Reset

Search results for “#excel” - TrueID

Top Result
Watch
Shorts
Game
Privilege
Read
ทิพยประกันภัยฐานะการเงินแกร่ง AM Best คงเครดิต A- (Excellent)
Read

ทิพยประกันภัยฐานะการเงินแกร่ง AM Best คงเครดิต A- (Excellent)

#TIP #ทันหุ้น ทิพยประกันภัยแข็งแกร่ง AM Best คงอันดับเครดิต A- (Excellent) ต่อเนื่องปีที่ 8 พร้อม NSR ระดับ aaa.TH ตอกย้ำความมั่นคงทางการเงินระดับสูงสุดดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ) หรือ TIP เปิดเผยว่า ทิพยประกันภัย ได้รับการคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน (Financial Strength Rating: FSR) ที่ระดับ A- (Excellent) จาก AM Best สถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำระดับโลก ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 พร้อมคงมุมมองมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) สะท้อนถึงพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง ความสามารถในการบริหารความเสี่ยง และศักยภาพในการรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ*ตอกย้ำความแข็งแกร่งนอกจากนี้ ทิพยประกันภัยยังได้ Thailand National Scale Rating (NSR) ที่ระดับ aaa.TH (Exceptional) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการจัดอันดับบนมาตรฐานระดับประเทศ ตอกย้ำความแข็งแกร่งของบริษัทในฐานะหนึ่งในองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือสูงในอุตสาหกรรมประกันภัยไทย และสะท้อนความมั่นใจต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจและสร้างความมั่นคงให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว“การได้รับการคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินที่ระดับ A- (Excellent) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 พร้อมมุมมองมีเสถียรภาพ และการได้รับ NSR ระดับ aaa.TH ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของทิพยประกันภัย ทั้งในด้านฐานะทางการเงิน การบริหารความเสี่ยง และการดำเนินธุรกิจอย่างมีวินัยและรอบคอบ”“สิ่งสำคัญกว่าการได้รับการจัดอันดับ คือการรักษามาตรฐานความแข็งแกร่งดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่อง เพราะความมั่นคงที่แท้จริงต้องเกิดจากการสร้างรากฐานที่แข็งแรงในทุกมิติ ทั้งการบริหารจัดการ การรับประกันภัย การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้บริษัทสามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างมั่นคงในทุกสถานการณ์” การคงอันดับเครดิตจาก AM Best ในครั้งนี้ สะท้อนถึงผลการดำเนินงานและพื้นฐานทางธุรกิจของทิพยประกันภัยที่มีความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะด้านการรับประกันภัย การบริหารพอร์ตการลงทุน และการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการรักษาวินัยทางการเงินและการบริหารจัดการอย่างรอบคอบ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและธุรกิจที่มีความไม่แน่นอน*มุ่งยกระดับการดำเนินงานทิพยประกันภัยยังคงเดินหน้าพัฒนาองค์กรในทุกมิติ โดยมุ่งยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้สอดรับกับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสนับสนุนการให้บริการ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันการได้รับการยอมรับจากสถาบันจัดอันดับเครดิตระดับโลกอย่างต่อเนื่อง จึงไม่เพียงสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของทิพยประกันภัยในวันนี้ แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นสำหรับการเติบโตในอนาคต ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการเป็นองค์กรประกันภัยที่มั่นคง มีความรับผิดชอบ และพร้อมยืนเคียงข้างลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว

BAM คว้าคะแนนเต็มร้อย AGM ปี 69 สูงสุด Excellent ต่อเนื่องปีที่ 3
Read

BAM คว้าคะแนนเต็มร้อย AGM ปี 69 สูงสุด Excellent ต่อเนื่องปีที่ 3

#ทันหุ้น - ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กล่าวว่า BAM ได้รับผลการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM checklist) ประจำปี 2569 ในระดับ "ดีเยี่ยม สมควรเป็นตัวอย่าง (Excellent)" ด้วยคะแนนเต็ม 100 คะแนน (5 เหรียญ) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดย BAM เป็น 1 ใน 355 บริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการประเมินในระดับสูงสุดจากบริษัทจดทะเบียน 832 บริษัทที่เข้าร่วมการประเมิน ซึ่งการประเมินดังกล่าวจัดทำโดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ร่วมกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ผลการประเมินระดับสูงสุดสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BAM ในการดำเนินธุรกิจตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดี ตลอดจนให้ความสำคัญในการรักษามาตรฐานการจัดประชุมผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยึดมั่นในหลักการและแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี ทั้งด้านความโปร่งใส การตรวจสอบได้ และการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจในเรื่องสำคัญต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

ttb คว้า 6 รางวัลยอดเยี่ยม เวที Asian Excellence Award 2026
Read

ttb คว้า 6 รางวัลยอดเยี่ยม เวที Asian Excellence Award 2026

#ttb #ทันหุ้น - ทีทีบี ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวทีระดับภูมิภาค คว้า 6 รางวัลยอดเยี่ยมจากงานประกาศรางวัล Asian Excellence Awards 2026 ครั้งที่ 16 จัดโดย Corporate Governance Asia นิตยสารธุรกิจและการเงินชั้นนำของฮ่องกง เพื่อมอบให้ผู้นำและองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน ซึ่งพิจารณาตามเกณฑ์และผลสำรวจความคิดเห็นของนักลงทุน นักวิเคราะห์ กรรมการ ผู้บริหารหลากหลายบริษัททั่วภูมิภาคเอเชีย สำหรับปี 2569 ทีทีบีคว้า 6 รางวัลยอดเยี่ยม ประกอบด้วย • ซีอีโอยอดเยี่ยม (Asia’s Best CEO) จำนวน 2 รางวัล โดยมอบให้นายปิติ ตันฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำสูงสุดที่ประกาศกลยุทธ์ ภายใต้แนวคิด The MEANINGFUL Change การสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย ทั้งยังสามารถขับเคลื่อนให้องค์กรเติบโตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจภูมิภาคและโลก พร้อมวางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว และนายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบี สะท้อนความโดดเด่นด้านความเป็นผู้นำในการบริหารจัดการและขับเคลื่อนธุรกิจอย่างคล่องตัว ช่วยให้ธนาคารสามารถส่งมอบโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและผู้ถือหุ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ• ซีเอฟโอยอดเยี่ยม (Asia’s Best CFO) มอบให้นางสาวสมคิด ปรีชาสัมมกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน ทีทีบี ที่มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการทางการเงินขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ มั่นคง และสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้น พร้อมทั้งวางกลยุทธ์หรือปรับโครงสร้างทางการเงินเพื่อการเติบโตระยะยาว     • นักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม (Best Investor Relations Professional) มอบให้นางสาวดารารัตน์ อุระพันธมาศ หัวหน้านักลงทุนสัมพันธ์ ทีทีบี ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างมาตรฐานการสื่อสารกับนักลงทุนให้เป็นไปอย่างเท่าเทียม โปร่งใส ทันเหตุการณ์ และน่าเชื่อถือ ช่วยยกระดับความไว้วางใจจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ• องค์กรนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม (Best Investor Relations Company) แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการงานนักลงทุนสัมพันธ์ได้อย่างยอดเยี่ยม มีความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูล มีมาตรฐานระดับสากล มีการสื่อสารทิศทางธุรกิจกับนักลงทุนและนักวิเคราะห์อย่างมืออาชีพ และสร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืนในตลาดทุน • องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมยอดเยี่ยม (Best Environmental Responsibility) สะท้อนภาพความมุ่งมั่นของทีทีบีตามแนวคิด B+ESG ที่ผสานธุรกิจและความยั่งยืนเป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม และมีเป้าหมายชัดเจน รวมทั้งมีการดำเนินโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อระบบนิเวศหรือชุมชนการได้รับ 6 รางวัลยอดเยี่ยมจากเวที Asian Excellence Awards 2026 นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของทีทีบีที่ตอกย้ำศักยภาพในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กรต่อผู้ถือหุ้น และตลาดทุนผ่านการบริหารจัดการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ การสื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใส และการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสะท้อนความความสำเร็จในการขับเคลื่อนองค์กรด้วยหลักธรรมาภิบาล และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ทั้งลูกค้า คู่ค้า พันธมิตร และสังคม เพื่อเดินหน้าสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ตอกย้ำเส้นทางความสำเร็จสู่ “การธนาคารเพื่อความยั่งยืน”

ไทยออยล์คว้า 5 รางวัลยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย“Asian Excellence Award 2026”
Read

ไทยออยล์คว้า 5 รางวัลยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย“Asian Excellence Award 2026”

#ทันหุ้น-บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) โดย คุณวนิดา บุญภิรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ด้านการเงินและบัญชี คุณธาริกา เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้จัดการฝ่ายวางแผนการเงิน และคุณนันทกา บำรุงสุขสวัสดิ์ ผู้จัดการแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับมอบ 5 รางวัล จากงาน “Asian Excellence Award 2026” ครั้งที่ 16 ซึ่งจัดโดยนิตยสาร Corporate Governance Asia สื่อชั้นนำของฮ่องกงและเอเชียที่มุ่งเสนอประเด็นด้านเศรษฐกิจและการกำกับดูแลกิจการที่ดี ณ โรงแรม JW Marriot เขตปกครองพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยรางวัลที่ได้รับ ได้แก่รางวัลซีอีโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Asia’s Best CEO)รางวัลซีเอฟโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Asia’s Best CFO)รางวัลความยั่งยืนแห่งเอเชีย (Sustainable Asia Award) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3รางวัลบริษัทนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม (Best Investor Relations Company) ปีที่ 4รางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม (Best Investor Relations Professional)ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความสามารถของผู้นำในการนำพาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตอกย้ำความเป็นเลิศในการดำเนินธุรกิจตามหลักบรรษัทภิบาล ควบคู่กับการดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม อันเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน

CCET ปักธง! ปี 69 เดินหน้าสู่โมเดล “AI-led Manufacturing Excellence”
Read

CCET ปักธง! ปี 69 เดินหน้าสู่โมเดล “AI-led Manufacturing Excellence”

#ทันหุ้น - CCETได้กำหนดเป้าหมายสู่การยกระดับกลยุทธ์ “AI-led Manufacturing Excellence”มาใช้เพื่อยกระดับกระบวนการผลิต ด้วยการทยอยปรับเปลี่ยนจากรูปแบบการผลิตแบบดั้งเดิม(Conventional Manufacturing Process)มาสู่การใช้เทคโนโลยีAIนำ(AI Led Manufacturing Process)และระบบSmart Factoryในกระบวนการผลิตสินค้าใหม่เพื่อมุ่งสู่การเป็นโรงงานเทคโนโลยีขั้นสูง (Hi-TechTechnology)เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน(Sustainable Growth)โดยจะให้โรงงานในประเทศไทยเป็นต้นแบบ“AI Factory”อย่างเต็มรูปแบบเพื่อขยายสู่เครือข่ายโรงงานของบริษัทที่มีอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก พร้อมพัฒนาไปสู่RPA (Robot Process Manufacturing)โดยวิจัยและพัฒนากับพันธมิตรระดับสากล ตอกย้ำความสำเร็จจากปี2568ที่เริ่มปรับโครงสร้างองค์กรสู่Industry 4.0+ในกระบวนการผลิตสินค้าบางรายการและสามารถทำกำไรสุทธิทะลุ2,000ล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างการเติบโตในอนาคตอย่างยั่งยืนบริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (CCET) เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทฯ จะยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ “AI-led Manufacturing Excellence” อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence Technology) เพื่อยกระดับกระบวนการผลิต การบริหารต้นทุน การพัฒนาบุคลากรและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายฐานลูกค้าในตลาดโลก รองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวกลยุทธ์ดังกล่าวจะต่อยอดจากการพัฒนาโรงงานอัจฉริยะ โดยใช้ประเทศไทยเป็นต้นแบบ “AI-led Factory” สำหรับขยายสู่เครือข่ายโรงงานของบริษัทที่ตั้งอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก  เช่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เม็กซิโก บราซิล และสหรัฐอเมริกา ควบคู่กับการผสานเทคโนโลยีดิจิทัล การจัดการแบบบูรณาการ และการยกระดับงาน RD ที่พร้อมจะให้ความร่วมมือกับพันธมิตรด้าน AI ระดับสากล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และเสริมความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ในขณะเดียวกัน CCET จะพัฒนาบุคลากรที่มีอยู่ให้มีศักยภาพที่สูงขึ้น (Re-Skill Up-Skill)เพื่อให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นควบคู่กันไปพร้อมทั้งจะร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อสร้าง New Talents ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าให้แก่ CCET และจะส่งบุคลากรที่มีศักยภาพเหล่านี้ไปพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตร่วมกับวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยี AI  ในต่างประเทศCCET มุ่งมั่นที่จะให้ใช้โรงงานในประเทศไทยเป็นต้นแบบในการนำรูปแบบ AI – led Factory ไปยังเครือข่ายโรงงานของบริษัทที่มีอยู่ทั่วโลก บริษัทฯ จะพัฒนาเทคโนโลยี AI และดิจิทัลเทคโนโลยีให้ลึกขึ้นในทุกมิติขององค์กร ตั้งแต่การผลิต การจัดหาวัตถุดิบเพื่อการผลิต (Supply Chain) พัฒนาบุคลากร (Human Capital Development)  ไปจนถึงการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (Strategic Decision Making) เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพื่อให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน”ความสำเร็จในปี 2568 ถือเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญที่แสดงว่า CCET ได้เริ่มปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อก้าวสู่อนาคต และเริ่มเข้าสู่ Industry 4.0+ อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการนำ AI, Robotics และ RPA มาใช้ในกระบวนการผลิต และการดำเนินงานในสำนักงาน (Back Office) ในประเทศไทยได้สำเร็จ พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการบริหารสินค้าคงคลัง และบริหารจัดการบุคลากร พัฒนาบุคลากรที่มีอยู่ (Re-skill Up-skill) ลดต้นทุนการผลิตและต้นทุนทางการเงิน ซึ่งจะส่งผลให้ผลกำไรดีขึ้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่แท้จริงขององค์กร (Core Value) ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและการจัดหาวัตถุดิบเพื่อการผลิต (Supply Chain) ของ CCET และจะเริ่มเข้าสู่การเติบโตในปี 2569 อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ไทยออยล์คว้ารางวัล Asian Management Excellence Awards 2026
Read

ไทยออยล์คว้ารางวัล Asian Management Excellence Awards 2026

#ทันหุ้น- ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) โดย คุณณัฐพล มีฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่-ด้านบริหารศักยภาพองค์กร พร้อมด้วย คุณจิดาภา สุนทรารัตน์พงษ์ ผู้จัดการฝ่ายบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลและองค์กร เป็นผู้แทนบริษัทฯ เข้ารับรางวัล Asian Management Excellence Awards 2026 ใน 2 สาขาคือThailand Employee Engagement of the Year - Oil Gas และ Thailand Health and Wellness Initiative of the Year - Oil Gas ซึ่งจัดโดย Asian Business Review นิตยสารธุรกิจชั้นนำในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯรางวัลดังกล่าวมอบให้แก่องค์กรที่โดดเด่นด้านการเสริมสร้างความผูกพันของพนักงานและการดูแลสุขภาวะในที่ทำงาน โดยไทยออยล์ดำเนินการผ่าน 2 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการ Value Engagement ที่สร้างความผูกพันของพนักงานผ่านกิจกรรม “Joyfinity” โดยเปิดโอกาสให้พนักงานเสนอ แนวคิด “การสร้างความสุขในการทำงาน” เพื่อนำไปพัฒนาและต่อยอดให้เกิดขึ้นจริง ควบคู่การพัฒนาผู้นำผ่านกิจกรรม “Rewire Leader” เพื่อสร้างผู้นำที่เข้าใจทีมงาน ยอมรับในความหลากหลาย และพัฒนาทีมไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ และโครงการ Thaioil Holistic Health and Wellness ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาวะของพนักงานอย่างรอบด้าน ด้วยโครงการ “5 สุข” โดยมีแนวคิดในการดูแลพนักงานแบบองค์รวม ครอบคลุม 5 มิติแห่งความสุข ได้แก่ สุขกาย สุขใจ สุขเงิน สุขสังคม และสุขชื่มชม

STA รับรางวัล Strategic Solutions Excellence Award จาก Zanroo Award
Read

STA รับรางวัล Strategic Solutions Excellence Award จาก Zanroo Award

#ทันหุ้น - บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA นำโดย นางสาวประภัสสร ปัญญาภิรมย์  (ขวา) Centralized Marketing Communication (CMC) Division Manager เข้ารับรางวัล Zanroo Award ภายใต้หมวด Strategic Solutions Excellence Award โดยได้รับเกียรติจาก นายวรุฒ ไชยพานิช (ซ้าย) Business development Executive บริษัท อินเตอร์เน็ต เบส บิซิเนส กรุ๊ป จํากัด หรือ Zanroo เป็นผู้มอบรางวัล ซึ่งมอบให้แก่องค์กรที่มีความโดดเด่นในการประยุกต์ใช้ข้อมูลเชิงลึก (Insight) จากเครื่องมือและเทคโนโลยีของ Zanroo เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจน สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงแนวทางการดำเนินงานของ STA ที่ให้ความสำคัญกับการนำข้อมูลเชิงลึกมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ตลาด พฤติกรรมผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ การรับรางวัลในครั้งนี้สอดรับกับวิสัยทัศน์ขององค์กร ในการเป็นองค์กรชั้นนำระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และข้อมูล (Data-driven Organization) เพื่อพัฒนาธุรกิจให้สอดคล้องกับทิศทางตลาดและความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ ทั้งนี้ Zanroo Award จัดขึ้นเพื่อยกย่ององค์กรและแบรนด์ที่เป็นผู้นำในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึก เพื่อสร้างกลยุทธ์ทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้อย่างชัดเจน โดยถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความพร้อมในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

ปตท. คว้า 6 รางวัล Thailand Corporate Excellence Awards 2025
Read

ปตท. คว้า 6 รางวัล Thailand Corporate Excellence Awards 2025

#ทันหุ้น - นางสาวภัทรลดา สง่าแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และ ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เข้ารับรางวัลองค์กรที่มีการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ Thailand Corporate Excellence Awards 2025 ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวม 6 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในสาขาความเป็นเลิศด้านการพัฒนาการบริหารจัดการขององค์กร (Corporate Improvement Excellence Award) และ SMEs Excellence Awards 2025 ประเภทธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง (ในนามผู้เสนอชื่อบริษัท เมซัน รอแยล จำกัด) นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัลระดับ Distinguished ใน 4 สาขา ได้แก่ สาขาความเป็นเลิศด้านการบริหารทางการเงิน (Financial Management Excellence Award) สาขาความเป็นเลิศด้านการจัดการทรัพยากรบุคคล (Human Resource Management Excellence Award) สาขาความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ (Innovation Excellence Award) และสาขาความเป็นเลิศด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Excellence Award) ทั้งนี้ รางวัลดังกล่าว พิจารณาจากการสำรวจความคิดเห็นจากผู้บริหารระดับสูงขององค์กรไทยและผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารธุรกิจ เพื่อประกาศเกียรติคุณแก่องค์กรที่มีความเป็นเลิศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน พร้อมเป็นต้นแบบที่ดีแก่องค์กรอื่นต่อไป

แสนสิริ คว้า 3 รางวัลใหญ่จาก Marketing Excellence Awards Thailand 2025
Read

แสนสิริ คว้า 3 รางวัลใหญ่จาก Marketing Excellence Awards Thailand 2025

แสนสิริ ผู้นำอสังหาริมทรัพย์ไทย ตอกย้ำความเป็น "Trendsetter" ในตลาด ด้วยการประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ ในการใช้ Data และ AI เข้ามาขับเคลื่อนการตลาดอย่างบูรณาการ จนสามารถ คว้า 3 รางวัล จากเวที Marketing Excellence Awards Thailand 2025 ความสำเร็จนี้ไม่ใช่แค่การก้าวทันเทคโนโลยี แต่คือบทพิสูจน์ว่า แม้ในภาวะที่ตลาดอสังหาฯ ผันผวน "ความแม่นยำ" ในการระบุผู้ซื้อคุณภาพด้วย AI คือคำตอบที่ทำให้ ROI (ผลตอบแทนจากการลงทุน) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเบื้องหลังความสำเร็จคือการผนึกกำลังกับพันธมิตรเอเจนซี่อย่าง iProspect และแพลตฟอร์มระดับโลก ที่ร่วมกันวางระบบจัดเก็บและใช้ข้อมูลการตลาดอย่างเป็นระบบ ผ่านการทำงานของ AI ที่สามารถวิเคราะห์เชิงลึกบุคลิกลักษณะของลูกค้าที่มีแนวโน้มการซื้อได้อย่างแม่นยำ นายสมัชชา พรหมศิริ Chief of Staff บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า "แสนสิริ มองหานวัตกรรมและรูปแบบการทำงานใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วยจัดการความท้าทายและแก้ปัญหาในการพัฒนาธุรกิจอยู่ตลอดเวลา ยิ่งในช่วงเวลาที่ความต้องการในการซื้อผันผวนจากสภาพเศรษฐกิจโดยรวม และการแข่งขันของผู้ประกอบการเข้มข้นขึ้น การใช้ Data และเทคโนโลยี AI ทางการตลาดจึงเข้ามามีบทบาทเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ "Data เป็นสิ่งที่แสนสิริให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ ส่วนเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยให้สามารถวิเคราะห์เชิงลึกได้อย่างแม่นยำ รอบด้านและครบถ้วน ทำให้สามารถดำเนินธุรกิจไปในทิศทางที่ถูกต้อง โดยการทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์อย่าง iProspect และใช้เทคโนโลยีของ Platform ระดับโลก เช่น Meta Google ทำให้แสนสิริได้ใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมใหม่ก่อนใคร และสามารถประยุกต์ใช้ให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ" First Mover ในเอเชียแปซิฟิก: เทคโนโลยี AI ที่ทำให้เห็นผลจริง แสนสิริทำงานกับ iProspect ในการเชื่อมโยงชุดข้อมูล CRM ของแสนสิริ และข้อมูลเชิงลึกจาก Global Platform เพื่อค้นหากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (Potential Lead) ที่มีศักยภาพในการซื้อที่อยู่อาศัยได้ตรงหรือใกล้เคียงที่สุดกับโครงการในแต่ละเซ็กเมนต์ในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ "การประยุกต์เทคโนโลยี AI กับการทำการตลาดในยุคนี้ของแสนสิริบน Platform ดิจิทัลมีเดียหลัก ได้แก่ ฝั่ง Meta ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Conversion API หรือ CAPI ส่วนฝั่ง Google ใช้ Enhanced Conversions for Leads หรือ ECL ซึ่งแสนสิริเป็นแบรนด์อสังหาฯ แรกๆ ในเอเชียแปซิฟิคที่ประสบความสำเร็จในการเริ่มใช้ AI ที่ทางแต่ละ Platform พัฒนาขึ้นตั้งแต่ปี 2566 และกุญแจสำคัญอีกอย่างคือการทำงานกับ iProspect เอเจนซี่พาร์ตเนอร์ที่อยู่กับแสนสิริมากว่า 10 ปี ร่วมกันริเริ่มและทดลองนวัตกรรมใหม่ๆ ด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งที่เกิดขึ้นในตลาดมาโดยตลอด" สมัชชา กล่าว ความพร้อมของ Data Ecosystem: กลยุทธ์ความสำเร็จ นายศุภกิตติ์ ลิ้มบุญทรง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอพรอสเพค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า " iProspect นำความเชี่ยวชาญด้านการวางแผนสื่อและ Marketing Technology มาปรับใช้ให้ตรงกับเป้าหมายทางธุรกิจของแสนสิริ ซึ่งแสนสิริมีรูปแบบการวาง Data Ecosystem ภายในองค์กรที่ดี มีผู้เชี่ยวชาญในการบริหารจัดการข้อมูลการตลาดตั้งแต่หน้าโครงการจนถึงทีมงานส่วนกลาง ส่งผลให้การทำงานต่อยอดบน Digital Platform มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ แสนสิริยังให้ความสำคัญกับ Digital Transformation ที่เน้นการใช้เทคโนโลยีมาปรับปรุงกระบวนการทำงานด้านการตลาดให้มีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และรวดเร็ว ซึ่งเป็นการบูรณาการจากทุกส่วนงาน ไม่ว่าจะเป็นทีมขาย ทีมการตลาด ทีมดิจิทัล ทีมวิเคราะห์ข้อมูล ทีมงานของ iProspect และพันธมิตร Global Platform" ผลลัพธ์ที่จับต้องได้: Lead เพิ่ม 42% ต้นทุนลด 19% แสนสิริปลดล็อคข้อจำกัด และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มโอกาสให้กับทีมขายติดต่อไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ระบบสามารถกรองมาให้ได้ประสบความสำเร็จมากขึ้น เช่น แคมเปญ Always On ที่เรานำเทคโนโลยี AI ผนวกกับ One Search ที่เราวางแผนร่วมกับแสนสิริ จับกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการ ด้านอสังหาฯ สูง ส่งผลให้ภาพรวมจำนวน Lead สูงขึ้น 42% ในขณะที่ราคาต่อ Lead ถูกลงถึง 19% "เราทำงานให้กับแบรนด์ต่างๆ หลากหลาย และทุกแบรนด์ก็สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเดียวกันได้ แต่สิ่งที่ทำให้แสนสิริแตกต่างคือความพร้อมของแบรนด์ในการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือได้สูงสุด ซึ่งปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งคือการให้ความสำคัญของการวางแผนการเก็บและใช้ Data ด้วยการมีข้อมูลต้นทางที่สมบูรณ์ ใช้ได้จริง ซึ่งแสนสิริมีการจัดหา จัดเก็บข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล เมื่อนำมาเชื่อมกับ ECL และ CAPI จึงทำให้ได้ Lead ของลูกค้าเป้าหมายที่แม่นยำและมีคุณภาพ ทีมขายสามารถติดต่อลูกค้าและปิดการขายต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่เป็นสิ่งที่แบรนด์ต่างๆ ควรให้ความสำคัญหากต้องการปรับใช้ AI กับธุรกิจ" ศุภกิตติ์ กล่าวทิ้งท้าย 5 องค์ประกอบแห่งความสำเร็จ: บทเรียน 40 ปีแสนสิริ นายสมัชชา กล่าวว่า จากประสบการณ์ของแสนสิริ การนำนวัตกรรมมาปรับใช้ให้เกิดผลทางธุรกิจอย่างแท้จริง จำเป็นต้องมีองค์ประกอบสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ นโยบายในการสนับสนุนการทดลองริเริ่มสิ่งใหม่ๆ บุคลากรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ระบบที่รองรับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ พันธมิตรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และช่องทางที่เหมาะสมในการสื่อสารเข้าถึงลูกค้า ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ แสนสิริสามารถขับเคลื่อนธุรกิจตลอด 40 ปีที่ผ่านมา ด้วยจำนวนมากกว่า 150 โปรเจคครอบคลุมทั่วประเทศ และสามารถรักษาระดับการเติบโตด้วยยอดขาย 9 เดือนแรก (สิ้นสุด 30 กันยายน 2568) อยู่ที่ 39,000 ล้านบาท คิดเป็น 74% ของเป้ายอดขาย และเติบโตเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเผชิญความท้าทาย ตลอดจนได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์ที่ผู้บริโภครัก (Brand Love) จากรางวัลด้านแบรนด์มากมาย คว้า 3 รางวัลระดับประเทศ สะท้อนผู้นำ Marketing Excellence ล่าสุด ผลลัพธ์จากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างแสนสิริและ iProspect ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ ด้วยการคว้ารางวัลด้านการตลาดรวม 3 รางวัลจากเวที Marketing Excellence Awards Thailand 2025 ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ Gold (2 รางวัล) คือ Excellence in Data-Driven Marketing จากความสามารถในการคัดกรองข้อมูลผู้ซื้อคุณภาพ และต่อยอดสู่การขายได้อย่างแม่นยำ และ Excellence in Search Marketing จากการสร้างเนื้อหาที่ตอบโจทย์การค้นหาผ่านระบบ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอีก 1 รางวัล Bronze ในสาขา Excellence in Marketing Transformation สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดด้วยเทคโนโลยีและข้อมูลอย่างเป็นรูปธรรม การได้รับรางวัลทั้ง 3 สาขาในครั้งนี้ ยืนยันความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการตลาดดิจิทัลของแสนสิริ และเป็นต้นแบบแห่งความสำเร็จที่องค์กรอื่นๆ สามารถศึกษาและนำไปปรับใช้ได้

บี.กริม ฟาร์มา คว้ารางวัล Excellence in HR Change Management
Read

บี.กริม ฟาร์มา คว้ารางวัล Excellence in HR Change Management

#ทันหุ้น - บริษัท บี.กริม ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการยกย่องให้เป็น Finalist และคว้ารางวัลเหรียญเงิน (Silver Award) ในเวที HR Excellence Awards 2025 พร้อมกลุ่มบี.กริม (B.Grimm) ด้วยการนำเสนอผลงานภายใต้โครงการ People Partnership Strategic Roadmap โดยกลุ่มบี.กริม ได้รับการยอมรับใน 9 สาขา และคว้ารางวัลแห่งความเป็นเลิศรวมทั้งสิ้น 7 รางวัลบี.กริม ฟาร์มา โดยนายชนินทร์ พรหมเพ็ชร ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการด้านทรัพยากรบุคคล เป็นตัวแทนรับมอบรางวัลเหรียญเงิน (Silver Award) ด้าน Excellence in HR Change Management จากการส่งเข้าประกวดเวที HR Excellence Awards 2025 เป็นครั้งแรก พร้อมกลุ่มบี.กริม ที่เข้ารับรางวัลจากหลากหลายสาขา ประกอบด้วย รางวัลเหรียญทอง (Gold Awards) จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ Excellence in Employee Engagement, Excellence in Work-Life Harmony และ Excellence in Workforce Mobility รางวัลเหรียญทองแดง (Bronze Awards) จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ Excellence in Workplace Culture, Excellence in Leadership Development และ Excellence in In-House Talent Pipeline Strategy และรางวัลเข้าชิง (Finalist) จำนวน 2 สาขา ได้แก่ Excellence in Diversity, Equity Inclusion และ Excellence in the Use of HR Tech ซึ่งนับเป็นการคว้ารางวัลเกียรติยศจากเวที HR Excellence Awards 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ของกลุ่ม บี.กริมสำหรับรางวัลด้าน Excellence in HR Change Management นี้ มอบเพื่อยกย่ององค์กรต้นแบบที่สามารถแสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนผ่านในการบริหารงานบุคคลเป็นเลิศ ผ่านกลยุทธ์การบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยม การสื่อสารที่ชัดเจนทรงประสิทธิผลสู่พนักงาน และผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนความมุ่งมั่นในการพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง ให้นำมาปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพแบบเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อองค์กรในระยะยาว ด้วยการเสริมศักยภาพด้านบริหารงานบุคคลต่างๆ จนนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จในองค์รวมอย่างยั่งยืนการได้รับรางวัลในครั้งนี้ เป็นสิ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของบี.กริม ฟาร์มา ในการขับเคลื่อนด้วย “คน พันธกิจ และความร่วมมือ” (People, Purpose Partnership) อีกทั้งยังเสริมความเชื่อเสมอมา ที่ว่า “คน คือ หัวใจของความสำเร็จอย่างยั่งยืน” ที่ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรม ความร่วมมือ และการมีส่วนร่วมในทุกมิติขององค์กร ซึ่งพร้อมสานต่อปรัชญา “การดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี (Doing Business with Compassion)” เพื่อร่วมสร้างสังคมที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ยั่งยืนต่อไป

IRPC คว้ารางวัล Climate Action Excellence Awards 2025 องค์กรต้นแบบด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน
Read

IRPC คว้ารางวัล Climate Action Excellence Awards 2025 องค์กรต้นแบบด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน

นายพงษ์ศักดิ์ วัฒนการุณวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส แผนกลยุทธ์และความยั่งยืน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) รับรางวัล  "Climate Action Excellence Awards 2025" องค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและเป็นเลิศในการบริหารจัดการ    ก๊าซเรือนกระจก จาก นายกิตติพงศ์ ลิ่มสุวรรณโรจน์ กรรมการบริหาร และประธาน Climate Change Pillar สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในงานสัมมนาวิชาการ Climate Change Forum 2025: Driving towards Net Zero เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่เป้าหมาย Net Zero จัดโดยสถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (CCI) ภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ณ อาคารเอ็ม ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ การได้รับรางวัลครั้งนี้ เป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จของ IRPC ในการบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยบูรณาการแนวคิด ESG เข้ากับทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล สะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero Emission ภายในปี 2060

BEM รับรางวัล Climate Action Excellence ต้นแบบจัดการก๊าซเรือนกระจก
Read

BEM รับรางวัล Climate Action Excellence ต้นแบบจัดการก๊าซเรือนกระจก

#ทันหุ้น - บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้รับรางวัล “Climate Action Excellence” องค์กรที่มีความมุ่งมั่นและโดดเด่นในการบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ในงาน CCI Climate Change Forum 2025 ซึ่งสถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Institute - CCI) ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรก โดยนายอัลวิน จี รองกรรมการผู้จัดการ เป็นผู้แทนเข้ารับมอบรางวัล จากนายกิตติพงศ์ ลิ่มสุวรรณโรจน์ กรรมการบริหาร และประธาน Climate Change Pillar สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในพิธีมอบรางวัลที่จัดขึ้น ณ อาคาร M Tower กรุงเทพฯ การจัดงานครั้งนี้มีจุดประสงค์ เพื่อส่งเสริมและยกย่องหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรจากทุกภาคส่วนที่แสดงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ทั้งสร้างแรงจูงใจและเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างองค์กร รางวัลแบ่งออกเป็น 4 ประเภท รวมทั้งสิ้น 64 รางวัล ได้แก่ Climate Action Excellence องค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและเป็นเลิศในการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก, Climate Action Leader องค์กรที่เป็นผู้นำในการดำเนินโครงการลดก๊าซเรือนกระจก, Climate Action Initiating องค์กรที่เพิ่งเริ่มต้นดำเนินโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ Certificate of Climate Commitment องค์กรที่แสดงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการมีส่วนร่วมลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อครอบคลุมองค์กรในทุกระดับของการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงระดับความเป็นเลิศ

เอมิเรตส์คว้ารางวัล ความบันเทิงบนเที่ยวบินที่ดีที่สุด งาน Airline Excellence Awards 2024
Read

เอมิเรตส์คว้ารางวัล ความบันเทิงบนเที่ยวบินที่ดีที่สุด งาน Airline Excellence Awards 2024

สายการบินเอมิเรตส์ได้รับรางวัล ความบันเทิงบนเที่ยวบินที่ดีที่สุด ระดับโลกจากการจัดอันดับสายการบินของ Airline Excellence Awards 2024 ซึ่งประกาศทางช่องทางออนไลน์ เอมิเรตส์คว้ารางวัล ความบันเทิงบนเที่ยวบินที่ดีที่สุด งาน Airline Excellence Awards 2024 สายการบินเอมิเรตส์คว้ารางวัลในด้านความบนเทิงบนเที่ยวบิน จากการจัดตำแหน่งในหมู่สายการบินชั้นนำทั่วโลก ด้วย 6,500 ช่องความบันเทิงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเนื้อหาคุณภาพ ซึ่งถือเป็นคลังความบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในโลกบนท้องฟ้า สิ่งเหล่านี้ทำให้สายการบินเอมิเรตส์ได้รับรางวัล ความบันเทิงบนเที่ยวบินที่ดีที่สุด อย่างไร้ข้อสงสัย ลูกค้าทุกคนสามารถเพลิดเพลินกับ 6,500 ช่องความบันเทิงระดับโลกจากสายการบินเอมิเรตส์ได้ อาทิ: ภาพยนตร์ฮอลลีวูดและภาพยนตร์ที่ได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติ รวมถึงภาพยนตร์ที่ชนะรางวัล Academy Awards ในปี 2024 รวมมากกว่า 2,000 เรื่อง ซีรีส์ทีวีและบ็อกซ์เซ็ตหลายร้อยรายการ รวมถึงโชว์ล่าสุดจากสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มและสื่อชั้นนำเช่น HBO Max, Discovery+, BBC, Bloomberg Originals และ Shahid ภาพยนตร์สารคดีและซีรีส์ทีวีสารคดียอดนิยมมากกว่า 200 เรื่อง ภาพยนตร์และรายการทีวีภาษาอาหรับมากกว่า 150 รายการ รวมถึงคอลเลคชั่นภาพยนตร์สัญชาติเอมิเรตส์ โดยเฉพาะ ภาพยนตร์บอลลีวูดและเอเชียใต้ รวมถึงรายการทีวีกว่า 300 เรื่อง ใน 13 ภาษา ภาพยนตร์จากทั่วโลกในกว่า 50 ภาษา พร้อมทั้งภาพยนตร์ต่างประเทศมากกว่า 600 เรื่องจากทั่วยุโรป แอฟริกา เอเชีย และลาตินอเมริกา คลังเพลงกว่า 3,500 อัลบั้มและเพลย์ลิสต์ที่ได้รับการเลือกสรรอย่างดี รายการทีวีสดกว่า 5 ช่อง ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ช่องข่าวและ 2 ช่องรายการกีฬาถ่ายทอดสด กว่า 250 ช่องสำหรับเด็กและครอบครัวโดยเฉพาะ รวมไปถึงรายการสำหรับคุณหนูก่อนวัยเรียนหลายสิบรายการ การรายงานการบิน ที่ผู้โดยสารสามารถติดตามความคืบหน้าของเที่ยวบินบนแผนที่เคลื่อนไหว อีกทั้งยังมองเห็นวิวโลกจากความสูง 40,000 ฟุตผ่านกล้องภายนอกเครื่องบิน สมาชิก Emirates Skywards สามารถเพลิดเพลินกับการเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีบนเครื่องบิน สายการบินเอมิเรตส์อัพเดตเนื้อหาสิ่งบันเทิงบนเครื่องบินทุกเดือน เพิ่มภาพยนตร์กว่าหลายร้อยเรื่อง รวมถึงรายการทีวี พอดแคสท์และเพลงอีกมากมายเพื่อขยายคลังความบันเทิงบนเครื่องบิน อีกทั้งยังร่วมมือกับผู้ให้บริการด้านเนื้อหาที่ดีที่สุดเพื่อรับประกันความสนุกแบบเอ็กคลูซีฟสำหรับลูกค้าสายการบินเอมิเรตส์ ยิ่งไปกว่านั้นลูกค้าสามารถรังสรรค์ประสบการณ์การใช้ ice โปรแกรมความบนเทิงบนเครื่องบินได้ก่อนออกเดินทาง กับการเลือกสรรภาพยนตร์หรือรายการทีวีล่วงหน้าบน Emirates App ซึ่งจะเชื่อมต่อกับโปรแกรม ice บนเครื่องบินเมื่อผู้โดยสารเข้าประจำที่นั่ง เพื่อสร้างประสบการณ์การการเดินทางแบบไร้รอบต่อที่เหนือกว่า รางวัล AirlineRatings.com Airline Excellence Awards ได้รับการประเมินโดยทีมบรรณาธิการที่มากประสบการณ์ โดยพิจารณาจากเกณฑ์การตัดสินที่เข้มงวด ที่รวมถึงการจัดอันดับของผลิตภัณฑ์และความปลอดภัย ความคิดเห็นของผู้โดยสารบน AirlineRatings.com และ Trip Advisor และความสามารถในการทำกำไรโดยรวม ====================

ปังไม่ไหว “ไมค์ พิรัชต์” คว้ารางวัล Best Artists And Actors Create Excellent
Read

ปังไม่ไหว “ไมค์ พิรัชต์” คว้ารางวัล Best Artists And Actors Create Excellent

ปังไม่ไหว ไมค์ พิรัชต์ คว้ารางวัล Best Artists And Actors Create Excellent เป็นแด๊ดดี้ที่ความสามารถล้นมือจริงๆ สำหรับหนุ่ม ไมค์ พิรัชต์ ที่ตอนนี้มีผลงานให้ติดตามหลายอย่าง แต่ที่ห้ามพลาดนั่นก็คือเจ้าตัวกับตำแหน่งเมนเทอร์รายการ CHUANG ASIA THAILAND แต่นอกจากรายการที่สร้างความประทับใจให้กับคนดูและเจ้าตัวแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่ทำเอาเจ้าตัวปริ่มไม่น้อย เพราะล่าสุด ไมค์ ได้รับรางวัล Best Artists And Actors Create Excellent จากงาน ASIA TOP AWARDS 2024 และเจ้าตัวจะเข้าร่วมงานและรับรางวัล 18 มีนาคม 2567 โดยจะมีการเดินพรมแดง 17.00 น. ชั้น 5 พารากอน ส่วนของงานมอบรางวัลจะจัดขึ้นในวันเดียวกันเวลา 18.30 น. ซึ่งทาง ไมค์ เองก็ได้มาแชร์ภาพงานลงในไอจีสตอรี่งานนี้เตรียมตั้งตารอชมลุคสุดปังของ ไมค์ ได้เลย เพราะคนนี้เค้าตัวพ่อของจริง ดาราเดลี่ต้องขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ

เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต จับมือ โรงเรียนนานาชาติ DBS  จัดแคมป์ ‘Culinary Excellence Camp’
Read

เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต จับมือ โรงเรียนนานาชาติ DBS จัดแคมป์ ‘Culinary Excellence Camp’

โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต (Le Cordon Bleu Dusit Culinary School) ร่วมมือกับโรงเรียนนานาชาติ DBS Denla British School จัดกิจกรรม Culinary Excellence Camp (DBS X Le Cordon Bleu Dusit Culinary School) แคมป์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ออกแบบมาเพื่อน้อง ๆ ชั้น Year 4 - 8 ที่ชื่นชอบการทำอาหาร ได้สัมผัสประสบการณ์การเข้าครัวแบบมืออาชีพเพื่อรังสรรค์เมนูอาหารคาว-หวาน และเครื่องดื่มแสนอร่อยร่วมกับเพื่อน ๆ และเชฟผู้สอน โดยกิจกรรมแคมป์สุดสร้างสรรค์จัดขึ้น 4 วันเต็ม ช่วยสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำและเสริมทักษะการทำอาหารให้แก่เด็ก ๆ แถมเชฟตัวน้อยยังได้นำของอร่อยๆ จากฝีมือตนเองกลับไปให้คุณพ่อคุณแม่ที่บ้านได้ประทับใจอีกด้วย กิจกรรมในแคมป์สำหรับเชฟรุ่นเล็กประกอบด้วยคลาสเรียนการทำอาหารตลอดทั้ง 4 วันในบรรยากาศที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม โดย 3 วันแรกจะเป็นการเรียนทำอาหารที่เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต กับเชฟผู้เชี่ยวชาญ เริ่มต้นวันแรกด้วยการอบ 'คุกกี้ช็อกโกแลต แสนอร่อย และชง ช็อกโกแลตร้อน รสเข้มข้นหวานหอมที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ ต่อเนื่องวันที่ 2 ด้วย 'บะหมี่หมูแดงโฮมเมด' เมนูเส้นสุดคลาสสิกที่ทำไม่ยากแต่อร่อยล้ำไม่เหมือนใคร จากนั้นจึงเพิ่มความท้าทายขึ้นในวันที่ 3 ด้วยเมนู 'เยลลี่น้ำมะพร้าวอ่อนพร้อมข้าวเหนียวและพุดดิ้งลำไย' เมื่อได้คุ้นเคยกับการทำอาหารเป็นเวลา 3 วัน น้อง ๆ ได้ไปกลับโชว์สกิลการทำอาหารที่โรงเรียนนานาชาติ DBS ในวันที่ 4 แบบจัดเต็มกับเมนู 'ซีฟู้ดโรล และ น้ำเบอร์รีชบาโซดา โดยในวันสุดท้ายนี้ นอกจากนักเรียนทุกคนจะได้มาทำอาหารที่โรงเรียนของตัวเองแล้ว ความพิเศษอีกอย่างคือผู้ปกครองของเชฟรุ่นเยาว์ ได้รับเชิญมานั่งจิบชาสบายๆ ในกิจกรรม 'Tea Time' พร้อมชมฝีไม้ลายมือการทำอาหารของเด็ก ๆ และชิมรสชาติจานพิเศษที่น้อง ๆ รังสรรค์ขึ้นมาร่วมกับเชฟผู้ฝึกสอน ที่สำคัญหลังจบกิจกรรม นักเรียนยังได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองจากเลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ไปใส่กรอบตั้งอวดที่บ้านอีกด้วย กิจกรรมในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการช่วยเปิดโลกการทำอาหารให้เด็กๆ ได้ลองลงมือทำอย่างสนุกสนาน นักเรียนยังสามารถนำทักษะที่ได้เรียนรู้ไปช่วยผู้ปกครองทำอาหาร รวมถึงยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆ ได้ต่อยอดไปเป็นอาชีพสายอาหารในอนาคต การร่วมมือกับโรงเรียน DBS เพื่อออกแบบคอร์สการเรียนรู้ที่ทั้งสนุกและได้ความรู้ในครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ในการมอบโอกาสในการเรียนรู้เทคนิคการประกอบอาหารอันยอดเยี่ยมให้แก่ผู้เรียนทุกกลุ่มในหลากหลายช่วงวัย ซึ่งรวมถึงผู้ที่ไม่เคยมีพื้นฐานในการทำอาหารมาก่อนอย่างน้อง ๆ นักเรียน โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต มีหลักสูตรเฉพาะสำหรับน้องๆ ที่อยากเรียนรู้การทำอาหารตั้งแต่เนิ่น ๆ ได้แก่ หลักสูตรหนูน้อยเข้าครัว (อายุ 8 11 ปี) และอีกหลักสูตรที่จะเปิดเร็ว ๆ นี้คือ หลักสูตรทีนเชฟ (อายุ 12-15 ปี) เพื่อสร้างทักษะการทำอาหารตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงระดับสูง เตรียมความพร้อมและปูทางสู่โลกแห่งธุรกิจอาหารที่แท้จริง ดูหลักสูตรต่างๆ และติดตามข่าวสารล่าสุดได้ทาง https://www.cordonbleu.edu/thailand/programmes/th

ไมโครซอฟท์กำลังนำ Python มาใช้งานสำหรับ Excel
Read

ไมโครซอฟท์กำลังนำ Python มาใช้งานสำหรับ Excel

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาไมโครซอฟท์ได้ประกาศว่ากำลังนำภาษาไพทอน (python) ซึ่งนิยมใช้ทำแมชชีนเลิร์นนิงในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและพยากรณ์ข้อมูล มาปรับใช้ใน Excel เพื่อสามารถดึงข้อมูลจากตารางที่มีลักษณะคล้ายกับดาต้าเฟรมได้โดยไม่ต้องตั้งค่าให้ยุ่งยาก ซึ่งเราสามารถพิมพ์โค้ดภาษาไพทอนลงไปในเซลล์ได้โดยตรง จากนั้นข้อมูลจะไปประมวลผลใน Microsoft Cloud แล้วส่งผลลัพธ์หรือพล็อตกราฟแสดงผลอยู่ใน Worksheet ผู้ใช้ Excel สามารถจัดการและสำรวจข้อมูลในตารางของ Excel ได้โดยใช้การพล็อตกราฟด้วยไพทอนและไลบรารีต่าง ๆ ทั้งนี้ผู้ใช้สามารถสร้างสูตร กราฟ และ PivotTable ของ Excel ได้ด้วยโค้ดคำสั่งไพทอน รวมทั้งสามารถพล็อตกราฟแสดงผลด้วยไลบรารียอดนิยม เช่น Matplotlib และ Seaborn ในการพล็อตกราฟแบบ Heatmaps, Violin และ Swarm ไมโครซอฟท์ได้รวมไพทอนไว้ใน Excel และเชื่อมการทำงานร่วมกับ Power Query อีกทั้งได้เพิ่มฟังก์ชันใหม่ คือ PY เพื่ออนุญาตให้ผู้ใช้สามารถป้อนคำสั่งไพทอนลงในช่องเซลล์บน Excel ได้โดยตรง แล้วจะนำข้อมูลไปวิเคราะห์ยัง Anaconda Distribution หรือเครื่องมือการทำงานของภาษาไพทอนใน Azure ซึ่งได้รวมถึงไลบรารีสำหรับ Python ที่ได้รับความนิยมสูงสุด เช่น pandas, Matplotlib, scikit-learn, statsmodels และอื่น ๆ จึงรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลได้หลากหลาย การทำงานของไพทอนบน Excel ได้ถูกปล่อยออกมาแล้วผ่านตัวทดลองใช้งาน (Public preview) ของ Microsoft 365 Insiders ที่อยู่ในกลุ่ม Beta Channel ซึ่งตอนแรกจะจำกัดให้ใช้งานได้เฉพาะบน Windows ก่อนที่จะเปิดให้ใช้งานบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ ต่อไป (เริ่มจาก build 16.0.16818.20000) ในตอนนี้ไพทอนใน Excel ได้ถูกรวมอยู่ใน Microsoft 365 subscription หรือแบบจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือนหรือรายปี ซึ่งหลังจากจบการทดสอบ ฟังก์ชันบางอย่างก็จะถูกจำกัดในผู้ใช้ที่ไม่มีไลเซนส์การใช้งานแบบชำระเงิน ที่มา : theverge และ techcommunity.microsoft.com

"S" กางแผนธุรกิจปี 66 ชูกลยุทธ์ “S EXCELS” ตั้งเป้ารายได้แตะ1.7 หมื่นล้าน
Read

"S" กางแผนธุรกิจปี 66 ชูกลยุทธ์ “S EXCELS” ตั้งเป้ารายได้แตะ1.7 หมื่นล้าน

สิงห์ เอสเตท เดินหน้ารุกธุรกิจปี 2566 ผ่านแนวคิด S EXCELS มุ่งสู่ความเป็นเลิศในทุกมิติ ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์สร้างความหลากหลายที่สมดุล เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน หรือ Sustainable Diversity ดันรายได้รวมสูงขึ้น 34% จากปีก่อน หรือกว่า 16,700 ล้านบาท ตั้งเป้าเปิดโครงการที่พักอาศัยแนวราบใหม่อีกอย่างน้อย5 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 10,000 ล้าน ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าส่งสัญญาณดีต่อเนื่อง อัตราปล่อยเช่าเฉลี่ยรวมสูงถึง 90% ขณะที่ธุรกิจโรงแรมภายใต้การบริหารงานของ SHR ตั้งเป้าเพิ่มอัตราการเข้าพักรวมแตะระดับ All-time High ที่ 75% คาดรายได้โตทะลุหมื่นล้านในปี 2566 ส่วนธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมเตรียมพร้อมโตก้าวกระโดดด้วยยอดการโอนที่ดินเพิ่มเป็น 2 เท่าตัว นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S กล่าวว่า ปี 2565 บริษัทฯ สร้างรายได้ 13,500 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นจากปีก่อนประมาณ 62% โดยมีปัจจัยหลายประการที่ช่วยเกื้อหนุนการเติบโต ไม่ว่าจะเป็นยอดจองและยอดโอนกรรมสิทธิ์ภายในปี 2565 ของโครงการศิรนินทร์ เรสซิเดนเซส ซึ่งสูงถึง 77% และ30% ตามลำดับ นับเป็นความสำเร็จอย่างงดงามที่เกิดขึ้นเพียง 1 ปี หลังปรับโครงสร้างธุรกิจและรุกเข้าสู่การพัฒนาบ้านแนวราบอย่างเต็มตัวธุรกิจโรงแรมภายใต้การบริหารงานของ SHR สามารถทำรายได้ทะลุเป้าหมายอยู่ที่ 8,700 ล้านบาท ขึ้นแท่นผู้ประกอบการโรงแรมในไทยที่มีรายได้สูงสุดเป็นอันดับ2 ของประเทศ ด้วยความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ผนวกกับแรงหนุนจากการเปิดประเทศ ส่งผลให้อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยรายวัน (Average Daily Rate: ADR) ปรับเพิ่มขึ้นได้กว่า 28% จากปีก่อนหน้า กลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงานมีสัญญาณฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ มีอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy) ที่ไต่ระดับสูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมมีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในปีก่อนได้กว่า 77ไร่ ในปี 2566 เป็นปีที่สำคัญมากของสิงห์เอสเตท กลยุทธ์ S EXCELS คือการสร้างความเป็นเลิศในทุกมิติ มิติแรกคือ ผลการดำเนินงานที่เป็นเลิศ ดันเป้ากำไรสู่ All-time High ในทุกพอร์ตธุรกิจ โดยปีนี้จะสามารถสร้างรายได้รวมของบริษัทให้เติบโตขึ้นสูงถึง 34%หรือมีมูลค่าแตะ 16,700 ล้านบาท มิติที่สองคือการเพิ่มแต้มต่อธุรกิจ เสริมแกร่งศักยภาพในการแข่งขัน เน้นการสร้าง Synergy ที่เกื้อหนุนกันระหว่าง 4 ธุรกิจ และความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำเพื่อสร้างการเติบโตเฉลี่ยปีละ 20% ตลอด 3 ปี มิติที่สามคือ การพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ตั้งเป้าบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2573 และกำหนดแผนอนุรักษ์ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพในบริเวณธุรกิจตั้งอยู่ นางฐิติมา กล่าว จับตาผลการดำเนินงานแกร่ง สำหรับกลุ่มธุรกิจที่พักอาศัย ในปี 2566 นี้ สิงห์ เอสเตท เตรียมต่อยอดความสำเร็จด้วยการเปิดตัวโครงการบ้านแนวราบใหม่ตอบโจทย์ Lifestyle ที่ทันสมัย บนทำเลศักยภาพขยายฐานเจาะตลาดหลากหลายเซกเมนต์ อีก 5 โครงการ ประกอบด้วย บ้านเดี่ยวระดับราคา 15-30 ล้านบาท และระดับราคา 30-50 ล้านบาท Cluster Home ระดับราคาตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป พร้อม Flagship Cluster Home Project ซึ่งมีระดับราคาเริ่มต้นสูงถึง 550 ล้านบาทต่อหลัง ด้วยมูลค่ารวม 5 โครงการกว่า 10,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันเพื่อตอบรับความต้องการในตลาดคอนโดมิเนียมที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่ม Ready-to-move-in ได้อย่างทันท่วงทีสิงห์ เอสเตทจึงขยายสัดส่วนการถือครองโครงการ The ESSE Sukhumvit 36 ส่งผลให้สามารถรับรู้รายได้และกำไรจากโครงการดังกล่าวเต็ม 100% โดยบริษัทฯ คาดว่าโครงการที่พักอาศัยในปีนี้ จะมีรายได้ที่เติบโตขึ้นกว่า70% กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้ามีสัญญาณการฟื้นตัวดีอย่างต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์โมเดลธุรกิจRight sizing ซึ่งนำเสนอขนาดพื้นที่ให้เช่าที่หลากหลายควบคู่กับโมเดลธุรกิจ Ready-to-move หรือการจัดสรรพื้นที่ให้เช่าพร้อมใช้งานโดยปี 2566 ตั้งเป้าผลประกอบการเพิ่มขึ้น 20% ด้วยอัตราการเช่าพื้นที่สูงกว่า 90% ในทุกโครงการ ทั้งสิงห์ คอมเพล็กซ์ซันทาวเวอร์ส และ เอส เมโทร รวมถึงโครงการอาคารสำนักงานล่าสุดอย่าง เอส โอเอซิส บนถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ศูนย์กลางธุรกิจที่เปี่ยมศักยภาพแห่งใหม่ พร้อมเซ็นสัญญาผู้เช่ารายใหญ่ในไตรมาส 2 ปีนี้ กลุ่มธุรกิจโรงแรมภายใต้การบริหารงานของ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท หรือ SHR จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่โดดเด่นอย่างชัดเจนในปีนี้ โดยโรงแรมในเครือที่ประเทศไทยทั้ง4แห่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ คาดรายได้เติบโตถึง60% จากปีก่อนหน้าในขณะที่รายได้จากโรงแรมในมัลดีฟส์จะเติบโตขึ้น 30%หนุนรายได้รวมทะลุ 10,000 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นกว่า 20% ทั้งนี้ ในปี 2566จะเน้นการเติบโตของอัตราการเข้าพักรวมแตะระดับ All-time High ที่ 75%ขณะที่การหมุนเวียนและต่อยอดการลงทุนสินทรัพย์ (Asset Rotation Enhancement) รวมถึงการปรับปรุงและยกระดับโรงแรมในเครือช่วยเสริมแกร่งผลประกอบการ สนับสนุนให้ SHR สามารถครองตำแหน่งผู้ประกอบธุรกิจบริหารจัดการโรงแรมรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของไทยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีจะมีการเปิดตัว SO/ Maldives โรงแรมไลฟ์สไตล์หรูระดับ 6 ดาว ในโครงการครอสโรดส์ มัลดีฟส์ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง SHR และพันธมิตรทางธุรกิจคาดผลประกอบการจะสร้างกำไรให้กับบริษัทฯ ในระยะยาวได้ในอีกทางหนึ่ง กลุ่มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ในปี 2566 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าแรงหนุนสำคัญจากทั้งปัจจัยมหภาค โดยบีโอไอคาดระดับการลงทุนจากต่างประเทศคงตัวได้ที่ราว 5-6 แสนล้านบาท ความร่วมมือกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และจุดแข็งของนิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง ซึ่งตอบโจทย์ธุรกิจที่หลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่ต้องการใช้พลังงานและน้ำจำนวนมาก และธุรกิจที่ต้องการใช้พลังงานสะอาดในการผลิตเป็นเงื่อนไขเพื่อขยายสู่ตลาดระดับสากลเนื่องจากนิคมตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ที่เป็นจุดศูนย์กลางระหว่างแหล่งวัตถุดิบและเส้นทางการขนส่ง มีแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ แหล่งไฟฟ้าคาร์บอนต่ำ และมีโรงไฟฟ้า 3 แห่งภายใต้ความร่วมมือกับ บมจ. บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) ซึ่งจะมีกำลังผลิตไฟฟ้าสูงสุดครบ 400 เมกะวัตต์ภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าจะผลักดันส่วนแบ่งกำไรให้เติบโตอย่างต่อเนื่องได้ในระยะยาว ด้วยแผนการดำเนินงานและกลยุทธ์เพื่อสร้าง All-Time High ในทุกธุรกิจ บริษัทฯเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ในปี 2566 รายได้รวมของ สิงห์ เอสเตท จะสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 34% หรือมากกว่า 16,700 ล้านบาท ส่งผลต่ออัตรากำไร และผลตอบแทนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ผนึกกำลังพันธมิตรเพิ่มแต้มต่อธุรกิจ บริษัทฯมีแผนจับมือพันธมิตรทั้งภายในและภายนอกเครือสิงห์ เอสเตท เพื่อสร้างแต้มต่อทางธุรกิจ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน นำเสนอสินค้าและบริการที่แตกต่าง (Product differentiation) โดยธุรกิจที่พักอาศัย มุ่งก้าวเข้าสู่ตลาดBranded Residenceผ่านการร่วมมือกับ SHR ในอีกทางหนึ่ง การผนึกความร่วมมือยังช่วยให้รุกเร็วและปรับตัวไว (Speedtomarket) โดยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาของโรงแรมในเครือ SHR ทั้งในประเทศไทยและมัลดีฟส์ ซึ่งเป็นการร่วมมือกับธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานรวมพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ราว 3 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี โครงการดังกล่าวนอกจากจะช่วยสร้างผลงานที่น่าเชื่อถือให้ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานแล้วธุรกิจโรงแรมก็สามารถบริหารต้นทุนทางพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพไปพร้อมกันนอกจากนี้ บริษัทฯยังมีแผนขยายการใช้พลังงานสะอาดไปยังโครงการที่มีศักยภาพอื่นๆของบริษัทฯ ในระยะข้างหน้าอีกด้วย นอกจากนี้ เพื่อสร้างแต้มต่อในการก้าวเข้าสู่ธุรกิจ Flex space บริษัทฯ มีแผนร่วมมือกับผู้ประกอบการชั้นนำซึ่งมีสาขาครอบคลุมศูนย์กลางทางธุรกิจที่สำคัญๆ และมีระบบการบริหารจัดการที่ทันสมัยมีประสิทธิภาพทั้งนี้ บริษัทฯ จะเริ่มพัฒนาโครงการ Flex Space ในอาคารสำนักงานของบริษัทฯ เป็นลำดับแรกขณะที่กลยุทธ์สร้างการเติบโตแบบ Speed to Market ของธุรกิจโรงแรมคือ Asset Light Modelซึ่งจะตอบโจทย์การบริหารเงินลงทุนอย่างคุ้มค่าและมีจุดเด่นด้านความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการสูง โดยความแตกต่างที่สร้างให้ SHR โดดเด่นจากเครือโรงแรมอื่นคือการรับบริหารจัดการโรงแรมอื่นๆโดยไม่ได้จำกัดเฉพาะแบรนด์ ทราย (SAii)ซึ่งเป็น Homegrown brand ผ่านสัญญาบริหารจัดการโรงแรม (Hotel Management Agreement) แต่รวมถึงการรับบริหารจัดการโรงแรมภายใต้แบรนด์โรงแรมอื่น (Third Party Operator) อีกด้วย การผนึกความแข็งแกร่งของธุรกิจในเครือ สิงห์ เอสเตท ผสานความร่วมมือจากพันธมิตรชั้นนำ จะเป็นแรงสนับสนุนที่สำคัญในการสร้างแต้มต่อให้กับธุรกิจ เสริมศักยภาพในการแข่งขัน ตลอดจนเพิ่มความเร็วในการตอบสนองส่งผลให้สิงห์ เอสเตท สามารถขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตเฉลี่ยปีละ20%ตลอดระยะเวลา 3 ปีข้างหน้านี้ เติบโตอย่างสมดุล ส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืน สิงห์ เอสเตท ตั้งเป้าหมายสู่การเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปีพ.ศ. 2573 (ค.ศ.2030) และสร้างความหลากหลายที่สมดุลเพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจ โดยบริษัทตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 5% ต่อปี และการเพิ่มเทคโนโลยีนำพลังงานสะอาดมาใช้ในกระบวนการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้มีการรักษาพื้นที่ที่มีความสำคัญด้านความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติสูง อาทิโรงแรมทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ หรือโครงการครอสโรดส์ มัลดีฟส์เป็นต้น สิงห์ เอสเตท จะเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจต่อไปภายใต้วิสัยทัศน์ในการการสร้างความหลากหลายที่สมดุล เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน หรือ Sustainable Diversity โดยเราจะไม่หยุดแสวงหาโอกาสในการขยายรูปแบบการลงทุน เพื่อต่อยอดธุรกิจพัฒนาและบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ที่หลากหลายอย่างมืออาชีพ ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย อสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า โรงแรม นิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน สร้างสรรค์สินค้าและบริการที่มีคุณภาพเหนือระดับเพื่อส่งมอบประสบการณ์ทรงคุณค่าให้ลูกค้า พร้อมยึดมั่นการดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญาการกำกับดูแลกิจการที่ดี สร้างความสมดุลระหว่างผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ตลอดทั้งชุมชนสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนนางฐิติมา กล่าว

CPF คว้า 5 รางวัลความเป็นเลิศแห่งภูมิภาคเอเชีย Asian Excellence Awards 2022
Read

CPF คว้า 5 รางวัลความเป็นเลิศแห่งภูมิภาคเอเชีย Asian Excellence Awards 2022

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ รับ 5 รางวัลเกียรติยศด้านความเป็นเลิศแห่งภูมิภาคเอเชียประจำปี 2565 จากเวที The 12th Asian Excellence Awards 2022 จัดโดยนิตยสาร Corporate Governance Asia เป็นสื่อด้านการเงินที่มุ่งเน้นการกำกับกิจการที่ดีของฮ่องกงและเอเชีย สะท้อนศักยภาพองค์กรชั้นนำระดับสากลที่มีความเป็นเลิศในการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล ดูแลสังคม และสิ่งแวดล้อมพิธีมอบรางวัล Asian Excellence Awards จัดขึ้นเป็นปีที่ 12 เพื่อยกย่องผู้บริหารและบริษัทจดทะเบียนในภูมิภาคเอเชีย ที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารองค์กร มีธรรมภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีการจัดการทางด้านการเงิน นักลงทุนสัมพันธ์ และดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมที่เป็นเลิศในระดับสากล ซึ่งในปีนี้ ซีพีเอฟได้รับ 5 รางวัล โดยแบ่งเป็นรางวัลประเภทบุคคล 3 รางวัล ได้แก่ รางวัล ซีอีโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Asias Best CEO) รางวัล ซีเอฟโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Asias Best CFO) รางวัล นักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Best Investor Relations Professional) และได้รับรางวัลประเภทองค์กร อีก 2 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลซีเอสอาร์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Asias Best CSR) และ รางวัลบริษัทนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม (Best Investor Relations Company)รางวัล ซีอีโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Asias Best CEO) มอบให้แก่ นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร สะท้อนถึงศักยภาพความเป็นผู้นำที่สร้างความสำเร็จและการเติบโตอย่างต่อเนื่องให้กับองค์กร ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ช่วยขับเคลื่อนองค์กรเติบโตอย่างมั่นคงท่ามกลางความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นรางวัล ซีเอฟโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Asias Best CFO-Investor Relations) มอบให้แก่ นายไพศาล จิระกิจเจริญ ประธานผู้บริหารฝ่ายการเงิน จากความเป็นเลิศในการบริหารการเงินและจัดหาเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มและผลประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร ส่งผลให้บริษัทฯ มีโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งในสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลารางวัล นักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Best Investor Relations Professional) มอบให้แก่ นางกอบบุญ ศรีชัย กรรมการบริหารและเลขานุการบริษัท ซีพีเอฟ จากความโดดเด่นด้านการสื่อสารข้อมูลให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามแนวปฏิบัติตามหลักการพื้นฐานของนักลงทุนสัมพันธ์สำหรับรางวัลความเป็นเลิศประเภทองค์กรที่ได้รับ 2 รางวัล ประกอบด้วย รางวัล บริษัทนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย เพื่อยกย่องการเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ด้วยความโปร่งใส และเป็นธรรม ได้มาตรฐานสูงสุด ขณะที่ รางวัลซีเอสอาร์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Asias Best CSR) จากการดำเนินธุรกิจด้วยความคำนึงถึงความยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อมในชุมชนที่บริษัทฯ มีสถานประกอบการรางวัล Asian Excellence Awards 2022 เป็นอีกรางวัลสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของซีพีเอฟในการดำเนินธุรกิจบนหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และขับเคลื่อนสู่เป้าหมายความยั่งยืน ภายใต้กลยุทธ์ CPF 2030 Sustainability in Action ขับเคลื่อนภารกิจ 9 ความมุ่งมั่น ภายใต้ 3 เสาหลัก อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตน และ ดิน น้ำ ป่าคงอยู่ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารบนพื้นฐานการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่ส่งเสริมสังคมเติบโตไปด้วยกัน ร่วมบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) หนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs) ครบ 17 เป้าหมาย

CEO ซีพีเอฟ ร่วมยินดีกับชาว CPF หลังคว้า 8 รางวัล 'CP Excellence Award 2022'
Read

CEO ซีพีเอฟ ร่วมยินดีกับชาว CPF หลังคว้า 8 รางวัล 'CP Excellence Award 2022'

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร พร้อมด้วย นายสิริพงศ์ อรุณรัตนา ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจสัตว์บก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ร่วมแสดงความยินดีกับผู้บริหารและพนักงาน 8 กลุ่มธุรกิจ ที่คว้า 8 รางวัล ซีพีสู่ความเป็นเลิศ ประจำปี 2565 (CP Excellence Award 2022) จากเครือเจริญโภคภัณฑ์ ตอกย้ำองค์กรแห่งความเป็นเลิศที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วยรางวัลระดับ Gold ประเภท Grand Prize ได้แก่ ธุรกิจอาหารสัตว์บก นำโดย นายเรวัติ หทัยสัตยพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ซีพีเอฟ ธุรกิจสุกร นำโดย นายสมพร เจิมพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ซีพีเอฟ🥈รางวัลระดับ Silver ประเภท Grand Prize รวม 5 รางวัล ได้แก่ ธุรกิจไก่เนื้อ จ.นครราชสีมา, ธุรกิจไก่เนื้อ จ.สระบุรี, ธุรกิจไก่เนื้อ มีนบุรี กทม., ธุรกิจไก่เนื้อ บางนา กทม. และ ธุรกิจเป็ดเนื้อ บางนา กทม.🥈รางวัลระดับ Silver ประเภท Operational Excellence Award ได้แก่ ธุรกิจไส้กรอกและอาหารสำเร็จรูปCEO ประสิทธิ์ กล่าวแสดงความยินดีกับเพื่อนพนักงานที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ ตอกย้ำความเป็นเลิศและการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของ CPF เป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ทุกคนในบริษัทฯ ให้ความสนใจและพยายามอย่างยิ่งสู่ CP Excellence จนประสบความสำเร็จ ซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจให้พนักงานต่อยอดขึ้นไปอีก ทั้งการใช้เทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ องค์ความรู้ รวมถึงการผนึกพลังกับพันธมิตรให้เป็น Open Platform จะทำให้บริษัทฯ เติบโตอย่างยั่งยืน มีขีดความสามารถในการแข่งขันไปสู่เวทีโลกได้มั่นคงCPF มุ่งมั่นพัฒนาระบบการบริหารที่ได้มาตรฐานสากล การกำกับดูแลตามหลักธรรมาธิบาล ดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและบุคลากรอย่างเท่าเทียม ภายใต้ค่านิยม 6 ประการ และหลักปรัชญา 3 ประโยชน์ เพื่อร่วมกันสร้างคุณค่าให้ประเทศชาติ ชุมชน ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีรางวัล CP Excellence Award จัดโดย เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นรางวัลการันตีคุณภาพระบบบริหารงานสู่ความเป็นเลิศของบริษัทในเครือฯ เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของทุกกลุ่มธุรกิจ นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมของกระบวนการทำงาน สินค้า และบริการ โดยให้ความสำคัญต่อ ความสุขของคนในองค์กร ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในครั้งนี้ กลุ่มธุรกิจที่ได้รับการตรวจประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ประจำปี 2562 จำนวน 26 กลุ่มธุรกิจ และปี 2563 จำนวน 16 กลุ่มธุรกิจ รวมทั้งสิ้น 42 กลุ่มธุรกิจ ทั้งในไทยและจีน แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่1. รางวัล Grand Prize เน้นความเป็นเลิศทุกมิติ มี 3 ระดับ คือ Platinum Gold และ Silver2. รางวัลโดดเด่นเฉพาะด้าน ได้แก่ 1. มุ่งเน้นความเป็นเลิศด้านปฏิบัติการ (Operational Excellence Award) 2. มุ่งเน้นความเป็นเลิศด้านลูกค้า (Customer Excellence Award) 3. มุ่งเน้นความเป็นเลิศด้านคนในองค์กร (People Excellence Award) 4. มุ่งเน้นความเป็นเลิศด้านนวัตกรรม (Innovation Excellence Award) และ 5. มุ่งเน้นความเป็นเลิศด้านความยั่งยืน (Sustainability Excellence Award) ในแต่ละด้าน มี 3 ระดับ คือ Platinum Gold และ Silver เช่นกัน

“AXONS” คว้า 3 รางวัลชนะเลิศ Asian Technology Excellence Awards 2022
Read

“AXONS” คว้า 3 รางวัลชนะเลิศ Asian Technology Excellence Awards 2022

(7 กันยายน 2565) แอ๊กซอน (AXONS) สร้างปรากฏการณ์ด้านเทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร (Agri Tech) คว้า 3 รางวัลชนะเลิศจากเวทีระดับภูมิภาค Asian Technology Excellence Awards 2022 ครอบคลุมเทคโนโลยี Mobile ในด้านอุตสาหกรรมเกษตร (Agriculture) เทคโนโลยี Enterprise Software สำหรับกลุ่มธุรกิจ (Conglomerates) และเทคโนโลยี Blockchain สำหรับอุตสาหกรรมค้าปลีก (Retail) ตอกย้ำศักยภาพด้านดิจิทัล ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ห่วงโซ่การผลิตอาหารของไทยประสบความสำเร็จ ก้าวสู่การเป็นครัวของโลก ได้อย่างยั่งยืนนายสรรเสริญ สมัยสุต กรรมการผู้จัดการ แอ๊กซอน (AXONS) เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างครบถ้วน ทั้งงานหน้าบ้านและหลังบ้าน ถือเป็น Agri Tech Company ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารหลายแห่ง อาทิ ซีพีเอฟ ซึ่งมีห่วงโซ่การผลิตที่ใหญ่และยาวมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การได้รับรางวัล Asian Technology Excellence Awards ถึง 3 รางวัลในครั้งนี้ จึงเป็นความภาคภูมิใจของทีมงาน AXONS ทุกคน ที่พิสูจน์ได้ว่าเทคโนโลยีของเรา ทำให้อาหารทุกจาน ที่เสิร์ฟไปยังทุกโต๊ะอาหาร ในทุกร้าน และทุกบ้านทั่วโลก เป็นอาหารที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพที่ปลอดภัย เชื่อถือและตรวจสอบย้อนกลับได้ ที่นี่เป็นที่ๆ คนรุ่นใหม่ฝีมือดี ใช้เป็นสนามจริงในการประลองฝีมือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ เพื่อร่วมกันดูแลความเป็นอยู่ของทุกชีวิตบนโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้น นายสรรเสริญ กล่าวทั้งนี้ ทีมงานด้านเทคโนโลยีของ AXONS ทำหน้าที่ดูแลทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิตที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลกของบริษัทลูกค้า โดยใช้ Data หรือข้อมูลมหาศาลมาขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้งและยั่งยืน ครอบคลุมการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ผลิต การประสานงานในหน่วยงานต่างๆ รวมถึงการจัดการด้านค้าปลีก โดยสามารถคว้า 3 รางวัลดังกล่าวมาได้จาก 3 โครงการ ประกอบด้วยโครงการ Agriculture Platform ด้วยระบบ AXONS- AgriTech หรือ แพลตฟอร์มสำหรับเกษตรกรพืชไร่-พืชสวน ที่ช่วยในการบริหารแปลงปลูกขนาดใหญ่ด้วยภาพถ่ายจากโดรน/ดาวเทียม สามารถติดตามแปลงปลูกแบบเรียลไทม์ ทั้งสภาพอากาศ ปริมาณฝน ความชื้น ทิศทางลม และช่วยให้เกิดการแบ่งปันองค์ความรู้ ระหว่างเกษตรกรและผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงสามารถเช็คราคาพืชผลในท้องตลาดได้ด้วย ที่น่าสนใจคือ การสนับสนุนเครื่องมือในการเพาะปลูกที่จะช่วยลดต้นทุนเกษตรกร ด้วยการจัดหาแหล่งให้เกษตรกรได้แบ่งปันหรือเช่าใช้เครื่องมือทางการเกษตรร่วมกันโครงการ Visitor Registration ด้วยระบบ AXONS-VRegist เป็นระบบอัตโนมัติในการคัดกรองบุคคลก่อนเข้าโรงงาน ตรวจสอบทั้งอุณหภูมิ สุขลักษณะ และสุขภาพเพื่อประเมินความเสี่ยงของแต่ละบุคคล และติดตามการเข้าออกพื้นที่ของบุคคลภายนอก โดยรวบรวมข้อมูลเพื่อบริหารจัดการด้วย BI Dashboard เพื่อตอบโจทย์การตรวจสอบสุขภาพของแขกผู้เข้าเยี่ยมชมโรงงาน ตั้งแต่ในช่วงโควิด-19 และยังคงใช้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านการควบคุมป้องกันโรค และลดความเสี่ยงด้านการระบาดภายในโรงงาน โครงการ Traceability หรือ แพลตฟอร์มการตรวจสอบย้อนกลับด้วยระบบ AXONS-Trace ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าของลูกค้า โดยผู้บริโภคสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดบนบรรจุภัณฑ์ เพื่อดูแหล่งผลิตสินค้า แสดงแหล่งที่มาของวัตถุดิบ การผลิต การแปรรูป การขนส่ง แสดงคุณค่าโภชนาการ พร้อมเมนูแนะนำสำหรับผู้บริโภค โปร่งใสด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ที่ปรับแก้ข้อมูลจากแหล่งที่มาไม่ได้ มีความน่าเชื่อถือขั้นสูงสุด แพลตฟอร์มนี้ช่วยลดต้นทุนให้คู่ค้า (Suppliers) ที่เดิมใช้ซอฟต์แวร์จากผู้ขายรายอื่นลงมากกว่า 50% และยังเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยน่าเชื่อถือเพิ่มเติมอีกขั้นหนึ่งด้วย ยกตัวอย่างการตรวจสอบย้อนกลับของผลิตภัณฑ์ CPF หนึ่งในลูกค้าสำคัญของ AXONS ซึ่งมีการบ่งบอกถึงการเป็น ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน (Sustainable Product) โดยแสดงให้เห็น มาตรฐาน Carbon Footprint และฉลากลดโลกร้อน (Carbon reduction rating) เป็นข้อมูลแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับกระบวนการผลิตที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด (Carbon Rating ระดับเหรียญทอง)อนึ่ง รางวัล Asian Technology Excellence Awards 2022 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 โดยนิตยสารชั้นนำของเอเชีย ASIAN BUSINESS REVIEW ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศสิงคโปร์ เพื่อยกย่องโครงการและนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่โดดเด่นที่สุด ในแต่ละหมวดหมู่เและอุตสาหกรรม สะท้อนถึงความเป็นองค์กรผู้นำการปฏิวัติทางเทคโนโลยี และมีการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยมีเกณฑ์การพิจารณาจากความมีเอกลักษณ์และนวัตกรรม ประสิทธิผลและผลกระทบในเชิงบวกต่อบริษัทและอุตสาหกรรม รวมทั้งกลยุทธ์ดำเนินโครงการมีความยืดหยุ่น สามารถนำไปต่อยอดพัฒนาได้

COLOURS BY EUROPE. TASTES OF EXCELLENCE วัตถุดิบส่งตรงจากสหภาพยุโรปให้ผู้บริโภคในไทย
Read

COLOURS BY EUROPE. TASTES OF EXCELLENCE วัตถุดิบส่งตรงจากสหภาพยุโรปให้ผู้บริโภคในไทย

เสร็จสิ้นลงแล้วสำหรับ 2 กิจกรรมค้าปลีกและโปรโมชันในแคมเปญ Colours by Europe. Tastes of Excellence. ในประเทศไทย ของสหภาพยุโรป (EU) ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขาพารากอน และ สาขาเอ็มควอเทียร์ กิจกรรมดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์อาหารมากกว่า 800 รายการ จากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทั้งหมด 27 ประเทศ ยกทัพให้ลูกค้าได้เลือกสรรพร้อมด้วยโปรโมชันสุดพิเศษตลอดงาน สร้างยอดขายให้กับผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของสหภาพยุโรปเป็นอย่างมาก ทั้งยังมีส่วนทำให้ผู้บริโภคในประเทศไทยได้ทำความคุ้นเคยกับอาหารและเครื่องดื่มเพื่อการเกษตรจากสหภาพยุโรปเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย การเปิดตัวกิจกรรมค้าปลีกครั้งแรก ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขาพารากอน ทางสหภาพยุโรปได้เปิดประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบ Chef Table พร้อมด้วย คณะทูตจากสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย และผู้บริหารของกูร์เมต์ มาร์เก็ต ให้เกีรยติเข้าร่วมงาน และในโอกาสเปิดตัวกิจกรรมค้าปลีกครั้งที่สอง ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขาเอ็มควอเทียร์ ทางสหภาพยุโรปได้เปิดประสบการณ์การรับประทานอาหารแก่ผู้บริโภคที่มียอดซื้อสูงสุดในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มทางการเกษตรของสหภาพยุโรปในช่วงระยะเวลาโปรโมชัน (ทั้งช่องทางออนไลน์และหน้าบูธ) พร้อมกับได้รับการต้อนรับจาก มีน พีพีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร นักแสดง ผู้กำกับภาพยนตร์ และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของเมืองไทย เซสชั่นการทำอาหารแบบเต็มอิ่ม 2 ชั่วโมงนี้ ถือเป็นประสบการณ์ระดับวีไอพีที่พาทุกท่านไปสำรวจโลกแห่งสินค้าอาหารและเครื่องดื่มทางการเกษตรจากทั่วสหภาพยุโรป นับเป็นเวลาหลายเดือนแล้วที่แคมเปญ Colours by Europe. Tastes of Excellence. ได้เปิดตัวไป กิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นล้วนประสบความสำเสร็จไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมค้าปลีกและโปรโมชัน การปล่อยสื่อประชาสัมพันธ์และการสร้างกิจกรรมบนโซเชียลมีเดียมากมาย ซึ่งล้วนแต่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี แคมเปญ Colours by Europe. Tastes of Excellence. มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมและเน้นย้ำถึงความหลากหลายของอาหารและเครื่องดื่มทางการเกษตรแบบต้นตำรับแท้จากสหภาพยุโรป (EU) อาหารและเครื่องดื่มทางการเกษตร ของสหภาพยุโรปที่ขึ้นชื่อด้านรสชาติ คุณภาพ ความปลอดภัย ความเป็นต้นตำรับ ความหลากหลาย และความยั่งยืนนี้ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนม ผัก ผลไม้ ไปจนถึงพาสตาและผลิตภัณฑ์จากธัญพืชอื่น ๆ น้ำมันมะกอก ขนมหวาน ไวน์ เบียร์ สุรา อาหารออร์แกนิก และอีกมากมาย นอกจากนี้ แคมเปญนี้ยังพาผู้บริโภคชาวไทยไปรู้จักกับสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่มีชื่อเสียงระดับโลกและผลิตภัณฑ์อาหารออร์แกนิกจากทั่วภูมิภาคพร้อมฉลากที่รับรองมาตรฐานและความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับเดือนมิถุนายนนี้ แคมเปญ Colours by Europe. Tastes of Excellence. พร้อมแล้วที่จะเปิดตัวกิจกรรม HoReCa เชิญชวนผู้ที่รักในมื้ออาหารมาร่วมค้นหาและดื่มด่ำไปกับอาหารยุโรปจานพิเศษ ที่ผ่านการรังสรรค์ด้วยการใช้วัตถุดิบต้นตำรับคุณภาพสูงโดยร้านอาหารพันธมิตร ท่านสามารถติดตามกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นอื่น ๆ ได้บนช่องทางของแคมเปญ ฯ ติดตามข่าวสารของกิจกรรมได้ที่  Facebook,  Instagram และ Website เพื่อร่วมสำรวจโลกแห่งสีสันและอร่อยล้ำไปกับผลิตภัณฑ์อาหารทางการเกษตรต่าง ๆ จากสหภาพยุโรป เหล่านักชิมได้รับเชิญให้ติดตามแคมเปญของเราได้ในบัญชีโซเชียลมีเดียต่าง ๆ #coloursbyEurope #tastesofexcellence #euagrifood #EnjoyItsFromEurope #ชีวิตต้องมีสีสัน #สีสันแห่งรสชาติ

“COLOURS BY EUROPE. TASTES OF EXCELLENCE”  พบกับอาหารต้นตำรับจากสหภาพยุโรป และโปรโมชันสุดพิเศษที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต ประเทศไทย
Read

“COLOURS BY EUROPE. TASTES OF EXCELLENCE” พบกับอาหารต้นตำรับจากสหภาพยุโรป และโปรโมชันสุดพิเศษที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต ประเทศไทย

Colours by Europe. Tastes of Excellence. แคมเปญที่นำเสนอและส่งเสริมผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มทางการเกษตรต้นตำรับจากสหภาพยุโรป (EU) ได้เปิดตัวการค้าปลีกและโปรโมชันส่งเสริมการขายร่วมกับกูร์เมต์ มาร์เก็ต (Gourmet Market) ตั้งแต่วันนี้จนถึงเดือนพฤษภาคม 2565 โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วงได้แก่ วันที่ 17 มีนาคม 6 เมษายน 2565 ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขาพารากอน และ วันที่ 21 เมษายน 6 พฤษภาคม 2565 ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขาเอ็มควอเทียร์ แคมเปญ Colours by Europe. Tastes of Excellence. ยกทัพอาหารและเครื่องดื่มทางการเกษตรกว่า 800 รายการจากประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป พร้อมเปิดประสบการณ์ให้คนไทยได้สัมผัสตั้งแต่เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากนม ผัก ผลไม้ ไปจนถึงพาสต้า ซีเรียล น้ำมัน ขนมหวาน ไวน์ เบียร์ สุรา อาหารออร์แกนิก และอื่น ๆ อีกมากมาย ผ่านหน้าบูธของแคมเปญที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต (Gourmet Market) ทั้ง 2 สาขา และช่องทางการจำหน่ายออนไลน์บน www.GourmetMarketThailand.com และบริการ Call to Order และ LINE ของกูร์เมต์ มาร์เก็ต แคมเปญฯ ได้จัดเตรียมโปรโมชันสุดพิเศษมากมาย อาทิ การมอบของสมนาคุณอย่างถุงผ้าให้กับผู้ที่มียอดซื้อสินค้าจากสหภาพยุโรปมากกว่า 500 บาท ต่อหนึ่งใบเสร็จ และกิจกรรม Chef Table เพื่อเปิดโอกาสให้ได้ลองลิ้มชิมรสอาหารค่ำสไตล์ยุโรปที่ไม่เหมือนใคร โดยในการจัด Chef Table เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา คณะทูตจากสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย และคณะผู้บริหารของกูร์เมต์ มาร์เก็ต ให้เกียรติเข้าร่วมงานดังกล่าว นอกจากนี้ จะมีการจัดกิจกรรม Chef Table ขึ้นอีกครั้งในวันที่ 23 เมษายน 2565 เพื่อขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนสินค้าอาหารและเครื่องดื่มการเกษตรของสหภาพยุโรป นำโดย มีน พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร ศิลปิน ผู้กำกับภาพยนตร์ และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของไทย ให้การต้อนรับผู้โชคดีที่มียอดซื้อผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มทางการเกษตรของสหภาพยุโรปบนช่องทางออนไลน์ หรือหน้าบูธที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต สยามพารากอน (17 มีนาคม 6 เมษายน 2565) โดยผู้โชคดีจะได้เปิดโลกสำรวจผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มทางการเกษตรจากทั่วสหภาพยุโรปตลอดช่วงเซสชั่นการทำอาหารสองชั่วโมง พร้อมเต็มอิ่มไปกับผลิตภัณฑ์อาหารและวัตถุดิบที่โดดเด่นในด้านรสชาติ คุณภาพ ความปลอดภัย ความเป็นต้นตำรับความหลากหลาย และความยั่งยืน นอกจากนี้ แคมเปญ ฯ ยังเปิดโอกาสให้คนไทยได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่มีชื่อเสียงระดับโลก และผลิตภัณฑ์อาหารออร์แกนิกจากทั่วภูมิภาค การติดฉลาก GI ของสหภาพยุโรปจะช่วยคุ้มครองชื่อเสียงและชูความเฉพาะของผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับแหล่งกำเนิดทางภูมิศาสตร์และความรู้ที่ถ่ายทอดกันมาแต่ดั้งเดิม โดยปัจจุบันนี้ได้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์อาหารทางการเกษตรมากกว่า 3,000 รายการ และสำหรับผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก สินค้าจากสหภาพยุโรปจะผลิตและแปรรูปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและคำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์ของทางภูมิภาคที่มีความเข้มงวดและมีการตรวจสอบถึงการปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ

สรรพากรแนะผู้ประกอบการยื่นแบบฯภาษี Upload เป็น Excel File
Read

สรรพากรแนะผู้ประกอบการยื่นแบบฯภาษี Upload เป็น Excel File

วันนี้ (25 ส.ค.63) นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า “กรมสรรพากรได้มีการขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบรายงาน Disclosure Form สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์) ที่มีวันครบกำหนดการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 50 ในเดือนเมษายน – สิงหาคม 2563 และเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันที่มีรายได้ทั้งหมดตามงบการเงินไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาทในรอบระยะเวลาบัญชีที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 50 ออกไปเป็นวันที่ 31 สิงหาคม 2563 โดยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป กรมสรรพากรได้เพิ่มช่องทางการยื่นแบบรายงาน Disclosure Form ผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ตในรูปแบบของการ Upload เป็น Excel File เพื่อให้มีความสะดวก รวดเร็ว และง่ายยิ่งขึ้น โดยผู้เสียภาษีสามารถ Download ไฟล์ Excel ต้นแบบ Disclosure Form ได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร www.rd.go.th หัวข้อ e-filing”ทั้งนี้ TAX from Home ทำให้สามารถประกอบธุรกิจได้ง่ายขึ้น และเป็นการทำธุรกรรมภาษีแบบ Social Distancing ไม่จำเป็นต้องเจอหน้า ไม่มีการรับส่งเอกสาร ไม่มีการจับธนบัตรหรือเช็ค ไม่มีการสัมผัสใดๆซึ่งกันและกัน จึงขอเชิญชวนคนไทยร่วมมือร่วมใจใช้ TAX from Home เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยปลอดจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ตลอดไปสำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) โทร. 1161 หรือที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศเกาะติดข่าวที่นี่website: www.TNNTHAILAND.comfacebook : TNNONLINEfacebook live : TNN Livetwitter : TNNONLINELine : @TNNONLINEYoutube Official : TNNONLINEInstagram : TNN_ONLINETIKTOK : @TNNONLINE

GPSC คว้า 4 รางวัลระดับสากลจากเวที Asian Excellence Awards 2021
Read

GPSC คว้า 4 รางวัลระดับสากลจากเวที Asian Excellence Awards 2021

นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้า กลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า นับเป็นความสำเร็จของ GPSC ที่ได้รับรางวัลความเป็นเลิศแห่งเอเชีย หรือ 11th Asian Excellence Awards 2021 อย่างต่อเนื่อง จำนวน 4 รางวัล ประกอบด้วย 1. รางวัลซีอีโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย หรือ Asias Best CEO มอบให้แก่นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ 2. รางวัลซีเอฟโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย หรือ Asias Best CFO มอบให้แก่ นายทิติพงษ์ จุลพรศิริดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน 3. รางวัลซีเอสอาร์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย หรือ Asias Best CSR 4. รางวัลบริษัทนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม หรือ Best Investor Relations Company (Thailand) GPSC ได้รับรางวัลดังกล่าวติดต่อกันเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กร ในการดำเนินธุรกิจด้านนวัตกรรมพลังงานควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานของหลักการกำกับกิจการที่ดี ภายใต้วิสัยทัศน์ในการนำนวัตกรรมพลังงานมาสร้างสรรค์และขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน พร้อมไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับสังคมไทย ทั้งนี้ รางวัลความเป็นเลิศแห่งเอเชียจัดขึ้นโดยนิตยสาร Corporate Governance Asia ซึ่งเป็นนิตยสารชั้นนำของฮ่องกงด้านเศรษฐกิจและการกำกับดูแลกิจการ มอบให้แก่ผู้นำและองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารองค์กรด้านต่างๆ โดยคัดเลือกและมอบรางวัลให้กับองค์กรธุรกิจในหลายประเทศทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย

แคมเปญ “COLOURS BY EUROPE. TASTES OF EXCELLENCE.” นำเสนอกิจกรรมกระตุ้นการค้าปลีก ครั้งแรกในประเทศไทย
Read

แคมเปญ “COLOURS BY EUROPE. TASTES OF EXCELLENCE.” นำเสนอกิจกรรมกระตุ้นการค้าปลีก ครั้งแรกในประเทศไทย

แคมเปญ Colours by Europe. Tastes of Excellence. นำเสนอกิจกรรมกระตุ้นการค้าปลีก (Retail Activation) ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ สาขา เซ็นทรัล เวิลด์ โดยได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี แคมเปญกระตุ้นการค้าปลีกนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสหภาพยุโรป และ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือ เซ็นทรัล รีเทล เพื่อต้อนรับบรรดานักชิมให้มาลิ้มรสผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อการเกษตรอันหลากหลายจากสหภาพยุโรป (EU) การจัดแคมเปญกระตุ้นการค้าปลีกและโปรโมชันสี่งานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมคุณภาพ ความปลอดภัย ความถูกต้องและความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มของสหภาพยุโรป ตั้งแต่เนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากนม ผักและผลไม้ ไปจนถึงพาสต้า ซีเรียล น้ำมัน ขนมหวาน ไวน์ เบียร์ สุรา และอื่น ๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกมากมาย แคมเปญกระตุ้นการค้าปลีกทั้งสี่งานในครั้งนี้ จะขึ้นครั้งละสองสัปดาห์ โดยจะมีขึ้นตลอดเดือนตุลาคม 2564 ไปจนถึงเดือนมกราคม 2565 โดยจะมีการโปรโมทผ่านช่องทางสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำข่าวประชาสัมพันธ์ การสื่อสารร่วมกับ KOL การสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย และการจัดกิจกรรมในร้าน ความร่วมมือด้านการค้าปลีกกับเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของเราในประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคต้องการผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงจากสหภาพยุโรปเป็นจำนวนมาก นี่จึงเป็นโอกาสอันน่าตื่นเต้นสำหรับเกษตรกร ผู้ผลิต และผู้ส่งออกของสหภาพยุโรปในการแสดงให้เห็นถึงคุณภาพที่โดดเด่นของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในขณะที่เชื่อมโยงผู้บริโภคชาวไทยกับสินค้าใหม่ ๆ ที่พวกเขาสามารถค้นพบและเพลิดเพลินได้ตลอดทั้งแคมเปญ เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มทางการเกษตรหลากสีสันจากสหภาพยุโรปมาสู่ผู้บริโภคในประเทศไทย ฯพณฯ นายเดวิด เดลี เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย กล่าว สหภาพยุโรปเป็นที่ทราบกันดีในเรื่องของอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในแคมเปญ Colours by Europe. Tastes of Excellence. เรามุ่งมั่นที่จะจัดหาและส่งเสริมอาหารและการทำอาหารคุณภาพสูงจากทั่วทุกมุมโลกมาโดยตลอด เราตั้งตาคอยที่จะต้อนรับเหล่านักช้อปของเราให้มาสัมผัสอาหารสหภาพยุโรปโดยยึดมั่นตามหลักคุณธรรมประการสำคัญในซูเปอร์มาร์เก็ตของเรา คุณ สเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือ เซ็นทรัล รีเทล กล่าว แคมเปญกระตุ้นการค้าปลีกนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ซื้อของเรามีความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับแนวคิดของ "Farm to Fork" ของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับระบบอาหารที่รับประกันมาตรฐานการผลิตที่เข้มงวดและการควบคุมคุณภาพสำหรับผลิตภัณฑ์ผ่านห่วงโซ่การผลิตทั้งหมดตั้งแต่ฟาร์มถึงโต๊ะอาหารและรับรองความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจในเวลาเดียวกัน แต่ละผลิตภัณฑ์มีฉลากกำกับอยู่ ดังนั้นผู้ซื้อจึงสามารถติดตามส่วนผสมและข้อมูลทางโภชนาการย้อนกลับไปยังต้นทางได้ทุกที่ในสหภาพยุโรปได้ คุณ สเตฟาน คูม กล่าว นักช้อปสามารถเยี่ยมชมบูธงานกิจกรรมค้าปลีกครั้งที่สองได้ที่ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ สาขา เซ็นทรัล ลาดพร้าว ตั้งแต่วันนี้ ถึง 23 พฤศจิกายน งานครั้งที่สามจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 ถึง วันที่ 21 ธันวาคม ที่ เซ็นทรัล บางนา ส่วนงานครั้งที่สี่จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 5 ถึง 18 มกราคม ที่ เซ็นทรัล ชิดลม นอกจากนี้เรายังจะนำเสนอแคมเปญผ่านฟู้ดทรัคของเราด้วย ฟู้ดทรัคเป็นวิธีใหม่ในการนำอาหารยุโรปสุดพิเศษส่งตรงไปถึงมือคุณ แคมเปญฟู้ดทรัคจะตั้งอยู่ในจุดสำคัญทั้งในและรอบกรุงเทพฯ นอกจากบูธและฟู้ดทรัลที่กล่าวไปข้างต้น นักช้อปสามารถเยี่ยมชมช่องทางอีคอมเมิร์ซของแคมเปญเพื่อสัมผัสประสบการณ์และเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เด่นของสหภาพยุโรปและโปรโมชันสุดพิเศษตลอดระยะเวลาของแคมเปญได้ที่ LINK แอปพลิเคชัน Grab และบริการ Personal Shopper บน LINE @TopsThailand ติดตามเราและเข้าร่วมแคมเปญของเรา! รับชมวิดีโอเปิดตัวการค้าปลีกของเราเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารสหภาพยุโรปและกิจกรรมการค้าปลีกของเราไปกับ มาร์วิน ทวีผล นักแสดงชื่อดัง นักชิมและกูรูสายกินในชื่อ Marwin eating guru ที่ (LINK)

CPF คว้า 5 รางวัล Asian Excellence Awards 2021
Read

CPF คว้า 5 รางวัล Asian Excellence Awards 2021

รายงานข่าวจาก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ แจ้งว่า ซีพีเอฟ คว้า 5 รางวัลระดับสากล The 11th Asian Excellence Awards 2021 จัดโดยนิตยสาร Corporate Governance Asia สื่อชั้นนำของฮ่องกงและเอเชียที่มุ่งเสนอประเด็นด้านเศรษฐกิจและการกำกับดูแลกิจการที่ดี ประกอบด้วยรางวัล ซีอีโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Asias Best CEO) รางวัลซีเอฟโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Asias Best CFO) รางวัล นักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Best Investor Relations Professional) และ ตัวองค์กร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน) ได้รับรางวัล บริษัทนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Best Investor Relations Company) และ ซีเอสอาร์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Best CSR Company) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ยึดหลักธรรมาภิบาล มุ่งสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับสังคมโลก โดยในปีนี้ ซีพีเอฟได้รับ 5 รางวัล ประกอบด้วย 1. รางวัล ซีอีโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย แก่ นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ สะท้อนถึงความสำเร็จในการบริหารธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี บรรลุเป้าหมายในการเติบโตที่เสริมสร้างความสมุดทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้แก่องค์กรและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ 2. รางวัล ซีเอฟโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย แก่ นายไพศาล จิระกิจเจริญ ประธานผู้บริหารฝ่ายการเงิน จากความสามารถบริหารการเงินและจัดหาเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและผลประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร และจัดการหนี้สินเพื่อเพิ่มโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง รวมถึงการดำเนินงาน ด้านการเงินและการบริหารเงิน การวางแผนธุรกิจ และการจัดซื้อเชิงกลยุทธ์ 3. รางวัล นักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย แก่ นางกอบบุญ ศรีชัย เลขานุการบริษัทและหัวหน้าฝ่ายงานนักลงทุนสัมพันธ์และตลาดทุน ซีพีเอฟ พิจารณาจากความโดดเด่นด้านการสื่อสารข้อมูลไปยังผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มขององค์กร โดยยึดมั่นหลักการเปิดเผยข้อมูลที่มีความโปร่งใส เป็นธรรม ถูกต้อง เพียงพอ เท่าเทียม และทันเวลา ตามแนวปฏิบัติตามหลักการพื้นฐานของนักลงทุนสัมพันธ์ 4. รางวัล บริษัทนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) สะท้อนมาตรฐานความโปร่งใสและความยุติธรรมในการเผยแพร่ข้อมูล นอกเหนือจากรายงานประจำงวดที่ส่งไปยังหน่วยงานกำกับดูแลแล้ว ยังเพิ่มการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดอย่างมีประสิทธิภาพ และครอบคลุมทุกประเด็น 5. รางวัล ซีเอสอาร์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) จากการที่ซีพีเอฟ ให้ความสำคัญกับผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนที่ดำเนินการ โดยมุ่งมั่นพัฒนาและดำเนินนโยบาย 3 เสาหลักความยั่งยืน อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตน ดินน้ำป่าคงอยู่ ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน รวมถึงการปกป้องและการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของพนักงานด้วย ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ซีพีเอฟยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้พนักงานอย่างสูงสุด สร้างโรงพยาบาลสนามในสถานประกอบการ เพื่อดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน ร่วมสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถดำเนินการผลิตได้อย่างไม่หยุดชะงัก สามารถผลิตอาหารคุณภาพ สะอาด และปลอดภัยอย่างเพียงพอรองรับความต้องการผู้บริโภค และเป็นภาคเอกชนรายแรกๆ ที่ได้นำความเชี่ยวชาญในการผลิตอาหารปลอดภัย ช่วยเหลือและสร้างความมั่นคงทางอาหารแก่สังคมไทย ผ่านโครงการ CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19 มาตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ตามนโยบายเครือเจริญโภคภัณฑ์ ภายใต้โครงการ ซีพีร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19 ส่งมอบอาหารพร้อมรับประทานเพื่อบุคลากรทางการแพทย์และพี่น้องคนไทยกลุ่มเปราะบาง และแรงงานต่างชาติ แล้วหลายล้านแพ็ค รวมถึงน้ำดื่มและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพหลายล้านขวด ตลอดจนวัตถุดิบอาหารสดและเครื่องปรุงรส แก่โรงพยาบาลหลัก โรงพยาบาลสนาม กลุ่มเปราะบาง ศูนย์ฉีดวัคซีน จุดตรวจโควิดเชิงรุก ศูนย์พักคอย และหน่วยงานต่างๆ มากกว่า 500 แห่งทั่วประเทศ ร่วมเคียงข้างคนไทยไปด้วยกัน ในปีนี้ ซีพีเอฟยังประกาศเป้าหมายกลยุทธ์ความยั่งยืน CPF 2030 Sustainability in Action เน้นการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง องค์การสหประชาชาติ (UN) ขับเคลื่อนภารกิจ 9 ความมุ่งมั่น ภายใต้ 3 เสาหลัก อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตน และ ดิน น้ำ ป่าคงอยู่ สร้างความมั่นคงทางอาหารบนพื้นฐานการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่ส่งเสริมสังคมเติบโตไปด้วยกัน ร่วมบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) หนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ ( SDGs ) ครบ 17 เป้าหมาย รางวัล Asian Excellence Awards เป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่นิตยสาร Corporate Governance Asia มอบให้แก่องค์กรที่มีการบริหารจัดการด้านธรรมาภิบาลดีเยี่ยม เพื่อเป็นการสนับสนุนและให้เกียรติแก่องค์กรที่มีธรรมาภิบาลที่ดีในภูมิภาคเอเชียที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจและเป็นที่สนใจของนักลงทุน ครอบคลุม รางวัลที่มอบให้แก่ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ มีการบริหารจัดการด้านการเงิน ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และมีความสัมพันธ์ต่อนักลงทุนอันดีเยี่ยมในระดับสากล

จากฟาร์มถึงโต๊ะอาหาร! งานเปิดตัวแคมเปญ COLOURS BY EUROPE. TASTES OF EXCELLENCE.
Read

จากฟาร์มถึงโต๊ะอาหาร! งานเปิดตัวแคมเปญ COLOURS BY EUROPE. TASTES OF EXCELLENCE.

แคมเปญ Colours by Europe. Tastes of Excellence. ซึ่งนำเสนอและผลักดันผลิตภัณฑ์อาหารทางการเกษตรจากสหภาพยุโรป (EU) ได้เปิดตัวในประเทศไทยแล้ว เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมาในรูปแบบอีเวนท์บนช่องทางออนไลน์ เป้าหมายของแคมเปญคือการทำให้ผู้บริโภคตระหนักถึงคุณภาพ ความเป็นต้นตำรับ ความปลอดภัย และความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของสหภาพยุโรป ตลอดจนเพื่อทำให้ผู้บริโภคมีความเข้าใจเกี่ยวกับโมเดล จากฟาร์มถึงโต๊ะอาหาร ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างระบบอาหารที่มีความยุติธรรม ดีต่อสุขภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของส่วนผสมจากสหภาพยุโรปและต้นกำเนิดของวัตถุดิบต่างๆ ใน 27 ประเทศทั่วภูมิภาค แคมเปญนี้จะพาผู้บริโภคทุกท่านเข้าสู่การเดินทางทางวัฒนธรรมอันเต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวอาหารที่มีสีสันหลากหลายและน่ารับประทาน โดยเรื่องราวเหล่านี้จะทำให้เราได้รู้จักกับอาหารและเครื่องดื่มจากยุโรปแท้ๆ ที่มีความหลากหลายผ่านอีเวนท์สำหรับผู้บริโภค อีกทั้งยังมีการจัดโปรโมชั่นผ่านร้านค้าปลีก กิจกรรมสำหรับกลุ่มธุรกิจโฮเรก้า (HoReCa) กิจกรรมประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมบนช่องทางโซเชียลมีเดียในประเทศไทย สหภาพยุโรปถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับสี่ของไทย รองจากจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา โดยคิดเป็นร้อยละ 7.5 ของการค้าทั้งหมดของประเทศ และอาหารทางการเกษตรของสหภาพยุโรปคิดเป็น 8.9% ของสินค้าทั้งหมดที่สหภาพยุโรปส่งออกมายังประเทศไทย อันที่จริงแล้ว ประเทศไทยและสหภาพยุโรปนั้นมีค่านิยมที่คล้ายกัน โดยทั้งสองจะให้ความสำคัญกับมาตรฐานที่มีคุณภาพสูง ตลอดจนมรดกและวัฒนธรรมอาหารชั้นยอดที่เป็นต้นตำรับ นับตั้งแต่เนื้อสัตว์ ชีส ผลิตภัณฑ์นม ผลไม้และผัก ไปจนถึงซีเรียล น้ำมัน ขนมหวาน และเครื่องดื่ม เป็นที่ทราบกันดีว่า เราจะสามารถมั่นใจกับการส่งออกอาหารของประเทศสมาชิกทั้ง 27 ประเทศ ในแง่ของคุณภาพและมรดกทางด้านอาหารที่มีความล้ำลึก ตลอดจนมาตรฐานความเป็นเลิศในระดับที่สูงที่สุดในทุกขั้นตอนการผลิตและจัดจำหน่าย นับตั้งแต่ฟาร์มไปจนถึงโต๊ะอาหาร ผลิตภัณฑ์อาหารทางการเกษตรของสหภาพยุโรปเป็นไปตามมาตรฐานการควบคุมและกฎระเบียบด้านคุณภาพสูงสุด เกษตรกรและผู้ผลิตทั่วภูมิภาคยุโรปมีทักษะและความเชี่ยวชาญในการผสมผสานประเพณีท้องถิ่นเข้ากับวิธีการทางการเกษตรที่ทันสมัย รวมถึงเทคโนโลยีการจัดเก็บ สารกำจัดวัชพืช สารเติมแต่ง สารปรุงแต่งรส และเอนไซม์ทั้งหมดจะอยู่ภายใต้ข้อบังคับที่มีความเข้มงวด นอกจากนี้ยังมีการรับประกันถึงความเป็นต้นตำรับของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดด้วยฉลากที่มีความโดดเด่น เช่น ฉลากบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication (GI) ได้แก่ PDO และ PGI) ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบที่มาของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้ในทุกขั้นตอน แคมเปญ Colours by Europe. Tastes of Excellence. จะยังคงเดินหน้าส่งเสริมผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มทางการเกษตรที่มีมาอย่างยาวนานของสหภาพยุโรปต่อไป ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงคุณธรรมที่สำคัญและเป็นการสื่อสารถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ อันจะช่วยให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของวัตถุดิบต่างๆ ผ่านฉลากบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เหล่านี้ได้ เราขอเชิญทุกท่านมาค้นพบกับวิธีการใหม่ๆ ที่จะทำให้เราสามารถเพลิดเพลินไปกับอาหาร วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ยุโรปได้อย่างเต็มที่ ผ่านการเดินทางที่โอบล้อมไปด้วยวัฒนธรรมประเพณี รสชาติ และรสสัมผัสอันเป็นต้นตำรับจากยุโรปในครั้งนี้ไปพร้อมกัน ติดตามข่าวสารของกิจกรรม ได้ที่ Facebook, Instagram, Websiteร่วมสำรวจโลกแห่งสีสันและอร่อยล้ำไปกับผลิตภัณฑ์อาหารทางการเกษตรต่างๆ จากสหภาพยุโรป เหล่านักชิมได้รับเชิญให้ติดตามแคมเปญของเราได้ในบัญชีโซเชียลมีเดียต่างๆ#coloursbyEurope #tastesofexcellence #euagrifood #EnjoyItsFromEurope #ชีวิตต้องมีสีสัน #สีสันแห่งรสชาติ