Reset

Search results for “#infinix” - TrueID

Top Result
Watch
Shorts
Game
Privilege
Read
Infinix ส่ง GT 20 Pro ร่วมในการแข่งขัน Jaturamitr Esport
Read

Infinix ส่ง GT 20 Pro ร่วมในการแข่งขัน Jaturamitr Esport

Infinix สนับสนุนวงการอีสปอร์ตไทย ส่ง GT 20 Pro ร่วมในการแข่ง Jaturamitr Esport ศึกแห่งศักดิ์ศรี ของเหล่านักสู้จาก 4 โรงเรียนเครือจตุรมิตร กรุงเทพฯ 24 กรกฎาคม 2567 - อินฟินิกซ์ (Infinix) แบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลกที่คุ้มค่า ครบครันทุกการใช้งาน และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เดินหน้าตอกย้ำความแรงของสุดยอดเกมมิ่งสมาร์ทโฟน Infinix GT 20 Pro ต่อเนื่อง ล่าสุด! อินฟินิกซ์ร่วมเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ ของศึก RoV Jaturamitr Esports เกมการแข่งขันอีสปอร์ต ครั้งยิ่งใหญ่ ระดับมัธยมศึกษาของเหล่านักเรียนจาก 4 โรงเรียนในเครือจตุรมิตร ประกอบด้วย โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนอัสสัมชัญ และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย นับเป็นหนึ่งในสนามการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ที่จะช่วยส่งเสริมความสร้างสรรค์ และเป็นพื้นที่ในการฝึกทักษะ ให้กับเหล่าเกมเมอร์รุ่นใหม่ เพื่อเป็นก้าวแรกบนเส้นทางอีสปอร์ต ก่อนก้าวสู่เส้นทางระดับมืออาชีพในอนาคต นอกจากนี้ทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ จะได้ใช้งาน Infinix GT 20 Pro ในการแข่งขันเพื่อสัมผัสกับประสบการณ์ความลื่นไหลเหนือระดับ ของสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เพียงหนึ่งเดียว ที่สามารถรองรับอัตราเฟรมเรทในการเล่นเกม Garena RoV ได้ถึง 120FPS และเป็นสมาร์ทโฟนที่ใช้ในการแข่งขัน RoV Pro League 2024 Winter อย่างเป็นทางการอีกด้วย ร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่ ของศึกการแข่งขันอีสปอร์ตแห่งศักดิ์ศรี ของเหล่านักสู้ระดับมัธยมศึกษา ในการเฟ้นหาผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว ที่จะมาท้าชิงเงินรางวัล และของรางวัลอื่นๆ มูลค่ารวมกว่า 80,000 บาท ตลอดจนเตรียมพบกับความลื่นไหลขั้นเทพของสมาร์ทโฟน Infinix GT 20 Pro ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 3 สิงหาคม 2567 ณ True 5G PRO HUB ชั้น 4 สยามดิสคัฟเวอรี่ สามารถติดตามรายละเอียดการแข่งขัน และสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/InfinixMobileThailand/ บทความที่คุณอาจสนใจ ส่องสเปค นาฬิกา Rolex Daytona รุ่นพิเศษ Kakha Kaladze อดีตแข้งดัง AC Milan TAG Heuer เผยโฉมนาฬิกา TAG Heuer Carrera Chronograph X Porsche 963 6 นาฬิกาผู้ชายแบรนด์หรู ยอดนิยม ปี 2024 รวมนาฬิกาสาย Nato ยี่ห้อไหนดี สวยทนลุย เปลี่ยนลุคได้บ่อย ราคาเท่าไหร่ รวมนาฬิกา Luxury Smart Watch สำหรับผู้ชาย สมาร์ทวอทช์หรูหราสุดล้ำ ยี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่ นาฬิกา SEIKO ผู้ชาย ราคาไม่เกิน 30,000 บาท รุ่นไหนดี 2024 นาฬิกาคาสิโอผู้ชาย ราคาไม่เกิน 10,000 บาท รุ่นไหนดี นาฬิกาสายเหล็ก แบรนด์ CASIO นาฬิกาผู้ชาย ราคาไม่เกิน 2,000 บาท รุ่นไหนดี รวมนาฬิกา Rado ผู้ชายปี 2024 รุ่นไหนดี ดีไซน์สวย ราคาเท่าไหร่ -------------------------------------------------

เปิดตัว Infinix GT 10 Pro: สมาร์ตโฟนเกมมิงราคาประหยัด ที่ได้ทั้งชิป Dimensity 8050 และจอ 120 Hz
Read

เปิดตัว Infinix GT 10 Pro: สมาร์ตโฟนเกมมิงราคาประหยัด ที่ได้ทั้งชิป Dimensity 8050 และจอ 120 Hz

หลังจากที่สร้างกระแสด้วยการปล่อยทีเซอร์ดีไซน์ตัวเครื่องที่เต็มไปด้วยรายละเอียดล้ำสมัยไปแล้วนั้น ล่าสุด Infinix ได้เปิดตัวสมาร์ตโฟนเกมมิงราคาประหยัดล่าสุด นั่นคือ GT 10 Pro ที่ได้รับการออกแบบในธีม Cyberpunk ซึ่งรองรับการปรับแต่งการแสดงผลของไฟ mini-LED ที่ด้านหลังตัวเครื่องได้ตามความต้องการของผู้ใช้ จากรายงานของ SuperData Research เมื่อปี 2020 ระบุว่า ตลาดเกมมิงทั่วโลกมีมูลค่ามหาศาลถึง 159,000 ล้านเหรียญ ซึ่งสูงอุตสาหกรรมเพลงถึง 8 เท่า (19,100 ล้านเหรียญ), สูงกว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ถึง 4 เท่า (41,700 ล้านเหรียญ) และสูงกว่าอุตสาหกรรม E-Sport อย่างชัดเจน (1,100 ล้านเหรียญ) ซึ่งทำให้ผู้ผลิตสมาร์โฟนแบรนด์ใหญ่มากมายหันมาพัฒนาสมาร์ตโฟนเกมมิงเพื่อตอบโจทย์เกมเมอร์ในปัจจุบัน Infinix GT 10 Pro มาพร้อมจุดเด่นที่การอัปเกรดมาใช้ชิปเซต MediaTek Dimensity 8050 ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 6 นาโนเมตร ของ TSMC ซึ่งประกอบด้วยแกน Cortex-A78 ความเร็วสูงสุด 3.0 GHz จำนวน 4 แกน และแกน Cortex-A55 อีก 4 แกน เสริมด้วยชิปกราฟิก Mali-G77 ที่มีแกนประมวลผลถึง 9 แกน โดยจะประมวลผลร่วมกับแรม LPDDR4X สูงสุด 8 GB และสตอเรจ UFS 3.1 ขนาด 256 GB อีกทั้งยังรองรับแรมเสมือนจริง (Virtual RAM) อีก 8 GB อีกสิ่งที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนมาใช้แผงหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด 1,080 x 2,400 พิกเซล (สัดส่วน 20:9) โดยรองรับรีเฟรชเรต 60/90/120 Hz และมีอัตราตอบสนองของจอทัชสกรีนที่ 360 Hz จอดังกล่าวยองรองรับการแสดงผลค่าสีระดับ 10 บิต, มีความสว่างสูงสุด 900 Nit และติดตั้งเซนเซอร์ต่าง ๆ ไว้ภายใต้แผงหน้าจอ เช่น เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, เซนเซอร์วัดค่าแสง และเซนเซอร์ประมวลผลการเคลื่อนไหวทางกายภาพ เป็นต้น สเปกอื่น ๆ ที่น่าสนใจ มีดังนี้ กล้องหลักด้านหลัง ความละเอียด 180 ล้านพิกเซล (หลัก, f/1.75) เสริมด้วยเซนเซอร์ภาพ 2 ล้านพิกเซล อีก 2 ตัว กล้องหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ 5,000 mAh, รองรับการชาร์จไฟสูงสุด 45 W ระบบปฏิบัติการ Android 13 ครอบด้วย Pure XOS 13 ลำโพงสเตอริโอ ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. เอนจิการสั่น 4 มิติ เพื่อสร้างแรงสั่นตอบสนองที่สมจริงระหว่างเล่นเกม สี Cyber Black และ Mirage Silver Infinix GT 10 Pro มีราคาอยู่ที่ 240 – 250 เหรียญ (ประมาณ 8,300 – 8,600 บาท) แต่ยังไม่เปิดเผยว่าจะว่าจำหน่ายในประเทศใดบ้าง ที่มา : GSMArena

Infinix โชว์ฝาหลัง GT 10 Pro เปลี่ยนสีได้ และมาพร้อม LED ดีไซน์ล้ำ เอาใจเกมเมอร์
Read

Infinix โชว์ฝาหลัง GT 10 Pro เปลี่ยนสีได้ และมาพร้อม LED ดีไซน์ล้ำ เอาใจเกมเมอร์

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา Infinix ได้เปิดเผยว่าจะเปิดตัวสมาร์ตโฟนเกมมิงที่มีชื่อว่า GT 10 Pro ในต้นเดือนสิงหาคม 2023 นี้ โดยมีการเปิดเผยภาพตัวเครื่อง สี Cyber Black และ Mirage Silver และบอดีตัวเครื่องที่มาพร้อมดีไซน์สุดล้ำที่เรียกว่า Cyber Mecha ที่มีลักษณะเป็นกลไก ให้อารมณ์กคล้ายกับ Nothing Phone (2) ล่าสุด Infinix ได้เปิดเผยฟีเจอร์ล่าสุด นั่นคือไฟ mini LED ที่ด้านหลังตัวเครื่อง ที่แสดงสถานะของเครื่องระหว่างเล่นเกมอย่างสวยงาม ภาพจาก GSMArena ไฟ LED ดังกล่าว ได้รับการออกแบบให้แสดงออกมาในลักษณะของแบ็คไลท์ที่มีความโดดเด่น โดยจะแสดงขึ้นเมื่อผู้เล่นเปิดเล่นเกม, แสดงการแจ้งเรือน และแสดงสถานะการชาร์จไฟ นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยภาพของ Infinix GT 10 Pro สี Mirage Silver ที่บางส่วนของฝาหลังสามารถเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีชมพูได้ เมื่อฝาหลังได้สัมผัสกับแสง UV ในส่วนของสเปกนั้น มีความน่าสนใจเช่นกัน ดังนี้ (อ้างอิงจากแหล่งข่าวที่เปิดเผยก่อนหน้านี้) แรม 8 GB (แรมแบบ Virtual อีก 8 GB) สตอเรจ 256 GB ซอฟต์แวรื XOS 13 อ้างอิงจาก Android 13 ที่สะอาดและไม่ติดตั้ง Bloatware และมีโฆษณามากวนใจแต่อย่างใด ภาพจาก GSMArena ภาพจาก GSMArena ที่มา : GSMArena

Infinix เตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนเกมมิง Infinix GT 10 Pro ต้นเดือนสิงหาคมนี้ !
Read

Infinix เตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนเกมมิง Infinix GT 10 Pro ต้นเดือนสิงหาคมนี้ !

ล่าสุดมีรายงาน Infinix เตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนเกมมิงรุ่นใหม่ Infinix GT 10 Pro ในต้นเดือนสิงหาคมนี้ที่ประเทศอินเดีย โดยจุดเด่นของสมาร์ตโฟนรุ่นดังกล่าวจะมาพร้อมกับดีไซน์ด้านหลังแบบกึ่งโปร่งใส หลายคนอาจคิดว่าแนวคิดนี้แอบคล้ายคลึงกับ Nothing Phone (2) ที่ถึงเปิดตัวไป อย่างไรก็ตาม จากในภาพนั้นเผยให้เห็นว่าการออกแบบของ Infinix GT 10 Pro นั้นไม่ได้เหมือนกับ Nothing Phone (2) ซะทีเดียว เป็นเพียงแนวคิดที่คล้ายกันเท่านั้น Infinix GT 10 Pro จะมาพร้อมกับกล้อง 3 ตัว โดยมีเซนเซอร์หลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล และแฟลช LED แบบวงแหวน ส่วนในด้านของชิปเซตนั้นคาดว่าจะมาพร้อมกับชิป Dimensity แต่ยังไม่ทราบว่าคือชิปรุ่นใด อย่างไรก็ตามคาดว่าสมาร์ตโฟนจะได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษเพื่อให้เล่นเกมได้อย่างลื่นไหล ที่มา : Gsmarena.com

Infinix จะเปิดตัวสมาร์ตโฟนแบบ Nothing Phone (2) ทำให้ Carl Pei ต้องเตรียมทนายไว้แล้ว
Read

Infinix จะเปิดตัวสมาร์ตโฟนแบบ Nothing Phone (2) ทำให้ Carl Pei ต้องเตรียมทนายไว้แล้ว

Nothing Phone (2) ถือว่าเป็นสมาร์ตโฟนที่ฉีกมาก ๆ ในแง่ของการดีไซน์แม้ว่าสเปกภายในและการใช้งานทั่ว ๆ ไปจะไม่ได้แตกต่างจากสมาร์ตโฟน Android ทั่วไปมากนัก แต่ด้วยความแตกต่างก็ทำให้มีคนอื่นอยากนำไปใช้เหมือนกัน มุกุล ชาร์มา (Mukul Sharma) เผยว่า Infinix จะเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ภายใต้รุ่น GT โดยรุ่นนี้จะได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Nothing Phone (2) แบบเต็ม ๆ ด้วยดีไซน์ฝาหลังแบบมีแสงไฟ ตัวอย่างที่ชาร์มาแชร์มาคือรูปด้านขวาสุดที่น่าจะเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ของ Infinix แต่หลังจากมีข่าวนี้ไม่นานก็ดูเหมือนว่าคาร์ล เพ่ย (Carl Pei) CEO ของ Nothing ก็ได้แสดงความเคลื่อนไหวโดยการตอบกลับทวีตของชาร์มาว่าตอนนี้ตนได้เตรียมทนายไว้แล้วด้วย แต่เพ่ยทิ้งท้ายด้วยอีโมจิรูปหัวเราะซึ่งอาจหมายถึงการหยอกล้อก็เป็นได้ หรือ หากมีการลอกเกิดขึ้นจริง ๆ ก็อาจไม่ใช่เรื่องหยอกล้อได้เหมือนกัน ที่มา Gizmochina

หลุดภาพตัวเครื่อง Infinix GT 10 Pro+ เผยดีไซน์คล้าย Nothing Phone (2) ?!
Read

หลุดภาพตัวเครื่อง Infinix GT 10 Pro+ เผยดีไซน์คล้าย Nothing Phone (2) ?!

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Infinix เตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ที่มีการออกแบบคล้ายคลึงกับ Nothing Phone (2) แหล่งข่าวยังได้มีการแชร์ภาพแผนผังของสมาร์ตโฟนดังกล่าว เผยให้เห็นการออกแบบด้านหลังของตัวเครื่องที่คล้ายกับ Nothing Phone (2) จนทำให้ CEO ของ Nothing Phone ถึงกับต้องตอบกลับทวีตว่า “ได้เตรียมทนายเอาไว้แล้ว” หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นแค่ข่าวลือ แต่ล่าสุดมีรายงานว่า Infinix เตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนเกมมิ่งรุ่นใหม่ Infinix GT 10 Pro และ Infinix GT 10 Pro+ ในประเทศอินเดีย ตามภาพนั้นเผยให้เห็นการออกแบบของ Infinix GT 10 Pro+ ที่มีเครื่องหมายตัว C และคาดว่าคือไฟ LED ที่ด้านหลังตัวเครื่อง ซึ่งการออกแบบดังกล่าวถือว่ามีความคล้ายคลึงกับ Nothing Phone (2) ในบางจุด และยังแอบคล้าย Nubia Red Magic 8S Pro ที่เพิ่งเปิดตัวไปอีกด้วย ที่มา : Gizmochina.com

สุดปัง: Infinix เตรียมเปิดตัวระบบชาร์จไฟระดับ 260 W สัปดาห์หน้า
Read

สุดปัง: Infinix เตรียมเปิดตัวระบบชาร์จไฟระดับ 260 W สัปดาห์หน้า

เทคโนโลยีการชาร์จไฟสำหรับสมาร์ตโฟนกำลังพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดถึงระดับ 200 W แล้ว และล่าสุด GSMArena ได้รายงานว่า Infinix แบรนด์สมาร์ตโฟนจากประเทศจีน เตรียมจะเปิดตัวสมาร์ตโฟนที่รองรับการชาร์จไฟระดับ 260 W ซึ่งจะเป็นการชาร์จที่มีความเร็วสูงสุด เหนือกว่า Realme GT3 ที่รองรับการชาร์จไฟที่ 240 W จากภาพที่ปรากฏด้านล่าง (จากเว็บไซต์ GSMArena) นั้น เป็นที่ชาร์จ Thunder Charge ระดับ 260 W วางคู่กับสมาร์ตโฟน Infinix Zero Ultra ที่เปิดตัวพร้อมรองรับการชาร์จไฟที่ 180 W ส่วนที่ชาร์จไฟ 260 W นั้น เป็นการนำเทคโนโลยีการชาร์จ 100 W มาผสานเข้ากับการออกแบบแผงวงจรแบบ AHB (Advanced High-Performance Bus) เพื่อควบคุมความปลอดภัยในการชาร์จ แหล่งข่าวยังได้กล่าวว่า Infinix กำลังทดสอบการชาร์จไฟไร้สายระดับ 100 W นี่มาพร้อมคอยล์ความร้อนที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษให้มีศักยภาพสูงขึ้น, ลดการต้านทานภายใจ และเพิ่มพลังในการชาร์จสูงสุด นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังได้กล่าวว่า Infinix จะประกาศเปิดตัวเทคโนโลยีชาร์จ 260 W ในอีก 1 สัปดาห์นับจากนี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 9 มีนาคม 2023 แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเปิดตัวพร้อมกับที่ขาร์จระดับ 260 W หรือสมาร์ตโฟน Infinix Zero Ultra เวอร์ชันที่ได้รับการปรับแต่งพิเศษหรือไม่ ทั้งนี้ได้มีการคาดการณ์ว่า Infinix จะวางจำหน่ายสมาร์ตโฟนที่มาพร้อมที่ชาร์จ 260 W ในปลายปี 2023 นี้ Infinix Zero Ultra อ้างอิง

ฟีดแบกชุดแรก "Digger" หนังที่อาจส่ง ทอม ครูซ ไปออสการ์ครั้งแรก แต่ทว่า..คนดูเริ่มเสียงแตก
Read

ฟีดแบกชุดแรก "Digger" หนังที่อาจส่ง ทอม ครูซ ไปออสการ์ครั้งแรก แต่ทว่า..คนดูเริ่มเสียงแตก

เป็นผลงานที่กำลังถูกจับตามองมาก ๆ อีกเรื่องปีนี้ เพราะนี่คือหนังที่ทำการโปรโมตชัดเจนว่าจะเป็นการทำหน้าที่เสิร์ฟและส่งให้ซุปตาร์ดาวค้างฟ้า "ทอม ครูซ" ได้มีโอกาสไปสู่เวทีรางวัลออสการ์เป็นครั้งแรกในชีวิตอาชีพนักแสดงของเขา สำหรับ "Digger" หนังตลกร้ายเสียดสีสังคมปนกับประเด็นการเมืองสุดแสบสันต์ ที่เป็นการโคจรมาร่วมงานกับผู้กำกับระดับรางวัล "อาเลฆันโดร กอนซาเลซ อินญาร์ริตู" กระตุ้นต่อมความอยากของคอหนังสายรางวัลประจำปีนี้เป็นอย่างดี ล่าสุด Digger ได้ฤกษ์ฉายรอบปฐมทัศน์โลกในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ไปเมื่อค่ำวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการเปิดตัวล่วงหน้าราว ๆ 10 วันก่อนที่หนังจะลงโรงฉายจริงทั่วโลกในช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ ทำให้เริ่มมีกระแสตอบรับและฟีดแบกชุดแรกของหนังเรื่องนี้เปิดเผยออกมาเล็กน้อย เนื่องจากผู้ชมและนักวิจารณ์่ต่าง ๆ จะยังไม่สามารถเผยแพร่รีวิวฉบับเต็มของหนังได้จนกว่าจะถึงสัปดาห์หน้า แต่ดูเหมือนว่าความคิดเห็นเบื้องต้นที่เปิดเผยออกมาในแต่ละสื่อนั้น หนังเรื่องนี้ค่อนข้างมีผลลัพธ์ที่เสียงแตกอยู่ไม่น้อย นักวิจารณ์และสื่อดัง รวมทั้ง อินฟลูเอนเซอร์ต่าง ๆ ที่ได้มีโอกาสได้ชม Digger รอบแรกของโลกไปแล้วนั้น ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ ที่ปะปนไปด้วยความคิดเห็นที่หลากหลายและแตกต่างกัน มีความรู้สึกชอบและไม่ชอบหนังเรื่องนี้ออกมาในเบื้องต้น จากคำบัญญัติคร่าว ๆ ที่ว่า "เป็นหนังที่ชวนงุนงง", "สร้างความอึดอัดใจขณะดู" หรือ "นี่คือผลงานน่าทึ่งและชวนติดตามอีกเรื่องของปี" แต่ใด ๆ ดูเหมือนว่าสื่อสายหนังจะค่อนข้างแสดงความเป็นกังวลกันว่า ผลลัพธ์ของหนังเมื่ออกสู่สายตาผู้ชมทั่วไปนั้น อาจจะไม่ใช่สิ่งที่คนคาดหวังเอาไว้เท่าไหร่ แมตต์ เนกเลีย แห่ง Next Best Picture ได้บรรยายหลังดูหนัง Digger เอาไว้ว่า "ทอม ครูซ ได้รับบทบาทการแสดงที่เปี่ยมไปด้วยพลังและน่าสนใจมาก ๆ ในรอบหลายปี เปิดโอกาสให้โชว์พลังทางการแสดงอย่างเต็มที่ แต่น่าเสียดายที่ยังขาดพื้นที่ให้เขาได้เจาะลึกถึงแก่นตัวละครไปถึงจุดที่พรั่งพรูพลังแอคติ้งได้อย่างที่ควรจะเป็น และวิสัยทัศน์สุดทะเยอทะยานของผู้กำกับ อาเลฆันโดร กอนซาเลซ อินญาร์ริตู ก็ค่อนข้างขาดสมดุลไปเยอะในหนังเรื่องนี้ มัวแต่เทน้ำหนักไปกับประเด็นแปลกประหลาดหลุดโลก ทั้งที่จุดนั้นไร้สาระและกลวงโบ๋มากเกินไป" ขณะที่ เคลย์ตัน เดวิส กูรูด้านภาพยนตร์ของ Variety แสดงความคิดเห็นกับหนังเรื่องนี้ว่า "ขอชื่นชมความกล้าบ้าบอของ อาเลฆันโดร กอนซาเลซ อินญาร์ริตู ที่เสี่ยงนำเสนอหนังในรูปแบบนี้ โดยที่ ทอม ครูซ กับ จอห์น กู้ดแมน ก็มอบการแสดงที่สุดโต่งอย่างยอดเยี่ยม งานสร้างต่าง ๆ ก็น่าประทับใจมาก แต่ท้ายที่สุดแล้วเมื่อทุก ๆ อย่างมาขมวดรวมกัน กลับยังหาจุดเชื่อมโยงที่ลงตัวไม่ได้สักเท่าไหร่ หนังพยายามที่จะหลุดโลกและพยายามอย่างหนักที่จะเสียดสีสังคม เชื่อว่าหนังจะทำให้คนดูเสียงแตกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจนแน่ ๆ" ทางด้าน จิม เฮมฟิลล์ แห่ง IndieWire ให้ฟีดแบกเชิงบวกกับหนังว่า "ไม่ใช่แค่การแสดงที่ดีที่สุดของ ทอม ครูซ นับตั้งแต่เรื่อง Magnolia เท่านั้น แต่ยังถือเป็นหนังจากสตูดิโอที่เปี่ยมไปด้วยแนวความคิดสร้างสรรค์ที่กล้าหาญ เป็นหนังที่คาดเดาอะไรไม่ได้เลย กล้าฉีกกรอบเดิม ๆ สู่สุนทรียศาสตร์ที่หนักหน่วงเรื่องหนึ่ง" แต่ไม่ใช่กับความคิดเห็นของ โจอี้ แมกิดสัน จาก Awards Radar ที่บอกว่า "หนังแทบไม่มีส่วนไหนที่ลงตัวเลย มันยุ่งเหยิงงุนงงไปหมด ดูแล้วยังหาความสนุกไม่เจอ" ไม่ต่างกับ เอ็ดเวิร์ด ดักลาส นักวิจารณ์หนังชื่อดัง ที่บอกว่า "คงพูดได้ไม่เต็มปากว่า Digger เป็นหนังที่ดี แม้ว่าจะพอเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของผู้กำกับและการแสดงของทอม ครูซ ก็ตาม แต่เชื่อว่าคะแนนฝั่งผู้ชมน่าจะออกมาบ้งแน่ ๆ" และเช่นเดียวกับ ไมค์ ไรอัน นักรีวิวหนังที่มองว่าหนังเรื่องนี้ยังไม่ค่อยโอเค ด้วยคำบัญญัติสั้น ๆ ว่า "เป็นหนังที่ดูแล้วรู้สึกอีดอัดและไม่อยากดูต่อ" Digger เป็นเรื่องราวของชายผู้ทรงอำนาจที่สุดในโลกต้องออกเดินทางไปทำภารกิจสุดบ้าคลั่ง เพื่อที่จะพิสูจน์ว่าเขาคือคนที่จะมาช่วยเหลือมนุษย์ชาติ ก่อนที่หายนะที่เขาเป็นคนปลดปล่อยออกมาจะทำลายทุกสิ่ง หนังถูกวางเอาไว้เป็นหมากหนึ่งในฤดูล่ารางวัลของวอร์เนอร์ฯ ในปีนี้ และยังเต็มไปด้วยกองทัพนักแสดงสมทบชั้นนำอีกมากมาย หนังจะเริ่มลงโรงฉายทั่วโลกในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ แต่ในเมืองไทยจะได้ดูกัน 8 ตุลาคม ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

The Quest
Watch

The Quest

VIVANT(2026)
Watch

VIVANT(2026)

"Avengers: Endgame Encore" อินเต็มอารมณ์บนจอใหญ่เต็มตาจอ Infinity Vision ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้แล้ว
Read

"Avengers: Endgame Encore" อินเต็มอารมณ์บนจอใหญ่เต็มตาจอ Infinity Vision ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้แล้ว

เมื่อมหากาพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกลับคืนสู่จอภาพยนตร์อีกครั้ง ก็ถึงเวลาที่จะสัมผัสทุกอารมณ์แบบเต็มตาและเต็มพลังยิ่งกว่าเดิมกับMarvel Studios Avengers: Endgame Encoreอเวนเจอร์ส: เผด็จศึก อังกอร์การกลับมาของภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์ที่เป็นบทสรุปครั้งสำคัญของInfinity Sagaซึ่งจะเข้าฉายในวันที่24กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ โดยครั้งนี้นับเป็นโอกาสพิเศษที่จะพาแฟน ๆ หวนคืนสู่จักรวาล ย้อนไปดื่มด่ำ ประทับใจ และอินกับความยิ่งใหญ่ของการรวมพลังเหล่าซูเปอร์ฮีโร่บนจอภาพยนตร์ ผ่านประสบการณ์การรับชมระดับพรีเมียมในระบบINFINITY VISIONมาตรฐานใหม่ของPremium Large Format (PLF)ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์ชมภาพยนตร์บนจอใหญ่โดยเฉพาะ ซื้อตั๋วล่วงหน้า จองที่นั่งดูเหล่าAvengersแบบเต็มตาในระบบINFINITY VISIONได้แล้ววันนี้มากกว่าความพรีเมียมINFINITY VISIONคือมาตรฐานใหม่สำหรับโรงภาพยนตร์Premium Large Formatที่ผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์ด้านเทคนิค เพื่อให้ผู้ชมมั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่เลือกชมภาพยนตร์ในโรงที่ได้รับการรับรอง จะได้สัมผัสประสบการณ์บนจอขนาดใหญ่ที่ถูกยกระดับทั้งภาพและเสียง โดยเฉพาะสำหรับภาพยนตร์อย่างMarvel Studios Avengers: Endgame Encoreอเวนเจอร์ส: เผด็จศึก อังกอร์ที่เต็มไปด้วยฉากแอ็กชันสุดมัน การรวมพลังของเหล่าฮีโร่ และช่วงเวลาที่แฟน ๆ รอคอย การกลับมาครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการดูหนังเรื่องเดิมอีกครั้ง แต่คือการกลับไปสัมผัสมหากาพย์บนจอขนาดใหญ่ ในรูปแบบที่ให้ภาพ เสียง และบรรยากาศของโรงภาพยนตร์ทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ สอดคล้องกับแนวคิดของINFINITY VISIONที่ต้องการให้ผู้ชมได้สัมผัสภาพยนตร์ในรูปแบบที่ยิ่งใหญ่และเต็มประสิทธิภาพที่สุด โดยผู้ชมชาวไทยสามารถสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในระบบINFINITY VISIONได้ที่โรงภาพยนตร์SF CinemaและMajor Cineplex และนี่คือ3เหตุผลที่การดูMarvel Studios Avengers: Endgame Encoreอเวนเจอร์ส: เผด็จศึก อังกอร์ในระบบINFINITY VISIONจะทำให้การกลับมาครั้งนี้แตกต่างและยิ่งใหญ่กว่าเดิมจอขนาดใหญ่: เต็มตาทุกฉาก เต็มอิ่มทุกอารมณ์ ความยิ่งใหญ่ของMarvel Studios Avengers: Endgame Encoreอเวนเจอร์ส: เผด็จศึก อังกอร์ไม่ได้อยู่ที่เรื่องราวเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ในฉากอันตื่นตาตื่นใจบนจอ ตั้งแต่การเผชิญหน้าของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ ไปจนถึงฉากแอ็กชันและการรวมพลังครั้งสำคัญ เมื่อรับชมผ่านINFINITY VISIONผู้ชมจะได้สัมผัสภาพยนตร์บนจอขนาดใหญ่ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานPremium Large Formatซึ่งถ่ายทอดทุกภาพในสเกลที่เต็มสายตามากขึ้น ทำให้เต็มอิ่มกับฉากขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นการกลับเข้าสู่จักรวาลAvengersอีกครั้งแบบเต็มอารมณ์อย่างแท้จริงภาพสว่างคมชัด: เก็บทุกรายละเอียดของมหากาพย์ได้เต็มที่ อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของINFINITY VISIONคือLaser Projectionซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรฐานทางเทคนิคที่ระบบกำหนดไว้เพื่อให้ได้ภาพที่มีความสว่างและความคมชัดในระดับสูง ซึ่งจะทำให้ผู้ชมได้กลับไปมองเห็นรายละเอียดต่าง ๆ ของMarvel Studios Avengers: Endgame Encoreอเวนเจอร์ส: เผด็จศึก อังกอร์บนจอขนาดใหญ่ได้อย่างเต็มที่ ทั้งงานภาพของเหล่าฮีโร่ ฉากการต่อสู้ และโลกที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับบทสรุปครั้งยิ่งใหญ่ของInfinity Sagaทำให้การกลับมาของEndgameครั้งนี้น่าดูมากขึ้น ระบบเสียงยอดเยี่ยม: ทุกเสียงที่ได้ยินจะทำให้อินมากยิ่งขึ้น หากภาพทำให้เราเห็นความยิ่งใหญ่ เสียงก็คือสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ที่เหนือระดับขึ้นไปอีกINFINITY VISIONจึงให้ความสำคัญกับPremium Audio Formatsเพื่อมอบเสียงที่เต็มอิ่มและสร้างประสบการณ์แบบImmersiveอย่างแท้จริง ยิ่งเมื่อดูMarvel Studios Avengers: Endgame Encoreอเวนเจอร์ส: เผด็จศึก อังกอร์ซึ่งมีทั้งเสียงของการต่อสู้ บรรยากาศชวนลุ้นและชวนซึ้งในฉากสำคัญ ดนตรีประกอบ รวมถึงเสียงจากเหล่าฮีโร่ที่แฟน ๆ คุ้นเคย ประสบการณ์การรับชมจึงไม่ได้จบอยู่ที่การมองภาพบนจอ แต่เป็นการปล่อยให้ภาพและเสียงทำงานร่วมกันเพื่อดึงผู้ชมกลับเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ครั้งสำคัญของการรวมพลังเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ การกลับมาครั้งนี้ด้วยเสียงแบบPremium Audio Formatsจึงจะทำให้ทุกคนอินยิ่งกว่าที่เคย ทั้งจอขนาดใหญ่ ภาพที่สว่างคมชัด และระบบเสียงระดับPremium Audio Formatsถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างประสบการณ์การชมภาพยนตร์แบบImmersiveซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของINFINITY VISIONโดยDisneyวางระบบนี้ให้เป็นมาตรฐานสำหรับโรงภาพยนตร์ที่ต้องการมอบประสบการณ์ภาพยนตร์ที่มั่นใจได้เลยว่าMarvel Studios Avengers: Endgame Encoreอเวนเจอร์ส: เผด็จศึก อังกอร์ซึ่งเข้าฉายในระบบINFINITY VISIONจะพาทุกคนไปสัมผัสเรื่องราวเดิมผ่านประสบการณ์การชมที่ถูกยกระดับขึ้นทั้งภาพ เสียง และสเกลของจอ ทำให้ทุกฉากสำคัญมีพื้นที่ในการสร้างอารมณ์ได้อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้นเตรียมพบกับMarvel Studios Avengers: Endgame Encoreอเวนเจอร์ส: เผด็จศึก อังกอร์แบบเต็มอิ่มกว่าที่เคย ในโรงภาพยนตร์ระบบINFINITY VISIONซื้อตั๋วล่วงหน้าวันนี้ แล้วเตรียมไปดูศึกใหญ่ของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่แบบเต็มตายิ่งกว่าเดิม24กันยายนนี้ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

VIVANT(2023)
Watch

VIVANT(2023)

Murderous Encounter
Watch

Murderous Encounter

“Oasis: Don’t Look Back In Anger” เปิดตัวอันดับ 1 ในไทย แม้ฉายเพียง 15 สาขา แค่ 3 วันเท่านั้น
Read

“Oasis: Don’t Look Back In Anger” เปิดตัวอันดับ 1 ในไทย แม้ฉายเพียง 15 สาขา แค่ 3 วันเท่านั้น

กระแสแรงเกินต้านOasis: Dont Look Back In Angerภาพยนตร์สารคดีที่พาแฟนเพลงทั่วโลกกลับมาสัมผัสมนต์เสน่ห์และพลังของ Oasis อีกครั้ง สร้างปรากฏการณ์ทันทีที่เข้าฉายในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวขึ้นอันดับ 1 Box Office เมืองไทย จากโรงฉายเพียง 15 สาขา ตอกย้ำกระแสความร้อนแรงของการกลับมาของวงร็อกระดับตำนานที่แฟนเพลงทั่วโลกรอคอย พร้อมชวนชาวร็อกมาร่วมพิสูจน์ที่สุดแห่งประสบการณ์ทางดนตรีด้วยตัวเอง ถึงวันที่ 13 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์เท่านั้นOasis: Dont Look Back In Angerคือภาพยนตร์สารคดีที่พาผู้ชมร่วมเดินทางไปกับการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของLiam Gallagher และ Noel Gallagherผ่านOasis Live 25หนึ่งในการกลับมาของวงร็อกแอนด์โรลที่แฟนเพลงทั่วโลกตั้งตารอมากที่สุด พร้อมนำเสนอฟุตเทจที่ไม่เคยเปิดเผย และการเข้าถึงเบื้องหลังอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งช่วงการซ้อม เบื้องหลังเวที และการแสดงบนเวที โดยภาพยนตร์ถ่ายทอดเรื่องราวของทัวร์คอนเสิร์ตผ่านการแสดงจาก 12 เวทีใน 3 ทวีป และถ่ายทำสำหรับ IMAX เพื่อเก็บทั้งพลังของการแสดง รวมถึงอารมณ์ความรู้สึกของสมาชิกวงและแฟนเพลงจากทั่วโลกอย่างลึกซึ้งที่สุด ไม่เพียงการได้เห็น Oasis กลับมาอยู่บนเวทีเดียวกันอีกครั้ง แต่ความพิเศษของภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ยังรวมถึงการถ่ายทอดประสบการณ์ของแฟนเพลง ซึ่งทีมผู้สร้างให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องราวของวง โดยทีม Cinematographers ได้รับโจทย์ให้ถ่ายทอดประสบการณ์ของตัวเองจากการชมการแสดง ขณะที่การถ่ายทำก็มุ่งค้นหาอารมณ์อันหลากหลายทั้งบนเวทีและท่ามกลางฝูงชน เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกถึงความสดใหม่ และความใกล้ชิด เสมือนได้อยู่ในคอนเสิร์ตจริง ๆ ผลลัพธ์จึงออกมาเป็นฟุตเทจการแสดงสดที่เปี่ยมด้วยพลังและอารมณ์อย่างยิ่ง ซึ่งหนึ่งเหตุผลที่ทำให้การกลับมาของ Oasis เป็นหนึ่งในการคัมแบ็กของวงร็อกที่ยิ่งใหญ่แห่งยุค คือการที่Oasis Live 25ไม่เพียงดึงดูดเฉพาะแฟนเพลงรุ่นเดิม แต่ยังขยายไปสู่แฟนเพลงเจเนอเรชันใหม่ เพราะในหลายเวทีผู้ชมส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงคนรุ่นก่อนที่ค้นพบวงในยุค 90s แต่ยังมีลูก ๆ และหลาน ๆ ของแฟนเพลงรุ่นนั้นเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ครั้งนี้ด้วย โดย Steven Knight ผู้สร้างและเขียนบทภาพยนตร์ เล่าว่า สิ่งที่สร้างความประทับใจอย่างมากให้กับ Liam และ Noel คือการได้เห็นพ่อกับลูกชาย หรือแม่กับลูกสาว มีปฏิกิริยาทางอารมณ์ร่วมกันไปกับบทเพลงของ Oasis ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าดนตรีของวงได้กลายเป็นสะพานเชื่อมผู้คนต่างรุ่นเข้าหากันยิ่งไปกว่านั้น ภาพยนตร์ยังนำเสนออีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่แฟน Oasis ทั่วโลกรอคอย นั่นคือ บทสัมภาษณ์ร่วมกันครั้งแรกของLiam และ Noelในรอบกว่า 20 ปี เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เห็นสองพี่น้องพูดคุยและย้อนรำลึกถึงความทรงจำร่วมกันอีกครั้ง ในมุมที่ทั้งจริงใจ เป็นธรรมชาติ และแตกต่างจากภาพจำที่ผู้คนคุ้นเคย ทั้งหมดนี้ทำให้ Oasis: Dont Look Back In Angerไม่ใช่เพียงภาพยนตร์สารคดีทางดนตรี แต่เป็นเรื่องราวของการกลับมาพบกันอีกครั้ง การให้อภัย การคืนดี และพลังของดนตรีที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ดังที่ผู้กำกับ Dylan Southern และ Will Lovelace มองว่า หัวใจสำคัญของภาพยนตร์คือการถ่ายทอดเรื่องราวของการให้อภัยและการกลับมาคืนดี ผ่านความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริงบนเวทีและท่ามกลางแฟนเพลง ขณะที่ความสุขและความปลาบปลื้มของผู้ชมเองก็มีส่วนในการขับเคลื่อนการกลับอย่างยิ่งใหญ่ของวงเช่นกันแฟนเพลงชาวไทยอย่าพลาด มาร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์วงการเพลง ที่มีพลังเชื่อมโยงผู้คนต่างเจเนอเรชันเข้าด้วยกัน ในOasis: Dont Look Back In Angerเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ถึงวันที่ 13 กันยายนนี้เท่านั้น ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

I.S.S.
Watch

I.S.S.

Hold my hand at Twilight
Watch

Hold my hand at Twilight

ยูนิเวอร์แซล สร้างสถิติเป็นสตูดิโอหนังแห่งแรกของปี โกยรายได้ทั่วโลกทะลุหลัก 5 พันล้าน!
Read

ยูนิเวอร์แซล สร้างสถิติเป็นสตูดิโอหนังแห่งแรกของปี โกยรายได้ทั่วโลกทะลุหลัก 5 พันล้าน!

น่าจะพูดได้เต็มปากแล้วว่า ปีนี้อาจจะยังไม่ใช่ปีที่ดีของวอลต์ ดิสนีย์ ยังไม่ใช่ปีที่น่าพอใจของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส แต่แสงสปอตไลต์ได้เรืองรองเฉิดฉายฉาดใส่สตูดิโอหนัง ยูนิเวอร์แวล อย่างเจิดจ้า เพราะล่าสุดค่ายหนังยักษ์ใหญ่แห่งนี้ได้สร้างสถิติประจำปีครั้งใหม่ได้อย่างประทับใจ ด้วยการก้าวขึ้นเป็นสตูดิโอหนังแห่งแรกของปี 2026 ที่สะสมโกยรายได้ทั่วโลกได้มากกว่า 5 พันล้านเหรียญอย่างเป็นทางการ Variety รายงานว่า หลังจากที่ปี 2026 ดำเนินเรื่อยมาเกือบจะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 40 ยูเวอร์แซล ก็ได้ฉลองด้วยการทำสถิติโกยเงินรายได้แตะถึงหลัก 5 พันล้านเหรียญจากทั่วโลกได้สำเร็จอย่างเป็นทางการ โดยแบ่งสัดส่วนเป็นรายได้จากในอเมริกา 1.78 พันล้านเหรียญ กับรายได้นอกอเมริกาอีก 3.22 พันล้านเหรียญ กลายเป็นค่ายหนังแห่งแรกในปี 2026 ที่ทำสถิติรายได้ถึงระดับนี้ได้เป็นแห่งแรก และยังเป็นครั้งที่ 3 ที่ยูนิเวอร์แซลเคยสะสมรายได้ทั่วโลกได้ถึงระดับ 5 พันล้านเหรียญ โดยที่ยังมีไตรมาสสุดท้ายรอให้พวกเขาโกยเงินอยู่ ยูนิเวอร์แซล ที่มีค่ายหนังในเครือ อย่าง ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส, อิลลูมิเนชัน, ดรีมเวิร์กส์ และ โฟกัส ฟีเจอร์ส ซึ่งในปี 2026 สตูดิโอแห่งนี้มีผลงานโดดเด่น อย่าง "The Odyssey", "The Super Mario Galaxy Movie", "Minions Monsters" รวมทั้งหนังฮิตเกินคาด "Obsession" และการรับหน้าที่จัดจำหน่ายในตลาดโลกให้กับ "Michael" ด้วย และปัจจุบันหนังรายได้พันล้านที่ถือครองสถิติอยู่ในเวลานี้ มีทั้งสิ้น 5 เรื่อง ก็นับเป็นหนังในเครือยูนิเวอร์แซลไปแล้ว 3 เรื่องด้วยกัน ใด ๆ ต้องขอบคุณความสำเร็จอย่างยิ่งยวดของ The Odyssey ผลงานล่าสุดของ คริสโตเฟอร์ โนแลน ที่ในอเมริกาหนังยังรั้ง Top 5 ต่อเนื่องเกือบจะ 10 สัปดาห์เลยทีเดียว กับปัจจุบันที่สะสมตัวเลขทั่วโลกไประดับ 1.7 พันล้านเหรียญ โดยที่ Obsession หนังสยองขวัญกระแสแรงแห่งปี ก็ทำเงินเซอร์ไพรส์สุด ๆ สะสมยอดไปได้ระดับ 520 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างไม่ถึงล้านด้วยซ้ำ ทางด้าน Michael ที่ในอเมริกาเป็นของไลออนส์เกต แต่ยูนิเวอร์แซลรับหน้าที่ขายให้ในตลาดต่างประเทศ ก็ทะยานรายได้แตะถึงพันล้านได้อย่างภาคภูมิใจ ทั้งนี้ ยูนิเวอร์แซล เคยทำรายได้รวมทั่วโลกแตะถึงหลัก 5 พันล้านเหรียญ มาได้ก่อนหน้านี้ในปี 2015 และ 2017 ตามลำดับ ที่ถือว่าทิ้งช่วงเกือบจะทศวรรษ ก่อนที่จะสามารถคว้าสถิติรายได้มหาศาลเท่านี้ได้อีกหน และในไตรมาสสุดท้ายของปี 2026 ยังเหลือหนังฮิต ๆ เตรียมเอาไว้อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น "Other Mommy" หนังแม่หลอนที่ดูท่าจะกระแสแรง การกลับมาของครอบครัวตัวป่วน Focker-In-Law" รวมทั้งฉบับใหม่ของ "Sense Sensibility" และหนังหมาป่าสายรางวัล "Werwulf" จ่อคิวฉายช่วงปิดปีนี้ด้วย ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

Guilty Flag
Watch

Guilty Flag

beIN SPORTS เปิดเรื่องราว “เติ้น” ทัศนพล นักขับ Formula 2 ชาวไทย
Read

beIN SPORTS เปิดเรื่องราว “เติ้น” ทัศนพล นักขับ Formula 2 ชาวไทย

beIN SPORTS เปิดเรื่องราว เติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ นักขับ Formula 2 ชาวไทย ใน Off the Grid Origins คอนเทนต์พิเศษความยาว 30 นาที พาแฟนกีฬาไปสัมผัสเรื่องราวนอกสนามของนักขับดาวรุ่งชาวไทย เปิดเส้นทางบนเวที Formula 2 และความมุ่งมั่นในการก้าวสู่เป้าหมายสูงสุดอย่าง Formula 1 กรุงเทพฯ, 25 กันยายน 2569 beIN SPORTS พาแฟนมอเตอร์สปอร์ตไปทำความรู้จักกับหนึ่งในนักขับดาวรุ่งที่น่าจับตามองของประเทศไทย เติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ ผ่านคอนเทนต์พิเศษความยาว 30 นาที ถ่ายทอดเรื่องราวเส้นทางการแข่งขันในศึก Formula 2 และความมุ่งมั่นในการไล่ตามความฝันสู่จุดสูงสุดของวงการมอเตอร์สปอร์ตอย่าง Formula 1 โดยได้จัดงานเปิดตัวคอนเทนต์ OFF THE GRID [ORIGINS]: TASANAPOL INTHRAPHUVASAK อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายในงานได้รับเกียรติจากโค้ชด้านจิตวิทยา นักแข่งรถคนใกล้ชิดของเติ้น มาร่วมพูดคุย ถ่ายทอดมุมมองและเรื่องราวเบื้องหลังเส้นทางของเติ้น ตั้งแต่จุดเริ่มต้น ความมุ่งมั่นและทุ่มเท ตลอดจนแรงสนับสนุนที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันสู่เส้นทางการแข่งขันระดับโลก พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองจากโปรดิวเซอร์ถึงแนวคิดเบื้องหลังการถ่ายทอดเรื่องราวครั้งนี้ รวมทั้งนักพากย์ F1 จากทรูวิชันส์ ณ ร้าน Raze Arcade ชั้น 5 ศูนย์การค้า Emsphere Off the Grid Origins: Tasanapol Inthraphuvasak จัดทำขึ้นโดย beIN SPORTS ร่วมมือกับ Nomad eSIM แบรนด์ eSIM ที่ให้บริการด้านการเชื่อมต่อสำหรับการเดินทางทั่วโลก จะพาผู้ชมไปไกลกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นบนสนามแข่ง เพื่อค้นหาเรื่องราวเบื้องหลังของนักขับดาวรุ่งชาวไทย ผู้คนที่มีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมเส้นทางอาชีพของเขา รวมถึงสิ่งที่ต้องทุ่มเทเพื่อก้าวขึ้นมาแข่งขันในระดับนี้ ด้วยวัยเพียง 20 ปี เติ้น ทัศนพล เริ่มสร้างชื่อบนเวทีมอเตอร์สปอร์ตระดับนานาชาติ หลังทำผลงานโดดเด่นในศึก Formula 3 ฤดูกาล 2025 ด้วยการคว้าชัยชนะ 3 เรซ และจบอันดับ 7 ในตารางคะแนนสะสม ก่อนก้าวขึ้นสู่การแข่งขัน Formula 2 กับทีม ART Grand Prix ในปี 2026 ฤดูกาลแรกบนเวที Formula 2 ของทัศนพลเต็มไปด้วยการเรียนรู้ ความอดทน และช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาตัวเอง หลังเริ่มต้นด้วยการเก็บคะแนนได้จากการแข่งขันทั้งสองเรซที่เมลเบิร์น เขาต้องผ่านสุดสัปดาห์การแข่งขันที่ท้าทายหลายสนาม ก่อนจะค่อยๆ ปรับตัวและทำผลงานได้ดีขึ้นตามลำดับเมื่อฤดูกาลดำเนินไป จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นที่ Spa-Francorchamps ประเทศเบลเยียม เมื่อทัศนพลทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบควอลิฟาย คว้าตำแหน่งออกสตาร์ตแถวหน้า ด้วยเวลาที่ห่างจากตำแหน่งโพลเพียง 0.039 วินาที จากนั้นเขาขึ้นนำในการแข่งขันเรซหลัก (Feature Race) ก่อนเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 คว้าโพเดียมแรกของตัวเองใน Formula 2 และยังเป็นโพเดียมแรกของนักขับชาวไทยในรายการนี้ นับตั้งแต่ อเล็กซ์ อัลบอน ทำได้เมื่อปี 2018 อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของ เติ้น ทัศนพล มีมากกว่าสิ่งที่แฟนกีฬาได้เห็นระหว่างการแข่งขัน Off the Grid Origins จะพาผู้ชมไปสัมผัสเรื่องราวเบื้องหลัง เพื่อทำความเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่หล่อหลอมให้เขากลายมาเป็นนักขับอย่างทุกวันนี้ และต้องผ่านอะไรมาบ้างกว่าจะก้าวขึ้นมาแข่งขันในมอเตอร์สปอร์ตระดับนี้ เติ้นเปิดใจถึงเส้นทางที่ผ่านมา ทั้งช่วงเวลาที่ดีและช่วงเวลาที่ยากลำบากในการแข่งขัน รวมถึงความมุ่งมั่นและเป้าหมายที่ยังคงผลักดันให้เขาเดินหน้าต่อไป คอนเทนต์ยังถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมุมมองของบุคคลที่รู้จักเขาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น คุณพ่อคุณแม่ ผู้จัดการ โค้ชด้านจิตใจ และทีมแข่ง สะท้อนให้เห็นทั้งพรสวรรค์ พัฒนาการ ตลอดจนแรงสนับสนุนและการเสียสละที่ช่วยพาเขาก้าวมาถึงจุดนี้ นอกเหนือจากชีวิตในสนามแข่ง แฟนๆ ยังจะได้รู้จักอีกด้านของ เติ้น ทัศนพล รวมถึงการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตนักแข่งรถอาชีพกับการศึกษาด้านวิศวกรรมเครื่องกลในสหราชอาณาจักร Magdalene Ng, Executive Vice President, Marketing, Growth Consumer, beIN ASIA PACIFIC กล่าวว่า เราติดตามเส้นทางของเติ้นมาระยะหนึ่งแล้ว และเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่ได้เห็นพัฒนาการของเขา การขึ้นโพเดียมที่ Spa ถือเป็นหมุดหมายสำคัญ ไม่เพียงสำหรับตัวเขาเอง แต่ยังรวมถึงวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยด้วย สำหรับ Off the Grid Origins เราต้องการพาผู้ชมไปไกลกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในการแข่งขัน เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้รู้จักเติ้นอย่างแท้จริง ผ่านมุมมองของตัวเขาเองและผู้คนที่เป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางของเขา การก้าวขึ้นมาถึงระดับนี้ต้องผ่านทั้งการเสียสละและอุปสรรค ไปจนถึงวิธีคิดและแรงสนับสนุนจากผู้คนรอบตัว ด้วยวัยเพียง 20 ปี เติ้นประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของเขาน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น คือเส้นทางข้างหน้ายังมีอีกมากให้ติดตาม ด้าน Shern Ng, General Manager, Nomad eSIM กล่าวว่า เส้นทางของเติ้นพาเขาจากประเทศไทยไปสู่ยุโรปและสหราชอาณาจักร รวมถึงเดินทางไปทั่วโลก เพื่อการไล่ตามความฝันในการก้าวสู่ Formula 1 เบื้องหลังความมุ่งมั่นนั้นมีทั้งผู้คนที่เขารัก คุณค่าที่เขายึดถือ และความตั้งใจที่จะก้าวต่อไปให้ไกลกว่าเดิม ความสมดุลระหว่างความทะเยอทะยานกับสิ่งที่มีความหมายที่สุด เป็นสิ่งที่ Nomad eSIM ให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับ beIN SPORTS ในการถ่ายทอดเรื่องราวของเขา และพร้อมอยู่เคียงข้างแฟนกีฬา ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใดก็ตาม Off the Grid Origins: Tasanapol Inthraphuvasak มีกำหนดออกอากาศวันที่ 25 กันยายน เวลา 22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ทาง beIN SPORTS รับชมได้ผ่าน TrueVisions NOW และ beIN SPORTS CONNECT ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรม โมโตจีพี 2026 ลิ้งก์ดูสด MotoGP 2026 ผลโมโต จีพี 2026 โปรแกรมฟอร์มูล่าวัน 2026 ลิ้งก์ดูสด เอฟวัน 2026 ถ่ายทอดสด F1 ผลเอฟวัน

เน็ตฟลิกซ์ เปิดลิสต์ส่งหนังฉายโรง ก่อนลงจอสตรีมมิง ไล่มาตั้งแต่ Narnia ไปจนถึง Cliff Booth
Read

เน็ตฟลิกซ์ เปิดลิสต์ส่งหนังฉายโรง ก่อนลงจอสตรีมมิง ไล่มาตั้งแต่ Narnia ไปจนถึง Cliff Booth

ใครบอกว่า...โรงภาพยนตร์กำลังจะตาย คงจะไม่ใช่ความจริงอีกต่อไป เพราะเห็นได้ความสำเร็จระดับสร้างสถิติใหม่ทางด้านรายได้บนบ็อกซ์ออฟฟิศประจำซัมเมอร์ 2026 ที่กลายเป็นฤดูกาลที่ทำเงินได้สูงที่สุดตลอดกาลครั้งใหม่ พิสูจน์ว่าผู้ชมยังคงมองเห็นโรงภาพยนตร์เป็นสถานที่มอบความบันเทิงชั้นเลิศอยู่ต่อไป ไม่ใช่ความบันเทิงสะดวกสบาย อย่าง จอสตรีมมิง ที่เป็นเทรนด์จัด ๆ ในช่วงโควิดแพร่ระบาด และล่าสุดเหล่าแพลตฟอร์มสตรีมมิงก็ต้องหวนมาง้อขอพื้นที่ในโรงหนัง Deadline รายงานว่า เน็ตฟลิกซ์ ยักษ์ใหญ่สตรีมมิงมีแผนจะเริ่มนำผลงานออริจินัลของตัวเองลงโรงภาพยนตร์ฉายก่อนที่จะย้ายมาฉายทางสตรีมมิงทั่วโลก นับว่าเป็นเจตนารมณ์ที่เคยประกาศเป็นนโยบายเอาไว้ เมื่อครั้งที่อยู่ระหว่างเจรจาซื้อกิจการสตูดิโอหนัง วอร์เนอร์ บราเธอร์ส เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ว่าจะส่งผลงานลงโรงฉายราว ๆ 45 วัน ก่อนจะลงจอสตรีมมิง พร้อมกับจะเปิดเผยตัวเลขรายได้บนบ็อกซ์ออฟฟิศออกมา จากเดิมที่ปกติแล้วเน็ตฟลิกซ์ไม่เคยระบุตัวเลขรายได้ของหนังแต่ละเรื่องที่ดำเนินการลงโรงฉายอย่างต่อเนื่องมาก่อน โดยลิสต์รายชื่อหนังที่เน็ตฟลิกซ์จะทำการส่งลงโรงภาพยนตร์ฉายก่อนจะย้ายมาสตรีมมิงออนไลน์ ประกอบด้วย 6 เรื่อง ได้แก่ La Bola Negra หรือ The Black Ball หนังเจ้าของรางวัลใหญ่จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2026, The Further Mis-Adventures of Cliff Booth ภาคแยกหนังอาชญากรรมย้อนยุค Once Upon a Time in Hollywood ของผู้กำกับ เดวิด ฟินเชอร์ ร่วมด้วย The Mosquito Bowl หนังสงครามฟอร์มดีของผู้กำกับ ปีเตอร์ เบิร์ก หนังดรามากระแสดีจากเทศกาลหนังต่าง ๆ อย่าง Ink ของผู้กำกับ แดนนี่ บอยล์ รวมทั้ง Narnia The Magicians Nephew ตำนานแฟนตาซีฉบับใหม่ของผู้กำกับ เกรต้า เกอร์วิค และหนังแอนิเมชันฉบับปัดฝุ่นสร้างใหม่อีกครั้งของโลกช็อกโกแลต Charlie and the Chocolate Factory ที่ 2 เรื่องหลังนี้จะมีคิวฉายในปี 2027 ตามลำดับ ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวของเน็ตฟลิกซ์ที่ตัดสินใจนำหนังลงโรงฉายก่อนเสตรีมมิง สืบเนื่องมาจากความตั้งใจที่อยากจะนำเสนอ Narnia และ Charlie and the Chocolate Factory เวอร์ชันใหม่ให้กลายเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์ระดับโลก ซึ่งหนังทั้ง 2 เรื่องในปี 2027 จะเป็นการสร้างความมั่นใจในตลาดหนังของเน็ตฟลิกซ์มากยิ่งขึ้น เกี่ยวกับผลลัพธ์ทางด้านรายได้ของพวกเขา ที่พยายามจะลบล้างข้อครหาว่าเป็นเพียงแค่ผู้นำหนังสตรีมมิงที่ไม่จัดอยู่ในกระแสหลักอย่างแท้จริง ที่ผ่านมา เน็ตฟลิกซ์เคยส่งผลงานออริจินัลของตัวเองลงโรงฉายมาหลายเรื่อง แต่ไม่ได้เป็นคอนเทนต์ที่เน้นยำและให้ความสำคัญสักเท่าไหร่ บางเรื่องทำการฉายโรงเพื่อต้องการให้มีสิทธิและบทบาทเพื่อเข้าชิงรางวัลต่าง ๆ เท่านั้น K-Pop Demon Hunters เมื่อปี 2025 กลายเป็นหนังเน็ตฟลิกซ์เรื่องแรกและเรื่องเดียวที่เคยทำรายได้ขึ้นชาร์ตอันดับที่ 1 บนบ็อกซ์ฃออฟฟิศ และทำเงินรายได้ได้สูงที่สุดในบรรดาหนังเน็ตฟลิกซ์ เท่าที่มีการเปิดเผยตัวเลขรายได้ออกมา เบื้องต้น เน็ตฟลิกซ์ได้วางแผนฉายผลงานหนังออริจินัลของพวกเขาในโรงภาพยนตร์ที่อเมริกา ตามลิสต์ดังนี้ La Bola Negra (The Black Ball) เข้าฉายในโรง 16 ตุลาคม 2026 | เริ่มสตรีมทั่วโลก 2 ธันวาคม 2026 (รวมระยะเวลาฉายในโรงหนังทั้งสิ้น 46 วัน) The Mosquito Bowl เข้าฉายในโรง 30 ตุลาคม 2026 | เริ่มสตรีมทั่วโลก 25 พฤศจิกายน 2026 (รวมระยะเวลาฉายในโรงหนังทั้งสิ้น 26 วัน) The Further Mis-Adventures of Cliff Booth เข้าฉายในโรง 25 พฤศจิกายน 2026 | เริ่มสตรีมทั่วโลก 23 ธันวาคม (รวมระยะเวลาฉายในโรงหนังทั้งสิ้น 27 วัน) Ink เข้าฉายในโรง 11 ธันวาคม 2026 | เริ่มสตรีมทั่วโลก 8 มกราคม 2027 (รวมระยะเวลาฉายในโรงหนังทั้งสิ้น 27 วัน) Narnia: Magician's Nephew เข้าฉายในโรง 12 กุมภาพันธ์ 2027 | เริ่มสตรีมทั่วโลก 2 เมษายน 2027 (รวมระยะเวลาฉายในโรงหนังทั้งสิ้น 50 วัน) Charlie and the Chocolate Factory เข้าฉายในโรง 5 พฤศจิกายน 2027 | เริ่มสตรีมทั่วโลก 22 ธันวาคม 2027 (รวมระยะเวลาฉายในโรงหนังทั้งสิ้น 47 วัน) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa