหรี่ไฟฟ้า–ยาเสพติดล็อตใหญ่วันที่ 6 มิถุนายน 2568 นายกิติพล เวชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยปลัดจังหวัดพิจิตร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิจิตร และนายอำเภอเมืองพิจิตร นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และชุดเฉพาะกิจอาสารักษาดินแดนจังหวัดพิจิตร รวม 30 นาย พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดพิจิตร เข้าตรวจค้นหอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 5 ตำบลคลองคะเชนทร์ อำเภอเมืองพิจิตร ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับเบาะแสลับว่า มีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดประเภท 4 คูณ 100 ให้กับเยาวชนและนักศึกษาในพื้นที่ โดยภายในบ้านเป้าหมายแบ่งเป็นห้องพักให้นักศึกษาเช่า เจ้าหน้าที่พบของกลางจำนวนมาก พร้อมผู้กระทำผิด 2 ราย ซึ่งยอมรับว่า สั่งซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์และรับของจากตัวแทนจำหน่ายที่ส่งเข้ามาในพื้นที่ของกลางที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วย• บุหรี่ไฟฟ้า พอต (ตัวเครื่อง) 497 ชิ้น• หัวพอต 20 หัว• ยาแก้ไอ 35 ขวด• ยาแก้ปวด 110 แผง• ยาแก้ภูมิแพ้ (FATEC) 14 ขวด• น้ำกระท่อมขวด 1.5 ลิตร 21 ขวด• น้ำกระท่อมบรรจุถุงใส 54 ถุง• กัญชาบรรจุถุงซิป 573 ถุง• กัญชาแบบอัดแท่ง 1 แท่ง• กัญชาบรรจุขวดโหล 8 ขวด• เงินสดจากการจำหน่าย 4,334.25 บาทเตรียมขยายผลหาตัวการรายใหญ่รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ระบุว่า ได้สั่งการให้ขยายผลเชิงลึกไปยังเครือข่ายต้นทางและผู้จำหน่ายรายใหญ่ พร้อมแจ้งข้อหาเบื้องต้น ฐานจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าโดยผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติศุลกากรด้าน พ.ต.อ.ชัชร์ ชวรากุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร และ พ.ต.อ.ลักษณ์ รัตนถาวร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพิจิตร เผยว่า ผู้กระทำผิดในคดีนี้จัดเป็นผู้จำหน่ายขนาดกึ่งใหญ่ และมีจำนวนของกลางมากพอที่จะสาวไปถึงเครือข่ายตัวแทนรายใหญ่ได้ ในขณะเดียวกัน นายแพทย์วิศิษย์ อภิศิษย์วิทยา สาธารณสุขจังหวัดพิจิตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้กระทำผิดมีความผิดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข กรณีการต้มน้ำกระท่อมเพื่อจำหน่าย และเข้าข่ายกระทำผิดตามพระราชบัญญัติยา เนื่องจากไม่มีคุณสมบัติเป็นเภสัชกร ไม่สามารถปรุงหรือจำหน่ายยาได้ตามกฎหมายเจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกหลักฐานทั้งหมด และส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิจิตร ดำเนินคดีต่อไป พร้อมเตรียมขยายผลจับกุมแหล่งอื่น ๆ ในพื้นที่
TNN ช่อง16 • 8 มิ.ย. 68
อ่าน
มอเตอร์ไซค์น่าใช้ ในงบประหยัด ราคาไม่เกิน 50,000 บาท
สำหรับการเดินทาง หากต้องการความสะดวกสบายมากกว่าขึ้นรถประจำทาง และมีงบประมาณจำกัด การใช้มอเตอร์ไซค์นับว่าได้รับความนิยมมากในบ้านเรา โดยเฉพาะในเมืองที่การจราจรค่อนข้างติดขัด ดังนั้นเราทีมงาน TrueID ได้รวบรวมรถมอเตอร์ไซค์น่าใช้ในงบกำลังน่ารักมาฝากครับ ซึ่งตามข้อมูลล่าสุดปี 2025 มอเตอร์ไซค์น่าใช้ในงบไม่เกิน 50,000 บาทมีหลายรุ่นให้เลือก ดังนี้เลย: มอเตอร์ไซค์น่าใช้งบไม่เกิน 50,000 บาท 1. Honda Wave 110i (44,200-46,900 บาท) เรียกว่าเป็นรถมอไซค์ยอดนิยมตลอดกาลก็ว่าได้ สำหรับ Honda Wave ด้วยจุดเด่นด้านความประหยัด มีอัตราสิ้นเปลือง 76.9 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือว่าประหยัดน้ำมันมาก มีช่องเก็บของใต้เบาะ U-Box ขนาดความจุ 10 ลิตร ไฟหน้า LED และเรือนไมล์แอนะล็อกพร้อมไฟบอกตำแหน่งเกียร์ และที่สำคัญรุ่นนี้อะไหล่หาง่าย และมีศูนย์บริการทั่วประเทศ Honda Wave 110i มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 44,200 บาท ถือว่าเป็นรุ่นขายดีและมีความโดดเด่นค่อนข้างมากสำหรับกลุ่มราคานี้ 2. Yamaha FINN (41,200-49,900 บาท) อีกหนึ่งรุ่นที่ถือว่าเป็นคู่แข่งสำคัญของรุ่นบนก็คือ Yamaha FINN ที่ให้เครื่องยนต์ 114 ซีซี. ซึ่งให้แรงดีกว่ารุ่น 110 ซีซี. มีระบบกระจายแรงเบรก UBS และโช้คอัพหลัง YSS DTG Plus ปรับความแข็งของสปริงได้ และมาพร้อมดีไซน์ทันสมัย หลายสีให้เลือก ก็เป็นอีกรุ่นที่น่าใช้ในกลุ่มนี้ แต่ถ้าเรื่องประหยัดน้ำมัน ถือว่า Wave ยังดูทำได้ดีกว่า Yamaha FINN มีราคาถูกกว่า Wave อยู่เล็กน้อย คือเริ่มต้นที่ 41,200 บาท ใครสาย Yamaha ถือว่าน่าเล่นใช้ได้ 3. Suzuki Smash 115 FI (43,800 บาท) Suzuki Smash 115 FI มาพร้อมจุดเด่นด้านความประหยัดน้ำมันในยุคน้ำมันแพงนี้เช่นกัน โดยมีอัตราสิ้นเปลือง 66.7 กิโลเมตร/ลิตร ประหยัดดีใช้ได้ มาพร้อมคาลิเปอร์เบรก Nissin สีแดงเพิ่มความสปอร์ต และมีราคาสมเหตุสมผล แต่อย่างไรก็ตาม ด้านเครือข่ายศูนย์บริการอาจน้อยกว่า Honda และ Yamaha อันนี้ต้องพิจารณากันอีกที Suzuki Smash 115 FI มีราคาเริ่มต้นที่ราว 43,800 บาท ก็ถือว่าราคาดีใช้ได้ 4. Ryuka Save II S FI (37,900-40,900 บาท) Ryuka Save II S FI เป็นรถมอเตอร์ไซค์ราคาประหยัดในสเปคที่คุ้มค่าจากแบรนด์ Ryuka หรือ ริวก้า เป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์ที่ก่อตั้งโดย จงเซิน กรุ๊ป ประเทศจีน มาพร้อมจุดเด่นด้านราคา เพราะมีราคาถูกที่สุดในกลุ่มนี้ ดีไซน์การออกแบบถือว่าน่าใช้ตามสไตล์รถแม่บ้าน ใช้งานทั่วไปในครอบครัว มีตะกร้าใส่ของที่ด้านหน้า เพิ่มความสะดวก เรือนไมล์ดิจิทัล และดิสก์เบรกหน้า Ryuka Save II S FI มีราคาเริ่มต้นที่ 37,900 บาท ถือว่าถูกกว่าแบรนด์ญี่ปุ่นพอสมควร แต่จุดสังเกตอาจเป็นในส่วนของแบรนด์ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากเท่าแบรนด์ญี่ปุ่น ถ้าใครไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้ก็ถือว่าใช้ได้ 5. Suzuki Nex Crossover (49,900 บาท) มาดูรถทางฝั่ง Automatic กันบ้าง เริ่มด้วย Suzuki Nex Crossover ที่มีราคาเริ่มต้นในช่วงต่ำ 5 หมื่นพอดี โดยรุ่นนี้โดดเด่นด้วยการออกแบบที่พร้อมลุยทุกสภาพถนน มีความสูงใต้ท้องรถ 150 มม. ใช้ระบบเกียร์ออโตเมติก ทำให้ขี่ง่ายทั้งครอบครัว และมีดีไซน์สไตล์แอดเวนเจอร์ เน้นความคล่องตัวเป็นหลัก Suzuki Nex Crossover มีราคาเริ่มที่ประมาณ 49,900 บาท โดยอาจมีข้อสังเกตที่อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันไม่ได้ดีมาก ซึ่งเป็นปกติของเกียร์ออโต้ แต่ได้ความสบายในการขับขี่มากกว่า 6. Honda Scoopy i (49,900 บาท) สุดท้ายแนะนำเป็น Honda Scoopy มอเตอร์ไซค์ออโต้เมติกตัวขายดีอีกรุ่นของ Honda ซึ่งมีราคาในรุ่นเริ่มต้น Urban อยู่ในเกณฑ์ต่ำ 5 หมื่นพอดี จุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่ดีไซน์การออกแบบเอาใจวัยรุ่น ดูน่ารักน่าใช้ เครื่องยนต์ 110 ซีซี. ขับขี่ง่าย เหมาะสำหรับใช้ในเมือง Honda Scoopy Urban มีราคาเริ่มต้นที่ 49,900 บาท ขับขี่ง่าย เน้นใช้งานทั่วไป จัดว่าแจ่มอีกรุ่น อย่างไรก็ตาม ราคาที่เห็นด้านบนทั้งหมดเป็นราคาแนะนำเป็นราคาจากผู้ผลิต ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาหรือโปรโมชั่นของแต่ละตัวแทนจำหน่าย ก่อนซื้อควรเช็กราคาโดยตรงจากผู้จำหน่ายอีกครั้งครับ
ข่าวยานยนต์ • 3 มิ.ย. 68
อ่าน
พายุถล่มพัทลุง บ้านพังกว่า 500 หลัง
เกิดพายุหมุน ฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง พัดถล่มลงมาในหลายพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (1 มิ.ย.) แม้จะเกิดขึ้นเป็นเวลาไม่นานแต่ก็สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่ 5 บ้านไร่ ตำบลลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง พบบ้านเรือนประชาชนถูกแรงลมพายุพัดจนหลังคาบ้านปลิวว่อน ต้นไม้หักโค่นล้มลงมาระเนระนาดเกลื่อนถนน รวมถึงพื้นที่เกษตรจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากการสำรวจเบื้องต้นพบบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายประมาณ 500 หลังคาเรือน หลังเกิดเหตุหน่วยงานในพื้นที่ ได้เร่งสำรวจความเสียหายในพื้นที่อื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด ด้าน ชาวบ้านในพื้นที่บ้านไร่ เล่าว่า พายุที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา รู้สึกตกใจจนเกือบหมดสติ ต้องวิ่งหนีออกจากบ้านอย่างโกลาหล เพราะกลัวว่าหลังคาบ้านจะถล่มลงมาทับ โดยบ้านของเธอได้รับความเสียหายทั้งหลัง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาช่วยเหลือ ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศ ตั้งแต่วันนี้ (2 มิ.ย.) ไปจนถึง วันที่ 7 มิถุนายน ประเทศไทยตอนบน ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่งตลอดช่วง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนสำหรับภาคใต้ จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคใต้ฝั่งตะวันตก ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร อ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
TNN ช่อง16 • 2 มิ.ย. 68
อ่าน
"UBS" อัพไซด์ "S&P500" เพิ่มเป้าเป็น 6,000 จุด สวนทางบอนด์ยีลด์ฉุด "วอลล์สตรีท"
ยูบีเอส โกลบอล เวลธ์ แมเนจเมนต์ (UBS Global Wealth Management) เปิดเผยว่าได้ปรับเพิ่มประมาณการดัชนี SP500 โดยให้เหตุผลว่าผลประกอบการไตรมาสแรกของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าที่คาด และเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งหลังของปีมีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าที่ประเมินไว้เล็กน้อย จากปัจจัยสนับสนุนดังกล่าว ยูบีเอสจึงได้ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) ของดัชนี SP 500 ในปี 2568 เป็น 260 ดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมที่คาดไว้ 250 ดอลลาร์ ขณะที่คาดการณ์ EPS สำหรับปี 2569 ก็ถูกปรับขึ้นเช่นกัน เป็น 280 ดอลลาร์ จากประมาณการเดิมที่ 275 ดอลลาร์ นอกจากนี้ ยูบีเอสยังได้ปรับเป้าหมายดัชนี SP 500 ณ สิ้นปี 2568 ขึ้นเป็น 6,000 จุด จากระดับเดิมที่ 5,800 จุด และวางเป้าหมายระยะกลางในเดือนมิถุนายน 2569 ไว้ที่ 6,400 จุดทั้งนี้ ดัชนี SP500 ปิดตลาดวานนี้ที่ระดับ 5,842.01 จุด ลดลง 2.60 จุด หรือ -0.04% ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากปัจจัยกดดันของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ หรือบอนด์ยีลด์ 30 ปี ที่ดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 5% ใกล้เคียงกับในช่วงปี 2007 ก่อนเกิดวิกฤติ "ซับไพรม์" ในปี 2008
TNN ช่อง16 • 23 พ.ค. 68
อ่าน
Otto Aviation เปิดตัว "Phantom 3500" เครื่องบินเจ็ตเหนือเสียงไร้หน้าต่าง
ออตโต แอวิเอชัน (Otto Aviation) เปิดตัวแฟนทอม 3500 (Phantom 3500) เครื่องบินเจ็ตโดยสารความเร็วเหนือเสียงรุ่นใหม่ ที่พลิกแนวคิดการออกแบบโดยตัด “หน้าต่าง” ออกจากห้องโดยสาร เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการบินสูงสุด ด้วยการไหลเวียนของอากาศแบบ ซูเปอร์ลามินาร์ ที่ช่วยลดแรงต้าน ลดน้ำหนักตัวเครื่อง และประหยัดเชื้อเพลิงก่อนหน้านี้วิศวกรการบินจำนวนไม่น้อยต่างเห็นพ้องกันว่าหน้าต่าง คือ อุปสรรคในการออกแบบเครื่องบินที่สมบูรณ์แบบ ด้วยเหตุผลด้านโครงสร้างและอากาศพลศาสตร์ การเจาะช่องหน้าต่างบนลำตัวที่ควรเป็นทรงกระบอกไร้รอยต่อจะทำให้เกิดจุดอ่อนและเพิ่มน้ำหนักโดยไม่จำเป็น อีกทั้งยังรบกวนกระแสลมเหนือผิวเครื่องบิน ส่งผลให้เกิดแรงต้านที่มากขึ้นการออกแบบเครื่องแฟนทอม 3500 (Phantom 3500)แฟนทอม 3500 (Phantom 3500) นำแนวคิดนี้ไปใช้อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการออกแบบลำตัวเครื่องให้มีพื้นผิวเรียบไร้รอยต่อจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ขั้นสูง เพื่อรองรับการไหลของอากาศแบบลามินาร์ต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพเชื้อเพลิงขึ้น 35% จากช่วงการทดสอบต้นแบบ Celera 500L และใช้แพลตฟอร์มออกแบบ 3DEXPERIENCE ของบริษัท Dassault Systèmes ช่วยในการพัฒนาเครื่องบินรุ่นนี้การควบคุมการไหลของอากาศในช่วงความเร็วทรานโซนิก Mach 0.8–1.2 หรือ 988–1,482 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้ลื่นไหลที่สุด จะช่วยลดแรงลากและเพิ่มระยะทาง ความเร็ว และความประหยัด โดยยังคงสมรรถนะเดิมไว้แฟนทอม 3500 (Phantom 3500) ยังออกแบบให้ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบแฟนแบบแยกส่วนแทนใบพัดดูดอากาศ เพื่อให้เหมาะกับภารกิจบินระยะไกลแม้ไม่มีหน้าต่าง แต่ผู้โดยสารไม่ต้องกังวลเรื่องความอึดอัด เพราะห้องโดยสารขนาด 800 ลูกบาศก์ฟุต ราว 22.65 ลูกบาศก์เมตร ได้รับการตกแต่งอย่างหรูหราพร้อมติดตั้งหน้าจอดิจิทัลความละเอียดสูงแบบไร้รอยต่อรอบตัว ทั้งด้านข้างและเพดาน เพื่อจำลองทัศนียภาพภายนอกได้อย่างเสมือนจริง ระบบขับเคลื่อนแฟนทอม 3500 (Phantom 3500) ใช้เครื่องยนต์สองเครื่อง มีพิสัยบินไกลถึง 3,200 ไมล์ทะเล ราว 5,926 กิโลเมตร และเพดานบินสูงสุด 51,000 ฟุต หรือ 15,545 เมตร บริษัทคาดว่าจะสามารถลดต้นทุนปฏิบัติการลงได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับเครื่องบินรุ่นใกล้เคียง อีกทั้งยังมีศักยภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 80%และด้วยปีกที่สั้นแต่กว้างแฟนทอม 3500 (Phantom 3500) ยังสามารถใช้สนามบินที่มีรันเวย์สั้นเพียง 3,500 ฟุต หรือ 1,067 เมตร ได้ ซึ่งนับเป็นข้อได้เปรียบสำคัญสำหรับการให้บริการในพื้นที่จำกัดอย่างไรก็ตาม มาร์ค มัวร์ (Mark Moore) ซีอีโอของบริษัท วิสเปอร์ แอร์โร (Whisper Aero) บริษัทนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาเครื่องบินแฟนทอม 3500 (Phantom 3500) ได้แสดงความเห็นผ่าน LinkedIn เอาไว้ว่า"การเปลี่ยนแปลงจากต้นแบบ Celera ไปสู่ Phantom 3500 นั้นมีความแตกต่างที่น่าจับตา ทั้งในเรื่องสัดส่วนปีก ระบบขับเคลื่อน และการเลือกใช้วัสดุที่ดูเหมือนจะเป็นอะลูมิเนียมมากกว่าคอมโพสิต Moore ตั้งข้อสังเกตว่า Celera เคยได้รับการยกย่องจาก NASA Langley ว่าเป็นเครื่องบินที่ใช้การไหลลามินาร์ได้ดีเยี่ยม และแสดงความสนใจว่าจะติดตามการพัฒนาอย่างใกล้ชิด พร้อมหวังว่าจะได้วิเคราะห์แนวคิดเบื้องหลังการตัดสินใจออกแบบในโครงการใหม่นี้" ออตโต แอวิเอชัน (Otto Aviation) คาดว่า Phantom 3500 จะพร้อมให้บริการภายในปี 2030 และอาจกลายเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของการบินพาณิชย์ในอนาคต ที่มุ่งสู่ความเร็วสูง ความประหยัด และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน">
TNN ช่อง16 • 18 พ.ค. 68
อ่าน
NEO กางแผนธุรกิจครึ่งหลัง วางงบลงทุน 2,300-2,500 ลบ. อัพกำลังการผลิตเพิ่ม
นายสุทธิเดช ถกลศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 นีโอ คอร์ปอเรท วางแผนที่จะเดินหน้าขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยได้ดำเนินการลงทุนเพื่อขยายโรงงานและการผลิตแบบแบ่งเป็นเฟส สอดคล้องกับแผนการเติบโตที่วางไว้ เพื่อเป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงและลดภาระทางการเงินจากการลงทุนขนาดใหญ่ในคราวเดียวโดยจัดสรรค่าใช้จ่ายในการลงทุน (CAPEX) ในปี 2568 ไว้ที่ 2,300-2,500 ล้านบาท ประกอบด้วยการก่อสร้างอาคารและโรงงานสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล ซึ่งแล้วเสร็จไปเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 เตรียมเปิดใช้งานเต็มรูปแบบภายในปีนี้ และการก่อสร้างโรงงานสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน เฟสหนึ่ง ซึ่งเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2569 ตามด้วยเฟสสองที่จะแล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2571ขณะเดียวกัน บริษัทยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านช่องทาง e-commerce ซึ่งมีการเติบโตถึง 33% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรงและตอบสนองต่อพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเพิ่มจำนวน live streaming และการส่งเสริม Affiliate Marketing เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดเล็กลงเพื่อตอบสนองต่อสภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น เช่น Fineline น้ำยาซักผ้า ขนาด 140 มล. และน้ำยาปรับผ้านุ่ม ขนาด 150 มล. ซองเล็กราคาเริ่มต้น 20 บาท ช่วยให้ผู้บริโภคเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น สำหรับไตรมาส 1/2568 บริษัทยังรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันจะไม่ค่อยเอื้ออำนวยก็ตาม โดยยอดขายในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักเติบโตได้ดีจากปีก่อนหน้า ซึ่งประเมินแล้วว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด FMCG เป็นผลมาจากการที่เราดำเนินกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการสร้างความแตกต่างและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างตรงจุดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผลักดันสินค้าพรีเมียมแมสที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาด ประกอบกับกลยุทธ์ Segment Creator ที่เป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ มาสร้างสีสันและเติมเต็มช่องว่างความต้องการในตลาดอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ยอดขายจากต่างประเทศเองก็เริ่มฟื้นตัวจากการปรับปรุงและขยายช่องทางการขายตั้งแต่ปีที่แล้วเป็นต้นมา ทั้งหมดนี้ช่วยให้เราสามารถสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งต่อเนื่องได้เป็นอย่างดีทั้งนี้ ความท้าทายสำคัญในช่วงต้นปีคือราคาต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นจากภาวะราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นตามต้องความการของตลาดในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเราได้ดำเนินการซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า และบริหารวัตถุดิบอย่างรอบคอบ รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายในทุกส่วน ส่งผลให้ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ ไม่สูงเท่าที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ อีกทั้งยังสามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นไว้ในกรอบ 41-43% และอัตรากำไรสุทธิในกรอบ 8-10% ได้อย่างมั่นคงผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2568 บริษัทมียอดขายรวมเติบโตในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล และกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้สำหรับเด็ก ซึ่งเติบโตจากปีก่อนหน้า 6.0% 5.7% และ 2.1% ตามลำดับการเติบโตของยอดขายส่วนใหญ่มาจากผลิตภัณฑ์น้ำยาซักผ้า และผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มภายใต้แบรนด์ Fineline ผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำ และครีมบำรุงผิว ภายใต้แบรนด์ BeNice ซึ่งนับเป็นความสำเร็จจากการเปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวภายใต้แบรนด์ BeNice ตั้งแต่ไตรมาส 2/2567 เป็นต้นมา ในขณะที่ D-nee มีการเติบโตในทิศทางที่ดี ส่วนหนึ่งจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ D-nee deluxe ตามกลยุทธ์ Segment Creator เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ นอกจากนี้ ยอดขายสินค้าพรีเมียมแมสเติบโตถึง 34% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว คิดเป็นสัดส่วน 5% ของยอดขายรวมซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการสร้างความแตกต่างและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างตรงจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผลักดันสินค้าพรีเมียมสำหรับกลุ่ม Silver Age ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาด ในขณะเดียวกัน ยอดขายจากต่างประเทศสามารถฟื้นตัวเติบโต 10.3% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากการขยายแบรนด์สินค้า และเพิ่ม SKU ใหม่ๆ เข้าไปในประเทศส่งออกหลัก รวมทั้งปรับปรุงและขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้มีประสิทธิภาพและครอบคุลมพื้นที่มากขึ้นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของนีโอ คอร์ปอเรท ในต้นเดือนที่ผ่านมาคือการเปิดตัวแบรนด์ "LovliTails" ซึ่งถือเป็นแบรนด์ใหม่ของบริษัทในรอบ 15 ปี และการขยายพอร์ตโฟลิโอสู่ตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงเป็นครั้งแรก โดยมุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของสัตว์เลี้ยงยุคใหม่ ซึ่งกลยุทธ์การตลาดจะให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่าน Influencer และ KOL ซึ่งเป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ตัวจริงที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างแบรนด์ให้เป็นผู้นำในตลาดพรีเมียม และพรีเมียมแมส ภายใน 3 ปี
TNN ช่อง16 • 15 พ.ค. 68
อ่าน
"เครื่องบิน" ดีเลย์-ยกเลิก ไม่แจ้งล่วงหน้า เปิดเงื่อนไขรับเงินชดเชยสูงสุด 4,500 บาท ทั้งในและระหว่างประเทศ
20 พ.ค.เป็นต้นไป เครื่องบินดีเลย์ - ยกเลิกโดยไม่แจ้ง - ขึ้นเครื่องแล้วไม่ออก ผู้โดยสาร มีสิทธิได้รับ เงินชดเชย สูงสุด 4,500 บาท ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ กรณีบินระหว่างประเทศกรณีดีเลย์ (ล่าช้า) เกิน2 ชั่วโมง- ได้อาหาร + เครื่องดื่ม- ได้ใช้โทรศัพท์หรืออีเมลฟรีกรณีดีเลย์ (ล่าช้า) เกิน 5 ชั่วโมง- ได้เหมือน 2 ชั่วโมง และเพิ่ม- เงินชดเชย 1,500 บาท หรือเลือกรับเป็น Credit, ไมล์, Voucher- ถ้าต้องรอข้ามคืน ต้องมีที่พัก + รถรับส่ง- ถ้าไม่อยากเดินทางต่อ ขอคืนเงินค่าตั๋วคืนได้เช่นกันกรณีดีเลย์ (ล่าช้า) เกิน10 ชั่วโมง- ได้เหมือน 5 ชม.- ได้ค่าชดเชยตามระยะทาง 2,000 - 4,500 บาทเที่ยวบินถูกยกเลิก / ไม่ให้ขึ้นเครื่อง- สายการบินต้องชดเชย “เหมือนกับดีเลย์เกิน10 ชั่วโมง”ยกเว้นแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน, หาไฟลท์อื่นที่เวลาใกล้เดิม + - 3 ชั่วโมง, เกิดจากเหตุสุดวิสัยทางธรรมชาติ เช่น พายุ,ฝนกระหน่ำ บินในประเทศ - กฎนี้ทำให้ได้รับค่าชดเชยเพิ่มขึ้น- ดีเลย์ได้ 1200- ยกเลิกได้ 1500- เลือกได้ด้วยว่าจะรับเป็น เงินสด / บัตรกำนัล/ไมล์สะสม หรือ credit สำหรับเดินทางครั้งหน้าเคสใหม่ “ดีเลย์บนเครื่อง” คือ ขึ้นไปนั่งแล้ว แต่เครื่องยังไม่ออก- ต้องมีอากาศถ่ายเท ห้องน้ำ และความช่วยเหลือทางการแพทย์- ถ้าเกิน 3 ชั่วโมง และยังไม่บิน ผู้โดยสารมีสิทธิ “ขอลงจากเครื่องได้”*ยกเว้นเหตุผลด้านความปลอดภัยสำคัญคืออย่าลืมเก็บหลักฐาน และติดต่อสายการบินทันที เพราะสิทธิไม่ใช่ของแถม แต่เป็นของคุณรู้สิทธิของตัวเองไว้ จะได้ไม่โดนเอาเรียบ
TNN ช่อง16 • 14 พ.ค. 68
อ่าน
ททท.ของบ 3,500 ล้าน ดึงจีนเที่ยวไทย
นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การประชุมร่วมกับน.ส. แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หลังพบตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2568 แนวโน้มลดลง ร้อยละ 0.2จึงสั่งการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ปรับแผนครึ่งหลังของปี 2568 โดยใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด คือ จากเดิมกระทรวงฯจะเสนอของบกลางปี 2568 เพื่อทำโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ วงเงิน 3,500 ล้านบาท จึงขอปรับทำโครงการกระตุ้นท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศร่วมด้วย ด้านน.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการททท. กล่าวว่า ททท.เตรียมของบประมาณ 3,500 ล้านบาท ทำบูสเตอร์ช็อต เพื่อกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติผ่าน 3 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการ "เที่ยวไทยคนละครึ่ง" เป้าหมายกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยในช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) 2.โครงการส่งเสริมตลาดร่วม ผ่านแพลตฟอร์ม ท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) เพื่อเจาะนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง ซึ่ง ททท.จะร่วมกับ OTA รายใหญ่ให้ครอบคลุมตลาดทั่วโลกและ 3.โครงการส่งเสริมตลาดร่วมกับสายการบิน เฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวจีน เนื่องจากตลาดนักท่องเที่ยวจีนได้รับผลกระทบจากความไม่เชื่อมั่นในการเดินทางมาไทยโดยเราต้องพยุงตลาดเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากจีนเอาไว้ เงื่อนไขการสนับสนุนเบื้องต้นคือต้องการันตีผู้โดยสาร มีอัตราการขนส่ง (Load Factor) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 85 น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า ททท.ยังมีโครงการ "สวัสดีหนีห่าว" จัดเมกะแฟมทริปปลายเดือนพ.ค.นี้ เชิญผู้ประกอบการบริษัททัวร์ สื่อมวลชน และผู้นำทางความคิด (KOL) จาก ทุกมณฑลทั่วประเทศจีน ร่วมเดินทางมาสำรวจบรรยากาศและสินค้าการท่องเที่ยวของไทยรวม 500 คน โดยเชิญ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจะมาร่วมเปิดงาน
TNN ช่อง16 • 7 พ.ค. 68
อ่าน
COSMAX ทุ่มงบ 1,500 ล้านบาท สร้างโรงงานใหม่ เพิ่มการผลิต ยกระดับเครื่องสำอางไทย
นายมินกู คัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีโอเอสเอ็มเอเอ็กซ์ (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ COSMAX ผู้นำด้านการผลิตสินค้าความงามระดับโลกมากกว่า 600 แบรนด์ จากประเทศเกาหลี เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมความงามทั้งในไทยและทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองมากขึ้น นอกจากนี้ผู้บริโภคยังได้รับอิทธิพลของ Social Media ที่กระตุ้นให้ผู้คนใส่ใจในเรื่องความสวยความงามและบุคลิกภาพมากขึ้น โดยข้อมูลจาก Euromonitor คาดการณ์ว่าในปี 2568 ตลาด Beauty and Personal Care ในประเทศไทยจะมีมูลค่าสูงถึง 3.03 แสนล้านบาทดังนั้น การก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ของ COSMAX จึงเป็นหมุดหมายสำคัญในการยกระดับศักยภาพการผลิต เพื่อรองรับตลาดเครื่องสำอางที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมความงามของไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในเวทีสากล และส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตสินค้าความงาม OEM (ผู้รับจ้างผลิตสินค้า) และ ODM (ผู้รับจ้างที่ออกแบบและ ผลิตสินค้าให้กับบริษัทเพื่อนำไปขายในแบรนด์ตัวเอง) ของอาเซียนในปี 2567 ที่ผ่านมา COSMAX มีอัตราการเติบโต 65.4% และเติบโตเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี 16.1% ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ COSMAX ประสบความสำเร็จ และเติบโตอย่างต่อเนื่อง คือ ความนิยมในการใช้เครื่องสำอางที่เพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ตลาดเครื่องสำอางขยายตัวอย่างรวดเร็ว และมีการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่เข้ามาในตลาด ไม่ว่าจะเป็น Influencers ที่สร้างแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเอง หรือแม้กระทั่งแบรนด์เครื่องสำอางน้องใหม่ ที่ก้าวเข้าลงทุนและแข่งขันในตลาดนี้ แม้จะมีการแข่งขันที่สูงขึ้นแต่ COSMAX ยังสามารถเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมได้อย่างมั่นคง ด้วยกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ โดยมีการใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการผลิต ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค สำหรับก่อสร้างโรงงานใหม่ COSMAX Thailand ได้ลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท บนพื้นที่รวมกว่า 35,995 ตารางเมตร โดยแบ่งเป็นพื้นที่คลังสินค้า 5,560 ตารางเมตร และพื้นที่ฝ่ายการผลิต 30,435 ตารางเมตร ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าจากเดิม คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในปี 2569 และการก่อสร้างโรงงานครั้งนี้มีบทบาทสำคัญในการรองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะตลาดในประเทศ และต่างประเทศที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วนายมินกู คัง กล่าวว่า นับเป็นก้าวสำคัญของ COSMAX Thailand เพื่อขยายกำลังการผลิตครอบคลุมในทุกเซกเม้นต์ เครื่องสำอาง Makeup ประเภทต่างๆ สกินแคร์ น้ำหอม และผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย รองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยโรงงานแห่งใหม่นี้จะนำเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ทันสมัยมาใช้ภายในโรงงาน เช่น ระบบ Real Time Management และ SAP รวมถึงหุ่นยนต์และ AGV (Automated Guided Vehicle) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานของมนุษย์ ทั้งนี้ COSMAX Thailand ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยโรงงานแห่งใหม่ติดตั้งระบบระบายอากาศเฉพาะจุดที่มีตัวกรองคาร์บอนเพื่อลดสาร VOCs รวมถึงมีระบบบำบัดน้ำเสียอัจฉริยะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ นอกจากนี้ บริษัทยังใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น แผงโซลาร์เซลล์ และระบบไฟ LED พร้อมเซ็นเซอร์อัจฉริยะเพื่อลดการใช้พลังงาน รวมถึงการให้ความสำคัญกับแนวทาง Zero Water Waste โดยนำน้ำเสียจากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ใหม่ และส่งเสริมการรีไซเคิลขยะเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งดำเนินนโยบายด้าน ESG (Environmental, Social, and Governance) อย่างเข้มข้นเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจอีกด้วยนอกจากนี้ การเปิดโรงงานผลิตเครื่องสำอางแห่งใหม่ของ COSMAX Thailand ยังส่งผลสำคัญด้าน เศรษฐกิจและการจ้างงาน โดยเพิ่มตำแหน่งงานกว่า 400 ตำแหน่ง พร้อมส่งเสริมธุรกิจท้องถิ่นผ่านการซื้อวัตถุดิบจาก ผู้ผลิตในประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น การขยายกำลังการผลิตครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วย รองรับตลาดความงามที่เติบโต แต่ยังเป็นการวางรากฐานให้กับผู้ที่ต้องการผลิตเครื่องสำอางแบรนด์ตัวเองอย่างยั่งยืน พร้อมตอบโจทย์ เทรนด์เครื่องสำอางปี 2568 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
TNN ช่อง16 • 27 มี.ค. 68
อ่าน
ระบบป้องกันเครื่องบินชนนกลดอุบัติเหตุลง 60% ติดตั้งบนเครื่องบินมากกว่า 25,000 ลำ
ระบบ Pulselite ถูกพัฒนาขึ้นโดย Precise Flight สำหรับเครื่องบินพาณิชย์ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดอุบัติเหตุเครื่องบินชนนกกลางอากาศ ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียชีวิตของผู้โดยสารจำนวนมาก ระบบได้รับการทดสอบ สายการบิน Alaska Airlines, Horizon Airlines, Qantas Airways และสายการบินระดับภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลกเป็นเวลา 10 ปี พบว่าระบบ Pulselite สามารถช่วยลดอุบัติเหตุเครื่องบินนกชนได้อย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มทัศนวิสัยของเครื่องบินได้อย่างมีนัยสำคัญปัญหาเครื่องบินชนนกกลางอากาศในทุกปีมีเหตุการณ์เครื่องบินชนนกมากกว่า 60,000 ครั้ง ซึ่งทำให้สายการบินต้องสูญเสียเงินกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก หรือมากกว่า 102,030 ล้านบาท และหากนับเฉพาะในสหรัฐอเมริกาคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 34,010 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมจำนวนผู้เสียชีวิตซึ่งไม่สามารถประเมินค่าได้ระบบ Pulselite ป้องกันเครื่องบินชนนกทำงานอย่างไรระบบ Pulselite เป็นระบบไฟฟ้าน้ำหนักเบาที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานบริหารการบินแห่งสหพันธรัฐ หรือ FAA ระบบทำงานโดยการสลับฉายแสงไฟบนเครื่องบินตามความถี่และรูปแบบเฉพาะ ซึ่งช่วยเพิ่มความสว่างของดวงไฟบนเครื่องบินให้โดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแสงสว่างในทิศทางที่ถูกต้องและความถี่ที่เหมาะสมสามารถรบกวนการบินของนก และเป็นเหมือนการส่งสัญญาณเตือนเพื่อขับไล่นกออกไปจากเส้นทางการบินเพิ่มการมองเห็นระหว่างเครื่องบินนอกจากประโยชน์ที่ได้จากการป้องกันเครื่องบินชนนก ระบบ Pulselite ยังช่วยเพิ่มการมองเห็นระหว่างเครื่องบิน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศ ในทุกสภาพอากาศ โดยสายการบินที่ใช้ไฟกระพริบจะมีโอกาสเกิดเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่า โดยบริษัทผู้พัฒนา Precise Flight ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ และนักบินคนอื่น ๆ มองเห็นไฟกระพริบบนเครื่องบินได้ชัดเจนขึ้นในทุกช่วงของการขับเคลื่อนและการบินเพิ่มอายุการใช้งานของหลอดไฟได้ 3 เท่าวิธีการทำงานของระบบ Pulselite จะเข้าไปทำให้หลอดไฟบนเครื่องบินทำงานในอุณหภูมิต่ำ แต่ยังคงความสว่างเอาไว้ เกิดความร้อนน้อย และช่วยให้นักบินมองเห็นได้ชัดมากขึ้น ซึ่งความสามารถดังกล่าวทำให้ยืดอายุการเปลี่ยนหลอดไฟและค่าบำรุงรักษาการติดตั้งระบบ Pulselite บนสายการบินชั้นนำปัจจุบันระบบ Pulselite ได้รับการติดตั้งในเครื่องบินมากกว่า 25,000 ลำ ทั่วโลก รวมถึงเครื่องบินเจ็ทสำหรับธุรกิจ และเฮลิคอปเตอร์ ระบบ Pulselite มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ ลดอุบัติเหตุนกชน และ เพิ่มความสามารถในการจดจำเครื่องบินเพื่อหลีกเลี่ยงการชนกับเครื่องบินลำอื่นบนสนามบินระบบ Pulselite ได้รับการติดตั้งในสายการบินที่ปลอดภัยที่สุดในโลกหลายแห่ง เช่น สายการบิน Qantas และ Alaska Airlines โดยผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าเครื่องบินที่ติดตั้งระบบ Pulselite ช่วยลดอุบัติเหตุนกชนเครื่องบินได้มากถึง 60% ช่วยให้สายการบินประหยัดเงินได้หลายล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี พร้อมทั้งเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารที่มาของข้อมูล Preciseflight
TNN ช่อง16 • 1 ม.ค. 68
อ่าน
7 ครีมกันแดดทาหน้า ยี่ห้อไหนดี 2025 งบไม่เกิน 500 หน้าไม่ดำ ซึมไว ใช้แล้วสบายผิว
แดดแรงๆ ในเมืองไทยนั้นมีตลอดทั้งปีโดยไม่สนฤดูกาลค่ะ ทำให้เวลาที่เราจะออกจากบ้านแต่ครั้งต้องรีบทา ครีมกันแดด เพื่อปกป้องผิว เพราะรังสี UV ทำให้ผิวของเราเสียได้ แต่นอกจากแสงแดดที่คอยทำร้ายผิว แสงสีฟ้าที่มาจากจอโทรศัพท์และจอคอมพิวเตอร์ก็ทำร้ายผิวได้เช่นกันค่ะ ดังนั้น ครีมกันแดด จึงกลายเป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้และสำคัญมากที่สุดในการดูแลผิวค่ะ ซึ่งการเลือกครีมกันแดด นอกจากจะต้องเลือกที่ประสิทธิภาพในการกันแดดแล้ว งบในกระเป๋าก็เป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน วันนี้เรามี ครีมกันแดดถูกและดี ที่ใช้งบแค่ 500 บาทก็ซื้อได้แล้วมาให้สาวๆ เก็บไว้เป็นตัวเลือกค่ะ ทั้ง 7 ครีมกันแดดที่เรานำมาฝากนั้นนอกจากจะราคาไม่แพงแล้ว ยังช่วยปกป้องผิวได้และสารบำรุงผิวอีกด้วย ใช้แล้วหน้าไม่ดำ ไม่หมอง ซึมไว สบายผิวและไม่เหนอะหนะค่ะ ครีมกันแดดทาหน้า ยี่ห้อไหนดี 2025 ราคาถูก งบน้อยก็ซื้อได้ 1. NIVEA Sun Triple Protect Extra Radiance Smooth SPF50+/PA+++ นีเวีย ซัน ทริปเปิ้ล โพรเท็ค เอ็กซ์ตร้า เรเดียนซ์ แอนด์ สมูท เอสพีเอฟ 50+ พีเอ+++ มีสารสกัดจากชะเอมเทศ ที่ช่วยลดการอักเสบของผิวที่โดนแดด และยังช่วยปกป้องผิวจากแสงสีฟ้าด้วย มีสารกันแดดมาให้ถึง 3 ตัวซึ่งทำหน้าที่ในการช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ทั้ง UVA และ UVB กันแดดขวดนี้เป็นแบบเนื้อเซรั่มค่ะ บางเบา ซึมเร็ว เกลี่ยง่ายและสบายผิวค่ะ ปริมาณและราคา ขนาด 40 ml. ราคา 389 บาท 2. Biore UV Barrier Me Mineral Gentle Milk SPF50+/PA+++ บิโอเร ยูวี แบริเออร์ มี มิเนอรัล เจนเทิล มิลค์ เอสพีเอฟ 50 พีเอ +++ จุดเด่นของตัวนี้คือเป็นมิเนอรัลซันสกรีนค่ะ คือเป็นกันแดดที่มีส่วนผสมของแร่ธาตุด้วย โดยแร่ธาตุเด่นๆ ในขวดนี้นั่นก็คือ Zinc Oxide และ Titanium Dioxide ช่วยป้องกันรังสี UV อ่อนโยน ไม่ทำร้ายผิว รวมถึงยังสามารถช่วยป้องกันฝุ่น PM 2.5 ด้วย นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมอื่นๆ ที่ช่วยบำรุงผิว อย่างเช่น เชียร์บัตเตอร์ วิตามินอี มาช่วยในเรื่องของการต้านอนุมูลอิสระค่ะ ปริมาณและราคา ขนาด 50 g. ราคา 459 บาท 3. Cute Press UV Expert Protection Whitening Anti-Aging SPF 50+ PA++++ คิวเพรส ยูวี เอ็กซ์เพิร์ท โพรเทคชั่น ไวท์เทนนิ่ง แอนด์ แอนตี้-เอจจิ้ง เอสพีเอฟ 50+ พีเอ++++ จุดเด่นของสูตรนี้นั่นก็คือการใช้นวัตกรรมเก็บสารกันแดดไว้ในแคปซูลขนาดเล็ก และมีเทคโนโลยี Soft Focus Powder ซึ่งช่วยในการสะท้อนแสงให้ออกจากผิวและช่วยดูดซับความมันส่วนเกิน มีสารสกัดจากสาหร่าย ซึ่งสามารถช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดริ้วรอย ลดการทำร้ายผิวจากมลภาวะต่างๆ กันน้ำ กันเหงื่อ ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และไม่มีน้ำหอมค่ะ ปริมาณและราคา ขนาด 40 ml. ราคา 479 บาท 4. Banana Boat Simply Protect Aqua Daily Moisture UV Protection Sunscreen Lotion SPF50+ PA++++ บานาน่า โบทส์ ซิมพลี โพรเท็ค อควา เดลี่ มอยซ์เจอร์ ยูวี โพรเท็คชั่น ซันสกรีน โลชั่น สูตรนี้เป็นกันแดดที่เน้นให้ความชุ่มชื้นค่ะ เพราะมีทั้งโซเดียมไฮยาลูโรเนตและวิตามินอี สารกันแดดที่ให้มาก็สามารถช่วยปกป้องผิวของเราจากรังสี UVA และ UVB ได้ค่ะ ตัวนี้ค่อนข้างอ่อนโยนเพราะไม่มีพาราเบน ไม่มีแอลกอฮอล์และก็ไม่มีสีสังเคราะห์ แต่ว่ายังมีน้ำหอมอยู่นะคะ สาวๆ ที่แพ้น้ำหอมก็อาจจะต้องเลี่ยงตัวนี้ไป แต่ถ้าผิวไม่ได้แพ้ง่ายมากก็ใช้ตัวนี้ได้ค่ะ ปริมาณและราคา ขนาด 50 ml. ราคา 390 บาท 5. Spectraban Anti UVA-UVB With SPF 50+ PA+++ สเปคตร้าแบน แอนตี้ ยูวีเอ-ยูวีบี วิท เอสพีเอฟ 50+ พีเอ+++ สูตรนี้ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายค่ะ ใช้ง่าย เกลี่ยง่าย กันน้ำและช่วยปกป้องผิวได้ดีเลยค่ะ มีส่วนผสมของ Zinc Oxide ที่ช่วยป้องกันรังสี UV ซึ่งสามารถป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB ค่ะ มีส่วนผสมของ Ethylhexyl Methoxycinnamate ซึ่งเป็นตัวเพิ่มค่า SPF สามารถที่จะช่วยปกป้องผิวจากรังสีอินฟราเรด ป้องกันไม่ให้ผิวไหม้และเป็นรอยแดงค่ะ ปริมาณและราคา ขนาด 20 g. ราคา 250 บาท 6. SOS Ultra Protect X3 UV Essence SPF50+/PA++++ เอสโอเอส อัลตรา โพรเทค เอกซ์ทรี ยูวี เอสเซนส์ เอสพีเอฟ50+ พีเอ+++ จุดเด่นของขวดนี้เลยก็คือสามารถที่จะช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ทั้ง UVA และ UVB ป้องกันแสงสีฟ้า และช่วยป้องกันสิ่งสกปรกอย่างเช่น PM 2.5 ได้ด้วยค่ะ มีสารสกัดจากสาหร่ายที่ช่วยป้องกันฝุ่นละออง ควัน โลหะหนักต่างๆ ที่จะมาเกาะผิว มีสารกันแดดมาให้ถึง 4 ตัวด้วยกัน สามารถปกป้องผิวของเราจากแสงต่างๆ ได้อย่างคลอบคลุมค่ะ ปริมาณและราคา ขนาด 30 ml. ราคา 490 บาท 7. ROOZ Gentle Sunscreen With White Tea Extracts SPF50+/PA+++ รูซ เจนเทิล ซันสกรีน วิท ไวท์ ที แอคซ์แทรค เอสพีเอฟ 50+ พีเอ +++ ขวดนี้เป็นกันแดดสูตรอ่อนโยนค่ะ จุดเด่นเลยก็คือเป็นกันแดดที่รวมเอาสารกันแดดและสารสกัดต่างๆ ไว้ ซึ่งสารทั้งหมดก็สามารถช่วยเสริมประสิทธิภาพกัน ทำให้สามารถที่จะป้องกันแสงแดดและแสงอื่นๆ ได้อย่างครอบคลุม ทั้ง UVA UVB และแสงสีฟ้า นอกจากนี้ยังมีสารสกัดจากดอกราชาวดี (Butterfly Bush) ป้องกันรังสีอินฟราเรด ทำให้ช่วยลดริ้วรอยได้ มีสารสกัดจากชาขาวที่ช่วยป้องกันการอักเสบ ผิวแสบ รอยแดงจากการโดนแดดด้วยค่ะ ปริมาณและราคา ขนาด 20 g. ราคา 420 บาท บทความที่คุณอาจสนใจ รวม 15 ครีมกันแดดที่ดีที่สุด 2024 สำหรับผิวมัน ผิวแห้ง และผิวแพ้ง่าย เป็นสิว 5 ครีมกันแดดทาหน้า ในเซเว่น คุมมันดี ราคาเบา ขนาดพกพาง่าย
ผิวพรรณ • 29 ธ.ค. 67
อ่าน
‘PCE’ วางงบ 500 ลบ. ลุยซื้อเครื่องจักร ขยายกำลังผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอีนเท่าตัว
#ทันหุ้น - บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ หรือ PCE วางงบ 500 ล้านบาท เดินหน้าซื้อเครื่องจักรจากประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย เพื่อขยายกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอีนเพิ่มขึ้นเท่าตัวจาก 300 ตันต่อวัน เป็น 600 ตันต่อวัน คาดเริ่มผลิตได้ปลายปี 2568 รองรับความต้องการบริโภคน้ำมันปาล์มโอเลอีนเติบโตตามการฟื้นตัวของภาคธุรกิจท่องเที่ยว พร้อมวางเป้าหมายขยายฐานลูกค้าสู่อุตสาหกรรมผู้ผลิตอาหาร นายประกิต ประสิทธิ์ศุภผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ PCE ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และมีแผนขยายกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอีนเพื่อใช้ในการบริโภคของบริษัท นิว ไบโอดีเซล จำกัด หรือ NBD ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ PCE เพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว จากเดิมที่มีกำลังการผลิต 300 ตันต่อวัน เป็น 600 ตันต่อวัน ใช้เงินในการลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท ล่าสุด NBD ได้ดำเนินการสั่งซื้อเครื่องจักรจากประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะได้รับมอบเครื่องจักรประมาณเดือนตุลาคม 2568 และจะดำเนินการติดตั้งในพื้นที่โรงงานเดิม เนื้อที่ประมาณ 500 ตารางเมตร คาดว่าจะสามารถผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในเดือนธันวาคม 2568 โดยเครื่องจักรใหม่มีศักยภาพที่ดี และลดการใช้พลังงานได้ประมาณ 3-5% ทั้งนี้การขยายกำลังการผลิตดังกล่าว เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันปาล์มโอเลอีนในอุตสาหกรรมอาหารปี 2567-2569 ที่คาดว่าจะเติบโต ตามการฟื้นตัวของภาคธุรกิจท่องเที่ยว ตลอดจนน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จากน้ำมันปาล์มอื่นๆ เพื่อการบริโภคในประเทศไทยให้กว้างขึ้น และมีเป้าหมายไปยังฐานลูกค้าในอุตสาหกรรมกลางน้ำของการผลิตอาหารหรือโรงงานผลิตอาหาร อาทิ โรงงานผลิตขนม ช็อกโกแลต เป็นต้น อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์ราคาผลปาล์มสดต่อกิโลกรัมปรับตัวเพิ่มขึ้น กลุ่มบริษัทฯ ไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากมีความยืดหยุ่นในการเลือกใช้วัตถุดิบ ทั้งจากการซื้อผลปาล์มสดเพื่อนำมาสกัดเป็นน้ำมันปาล์มดิบ และจัดซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากผู้ผลิตภายนอกเพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิต โดยได้มีการศึกษา ตรวจสอบราคา เพื่อสรรหาวัตถุดิบที่มีต้นทุน ในการผลิตที่ต่ำสุด และเนื่องจากหนึ่งในธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทฯ คือ ซื้อและจำหน่ายน้ำมันปาล์ม จึงทำให้กลุ่มบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการวัตถุดิบและสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทันหุ้น • 15 ต.ค. 67
อ่าน
เปิดรับคนไทยทำงาน"มาเก๊า" เงินเดือนเริ่มต้น 50,000 บาท ฟรีค่าเครื่องบิน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน เปิดรับสมัครคนหางานเพื่อไปทำงานในเขตบริหารพิเศษมาเก๊ากับนายจ้างบริษัท Venetian Cotai Hotel Management Limited Venetian Macau Limited ซึ่งประกอบกิจการโรงแรมและคาสิโน จำนวน 4 ตำแหน่ง รวม 70 อัตรา ได้แก่ กัปตัน บาร์เทนเดอร์ พนักงานเสิร์ฟ พนักงานดูแลทำความสะอาดพื้นที่ทั่วไป อัตราเงินเดือนอยู่ระหว่าง 49,676 75,069 โดยนายจ้างจะจ่ายค่าโดยสารเครื่องบินไป - กลับ ที่พักชั่วคราวตามกฎหมายมาเก๊า จัดอาหารในช่วงเวลาทำงาน มีประกันสุขภาพ และสวัสดิการตามที่กฎหมายแรงงานมาเก๊ากำหนด สมัครทางออนไลน์ได้ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 9 สิงหาคม 2567 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ผ่านทางเว็บไซต์ toea.doe.go.th ซึ่งการรับสมัครครั้งนี้เป็นการจัดส่งคนหางานไปทำงานโดยวิธีรัฐจัดส่ง คนหางานไม่เสียค่าสมัครหรือค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปทำงานจ่ายเพียงค่าใช้จ่ายที่จำเป็น อาทิ ค่าถ่ายรูป ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง ค่าตรวจสุขภาพ ค่าตรวจประวัติอาชญากรรม และค่าสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ รวมทั้งสิ้นประมาณ 4,000 บาทนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า สำหรับตำแหน่งงาน และคุณสมบัติที่นายจ้างบริษัท Venetian Cotai Hotel Management Limited Venetian Macau Limited ต้องการจะต้องสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดีเยี่ยม สื่อสารภาษาจีนกลางและภาษากวางตุ้งได้ดี มีบุคลิกภาพและทัศนคติที่ดี ทำงานเป็นกะได้ และหากมีประสบการณ์การทำงานในตำแหน่งที่สมัครจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษโดยทั้ง 4 ตำแหน่ง มีรายละเอียด ดังนี้1.กัปตัน จำนวน 10 อัตรา ค่าจ้าง 14,627 - 16,623 เหรียญมาเก๊า หรือประมาณ 66,056 - 75,069 บาท2.บาร์เทนเดอร์ จำนวน 10 อัตรา ค่าจ้าง 13,200 เหรียญมาเก๊า หรือประมาณ 59,611 บาท3.พนักงานเสิร์ฟ จำนวน 30 อัตรา ค่าจ้าง 11,000 - 13,200 เหรียญมาเก๊า หรือประมาณ 49,676 - 59,611 บาท4.พนักงานดูแลทำความสะอาดพื้นที่ทั่วไป จำนวน 20 อัตรา ค่าจ้าง 12,400 เหรียญมาเก๊า หรือประมาณ 55,998 บาท
TNN ช่อง16 • 11 ก.ค. 67
อ่าน
PHGไฮซีซันดันงบครึ่งหลัง ทุ่ม500ล้านเสริมทัพบริการ
#PHG#ทันหุ้น - PHG รับอานิสงส์เข้าช่วงไฮซีซัน หนุนครึ่งหลังปี2567ผลงานแกร่ง พร้อมยืนเป้าปี2567 รายได้โตราว 13% จากปีก่อน รับฐานผู้ใช้บริการขยายตัวต่อเนื่อง เดินหน้าทุ่มงบกว่า 500 ล้านบาท อัพเกรดอุปกรณ์ทางการแพทย์-ปั้นอาคารใหม่ ปูทางหนุนหนุนโตระยะยาวนางสาวจุฑาบงกช แย้มสอาด ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท แพทย์รังสิตเฮลท์แคร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PHG เปิดเผยว่า บริษัทคาดแนวโน้มธุรกิจในครึ่งหลังปี 2567 น่าจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากครึ่งแรกปีนี้ เพราะเป็นช่วงเข้าฤดูกาลของอุตสาหกรรม (ไฮซีซัน) ของธุรกิจโรงพยาบาล รวมถึงทาง PHG เช่นกัน ซึ่งจะส่งผลให้ภาพรวมผู้เข้ามาใช้บริการในโรงพยาบาลของบริษัทและรายได้ขยับเพิ่มปีนี้รายได้โต 13%อย่างไรก็ดี ในปี2567 บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้รวมโต 13-15% เมื่อเทียบกับปี 2566 เนื่องจากธุรกิจหันมาเน้นการให้บริการทางการแพทย์ และการเพิ่มขีดความสามารถในการการรองรับคนไข้ โดยเฉพาะกลุ่มโรคเฉพาะทางได้ ประกอบกับยังมีการขยายฐานผู้ป่วยใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องขณะเดียวกันยังได้แรงหนุนจากกลุ่มผู้ป่วยใช้สิทธิ์โครงการสวัสดิการภาครัฐ อาทิ โครงการประกันสังคม โครงการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่มีการปรับเพิ่มค่าเหมาจ่ายจากเดิม1,640บาทต่อคนต่อปี เพิ่มเป็น 1,808 บาทต่อคนต่อปี และโครงการสวัสดิการข้าราชการ ที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุ่มงบเสริมทัพบริการนอกจากนี้ ทาง PHG มีแผนทุ่มงบลงทุนประมาณ 530 ล้านบาท รองรับการสร้างอาคารใหม่ จำนวน 280 ล้านบาท การเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์และเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ จำนวน 220 ล้านบาท และอื่นๆ จำนวน 30 ล้านบาท เป็นต้น ซึ่งแหล่งเงินทุนหลักๆ มาจากเงินที่เสนอขาย IPO และมีบางส่วนเป็นกระแสเงินสดที่ได้จากการดำเนินงาน เพื่อรองรับความต้องการ (ดีมานด์) ผู้ใช้บริการที่เติบโตมากขึ้นส่วนรูปแบบของการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยใหม่เพิ่มเติมนั้นจะมีการเพิ่มศูนย์การรักษาโรคมะเร็ง ศูนย์ MRI Center ศูนย์ทันตกรรม ศูนย์Stroke วอร์ด OPD และวอร์ด IPD ในส่วนของกลุ่มคนไข้เงินสด และDialysis Unit เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับผู้ป่วยในส่วนของผู้ป่วยนอก (IPD) และผู้ป่วยใน (OPD) ในอนาคตที่ขยายตัว คาดน่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2567 ตลอดจนสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวอีกทางขณะที่ในแง่ของงบการเงินสิ้นไตรมาส 1/2567 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 66.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 49.38% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 44.55 ล้านบาท โดยในไตรมาสนี้บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 566.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81.52 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 16.80% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 485.20 ล้านบาทโดยการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ และรายได้ของบริษัทมีสาเหตุหลักมาจากการเติบโตของรายได้การให้บริการกับกลุ่มลูกค้าปกติ หรือ Normalized revenue ทั้งจำนวนรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล สามารถจำแนกรายได้ตามประเภทลูกค้า ได้แก่ รายได้จากกลุ่มลูกค้าทั่วไป และกลุ่มลูกค้าคู่สัญญา รวมถึงรายได้จากกลุ่มลูกค้าโครงการสวัสดิการภาครัฐ ซึ่งประกอบด้วยโครงการประกันสังคม โครงการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. และโครงการสวัสดิการข้าราชการด้านฐานะทางการเงินของ PHG ณ สิ้นไตรมาส 1/2567 ถือว่ามีความแข็งแกร่ง โดยมีสินทรัพย์รวม 2,403.04 ล้านบาท โดยมีเงินสด และรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 273.02 ล้านบาท ลูกหนี้การค้า และลูกหนี้หมุนเวียนอื่นจำนวน 118.20 ล้านบาท รายได้ค่าบริการทางการแพทย์ค้างรับจำนวน 207.67 ล้านบาท สินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นจำนวน 767.75 ล้านบาท และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์จำนวน 860.47 ล้านบาท มีหนี้สินรวม 373.72 ล้านบาท แบ่งเป็นเจ้าหนี้การค้า และเจ้าหนี้อื่นจำนวน 265.55 ล้านบาท และเงินกู้ยืมระยะยาวจำนวน 15.84 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,029.32 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ในระดับที่ต่ำเพียง 0.18 เท่า*แนะซื้อ PHG เป้า12 บ.บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” PHG ราคาเป้าหมาย 21 บาท โดย PHG เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่ราคาถูกที่สุดในไทย ปัจจุบันเทรด PE เพียง 15 เท่า ไม่มีหนี้ และคาดกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 303 ล้านบาท เพิมขึ้น 17% y-y ปัจจัยหนุนการเติบโต ได้แก่ 1) รายได้ปรับสูงขึ้นหลังยกระดับขีดความสามารถในการรักษา Tertiary Care, 2) มีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติ CLMV เพิ่มขึ้นจากค่ารักษาที่ถูกกว่าคู่แข่งอย่างมีนัยยะ และ3) มีแผนสร้างโรงพยาบาลใหม่ 2 แห่ง คาดแล้วเสร็จ 2Q68 - 4Q68 หนุนการเติบโตระยะยาว
ทันหุ้น • 5 ก.ค. 67
อ่าน
“อิฐอวกาศ” แรงบันดาลใจจาก LEGO ทำจากฝุ่นอุกกาบาตอายุ 4,500 ล้านปี
ทีมนักวิทยาศาสตร์จากองค์กรอวกาศยุโรป (European Space Agency) สร้างก้อนอิฐอวกาศที่ได้แรงบันดาลใจมาจากตัวต่อเลโก้ (LEGO) โดยทำจากฝุ่นอวกาศ (Space Dust) ของอุกกาบาตอายุ 4,500 ล้านปี เพื่อเอาอิฐที่ได้นี้ ไปใช้ออกแบบเป็นที่พักของนักบินอวกาศบนดวงจันทร์ในอนาคตภาพจาก LEGOผลงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอาร์ทีมิส (Artemis) โครงการที่จะส่งมนุษย์กลับไปสำรวจดวงจันทร์อีกครั้ง โดยทีมวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ขององค์กรอวกาศของยุโรป ได้เลือกใช้เศษฝุ่นจากอุกกาบาตอายุ 4,500 ล้านปี ที่ค้นพบในแอฟริกาเหนือเมื่อปี ค.ศ. 2000 เพื่อใช้ในการทดสอบว่าวัสดุนี้ สามารถนำมาใช้สร้างเป็นที่พักพิงบนดวงจันทร์ได้หรือไม่โดยทีมวิจัยได้บดอุกกาบาตให้เป็นเศษเล็ก ๆ และผสมเข้ากับพลาสติกพอลิแลกไทด์ (polylactide) ซึ่งเป็นพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ รวมกับหินดวงจันทร์เทียม (regolith simulant) อีกเล็กน้อยจากนั้นจึงเอาวัสดุที่ได้เข้าเครื่องพิมพ์ 3 มิติ เพื่อพิมพ์ออกมาเป็นก้อนอิฐที่มีหน้าตาคล้ายกับบล็อกของตัวต่อ LEGOภาพจาก LEGOโดยทีมวิจัยระบุว่าอิฐอวกาศที่ได้นี้ ทำให้ทีมงานสำรวจวิธีการสร้างอาคารต่าง ๆ โดยใช้วัสดุที่พบในอวกาศ เช่น หินหรือตะกอนฝุ่นบนดวงจันทร์ในการทำเป็นวัสดุก่อสร้างได้ ซึ่งทีมวิจัยพบว่า อิฐอวกาศที่ทำออกมานี้ แม้ว่าตัวอิฐอาจดูหยาบกว่าปกติเล็กน้อย แต่มันยังสามารถเกาะติดกับก้อนอิฐก้อนอื่น ๆ เหมือนกับเวลาเราประกอบตัวต่อเลโก้เข้าหากันได้ดี ทำให้พวกเขาสามารถใช้ก้อนอิฐอวกาศเหล่านี้ ในการทดสอบเทคนิคการก่อสร้าง ที่แตกต่างกันออกไปสำหรับโครงการสร้างอิฐจากอวกาศนี้ องค์กรอวกาศของยุโรปได้มีการพัฒนามาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ก่อนที่จะร่วมมือกับทางเลโก้ เพื่อหาช่องทางใหม่ ๆ ในการออกแบบก้อนอิฐมากขึ้นภาพจาก LEGOโดยผลงาน ก้อนอิฐอวกาศ จะถูกจัดแสดงที่ร้านขายสินค้าของเลโก้ที่ได้รับเลือกทั่วโลก รวมถึงสำนักงานใหญ่ของบริษัทในประเทศเดนมาร์ก นับตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน จนถึงวันที่ 20 กันยายนนี้ข้อมูลจากbrickfanatics,space,autoevolution,blocksmag,allprintok,esa,ego
TNN ช่อง16 • 24 มิ.ย. 67
อ่าน
SGP กำไรโค้งแรกโต 124% ทุ่มงบ 500 ลบ. ปั้นโรงบรรจุก๊าซ-คลังเพิ่ม
#ทันหุ้น - SGP ประกาศผลประกอบการโค้งแรกปี 67 บุ๊คกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ที่ 635.73 ลบ. โตกว่า 124% พร้อมกับรายได้ 23,260.69 ลบ. ชูกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,235.61 ลบ. เพิ่มขึ้น 430.25 ลบ. หรือเพิ่มขึ้น 53.42% สาเหตุจากต้นทุนสินค้าที่มีไว้เพื่อขายมีราคาต่ำกว่าเมื่อเทียบกับปีก่อนในช่วงเวลาเดียวกัน พร้อมเดินหน้าทุ่มงบ 500 ลบ. ปั้นโรงบรรจุก๊าซ-คลังเพิ่ม เสริมพอร์ตธุรกิจ ปูทางโกยเงินระยะยาว "จินตณา กิ่งแก้ว" เผยเป้าปี 2567 ยอดขายทะยาน 12% จากปีก่อน รับออเดอร์ลูกค้าใหม่หนุน นางจินตณา กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP เปิดเผยว่าผลประกอบการในงวดไตรมาส 1 ปี 2567 ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 635.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 351.97 ล้านบาท หรือ 124.04% เทียบกับงวดเดียวกันของปี 2566 ที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 283.76 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขาย จากการขนส่ง และการให้บริการ 23,260.69 ล้านบาท เปรียบเทียบกับปี 2566 ซึ่งมีรายได้อยู่ที่ 24,657.67 ล้านบาท ลดลง 5.67% รายได้โดยรวมลดลงจากธุรกิจจำหน่ายก๊าซ LPG ในต่างประเทศ ซึ่งสาเหตุจากราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลก (CP Saudi Aramco) เฉลี่ยต่ำกว่าปีก่อน โดยราคาก๊าซ LPG เฉลี่ยไตรมาส 1 ปี 2567 อยู่ที่ 631.67 เหรียญสหรัฐต่อเมตริกตัน ขณะที่ในงวดเดียวกันของปีก่อน ราคาก๊าซเฉลี่ยเท่ากับ 705.83 เหรียญสหรัฐต่อเมตริกตัน บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรขั้นต้นในไตรมาส 1 ปี 2567 จำนวน 1,235.61 ล้านบาท คิดเป็น 5.31% เทียบกับงวดเดียวกันของปี 2566 ที่มีกำไรขั้นต้น 805.36 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3.27% โดยกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจำนวน 430.25 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 53.42% เป็นผลมาจากกำไรต่อหน่วยสินค้าเพิ่มขึ้น จากต้นทุนสินค้าเฉลี่ยต่อหน่วยสินค้าที่มีไว้เพื่อขายต่ำกว่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน นางจินตณา กล่าว ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายของ SGP มาจากการจำหน่ายก๊าซ LPG ในต่างประเทศร้อยละ 75 และร้อยละ 25 เป็นจำหน่ายก๊าซ LPG ในประเทศไทย โดยบริษัทมีแผนในการขยายตลาดก๊าซใหม่ๆ ในแถบเอเชียใต้เพิ่มเติม เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นด้วย นอกจากนี้ บริษัทมีวางงบลงทุนราว 500 ล้านบาท เพื่อเสริมศักยภาพการดำเนินงานเพิ่มเติม แบ่งเป็นการลงทุนภายในประเทศในส่วนของคลังก๊าซและโรงอัดบรรจุก๊าซแอลพีจี 170 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ 330 ล้านบาท ใช้ก่อสร้างคลังก๊าซ LPG ที่ เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย รองรับดีมานด์ทั้งในและต่างประเทศ ที่เติบโตต่อเนื่อง สำหรับผลการดำเนินธุรกิจในปี 2567 ตั้งเป้ายอดขายเติบโตไม่ต่ำกว่า 12% จากปีที่ผ่านมา โดยปริมาณขายก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือคาดอยู่ที่ราว 4 ล้านตัน จากปีที่ผ่านมาที่มีปริมาณขายอยู่ที่ 3.61 ล้านตัน จากปริมาณการขาย LPG ที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการใช้พลังงานโดยรวมที่เพิ่มมากขึ้นจากการฟื้นตัวของการค้าโลกและการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว
ทันหุ้น • 9 พ.ค. 67
อ่าน
พายุฤดูร้อนพัดถล่ม "หนองบัวลำภู" บ้านเรือนเสียหายร่วม 500 หลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 ในช่วงเวลาบ่าย จนถึงช่วงค่ำ ได้เกิดพายุฤดูร้อนฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง พัดถล่มบ้านเรือนราษฎรใน 3 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอนากลาง อำเภอเมืองหนองบัวลำภู และอำเภอนาวัง โดยข้อมูลความเสียหาย ณ เวลา 21.30 น. (9 เมษายน 2567) เกิดขึ้นใน 3 อำเภอ 9 ตำบล 53 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้น 497 หลัง ในจำนวนนี้เป็นบ้านเรือนที่เสียหายมาก จำนวน 7 หลังโดยเฉพาะอำเภอนากลาง ในเขตเทศบาลนากลาง นายทวีศักดิ์ จันทะศรี นายกเทศมนตรีตำบลนากลาง นายเตชิด บุญศาสตร์ นายอำเภอนากลาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องได้สำรวจความเสียหายในเขตเทศบาลตำบลนากลาง ในพื้นที่ดังกล่าวได้เกิดเหตุถูกพายุพัดบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่บริเวณดังกล่าวมาแล้วในปีนี้เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งในแต่ละครั้งมีบ้านเรือนได้รับความเสียหายหลังคาเปิดทั้งหลัง จำนวนหลายหลังคาเรือน ในครั้งนี้ก็เหมือนกันได้เกิดเหตุพัดบ้านเรือนหลังคาเปิด ต้นไม้ล้ม บ้านเรือนบางหลังล้มทั้งหลัง สร้างความเสียหายจากการสำรวจเบื้องต้นในพื้นที่ 4 หมู่บ้านกว่า 150 หลังคาเรือนภาพจาก ผู้สื่อข่าวหนองบัวลำภูความเสียหายของ อำเภอนากลาง รวม 4 ตำบล 36 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 471 หลัง วัด 1 แห่ง ถนน ต้นไม้ล้มขวางการจราจร 1 แห่ง คอกสัตว์ 2 แห่ง ไฟฟ้าดับ 1 แห่ง ดังนี้ตำบลกุดแห่ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย หมู่ 1 จำนวน 63 หลัง หมู่ 2 จำนวน 54 หลัง หมู่ 3 จำนวน 18 หลัง หมู่ 4 จำนวน 33 หลัง หมู่ 5 จำนวน 51 หลัง หมู่ 6 จำนวน 15 หลัง หมู่ 7 จำนวน 52 หลัง หมู่ 8 จำนวน 14 หลัง หมู่ 9 จำนวน 41 หลัง รวมทั้งหมด 341 หลังคาเรือนตำบลด่านช้าง มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย หมู่ 1 จำนวน 5 หลัง หมู่ 3 จำนวน 1 หลัง หมู่ 10 จำนวน 7 หลัง หมู่ 9 จำนวน 30 หลัง รวมทั้งหมด 43 หลังคาเรือนตำบลนากลาง มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 12 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 68 หลังคาเรือน ประกอบด้วย หมู่ 1 จำนวน 3 หลัง หมู่ 3 จำนวน 3 หลัง หมู่ 4 จำนวน 4 หลัง หมู่ 7 จำนวน 1 หลัง หมู่ 8 จำนวน 2 หลัง หมู่ 9 จำนวน 25 หลัง หมู่ 10 จำนวน 3 หลัง หมู่ 11 จำนวน 2 หลัง หมู่ 12 จำนวน 7 หลัง หมู่ 13 จำนวน 3 หลัง หมู่ 14 จำนวน 1 หลัง หมู่ 15 จำนวน 14 หลัง รวมทั้งหมด 68 หลังคาเรือนตำบลกุดดินจี่ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 11 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 19 หลังคาเรือน ประกอบด้วย หมู่ 1 จำนวน 1 หลัง หมู่ 2 จำนวน 2 หลัง หมู่ 8 จำนวน 1 หลัง หมู่ 9 จำนวน 1 หลัง หมู่ 10 จำนวน 1 หลัง หมู่ 11 จำนวน 2 หลัง หมู่ 12 จำนวน 1 หลัง หมู่ 15 จำนวน 1 หลัง หมู่ 17 จำนวน 6 หลัง หมู่ 18 จำนวน 2 หลัง หมู่ 19 จำนวน 1 หลัง รวมทั้งหมด 19 หลังคาเรือนอำเภอเมืองหนองบัวลำภู รวม 1 ตำบล 4 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 6 หลัง ดังนี้ ตำบลนาคำไฮ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย หมู่ 3 จำนวน 2 หลัง หมู่ 4 จำนวน 1 หลัง หมู่ 7 จำนวน 1 หลัง และ หมู่ 9 จำนวน 2 หลังภาพจาก ผู้สื่อข่าวหนองบัวลำภูอำเภอนาวัง รวม 4 ตำบล 13 หมู่บ้าน ดังนี้1. ตำบลเทพคีรี มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 2 หมู่บ้าน คือ หมู่ 1 จำนวน 1 หลัง หมู่ 7 จำนวน 1 หลัง2. ตำบลนาเหล่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 1 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 1 หลัง ดังนี้ หมู่ 9 จำนวน 1 หลัง3. ตำบลวังปลาป้อม มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 3 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 4 หลัง ดังนี้ หมู่ 5 จำนวน 1 หลัง หมู่ 6 จำนวน 1 หลัง หมู่ 7 จำนวน 2 หลัง4. ตำบลนาแก มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ รวม 7 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 13 หลัง ดังนี้ หมู่ 1 จำนวน 1 หลัง หมู่ 2 จำนวน 3 หลัง หมู่ 3 จำนวน 1 หลัง หมู่ 4 จำนวน 1 หลัง หมู่ 6 จำนวน 4 หลัง หมู่ 7 จำนวน 1 หลัง หมู่ 9 จำนวน 2 หลังทั้งนี้ หลังเกิดเหตุนายสุวิทย์ จันทร์หวร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู มอบหมายให้ นายเตชิต ทรงบุญศาสตร์ นายอำเภอนากลาง นายทวีศักดิ์ จันทะศรี นายกเทศมนตรีตำบลนากลาง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายร่วมกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปพร. ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขานากลาง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นการเบื้องต้น ประสานขอถุงยังชีพจากสำนักงานกาชาดจังหวัดหนองบัวลำภู และขอกำลังพลจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย.ด้าน นายทวีศักดิ์ จันทะศรี นายกเทศมนตรีตำบลนากลาง กล่าวว่า ในปีนี้เทศบาลตำบลนากลาง ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนมาแล้ว 2 รอบ ครั้งแรก 100 กว่าหลังคาเรือน ครั้งที่สอง 20 กว่าหลังคาเรือน แต่ครั้งนี้เท่าที่สำรวจแล้วเบื้องต้นไม่น่าจะน้อยกว่า 150 หลังคาเรือน ตอนนี้กำลังให้เจ้าหน้าที่ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน สำรวจความเสียหายเพิ่มเติมอยู่ภาพจาก ผู้สื่อข่าวหนองบัวลำภูภาพจาก ผู้สื่อข่าวหนองบัวลำภูภาพจาก ผู้สื่อข่าวหนองบัวลำภูภาพจาก ผู้สื่อข่าวหนองบัวลำภู
TNN ช่อง16 • 10 เม.ย. 67
อ่าน
6 กระเป๋าแบรนด์เนม งบไม่เกิน 50,000 บาท สวย คุ้ม สะพายได้บ่อย!
ใครที่กำลังมองหากระเป๋าแบรนด์เนม ในงบไม่เกิน 50,000 บาทอยู่ แนะนำ 6 รุ่นนี้เลย! เรียกได้ว่าเป็นรุ่นที่สะพายแล้วสวย เก๋ ดูแพง และใช้ได้จริง เพราะจุของจำเป็นได้ ใช้ง่ายทุกวัน แถมยังแมทช์ได้หลายลุคอีกด้วย! กระเป๋าแบรนด์เนมงบ 50,000 บาท 1. Miu Miu Matelass Nappa Leather Micro Bag ช่วงนี้กระเป๋าแบรนด์ที่มาแรงสุดๆ ก็ต้องยกให้ Miu Miu เลย! ใครยังไม่มีต้องมีนะ! ซึ่งรุ่นราคาไม่เกิน 50,000 บาท แนะนำเจ้ากระเป๋าไมโคร Matelass รุ่นนี้เลย! สะพายแล้วน่ารักสุดๆ แถมยังมีหลายสีให้เราได้เลือกแมทช์ นอกจากสีดำแล้ว ก็ยังมีสีคาราเมล ขาว แดง ชมพู อีกด้วย! ราคา 47,000 บาท(ราคาอาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต) 2. Gucci Ophidia Small Handbag กระเป๋าจาก Gucci รุ่นนี้เรียกได้ว่าเป็นรุ่นยอดฮิต เพราะราคาไม่แรงมาก 50,000 บาทมีทอน! แถมตัวกระเป๋ายังจุได้เยอะกว่าที่คิด ไม่มินิจนเกินไป แถมยังสะพายไหล่ได้สวยๆ เรียกได้ว่าเป็นกระเป๋าที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ซื้อแล้วคุ้ม! ราคา 47,000 บาท(ราคาอาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต) 3. Louis Vuitton Flicie Pochette อีกหนึ่งกระเป๋าสะพายสุดฮิตที่สาวๆ ต้องมี ขอแนะนำเจ้า Flicie Pochette จาก Louis Vuitton รุ่นนี้เลย! ซึ่งเป็นกระเป๋าที่สามารถครอสบอดี้ได้ ใช้ง่ายในชีวิตประจำวัน แถมยังจุของจำเป็นของสาวๆ ได้เยอะ รวมถึงโทรศัพท์มือถือก็ใส่ได้ ถือเป็นอีกใบที่ตอบโจทย์และคุ้มค่าไม่แพ้รุ่นอื่นเลย! ราคา 50,000 บาท(ราคาอาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต) 4. Celine Mini Claude In Shiny Calfskin มาทางด้าน Celine กันบ้างกับเจ้ากระเป๋ามินิใบนี้ ซึ่งในปีนี้ก็ยังถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์อยู่ ในราคาที่ไม่เกิน 50,000 บาท สำหรับใครที่อยากได้กระเป๋าใบเล็กๆ แต่ก็ยังจุของจำเป็นได้ แนะนำเลย! สะพายแล้วสวยเก๋สุดๆ แถมยังแมทช์ได้หลายลุคอีกด้วย! ราคา 46,000 บาท(ราคาอาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต) 5. Saint Laurent Mini Nolita In Lambskin สำหรับกระเป๋าจาก Saint Laurent ในราคาไม่เกิน 50,000 บาท ขอแนะนำรุ่นนี้เลย! ถือเป็นรุ่นที่สะพายแล้วสวยน่ารักดูแพงไม่แพ้รุ่นอื่นๆ เลย แถมยังสามารถจุของได้เยอะและสะพายครอสบอดี้ได้อีกด้วย ใช้ง่ายและสะดวกสุดๆ ราคา 48,900 บาท(ราคาอาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต) 6. Dior 30 Montaigne Call'in Dior Phone Holder มาทางด้าน Dior กันบ้าง ใครอยากใช้ Dior ในงบไม่เกิน 50,000 บาท รุ่นนี้เป็นรุ่นที่แนะนำเลย! ใส่โทรศัพท์ได้ ใส่ของประจำวันเล็กๆ น้อยๆ ของสาวๆ ได้ สะพายแล้วสวยเก๋สุดๆ ไม่ว่าจะแมทช์กับลุคไหนก็ดูแพง แถมยังสะพายครอสบอดี้ได้ ใช้ง่ายในทุกวัน! ราคา 44,500 บาท(ราคาอาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต) บทความที่คุณอาจสนใจ 5 กระเป๋าแบรนด์เนมน่าซื้อ ปี 2024 สวย หรู แมทช์ได้หลายลุค ปีนี้ต้องมี! 8 กระเป๋าแบรนด์ไทย มาแรงปี 2024 ดีไซน์สวย ราคาหลักพัน - หลักหมื่น
มิกซ์แอนด์แมทช์ • 26 มี.ค. 67
ดูเพิ่มเติม