รีเซต

ผลการค้นหา “ ◗ 시알리스파는곳 € ☆ぺへо◈▒▶ CiA954。nEt ◀ ♩ GHB판매처 사이트 ┢ 팔팔정 50mg ≡ 비아그라 한알 가격 ㎨ 법해포쿠복용법 ㎟ GHB 파는곳 ㈚ 인터넷 물뽕 구매방법 ㄿ 물뽕 20mg” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
สิทธิพิเศษ
อ่าน
คลิปสั้น
ส่องรถไฟฟ้า NEW MG ES และ NEW MG MAXUS9 ในงาน Motor Show 2023
อ่าน

ส่องรถไฟฟ้า NEW MG ES และ NEW MG MAXUS9 ในงาน Motor Show 2023

MG ยังคงเป็นจุดเด่นในกลุ่มตลาด EV ของไทยเช่นเดิม ล่าสุดยกขบวนรถ EV ทั้งรุ่นที่จำหน่ายในปัจจุบัน และรุ่นที่จ่อเตรียมจำหน่ายมาให้สัมผัสในงาน Bangkok International Motor Show 2023 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 มีนาคมถึง 2 เมษายนนี้ โดยมีรถไฟฟ้า 2 โมเดลใหม่ อย่าง NEW MG ES ซึ่งเป็นสเตชันวากอนไฟฟ้ารุ่นที่ 2 ของ MG และที่เซอร์ไพรส์ยิ่งกว่าคือการปรากฏตัวของพี่ใหญ่อย่าง NEW MG MAXUS9 พร้อมเปิดให้จองเป็นเจ้าของก่อนใคร สำหรับ NEW MG ES เป็นสเตชันวากอนไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ ที่เข้ามาเป็นทางเลือกเพิ่มเติมจากรุ่น NEW MG EP โดยมีการดีไซน์ให้ดูล้ำสมัยมากขึ้น อัปเกรดทั้งมอเตอร์และแบตเตอรี่ให้มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดี และเน้นฟังก์ชันอำนวยความสะดวก เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับกลุ่มครอบครัว สเปกของ NEW MG ES ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเจนใหม่ที่ระบายความร้อนได้ดี ซึ่งจะส่งผลดีต่อการขับขี่ด้วย มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงบิด 280 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม. ตัวรถใช้แบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟต LFP ขนาด 51 kWh ขับขี่ได้ไกลสูงสุด 412 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 87 kW จาก 0% – 80% ภายใน 40 นาที ส่วนการชาร์จแบบ AC หรือไฟบ้านสูงสุดที่ 11 kW จาก 0% – 100% ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง 15 นาที ทั้งนี้ระยะเวลาการชาร์จจะขึ้นอยู่กับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้าด้วย นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรปและระบบช่วยการขับขี่ต่าง ๆ รวม 20 ระบบ ไปจนถึงกล้องมอบภาพรอบทิศทางแบบ 360 องศา มีให้เลือก 5 สีด้วยกัน ได้แก่ สีขาว (Arctic White), สีดำ (Black Knight), สีเทา (Andes Gray), สีแดง (Scarlet Red) และสีเงิน (Champagne Silver)   สำหรับ NEW MG ES มีเพียงรุ่นย่อยเดียว เปิดค่าตัวที่ราคา 959,000 บาท ดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อมด้วย พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี แถมฟรี! MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้งฟรี รวมถึงสาย V2L ที่สายแคมป์มักจะทวงถาม และรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) อีกรุ่นไฮไลท์ที่ MG เอามาสร้างสีสันให้กับตลาด EV และเป็นเจ้าของก่อนใครในงานด้วยก็คือ NEW MG MAXUS9 รถกลุ่ม MPV ขนาด 7 ที่นั่ง มีให้เลือก 2 รุ่น คือ รุ่น X หรือ LUXURY และ รุ่น V หรือ SUPER LUXURY NEW MG MAXUS9 ที่สัมผัสได้ถึงความพรีเมียมทั้งรูปลักษณ์ ดีไซน์ภายนอก ยิ่งได้เข้าไปสัมผัสภายในห้องโดยสาร เรียกได้ว่าเป็น E-MPV ที่ลักชัวรีด้วยดีไซน์และผิวสัมผัสของวัสดุที่เลือกใช้ ให้ความสำคัญความสะดวกสบายในทุกตำแหน่งที่นั่ง ตั้งแต่เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะนั่งแถวที่สองแบบ VIP Captain Seat ปรับอัตโนมัติ 4 ทิศทาง มีระบบจดจำที่นั่ง ระบบนวดและปรับอุณหภูมิได้ตามต้องการผ่านหน้าจอทัชสกรีน หลังคา Dual Panoramic Sunroof ยาวถึงด้านหลังทำให้ห้องโดยสารดูโปร่งกว้าง ด้านสเปกของ NEW MG MAXUS9 ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 90 kWh ขับขี่ได้ไกลสูงสุด 540 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรปและ ADAS ใส่มาให้มากถึง 25 ระบบ NEW MG MAXUS9 เปิดให้จองล่วงหน้าแล้วในราคา 20,000 บาท รับส่วนลดเพิ่มอีก 20,000 บาท ซึ่งจะเปิดราคาอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคมนี้ เรามีอัปเดตล่าสุดจาก MG ว่ารถไฟฟ้าทั้ง 2 รุ่น จะเข้าไทย รุ่นละ 1,000 คัน ในช่วงไตรมาส 2 ใครที่เล็งรถไฟฟ้า แบรนด์ MG อยู่ก็ดูจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ในฐานะที่ MG เป็นผู้บุกเบิกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย จึงมีความพร้อมในเรื่องจำนวนศูนย์บริการและสถานีชาร์จ MG Super Charge กว่า 150 แห่ง ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ส่วนราคาของ NEW MG MAXUS9 จะออกมาเป็นเท่าไหร่คงต้องติดตามกันต่อไป

ไม่ถึงล้าน! เปิดตัว NEW MG ES รถไฟฟ้าล่าสุดจาก MG วิ่งไกลสุด 412 กิโลเมตร
อ่าน

ไม่ถึงล้าน! เปิดตัว NEW MG ES รถไฟฟ้าล่าสุดจาก MG วิ่งไกลสุด 412 กิโลเมตร

ที่งาน Motor Show 2023 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี MG ได้เปิดตัวสเตชันวากอนไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ ในคอนเซ็ปต์  “COMFORTABLE เป็นทุกอย่างเพื่อทุกโมเมนต์” พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางพร้อมฟังก์ชันครบครัน ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าเจเนอเรชั่นใหม่ และความปลอดภัยเหนือชั้น เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เน้นไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ชูจุดขายในเรื่องดีไซน์ที่เรียบหรูทันสมัย พร้อมความสะดวกสบายและความอเนกประสงค์ที่มากยิ่งขึ้น สรุปสิ่งที่น่าสนใจใน NEW MG ES ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าเจเนอเรชั่นใหม่แบบ 8-LAYER HAIR PIN PERMANENT MAGNETIC SYNCHRONOUS MOTOR (PMSM) มีขนาดและน้ำหนักลดลง แต่ประสิทธิภาพสูงขึ้นถึง 53% ให้พละกำลังสูงสุดที่ 177 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ปรับเร่งรอบได้สูงถึง 15,000 รอบ/นาที สามารถทำความเร็วสูงสุด 185 กิโลเมตร/ชั่วโมง รัศมีวงเลี้ยว 5.95 เมตร แบตเตอรี่ลิเธี่ยมไอรอนฟอสเฟต (LFP) ความจุ 51 kWh ปรับปรุงให้น้ำหนักเบาลง 22% Liquid Cooling System ช่วยระบายความร้อนให้ทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ขับเคลื่อนได้ 412 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC (NEW EUROPEAN DRIVING CYCLE) รองรับการชาร์จทั้ง Quick Charge จาก 0% – 80% ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ที่ความเร็วสูงสุด 87 kW Normal Charge รองรับการชาร์จสูงสุดที่ 11 kW ใช้เวลาการชาร์จจาก 0% – 100% 7 ชั่วโมง 15 นาที ผ่าน MG HOME CHARGER ที่ 6.6 kW รองรับระบบ V2L (Vehicle to Load) เปลี่ยนรถให้เป็นแหล่งจ่ายไฟ ด้วยกำลังไฟสูงสุด 2,200 วัตต์ ระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM ระบบ ADVANCED DRIVER ASSISTANCE SYSTEM (ADAS) รวม 20 ระบบ ระบบสั่งการอัจฉริยะ i-SMART ชุดราวหลังคา(Roof Rail) รองรับน้ำหนักได้ถึง75 กิโลกรัม ห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย จุสัมภาระสูงสุด 1,367 ลิตร เทคโนโลยี Zero-G Seats กระจายน้ำหนักและรองรับสรีระของผู้นั่งให้ดียิ่งขึ้น นายพงษ์ศักดิ์เลิศฤดีวัฒนวงศ์รองกรรมการผู้จัดการบริษัทเอ็มจีเซลส์(ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า NEW MG ES มาพร้อมแนวคิด “COMFORTABLE” โดยกลุ่มเป้าหมายของรถรุ่นนี้ เน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มี Modern Lifestyle ที่ไม่ได้จำกัดแค่เพียงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในบ้านเดียวกันเท่านั้น ยังรวมไปถึงความสัมพันธ์ของกลุ่มเพื่อนและคนสนิทที่เน้นการมีไลฟ์สไตล์ในรูปแบบที่หลากหลายร่วมกัน ราคาของ New MG ES อยู่ที่ 959,000 บาท*  *ราคานี้เป็นราคาหลังจากได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ  *สำหรับลูกค้าที่รับรถยนต์หลังมีการประกาศราชกิจจานุเบกษา ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ NEW MG ES  รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นาน 48 เดือน ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมฟรีค่าติดตั้ง  ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี  ฟรี! สาย V2L จำนวน 1 ชุด รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์  MG CALL CENTRE โทร. 1267 หรือเว็บไซต์ www.mgcars.com

motor show 2021 : เปิดตัวแล้ว! NEW MG EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์
อ่าน

motor show 2021 : เปิดตัวแล้ว! NEW MG EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์

ข่าววันนี้ เปิดตัวไปหมาด ๆ สำหรับ NEW MG EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง โฉมล่าสุดสไตล์รูปลักษณ์ใหม่ที่ดุดัน ทรงพลัง ตอกย้ำ ความเป็นสมาร์ทปิกอัพด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะ i-SMART ต้อนรับงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 42 โดย NEW MG EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์ ระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรปที่ครบครันถึง 9 ระบบ มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยการรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย พร้อมแล้วที่จะให้คนรักรถ ได้สัมผัสและเป็นเจ้าของ NEW MG EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์ โฉมล่าสุดได้ในงาน Motor Show ครั้งที่ 42 นี้ นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวการเปิดตัว NEW MG EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์ ในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ ว่า เอ็มจี ได้ก้าวเข้าสู่ตลาดรถกระบะในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยการเปิดตัว MG EXTENDER รุ่นแรก เมื่อเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2562 โดยมาพร้อมแนวคิด กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง ด้วยมิติตัวถังขนาดใหญ่กว่า ทำให้ภายในห้องโดยสารของ MG EXTENDER มีพื้นที่ที่กว้างขวางนั่งสบาย และกระบะตอนท้ายที่ใหญ่สามารถบรรทุกสัมภาระได้มากทำให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าที่เหนือกว่า นอกจากนี้ NEW MG EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์ ยังเป็นรถกระบะอัจฉริยะ หรือ Smart Pickup คันแรกของประเทศไทยจากการติดตั้งระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART สามารถสั่งการ ด้วยเสียงภาษาไทย สมรรถนะจากเครื่องยนต์ดีเซล คอมมอลเรล เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร มีกำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ให้ทั้งพละกำลังที่โดดเด่น การประหยัดน้ำมัน และมีค่าบำรุงรักษาที่ต่ำ อีกทั้ง ยังให้ความมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบช่วงล่างแบบ EURO TUNING SUSPENSION พร้อมการติดตั้งระบบความปลอดภัยครบครัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นรถกระบะที่มาพร้อมระบบดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อในเกือบทุกรุ่น พร้อมออปชั่นต่างๆ ที่ให้มากกว่ารถทุกรุ่นเมื่อเทียบในระดับราคาเดียวกัน ซึ่ง NEW MG EXTENDER โฉมใหม่นี้ ยังคงถ่ายทอดความโดดเด่นเหล่านั้นไว้อย่างครบครัน พร้อมการพัฒนาให้มีความลงตัวมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านของ เทคโนโลยี ความทันสมัย และความคุ้มค่า สามารถส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าของเราครับ อย่าลืมไปสัมผัส NEW MG EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์ ได้ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 42 ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 4 เมษายน นี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ข้อมูล และภาพ : mgcars.com ข่าวเกี่ยวข้อง : ส่องดาวเด่นรถยนต์ไฟฟ้า ต้อนรับ bangkok International motor show ครั้งที่ 42

เอ็มจี เปิดตัวรถอีวี NEW MG EP PLUS เช็กราคาที่นี่
อ่าน

เอ็มจี เปิดตัวรถอีวี NEW MG EP PLUS เช็กราคาที่นี่

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย แนะนำ NEW MG EP PLUS ที่เพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานเพื่อตอกย้ำภาพรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริงมากขึ้น พร้อมเชิญชวนคนไทยมาร่วมทดลองใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและรับข้อเสนอสุดพิเศษในกิจกรรม Charge your day, Change your life ที่ศูนย์สร้างประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ MG Driving Experience Centre ถนนศรีนครินทร์ และโชว์รูมรถยนต์เอ็มจีทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เอ็มจีรู้สึกภูมิใจที่ปัจจุบันคนไทยมีความคุ้นชินและหันมาสนใจรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นับตั้งแต่เอ็มจีเริ่มบุกเบิกตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยด้วยการแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของเอ็มจีออกสู่ตลาดเมื่อ 2 ปีก่อน จนถึงปัจจุบันเอ็มจีก็ยังคงเดินหน้าแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆเข้าสู่ตลาดและเดินหน้าผลักดันการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างเอาจริงจังมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาด้านการ บริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั้งการบริการและดูแลรักษารถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจรทั่วประเทศ ตลอดจนการลงทุนขยายสถานี MG Super Charge โดยปัจจุบันมีอยู่กว่า 119 แห่ง และมีแผนจะขยายเพิ่มเติมอีกกว่า 500 แห่งในเร็วๆนี้ เพื่อสร้างความสะดวกสบายและเสริมความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ทำให้วันนี้แบรนด์เอ็มจีมีความพร้อมทุกด้านในการรองรับและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานรถยนต์พลังงา นไฟฟ้า ในประเทศอย่างเต็มประสิทธิภาพ และพร้อมยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทยให้ก้าวสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้า ในอนาคตอันใกล้นี้ สำหรับ NEW MG EP PLUS เป็นการยกระดับการเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่สามารถใช้งานได้จริงให้ชัดเจนยิ่งขึ้นจาก MG EP รุ่นปกติ ซึ่งยังคงสะท้อนมาตรฐานขั้นต้นของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยที่ไม่ใช่มีดีแค่ดีไซน์แต่จะต้องตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายได้อย่างแท้จริง ใน 4 ด้านหลักๆ ได้แก่ ด้านมิติตัวถังและพื้นที่การใช้งาน (Dimension) ขนาดใหญ่และภายในกว้างขวางสามารถบรรทุกได้ทั้งคนและของ ได้อย่างเต็มที่กับจุดเด่นของการเป็นรถประเภทสเตชั่นแวกอนที่มีพื้นที่บรรจุสัมภาระสูงสุดถึง 1,456 ลิตร พร้อมการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมทั้งชุดราวหลังคา (Roof Rail) รองรับน้ำหนักได้ถึง 75 กิโลกรัม ที่จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถขนสัมภาระและอุปกรณ์ต่างๆ ได้มากกว่าเดิมเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้า ด้านความสะดวกสบายและระบบความปลอดภัย (Convenience Safety) ที่ครบครันทั้งฟังก์ชั่นและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพร้อมการติดตั้งระบบกรองอากาศ PM 2.5 ที่สามารถดักจับและป้องกันฝุ่นละอองอนุภาคเล็กภายในห้องโดยสาร และแผ่นปิดห้องเครื่องด้านหน้า เพิ่มความเรียบร้อยและสะดวกในการบำรุงรักษา นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยทั้งในรูปแบบ Active และ Passive Safety ครบครันจึงให้ความมั่นใจในการขับขี่ ด้านสมรรถนะของ EV (EV Performance) ชูจุดเด่นของการขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า กับแรงบิดสูงสุดที่มาตั้งแต่ต้น ทำให้เร่งได้แบบทันใจ ไม่ต้องรอรอบ สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลา เพียง 8.8 วินาที และด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ทำให้วิ่งได้ไกลถึง 380 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ด้านความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของ (Value) ด้วยค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและค่าบำรุงรักษาที่ต่ำช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาวโดยมีค่าใช้จ่ายการชาร์จไฟฟ้าตั้งแต่ 0-100% เฉลี่ยเพียง 200 บาท หรือเฉลี่ยค่าใช้จ่ายไม่ถึง 1 บาท ต่อกิโลเมตร จึงทำให้ประหยัดกว่ารถยนต์น้ำมัน กว่า 2-3 เท่า และในเรื่องของการดูแลรักษาที่ผู้บริโภคบางส่วนยังมีความกังวล เอ็มจีก็ได้เผยค่าใช้จ่ายในการเช็คระยะตลอดระยะทาง 100,000 กิโลเมตร อยู่ที่ประมาณ 7,828 บาทเท่านั้น นอกจากจุดเด่นที่กล่าวมาข้างต้น MG EP ยังถือเป็นรถพลังงานไฟฟ้าที่มีมาตรฐานระดับสากล ที่วางจำหน่ายในประเทศโซนยุโรปหลายประเทศ NEW MG EP PLUS ราคาจำหน่าย 998,000 บาท มีสีตัวถังให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว (Arctic White) สีเงิน (Metallic Grey) และสีดำ (Black Knight) พร้อมกันนี้ เอ็มจียังได้เปิดโอกาสให้คนไทย ได้สัมผัสและทดลองขับทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อย่าง MG EP พร้อมด้วยรถปลั๊กอินไฮบริดอย่าง MG HS PHEV ที่มาพร้อมเทคโนโลยี ความทันสมัย และความคุ้มค่า ในกิจกรรม Charge your day, Change your life ที่ศูนย์สร้างประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ MG Driving Experience Centre ถนนศรีนครินทร์ และโชว์รูมเอ็มจีกว่า 150 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

เอ็มจี เผยโฉม NEW MG MAXUS 9 ครั้งแรกในไทยและภูมิภาคอาเซียน
อ่าน

เอ็มจี เผยโฉม NEW MG MAXUS 9 ครั้งแรกในไทยและภูมิภาคอาเซียน

21 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ยกทัพยนตรกรรมทุกขุมพลังร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44พร้อมสร้างสีสันให้กับตลาดรถไฟฟ้าครั้งใหม่ กับบิ๊กเซอร์ไพรส์ในการเปิดตลาดอีวีเซกเมนต์ใหม่แบรนด์แรกในไทยด้วย NEW MG MAXUS 9 พร้อมหลากไฮไลท์เด็ดแบบครบครัน ทั้งการเปิดตัว NEW MG ES สเตชั่นวากอนพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่สู่สาธารณชนพร้อมราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ รวมถึงการจัดแสดงยนตรกรรมครบทุกรุ่นทุกรูปแบบการขับเคลื่อน พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษกับดอกเบี้ย 0% ผ่อนนานสูงสุด 7 ปีสำหรับงานมอเตอร์โชว์ในครั้งนี้ เอ็มจีได้นำ NEW MG MAXUS 9 รถลักชัวรี่ MPV ไฟฟ้า100% แบบ 7 ที่นั่ง เป็นพวงมาลัยขวาคันแรกของประเทศไทยและอาเซียน ที่พร้อมส่งมอบประสบการณ์อีวีสุดหรูหรา เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชั่นและฟีเชอร์ล้ำสมัย ผสานลงตัวกับงานดีไซน์รูปโฉมใหม่ โดดเด่นด้วยหลังคา Dual Panoramic Sunroof ยาวถึงด้านหลังทำให้ห้องโดยสารดูโปร่ง โล่ง สัมผัสกับความสะดวกสบายครั้งใหม่ด้วยเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะนั่งผู้โดยสารปรับอัตโนมัติ 4 ทิศทาง และเบาะนั่งแถวที่สองแบบ VIP Captain Seat ที่มีระบบบันทึก ระบบนวด และสามารถปรับระดับอุณหภูมิได้ตามต้องการ มอบประสบการณ์ MPV ไฟฟ้า 100% เต็มประสิทธิภาพด้วยมอเตอร์ให้กำลังสูงสุดที่ 180 กิโลวัตต์ หรือ 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่ความจุขนาด 90 kWh ให้ระยะวิ่งสูงสุดที่ 540 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDCมั่นใจด้วยระบบความปลอดภัยรอบคัน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM มากถึง 25 ระบบ พร้อมมาตรฐานความปลอดภัย 5 ดาว ทั้ง EURO NCAP และ AUSTRALIAN NCAP ซึ่ง NEW MG MAXUS 9 จะมีให้เลือก 2 รุ่น คือ รุ่น X LUXURY และ รุ่น V - SUPER LUXURY ทั้งนี้ เอ็มจี ได้ให้เอกสิทธิ์คนไทยที่สนใจเป็นเจ้าของ ด้วยการเปิดรับจองล่วงหน้า พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ จอง 20,000 บาท ได้ส่วนลดเพิ่มอีก 20,000 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 40,000 บาท ภายในงานมอเตอร์โชว์และ โชว์รูมเอ็มจี รวมทั้งช่องทางเว็บไซต์ https://onlinebooking.mgcars.com/ และแอพพลิเคชัน MG THAILAND โดยมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้นอกจากนี้ ในฐานะผู้บุกเบิกและผู้นำของตลาดรถไฟฟ้า เอ็มจี ได้เปิดตัวสเตชั่นวากอนไฟฟ้า100% NEW MG ES มาพร้อมนิยาม COMFORTABLE เป็นทุกอย่างเพื่อทุกโมเมนต์ ด้วยจุดเด่นที่มาพร้อมความเรียบหรู ดูล้ำสมัย ยกระดับความสะดวกสบาย ที่พร้อมเป็นทางเลือกใหม่ให้กับคนไทยที่สนใจในรถไฟฟ้า โดยจัดจำหน่ายในราคาสุทธิที่ 959,000 บาท กับข้อเสนอพิเศษในช่วงเปิดตัว รวมมูลค่ากว่า 90,453 บาท ซึ่งจะทยอยส่งมอบรถให้กับลูกค้าได้ภายในเดือนเมษายนนี้เป็นต้นไปพร้อมกันนี้ เอ็มจี ยังได้นำยนตรกรรมครบทุกรุ่นครอบคลุมทั้งรถยนต์เครื่องสันดาปภายใน รถยนต์พลังงานทางเลือก และรถไฟฟ้า ทุกรุ่นมาจัดแสดงและจัดจำหน่ายด้วยข้อเสนอพิเศษ เพื่อให้คนไทยได้เป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น กับข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 7 ปี สำหรับลูกค้าที่จองภายในงานฯ หรือที่โชว์รูมเอ็มจี ทุกสาขา ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 2 เมษายน ศกนี้ โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไขของแต่ละรุ่น ดังนี้ กลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือก และรถยนต์เครื่องสันดาปภายใน กับข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 7 ปีNEW MG HSดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 7 ปี (เมื่อดาวน์เริ่มต้น 25%) หรือ ผ่อนเริ่มต้น 9,724 บาท ต่อเดือนขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปีNEW MG HS PHEVดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์เริ่มต้น 25%)ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด และฟรี! ค่าติดตั้งขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี ไม่จำกัดระยะทางฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปีฟรี! ทองคำมูลค่า 20,000 บาทNEW MG VS HEVดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 8,888 บาท ต่อเดือนขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทางฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปีฟรี! ทองคำมูลค่า 20,000 บาทNEW MG EXTENDERดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน พร้อม ขับฟรี 90 วัน หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 6,722 บาท ต่อเดือนขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)ฟรี! ค่าแรงเช็กระยะ 100,000 กิโลเมตรฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปีฟรี! ทองคำมูลค่า 20,000 บาทNEW MG ZSดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,138 บาท ต่อเดือนฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปีฟรี! ทองคำมูลค่า 10,000 บาทNEW MG5ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,991 บาท ต่อเดือนฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปีฟรี! ทองคำมูลค่า 10,000 บาทฟรี! ที่ชาร์จมือถือแบบไร้สาย (WIRELESS CHARGER)กลุ่มรถไฟฟ้ารับข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ย 1.79% นานสูงสุด 48 เดือนNEW MG4 ELECTRICดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นาน 48 เดือนฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุดฟรี! ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGERฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปีฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะนาน 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)NEW MG ZS EVดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นาน 48 เดือนฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุดฟรี! ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGERฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปีฟรี! สายเชื่อมต่อ V2L จำนวน 1 ชุดฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะนาน 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)NEW MG EP PLUSดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นาน 48 เดือนฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด ฟรี! ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGERฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปีรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและทดลองขับยนตรกรรมคุณภาพจากเอ็มจีได้ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม ถึง 2 เมษายน 2566 ณ บูธเอ็มจี หมายเลข A8 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี และที่โชว์รูมและศูนย์บริการคุณภาพของ เอ็มจี ทั่วประเทศสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่www.mgcars.comที่มาของข้อมูลและรูปภาพMG ประเทศไทย

NEW MG4 ELECTRIC แรงเกินต้าน!!! กวาดยอดจอง 1,598 คัน ภายใน 8 ชั่วโมง
อ่าน

NEW MG4 ELECTRIC แรงเกินต้าน!!! กวาดยอดจอง 1,598 คัน ภายใน 8 ชั่วโมง

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยความสำเร็จ NEW MG4 ELECTRIC หลังเปิดรับจองผ่านแอปพลิเคชัน MG THAILAND วันแรก กระแสตอบรับท่วมท้น นับตั้งแต่เปิดรับจองเมื่อเวลา 9.00 น. ที่ผ่านมา ช่วงเช้าตัวเลขยอดจองอยู่ที่ 836 คันและต่อเนื่องสู่ 1,598 คัน ภายในเวลาเพียง 8 ชั่วโมง บ่งบอกถึง การเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอินเทรนด์แห่งปี NEW MG4 ELECTRIC ฉีกจากรถไฟฟ้าในตลาดด้วยการเป็น “รถยนต์ไฟฟ้า100% ที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง” (DYNAMIC REAR WHEEL DRIVE) ภายใต้มาตรฐานเดียวกับโกลบอลโมเดล เพื่อเป็นรถไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่นวัตกรรม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM สู่ดีไซน์ภายนอกที่พร้อมสะกดทุกสายตา โดยรุ่นที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าในการจองซื้อสูงสุด ได้แก่ NEW MG4 ELECTRIC รุ่น X ซึ่งเป็นรุ่นท็อปของโมเดลนี้ สำหรับลูกค้าที่สนใจยังสามารถจับจอง NEW MG4 ELECTRIC ผ่านแอปพลิเคชัน MG THAILAND ตั้งแต่วันนี้จนถึง วันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 นี้ 23.59 น. พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ!  จองเพียง 5,000 บาท รับอุปกรณ์เชื่อมต่อกระแสไฟ V2L มูลค่า 10,000 บาท ร่วมสัมผัสการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ NEW MG4 ELECTRIC ได้ภายในงาน Thailand International Motor Expo 2022 ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ณ บูธ MG เวลา 13.15 น. – 13.25 น. ลิงก์ดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน MG THAILAND สำหรับ iOS https://apps.apple.com/th/app/mg-thailand/id1614430167  สำหรับ Google Play Store https://play.google.com/store/apps/details?id=com.saicmotor.ismartthai สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่ Website: www.mgcars.com Line: @MGThailand Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand Twitter: @mg_thailand Instagram: @mgthailand Youtube: MG Thailand TikTok: @mgthailand Application: MG Thailand

MG ประกาศ MG3 จะมาพร้อมเเทคโนโลยีสำหรับรถยนต์ไฮบริดใหม่ HYBRID+ วิ่งไกล 800 กม. เร็ว ๆ นี้
อ่าน

MG ประกาศ MG3 จะมาพร้อมเเทคโนโลยีสำหรับรถยนต์ไฮบริดใหม่ HYBRID+ วิ่งไกล 800 กม. เร็ว ๆ นี้

เอ็มจี (MG) ประกาศเตรียมนำเทคโนโลยีไฮบริดรุ่นใหม่เข้ามาใส่ในออล นิว เอ็มจีทรี ไฮบริดพลัส (ALL NEW MG3 HYBRID+) รถยนต์ไฮบริดที่มาพร้อมนวัตกรรมยานยนต์สีเขียว (Green Mobility) ซึ่งพัฒนาโดย SAIC MOTOR CORPORATION ที่ผสานประสิทธิภาพ ความประหยัด และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้การขับขี่ทำได้ดีขึ้น และมีระยะการวิ่งไกลสุด 800 กิโลเมตร เมื่อเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถังALL NEW MG3 HYBRID+ เป็นรถ SUV กลุ่ม B-Segment ที่มีแรงม้าสูงสุด 194 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตัน-เมตร โดยมาจากการผสานกำลังร่วมกันของเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แรงม้าสูงสุด 102 แรงม้า รองรับน้ำมัน E20 และมอเตอร์ขับเคลื่อนให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า 250 นิวตัน-เมตร และมอเตอร์ที่ใช้สร้างกระแสไฟได้สูงสุด 45 กิโลวัตต์ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ไฟฟ้า EDU 3 ระดับ มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน (Lithium-Ion) ความจุ 1.83 กิโลวัตต์ชั่วโมง โดยมี 8 โหมดขับเคลื่อนไฮบริด ตั้งแต่ระบบขับขี่ผสมผสาน ไปจนถึงโหมดการขับขี่ไฟฟ้า (Pure EV)8 โหมดขับเคลื่อนของ ALL NEW MG3 HYBRID+ จากจุดหยุดนิ่งไปจนถึงวิ่งแบบเต็มพลังALL NEW MG3 HYBRID+ มีโหมดการขับเคลื่อนทั้งหมด 8 โหมด ด้วยกัน ได้แก่1. โหมดจอดหยุดนิ่ง ระบบจะใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง (HV BATTERY) เพื่อทำให้ระบบปรับอากาศและระบบอื่นๆ ทำงานได้โดยที่เครื่องยนต์หยุดการทำงาน2. โหมดวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนจนถึง 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อออกตัวจากจุดหยุดนิ่งในช่วงความเร็ว 0 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (Pure EV) พร้อมอัตราเร่งที่มาจากมอเตอร์ไฟฟ้าล้วน3. โหมดการจราจรหนาแน่น เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้นเป็น 30 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงความเร็วต่ำ ระบบจะสลับไปยังโหมดระบบขับเคลื่อนแบบอนุกรม (Series Hybrid) โดยเครื่องยนต์จะทำหน้าที่แค่เพียงปั่นไฟ และส่งกระแสไฟไปให้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนตัวรถ4. โหมดความเร็ววิ่งในเมือง ระดับความเร็ว 50 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โหมดระบบขับเคลื่อนแบบอนุกรม (Series Hybrid) จะยังให้เครื่องยนต์ยังทำหน้าที่เป็นตัวปั่นไฟช่วยให้มอเตอร์ขับเคลื่อนล้อโดยตรงได้แบบรถไฟฟ้า พร้อมส่งกระแสไฟส่วนเกินไปเก็บยังแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง5. โหมดความเร็ววิ่งคงที่ เมื่อวิ่งด้วยความเร็วคงที่ในช่วงความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบจะสลับเป็นการใช้งานเครื่องยนต์ที่รอบความเร็วต่ำ ตัวเครื่องยนต์จะตัดต่อการทำงานผ่าน Hybrid Transmission มี 3 อัตราทดแบบอัตโนมัติ มาขับเคลื่อนที่ตัวล้อโดยตรง6. โหมดวิ่งทางไกลและเร่งแซง เมื่อรถอยู่ในช่วงเร่งความเร็ว 80 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฮบริดกำลังสูงจะทำงานร่วมกัน (Parallel Hybrid) ตอบสนองความอต้องการเร่งแซงหรือขึ้นทางชัน รถจะสามารถให้อัตราเร่งสูงสุดที่ทำได้7. โหมดความเร็วสูง เมื่อใช้ความเร็วสูงกับการขับทางไกลบนไฮเวย์ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครื่องยนต์จะทำงานต่อเนื่อง โดยระบบจะแบ่งกำลังส่วนที่เหลือจากเครื่องยนต์ไปหมุนเจนเนเรเตอร์ เพื่อปั่นไฟไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ขณะที่รถขับเคลื่อนไปด้วย8. โหมดลดความเร็ว (Regenerative) เมื่อผ่อนคันเร่งลดความเร็วลงมาในช่วง 120-0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือช่วงขับขี่ลงทางชัน ระบบ HYBRID+ จะใช้มอเตอร์เป็นตัวหน่วงกำลัง เพื่อทำหน้าที่ชาร์จไฟเป็นระบบ Energy Regeneration 3 ระดับ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าระดับการรีเจนได้แบบรถไฟฟ้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้สูงสุดทั้งหมดคือรายละเอียดระบบเคลื่อนแบบ HYBRID+ โดย MG ประกาศว่า ALL NEW MG3 HYBRID+ มีกำหนดเปิดตัวในประเทศไทย เร็วๆ นี้ โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านทุกช่องทางออนไลน์ของเอ็มจีข้อมูลภาพจากบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์(ประเทศไทย)

NEW MG4 ELECTRIC ถูกยกย่องให้เป็น ผลิตภัณฑ์ทางด้านยานยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี
อ่าน

NEW MG4 ELECTRIC ถูกยกย่องให้เป็น ผลิตภัณฑ์ทางด้านยานยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยความสำเร็จของรถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้า 100% NEW MG4 ELECTRIC หลังคว้ารางวัล BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2023 ประเภทผลิตภัณฑ์ทางด้านยานยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี ด้วยความล้ำสมัยของนวัตกรรมแพลตฟอร์มสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะอย่าง NEBULA PURE ELECTRIC ย้ำชัดยังคงเดินหน้า สร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ของเมืองไทยต่อเนื่องสำหรับ NEW MG4 ELECTRIC ถือเป็นโมเดลที่สร้างชื่อให้กับ เอ็มจี ด้วยความสดใหม่ทั้งดีไซน์ และเทคโนโลยีที่อยู่ภายใน โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม NEBULA PURE ELECTRIC ที่พัฒนาให้แบตเตอรี่ติดตั้งเป็นชิ้นเดียวกับโครงสร้างตัวรถ ช่วยเพิ่มการปกป้องแบตเตอรี่ได้ดียิ่งขึ้น คลายความกังวลของคนไทยที่มีต่อการใช้งานรถไฟฟ้า และด้วยความมุ่งหวังในการเป็นรถไฟฟ้าที่มีบุคลิกโดดเด่น ขับขี่สนุก เร้าใจ การใส่ระบบขับเคลื่อนล้อหลังในเซกเมนต์นี้ได้สร้างสีสันให้กับตลาดรถไฟฟ้าได้พอสมควร มีการออกแบบให้มีการกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 ควบคู่ไปกับการดีไซน์โครงสร้างตัวถังที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำเพื่อการเกาะถนนที่ดีขึ้น อีกทั้งสามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้มากถึง 5 รูปแบบ โดยมีโหมด CUSTOM ที่ผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าน้ำหนักพวงมาลัย อัตราเร่ง และแรงที่ใช้ในการเหยียบเบรกได้ตามสไตล์ NEW MG4 ELECTRIC จึงกลายเป็นขวัญใจของผู้ที่หลงใหลรถขับสนุก สามารถวิ่งในระยะทางไกลสูงสุดถึง 425 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สิ่งที่ เอ็มจี ลงมือทำมาโดยตลอดไม่ใช่เพียงแค่มุ่งนำเสนอรถรุ่นใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ เอ็มจี มีความพร้อมในทุกมิติของการใช้รถไฟฟ้าสำหรับคนไทย เราให้ความสำคัญกับการพัฒนา ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Ecosystem เพื่อรองรับกับขยายตัวของสังคมยานยนต์ไฟฟ้า อีกทั้งยังมีสถานีชาร์จเป็นของตัวเองเองภายใต้ชื่อ MG SUPER CHARGE ที่พร้อมให้บริการกว่า 129 แห่ง รวมถึงการเดินหน้าผนึกพันธมิตร เพื่อร่วมขยายสถานี QUICK CHARGE ในพื้นที่ต่างจังหวัดเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าเอ็มจีที่ใช้รถไฟฟ้าได้รับความสะดวกสบายตลอดเส้นทางที่มาของข้อมูลและรูปภาพMG Thailand

MG เปิดโรงงานผลิตแบตเตอรี่ EV ในไทย แห่งแรกในอาเซียน ย้ำผลิต 50,000 ก้อนต่อปี
อ่าน

MG เปิดโรงงานผลิตแบตเตอรี่ EV ในไทย แห่งแรกในอาเซียน ย้ำผลิต 50,000 ก้อนต่อปี

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ประกาศเปิดโรงงานแบตเตอรี่อีวี (Electric Vehicle หรือ ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า) แห่งแรกในภูมิภาคอาเซียนบนพื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK ด้วยกำลังการผลิตกว่า 50,000 ก้อนต่อปี พร้อมเข้าสู่บทบาทการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และปักหมุดให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตอีวีแห่งภูมิภาคอาเซียน บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ได้เปิดโรงงานแบตเตอรี่อีวีแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ HASCO-CP BATTERY SHOP ในภูมิภาคอาเซียนบนพื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 75 ไร่ หลังทำพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยแบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่1. ส่วนการประกอบแบตเตอรี่ ประกอบด้วยสายการผลิตอัตโนมัติที่ทันสมัยอย่างการนำหุ่นยนต์ (Robotic) เข้ามาช่วยในการผลิตเพื่อให้ได้มาตรฐานที่แม่นยำ การเชื่อมโดยเลเซอร์ (Laser Welding) เพื่อให้ได้คุณภาพของการเชื่อมที่ดี การตรวจสอบด้วย CCD (Charge Coupled Device) เพื่อความแม่นยำในการตรวจสอบเทียบกับต้นแบบในทุกขั้นตอนก่อนนำไปใส่ในตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า2. ส่วนการทดสอบมาตรฐานของแบตเตอรี่กว่า 60 ขั้นตอน อาทิ การตรวจสอบค่าการเก็บการคายประจุ (Charge Discharge) การตรวจสอบน้ำรั่วซึมเข้าสู่แบตเตอรี่ (Air Leak test) ทดสอบความเป็นฉนวน (Insulation Test) ทดสอบการควบคุมพลังงาน (Static Test) เป็นต้นทั้งนี้บริษัทอ้างว่าในสายการผลิตแห่งนี้สามารถประกอบแบตเตอรี่ Cell-To-Pack ได้สูงสุดมากกว่า 50,000 ก้อนต่อปี ซึ่งแบตเตอรี่ที่ประกอบในประเทศไทยจะเป็นมาตรฐานเดียวกับสายการผลิตระดับโลก สำหรับแบตเตอรี่ที่ออกจากสายการผลิตนี้จะถูกนำไปติดตั้งในรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น MG4 ELECTRIC เป็นรุ่นแรก รวมถึงรถไฟฟ้ารุ่นอื่น ๆ ในอนาคต ซึ่งอยู่ในระหว่างการเตรียมความพร้อมของสายการผลิตเพื่อเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2567นายจ้าว เฟิง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด เปิดเผยว่า โรงงานแบตเตอรี่อีวี เป็นหนึ่งในแผนการพัฒนาพื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK ซึ่งตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทิร์นซีบอร์ด 2 (WHA ESIE 2) จังหวัดชลบุรี เพื่อรองรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ เพิ่มงบลงทุนอีกกว่า 500 ล้านบาท โดยจะใช้เป็นโรงงานประกอบแบตเตอรี่อีวีในรูปแบบ Cell-To-Pack (CTP) ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่อย่าง RUBIKs CUBE BATTERY ด้วยข้อได้เปรียบในเรื่องของศักยภาพและโอกาสในการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย รวมถึงการที่บริษัทแม่อย่าง SAIC MOTOR CORPORATION และ HASCO-CP เล็งเห็นถึงความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียนเอ็มจี เดินหน้าแผนงานอีวี มุ่งยกระดับอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าด้วยการเปิดตัวโรงงานประกอบแบตเตอรี่อีวี และถือเป็นเครื่องสะท้อนความตั้งใจของ เอ็มจี หลังจากนี้ยังคงเดินหน้าพัฒนาพื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK ในแผนงานระยะถัดไป เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าให้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ โดยมีกรอบระยะเวลาแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. 2567

MG เปิดโรงงานผลิตแบตรถ EV แห่งแรกในอาเซียน ใช้กับรุ่น MG4 ตั้งเป้าเสร็จในปี 2024
อ่าน

MG เปิดโรงงานผลิตแบตรถ EV แห่งแรกในอาเซียน ใช้กับรุ่น MG4 ตั้งเป้าเสร็จในปี 2024

ในที่สุดประเทศไทยจะมีโรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจริงจังเสียที โดยบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัดและบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์ MG ในประเทศไทย ประกาศเปิดโรงงานแบตเตอรี่สำหรับรถ EV แห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน นายจ้าว เฟิง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด โรงงานแบตเตอรี่ EV แห่งนี้มีชื่อว่า HASCO-CP BATTERY SHOP ตั้งอยู่บนพื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK ภายในนิคมอุตสาหกรรม WHA ESIE 2 จังหวัดชลบุรี ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 75 ไร่ ด้วยกำลังการผลิตกว่า 50,000 ก้อนต่อปี ปักหมุดให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถ EV แห่งภูมิภาคอาเซียน ภายในโรงงานแห่งนี้แบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนการประกอบแบตเตอรี่ ที่มีการนำหุ่นยนต์เข้ามาช่วยในการผลิต รวมถึงการเชื่อมด้วยเลเซอร์ การตรวจสอบด้วย CCD (Charge Coupled Device) หรือการตรวจสอบเทียบกับต้นแบบในทุกขั้นตอน ก่อนบรรจุในรถยนต์ไฟฟ้า และอีกส่วนคือการทดสอบมาตรฐานของแบตเตอรี่กว่า 60 ขั้นตอน เช่น การเก็บการคายประจุ, การรั่วซึม, ทดสอบความเป็นฉนวน รวมถึงการควบคุมพลังงาน โรงงาน HASCO-CP BATTERY SHOP สามารถประกอบแบตเตอรี่ Cell-To-Pack สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น MG4 ELECTRIC และรุ่นอื่น ๆ ได้สูงสุดมากกว่า 50,000 ก้อนต่อปี ซึ่งรับรองมาตรฐานเดียวกับการผลิตระดับโลก ซึ่งโรงงานแห่งนี้จะแล้วเสร็จภายในปี 2024 นับตั้งแต่ MG เปิดตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยในปี 2019 สามารถสร้างยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าได้มากกว่า 18,000 คัน ซึ่ง MG มีรถยนต์ไฟฟ้าครอบคลุมเกือบทุกเซกเมนต์ ตอบโจทย์ทุกไลฟสไตล์ของผู้ใช้งาน รวมถึงสถานีชาร์จไฟ MG SUPER CHARGE เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้าให้สมบูรณ์ต่อไป 

รีวิวรองเท้า Mg Access ราคามิตรภาพ คุณภาพเลิศ
อ่าน

รีวิวรองเท้า Mg Access ราคามิตรภาพ คุณภาพเลิศ

เนื่องด้วยการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 (โคโรน่าไวรัส) ทำให้ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่าง ๆ ต้องปิด ตามพระราชกำหนด แต่ในยุคที่มีการพัฒนาระบบการติดต่อสื่อสารให้สามารถเข้าถึงไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ Hardware ก็สามารถเข้าไปใช้บริการผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ทำให้เราสามารถช้อบปิ้งออนไลน์ได้สะดวก รวดเร็ว โดยไม่ต้องเดินทางให้สิ้นเปลืองค่าน้ำมันได้แล้วค่ะ การแต่งตัวให้ดูดีเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ไปจนถึงรองเท้า ซึ่งการเลือกรองเท้าที่ดีควรที่จะสร้างการสวมใส่ที่สบาย พาเราไปได้ในทุกสถานที่ และเข้ากับทุกสถานการณ์ นอกจากจะช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพความมั่นใจที่ดีให้กับผู้ที่สวมใส่แล้ว ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถืออีกด้วย วันนี้ผู้เขียนจึงอยากจะมารีวิวรองเท้า ไม่ว่าจะใส่ไปทำงาน ใส่ไปเที่ยว ใส่ลำลองอยู่บ้านก็สวยเก๋ไก๋ไม่ซ้ำใครเลยค่ะ เนื่องจากผู้เขียนชอบซื้อรองเท้าเพื่อใส่ให้เข้ากับแต่ละชุด และเปลี่ยนรองเท้าปล่อยจะซื้อราคาแพงมากก็ไม่ไหว ร้านนี้จึงถือว่าตอบโจทย์มากทั้งในเรื่องของราคาและคุณภาพ รวมทั้งการให้บริการ การตอบเเชท การจัดส่ง ใช้ดีจริงจึงอยากบอกต่อค่ะ ร้านที่จะแนะนำก็คือร้าน Mg Accessofficial เป็นเพจใน Facebook มีรองเท้าหลากหลายรูปแบบทั้งคัทชู ส้นสูง รองเท้าลำลอง รองเท้าแฟชั่นแบบต่าง ๆให้คุณมีลุคดูดีได้ในแบบต่าง ๆ แลดูทันสมัยอยู่ตลอดเวลา การันตีความน่าเชื่อถือด้วยยอดผู้ติดตามมากถึง 5 หมื่นคน ซึ่งรองเท้าร้านนี้จะมีราคาที่ถือว่าคุณภาพสมราคาเริ่มตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ อยากได้ราคาที่ถูกก็สามารถติดตามในไลฟ์สดได้ แถมจัดส่งรวดเร็วมากค่ะ ในเรื่องของคุณภาพของสินค้า เรียกได้ว่าคุณภาพเหมาะสมกับราคามาก วัตถุดิบที่ใช้ดีมาก การตัดเย็บที่เนี๊ยบ แน่นหนามั่นคง มีกล่อง ถุงใส่รองเท้า คือดูแลให้เราอย่างดีไม่แพ้กับซื้อในห้างเลยค่ะ คุณภาพการสวมใส่นั้นถือว่าดีมากเลย ไม่กัดเท้า   Size  มีความพอดีเมื่อซื้อมา ใส่ได้พอดีตลอด ใส่ลุยได้ทุกสถานการณ์ ไม่ขาด ไม่ปริ ทนมาก ๆ เลยค่ะ มีสีให้เลือกหลากหลาย ซึ่งสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์ให้เข้ากับทุกชุด ไม่ว่าจะเป็นชุดไทย ใส่ไปออกงาน ใส่คู่กับชุดสไตล์วัยรุ่นเกาหลี แฟชั่นต่าง ๆ ก็เข้ากันได้ค่ะ สวยครบ จบในที่เดียวเลยค่ะ   ภาพปกโดย: khaofang ภาพประกอบโดย: khaofang

วิตามิน Ester - C 1000 MG  ป้องกันหวัดและผิวกระจ่างใส
อ่าน

วิตามิน Ester - C 1000 MG ป้องกันหวัดและผิวกระจ่างใส

         สวัสดีค่ะ วันนี้อกหักไปไหนจะมาแนะนำ วิตามินซี ดี ๆ อีกหนึ่งตัวที่เราเอาไว้ทานเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของเราเองค่ะ สาว ๆ หลายคนอาจจะมีคำถามบ่อย ๆ เมื่อคิดที่จะเริ่มทานอาหารเสริมว่า วิตามินซี ตัวไหนที่ดีกันนะ โดยปกติแล้ววิตามินซีมักจะเป็นอาหารเสริมที่สาว ๆ เลือกทานควบคู่กับอาหารเสริมชนิดอื่น ๆ เพราะวิตามินซีจะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานของอาหารเสริมตัวอื่นให้ดีขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ที่ผู้คนส่วนใหญ่นิยมทานวิตามินซี ก็เพราะเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่าง ๆ ไม่ว่าจะ ป้องกันหวัด เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ทำให้ร่างกายสดชื่น มีชีวิตชีวาและยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้กระจ่างใสอีกด้วย ซึ่งวันนี้เราเลยจะมา แนะนำวิตามินซี Solgar Ester-C Plus 1000 MG ที่เราทานเป็นประจำ มาแนะนำและแบ่งปันให้กับเพื่อน ๆ ทุกคนค่ะวิตามินซีเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงและมีบทบาทสำคัญในการสร้างคอลลลาเจน ซึ่งมีความสำคัญต่อกระบวนการสร้างและซ่อมแซมเซลล์เนื้อเยื่อต่าง ๆ เหงือก ผนังหลอดเลือด กระดูกและฟัน ซึ่งรูปแบบของ Ester-C คือ เกลือแคลเซียมแอสคอร์เบท มีค่า pH เป็นกลาง ซึ่งต่างจากวิตามินซีทั่วไป ที่เป็น "กรดแอสคอร์บิก" โดยที่รูปแบบของ Ester-C จะไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร กินได้แม้จะท้องว่าง ไม่กัดกระเพาะ และ Ester-C ดูดซึมได้ดีที่สุดตอนท้องว่าง โดยปกติวิตามินซีทั่วไปจะเป็นกรดสูงทำให้กัดกระเพาะ นอกจากนั้น ทางแบรนด์ยังรับประกันอีกว่า Ester-C ยังดูดซึมได้ดีกว่าวิตามินซีทั่วไปถึง 4 เท่า  ซึ่งจะทำให้เราได้เห็นผลมากขึ้น ทานแล้วไม่เป็นนิ่ว และไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ Ester-C จะไม่ตกตะกอนในร่างกาย การรับประทาน Ester- C ก็ยังให้ประโยชน์ด้านผิวพรรณ เหมือนกับวิตามินซีในรูปแบบอื่น ๆ ที่จะได้วัตถุดิบในการสร้างโปรตีนคอลลาเจนใต้ผิวหนัง และผิวหน้า ทำให้ผิวหน้าและตัวเต่งตึง ไม่หย่อนคล้อย ผนังหลอดเลือดก็ยืดหยุ่น ช่วยบำรุงเลือดอีกด้วย มาดูลักษณะของตัวยากันดีกว่า ว่าเป็นยังไง ขวดแบบไหน บรรจุภัณฑ์จะเป็นขวดแก้วใหญ่สีทึบ มีฉลากบอกส่วนผสม การผลิดและประโยชน์ต่าง ๆ  เม็ดยาวงรีสีเหลืองใหญ่มาก มีจุดเหลืองเข้มทั่วเม็ดยา ตอนแรกเราก็ตกใจว่า ยาเสียหรือป่าว แต่บริษัทแจ้งว่าคือตัวยาปกติดีค่ะ เราว่ามันค่อนข้างทานยากนิดหน่อยเพราะ เม็ดใหญ่มาก เราไม่สามารถทานพร้อมกับอาหารเสริมตัวอื่นได้เลย ต้องทานแยกตลอดจากที่เราได้ทดลองทานมา 3 เดือน วิตามินซี Solgar Ester-C Plus 1000 MG ค่อนข้างทำได้ดีในเรื่องภูมิคุ้มกันต่าง ๆ ตามที่แบรนด์ได้กล่าวไว้เลย เราชอบทานช่วงที่รู้สึกกำลังจะไม่สบาย รู้สึกยาช่วยบรรเทาอาการหวัดและภูมิแพ้ที่เราชอบเป็นบ่อย ๆ ไม่รู้คิดไปเองหรือป่าวนะ แต่ทุกครั้งที่ทานก็จะไม่รู้สึกถึงอาการจามหรือน้ำมูกไหลต่าง ๆ อีกเรื่องที่เห็นได้ชัดเลยคือ ผิวค่ะ ผิวใสขึ้นจริง เนียนนุ่ม คงจะเพราะเราทานควบคู่กับวิตามินอื่นด้วยเลยทำให้ได้ผลดีเพิ่มมากขึ้น สำหรับใครที่สนใจอยากลองทานก็หาได้ตามร้านค้าออนไลน์ที่นำอาหารเสริมจากต่างประเทศมาขายดูนะคะ หรือไม่ก็สั่งซื้อผ่านร้านค้าใน Shopee ก็มีขายให้เลือกหลากหลายขนาดเลย ราคาอาจจะแพงหน่อยนะ เพราะว่าเป็นอาหารเสริมนำเข้าจาก USA รับรองว่า ดีแน่นอนค่ะ ใครสนใจก็ลองทานกันได้นะ เราแนะนำว่า ดีจริง ๆ รับประทาน 1 เม็ด ก่อนทานอาหาร 20 นาที เราว่าทานช่วงเช้าเห็นผลสุดแล้วราคา 850 บาท 90 แคปซูลภาพประกอบทั้งหมดถ่ายโดยเจ้าของบทความ

"MG4" แชมป์ยอดจดทะเบียน EV ต่อเนื่อง 3 เดือน
อ่าน

"MG4" แชมป์ยอดจดทะเบียน EV ต่อเนื่อง 3 เดือน

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี ในประเทศไทย ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ของปี 2568 ด้วยยอดขายสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายน รวมทั้งสิ้น 18,065 คัน เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามีสัดส่วนสูงกว่าร้อยละ 75 ของยอดขายทั้งหมด สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ เอ็มจี ในฐานะผู้นำตลาดอีวีของประเทศไทยนายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การเติบโตของเอ็มจีในปีนี้เกิดจากการให้ความสำคัญกับทั้งด้านผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขาย เพื่อมอบความมั่นใจระยะยาวให้ลูกค้าทั่วประเทศ ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการครบวงจรกว่า 125 แห่ง พร้อมคลังอะไหล่ที่มีความพร้อม และการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุม ตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเอ็มจีถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกตลาดอีวีรายแรก ๆ ของประเทศไทย ไฮไลต์สำคัญของไตรมาสนี้คือความสำเร็จของ NEW MG4 ELECTRIC ซึ่งสามารถครองตำแหน่ง อันดับ 1 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย 3 เดือนติดต่อกัน โดยมียอดจดทะเบียนรวม 3,499 คัน จากยอดรวมในตลาดอีวีทั้งหมด 6,384 คัน ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดกว่าร้อยละ 50ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงการตอบรับอย่างแข็งแกร่งของผู้บริโภคชาวไทยที่ให้ความไว้วางใจแบรนด์ เอ็มจี ทั้งในด้านเทคโนโลยี ความคุ้มค่า และบริการหลังการขายครบวงจร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เอ็มจีครองความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยต่อเนื่อง

รีวิว VISTRA Acerola Cherry 1000mg!!
อ่าน

รีวิว VISTRA Acerola Cherry 1000mg!!

          สวัสดีค่าาาาาาา มาอีกแล้วว วันนี้เราจะมารีวิวอาหารเสริมของ VISTRA กัน  เอาจริงนอกจากสกินแคร์ อาหารเสริมเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ผู้คนส่วนใหญ่เลือกใช้ เพื่อดูแลปัญหาผิวหรือบำรุงร่างกายในส่วนต่างๆที่อยู่ภายใน ซึ่งวันนี้เราได้หยิบมารีวิวนั้นคือ VISTRA Acerola Cherry 1000mg ค่ะ          จริงๆแล้ว VISTRA ผลิตในไทย ส่วนสินค้าตัวนี้จุดเด่นก็อยู่ตรงที่มี Acerola Cherry 1,000 mg. ที่ดูดซึมได้ดีและมีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด และส่วน วิตามินซี ผิวสวยใส VISTRA Acerola Cherry 1000mg มีประโยชน์ทั้งเรื่องบำรุงร่างกาย ช่วยต่อต้านการติดเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันหวัด เสริมภูมิต้านทานร่างกาย ลดการแพ้ต่าง ๆ ให้สุขภาพแข็งแรง พร้อมลดการระคายเคืองตามระบบทางเดินหายใจ ปริมาณสารสำคัญ Acerola Cherry Extract : 1000 mg. (Vitamin C ไม่เกิน 60 mg.)Citrus Bioflavonoids : 80 mg.Pomegranate Extract : 60 mg.Grape Seed Extract : 40 mg.ความคุ้มค่าราคาต่อเม็ด : 5.76 บาท (กระปุก 45 เม็ดราคา 259 บาท ) (เราว่าคุ้ม ตกชิ้นละ 5.76 บาทเอง          ส่วนตัวของเจ้าของรีวิว เป็นคนที่ป่วยบ่อย มีปัญหาเรื่องผิวตัวแห้ง ผิวหน้ามัน พึ่งมารู้จักจากริวิวที่เราเห็นในยูทูป เห็นจากริวิวว่าตัว วิตามินซี ผิวสวยใส VISTRA Acerola Cherry 1000mg มีประโยชน์ทั้งเรื่องบำรุงร่างกาย ช่วยต่อต้านการติดเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันหวัด เสริมภูมิต้านทานร่างกาย ลดการแพ้ต่าง ๆ ให้สุขภาพแข็งแรง พร้อมลดการระคายเคืองตามระบบทางเดินหายใจ และยังช่วยเรื่องของผิวใส เราเลยนำมาทำการรีวิว เป็นเวลา 2เดือนกว่าที่เราได้ทำการทดลอง (ส่วนตัวตอนนี้ก็ยังทานอยู่นะคะ ทานมาเรื่อยๆ)สรุปคะแนนขนาดของเม็ด 7/10 เพราะเม็ดค่อนข้างใหญ่ ส่วนตัวรู้สึกทานยากไปหน่อย แต่ก็ไม่ค่อยได้มีปัญหาอะไรมาก เพราะผลที่ได้ออกมาทำให้เรารู้สึกพึงพอใจมากความผิวใส 8/10 เรื่องผิว เรารู้สึกว่ามันชุ่มชื้นขึ้น ผิวตัวไม่ค่อยแห้ง ผิวใส่แค่ไม่ถึงขาว ใส่แบบสุขภาพดี ส่วนผิวหน้าก็ยังมันเหมือนเดิม แต่หน้าจะรู้สึกฟู ๆ อิ่ม ๆ เรากินไป 2 กระปุกกว่าๆก็เริ่มเห็นผลแล้วความเห็นผลทางด้านภูมิคุ้มกัน 9/10 เพราะส่วนตัวเป็นคนค่อนค้างป่วยบ่อย เพราะอากาศเปลี่ยนแปลง ยิ่งช่วงหน้าฝน ก็คือเข้าโรงพยาบาลเป็นว่าเล่นเลยที่เดียว แต่หลังๆที่ได้กินตัวนี้ไปรู้สึกได้เลยว่า มันไม่ได้เป็นง่ายเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่หลังจากกินไปแล้วสองกระปุกนะคะสรุปโดยรวม เราให้คะแนนตัวนี้อยู่ที่ 9/10 ค่ะเป็นไงกันบ้างกับ VISTRA Acerola Cherry 1000mg ที่เราได้ทดลองและมารีวิวในวันนี้ เป็นตัวโปรดของนักเขียนและคิดว่าคงเป็นตัวโปรดของใครหลายๆคน  ราคาดี หาซื้อสะดวกสะบายกระเป๋าของเขาดีจริง  เดี๋ยวว่าง ๆ จะมารีวิวให้อีกเยอะ ๆ เลยน้าส่วนวันนี้ลาไปก่อน บ๊ายบายค่า#ภาพทั้งหมดถ่ายโดยนักเขียนอ่านรีวิวไอเทมเด็ด ๆ เกี่ยวกับความสวย ได้ที่นี่ App TRUEID  โหลดฟรี !

โหดจัด!! MG6 XPOWER 2021 รถไฮบริด 305 แรงม้า ขายแค่ 100 คันต่อเดือน
อ่าน

โหดจัด!! MG6 XPOWER 2021 รถไฮบริด 305 แรงม้า ขายแค่ 100 คันต่อเดือน

พาไปรู้จัก รถยนต์ MG6 XPOWER 2021 ตัวแรงตัวใหม่ ที่มาพร้อมขุมพลังไฮบริดเทอร์โบ 305 แรงม้า และจะมีขายทางออนไลน์ในจีน เพียง 100 คันต่อเดือน เท่านั้น ต้องบอกว่าหล่อแบบสุดๆ สำหรับเจ้า MG6 XPOWER 2021 หลังจากที่ MG ได้ทำการเผยโฉมออกมาให้เห็นถึงรูปร่าง หน้าตา และดีไซน์ที่ต่างไปจาก MG 6 รุ่นปกติอย่างมาก มีการเสริมเพิ่มเติมแบบจัดเต็มทั้งภายนอก และภายใน โดยส่งตรงจากโรงงานทั้งหมด กันเลยทีเดียว รูปลักษณ์ และดีไซน์สุดเฉี่ยว เจ้า MG 6 XPower รูปลักษ์ค่อนข้างโดดเด่นอย่างมาก ทั้งเท่ และดุดัน ดีไซน์จัดเต็มแบบสปอร์ต แอโรพาร์ทรอบคัน, สปอยเลอร์ท้ายมีขนาดใหญ่, ท่อไอเสียแบบสปอร์ต 4 ท่อ, ไฟหน้า - ไฟท้าย ใหม่หมดจด, กระจังหน้าทรงตั้ง, โป่งซุ้มล้อทั้งหน้าและหลัง รวมทั้ง ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว แถมยังมากับสีเขียว British Racing Green ตัดกับสีดำ ยิ่งทำให้ยิ่งโฉบเฉี่ยว ทันสมัย ขณะที่ภายใน ก็จัดเต็ม ทั้งเบาะนั่งแบบสปอร์ตหุ้ม Alcantara พร้อมปักตัวอักษร XPower สีเขียว, คอนโซลกลางมีจอแสดงผลขนาดใหญ่ขนาด 10.1 นิ้ว และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว, พวงมาลัยหนังผสมกับผ้าไมโครไฟเบอร์ และยังมีระบบอินโฟเทนเมนต์ ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่อย่างมาก เครื่องยนต์อัดแน่นเต็มขุมกำลัง ใครที่มองว่าเจ้า MG 6 XPower เป็นรถปลั๊กอินไฮบริด จะไม่แรง ต้องคิดใหม่เลยครับ เพราะเครื่องยนต์ของตัวนี้ เป็นเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ 1.5 หรือ 2.0 ลิตร ที่มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาแล้ว ทำให้มีกำลังสูงสุด อาจะไปแตะ 305 แรงม้า ได้เลยทีเดียว ส่วนแรงบิดสูงสุด จะอยู่ที่ 480 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.​ ประมาณ 6 วินาที เท่านั้น สำหรับ MG6 XPOWER ตัวนี้ ทางฝั่ง MG ประเทศจีน ได้เปิดรับจองเรียบร้อยแล้ว โดยคนที่สนใจจะสามารถสั่งจองผ่านแอปพลิเคชัน MG Live APP บนสมารท์โฟนได้อีกด้วย แต่ถูกจำกัดจำนวนไว้ที่ 100 คัน ต่อเดือน เท่านั้น และที่สำคัญเค้าผลิตขาย และทำตลาดแค่ในจีนเท่านั้น ไม่มีแผนที่จะส่งมาขายในประเทศไทยนะครับ ------------------------------------------------- ข่าวที่เกี่ยวข้อง 22B : Rare Item ที่ทำให้ Subaru Impreza 2 ประตู มีราคา 10 ล้านบาท หล่อล้ำๆ!! Zhiji L7 รถไฟฟ้าใหม่ทรงสปอร์ตสุดเฉียบ จากแดนมังกร ------------------------------------------------- ดูสดฟรี!! ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทุกสัปดาห์ พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม ต้อง App TrueID เท่านั้น รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ คลิกที่นี่ อัพเดทข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณคลิกเลย!! bit.ly/2PsYXMG หรือ กด *301*32# โทรออก

อัปเดตราคารถใหม่ เอ็มจี (MG) งานมอเตอร์โชว์ 2023
อ่าน

อัปเดตราคารถใหม่ เอ็มจี (MG) งานมอเตอร์โชว์ 2023

งานมอเตอร์โชว์ 2023 (Motor show 2023) ปีนี้ รถยนต์เอ็มจี อีกหนึ่งค่ายรถยนต์ที่พร้อมให้คนรักรถเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่ในทุกวันให้เต็มไปด้วยความเร้าใจ ซึ่ง โปรโมชั่นเอ็มจี (MG) งานมอเตอร์โชว์ 2023 โปรดติดตามกัน มอเตอร์โชว์ 2023 โดยในงาน Motor Show 2023ออกรถ MG จะมีโปรโมชั่นเด็ดอะไรบ้าง โปรดติดตาม แต่ใครที่กำลังเล็ง NEW MG4 ELECTRIC การขับขี่ในทุกวันให้เต็มไปด้วยความเร้าใจกับครั้งแรกของระบบขับเคลื่อนล้อหลังในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% จาก MG NEW MG4 ELECTRIC รถยนต์ NEW MG4 ELECTRIC รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ของคนยุคใหม่ ที่ช่วยลดการใช้พลังงานน้ำมัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกวัยสุด ๆ และนี่คือรถ EV ยุคใหม่ ที่มาพร้อมกลิ่นอายความสปอร์ตภายใต้รูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยว ภาพรถ เอ็มจี (MG) สเปก NEW MG4 ELECTRIC ส่องสเปก NEW MG4 ELECTRIC มาพร้อมกลิ่นอายความสปอร์ตภายใต้รูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยว อาทิ นวัตกรรมเพื่อรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ แบตเตอรี่ติดตั้งเป็นชิ้นเดียวกับโครงสร้างตัวรถ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ให้สมรรถนะสูง ระบบช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ แบบ 5-LINK SUSPENSION วิ่งได้ถึง 425 กม. ระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้ง 170 แรงม้า กำลังสูงสุด 35 นาที เวลาที่ใช้ในการชาร์จพลังงาน 10% 80% ราคารถ NEW MG4 ELECTRIC NEW MG4 ELECTRIC รุ่น X ราคาเริ่มต้น 969,000 บาท NEW MG4 ELECTRIC รุ่น D ราคาเริ่มต้น 869,000 บาท โปรโมชั่นรถยนต์ เอ็มจี (MG) ในงาน ในงาน Motor Show 2023 บริษัท MG Thailand ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์เอ็มจี อย่างเป็นทางการในประเทศไทย มอบข้อเสนอพิเศษจากสถาบันการเงิน อาทิ เอไอจี, กรุงศรีออโต้, ลีสซิ่งไอซีบีซี, ทิสโก้ และลีสซิ่งกสิกรไทย ที่งานบางกอก อินเตอร์นชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม - 2 เมษายน 2566 โปรดติดตาม ข้อเสนอดี ๆ โปรโมชั่นรถยนต์ เอ็มจี (MG) ที่นี่ ข้อมูล www.mgcars.com -------------------- เกาะติดสถานการณ์โควิด-19 ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณคลิกเลย!! รู้ทันกันโควิด หรือกด*301*35# โทรออก ทุกประเด็นร้อนข่าวสาร สาระ ทันเหตุการณ์ พูดคุยกันได้ 24 ชม. คลิกเลย TrueID Community

สทศ. เปิดปฏิทินสอบ O-NET ป.6 ม.3 และ V-NET ปวช.3
อ่าน

สทศ. เปิดปฏิทินสอบ O-NET ป.6 ม.3 และ V-NET ปวช.3

ผศ.ดร.ศิริดา บุรชาติ ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) (องค์การมหาชน) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ สทศ. เมื่อวานนี้ (15 ม.ค.64) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาปรับแผนปฏิบัติการประจำปีที่เกี่ยวข้องกับการจัดทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2563 และการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 3 ปีการศึกษา 2563เพื่อให้เป็นไปตามประกาศของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ลงวันที่ 25 ธ.ค.2563 ที่มีนโยบายให้นักเรียนชั้น ป. 6 และม.3 เข้าทดสอบ O-NET และนักศึกษา ปวช.3 เข้าทดสอบ V-NET ปีการศึกษา 2563 ตามความสมัครใจ เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านการจัดการเรียนการสอนภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด–19ทั้งนี้ บอร์ด สทศ. ได้ดำเนินการปรับแผนปฏิบัติการ ดังนี้- ชั้น ป.6สถานศึกษา หรือนักเรียนสมัครสอบผ่านระบบ O-NET www.niets.or.th “ระบบสมัครและยืนยันการเข้าสอบ” ระหว่างวันที่ 25 ม.ค. - 5 ก.พ. 2564โดยไม่เสียค่าสมัครประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบและสนามสอบ วันที่ 19 ก.พ. และ "เข้าสอบวันที่ 13 มี.ค."- ชั้น ม.3สถานศึกษา หรือนักเรียนสมัครสอบผ่านระบบ O-NET www.niets.or.th “ระบบสมัครและยืนยันการเข้าสอบ” ระหว่างวันที่ 25 ม.ค. - 5 ก.พ. 2564โดยไม่เสียค่าสมัครประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบและสนามสอบ วันที่ 19 ก.พ. และ "เข้าสอบวันที่ 13-14 มี.ค."- การสอบ V-NET ปวช.3 สมัครสอบ วันที่ 25 ม.ค.- 5 ก.พ. ไม่เสียค่าสมัคร ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบและสนามสอบ วันที่ 22 ก.พ. "เข้าสอบวันที่ 4– 5 เม.ย." ประกาศผลสอบวันที่ 25 เม.ย. ทาง www.niets.or.thสำหรับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด–19 ได้กำหนดขั้นตอนการดำเนินการตามที่รัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด–19 (ศบค.) กำหนดอย่างเคร่งครัดเกาะติดข่าวที่นี่website: www.TNNTHAILAND.comfacebook : TNNONLINEfacebook live : TNN Livetwitter : TNNONLINELine : @TNNONLINEYoutube Official : TNNONLINEInstagram : TNN_ONLINETIKTOK : @TNNONLINE

MG Cyberster โชว์ตัวจริงโรดสเตอร์ไฟฟ้าที่งาน Motor Expo 2023
อ่าน

MG Cyberster โชว์ตัวจริงโรดสเตอร์ไฟฟ้าที่งาน Motor Expo 2023

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด นำอีวีโรดสเตอร์อย่าง MG CYBERSTER มาโชว์ตัวในงาน Motor Expo 2023 ครั้งที่ 40 รวมถึงยังมีเอสยูวีคูเป้ในเครือเดียวกันอย่าง IM LS6 ด้วย MG CYBERSTER โรดสเตอร์ไฟฟ้าเคยปรากฏต้นแบบมาตั้งแต่ปี 2021 จนกระทั่งปลายปี 2023 ที่คนไทยได้สัมผัสคันจริงเสียที ซึ่งเป็นรถเปิดประทุน 2 ที่นั่งของตลาดอีวี โดดเด่นด้วยดีไซน์ประตูปีกนก ปุ่มเปิดปิดแบบสัมผัส เส้นสายเหลี่ยมคมและโค้งมน ภายในห้องโดยสารเบาะนั่งแบบสปอร์ตรูปตัว Y เพื่อให้ได้บรรยากาศแบบรถสปอร์ต ผ้าหนังกลับ เน้นความหรูหรา MG CYBERSTER มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 77 kWh ให้กำลังสูงสุด 544 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 725 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 1 – 100 km/h ภายใน 3.2 วินาที นอกจากนี้ในบูตของ MG ยังมีแบรนด์ IM Motors ที่เป็นแบรนด์ภายใต้การร่วมทุน ของ SAIC Motor ร่วมพัฒนากับ Alibaba และ Shanghai Zhangjiang  Hi-Tech Park Development อย่าง IM LS6 รถคูเป้เอสยูวีที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าและระบบปฏิบัติการณ์ Ai CABIN ที่อัจฉริยะที่สุด มาพร้อมกำลังสูงสุด 579 kW แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 1 – 100 km/h ภายใน 3.48 วินาที ด้วยกำลังชาร์จสูงสุด 900 V ที่รองรับการชาร์จสูงสุด 396 kW ทำให้ชาร์จเพียง 5 นาทีสามารถขับขี่ได้ 200 กม. (ชาร์จ 15 นาที ขับขี่ได้ 500 กม.) สำหรับใครที่สนใจ MG CYBERSTER เปิดให้จองได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2023 เริ่มต้น 10,000 บาท พร้อมรับส่วนลด 50,000 บาท ผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น สัมผัสรถคันจริงของ MG และ IM Motors ได้ภายในงาน Thailand International Motor Expo 2023 ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 11 ธันวาคม 2566 ณ บูธ MG หมายเลข A14 อาคารชาเลนเจอร์ 1 – 3 อิมแพ็คเมืองทองธานี

รีวิว Vistra salmon Fish oil 1000 mg
อ่าน

รีวิว Vistra salmon Fish oil 1000 mg

                                                                                รีวิว Vistra salmon Fish oil 1000 mg สวัสดีค่า นักเขียนเเละนักอ่านทุกท่านของชาว TrueID ทั้งหลาย วันนี้เรามาเข้าหมวดสุขภาพกันบ้างนะคะ และตัวที่เรากำลังจะมานำเสนอคือ Vistra salmon Fish oil 1000 mg น้า เเบรนด์ Vistra นี้ดังพอสมควรเลยในด้านอาหารเสริมต่างๆ ซื้อเราก็ทานอาหารเสริมของเเบรนด์นี้บ่อยด้วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องลดสิว ผิวขาว หวัด อะไรพวกนี้ต่างๆ เลยเเต่วันนี้เต็มใจนำเสนอเจ้าตัวนี้เพราะเป็นน้ำมันตับปลา ซึ่งคำนิยามของน้ำมันตับปลาทุกๆ คนจะคิดว่า มันช่วยเรื่องความจำหรืออะไรแบบนี้ใช่ไหม เราขอตอบเลยว่าใช่ ส่วนหนึ่งแต่มันมีมากกว่านั้น จากที่เราได้ทดลองกับตัวเองมา มันก็ต้องใช้เวลาสักนิดหนึ่งและขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลด้วยขออนุญาตเล่าอะไรเป็นสตอรี่เล็กๆ สักนิด ตอนเด็กๆ คุณพ่อของเราขอบซื้อน้ำมันตับปลาให้ทาน เราถามคุณพ่อว่าต้องเขี้ยวไหมเพราะมันเป็นเม็ดนิ่มๆ คุณพ่อหัวเราะพร้อมกับพูดว่า ก็ทานเมื่อยาปกตินั้นละ แต่ตอนนั้นพ่อซื้อแบรนด์ถูกๆ ให้เพราะไม่มีเงิน กระปุกไม่เท่าไหร่แต่เราก็ทานประจำนะเพราะตอนนั้นยังเด็กด้วย พอเราโตขึ้นเราก็เริ่มทานแบรด์ดีๆ ที่ดังขึ้นก็คือแบรนด์ Vistra นี้แหละ จริงๆก็มีอีกหลายแบรนด์ด้วยแต่เราซื้อเเค่ Vistra เพราะอยากลองนั้นแหละเราเห็นปัจจุภัณฑ์เขาน่าสนใจดีเลย เราเลยลองซื้อเป็นขวดแก้วโหล เราชอบขวดแก้วโหลอย่างหนึ่งเพราะมันดูพรีเมี่ยมมากๆ ถึงจะดูตกและแตกก็เถอะมาดูกันว่าเค้าเขียนว่าอย่างไรบ้างเค้าบอกมาว่า เป็นน้ำมันตับปลาเเซวมอน 1000 มก บวกกับ วิตามินอี-เขามีกลุ่มไขมันโอเมก้า-3 300มก-ให้epa 180 มก และ dha 120 มก-และนี้คือประโยชน์นอกจากความจำคือ มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด-ช่วยบรรเทาอาการปวดจากโรคกระดูก-และอันสุดท้ายที่ทุกคนต้องทราบคือ ช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง นั้นเองวิธีรับประทานวันละ 1 เม็ดก็พอแล้วคะเจอสินค้านี้ได้อย่างไรเห็นพี่ชายซื้อคะ เลยอยากลองบ้างความรู้สึกหลังทานเราเป็นคนที่ขี้ลืมมากๆ ปวดหลังปวดเอวหน้าโทรม ไม่ใช่เพราะติดการตูนดูหนังอะไรพวกนี่มันถึงเวลาที่เราต้องดูแลตัวเองบ้างแล้ว เราจึงเลือกเจ้าตัวนี้แหละคะ รับทานหมดไปหนึ่งเดือนรู้สึกว่า ไม่ค่อยเบลอๆ เหมือนแต่ก่อนแล้ว ไม่ค่อยปวดหลังปวดเอวอีกด้วย ไม่คาวซื้อต่ออีกแน่นอนคะ การที่คนเราจะมีสุขภาพที่ดีได้นั้น ควรมั่นดูแลรักษาจากภายในสู่ภายนอกนะคะ สำหรับการรีวิวก็จบไปเพียงเท่านี้พบกันใหม่โอกาสหน้า สำหรับวันนี้ สวัสดีคะราคา 110 บาท แบบขวดเล็กหาซื้อได้ตาม วัตสัน หรือเพจของ Viatra โดยตรงคะนามปากกา Luksamon 

เปิดตัว NEW MG ZS EV ปลั๊กไฟบ้านเคลื่อนที่ ชาร์จ1ครั้ง วิ่งได้  403 กม. ประกาศราคา 22 มี.ค.นี้
อ่าน

เปิดตัว NEW MG ZS EV ปลั๊กไฟบ้านเคลื่อนที่ ชาร์จ1ครั้ง วิ่งได้  403 กม. ประกาศราคา 22 มี.ค.นี้

เอ็มจี เปิดตัวNEW MG ZS EV ด้วยแนวคิดTruly Easy รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น พร้อมฟีเจอร์ล้ำสมัยและมีสมรรถนะสูง ด้วยมอเตอร์ขนาด177แรงม้า แบตเตอรี่50.3กิโลวัตต์/ชั่วโมง สามารถวิ่งได้403กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตอบโจทย์เอาท์ดอร์ไลฟ์สไตล์ด้วยฟีเจอร์V2L (Vehicle to Load)จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า ด้วยกำลังสูงสุดถึง2,200วัตต์ มั่นใจทุกการเดินทางด้วยเครือข่ายMG Super Chargeหนึ่งในระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า(EV Ecosystem) ของเอ็มจี ที่รองรับการเดินทางทั่วประเทศ พิสูจน์แล้วจากการทดสอบการเดินทางทั่วประเทศรวมระยะทางกว่า4,880กิโลเมตร ในโปรเจคEV Marathon พิเศษเงินจอง 10,000 บาท จะมีมูลค่าเป็น 20,000 บาท เพื่อหักจากราคาจำหน่าย เมื่อมีการส่งมอบรถอย่างเป็นทางการพร้อมอุปกรณ์ต่อเชื่อมกระแสไฟV2Lมูลค่า10,000บาท ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่21มีนาคมนี้ ที่www.mgcars.comเท่านั้น กรุงเทพฯ 11มีนาคม2565บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เดินหน้าแผนงานผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เทียบชั้นอุตสาหกรรมยานยนต์โลกตามแนวทางNew Era New Growth for MG and Thailand Automotive Industryอย่างเป็นรูปธรรม ประเดิมเปิดตัวNEW MGZS EVรถยนต์พลังงานไฟฟ้า100%โฉมใหม่ ที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ Truly Easyพร้อมด้วยMG EV Ecosystemหรือระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่งของเอ็มจี โดยมีเครือข่ายMG Super Chargeที่ครอบคลุมและรองรับการเดินทางได้ทั่วประเทศ พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษ เงินจองจำนวน10,000บาทจะมีมูลค่าเป็น 20,000 บาท เพื่อใช้หักจากราคาจำหน่ายเมื่อมีการส่งมอบรถอย่างเป็นทางการและอุปกรณ์เชื่อมต่อกระแสไฟV2Lมูลค่า10,000บาท เฉพาะผู้ที่จองผ่านwww.mgcars.comในระหว่างวันที่11-21 มีนาคม และรับรถภายในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เท่านั้นโดยจะประกาศราคาอย่างเป็นทางการในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ วันที่22มีนาคมนี้ นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าเอ็มจีแนะนำMG ZS EVรถยนต์พลังงานไฟฟ้า100%รุ่นแรกเข้าสู่ตลาดรถยนต์เมืองไทยเมื่อ3ปีที่แล้ว ด้วยแนวคิดหรือคอนเซ็ปต์ Easy เพื่อทำให้ผู้บริโภคเห็นว่า การใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเป็นเรื่อง ง่าย ทั้งในด้านของการใช้งาน การดูแลรักษา การชาร์จพลังงาน และการเป็นเจ้าของ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าคนไทยและทำให้ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดด สำหรับNEW MG ZS EVรุ่นล่าสุดนี้ มาพร้อมกับแนวคิดTruly Easyเพื่อสื่อให้ผู้ใช้งานได้มั่นใจว่าการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะง่ายกว่าที่เคยเป็นมาNEW MG ZS EVได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่ล้ำสมัย สมรรถนะที่โดดเด่น การติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีความปลอดภัยที่มาอย่างครบครัน ทั้งนี้ก่อนการเปิดตัวNEW MG ZS EVบริษัทฯ ยังได้ทดสอบสมรรถนะและการใช้งานอย่างครอบคลุมของรถรุ่นนี้ภายใต้โปรเจคEV Marathonโดยเป็นการวิ่งทดสอบทั่วประเทศบนระยะทางกว่า 4,880 กิโลเมตร เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้ามีสมรรถนะที่เพียงพอสามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน มีศักยภาพรองรับการใช้งานวิ่งระยะไกลได้อย่างสะดวกสบายเหมือนรถยนต์ทั่วไปด้วยความพร้อมของสถานีชาร์จที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เอ็มจี ให้ความสำคัญกับสมรรถนะและการใช้งานได้จริงของรถยนต์ไฟฟ้า ควบคู่กับการสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า(EV Ecosystem)มาโดยตลอด เพื่อสนับสนุนให้เกิดการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์ทั้งระบบ โดยเราไม่เพียงแนะนำและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่สามารถรองรับการใช้งานที่หลากหลาย แต่ยังคงขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ นอกจากนี้ เราได้เตรียมงานสำหรับการพัฒนาและจัดการแบตเตอรี่แรงดันสูง ด้วยการจัดตั้งโรงงานผลิตและโรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่ รวมไปถึงการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากร ด้วยการวางแนวทางความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อส่งเสริม และพัฒนาบุคลากร ให้เข้ามาเป็นหนึ่งในระบบเครือข่ายEV Ecosystemของประเทศไทย ซึ่งบริษัทฯ มั่นใจว่าการมีEV Ecosystemที่แข็งแกร่งดังกล่าวจะทำให้การใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้นสำหรับคนไทย และทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน สำหรับNEW MG ZS EVมีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่นDและรุ่นX โดยจะเปิดตัวสู่สาธารณชนพร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่43ในวันที่22มีนาคมนี้ และจะจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการใน58โชว์รูมซึ่งสามารถตรวจสอบรายชื่อโชว์รูมได้ที่www.mgcars.com สำหรับผู้จองNEW MG ZS EVในช่องทางออนไลน์ผ่านwww.mgcars.comระหว่างวันที่11-21มีนาคมนี้ และรับรถภายในวันที่30มิถุนายน พ.ศ. 2565จะได้รับข้อเสนอสุดพิเศษจากทางเอ็มจี ประกอบด้วย เงินจอง 10,000 บาท จะมีมูลค่าเป็น 20,000 บาท เพื่อใช้หักออกจากราคาจำหน่ายNEW MG ZS EVเมื่อมีการส่งมอบรถอย่างเป็นทางการ รับประกับแบตเตอรี่นาน8ปี หรือ180,000กิโลเมตร รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน4ปี หรือ120,000กิโลเมตร ฟรี! MG Home Chargerพร้อมค่าติดตั้ง ประกันภัยชั้น1นาน1ปี ฟรี! อุปกรณ์เชื่อมต่อกระแสไฟ V2L มูลค่า 10,000 บาท ข้อมูลผลิตภัณฑ์NEW MG ZS EV NEW MG ZS EVรถพลังงานไฟฟ้า100%ในรูปแบบSUVที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์TRULY EASYยนตรกรรมที่จะทำให้ชีวิตของคุณ ง่าย ขึ้นอย่างแท้จริง ด้วยดีไซน์โดดเด่นสะดุดตา ภายนอกเรียบหรู ล้ำสมัยภายใต้แนวคิดBRIT DYNAMICลงตัวสมบูรณ์แบบในทุกด้าน ทั้งสมรรถนะ (PERFORMANCE)การควบคุม (HANDING)การออกแบบ (DESIGN)และความปลอดภัย (SAFETY)ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทันสมัย ขับขี่ง่าย มั่นใจในทุกเส้นทาง EASY STYLISH EXTERIOR DESIGN:ดีไซน์ภายนอกล้ำสมัย NEW MG ZS EVมาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นตามแบบฉบับรถSUVของMGเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความสปอร์ต ผสานเข้ากับเส้นสายที่ทันสมัย ลงตัวในทุกรายละเอียด พร้อมกระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ใหม่สะท้อนภาพลักษณ์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า100%มากยิ่งขึ้น มิติตัวถัง4,323 x 1,809 x 1,649มิลลิเมตร (ยาวxกว้างxสูง) ระยะช่วงล้อ 2,585มิลลิเมตร กระจังหน้า และกันชนหน้าแบบGRILLE-LESS DESIGN ไฟหน้าแบบLEDพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ตอนกลางวัน(Daytime Running Lights) ไฟท้ายแบบ และไฟเบรกดวงที่3แบบLED สปอยเลอร์หลังพร้อมราวหลังคา ล้ออัลลอยด์ ดีไซน์ใหม่ ขนาด 17 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อแบบAero Wheel Cover EASY CONVENIENT INTERIOR DESIGN:ดีไซน์ภายใน เพื่อการใช้งานที่ ง่าย และ สบาย ยิ่งขึ้น NEW MG ZS EVได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่ภายในกว้างขวาง มาพร้อมดีไซน์เรียบหรู แฝงความสปอร์ตพรีเมี่ยมด้วยคอนโซลหน้าลายคาร์บอนไฟเบอร์ และเบาะหนังดำเดินด้ายแดง พร้อมวัสดุบุนุ่มแบบSoft Touchและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ควบคุมเครื่องเสียงพร้อมปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิตอล ขนาด 7 นิ้ว หน้าจอสีระบบสัมผัสดีไซน์ใหม่ ขนาด 10 นิ้ว หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า6ทิศทาง เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับ4ทิศทาง พื้นที่เก็บสัมภาระปรับได้ 2 ระดับ ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง กระจกมองหลังตัดแสง ระบบกรองอากาศPM 2.5 ลำโพง6ตำแหน่ง ระบบเชื่อมต่อมัลติมิเดียApple CarPlayและสมาร์ทโฟนระบบAndroid EASY DRIVE:สมรรถนะเพื่อการขับขี่ที่ง่าย มั่นใจ และปลอดภัยยิ่งขึ้น NEW MG ZS EVเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 8.6 วินาที และด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่มีความจุ 50.3 kWh ทำให้สามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุดถึง 403 กิโลเมตร* ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC พร้อมมีระบบ Liquid Cooling System ช่วยระบายความร้อนให้ทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบPermanent Magnet Synchronous Motor แบตเตอรี่Lithium-Ionขนาด50.3 kWh แบตเตอรี่มาตรฐานความปลอดภัยIP67ในการป้องกันน้ำและฝุ่น ระบบKERS (Kinetic Energy Recovery System)3ระดับ โหมดการขับขี่3รูปแบบ ได้แก่ โหมดEcoโหมดNormalและโหมดSport ระบบพวงมาลัยRack and Pinionควบคุมด้วยไฟฟ้า (EPS) ดิสก์เบรก4ล้อ พร้อมระบบช่วงล่างหน้าMacPherson Strutพร้อมเหล็กกันโคลง และระบบช่วงล่างหลังTorsion Beam *ทดสอบตามมาตรฐานความประหยัดพลังงานNEW EUROPEAN DRIVING CYCLE (NEDC) NEW MG ZS EVมาพร้อมระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัยFSF (Full Space Frame)ปรับแต่งระบบช่วงล่างแบบEURO TUNING SUSPENSIONและมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยรอบคัน ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานAdvanced Synchronized Protection System20ระบบ ได้แก่ ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติAEB (Autonomous Emergency Braking) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนพร้อมปรับองศาพวงมาลัยหากออกนอกเลนELK (Emergency Lane Keeping System)ถือเป็นระบบใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามาเป็นครั้งแรก โดยผสานรวมระบบLDP (Lane Departure Prevention)และLKA (Lane Keep Assist)เข้าไว้ด้วยกัน ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลนLDW (Lane Departure Warning) ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาBSD (Blind Spot Detection) ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลังRCTA (Rear Cross Traffic Alert) ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลนLCA (Lane Change Assist) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันACC (Adaptive Cruise Control) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำTJA (Traffic Jam Assist) ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่FCW (Forward Collision Warning) ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติIHC (Intelligent High-beam control) นอกจากนี้ยังเสริมอุปกรณ์ความปลอดภัย อาทิ จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบISOFIXระบบล็อกประตูอัตโนมัติ(Speed Sensing Door Lock)เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ3มิติ(3D Around View Monitor)พร้อมสัญญาณเตือนระยะถอยหลัง ระบบกุญแจนิรภัยแบบImmobilizerระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยางและระบบไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่อง EASY CHARGE:ง่าย สะดวกสบาย ทุกการชาร์จ ด้วยสถานีชาร์จที่ครอบคลุม NEW MG ZS EVทำให้การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบาย ด้วยระบบการชาร์จ 2 รูปแบบรองรับทั้งแบบQuick ChargeและNormal Chargeพร้อมสถานีอัดประจุไฟฟ้าของเอ็มจีMG Super Chargeที่ติดตั้งแล้วกว่า120แห่งทั่วประเทศ ชาร์จแบบเร็วQuick Chargeชาร์จไฟฟ้าจาก30% 80%ใช้เวลาประมาณ30นาที* ชาร์จแบบธรรมดาNormal Chargeผ่านMG HOME CHARGER 0% 100%ใช้เวลาประมาณ7ชั่วโมง15นาที ล่าสุด กับระบบจ่ายกระแสไฟV2L (Vehicle to Load)จ่ายพลังงานจากรถสู่อุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น *ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า EASY CONNECT:ด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะที่ทำให้การใช้งานง่ายและสะดวกสบายอย่างแท้จริง NEW MG ZS EVมาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะi-SMARTที่พร้อมทำให้ทุกการเชื่อมต่อในรถมีความง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ เชื่อมให้ผู้ใช้งานและรถเป็นหนึ่งเดียวกัน Smart Check ระบบตรวจสอบสถานะรถยนต์ และระบบเตือนความผิดปกติของรถยนต์ ระบบขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์ ระบบสั่งการ และระบบค้นหารถFind My Car ระบบตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ การชาร์จ และสถานีชาร์จ ระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ นัดหมาย และบันทึกการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะ Smart Command กุญแจดิจิตอล ระบบสั่งการผ่านเสียงภาษาไทย ระบบควบคุมการทำงานของระบบปรับอากาศผ่านทางสมาร์ทโฟน ระบบวางแผนการเดินทางTravel Planและตั้งค่าการเดินทางแบบTeam Travel ระบบโทรออก รับสายกรณีฉุกเฉิน ระบบโทรอัตโนมัติกรณีฉุกเฉินEmergency Call ระบบเลขาส่วนตัวMG Call Centre ระบบสั่งการชาร์จ สถานี MG Super Charge ผ่านทางสมาร์ทโฟน Smart Connect ระบบนำทางNavigationพร้อมรายงานการจราจรแบบReal Time ระบบช่วยค้นหาร้านอาหาร และที่พักบนแผนที่นำทาง ระบบเล่นเพลงออนไลน์แบบสตรีมมิ่ง ระบบเรียกดูข้อมูลข่าวสาร เหตุการณ์ปัจจุบัน และอัพเดทข้อมูลพยากรณ์อากาศ อัพเกรดระบบต่าง ๆ ผ่านออนไลน์(FOTA) NEW MG ZS EVมีให้เลือกทั้งหมด2รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่นDและรุ่นXพร้อมสีตัวถังทั้งหมด5สี ได้แก่ ได้แก่ สีน้ำเงิน (Como Blue)สีเงิน (Cosmic Silver)สีแดง (Scarlet Red)สีดำ (Black Knight)และสีขาว (Arctic White)

ดีไซน์แทงตา ราคาแทงใจ ใหญ่เกินพิกัด อัดแน่นเทคโนโลยี NEW MG5 เคาะราคายั่วๆ 5.59 แสน
อ่าน

ดีไซน์แทงตา ราคาแทงใจ ใหญ่เกินพิกัด อัดแน่นเทคโนโลยี NEW MG5 เคาะราคายั่วๆ 5.59 แสน

เอ็มจี เปิดตัว ALL NEW MG5 ด้วยแนวคิด BEYONDรถยนต์สไตล์สปอร์ตคูเป้ซีดาน ตอบโจทย์ คนรุ่นใหม่ด้วยความเหนือชั้นกว่าเทียบชั้นรถยนต์ในกลุ่ม C-Sedan ในราคาเริ่มต้นเพียง 559,000 บาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทยบุกตลาดรถยนต์นั่งในครึ่งปีหลังด้วย ALL NEW MG5 ด้วยคอนเซ็ปต์ BEYOND เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความโดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยรถยนต์ที่มีรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ตคูเป้ซีดาน พร้อมพื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่ ฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกครบครัน สมรรถนะการขับขี่ที่มาพร้อมระบบความปลอดภัยเหนือระดับ รวมถึงเทคโนโลยีล้ำสมัย ในราคาเริ่มต้นที่ 559,000 บาท พร้อมจัดจำหน่ายและเปิดให้ทดลองขับแล้ววันนี้ ที่โชว์รูมเอ็มจีกว่า 150 แห่งทั่วประเทศ ALL NEW MG5 เป็นยนตรกรรมรุ่นล่าสุดที่สะท้อนแนวทางการพัฒนาของเอ็มจี ซึ่งประกอบด้วย 3 แกนหลัก ได้แก่ เทคโนโลยี (Technology) ความทันสมัย (Fashion) และ ความคุ้มค่า (Value) โดยมีรูปลักษณ์สไตล์สปอร์ตคูเป้ที่เป็นเอกลักษณ์ มีมิติตัวถังที่ใหญ่กว่ารถยนต์ประเภท B-segment ทั่วไป จึงให้มีพื้นที่ภายห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย มีพื้นที่เหนือศีรษะที่สูงโปร่ง พร้อมการตกแต่งสไตล์สปอร์ตพรีเมียม การออกแบบคอนโซลกลางแบบ Driver-focus cockpit ที่ให้องศาที่เหมาะกับตำแหน่งคนขับ รวมไปถึงการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ในระดับมาตรฐานของ B-Sedan มาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED พร้อมระบบเปิดปิดอัตโนมัติ วัสดุภายในเป็นแบบผิวสัมผัสนุ่ม (Soft touch) ในหลายตำแหน่ง หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และโทรศัพท์มือถือระบบ Android พวงมาลัย แบบมัลติฟังก์ชั่น และปุ่ม PUSH Start ยังมีการติดตั้งอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่เหนือระดับเทียบเท่ากับ รถ C-Sedan ได้แก่ อัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ มาตรวัดอัจฉริยะแสดงผลแบบดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง หลังคาซันรูฟ และเหนือกว่า ด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับรถยนต์เอ็มจีที่โดดเด่นด้วยระบบการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยซึ่งมาพร้อมฟังก์ชั่นใหม่ล่าสุด คือ กุญแจดิจิตอล (Digital Key) ที่เจ้าของรถสามารถส่งผ่านมายังโทรศัพท์มือถือ โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องใช้กุญแจในการสตาร์ท อีกทั้งยังสามารถส่งกุญแจดิจิตอลให้กับผู้อื่นเพื่อใช้งานรถยนต์ได้ด้วยการรับ-ส่งโค้ดผ่านทางแอพพลิเคชั่น i-SMART ALL NEW MG5 ให้ความสนุกในการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร มีกำลังสูงสุด 114 แรงม้า ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT 8 สปีด รวมไปถึงระบบช่วยในการขับขี่และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรปที่ทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว (Synchronized Protection System) ที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นดีสก์เบรก 4 ล้อ มาพร้อมระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 3 มิติ ระบบควบคุมการทรงตัวในขณะเข้าโค้ง ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและการลื่นไถล ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน และอื่นๆ อีกมากมาย นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เป้าหมายของเอ็มจี คือการให้ผู้บริโภคชาวไทยได้รับประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ที่ดีกว่าเดิมอยู่เสมอ ควบคู่กับการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยการแนะนำรถยนต์รุ่นต่างๆ ที่มีความโดดเด่นในด้าน เทคโนโลยี (Technology) ความทันสมัย (Fashion) และ ความคุ้มค่า (Value) สู่ตลาดเมืองไทยอย่างต่อเนื่องครอบคลุมเกือบทุกเซกเมนต์ สำหรับการเปิดตัว ALL NEW MG5 ในครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งชื่นชอบรถยนต์นั่งสไตล์สปอร์ต โดยรถรุ่นนี้มาพร้อมนิยาม BEYOND ที่สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ที่มีความโดดเด่นและมีมุมมองที่เหนือระดับ รวมทั้งสะท้อนวิสัยทัศน์ของเอ็มจีที่ต้องการสร้างจุดขายที่เหนือชั้นกว่าให้กับรถยนต์ในกลุ่ม B-segment รวมไปถึงกลุ่ม Eco-Car ของไทยให้ก้าวข้ามกรอบเดิมๆ ซึ่งเรามั่นใจว่าด้วยความโดดเด่นของ ALL NEW MG5 และความพร้อมของการบริการหลังการขายด้วยศูนย์บริการมาตรฐานเอ็มจีกว่า 150 แห่ง ทั่วประเทศ จะทำให้รถยนต์รุ่นนี้เป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยม สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างตรงจุดและมอบประสบการณ์ที่เหนือชั้นกว่าให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างแน่นอน สำหรับ ALL NEW MG5 มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย แบ่งออกเป็น รุ่น C รุ่น D และรุ่น X พร้อมสีตัวถังทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีเหลือง (Nuclear Yellow) สีขาว (Arctic White) สีดำ (Black Knight) สีเงิน (Silver Metallic) สีแดง (Scarlet Red) และสีเทา (Metal Ash Grey) โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้ รุ่นรถยนต์-ราคาจำหน่าย (บาท) ALL NEW MG5 รุ่น C 559,000 ALL NEW MG5 รุ่น D 599,000 ALL NEW MG5 รุ่น X 689,000 ปัจจุบันเอ็มจีมีศูนย์บริการมาตรฐานกว่า 150 แห่ง สามารถรองรับการให้บริการแก่ลูกค้าได้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมการบริการหลังการขายเพื่อการดูแลลูกค้าที่ครบวงจรภายใต้ชื่อ แพสชั่น เซอร์วิส (Passion Service) ซึ่งได้แก่ การรับประกันคุณภาพนาน 4 ปี หรือ120,000 กิโลเมตร การบริการเช็คระยะและตรวจสอบสภาพรถนอกสถานที่ (Mobile Services) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) บริการศูนยลูกค้าสัมพันธ์ (MG Call Centre) ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังมีบริการรถสำรองใช้ระหว่างรอซ่อม เพื่อยกระดับความสะดวกสบาย สร้างความมั่นใจและพึงพอใจสูงสุดใหญ่แก่ลูกค้าที่ใช้รถยนต์เอ็มจี ทั้งนี้ ในโอกาสเปิดตัว ALL NEW MG5 อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เอ็มจี ยังได้เชิญ คุณแมน ทัศไนย ไรวา กูรูรถยนต์และนักออกแบบรถยนต์ คุณมายด์ ณภศศิ สุวรรณ ดารา นางแบบชื่อดัง คุณโจ้ จิรวัชร์ จิตติมานะสัจจะ ยูทูปเบอร์สายรถยนต์ และ คุณซี ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ พิธีกรสายไอทีชื่อดัง มาร่วมถ่ายทอดความโดดเด่นของ ALL NEW MG5 ในแต่ละด้านให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจสามารถทดลองขับ ALL NEW MG5 ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมเอ็มจีทั่วประเทศ โดยบริษัทฯ จะเริ่มทยอยส่งมอบ ALL NEW MG5 ให้กับลูกค้าภายในปลายเดือนนี้เป็นต้นไป

เอ็มจี จัดงาน Legend Rendezvous ให้กับแฟนพันธุ์แท้รถโบราณ MG
อ่าน

เอ็มจี จัดงาน Legend Rendezvous ให้กับแฟนพันธุ์แท้รถโบราณ MG

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย จัดกิจกรรม MG Legend Rendezvous ร่วมกับแฟนพันธุ์แท้รถโบราณ เอ็มจี อาทิ MG TA MG TB MGA และ MGB พร้อมนำรถ MG Cyberster ที่ใช้ในกิจกรรม Charging Into The Future มาให้ยลโฉมแบบ Exclusive ที่ Auto Rendezvous Museum-Bangkok (พิพิธภัณฑ์คนรักรถ) อย่างใกล้ชิด โดย กิจกรรม Legend Rendezvous ได้รับเกียรติจาก ทาง นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณ แห่งประเทศไทย เจ้าของรถ MG TB ที่อยู่ในงานเป็นผู้ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติจากสมาคมรถโบราณ และทีมงาน Charging Into The Future ประกอบด้วย Mr. Hugo และ Mr. Ross Turner (The Turner Twins) Mr. Jason Kosbab และ Mr. Huw Walters โดยบรรยากาศภายในงานมีความอบอุ่นและเป็นกันเอง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่

MG ยอดจองอันดับ 1 รถยนต์ไฟฟ้าภายในงานมอเตอร์โชว์ 2023
อ่าน

MG ยอดจองอันดับ 1 รถยนต์ไฟฟ้าภายในงานมอเตอร์โชว์ 2023

ผลสำรวจจากคนไทยทั่วประเทศ เอ็มจี ยังเป็นแบรนด์ที่ครองใจคนไทย การันตีด้วยรางวัล 2023 Thailands Most Admired Brand ในหมวดยานยนต์ กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า สะท้อนภาพแบรนด์ที่มุ่งยกระดับและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ด้วยรางวัล Innovation Brand Award เอ็มจี กวาดยอดจองในงาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 กว่า 3,929 คัน โดยครองอับดับ 1 ยอดจองสูงสุดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้ารางวัลที่ MG ได้รับเอ็มจีในประเทศไทย ยังคงเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่ครองใจคนไทย หลังคว้ารางวัล 2023 Thailands Most Admired Brand ในหมวดยานยนต์ กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคทั่วประเทศ ซึ่งจัดขึ้นโดยนิตยสาร BrandAge พร้อมเผยความสำเร็จในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 กระแสตอบรับดีเกินคาด กวาดยอดจองมากถึง 3,929 คัน โดยกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้ากินสัดส่วนเกินครึ่ง กว่า 2,840 คัน ย้ำชัดคนไทยมีความเชื่อมั่นในรถไฟฟ้าแบรนด์ เอ็มจีจากผลงานวิจัยที่นำไปสู่การมอบรางวัลอย่าง 2022-2023 Thailands Most Admired Company 2023 Thailands Most Admired Brand ที่จัดสำรวจโดยนิตยสาร BrandAge ซึ่งในปีนี้ เอ็มจี ได้รับรางวัล 2023 Thailands Most Admired Brand ในหมวดยานยนต์ กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมกันนี้ เอ็มจี ยังได้รับรางวัล Innovation Brand Award 2023 อันเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงการรับรู้ของคนไทยที่มีต่อแบรนด์ ความสำเร็จของการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อยกระดับ และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปัจจุบัน เอ็มจี มีรถยนต์ไฟฟ้าให้เลือกมากถึง 5 รุ่น 5 สไตล์ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม อีกทั้งยังเดินหน้าขยาย และเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) อย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติ เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้งานรถไฟฟ้าในทุกพื้นที่ โดย เอ็มจี ยังคงเป็นแบรนด์ที่มีจำนวนสถานีชาร์จเร็วมากที่สุดกว่า 150 แห่ง ทั่วประเทศ และเดินหน้าตามเป้าหมายให้ทุกๆ 150 กิโลเมตร จะมีสถานีชาร์จอย่างน้อย 1 แห่ง พร้อมให้บริการกับผู้ใช้รถไฟฟ้ายอดจองจากงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 44ความสำเร็จยอดจองจากงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 อีกหนึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นในงาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ที่ผ่านมา กับกระแสตอบรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ท่วมท้น ส่งผลให้ เอ็มจี กวาดยอดจองภายในงานฯ ขึ้นแท่นท็อป 3 ด้วยยอดจองรวมทุกรุ่นกว่า 3,929 คัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถยนต์ไฟฟ้าเมืองไทยด้วยยอดจองมากเป็นอันดับหนึ่งกับตัวเลข 2,840 คัน โดยมีรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่อย่าง NEW MG MAXUS9 และ NEW MG ES เป็น 2 โมเดลที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างมาก โดยมียอดจองรถไฟฟ้าแต่ละรุ่น ดังนี้ NEW MG MAXUS9 จำนวน 1,159 คัน NEW MG ES จำนวน 855 คัน NEW MG 4 ELECTRIC จำนวน 559 คัน และ NEW MG ZS EV จำนวน 267 คันแผนการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นของ เอ็มจี ทางบริษัทฯ ยังคงทยอยส่งมอบรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่ 2 และสำหรับ 2 โมเดลใหม่อย่าง NEW MG MAXUS9 และ NEW MG ES มีแผนส่งมอบจำนวนรุ่นละ 1,000 คัน ภายในเดือนมิถุนายน 2566 และจำนวนอีก 500 คัน สำหรับ NEW MG MAXUS9 ในเดือนกรกฎาคม 2566 โดยเอ็มจีเตรียมประกาศราคาอย่างเป็นทางการ NEW MG MAXUS9 ในเดือนพฤษภาคม 2566 ซึ่งลูกค้าที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่น ยังคงสามารถจองผ่านผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั่วประเทศ (EV Authorized Dealer) และผ่านช่องทางเว็บไซต์ที่ https://onlinebooking.mgcars.com/ หรือจองผ่านแอพพลิเคชัน MG THAILANDที่มาของข้อมูล https://www.mgcars.com/

ละครใกล้จบ!! ปล่อยภาพบนเรือให้สังเกต "แตงโม" ลั่น! ทำไมผลตรวจแอลกอฮอล์มีถึง 93 mg%
อ่าน

ละครใกล้จบ!! ปล่อยภาพบนเรือให้สังเกต "แตงโม" ลั่น! ทำไมผลตรวจแอลกอฮอล์มีถึง 93 mg%

ยังคงเคลื่อนไหว ทยอยปล่อยภาพอย่างต่อเนื่อง สำหรับเพจเฟซบุ๊กที่สร้างขึ้นมาใหม่ หลังเฟซบุ๊กจริงของนักแสดงสาว "แตงโม นิดา" ถูกปิดไป หลังมีบุคคลปริศนาเข้ามาใช้งาน ล่าสุดในเฟซบุ๊ก Happy Melon official ได้โพสต์ภาพที่แตงโม ถ่ายร่วมกับ "กระติก" อดีตผู้จัดการ และ "แซน" ในช่วงที่นั่งอยู่บนเรือสปีดโบ๊ท โดยในภาพแซนและกระติก ได้ถือแก้วแชมเปญในมือ ซึ่งในโพสต์ดังกล่าวได้ระบุข้อความไว้ว่า สังเกตนะคะ ว่าโมไม่ค่อยได้ดื่มเลย ส่วน เพื่อนทั้ง 5 คน ดื่มหมด แต่ทำไมผลตรวจแอลกอฮอล์ อยู่ที่โมคนเดียวถึง 93mg% "พูดความจริงสิไอ้เพื่อนรัก" ภาพจาก IG melonp.official ภาพจาก Facebook Happy Melon official ซึ่งหลังจากที่แชร์โพสต์ไป บุคคลปริศนาที่ใช้งานเฟซบุ๊กใหม่นี้ ได้กลับมาคอมเมนต์อีกครั้งด้วยภาพของอดีตผู้จัดการ ที่ถ่ายตรงสะพานพระรามแปด พร้อมข้อความที่เขียนกำกับไว้ว่า "ละครใกล้จบ" อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครทราบว่ามือมืดที่เข้ามาใช้งานเฟซบุ๊กและโพสต์ภาพต่างๆ นี้เป็นใคร คงต้องรอติดตามกันอีกครั้ง ภาพจาก Facebook Happy Melon official ภาพจาก IG melonp.official

รับส่วนลด 75.- เมื่อใช้บริการรถรับ-ส่ง สนามบิน ประเภท Taxi MG EP ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

รับส่วนลด 75.- เมื่อใช้บริการรถรับ-ส่ง สนามบิน ประเภท Taxi MG EP ใช้ 0 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿75.00 ที่ เบลล์ ทรานสพอร์ท ลูกค้าทรู ใช้ 0 ทรูพอยท์ รับส่วนลด 75.- เมื่อใช้บริการรถ รับ-ส่ง สนามบิน ประเภท Taxi MG EP เงื่อนไข 1. กรุณาแสดงสิทธิ์ก่อนใช้บริการ โดยกดรับสิทธิ์และแสดงข้อความที่ได้รับบนหน้าจอ2. งดรับสิทธิ์จากการถ่ายภาพหน้าจอหรือการทุจริตใดๆ3. จำกัด 2 สิทธิ์ / Thai ID / เดือน ( จำกัด 300 สิทธิ์ / เดือน )4. สำรองบริการผ่านทาง Line OA @belltransport เท่านั้น5. ลูกค้า True / Dtac เป็นผู้ชำระเงินค่าบริการโดยตรงกับทาง Bell Transport6. ระยะเวลาการร่วมแคมเปญ 1 ธันวาคม 2568 31 มีนาคม 25697. กรุณาแจ้ง Promo Code กับทางแอดมินเพื่อรับสิทธิ์พิเศษ8. ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข9. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับส่วนลดหรือโปรโมชั้นอื่นได้10. ข้อกำหนดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

MG ทุ่มงบ 500 ล้าน ผุดโรงงานผลิตแบตรถ EV
อ่าน

MG ทุ่มงบ 500 ล้าน ผุดโรงงานผลิตแบตรถ EV

นายจ้าว เฟิง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ - ซีพี จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้พื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK เตรียมพัฒนาพื้นที่ภายในโรงงานกว่า 75 ไร่ ให้เป็นพื้นที่พัฒนาชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ร่วมกับพาร์ทเนอร์ และ โรงงานผลิตแบตเตอรี่ เพื่อรองรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตโดยจะลงทุนเพิ่มเติมอีกกว่า 500 ล้านบาท เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้รองรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ประกอบไปด้วย อาคารโรงงานสำหรับการพัฒนาชิ้นส่วนโมดูลแบตเตอรี่ รวมถึงไลน์การผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าของ เอ็มจี และพื้นที่สำหรับพัฒนาชิ้นส่วนสำหรับการประกอบรถยนต์เอ็มจีร่วมกับพาร์ทเนอร์บริษัทชั้นนำ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มลานจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์และคลังสินค้าโลจิสติกส์แห่งใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการขนส่งภายใต้ยุทธศาสตร์ ONE BELT ONE ROAD จากจีนเป้าหมายหลัก คือการสร้างความร่วมมือทางยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างจีน กับประเทศต่างๆ รวมถึงนโยบายการสนับสนุนการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งหนึ่งในโครงการที่สำคัญในการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมหลักของไทย คือ เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก EEC (Eastern Economic Corridor) ของไทยเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมของไทยเทียบชั้นอุตสาหกรรมระดับโลก อีกทั้งยังถือเป็นการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติที่สำคัญ ทำให้ SAIC MOTOR CORPORATION และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้จับมือกันร่วมก่อตั้ง บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 เพื่อผลิตรถยนต์แบรนด์ เอ็มจี ในประเทศไทยสำหรับพื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK แบ่งเป็น 3 ระยะการก่อสร้าง โครงการระยะแรกตั้งเป้าแล้วเสร็จพร้อมใช้งานภายในเดือนตุลาคม 2566 โดยมีมูลค่าการลงทุนสำหรับโครงการระยะแรกมากกว่า 500 ล้านบาทบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ก่อตั้งขึ้นเพื่อผลิตรถยนต์ เอ็มจี และจำหน่ายภายในประเทศไทย รวมทั้งการส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน โดยโรงงานตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทิร์นซีบอร์ด 2 (WHA ESIE 2) จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่กว่า 437.5 ไร่ มีกำลังการผลิตสูงสุดอยู่ที่ 100,000 คันต่อปี ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ได้ถูกพัฒนาให้ใช้งานได้แล้วกว่า 300 ไร่ ประกอบด้วย1. โรงงานประกอบตัวถัง (General Assembly Shop)2. โรงงานพ่นสีรถยนต์ (Paint Shop)3. โรงผลิตตัวถัง (Body Shop)4. คลังจัดเก็บอะไหล่เพื่อรองรับรถยนต์ของเอ็มจี ทุกรุ่น" style="height: 370px;">ที่มาข้อมูล : TNN ONLINEที่มาภาพ : TNN

ยารักษาริดสีดวง หายขาด Daflon 500 mg ในร้านขายยา ราคากี่บาท
อ่าน

ยารักษาริดสีดวง หายขาด Daflon 500 mg ในร้านขายยา ราคากี่บาท

ยารักษาริดสีดวง หายขาด Daflon 500 mg ในร้านขายยา ราคากี่บาทการเจ็บป่วยนอกจากจะคุกคามสุขภาพกายแล้วยังบั่นทอนสุขภาพจิตอีกด้วย การเจ็บป่วยบางโรคยังทำให้คนป่วยเขินอายที่จะไปหาหมอหรือทำการรักษาในลักษณะที่ต้องมีบุคคลอื่นเห็นการเจ็บป่วยของตัวเอง อย่างเช่น โรคริดสีดวงทวารหนัก ปกติการรักษาโรคริดสีดวงทวารหนักมีด้วยกันหลายวิธีแต่ทุกคนมักจะเลือกวิธีที่ไม่ต้องไปเปิดเผยการเจ็บป่วยของตนก่อนถ้าทำได้ ผู้เขียนไม่เคยเป็นริดสีดวงทวารหนักค่ะ แต่เคยได้ให้คำแนะนำกับคนที่รู้จักกันเกี่ยวกับยารักษาริดสีดวงทวารหนักไป และผลปรากฏว่าพี่เขาหายขาดจากโรคริดสีดวงทวารหนักไปเลย จากการกินยาไปเพียงแค่ 3 แผงเท่านั้น ที่เป็นยาเพียงตัวเดียว คือ Daflon (ดาฟลอน) 500 มิลลิกรัมจึงอยากมาเล่าต่อให้คุณผู้อ่านได้นำข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการกินยาเพื่อรักษาโรคริดสีดวงทวารหนักให้หายขาดกันค่ะ ก่อนอื่นขอเกริ่นก่อนนะคะว่า ไม่ได้เป็นตัวแทนขายยานะคะและไม่ได้ค่าโฆษณาตัวยาด้วยค่ะ ตอนแรกก็ไม่คิดว่า ยา Daflon จะทำให้พี่เขาหายขาดจากโรคริดสีดวงทวารหนักได้ แต่พอรู้จากปากพี่เขาแล้วถือว่าเป็นข่าวดีมากๆ ค่ะ ในตอนแรกก่อนที่จะได้แนะนำยา Daflon ให้พี่เขานั้น สมมติว่าพี่คนนี้ชื่อ พี่ไก่ วันแรกที่เห็นพี่เขานั้นพี่เขานั่งไม่สนิท คอยขยับตัวอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นนั่งในรถหรือเก้าอี้หรืออื่นๆ ผู้เขียนก็สงสัยว่าทำไมพี่ไก่ต้องมีอาการหยุกหยิกแบบนี้ตลอด เลยถามออกไปตรงๆ ว่า เป็นอะไรทำไมนั่งไม่ติดพื้น พี่ไก่ตอบมาว่าเจ็บก้น ผู้เขียนเลยเริ่มสงสัยแล้วว่าทำไมเจ็บก้น เลยพูดแทงใจดำไปว่า เป็นโรคริดสีดวงหรือไง คำตอบที่ได้มาคือ ใช่ แค่นั้นล่ะความแตกเลยค่ะ ต่อจากนั้นพี่ไก่ก็เลยเล่าให้ฟังยาวๆ ว่าตอนนี้อาการเป็นยังไง จากการได้ข้อมูลมาคือ พี่ไก่บอกว่าจะมีเลือดซึมออกมาเป็นบางครั้ง สามารถจับได้ว่ามีติ่งอะไรบางอย่างออกมาบริเวณก้น เวลานั่งทรมานมาก ยิ่งตอนเข้าห้องน้ำปวดท้องหนักยิ่งทรมาน ก็กินยามาเยอะแต่ก็ไม่ดีขึ้นไม่หายสักที นั่งนานไม่ได้ต้องขยับตลอด เป็นมานานมากแล้ว อยากหายขาดแต่ก็คิดไม่ออกว่าจะทำไงดี จากการประเมินพฤติกรรมของพี่ไก่นั้น เป็นริดสีดวงทวารหนักจากการเพิกเฉยที่จะไปเข้าห้องน้ำเวลาปวดท้องหนักเป็นหลักค่ะจากวันแรกคือผู้เขียนได้ข้อมูลมาเยอะมากจนมองเห็นภาพว่าพี่ไก่เป็นหนักและเข้าใจเลยว่าทำไมนั่งไม่สนิทค่ะ จากวันนั้นเลยแนะนำยาให้พี่ไก่ ก็คือ ยา Daflon 500 มิลลิกรัมค่ะ กินไปจำนวน 3 แผงเท่านั้น โดยจ่ายไปเพียง 500 กว่าบาท ยา Daflon 1 แผง มีจำนวน 10 เม็ดค่ะ ด้วยความที่ไม่คิดว่าพี่ไก่เขาจะหายขาดจากโรคริดสีดวงทวารหนักจากยา Daflon เลยไม่ได้ถ่ายรูปเกี่ยวกับยา Daflon ไว้ค่ะ ยา Daflon มีกล่องสีน้ำเงิน ถ้าเกิดว่าคุณผู้อ่านต้องการยา Daflon เภสัชกรรู้จักยา Daflon ดีค่ะ ส่วนราคายา Daflon ต่อแผงนั้นก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละที่ค่ะ ผู้เขียนได้สอบถามย้ำแล้วย้ำอีกว่าพี่ไก่หายแน่น่ะ หายจริงแน่ๆ ใช่ไหม คำตอบที่ได้คือ หายเป็นปลิดทิ้งค่ะ ในระหว่างที่กินยา Daflon และหลังจากหายขาดแล้ว มีคำแนะนำอยู่ 2 อย่างที่ผู้เขียนได้ย้ำให้พี่ไก่ต้องทำคือ อย่างแรกต้องเข้าห้องน้ำทันทีเมื่อรู้สึกปวดท้องหนัก โดยไม่สนใจทั้งนั้นว่าตอนนั้นทำอะไรอยู่จะต้องไปเข้าห้องน้ำ เพราะจากที่ผู้เขียนได้สังเกตมานั้นร่างกายจะเตือนเราให้ไปเข้าห้องน้ำเพื่อไปขับถ่ายเพียงแค่ครั้งเดียว ซึ่งถ้าเราเพิกเฉยแล้วไม่ไปเข้าห้องน้ำพอมารู้สึกปวดท้องหนักอีกทีอุจจาระจะแข็งและเป็นต้นเหตุทำให้เกิดโรคริดสีดวงทวารหนัก เพราะอุจจาระที่แข็งนี้จะไปกดเบียนเส้นเลือดบริเวณรอบทวารหนักจึงทำให้เส้นเลือดโป่งพอง บวม พอเป็นมากก็มีเลือดไหลซึมออกมาค่ะ แต่กว่าจะเป็นโรคริดสีดวงทวารหนักได้เรามักจะมีพฤติกรรมที่ทำให้อุจจาระแข็งบ่อยครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่าและที่พี่ไก่บอกว่าสามารถจับเจอติ่งที่ทวารหนักนั้น ติ่งที่ว่านี้จริงๆ คือเส้นเลือดที่โป่งพองออกมานั่นเอง คำแนะนำต่อมาที่พี่ไก่ทำนั้นคือการดื่มน้ำค่ะ ดื่มน้ำให้บ่อยขึ้นจากเดิมถึงขนาดว่าพกขวดน้ำเลยค่ะ เพราะจะทำให้อุจจาระแข็งน้อยลง ประกอบกับการกินผักผลไม้มากขึ้นเพื่อเพิ่มกากใยและทำให้อุจจาระได้ง่ายขึ้น โดยจากที่พี่ไก่ได้กินยา Daflon ไปนั้นไม่พบว่ามีผลข้างเคียงของยาค่ะ และจากวันนั้นจนถึงวันนี้พี่ไก่ไม่เคยได้พูดถึงโรคริดสีดวงทวารหนักอีกเลยค่ะ แต่พี่ไก่ก็ยังดูแลตัวเองตามคำแนะนำข้างต้นเพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้เป็นโรคริดสีดวงทวารหนักซ้ำอีกค่ะ ในตอนหลังมาถึงขนาดว่าพกแก้วน้ำแบบเก็บความเย็นและมีน้ำไว้ดื่มตลอดที่โต๊ะทำงานเลยค่ะ จึงอยากบอกต่อเรื่องนี้กับคุณผู้อ่านเกี่ยวกับการใช้ยา Daflon ในการรักษาโรคริดสีดวงทวารหนัก เพราะใช้ยาไปเพียงแค่ตัวเดียวและทำให้จบปัญหาริดสีดวงทวารหนักได้ผู้เขียนว่าโชคดีมากๆ ค่ะ คือก่อนหน้านี้พี่ไก่ก็ใช้ยามาเยอะแต่ผู้เขียนไม่ได้ถาม แต่พอผู้เขียนแนะนำยา Daflon ให้ตอนแรกพี่ไก่ก็ทำท่าไม่สนใจเพราะกินยามาเยอะจนท้อเพราะไม่ดีขึ้น แต่พอมากินยา Daflon แล้วพี่ไก่หายขาดพี่เขาแทบจะกราบงามๆ เลยค่ะ ประมาณว่าเจอยาดียาเด็ดปราบโรคริดสีดวงทวารหนักให้อยู่หมัด ก็ลองไปหายา Daflon มาใช้ดูแลรักษาตัวเองดูค่ะ แต่ก่อนอื่นให้ปรึกษาเภสัชกรก่อน เพราะบางคนอาจมีโรคประจำตัวอย่างอื่นที่อาจมีผลข้างเคียงถ้าต้องใช้ยา Daflon ค่ะ และขอให้สุขภาพดีกันทุกคนค่ะ หายเป็นปลิดทิ้งเหมือนอย่างพี่ไก่อย่างไรก็ตามโรคริดสีดวงมักเกิดจากพฤติกรรมการขับถ่ายที่เราเพิกเฉยที่จะไปเข้าห้องน้ำเวลาปวดท้องหนัก และพฤติกรรมอื่นๆ เช่น การไม่กินผักและผลไม้ การดื่มน้ำน้อยเกินไป การเข้าห้องน้ำแล้วเล่นโทรศัพท์ทำให้ความสนใจเราไปอยู่กับโทรศัพท์จนทำให้ท้องผูกซ้ำๆ และการจะหายขาดจากโรคริดสีดวงทวารหนักนอกจากการกินยา Daflon แล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมยังมีความจำเป็นที่ต้องทำควบคู่กันไปด้วยค่ะจึงจะทำให้สุขภาพดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตามการกินยา Daflon แล้วหายขาด แต่ถ้าหลังจากนั้นมีพฤติกรรมที่ไปชักนำให้เกิดโรคริดสีดวงทวารหนักอีก ก็ยังสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีกเหมือนเดิม จึงควรหันไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพดีเพราะเป็นวิธีการที่ยั่งยืนกว่าค่ะเครดิตภาพประกอบบทความโดย: ผู้เขียนภาพหน้าปกจาก Pixabay/Pixelsออกแบบภาพหน้าปกใน Canvaรูปภาพประกอบเนื้อหาจาก: ภาพที่ 1 derneuemann/Pixabay, รูปภาพที่ 2 Giorgio/Unsplash, รูปภาพที่ 3 Daflon/Canva, ภาพที่ 4 Lisa Fotios/Pixelsบทความอื่นที่น่าสนใจ✳️6 วิธีเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อมีสุขภาพดี สุขภาพดีทึกคนสร้างได้ กดอ่านเลย✅วิธีลดไข้ในเด็กและการใช้ยาพาราเซตามอลแก้ไข้ในเด็ก กดอ่านเลย✅แชร์ประสบการณ์ใช้ยาโคลซิซีนรักษาโรคเกาต์ได้ผล สามารถควบคุมอาการได้ กดอ่านเลย✅อยากผอมหุ่นดี อยากมีซิกแพค หาอินสปายลดน้ำหนัก เข้าร่วมด่วนที่ฟิตแอนด์เฟิร์มคอมมูนิตี้

[Review] ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Blackmores Bio C Acerola Plus 1500 mg
อ่าน

[Review] ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Blackmores Bio C Acerola Plus 1500 mg

สวัสดีค่ะ! ทุกคนใครที่ชอบเป็นหวัดหรือป่วยบ่อยๆร่างกายอ่อนแอง่ายและอยากเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ดังนั้นวิตามินซีตอบโจทย์นี้เลยค่ะเป็นที่รู้จักกันดีว่าวิตามินซีนั้นช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงและส่งผลให้ไข้หวัดหรือป่วยน้อยลงและวิตามินซียังช่วยสร้างคอลลาเจนให้กับผิวทำให้ผิวใสขึ้นด้วยค่ะ วันนี้ดอกเหมยก็มีวิตามินซีจากแบรนด์โด่งดังในเรื่องผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมาแนะนำทุกคนค่ะนั่นก็คือ Blackmores Bio C Acerola Plus 1500 mg นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย เราไปดูส่วนประกอบสำคัญต่างๆของวิตามินซีตัวนี้กันเลยค่ะส่วนประกอบสำคัญใน 1 เม็ด ประกอบด้วยจากผงน้ำอะซีโรลา เชอร์รี่เข้มข้น 60 มก.จากผลอะซีโรลา เชอร์รี่ 1500 มก.สารสกัดจากโรสฮิพ 100 มก.สารสกัดจากเมล็ดองุ่น 50 มก.สารสกัดจากชาขาว 25 มก.ผงผลมะกอกเข้มข้น 10 มก.วิตามินอี 10 มก.สังกะสี 10 มก.ซีลีเนียม 70 มคก.วิตามินซีมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน เพื่อการทำงานตามปกติของผิวหนังวิตามินอีและซีลีเนียม มีส่วนช่วยในการปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระลักษณะของเม็ดวิตามินรูปร่างยาวเป็นวงรีและเป็นสีขาวนวลขนาดไม่ใหญ่มากทานง่าย ต่างจากวิตามินซีสูตรเดิมที่มีขนาดใหญ่กว่าและเม็ดวิตามินเป็นสีส้มวิธีใช้รับประทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที วันละ 1 เม็ด ทุกวันReviewผลลัพธ์ที่ได้หลังกินมาประมาณ 1 เดือน คือผิวเนียนและลื่นขึ้นกว่าเดิมมากเพราะปกติเหมยเป็นคนดื่มน้ำน้อยมากผิวเลยมีความแห้งแต่พอมากินวิตามินซีตัวนี้คือดีมากช่วยเรื่องผิวได้ดีมากเวลาออกแดดจะรู้สึกว่าผิวดูกระจ่างใสขึ้นและใครที่มีรอยสิวและจุดด่างดำตัวนี้ช่วยได้ค่ะรอยสิวจางลงไวหน้าดูใสขึ้นไม่ดูหมองคล้ำค่ะ เหมยกินเพราะเป็นหวัดบ่อยด้วยอีกทั้งกินให้เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองเพราะทุกวันนี้มีแต่โรคระบาด ใครชอบเป็นหวัดบ่อยๆกินวิตามินซีตัวนี้เลยค่ะเหมยแนะนำได้ทั้งสุขภาพดีและงานผิวก็ดีงามด้วยนะคะ หมดชื้อต่อแน่นอนค่ะราคาจะอยู่ที่ 310 บาท มีขนาดเดียว ขนาด 40 เม็ด ทานได้ 40 วันคะแนนเรื่องผิวผิวกระจ่างใส 5/5ผิวเรียบเนียน 5/5ลดรอยสิว 4/5เสริมภูมิคุ้มกัน 5/5เป็นยังไงกันบ้างคะรีวิววิตามินซีของBlackmoresพอจะแนวทางสำหรับใครที่กำลังมองหาวิตามินซีที่ช่วยทั้งสุขภาพแล้วงานผิวBlackmores Bio C Acerola เลยค่ะ สามารถหาซื้อได้จาก LAZADA, SHOPEE, KONVYครั้งหน้าจะมีรีวิวอะไรให้ทุกคนได้อ่านอีกรอติดตามกันนะคะ สำหรับวันนี้ดอกเหมยขอตัวลาไปก่อนนะคะ เครดิตรูปภาพ:ภาพหน้าปก: โดยนักเขียน ดอกเหมยภาพประกอบ: ภาพที่1-4 โดยนักเขียน ดอกเหมยเปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

MG4 รถยนต์ไฟฟ้าแพลตฟอร์มใหม่ที่จะมาเปลี่ยนแปลงตลาดรถยนต์อีวี
อ่าน

MG4 รถยนต์ไฟฟ้าแพลตฟอร์มใหม่ที่จะมาเปลี่ยนแปลงตลาดรถยนต์อีวี

SAIC Motor Corporation บริษัทแม่ของ เอ็มจี เผยความสำเร็จในการบุกตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในยุโรป และสามารถทำผลงานติดอันดับ 1 ใน 10 แบรนด์รถยนต์พลังงานไฟฟ้ายอดนิยมในประเทศสวีเดน นอร์เวย์ อังกฤษ และในอีกหลากหลายประเทศ ชื่อชั้นของแบรนด์ เอ็มจี เริ่มเป็นที่ จับตามองในทุกๆ การเคลื่อนไหว ล่าสุดการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ที่สะท้อนให้เห็นถึงการเดินหน้าอย่างไม่หยุดนิ่ง กับเป้าหมายใหญ่ในการนำเสนอ Global EV รุ่นล่าสุดอย่าง MG4 ที่จะยกระดับตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อีกครั้งMG4รถยนต์ไฟฟ้าโมเดลแรกที่พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม SAIC NEBULA TECHNOLOGYMG4 เป็นชื่อที่ใช้ทำการตลาดทั่วโลก โดยจุดกำเนิดของ อีวีสายพันธุ์แท้ รุ่นนี้ เริ่มต้นที่ประเทศจีน ภายใต้ชื่อ MG MULAN ปรากฏตัวครั้งแรกที่ประเทศจีนเมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ต่อเนื่องด้วยการเปิดตัวที่ประเทศอังกฤษเมื่อช่วงกลางเดือนกันยายน ภายใต้ชื่อ MG4 Electric สร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า จนขึ้นชั้น รถไฟฟ้าที่น่าจับตามอง และเตรียมจ่อคิวเปิดตัวในประเทศชั้นนำอื่นๆ ในยุโรป ไม่ว่าจะเป็น ประเทศเยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน นอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ก ลักเซมเบิร์ก ฯลฯMG4 คือรถไฟฟ้าโมเดลแรกที่พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม SAIC NEBULA TECHNOLOGY ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ สามารถใช้ได้กับรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายเซ็กเมนต์ครอบคลุมตั้งแต่รถขนาดเล็กไปจนถึงรถขนาดใหญ่ และรองรับแบตเตอรี่ได้หลากหลายความจุMG4 จัดอยู่ใน C-Segment Hatchback รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 5 ประตู ที่มีความโฉบเฉี่ยวและคล่องตัวสูง ต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไปด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลังและการกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 ส่งผลให้ MG4 มีความโดดเด่นในเรื่องความสนุกสนานในการขับขี่ ทั้งอัตราเร่งที่ทันใจ พวงมาลัยที่ตอนสนองฉับไว เป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจด้วยจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ รองรับด้วยระบบช่วงล่างสมรรถนะสูงแบบอิสระ 4 ล้อตัวรถโดดเด่นด้วยแนวคิดการออกแบบ Energetic Agile ที่ผสมผสานองค์ประกอบที่ทันสมัย เข้ากับเทคโนโลยี ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความแตกต่างในด้านดีไซน์ให้เหมือนรถยนต์แห่งอนาคต ภายใน ห้องโดยสารของ MG4 มีการออกแบบที่มุ่งเน้นความกว้าง แต่ยังคงความสะดวกสบายต่อการใช้งาน ในส่วนระบบความปลอดภัยยังคงให้มาครบครันตามแบบฉบับของเอ็มจีเตรียมขายในประเทศไทยเร็ว ๆ นี้ทาง SAIC Motor Corporationเตรียมส่งมอบ MG4 เข้าไปทำตลาดใน 6 ทวีปทั่วโลก ภายในปี 2023 โดยจะทยอยเปิดตัว MG4 อย่างต่อเนื่องในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ กลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง กลุ่มประเทศในทวีปอเมริกาใต้ และประเทศไทย เร็ว ๆ นี้

เอ็มจี เผยโฉม รถสปอร์ตอีวีสุดหรู 'MG Cyberster' ปลายปีนี้
อ่าน

เอ็มจี เผยโฉม รถสปอร์ตอีวีสุดหรู 'MG Cyberster' ปลายปีนี้

เอ็มจี ผู้บุกเบิกรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในประเทศไทย พร้อมแล้วที่จะนำรถยนต์ต้นแบบแห่งอนาคต รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 100% MG Cyberster เป็นรถยนต์ต้นแบบที่เผยโฉมครั้งแรกในงาน Shanghai Auto Show 2021 มาพร้อมความโดดเด่นในการเป็นรถที่ถูกออกแบบที่ล้ำสมัยและเป็นเอกลักษณ์ มีระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้ากว่า 800 กิโลเมตร จากแบตเตอรี่แบบไร้โมดูล (Moduleless Battery) ผสานขีดสุดของสมรรถนะด้วยการทำเลขอัตราเร่ง 0 100 กม./ชม. ในระยะเวลาไม่ถึง 3 วินาที นอกจากนี้ในด้านของเทคโนโลยียังสามารถรองรับระบบการเชื่อมต่อแบบ 5G และติดตั้งระบบขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Driving) เป็นรถยนต์ที่มีระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับที่ 3 (Autonomous Level 3 : Conditional Automation) ในด้านของการออกแบบนอกจากการดีไซน์ห้องโดยสารแบบ E-sport แล้ว MG Cyberster ยังมีการติดตั้งชุดไฟหน้าแบบ Magic Eye แบบอินเทอร์แอคทิฟเสมือนดวงตาของรถยนต์ที่สามารถกระพริบได้ ติดตั้งชุดไฟ LED แบบ Laser Belt ที่ด้านข้างของตัวรถ ล้อดีไซน์ใหม่แบบ Hacker Blade และไฟท้ายแบบ Red Wing โดยการออกแบบในองค์รวมได้ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความคลาสสิคและกลิ่นอายจากสุดยอดรถสปอร์ตในตำนานอย่าง MGB Roadster ไว้ได้อย่างเต็มขั้น สำหรับงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 (Motor Expo 2021) ในปีนี้ เอ็มจี มาพร้อมคอนเซ็ปต์ PIONEER of EV ชูภาพการเป็นผู้บุกเบิกรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย จากการริเริ่มนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหลากหลายรุ่นและผลักดันโครงสร้างพื้นฐานอย่างสถานีอัดประจุไฟฟ้าจนครอบคลุมการใช้งานทั่วประเทศ นอกจาก รถยนต์ต้นแบบพลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคต MG Cyberster แล้ว ยังมีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทุกรุ่นของเอ็มจี นำโดย NEW MG EP PLUS รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย MG HS PHEV รถปลั๊กอินไฮบริดที่มอบคุณค่าให้กับผู้ใช้งาน และยนตรกรรมรุ่นยอดนิยมจากทุกเซกเมนต์ ไม่ว่าจะเป็น ALL NEW MG5 / MG ZS / MG HS / MG EXTENDER รวมถึงการจัดแสดงและสาธิตการใช้งานสถานีอัดประจุไฟฟ้า MG Super Charge ที่ปัจจุบันติดตั้งแล้วกว่า 119 แห่ง ทั่วประเทศ พร้อมพบกับโปรโมชั่นและข้อเสนอสุดพิเศษส่งท้ายปี ที่บูธเอ็มจี หมายเลข A13 ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 38 (Motor Expo 2021) ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อืมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564 และโชว์รูมเอ็มจี 150 แห่ง ทั่วประเทศ