TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “ ㉡ 시알리스 구매약국 ┢ 시알리스구매처.p-e.kr ㅙ 프릴리지 구매 ☂ 아이코스처방 ♧ 시알리스 후기 ∧ 미국정품아이코스맥스 정품 ★ 카마그라 100mg 효능 ╅ 씨알리스당일배송 ㅦ 수입산인도카마그라 정10mg” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
สิทธิพิเศษ
อ่าน
คลิปสั้น
อ่าน
เผยโฉมต้นแบบ “MG EXE181” รถยนต์ไฟฟ้าทำอัตราเร่ง 0-100 ใน 1.9 วินาที
เอสเอไอซี มอเตอร์ คอร์เปอร์เรชัน (SAIC MOTOR CORPORATION) บริษัทแม่ของค่ายยานยนต์ชื่อดังอย่าง เอ็มจี (MG) เผยโฉมต้นแบบรถยนต์รุ่นใหม่ เอ็มจี อีเอ็กซ์อี หนึ่งแปดหนึ่ง (MG EXE 181) รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ ภายใน 1.9 วินาทีภาพจาก SAIC MOTORโดยบริษัทได้เปิดตัวต้นแบบรถรุ่นนี้ ที่งานแสดงเทคโนโลยียานยนต์สุดยิ่งใหญ่ ปักกิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต้โชว์ 2024 (Beijing International Auto Show 2024) ซึ่งเริ่มขึ้นแล้วที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน และจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน ไปจนถึงวันที่ 4 พฤษภาคมนี้ภาพจาก SAIC MOTORสำหรับต้นแบบรถยนต์ เอ็มจี อีเอ็กซ์อี หนึ่งแปดหนึ่ง (MG EXE 181) เป็นรถยนต์ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้า ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบ มาจากรถรุ่นรุ่นพี่อย่าง อีเอ็ก หนึ่งแปดหนึ่ง (EX181) ซึ่งเป็นรถที่เคยทำสถิติความเร็วภาคพื้นดินมาแล้วถึง 410.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในช่วงปี 1959แต่การออกแบบของ เอ็มจี อีเอ็กซ์อี หนึ่งแปดหนึ่ง (MG EXE 181) นั้นจะเน้นความล้ำสมัยมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบตัวถังให้ลู่ไปกับลมมากที่สุด ตามหลักอากาศพลศาสตร์ พร้อมโครงสร้างห้องโดยสาร ที่มีรูปทรงคล้ายกับฟองสบู่ภาพจาก SAIC MOTORความพิเศษของดิไซน์ตัวถังยังไม่หมดแค่นี้ เพราะบริษัทยังได้ออกแบบให้ประตูห้องโดยสาร สามารถเปิดฝาขึ้นจากด้านหน้า หรือบริเวณฝากระโปรงหน้ารถ เพื่อเผยให้เห็นห้องโดยสารสำหรับคนขับภายใน ที่ตกแต่งมาในสไตล์รถแข่ง พร้อมหน้าจอคน ที่ขับรองรับระบบสัมผัสในตัวภาพจาก SAIC MOTORอย่างไรก็ตาม ตอนนี้บริษัทยังไม่ได้มีการเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวรถออกมามากนัก นอกจากการอ้างถึงความสามารถในการทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 1.91 วินาที มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Cd) อยู่ที่ 0.181 ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัวสำหรับขับเคลื่อนแต่ละล้อ และตั้งเป้าที่จะพัฒนารถคันนี้ ให้ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 415 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสำหรับรถต้นแบบรุ่นนี้ จะมีกำหนดนำไปจัดแสดงอีกครั้งในงาน กู๊ดวู้ด สปีด เฟสติวัล 2024 (Goodwood Speed Festival 2024) งานเฉลิมฉลองด้านมอเตอร์สปอร์ตและรถยนต์ ณ ประเทศอังกฤษ ในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยคาดว่าทางบริษัทจะเผยรายละเอียดของรถรุ่นนี้ให้ได้ชมกันอีกครั้งข้อมูลจากnewatlas, voi, news.mgmotor.eu,apnews
TNN ช่อง16 • 29 เม.ย. 67
อ่าน
โหดจัด!! MG6 XPOWER 2021 รถไฮบริด 305 แรงม้า ขายแค่ 100 คันต่อเดือน
พาไปรู้จัก รถยนต์ MG6 XPOWER 2021 ตัวแรงตัวใหม่ ที่มาพร้อมขุมพลังไฮบริดเทอร์โบ 305 แรงม้า และจะมีขายทางออนไลน์ในจีน เพียง 100 คันต่อเดือน เท่านั้น ต้องบอกว่าหล่อแบบสุดๆ สำหรับเจ้า MG6 XPOWER 2021 หลังจากที่ MG ได้ทำการเผยโฉมออกมาให้เห็นถึงรูปร่าง หน้าตา และดีไซน์ที่ต่างไปจาก MG 6 รุ่นปกติอย่างมาก มีการเสริมเพิ่มเติมแบบจัดเต็มทั้งภายนอก และภายใน โดยส่งตรงจากโรงงานทั้งหมด กันเลยทีเดียว รูปลักษณ์ และดีไซน์สุดเฉี่ยว เจ้า MG 6 XPower รูปลักษ์ค่อนข้างโดดเด่นอย่างมาก ทั้งเท่ และดุดัน ดีไซน์จัดเต็มแบบสปอร์ต แอโรพาร์ทรอบคัน, สปอยเลอร์ท้ายมีขนาดใหญ่, ท่อไอเสียแบบสปอร์ต 4 ท่อ, ไฟหน้า - ไฟท้าย ใหม่หมดจด, กระจังหน้าทรงตั้ง, โป่งซุ้มล้อทั้งหน้าและหลัง รวมทั้ง ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว แถมยังมากับสีเขียว British Racing Green ตัดกับสีดำ ยิ่งทำให้ยิ่งโฉบเฉี่ยว ทันสมัย ขณะที่ภายใน ก็จัดเต็ม ทั้งเบาะนั่งแบบสปอร์ตหุ้ม Alcantara พร้อมปักตัวอักษร XPower สีเขียว, คอนโซลกลางมีจอแสดงผลขนาดใหญ่ขนาด 10.1 นิ้ว และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว, พวงมาลัยหนังผสมกับผ้าไมโครไฟเบอร์ และยังมีระบบอินโฟเทนเมนต์ ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่อย่างมาก เครื่องยนต์อัดแน่นเต็มขุมกำลัง ใครที่มองว่าเจ้า MG 6 XPower เป็นรถปลั๊กอินไฮบริด จะไม่แรง ต้องคิดใหม่เลยครับ เพราะเครื่องยนต์ของตัวนี้ เป็นเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ 1.5 หรือ 2.0 ลิตร ที่มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาแล้ว ทำให้มีกำลังสูงสุด อาจะไปแตะ 305 แรงม้า ได้เลยทีเดียว ส่วนแรงบิดสูงสุด จะอยู่ที่ 480 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ประมาณ 6 วินาที เท่านั้น สำหรับ MG6 XPOWER ตัวนี้ ทางฝั่ง MG ประเทศจีน ได้เปิดรับจองเรียบร้อยแล้ว โดยคนที่สนใจจะสามารถสั่งจองผ่านแอปพลิเคชัน MG Live APP บนสมารท์โฟนได้อีกด้วย แต่ถูกจำกัดจำนวนไว้ที่ 100 คัน ต่อเดือน เท่านั้น และที่สำคัญเค้าผลิตขาย และทำตลาดแค่ในจีนเท่านั้น ไม่มีแผนที่จะส่งมาขายในประเทศไทยนะครับ ------------------------------------------------- ข่าวที่เกี่ยวข้อง 22B : Rare Item ที่ทำให้ Subaru Impreza 2 ประตู มีราคา 10 ล้านบาท หล่อล้ำๆ!! Zhiji L7 รถไฟฟ้าใหม่ทรงสปอร์ตสุดเฉียบ จากแดนมังกร ------------------------------------------------- ดูสดฟรี!! ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทุกสัปดาห์ พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม ต้อง App TrueID เท่านั้น รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ คลิกที่นี่ อัพเดทข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณคลิกเลย!! bit.ly/2PsYXMG หรือ กด *301*32# โทรออก
ไลฟ์สไตล์ • 31 พ.ค. 64
อ่าน
รีวิว VISTRA Acerola Cherry 1000mg!!
สวัสดีค่าาาาาาา มาอีกแล้วว วันนี้เราจะมารีวิวอาหารเสริมของ VISTRA กัน เอาจริงนอกจากสกินแคร์ อาหารเสริมเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ผู้คนส่วนใหญ่เลือกใช้ เพื่อดูแลปัญหาผิวหรือบำรุงร่างกายในส่วนต่างๆที่อยู่ภายใน ซึ่งวันนี้เราได้หยิบมารีวิวนั้นคือ VISTRA Acerola Cherry 1000mg ค่ะ จริงๆแล้ว VISTRA ผลิตในไทย ส่วนสินค้าตัวนี้จุดเด่นก็อยู่ตรงที่มี Acerola Cherry 1,000 mg. ที่ดูดซึมได้ดีและมีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด และส่วน วิตามินซี ผิวสวยใส VISTRA Acerola Cherry 1000mg มีประโยชน์ทั้งเรื่องบำรุงร่างกาย ช่วยต่อต้านการติดเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันหวัด เสริมภูมิต้านทานร่างกาย ลดการแพ้ต่าง ๆ ให้สุขภาพแข็งแรง พร้อมลดการระคายเคืองตามระบบทางเดินหายใจ ปริมาณสารสำคัญ Acerola Cherry Extract : 1000 mg. (Vitamin C ไม่เกิน 60 mg.)Citrus Bioflavonoids : 80 mg.Pomegranate Extract : 60 mg.Grape Seed Extract : 40 mg.ความคุ้มค่าราคาต่อเม็ด : 5.76 บาท (กระปุก 45 เม็ดราคา 259 บาท ) (เราว่าคุ้ม ตกชิ้นละ 5.76 บาทเอง ส่วนตัวของเจ้าของรีวิว เป็นคนที่ป่วยบ่อย มีปัญหาเรื่องผิวตัวแห้ง ผิวหน้ามัน พึ่งมารู้จักจากริวิวที่เราเห็นในยูทูป เห็นจากริวิวว่าตัว วิตามินซี ผิวสวยใส VISTRA Acerola Cherry 1000mg มีประโยชน์ทั้งเรื่องบำรุงร่างกาย ช่วยต่อต้านการติดเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันหวัด เสริมภูมิต้านทานร่างกาย ลดการแพ้ต่าง ๆ ให้สุขภาพแข็งแรง พร้อมลดการระคายเคืองตามระบบทางเดินหายใจ และยังช่วยเรื่องของผิวใส เราเลยนำมาทำการรีวิว เป็นเวลา 2เดือนกว่าที่เราได้ทำการทดลอง (ส่วนตัวตอนนี้ก็ยังทานอยู่นะคะ ทานมาเรื่อยๆ)สรุปคะแนนขนาดของเม็ด 7/10 เพราะเม็ดค่อนข้างใหญ่ ส่วนตัวรู้สึกทานยากไปหน่อย แต่ก็ไม่ค่อยได้มีปัญหาอะไรมาก เพราะผลที่ได้ออกมาทำให้เรารู้สึกพึงพอใจมากความผิวใส 8/10 เรื่องผิว เรารู้สึกว่ามันชุ่มชื้นขึ้น ผิวตัวไม่ค่อยแห้ง ผิวใส่แค่ไม่ถึงขาว ใส่แบบสุขภาพดี ส่วนผิวหน้าก็ยังมันเหมือนเดิม แต่หน้าจะรู้สึกฟู ๆ อิ่ม ๆ เรากินไป 2 กระปุกกว่าๆก็เริ่มเห็นผลแล้วความเห็นผลทางด้านภูมิคุ้มกัน 9/10 เพราะส่วนตัวเป็นคนค่อนค้างป่วยบ่อย เพราะอากาศเปลี่ยนแปลง ยิ่งช่วงหน้าฝน ก็คือเข้าโรงพยาบาลเป็นว่าเล่นเลยที่เดียว แต่หลังๆที่ได้กินตัวนี้ไปรู้สึกได้เลยว่า มันไม่ได้เป็นง่ายเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่หลังจากกินไปแล้วสองกระปุกนะคะสรุปโดยรวม เราให้คะแนนตัวนี้อยู่ที่ 9/10 ค่ะเป็นไงกันบ้างกับ VISTRA Acerola Cherry 1000mg ที่เราได้ทดลองและมารีวิวในวันนี้ เป็นตัวโปรดของนักเขียนและคิดว่าคงเป็นตัวโปรดของใครหลายๆคน ราคาดี หาซื้อสะดวกสะบายกระเป๋าของเขาดีจริง เดี๋ยวว่าง ๆ จะมารีวิวให้อีกเยอะ ๆ เลยน้าส่วนวันนี้ลาไปก่อน บ๊ายบายค่า#ภาพทั้งหมดถ่ายโดยนักเขียนอ่านรีวิวไอเทมเด็ด ๆ เกี่ยวกับความสวย ได้ที่นี่ App TRUEID โหลดฟรี !
Janiva • 26 พ.ย. 65
อ่าน
วิตามิน Ester - C 1000 MG ป้องกันหวัดและผิวกระจ่างใส
สวัสดีค่ะ วันนี้อกหักไปไหนจะมาแนะนำ วิตามินซี ดี ๆ อีกหนึ่งตัวที่เราเอาไว้ทานเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของเราเองค่ะ สาว ๆ หลายคนอาจจะมีคำถามบ่อย ๆ เมื่อคิดที่จะเริ่มทานอาหารเสริมว่า วิตามินซี ตัวไหนที่ดีกันนะ โดยปกติแล้ววิตามินซีมักจะเป็นอาหารเสริมที่สาว ๆ เลือกทานควบคู่กับอาหารเสริมชนิดอื่น ๆ เพราะวิตามินซีจะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานของอาหารเสริมตัวอื่นให้ดีขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ที่ผู้คนส่วนใหญ่นิยมทานวิตามินซี ก็เพราะเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่าง ๆ ไม่ว่าจะ ป้องกันหวัด เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ทำให้ร่างกายสดชื่น มีชีวิตชีวาและยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้กระจ่างใสอีกด้วย ซึ่งวันนี้เราเลยจะมา แนะนำวิตามินซี Solgar Ester-C Plus 1000 MG ที่เราทานเป็นประจำ มาแนะนำและแบ่งปันให้กับเพื่อน ๆ ทุกคนค่ะวิตามินซีเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงและมีบทบาทสำคัญในการสร้างคอลลลาเจน ซึ่งมีความสำคัญต่อกระบวนการสร้างและซ่อมแซมเซลล์เนื้อเยื่อต่าง ๆ เหงือก ผนังหลอดเลือด กระดูกและฟัน ซึ่งรูปแบบของ Ester-C คือ เกลือแคลเซียมแอสคอร์เบท มีค่า pH เป็นกลาง ซึ่งต่างจากวิตามินซีทั่วไป ที่เป็น "กรดแอสคอร์บิก" โดยที่รูปแบบของ Ester-C จะไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร กินได้แม้จะท้องว่าง ไม่กัดกระเพาะ และ Ester-C ดูดซึมได้ดีที่สุดตอนท้องว่าง โดยปกติวิตามินซีทั่วไปจะเป็นกรดสูงทำให้กัดกระเพาะ นอกจากนั้น ทางแบรนด์ยังรับประกันอีกว่า Ester-C ยังดูดซึมได้ดีกว่าวิตามินซีทั่วไปถึง 4 เท่า ซึ่งจะทำให้เราได้เห็นผลมากขึ้น ทานแล้วไม่เป็นนิ่ว และไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ Ester-C จะไม่ตกตะกอนในร่างกาย การรับประทาน Ester- C ก็ยังให้ประโยชน์ด้านผิวพรรณ เหมือนกับวิตามินซีในรูปแบบอื่น ๆ ที่จะได้วัตถุดิบในการสร้างโปรตีนคอลลาเจนใต้ผิวหนัง และผิวหน้า ทำให้ผิวหน้าและตัวเต่งตึง ไม่หย่อนคล้อย ผนังหลอดเลือดก็ยืดหยุ่น ช่วยบำรุงเลือดอีกด้วย มาดูลักษณะของตัวยากันดีกว่า ว่าเป็นยังไง ขวดแบบไหน บรรจุภัณฑ์จะเป็นขวดแก้วใหญ่สีทึบ มีฉลากบอกส่วนผสม การผลิดและประโยชน์ต่าง ๆ เม็ดยาวงรีสีเหลืองใหญ่มาก มีจุดเหลืองเข้มทั่วเม็ดยา ตอนแรกเราก็ตกใจว่า ยาเสียหรือป่าว แต่บริษัทแจ้งว่าคือตัวยาปกติดีค่ะ เราว่ามันค่อนข้างทานยากนิดหน่อยเพราะ เม็ดใหญ่มาก เราไม่สามารถทานพร้อมกับอาหารเสริมตัวอื่นได้เลย ต้องทานแยกตลอดจากที่เราได้ทดลองทานมา 3 เดือน วิตามินซี Solgar Ester-C Plus 1000 MG ค่อนข้างทำได้ดีในเรื่องภูมิคุ้มกันต่าง ๆ ตามที่แบรนด์ได้กล่าวไว้เลย เราชอบทานช่วงที่รู้สึกกำลังจะไม่สบาย รู้สึกยาช่วยบรรเทาอาการหวัดและภูมิแพ้ที่เราชอบเป็นบ่อย ๆ ไม่รู้คิดไปเองหรือป่าวนะ แต่ทุกครั้งที่ทานก็จะไม่รู้สึกถึงอาการจามหรือน้ำมูกไหลต่าง ๆ อีกเรื่องที่เห็นได้ชัดเลยคือ ผิวค่ะ ผิวใสขึ้นจริง เนียนนุ่ม คงจะเพราะเราทานควบคู่กับวิตามินอื่นด้วยเลยทำให้ได้ผลดีเพิ่มมากขึ้น สำหรับใครที่สนใจอยากลองทานก็หาได้ตามร้านค้าออนไลน์ที่นำอาหารเสริมจากต่างประเทศมาขายดูนะคะ หรือไม่ก็สั่งซื้อผ่านร้านค้าใน Shopee ก็มีขายให้เลือกหลากหลายขนาดเลย ราคาอาจจะแพงหน่อยนะ เพราะว่าเป็นอาหารเสริมนำเข้าจาก USA รับรองว่า ดีแน่นอนค่ะ ใครสนใจก็ลองทานกันได้นะ เราแนะนำว่า ดีจริง ๆ รับประทาน 1 เม็ด ก่อนทานอาหาร 20 นาที เราว่าทานช่วงเช้าเห็นผลสุดแล้วราคา 850 บาท 90 แคปซูลภาพประกอบทั้งหมดถ่ายโดยเจ้าของบทความ
อกหักไปไหนดี • 2 มี.ค. 63
อ่าน
GLOBALink : จีนจัดส่งรถยนต์ไฟฟ้า 'MG4' สู่ยุโรป ราว 1,000 คัน
เซี่ยงไฮ้, 24 ก.ค. (ซินหัว) -- รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเอ็มจี4 (MG4) ราว 1,000 คัน ซึ่งผลิตโดยเอสเอไอซี มอเตอร์ (SAIC Motor) ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของจีน กำลังถูกจัดส่งไปยังภูมิภาคยุโรป โดยถูกขนย้ายที่ท่าเรือไห่ทง เทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน เมื่อวันพฤหัสบดี (21 ก.ค.)สีเจียหลิน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของท่าเรือไห่ทง คาดการณ์ว่าการขนส่งรถยนต์ไฟฟ้าจำนวนนี้จะใช้เวลาราว 25 วัน และอาจถึงท่าเรือหลักในยุโรปภายในกลางเดือนสิงหาคมด้านจ้าวอ้ายหมิง รองผู้จัดการทั่วไปของเอสเอไอซี อินเตอร์เนชันแนล ระบุว่าเราคำนึงถึงความต้องการของแต่ละตลาด โดยหากแบรนด์จีนได้รับการต้อนรับจากตลาดแห่งอื่นๆ ก็จะถือเป็นการส่งเสริมผู้ผลิตรถยนต์ในจีนอย่างยิ่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2022 จีนมียอดจำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในตลาดยุโรปมากกว่า 45,000 คัน และคาดว่ารถยนต์รุ่นเอ็มจี4 จะเริ่มจำหน่ายในตลาดหลายแห่งของยุโรปในช่วงไตรมาสสี่ของปีนี้
Xinhua • 24 ก.ค. 65
อ่าน
รีวิว Vistra salmon Fish oil 1000 mg
รีวิว Vistra salmon Fish oil 1000 mg สวัสดีค่า นักเขียนเเละนักอ่านทุกท่านของชาว TrueID ทั้งหลาย วันนี้เรามาเข้าหมวดสุขภาพกันบ้างนะคะ และตัวที่เรากำลังจะมานำเสนอคือ Vistra salmon Fish oil 1000 mg น้า เเบรนด์ Vistra นี้ดังพอสมควรเลยในด้านอาหารเสริมต่างๆ ซื้อเราก็ทานอาหารเสริมของเเบรนด์นี้บ่อยด้วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องลดสิว ผิวขาว หวัด อะไรพวกนี้ต่างๆ เลยเเต่วันนี้เต็มใจนำเสนอเจ้าตัวนี้เพราะเป็นน้ำมันตับปลา ซึ่งคำนิยามของน้ำมันตับปลาทุกๆ คนจะคิดว่า มันช่วยเรื่องความจำหรืออะไรแบบนี้ใช่ไหม เราขอตอบเลยว่าใช่ ส่วนหนึ่งแต่มันมีมากกว่านั้น จากที่เราได้ทดลองกับตัวเองมา มันก็ต้องใช้เวลาสักนิดหนึ่งและขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลด้วยขออนุญาตเล่าอะไรเป็นสตอรี่เล็กๆ สักนิด ตอนเด็กๆ คุณพ่อของเราขอบซื้อน้ำมันตับปลาให้ทาน เราถามคุณพ่อว่าต้องเขี้ยวไหมเพราะมันเป็นเม็ดนิ่มๆ คุณพ่อหัวเราะพร้อมกับพูดว่า ก็ทานเมื่อยาปกตินั้นละ แต่ตอนนั้นพ่อซื้อแบรนด์ถูกๆ ให้เพราะไม่มีเงิน กระปุกไม่เท่าไหร่แต่เราก็ทานประจำนะเพราะตอนนั้นยังเด็กด้วย พอเราโตขึ้นเราก็เริ่มทานแบรด์ดีๆ ที่ดังขึ้นก็คือแบรนด์ Vistra นี้แหละ จริงๆก็มีอีกหลายแบรนด์ด้วยแต่เราซื้อเเค่ Vistra เพราะอยากลองนั้นแหละเราเห็นปัจจุภัณฑ์เขาน่าสนใจดีเลย เราเลยลองซื้อเป็นขวดแก้วโหล เราชอบขวดแก้วโหลอย่างหนึ่งเพราะมันดูพรีเมี่ยมมากๆ ถึงจะดูตกและแตกก็เถอะมาดูกันว่าเค้าเขียนว่าอย่างไรบ้างเค้าบอกมาว่า เป็นน้ำมันตับปลาเเซวมอน 1000 มก บวกกับ วิตามินอี-เขามีกลุ่มไขมันโอเมก้า-3 300มก-ให้epa 180 มก และ dha 120 มก-และนี้คือประโยชน์นอกจากความจำคือ มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด-ช่วยบรรเทาอาการปวดจากโรคกระดูก-และอันสุดท้ายที่ทุกคนต้องทราบคือ ช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง นั้นเองวิธีรับประทานวันละ 1 เม็ดก็พอแล้วคะเจอสินค้านี้ได้อย่างไรเห็นพี่ชายซื้อคะ เลยอยากลองบ้างความรู้สึกหลังทานเราเป็นคนที่ขี้ลืมมากๆ ปวดหลังปวดเอวหน้าโทรม ไม่ใช่เพราะติดการตูนดูหนังอะไรพวกนี่มันถึงเวลาที่เราต้องดูแลตัวเองบ้างแล้ว เราจึงเลือกเจ้าตัวนี้แหละคะ รับทานหมดไปหนึ่งเดือนรู้สึกว่า ไม่ค่อยเบลอๆ เหมือนแต่ก่อนแล้ว ไม่ค่อยปวดหลังปวดเอวอีกด้วย ไม่คาวซื้อต่ออีกแน่นอนคะ การที่คนเราจะมีสุขภาพที่ดีได้นั้น ควรมั่นดูแลรักษาจากภายในสู่ภายนอกนะคะ สำหรับการรีวิวก็จบไปเพียงเท่านี้พบกันใหม่โอกาสหน้า สำหรับวันนี้ สวัสดีคะราคา 110 บาท แบบขวดเล็กหาซื้อได้ตาม วัตสัน หรือเพจของ Viatra โดยตรงคะนามปากกา Luksamon
Juun • 24 ธ.ค. 62
อ่าน
ส่องรถไฟฟ้า NEW MG ES และ NEW MG MAXUS9 ในงาน Motor Show 2023
MG ยังคงเป็นจุดเด่นในกลุ่มตลาด EV ของไทยเช่นเดิม ล่าสุดยกขบวนรถ EV ทั้งรุ่นที่จำหน่ายในปัจจุบัน และรุ่นที่จ่อเตรียมจำหน่ายมาให้สัมผัสในงาน Bangkok International Motor Show 2023 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 มีนาคมถึง 2 เมษายนนี้ โดยมีรถไฟฟ้า 2 โมเดลใหม่ อย่าง NEW MG ES ซึ่งเป็นสเตชันวากอนไฟฟ้ารุ่นที่ 2 ของ MG และที่เซอร์ไพรส์ยิ่งกว่าคือการปรากฏตัวของพี่ใหญ่อย่าง NEW MG MAXUS9 พร้อมเปิดให้จองเป็นเจ้าของก่อนใคร สำหรับ NEW MG ES เป็นสเตชันวากอนไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ ที่เข้ามาเป็นทางเลือกเพิ่มเติมจากรุ่น NEW MG EP โดยมีการดีไซน์ให้ดูล้ำสมัยมากขึ้น อัปเกรดทั้งมอเตอร์และแบตเตอรี่ให้มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดี และเน้นฟังก์ชันอำนวยความสะดวก เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับกลุ่มครอบครัว สเปกของ NEW MG ES ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเจนใหม่ที่ระบายความร้อนได้ดี ซึ่งจะส่งผลดีต่อการขับขี่ด้วย มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงบิด 280 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม. ตัวรถใช้แบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟต LFP ขนาด 51 kWh ขับขี่ได้ไกลสูงสุด 412 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 87 kW จาก 0% – 80% ภายใน 40 นาที ส่วนการชาร์จแบบ AC หรือไฟบ้านสูงสุดที่ 11 kW จาก 0% – 100% ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง 15 นาที ทั้งนี้ระยะเวลาการชาร์จจะขึ้นอยู่กับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้าด้วย นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรปและระบบช่วยการขับขี่ต่าง ๆ รวม 20 ระบบ ไปจนถึงกล้องมอบภาพรอบทิศทางแบบ 360 องศา มีให้เลือก 5 สีด้วยกัน ได้แก่ สีขาว (Arctic White), สีดำ (Black Knight), สีเทา (Andes Gray), สีแดง (Scarlet Red) และสีเงิน (Champagne Silver) สำหรับ NEW MG ES มีเพียงรุ่นย่อยเดียว เปิดค่าตัวที่ราคา 959,000 บาท ดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อมด้วย พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี แถมฟรี! MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้งฟรี รวมถึงสาย V2L ที่สายแคมป์มักจะทวงถาม และรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) อีกรุ่นไฮไลท์ที่ MG เอามาสร้างสีสันให้กับตลาด EV และเป็นเจ้าของก่อนใครในงานด้วยก็คือ NEW MG MAXUS9 รถกลุ่ม MPV ขนาด 7 ที่นั่ง มีให้เลือก 2 รุ่น คือ รุ่น X หรือ LUXURY และ รุ่น V หรือ SUPER LUXURY NEW MG MAXUS9 ที่สัมผัสได้ถึงความพรีเมียมทั้งรูปลักษณ์ ดีไซน์ภายนอก ยิ่งได้เข้าไปสัมผัสภายในห้องโดยสาร เรียกได้ว่าเป็น E-MPV ที่ลักชัวรีด้วยดีไซน์และผิวสัมผัสของวัสดุที่เลือกใช้ ให้ความสำคัญความสะดวกสบายในทุกตำแหน่งที่นั่ง ตั้งแต่เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะนั่งแถวที่สองแบบ VIP Captain Seat ปรับอัตโนมัติ 4 ทิศทาง มีระบบจดจำที่นั่ง ระบบนวดและปรับอุณหภูมิได้ตามต้องการผ่านหน้าจอทัชสกรีน หลังคา Dual Panoramic Sunroof ยาวถึงด้านหลังทำให้ห้องโดยสารดูโปร่งกว้าง ด้านสเปกของ NEW MG MAXUS9 ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 90 kWh ขับขี่ได้ไกลสูงสุด 540 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรปและ ADAS ใส่มาให้มากถึง 25 ระบบ NEW MG MAXUS9 เปิดให้จองล่วงหน้าแล้วในราคา 20,000 บาท รับส่วนลดเพิ่มอีก 20,000 บาท ซึ่งจะเปิดราคาอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคมนี้ เรามีอัปเดตล่าสุดจาก MG ว่ารถไฟฟ้าทั้ง 2 รุ่น จะเข้าไทย รุ่นละ 1,000 คัน ในช่วงไตรมาส 2 ใครที่เล็งรถไฟฟ้า แบรนด์ MG อยู่ก็ดูจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ในฐานะที่ MG เป็นผู้บุกเบิกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย จึงมีความพร้อมในเรื่องจำนวนศูนย์บริการและสถานีชาร์จ MG Super Charge กว่า 150 แห่ง ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ส่วนราคาของ NEW MG MAXUS9 จะออกมาเป็นเท่าไหร่คงต้องติดตามกันต่อไป
แบไต๋ • 29 มี.ค. 66
อ่าน
รีวิว Vitamin C 1,000 MG สองสัญชาติ U.S.A VS JAPAN อันไหนป้องกันหวัด ดีกว่ากัน ??
ด้วยความที่เราเป็นภูมิแพ้และเป็นหวัดบ่อย อีกทั้งทานผักผลไม้น้อย ทำให้ผิวพรรณดูหมองคล้ำ แน่นอนว่าต้องมีตัวช่วยที่แพทย์ภูมิแพ้แนะนำ คือแนะนำให้ทานวิตามิน C 1,000 มิลลิกรัม ซึ่งในวันนี้เองเราก็ได้มีโอกาสได้ทดลองทานวิตามินของอเมริกาแบรนด์ Ester-C และของญี่ปุ่น แบรนด์ DHC มาแล้วจึงอยากมารีวิวเปรียบเทียบ 2 แบรนด์ฝั่งตะวันตกและตะวันออกว่าอันไหนดีกว่ากันในความคิดของผู้เขียนนะจ๊ะสาเหตุที่เปรียบเทียบ 2 แบรนด์นี้ : เพราะว่า 2 แบรนด์นี้ไปศึกษามาเกี่ยวกับการจัดอันดับวิตามินที่ดีที่สุด ปรากฏว่า Ester-C อยู่กันดับ 4 และ DHC อยู่กันดับ 7 อ้างอิงเว็บจัดอันดับ topbestbrand คลิกเริ่มจากตัวฝั่งอเมริกาก่อน Ester-C เราจะเห็นได้ว่า บริษัทผู้ผลิต Ester-C อนุญาตให้จัดจำหน่าย Ester-C ผ่านแบรนด์ดังคือ American Health และ Solgar เท่านั้น ซึ่งแบรนด์นี้มีมาอย่างยาวนานแล้ว ชูโรงความเด่นในเรื่อง Vitamin C with non-acid นั่นก็คือไม่มีกรดกัดกระเพาะจ๊ะปริมาณ : 240 แคปซูล / กระปุกราคา : 850 บาทสถานที่ซื้อ : ในเว็บไซต์ออนไลน์ หรือร้านขายยาชั้นนำของอเมริกาผลิตที่ : อเมริกาส่วนผสมที่เขียนในสลากในปริมาณต่อ 2 แคปซูลVitamin C (as Ester-C Calcium Ascorbate) 1,000 mg (1 g)Calcium (as Ester-C Calcium Ascorbate) 110 mgCitrus Bioflavonoids Complex 400 mgCitrus Bioflavonoids (Citrus sinensis) (fruit), Sweet Orange, Tangerine, Lime, Lemon, Acerola, Rutin, Hesperidin Complex (Citrus spp.) (fruit), Naturally Occurring Vitamin C Metabolitesสรรพคุณ Ester-C เป็นวิตามินซีที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นตรงที่ตัวเอสเทอร์ซี อยู่ในรูปแบบของเกลือแคลเซียมแอสคอร์เบท (Calcium Ascorbate) ดังนั้นจะเห็นข้างฉลากว่ามี Calcium Ascorbate 110 มิลลิกรัม ซึ่งมีค่า pH เป็นกลาง ที่ไม่เป็นกรด ซึ่งตรงนี้มันส่งผลดีต่อกระเพาะอาหารมาก ซึ่งจากสรรพคุณของเจ้าตัวนี้เขาบอกว่า ไม่กัดกระเพาะ จึงไม่ทำให้ระคายเคืองเหมือนวิตามินซีรูปแบบอื่น ๆทานตอนท้องว่างได้ดูดซึมดีกว่าวิตามินปกติ 4 เท่า และอยู่ได้นานกว่าปกติ 4 เท่าเช่นกันEster-C ไม่ตกตะกอนในร่างกาย ไม่ต้องกลัวเรื่องการเป็นนิ่ว เรียกได้ว่าผลข้างเคียงน้อยมากเลย ไม่มีส่วนผสมของยีสต์ กลูเทน ขนมปัง นม ไข่ โซเดียมลักษณะเม็ด เป็นแคปซูลกลืนง่ายมาก กลิ่นยาอ่อน ๆ ไม่แรง ทานพร้อมอาหาร วันละ 2 ครั้งต่อวันสรุปการรีวิว Ester-Cข้อดีคือ ตัวนี้เราทานตอนท้องว่างรู้สึกดี ไม่แสบท้อง แล้วก็รู้สึกว่าผิวลื่น ๆ ขึ้น พบว่าทานมา 2 เดือนที่ทานไม่เป็นหวัด ราคาค่อนข้างถูกเพราะได้ถึง 240 แคปซูล ประมาณ 800 กว่าบาท และอันนี้เป็นแบบ Vegetarian / สูตรมังสวิรัติ ด้วย คนกินเจทานได้ แคปซูลไม่ได้ทำมาจากเนื้อสัตว์ข้อเสียคือ แต่มีอาการคัดจมูกจากภูมิแพ้บางวันคะแนนรวม ๆ 5/5 คะแนน ช่วยเรื่องหวัด 5/5 คะแนนผิวกระจ่างใส 3/5 คะแนน (ยังไม่เห็นผลชัดเจน)รักษาสิว รอยดำบนหน้า 4/5 คะแนน รู้สึกหลังทานได้ประมาณ 1 เดือนพวกรอยสิวก็จางลงด้วย*คะแนนและความพึงพอใจอาจจะแล้วแต่การดูดซึมของร่างกายแต่ละบุคคลนะแบรนด์ที่ 2 แบรนด์ DHC ที่ยอดขายในไทยดีมาก ๆ และติดอันดับหลายโพลสำรวจว่าเป็นวิตามินดี กินง่าย เม็ดเล็กปริมาณ : 120 แคปซูล / ซองราคา : 250 บาทสถานที่ซื้อ : วัตสัน, ซุรุฮะ, มัตสีคิโยะ หรือช่องทางออนไลน์ ในไทยหาซื้อได้ง่ายมากผลิตที่ : ญี่ปุ่นส่วนประกอบที่เขียนในสลากในปริมาณต่อ 2 แคปซูลVitamin C 2 เม็ด มีปริมาณ vitamin C 1000 มิลลิกรัมVitamin B2 2 มก.สรรพคุณ ของ DHC ที่กล่าวไว้ว่า ช่วยให้ผิวสดใส ลดความหมองคล้ำ ป้องกันหวัดลักษณะเม็ด เป็นแคปซูลเล็กกว่าของ Ester-C กลืนง่ายกว่า กลิ่นยาไม่มี แคปซูลค่อนข้างหนา (จากการบีบดู) ทานพร้อมอาหาร วันละ 2 ครั้งต่อวันสรุปการรีวิว DHC vitamin cข้อดีคือ หาซื้อได้ง่ายมาก ๆ และ ตัวนี้ทานง่าย คือเป็นเม็ดเล็กมาก ๆ ไม่ต้องกลัวสำหรับคนทานยายากเลยข้อเสียคือ อาจจะไม่มีแคลเซียมในเม็ดยา และถ้าหากทานตอนท้องว่างอาจจะแสบกะเพาะได้คะแนนรวม ๆ 4/5 คะแนน ช่วยเรื่องหวัด 4/5 คะแนน อันนี้เรายังรู้สึกว่าเป็นหวัดบ้างครั้งคราวใน 2 เดือนที่รับประทานมาผิวกระจ่างใส 3/5 คะแนน (ยังไม่เห็นผลชัดเจน)รักษาสิว รอยดำบนหน้า 3/5 คะแนน (ยังไม่เห็นผลชัดเจนเท่าไหร่ พวกรอยสิวยังรู้สึกไม่ได้จางลงเท่าไหร่ในขณะที่เราทาครีมตามปกติเหมือนตอนกิน Ester-C)*คะแนนและความพึงพอใจอาจจะแล้วแต่การดูดซึมของร่างกายแต่ละบุคคลนะสรุปรวมคะแนน ให้ Ester-C ไปเลย 5/5 ดาว และให้ DHC 4/5 ดาว เพราะประทับใจด้านราคาและปริมาณรวมไปถึงการไม่กัดกระเพาะของ Ester-C มากกว่าเพราะหลายครั้งที่ลืมทานจะหยิบมาทานตอนท้องว่าง แล้วก็ช่วยเรื่องหวัดได้ดีกว่าโดยไม่เคยเป็นหวัดเลยระหว่างทดลองทาน ทั้งนี้ผลการรับประทานขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลนะจ๊ะ*ภาพประกอบและภาพปกโดยผู้เขียน
WIWATS • 8 มิ.ย. 63
อ่าน
ไม่ถึงล้าน! เปิดตัว NEW MG ES รถไฟฟ้าล่าสุดจาก MG วิ่งไกลสุด 412 กิโลเมตร
ที่งาน Motor Show 2023 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี MG ได้เปิดตัวสเตชันวากอนไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ ในคอนเซ็ปต์ “COMFORTABLE เป็นทุกอย่างเพื่อทุกโมเมนต์” พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางพร้อมฟังก์ชันครบครัน ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าเจเนอเรชั่นใหม่ และความปลอดภัยเหนือชั้น เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เน้นไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ชูจุดขายในเรื่องดีไซน์ที่เรียบหรูทันสมัย พร้อมความสะดวกสบายและความอเนกประสงค์ที่มากยิ่งขึ้น สรุปสิ่งที่น่าสนใจใน NEW MG ES ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าเจเนอเรชั่นใหม่แบบ 8-LAYER HAIR PIN PERMANENT MAGNETIC SYNCHRONOUS MOTOR (PMSM) มีขนาดและน้ำหนักลดลง แต่ประสิทธิภาพสูงขึ้นถึง 53% ให้พละกำลังสูงสุดที่ 177 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ปรับเร่งรอบได้สูงถึง 15,000 รอบ/นาที สามารถทำความเร็วสูงสุด 185 กิโลเมตร/ชั่วโมง รัศมีวงเลี้ยว 5.95 เมตร แบตเตอรี่ลิเธี่ยมไอรอนฟอสเฟต (LFP) ความจุ 51 kWh ปรับปรุงให้น้ำหนักเบาลง 22% Liquid Cooling System ช่วยระบายความร้อนให้ทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ขับเคลื่อนได้ 412 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC (NEW EUROPEAN DRIVING CYCLE) รองรับการชาร์จทั้ง Quick Charge จาก 0% – 80% ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ที่ความเร็วสูงสุด 87 kW Normal Charge รองรับการชาร์จสูงสุดที่ 11 kW ใช้เวลาการชาร์จจาก 0% – 100% 7 ชั่วโมง 15 นาที ผ่าน MG HOME CHARGER ที่ 6.6 kW รองรับระบบ V2L (Vehicle to Load) เปลี่ยนรถให้เป็นแหล่งจ่ายไฟ ด้วยกำลังไฟสูงสุด 2,200 วัตต์ ระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM ระบบ ADVANCED DRIVER ASSISTANCE SYSTEM (ADAS) รวม 20 ระบบ ระบบสั่งการอัจฉริยะ i-SMART ชุดราวหลังคา(Roof Rail) รองรับน้ำหนักได้ถึง75 กิโลกรัม ห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย จุสัมภาระสูงสุด 1,367 ลิตร เทคโนโลยี Zero-G Seats กระจายน้ำหนักและรองรับสรีระของผู้นั่งให้ดียิ่งขึ้น นายพงษ์ศักดิ์เลิศฤดีวัฒนวงศ์รองกรรมการผู้จัดการบริษัทเอ็มจีเซลส์(ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า NEW MG ES มาพร้อมแนวคิด “COMFORTABLE” โดยกลุ่มเป้าหมายของรถรุ่นนี้ เน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มี Modern Lifestyle ที่ไม่ได้จำกัดแค่เพียงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในบ้านเดียวกันเท่านั้น ยังรวมไปถึงความสัมพันธ์ของกลุ่มเพื่อนและคนสนิทที่เน้นการมีไลฟ์สไตล์ในรูปแบบที่หลากหลายร่วมกัน ราคาของ New MG ES อยู่ที่ 959,000 บาท* *ราคานี้เป็นราคาหลังจากได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ *สำหรับลูกค้าที่รับรถยนต์หลังมีการประกาศราชกิจจานุเบกษา ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ NEW MG ES รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นาน 48 เดือน ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมฟรีค่าติดตั้ง ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี ฟรี! สาย V2L จำนวน 1 ชุด รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 หรือเว็บไซต์ www.mgcars.com
แบไต๋ • 21 มี.ค. 66
อ่าน
รีวิว ชาเม่ คอลลาเจน พลัส 10,000 mg. ผิวใส ออร่าสุด ที่คุณต้องลอง
สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ วันนี้จะมารีวิวคอลลาเจนที่ช่วงนี้ผู้เขียนกำลังทานอยู่และรู้สึกหลงรักมากค่ะ จึงอยากจะมีรีวิวและบอกต่อกันค่ะ นั่นก็ ชาเม่ คอลลาเจน พลัส 10,000 mg. ที่ใครได้ลองแล้วต้องหลงรักแน่นอนค่ะ เป็นแบรนด์คอลลาเจนของ คุณการ์ตูน นันท์ฐณิชา ศิริปรีดาวัชร์ และ คุณเชียร์ ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ ดาราคนสวยที่ใคร ๆ ก็รู้จัก แถมยังมีคุณอั้ม พัชราภา คุณโบว์ เมลดาและคุณเฟย์ พรปวีณ์เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ดูจากดาราแต่ละคนแล้วสามารถการันตีได้เลยค่ะ ว่าของเขาดีจริง ชาเม่ ไฮโดรไลซด์ คอลลาเจน ไตรเปปไทด์ พลัส เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจน 10,000 mg. ซึ่งมีปริมาณคอลลาเจนไม่น้อยเลยค่ะ เมื่อเราเทียบกับอาหารเสริมยี่ห้อต่าง ๆ ที่สำคัญคือเขาไม่เติมนำ้ตาลทราย ไขมัน 0 % ใน 1 ซอง มีส่วนประกอบสำคัญถึง 24 ชนิดเลย แต่ส่วนประกอบหลักของเขาก็เป็นอะไรไปไม่ได้ค่ะ นอกจาก คอลลาเจนที่เขาใส่มาทั้ง 2 ตัว ได้แก่ ไตรเปปไทด์ ฟีช คอลลาเจนและไฮโดรไลซด์ มารีน ฟีช คอลลาเจน นอกจากนี้ยังมี แอลกลูต้าไธโอน ที่ทำหน้าที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระให้กับผิวเรา ยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ปรับให้ผิวขาวได้ โคเอ็นไซม์คิวเท็น ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระและช่วยชะลอความแก่ ซีบัคธอร์น ช่วยให้ผิวต่อต้านรังสีอัลตร้าไวโอเลตได้อย่างเต็มที่ ทำให้ผิวไม่คล้ำง่าย ริ้วรอยต่างๆดูจางลง และยังเพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่มความเรียบเนียนให้ผิวได้อย่างน่าสัมผัส มีกรดอะมิโนและวิตามิน รวมทั้งยังมีสารสกัดจากผักและผลไม้ด้วย ที่จะช่วยให้ผิวเราแข็งแรง ผิวใสเปล่งประกาย พร้อมสู้กับแดดด้วยนะคะ สีของเขาจะเป็นสีชมพูพริ้งแบบนี้เลยค่ะ รสชาติหอม หวาน อร่อยสุด เมื่อได้ทานไปบอกได้เลยค่ะ อยากฉีกซองใหม่มาทานต่อ ไม่มีนำ้ตาลทราย ไม่ต้องกลัวอ้วนด้วยค่ะ ได้ผิวสุขภาพดีกลับมาอีกด้วยเมื่อทานต่อเนื่อง ละลายนำ้ง่ายดีด้วยค่ะ มีกลิ่นสตรอเบอร์รี่หอม ๆ ไม่มีกลิ่นคาวจากคอลลาเจนเลย ทานได้ทั้งนำ้เย็นและนำ้อุณหภูมิปกติเลย ส่วนตัวผู้เขียนจะชอบทานกับนำ้เย็นมากกว่าค่ะ ได้ความหอม สดชื่น วิธีรับประทาน : รับประทานวันละ 15 กรัม 1 ซอง ต่อนำ้ 150 มิลลิลิตร ผู้เขียนแนะนำให้ดื่มก่อนนอนหรือตอนตื่นนอน เพราะเป็นช่วงเวลาที่ท้องว่าง ดูดซึมได้ดี หรืออาจจะทานคู่กับอาหารเสริมตัวอื่นก็ได้นะคะ ผลลัพธ์ที่ได้ จากการทดลองทานได้ 1 สัปดาห์ทุกวัน รู้สึกว่าผิวเริ่มเรียบเนียน ผิวลื่นขึ้น เมื่อทานครบ 15 วันทุกวันผิวเนียนขึ้นมาก จากเมื่อก่อน รู้สึกได้ว่าชุ่มชื้นขึ้น ไม่แห้งกร้าน รอยสิวที่มีจางลง แต่ความขาวยังไม่เห็นค่ะ โดยรวมรู้สึกพึงพอใจในผลตอบรับจริง ๆ ค่ะ ให้ 10/10 คะแนน ( ขึ้นอยู่กับผิวแต่ละคนด้วยนะคะ ) ใน 1 ซอง มีทั้งหมด 15 กรัม ราคา 49 บาท ถ้าเทียบกับปริมาณสารสกัดต่าง ๆ ไม่แพงเลย สามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปหรือสามารถสั่งได้ทางเว็บไซต์ของแบรนด์ได้ค่ะ ทางแอพพลิเคชั่นออนไลน์ก็มีขายนะคะ เครดิตรูปภาพปกและรูปภาพประกอบ โดยผู้เขียน อยากผอมหุ่นดี อยากมีซิกแพค หาอินสปายลดน้ำหนัก เข้าร่วมด่วนที่ฟิตแอนด์เฟิร์มคอมมูนิตี้
Cotton • 11 พ.ค. 66
อ่าน
"MG" ขึ้นท็อป 5 ตลาดรถยนต์ไทย ยอดขายกว่า 27,000 คัน
MG (เอ็มจี) สร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดรถยนต์ไทย หลังประกาศยอดขายรวมกว่า 27,000 คัน เติบโตมากกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับปีก่อน และขยับขึ้นสู่อันดับ 5 ของตลาดรวม สะท้อนการขยายตัวของแบรนด์ท่ามกลางการแข่งขันด้านราคาที่เข้มข้น โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์พลังงานทางเลือกทิศทางดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสะอาด จากแรงหนุนของนโยบายภาครัฐและความต้องการรถที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเอ็มจีถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่สามารถใช้จังหวะการเปลี่ยนผ่านนี้สร้างการเติบโตได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในตลาดรถไฟฟ้าและรถไฮบริดเอ็มจีระบุว่า กลยุทธ์หลักในประเทศไทยมุ่งผสานจุดแข็งด้านเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคไทย ภายใต้แนวคิดการพัฒนาแบรนด์แบบ Global ผสาน Local โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ความคุ้มค่า และการเข้าถึงได้จริงของผู้บริโภคในวงกว้าง ส่งผลให้รถยนต์รุ่นหลักของแบรนด์สามารถสร้างยอดขายได้ต่อเนื่อง และทำสถิติยอดขายรายเดือนสูงสุดนับตั้งแต่เข้าสู่ตลาดไทยแม้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคา เอ็มจียังคงเลือกวางตำแหน่งแบรนด์บนคุณค่าในระยะยาว ทั้งด้านมาตรฐานความปลอดภัย การรับประกัน และเครือข่ายบริการหลังการขาย เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้าและเสถียรภาพทางธุรกิจ สำหรับปี 2026 เอ็มจีประกาศเป้าหมายยอดขายที่ระดับ 30,000 คัน พร้อมขยับโฟกัสจากการเติบโตเชิงปริมาณ สู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์ลูกค้าในทุกจุดสัมผัส การยกระดับบทบาทผู้จำหน่ายให้เป็นศูนย์กลางความสัมพันธ์กับลูกค้า และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์สันดาปท่ามกลางการเปลี่ยนโฉมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เอ็มจีมองว่าความแข็งแกร่งของเครือข่าย การลงทุนระยะยาว และการสร้างแบรนด์ที่เชื่อมโยงกับความต้องการจริงของผู้บริโภค จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้บริษัทก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแบรนด์หลักของตลาดไทยอย่างยั่งยืนในระยะต่อไป
TNN ช่อง16 • 30 ม.ค. 69
อ่าน
6 วิตามินซี 1000 mg ยี่ห้อไหนดี 2023 ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัด ผิวขาวใส
วิตามินซี เป็นวิตามินที่สำคัญต่อร่างกายของเราค่ะ โดยประโยชน์ที่เด่นชัดเลยนั่นก็คือ วิตามินซีสามารถที่จะช่วยป้องกันไข้หวัด ช่วยต้านอนุมูลอิสระและช่วยบำรุงผิวให้ขาวใสได้ ซึ่งโดยปกติแล้วเราสามารถรับวิตามินซีผ่านทางการกินอาหาร ไม่ว่าจะเป็นผักหรือผลไม้ก็มีวิตามินซีค่ะ แต่เนื่องจากในอาหารนั้นอาจจะมีปริมาณของวิตามินซีไม่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน ดังนั้นหลายคนจึงหันไปกินอาหารเสริมวิตามินซีแทน อาหารเสริมวิตามินซีนั้นมีหลายรูปแบบ แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ปริมาณของวิตามินซีก็ควรจะต้องเพียงพอต่อความต้องการค่ะ หากเราต้องการที่จะดูแลสุขภาพ ป้องกันการเจ็บป่วยบ่อย และต้องการบำรุงผิวพรรณร่วมด้วย ก็ควรรับวิตามินซีที่ประมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งในปัจจุบันก็มี อาหารเสริมวิตามินซี 1000 mg ออกมาหลายยี่ห้อค่ะ และถ้าหากใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม วันนี้เราก็มีรวบรวมมาให้แล้ว ไปดูกันดีกว่าว่ายี่ห้อไหนช่วยเรื่องอะไรบ้างค่ะ 6 วิตามินซี 1000 mg ยี่ห้อไหนดี 1. 21st Century Vitamin C 1,000 mg อาหารเสริมวิตามินซี 1000 mg จาก 21st Century นำเข้าจากอเมริกา สามารถช่วยป้องกันหวัด บำรุงผิ ว ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เสริมความแข็งแรงให้เนื้อเยื่อในร่างกาย ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวหนัง เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อมีความแข็งแรง ช่วยป้องกันการทำลายเซลล์จากอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ และลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ป้องกันโรคหวัดและโรคเลือดออกตามไรฟัน รวมถึงยังช่วยเร่งให้แผลหลังผ่าตัดหายเร็วขึ้น ขนาด 1 กระปุก 60 เม็ด ราคาประมาณ 190 บาท 2. MEGA We care NAT - C MEGA We care NAT - C วิตามินซี 1000 มก.มีส่วนผสมของแอสคอร์บิค แอซิด, ไบโอฟลาโวนอยด์, ผงโรสฮิปสกัดแห้ง, แคลเซียม แอสคอร์เบท, ผงอะซิโรลาสกัดแห้ง ไม่มีสารกันบูด สี หรือกลิ่นสังเคราะห์ สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันโรคหวัด ภูมิเเพ้ ช่วยเสริมสร้างความเเข็งเเรงให้เม็ดเลือดขาว ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มความกระชับและช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว ทำให้ริ้วรอยลดลง ชะลอความแก่ ช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิวที่ผิดปกติ ทำให้ผิวกระจ่างใสตามธรรมชาติ ขนาด 1 กระปุก 150 เม็ด ราคาประมาณ 950 บาท 3. Vistra Bio-C วิสทร้า ไบโอ ซี อาหารเสริมวิตามินซี 1000 mg. มีส่วนประกอบของ Ascorbic Acid, Calcium Ascorbate, Citrus Bioflavonoid Extract, Rose Hips Extract และ Acerola Cherry Extract สามารถช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ และลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงและมีประสิทธิภาพ ป้องกันหวัด ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวเนียน นุ่มลื่นและขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ขนาด 1 กระปุก 30 เม็ด ราคาประมาณ 200 บาท 4. C - FORCE Vitamin C 1000 mg C-FORCE วิตามินซี แอสคอร์บิค แอซิด (Ascorbic Acid) 1000 มิลลิกรัม สามารถช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ผิว ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ทำให้เนื้อเยื่อในร่างกาย เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อแข็งแรง ช้วยป้องกันและบรรเทาอาการไข้หวัด ช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น ลดความเสี่ยงการอุดตันของเส้นเลือด ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคต้อกระจก รวมถึงยังช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย ขนาด 1 กระปุก 100 เม็ด ราคาประมาณ 450 บาท 5. Puritan's Pride C - 1000 mg วิตามินซี 1000 mg จาก Puritan's Pride แบรนด์ยอดนิยมจากอเมริกา มีส่วนผสมของวิตามินซีที่มาจากผักและผลไม้ ไม่ว่าจะเป็น Rose Hips, Citrus, Acerola Cherry, Alfalfa และ Barley Grass มีสาร Bioflavonoids และ Hesperidine สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย ช่วยสมานแผลให้หายเร็ว ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น ช่วยบรรเทาอาการแพ้ หอบหืด ไซนัส เป็นสารด้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ช่วยปกป้องเซลล์ ทำให้เซลล์อยู่ในสภาวะปกติ ขนาด 1 กระปุก 100 เม็ด ราคาประมาณ 370 บาท 6. Natural Factors Vitamin C 1000 mg วิตามินซีจาก Natural Factors มีส่วนผสมของ Ascorbic Acid ซึ่งเป็นวิตามินจากผักและผลไม้ชนิดละลายในน้ำ รวมถึงยังมี Bioflavonoids และ Rosehips สามารถช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุและสารอาหารได้ดีขึ้น เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ช่วยต้านการอักเสบ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายต่าง ๆ ช่วยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ร่างกายสามารถซ่อมแซมและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ ช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็ว ลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ทำให้ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง ขนาด 1 กระปุก 90 เม็ด ราคาประมาณ 350 บาท บทความที่คุณอาจสนใจ 6 วิตามินซี ตัวเด็ด ลดรอยสิว เพิ่มผิวใส แถมช่วยป้องกันไข้หวัด! 5 วิตามินซีเกาหลี ตัวเด็ดตัวดัง กินแล้วผิวใส ลดรอยสิว ป้องกันหวัดด้วย!
เทรนด์สุขภาพ • 25 ม.ค. 66
อ่าน
MG ประกาศ MG3 จะมาพร้อมเเทคโนโลยีสำหรับรถยนต์ไฮบริดใหม่ HYBRID+ วิ่งไกล 800 กม. เร็ว ๆ นี้
เอ็มจี (MG) ประกาศเตรียมนำเทคโนโลยีไฮบริดรุ่นใหม่เข้ามาใส่ในออล นิว เอ็มจีทรี ไฮบริดพลัส (ALL NEW MG3 HYBRID+) รถยนต์ไฮบริดที่มาพร้อมนวัตกรรมยานยนต์สีเขียว (Green Mobility) ซึ่งพัฒนาโดย SAIC MOTOR CORPORATION ที่ผสานประสิทธิภาพ ความประหยัด และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้การขับขี่ทำได้ดีขึ้น และมีระยะการวิ่งไกลสุด 800 กิโลเมตร เมื่อเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถังALL NEW MG3 HYBRID+ เป็นรถ SUV กลุ่ม B-Segment ที่มีแรงม้าสูงสุด 194 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตัน-เมตร โดยมาจากการผสานกำลังร่วมกันของเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แรงม้าสูงสุด 102 แรงม้า รองรับน้ำมัน E20 และมอเตอร์ขับเคลื่อนให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า 250 นิวตัน-เมตร และมอเตอร์ที่ใช้สร้างกระแสไฟได้สูงสุด 45 กิโลวัตต์ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ไฟฟ้า EDU 3 ระดับ มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน (Lithium-Ion) ความจุ 1.83 กิโลวัตต์ชั่วโมง โดยมี 8 โหมดขับเคลื่อนไฮบริด ตั้งแต่ระบบขับขี่ผสมผสาน ไปจนถึงโหมดการขับขี่ไฟฟ้า (Pure EV)8 โหมดขับเคลื่อนของ ALL NEW MG3 HYBRID+ จากจุดหยุดนิ่งไปจนถึงวิ่งแบบเต็มพลังALL NEW MG3 HYBRID+ มีโหมดการขับเคลื่อนทั้งหมด 8 โหมด ด้วยกัน ได้แก่1. โหมดจอดหยุดนิ่ง ระบบจะใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง (HV BATTERY) เพื่อทำให้ระบบปรับอากาศและระบบอื่นๆ ทำงานได้โดยที่เครื่องยนต์หยุดการทำงาน2. โหมดวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนจนถึง 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อออกตัวจากจุดหยุดนิ่งในช่วงความเร็ว 0 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (Pure EV) พร้อมอัตราเร่งที่มาจากมอเตอร์ไฟฟ้าล้วน3. โหมดการจราจรหนาแน่น เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้นเป็น 30 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงความเร็วต่ำ ระบบจะสลับไปยังโหมดระบบขับเคลื่อนแบบอนุกรม (Series Hybrid) โดยเครื่องยนต์จะทำหน้าที่แค่เพียงปั่นไฟ และส่งกระแสไฟไปให้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนตัวรถ4. โหมดความเร็ววิ่งในเมือง ระดับความเร็ว 50 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โหมดระบบขับเคลื่อนแบบอนุกรม (Series Hybrid) จะยังให้เครื่องยนต์ยังทำหน้าที่เป็นตัวปั่นไฟช่วยให้มอเตอร์ขับเคลื่อนล้อโดยตรงได้แบบรถไฟฟ้า พร้อมส่งกระแสไฟส่วนเกินไปเก็บยังแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง5. โหมดความเร็ววิ่งคงที่ เมื่อวิ่งด้วยความเร็วคงที่ในช่วงความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบจะสลับเป็นการใช้งานเครื่องยนต์ที่รอบความเร็วต่ำ ตัวเครื่องยนต์จะตัดต่อการทำงานผ่าน Hybrid Transmission มี 3 อัตราทดแบบอัตโนมัติ มาขับเคลื่อนที่ตัวล้อโดยตรง6. โหมดวิ่งทางไกลและเร่งแซง เมื่อรถอยู่ในช่วงเร่งความเร็ว 80 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฮบริดกำลังสูงจะทำงานร่วมกัน (Parallel Hybrid) ตอบสนองความอต้องการเร่งแซงหรือขึ้นทางชัน รถจะสามารถให้อัตราเร่งสูงสุดที่ทำได้7. โหมดความเร็วสูง เมื่อใช้ความเร็วสูงกับการขับทางไกลบนไฮเวย์ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครื่องยนต์จะทำงานต่อเนื่อง โดยระบบจะแบ่งกำลังส่วนที่เหลือจากเครื่องยนต์ไปหมุนเจนเนเรเตอร์ เพื่อปั่นไฟไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ขณะที่รถขับเคลื่อนไปด้วย8. โหมดลดความเร็ว (Regenerative) เมื่อผ่อนคันเร่งลดความเร็วลงมาในช่วง 120-0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือช่วงขับขี่ลงทางชัน ระบบ HYBRID+ จะใช้มอเตอร์เป็นตัวหน่วงกำลัง เพื่อทำหน้าที่ชาร์จไฟเป็นระบบ Energy Regeneration 3 ระดับ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าระดับการรีเจนได้แบบรถไฟฟ้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้สูงสุดทั้งหมดคือรายละเอียดระบบเคลื่อนแบบ HYBRID+ โดย MG ประกาศว่า ALL NEW MG3 HYBRID+ มีกำหนดเปิดตัวในประเทศไทย เร็วๆ นี้ โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านทุกช่องทางออนไลน์ของเอ็มจีข้อมูลภาพจากบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์(ประเทศไทย)
TNN ช่อง16 • 18 ก.ค. 67
อ่าน
รีวิว : VISTRA Acerola Cherry 1000 mg แบบซองในเซเว่น แค่กินก็ขาวใสได้
Photo by SPiRiTiOว่าด้วยเรื่องความขาวความใส สาว ๆ คนไหนก็อยากมีคงไม่มีใครอยากจะหน้าดำคล้ำ เหมือนโดนของกันหรอกเนอะ ใคร ๆ ก็อยากมีผิวที่เปล่งประกายมีออร่า ถึงแม้จะไม่ได้ขาวมาแต่กำเนิดก็ตาม เหมือนผู้เขียนเองเมื่อตอนเด็กก็โดนกล่าวหาว่าเป็นลูกเป็ดขี้เหร่ ใช่แล้วเพราะผู้เขียนมีผิวที่คล้ำแต่ก็ไม่ถึงกับดำหรอกนะคะ แต่ก็เนอะมันดูไม่มีราศีเอาซะเลยผู้เขียนเติบโตมาในยุคที่ยังไม่มีอาหารเสริม หรืออาหารบำรุงผิวมากมายเหมือนสมัยนี้ แต่เอาจริง ๆ ผู้เขียนก็ซื้อครีมมาทาเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ก็นะ ทาไปทามาหน้าขาวตัวดำมาเชียว ประหนึ่งว่านำมาพอกหน้าประมาณนั้น จนผู้เขียนเติบโตเข้าสู่ยุคสมัยที่ อาหารเสริมเริ่มจะรุ่งเรือง เราก็ลอง ๆ หาใช้ไปเรื่อย ๆ จนได้มาศึกษาหาข้อมูลของวิตามินต่าง ๆ จนมาสะดุดเข้ากับวิตามิน C Photo by SPiRiTiOและในวันนั้นนั่นเอง วันไหนก็ไม่รู้เพราะนานมาแล้ว 555 ผู้เขียนได้เดินเข้า 7-11 เพื่อหาครีมซองมาใช้ และสายตาก็ไปสะดุดกับเข้ากับวิตามิน C ตัวนี้ แต่ต้องขอบอกไว้ก่อนนะคะ ว่าวิตามิน C นั้นมีหลายยี่ห้อ แต่ที่มาสะดุดตาที่วิตามินตัวนี้ เพราะผู้เขียนเคยอ่านมาจากในเน็ตว่า อะเซโรล่าเชอร์รี่ มีคุณประโยชน์มากกว่าวิตามินซีปกติหลายเท่า ด้วยความที่เราก็กินมาหลายยี่ห้อแล้ว เลยคิดว่า เอาน่ะลองอีกสักตัวคงไม่เป็นไรมั้ง แล้วเราก็อยากลองด้วยว่า อะเซโรล่าเชอร์รี่มันจะดีกว่าส้มจริงเหรอหลังจากที่ผู้เขียนได้ทดลองซื้อมากิน เพียงหนึ่งสัปดาห์กว่า ๆ ก็รู้สึกได้เลยค่ะว่าผิวนิ่มลื่น และสีผิวดูสม่ำเสมอมากขึ้น มันดีจริงนะ เพื่อน ๆ พี่ ๆ ก็เริ่มทักว่าไปทำอะไรมาผิวดูขาวขึ้น แต่สำหรับเราคิดว่ามันดูใสขึ้นมากกว่านะคะ ใสแบบที่สุขภาพดี ผู้เขียนลืมบอกไปว่าผู้เขียนชอบออกกำลังกายด้วยนะคะ แล้วพอยิ่งทานวิตามิน C ตัวนี้ควบคู่ไปด้วย ผิวเราเหมีอนมีออร่าขึ้นมาเลย เราไม่ได้ขาวเหมือนดาราแต่ใสใสในแบบเราPhoto by SPiRiTiOVistra Acerola Cherry จะมีทั้งแบบกระปุก และแบบซอง โดยแบบกระปุกจะมี 4 ขนาดให้เลือกโดยแบ่งเป็นหลายชนิดมีทั้งแบบขนาด 45/60/100/150 เม็ด ราคาก็แตกต่างกันไปตามขนาด แต่ผู้เขียนนั้นเน้นประหยัดราคาถูก เลยซื้อแบบซอง มาทดลองใช้ก่อน แบบซองจะราคาถูกมากแค่ 60 บาทเอง มี 7 เม็ด ถือว่าคุ้มมาก ๆ สำหรับการทดลองใช้ สำหรับคนงบน้อยแบบผู้เขียนPhoto by SPiRiTiOทั้งนี้และทั้งนั้นอาจขึ้นอยู่กับสีผิวของแต่ละบุคคลด้วยนะคะ แต่สำหรับผู้เขียนนั้น ก็เป็นคนไม่ถึงกับผิวดำมากนะคะ ก็ลองไปหามารับประทานกันได้สะดวกง่ายก็แวะ 7-11 เลยค่ะ แต่ระวังของหมดน้าเพราะขายดีมาก ทานวิตามินกันแล้วก็อย่าลืมออกกำลังกายกันด้วยนะคะ ผิวดีสุขภาพดีจะได้ไม่หนีไปไหน
SPiRiTiO • 10 มี.ค. 63
อ่าน
MG ฉลองแบรนด์ครบรอบ 100 ปี นำรถรุ่นใหม่หลากหลายรุ่น ลุยงาน Motor Show 2024
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ฉลองครบรอบ 100 ปี พร้อมเดินหน้าสร้างสีสันวงการยานยนต์ไทย ส่งยนตรกรรมใหม่เปิดตัวต่อเนื่อง นำโดย NEW MG CYBERSTER สปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้าแบบเปิดประทุน 2 ที่นั่ง รุ่นพวงมาลัยขวา ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียน พร้อมด้วย แฮทช์แบ็คไฟฟ้าที่ขับสนุกและเร้าใจอย่าง NEW MG4 ELECTRIC นำโดยรุ่น XPOWER และอีก 2 รุ่นที่ผลิตภายในประเทศ กับ รุ่น STANDARD RANGE และ รุ่น LONG RANGE บิ๊กเซอร์ไพรส์ ที่เปิดโอกาสให้คนไทยได้สัมผัสและเป็นเจ้าของก่อนใคร กับ E-MPV ไซส์กลาง อย่าง NEW MG MAXUS 7 และชูความเป็นสปอร์ต คูเป้ซีดานที่แตกต่างกว่าใครกับ NEW MG5 PRO โฉมล่าสุด มาพร้อมห้องโดยสารที่กว้างที่สุดในเซกเมนต์ และการออกแบบโฉมใหม่ที่ดูโฉบเฉี่ยวกว่าเดิม พร้อมให้คนไทยพบกับ 4สุดยอดไฮไลท์เด่นและยนตรกรรมทุกรูปแบบการขับเคลื่อนจาก เอ็มจี ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 (Motor Show 2024) ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึงวันที่ 7 เมษายนนี้ ณ บูธ เอ็มจี หมายเลข A8 อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานีครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียน กับสปอร์ตโรดสเตอร์อีวี รุ่นสำคัญฉลองครบรอบ 100 ปี อย่าง NEW MG CYBERSTER เปิดขบวนกับ การกลับมาอีกครั้งของตำนานสปอร์ตโรดสเตอร์ (THE LEGEND IS BACK) ในรูปแบบพลังงานไฟฟ้าแบบเปิดประทุน 2 ที่นั่งอย่าง NEW MG CYBERSTER ยนตรกรรมที่สร้างตำนานบทใหม่ ให้กับ เอ็มจี ด้วยภารกิจที่ทาง เอ็มจี ฉลองครบรอบ 100 ปี อย่าง CHARGING INTO THE FUTURE กับการเดินทางข้ามผ่านเส้นทางมากกว่า 25 ประเทศ รวมระยะทางกว่า 16,000 กิโลเมตร โดยฝาแฝด THE TURNER TWINS ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และในวันนี้ NEW MG CYBERSTER พวงมาลัยขวา พร้อมเปิดตัวเป็นประเทศแรกของภูมิภาคอาเซียน โดยถือเป็นยนตรกรรมรุ่นเรือธงของ เอ็มจี ในการบุกตลาดอีวีทั่วโลก ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นจากการออกแบบโดย SAICs Advanced Design Studio ลอนดอน สหราชอาณาจักร สะกดทุกสายตาด้วยประตูปีกนกแบบปุ่มสัมผัสเปิด-ปิดและหลังคาซอฟต์ท็อป กระจังหน้าเรียวยาว ไฟหน้าออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ Eye of the Storm ไฟท้ายได้รับแรงบันดาลใจจากธงยูเนียนแจ็ค เส้นด้านข้างของตัวรถมีความโค้งมน พร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ภายในห้องโดยสารสีทูโทน ตกแต่งด้วยวัสดุ Soft touch เบาะนั่งแบบ Y-Shape ที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ใช้วัสดุพรีเมียมอย่างหนังแบบ Nappa สลับหนัง Alcantara อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ ไม่ว่าจะเป็นจอ Dashboard Triple-Screen ขนาด 7 นิ้ว ขนาด 10.25 นิ้ว และขนาด 7 นิ้ว จำนวน 3 จอเรียงต่อกัน พร้อมระบบอัจฉริยะ i-SMART ระบบเสียงคุณภาพจาก Bose พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง ในแง่ของสมรรถนะอัดแน่นด้วยขุมพลังมอเตอร์คู่ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้พละกำลังสูงสุดที่ 544 แรงม้า (400 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 725 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 3.2 วินาที มาพร้อมแบตเตอรี่ Ultra-Thin Rubiks Cube ความจุ 77 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทาง 503 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ Double Wishbone และด้านหลังแบบอิสระ Multi-link จัดเต็มด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM 26 ระบบ ซึ่งครอบคลุมระบบความปลอดภัย ADAS ไว้อย่างครบถ้วนต่อยอดความสำเร็จของ โกลบอลอีวีรุ่นยอดฮิต กับประสบการณ์ครั้งใหม่ของ NEW MG4 ELECTRIC NEW MG4 ELECTRIC รถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้า 100% มาพร้อมคอนเซ็ปต์ ICON นิยามของการเป็นต้นแบบและมาตรฐานใหม่ของรถอีวีที่ขับสนุก พัฒนาบนแพลตฟอร์ม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ที่ดีไซน์มาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ พร้อมจุดเด่นอันหลากหลาย อาทิ การกระจายน้ำหนัก แบบสมมาตร 50:50 ตัวถังมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ (Low Centre of Gravity) ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังอิสระแบบ 5-Link Suspension ทำให้ NEW MG4 ELECTRIC มีสมรรถนะและการควบคุมที่ดีเยี่ยม พร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM 26 ระบบ โดย เอ็มจี ได้ต่อยอดความสำเร็จของยนตรกรรมรุ่นนี้ ด้วยการเพิ่มรุ่นที่ถือเป็น ICON ของ NEW MG4 ELECTRIC อย่าง XPOWER ที่มาพร้อมขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้พละกำลังสูงสุด 435 แรงม้า (320 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.8 วินาที แบตเตอรี่ Rubiks Cube Battery ขนาดความจุ 64 kWh (NMC) สามารถวิ่งได้ระยะทาง 480 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC ภายนอกตัวถังสีใหม่สีเขียว Wild Hunter Green พร้อมด้วยหลังคาแบบทูโทน (Blacktop) ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ภายในให้ความสปอร์ตพรีเมียมด้วยวัสดุที่ใช้หุ้มเบาะที่ผสมผสานระหว่างหนังสังเคราะห์และหนังอัลคันทาร่าพร้อมเพิ่มเติมระบบ One Pedal เข้ามา เฉพาะในรุ่น XPOWERและรุ่นที่ผลิตจากสายการผลิตในไทยอย่าง รุ่น STANDARD RANGE (49kWh) สามารถวิ่งได้ระยะทาง 423 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้งตามมาตรฐาน NEDC และ รุ่น LONG RANGE (64kWh) สามารถวิ่งได้ระยะทาง 540 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC ที่พร้อมมอบ ความเป็นที่สุด ของ แฮทช์แบ็คอีวีที่ขับสนุก (THE BEST ENJOYABLE EV) โดยทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าให้พละกำลังสูงสุดที่ 170 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร พร้อมปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมฟังก์ชันทั้งภายนอกและภายในรถ อาทิ ADAPTIVE GRILLE ช่วยระบายความร้อนของรถแบบอัตโนมัติ รวมถึงติดตั้งใบปัดน้ำฝนด้านหลัง หน้าจอสีระบบสัมผัสที่ปรับให้ใหญ่ขึ้นจาก 10.25 นิ้ว เป็นขนาด 12 นิ้ว เพิ่มช่องวางแก้วด้านข้างประตู และเพิ่มราวมือจับสำหรับผู้นั่งโดยสาร (Assist Grip) 3 ตำแหน่งสำหรับรุ่น STANDARD RANGE มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อม AERO WHEEL COVER และในรุ่น LONG RANGE มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมสีตัวถังใหม่สีส้ม (Fizzy Orange)E-MPV ไซส์กลาง NEW MG MAXUS 7 ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ากลุ่มครอบครัวสมัยใหม่ ในงานครั้งนี้ เอ็มจี ได้นำ NEW MG MAXUS 7 มาจัดแสดงให้คนไทยได้สัมผัสกับคันจริงของ E-MPV ไซส์กลาง ขนาด 7 ที่นั่ง มาพร้อมฟังก์ชันและฟีเจอร์ที่ทันสมัย งานดีไซน์ที่โดดเด่นตามแบบฉบับของ MG MAXUS Series ทั้งงานออกแบบและฟังก์ชันการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น ประตูสไลด์ด้านข้างเปิดปิดด้วยไฟฟ้าพร้อมฝาท้ายไฟฟ้า ที่เปิดประตูแบบเก็บซ่อนในตัวรถ หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ ภายในดูเรียบและหรูด้วยโทนสีดำและสีน้ำตาล ดีไซน์คอนโซลหน้าแบบ Dual Layer พร้อมที่วางแก้ว และรองรับการชาร์จแบบไร้สาย เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ห้องโดยสารให้ความสบายที่มากกว่า พร้อมที่นั่งแบบ Captain Seat ในแถวที่ 2 ที่โอบรับกระชับทุกสรีระ นอกจากนี้ ยังช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการขับขี่และการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ด้วยหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อกัน รวมถึงระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และ Android Auto และยังสามารถเปลี่ยนรถให้เป็นแหล่งพลังงานได้ด้วยระบบ V2L ที่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าระดับ 6.6 kW นอกจากนี้ NEW MG MAXUS 7 ยังเป็นยนตรกรรมที่มีสมรรถนะชั้นเยี่ยม ด้วยขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุดที่ 245 แรงม้า แรงบิดที่ 350 นิวตัวเมตร พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดความจุ 90 kWh ทำให้สามารถวิ่งได้ระยะทางกว่า 480 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP นอกจากนำมาจัดแสดงก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เอ็มจี ยังได้เปิดโอกาสให้คนไทยได้ Pre-booking เป็นเจ้าของ NEW MG MAXUS 7 ก่อนใคร ในงานนี้โดยสามารถจองล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ ของ เอ็มจี ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2567 ด้วยข้อเสนอพิเศษ จอง 10,000 บาท สามารถใช้เป็นส่วนลดได้ 20,000 บาทกล้าเป็นตัวเองในแบบฉบับที่ไม่เหมือนใคร กับ NEW MG5 PRO NEW MG5 PRO กับจุดเด่นของการเป็นสปอร์ตคูเป้ซีดานโดยโฉมล่าสุดนี้ เอ็มจี ปรับให้โฉบเฉี่ยวสะกดทุกสายตายิ่งกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ Black Chrome Gladius Grille Design เสริมความเป็นสปอร์ตพรีเมียมด้วยวัสดุ Smoke Chrome รอบคัน และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วสีดำ ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED ดีไซน์ใหม่ คงจุดเด่นด้วยห้องโดยสารที่กว้างสุดในเซกเมนต์ จัดเต็มด้วยฟังก์ชันที่ให้มาครบครัน พร้อมดีไซน์สุดล้ำ โดยเฉพาะการออกแบบคอนโซลกลางแบบ Driver-focus cockpit ที่ให้องศาที่เหมาะกับตำแหน่งคนขับ เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง หลังคาซันรูฟขนาดใหญ่ และคำนึงถึงผู้ใช้รถด้วยช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง หน้าจอทัชสกรีนขนาด 10 นิ้ว และหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว รองรับระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple Car Play และ Android Auto แบบไร้สาย รวมถึงระบบกุญแจแบบ Digital Key ที่สามารถรับ-ส่งโค้ดผ่านทางแอพพลิเคชั่น i-SMART โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องใช้กุญแจในการสตาร์ท ให้ผู้ใช้งานรถมั่นใจด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรปที่ทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว (ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM) สร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นดิสก์เบรก 4 ล้อ มาพร้อมระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา Blind Spot Detection System ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 3 มิติ ระบบควบคุมการทรงตัวในขณะเข้าโค้ง ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและการลื่นไถล ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน ถุงลมนิรภัย 6 จุด มาพร้อมสีตัวถังที่มีให้เลือกมากถึง 6 สี โดยมีสีใหม่อย่างสีเขียว Mineral Green เป็นสีไฮไลท์ พบกับ ทัพยนตรกรรมคุณภาพครบทุกรุ่นทุกรูปแบบการขับเคลื่อนของ เอ็มจี พร้อมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ และรับข้อเสนอสุดพิเศษมากมายภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 (Motor Show 2024) ณ บูธ เอ็มจี หมายเลข A8 อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม 7 เมษายนนี้ และที่โชว์รูมและศูนย์บริการของเอ็มจีกว่า 150 แห่งทั่วประเทศที่มาของข้อมูลmgcars.com
TNN ช่อง16 • 25 มี.ค. 67
อ่าน
MG เปิดโรงงานผลิตแบตรถ EV แห่งแรกในอาเซียน ใช้กับรุ่น MG4 ตั้งเป้าเสร็จในปี 2024
ในที่สุดประเทศไทยจะมีโรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจริงจังเสียที โดยบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัดและบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์ MG ในประเทศไทย ประกาศเปิดโรงงานแบตเตอรี่สำหรับรถ EV แห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน นายจ้าว เฟิง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด โรงงานแบตเตอรี่ EV แห่งนี้มีชื่อว่า HASCO-CP BATTERY SHOP ตั้งอยู่บนพื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK ภายในนิคมอุตสาหกรรม WHA ESIE 2 จังหวัดชลบุรี ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 75 ไร่ ด้วยกำลังการผลิตกว่า 50,000 ก้อนต่อปี ปักหมุดให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถ EV แห่งภูมิภาคอาเซียน ภายในโรงงานแห่งนี้แบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนการประกอบแบตเตอรี่ ที่มีการนำหุ่นยนต์เข้ามาช่วยในการผลิต รวมถึงการเชื่อมด้วยเลเซอร์ การตรวจสอบด้วย CCD (Charge Coupled Device) หรือการตรวจสอบเทียบกับต้นแบบในทุกขั้นตอน ก่อนบรรจุในรถยนต์ไฟฟ้า และอีกส่วนคือการทดสอบมาตรฐานของแบตเตอรี่กว่า 60 ขั้นตอน เช่น การเก็บการคายประจุ, การรั่วซึม, ทดสอบความเป็นฉนวน รวมถึงการควบคุมพลังงาน โรงงาน HASCO-CP BATTERY SHOP สามารถประกอบแบตเตอรี่ Cell-To-Pack สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น MG4 ELECTRIC และรุ่นอื่น ๆ ได้สูงสุดมากกว่า 50,000 ก้อนต่อปี ซึ่งรับรองมาตรฐานเดียวกับการผลิตระดับโลก ซึ่งโรงงานแห่งนี้จะแล้วเสร็จภายในปี 2024 นับตั้งแต่ MG เปิดตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยในปี 2019 สามารถสร้างยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าได้มากกว่า 18,000 คัน ซึ่ง MG มีรถยนต์ไฟฟ้าครอบคลุมเกือบทุกเซกเมนต์ ตอบโจทย์ทุกไลฟสไตล์ของผู้ใช้งาน รวมถึงสถานีชาร์จไฟ MG SUPER CHARGE เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้าให้สมบูรณ์ต่อไป
แบไต๋ • 1 พ.ย. 66
อ่าน
สิ้นสุดการรอคอย ! MG4 เปิดราคาแล้ว เริ่มต้น 869,000 บาท เท่านั้น !
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยความสำเร็จ NEW MG4 ELECTRIC หลังเปิดรับจองผ่านแอพพลิเคชัน MG THAILAND วันแรก กระแสตอบรับท่วมท้น นับตั้งแต่เปิดรับจองเมื่อเวลา 9.00 น. เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ภายในช่วงเช้าก็มีตัวเลขยอดจองอยู่ที่ 836 คัน และต่อเนื่องสู่ 1,598 คัน ภายในเวลาเพียง 8 ชั่วโมง บ่งบอกถึง การเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอินเทรนด์แห่งปีส่วนแม่เหล็กของงานนี้ก็คือ NEW MG4 ELECTRIC ฉีกจากรถไฟฟ้าในตลาดด้วยการเป็น รถยนต์ไฟฟ้า100% ที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (DYNAMIC REAR WHEEL DRIVE) ภายใต้มาตรฐานเดียวกับโกลบอลโมเดล (SAIC Global Model) เพื่อเป็นรถไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่นวัตกรรม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM สู่ดีไซน์ภายนอกที่พร้อมสะกดทุกสายตา โดยรุ่นที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าในการจองซื้อสูงสุด ได้แก่ NEW MG4 ELECTRIC รุ่น X ซึ่งเป็นรุ่นท็อปของโมเดลนี้ทั้งรุ่น D และ รุ่น X ของ NEW MG4 ELECTRIC จะติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) รอบคัน แต่ในรุ่น X ซึ่งเป็นรุ่นท็อปของโมเดล จะได้รับการตกแต่งภายในเพิ่มเติม รวมถึงเพิ่มระบบความปลอดภัย และให้ระบบ i-SMART มาเพิ่มเติมอีกด้วยNEW MG4 ELECTRIC เปิดราคาขายหลังได้รับส่วนลดจากมาตรการภาครัฐสุทธิอยู่ที่ 869,000 บาท สำหรับรุ่น D และราคา 969,000 บาท สำหรับรุ่น X โดยจัดแสดงที่บูธ A13 ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 (The 39th Thailand International Motor Expo 2022) ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม - 12 ธันวาคม 2565 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี
TNN ช่อง16 • 2 ธ.ค. 65
อ่าน
MG4 Electric มู่หลานไฟฟ้า 100% เตรียมเปิดตัวในไทย ชาร์จไฟ 1 ครั้งวิ่งไกล 450 กม.
MG4 หรือ MG MULAN รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่เปิดตัวในประเทศจีนไปเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ลัดฟ้าไปเปิดตัวในตลาดยุโรปเป็นที่ถัดมา ก่อนที่จะถึงคราวของประเทศไทยที่มีแผนเปิดตัว New MG4 Electric ในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ บริษัท SAIC Motor Corporation บริษัทแม่ของ MG ในประเทศไทย เตรียมเปิดตัว MG4 Electric รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มารูปแบบ Hatchback 5 ประตู ออกมาสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ความพิเศษของ MG4 Electric คือเป็นโมเดลแรกที่พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม SAIC NEBULA TECHNOLOGY ที่ถูกออกแบบมาสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ ใช้ได้กับรถยนต์รุ่นเล็กไปจนถึงรุ่นใหญ่ รองรับแบตเตอรี่ได้หลายขนาด ซึ่งน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้กับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ ของ MG ต่อไป แพลตฟอร์ม SAIC NEBULA TECHNOLOGY MG4 Electric มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยวตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน มีความยาวตัวรถอยู่ที่ 4,287 มม. กว้าง 1,836 มม. สูง 1,504 มม. และความยาวฐานล้อ 2,705 มม. รวมถึงการกระจายน้ำหนักหน้า-หลังแบบ 50:50 สเปกของ MG4 Electric ที่เปิดตัวในไทย มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Standard มาพร้อมมอเตอร์กำลังไฟฟ้าสูงสุด 170 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 7.7 วินาที ให้ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. ใช้แบตเตอรี่ขนาด 51 kWh ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งสามารถขับขี่ไกลสูงสุด 350 กิโลเมตร รองรับการชาร์จไวหรือ DC Charging จาก 10 – 80% ภายใน 40 นาที ส่วนในรุ่น Comfort และ Luxury มาพร้อมมอเตอร์กำลังไฟฟ้าสูงสุด 204 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 7.9 วินาที ให้ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม ใช้แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้นขนาด 64 kWh ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งสามารถขับขี่ไกลสูงสุด 450 กิโลเมตร (รุ่น Comfort) และ 435 กิโลเมตร (รุ่น Luxury) รองรับการชาร์จไวหรือ DC Charging จาก 10 – 80% ภายใน 35 นาที ในส่วนของดีไซน์ภายนอกมีความโฉบเฉี่ยว เส้นสายคม พร้อมไฟหน้า LED เรียวแหลม ตกแต่งด้วยวัสดุสีดำ ด้านท้ายลาดตามสไตล์รถ Hatchback และไฟท้าย LED รูปตัว Y ลากยาวตลาดทั้งคัน คั่นด้วยโลโก้ MG ตรงกลาง มาพร้อมล้ออัลลอยทูโทนขนาด 17 นิ้ว ภายในห้องโดยสารของ MG4 Electric มาพร้อมหน้าจอหลักบริเวณคอนโซลกลาง รองรับการสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว และหน้าจอแสดงผลการขับขี่ขนาด 7 นิ้วหลังพวงมาลัย ทำงานคู่กับระบบเชื่อมต่อ MG iSMART รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto ด้านล่างมาพร้อมแท่นวางชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สาย MG4 Electric เตรียมตัวให้พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสุดเร้าใจ เปิดจองพร้อมกัน 15 พฤศจิกายนนี้ทาง MG THAILAND application และ https://www.mgcars.com ซึ่งต้องมาลุ้นราคาว่าจะถูกใจแฟน ๆ มากน้อยแค่ไหน แต่ดูจากราคาเปิดตัวในยุโรปที่ 25,995 ปอนด์ หรือประมาณ 1.1 ล้านบาท ก็ถือว่าไม่ธรรมดาเลย หากรวมเงินสนับสนุนจากภาครัฐเข้าไปแล้ว อาจทำราคาเฉียดล้านมานิดหน่อย ก็คงพอสูสีกับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าเจ้าอื่น ๆ ที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ได้อย่างแน่นอน
แบไต๋ • 9 พ.ย. 65
อ่าน
รีวิวรองเท้า Mg Access ราคามิตรภาพ คุณภาพเลิศ
เนื่องด้วยการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 (โคโรน่าไวรัส) ทำให้ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่าง ๆ ต้องปิด ตามพระราชกำหนด แต่ในยุคที่มีการพัฒนาระบบการติดต่อสื่อสารให้สามารถเข้าถึงไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ Hardware ก็สามารถเข้าไปใช้บริการผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ทำให้เราสามารถช้อบปิ้งออนไลน์ได้สะดวก รวดเร็ว โดยไม่ต้องเดินทางให้สิ้นเปลืองค่าน้ำมันได้แล้วค่ะ การแต่งตัวให้ดูดีเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ไปจนถึงรองเท้า ซึ่งการเลือกรองเท้าที่ดีควรที่จะสร้างการสวมใส่ที่สบาย พาเราไปได้ในทุกสถานที่ และเข้ากับทุกสถานการณ์ นอกจากจะช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพความมั่นใจที่ดีให้กับผู้ที่สวมใส่แล้ว ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถืออีกด้วย วันนี้ผู้เขียนจึงอยากจะมารีวิวรองเท้า ไม่ว่าจะใส่ไปทำงาน ใส่ไปเที่ยว ใส่ลำลองอยู่บ้านก็สวยเก๋ไก๋ไม่ซ้ำใครเลยค่ะ เนื่องจากผู้เขียนชอบซื้อรองเท้าเพื่อใส่ให้เข้ากับแต่ละชุด และเปลี่ยนรองเท้าปล่อยจะซื้อราคาแพงมากก็ไม่ไหว ร้านนี้จึงถือว่าตอบโจทย์มากทั้งในเรื่องของราคาและคุณภาพ รวมทั้งการให้บริการ การตอบเเชท การจัดส่ง ใช้ดีจริงจึงอยากบอกต่อค่ะ ร้านที่จะแนะนำก็คือร้าน Mg Accessofficial เป็นเพจใน Facebook มีรองเท้าหลากหลายรูปแบบทั้งคัทชู ส้นสูง รองเท้าลำลอง รองเท้าแฟชั่นแบบต่าง ๆให้คุณมีลุคดูดีได้ในแบบต่าง ๆ แลดูทันสมัยอยู่ตลอดเวลา การันตีความน่าเชื่อถือด้วยยอดผู้ติดตามมากถึง 5 หมื่นคน ซึ่งรองเท้าร้านนี้จะมีราคาที่ถือว่าคุณภาพสมราคาเริ่มตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ อยากได้ราคาที่ถูกก็สามารถติดตามในไลฟ์สดได้ แถมจัดส่งรวดเร็วมากค่ะ ในเรื่องของคุณภาพของสินค้า เรียกได้ว่าคุณภาพเหมาะสมกับราคามาก วัตถุดิบที่ใช้ดีมาก การตัดเย็บที่เนี๊ยบ แน่นหนามั่นคง มีกล่อง ถุงใส่รองเท้า คือดูแลให้เราอย่างดีไม่แพ้กับซื้อในห้างเลยค่ะ คุณภาพการสวมใส่นั้นถือว่าดีมากเลย ไม่กัดเท้า Size มีความพอดีเมื่อซื้อมา ใส่ได้พอดีตลอด ใส่ลุยได้ทุกสถานการณ์ ไม่ขาด ไม่ปริ ทนมาก ๆ เลยค่ะ มีสีให้เลือกหลากหลาย ซึ่งสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์ให้เข้ากับทุกชุด ไม่ว่าจะเป็นชุดไทย ใส่ไปออกงาน ใส่คู่กับชุดสไตล์วัยรุ่นเกาหลี แฟชั่นต่าง ๆ ก็เข้ากันได้ค่ะ สวยครบ จบในที่เดียวเลยค่ะ ภาพปกโดย: khaofang ภาพประกอบโดย: khaofang
Khaofang • 11 พ.ค. 63
อ่าน
"MG4" แชมป์ยอดจดทะเบียน EV ต่อเนื่อง 3 เดือน
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี ในประเทศไทย ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ของปี 2568 ด้วยยอดขายสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายน รวมทั้งสิ้น 18,065 คัน เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามีสัดส่วนสูงกว่าร้อยละ 75 ของยอดขายทั้งหมด สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ เอ็มจี ในฐานะผู้นำตลาดอีวีของประเทศไทยนายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การเติบโตของเอ็มจีในปีนี้เกิดจากการให้ความสำคัญกับทั้งด้านผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขาย เพื่อมอบความมั่นใจระยะยาวให้ลูกค้าทั่วประเทศ ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการครบวงจรกว่า 125 แห่ง พร้อมคลังอะไหล่ที่มีความพร้อม และการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุม ตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเอ็มจีถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกตลาดอีวีรายแรก ๆ ของประเทศไทย ไฮไลต์สำคัญของไตรมาสนี้คือความสำเร็จของ NEW MG4 ELECTRIC ซึ่งสามารถครองตำแหน่ง อันดับ 1 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย 3 เดือนติดต่อกัน โดยมียอดจดทะเบียนรวม 3,499 คัน จากยอดรวมในตลาดอีวีทั้งหมด 6,384 คัน ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดกว่าร้อยละ 50ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงการตอบรับอย่างแข็งแกร่งของผู้บริโภคชาวไทยที่ให้ความไว้วางใจแบรนด์ เอ็มจี ทั้งในด้านเทคโนโลยี ความคุ้มค่า และบริการหลังการขายครบวงจร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เอ็มจีครองความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยต่อเนื่อง
TNN ช่อง16 • 9 ต.ค. 68
อ่าน
อัปเดตราคารถใหม่ เอ็มจี (MG) งานมอเตอร์โชว์ 2023
งานมอเตอร์โชว์ 2023 (Motor show 2023) ปีนี้ รถยนต์เอ็มจี อีกหนึ่งค่ายรถยนต์ที่พร้อมให้คนรักรถเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่ในทุกวันให้เต็มไปด้วยความเร้าใจ ซึ่ง โปรโมชั่นเอ็มจี (MG) งานมอเตอร์โชว์ 2023 โปรดติดตามกัน มอเตอร์โชว์ 2023 โดยในงาน Motor Show 2023ออกรถ MG จะมีโปรโมชั่นเด็ดอะไรบ้าง โปรดติดตาม แต่ใครที่กำลังเล็ง NEW MG4 ELECTRIC การขับขี่ในทุกวันให้เต็มไปด้วยความเร้าใจกับครั้งแรกของระบบขับเคลื่อนล้อหลังในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% จาก MG NEW MG4 ELECTRIC รถยนต์ NEW MG4 ELECTRIC รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ของคนยุคใหม่ ที่ช่วยลดการใช้พลังงานน้ำมัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกวัยสุด ๆ และนี่คือรถ EV ยุคใหม่ ที่มาพร้อมกลิ่นอายความสปอร์ตภายใต้รูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยว ภาพรถ เอ็มจี (MG) สเปก NEW MG4 ELECTRIC ส่องสเปก NEW MG4 ELECTRIC มาพร้อมกลิ่นอายความสปอร์ตภายใต้รูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยว อาทิ นวัตกรรมเพื่อรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ แบตเตอรี่ติดตั้งเป็นชิ้นเดียวกับโครงสร้างตัวรถ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ให้สมรรถนะสูง ระบบช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ แบบ 5-LINK SUSPENSION วิ่งได้ถึง 425 กม. ระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้ง 170 แรงม้า กำลังสูงสุด 35 นาที เวลาที่ใช้ในการชาร์จพลังงาน 10% 80% ราคารถ NEW MG4 ELECTRIC NEW MG4 ELECTRIC รุ่น X ราคาเริ่มต้น 969,000 บาท NEW MG4 ELECTRIC รุ่น D ราคาเริ่มต้น 869,000 บาท โปรโมชั่นรถยนต์ เอ็มจี (MG) ในงาน ในงาน Motor Show 2023 บริษัท MG Thailand ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์เอ็มจี อย่างเป็นทางการในประเทศไทย มอบข้อเสนอพิเศษจากสถาบันการเงิน อาทิ เอไอจี, กรุงศรีออโต้, ลีสซิ่งไอซีบีซี, ทิสโก้ และลีสซิ่งกสิกรไทย ที่งานบางกอก อินเตอร์นชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม - 2 เมษายน 2566 โปรดติดตาม ข้อเสนอดี ๆ โปรโมชั่นรถยนต์ เอ็มจี (MG) ที่นี่ ข้อมูล www.mgcars.com -------------------- เกาะติดสถานการณ์โควิด-19 ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณคลิกเลย!! รู้ทันกันโควิด หรือกด*301*35# โทรออก ทุกประเด็นร้อนข่าวสาร สาระ ทันเหตุการณ์ พูดคุยกันได้ 24 ชม. คลิกเลย TrueID Community
TrueID • 22 มี.ค. 66
อ่าน
MG Cyberster โชว์ตัวจริงโรดสเตอร์ไฟฟ้าที่งาน Motor Expo 2023
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด นำอีวีโรดสเตอร์อย่าง MG CYBERSTER มาโชว์ตัวในงาน Motor Expo 2023 ครั้งที่ 40 รวมถึงยังมีเอสยูวีคูเป้ในเครือเดียวกันอย่าง IM LS6 ด้วย MG CYBERSTER โรดสเตอร์ไฟฟ้าเคยปรากฏต้นแบบมาตั้งแต่ปี 2021 จนกระทั่งปลายปี 2023 ที่คนไทยได้สัมผัสคันจริงเสียที ซึ่งเป็นรถเปิดประทุน 2 ที่นั่งของตลาดอีวี โดดเด่นด้วยดีไซน์ประตูปีกนก ปุ่มเปิดปิดแบบสัมผัส เส้นสายเหลี่ยมคมและโค้งมน ภายในห้องโดยสารเบาะนั่งแบบสปอร์ตรูปตัว Y เพื่อให้ได้บรรยากาศแบบรถสปอร์ต ผ้าหนังกลับ เน้นความหรูหรา MG CYBERSTER มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 77 kWh ให้กำลังสูงสุด 544 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 725 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 1 – 100 km/h ภายใน 3.2 วินาที นอกจากนี้ในบูตของ MG ยังมีแบรนด์ IM Motors ที่เป็นแบรนด์ภายใต้การร่วมทุน ของ SAIC Motor ร่วมพัฒนากับ Alibaba และ Shanghai Zhangjiang Hi-Tech Park Development อย่าง IM LS6 รถคูเป้เอสยูวีที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าและระบบปฏิบัติการณ์ Ai CABIN ที่อัจฉริยะที่สุด มาพร้อมกำลังสูงสุด 579 kW แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 1 – 100 km/h ภายใน 3.48 วินาที ด้วยกำลังชาร์จสูงสุด 900 V ที่รองรับการชาร์จสูงสุด 396 kW ทำให้ชาร์จเพียง 5 นาทีสามารถขับขี่ได้ 200 กม. (ชาร์จ 15 นาที ขับขี่ได้ 500 กม.) สำหรับใครที่สนใจ MG CYBERSTER เปิดให้จองได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2023 เริ่มต้น 10,000 บาท พร้อมรับส่วนลด 50,000 บาท ผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น สัมผัสรถคันจริงของ MG และ IM Motors ได้ภายในงาน Thailand International Motor Expo 2023 ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 11 ธันวาคม 2566 ณ บูธ MG หมายเลข A14 อาคารชาเลนเจอร์ 1 – 3 อิมแพ็คเมืองทองธานี
แบไต๋ • 29 พ.ย. 66
อ่าน
MG เปิดโรงงานผลิตแบตเตอรี่ EV ในไทย แห่งแรกในอาเซียน ย้ำผลิต 50,000 ก้อนต่อปี
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ประกาศเปิดโรงงานแบตเตอรี่อีวี (Electric Vehicle หรือ ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า) แห่งแรกในภูมิภาคอาเซียนบนพื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK ด้วยกำลังการผลิตกว่า 50,000 ก้อนต่อปี พร้อมเข้าสู่บทบาทการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และปักหมุดให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตอีวีแห่งภูมิภาคอาเซียน บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ได้เปิดโรงงานแบตเตอรี่อีวีแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ HASCO-CP BATTERY SHOP ในภูมิภาคอาเซียนบนพื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 75 ไร่ หลังทำพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยแบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่1. ส่วนการประกอบแบตเตอรี่ ประกอบด้วยสายการผลิตอัตโนมัติที่ทันสมัยอย่างการนำหุ่นยนต์ (Robotic) เข้ามาช่วยในการผลิตเพื่อให้ได้มาตรฐานที่แม่นยำ การเชื่อมโดยเลเซอร์ (Laser Welding) เพื่อให้ได้คุณภาพของการเชื่อมที่ดี การตรวจสอบด้วย CCD (Charge Coupled Device) เพื่อความแม่นยำในการตรวจสอบเทียบกับต้นแบบในทุกขั้นตอนก่อนนำไปใส่ในตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า2. ส่วนการทดสอบมาตรฐานของแบตเตอรี่กว่า 60 ขั้นตอน อาทิ การตรวจสอบค่าการเก็บการคายประจุ (Charge Discharge) การตรวจสอบน้ำรั่วซึมเข้าสู่แบตเตอรี่ (Air Leak test) ทดสอบความเป็นฉนวน (Insulation Test) ทดสอบการควบคุมพลังงาน (Static Test) เป็นต้นทั้งนี้บริษัทอ้างว่าในสายการผลิตแห่งนี้สามารถประกอบแบตเตอรี่ Cell-To-Pack ได้สูงสุดมากกว่า 50,000 ก้อนต่อปี ซึ่งแบตเตอรี่ที่ประกอบในประเทศไทยจะเป็นมาตรฐานเดียวกับสายการผลิตระดับโลก สำหรับแบตเตอรี่ที่ออกจากสายการผลิตนี้จะถูกนำไปติดตั้งในรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น MG4 ELECTRIC เป็นรุ่นแรก รวมถึงรถไฟฟ้ารุ่นอื่น ๆ ในอนาคต ซึ่งอยู่ในระหว่างการเตรียมความพร้อมของสายการผลิตเพื่อเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2567นายจ้าว เฟิง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด เปิดเผยว่า โรงงานแบตเตอรี่อีวี เป็นหนึ่งในแผนการพัฒนาพื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK ซึ่งตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทิร์นซีบอร์ด 2 (WHA ESIE 2) จังหวัดชลบุรี เพื่อรองรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ เพิ่มงบลงทุนอีกกว่า 500 ล้านบาท โดยจะใช้เป็นโรงงานประกอบแบตเตอรี่อีวีในรูปแบบ Cell-To-Pack (CTP) ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่อย่าง RUBIKs CUBE BATTERY ด้วยข้อได้เปรียบในเรื่องของศักยภาพและโอกาสในการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย รวมถึงการที่บริษัทแม่อย่าง SAIC MOTOR CORPORATION และ HASCO-CP เล็งเห็นถึงความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียนเอ็มจี เดินหน้าแผนงานอีวี มุ่งยกระดับอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าด้วยการเปิดตัวโรงงานประกอบแบตเตอรี่อีวี และถือเป็นเครื่องสะท้อนความตั้งใจของ เอ็มจี หลังจากนี้ยังคงเดินหน้าพัฒนาพื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK ในแผนงานระยะถัดไป เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าให้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ โดยมีกรอบระยะเวลาแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. 2567
TNN ช่อง16 • 2 พ.ย. 66
อ่าน
เอ็มจี จัดงาน Legend Rendezvous ให้กับแฟนพันธุ์แท้รถโบราณ MG
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย จัดกิจกรรม MG Legend Rendezvous ร่วมกับแฟนพันธุ์แท้รถโบราณ เอ็มจี อาทิ MG TA MG TB MGA และ MGB พร้อมนำรถ MG Cyberster ที่ใช้ในกิจกรรม Charging Into The Future มาให้ยลโฉมแบบ Exclusive ที่ Auto Rendezvous Museum-Bangkok (พิพิธภัณฑ์คนรักรถ) อย่างใกล้ชิด โดย กิจกรรม Legend Rendezvous ได้รับเกียรติจาก ทาง นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณ แห่งประเทศไทย เจ้าของรถ MG TB ที่อยู่ในงานเป็นผู้ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติจากสมาคมรถโบราณ และทีมงาน Charging Into The Future ประกอบด้วย Mr. Hugo และ Mr. Ross Turner (The Turner Twins) Mr. Jason Kosbab และ Mr. Huw Walters โดยบรรยากาศภายในงานมีความอบอุ่นและเป็นกันเอง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 14 มี.ค. 67
อ่าน
MG ยอดจองอันดับ 1 รถยนต์ไฟฟ้าภายในงานมอเตอร์โชว์ 2023
ผลสำรวจจากคนไทยทั่วประเทศ เอ็มจี ยังเป็นแบรนด์ที่ครองใจคนไทย การันตีด้วยรางวัล 2023 Thailands Most Admired Brand ในหมวดยานยนต์ กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า สะท้อนภาพแบรนด์ที่มุ่งยกระดับและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ด้วยรางวัล Innovation Brand Award เอ็มจี กวาดยอดจองในงาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 กว่า 3,929 คัน โดยครองอับดับ 1 ยอดจองสูงสุดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้ารางวัลที่ MG ได้รับเอ็มจีในประเทศไทย ยังคงเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่ครองใจคนไทย หลังคว้ารางวัล 2023 Thailands Most Admired Brand ในหมวดยานยนต์ กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคทั่วประเทศ ซึ่งจัดขึ้นโดยนิตยสาร BrandAge พร้อมเผยความสำเร็จในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 กระแสตอบรับดีเกินคาด กวาดยอดจองมากถึง 3,929 คัน โดยกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้ากินสัดส่วนเกินครึ่ง กว่า 2,840 คัน ย้ำชัดคนไทยมีความเชื่อมั่นในรถไฟฟ้าแบรนด์ เอ็มจีจากผลงานวิจัยที่นำไปสู่การมอบรางวัลอย่าง 2022-2023 Thailands Most Admired Company 2023 Thailands Most Admired Brand ที่จัดสำรวจโดยนิตยสาร BrandAge ซึ่งในปีนี้ เอ็มจี ได้รับรางวัล 2023 Thailands Most Admired Brand ในหมวดยานยนต์ กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมกันนี้ เอ็มจี ยังได้รับรางวัล Innovation Brand Award 2023 อันเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงการรับรู้ของคนไทยที่มีต่อแบรนด์ ความสำเร็จของการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อยกระดับ และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปัจจุบัน เอ็มจี มีรถยนต์ไฟฟ้าให้เลือกมากถึง 5 รุ่น 5 สไตล์ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม อีกทั้งยังเดินหน้าขยาย และเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) อย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติ เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้งานรถไฟฟ้าในทุกพื้นที่ โดย เอ็มจี ยังคงเป็นแบรนด์ที่มีจำนวนสถานีชาร์จเร็วมากที่สุดกว่า 150 แห่ง ทั่วประเทศ และเดินหน้าตามเป้าหมายให้ทุกๆ 150 กิโลเมตร จะมีสถานีชาร์จอย่างน้อย 1 แห่ง พร้อมให้บริการกับผู้ใช้รถไฟฟ้ายอดจองจากงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 44ความสำเร็จยอดจองจากงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 อีกหนึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นในงาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ที่ผ่านมา กับกระแสตอบรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ท่วมท้น ส่งผลให้ เอ็มจี กวาดยอดจองภายในงานฯ ขึ้นแท่นท็อป 3 ด้วยยอดจองรวมทุกรุ่นกว่า 3,929 คัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถยนต์ไฟฟ้าเมืองไทยด้วยยอดจองมากเป็นอันดับหนึ่งกับตัวเลข 2,840 คัน โดยมีรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่อย่าง NEW MG MAXUS9 และ NEW MG ES เป็น 2 โมเดลที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างมาก โดยมียอดจองรถไฟฟ้าแต่ละรุ่น ดังนี้ NEW MG MAXUS9 จำนวน 1,159 คัน NEW MG ES จำนวน 855 คัน NEW MG 4 ELECTRIC จำนวน 559 คัน และ NEW MG ZS EV จำนวน 267 คันแผนการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นของ เอ็มจี ทางบริษัทฯ ยังคงทยอยส่งมอบรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่ 2 และสำหรับ 2 โมเดลใหม่อย่าง NEW MG MAXUS9 และ NEW MG ES มีแผนส่งมอบจำนวนรุ่นละ 1,000 คัน ภายในเดือนมิถุนายน 2566 และจำนวนอีก 500 คัน สำหรับ NEW MG MAXUS9 ในเดือนกรกฎาคม 2566 โดยเอ็มจีเตรียมประกาศราคาอย่างเป็นทางการ NEW MG MAXUS9 ในเดือนพฤษภาคม 2566 ซึ่งลูกค้าที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่น ยังคงสามารถจองผ่านผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั่วประเทศ (EV Authorized Dealer) และผ่านช่องทางเว็บไซต์ที่ https://onlinebooking.mgcars.com/ หรือจองผ่านแอพพลิเคชัน MG THAILANDที่มาของข้อมูล https://www.mgcars.com/
TNN ช่อง16 • 6 เม.ย. 66
อ่าน
ละครใกล้จบ!! ปล่อยภาพบนเรือให้สังเกต "แตงโม" ลั่น! ทำไมผลตรวจแอลกอฮอล์มีถึง 93 mg%
ยังคงเคลื่อนไหว ทยอยปล่อยภาพอย่างต่อเนื่อง สำหรับเพจเฟซบุ๊กที่สร้างขึ้นมาใหม่ หลังเฟซบุ๊กจริงของนักแสดงสาว "แตงโม นิดา" ถูกปิดไป หลังมีบุคคลปริศนาเข้ามาใช้งาน ล่าสุดในเฟซบุ๊ก Happy Melon official ได้โพสต์ภาพที่แตงโม ถ่ายร่วมกับ "กระติก" อดีตผู้จัดการ และ "แซน" ในช่วงที่นั่งอยู่บนเรือสปีดโบ๊ท โดยในภาพแซนและกระติก ได้ถือแก้วแชมเปญในมือ ซึ่งในโพสต์ดังกล่าวได้ระบุข้อความไว้ว่า สังเกตนะคะ ว่าโมไม่ค่อยได้ดื่มเลย ส่วน เพื่อนทั้ง 5 คน ดื่มหมด แต่ทำไมผลตรวจแอลกอฮอล์ อยู่ที่โมคนเดียวถึง 93mg% "พูดความจริงสิไอ้เพื่อนรัก" ภาพจาก IG melonp.official ภาพจาก Facebook Happy Melon official ซึ่งหลังจากที่แชร์โพสต์ไป บุคคลปริศนาที่ใช้งานเฟซบุ๊กใหม่นี้ ได้กลับมาคอมเมนต์อีกครั้งด้วยภาพของอดีตผู้จัดการ ที่ถ่ายตรงสะพานพระรามแปด พร้อมข้อความที่เขียนกำกับไว้ว่า "ละครใกล้จบ" อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครทราบว่ามือมืดที่เข้ามาใช้งานเฟซบุ๊กและโพสต์ภาพต่างๆ นี้เป็นใคร คงต้องรอติดตามกันอีกครั้ง ภาพจาก Facebook Happy Melon official ภาพจาก IG melonp.official
TNN ช่อง16 • 23 พ.ค. 65
อ่าน
เอ็มจี เปิดตัวรถอีวี NEW MG EP PLUS เช็กราคาที่นี่
วันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย แนะนำ NEW MG EP PLUS ที่เพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานเพื่อตอกย้ำภาพรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริงมากขึ้น พร้อมเชิญชวนคนไทยมาร่วมทดลองใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและรับข้อเสนอสุดพิเศษในกิจกรรม Charge your day, Change your life ที่ศูนย์สร้างประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ MG Driving Experience Centre ถนนศรีนครินทร์ และโชว์รูมรถยนต์เอ็มจีทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เอ็มจีรู้สึกภูมิใจที่ปัจจุบันคนไทยมีความคุ้นชินและหันมาสนใจรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นับตั้งแต่เอ็มจีเริ่มบุกเบิกตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยด้วยการแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของเอ็มจีออกสู่ตลาดเมื่อ 2 ปีก่อน จนถึงปัจจุบันเอ็มจีก็ยังคงเดินหน้าแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆเข้าสู่ตลาดและเดินหน้าผลักดันการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างเอาจริงจังมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาด้านการ บริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั้งการบริการและดูแลรักษารถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจรทั่วประเทศ ตลอดจนการลงทุนขยายสถานี MG Super Charge โดยปัจจุบันมีอยู่กว่า 119 แห่ง และมีแผนจะขยายเพิ่มเติมอีกกว่า 500 แห่งในเร็วๆนี้ เพื่อสร้างความสะดวกสบายและเสริมความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ทำให้วันนี้แบรนด์เอ็มจีมีความพร้อมทุกด้านในการรองรับและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานรถยนต์พลังงา นไฟฟ้า ในประเทศอย่างเต็มประสิทธิภาพ และพร้อมยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทยให้ก้าวสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้า ในอนาคตอันใกล้นี้ สำหรับ NEW MG EP PLUS เป็นการยกระดับการเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่สามารถใช้งานได้จริงให้ชัดเจนยิ่งขึ้นจาก MG EP รุ่นปกติ ซึ่งยังคงสะท้อนมาตรฐานขั้นต้นของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยที่ไม่ใช่มีดีแค่ดีไซน์แต่จะต้องตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายได้อย่างแท้จริง ใน 4 ด้านหลักๆ ได้แก่ ด้านมิติตัวถังและพื้นที่การใช้งาน (Dimension) ขนาดใหญ่และภายในกว้างขวางสามารถบรรทุกได้ทั้งคนและของ ได้อย่างเต็มที่กับจุดเด่นของการเป็นรถประเภทสเตชั่นแวกอนที่มีพื้นที่บรรจุสัมภาระสูงสุดถึง 1,456 ลิตร พร้อมการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมทั้งชุดราวหลังคา (Roof Rail) รองรับน้ำหนักได้ถึง 75 กิโลกรัม ที่จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถขนสัมภาระและอุปกรณ์ต่างๆ ได้มากกว่าเดิมเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้า ด้านความสะดวกสบายและระบบความปลอดภัย (Convenience Safety) ที่ครบครันทั้งฟังก์ชั่นและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพร้อมการติดตั้งระบบกรองอากาศ PM 2.5 ที่สามารถดักจับและป้องกันฝุ่นละอองอนุภาคเล็กภายในห้องโดยสาร และแผ่นปิดห้องเครื่องด้านหน้า เพิ่มความเรียบร้อยและสะดวกในการบำรุงรักษา นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยทั้งในรูปแบบ Active และ Passive Safety ครบครันจึงให้ความมั่นใจในการขับขี่ ด้านสมรรถนะของ EV (EV Performance) ชูจุดเด่นของการขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า กับแรงบิดสูงสุดที่มาตั้งแต่ต้น ทำให้เร่งได้แบบทันใจ ไม่ต้องรอรอบ สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลา เพียง 8.8 วินาที และด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ทำให้วิ่งได้ไกลถึง 380 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ด้านความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของ (Value) ด้วยค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและค่าบำรุงรักษาที่ต่ำช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาวโดยมีค่าใช้จ่ายการชาร์จไฟฟ้าตั้งแต่ 0-100% เฉลี่ยเพียง 200 บาท หรือเฉลี่ยค่าใช้จ่ายไม่ถึง 1 บาท ต่อกิโลเมตร จึงทำให้ประหยัดกว่ารถยนต์น้ำมัน กว่า 2-3 เท่า และในเรื่องของการดูแลรักษาที่ผู้บริโภคบางส่วนยังมีความกังวล เอ็มจีก็ได้เผยค่าใช้จ่ายในการเช็คระยะตลอดระยะทาง 100,000 กิโลเมตร อยู่ที่ประมาณ 7,828 บาทเท่านั้น นอกจากจุดเด่นที่กล่าวมาข้างต้น MG EP ยังถือเป็นรถพลังงานไฟฟ้าที่มีมาตรฐานระดับสากล ที่วางจำหน่ายในประเทศโซนยุโรปหลายประเทศ NEW MG EP PLUS ราคาจำหน่าย 998,000 บาท มีสีตัวถังให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว (Arctic White) สีเงิน (Metallic Grey) และสีดำ (Black Knight) พร้อมกันนี้ เอ็มจียังได้เปิดโอกาสให้คนไทย ได้สัมผัสและทดลองขับทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อย่าง MG EP พร้อมด้วยรถปลั๊กอินไฮบริดอย่าง MG HS PHEV ที่มาพร้อมเทคโนโลยี ความทันสมัย และความคุ้มค่า ในกิจกรรม Charge your day, Change your life ที่ศูนย์สร้างประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ MG Driving Experience Centre ถนนศรีนครินทร์ และโชว์รูมเอ็มจีกว่า 150 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564
มติชน • 18 พ.ย. 64
อ่าน
AOT ค่า P/E เกิน 100 เท่า อ่านมุมมอง โบรกมองอย่างไร ?
อ่านมุมมองโบรกเกอร์ https://www.settrade.com/th/equities/quote/AOT/analyst-consensus อ่านข่าวเกี่ยวเนื่องAOT รูด 5.68% ผงะ โปรแกรมเทรดดิ้งโผล่ จำนวน 4.6 พันล. หรือ 40%ของวอลุ่ม https://thunhoon.com/article/283606
ทันหุ้น • 23 พ.ย. 66
อ่าน
ยารักษาริดสีดวง หายขาด Daflon 500 mg ในร้านขายยา ราคากี่บาท
ยารักษาริดสีดวง หายขาด Daflon 500 mg ในร้านขายยา ราคากี่บาทการเจ็บป่วยนอกจากจะคุกคามสุขภาพกายแล้วยังบั่นทอนสุขภาพจิตอีกด้วย การเจ็บป่วยบางโรคยังทำให้คนป่วยเขินอายที่จะไปหาหมอหรือทำการรักษาในลักษณะที่ต้องมีบุคคลอื่นเห็นการเจ็บป่วยของตัวเอง อย่างเช่น โรคริดสีดวงทวารหนัก ปกติการรักษาโรคริดสีดวงทวารหนักมีด้วยกันหลายวิธีแต่ทุกคนมักจะเลือกวิธีที่ไม่ต้องไปเปิดเผยการเจ็บป่วยของตนก่อนถ้าทำได้ ผู้เขียนไม่เคยเป็นริดสีดวงทวารหนักค่ะ แต่เคยได้ให้คำแนะนำกับคนที่รู้จักกันเกี่ยวกับยารักษาริดสีดวงทวารหนักไป และผลปรากฏว่าพี่เขาหายขาดจากโรคริดสีดวงทวารหนักไปเลย จากการกินยาไปเพียงแค่ 3 แผงเท่านั้น ที่เป็นยาเพียงตัวเดียว คือ Daflon (ดาฟลอน) 500 มิลลิกรัมจึงอยากมาเล่าต่อให้คุณผู้อ่านได้นำข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการกินยาเพื่อรักษาโรคริดสีดวงทวารหนักให้หายขาดกันค่ะ ก่อนอื่นขอเกริ่นก่อนนะคะว่า ไม่ได้เป็นตัวแทนขายยานะคะและไม่ได้ค่าโฆษณาตัวยาด้วยค่ะ ตอนแรกก็ไม่คิดว่า ยา Daflon จะทำให้พี่เขาหายขาดจากโรคริดสีดวงทวารหนักได้ แต่พอรู้จากปากพี่เขาแล้วถือว่าเป็นข่าวดีมากๆ ค่ะ ในตอนแรกก่อนที่จะได้แนะนำยา Daflon ให้พี่เขานั้น สมมติว่าพี่คนนี้ชื่อ พี่ไก่ วันแรกที่เห็นพี่เขานั้นพี่เขานั่งไม่สนิท คอยขยับตัวอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นนั่งในรถหรือเก้าอี้หรืออื่นๆ ผู้เขียนก็สงสัยว่าทำไมพี่ไก่ต้องมีอาการหยุกหยิกแบบนี้ตลอด เลยถามออกไปตรงๆ ว่า เป็นอะไรทำไมนั่งไม่ติดพื้น พี่ไก่ตอบมาว่าเจ็บก้น ผู้เขียนเลยเริ่มสงสัยแล้วว่าทำไมเจ็บก้น เลยพูดแทงใจดำไปว่า เป็นโรคริดสีดวงหรือไง คำตอบที่ได้มาคือ ใช่ แค่นั้นล่ะความแตกเลยค่ะ ต่อจากนั้นพี่ไก่ก็เลยเล่าให้ฟังยาวๆ ว่าตอนนี้อาการเป็นยังไง จากการได้ข้อมูลมาคือ พี่ไก่บอกว่าจะมีเลือดซึมออกมาเป็นบางครั้ง สามารถจับได้ว่ามีติ่งอะไรบางอย่างออกมาบริเวณก้น เวลานั่งทรมานมาก ยิ่งตอนเข้าห้องน้ำปวดท้องหนักยิ่งทรมาน ก็กินยามาเยอะแต่ก็ไม่ดีขึ้นไม่หายสักที นั่งนานไม่ได้ต้องขยับตลอด เป็นมานานมากแล้ว อยากหายขาดแต่ก็คิดไม่ออกว่าจะทำไงดี จากการประเมินพฤติกรรมของพี่ไก่นั้น เป็นริดสีดวงทวารหนักจากการเพิกเฉยที่จะไปเข้าห้องน้ำเวลาปวดท้องหนักเป็นหลักค่ะจากวันแรกคือผู้เขียนได้ข้อมูลมาเยอะมากจนมองเห็นภาพว่าพี่ไก่เป็นหนักและเข้าใจเลยว่าทำไมนั่งไม่สนิทค่ะ จากวันนั้นเลยแนะนำยาให้พี่ไก่ ก็คือ ยา Daflon 500 มิลลิกรัมค่ะ กินไปจำนวน 3 แผงเท่านั้น โดยจ่ายไปเพียง 500 กว่าบาท ยา Daflon 1 แผง มีจำนวน 10 เม็ดค่ะ ด้วยความที่ไม่คิดว่าพี่ไก่เขาจะหายขาดจากโรคริดสีดวงทวารหนักจากยา Daflon เลยไม่ได้ถ่ายรูปเกี่ยวกับยา Daflon ไว้ค่ะ ยา Daflon มีกล่องสีน้ำเงิน ถ้าเกิดว่าคุณผู้อ่านต้องการยา Daflon เภสัชกรรู้จักยา Daflon ดีค่ะ ส่วนราคายา Daflon ต่อแผงนั้นก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละที่ค่ะ ผู้เขียนได้สอบถามย้ำแล้วย้ำอีกว่าพี่ไก่หายแน่น่ะ หายจริงแน่ๆ ใช่ไหม คำตอบที่ได้คือ หายเป็นปลิดทิ้งค่ะ ในระหว่างที่กินยา Daflon และหลังจากหายขาดแล้ว มีคำแนะนำอยู่ 2 อย่างที่ผู้เขียนได้ย้ำให้พี่ไก่ต้องทำคือ อย่างแรกต้องเข้าห้องน้ำทันทีเมื่อรู้สึกปวดท้องหนัก โดยไม่สนใจทั้งนั้นว่าตอนนั้นทำอะไรอยู่จะต้องไปเข้าห้องน้ำ เพราะจากที่ผู้เขียนได้สังเกตมานั้นร่างกายจะเตือนเราให้ไปเข้าห้องน้ำเพื่อไปขับถ่ายเพียงแค่ครั้งเดียว ซึ่งถ้าเราเพิกเฉยแล้วไม่ไปเข้าห้องน้ำพอมารู้สึกปวดท้องหนักอีกทีอุจจาระจะแข็งและเป็นต้นเหตุทำให้เกิดโรคริดสีดวงทวารหนัก เพราะอุจจาระที่แข็งนี้จะไปกดเบียนเส้นเลือดบริเวณรอบทวารหนักจึงทำให้เส้นเลือดโป่งพอง บวม พอเป็นมากก็มีเลือดไหลซึมออกมาค่ะ แต่กว่าจะเป็นโรคริดสีดวงทวารหนักได้เรามักจะมีพฤติกรรมที่ทำให้อุจจาระแข็งบ่อยครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่าและที่พี่ไก่บอกว่าสามารถจับเจอติ่งที่ทวารหนักนั้น ติ่งที่ว่านี้จริงๆ คือเส้นเลือดที่โป่งพองออกมานั่นเอง คำแนะนำต่อมาที่พี่ไก่ทำนั้นคือการดื่มน้ำค่ะ ดื่มน้ำให้บ่อยขึ้นจากเดิมถึงขนาดว่าพกขวดน้ำเลยค่ะ เพราะจะทำให้อุจจาระแข็งน้อยลง ประกอบกับการกินผักผลไม้มากขึ้นเพื่อเพิ่มกากใยและทำให้อุจจาระได้ง่ายขึ้น โดยจากที่พี่ไก่ได้กินยา Daflon ไปนั้นไม่พบว่ามีผลข้างเคียงของยาค่ะ และจากวันนั้นจนถึงวันนี้พี่ไก่ไม่เคยได้พูดถึงโรคริดสีดวงทวารหนักอีกเลยค่ะ แต่พี่ไก่ก็ยังดูแลตัวเองตามคำแนะนำข้างต้นเพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้เป็นโรคริดสีดวงทวารหนักซ้ำอีกค่ะ ในตอนหลังมาถึงขนาดว่าพกแก้วน้ำแบบเก็บความเย็นและมีน้ำไว้ดื่มตลอดที่โต๊ะทำงานเลยค่ะ จึงอยากบอกต่อเรื่องนี้กับคุณผู้อ่านเกี่ยวกับการใช้ยา Daflon ในการรักษาโรคริดสีดวงทวารหนัก เพราะใช้ยาไปเพียงแค่ตัวเดียวและทำให้จบปัญหาริดสีดวงทวารหนักได้ผู้เขียนว่าโชคดีมากๆ ค่ะ คือก่อนหน้านี้พี่ไก่ก็ใช้ยามาเยอะแต่ผู้เขียนไม่ได้ถาม แต่พอผู้เขียนแนะนำยา Daflon ให้ตอนแรกพี่ไก่ก็ทำท่าไม่สนใจเพราะกินยามาเยอะจนท้อเพราะไม่ดีขึ้น แต่พอมากินยา Daflon แล้วพี่ไก่หายขาดพี่เขาแทบจะกราบงามๆ เลยค่ะ ประมาณว่าเจอยาดียาเด็ดปราบโรคริดสีดวงทวารหนักให้อยู่หมัด ก็ลองไปหายา Daflon มาใช้ดูแลรักษาตัวเองดูค่ะ แต่ก่อนอื่นให้ปรึกษาเภสัชกรก่อน เพราะบางคนอาจมีโรคประจำตัวอย่างอื่นที่อาจมีผลข้างเคียงถ้าต้องใช้ยา Daflon ค่ะ และขอให้สุขภาพดีกันทุกคนค่ะ หายเป็นปลิดทิ้งเหมือนอย่างพี่ไก่อย่างไรก็ตามโรคริดสีดวงมักเกิดจากพฤติกรรมการขับถ่ายที่เราเพิกเฉยที่จะไปเข้าห้องน้ำเวลาปวดท้องหนัก และพฤติกรรมอื่นๆ เช่น การไม่กินผักและผลไม้ การดื่มน้ำน้อยเกินไป การเข้าห้องน้ำแล้วเล่นโทรศัพท์ทำให้ความสนใจเราไปอยู่กับโทรศัพท์จนทำให้ท้องผูกซ้ำๆ และการจะหายขาดจากโรคริดสีดวงทวารหนักนอกจากการกินยา Daflon แล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมยังมีความจำเป็นที่ต้องทำควบคู่กันไปด้วยค่ะจึงจะทำให้สุขภาพดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตามการกินยา Daflon แล้วหายขาด แต่ถ้าหลังจากนั้นมีพฤติกรรมที่ไปชักนำให้เกิดโรคริดสีดวงทวารหนักอีก ก็ยังสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีกเหมือนเดิม จึงควรหันไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพดีเพราะเป็นวิธีการที่ยั่งยืนกว่าค่ะเครดิตภาพประกอบบทความโดย: ผู้เขียนภาพหน้าปกจาก Pixabay/Pixelsออกแบบภาพหน้าปกใน Canvaรูปภาพประกอบเนื้อหาจาก: ภาพที่ 1 derneuemann/Pixabay, รูปภาพที่ 2 Giorgio/Unsplash, รูปภาพที่ 3 Daflon/Canva, ภาพที่ 4 Lisa Fotios/Pixelsบทความอื่นที่น่าสนใจ✳️6 วิธีเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อมีสุขภาพดี สุขภาพดีทึกคนสร้างได้ กดอ่านเลย✅วิธีลดไข้ในเด็กและการใช้ยาพาราเซตามอลแก้ไข้ในเด็ก กดอ่านเลย✅แชร์ประสบการณ์ใช้ยาโคลซิซีนรักษาโรคเกาต์ได้ผล สามารถควบคุมอาการได้ กดอ่านเลย✅อยากผอมหุ่นดี อยากมีซิกแพค หาอินสปายลดน้ำหนัก เข้าร่วมด่วนที่ฟิตแอนด์เฟิร์มคอมมูนิตี้
Pchalisa • 10 ม.ค. 66
อ่าน
MG ทุ่มงบ 500 ล้าน ผุดโรงงานผลิตแบตรถ EV
นายจ้าว เฟิง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ - ซีพี จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้พื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK เตรียมพัฒนาพื้นที่ภายในโรงงานกว่า 75 ไร่ ให้เป็นพื้นที่พัฒนาชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ร่วมกับพาร์ทเนอร์ และ โรงงานผลิตแบตเตอรี่ เพื่อรองรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตโดยจะลงทุนเพิ่มเติมอีกกว่า 500 ล้านบาท เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้รองรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ประกอบไปด้วย อาคารโรงงานสำหรับการพัฒนาชิ้นส่วนโมดูลแบตเตอรี่ รวมถึงไลน์การผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าของ เอ็มจี และพื้นที่สำหรับพัฒนาชิ้นส่วนสำหรับการประกอบรถยนต์เอ็มจีร่วมกับพาร์ทเนอร์บริษัทชั้นนำ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มลานจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์และคลังสินค้าโลจิสติกส์แห่งใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการขนส่งภายใต้ยุทธศาสตร์ ONE BELT ONE ROAD จากจีนเป้าหมายหลัก คือการสร้างความร่วมมือทางยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างจีน กับประเทศต่างๆ รวมถึงนโยบายการสนับสนุนการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งหนึ่งในโครงการที่สำคัญในการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมหลักของไทย คือ เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก EEC (Eastern Economic Corridor) ของไทยเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมของไทยเทียบชั้นอุตสาหกรรมระดับโลก อีกทั้งยังถือเป็นการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติที่สำคัญ ทำให้ SAIC MOTOR CORPORATION และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้จับมือกันร่วมก่อตั้ง บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 เพื่อผลิตรถยนต์แบรนด์ เอ็มจี ในประเทศไทยสำหรับพื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK แบ่งเป็น 3 ระยะการก่อสร้าง โครงการระยะแรกตั้งเป้าแล้วเสร็จพร้อมใช้งานภายในเดือนตุลาคม 2566 โดยมีมูลค่าการลงทุนสำหรับโครงการระยะแรกมากกว่า 500 ล้านบาทบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ก่อตั้งขึ้นเพื่อผลิตรถยนต์ เอ็มจี และจำหน่ายภายในประเทศไทย รวมทั้งการส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน โดยโรงงานตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทิร์นซีบอร์ด 2 (WHA ESIE 2) จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่กว่า 437.5 ไร่ มีกำลังการผลิตสูงสุดอยู่ที่ 100,000 คันต่อปี ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ได้ถูกพัฒนาให้ใช้งานได้แล้วกว่า 300 ไร่ ประกอบด้วย1. โรงงานประกอบตัวถัง (General Assembly Shop)2. โรงงานพ่นสีรถยนต์ (Paint Shop)3. โรงผลิตตัวถัง (Body Shop)4. คลังจัดเก็บอะไหล่เพื่อรองรับรถยนต์ของเอ็มจี ทุกรุ่น" style="height: 370px;">ที่มาข้อมูล : TNN ONLINEที่มาภาพ : TNN
TNN ช่อง16 • 2 พ.ค. 66
ดูเพิ่มเติม