TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “#กินไรดี” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
30 เมนูเด็ด จาก 10 ร้านอาหาร ที่ King Power สุวรรณภูมิ ก่อนบินกินไรดี
อัปเดต ร้านอาหาร ใน สนามบินสุวรรณภูมิ 2023 ต้อนรับการเดินทางในช่วงปลายฝนต้นหนาวกับจุดเริ่มต้นที่ สนามบิน สุวรรณภูมิ ทุกครั้งก่อนออกเดินทาง ก็จะต้องแวะรับประทานอาหารกันสักหน่อยจะได้อิ่มฟินบินสบาย สำหรับใครที่ยังไม่รู้จะทานอะไรดี วันนี้เราขอมาแนะนำ 30 เมนูเด็ดที่ต้องแวะชิมจาก 10 ร้านอาหาร ร้านดังในสนามบิน สุวรรณภูมิเป็นไอเดียให้นักเดินทางได้อิ่มอร่อยแบบไม่ซ้ำ ร้านอาหาร ใน สนามบินสุวรรณภูมิ 2023 คิง เพาเวอร์ King Power ผู้บริหารร้านค้า ดิวตี้ ฟรี และพื้นที่กิจกรรมเชิงพาณิชย์ ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คัดสรรร้านอาหารที่ได้รับการยกย่องว่า เป็นเลิศทั้งด้านคุณภาพและความหลากหลายของรสชาติมาให้ได้ลิ้มลอง ทั้งอาหารไทย อาหารจีน อาหารญี่ปุ่น และอาหารนานาชาติ ขอพาสายกินนักเดินทางมาฟินกับ 10 ร้านดังในสนามบิน พร้อม 30 เมนูเด็ดที่ต้องแวะชิม ถ้าพร้อมแล้วก็อย่ารอช้ามาดูกันเลยว่ามีร้านไหนน่าสนใจบ้าง ร้านอาหารสุวรรณภูมิ อาหารไทย จีน และญี่ปุ่น 1. Luk Kai Thong (ลูกไก่ทอง) ร้านลูกไก่ทอง ร้านอาหารไทยรอยัลดีกรี มิชลินไกด์ คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี ปรุงด้วยความพิถีพิถันทุกจานโดยเจ้าของร้าน เชฟแสง นำเสนอเสน่ห์อาหารไทยสู่ประตูโลก ด้วยความภาคภูมิใจในความเป็นไทย เมนูไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดคือ เมนูเคาหยก อาหารในตำนานกว่า 100 ปี เมนูจานเด็ดหาทานยาก หมูสามชั้นตุ๋นนานกว่า 5 ชั่วโมงจนละลายในปาก พร้อมผักที่ใช้เวลาบ่มมากกว่า 2 วัน ทำให้ได้รสชาติหวานเค็มพอดี ทั้งยังได้รับการการันตีความอร่อยจาก มิชลินไกด์ 5 ปีซ้อน นอกจากนี้ยังมีเมนูแนะนำ ได้แก่ ปูผัดผงกะหรี่, กุ้งแม่น้ำเผา เป็นต้น พิกัด : บริเวณอาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 Concourse F 2. Aroi (อร่อย) ร้านอร่อย ร้านอาหารไทยดั้งเดิมและบาร์ในบรรยากาศสบายๆ เสิร์ฟทั้งแบบจานเดียวและเซ็ทเมนู นอกจากนี้ยังมีอาหารเช้า อาหารตะวันตก อาหารจากพืช ขนมหวาน สมูทตี้และกาแฟอีกด้วย ซิกเนเจอร์เซ็ทเมนูแนะนำ ได้แก่ เซ็ทข้าวกะเพราหมูสับ, เซ็ทเมนูส้มตำ และเซ็ทผัดไทยกุ้ง อร่อยง่ายๆได้ที่ พิกัด : อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 Concourse F 3. Stick Bowl (สติ๊ก แอนด์ โบว์ล) ร้าน สติ๊ก แอนด์ โบว์ล เน้นคัดเฉพาะวัตถุดิบคุณภาพดี นำมารังสรรค์เป็นเมนูอาหารไทยยอดนิยมโดย 3 เมนูแนะนำได้แก่ ข้าวมันไก่ เกี๊ยวกุ้งน้ำ และก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ส่วนของหวานที่พลาดไม่ได้คือข้าวเหนียวมะม่วง เป็นร้านอาหารไทยที่ปรับรสชาติให้ทุกเมนูรับประทานง่ายและเป็นสากล เพื่อเป็นการต้อนรับและสร้างความประทับใจแรกให้นักท่องเที่ยว พิกัด : อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 Concourse F 4. Ruam Samai (ร่วมสมัย) ร้าน ร่วมสมัย คัดสรรเมนูที่ได้รับความนิยมจากอดีตจนถึงปัจจุบัน อาหารจานโปรดของทุกคนจากรุ่นสู่รุ่น ที่ปรุงด้วยวัตถุดิบคุณภาพดีและสูตรอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ให้ทุกคนได้ลิ้มรสอาหารที่ถึงเครื่องถึงรสที่สุด เมนูแนะนำ ได้แก่ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อรวมมิตร,ผัดไทยห่อไข่ และปูผัดผงกะหรี่ รสชาติเข้มข้นเต็มเปี่ยมด้วยเนื้อปูแน่นๆ พร้อมเครื่องดื่มหวานสดชื่นอย่าง น้ำมะม่วงสดปั่น และน้ำมะพร้าวสดเต็มๆลูก และสายกาแฟห้ามพลาดดื่มกาแฟเมล็ดไทยออร์แกนิก 100% ของร้าน เพราะอยากให้ทุกคนที่ได้มา ร่วมสมัย รู้สึกเหมือนการมาสนามบินไม่ได้เป็นเพียงการเดินทางแต่เป็นการท่องเที่ยวไปในตัว พิกัด : อาคารผู้โดยสาร ชั้น 3 5. Charm Boat Noodles (ชาม โบ๊ท นู้ดเดิ้ลส์) ร้าน ชาม โบ๊ท นู้ดเดิ้ลส์ ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเกรด A ใช้เนื้อวากิวและหมูคุโรบูตะแบบพรีเมี่ยม พร้อมน้ำซุปเข้มข้นจัดจ้าน มาพร้อมท็อปปิ้งที่มีให้เลือกหลากหลาย สำหรับใครที่ชอบแบบแห้ง แนะนำเมนูแซ่บแห้ง การันตีความแซ่บแบบเข้าเส้น สำหรับคนรักข้าวมันไก่สิงคโปร์เสิร์ฟคู่น้ำจิ้มรสเด็ด ปิดท้ายด้วยขนมหวานแบบจัดเต็มความอร่อย เมนูไฮไลท์พลาดไม่ได้เลย ได้แก่ ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกหมูตุ๋น, ข้าวหมูกรอบคั่วพริกเกลือ-ไข่มะตูม และชุดข้าวมันไก่สิงคโปร์ พิกัด : อาคารผู้โดยสาร ชั้น 3 6. Ess Corner (เอส คอร์เนอร์) ร้าน เอส คอร์เนอร์ จุดนัดพบแห่งใหม่ในสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยทำเลที่ตั้งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้ากับสนามบิน เอส คอร์เนอร์ จึงคัดสรรเมนูอาหารไทยยอดนิยมมาเสิร์ฟให้กับลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ ได้แก่ ก๋วยเตี๋ยว เขียวหวานไก่ และผัดไทย รสชาติถูกปากบอกได้เลยว่าห้ามพลาด!! พิกัด : อาคารผู้โดยสาร ชั้น B1 Airport Rail Link ร้านอาหารนานาชาติ สนามบินสุวรรณภูมิ 7. Lee Caf (ลี คาเฟ่) ร้าน ลี คาเฟ่ ด้วยแรงบันดาลใจของอาหารแต่ละจานเกิดจากการผสมผสานวัตถุดิบ เครื่องปรุง รวมถึงเทคนิคการประกอบอาหาร ทั้งตะวันออกและตะวันตก โดยกลั่นกรองจากประสบการณ์ความชำนาญกว่า 30 ปี จาก The LEE Family ทำให้รสชาติอาหารแต่ละจานที่ ลี คาเฟ่ มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะ เมนูอาหารจานเดียวแนะนำ ได้แก่ ข้าวผัดสับปะรด, ข้าวกะเพราเป็ดย่าง หรือกับข้าว ได้แก่ ต้มยำกุ้ง เป็นต้น พิกัด : อาคารผู้โดยสาร ชั้น 3 8. China Town Express (ไชน่า ทาวน์ เอ็กซ์เพรส) ร้าน ไชน่า ทาวน์ เอ็กซ์เพรส ร้านอาหารจีนระดับภัตตาคารที่คัดสรรสุดยอดวัตถุดิบคุณภาพดี จำหน่าย ติ่มซำสูตรเฉพาะของทางร้านที่รับประทานง่ายและเหมาะต่อการซื้อเป็นของฝากด้วยเมนูยอดนิยม ได้แก่ ขนมจีบกุ้ง ฮะเก๋า เสี่ยวหลงเปา และซาลาเปาไส้ต่างๆ พิกัด : อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ชั้น 2 Concourse B 9. Sushi Nama (ซูชิ นามะ) ร้าน ซูชิ นามะ ร้านอาหารญี่ปุ่นประเภท ซูชิ ซาซิมิ และอาหารจานเดียวที่เน้นวัตถุดิบคุณภาพสูง เมนูแนะนำ ได้แก่ นามะซูชิ เซตบี, ทงคอตสึ ราเมง และชุดปลาซาบะย่างเทอริยากิ พิกัด : อาคารผู้โดยสาร ชั้น 3 และอาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 Concourse 10. Taco Bell (ทาโก้ เบลล์) ทาโก้ เบลล์ ร้านฟาสต์ฟู้ดสไตล์แม็กซิกัน ให้บริการอาหารเม็กซิกันสุดคลาสสิก ทั้งทาโก้, เบอร์ริโต้, เคซาติย่า, นาโซ่ และเมนูสไตล์เม็กซิกันคุณภาพพรีเมียมอีกมากมาย พร้อมให้คุณมาลิ้มลอง พิกัด : อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 Concourse F เชิญชวนนักเดินทางทุกท่านแวะชิมอาหารจากร้านคุณภาพที่ผ่านการคัดสรรหลากหลายความอร่อยทั้งอาหารไทย อาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารนานาชาติมากมาย อร่อยแน่นอน กับ 30 เมนูเด็ดที่ต้องแวะชิมในสนามบินจาก 10 ร้านอร่อยก่อนออกเดินทาง พร้อมให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้ ที่ คิง เพาเวอร์ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บทความที่คุณอาจสนใจ 12 ร้านอาหาร สนามบินสุวรรณภูมิ 2566 แวะเช็คอิน ก่อนบินกินอะไรดี 10 คาเฟ่ สนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องดื่ม ขนมหวาน แวะรองท้องก่อนขึ้นเครื่อง รวมส่วนลด ร้านอาหาร สนามบินสุวรรณภูมิ ดีลลูกค้าทรู อู้หู สุดคุ้ม!
ร้านอาหารในกรุงเทพ • 29 ก.ย. 66
อ่าน
กินไรดี ที่ โอกินาว่า ของอร่อย 10 อย่าง อย่าให้ท้องรอนาน สายหิวต้องไป
หาดทรายสีขาว ทะเลสีคราม และของกินแปลกๆ ที่หาบนแผ่นดินใหญ่ไม่ได้! คือคำนิยามความเป็น โอกินาว่า ดินแดนใต้สุดของญี่ปุ่นที่มีการหลอมรวมทางวัฒนธรรมมาอย่างหลากหลาย จนมีอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จะหาของกินแบบนี้ที่อื่นเหรอ ไม่มีทาง! และต่อไปนี้คือของเด็ดของดีประจำเกาะโอกินาว่า ที่ถ้าไปเยือนล่ะก็ต้องแว่บไปชิมให้ได้ ดังต่อไปนี้ 1. ราฟุเต (หมูตุ๋นโอกินาวา) Rafute ชาวโอกินาว่านั้นเก่งกาจมากในการนำทุกส่วนของหมูมาทำอาหาร ทีเด็ดก็คือ ราฟุเต หมูสามชั้นตุ๋นกับซอสสูตรพิเศษ เคี่ยวเป็นเวลานานจนเนื้อนุ่มละมุนลิ้นแทบละลายในปาก รสชาติออกเผ็ดหวานจากการปรุงด้วยเหล้า อะวาโมริ และซอสถั่วเหลือง เป็นเมนูที่มักเสิร์ฟกันตามโอกาสพิเศษต่างๆ และวันขึ้นปีใหม่ รวมไปถึงเป็นเมนูที่มักจะใส่มาในโซกิโซบะโซบะด้วย 2. โซกิโซบะ (โอกินาว่าโซบะ) Okinawa Soba โซบะสูตรเฉพาะของโอกินาว่า ที่มีความต่างจากโซบะของทางแผ่นดินใหญ่ ตรงที่เส้นจะทำจากแป้งสาลี 100% ไม่ผสมบัควีท เส้นจึงมีความหนาหนึบมากกว่า น้ำซุปทำจากกระดูกหมู และปลาโอลาย ตอนเสิร์ฟโรยหน้าด้วยวัตถุดิบหลากชนิด เช่น ซี่โครงหมู โซกิ และผัดผัก 3. ชัมปุรุ (ผัดโอกินาวา) Goya Champuru ชัมปุรุ เป็นภาษาถิ่นของโอกินาว่าที่แปลว่า ผสมรวมกัน อาหารจานนี้มีผักเป็นส่วนประกอบหลัก ฉะนั้นว่าง่ายๆ มันก็คือผัดผักรวมนั่นเอง ไม่มีข้อกำหนดตายตัวว่าจะต้องใส่ผักอะไรบ้าง แต่โดยปกติมักจะใส่มะระ เต้าหู้ชิมะ เนื้อหมู และไข่ 4. เนื้อวัวอิชิกาคิ เนื้อวัวชั้นยอดที่เลี้ยงดูบนเกาะยาเอะยามะ และอิชิกาคิ ด้วยความที่ถูกเลี้ยงในสภาพอากาศอบอุ่น อากาศดีตลอด และมีหญ้าให้กินทั้งปี ทำให้เนื้อวัวชนิดนี้นี้มีความหวานนุ่มเป็นพิเศษ 5. จิมามิ โทฟู (เต้าหู้ถั่วลิสง) Jimami Tofu เต้าหู้ของที่อื่นทำจากถั่วเหลือง แต่ที่นี่ทำจากถั่วลิสงจ้า เนื้อสัมผัสจะมีความเหนียวนุ่ม หอมกลิ่นถั่วลิสง ราดด้วยซอสถั่วเหลือง หรือถ้าจะกินเป็นของหวานก็ทำได้ง่ายๆ เพียงราดน้ำผึ้งลงไป ได้อารมณ์คล้ายพุดดิ้งไปอีกแบบ 6. กุรุคุน (ปลาชุบแป้งทอด) Gurukun กุรุคุน เป็นปลากะพงชื่อดังชนิดหนึ่งของโอกินาว่า จับได้ตลอดทั้งปี สามารถกินได้ทั้งแบบย่าง ทอด แต่นิยมมากที่สุดคือเอาไปชุบแป้งทอด 7. อูมิบุโดะ (สาหร่ายพวงองุ่น) สาหร่ายทะเลที่ในไทยเองก็เริ่มหากินได้บ้างแล้ว ลักษณะเป็นลูกกลมเล็กๆ เมื่อกัดลงไปแล้วจะแตกตัวเหมือนไข่ปลาแซลมอน รสเค็มเล็กน้อย นิยมรับประทานคู่กับซอสพอนสึรสเปรี้ยวหน่อยๆ 8. ทาโก้ ไรซ์ Taco Rice ทาโก้นั้นปกติเป็นอาหารของชาวเม็กซิกันเค้า แต่ที่โอกินาว่าก็มีการดัดแปลงจนเป็นสูตรเฉพาะของตัวเองจนได้ โดยการนำเนื้อสับปรุงรส ชีส ผักกาดหอม มะเขือเทศโปะลงบนข้าว แล้วราดซอสทาโก้สูตรโอกินาว่า นิยมเสิร์ฟกันแบบจานใหญ่ๆ ไซส์ยักษ์ สายกินจุน่าจะถูกใจเป็นพิเศษล่ะ 9. อิราบุ จิรุ (ซุปงูทะเล) Irabu Jiru เห็นหน้าตาแล้วหลายคนคงร้องอี๋ แต่ว่านี่เป็นเมนูสุขภาพที่ชาวโอกินาว่านิยมรับประทานกันมากที่สุด สรรพคุณคือช่วยลดความดัน และบำรุงผิวพรรณ 10. ซาตะ อันดากิ Sata Andagi ขนมขึ้นชื่อของโอกินาว่า คล้ายๆ โดนัท ทำจากแป้งโดนำไปทอดจนเหลือง กรอบนอกนุ่มใน รสหวานเล็กน้อย ขนมนี้ได้รับความนิยมไกลถึงฮาวายเลยด้วย *แถม* เหล้าอาวาโมริ ของฝากชั้นดีจากโอกินาว่าที่ใช้ข้าวเจ้าจากประเทศไทยในการหมัก มีกลิ่นหอม รสเข้มข้น และเข้ากันได้ดีกับแทบทุกเมนูของโอกินาว่า ใครไปอย่าได้พลาดเป็นอันขาด อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่ FACEBOOK LINE TWITTER EMAIL TrueID Application
อาหารต่างประเทศ • 1 ก.ค. 61
อ่าน
กินไรดีที่ เกียวโต 7 เมนูท้องถิ่น หากินที่อื่นไม่ได้ !
เกียวโต อดีตเมืองเก่าอันเป็นที่พำนักของพระจักรพรรดิญี่ปุ่นมากว่า 400 ปี จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยถ้าที่่นี่จะอุดมไปด้วยวัฒนธรรมมากมาย รวมไปถึงอาหารการกินที่มีความเฉพาะตัว ชนิดที่ว่าหากใครเที่ยวญี่ปุ่น มาถึงเกียวโตแล้วไม่ได้ลองของกินประจำท้องถิ่นเหล่านี้ล่ะก็ คงเป็นเรื่องน่าเสียดายมากๆ ส่วนจะมีจานไหนเป็นไฮไลท์บ้างลองไปดูกันครับ 1. Yudofu ยูโดฟุ หรือเต้าหู้ต้ม เห็นหน้าตาธรรมด๊าธรรมดาขนาดนี้ อย่าเพิ่งเบินหน้าหนีกันซะก่อน เพราะคงไม่มีอาหารจานไหนที่จะเป็นดั่งสัญลักษณ์ของเกียวโตได้ใกล้เคียงเท่ายูโดฟุนี้อีกแล้ว เป็นการปรุงอาหารให้เรียบง่ายที่สุด เน้นรสชาติแท้ๆ ของถั่วเหลือง เครื่องปรุงมีแค่เต้าหู้ น้ำเปล่า สาหร่าย และซอสพอนสึรสเปรี้ยวจางๆ เท่านั้น ยูโดฟุนั้นเป็นหนึ่งในโชจิน เรียวริ (shojin ryori) หรือเมนูมังสวิรัติที่มีต้นกำเนิดจากเมืองเกียวโต เป็นสำรับอาหารสำหรับพระสงฆ์ผู้บำเพ็ญเพียรโดยคำนึงถึงสารอาหารที่ควรจะได้รับอย่างพอดีในแต่ละวัน ทุกวันนี้ยังมีร้านอาหารที่ทำยูโดฟุสไตล์ต้นตำรับอยู่หลายร้าน ส่วนใหญ่จะอยู่แถววัดนันเซนจิ (Nanzenji) ซึ่งร้านที่เก่าแก่ที่สุดนั้นเปิดกิจการมาตั้งแต่ปี 1635 แล้ว อายุเก่าแก่พอๆ กับเมืองนี้เลยทีเดียว ========== 2. Hamo ฮาโมะนั้นเป็นชื่อของปลาไหลพันธุ์เฉพาะที่หาได้ในแถบนี้ เป็นปลาไหลฟันเลื่อยที่มีกระดูกเป็นแนวยาวตลอดทั่วทั้งตัว ผู้ที่จะแล่มันเป็นอาหารได้จึงต้องเป็นเชฟผู้ชำนาญมากๆ ส่วนการปรุงก็ทำได้ทั้งต้ม ย่าง ทอด หรือทำเป็นชาบูก็ได้ แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าร้อนล่ะก็จะนิยมเอามาต้ม แล้วจิ้มกับซอสบ๊วย ========== 3. Tsukemono ซึเกะโมโน หรือผักดองเกียวโต เป็นสูตรการทำผักดองในรูปแบบเฉพาะตัวของที่นี่ โดยผักแต่ละชนิดก็จะมีวิธีการดองที่ต่างกัน เพื่อดึงเอารสชาติที่โดดเด่นของผักชนิดนั้นๆ ออกมา ในเมืองเกียวโตนั้นจะมีร้านผักดองอยู่เยอะมากกก! แต่ละร้านก็มีผักให้เลือกต่างกันออกไป ลองไปเลือกชิมดูรับรองว่าจะต้องมีที่ถูกใจสักอันอย่างแน่นอน การดองผักของเกียวโตนั้นเริ่มมาจากในช่วงที่เกียวโตเป็นเมืองหลวงของประเทศ ทำให้มีผักสดส่งมาจากท้องถิ่นทั่วทุกมุมประเทศ ดังนั้นเพื่อเป็นการถนอม และพัฒนาสูตรอาหารให้ดียิ่งขึ้นจึงต้องมีการนำผักมาดองด้วยวิธีต่างๆ ซึ่งผักดองชื่อดังของเกียวโตก็คือ เซนไมซุเกะ เป็นหัวผักกาดดองสไลซ์บางระดับมิลลิเมตร เอามาดองคู่กับสาหร่าย ========== 4. Matcha คงไม่มีใครไม่รู้จักชามัทฉะอีกต่อไปแล้ว ในยุคที่เราหาชาดื่มได้ทุกประเภทในประเทศไทย ซึ่งก่อนที่กระแสชาไข่มุกจะมา เราก็รู้จักกับกับชาเขียวกันไปนานแล้ว แต่ถ้าใครยังไม่เคยลองมัทฉะแท้ๆ ของเกียวโตล่ะก็ ขอให้ลองสักครั้งในชีวิตครับ เพราะของที่นี่จะเป็นชาที่คุณภาพดีที่สุดจริงๆ ใครชอบแบบดั้งเดิมก็ดื่มแบบร้อนๆ หรือถ้ายากไปก็ขอแนะให้ลองไอศครีมชาเขียวซอฟท์เสิร์ฟ ที่รสชาติเข้มข้น และมีร้านขึ้นชื่อให้เลือกมากมายในเกียวโตครับ ========== 5. Yatsuhashi ยะสึฮาชิเป็นขนมของฝากโบราณของเกียวโต ทำจากแป้งข้าวเจ้า น้ำตาล และซินนามอนญี่ปุ่น นำไปนึ่งแล้วนำแผ่นแป้งมาแผ่เป็นแผ่นบาง นำไปอบอีกรอบเพื่อเพิ่มความกรุบกรอบให้ตัวขนม อารมณ์คล้ายๆ คุกกี้ ชาวเกียวโตนิยมรับประทานแบบนี้กันมาตั้งแต่ช่วงปี 1689 กระทั่งถึงช่วงปี 1960 ก็เริ่มนิยมกินแบบไม่ต้องอบกันมากขึ้น (คือไม่ต้องการความกรอบนั่นเอง) แล้วยังสอดไส้ถั่วแดงด้วย นอกจากนี้ยังมีไส้แบบอื่นๆ ตามสมัยนิยม เช่น ช็อคโกแลต ชาเขียว กล้วย เป็นต้น ใครที่ไม่อยากกินไส้จะซื้อแบบแป้งเปล่าๆ ก็มีขายเช่นกัน ========== 6. Nishin Soba นิชินโซบะ หรือโซบะปลาแฮริ่ง เป็นเมนูโซบะที่เกิดขึ้นเป็นที่แรกในเกียวโต ใช้ปลาแฮริ่งที่เลาะก้างออกแล้วมากินคู่กับเส้นโซบะร้อนๆ เนื้อปลาจะไม่มีกลิ่นคาว รับประทานง่าย และเข้ากันได้ดีกับน้ำซุบปลาแห้งร้อนๆ ========== 7. Donuts ดูโพสต์นี้บน Instagram โพสต์ที่แชร์โดย koe_donuts (@koe_donuts) เมื่อ เม.ย. 3, 2019 เวลา 4:03am PDT โดนัท อ่านแล้วอย่าเพิ่งก่นด่ากันนะครับ ว่ามาเกียวโตทั้งทีจะให้มาลองกินโดนัทเนี่ยนะ? แต่เดี๋ยวก่อน ที่อยากให้ลองก็เพราะว่าโดนัทที่นี่เป็นเวอร์ชั่นที่ปรับปรุงเป็นสไตล์ญี่ปุ่นไปแล้ว โดยที่ใช้ส่วนประกอบที่หาได้ในท้องถิ่นทั้งหมด ใช้ของดี และมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไม่น่าเชื่อ เนื้อแป้ง และหน้าโดนัทนั้นก็เรียกได้ว่าเป็นคนละแบบกับสูตรฝรั่งที่เราคุ้นเคยกันเลยทีเดียว ลองไปชิมกันได้เลย มีขายหลายร้านจ้า ========== กินไรดี ที่ โอซาก้า 10 เมนูเด็ด ที่ต้องลองเมื่อมาถึงถิ่น กินให้สุด ! กินไรดี ที่ โอกินาว่า ของอร่อย 10 อย่าง อย่าให้ท้องรอนาน สายหิวต้องไป
ต่างประเทศ • 4 ส.ค. 62
อ่าน
กินไรดี ที่ ฮอกไกโด ของอร่อย 11 อย่าง อย่าปล่อยให้ท้องว่าง สายกินต้องไปโดน !
ฟ้าสวย น้ำใส และของกินนั่นไง! คือนิยามความเป็น ฮอกไกโด ได้ดีที่สุดแล้ว จังหวัดอะไรก็ไม่รู้มีของอร่อยๆ เพียบ สมกับที่ชาวญี่ปุ่นโหวตให้เป็นจังหวัดที่มีของกินอร่อยที่สุดเป็นอันดับ 1มาเที่ยวที่นี่ไม่มีใครส่งเสียงท้องร้องให้ได้ยินแน่ๆ นอกเหนือจากของกินที่คนไทยรู้จักกันดีอย่างนม ช็อกโกแลต ไอศกรีมแล้วยังมีอะไรอย่างอื่นอีกเยอะ! แต่ปัญหาสำคัญของมือใหม่สายเขมือบที่เพิ่งเคยไปญี่ปุ่นครั้งแรก ก็คือมัวแต่ตื่นตาตื่นใจกับของกินทุกอย่าง จนพลาดของดีๆ ไปจนน่าเสียดาย รู้ตัวอีกทีก็อิ่มจนยัดอะไรไม่ไหวแล้ว อย่ากระนั้นเลย เราได้รวบรวม 10 สุดยอดของอร่อย ที่ยังไงก็ต้องไปเจิมที่ฮอกไกโด รับรองอร่อยถูกใจไม่เสียชาติเกิด 1. ปูยักษ์ตัวเบิ้ม ในบรรดาจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลนั้น ฮอกไกโดเขาเคลมว่าของเขาดีที่สุด โดยเฉพาะปูยักษ์ทาราบะที่เนื้อหวานไม่แพ้ของโอซาก้าเลย เรื่องความสดใหม่นี่เราคงไม่ต้องพูดถึงอยู่แล้ว ทางร้านจะเสิร์ฟมาทั้งตัวเลย ตัวนึงนี่น้ำหนักไม่ต่ำกว่ากิโลแน่นอน ส่วนที่นิยมกินกันมากที่สุดคือส่วนขานั่นเอง เนื้อเยอะกัดได้เต็มปากเต็มคำมาก ==================== 2. ข้าวหน้าไข่หอยเม่น (อูนิด้ง) ข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ ราดด้วยไข่หอยเม่นเยิ้มๆ คุณภาพดีของฮอกไกโด แม้แว่บแรกที่เห็นหลายคนจะส่ายหน้า แต่พอได้ลองชิมเท่านั้นแหละ เกลี้ยงชาม! รสออกคาวนิดๆ หวานหน่อยๆ สัมผัสนุ่มลิ้น เข้ากันดีกับข้าวร้อนๆ ที่สำคัญราคาถูกมาก อยากให้ลองจริงๆ แต่ต้องไปช่วงเดือนมิถุนายน สิงหาคมเท่านั้น เพราะที่ฮอกไกโดทั้งเกาะเขาอนุญาตให้ชาวประมงจับหอยเม่นได้แค่ช่วงนี้เท่านั้น ==================== 3. มันฝรั่งอบเนย (จากาบาตะ) มันฝรั่งของของฮอกไกโดนั้นแค่กินเปล่าๆ ยังอร่อยเลย ใครที่เคยกินจะรู้ว่ารสสัมผัส และรสชาติของมันนั้นพิเศษกว่าที่อื่นมาก ยิ่งเอามาโปะด้วยเนยหอมๆ ของฮอกไกโดแล้วมันฟินอย่างบอกไม่ถูก หวานอร่อยจนมีแสงพุ่งออกจากปากเลย อีกแบบที่แนะนำคือมันฝรั่งบดราดซอสชีสอุ่นๆ ที่อร่อยไม่แพ้กัน ==================== 4. เนื้อแกะฮอกไกโดย่าง จินกิซุกัน หรือ เจงกิสข่าน ใครที่ได้ลองต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเนื้อ เจงกิสข่าน ของฮอกไกโดนั้นอร่อยจนแทบลืมอาหารทะเลสดๆ ไปเลย เนื้อแกะที่นี่แทบไม่มีกลิ่นสาบ ความนุ่มจะอยู่กลางๆ ระหว่างเนื้อวัวกับเนื้อหมู นุ่มๆ มันๆ คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานคู่จิบเบียร์ในช่วงหน้าหนาว ได้ฟีลโครต ==================== 5. เบียร์ซัปโปโร Mavadee / Shutterstock.com ไหนๆ ก็เอ่ยถึงเบียร์ในข้อที่แล้ว ก็ขอต่อด้วยเบียร์ออริจินัลของฮอกไกโดเลยแล้วกัน เบียร์ซัปโปโรใช้มอลต์ 100% และดอกฮ็อพชนิดหอมให้กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่มีขายเฉพาะในฮอกไกโดเท่านั้นก็คือ ซัปโปโร คลาสสิค (Sapporo Classic) ที่ปรับรสออกมาเบาๆ ให้เข้ากันกับรสอาหารทะเล และวัตถุดิบของฮอกไกโดโดยเฉพาะ โอยน้ำลายไหล ==================== 6. ข้าวหน้าทะเล ไคเซ็นดง สำหรับสาวกซาชิมิ หรือซูชิ ที่ต้องการลิ้มลองรสชาติของขวัญล้ำค่าแห่งน่านน้ำฮอกไกโด คงไม่มีจานไหนเหมาะไปกว่า ไคเซ็นดง อีกแล้ว เป็นจานที่เอาอาหารทะเลสดชนิดต่างๆ ที่มีในวันนั้นมาวางบนข้าวสวย เป็นการโชว์ความสดอร่อยแบบเต็มๆ ==================== 7. ซุปแกงกะหรี่ หรือข้าวราดแกงกะหรี่ฮอกไกโด อย่าเพิ่งคิดว่าแค่แกงกะหรี่หากินที่ไหนก็ได้ในญี่ปุ่นเชียว บอกเลยว่าของที่นี่มีรสชาติที่หอม หวาน เข้มข้นเฉพาะตัวมากๆ ด้วยการใช้วัตถุดิบขึ้นชื่อภายในท้องถิ่นเอง ไม่ว่าจะเป็นมะเขือเทศ หอมใหญ่ มันฝรั่ง ทุกอย่างล้วนเสริมรสซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงควรลองดูสักครั้ง ==================== 8. ซัปโปโร ราเมน ที่ซัปโปโรนั้นถือเป็นต้นกำเนิดของ โซะราเมน(Miso Ramen) ที่แม้จะไม่ได้รสเข้มข้นถูกปากคนไทยเท่ากับทงคตสึ ราเมน (ราเมนซุปกระดูกหมู) แต่ก็มีกลิ่นเฉพาะตัวที่หอมกลมกล่อม และให้ความอบอุ่นอย่างดีในช่วงอากาศหนาว ==================== 9. ซอฟท์ครีม ร้อยทั้งร้อยของคนที่มาฮอกไกโดก็เพราะตั้งใจมาลองซอฟท์ครีมแบบแท้ๆ ที่นี่แหละ ด้วยความเข้มข้นหวานมันจากนมวัวชั้นเลิศของฮอกไกโด ที่นี่เลยมีซอฟท์ครีมที่หอมหวานเข้มข้นนุ่มลิ้นเป็นที่สุด แค่รสธรรมชาติก็อร่อยจนแทบเหาะเหินเดินอากาศแล้ว นอกนั้นยังมีรสชาเขียว รสส้ม รสลาเวนเดอร์ หรือแบบผสมแอลกอฮอล์ก็มี เลือกกันได้ตามชอบเลย ==================== 10. นมเปรี้ยว Soft Katsugen สุดยอดนมเปรี้ยวที่วางขายที่ฮอกไกโดมาอย่างยาวนาน และหาซื้อได้ยากมากๆ ที่จังหวัดอื่น รสชาติคล้ายยาคูลท์ แต่มีความเข้มข้นกว่า มีรสชาติพิเศษที่ออกตามฤดูกาลเท่านั้นด้วย เช่น องุ่น สตรอว์เบอร์รี ใครอยากสัมผัสความพรีเมียมเฉพาะฮอกไกโดต้องซื้อกลับมาลองด่วนๆ ==================== 11. มันฝรั่งทอดกรอบ จากา ป็อกกุรุ (Jaga Pokkuru) ในเมื่อขึ้นชื่อเรื่องมันฝรั่งอยู่แล้ว มีหรือขนมประจำจังหวัดจะไม่มีเจ้านี่ จากา ป็อกกุรุ ที่ปัจจุบันเราเห็นวางขายอยู่ในสนามบินนาริตะ และในจังหวัดฮอกไกโดเท่านั้น คือใครที่เคยกินจะรู้เลยว่ามันไม่เหมือนมันฝรั่งทอดกรอบอื่นๆ เลย มันมีกลิ่นเฉพาะตัว เนื้อสัมผัสกรุบกรอบ บางเบา ไม่มัน ซึ่งเราเดาว่าคงเป็นลักษณะเฉพาะของมันฝรั่งฮอกไกโดนั่นแหละ นอกเหนือจาก จากา ป็อกกุรุ แล้ว ยังมี จากา พิริกะ (Jaga Pirika) ที่ทำจากมันสามชนิด หั่นเต๋าพอดีคำดูสวยดี เหมาะซื้อเป็นของฝากที่สุด นอกเหนือจากนี้แล้ว ฮอกไกโดยังมีของอร่อยเด็ดดวงประจำท้องถิ่นแบบนี้อีกเพียบเลย ใครได้ไปแล้วอย่าพลาดไปสัมผัสความเป็นฮอกไกโดผ่านอาหาร ที่ไม่ใช่แค่นม เนย หรือช็อกโกแลตล่ะ แล้วจะรู้ว่าไปครั้งเดียวไม่พอหรอก อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่ FACEBOOK LINE TWITTER EMAIL TrueID Application
อาหารต่างประเทศ • 13 ม.ค. 61
อ่าน
หิวแล้วกินไรดี ? 10 ร้านเครื่องดื่ม delivery จากคาเฟ่ ร้านดัง รอบกรุงเทพ พร้อมส่งถึงที่
อยากทานเครื่องดื่ม เมนูอร่อย คาเฟ่ ร้านกาแฟ ร้านดังในกรุงเทพ ที่ต้องต่อคิวนานๆ ก็คงลำบากจนเกินไปสำหรับพนักงานบริษัทอย่างเรา ! ครั้งนี้เราจะขอนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะเฉยๆ หรือ นอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงสบายๆ แล้วโทรสั่ง 10 ร้านเครื่องดื่ม delivery จากคาเฟ่ ร้านดัง รอบกรุงเทพ กันครับ บอกเลยว่าโทรกริ๊งเดียว มาเลย ! ถ้าพร้อมแล้วก็ ตามเราไปดูกันเลย 01Brown Cafe ที่สาวกของหวานจะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี เมนูแนะนำของที่นี่ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางเครื่องดื่มชานมไข่มุก ตัวเม็ดไข่มุกที่นี่มีความต่างจากร้านอื่นๆ ตรงที่รสชาติหวานกำลังดี หนับหนับแน่นอน แถมมาเปิดอยู่ใจกลางสยามสแควร์แบบนี้ มีเหรอจะไม่พลาด ! แต่ถ้าใครไม่สะดวกที่จะลิ้มลองกันถึงสยามสแควร์ล่ะก็ สามารถโทรสั่งจากบริษัท delivery ต่างๆ ได้อีกด้วย อ่านรีวิวเพิ่มเติม : Brown Cafe สยามสแควร์ คาเฟ่ ชานมไข่มุก เปิดใหม่ กลางสยาม สาวกของหวานต้องไปโดน พิกัด : Siam Square One ตรงกันข้ามกับร้าน Neversaycutz เปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น.โทร : 09-9269-6924เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/browndessert 02Coffeelismstand รู้กันยังว่า Coffeelismstand มาเปิดสาขาใหม่ล่าสุดที่เซ็นทรัลเวิลด์แล้วนะ ร้านกาแฟแห่งนี้มีสาขาออริจินัลอยูีในซอยเล็กๆ แถวย่านสีลม สาทร จุดเด่ดที่เป็นจุดขายของที่นี่ คือเครื่องดื่มหน้าตาดูดี รสชาติอร่อย ราคาสบายกระเป๋านั่นเองครับ เราแนะนำให้ทุกคนลองสั่งเมนู Nishio Matcha Latte (75.-) มาลองดู หูยย รับรองว่าดีงามมากๆ รวมไปถึงที่นี่ยังมีบริการจาก บริษัท delivery อีกด้วยเช่นเดียวกัน ถ้าใครขี้เกียจล่ะก็ โทรเลยครับ พิกัด : ชั้น 4 เซ็นทรัลเวิลด์ ถ.ราชประสงค์ กรุงเทพฯ เปืดบริการ : 10.00 - 22.00 น.โทร : 08-1599-5961เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/coffeelismstand 03Oh My Goodness ไปโทรสั่งกันต่อที่ร้าน Oh My Goodness คาเฟ่เล็กๆ ในซอยอารีย์ 1 จุดเด่นของที่นี่ก็คือการเสิร์ฟเครื่องดื่มสุขภาพ ไม่ต้องกลัวอ้วนกันเลยล่ะครับ เพราะทางร้านจะเลือกใช้วัตถุดิบที่ดี และใช้น้ำตาลน้อยที่สุด ถึงที่สุด ! แต่ยังคงรสชาติความอร่อยอยู่ แถมเมนูเครื่องดื่มแต่ละเมนูก็สวย เก๋ไก๋อีกด้วย วันหยุดนี้ไม่ควรพลาดเด็ดขาดครับ ดังนั้นสายสุขภาพรีบโทรสั่งกันเลยครับ อ่านรีวิวเพิ่มเติม : OH MY GOODNESS ร้านกาแฟ กรุงเทพ ฟินกับเครื่องดื่มสุดคูลไม่เกิน100แคลอรี่ พิกัด : ถ.พหลโยธิน ซ.อารีย์ 1 กรุงเทพฯ เปิดบริการ : จันทร์ ศุกร์ 07.00 20.00 น. / เสาร์ อาทิตย์ 09.00 19.00 น. โทร : 09-2929-5616เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Ohmygoodnessbkk 04Frank Cake Bar อีกหนึ่งร้านเครื่องดื่ม ในย่านซอยอารีย์ ที่ฮิตมากๆ ในกลุ่มส่ง delivery อย่างร้าน Frank Cake Barร้านนี้โด่งดังในเรื่องของเค้กมาก่อน และต่อมาก็มีการคิดค้นเครื่องดื่มโกโก้ ที่เราขอใช้คำว่า โคตรเข้ม โคตรดาร์ก ออกมาท้าทายเหล่าสายโกโก้กัน แน่นอนครับว่า ถ้าใครอยากจะแวะเวียนกันไปลองถึงร้านล่ะก็ ต้องรอคิวกันหน่อยนะ อิอิ พิกัด : ถ.พหลโยธิน ซ.อารีย์ 1 กรุงเทพฯ เปิดเวลา : 08.30 19.30 น.โทร : 08-8577-0502เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/frankcakebar 05Midnight A Cocoa โกโก้อีกหนึ่งร้านที่เข้มข้นไม่แพ้ร้าน Frank Cake Bar เลยก็คือร้าน Midnight A Cocoa บอกเลยว่าถ้าหากเดินทางมาต่อแถวเองล่ะก็ จะต้องรอคิวนานเกือบชั่วโมงเชียวนะ ส่วนถ้าใครอยากสบาย ชิลๆ นอนรออยู่ที่ห้อง ตอนนี้หลายบริษัท delivery เขาก็รับจัดส่งอยู่นะ เห้ยยย คือดี ! แอบกระซิบบอกก่อนเลยว่า ร้านนี้เปิดดึกนะ อย่ารีบกดล่ะ ฮ่าๆ พิกัด : ติดร้านสุนทรวาดรูป 347/1 ถ.ประชาธิปก แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพฯเปิดเวลา : 22.00 02.00 น.โทร : 08-0076-6767เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/midnightacocoa 06Heekcaa Siam Discovery เอาใจคนชอบเมนูเครื่องดื่มชีสๆ กันบ้าง สำหรับร้านดัง สยาม อย่างร้าน Heekcaa บอกเลยว่าถ้าหากเดินทางไปทานถึงร้าน คนเยอะ รอคิวนานแน่นอน ดังนั้นทุกคนสามารถกดสั่งผ่านแอพ delivery ได้เลย ซิกเนเจอร์ของร้านนี้คือ ชาหอมมะลิชีส ซึ่งส่วนตัวเราเองชื่นชอบเมนูนี้มาก หน้าตาของเมนูนี้ จะมาเป็นเลเยอร์ 2 ชั้น ข้างล่างจะเป็นชาเย็นมะลิ ไม่มีส่วนผสมของนม ด้านบนจะโปะด้วยวิปชีสสูตรพิเศษที่ทางร้านคิดค้นขึ้นมาเอง นอกจากเมนูนี้แล้ว ยังเมนูอื่นๆ ให้เลือกลองทานมากมาย ราคาก็ไม่แรงนะครับ เริ่มต้นกันที่ 90 บาท เท่านั้น พิกัด : ชั้น 2 Siam Discovery เขตปทุมวัน กรุงเทพฯเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. โทร : 09-1556-9191เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Heekcaathailand 07Alto Coffee Roasters ร้านต่อมาเราจะพาทุกคนไปรู้จักกับร้านกาแฟ หอม เข้มข้น อย่างร้าน Alto Coffee Roasters กันครับ ถือได้ว่าเหมาะสำหรับคนชอบทานเมนูกาแฟมากๆ เนื่องจากทางร้านชูเมนูเอสเพรสโซ่ทั้งหมดเป็นเรือธง นั่นเองครับ รวมไปถึงถ้าหากใครไม่อยากไปนั่งชิลกันถึงร้าน ก็สามารถกดสั่งผ่านแอพ delivery ได้อีกด้วย พิกัด : ชั้น 5 โซนฝั่ง Zen เซ็นทรัลเวิลด์ ถ.ราชประสงค์ กรุงเทพฯ เปิดบริการ : 10.00 - 21.30 น. โทร : 09-2278-9456 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/AltoCoffee 08Ditto Tea คาเฟ่เปิดใหม่ที่น่าสนใจไม่น้อยอีกร้านนึง ในห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ที่เรารอคอยมานานแสนนาน อย่างร้าน Ditto Tea บอกเลยว่าใครที่สายชาชีส จะต้องมาโดนกันดูสักครั้ง รับรองจะติดใจ จนต้องกลับมาซ้ำแน่นอน เครื่องตัวแนะนำของที่นี่ คือเมนูชา Cold Brew สลัดเย็น 24 ชั่วโมง และเมนูชานมราดชีส โอ๊ยยย ฟินมาก พิกัด : ชั้น 2 เซ็นทรัลเวิลด์ ถ.ราชประสงค์ กรุงเทพฯ เปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น.โทร : 09-2424-6450เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/DittoTea 09ATM Tea Bar มาถึงคิวของชานมไข่มุก ชื่อดังกันบ้าง ! สำหรับร้าน ATM Tea Bar สาขาสยามสแควร์ ซ.9 ด้วยหน้าตาของชาไข่มุกแนวใหม่ สไตล์ฟิวชั่น รวมไปถึงเรื่องนวัตกรรมการสั่งเครื่องดื่มที่ล้ำเอามากๆ ร้านนี้เหมาะสำหรับสาวๆ ฉะนั้น ห้ามพลาดกันนะครับ แต่ถ้าหากใครไม่อยากไปยืนต่อแถวนานล่ะก็ สามารถกดสั่งผ่านแอพ delivery ได้ด้วยเช่นกัน อ่านรีวิวเพิ่มเติม :ATM Tea Bar ชานมไข่มุกพรีเมี่ยม สุดล้ำไม่เหมือนใคร อร่อยจนต้องไปโดน พิกัด : Siam Square ซอย 9 เยื้องศูนย์หนังสือจุฬา ถ.พระราม 1 กรุงเทพฯเปิดบริการ : 10.00 - 15.00 น.และ 16.30 - 20.30 น. (ทุกวัน)โทร : 08-9287-7775เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/atmteabar 10Cha Bar ปิดท้ายกันไปด้วยร้าน Cha Bar ร้านชานมไข่มุก เอาใจคนรักสุขภาพ ห้ะ ! ฟังไม่ผิดหรอกครับ เอาใจสุขภาพจริงๆ เพราะเมนูแต่ละตัว มีความออร์แกนิคสุดๆ อาทิ ชานมคลาสสิค ใส่ไข่มุกข้าวไรซ์เบอร์รี่ เป็นต้น โอ๊ยยย บอกเลยว่า คือดี นอกจากเมนูนี้แล้ว ทางร้านก็ยังมีเมนูอื่นๆ ให้ได้เลือกสั่งกันอีกเพียบ ! พิกัด : 16 ซ.พิพัฒน์ แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพฯเปิดบริการ : 07.00 - 16.00 น.โทร : 09-8576-2040เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/chabarbkk ร้านอาหารกรุงเทพ อื่นๆ ที่น่าสนใจ 10 ร้านอร่อย Delivery ในกรุงเทพ เจ้าดัง เมนูสตรีทฟู้ด 9 ร้านอร่อย ใกล้ตลาดนางเลิ้ง กรุงเทพ เจ้าดัง อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่ FACEBOOK LINE TWITTER EMAIL TrueID Application
ร้านอาหารในกรุงเทพ • 20 ธ.ค. 61
อ่าน
กินไรดี ที่ คิวชู ของดี 10 อย่างประจำภูมิภาคที่ต้องลองเมื่อไปถึง!
คิวชู นั้นเป็นชื่อเรียกของเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสามของญี่ปุ่น มีเมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ และหลากหลายรูปแบบให้เลือกตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นภูเขาไฟ เมืองท่าตากอากาศ เมืองประวัติศาสตร์ ฯลฯ และที่สำคัญก็คือเรื่องอาหารการกิน ที่มีของอร่อยน่าลิ้มลองหลายแบบด้วย และต่อไปนี้ก็คือ 10 เมนูเด็ดประจำภูมิภาคคิวชู อาหารท้องถิ่นที่เราอยากแนะนำให้ลองเมื่อไปเยือนครับ 1. ฮากาตะราเม็ง (Hakata Ramen), จังหวัด ฟุกุโอกะ (Fukuoka) ของขึ้นชื่อจากย่านยะไต (Yatai) ย่านที่มีร้านของกินสไตล์รถเข็นให้เลือกมากมาย จุดเด่นของฮะคะตะราเม็งก็คือ เส้นที่ใช้จะเรียวเล็ก และเหนียวนุ่มมากกว่ากว่าปกติ ใช้น้ำซุปกระดูกหมูเป็นหลัก วางหน้าด้วยหมูย่างชาชู ต้นหอมซอย เติมขิงแดง งา และพริกไทยตามชอบ จุดขายอีกอย่างของฮากาตะราเม็งก็คือการขอเพิ่มเส้นที่เรียกว่า "คาเอดามะ" และการขอให้ลวกเส้นแบบแข็งๆ เรียกว่า "บาริคาตะ" เป็นต้น 2. คาราชิเมนไทโกะ (Karashi Mentaiko),จังหวัด ฟุคุโอกะ (Fukuoka) ไข่ปลาหิมะหมักซอสพริก รสเผ็ดอ่อนๆ ที่ซึมเข้าไปจนทั่วไข่ปลานั้นทำให้อาหารจานนี้เข้ากันได้ดีกับข้าวสวยร้อนๆ อย่างมาก นอกจากนี้ยังนิยมเอาไปเป็นไส้ข้าวปั้นโอนิกิริ หรือท็อปปิ้งหน้าพาสต้าเหมือนกัน ซึ่งฟุกุโอกะนี่แหละที่เป็นแหล่งเมนไทโกะที่มีความสดใหม่ที่สุดแล้ว 3. ปลาหมึกโยะบุโกะ (Yobuko Squid), จังหวัดซากะ (Saga) ปลาหมึกขึ้นชื่อของอ่าวในจังหวัดซากะ ส่วนการรับประทานก็ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน คือเอามาหั่นทำซาซิมินั่นเอง ด้วยความสดใหม่จึงทำให้ปลาหมึกของที่นี่มีความกรุบกรอบ รสหวาน ไม่มีกลิ่นคาว ส่วนของหนวดจะนำไปทอดเท็มปุระ หรือย่างเกลือ 4. ซุโกะซูชิ (Sukozushi), จังหวัดซากะ (Saga) เป็นซูชิที่นิยมทำกันในช่วงงานเทศกาล หรืองานฉลองต่างๆ ทำโดยนำเอาข้าวที่ปลูกในท้องถิ่นมาอัดลงในกล่อง พร้อมโรยเครื่องประเภทผักและอาหารทะเลต่างๆ ที่มีสีสันสวยงาม ทั้งเห็ดหอม ไข่ รากโกะโบ ขิงดอง กุ้ง และคามาโบโกะ (ลูกชิ้นปลาปรุงรสแบบก้อน) เป็นต้น 5. นางาซากิจัมปง (Nagasaki Chanpon), จังหวัดนางาซากิ (Nagasaki) อาหารจานเส้นหน้าตาคล้ายยากิโซบะจานนี้ ใช้เส้นชนิดเดียวกันกับที่ใช้ทำอุด้ง น้ำซุปทำจากกระดูกหมู และโครงไก่ จึงได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง อัดแน่นด้วยท็อปปิ้งหลายอย่าง ตั้งแต่ ผัก เนื้อ หอย คามาโบโกะ (ลูกชิ้นปลาปรุงรสแบบก้อน) และชิคุวะ ในนางาซากิเองมีร้านจัมปงดีๆ อยู่หลายร้าน แต่ถ้าใครเป็นโอตะ วง BNK48 ด้วย ร้านเทนโบได จัมปง (展望台 ちゃんぽん) คือจุดมุ่งหมายที่คุณต้องไป! ที่สำคัญร้านนี้ยังมีลายเซ็นของน้องๆ แปะเอาไว้ด้วย เข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ใน -- ตาม BNK ไปนั่งโต๊ะในตำนาน ร้านจัมปง แห่งจังหวัดนางาซากิ! 6. จิโกะคุมุชิ (Jigoku Mushi), จังหวัดโออิตะ (Oita) เมนูเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาของเมืองเบปปุ จังหวัดโออิตะ มีวิธีการปรุงที่ละเมียดละไมจริงๆ เพราะต้องนึ่งด้วยน้ำแร่จากบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ แต่ชื่ออาจจะฟังแล้วน่ากลัวไปหน่อย จิโกะคุมุชิ (Jigoku Mushi) ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่าเมนูนึ่งนรกนั่นเอง วัตถุดิบที่เอามาทำก็ใช้ของในท้องถิ่น เช่นอาหารทะเล ผักต่างๆ ไข่ไก่ ฯลฯ เป็นเมนูเพื่อสุขภาพโดยแท้จริง 7. โทริเท็น (Toriten), จังหวัดโออิตะ (Oita) ไก่ทอดของดีประจำจังหวัดโออิตะ ที่ใช้แป้งเท็มปุระมาทอดไก่ (ตามปกติจะใช้ทอดกุ้ง ผัก ปลาซะมากกว่า) แถมยังใช้เนื้อไก่ชั้นดีที่เลี้ยงแบบปล่อยด้วย รับประทานคู่กับซอสพอนสึ หรือโชยุที่ผสมกับมัสตาร์ด ด้วยความที่เมนูนี้หากินที่จังหวัดอื่นได้ยากมาก เราจึงไม่อยากให้พลาดจริงๆ เมื่อมาเที่ยวที่นี่ 8. เนื้อวัวอากะอุชิ (Akaushi Beef), จังหวัดคุมาโมโตะ (Kumamoto) เนื้อวัวสายพันธุ์ดีประจำจังหวัดคุมาโมโตะ เนื้อวัวพันธุ์นี้จะมีส่วนที่เป็นเนื้อแดงมาก รสสัมผัสชุ่มฉ่ำแต่ไขมันน้อย นิยมนำไปทำสเต็ก 9. ฮิยะจิรุ (Hiya shiru) จังหวัดมิยาซากิ (Miyazaki) เมนูซุปเย็นที่ให้อารมณ์คล้ายข้าวแช่ของไทย นิยมรับประทานกันในช่วงที่อากาศร้อนชื้น (ประมาณมิถุนายน) วิธีทำคือนำซุปเย็นๆ ราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ น้ำซุปทำจากการต้มปลาแห้ง เช่น ปลาอาจิแห้ง ฯลฯ และใส่มิโซะด้วย 10. ชิโระคุมะ (Shirokuma) จังหวัดคาโกชิมะ (Kagoshima) เมนูของหวานที่ไม่ต้องทำอะไรให้วุ่นวาย มันคือน้ำแข็งไสถ้วยใหญ่ ราดด้วยนมข้น ผลไม้ ถั่วจนเต็มหน้า คำว่าชิโระคุมะ แปลว่า หมีขาว นั่นเอง ของกินอร่อยในญี่ปุ่นที่เราไม่อยากให้คุณพลาด ! -กินไรดีที่ฮอกไกโด ของอร่อย 11 อย่าง อย่าปล่อยให้ท้องว่าง ! -10 สุดยอดเบนโตะ ข้าวกล่องรถไฟ ที่หาซื้อได้ในสถานีโตเกียว อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่ Facebook Add friend ที่ ID : @TrueID และ แอปพลิเคชั่น TrueID Application
อาหารต่างประเทศ • 10 เม.ย. 61
อ่าน
กินไรดี ที่ โอซาก้า 10 เมนูเด็ด ที่ต้องลองเมื่อมาถึงถิ่น กินให้สุด !
สมญานาม "ครัวของชาติ" ที่เมืองโอซาก้าได้รับการเรียกขานมานานนั้นไม่ได้เป็นเรื่องเกินจริงเลย ด้วยความที่เป็นเมืองท่าค้าขายที่สำคัญตั้งแต่สมัยก่อน มีแหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญหลายต่อหลายแห่ง รวมถึงเป็นสวรรค์ของนักกินที่ติดอันดับจังหวัดที่มีของกินอร่อยที่สุดด้วยเพียงแค่ย่างเท้ามาถึงเราจะพบแผงขายอาหารมากมายหลายชนิด ส่วนใหญ่ก็เป็นของที่คนไทยคุ้นเคยอยู่แล้ว ส่วนจะมีอะไรบ้างที่ต้องไปโดนเมื่อมาถึงนั้น ลองไปดูกัน 1. ทาโกะยากิโอซาก้า มาถึงโอซาก้า ถ้าไม่ได้กินขนมครก เอ้ย! ขนมทาโกะยากิลูกกลมๆ แล้วล่ะก็ บอกเลยว่ามาไม่ถึงจริงๆ เป็นขนมแป้งสอดไส้ปลาหมึกยักษ์ ราดด้วยซอสทาโกะยากิ และมายองเนส โรยหน้าด้วยคัตสึโอะบูชิหรือปลาแห้ง กลิ่นหอมยั่วยวนใจเป็นที่สุด ในโอซาก้านั้นเราจะพบกับแผงขายทาโกะมากมายแทบทุกมุมถนน เมืองนี้เป็นตลาดทาโกะยากิที่มีการแข่งขันสูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น มีร้านอยู่ราวๆ 600 กว่าร้าน (ในโตเกียวมีประมาณ 160 ร้าน) ทาโกะยากิสไตล์ออริจินอลมักจะให้ลูกค้าลิ้มรสชาติแบบเปล่าๆ โดยไม่ใส่ซอส เน้นให้ลูกค้าลิ้มรสชาติแท้ๆ ของวัตถุดิบนั่นเอง 2. คุชิคัตสึ ถ้าเป็นชาวโตเกียวล่ะก็ เมนูคู่มื้อสังสรรค์จะต้องเป็นแนวๆ ปิ้งย่างอิซากายะ แต่กับชาวโอซาก้าจะต้องเป็น "คุชิคัตสึ" อาหารเสียบไม้ชุบแป้งทอด ซึ่งมีทั้งเนื้อสัตว์ และผักต่างๆ ที่โดนใจสายกินเน้นอิ่มแน่นอน เนื้อเสียบไม้หนาๆ ชุบเกล็ดขนมปังทอดจนกรอบ ทานคู่ซอสทงคัตสึเข้มข้น แค่นี้ก็พร้อมสังสรรค์ยันเช้าแล้ว 3. โอโคโนมิยากิ พิซซ่าญี่ปุ่นที่ใช้แป้ง และกะหล่ำปลีเป็นส่วนประกอบหลัก นำไปนาบบนกระทะร้อนฉ่า เราสามารถเลือกวัตถุดิบผสมได้ตามต้องการด้วย ทั้งผัก เนื้อ ปลา ต่างๆ นี่จึงเป็นเมนูที่ทำให้หลายๆ คนรู้สึกลุ้นทุกครั้งที่ได้กิน โดยพนักงานร้านจะเป็นคนย่างให้ หรือจะทำเองก็ได้ 4. บูตะมัน บูตะมันคือซาลาเปาไส้หมู (บางที่ก็เรียกนิคุมัน) ใช้หมูบดผสมกับหัวหอมปรุงรส แต่หลายๆ ร้านในโอซาก้าก็จะดัดแปลงสูตรให้มีความเฉพาะตัวมากขึ้น เมนูนี้ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมจีน แต่ชาวญี่ปุ่นจะนิยมรับประทานเป็นของว่างมากกว่าเป็นอาหารหลัก 5. เนกิยากิ มองแว่บแรก เมนูนี้จะคล้ายกับโอโคโนมิยากิ แต่สิ่งที่ต่างกันคือเนกิยากิจะไม่ใส่กะหล่ำปลีเลย เปลี่ยนมาใช้ต้นหอม (ภาษาญี่ปุ่นเรียก เนกิ) แทน ผสมด้วยเอ็นวัว และบุก นำไปย่างจนหอม สงวนสิทธิ์เฉพาะคนที่ชอบกลิ่นฉุนของต้นหอมเท่านั้น ใครไม่ชอบคุณจะต้องทรมานกับความเหม็นเขียวของมันไปอีกนานแน่ 6. คิตสึเนะ อุด้ง เมนูเส้นอุด้งในน้ำซุปร้อนๆ มีจุดเด่นที่ต่างจากราเมนคือเสิร์ฟมาพร้อมกับเต้าหู้ทอดแทนหมูชาชู จานนี้เรียกได้ว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพจริงๆ เพราะปรุงรสอย่างเบามือ แต่รสชาติก็ไม่จืดชืดเพราะได้ความหวานกลมกล่อมจากปลาแห้งโบนิโต้ ซดได้คล่องคอจนหมดชามได้แบบไม่รู้ตัว 7. อุด้งสุกี้ ยังคงอยู่ที่เมนูจากเส้นอุด้ง ที่จานนี้นำมาผสมผสานกับเนื้อสัตว์ และอาหารทะเลต่างๆ อุด้งสุกี้ของแต่ละพื้นที่ในโอซาก้าจะมีความแตกต่างกันไป แต่หลักๆ ก็จะใช้อาหารทะเลเป็นหลักเหมือนกัน ว่ากันว่าเมนูนี้สืบทอดกันมาตั้งแต่ยุคเอโดะแล้ว 8. เนื้อย่าง ยากินิกุ เนื้อย่างบาร์บีคิวเป็นของที่ชาวโอซาก้าขาดไม่ได้จริงๆ เนื้อที่นี่นอกจากจะหอมอร่อยแล้วยังมีราคาไม่แพงด้วย เป็นแดนสวรรค์ของคนรักเนื้อโดยแท้จริง ทั้งเนื้อเซอร์ลอยน์ติดมัน และเนื้อส่วนไหล่ที่หายาก เป็นความหรูหาที่หาได้ในโอซาก้าเท่านั้น ที่สำคัญบางร้านยังเป็นตลิด 24 ชั่วโมงด้วย หิวเมื่อไหร่ก็ไปได้ 9. เทสสะ เทสสะนั้นก็คือ ซาชิมิปลาปักเป้า ซึ่งชาวโอซาก้านิยมกินกันมากแบบไม่กลัวตาย (เพราะมีส่วนที่เป็นพิษ และต้องใช้เชฟผู้ชำนาญเป็นคนแล่) ด้วยความที่ปลาปักเป้าเป็นที่นิยมมากนี่เองเลยทำให้เมนูนี้มีราคาถูกกว่าที่อื่นๆ ส่วนมากจะรับประทานแบบซาซิมิแล่บางๆ จิ้มกับโชยุเท่านั้น หรือถ้าใครอยากลองแบบอื่นก็หาได้เหมือนกัน 10. อิกะยากิ อาหารทานเล่นแบบฉบับคนโอซาก้า อิกะยากิ เป็นแผ่นแป้งบางย่างกับปลาหมึก รวมถึงมีเนื้อปลาหมึกผสมลงในเนื้อแป้งด้วย ทาด้วยซอสรสเผ็ดหวาน ทำได้ง่าย และเร็วจึงเป็นที่นิยมสำหรับคนที่กำลังหิวหน้ามืด แต่บางร้านก็เป็นที่นิยมจนต้องต่อคิวยาวอยู่เหมือนกัน แต่ความอร่อยของมันก็ทำให้ชาวโอซาก้ายอมที่จะต่อคิวรอ กินไรดีที่ญี่ปุ่นในเมืองอื่นๆ -กินไรดี ที่ ฮอกไกโด ของอร่อย 11 อย่าง อย่าปล่อยให้ท้องว่าง สายกินต้องไปโดน ! -กินไรดี ที่ โอกินาว่า ของอร่อย 10 อย่าง อย่าให้ท้องรอนาน สายหิวต้องไป อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่ FACEBOOK LINE TWITTER EMAIL TrueID Application
อาหารต่างประเทศ • 20 ธ.ค. 61
อ่าน
กินไรดี ที่ นารา 7 อาหารท้องถิ่น ไม่ลองกินเหมือนไปไม่ถึง !
นารา อดีตเมืองหลวงของญี่ปุ่นที่ตอนนี้เราจดจำมันในฐานะของ "เมืองกวาง" ไปซะแล้ว ด้วยจุดเด่นที่มีกวางเดินเล่นอยู่ทั่วไปนี่แหละ แต่เสน่ห์ของที่นี่ใช่ว่าจะมีแค่วัดวาอาราม สวนสาธารณะ และสถานที่ทางประวัติศาสตร์เท่านั้นนะ ยังรวมไปถึงของกินด้วย แถมส่วนมากยังเป็นสูตรตำรับโบราณทั้งนั้น ใครที่มาสายประวัติศาสตร์จะต้องชอบแน่ๆ ของอร่อยนารา ไปเที่ยวแล้วอย่าได้พลาด! ย้อนกลับไปช่วงปี ค.ศ. 710 ก่อนเมืองเกียวโต และโตเกียว นารานั้นเคยเป็นศูนย์กลางของประเทศญี่ปุ่นมาก่อน เดิมชื่อว่าเมืองเฮโจ-เคียว (Heijo-kyo) รูปแบบอาคารที่นี่จะผสมผสานสภาปัตยกรรมจากประเทศจีนยุคราชวงศ์ถังเข้ากับศิลปะญี่ปุ่น แน่นอนว่าในสมัยนั้นอิทธิพลจากประเทศจีนนั้นเผยแพร่มาถึงที่นี่เนกัน รวมไปถึงเรื่องอาหารการกินด้วย ดังนั้นแล้วอาหารท้องถิ่น 7 อย่างนี้เลยเป็นเครื่องสะท้อนวัฒนธรรมของญี่ปุ่นในสมัยนั้นได้อย่างชัดเจนครับ 1. มิวะโซเมง Miwa Somen เส้นโซเมงนั้นเป็นเส้นบะหมี่ที่ดัดแปลงมาจากเส้นก๋วยเตี๋ยวจากเมืองจีน ที่ชาวญี่ปุ่นรับเข้ามาในช่วงยุคนารานี่เอง ลักษณะเป็นเส้นหมี่ยาวตรง เนื้อเนียนละเอียดจนซดคล่องคอ ในยุคนั้นโซเมงจะทำจากแป้งข้าวเจ้า กระทั่งยุคคามาคุระ (ศตวรรษที่ 12-14) ชาวญี่ปุ่นนิยมใช้แป้งวีทแทน โดยจะรับประทานพร้อมกับน้ำซุปที่ใช้น้ำจากภูเขามิวะ ซึ่งเชื่อกันว่ามีความสะอาดบริสุทธิ์ที่สุดในญี่ปุ่น การได้มาซดมิวะโซเมงเลยเหมือนได้มาซึมซับความสดชื่นจากแหล่งกำเนิดนั่นเอง แถมยังกินได้ทั้งแบบร้อนหรือเย็น 2. คุซุโมจิ Kuzu Mochi ขนมของฝากยอดนิยมประจำนารา คุซุโมจิ โรยด้วยผงถั่วเหลือง โดยกรรมวิธีการทำแป้งโมจิที่นารานี้ก็ยังนิยมทำกันด้วยวิธีดั้งเดิม นั่นคือการใช้ค้อนไม้ค่อยๆ ทุบ ค่อยๆ นวดแป้งจนเนียนนุ่มนั่นเอง ที่สำคัญยังทำกันแบบสดๆ ให้ได้เห็นด้วย เวลาเราผ่านหน้าร้านเราจะเห็นคนยืนมุงตลอดไม่ขาดสาย คุซุโมจินั้นจะต่างจากขนมโมจิทั่วไป ตรงที่จะไม่ได้ใช้แป้งข้าวเจ้า แต่จะใช้รากของต้นคุซุ ซึ่งเป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง แค่เอามาผสมน้ำแล้วนวดไปเรื่อยๆ ก็จะได้แป้งโมจิแบบสดๆ แล้ว 3. คาคิโนฮะ ซูชิ Kakinoha Zushi อีกหนึ่งเมนูซูชิที่หากินที่อื่นได้ค่อนข้างยาก และต่างจากที่อื่นเพราะเขาจะไม่ได้ใช้ปลาสดจากทะเลมาใช้ แต่จะต้องนำปลาแมคเคอเรลมาหมักเกลือซะก่อน นำมาประกบเข้ากับข้าวแล้วห่อด้วยใบพลับ ต้นเหตุของการคิดเมนูนี้ขึ้นมานั้นเป็นเพราะที่นาราไม่มีส่วนที่ติดกับทะเลเลย การจะขนส่งปลาจากอ่าวโตเกียวจึงทำได้ลำบาก (นึกถึงสมัยก่อนที่ยังไม่มีรถ และถนนอย่างปัจจุบันนี้) การนำปลามาหมักเกลือก่อนจึงเป็นการถนอมอาหาร ส่วนใบพลับนั้นยังมีคุณสมบัติในการยับยั้งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรียด้วย เป็นภูมิปัญญาโบราณโดยแท้จริง 4. นาระซุเกะ Narazuke นาระซุเกะนั้นเป็นอาหารประเภทหมักดอง ที่ผ่านกรรมวิธีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 8 โดยนำเอาพืชผักต่างๆ เช่น หัวไชเท้า แตงกวา น้ำเต้า ฯลฯ มาดองกับกากเหล้าสาเก จึงทำให้ผักดองนั้นมีสีออกน้ำตาลเข้ม และมีกลิ่นอโรม่าของสาเกอย่างอ่อนๆ อยู่ ช่วยให้เจริญอาหารมากขึ้น นาระซุเกะนั้นนับเป็นของกินพรีเมียมก็ว่าได้ เพราะต้องใช้เวลาถึง 3 ปีในการทำเลยทีเดียว 5. ชากายุ Chagayu By Degueulasse - Own work, CC BY 3.0 นอกเหนือจากสาเกแล้ว เครื่องดื่มยอดนิยมของนาราก็ยังมีน้ำชาด้วย ซึ่งเชื่อกันว่ามีพระสงฆ์นามว่า คูไค เป็นผู้นำใบชาเข้ามาจากประเทศจีน ทำให้ชาวนาราเริ่มรับวัฒนธรรมการดื่มชามาตั้งแต่นั้น รวมไปถึงอาหารที่ต้องใช้น้ำชาอย่างชากายุนี้ด้วย เป็นเมนูโจ๊กที่สามารถใช้น้ำชาได้ตามชอบ ทั้งชาเขียว ชาโฮจิฉะ เซนฉะ ฯลฯ เติมลงในข้าว แล้วค่อยๆ เคี่ยวจนเป็นโจ๊ก รับประทานเป็นมื้อเช้าที่อิ่มสบายท้อง และปลุกร่างกายให้ตื่นตัว 6. อะซุกะ นาเบะ Asuka Nabe เมนูหม้อร้อนนาเบะ สูตรเฉพาะนารา ที่เอาไก่ เต้าหู้ และผักต่างๆ ลงต้มในน้ำซุปไก่ใส่นม และมิโสะ แต่ก่อนจะนิยมใช้นมแพะเป็นหลัก 7. มันจู Manju มันจูเป็นอีกหนึ่งขนมโบราณของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ อารมณ์จะคล้ายๆ ซาลาเปาสอดไส้ถั่วแดง อันที่จริงขนมมันจูนั้นเราหาซื้อได้ทั่วไปในญี่ปุ่น แต่ต้นกำเนิดจริงๆ ของมันนั้นมาจากเมืองนารานี่แหละ เชื่อว่าได้รับอิทธิพลเต็มๆ มาจากหมั่นโถวของจีนอีกที ที่นารานี้ยังมีจัดงานเทศกาลมันจูกันทุกๆ เดือนเมษายนของทุกปีด้วย ที่เที่ยวนารายังมีอีกเพียบ นั่งรถไฟเที่ยว โอซาก้า นารา 1 วัน ให้เซมเบ้กวาง ไหว้พระวัดโทไดจิ และศาลเจ้าคาสุกะ 5 ที่เที่ยวเมืองนารา ความงามสุดคลาสสิคที่ไม่ควรพลาด!
อาหารต่างประเทศ • 22 ส.ค. 62
อ่าน
กินไรดี ที่ อาโอโมริ 5 ของกินท้องถิ่น อยากกินต้องไปให้ถึง
อาโอโมริ เป็นอีกจังหวัดของญี่ปุ่นที่อากาศหนาวมากกกก เพราะตั้งอยู่บนสุดของเกาะฮอนชูเลย (ข้ามไปอีกฝั่งก็เป็นฮอกไกโดแล้ว) แถมพระอาทิตย์ยังตกเร็วกว่าที่อื่นด้วย ยิ่งทวีความเย็นให้มาเร็วกว่าเดิมอีก แต่สิ่งที่ช่วยให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่เขามีแรงใจที่จะสู้ต่อ ก็คือ "อาหาร" นั่นเองครับ คนที่นี่เขาคิดค้นเมนูที่ช่วยให้ความอบอุ่นกับทั้งร่างกาย และจิตใจ จนมีเรี่ยวมีแรงออกไปทำงานในวันหนาวๆ ได้ครับ อาหารท้องถิ่นของจังหวัดอาโอโมริ มีดังต่อไปนี้ 1. ราเมงมิโสะนมสด (Miso Curry Milk Ramen) ด้วยความที่อาโอโมรินั้นอยู่ใกล้กับฮอกไกโดมาก เลยไม่แปลกที่อาหารบางอย่างจะได้รับอิทธิพลมา รวมถึงเมนูราเมงมิโสะนมสดนี่ด้วย แม้จะมีความคล้ายกับมิโสะราเมงสูตรของฮอกไกโดมาก แต่ด้วยความที่ใช้นมสด และเนยสดโปะหน้า ยิ่งเป็นการชูรสชาติแบบ "อูมามิ" ขึ้นไปอีกขั้น เพิ่มความเข้มข้นหอมหวลของน้ำซุปมิโสะได้เป็นอย่างดี เป็นของกินที่ให้ความอบอุ่นได้ในช่วงฤดูหนาว เมนูนี้มีตามร้านราเมงทั่วไปในอาโอโมริเลยครับ ไปถึงแล้วอย่าลิมสั่งล่ะ 2. แอปเปิ้ลอาโอโมริ ของขึ้นชื่อประจำจังหวัดที่ส่งขายไปทั่วประเทศญี่ปุ่น แอปเปิ้ลกว่าครึ่งประเทศถูกส่งออกมาจากจังหวัดนี้โดยเฉพาะ ถึงขนาดมีคำกล่าวว่าถ้าได้กินแอปเปิ้ลฟูจิที่มีความหวานกรอบ ให้เดาได้เลยว่ามาจากอาโอโมริเป็นแน่แท้ โดยมีศูนย์กลางการผลิตอยู่ในเมืองฮิโรซากินั่นเอง นอกเหนือจากแอปเปิ้ลแล้ว ตามร้านขายของฝากต่างๆ เราจะพบของกินที่มีส่วนประกอบเป็นแอปเปิ้ลอยู่มากมาย ตั้งแต่เค้กแอปเปิ้ล น้ำแอปเปิ้ล แกงกะหรี่แอปเปิ้ล ฯลฯ ถ้าไปซื้อเฉยๆ ยังไม่เร้าใจพอ ที่นี่มีทัวร์เก็บแอปเปิ้ลให้เราเข้าไปเด็ดสดๆ จากต้น แถมยังมีพายแอปเปิ้ลอบใหม่ๆ และน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์สดให้ลอง และไม่ไกลจากเมืองฮิโรซากินัก นั่งรถประมาณ 30 นาทีไปที่เมืองฮิราคาวะ จะมีบ่อน้ำร้อน "ออนเซ็นแอปเปิ้ล" ให้แช่ด้วย ฟินสุดแน่นอน 3. บาระยากิ (Barayaki) เนื้อย่างขึ้นชื่อประจำเมืองโทวาดะ ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากตัวเมืองอาโอโมริ 1 ชั่วโมง ไกลหน่อยแต่ก็คุ้มค่าที่จะไปนะครับ เพราะบาระยากินี่แหละ เป็นการนำเอาเนื้อวัวส่วนซี่โครงสไลด์ ผัดกับหัวหอม แม้ส่วนผสมจะดูธรรมดาแต่กลับให้ผลลัพธ์ที่เกินจะทานทนได้ แค่กลิ่นหอมๆ ที่โชยออกมาตอนผัดก็ยั่วน้ำลายแล้ว โดยเขาจะมีซอสผัดสำหรับเมนูนี้โดยเฉพาะที่เรียกว่า "ทาเระ" ครับ ใครอยากลิ้มลองต้องไปที่โทวาดะเท่านั้น 4. เซนเบ้ จิรุ (Senbei-jiru) เมนูต่อมาส่งประกวดโดยเมืองฮะจิโนะเฮะ (Hachinohe) เป็นอาหารท้องถิ่นที่ได้รับการแนะนำจากชาวอาโอโมริมากที่สุด ว่าถ้าได้มาแล้วจะต้องไปกินอาหารจานนี้ที่เมืองฮะจิโนะเฮะให้ได้ เดินทางจากตัวเมืองอาโอโมริไปประมาณ 2 ชั่วโมง และแน่นอนฤดูที่เหมาะจะรับประทานเซนเบ้ จิรุ มากที่สุดก็คือช่วงหน้าหนาวนี่แหละครับ เซนเบ้ จิรุ เป็นการนำเซนเบ้ หรือก็คือแครกเกอร์ข้าวหลากหลายรส ทั้งกุ้ง ปู ถั่ว ฯลฯ ไปใส่ลงในน้ำซุปใส ซึ่งมีให้เลือกหลายประเภท เช่น ซุปต้นหอม ซุปโชยุ ซุปปลา ฯลฯ สูตรน้ำซุปนี้ก็จะมีหลายแบบหลายสไตล์ แล้วแต่ร้านเขาจะทำมาแบบไหน เพราะเมนูนี้เขากินกันมาตั้งแต่ยุคเอโดะแล้ว จะมีหลายแบบก็ไม่แปลก แล้วเวลาที่เจ้าเซนเบ้มันดูดซับน้ำซุปเข้าไปจนพองยุ่ยแล้ว จะเป็นการเพิ่มทั้งรสชาติ และความร้อนให้กับทุกชิ้น เหมาะจะกินคลายหนาวจริงๆ 5. บานิกุ (Baniku) ถัดมาจากเมืองฮะจิโนะเฮะ ประมาณ 20 นาที จะถึงเมือง โกะโนะเฮะ (Gonohe) เมืองทำฟาร์มเล็กๆ ที่มีการเลี้ยงม้ากันมากว่า 200 ปีแล้ว สำหรับส่งให้เหล่าซามูไรได้ใช้กัน จวบจนถึงปัจจุบันนี้ จึงถูกเลี้ยงให้กลายเป็นอาหารนั่นเอง (จริงๆ ก็กินกันตั้งแต่สมัยก่อนแล้วแหละ) รสชาติขอเนื้อม้าที่นี่ ว่ากันว่ามีความหวานเล็กน้อย และมีรสสัมผัสคล้ายเนื้อวัวผสมเนื้อกวาง ซึ่งสามารถรับประทานได้ทั้งแบบดิบ หรือที่เรียกว่า บาซาชิ (Basashi) และแบบหม้อไฟ ซึ่งหาได้ทั่วไปในอาโอโมริเลย =============== 5 จังหวัดที่มีของกินญี่ปุ่นอร่อยที่สุด เที่ยวญี่ปุ่นต้องกิน ไปแล้วฟินทั้งทริป ! กินไรดี ที่ นารา 7 อาหารท้องถิ่น ไม่ลองกินเหมือนไปไม่ถึง ! กินไรดี ที่ โอซาก้า 10 เมนูเด็ด ที่ต้องลองเมื่อมาถึงถิ่น กินให้สุด ! กินไรดี ที่ โอกินาว่า ของอร่อย 10 อย่าง อย่าให้ท้องรอนาน สายหิวต้องไป
อาหารต่างประเทศ • 13 ก.ย. 62
อ่าน
กินไรดี ที่ นีงาตะ เมนูท้องถิ่น 6 อย่าง หากินง่าย อร่อยด้วย
นีงาตะ จังหวัดนี้ขึ้นชื่อลือชามาก ว่าเป็นพื้นที่ปลูกข้าวที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และข้าวที่มาจากที่นี่ยังมีสารอาหาร และรสชาติที่ดีที่สุดในบรรดาข้าวญี่ปุ่นด้วย พอมีข้าวดีก็ย่อมต้องมีสาเกชั้นยอดเป็นของคู่กันตามไปด้วย นั่นเลยทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ ว่าดินแดนนาข้าวแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่ที่นาเท่านั้น แต่ยังมีอาหารประจำท้องถิ่นที่น่าสนใจไม่แพ้จังหวัดอื่่นเหมือนกัน ด้วยความที่นีงาตะเป็นจังหวัดที่ทอดตัวยาวไปตามแนวชายฝั่ง เลยทำให้มีอาหารทะเลสดๆ ราคาถูกด้วย และต่อไปนี้ก็คือ 6 อาหารท้องถิ่นประจำจังหวัด ที่ชาวนีงาตะแนะนำให้ได้ลองกันครับ 1. Noppe Stew สตูว์น็อปเปะ โอเด้งแห่งนีงาตะ น็อปเปะ เป็นอาหารถิ่นที่มีความคล้ายคลึงกับ โอเด้ง ที่เราคุ้นเคยมาก แต่กับชาวนีงาตะนั้นเขาจะเสิร์ฟนอปเปะเฉพาะวันสำคัญ เช่นวันปีใหม่ วันรวมญาติ เป็นต้น วัตถุดิบที่ใช้ทำก็ได้แก่ผักชนิดต่างๆ บุก เห็ด รากบัว แครอท เป็นต้น น้ำซุปจะทำจากซอสถั่วเหลือง และน้ำส้มสายชูที่ทำจากองุ่น ในบางที่จะใส่เผือก หรือแป้งมันลงไปด้วยเพื่อเพิ่มความข้นให้กับน้ำซุปด้วย ที่เหลือก็แล้วแต่ว่าช่วงนั้นมีผลผลิตอะไรก็จะใส่ไปด้วย เช่น ปลา ไก่ มันฝรั่ง แปะก๊วย ฯลฯ นิยมรับประทานกันทั้งแบบร้อน และเย็น 2. Hegi Soba Noodles เฮกิ โซบะ แม้ว่าโซบะจะเป็นเมนูพื้นฐานที่มีทั่วไปในญี่ปุ่น แต่สำหรับเฮกิ โซบะนั้นมีการผสมสาหร่าย ฟูโนริ พืชท้องถิ่นของแถบนี้ลงไปด้วย ทำให้เส้นโซบะมีความนุ่มลื่นมากกว่าเส้นปกติมาก สามารถสูดลงคอไปได้แบบไม่ต้องเคี้ยวเลย (ระวังติดคออย่างเดียว) 3. Suruten ซุรุเทน ซุรุเทน นั้นมีความคล้ายกับเทมปุระ แต่กับที่นีงาตะนั้นเขาจะเน้นใช้ปลาหมึกเป็นพระเอกหลักเลย แต่ต้องไม่ใช่ปลาหมึกธรรมดาๆ นะ ต้องเอาไปหมักเกลือทิ้งไว้สักคืนก่อน แล้วค่อยเอาไปชุบแป้งทอด นับเป็นเมนูที่เป็นกับแกล้มก็ดี เป็นของว่างระหว่างวันก็เหมาะ กินได้ทุกเพศทุกวัย และแน่นอน ดีที่สุดคือกับกับข้าวสวยร้อนๆ ชั้นเยี่ยมของนีงาตะครับ 4. Sasadango ซาซาดังโงะ ขนมโบราณอายุกว่า 5,000 ปีของนีงาตะ ในสมัยก่อนนิยมกินกันในช่วงเทศกาลวันเด็กผู้ชาย เดือนพฤษภาคม (ปัจจุบันนิยมกินกันทั้งปีแล้ว) ทำจากแป้งโยโมกิสีเขียวเข้ม (พืชพื้นบ้านชนิดหนึ่ง) สอดไส้ด้วยถั่วแดงกวน นำไปห่อด้วยใบไผ่ ที่จะช่วยเสริมให้กลิ่นของขนมนั้นหอมขึ้น เชิญชวนให้ลองกัดดูสักคำ ขนมซาซาดังโงะหาซื้อได้ง่ายแถบสถานีรถไฟชินคันเซ็น และร้านขายของที่ระลึกในนีงาตะ 5. seabura ramen เซอาบุระ ราเมง จานนี้คาดว่าเหมาะจะไว้กินช่วงหน้าหนาวมากที่สุดครับ เพราะเซอาบุระ ราเมงนั้นจะราดหน้าราเมงด้วยน้ำมันหมู ! ทำให้ได้ราเมงที่เหมือนโรยหน้าด้วยหิมะยังไงยังงั้นเลย ที่แปลกคือมันไม่ได้ทำให้รสชาติราเมงเลี่ยนเลย แต่กลับทำให้กลมกล่อม หอมมันกว่าเดิม เป็นอีกเมนูที่ตน่าลองชิมครับ 6. Poppo-Yaki ป็อบโปะ-ยากิ ขนมยอดนิยมของชาวนีงาตะ เป็นขนมเค้กทรงแท่งชิ้นใหญ่โต ทำจากแป้งสาลี และน้ำตาลทรายแดง รสชาติไปทางแพนเค้ก แต่ด้วยความที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น เลยทำให้มีกลิ่น และรสชาติเฉพาะตัวที่ต่างออกไป ยิ่งกินตอนอบเสร็จใหม่ๆ ก็ยิ่งอยากได้อีกชิ้น กินเท่าไหร่ก็ไม่พอ =============== ของกินท้องถิ่นที่อื่นทั่วญี่ปุ่น กินไรดีที่ ฟุกุโอกะ ของกิน 8 อย่าง มาญี่ปุ่นแล้วต้องโดน ! กินไรดี ที่ อาโอโมริ 5 ของกินท้องถิ่น อยากกินต้องไปให้ถึง กินไรดี ที่ นารา 7 อาหารท้องถิ่น ไม่ลองกินเหมือนไปไม่ถึง ! กินไรดี ที่ โอซาก้า 10 เมนูเด็ด ที่ต้องลองเมื่อมาถึงถิ่น กินให้สุด ! กินไรดี ที่ โอกินาว่า ของอร่อย 10 อย่าง อย่าให้ท้องรอนาน สายหิวต้องไป
อาหารต่างประเทศ • 9 ก.พ. 63
อ่าน
กินไรดี ที่ เฮียวโกะ 7 อาหารจานเด็ด ที่ไม่ได้มีแค่เนื้อโกเบ !
ไปเที่ยวแถวๆ จังหวัดเฮียวโกะ (Hyogo) ทีไร ใครๆ ก็นึกถึงแต่ของขึ้นชื่ออย่าง เนื้อโกเบ ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อจากโกเบ เมืองเอกของที่นี่นั่นเอง ทั้งที่จังหวัดนี้ก็มีอะไรอย่างอื่นให้กินเหมือนกันนะ น่าน้อยใจแทนจริงๆ เลย เอาเป็นว่าต่อไปนี้ใครจะไปเที่ยวล่ะก็ อย่าลืมไปลองกินอาหารขึ้นชื่อเฮียวโงะต่อไปนี้ด้วยล่ะ ฟินแน่นอน ! 1. Akashiyaki อะกะชิยากิ ของกินเล่นที่ดูหน้าตาคล้ายๆ ทาโกะยากิ แต่เนื้อแป้งจะกรอบนอก นุ่มฟูด้านใน เพราะเน้นส่วนผสมที่เป็นไข่มากกว่าแป้ง ยัดไส้ด้วยปลาหมึกยักษ์ รับประทานคู่กับซุปซึยุ ซึ่งเป็นซุปปลาแห้ง และสาหร่ายคอมบุ โรยด้วยต้นหอมเยอะๆ 2. Soba meshi โซบะเมชิ leodaphne/Shutterstock.com โซบะเมชิ เป็นอาหารประเภทเทปปันยากิ หรือผัดกระทะร้อนนั่นเอง แม้หน้าตาจะคล้ายยากิโซบะ แต่จานนี้จะอัพเกรดด้วยการใส่ข้าวลงไปผัดด้วย กลายมาเป็นเมนูใหม่ที่พอผสานเส้นโซบะ เข้ากับข้าวผัดแล้วกลับให้รสสัมผัสที่ยอดเยี่ยมกว่าเดิม และกลายมาเป็นเมนูที่นิยมกินกันทั่วไปในแถบคันไซ 3. ขนมปังหัวหอมอาวาจิ Michael Gordon/Shutterstock.com อีกหนึ่งเรื่องที่คนไม่ค่อยรู้ ก็คือที่เฮียวโกะนั้นเป็นจังหวัดที่มีการบริโภคขนมปังเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ร้านขายขนมปังชื่อดังนั้นมีอยู่เยอะมากๆ ในเมืองโกเบ อันที่จริงใครที่เป็นสายเบเกอรี่จะแวะเข้าร้านไหนก็รับรองถูกใจแน่นอน แต่ที่อยากแนะนำจริงๆ ก็คือขนมปังหัวหอมอาวาจิของร้านดอนคิว สาขาซันโนะมิยะ ที่ใช้หัวหอมขึ้นชื่อจากเกาะอาวาจิ ที่อยู่นอกชายฝั่งโกเบ ที่มีจุดเด่นอยู่ที่รสชาติที่ออกหวาน ไม่ฉุน นุ่มละมุนลิ้น และเข้ากันได้ดีกับขนมปังอย่างไม่น่าเชื่อ 4. Roast Beef Bowl ข้าวหน้าเนื้อย่างล้นๆ เอาใจสายกินเนื้อกันบ้าง กับข้าวหน้าเนื้อย่างล้นจาน มาแบบเต็มๆ พูนๆ ใหญ่สะใจ ราดด้วยไข่แดง และน้ำซอสรสพิเศษที่ดึงเอาความหอมของเนื้อย่างออกมาอย่างเต็มที่ ใครอยากลองให้ไปเดินที่ถนนช้อปปิ้ง Motomachi ซึ่งจะมีให้เลือกหลายร้านเลย มีให้เลือกหลายราคา หลายระดับประทับใจ 5. Kobe Mahou no Tsubo Pudding โกเบมาโฮ โนะ ทซึโบะพุดดิ้ง frantz.co.jp/en/products ลืมภาพจำของขนมพุดดิ้งปกติได้เลย เพราะนี่คือ โกเบมาโฮ โนะ ทซึโบะพุดดิ้ง ขนมชั้นเลิศที่หาได้แค่ในโกเบเท่านั้น เป็นการเอาพุดดิ้งใส่ลงในไหเล็ก ภายในแบ่งเป็น 3 ส่วนอย่างชัดเจน ทั้งครีม, คัสตาร์ด และคาราเมล พอกินหมดแล้วยังเก็บไหไว้ได้ด้วย เป็นของฝากที่ดีมากๆ 6. Denmark Cheese Cake เดนมาร์คชีสเค้ก www.kannonya.co.jp ชีสเค้กสไตล์เดนมาร์คที่หากินได้ในโกเบ เป็นเค้กรสชาติหอมมัน มีชีสยืดๆ ให้รสสัมผัสเหนียวนุ่มทุกคำ เมื่อรวมเข้ากับรสเค้กแล้วเข้ากันดี ไม่เลี่ยน คนรักชีสต้องไปลองครับ 7. Kobe Beef Steak สเต็กเนื้อโกเบ เอาล่ะ สุดท้ายแล้วของที่ขึ้นชื่อที่สุดประจำจังหวัด ไม่ได้กินถือว่าพลาดที่สุดก็คงเป็นสเต็กเนื้อโกเบนี่แหละ เวลาที่พูดกันว่าเนื้อโกเบนั้น อยากให้เข้าใจก่อนว่ามันคือ เนื้อวากิวที่ได้มาจากวัวสายพันธุ์ทาจิมะ ซึ่งเกิดและเลี้ยงทางภาคเหนือของจังหวัดเฮียวโกะเท่านั้น เนื้อของวัวพันธุ์นี้มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก มีรสชาติที่อร่อยเพราะถูกเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี ปัจจุบันวัวทาจิมะที่ผ่านเกณฑ์ และได้รับการอนุมัติเป็นเนื้อวัวโกเบมีเพียงปีละ 3,000 ตัว หรือ 50%-60% ของวัวทาจิมะที่มีอยู่ในจังหวัดเฮียวโกะ หรือ 0.6% ของเนื้อวากิวในญี่ปุ่นเท่านั้น รู้อย่างนี้แล้วก็ไปลองชิมรสชาติกันเถอะนะ ! =============== -กินไรดีที่ เกียวโต 7 เมนูท้องถิ่น หากินที่อื่นไม่ได้ ! - กินไรดี ที่ โอซาก้า 10 เมนูเด็ด ที่ต้องลองเมื่อมาถึงถิ่น กินให้สุด !
ร้านดัง • 2 ธ.ค. 62
งบ 1,500 บาท กินย่าน "ช่องนนทรี" ใจกลางกรุงเทพฯ! คุ้มจริงหรือโดนฟัน?!
งบ 1,500 บาท กินย่าน "ช่องนนทรี" ใจกลางกรุงเทพฯ! คุ้มจริงหรือโดนฟัน?!
หมิงขั้วโลก • 3 วันที่แล้ว
สิทธิพิเศษ
โอ้กะจู๋
ผักออร์แกนิกสดใหม่ ปลอดสารเคมี 100% ที่ปลูกเองจากฟาร์มในเชียงใหม่ และนำมาปรุงเป็นเมนูอาหารเพื่อสุขภาพที่อร่อย รสชาติถูกปากคนทุกกลุ่ม นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นอื่นๆ เช่น การใช้เทคโนโลยีเกษตรอินทรีย์ขั้นสูง, การมีน้ำสลัดสูตรโฮมเมดมากกว่า 20 สูตร
อาหารมังสวิรัติและสุขภาพ • 26 ต.ค. 69
สิทธิพิเศษ
RAI Bistro
-
อาหารนานาชาติ • 20 ต.ค. 69
สั่งของกิน Shopee ตัวท็อป ขายดี 10,000+ ชิ้น! อร่อยจริงมั้ย!?
วันนี้หมิงพามาเปิดกล่องลองชิม "ของกิน Shopee ขายดีทะลุ 10,000+ ชิ้น!" 🛒🔥 มาดูกันชัดๆ
หมิงขั้วโลก • 18 ต.ค. 69
สิทธิพิเศษ
เกรน
อาหารสุขภาพ
อาหารมังสวิรัติและสุขภาพ • 15 ต.ค. 69
อ่าน
7 วิตามินดี 3 ยี่ห้อไหนดี 2026 เสริมแคลเซียม ประโยชน์ต่อกระดูกและร่างกาย
วิตามินดี 3 ยี่ห้อไหนดี 2026 สำหรับใครที่กำลังมองหาวิตามินดีเพื่อช่วยดูแลสุขภาพกระดูกและร่างกาย วันนี้เรารวบรวมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินดี 3 จาก 7 แบรนด์มาให้ค่ะ หากแคลเซียมมีความจำเป็นต่อร่างกายในการช่วยบำรุงกระดูกและฟัน วิตามินดีก็มีความจำเป็นต่อร่างกายเช่นกันเพราะสามารถช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมของร่างกายได้ค่ะ วิตามินดีโดยเฉพาะวิตามินดี 3เป็นวิตามินที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้โดยผ่านทางการรับแสงแดดในช่วงเช้ารวมถึงการกินอาหารบางอย่าง เช่น น้ำมันตับปลา เนย ตับและไข่แดง แต่ด้วยพฤติกรรมของเราในปัจจุบันที่พยายามเลี่ยงแสงแดด รวมถึงในบางคนที่พยายามลดการกินไข่แดง ลดการกินเนยและเครื่องในสัตว์เพราะกังวลเรื่องคอเลสเตอรอล ก็เลยทำให้ร่างกายขาดวิตามินดีไป หากร่างกายขาดวิตามินดีก็จะส่งผลทำให้เราป่วยบ่อย ติดเชื้อโรคได้ง่าย ภูมิคุ้มกันลดลง อ่อนเพลีย ปวดกระดูก ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ รวมถึงยังอาจจะทำให้เป็นโรคซึมเศร้าได้ด้วยค่ะ เพราะวิตามินดีถือเป็นอีกหนึ่งวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย การที่เรากินอาหารเสริมวิตามินดีจึงเป็นการป้องกันการเกิดโรคและช่วยบำรุงให้ร่างกายแข็งแรงได้ ซึ่งวันนี้เราได้รวบรวมอาหารเสริมวิตามินดี 3 ยี่ห้อไหนดี 2026มาฝากค่ะ จะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย !! 7 อาหารเสริมวิตามินดี 3 ยี่ห้อไหนดี 2026 1. MEGA We care NAT D 600 IU ถ้าใครกำลังมองหาตัวช่วยดูแลตัวเองแบบง่ายๆ วิตามิน D3 จาก MEGA We care ตัวนี้ก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่หลายคนเลือกเลยค่ะ โดยตัวนี้เค้าประกอบด้วยวิตามิน D3 ปริมาณ 600 ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับกับที่ร่างกายสร้างได้จากการสัมผัสแสงแดด เหมาะกับคนที่อาจได้รับแสงแดดไม่พอในชีวิตประจำวัน อีกทั้งวิตามิน D3 ยังช่วยดูแลกระดูก กล้ามเนื้อ ระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายทำงานเป็นระบบมากขึ้น ทานเพียงวันละ 1 เม็ดหลังอาหาร เหมาะมากสำหรับผู้สูงอายุที่มีกระดูกและกล้ามเนื้อไม่แข็งแรง ผู้ที่เครียดหนัก มีความวิตกกังวลเสี่ยงที่จะเป็นซึมเศร้า หรือผู้ที่ป่วยบ่อย ต้องการดูแลสุขภาพเพิ่มเติม สามารถทานหรือลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดูได้เลยค่ะ ขนาด 1 กระปุก (60 แคปซูล) ราคาประมาณ 440 บาท อ่านข้อมูลเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อ MEGA We care NAT D 600 IU ได้ที่ Shopee 2. Nutrilite Vitamin D3 + K2 สำหรับ Nutrilite Vitamin D3 + K2 ตัวนี้ บอกเลยว่าไม่ได้มีเพียงส่วนผสมเด่นอย่าง Vitamin D3 เท่านั้น แต่ยังผสาน วิตามิน K2 มาในกระปุกเดียว เพื่อช่วยพาแคลเซียมไปส่งตรงถึงกระดูกได้จริงๆ จึงช่วยดูแลครบจบทั้งสุขภาพกระดูก ระบบภูมิคุ้มกัน และสุขภาพหัวใจ เหมาะมากสำหรับคนเมืองที่ชอบหลบแดด อาจมีภาวะขาดวิตามินดี และมีความเสี่ยงกระดูกพรุนรับประทานง่ายเพียงวันละ 1 แคปซูล หนึ่งกระปุกมี 30 แคปซูล มี Vitamin D3 400 IU และ K2 50 mcg ครบจบในหนึ่งเดียว สำหรับการดูแลตัวเองในทุกๆ วัน ราคา 990 บาท (ราคาสมาชิก) / 1,090 บาท (ราคาขายปลีก) อ่านข้อมูลเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อ Nutrilite Vitamin D3 + K2 ได้ที่ Amway 3. Now Foods Vitamin D-3 1000 IU วิตามิน D-3 จาก Now Foods มาในรูปแบบซอฟต์เจล ผ่านการรับรองมาตรฐาน GMP ดูดซึมง่าย ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสได้ดีมากขึ้น ส่งผลทำให้ร่างกายสามารถใช้ประโยชน์จากแคลเซียมได้อย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุน กระดูกบาง เปราะ แตกหักง่าย นอกจากนี้ยังมีน้ำมันมะกอกออร์แกนิค ที่ช่วยดูแลเรื่องหัวใจ ระดับไขมันในเลือดด้วย ขนาด 1 กระปุก (180 แคปซูล) ราคาประมาณ 480 บาท 4. Life Extension Vitamin D3 125 mcg 5000 IU ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินดี3 เกรดพรีเมี่ยมจาก Life Extension สูตรนี้นอกจากจะให้วิตามินดี3 มาถึง 125 mcg แล้ว ยังมีน้ำมันมะกอกสกัดเย็น ไอโอดีนและสารสกัดจากโรสแมรี่มาให้อีกด้วยค่ะ ช่วยดูแลความสมดุลของแคลเซียมในร่างกาย ช่วยให้ร่างกายนำแคลเซียมไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยดูแลให้ต่อมไทรอยด์ทำงานอย่างเป็นปกติ หากมีอาการปวดกล้ามเนื้อบ่อยๆ ตัวนี้ก็ทานได้ค่ะ ขนาด 1 กระปุก (60 แคปซูล) ราคาประมาณ 680 บาท 5. Blackmores Vitamin D3 1000 IU แบล็คมอร์ วิตามินดี3 แบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชั้นนำจากประเทศออสเตรเลีย สูตรนี้มาในรูปแบบแคปซูล ความเข้มข้นของวิตามินดีอยู่ที่ 25 mcg ต่อ 1 เม็ด ช่วยดูแลกระดูกและระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย ช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับผู้ที่ได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ สูตรนี้มีมา 2 ขนาด ขนาด 60 เม็ด ราคาประมาณ 500 บาท และขนาด 200 เม็ด ราคาประมาณ 1,000 บาทค่ะ 6. California Gold Nutrition Vitamin D3 50 mcg 2000 IU California Gold แบรนด์อาหารเสริมจากประเทศอเมริกา สูตรนี้ให้ปริมาณวิตามินดี3 มา 50 mcg ต่อ 1 เม็ดค่ะ แต่นอกจากนี้ก็ยังให้วิตามินอีจากน้ำมันดอกคำฝอยมาด้วย ใช้ซอฟต์เจลที่มาจากเจลาตินในปลา ช่วยเสริมสร้างและฟื้นฟูร่างกาย ดูแลกระดูก ข้อต่อและฟัน ระบบภูมิคุ้มกัน รวมไปถึงการทำงานของระบบเผาผลาญและระบบเมตาบอลิซึมด้วย ขนาด 1 กระปุก (90 แคปซูล) ราคาประมาณ 400 บาท 7. 21st Century Chewable Vitamin D3 10 mcg400 IU อาหารเสริมวิตามินดี3 แบบเคี้ยวรสส้ม จาก 21st Century แบรนด์เก่าแก่จากสหรัฐอเมริกา สูตรนี้รสชาติอร่อย เม็ดเล็ก เหมาะกับผู้ที่เริ่มกินอาหารเสริมและเด็กค่ะ ให้วิตามินดี3 มา 10 mcg ต่อ 1 เม็ด ปริมาณกำลังเหมาะสมในแต่ละวัน ช่วยดูแลเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน กระดูกและฟัน รวมถึงการทำงานของเนื้อเยื่อและเยื่อบุต่าง ๆ ในร่างกาย ขนาด 1 กระปุก (110 เม็ด) ราคาประมาณ 500 บาท วิธีเลือกวิตามินดี 3 ให้เหมาะกับตัวเอง การเลือกอาหารเสริมวิตามินดี 3 ควรพิจารณาทั้งปริมาณสารอาหาร รูปแบบผลิตภัณฑ์ และความจำเป็นในการรับประทานค่ะ 1. เลือกปริมาณวิตามินดีให้เหมาะสม วิตามินดี 3 มีหลายขนาด เช่น 400 IU, 600 IU, 1,000 IU, 2,000 IU และ 5,000 IU ควรพิจารณาจากอายุ ภาวะสุขภาพ และปริมาณวิตามินดีที่ได้รับจากอาหารหรืออาหารเสริมชนิดอื่น หากต้องการใช้วิตามินดีขนาดสูง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน 2. เลือกรูปแบบที่รับประทานสะดวก วิตามินดี 3 มีทั้งแคปซูล ซอฟต์เจล และเม็ดเคี้ยว สามารถเลือกตามความสะดวกในการรับประทานได้ อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบส่วนประกอบอื่น ๆ เช่น เจลาตินปลา หรือน้ำมันที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติแพ้อาหาร 3. ตรวจสอบฉลากก่อนซื้อ ควรตรวจสอบปริมาณวิตามินดีต่อหน่วยบริโภค ส่วนประกอบ วิธีรับประทาน คำเตือน และวันหมดอายุ รวมถึงเลือกซื้อจากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือ 4. พิจารณาความจำเป็นในการรับประทาน ผู้ที่ได้รับวิตามินดีเพียงพออยู่แล้วอาจไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเสริมเพิ่มเติม หากสงสัยว่าตนเองมีภาวะขาดวิตามินดี หรือมีโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อการดูดซึมสารอาหาร ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนเลือกผลิตภัณฑ์ค่ะ วิตามินดี 3 ควรได้รับวันละเท่าไหร่? ปริมาณวิตามินดีที่ร่างกายต้องการแตกต่างกันตามช่วงวัย โดยข้อมูลอ้างอิงจาก National Institutes of Health (NIH) ของสหรัฐอเมริกา มีคำแนะนำดังนี้ กลุ่มอายุ ปริมาณวิตามินดีที่แนะนำต่อวัน เด็กแรกเกิดถึง 12 เดือน 400 IU เด็กอายุ 113 ปี 600 IU วัยรุ่นอายุ 1418 ปี 600 IU ผู้ใหญ่อายุ 1970 ปี 600 IU ผู้สูงอายุ 71 ปีขึ้นไป 800 IU หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร 600 IU ปริมาณในตารางเป็นปริมาณวิตามินดีรวมที่แนะนำให้ได้รับต่อวัน ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจำเป็นต้องรับประทานอาหารเสริมในปริมาณดังกล่าว สำหรับผู้ใหญ่อายุ 19 ปีขึ้นไป ระดับสูงสุดของวิตามินดีที่รับได้ต่อวันตามเกณฑ์ NIH อยู่ที่ 4,000 IU ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่รับได้โดยทั่วไป ไม่ใช่ปริมาณที่แนะนำให้รับประทานทุกวัน แพทย์อาจแนะนำให้ใช้วิตามินดีในปริมาณสูงกว่านี้เพื่อดูแลภาวะสุขภาพบางอย่าง แต่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิตามินดี 3 วิตามินดี 3 กินตอนไหนดีที่สุด? วิตามินดีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน จึงสามารถรับประทานพร้อมมื้ออาหารที่มีไขมันบางส่วนเพื่อช่วยในการดูดซึมได้ โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องเลือกเฉพาะมื้อเช้าหรือมื้อเย็น แต่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์เป็นหลักค่ะ วิตามินดี 2 กับวิตามินดี 3 ต่างกันอย่างไร? วิตามินดี 2 (Vitamin D2) และวิตามินดี 3 (Vitamin D3) เป็นวิตามินดีคนละรูปแบบ โดยทั้งสองชนิดสามารถช่วยเพิ่มระดับวิตามินดีในเลือดได้ อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานว่าวิตามินดี 3 อาจช่วยเพิ่มและรักษาระดับวิตามินดีในเลือดได้นานกว่าวิตามินดี 2 ในบางกรณี วิตามินดี 3 กินทุกวันได้ไหม? การรับประทานวิตามินดี 3 ทุกวันอาจเหมาะสมในบางกรณี ขึ้นอยู่กับปริมาณและความจำเป็นของแต่ละคน หากรับประทานวิตามินดีหรืออาหารเสริมชนิดอื่นเป็นประจำ ควรตรวจสอบปริมาณวิตามินดีรวมที่ได้รับ เพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับมากเกินความจำเป็น วิตามินดี 3 ช่วยป้องกันโรคได้ไหม? วิตามินดีมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพกระดูก กล้ามเนื้อ และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน แต่การรับประทานวิตามินดีเสริมไม่ได้หมายความว่าจะสามารถป้องกันหรือรักษาโรคได้ทุกชนิด หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับภาวะขาดวิตามินดี ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความจำเป็นในการรับประทาน ใครควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานวิตามินดี 3? ผู้ที่มีโรคไต มีประวัติระดับแคลเซียมในเลือดสูง หรือกำลังรับประทานยาบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้วิตามินดีเสริม รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และผู้ที่ต้องการรับประทานวิตามินดีขนาดสูงเป็นประจำค่ะ สรุป วิตามินดี 3 ยี่ห้อไหนดี เลือกอย่างไรให้เหมาะกับร่างกาย? สำหรับใครที่กำลังมองหา วิตามินดี 3 ยี่ห้อไหนดี 2026 ผลิตภัณฑ์ทั้ง 7 ยี่ห้อมีความแตกต่างกันทั้งปริมาณวิตามินดี ส่วนประกอบ รูปแบบผลิตภัณฑ์ และราคา หากต้องการเลือกอาหารเสริมวิตามินดี 3 ควรพิจารณาความจำเป็นของร่างกายและปริมาณวิตามินดีที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มี IU สูงที่สุดหรือราคาสูงที่สุดเสมอไป นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพกระดูกควรทำควบคู่กับการรับประทานอาหารที่หลากหลาย การได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากไม่แน่ใจว่าตนเองควรรับประทานวิตามินดีเสริมหรือไม่ สามารถปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อขอคำแนะนำก่อนตัดสินใจได้ค่ะ บทความที่คุณอาจสนใจ 5 อาหารวิตามินดีสูง ลดอาการขาดวิตามินดี สำหรับคนที่สัมผัสแสงแดดน้อย 5 อาหารที่มีวิตามินดี 3 ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง แหล่งข้อมูลอ้างอิง National Institutes of Health (NIH) Vitamin D: Fact Sheet for Consumers National Institutes of Health (NIH) Vitamin D: Fact Sheet for Health Professionals หมายเหตุ: บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่คำแนะนำในการวินิจฉัย ป้องกัน หรือรักษาโรค การเลือกผลิตภัณฑ์และปริมาณวิตามินดีควรพิจารณาความเหมาะสมกับแต่ละบุคคล
เทรนด์สุขภาพ • 19 ต.ค. 69
สิทธิพิเศษ
getfresh
ร้านอาหารสุขภาพชั้นนำที่พร้อมมอบอาหารที่ดีและการบริการที่รวดเร็ว จึงได้ปรับโฉมแบรนด์ใหม่เป็น getfresh ด้วยแนวคิดใหม่ เมนูใหม่ รูปลักษณ์ และสาขาใหม่มากมาย วันนี้ getfresh ยังคงเป็นผู้นำตลาดสำหรับผู้ที่จริงจังกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพและใช้ชีวิตอย่างสมดุล
อาหารมังสวิรัติและสุขภาพ • 1 ต.ค. 69
สิทธิพิเศษ
พีพี ชายทะเล
-
อาหารทะเล • 26 ต.ค. 69
อ่าน
กินเจอย่างไรไม่ให้อ้วน แจกไอเดียเมนูเจสำหรับคนลดน้ำหนัก
พอถึงช่วงเทศกาลกินเจทีไร สาวๆ หลายคนมักจะกังวลใจอยู่เสมอว่า อิ่มบุญแล้วจะอิ่มพุงตามไปด้วยไหมนะ เพราะหันไปทางไหนก็เจอแต่เมนูผัดหมี่น้ำมันเยิ้ม ของทอดกรอบๆ หรือโปรตีนเกษตรแปรรูปที่ทำมาจากแป้งล้วนๆ แต่จริงๆ แล้วการกินเจก็สามารถช่วยให้เราลดน้ำหนักและดีท็อกซ์ร่างกายได้ หากเราเลือกทานอย่างถูกวิธีค่ะ วันนี้เรามีเทคนิคดีๆ ในการกินเจอย่างไรไม่ให้อ้วน ผิวพรรณสดใส พร้อมแจกไอเดียเมนูเจแคลอรีต่ำที่รับรองว่าทำง่าย อร่อย และไม่ลงพุงแน่นอนมาฝากกันค่ะ เทศกาลกินเจ 2569 นี้ลองนำไปทำตามกันนะคะ 4 กฎเหล็ก กินเจอย่างไรไม่อ้วน 1. ลด"ของทอด" เพิ่ม "ต้ม-นึ่ง-ย่าง" ศัตรูตัวฉกาจของความผอมในช่วงกินเจคือ น้ำมัน ค่ะ เมนูยอดฮิตอย่างต้าหู้ทอด เผือกทอด หรือผัดผักน้ำมันเยิ้มๆ แคลอรีสูงปรี๊ด หากอยากหุ่นดี ลองเปลี่ยนมาเลือกทานเมนูที่ผ่านการ ต้ม ตุ๋น นึ่ง ย่าง หรือแกงจืดแทน จะช่วยเซฟแคลอรีไปได้หลายร้อยแคลต่อวันเลยค่ะ 2. เลือกแป้งเชิงซ้อน อิ่มนาน ไม่โหย ร่างกายเราย่อยแป้งขัดขาว (เช่น ข้าวขาว เส้นก๋วยเตี๋ยว ขนมปังขาว) ได้เร็วมาก ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงและลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เราหิวบ่อยและอยากของหวาน ลองเปลี่ยนมาทาน ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี หรือเส้นบุก แป้งเหล่านี้มีใยอาหารสูง ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ อิ่มท้องนาน และไม่เหลือไปสะสมเป็นไขมัน 3. เติมโปรตีนจากพืช (Plant-Based Protein) ให้ถึง ผู้หญิงหลายคนทานเจแล้วหิวโซอารมณ์เสีย เป็นเพราะร่างกายขาดโปรตีนค่ะ แทนที่จะทานโปรตีนเกษตรแปรรูปที่มักผสมแป้ง ให้เน้นโปรตีนธรรมชาติจาก เต้าหู้แผ่นขาว (เต้าหู้ถั่วเหลือง) นมถั่วเหลืองหวานน้อย เทมเป้ และถั่วหลากสี โปรตีนจะช่วยรักษาความเฟิร์มของกล้ามเนื้อ และช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดี 4. เลี่ยงผักหัว เน้นผักใบเขียว แม้จะเป็นผักเหมือนกัน แต่ให้พลังงานต่างกันนะคะ พืชหัวอย่าง เผือก มัน แก้วมังกร หรือฟักทอง มีคาร์โบไฮเดรตสูง หากทานมากไปก็อ้วนได้ ควรเน้น ผักใบเขียว ผักกาด กะหล่ำปลี บรอกโคลี หรือเห็ดต่างๆ เพราะมีไฟเบอร์สูง แคลอรีต่ำ แถมยังช่วยเรื่องระบบขับถ่ายให้หน้าท้องแบนราบอีกด้วยค่ะ แจกไอเดียเมนูเจแคลอรีต่ำ สำหรับคนลดน้ำหนัก สำหรับสาวๆ ที่กำลังมองหาไอเดียอาหารเจรสชาติอร่อย ทานง่าย และไม่ทำให้อ้วน ลองนำไอเดียเมนูเหล่านี้ไปปรับใช้ในแต่ละมื้อดูนะคะ มื้อเช้าเจแบบง่ายๆ สมูทตี้โปรตีนเจ ใช้ผักโขม กล้วยครึ่งลูก นมถั่วเหลืองสูตรไม่ใส่น้ำตาล และผงโปรตีนพืช (Plant Protein) ปั่นรวมกัน แซนด์วิชขนมปังโฮลวีทไส้อะโวคาโดและเต้าหู้ย่าง นำเต้าหู้แผ่นไปจี่บนกระทะเทฟลอนทานคู่กับอะโวคาโดบด มื้อกลางวันเจแบบอิ่มท้องแต่ไม่อ้วน ลาบเต้าหู้เจสไตล์แซ่บ ใช้เต้าหู้ขาวส่วนหนึ่งมายำกับพริกป่น มะนาว ซีอิ๊วขาวเจ ข้าวคั่ว และใส่เห็ดหูหนูหรือเห็ดฟางเพิ่มเนื้อสัมผัส ทานคู่กับผักสดเยอะๆ แกงส้มผักรวมใส่เต้าหู้ เมนูนี้แคลอรีต่ำมาก (ไม่เกิน 150 แคลอรี) ได้ความเปรี้ยวเค็มเผ็ด รสชาติจัดจ้านแก้เลี่ยนได้ดี มื้อเย็นเจ อิ่มเบาๆ สบายท้อง สุกี้น้ำเจ (เส้นบุก) ใช้ผักกาดขาว ผักบุ้ง เห็ดเข็มทอง และเต้าหู้ขาว ต้มในน้ำซุปผัก ใส่เส้นบุกแทนวุ้นเส้น และใช้น้ำจิ้มสุกี้เจในปริมาณที่พอเหมาะ เมี่ยงเห็ดย่างน้ำจิ้มถั่ว นำเห็ดออรินจิหรือเห็ดหอมไปย่าง ห่อด้วยผักสลัดใบใหญ่ ราดน้ำจิ้มซีฟู้ดเจผสมถั่วลิสงป่นเล็กน้อย บทความที่คุณอาจสนใจ 6 โปรตีนพืช Plant-based Protein ยี่ห้อไหนอร่อย 2026 ดื่มง่าย ไม่สากคอ!
อาหารสุขภาพ • 8 ต.ค. 69
สิทธิพิเศษ
D-Noodles Shan & Kachin Food
-
อาหารนานาชาติ • 20 ต.ค. 69
สิทธิพิเศษ
กัสส์ แดมน์ กู๊ด
-
ไอศกรีม • 14 ก.พ. 69
สิทธิพิเศษ
ซูกิชิ โคเรียน ชาร์โคล กริลล์ อิ่มกับทรู@ศูนย์การค้าเซ็นทรัล
ซูกิชิ โคเรียน ชาร์โคล กริลล์ เน้นในเรื่องคุณค่าทางโภชนาการควบคู่ด้วย อาทิ การทานเนื้อสัตว์ร่วมกับผัก เช่น ผักกาดหอม นำมาห่อพร้อมใส่กระเทียมสด พริก และซอสโคชูจัง แถมด้วยเครื่องเคียง อย่างกิมจิ ซึ่งจะทำให้ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนเราคัดสรรแต่วัตถุดิบชั้นดี มีคุณภาพมาประกอบเป็นอาหารหลากหลายเมนู เริ่มจากการคัดวัตถุดิบจากแหล่งที่เลื่องชื่อของอาหารประเภทนั้นๆโดยเฉพาะเมนูเนื้อ ที่คัดเฉพาะเนื้อเกรดพรีเมี่ยม นำเข้าจากแหล่งเลี้ยงที่มีชื่อเสียง ซึ่งจะได้เนื้อที่มีเส้นใยกล้ามเนื้อละเอียด มีลายของเนื้อที่เป็นลายหินอ่อนชัดเจน
ปิ้ง-ย่าง/บาร์บีคิว • 25 ส.ค. 69
รีวิว 12 ของกินตัวท็อป Shopee ที่คนกดสั่งกันเป็นพันๆ ชิ้น!
รีวิว 12 ของกินตัวท็อป Shopee ที่คนกดสั่งกันเป็นพันๆ ชิ้น!
หมิงขั้วโลก • 14 ก.ย. 69
เนื้อเด็ด ราคางาม ตามได้ สบายกระเป๋า บางนา - สามเสน !!
ร้านลับหลังวัด "ครัวกระกระเนื้อสาสสส" ต่อกันที่ร้าน "เนื้อฉ่ำ" ติด BTS ปุณณวิถี
DANNERAMIT • 26 ส.ค. 69
หมดไป 2,500! ลองกินข้าวกล่อง DONKI ทุกแบบที่มี! กล่องไหนคุ้มค่าที่สุด?
หมดไป 2,500! ลองกินข้าวกล่อง DONKI ทุกแบบที่มี! กล่องไหนคุ้มค่าที่สุด?
หมิงขั้วโลก • 23 ส.ค. 69
อ่าน
รวมไอเดียข้าวไข่เจียวทรงเครื่อง 6 สไตล์ อร่อยไม่ซ้ำไม่จำเจ ทำง่ายเปลี่ยนเมนูสิ้นคิดให้เป็นมื้อพิเศษ
หากกำลังเบื่อกับเมนูสิ้นคิดแบบเดิมๆ และไม่รู้ว่าอาหารเย็นทำอะไรดี วันนี้ TrueID Food มีสูตรอาหารง่ายๆ ที่จะมาเปลี่ยนเมนูไข่ธรรมดาให้เป็นมื้อพิเศษกับ รวมไอเดียข้าวไข่เจียวทรงเครื่อง 6 สไตล์ อร่อยฟินแบบไม่ซ้ำไม่จำเจ บอกเลยว่าตอบโจทย์ทั้งคนชอบทำอาหารกินเองและชาวเมนูเด็กหอแน่นอน เพราะนอกจากวิธีทำไข่เจียวแต่ละสูตรจะง่ายแสนง่ายและใช้เวลาไม่นานแล้ว ยังจัดเต็มทริคการทอดให้ไข่เจียวฟูกรอบและเนื้อนุ่มละมุน จะทำทานเองที่บ้านหรือทำเป็นข้าวกล่องไปทานที่ทำงานก็อร่อยฟินได้ง่ายๆ มาดูกันเลยว่ามีสูตรไข่เจียวอะไรเด็ดๆ ที่น่าลองทำตามกันบ้าง รวมไอเดียข้าวไข่เจียวทรงเครื่อง 6 สไตล์ อร่อยไม่ซ้ำไม่จำเจ ทำง่ายเปลี่ยนเมนูสิ้นคิดให้เป็นมื้อพิเศษ ไข่เจียวปลากระป๋องทรงเครื่อง เปลี่ยนปลากระป๋องธรรมดาเป็นไข่เจียวฟูกรอบ ราดซอสยำรสแซ่บเข้มข้น เปรี้ยวเค็มหวานอร่อยจัดจ้าน ส่วนผสม ไข่ไก่ 2-3 ฟอง ปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศ 1 กระป๋อง (แยกเนื้อปลามาบี้หยาบๆ ส่วนน้ำซอสเก็บไว้ทำน้ำยำ) หอมแดงซอย 3-4 หัว พริกขี้หนูสวนซอย ปริมาณตามชอบ ใบสะระแหน่ 1 กำมือ มะนาว 1 ลูก น้ำปลา 1-2 ช้อนชา, น้ำตาลทรายนิดหน่อย น้ำมันพืช สำหรับทอดไข่ วิธีทำ ตอกไข่ใส่ชามเหยาะน้ำปลาเล็กน้อย ใส่เนื้อปลากระป๋องที่บี้ไว้ลงไป แล้วคนให้เข้ากัน ตั้งกระทะไฟกลางใส่น้ำมันรอจนร้อนจัด จากนั้นเทไข่ผสมปลากระป๋องลงไปทอดจนฟูเหลืองกรอบทั้งสองด้าน เสร็จแล้วตักขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน แล้วจัดใส่จานรอไว้เลย เทน้ำซอสมะเขือเทศที่เหลือใส่ชามผสมบีบมะนาว เติมน้ำปลา และน้ำตาลทรายนิดหน่อย ชิมรสให้ได้เปรี้ยว เค็ม หวานตามชอบจากนั้นใส่พริกซอยและหอมแดงซอยลงไปคนให้เข้ากัน นำน้ำซอสทรงเครื่องที่ยำเสร็จแล้ว มาราดลงบนหน้าไข่เจียวทอดกรอบให้ทั่ว โรยหน้าปิดท้ายด้วยใบสะระแหน่สด และหอมแดงกับพริกซอยอีกนิดหน่อยเพื่อความสวยงาม เคล็ดลับความอร่อย เนื่องจากเนื้อปลากระป๋องจะมีความชื้น ทำให้ไข่นิ่มง่าย ตอนเอาไข่ลงกระทะแนะนำให้ใช้ไฟค่อนข้างแรงเลย ขอบไข่จะได้ฟูกรอบอร่อยสะใจ ข้าวไข่เจียวทรงเครื่อง เครื่องแน่นเคี้ยวเพลินด้วยกุนเชียงและปูอัด ได้เนื้อไข่นุ่มนวล หอมอร่อยกลมกล่อม ทานง่าย ส่วนผสม ไข่ไก่ 2 ฟอง กุนเชียง หั่นแว่นหรือหั่นเต๋า, ปูอัดหั่นชิ้นพอดีคำ แครอทหั่นเต๋าเล็ก ๆ, หอมใหญ่หั่นเต๋า, ต้นหอมซอย ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา, ซอสหอยนางรม 1/2 ช้อนชา, พริกไทยป่นเล็กน้อย น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำ ตอกไข่ใส่ชาม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม และพริกไทยป่น ตีให้เข้ากันดี จากนั้นใส่กุนเชียง ปูอัด แครอท หอมใหญ่ และต้นหอมซอยลงไป คนให้เครื่องกระจายทั่วๆ ตั้งกระทะไฟกลาง เทน้ำมันพืชลงไปพอประมาณ ไม่ต้องเยอะมากเหมือนไข่เจียวฟูกรอบ เพราะจานนี้เราเน้นเนื้อไข่นุ่มนวลรอจนน้ำมันเริ่มอุ่น เทไข่ทรงเครื่องลงไปค่อยๆ ใช้ตะหลิวเกลี่ยให้เครื่องกระจายตัวเสมอกัน ทอดจนด้านล่างเริ่มสุกเป็นสีเหลืองทองสวย แล้วค่อยๆ พลิกกลับอีกด้าน ทอดต่อจนสุกเหลืองน่าทานทั้งสองด้านก็เรียบร้อย เคล็ดลับความอร่อย เนื่องจากกุนเชียงและแครอทเนื้อค่อนข้างแน่น ตอนหั่นแนะนำให้หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ หรือเต๋าจิ๋วๆ เวลาทอดจะได้สุกง่ายและเข้าเนื้อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับไข่ ข้าวไข่เจียวซู่ซ่า ไข่เจียวสายแซ่บ ทรงหนานุ่มฟู อัดแน่นด้วยหมูสับและสมุนไพร หอมกลิ่นใบกะเพราพริกสดฟุ้งชวนกิน ส่วนผสม ไข่ไก่ 2 ฟอง หมูสับ หรือไก่สับ 1-2 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูสวน, พริกชี้ฟ้าแดง, หอมใหญ่หั่นเสี้ยว, ใบกะเพรา หรือใบโหระพา, ต้นหอม และผักชีฝรั่งซอย น้ำปลา 1 ช้อนชา, ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนชา, พริกไทยป่นเล็กน้อย วิธีทำ ตอกไข่ใส่ชาม ปรุงรสด้วยน้ำปลา ซีอิ๊วขาว และพริกไทยป่น ตีให้เข้ากันจนขึ้นฟูเล็กน้อย ใส่หมูสับหรือไก่สับลงไปคนให้กระจายตัว ไม่จับกันเป็นก้อนจากนั้นใส่หอมใหญ่ พริกซอย ผักชีฝรั่ง และใบกะเพรา/ใบโหระพาลงไป คนผสมให้เข้ากันเบาๆ ตั้งกระทะไฟกลางค่อนไปทางแรง เทน้ำมันลงไปรอจนร้อนจนเริ่มมีควันอ่อนๆ ขึ้นมา เทไข่เจียวลงกระทะปุ๊บ ไข่จะฟูพองและส่งกลิ่นหอมของพริกกับใบกะเพราทันที ค่อยๆ ใช้ตะหลิวตะล่อมให้ไข่เป็นทรงกลมหนานุ่ม ทอดจนด้านล่างเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองเข้ม ชวนน้ำลายสอ แล้วพลิกกลับอีกด้าน ทอดต่อจนเนื้อสัตว์ด้านในสุกดีและไข่เหลืองกรอบทั้งสองด้าน ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมันพร้อมเสิร์ฟ เคล็ดลับความอร่อย เมนูนี้ผักและเนื้อสัตว์เยอะ ตอนเทไข่ลงกระทะน้ำมันต้องร้อน ผักจะได้ไม่อมน้ำมัน และความร้อนจะช่วยดึงกลิ่นหอมของใบกะเพราหรือโหระพาออกมาแบบจัดเต็ม ข้าวไข่เจียวหมูสับกุ้งสด อัปเกรดไข่เจียวหมูสับหนานุ่มฟู โปะกุ้งตัวโตเนื้อเด้งหวานฉ่ำ หน้าตาหรูหราน่าทานคูณสิบ ส่วนผสม ไข่ไก่ 2-3 ฟอง กุ้งสด 3-4 ตัว, หมูสับ 1 ช้อนโต๊ะ ต้นหอมซอย, ใบผักชีสด (สำหรับตกแต่ง) ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา, ซอสหอยนางรม 1/2 ช้อนชา, พริกไทยป่นเล็กน้อย น้ำมันพืช สำหรับทอด วิธีทำ ตอกไข่ใส่ชามปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม และพริกไทยป่น ใส่หมูสับและต้นหอมซอยลงไป ใช้ส้อมตีแรงๆ ให้เกิดฟองอากาศ ฟองอากาศจะช่วยให้ไข่หนานุ่มฟู ส่วนกุ้งสดให้แยกไว้ก่อนนะ หรือจะใส่ลงมาผสมตอนท้ายแบบเบามือที่สุดเพื่อไม่ให้เนื้อกุ้งช้ำ ตั้งกระทะไฟกลางค่อนไปทางแรง ใส่น้ำมันพืชรอจนร้อนจัด ลองหยดเนื้อไข่ลงไปนิดนึง ถ้าฟูฟ่องขึ้นมาทันทีแปลว่าใช้ได้แล้ว เทไข่เจียวหมูสับลงไป พอไข่เริ่มฟูพอง ให้รีบวางกุ้งสดเรียงลงไปบนหน้าไข่เจียวทันทีในขณะที่ไข่ด้านบนยังไม่สุกดี พอไข่ด้านล่างเริ่มเหลืองกรอบสวย ค่อยๆ พลิกกลับด้านอย่างเบามือ เพื่อให้เนื้อกุ้งโดนความร้อนจากกระทะโดยตรง ระวังอย่าทอดกุ้งนานเกินไปจะทำให้เนื้อจะแข็งกระด้าง พอเนื้อกุ้งเปลี่ยนเป็นสีส้มสวยและไข่เหลืองกรอบดีแล้ว ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมันได้เลย เคล็ดลับความอร่อย การรีบวางกุ้งลงไปตอนที่ไข่ยังไม่สุกดี จะช่วยให้เนื้อกุ้งฝังตัวอยู่กับเนื้อไข่ได้อย่างสวยงามตอนพลิกกลับด้าน แถมความหวานของกุ้งยังจะซึมเข้าไปในเนื้อไข่เจียว ทำให้จานนี้หอมอร่อยเป็นพิเศษ ข้าวไข่เจียวทรงเครื่องผักสามสี เมนูเฮลตี้สีสันสดใส เนื้อไข่นุ่มละมุน ผสมผักสามสีหั่นเต๋าจิ๋วรสหวานฉ่ำ ทานง่ายได้ประโยชน์ ส่วนผสม ไข่ไก่ 2 ฟอง แครอทหั่นเต๋าจิ๋ว, หอมใหญ่หั่นเต๋าจิ๋ว, ต้นหอมซอย ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา, ซอสปรุงรสฝาเขียว 1/2 ช้อนชา, พริกไทยป่นเล็กน้อย น้ำมันพืช สำหรับทอด วิธีทำ ตอกไข่ใส่ชามปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรสฝาเขียว และพริกไทยป่น ใช้ส้อมตีให้เนื้อเนียนและขึ้นฟูเล็กน้อย จากนั้นใส่แครอท หอมใหญ่ และต้นหอมซอยลงไป คนให้ผักกระจายตัวเข้ากับเนื้อไข่ให้ทั่ว ตั้งกระทะไฟกลางค่อนไปทางอ่อน เทน้ำมันพืชลงไปพอกระจายทั่วกระทะ รอจนน้ำมันเริ่มอุ่น เมนูนี้จะไม่ใช้ไฟแรงจัดแบบไข่เจียวฟูกรอบ เพื่อรักษาเนื้อไข่ให้นุ่มและผักไม่ไหม้ไปก่อน เทไข่เจียวลงไปค่อยๆ ใช้ตะหลิวเกลี่ยให้ผักกระจายตัวเสมอกัน ทอดด้วยไฟกลางอ่อนจนด้านล่างสุกเป็นสีเหลืองทองสวย แล้วพลิกกลับอีกด้านอย่างเบามือ ทอดต่อจนผักสุกส่งกลิ่นหอมและเนื้อไข่สุกทั่วกันดีทั้งสองด้าน เป็นอันเสร็จ เคล็ดลับความอร่อย เสน่ห์ของจานนี้อยู่ที่ผัก ดังนั้นการหั่นแครอทและหอมใหญ่ให้เป็นลูกเต๋าขนาดเล็กมากๆ จะช่วยให้ผักสุกง่ายและหวานฉ่ำกลมกลืนไปกับเนื้อไข่นุ่มๆ โดยไม่แข็งกระด้างเวลาเคี้ยว เสิร์ฟพร้อมพริกน้ำปลาหรือซอสมะเขือเทศเข้ากันดี 6. ไข่เจียวมะเขือเทศทรงเครื่อง ไข่เจียวสไตล์จีนเนื้อนุ่มหนา ชุ่มฉ่ำด้วยมะเขือเทศผัดรสเปรี้ยวหวานกลมกล่อม ละมุนลิ้น ส่วนผสม ไข่ไก่ 2-3 ฟอง ผัก มะเขือเทศ 1-2 ลูก, กระเทียมสับ 3-4 กลีบ, ต้นหอมซอย 1 ต้น ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา, ซอสหอยนางรม 1 ช้อนชา, น้ำตาลทรายนิดหน่อย น้ำมันพืช สำหรับผัดและทอด วิธีทำ ตอกไข่ใส่ชาม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวเล็กน้อย ตีพอให้ไข่แดงและไข่ขาวเข้ากัน ไม่ต้องตีจนขึ้นฟูมากนะ เน้นเนื้อหนานุ่ม จากนั้นตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย นำกระเทียมสับลงไปผัดจนหอม แล้วใส่มะเขือเทศที่หั่นไว้ลงไปผัดจนเริ่มนิ่มและคายน้ำหวานๆ ออกมา เทไข่ไก่ที่ตีไว้ลงไปในกระทะให้ทั่วชิ้นมะเขือเทศ รอให้ไข่ด้านล่างเริ่มเซ็ตตัวเล็กน้อย จากนั้นใช้ตะหลิวค่อยๆ พลิกกลับด้านหรือขยี้เบาๆ ให้มะเขือเทศกับเนื้อไข่ผสมผสานรวมกันอย่างนุ่มนวล ปรุงรสเพิ่มด้วยซอสหอยนางรมและน้ำตาลทรายเล็กน้อย โรยต้นหอมซอยลงไป ผัดต่ออีกอึดใจเดียวพอให้ไข่สุกทั่ว แต่ยังคงความฉ่ำซอส ไม่แห้งจนเกินไป ตักใส่จานทานกับข้าวสวยร้อนๆ ฟินมาก เคล็ดลับความอร่อย ความอร่อยของเมนูนี้อยู่ที่ความฉ่ำของเนื้อไข่และมะเขือเทศ ตอนทอดจึงไม่ควรใช้ไฟแรงจัดหรือทอดนานเกินไป จะทำให้ไข่จะกระด้างและมะเขือเทศจะเละจนเสียทรง เอาแค่พอไข่สุกนุ่มเคลือบไปบนชิ้นมะเขือเทศอย่างสวยงามก็พอ บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ
สูตรอาหาร • 6 ก.ค. 69
สิทธิพิเศษ
ลูกค้า True Debenture รับฟรี วาฟเฟิลบลิซซาร์ดโคน 1 โคน
ประหยัด ฿50.00ที่ แดรี่ ควีน ผู้ถือหุ้นกู้ True Debenture Club รับฟรีวาฟเฟิลบลิซซาร์ดโคน 1 โคน เงื่อนไข 1. สิทธิพิเศษนี้สำหรับผู้ถือหุ้นกู้กลุ่ม Elite และกลุ่ม Privilege ของ ทรู ดีเบนเจอร์ คลับ ซึ่งได้รับสิทธิ์ประโยชน์แบล็คการ์ดจาก ทรู ดีเบนเจอร์ คลับ โดยผู้ถือหุ้นกู้กลุ่ม Elite หมายถึงผู้ถือหุ้นกู้ที่ถือครองหุ้นกู้ของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ/หรือหุ้นกู้ของบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 รวมทุกรุ่น เป็นจำนวนตั้งแต่ 30,000 (สามหมื่น) หน่วย หรือคิดเป็นมูลค่ารวมตั้งแต่ 30,000,000 (สามสิบล้าน) บาทขึ้นไป และผู้ถือหุ้นกู้กลุ่ม Privilege หมายถึงผู้ถือหุ้นกู้ที่ถือครองหุ้นกู้ของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ/หรือหุ้นกู้ของบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 รวมทุกรุ่น เป็นจำนวนตั้งแต่ 5,000 (ห้าพัน) หน่วย หรือคิดเป็นมูลค่ารวมตั้งแต่ 5,000,000 (ห้าล้าน) บาทขึ้นไป แต่ไม่เกินจำนวน 30,000 (สามหมื่น) หน่วย หรือคิดเป็นมูลค่ารวมไม่เกิน 30,000,000 (สามสิบล้าน) บาท ท่านสามารถศึกษาข้อกำหนดและเงื่อนไข ของ ทรู ดีเบนเจอร์ คลับ เพิ่มเติมได้ที่: https://investor.true.th/storage/content/debenture/debenture-club/true-debenture-club-terms-and-conditions-th.pdf2. จำกัด 6 สิทธิ์ ตลอดแคมเปญ3. ข้อกำหนดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ร้านค้ากำหนด4. กรุณาแสดงสิทธิ์ก่อนใช้บริการโดยกดรับสิทธิ์ต่อหน้าพนักงาน และแสดงข้อความที่ได้รับบนหน้าจอหรือรับสิทธิ์ผ่าน TrueID Application5. สิทธิพิเศษนี้สามารถใช้ได้ในช่วงวันที่กำหนดเท่านั้น6. ร่วมรายการทุกสาขา (ยกเว้นสาขา เซ็นทรัล เฟสติวัล สมุย, จังซีลอน, เกาะเต่า, ร้านเอ้าท์ดอร์, ร้านทรัค, ร้านโมบาย,เดลิเวอรี่และสาขา SSP สนามบินทุกแห่ง)7. ขอสงวนสิทธิ์เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น
ไอศกรีม • 1 ม.ค. 69
อ่าน
วิธีสั่ง อาหารตามสั่ง มื้อเที่ยง มื้อเย็น ไม่อ้วน คลีนๆ แคลน้อย อร่อยแถมลดหุ่น!
แจกคีย์เวิร์ดลดหุ่น! วิธีสั่งเมนู อาหารตามสั่ง ทั้งมื้อเที่ยง มื้อเย็น แบบไม่อ้วน คลีนๆ แคลน้อย แต่ยังอร่อยอยู่ เพราะสาวยุค 2026 อย่างเรา เวลาเป็นสิ่งมีชีวิตที่หายากที่สุดค่ะ หลายๆ ครั้งต้องจบที่การเปิดแอปสั่งอาหาร หรือเดินเข้าหมวดอาหารตามสั่งข้างออฟฟิศทุกที แต่รู้ไหมคะว่าเราสามารถหุ่นดีและลีนได้ แม้จะไม่ได้ทำอาหารเอง แค่ต้องรู้ "สูตรลับ" ในการสั่งต่อไปนี้ค่ะ คีย์เวิร์ด 1 "ขอเปลี่ยนเป็นข้าวไรซ์เบอร์รี่ / ข้าวกล้อง" ข้าวขาวขัดสีคือตัวการที่ทำให้ง่วงนอนตอนบ่าย (Food Coma) เพราะทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงและตกลงอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนมาสั่ง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ หรือข้าวกล้อง จะช่วยให้ร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ไฟเบอร์สูง ทำให้อิ่มนาน และไม่หิวจุกจิกระหว่างวันด้วยค่ะ เมนูแนะนำ ข้าวหน้าอกไก่ย่างไรซ์เบอร์รี่ หรือ ข้าวลาบปลาข้าวกล้อง คีย์เวิร์ด 2 "ต้ม - อบ - นึ่ง - ย่าง" ถ้าคิดอะไรไม่ออกตอนเปิดเมนูอาหารตามสั่ง ให้มองหา 4 คำนี้เป็นหลักค่ะ การสั่งอาหารที่ผ่านกรรมวิธี ต้ม อบ นึ่ง หรือย่าง จะช่วยเซฟแคลลอรี่จากน้ำมันพืชไปได้มากกว่า 200-300 แคลลอรี่ต่อมื้อเลยทีเดียว เหมาะมากสำหรับคนที่มองหา อาหารลดน้ำหนัก แบบเร่งด่วนแต่ไม่อยากขาดสารอาหาร เมนูแนะนำ ต้มยำน้ำใสอกไก่ ปลานึ่งซีอิ๊ว หรือ ไก่ย่างส้มตำ (เน้นรสไม่จัด) คีย์เวิร์ด 3 "ขอใช้น้ำมันน้อย / ผัดน้ำ" สำหรับวันไหนที่อยากกินเมนูผัดจริงๆ เช่น ผัดกะเพรา หรือผัดผัก ให้พิมพ์ในช่องหมายเหตุถึงร้านค้าเสมอว่า "ผัดน้ำ" หรือ "ใช้น้ำมันน้อยที่สุด" ร้านอาหารตามสั่งส่วนใหญ่มักประโคมน้ำมันเพื่อให้ผัดง่าย แต่ถ้าเราบรีฟร้านล่วงหน้า เราจะได้กินเมนูโปรดในเวอร์ชันที่คลีนขึ้นทันทีค่ะ เมนูแนะนำ กะเพราอกไก่สับผัดน้ำ (ไม่ใส่น้ำตาลเพิ่ม) + ไข่ต้ม คีย์เวิร์ด 4 "เน้นโปรตีนคู่ผักสด" การสั่ง อาหารคลีน 7-11 หรือร้านอาหารทั่วไป สิ่งสำคัญคือสัดส่วนอาหารค่ะ พยายามสั่งเพิ่มโปรตีน (เช่น เพิ่มไข่ต้ม เพิ่มอกไก่) ควบคู่ไปกับผัก เพื่อให้อิ่มท้องแท้จริง ไม่ใช่จุกเพราะแป้ง การกินโปรตีนที่ถึงเกณฑ์จะช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ และช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้นด้วยนะคะ เมนูแนะนำ สลัดม้วนอกไก่ หรือ มิกซ์แอนด์แมทช์อกไก่นุ่มในร้านสะดวกซื้อคู่กับสลัดผัก คีย์เวิร์ด 5 "แยกน้ำจิ้ม / แยกน้ำซอส" ศัตรูตัวร้ายของอาหารลดน้ำหนักไม่ใช่เนื้อสัตว์ แต่คือ "โซเดียมและน้ำตาล" ที่แฝงมากับน้ำราดและน้ำจิ้มค่ะ การพิมพ์ระบุในโน้ตว่า "แยกน้ำจิ้ม" จะช่วยให้เราควบคุมปริมาณโซเดียมได้เองด้วยการใช้ส้อมจิ้มน้ำจิ้มแต่น้อย แทนการราดจนฉ่ำ ช่วยลดอาการตัวบวมน้ำได้อย่างเห็นผลค่ะ เมนูแนะนำ ข้าวมันไก่ต้ม (ไม่เอาหนัง แยกน้ำจิ้ม) หรือ สเต็กปลาแซลมอน (แยกซอส) บทความที่คุณอาจสนใจ 60 อาหารลดน้ำหนัก ในเซเว่น ไขมันต่ำ แคลน้อย คนลดน้ำหนักกินได้‼️ 20 นม แคลอรี่ต่ำ น้ำตาลน้อย ในเซเว่น คนลดน้ำหนักกินได้ ผอมดี!
อาหารสุขภาพ • 24 มิ.ย. 69
อ่าน
แจกสูตรน้ำพริกหนุ่ม ฉบับคนขี้เกียจ สูตรทำง่าย กินกับอะไรก็อร่อย
แจกสูตรน้ำพริกหนุ่ม ฉบับคนขี้เกียจ ชวนทำเมนูอาหารเหนือทำง่ายยอดฮิตด้วย วิธีทำน้ำพริกหนุ่ม รูปแบบใหม่ ไม่ง้อเตาถ่าน แค่มีหม้อทอดไร้น้ำมัน ก็อร่อยฟิน สูตรนี้บอกเลยว่าทำง่ายมาก ประหยัดเวลา ล้างอุปกรณ์น้อย แต่ได้รสชาติหอมนัว แซ่บจัดจ้าน สูตรน้ำพริกหนุ่ม เนื้อฉ่ำกินคู่กับอะไรก็อร่อย ทั้งแคบหมู ผักต้ม หรือไส้อั่วร้อนๆ แจกสูตรน้ำพริกหนุ่ม ฉบับคนขี้เกียจ สูตรทำง่าย กินกับอะไรก็อร่อย น้ำพริกหนุ่มสูตรที่ 1 เค็มนำนัวๆ เผ็ดหวานตามธรรมชาติ หอมกลิ่นพริกย่างชัดเจน ส่วนผสมและอัตราส่วน พริกหนุ่ม 8-10 เม็ด เลือกเม็ดอวบๆ สีเขียวอ่อน หอมแดง 5-6 หัว กระเทียมจีน 5-6 กลีบ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา ผงชูรส ตามชอบ วิธีทำ ล้างพริกหนุ่มให้สะอาด แล้วใช้มีดหรือส้อมจิ้มพริกให้เป็นรูกันพริกระเบิดในหม้อทอด นำพริกหนุ่ม หอมแดง และกระเทียม เข้าไปในหม้อทอดพร้อมกัน ใช้ไฟ 200 องศาเซลเซียส 10 นาที แล้วกลับด้านอบต่ออีก 5 นาที พอครบเวลา คีบทุกอย่างออกมา พักให้หายร้อน ลอกผิวไหม้ๆ ดำๆ ของพริกหนุ่มออก ใส่กระเทียม หอมแดง และพริกหนุ่มที่ลอกแล้วลงในครก ใส่เกลือป่นลงไป แล้วโขลกหยาบๆ ไม่ต้องตำจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน น้ำพริกหนุ่มต้องมีความเป็นเส้นๆ เคี้ยวสนุก ชิมรสชาติ ถ้ายังไม่เค็มเติมเกลือเพิ่มได้ หรือถ้าชอบนัวๆ ก็เหยาะผงชูรสลงไปตอนนี้เลย คนให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จ เคล็ดลับ : ถ้าไม่มีครกหรือไม่อยากล้างครก ให้ใส่หอม กระเทียม พริก ใส่ชามใบใหญ่ๆ แล้วใช้กรรไกรตัดๆ สับๆ เอา จากนั้นใช้ส้อมบดๆ คลุกเกลือ ก็ได้ฟีลน้ำพริกหนุ่มเหมือนกัน น้ำพริกหนุ่มสูตรที่ 2 เผ็ดแซ่บสะใจ เค็มหอมนัวจากน้ำปลา และหอมสดชื่นจากผักชี ส่วนผสมและอัตราส่วน พริกหนุ่ม 8-10 เม็ด พริกจินดาเขียว 3-4 เม็ด หอมแดง 5-6 หัว กระเทียมจีน 5-6 กลีบ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา น้ำปลา 1 ช้อนชา ผักชี สำหรับตกแต่งและเพิ่มความหอม วิธีทำ ล้างพริกหนุ่ม และพริกจินดาเขียว ให้สะอาด จากนั้นใช้มีดจิ้บพริกให้เป็นรูเพื่อระเบิดแรงดัน ปอกเปลือกหอมแดงและกระเทียม แล้วจับทุกอย่างใส่หม้อทอดไร้น้ำมัน ตั้งไฟ 200 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 8-10 นาที หากกระเทียมกับหอมแดงสุกแล้วนำออกมาก่อน จากนั้นกลับด้านพริก อบต่อ 5 นาที คีบพริกหนุ่มออกมาลอกเอาเปลือกส่วนที่ไหม้ดำออกทิ้งไป เหาชามใบหนาๆ ใส่พริก หอมแดง และกระเทียมลงไป ใช้กรรไกรตัดทุกอย่างในชามให้แหลก จากนั้นใช้ส้อมกดๆ บดๆ ซ้ำอีกรอบจนได้เนื้อหยาบ ใส่เกลือป่นและน้ำปลาลงไป คลุกเกล้าให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เด็ดใบผักชีโรยหน้าลงไปสักหน่อย เพิ่มความสวยงาม เคล็ดลับ : ถ้าตอนบดเสร็จแล้วรู้สึกแห้งไป สามารถเหยาะน้ำต้มสุกอุ่นๆ ลงไปสัก 1 ช้อนชา เพื่อให้น้ำพริกดูฉ่ำวาว น้ำพริกหนุ่มสูตรที่ 3 แซ่บเผ็ดร้อน เค็มนำนัวลึกด้วยน้ำปลาร้า มีมิติ ส่วนผสมและอัตราส่วน พริกหนุ่มเขียว 5-6 เม็ด พริกหนุ่มแดง 3-4 เม็ด หอมแดง 5-6 หัว กระเทียมจีน 5-6 กลีบ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา น้ำปลาร้าต้มสุก 1 ช้อนชา วิธีทำ ล้างพริกหนุ่มทั้งหมดให้สะอาด ใช้มีดจิ้มพริกให้เป็นรูสักหน่อย กันพริกระเบิดในหม้อทอด ปอกเปลือกหอมแดงและกระเทียม ใส่พริกเขียว พริกแดง หอมแดง และกระเทียมลงหม้อลมร้อนพร้อมกันเลย ใช้ไฟ 200 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 12-15 นาที พอครบเวลา คีบพริกออกมาลอกเปลือกส่วนที่ไหม้ดำออกเบาๆ ไม่ต้องแกะเม็ดออก ใช้กรรไกรตัดทุกอย่างในชามตามด้วยส้อมกดๆ บดๆ จนได้เป็นเนื้อหยาบๆ เหยาะเกลือป่น และน้ำปลาร้า หรือน้ำปลาลงไปในชาม ใช้ส้อมคนให้เข้ากัน ชิมรสให้เค็มนำและเผ็ดร้อน น้ำพริกหนุ่มสูตรที่ 4 นุ่มละมุน เค็มหวานกลมกล่อม มีมิติ และเนื้อสัมผัสฉ่ำเงา ส่วนผสมและอัตราส่วน พริกหนุ่มสีเขียวเข้ม 6 เม็ด พริกหนุ่มสีแดง 2-3 เม็ด หอมแดง 5 หัว กระเทียมจีน 5 กลีบ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา ซีอิ๊วขาว หรือซอสปรุงรส 1/2 ช้อนชา น้ำมันพืช 1/2 ช้อนชา วิธีทำ ล้างพริกทั้งหมดให้สะอาด ใช้มีดจิ้มพริกให้เป็นรู เพื่อป้องกันพริกระเบิดในหม้อทอด ปอกเปลือกหอมแดงและกระเทียมแบบหยาบๆ นำพริก หอมแดง และกระเทียม ใส่ในหม้อลมร้อน ใช้ไฟ 190 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15 นาที ใช้ไฟต่ำลงมาเพื่อให้พริกนิ่มและคายน้ำหวานออกมา เนื้อน้ำพริกจะได้นุ่มๆ คล้ายการหมกแกะเปลือกง่าย นำพริกออกมาลอกเปลือกดำๆ ออก เหลือส่วนที่ไหม้นิดๆ ไว้ได้จะได้กลิ่นหอมรมควัน ใช้กรรไกรตัดพริก หอม กระเทียมลงในชาม จากนั้นใช้ส้อมกดๆ บดๆ ซ้ำอีกที ใส่เกลือป่น ซีอิ๊วขาวลงไปคนให้เข้ากัน เหยาะน้ำมันพืชลงไปครึ่งช้อนชา แล้วคนให้ทั่ว น้ำมันจะไปเคลือบเนื้อน้ำพริกให้ดูฉ่ำวาว สีเข้มสวยน่ากิน เคล็ดลับ : ถ้าเนื้อน้ำพริกยังไม่งวดหรือฉ่ำสะใจ หลังจากปรุงรสเสร็จแล้ว สามารถนำชามน้ำพริกที่ทนความร้อน ใส่กลับเข้าไปในหม้อลมร้อน อบต่อด้วยไฟ 160 องศาเซลเซียส อีกสัก 2-3 นาที น้ำพริกจะงวด เข้มข้น และหอมฟุ้ง น้ำพริกหนุ่มสูตรที่ 5 เผ็ดปานกลาง เค็มอมหวานกลมกล่อม หอมกลิ่นน้ำปลาแท้ และมีความฉ่ำน้ำขลุกขลิก ส่วนผสมและอัตราส่วน พริกหนุ่มสีเขียวเข้ม 8 เม็ด พริกหนุ่มสีแดง 1-2 เม็ด หอมแดง 6 หัว กระเทียมจีน 6 กลีบ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา น้ำปลาแท้ 1 ช้อนชา น้ำต้มสุก 1-2 ช้อนชา วิธีทำ ล้างพริกหนุ่มเขียวและแดงให้สะอาด จากนั้นใช้มีดจิ้มผิวพริกให้เป็นรู กันพริกระเบิดปอกเปลือกหอมแดงและกระเทียม แล้วจับนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมันพร้อมกัน ใช้ไฟ 200 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 12-15 นาที จนผิวพริกเริ่มเกรียมและส่งกลิ่นหอม คีบส่วนผสมทั้งหมดออกมา พักให้พออุ่นๆ จากนั้นลอกผิวพริกส่วนที่ไหม้ดำออก แยกพริกหนุ่มสีแดงออกมาก่อน โดยใช้มือหรือส้อมฉีกพริกแดงให้เป็นเส้นยาวๆ เตรียมไว้ทำท็อปปิ้ง นำพริกเขียว หอมแดง และกระเทียม ใส่ถ้วยใช้กรรไกรตัดทุกอย่างในถ้วยให้แหลกเป็นเส้นหยาบๆ ใส่เกลือป่น น้ำปลา และเหยาะน้ำต้มสุกอุ่นๆ ลงไปสัก 1-2 ช้อนชา จากนั้นใช้ส้อมคนและบดผสมให้เข้ากัน น้ำพริกจะเริ่มคายน้ำอออกมาดูฉ่ำวาวขลุกขลิก ชิมรสชาติให้เค็มนำ นัว ตามด้วยรสเผ็ดร้อน นำพริกหนุ่มสีแดงที่ฉีกเป็นเส้นยาวๆ มาวางพาดไว้ด้านบนน้ำพริกหนุ่มเขียวทานได้ทันที บทความที่คุณอาจสนใจ แจกสูตรอาหาร 45 เมนูอาหารเย็น อร่อยทำง่าย อิ่มได้ทั้งครอบครัว มื้อเช้าสำคัญ ! แจกสูตร 45 เมนูอาหารเช้า ทำง่ายที่บ้าน อร่อยจัดเต็ม แถมได้ประโยชน์ 20 สูตร ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน เด้งๆ ดึ๋งๆ เมนูไข่ ทำง่ายอร่อยมาก 5 เมนูทำง่าย ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง วัตถุดิบน้อยแต่อร่อยมาก สไตล์เด็กหอ
สูตรอาหาร • 29 พ.ค. 69
ดูเพิ่มเติม