Reset

Search results for “#bewell” - TrueID

Top Result
Watch
Shorts
Game
Privilege
Read
The Great British Sewing Bee
Watch

The Great British Sewing Bee

The Escape of The Bride To Be
Watch

The Escape of The Bride To Be

Gabe Newell ยอมรับ! เคยฝึก 'ร้องเพลงสไตล์มองโกล' ในออฟฟิศจนพนักงาน Valve ต้องปิดประตูหนีจริง!
Read

Gabe Newell ยอมรับ! เคยฝึก 'ร้องเพลงสไตล์มองโกล' ในออฟฟิศจนพนักงาน Valve ต้องปิดประตูหนีจริง!

หลังจากที่มีข่าวออกมาสักพักจนกลายเป็นเรื่องราวไวรัลสุดฮา ล่าสุดดูเหมือนว่าตำนานสุดประหลาดในออฟฟิศของ Valve ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Steam และเกมในตำนานอย่าง Half-Life จะได้รับการยืนยันแล้ว เมื่อมีแฟนเกมใจกล้าชื่อ Bas ส่งอีเมลไปถามท่านศาสดา Gabe Newell แบบตรง ๆ ว่า ข่าวลือที่เขาเคยเดินฝึกร้องเพลงคอสไตล์ชาวมองโกล (Mongolian Throat Singing) ในที่ทำงานจนพนักงานรำคาญนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่? ซึ่งบอสใหญ่แห่งค่ายสตีมก็ตอบอีเมลกลับมาเคลียร์ชัดแบบไม่มีกั๊กเลยทีเดียวว่า "จริง!"ก่อนหน้านี้คุณ Minh “Gooseman” Le ผู้ร่วมสร้างเกม Counter-Strike เคยไปออกรายการพอดแคสต์ Indie Game Joe และเล่าวีรกรรมสุดปั่นว่า Gabe Newell เกิดอินจัดหลังจากดูสารคดี แล้วเริ่มฝึกร้องเพลงคอเสียงทุ้มต่ำขณะเดินไปมาตามโถงทางเดินในออฟฟิศ ซึ่งเสียงค่อนข้างดังจนพนักงานหลายคนรำคาญและพากันปิดประตูห้องหนี โดยเจ้าตัวดูเหมือนจะทำแบบนี้นานถึง 5 เดือนเต็มก่อนจะเลิกราไปในที่สุดเนื่องจากเรื่องเล่านี้ฟังดูหลุดโลกมาก แฟนเกมใจกล้าคนนี้จึงตัดสินใจส่งอีเมลไปถามให้รู้แล้วรู้รอดว่า สรุปแล้วบอสใหญ่ของ Valve เอาเวลาทำงานมาฝึกร้องเพลงคอจริง ๆ หรือเป็นแค่เรื่องแซวขำ ๆ บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งด้วยความที่ Gabe นั้นเป็นบุคคลที่ไม่ถือตัวและเข้าถึงง่าย มักชอบตอบอีเมลของคนที่ส่งเข้ามาอยู่บ่อย ๆ เขาก็ได้ตอบกลับมายืนยันว่าเขาทำแบบนั้นจริง ๆI emailed Gabe Newell asking if it was true that he spent months practicing Mongolian throat singing at the Valve officehe fucking replied pic.twitter.com/tpew8hRp9g— Bas (@tbaszt) September 23, 2026 นอกจากนี้ Gabe ยังสารภาพในอีเมลแบบติดตลกว่า เขาฝึกร้องด้วยตัวเองล้วน ๆ จนเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน ซึ่งเขาเองก็พยายามฝึกทั้งสไตล์ Sygyt รวมถึง Kargyraa และฝึกไปถึงขั้นที่ตัวเขาเองยังรู้สึกเลยว่าเสียงมันน่ารำคาญสุด ๆแม้ปัจจุบันออฟฟิศ Valve จะสงบสุขลงแล้ว แต่ Gabe ก็แอบทิ้งท้ายว่าเขายังไม่ได้ทิ้งวงการนี้ไปแบบถาวร เพราะนาน ๆ ทีเขาก็จะกลับมาฝึกรื้อฟื้นวิชาบ้างเป็นครั้งคราว เพียงแต่ต้องใช้เวลาปรับสภาพคอสักสองสัปดาห์กว่าจะเข้าที่ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งมุมบ้า ๆ บอ ๆ ของผู้บริหารระดับตำนานที่ทำเอาแฟนเกมอดอมยิ้มไม่ได้จริง ๆ!แปลและเรียบเรียงจากDexerto

เคาะรายได้เปิดตัวหนัง "Heart of the Beast" ปะทะ "Primetime" ศึกโกยเงินของดารานำฝ่ายชาย
Read

เคาะรายได้เปิดตัวหนัง "Heart of the Beast" ปะทะ "Primetime" ศึกโกยเงินของดารานำฝ่ายชาย

สุดสัปดาห์ปลายเดือนกันยายนนี้ จะเป็นอีกวีคที่หนาแน่นไปด้วยโปรแกรมหนังเด่น ๆ เข้าใหม่อย่างน่าสนใจ แต่หลายสำนักลงความคิดเห็นว่า "Avengers: Endgame Encore" หนังรวมฮีโร่ในตำนานที่จะกลับมาฉายใหม่ แบบเพิ่มฟุตเทจใหม่ 4 นาที จะเป็นหนังเข้าใหม่ที่ทำเงินเปิดตัวได้ดีที่สุด ราว ๆ 20-30 ล้านเหรียญ ตามมาด้วยหนังแอนิเมชัน "Forgotten Island" ของดรีมเวิร์กส์ ที่คาดว่าจะออกสตาร์ทราว ๆ 15-25 ล้านเหรียญ และยังมีหนังอีก 2 เรื่องที่จะแทรกโปรแกรมฉายใหม่ในวีคนั้น อย่าง "Heart of the Beast" กับ "Primetime" หนังคนละสไตล์ที่โดดเด่นด้วยนักแสดงนำชายทั้งสองเรื่อง เริ่มต้นที่ Heart of the Beast หนังผจญภัยคู่กับตูบสี่ขาที่มี แบรด พิตต์ แสดงนำ นี่คือผลงานใหม่ล่าสุดของผู้กำกับ เดวิด เอเยอร์ โดยนักวิเคราะห์จาก BoxOfficePro คาดว่าหนังจะทำเงินเปิดตัวได้ราว ๆ 15-25 ล้านเหรียญในสุดสัปดาห์แรก ถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่มากแต่ก็ไม่น้อย ขณะที่ฝั่ง BoxOfficeTheory ก็คาดการณ์ตัวเลขใกล้เคียงกัน แต่อาจจะน้อยกว่าเล็กน้อยที่ 12-18 ล้านเหรียญ โดยพวกเขามองว่าหนังแนวเอาชีวิตรอดมักจะมีเรทรายได้ในระดับนี้ ไม่ว่าจะเป็น The Mountain Between Us (เปิดตัว 10.5 ล้านเหรียญ), Adrift (เปิดตัว 11.6 ล้านเหรียญ) หรือ Send Help (เปิดตัว 19.1 ล้านเหรียญ) ซึ่งลิสต์หนังข้างต้นอาจจะมีชื่อดาราแถวหน้าร่วมแสดงนำ แต่พลังซุปตาร์ก็ยังไม่เทียบเท่ากับ แบรด พิตต์ ที่ยังจัดได้ว่าเฉิดฉายดาวค้างฟ้าอยู่ แต่พลังดาราของเขาในปัจจุบันอาจจะไม่สามารถการันตีเรื่องรายได้ได้ หนังของแบรด พิตต์ ในเดือนกันยายน ที่เคยเเปิดตัวได้ที่ 19 ล้านเหรียญ ก็คือ Ad Astra เมื่อปี 2019 ที่ก็นับว่าเป็นหนังไซไฟของแบรดที่ทุลักทุเลในการทำรายได้ในภาพรวมอยู่เช่นกัน ถัดมาอีกเรื่องก็คือ Primetime หนังระทึกขวัญอาชญากรรมที่อิงมาจากเรื่องจริงของพิธีกรรายการจับพวกเปโดล่อลวงเยาวชน ที่ชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานการแสดงที่โดดเด่นของ โรเบิร์ต แพททินสัน หนังเรื่องนี้เพิ่งจะพรีเมียร์ฉายรอบปฐมทัศน์โลกในเทศกาลหนังเวนิส 2026 มาล่าสุด กวาดเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ได้ดี เดบิวต์คะแนนสูงถึง 95% แต่ในแง่รายได้นั้น BoxOfficePro คาดการณ์ว่าหนังจะทำเงินเปิดตัวได้ระดับ 10-15 ล้านเหรียญ ทางฝั่ง BoxOfficeTheory กลับมองว่าตัวเลขอาจจะน้อยกว่านั้น ที่ราว ๆ 5-10 ล้านเหรียญ เท่านั้น เพราะด้วยความที่ Primetime เป็นหนังที่อยู่ใต้ชายคาค่ายหนังเล็ก ๆ ฟอร์มดีอย่าง A24 ที่โดยปกติมักจะมีรูปแบบการโปรโมตไปทิศทางหนังอินดี้ และอาจจะเสียเปรียบในแง่การจัดการบริหารโรงฉายที่น่าจะได้น้อยกว่าหนังเรื่องอื่น ๆ ในสัปดาห์เดียวกัน แต่โดยมาตรฐานรายได้หนังจากค่ายนี้ ก็มักจะเปิดตัวในระดับเท่านี้ แต่หนังอาจจะต้องพึงพากระแสจากเทศกาลหนังและเวทีรางวัลต่าง ๆ มาช่วยเกื้อหนุนในระยะยาว นี่จึงอาจจะเป็นหนังระทึกขวัญตีแผ่สารคดีข่าวเข้มข้น ที่อาจจะไม่ใช่หนังที่ดังเปรี้่ยงในแง่รายได้ แต่กระแสของหนังก็อาจจะถูไถไปได้ยาว ๆ อยู่ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เปิดตัวทีเซอร์หลอนสะพรึงทุกช็อก "Pendulum" หนังสยองขวัญที่จะประเดิมฉายเรื่องแรกของปี 2027
Read

เปิดตัวทีเซอร์หลอนสะพรึงทุกช็อก "Pendulum" หนังสยองขวัญที่จะประเดิมฉายเรื่องแรกของปี 2027

แม้ว่าจะมีเวลาอีกประมาณ 4 เดือนจะถึงการเปลี่ยนศักราชใหม่ แต่กลุ่มหนังใหม่ในปี 2027 ก็เริ่มจะโหมโรงทำการโปรโมตกันแล้วตั้งแต่ยังไม่เข้าเดือนที่ 9 ของปีเดิม และก็เป็นไปตามธรรมเนีนมอย่างไม่เป็นทางการของทุก ๆ ปี ที่วงการหนังฮอลลีวูดมักจะต้อนรับเปิดปีด้วยคอนเทนต์หนังสยองขวัญเสมอ ๆ และหนังเรื่องแรกและเป็นหนังสยองขวัญเรื่องของปีใหม่ที่จะถึงนี้ก็คือ "Pendulum" ที่บัญญัติในเบื้องต้นว่าหนังแนวจิตวิทยาสยองขวัญ ที่ได้ปล่อยทีเซอร์แรกออกมากัดกินและบั่นทอนเโสตประสาทของคนดูกันแล้ว Pendulum เป็นผลงานการกำกับหนังเรื่องแรกอย่างเป็นทางการของ "มาร์ค เฮย์แมน" ที่เคยแจ้งเกิดมาจากงานเขียนบทหนัง Black Swan ที่ทำให้เขาได้เข้าชิงรางวัล BAFTA ได้ตั้งแต่ผลงานเขียนบทเรื่องแรก แน่นอนว่าผลงานการสร้างเต็มตัวครั้งแรกของเขา เขาก็ยังทำหน้าที่เขียนบทหนังเอง ด้วยการอ้างอิงหยิบเอาเรื่องเล่าปมสยองปรำปราจากความเชื่อท้องถิ่น มาละเลงสร้างออกมาเป็นหนังชวนสะพรึงบีบคั้นแนวคิดและพลังศรัทธาแบบสุดขั้ว โดยพล็อตเรื่องในเบื้องต้นที่สตูดิโอหนังเปิดเผยออกว่านั้น ระบุว่าเป็นเรื่องราวของคู่รักคู่หนึ่ง แพทริค กับ อบิเกล ที่เดินทางไปพักผ่อนที่กระท่อมเล็ก ๆ ในรัฐนิวเม็กซิโก เพื่อแสวงหาความสงบสุขและเยียวยาจิตใจของพวกเขา กระทั่งแพทริคเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของผู้ดูแลที่พักที่เขาพำนักอยู่ ส่วนอบิเกลก็เริ่มพบว่าตัวเองตกอยู่ภายใต้อิทธิพลบางอย่าง ทำให้ทั้งสองเกิดความสงสัยว่าสิ่งที่กำลังบำบัดอยู่นั้น จะช่วยเยียวยาได้จริงหรือไม่ หรือมีอะไรบางอย่างแอบแฝงและซ่อนอยู่ในสถานที่แห่งนี้ Pendulum ได้รับการกล่าวหาว่าเป็นหนังที่มีกลิ่นผสมผสานของหนังสยองขวัญยุคเก่าและยุคปัจจุบัน โทนของหนังคล้ายกับ Midsommar กับ Hereditary ของผู้กำกับ อาริ แอสเตอร์ ผนวกเข้ากับความสยดสยองสุดติ่งแบบใน The Witch หรือ The Blood on Satan's Claw โดยหนังได้ "โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิตต์" กับ "ฟีบี ไดเนเวอร์" รับบทแสดงนำ ร่วมสมทบด้วย "นอร์แมน รีดัส", "เจนา มาโลน", "แจ็คกี วีเกอร์" และ "รีเบกาห์ วิกกินส์" เพราะว่าสุดสัปดาห์สุดท้ายของปี 2026 จะตรงกับวันคริสต์มาสพอดี ทำให้หนังล็อตสุดท้ายของปีนี้อัดแน่นกันแน่น ๆ ในสัปดาห์ดังกล่าว และวันที่ 1 มกราคม 2027 จะตรงกับศุกร์พอดี ที่จะถูกนับว่าเป็นสุดสัปดาห์แรกของปี 2027 นั่นทำให้ Pendulum ได้วางคิวเข้าฉายประเดิมเปิดปีเป็นเรื่องแรกตั้งแต่วันแรกของปี ส่วนคอหนังในเมืองไทยได้ดูแน่นอน เพราะมีค่ายหนังใจดีซื้อลิขสิทธิ์มาแล้ว วางคิวฉายเอาไว้สิ้นปี 31 ธันวาคมนี้ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

A-DAS ส่งซิงเกิ้ลใหม่ “Meant To Be” ประกาศชัดความสัมพันธ์ ฉันมีแค่เธอตลอดไป
Read

A-DAS ส่งซิงเกิ้ลใหม่ “Meant To Be” ประกาศชัดความสัมพันธ์ ฉันมีแค่เธอตลอดไป

เคยมั้ย...ที่เวลาเรามีเค้าอยู่ในชีวิต แต่ไม่คิดว่ามีค่า จนวันที่เกือบจะเสียคนคนนั้นไป เราถึงได้รู้ว่า ไม่มีอะไรที่เหมาะสมกับเราเท่ากับเขาอีกแล้ว และเรื่องราวนี้คือแรงบันดาลใจของเพลง Meant To Be จาก A-DAS ผลงานที่สื่อสารคำพูดมากมายทั้งหมดที่กำลังจะบอกอีกฝ่ายให้รับรู้ถึงความรู้สึกที่ท่วมท้น สับสน และกลัวว่าจะสูญเสียเธอไป พร้อมยืนยันว่าอย่างหนักแน่นว่าต่อจากนี้ ฉันจะมีแค่เธอเท่านั้น เพราะเราคือกันและกัน คือส่วนที่เติมเต็มซึ่งกันและกันได้ดีที่สุดบนโลกใบนี้ ถ้าใครเคยฟังเพลงที่ผ่านมาของอดัม ที่มาพร้อมกับ Stage Name A-DAS จะรู้ว่าเพลงMeant To Be เป็นอีกหนึ่งพัฒนาการแบบก้าวกระโดดของ A-DAS ที่ยังไม่ทิ้งลายเซ็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อร้อง ทำนอง และตัวดนตรี ที่เชื่อว่า ถ้าหลายคนลองเปิดใจฟังเพลงสากลแนวใหม่ของ A-DAS ที่มาในรูปแบบ Dance-pop ซึ่งผสมกลิ่นอายของ Electropop และ Moombahton ได้อย่างลงตัว พร้อมท่าเต้นสุดเฟี้ยว จะพบกับความน่าสนใจทั้งในตัวเพลงและตัวศิลปินวัย 18 คนนี้เป็นอย่างมาก และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ในการทำเพลงของ A-DAS A-DAS ได้เล่าถึงความท้าทายของการถ่ายทำ MV ของเพลง Meant To Be ว่า เนื้อเรื่องของ MV นี้ ผมอยากจะสื่อให้เห็นถึงผู้ชายคนนึงที่สับสน ดูงงๆ ผ่านความรู้สึกผิดมาหลายเดือน และรู้ตัวแล้วว่าต้องการอะไร และด้วยจังหวะดนตรีของเพลงนี้ จะไม่มีท่าเต้นได้ยังไง (ยิ้ม) ผมเริ่มจากการฝึกซ้อมท่าเต้นให้ได้ภายใน 3 วัน เพื่อให้สามารถเข้าฉากกับทีมแดนเซอร์ได้ งานนี้ผมขอพี่เบนซ์ (lizardboyz_benz) หนึ่งในสมาชิกวง HYPER G มาช่วยเป็น Choreographer ให้ เพราะชอบไลน์การเต้นแบบนี้ และคิดว่ามันเข้ากับเพลง Meant To Be ของผม ส่วนสถานที่ผมอยากได้ดาดฟ้า ที่เห็นวิวของตึกตอนกลางคืน แต่ก็ต้องมาพร้อมกับแรงลมที่พร้อมจะทำให้ผมเสียทรง (หัวเราะ) แต่ก็แอบภูมิใจที่ได้ไปถ่ายที่ตึกเดียวกับหนึ่งใน MV ของศิลปินอย่าง BamBam GOT7 ถึงแม้ชั่วโมงบินจะไม่มาก แต่หัวใจที่รักในเสียงเพลงของ A-DAS อย่างเต็มเปี่ยม รวมถึงความตั้งใจและทุ่มเทที่จะสร้างสรรค์งานเพลง จะทำให้ทุกคนหลงรักในตัวเด็กคนนี้อย่างแน่นอน เตรียมตัวเปิดหัวใจว่างๆ ไว้ให้เด็กไทยคนนี้ ด้วยการเซฟเพลง Meant To Be เข้าเพลย์ลิสต์ และส่งต่อความรู้สึกนี้ให้กับคนที่คุณอยากบอก ได้ตั้งแต่วันนี้ โดยเพลง Meant To Be ของ A-DAS สามารถรับชม MV ได้แล้วที่ YouTube: A-DAS และรับฟังได้ทุกช่องทาง Streaming Platform

ท่านลอร์ด Gabe Newell เปิดตัว The International 2026 งานแข่งขันชิงเเชมป์โลกเกม Dota 2 ครั้งที่ 15
Read

ท่านลอร์ด Gabe Newell เปิดตัว The International 2026 งานแข่งขันชิงเเชมป์โลกเกม Dota 2 ครั้งที่ 15

The International 2026 งานแข่งขันชิงเเชมป์โลกเกม Dota 2 ครั้งที่ 15 ที่จัดขึ้นที่ สนาม SPD Bank Oriental Sports Center นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้ว โดยทางช่อง dota2 ได้ปล่อยคลิปวิดีโอเปิดตัวงานแข่งนี้อย่างเป็นทางการด้วย ซึ่งแน่นอนว่า ท่านลอร์ด Gabe Newell ผู้ร่วมก่อตั้ง Valve ที่เหล่าเกมเมอร์รู้จักกันดีก็มาร่วมเปิดงานด้วยโดยภายในคลิปก็จะเป็นภาพการเปิดตัวงาน The International 2026 ที่จัดขึ้นที่ประเทศจีน พร้อมรายชื่อทีมคว้าแชมป์ในแต่ละปีที่ผ่านมา ซึ่งในตอนนี้เหลือเพียง 8 ทีมเท่านั้น ได้แก่ Team Vision, Team Liquid, Nigma Galaxy, Team Falcons, BoomBoys, Team Spirit, Iron Wing และ Team Yandex เพื่อช่วงชิง Aegis of Champions โดยการแข่งขันได้เริ่มต้นขึ้นแล้วและการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศแบบ Best of 5 จะมีในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม เพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถเข้าไปติดตามข้อมูลและรับชมการแข่งขันได้ที่ https://www.youtube.com/@dota2/featuredอ้างอิงข้อมูลจากDota 2https://www.dota2.com

BEARHOUSE พร้อมเสิร์ฟเมนูแห่งช่วงเวลาใจเบา Choco Pilloww ให้ทุกวันมี “Soft Moment”
Read

BEARHOUSE พร้อมเสิร์ฟเมนูแห่งช่วงเวลาใจเบา Choco Pilloww ให้ทุกวันมี “Soft Moment”

ช่วงเวลาบ่ายมักเป็นช่วงที่ร่างกายและจิตใจเหนื่อยล้าที่สุดของวัน จากการต้องลุยงานหนัก ประชุมมาราธอน หรือรับมือกับความเร่งรีบมาเกินครึ่งวัน BEARHOUSE (แบร์เฮาส์) แบรนด์ที่ตั้งใจมอบความสุขเล็กๆ แบบTodays Moment จึงชวนทุกคนมา สร้าง Soft Moment ช่วงเวลาใจเบาที่ผ่อนคลายเหมือนได้กอดหมอนนุ่มๆ และได้หยุดพักจากความเหนื่อยล้ามามีความสุขเล็กๆ ที่นุ่มที่สุดของวัน ผ่านแนวคิด Turn Every Break intoa Soft Moment ด้วยเมนูใหม่ Choco Pilloww (ช็อกโก พิลโลวว) เครื่องดื่มแห่งช่วงเวลาใจเบาใน ราคา 139 บาท ด้วยสัมผัสที่เหมือนเซฟโซนชวนให้ทุกคนได้โอบกอดตัวเองให้ใจเบาผ่านการดื่มด่ำชา พร้อมกิมมิกสุดเก๋ เบื้องหลังความนุ่มฟูนี้ มาจากเรื่องราวแสนน่ารักที่คุณกานต์ (อรรถกร รัตนารมย์) ผู้ร่วมก่อตั้ง BEARHOUSEเผลอทำหมอน BEARHOUSE ตกพื้นโดยบังเอิญ แต่ความนุ่มฟูเบาสบายของหมอนใบนั้น กลับจุดประกายไอเดียว่า จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถเปลี่ยนสัมผัสความนุ่มสบายของหมอนใบโปรด ให้กลายเป็นรสชาติที่สัมผัสได้จริงในเครื่องดื่ม จึงเกิดเป็น Choco Pilloww (ช็อกโก พิลโลวว) เครื่องดื่มที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทำงานที่ผ่านการใช้ชีวิตเร่งรีบมาหยุดพักให้ใจเบาแบบ Soft Moment ที่ให้รสสัมผัสความนุ่มละมุนและอ่อนโยนเหมือนได้กอดหมอนนุ่มๆ เพื่อฮีลใจตัวเอง Choco Pilloww (ช็อกโก พิลโลวว) 3 เลเยอร์ความฟิน และความนุ่มในระดับ ว.แหวน 2 ตัว ด้านบนสุด (วิปหมอนขาว/นุ่มชีส)มอบสัมผัสความนุ่มฟูเบาสบายเหมือน "หมอนนุ่มๆ ใบโปรด" ที่กอดเมื่อไรก็ได้กำลังใจกลับมา สื่อถึงช่วงเวลาแห่งการฮีลใจที่แท้จริง ด้านบน (นุ่มช็อกโกแลต)ความละมุนที่มาจากส่วนผสมของมูสช็อกโกแลตและผงช็อกโกแลตเปรียบเสมือนช่วงเวลาที่ได้โอบกอดตัวเอง เยียวยาความเหนื่อยล้าจากวันที่ผ่านมา ด้วยความเข้มข้นของช็อกโกแลตแท้ที่ให้ทั้งรสชาติและความรู้สึกอิ่มเอมใจ ด้านล่าง (เบสชานมแสนละมุน)ชาผสานนมรสกลมกล่อม นุ่มลื่นคอ สื่อถึงการค่อยๆ ปรับจังหวะชีวิตให้ช้าลง เหมือนได้สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนพักผ่อนอย่างแท้จริง ร่วมสัมผัส ช่วงเวลาที่นุ่มที่สุดของวัน ไปกับ BEARHOUSE และ เมนู Choco Pilloww (ช็อกโก พิลโลวว) ในราคา 139 บาท ได้ ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ที่ร้าน BEARHOUSE ทุกสาขา และผ่านช่องทาง Delivery ทุกแพลตฟอร์ม ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจาก BEARHOUSE ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/bearhousethailand Instagram : https://www.instagram.com/bearhouse_thailand/ Website : https://bearhouse.co.th/

"mute." ปล่อย "ช่วยพูดว่ารัก" ซิงเกิลแทนความสัมพันธ์ Toxic ร้องขอความรักจากคนหมดใจ
Read

"mute." ปล่อย "ช่วยพูดว่ารัก" ซิงเกิลแทนความสัมพันธ์ Toxic ร้องขอความรักจากคนหมดใจ

"mute. (มิ้ว-ดอต)" หรือ "มิ้ว รวินิษฐ์ เจตน์อริยวิภา" ศิลปินหญิงเดี่ยวมากเสน่ห์จาก MILK! BKK ในเครือค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) เจ้าของผลงานมากคุณภาพกับแนวเพลง Indie Pop-rock อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมผสมผสานด้วยเมโลดี้ที่ให้ความทันสมัย ตอบโจทย์แฟนเพลงชาวเจนซี ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมา เช่น ไฟริมทาง, Melatonin, Locket, Dandilion (ขอให้เธอไม่หายไป) รวมถึงซิงเกิลล่าสุดอย่าง "Baby Bye Bye" ที่มาในลุคใหม่ที่จัดจ้านกว่าที่เคย พร้อมได้ "แอนท์ LANDOKMAI" ร่วมแจมโซโล่กีต้าร์สาดสีสันใหม่ ๆ ที่แฟนเพลงคาดไม่ถึง ไม่รอช้า กลับมาเสิร์ฟผลงานใหม่กันแบบนอนสต็อป กับซิงเกิลล่าสุดที่มีชื่อว่า "ช่วยพูดว่ารัก (Begging)" เพลงที่พูดถึงการร้องขอคำว่ารักจากใครสักคน ไม่ว่าอะไรก็สามารถยอมแลกได้ เพียงเพื่อขอให้เขาไม่เดินจากไป แม้จะรู้ดีว่าสุดท้ายแล้ว ในสมการนี้จะมีเพียงแค่เราคนเดียวที่ยังรู้สึก และจะต้องทนเจ็บปวดก็ยอม ซึ่งถือเป็น Toxic Relationship ที่นานวันเข้ายิ่งบ่อนทำลายความรู้สึกกันและกันไปเรื่อย ๆ แต่การที่เราตัดสินใจเลือกเส้นทางนี้ แม้จะดูเป็น "คนขี้แพ้" ในสายตาอีกฝ่าย อย่างน้อยก็เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยต่อเวลาให้ความสัมพันธ์สามารถยื้อต่อไปได้อีกสักนิดก็ยังดี โดยในซิงเกิลนี้ "mute." ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์จริงจากเรื่องราวของตัวเองและคนรอบตัว ก่อนนำมาดีไซน์ให้มีเนื้อหาที่เข้าใจง่าย บวกเข้ากับดนตรีสไตล์ Alternative Indie ช่วยเพิ่มเลเยอร์ให้เพลงมีมิติของความสดใหม่และสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น สามารถฟังเพลง "ช่วยพูดว่ารัก (Begging)" ได้แล้ววันนี้ทุกช่องทาง และสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของศิลปินได้ทาง https://www.facebook.com/MILK.artistserviceplatform และ https://www.facebook.com/shh.mute

"beabadoobee" เตรียมส่งอัลบั้มใหม่ "Pylon" 18 ก.ย.นี้
Read

"beabadoobee" เตรียมส่งอัลบั้มใหม่ "Pylon" 18 ก.ย.นี้

"beabadoobee (บีบาดูบี)" ประกาศส่งอัลบั้มใหม่ของเธอที่หลายคนตั้งตาคอย "Pylon" ที่พร้อมให้สั่งจองล่วงหน้าและกดบันทึกอัลบั้มล่วงหน้าได้แล้วตอนนี้ ก่อนปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 กันยายน 2026 ภายใต้ Dirty Hit และ Interscope Records อัลบั้มชุดที่ 4 ที่มีความโดดเด่นของ "beabadoobee" ซึ่งเป็นผลงานภาคต่อจากอัลบั้ม "This Is How Tomorrow Moves" ที่ขึ้นอันดับ 1 ในสหราชอาณาจักร ตั้งชื่อตามเสาไฟฟ้าแรงสูงที่ตั้งตระหง่านตามเส้นทางคมนาคมสายหลักทั่วโลก ด้วยโครงสร้างที่แข็งแกร่งแต่เรียวยาวนี้ ทำให้ "Beatrice Laus (เบียทริช เลาส์)" นึกถึงความผูกพันของเธอที่มีต่อเพื่อนๆ และครอบครัวที่บ้าน ในยามที่เธอต้องเผชิญกับความรู้สึกโดดเดี่ยวและตัดขาดจากโลกภายนอกระหว่างการทัวร์คอนเสิร์ตในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชื่ออัลบั้มยังสามารถตีความได้ว่าเป็นการอ้างอิงถึงแนวดนตรีใหม่ของ "Laus" ที่เฉียบความและทรงพลัง - โดยคลื่นเสียงบิดเบี้ยวที่ซัดกระหน่ำและแตกกระจายไปทั่วทั้ง 14 เพลงในอัลบั้มนี้ สะท้อนถึงเสียงแตกพร่ารุนแรงที่คุณได้ยินเมื่อเดินอยู่ใต้สายไฟฟ้าแรงสูง เสาไฟฟ้าแรงสูงยังเป็นสัญลักษณ์ที่เหมาะกับอัลบั้มที่สะท้อนความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในช่วงวัยยี่สิบกลาง ๆ ถ้าฉันต้องเป็นแบบนี้ไปตลอดล่ะ? ถ้าชีวิตเป็นเพียงแค่เสาไฟฟ้าต้นแล้วต้นเล่าบนถนนล่ะ ? ซิงเกิลแรกของอัลบั้มสามารถสตรีมฟังและอุดหนุนได้แล้ววันนี้ "Sun Has Set" แนะนำให้รู้จักกับ "Pylon" ในฐานะชุดเพลงที่เริ่มต้นจากบันทึกประจำวัน คำพูดที่ "Laus" คิดว่าเธอคงไม่มีวันพูดออกมาได้ "หลายเพลงในอัลบั้มนี้ คือสิ่งที่ฉันหวังว่าจะสามารถพูดให้ใครสักคนฟัง " เธอกล่าว "เพลงนี้มีมุมมองที่ค่อนข้างคับแคบ เหมือนว่า ฉันเกลียดคุณ คุณต้องอยู่ตรงนี้และคอยฟังว่าฉันเกลียดคุณมากแค่ไหน เพราะที่ผ่านมาเธอไม่เคยมีโอกาสได้พูดมันออกมา" ซิงเกิลนี้มาพร้อม มิวสิกวิดีโอที่ถ่ายทอดผ่านมุมมองของบุคคลที่หนึ่งอันน่าทึ่ง ซึ่งกำกับโดย "Jake Erland" คนรัก และผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานภาพกับ "Bea" มาอย่างยาวนาน ในฐานะผู้ที่หลงใหลดนตรีร็อกบริสุทธิ์มาตลอดทั้งในแง่ของสิ่งที่ควรค่าแก่การหวงแหนและสิ่งที่สามารถหยิบมาเล่นสนุกได้ "Laus" ได้ถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ลงไปในบทเพลงที่มีกลิ่นอายของ classic grunge, midwest emo และ90s radio rock โดยเน้นไปที่เสียงดนตรีที่ทั้งดิบกว่าและตรงไปตรงมามากกว่าผลงานทุกชิ้นที่เธอเคยสร้างสรรค์มา เธอกล่าวว่า ดนตรีที่เธอรัก เป็นแรงบันดาลใจ ให้กับงานเพลงของเธอมาเสมอ ดังนั้นอัลบั้มชุดที่ 4 ของเธอ จึงย้อนกลับไปหาต้นกำเนิดของมันโดยตรง ศิลปินที่เป็นแรงบันดาลใจของ Beabadoobee หลายคนได้เข้ามามีส่วนร่วมในอัลบั้ม Pylon ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความชื่นชมและความเคารพที่ Laus ได้สั่งสมมาตลอดระยะเวลาการทำงานในวงการที่ค่อนข้างสั้นของเธอ "Hayley Williams" ร่วมร้องในเพลง "Nothing to Prove" ซึ่งเป็นเพลงอินดี้ร็อกที่ทรงพลังและกินใจ เกี่ยวกับการทวงคืนความเข้มแข็งของตัวเองกลับมาจากกลุ่มเพื่อนกินที่หวังแต่ผลประโยชน์จากความสำเร็จของคุณ ในเพลงอารมณ์หม่น ๆ "Powerlines" มีท่อนร้องจาก "Brendan Yates" นักร้องนำวง Turnstile ผู้มากความสามารถในการผสมผสานพลังเสียงเข้ากับอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้คุณยังได้พบกับผลงานจาก Evan Stephens Hall แห่ง Pinegrove, Chino Moreno แห่ง Deftones และ Shane Moran แห่ง Title Fight รวมถึงผลงานการผลิตจาก Matty Healy และ George Daniel จากวง The 1975 ซึ่งเป็นเพื่อนและผู้ร่วมงานมายาวนานของ "Laus" ในเพลง "Write Me A Letter" อีกด้วย "Beabadoobee" เตรียมเปิดตัวเพลงในอัลบั้มนี้ในการทัวร์คอนเสิร์ตระดับอารีนาครั้งแรกของเธอ the Powerlines Tour ซึ่งถือเป็นการทัวร์คอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอ ที่เตรียมเดินสายในแถบอเมริกาเหนือ, สหราชอาณาจักร และ ยุโรป ช่วงฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูหนาวนี้ การทัวร์ Powerlines Tour พร้อมเปิดฉากในวันที่ 1 ตุลาคม นี้ ซึ่งจะแสดงในสถานที่สำคัญอย่าง Madison Square Garden, The Kia Forum, The O2 และอีกมากมาย โดยการทัวร์ในสหรัฐอเมริกา, แคนาดา และสหราชอาณาจักร จะได้ Wisp เป็นศิลปินแสดงเป็นวงเปิด ขณะที่ Violet Grohl แสดงเปิดในฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์, เบลเยียม และ เยอรมนี Pylon Tracklist : Available on limited vinyl, CD and cassette Pylon Sun Has Set Estranged Switchblade Write Me A Letter Its Alright In Motion Memories Nothing To Prove Radio Powerlines Spark Despite That Satellite Instagram | TikTok | Spotify | YouTube | Apple Music

CATHY DOLL x MAENG แท็กทีมไอคอนิกเกิร์ล ต้าเหนิง เปิดนิยามผิวโกลว์สวยสะกดทุกสายตา
Read

CATHY DOLL x MAENG แท็กทีมไอคอนิกเกิร์ล ต้าเหนิง เปิดนิยามผิวโกลว์สวยสะกดทุกสายตา

เตรียมตัวพบกับปรากฏการณ์ความงามครั้งยิ่งใหญ่ที่จะเปลี่ยนทุกนิยามของผิวสวย เมื่อ CATHY DOLL (เคที่ดอลล์) แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำของเมืองไทย ภายใต้บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณกอล์ฟ-วงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล (กรรมการผู้จัดการ), คุณเก๋-ชลธิดา สถาวรวิจิตร (รองกรรมการผู้จัดการสายงานการตลาด) และ คุณแก็ป-พงศ์วิวัฒน์ ทีฑคีรีกุล (รองกรรมการผู้จัดการสายงานสร้างสรรค์และสื่อสารผลิตภัณฑ์) ออกไลน์สินค้าใหม่ งานผิว ในโปรเจกต์คอลลาบอเรชั่น ร่วมกับ คุณ LEE MYUNG SUN (@iammaeng) หรือ คุณแมง เมคอัพอาร์ติสชื่อดังระดับโลก ผู้อยู่เบื้องหลังลุคผิว Glass Skin สุดสมบูรณ์แบบของโกลบอลไอดอล ในวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2569 นี้ CATHY DOLL พร้อมปักหมุดความปัง จัดงานอีเว้นท์สุดยิ่งใหญ่อีกครั้ง CATHY DOLL x MAENG Be Your Own Spotlight ณ EM SKYE, EM TOWER (ชั้น 14) EMSPHERE เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจและสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง ภายใต้คอนเซปต์สุดทรงพลัง Be Your Own Spotlight ที่เชื่อมั่นว่า ไม่ว่าคุณจะมีสีผิวแบบไหน ก็สามารถสาดแสง เปล่งประกาย และเป็นสปอตไลท์ให้กับตัวเองได้ในทุกๆ วัน ไฮไลท์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ: เมื่อ Reference ผิวโกลว์กระจกตัวแม่ และ เมคอัพอาร์ติสระดับโลกมาเจอกัน! งานนี้สายบิวตี้และแฟชั่นต้องจับตา! เพราะจะได้พบกับไอคอนิกเกิร์ลตัวแม่ของยุคอย่าง ต้าเหนิง - กัญญาวีร์ สองเมือง ผู้เป็นที่สุดของ Reference ผิวโกลว์ใสราวกับกระจก ที่จะมาร่วมแชร์คีย์ความลับความเจิดจรัส พร้อมร่วมเฟรมกับ คุณ Maeng เจ้าของคอลเลคชั่น ที่บินตรงมาแลนดิ้งในไทยเพื่อถ่ายทอดเทคนิคแบบ Top Secret ในการเนรมิตผิวให้สวยสับระดับซุปตาร์ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังมีแฟชั่นโชว์สุดพิเศษจากนางแบบทั้ง 8 คน ที่จะมาเป็นตัวแทนสะท้อนความงามของทุกเฉดสีผิว เผยออร่าความมั่นใจว่าผิวแบบไหนก็ส่องประกายได้เมื่อมีไอเทมที่ใช่ 2 ไอเทมใหม่! อาวุธลับเสกผิวสวยระดับไอดอล (Idol Skin) คอลเลคชั่นนี้รังสรรค์ขึ้นเพื่อเปลี่ยนผิวธรรมดาให้กลายเป็นผิวระยิบระยับ ล้อแสงไฟ เสมือนพกสปอตไลท์ส่วนตัวไปด้วยทุกที่ ประกอบด้วย 2 ผลิตภัณฑ์ไฮไลท์: CATHY DOLL x MAENG Idol Glow Body Balm: บอดี้บาล์มผิวโกลว์เนื้อละมุน เกลี่ยง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ อัดแน่นด้วยชิมเมอร์เนื้อละเอียดที่ช่วยเพิ่มมิติให้ผิวดูฉ่ำน้ำ เล่นแสงขั้นสุด มอบฟินิชผิวใสสุขภาพดี พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ตลอดวัน CATHY DOLL x MAENG Baby Doll Body Tone Up: โลชั่นบำรุงผิวกายเนื้อเซรั่ม ซึมไว โทนอัพปรับระดับสีผิวให้สว่างกระจ่างใสขึ้นทันทีแบบไม่โป๊ะ สูตรกันน้ำ กันเหงื่อ และช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น สามารถใช้ทาเคลือบผิวทั่วเรือนร่าง หรือเน้นความไบร์ทเฉพาะจุด เช่น ข้อศอก หัวเข่า รักแร้ และลำคอ ได้อย่างเนียนสนิท อ่อนโยนต่อผิวเพราะปราศจากพาราเบนและแอลกอฮอล์ ร่วมติดตามชมความจึ้งและอัปเดตเทรนด์ผิวโกลว์ระดับโลกไปพร้อมกันในงาน #CathyDollxMaeng #BeYourOwnSpotlightEvent วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายนนี้ ตั้งแต่เวลา 18:00 น. เป็นต้นไป

SIENNA SPIRO เตรียมปล่อยอัลบั้มเดบิวต์ Visitor สานต่อความสำเร็จจาก "Die On This Hill"
Read

SIENNA SPIRO เตรียมปล่อยอัลบั้มเดบิวต์ Visitor สานต่อความสำเร็จจาก "Die On This Hill"

SIENNA SPIROศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลงดาวรุ่งวัย20ปีจากลอนดอน เจ้าของเสียงร้องสะกดอารมณ์คนฟังทั่วโลกจากเพลงDie On This Hillประกาศอัลบั้มเดบิวต์Visitorซึ่งใช้ชื่อเดียวกับซิงเกิลที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้อย่างThe Visitorโดยอัลบั้มชุดนี้จะพาผู้ฟังดำดิ่งสู่โลกดนตรีที่ผสมผสานกลิ่นอายโซล และซิมโฟนิกป็อป ถ่ายทอดเรื่องราวความรัก ความเปราะบาง และความไม่จีรังของชีวิต ผ่านเสียงร้องอันทรงพลัง และเป็นเอกลักษณ์ของเธอ อัลบั้มVisitorถ่ายทอดบรรยากาศอบอุ่น ละเมียดละไม และจริงใจ แม้แก่นเรื่องจะสะท้อนความไม่จีรังและความเปราะบางทางอารมณ์ แต่ผลงานทั้งชุดกลับเต็มไปด้วยรายละเอียดทางเสียงที่ลึกซึ้ง และพลังการเล่าเรื่องที่เฉียบคมของSIENNA SPIRO อัลบั้มนี้ได้โปรดิวเซอร์ชื่อดังOmer Fediรับหน้าที่Executive Producerร่วมด้วยทีมโปรดักชันระดับโลกอย่างBlake Slatkin, YakobและMichael Pollackและนักประพันธ์ออร์เคสตราLarry GoldและPeter Rotterร่วมกันรังสรรค์บทเพลงชั้นเยี่ยมในสตูดิโอระดับตำนานอย่างElectric Lady Studios, Abbey Road StudiosและValentine Recording Studios ก่อนการปล่อยอัลบั้มSIENNA SPIROได้กล่าวถึงแนวคิดหลักในการทำอัลบั้มVisitorว่า ฉันรับรู้ถึงความไม่ถาวรของทุกอย่างมาตลอด ฉันกลัวการสิ้นสุดและการจากลาอย่างมาก จนบางครั้งเลือกจะไม่เริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่หรือสิ่งใดก็ตามที่รู้ว่าไม่มีวันอยู่ตลอดไป ในแง่หนึ่ง ฉันเลยใช้ชีวิตเหมือนเป็นผู้มาเยือนคนหนึ่งที่แค่เดินผ่านเข้ามา การทำอัลบั้มนี้สอนให้ฉันรู้จักซึมซับช่วงเวลาปัจจุบัน แทนที่จะกังวลกับอนาคตอยู่ตลอดเวลา ฉันหวังว่าเมื่อผู้คนได้ฟังอัลบั้มนี้ มันจะช่วยปลอบโยนพวกเขาว่า ทุกอย่างล้วนมีอยู่เพียงชั่วคราว และเราไม่จำเป็นต้องรีบปล่อยวางเสมอไป เราสามารถให้คุณค่ากับสิ่งต่าง ๆ ได้ แม้มันจะไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป Pre-order/ Pre-saveอัลบั้มVisitorของSIENNA SPIROที่นี่https://SiennaSpiroTH.lnk.to/TheVisitor ผลงานของเธอสะท้อนความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดสตรีมทั่วโลกทะลุ1.2พันล้านครั้ง และในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เธอมีเพลงติดBillboard Hot 100พร้อมกันถึง3เพลง ได้แก่Die On This Hill (อันดับ19), The Visitor (สูงสุดอันดับ43)และYou Stole The Show (อันดับ55)นอกจากนี้ เธอยังร่วมแต่งเพลงMaterial Loverสำหรับภาพยนตร์The Devil Wears Prada 2อีกด้วย ในขณะเดียวกัน ทัวร์เฮดไลน์แรกในอเมริกาเหนือThe Visitor Tourก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม โดยบัตรขายหมดภายในไม่กี่วินาที ก่อนจะเพิ่มรอบและขายหมดอีกครั้ง พร้อมเสียงชื่นชมจากสื่อระดับโลก อาทิVarietyที่ยกให้เธอเป็นหนึ่งในเสียงร้องที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งยุคและLos Angeles Timesที่ชื่นชมว่าเสียงของSPIROหนักแน่น ลุ่มลึก และเต็มไปด้วยอารมณ์ จนอาจเป็นเสียงที่น่าทึ่งที่สุดจากอังกฤษนับตั้งแต่Adele SIENNA SPIROยังได้รับความสนใจจากวงการเพลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขึ้นเวทีร่วมกับSam Smithที่Castro Theatre,การที่P!nkคัฟเวอร์Die On This HillในThe Kelly Clarkson Showและโชว์ไวรัลในThe Tonight Show Starring Jimmy Fallonล่าสุดSIENNA SPIROได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงCritics ChoiceจากBRIT Awards 2026,ติดForbes 30 Under 30และเข้าชิงAmerican Music Awards 2026สาขาBest Vocal PerformanceและBreakthrough Pop Artistพร้อมทั้งได้รับคำชื่นชมจากสื่อชั้นนำอย่างRolling Stone, Dazed, Los Angeles Times, V Magazine, The New York TimesและThe Hollywood Reporter หลังการเปิดตัวอัลบั้มVisitorSIENNA SPIROเตรียมเดินสายThe Visitor Tourในสหราชอาณาจักรและยุโรปในช่วงปลายเดือนนี้ พร้อมขึ้นแสดงในเทศกาลดนตรีระดับโลกตลอดช่วงซัมเมอร์และฤดูใบไม้ร่วง อาทิMontreux Jazz Festival, All Points East, Lollapalooza, Newport Jazz, Outside Lands, All Things GoและAustin City Limits สำหรับใครที่กำลังมองหาอัลบั้มที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ความเปราะบาง และความงดงามในเวลาเดียวกัน VisitorของSIENNA SPIROคือผลงานที่ไม่ควรพลาด เพิ่มไว้ในเพลย์ลิสต์ล่วงหน้า แล้วเตรียมปล่อยใจไปกับเสียงของเธอได้เลย ฟังพร้อมกัน3กรกฎาคมนี้

Coming Soon
Watch

Coming Soon

Gabe Newell ผู้สร้าง Steam ยอมรับวัย 60 ก็ยังเล่น Dota 2 ทุกวัน แม้โดนเด็กรุมด่าว่ากาก!
Read

Gabe Newell ผู้สร้าง Steam ยอมรับวัย 60 ก็ยังเล่น Dota 2 ทุกวัน แม้โดนเด็กรุมด่าว่ากาก!

แม้ปัจจุบันอายุจะย่างเข้า 60 ปีและมีสถานะกึ่งเกษียณแล้ว แต่คุณ Gabe Newell ผู้ก่อตั้งค่าย Valve ก็ยังคงอินกับเกม Dota 2 สุด ๆ โดยคุณ Newell เปิดเผยในงาน The International 2025 ว่าเขายังคงเล่นเกมนี้ทุกวันมาตั้งแต่ปี 2011 แม้จะต้องเจอผู้เล่นพิมพ์ด่าว่า "ไอ้กาก ลบเกมทิ้งไปซะ" แทบทุกสัปดาห์ แต่เขากลับมองว่าคำด่าเหล่านี้คือแพสชันและพลังงานที่ทำให้ชุมชนผู้เล่นมีชีวิตชีวาคุณ Newell นั้นมักจะถ่อมตัวเรื่องฝีมือตัวเองมาตลอด เพราะเคยยอมรับตอนปี 2011 ว่าต่อให้เล่นไปกว่า 800 ชั่วโมง เขาก็ยังเป็นแค่ "มือใหม่" เมื่อเทียบกับโปรเพลเยอร์ แถมสมัยทำงานที่ Microsoft เขาเคยคิดว่าตัวเองเล่น Mario 64 เก่งมาก แต่พอมาอยู่ Valve กลับโดนพนักงานในบริษัทตบยับในเกม Half-Life จนถึงขั้นแซวตัวเองว่าต้องไปสร้างเกมแนววางแผนเพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา แต่ถึงอย่างนั้น Dota 2 ก็มีเสน่ห์พิเศษที่ทำให้นักพัฒนาซึ่งปกติต้องมานั่งเอียนกับบั๊กในเกมตัวเอง ยอมอดหลับอดนอนเล่นกันจนถึงตีสองตีสามเป็นประจำในมุมมองของเขา Dota 2 เหมือนเกม RPG ที่ถูกย่อส่วนให้จบกระบวนการใน 40 นาที ผู้เล่นต้องคอยปรับเปลี่ยนแผนตลอดเวลา แถมยังมีแรงดูดที่ทำให้ทำให้เราติดงอมแงม อยากกดค้นหาห้องเพื่อเล่นต่อทันทีไม่ว่าจะเพิ่งชนะหรือแพ้มาก็ตาม ซึ่งเสน่ห์ตรงนี้ได้ส่งอิทธิพลไปสู่เกมใหม่ๆ มากมาย ทั้ง Deadlock ของ Valve เอง หรือ Shape of Dreams เกมสไตล์ PvE MOBA Roguelike จากกลุ่มนักศึกษาเกาหลีใต้ที่ได้ Neowiz มาเป็นผู้จัดจำหน่ายนอกจากแรงใจที่มีต่อเกมที่ไม่มีวันมอดดับแล้ว ปู่ Gabe ยังแอบไปทำเท่ด้วยการสานฝันให้ Hideo Kojima ผู้สร้าง Metal Gear Solid ได้ไปทัวร์ดูงานที่บริษัท SpaceX หลังจากทราบว่านักพัฒนาเกมระดับตำนานคนนี้มีความฝันอยากจะเดินทางไปอวกาศ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวีรกรรมสุดน่ารักที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเบื้องหลังผู้ขับเคลื่อนวงการ ไม่น่าแปลกใจเลยที่เกมเมอร์และบุคคลในวงการเกมหลายคนจะยังคงชื่นชมและศรัทธาในตัวคุณ Newell มาจนถึงทุกวันนี้!แปลและเรียบเรียงจากGamesRadar

จัดเต็มโปสเตอร์คาแร็กเตอร์เซตล่าสุด "Mortal Kombat II มอร์ทัล คอมแบท 2" ก่อนลงโรงฉายเต็มตา
Read

จัดเต็มโปสเตอร์คาแร็กเตอร์เซตล่าสุด "Mortal Kombat II มอร์ทัล คอมแบท 2" ก่อนลงโรงฉายเต็มตา

ผลงานจากนิวไลน์ ซีเนม่า สู่ภาพยนตร์ภาคล่าสุดของแฟรนไชส์วีดีโอเกมสุดฮิตในตำนานMortal Kombat IIที่กลับมาอีกครั้งอย่างดุเดือดเต็มรูปแบบ ครั้งนี้เหล่าแชมเปี้ยนขวัญใจแฟนๆ พร้อมด้วยการปรากฏตัวของจอห์นนี่เคจ ต้องเผชิญหน้ากันเองในการต่อสู้อันโหดเหี้ยมไร้กติกา เพื่อโค่นล้มการปกครองแห่งความมืดของเชาคาห์น ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของEarthrealmและผู้พิทักษ์ทั้งหลายอย่างถึงที่สุด คาร์ล เออร์บัน รับบทเป็น จอห์นนี่ เคจ ร่วมด้วย อะเดลีน รูดอล์ฟ,เจสสิก้า แมคนามี,จอช ลอว์สัน,ลูดี้ หลิน,เมแคด บรูกส์,ทาติ กาเบรียล,ลูอิส แทน,เดมอน เฮอร์ริแมน พร้อมด้วย ชิน ฮัน,ทาดาโนบุ อาซาโนะ รับบทเป็นลอร์ดไรเดน,โจ ทัสลิม รับบทเป็นปี้หานและ ฮิโรยูกิ ซานาดะ รับบทเป็นฮันโซ ฮาซาชิและสกอร์เปี้ยน ผู้กำกับฯไซมอน แม็คคอยด์กลับมารับหน้าที่กำกับภาคต่อของภาพยนตร์ผจญภัยสุดเดือดปี2021ของเขาอีกครั้ง โดยใช้บทภาพยนตร์ที่เขียนโดยเจเรมี สเลเตอร์อิงจากวิดีโอเกมที่สร้างโดยเอ็ด บูนและจอห์น โทไบแออำนวยการสร้างโดยทอดด์ การ์เนอร์,เจมส์ วาน,โทบี้ เอ็มเมอริก,อี. เบนเน็ตต์ วอลช์และแม็คคอยด์โดยมีไมเคิล เคลียร์,จัดสัน สก็อตต์,สเลเตอร์และลอว์เรนซ์ คาซานอฟฟ์ร่วมอำนวยการสร้างบริหาร ผู้ร่วมงานกับแม็คคอยด์เบื้องหลังกล้อง ได้แก่ ผู้กำกับภาพสตีเฟน เอฟ. วินดอนผู้ออกแบบงานสร้างโยเฮ ทาเนดะผู้ลำดับภาพสจวร์ต ลีวี่ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายแคปปี ไอร์แลนด์คัดเลือกนักแสดงโดยริช เดเลียและดนตรีประกอบโดยเบนจามิน วอลล์ฟิช นิวไลน์ ซีนีมาภูมิใจเสนอ ผลงานการสร้างร่วมกันระหว่างAtomic Monster / Broken RoadและFireside Filmsเรื่องมอร์ทัล คอมแบท2จัดจำหน่ายทั่วโลกโดยวอร์เนอร์ บราเธอร์ส พิคเจอร์ส Mortal Kombat II มอร์ทัล คอมแบท 2 เข้าฉาย 7 พฤษภาคม ในโรงภาพยนตร์ ในระบบ IMAX , Dolby Vision+Atmos , 4DX และ Screen X ในระบบMX4Dและโรงภาพยนตร์ZIGMA CINESTADIUM ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

สิ้นเดือนเมษายนนี้ มาร่วมฉลองวันแจ๊สสากล (International Jazz Day) ไปกับ "Peter Beets Trio"
Read

สิ้นเดือนเมษายนนี้ มาร่วมฉลองวันแจ๊สสากล (International Jazz Day) ไปกับ "Peter Beets Trio"

ดื่มด่ำไปกับค่ำคืนแห่งดนตรี Swing, Hard Bop และ Post-Bop นำโดย "Peter Beets" หนึ่งในนักเปียโนแจ๊สระดับแนวหน้าของยุโรป ผู้ที่ทำให้ท่วงทำนองคลาสสิกมาบรรจบกับความอิสระ และเปลี่ยนจังหวะ Groove ให้กลายเป็นอารมณ์ความรู้สึก "Peter Beets (@peterbeets.jazz)" เกิดที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เขาเคยฝากฝีไม้ลายมือบนเวทีเดียวกับระดับตำนานอย่าง Chick Corea, Wynton Marsalis และ Dee Dee Bridgewater มาแล้ว สไตล์ดนตรีของเขาผสมผสานความประณีตแบบคลาสสิกเข้ากับความร้อนแรงของ Bebop ได้อย่างลงตัว ร่วมด้วย Steve Zwanink (Double Bass) และ Sander Smeets (@drumsander) (Drums) ที่จะมาถ่ายทอดจิตวิญญาณของดนตรีแจ๊สในรูปแบบที่บริสุทธิ์ที่สุด ดิบ จริงใจ หนักแน่นในรากเหง้า แต่เต็มไปด้วยความสดใหม่และไหวพริบปฏิภาณรายละเอียด แล้วพบกันวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 21.00 น. เป็นต้นไป ณ SIWILAI Sound Club - Live Room (ชั้น 1) ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ บัตรราคา 1,200 บาท (รวมเครื่องดื่ม 2 แก้ว) https://www.ticketmelon.com/siwilaisoundclub/peterbeetstrioOfficial Channels : IG : https://www.instagram.com/siwilaisoundclub/ FB : https://www.facebook.com/profile.php?id=100089297325164locale=th_TH

ฝันสลาย! ดีไซเนอร์เกมภาคต้นฉบับเบรกแรง Fallout: New Vegas Remaster อาจจะยังน้า
Read

ฝันสลาย! ดีไซเนอร์เกมภาคต้นฉบับเบรกแรง Fallout: New Vegas Remaster อาจจะยังน้า

กระแสซีรีส์กำลังมา แฟนเกมก็ตั้งตารออยากกลับไปเหยียบ Mojave Wasteland แบบภาพคมชัดกริบ! แต่ล่าสุดดูเหมือนฝันนี้จะโดนเบรกจนหัวทิ่ม เมื่อดีไซเนอร์ระดับตำนานออกมาแฉเบื้องหลังที่ทำเอาความหวังเรื่อง Remaster ดูริบหรี่ลงทันตาแม้ว่ากระแสข่าวลือเรื่องการ Remaster ภาค Fallout: New Vegas จะพัดมาแรงหลังซีรีส์ Fallout ซีซัน 2 พาคนดูไปสัมผัสบรรยากาศ Mojave Wasteland แต่ตามความเห็นของ Chris Avellone ดีไซเนอร์ต้นฉบับของเกมแล้วกลับบอกว่า Fallout: New Vegas ไม่น่าจะมีเวอร์ชัน Remaster ออกมาในเร็ว ๆ นี้แน่ แถม Bethesda ก็ยังนิ่งเงียบไม่มีประกาศอะไรออกมาอีกFallout: New Vegasซึ่งเอาเข้าจริง แฟนเกม Fallout แทบไม่ได้เล่นภาคใหม่มาเกือบ 8 ปีนับตั้งแต่ Fallout 76 ออกมาในปี 2018 ถึงจะมีซีรีส์ให้ดูแก้เหงาไป 2 ซีซัน แต่เกมภาคใหม่ (Fallout 5) ก็ยังดูห่างไกล เพราะ Bethesda ยืนยันว่าจะเริ่มทำก็ต่อเมื่อ The Elder Scrolls 6 วางขายแล้วเท่านั้น แฟน ๆ เลยหันมาหวังกับพวกเกมเก่าเอามา Remaster แทน แต่ Avellone ก็ออกมาบอกว่า "อย่าเพิ่งกลั้นใจรอ" เลยจะดีกว่าAvellone ให้สัมภาษณ์กับ TKs-Mantis ว่า เขาเชื่อว่า Bethesda "ไม่มีความรู้ทางวิศวกรรมพอที่จะทำ Remaster ของ New Vegas" โดยเขาให้เหตุผลว่า Obsidian Entertainment (ทีมพัฒนาเดิม) ไม่เคยส่งมอบซอร์สโค้ดตัวสุดท้ายให้ Bethesda เลยหลังจากทำเกมเสร็จ และผลที่ตามมาคือถ้า Bethesda จะทำจริง ๆ อาจจะต้องสร้างเกมขึ้นมาใหม่ทั้งหมดจากศูนย์ ซึ่งมันดูจะ "เล่นใหญ่" เกินไปสำหรับการทำแค่ Remasterซึ่งทางออกที่ Avellone เสนอคือ Bethesda อาจจะต้องเอาเอนจิ้นเดิมมาแล้วสวมทับด้วยกราฟิกจาก Unreal Engine เหมือนที่ทำกับโปรเจกต์ Oblivion Remastered แต่เขาก็มองว่า Bethesda คงอยากลองวิชากับ Fallout 3 Remastered ให้รอดก่อนจะมาแตะ New Vegasแต่ถึงคำพูดของ Avellone จะดูตัดกำลังใจ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีหวังเสียทีเดียว เพราะตอนนี้มีข่าวลือหนาหูว่า Bethesda กำลังซุ่มทำ Fallout 3 Remastered อยู่ ทั้งจากวงในที่น่าเชื่อถือและหลุดรายการสินค้าของเล่น ถ้าข่าวลือนี้เป็นจริง การทำ Fallout 3 นี่แหละที่จะเป็นตัวปูทางไปสู่ New Vegas Remaster ในอนาคตแน่นอนFallout: New Vegasแปลและเรียบเรียงจาก : gamerant.com