Reset

Search results for “#amongus” - TrueID

Top Result
Watch
Shorts
Game
Privilege
Read
The Killer Among Us
Watch

The Killer Among Us

Paralives ประกาศคอลแลบ Among Us แจกไอเทมฟรีฉลองเปิด Early Access!
Read

Paralives ประกาศคอลแลบ Among Us แจกไอเทมฟรีฉลองเปิด Early Access!

แม้ว่าจะเพิ่งจะเปิดให้เล่นแบบ Early Access ไปได้ไม่กี่ชั่วโมง แต่ทีมพัฒนา Paralives เกมจำลองชีวิตสไตล์อินดี้ที่หลายคนรอคอย ก็จัดเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่ให้แฟนๆ ด้วยการประกาศคอลแลบกับเกมทำลายมิตรภาพแห่งยุค Among Us พร้อมแจกคอนเทนต์ให้ไปเล่นกันฟรี ๆ ตั้งแต่วันแรก!สำหรับไอเทมและของตกแต่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากซีรีส์ Among Us ที่เพิ่มเข้ามาในเกม มีดังนี้ตุ๊กตาและฟิกเกอร์ ไซซ์มินิสุดน่ารักในเกมแสตมป์ของสะสม ลายพิเศษชุดอวกาศจาก Among Us สำหรับใส่แต่งตัวในโหมดสร้างตัวละคร (Paramaker)วิดีโอเกมบนคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ ที่ให้ตัวละครของเราสามารถกดเล่นเกม Among Us ได้จริงๆโปสเตอร์ติดผนัง ลายตี้ชาวแก๊ง Among Usทั้งนี้ใครที่ซื้อเกมไปแล้วก็ไม่ต้องเสียเวลาไปกดอัปเดตอะไรให้วุ่นวาย เพราะคอนเทนต์คอลแลบทั้งหมดนี้ถูกใส่มาให้พร้อมใช้งานเลยในแพตช์ Day 0!ตัวเกม Paralives ได้เปิดวางจำหน่ายช่วง Early Access แล้วบนแพลตฟอร์ม Steam ในราคา 647.10 บาท (ลดพิเศษ 10% จากราคาเต็ม 719 บาท) โดยจะลดราคาไปจนถึงวันที่ 2 มิถุนายน 2026 ใครที่รอคอยเกมนี้อยู่ ไปจัดกันได้เลยครับแปลและเรียบเรียงจากSims Community

Among Us เกม social deduction สุดปั่นประกาศคอลแลปส์กับ Stardew Valley เกมทำฟาร์มสุดชิล!
Read

Among Us เกม social deduction สุดปั่นประกาศคอลแลปส์กับ Stardew Valley เกมทำฟาร์มสุดชิล!

Innersloth ได้ประกาศพร้อมเปิดประตูต้อนรับเหล่าชาวไร่สู่เกม social deduction สุดปั่นในการคอลแลปส์ครั้งใหม่อย่าง Among Us x Stardew Valley ! หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางทีม Innersloth นั้นได้มีการแง้มการคอลแลปส์ด้วยภาพเงาปริศนาออกมา (โพสต์นี้) ! โดยการคอลแลปส์ในครั้งนี้นั้นจะเริ่มตั้งแต่ 18 พฤศจิกายน - 18 กุมภาพันธ์ 2026! ซึ่งในช่วงระยะเวลาของการคอลแลปส์นั้น Stardew Cosmicube จะเปิดให้สามารถกดซื้อได้ในหน้าร้านค้าในราคา 3300 Beans ! (Beans เป็นหน่วยเงินภายในเกมที่สามารถรับได้จากการเล่นตัวเกมโหมด Online แบบปกติ) ซึ่งภายใน Cosmicube นั้นก็มีไอเทมมากมายตั้งแต่ สกิน , หมวก , ของประดับ , Pet และ Nameplate ด้วยกัน! ภายใน Stardew Cosmicube นั้นก็จะมีไอเทมต่าง ๆ ดังนี้Junimo PetKrobus PetAbigail’s Outfit SkinAbigail’s Locks HatDance of the Moonlight Jellies NameplateDay’s End NameplateFeathery Friend – Blue HatFeathery Friend – Void HatFeathery Friend – White HatGrandpa’s Beard VisorGrandpa’s Nightcap HatIt’s a New Day NameplateLooking For These? SkinLewis’s Overalls SkinLewis’s Moustache VisorLewis’s Cap HatLinus’s Hair HatLinus’s Beard VisorLinus’s Leaves SkinPrized Straw HatMr. Qi’s Suit SkinMr. Qi’s Shades VisorMr. Qi’s HatSebastian’s Bangs HatSebastian’s Hoodie SkinSpring’s Parsnip HatSummer’s Melon HatVoid Egg HatWork Overalls Skinภาพจากภายในเกมภาพจากภายในเกมที่มา : innersloth

[US Box Office] "Digger" บ้งสนั่นคาบ้าน อดสูที่สุดในอาชีพของทอม "Verity" ขึ้นแชมป์ใหม่เจิดจรัส
Read

[US Box Office] "Digger" บ้งสนั่นคาบ้าน อดสูที่สุดในอาชีพของทอม "Verity" ขึ้นแชมป์ใหม่เจิดจรัส

Box Office Verity บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา รายงานอันดับหนังทำเงินประจำสุดสัปดาห์วันที่ 2-4 ตุลาคม 2026 - สุดสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม..เริ่มต้นได้แบบหวือหวา แต่เป็นความหวือหวาที่ไม่ใช่นิยามที่น่าภูมิใจสักเท่าไหร่ เพราะการมาของ 2 ผลงานที่อัดแน่นไปด้วยกองทัพซุปตาร์แถวหน้าของวงการ แต่กลายเป็นว่าวีคนี้หนังใหม่ฟอร์มดีทั้งคู่ ต้องเผชิญหน้ากับฟีดแบกที่เสียงแตกแบบเดียวกัน กลายเป็นหนังที่นักวิจารณ์ไม่รักก็คือเกลียดไปเลย กลายเป็นผลลัพธ์บนบ็อกซ์ออฟฟิศที่กระตุ้นความสนใจได้ไม่น้อย แม้ว่าจะเป็นในทิศทางที่ไม่ค่อยจะน่าอภิรมย์สักเท่าไหร่เลย "Verity" หนังที่สร้างมาจากผลงานนิยายเล่มดังของ คอลลีน ฮูเวอร์ นักเขียนสาวร้อนแรงที่สุดในวงการหนังยุคนี้ ผงาดเปิดตัวขึ้นเป็นแชมป์ได้ตามคาด กับรายได้ 3 วันแรกที่ 32.6 ล้านเหรียญ จาก 3,510 โรงฉายทั่วอเมริกา เก็บรายได้เฉลี่ยต่อโรงได้เกือบ ๆ หลักหมื่นเลยทีเดียว เรียกได้ว่ากระแสปากต่อปากและฐานแฟนสามารถช่วยพยุงหนังเรื่องนี้ในรอบเปิดตัวได้ดี ถือว่าหนังออกสตาร์ทรายได้ได้ใกล้เคียงกับที่หลาย ๆ ฝ่ายคาดเอาไว้ ใด ๆ แล้วผลลัพธ์ทางฟีดแบกของหนังเรื่องนี้ก็ไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไหร่ เพราะหนังได้คะแนนเฉลี่ยรีวิวที่ Rotten Tomatoes แค่ 34% เท่านั้น ขณะที่คนดูก็ค่อนข้างสาปส่งตัดเกรด C+ ให้กับหนังเรื่องนี้ ทำให้ถูกวิเคราะห์ว่าหนังอาจจะไม่มีอนาคตที่ยืนโรงบนบ็อกซ์ออฟฟิศได้หลังจากนี้ แต่หลังจากนี้ก็ยังมีสตรีมมิงคอยรอรับไว้อยู่ แต่ใด ๆ นี่ก็คือหนังเปิดตัวอันดับที่ 1 เรื่องที่ 3 ของปีนี้ของ แอนน์ แฮทธาวย์ ที่มีผลงานต่อเนื่อง 5 เรื่องในปีนี้ โดยที่หนังยังเก็บรายได้นอกอเมริกาได้อีก 30 ล้านเหรียญ โชคดีที่หนังเรื่องนี้ใช้ทุนสร้างระดับ 40 ล้าน จึงทำให้น่าจะคืนทุนได้ในระดับที่พอใช้ได้อยู่ แต่อีกเรื่องที่เรียกได้ว่าอดสูเป็นอย่างมาก ก็คือ "Digger" การร่วมงานกันครั้งแรกของ ทอม ครูซ กับผู้กำกับ อาเลฆันโดร กอนซาเลซ อินญาร์ริตู ที่จัดได้ว่าเป็นการเดินสายรางวัลอย่างเป็นทางการแบบจริงจัง แต่ปรากฏว่าหนังทำผลลัพธ์รายได้ออกมาได้อัปยศที่สุดในรอบปีเลยก็ว่าได้ เพราะทำได้ดีที่สุดแค่อันดับที่ 5 กับรายได้ 3 วันแรกแค่ 8 ล้านเหรียญ จาก 3,,321 โรงฉาย เท่ากับว่าหนังทำรายได้เฉลี่ยต่อโรงแค่เพียง 2,400 เหรียญเท่านั้นเอง ทำให้บัดนี้ความหวังที่หนังจะได้เฉิดฉายบนเวทีรางวัลในช่วงต้นปีหน้า ค่อนข้างจะริบหรี่ลงในนัดดล เพราะไม่ใช่แค่หนังจะเสี่ยงขาดทุนอย่างหนัก แต่กระแสรีวิวก็กวาดคะแนนเฉลี่ยไปได้แค่เพียง 51% เท่านั้น ทำให้ค่อนข้างต่ำกว่ามาตรฐานที่จะเป็นหนังรางวัลได้ในเวลานี้ มีรายการว่า Digger เป็นหนังที่ใช้ทุนสร้างมหาศาลอีกเรื่องในรอบปีนี้ คาดว่าหนังใช้ทุนระดับ 160-180 ล้านเหรียญ ซึ่งถ้าหากกว่าหนังเรื่องนี้จะคุ้นทุนได้ น่าจะต้องทำเงินให้ได้มากกว่า 300 ล้านเหรียญขึ้นไป ซึ่งจากผลลัพธ์ในเวลานี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย Digger ไม่ใช่แค่เพียงคนอเมริกันไม่ประทับใจ เพราะตัวเลขจากการเปิดตัวในตลาดหนังทั่วโลก หนังออกฉายใน 73 ประเทศ ทำเงินไปได้แค่เพียง 12 ล้านเหรียญ นั่นเท่ากับว่าสัปดาห์แรกหนังเรื่องนี้เปิดตัวได้แค่เพียง 20 ล้านเหรียญเท่านั้น กลายเป็นหนัง ทอม ครูซ ที่เปิดตัวได้ตกต่ำและน้อยที่สุดในอาชีพนักแสดงของเขาที่คร่ำหวอดมากว่า 40 ปี มีข้อมูลว่าหนังเรื่องนี้อัดฉีดงบโปรโมตแบบทุ่มสุด ๆ แต่ไม่สามารถจะสร้างความประทับใจในหมู่คนดูได้ และยังตอกย้ำความตกต่ำของวอร์เนอร์ฯ ยังเป็นสตูดิโอที่ยังหาหนังฮิตในปี 2026 ไม่ได้เลยสักเรื่องเดียว กระทั่งเข้าสู่เดือนที่ 10 ของปีแล้ว "Resident Evil" ยังรั้งตำแหน่งรองแชมป์ได้ต่อไป กับรายได้อีก 12.5 ล้านเหรียญ ลดลงไป -45% ในวีคนี้ แฟน ๆ ยังแห่แหนไปอุดหนุนหนังเรื่องนี้ฉบับล้างตาที่ประสบความสำเร็จ เพราะล่าสุดเก็บยอดรวมในบ้านไปแล้วเกือบ 125 ล้านเหรียญ ทางด้าน "Heart of the Beast" ก็ยังผจญภัยฟีลกู้ดได้น่าพอใจ วีคนี้ลดลงไปแค่ -45% ทำเงินไปอีก 11 ล้านเหรียญ ผลักดันยอดสะสมล่าสุดที่ 38 ล้านเหรียญ ขณะที่ "Primetime" หนังจับเปโด้ของโรเบิร์ต แพททินสัน ทำเงินดร็อปลงมาพอสมควรที่ -58% ทำไปเพิ่มอีก 8 ล้านเหรียญ ทำให้ยอด 10 วันแรกสะสมไปได้ 34 ล้านเหรียญ ทางด้านหนังแอนิเมชันขวัญใจนักวิจารณ์ "Forgotten Island" น่าเปิดตัวห่วง เพราะกำลังเข้าสูตรหนังดีที่ไม่มีใครดี ล่าสุดทำไปเพิ่มอีก 7.2 ล้านเหรียญ ลดลงไป -45% เก็บยอดรวมไปได้แล้วที่ 23 ล้านเหรียญ จากการฉายเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 หล่นจากแชมป์มาไกล "Avengers Endgame: Encore" ทำเงินร่วงไปถึง -83% เป็นไปตามปกติของกระแสหนังนำกลับมาฉายซ้ำ วีคนี้เก็บไปอีก 4.4 ล้านเหรียญ นั่นทำให้ยังช่วยกระตุ้นยอดรวมของหนังใกล้จะแตะ 900 ล้านเหรียญในอเมริกาเข้าไปทุกที ๆ ส่วนหนังใหม่ที่เข้ามาเสริมทัพก็ยังมี "Beware Boiuna" หนังงูยักษ์เรื่องล่าสุด ก็ออกสตาร์ทกับรายได้ที่น่าผิดหวังเพียง 550,000 เหรียญ จาก 1,121 โรงฉายทั่วอเมริกา เรียกได้ว่าเป็นหนังที่คนดูเมินสุด ๆ เช่นเดียวกับ "Rolling Loud: The Movie" หนังตลกฟีลดีอีกเรื่องที่ไม่มีใครดู เปิดตัวแค่ 466,000 เหรียญ จาก 868 โรงฉาย ถือว่าทำเงินได้ไม่หวือหวาอะไรเลย สำหรับวีคถัดไปก็ยังเสริมด้วยทัพหนังใหม่น่าสนใจต่อเนื่อง เป็นคิวของหนังสยองขวัญที่น่าจะกลายเป็นไอคอนิกประจำฮาโลวีนปีนี้ ใน "Other Mommy" แม่ตนนี้จะหลอนเป็นที่จดจำ ตามมาด้วยภาคใหม่ของหนังตีแผ่เโลกโซเชียลในตำนาน กลับมาในอีกการเปิดโปงใน "The Social Reckoning" ร่วมด้วยหนังแอคชันกระแสรีวิวดีเยี่ยม "Your Mother, Your Mother, Your Mother" ที่ได้ฤกษ์เพิ่มโรงฉายเป็นวงกว้าง และยังมีหนังคาวบอยย้อนยุครวมดรา "Angel and the Badman" อีกเรื่อง ส่วนหนังใหม่ที่จะฉายวงจำกัดมี "Fjord" หนังเจ้าของรางวัลปาล์มทองคำ เทศกาลหนังเมืองคานส์ปีล่าสุด Source: TheNumbers อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : [US Box Office] ประจัญบานหวนบัลลังก์ "Avengers: Endgame Encore" สร้างสถิติหนังกลับมาฉายใหม่ [US Box Office] ผงาดแรงกว่าทุกเรื่อง! "Resident Evil" ฉบับปี 2026 เปิดตัวกระหึ่ม-เซ็ตค่าใหม่ทุกสถิติ [US Box Office] คาถาดี..แต่ไม่แรง "Practical Magic 2" เสกมนตราโค่นบัลลังก์ไอ้แมงมุม [US Box Office] วันแรงงานกรุบกริบ "Brand New Day" ยืนแชมป์สู่วีคที่ 6 เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ [US Box Office] ปิดซัมเมอร์กับ "The Dog Stars" ที่ไปไม่ถึงดวงดาว แมงมุมเรืองรองต่อเป็นวีคที่ 5 ------------------------------------ ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

แมทธิว แม็กคอนาเฮย์ ปลุกไฟแอคติ้ง คัมแบ็กทรงพลังใน "The Rivals of Amziah King คนอย่างคิง"
Read

แมทธิว แม็กคอนาเฮย์ ปลุกไฟแอคติ้ง คัมแบ็กทรงพลังใน "The Rivals of Amziah King คนอย่างคิง"

ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์อย่างล้นหลาม สำหรับภาพยนตร์ดราม่า อาชญากรรมเรื่อง "The Rivals of Amziah Kingคนอย่างคิงที่ล่าสุดคว้ารางวัลใหญ่จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาตินอร์เวย์ (Norwegian International Film Festival)เมืองเฮาเกซุนด์ ครั้งที่54มาครอง และยังเป็นการกลับจู่จอภาพยนตร์ครั้งสำคัญในรอบ 6 ปี ของแมทธิว แม็กคอนาเฮย์(Matthew McConaughey)นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ ที่ไม่ใช่แค่การรับบทบาทใหม่อีกครั้ง แต่คือการพาตัวเองดำดิ่งสู่โลกที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในบท"แอมไซอาห์ คิง"ชายผู้ดูแลกิจการน้ำผึ้ง ที่เปรียบเสมือนศูนย์กลาง และที่พึ่งของเหล่าคนนอกคอกในโอคลาโฮมา เรื่องราวของนักดนตรีบลูแกรสส์กับกลิ่นอายดราม่าสืบสวน พร้อมเผยเบื้องหลังสุดทรหดแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม จากการถ่ายทำร่วมกับฝูงผึ้งจริงนับพันตัว มาร่วมเจาะลึกถึงแรงบันดาลใจ และเหตุผลที่ทำให้นักแสดงระดับตำนานคนนี้ตัดสินใจเข้าร่วมเดินทางไปกับภาพยนตร์เรื่องนี้ Q:ช่วยแนะนำตัวเองและบทบาทที่คุณได้รับใน "The Rivals of Amziah King" แมทธิว แม็กคอนาเฮย์ผมรับบทเป็น"แอมไซอาห์ คิง"ทำโรงงานน้ำผึ้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐโอคลาโฮมา ผมเป็นพ่ออุปถัมภ์ตอนนี้โสดแล้วเพราะ เกลนดาภรรยาของผม เราเคยรับอุปการะเด็ก ๆ หลายคนส่วนใหญ่เป็นเด็กชนพื้นเมืองอเมริกัน และตั้งแต่ที่เธอจากไปผมก็ไม่สามารถรับอุปการะเด็กตามกฎหมายได้อีก ผมเลยมักจะคอยดูแลพวกคนหลงทางหรือคนนอกคอกรอบ ๆ ตัว ซึ่งพวกเขาก็กลายมาเป็นวงดนตรีเป็นเพื่อน เป็นลูกจ้างของผมจนกระทั่งเด็กสาวคนนี้ ที่ชื่อคาเทรีตัวละครนำในหนังของเราผมบังเอิญเจอเธออีกครั้งในปัจจุบัน แล้วคุณจะได้รู้ทีหลังในหนัง ว่าเธอและน้องชายของเธอ เคยเป็นเด็กในอุปถัมภ์ของผมกับเกลนดาเมื่อ 10 ปีก่อน ผมชวนเธอกลับเข้ามาในชีวิต ให้งานทำเธอก็กลายเป็นเหมือนลูกศิษย์คนโปรดและเป็นเหมือนลูกสาวของผมอีกครั้งแล้วหลังจากนั้น มันก็กลายเป็นเรื่องราวของเธอ Q:อะไรคือสิ่งที่ดึงดูดให้คุณรับบทนี้? คือผมไม่ได้อ่านบทที่สามารถดึงผมออกจากชีวิตส่วนตัว หรือดึงผมกลับมาอยู่หน้ากล้องตลอด 4 ปีครึ่งที่ผ่านมา จนกระทั่งได้อ่านเรื่องนี้ ทั้งความสละสลวยทางภาษา ความไร้เดียงสา ความเป็นมา แล้วก็ความงดงาม และอารมณ์ขัน เป็นสิ่งที่ผมอยากมีส่วนร่วม และคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะถ่ายทอดออกมาให้โลกเห็น ตามความคิดผมนะ ตัวละคร แอมไซอาห์ คิง คือชายระดับตำนาน คนที่คอยเป็นผู้ชี้นำทางให้เหล่าคนนอกคอก เป็นทั้งครูต้นแบบ เหมือนเป็นพ่อกลาย ๆเขาชุบเลี้ยงเธอจากเจ้าหญิงให้กลายเป็นราชินี และมันก็เป็นเรื่องราวที่งดงามมาก คุณมักจะไม่ค่อยได้เห็นมันถูกถ่ายทอดออกมาโดยเฉพาะฉากหลังที่มีความออริจินัลขนาดนี้ที่แอนดรูว์ผู้กำกับและนักเขียนบทของเราเนรมิตออกมา ผมรู้จักคนพวกนี้นะ ผมรู้จักสถานที่แห่งนี้แต่ผมเดาว่าคน 90% ในโลกคงจะคิดว่าหนังเรื่องนี้ถูกเซ็ตให้อยู่ในยุคปลาย60s-70sหรือไม่ก็คิดว่ามันอยู่บนดาวเคราะห์ดวงอื่นไปเลย แต่มันมีอยู่จริงในปัจจุบันและมันมีความบริสุทธิ์เป็นความไร้เดียงสาที่ผมคิดว่าโลกควรได้เห็น และมันก็สนุกมาก ๆ ด้วย Q:ดนตรีมีบทบาทอย่างไรในภาพยนตร์เรื่องนี้? จริง ๆ จะบอกว่าหนังเรื่องนี้ เป็นหนังมิวสิคัลก็คงได้ เราไม่ได้ร้องไดอะลอกเป็นเพลงหมดหรอกนะ แต่เราก็ไม่ได้เปิดวิทยุ ไม่ได้เปิดเครื่องเล่นแผ่นเสียง หรือSpotifyดนตรีในเรื่องมันเป็นดนตรีสด เราทุกคนเล่นเครื่องดนตรี ผมเล่น แมนโดลิน หีบเพลง และผมก็ร้องเพลงเวลาที่พวกเรามารวมตัวกัน ในคืนวันศุกร์ เราจะจัดคอนเสิร์ตสดกันที่ลานจอดรถตรงร้านแซนด์วิชไก่ทอดไดรฟ์อิน เวลาที่เราเล่นคอนเสิร์ตใหญ่คืนวันเสาร์มันก็จะจัดที่หอประชุมท้องถิ่นขนาด 400 ที่นั่ง คนอาจจะไม่เต็มเวลาที่เราจัดปาร์ตี้ฉลองการเก็บเกี่ยวน้ำผึ้งลอตแรกของปี เราจะไปที่บ้านเพื่อนกินของอร่อย ๆ แล้วทุกคนก็เล่นดนตรีและร้องเพลง ทุกคนได้มีส่วนร่วมหนึ่งในสิ่งที่ผมชอบที่สุดเกี่ยวกับ แอมไซอาห์ คือเขามักจะเป็นดาวเด่นของงานเสมอ และเหตุผลที่เขาเป็นดาวเด่นก็เพราะเขามักจะส่องสปอตไลต์ไปที่คนอื่น และทำให้พวกเขาเป็นดาวเด่นแทน เขาเป็นดาวเด่นเพราะเขาทำแบบนั้นไม่ได้คิดอะไรเลย เขาแค่เป็นคนแบบนั้น Q:คุณต้องเรียนแมนโดลินเพื่อบทนี้ด้วยหรือเปล่า? ผมกำลังเรียนวิธีเล่นแมนโดลินอยู่ ส่วนหนึ่งที่ผมรับเล่นหนังเรื่องนี้ ก็เพราะผมหาข้ออ้างมาตลอด40ปีที่จะเรียนเครื่องดนตรีประเภทสายสักชิ้น ผมเลยตัดสินใจรับงานนี้เพื่อบังคับตัวเองให้เรียนดนตรี ผมเริ่มเรียนน่าจะประมาณ4เดือนก่อน ผมคงไม่กล้าบอกว่าตัวเองเล่นเก่งหรอกนะ แต่ผมเล่น2เพลงหลักที่ผมต้องเล่น และร้องในหนังเรื่องนี้อย่างเพลงQuill(ซึ่งร้องร่วมกับ เบน ฮาร์เดสตี)และTalk on Indolence(ที่ร้องร่วมกับ เซธ อะเว็ตต์) และผมคงจะเล่นมันต่อไปหลังจากจบงานนี้ อย่างที่บอกผมหาข้ออ้างที่จะทำมา40ปีแล้วและผมรับงานนี้เพื่อให้มันเป็นจริงสักที Q:เล่าถึงการร่วมงานกับ ที-โบน เบอร์เนตต์ ให้ฟังหน่อย ผมรู้จักที-โบนมาพักใหญ่แล้ว เราเจอกันที่สตูดิโอในแอลเอ เพื่อเตรียมงานก่อนเปิดกล้อง ผมอัดเสียงร้องเอาไว้ แล้วเขาพามือแมนโดลินเข้ามา ช่วยแต่งเพลงพวกนี้ขึ้นมาตั้งแต่ต้น ซึ่งใช้เวลาประมาณ3วันเราก็ได้แทร็กพื้นฐานที่จะเอาไว้ใช้เล่นสด เวลาถ่ายทำมันยังไม่สมบูรณ์หรอก เพราะมันจะยิ่งสมจริงและดีขึ้นกว่าเดิมในคืนที่เราถ่ายทำจริง ซึ่งจะนำไปสู่เวอร์ชันสุดท้ายที่สมบูรณ์ แต่เราก็มีพื้นฐานที่เราจะใช้เล่นคืนนั้นทุกเพลง Q:การทำงานร่วมกับผึ้ง เป็นอย่างไรบ้าง? "คุณรู้ไหม นี่เป็นหนังที่ผมได้ทำลายสถิติตัวเองหลายอย่างเลย อย่างการเข้าฉากกับผึ้งเป็นพันๆ ตัวนั่น ไม่มีCGสักนิด ของจริงล้วนๆ แต่ที่ตลกคือผมดันมารู้ว่าตัวเองแพ้ผึ้งก็ตอนถ่ายหนังเรื่องนี้นี่แหละ! (หัวเราะ) ผมโดนต่อยตอนซ้อมกับพวกมันเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนเปิดกล้อง ทีมงานเลยต้องเปลี่ยนคิวถ่ายฉากที่ผมต้องถือผึ้งนางพญาไปไว้เป็นฉากสุดท้ายของเรื่องเลย เผื่อผมโดนต่อยจนหน้าบวมอีกรอบ จะได้ปิดกล้องไปเลยแบบไม่ต้องถ่ายซ่อม ผมเคยทำงานกับผึ้งมาแล้วทั้ง ที่เท็กซัส ที่ฮาวาย แล้วก็ที่นี่ในแอละแบมา ความจริงก็คือ ผึ้งทุกรังที่คุณไปเจอ นิสัยต่างกันหมด มีผลหมดไม่ว่าอากาศร้อนแค่ไหน เย็นแค่ไหน หรือพวกมันหิว อายุเท่าไหร่สภาพอากาศเป็นยังไง อารมณ์ของพวกมันเปลี่ยนไปตามปัจจัยเหล่านี้ เราได้ทำงานกับผึ้งตัวเป็น ๆ ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าคุณทำตัวนิ่ง ๆ พูดน้ำเสียงเรียบ ๆ และห้ามเกร็งเด็ดขาด เพราะพวกมันสัมผัสได้ ถ้ารูขุมขนคุณหดเกร็ง ถ้ามันสัมผัสได้ถึงความกังวล หรือความตึงเครียด พวกมันจะป้องกันตัวและต่อยคุณ ดังนั้นคุณต้องผ่อนคลาย ซึ่งมันเป็นเรื่องยากมากหลังจากที่คุณเพิ่งโดนต่อย และยังมีผึ้งเกาะอยู่เต็มตัว จะให้ผ่อนคลายเอาไว้มันยากมาก และใช่ ผมตัวบวมเป่งเลยทั้งที่แขนและที่หน้า การสัมภาษณ์นี้คุณน่าจะได้เห็นภาพตอนที่ผมตาบวมปิดเพราะโดนต่อยที่หน้าผาก Q:มีฉากไหนหรือโมเมนต์ไหนที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำสำหรับคุณบ้าง? ฉากที่นิยามความเป็นหนังเรื่องนี้ และน่าจะเป็นฉากโปรดของแอนดรูว์ด้วย ก็คือตอนที่เราเล่นเพลงQuillที่บ้านของผม และผมดึงคาเทรี( แอนเจลินา ลุกกิงกลาสส์) เข้ามาแล้วบอกให้เธอร้องโซโล่ ซึ่งเธอไม่อยากทำ คนส่วนใหญ่ก็ไม่อยากทำ แต่นี่คือสิ่งที่แอมไซอาห์ทำ เขาจับคนมาอยู่กลางแสงสปอตไลต์ แล้วบอกว่าเอาเลย ทำสิ เธอไม่มีทางทำพลาดหรอกและฉากนั้นเป็นฉากที่คาเทรีถูกดึงเข้ามาในครอบครัวของผม ซึ่งเต็มไปด้วยนักดนตรีนอกคอก เป็นฉากที่เธอลดกำแพงลง และทำให้เธอเห็นว่าเธอจะเข้ากับที่นี่อีกครั้งได้ยังไง เธอเห็นว่าผู้คนดูแลกันยังไง เธอรับรู้ได้อีกครั้งว่า ครอบครัวคือสิ่งที่คุณสร้างขึ้นมาเอง เป็นฉากที่เธอถูกดึงเข้ามาจริง ๆ เธอยอมทิ้งความดื้อรั้น และคิดว่า โอเค ฉันไว้ใจที่นี่ได้ฉันเชื่อใจพวกเพี้ยนแสนน่ารักเหล่านี้ได้ รวมถึงวิธีที่พวกเขาสนับสนุนเธอด้วย Q:เล่าถึง แอนดรูว์ แพตเทอร์สัน (ผู้กำกับ) หน่อย ทำไมคุณถึงเลือกที่จะร่วมงานกับเขา? เขาเป็นหนุ่มที่อาศัยอยู่กับภรรยาในโอคลาโฮมา เขาเคยทำหนังเรื่องThe Vast of Nightเมื่อ5ปีก่อน ซึ่งประสบความสำเร็จมากในสายเทศกาล และทำให้เขาได้รับข้อเสนอใหญ่ ๆ ให้ไปฮอลลีวูดและกำกับหนังฟอร์มยักษ์ งบเป็นสิบล้านถึงร้อยล้านเหรียญ แต่เขาก็ปฏิเสธอย่างนุ่มนวลทุกครั้ง เขาบอกว่าไม่ล่ะ ขอบคุณฮอลลีวูด ผมจะอยู่แบบนี้และทำงานกับสิ่งที่ผมรู้จักดีกว่า สิ่งนี้บอกว่าเขาเป็นคนยังไง ผมเลยคิดว่า โอเค หมอนี่มีมุมมองเป็นเอกลักษณ์ แน่วแน่ และเป็นตัวของตัวเอง ในสิ่งที่เขาเป็น สิ่งที่เขาเขียน และสิ่งที่เขารู้ สิ่งที่เขาทุ่มเวลาและแรงกายลงไป เขาอดทนและเชื่อมั่นในตัวเอง การทำแบบเขาได้ตอนอายุเท่านั้นช่างน่ายกย่อง มันสะท้อนตัวตนของเขา และมันทำให้ผมมั่นใจว่า ผมกำลังร่วมงานกับคนที่จะไม่ยอมโอนอ่อน ต่อแรงกดดัน แค่เพื่อให้หนังเอาใจตลาดมากขึ้น หรือเปลี่ยนบทให้กลายเป็นอย่างอื่น อาจจะมีคนพูดว่าลองเติมมุกตลกแบบนี้เข้าไปหน่อยสิ เขาเขียนสคริปต์ที่ออริจินัลมาก ๆ ทุก ๆ ฉากมีความออริจินัลในแบบของมันเอง มันทำให้ผมเชื่อใจเขามาก ผมอยากจะเชื่อมั่นในผู้ชายที่เชื่อมั่นในตัวเองคนนี้ผมเลยกระโดดขึ้นรถไฟขบวนนี้ไปกับเขา Q:คุณตื่นเต้นที่จะให้ผู้ชมได้เห็นอะไรมากที่สุด? ความดิบ ความไร้เดียงสา และอารมณ์ขันของหนังเรื่องนี้ ซึ่งเป็นทั้งหนังรัก เป็นหนังคาวบอย เป็นหนังดราม่าอาชญากรรม ทั้งหมดในเรื่องเดียว ไม่ค่อยได้เห็นอัดแน่นขนาดนี้ในเรื่องเดียวหรอก มันเกี่ยวกับครอบครัว และสิ่งที่คุณสร้างมันขึ้นมา ไม่ใช่ครอบครัวในอุดมคติที่มีพ่อแม่ ลูกสองคน และสุนัขหนึ่งตัว มันคือกลุ่มคนนอกคอกที่มารวมตัวกัน พึ่งพากัน และสนับสนุนกันจนกลายเป็นชุมชนเล็ก ๆ มันคือเรื่องราวสืบสวนคดีฆาตกรรม เป็นการไขปริศนาว่าใครทำทั้งหมดนี้ ถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบที่สนุกมาก ๆ คุณจะได้เห็นความสนุกที่เรามีในเรื่อง คุณจะรับรู้ได้ตั้งแต่30วินาทีแรก แล้วคุณจะร้องว่าโอ้ นี่มันไม่ใช่อย่างที่คิดไว้เลยและผมดีใจที่มันเป็นแบบนั้น ร่วมสัมผัสอีกหนึ่งภาพยนตร์ฟอร์มเยี่ยมแห่งปี"The Rivals of Amziah Kingคนอย่างคิง"17กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เปิดตัวทีเซอร์หลอนสะพรึงทุกช็อก "Pendulum" หนังสยองขวัญที่จะประเดิมฉายเรื่องแรกของปี 2027
Read

เปิดตัวทีเซอร์หลอนสะพรึงทุกช็อก "Pendulum" หนังสยองขวัญที่จะประเดิมฉายเรื่องแรกของปี 2027

แม้ว่าจะมีเวลาอีกประมาณ 4 เดือนจะถึงการเปลี่ยนศักราชใหม่ แต่กลุ่มหนังใหม่ในปี 2027 ก็เริ่มจะโหมโรงทำการโปรโมตกันแล้วตั้งแต่ยังไม่เข้าเดือนที่ 9 ของปีเดิม และก็เป็นไปตามธรรมเนีนมอย่างไม่เป็นทางการของทุก ๆ ปี ที่วงการหนังฮอลลีวูดมักจะต้อนรับเปิดปีด้วยคอนเทนต์หนังสยองขวัญเสมอ ๆ และหนังเรื่องแรกและเป็นหนังสยองขวัญเรื่องของปีใหม่ที่จะถึงนี้ก็คือ "Pendulum" ที่บัญญัติในเบื้องต้นว่าหนังแนวจิตวิทยาสยองขวัญ ที่ได้ปล่อยทีเซอร์แรกออกมากัดกินและบั่นทอนเโสตประสาทของคนดูกันแล้ว Pendulum เป็นผลงานการกำกับหนังเรื่องแรกอย่างเป็นทางการของ "มาร์ค เฮย์แมน" ที่เคยแจ้งเกิดมาจากงานเขียนบทหนัง Black Swan ที่ทำให้เขาได้เข้าชิงรางวัล BAFTA ได้ตั้งแต่ผลงานเขียนบทเรื่องแรก แน่นอนว่าผลงานการสร้างเต็มตัวครั้งแรกของเขา เขาก็ยังทำหน้าที่เขียนบทหนังเอง ด้วยการอ้างอิงหยิบเอาเรื่องเล่าปมสยองปรำปราจากความเชื่อท้องถิ่น มาละเลงสร้างออกมาเป็นหนังชวนสะพรึงบีบคั้นแนวคิดและพลังศรัทธาแบบสุดขั้ว โดยพล็อตเรื่องในเบื้องต้นที่สตูดิโอหนังเปิดเผยออกว่านั้น ระบุว่าเป็นเรื่องราวของคู่รักคู่หนึ่ง แพทริค กับ อบิเกล ที่เดินทางไปพักผ่อนที่กระท่อมเล็ก ๆ ในรัฐนิวเม็กซิโก เพื่อแสวงหาความสงบสุขและเยียวยาจิตใจของพวกเขา กระทั่งแพทริคเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของผู้ดูแลที่พักที่เขาพำนักอยู่ ส่วนอบิเกลก็เริ่มพบว่าตัวเองตกอยู่ภายใต้อิทธิพลบางอย่าง ทำให้ทั้งสองเกิดความสงสัยว่าสิ่งที่กำลังบำบัดอยู่นั้น จะช่วยเยียวยาได้จริงหรือไม่ หรือมีอะไรบางอย่างแอบแฝงและซ่อนอยู่ในสถานที่แห่งนี้ Pendulum ได้รับการกล่าวหาว่าเป็นหนังที่มีกลิ่นผสมผสานของหนังสยองขวัญยุคเก่าและยุคปัจจุบัน โทนของหนังคล้ายกับ Midsommar กับ Hereditary ของผู้กำกับ อาริ แอสเตอร์ ผนวกเข้ากับความสยดสยองสุดติ่งแบบใน The Witch หรือ The Blood on Satan's Claw โดยหนังได้ "โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิตต์" กับ "ฟีบี ไดเนเวอร์" รับบทแสดงนำ ร่วมสมทบด้วย "นอร์แมน รีดัส", "เจนา มาโลน", "แจ็คกี วีเกอร์" และ "รีเบกาห์ วิกกินส์" เพราะว่าสุดสัปดาห์สุดท้ายของปี 2026 จะตรงกับวันคริสต์มาสพอดี ทำให้หนังล็อตสุดท้ายของปีนี้อัดแน่นกันแน่น ๆ ในสัปดาห์ดังกล่าว และวันที่ 1 มกราคม 2027 จะตรงกับศุกร์พอดี ที่จะถูกนับว่าเป็นสุดสัปดาห์แรกของปี 2027 นั่นทำให้ Pendulum ได้วางคิวเข้าฉายประเดิมเปิดปีเป็นเรื่องแรกตั้งแต่วันแรกของปี ส่วนคอหนังในเมืองไทยได้ดูแน่นอน เพราะมีค่ายหนังใจดีซื้อลิขสิทธิ์มาแล้ว วางคิวฉายเอาไว้สิ้นปี 31 ธันวาคมนี้ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

รีวิวหนัง "My Best Friend, His Girlfriend and Me เพื่อนรัก แฟนเพื่อน และตัวผม" ไอเดียว่าเข้าท่า..แต่ก็อาจจะยังนะ
Read

รีวิวหนัง "My Best Friend, His Girlfriend and Me เพื่อนรัก แฟนเพื่อน และตัวผม" ไอเดียว่าเข้าท่า..แต่ก็อาจจะยังนะ

นี่คือหนังสไตล์มิตรภาพลูกผู้ชาย ที่เป็นหนังมิตรภาพจริง ๆ ไม่ได้แอบแฝงความฟินกลิ่นวายลึกซึ้งใด ๆ เพราะเป็นหนังที่ว่าความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนของชายแท้ ที่ถูกรบกวนด้วยตัวแปรที่คาดไม่ถึง เข้ามาสั่นคลอนความเป็นเพื่อนระหว่างกัน จึงกลายออกมาเป็นหนังตลกที่มาพร้อมกับภาพปกที่คล้ายกับภาพมีมดังในตำนาน ออกมาเป็น "My Best Friend, His Girlfriend and Me เพื่อนรัก แฟนเพื่อน และตัวผม" หนังชวนอลวนจากเยอรมัน ที่พร้อมจะมาละเลงมิตรภาพให้ยุ่งเหยิงไปอีกขั้น กับความรักเพื่อน..ที่รักและหวงแทนเกินไปสักหน่อย ออลลี กับ มัตเซอ เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียนประถม มิตรภาพของพวกเขาซี้ปึ้กมาอย่างยาวนาน ทุกช่วงชีวิตของพวกเขาต้องมีกันและกัน แม้กระทั่งเติบใหญ่ก็ยังทำงานด้วยกัน แล้วพวกเขาก็มีความฝันเหมือนกัน นั่นก็คือออกเดินทางไปท่องเที่ยวรอบโลกด้วยกัน แต่แล้วแผนของพวกเขาก็สะดุด เมื่อมัตเซอได้พบรักกับรีเบคก้า ลูกค้าสาวที่พัฒนาความสัมพันธ์กลายมาเป็นการคบหาดูใจ ทำให้ทุกพลิกผันไปหมด โดยเฉพาะโลกใบเดิมของออลลี ที่เป้าหมายชีวิตของเขาสั่นคลอน เมื่อมีใครสักคนกำลังจะแย่งเพื่อนซี้ไปจากอ้อมกอดของเขา My Best Friend, His Girlfriend and Me อาจจะไม่ใช่หนังตลกที่แปลกใหม่อะไรเลย ทุกอย่างดำเนินไปตามสูตรสำเร็จตามหนังประเภทนี้ที่เราเคยได้เห็นมาก่อน เมื่อสักสิบกว่าปีก่อน แม้ว่าจะเป็นหนังที่มีไอเดียและแนวคิดที่ค่อนข้างเข้าท่าดีอยู่ แต่ว่าหนังยังไม่มีชั้นเชิงมากมายในการนำเสนอเรื่องราวออกมาได้อย่างน่าสนใจ เพราะในท้ายที่สุด ก็เป็นแค่เพียงหนังตลกที่หยิบยืมพล็อตจากหนังดังในอดีตมาประยุกต์ใหม่ แบบไม่ได้มีชั้นเชิงอะไร จังหวะและท่วงท่าก็เดิม ๆ ไร้ความแปลกใหม่ และมุกหลาย ๆ มุกก็มีทั้งเวิร์กบ้างและไม่เวิร์กบ้างปะปนกันไป แต่ใด ๆ ก็จัดได้ว่าเป็นหนังที่ย่อยง่าย และดูได้เพลิน ๆ แบบไม่คิดอะไร นี่คือผลงานล่าสุดของ "มาร์โก เพทรี" ผู้กำกับชาวเยอรมันที่เพิ่งจะมี Eat Pray Bark หนังตลกของเน็ตฟลิกซ์ที่เพิ่งฉายเมื่อต้นปีไปหมาด ๆ โดยหนังเรื่องนี้เขาก็ยังมีส่วนร่วมในการเขียนบทด้วย อย่างที่เราเกริ่นไปแล้วว่านี่คือหนังที่บทแสนจะธรรมดาและไม่แปลกใหม่เลยสักนิด นั่นก็ทำให้มุมมองการกำกับหนังเรื่องนี้ของเขา ก็ดำเนินไปตามสูตรสำเร็จแบบไม่ออกนอกลู่นอกทางเลย เป็นไปด้วยงานโปรดักชันง่าย ๆ ถ่ายทำในกันสตูดิโอที่เซ็ตฉากขึ้นมา มุมภาพมุมกล้องก็เป็นไปตามมาตรฐานทั่วไป ไม่มีสิ่งใดโดดเด่นสะดุดสักเท่าไหร่ ทุกอย่างเต็มไปด้วยงานระดับพื้นฐานไปหมด แต่อย่างน้อย ๆ นักแสดงนำหลัก 3 คนก็คือจุดแข็งที่สุดของหนังเรื่องนี้ พวกเขาสามารถประคับประคองตัวหนังเอาไว้ แม้ว่าบทหนังจะค่อนข้างเบาโหวงไม่น้อย "คอสเตีย อุลล์มันน์" สวมบทบาทเพื่อนรักที่ไม่อยากเสียเพื่อนได้อย่างน่าหมั่นไส้ และชวนรังเกียจได้ดี ในแง่มิติบทบาทจะไม่มีชั้นเชิงอะไรเลยก็ตาม แต่ความเป็นมืออาชีพของเขาก็ทำมันออกมาได้ดีกว่าที่คิด ยิ่งมาประชันบทบาทฟาดใส่กันกับ "จานิน่า อูห์เซ" ก็เป็นหนึ่งในสมการที่ช่วยส่งเสริมอรรถรสความสนุกของหนัง ถึงจะออกมาในลีลาที่ซ้ำซากจำเจไม่หน่อย แต่ก็ยังถูกไถไปได้ดี มาเสริมอีกเสาหลักกับการแสดงของ "เดวิด ครอสส์" คนนี้ชั่วโมงบินทางการแสดงค่อนข้างโดดเด่น มีประสบการณ์รับบทใหม่ ๆ และบทความเป็นสากลมากกว่าเพื่อน แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะไม่ได้เป็นบทที่ท้าทายทักษะการแสดงของเขาเลยก็ตาม แต่เขาก็ทำให้บทบาทนี้ไม่จมไม่หาย และยังโดดเด่นได้ดีตลอดเรื่อง กับการถือครองบทเห่ย ๆ ที่หามิติอะไรไม่ได้ แต่ความเป็นมืออาชีพของเขาก็สามารถถ่ายบทนี้ออกมาค่อนข้างดีว่าที่คาดเอาไว้ ทำให้องค์ประกอบการแสดงจาก 3 นักแสดงนำ มาช่วยบ่มเพาะและเติมเต็มหนังเรื่องนี้ได้อยู่ แต่โดยสรุปแล้ว My Best Friend, His Girlfriend and Me อาจจะยังไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์แบบใด ๆ เรียกได้ว่ายังค่อนข้างห่างชั้นพอสมควร เพราะมันเป็นแค่เพียงหนังเพลิน ๆ ที่ดูได้ฆ่าเวลาเรื่องหนึ่งเท่านั้น ด้วยบทหนังที่ไม่ได้แปลกใหม่และมีชั้นเชิงใด ๆ จึงทำให้หนังไม่ได้มีอะไรที่น่าจดจำเลยสักนิด กับพล็อตเห่ย ๆ และไดอะล็อกเชย ๆ ที่บางทีก็ไม่เข้าปากนักแสดงสักเท่าไหร่ บางทีเรากลับมองว่านี่คือหนังที่บั่นทอนการแสดงของนักแสดงด้วยซ้ำ แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นหนังสูตรสำเร็จที่ไม่หวือหวาอะไรเลย หนังก็ยังตอบโจทย์ของตัวเองได้น่าพอใจในระดับหนึ่งอยู่ ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง My Best Friend, His Girlfriend and Me เพื่อนรัก แฟนเพื่อน และตัวผม ประเภท: ตลก ผู้กำกับ: มาร์โก เพทรี นำแสดงโดย: คอสเตีย อุลล์มันน์, จานิน่า อูห์เซ, เดวิด ครอสส์ ความยาว: 96 นาที กำหนดฉายในไทย: 14 สิงหาคม 2026 (ที่ Netflix) Movie.TrueID METRIC: My Best Friend, His Girlfriend and Me เพื่อนรัก แฟนเพื่อน และตัวผม ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.0/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.2/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.6/10) การกำกับ⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.1/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.1/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5.5/10) ห้ามพลาด! แพ็กเกจ True 5G Super Netflix เอาใจคนรักความบันเทิงสนุกกับการดู Netflix ได้คมชัดทุกจอ เริ่มต้นแค่เพียง 499 บาท/เดือน คลิกเลย! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ซัมเมอร์ปีนี้..ปังมาก! ต้องขอบคุณเสด็จพ่อโนแลนและสไปดี้ รายได้ทะยาน 4 พันล้านสุดเกรียงไกร
Read

ซัมเมอร์ปีนี้..ปังมาก! ต้องขอบคุณเสด็จพ่อโนแลนและสไปดี้ รายได้ทะยาน 4 พันล้านสุดเกรียงไกร

โปรแกรมหนังฤดูร้อนปีนี้ สามารถพูดได้เต็มปากแล้วว่า เป็นปีที่ปังเป็นสถิติอีกครั้ง นับตั้งแต่หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพราะล่าสุดบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกาในช่วงซัมเมอร์ปีนี้ สามารถสะสมยอดรายได้ได้แตะ 4 พันล้านเหรียญอย่างเป็นทางการ ต้องขอบคุณความปังของหนังบล็อกบัสเตอร์ อย่าง "Spider-Man: Brand New Day" และ "The Odyssey" รวมทั้งหนังนอกสายตาสุดปัง "Backrooms" หรือ "Obsession" ที่ถล่มรายได้แบบเกินความคาดหมาย Variety รายงานว่า รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา นับถึงวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา พบว่าสะสมยอดรายได้ขายตั๋วได้ถึง 4.09 พันล้านเหรียญ แม้ว่าจะยังเหลือเวลาอีก 3-4 สัปดาห์ก่อนจะหมดซัมเมอร์ลงไป นับว่าเป็นซัมเมอร์ที่ประสบความสำเร็จอีกครั้งของวงการฮอลีวูด โดยปีนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ที่รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศซัมเมอร์ทำเงินได้มากกว่า 4 พันล้านเหรียญ หลังจากผ่านพ้นช่วงโควิด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ในปี 2023 เคยแตะหลัก 4 พันล้านเหรียญได้ จากพลังและกระแสของ Barbenheimer รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศช่วงซัมเมอร์ นับเป็น 4 เดือนที่สำคัญมาก ๆ ของวงการหนัง เพราะคิดเป็นสัดส่วน 40% ของรายได้หนังประจำปีของวงการ สำหรับก่อนหน้าสถานการณ์โควิด-19 การทำรายได้ทะลุ 4 พันล้านเหรียญบนบ็อกซ์ออฟฟิศ ไม่ใช่เรื่องใหม่ใด ๆ โดยสถิติรายได้หนังซัมเมอร์สูงสุดที่วงการหนังเคยทำได้คือในปี 2013 เคยสะสมรายได้ไว้สูงถึง 4.755 พันล้านเหรียญ (ไม่ได้ปรับค่าตามอัตราเงินเฟ้อ) ซึ่งในปีนั้นมี Iron Man 3, Man of Steel, Monsters University, Despicable Me 2 และ Fast Furious 6 เข้าฉาย ย้อนกลับไปสถิติเมื่อปี 2025 หนังซัมเมอร์ทำรายได้ได้ต่ำกว่าที่คาดเอาไว้ ด้วยตัวเลข 3.655 พันล้านเหรียญ ที่มีหนังโดดเด่น อย่าง Lilo Stitch ฉบับไลฟ์แอคชัน ขณะที่ปี 2024 เคยสะสมเงินในซัมเมอร์เอาไว้ได้ 3.67 พันล้านเหรียญ จากการนำทัพของ Deadpool Wolverine และ Inside Out 2 ซึ่งในปีนี้ความโดดเด่นต้องยกให้กับความสำเร็จของ Spider-Man: Brand New Day ที่กลายเป็นหนังเปิดตัวสูงสุดในอเมริกาตลอดกาลเรื่องใหม่ รวมทั้ง The Odyssey หนังมหากาพย์ของคริสโตเฟอร์ โนแลน ก็ทำเงินได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังมี "Toy Story 5" แอนิเมชันภาคใหม่ล่าสุดของดิสนีย์ หนังชีวประวัติตำนานเพลง "Michael" ที่แม้ว่าจะเปิดตัวก่อนจะเข้าสู่ช่วงซัมเมอร์ แต่รายได้หลัก ๆ ของหนังเรื่องนี้ก็เก็บได้ในช่วงซัมเมอร์ กระทั่งหนังเพิ่งจะทะยานรายได้ทะลุพันล้านเหรียญได้เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังพลังหนังจากคนรุ่นใหม่ อย่าง Backrooms ที่ฟันเงินในบ้านไปได้เกือบ 200 ล้านเหรียญ กับ Obsession หนังฮิตที่โกยรายได้ระดับ 263 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างแค่หลักแสน และยังมีภาคต่อที่กลับมาสานต่อ The Devil Wears Prada 2 ก็จัดว่าเป็นอีกความสำเร็จ แต่ใด ๆ ซัมเมอร์นี้ก็ยังมีหนังที่ทำผลลัพธ์ได้น่าผิดหวังทางด้านรายได้ปะปนกันอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็น "The Mandalorian and Grogu" หนังภาคแยกจากจักรวาล Star Wars ที่ทำเงินได้ต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ หรือจะเป็นฉบับคนแสดงของ "Moana" ของดิสนีย์ ก็นับว่าทำเงินได้ต่ำกว่ามาตรฐานเช่นกัน รวมทั้ง "Supergirl" หนังฮีโร่จากดีซี และ "Masters of the Universe" ก็นับว่าเป็นหนังที่เผชิญหน้ากับรายได้ที่ขาดทุนทั้งสิ้น ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองการณ์ไกลว่า สถานการณ์รายได้หนังในปี 2026 มีโอกาสที่จะปิดปีได้สวยงามกับตัวเลขทะลุหลักหมื่นล้านเหรียญอีกครั้ง นับว่าเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่โควิดแพร่ระบาดที่อาจจะทำสถิติสุดปังนี้ เพราะในอีก 4 เดือนที่เหลือยังมีโปรแกรมหนังใหญ่ ๆ รอเพียบ ไม่ว่าจะเป็น "Practical Magic 2", "Digger", "The Hunger Games: Sunrise on the Reaping" รวมทั้งปิดปีด้วย "Dune: Part 3" กับ "Avengers: Doomsday" ที่คาดว่าจะสร้างปรากฏการณ์แน่ ๆ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เสียงจากผู้ชมยืนยัน "Moana" ครองใจคนดู คว้าคะแนนจากฝั่งผู้ชมสูงถึง 90% ยกเป็นไลฟ์แอ็กชันแห่งปี
Read

เสียงจากผู้ชมยืนยัน "Moana" ครองใจคนดู คว้าคะแนนจากฝั่งผู้ชมสูงถึง 90% ยกเป็นไลฟ์แอ็กชันแห่งปี

แม้ภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันเรื่องล่าสุดอย่างDisney's Moanaโมอาน่าจะถูกพูดถึงในหลากหลายแง่มุม แต่กลับสร้างปรากฏการณ์ได้อย่างน่าจับตา เมื่อผู้ชมจริงพากันกดไลค์เทใจให้เต็ม ๆ จนคะแนนPopcornmeterบนRotten Tomatoesซึ่งมาจากผู้ชมที่ยืนยันการซื้อตั๋วจริง พุ่งสูงถึง90%พร้อมสถานะVerified Hot (คะแนน ณ วันที่15กรกฎาคม2569)สะท้อนถึงกระแสตอบรับที่ดีจากคนดู โดยหลายคนยกให้เป็นหนังครอบครัวที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ซื่อสัตย์และจริงใจต่อต้นฉบับ พร้อมชื่นชมการแสดงของCatherine Laga'aiaในบทโมอาน่าที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีเสน่ห์ อีกทั้งงานภาพของมหาสมุทรก็งดงามตระการตา พร้อมเพลงประกอบที่ยังคงสร้างความประทับใจบนจอใหญ่ หากยังสงสัยว่าDisney's Moanaโมอาน่าจะทำให้กลับไปตกหลุมรักการผจญภัยของสาวน้อยแห่งเกาะโมทูนุยได้อีกครั้งหรือไม่ต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง วันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ สำหรับรีวิวของผู้ชมที่ชื่นชอบDisney's Moanaโมอาน่าจนเทคะแนนให้อย่างล้นหลามบนRotten Tomatoesหลายคนบอกความรู้สึกหลังรับชมว่าสนุกกว่าที่คิดไว้มากรวมถึงเป็นหนังที่ทำให้ยิ้มได้ตั้งแต่ต้นจนจบนอกจากนี้ยังบอกลูก ๆ ชอบ ส่วนพ่อแม่ก็มีความสุขไม่แพ้กันบางส่วนยังย้ำว่าเต็มไปด้วยความอบอุ่นและการผจญภัยที่ทำให้คิดถึงต้นฉบับสิ่งที่น่าสนใจคือ ความคิดเห็นของผู้ชมจำนวนมากเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า แม้ภาพยนตร์จะดำเนินเรื่องใกล้เคียงกับแอนิเมชันต้นฉบับ แต่กลับเป็นข้อดี เพราะทำให้สามารถย้อนกลับไปสัมผัสความประทับใจที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเกือบสิบปีก่อนได้อีกครั้ง ถึงกับบอกว่า นี่คือโมอาน่าที่พวกเขารัก และชื่นชมที่ภาพยนตร์ยังคงรักษาหัวใจของเรื่อง ทั้งการออกเดินทางเพื่อค้นหาตัวตน ความสัมพันธ์ในครอบครัว และการเคารพรากเหง้าทางวัฒนธรรมไว้ได้อย่างครบถ้วน หนึ่งในคำชื่นชมที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือการแสดงของCatherine Laga'aiaนักแสดงน้องใหม่ผู้รับบทโมอาน่า ซึ่งทำให้ผู้ชมจำนวนไม่น้อยตกหลุมรักได้อย่างจัง แฟน ๆ โมอาน่าต่างบอกว่าเธอถ่ายทอดทั้งความกล้าหาญ ความอบอุ่น และเสน่ห์ของตัวละครได้อย่างเป็นธรรมชาติ จนถึงกับยกให้เธอเป็นโมอาน่าจริง ๆ ด้านDwayne Johnsonก็ยังคงสร้างรอยยิ้มในบทมาวอิได้ไม่ต่างจากเวอร์ชันแอนิเมชัน โดยเฉพาะเคมีระหว่างตัวละครทั้งสองที่ผู้ชมมองว่าเป็นหัวใจสำคัญของภาพยนตร์นอกจากนักแสดงแล้ว อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ได้รับเสียงชื่นชมคือความสวยงามของงานสร้าง ทั้งมหาสมุทร เกาะต่าง ๆ และโลกแห่งโพลินีเชียที่ถูกถ่ายทอดอย่างยิ่งใหญ่ หลายคนแนะนำว่าเป็นภาพยนตร์ที่ควรรับชมบนจอใหญ่เพื่อสัมผัสรายละเอียดของภาพและบรรยากาศการผจญภัยได้อย่างเต็มอิ่ม ขณะที่บทเพลงระดับตำนานอย่างHow Far I'll GoและYou're Welcomeก็ยังคงสร้าง ความประทับใจให้กับผู้ชมได้เช่นเดิมเสียงจากผู้ชมจริงทั่วโลกที่ยืนยันว่าDisney's Moanaโมอาน่ามอบประสบการณ์การรับชมที่ทั้งสนุก อบอุ่น และเต็มอิ่มในโรงภาพยนตร์ นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าการเดินทางของโมอาน่ายังคงสร้างแรงบันดาลใจและความประทับใจให้กับผู้ชมทุกวัยได้จริง ๆ แล้วคุณล่ะ พร้อมหรือยังที่จะออกเดินทางตามเสียงเรียกของหัวใจ ไปค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง วันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมกับ กรมกิจการผู้สูงอายุ เดินหน้าสร้างงาน ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย
Read

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมกับ กรมกิจการผู้สูงอายุ เดินหน้าสร้างงาน ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย

นายปราโมทย์ พวงสำลี ผู้อํานวยการ ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล (ธุรกิจค้าปลีก) บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจแม็คโคร-โลตัส ร่วมกับ นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) โครงการ 60 ยังแจ๋ว เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุทำงานที่ แม็คโคร และ โลตัส ส่งเสริมการมีรายได้และมีงานทำพร้อมส่งเสริมคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุ โดยมี นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วย นายชัยวัฒน์ จุฑากรณ์, นายอัตถสิทธิ์ เจียมฉวี และ นางวรรณภา สุขคง พร้อมคณะผู้บริหารร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชาบดี อาคารกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงนามความร่วมมือ (MOU)โครงการ 60 ยังแจ๋วโดย ผู้บริหาร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุทำงานที่ แม็คโคร-โลตัสสร้างงานสร้างรายได้ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ยังแจ๋ว คลับ คอมมูนิตี้ผู้สูงวัยเติมเต็มสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความสัมพันธ์ทางสังคม สำหรับโครงการ โครงการ 60 ยังแจ๋ว เป็นโครงการที่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ดำเนินการมาต่อเนื่องมากว่า 3 ปี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยทั้งด้านการการจ้างงานสร้างรายได้ รวมไปถึงการสร้างพื้นที่แห่งการมีส่วนร่วม ที่ช่วยเติมเต็มทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความสัมพันธ์ทางสังคม ของผู้สูงวัยผ่าน 60 ยังแจ๋ว คลับ คอมมูนิตี้สำหรับ Active Seniors ภายใต้ 3 กลุ่มกิจกรรมหลัก ได้แก่ Fit, Food, Fun เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงวัยได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีคุณค่า และมีความหมายในทุกวัน ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกลุ่มเพื่อติดตามข่าวสารของโครงการ 60 ยังแจ๋ว ได้ผ่าน Line OA: @60plusclub (60 ยังแจ๋ว คลับ) และสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/makroHQ หรือ https://www.facebook.com/lotussth

UN สั่งระงับแผนอพยพเรือฮอร์มุซด่วน! หลังเรือยักษ์โดนถล่มเปิดฉาก
Read

UN สั่งระงับแผนอพยพเรือฮอร์มุซด่วน! หลังเรือยักษ์โดนถล่มเปิดฉาก

#ช่องแคบเฮอร์มุซ #UN #ทันหุ้น - สำนักข่าว CNBC รายงานว่า องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization หรือ IMO) ได้สั่งระงับความพยายามที่มีเป้าหมายในการอพยพเรือและคนประจำเรือที่ติดค้างอยู่ภายในอ่าวตะวันออกกลาง (Middle East Gulf) หลังจากเรือลำหนึ่งถูกโจมตีในบริเวณอ่าวโอมาน (Gulf of Oman) การสั่งระงับดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเรือบรรทุกสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ลำหนึ่งถูกโจมตีด้วยวัตถุขีปนาวุธที่ไม่ทราบชนิดใกล้กับชายฝั่งของประเทศโอมานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ รายหนึ่งได้บอกกับสำนักข่าว MS Now ว่าประเทศอิหร่านอยู่เบื้องหลังการโจมตีในครั้งนี้ แผนการอพยพจะถูกระงับไว้เป็นการชั่วคราว "เพื่อตรวจสอบยืนยันอีกครั้งว่าการรับประกันความปลอดภัยที่จำเป็นนั้นยังคงมีผลบังคับใช้อยู่สำหรับเรือต่างๆ ที่อยู่ในรายชื่ออพยพของเรา รวมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในภูมิภาคนี้" Arsenio Dominguez เลขาธิการองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานชำนาญพิเศษขององค์การสหประชาชาติ (UN) กล่าวในแถลงการณ์ เมื่อถูกถามถึงการตอบสนองต่อการโจมตีดังกล่าว เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งกล่าวว่า "เราได้รับทราบรายงานเหล่านี้แล้วและกำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ ประธานาธิบดี Trump ได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่าอิหร่านไม่สามารถทำลายการไหลเวียนของการเดินเรืออย่างเสรีในช่องแคบได้" โครงการริเริ่มของ IMO ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อวันอังคาร มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนเรือหลายร้อยลำและคนประจำเรือหลายพันคนที่ติดค้างอยู่ให้สามารถแล่นเรือออกจากอ่าวได้ โดยใช้เส้นทางตอนเหนือผ่านน่านน้ำอิหร่าน หรือเส้นทางตอนใต้ผ่านน่านน้ำโอมานภายใต้การกำกับดูแลของสหรัฐฯ ตามที่ IMO ได้ระบุไว้เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ บรรดาเจ้าของเรือต่างพยายามที่จะเดินทางผ่านช่องแคบ Hormuz หลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว (Interim peace deal) เพื่อระงับการสู้รบเป็นเวลา 60 วัน ในขณะที่การเจรจาเพื่อข้อตกลงสันติภาพถาวรกำลังดำเนินไป ซึ่งการสัญจรผ่านช่องแคบ Hormuz ได้ฟื้นตัวขึ้นบางส่วนแต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงครามอย่างมาก ในสัปดาห์ที่ตามหลังการประกาศหยุดยิง มีเรือจำนวน 125 ลำเดินทางผ่านช่องแคบนี้ อ้างอิงตามข้อมูลจาก Lloyds List Intelligence ซึ่งนับเป็นระดับการเดินทางผ่านรายสัปดาห์ที่สูงที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา กองทัพของอิหร่านได้ออกมาเตือนเรือต่างๆ ไม่ให้ใช้เส้นทางตอนใต้ที่ได้รับการอนุมัติจาก IMO และกล่าวว่าเส้นทางเดินเรือผ่านแดนสายใหม่ใดๆ ผ่านช่องแคบ Hormuz ที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากตนนั้น ถือเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้และเป็นอันตราย เนื่องจากรัฐบาลเตหะรานต้องการที่จะตอกย้ำการควบคุมเหนือเส้นทางน้ำขนส่งพลังงานที่สำคัญยิ่งนี้ มีเรืออย่างน้อยสองลำที่ได้ทำการกลับลำ (U-turns) ในระหว่างทางออกจากอ่าวตะวันออกกลาง อ้างอิงตามข้อมูลจาก Lloyds หลังจากที่อิหร่านยืนกรานให้เรือต่างๆ ต้องใช้เส้นทางที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลเตหะรานเท่านั้น โดยเรือทั้งสองลำดังกล่าวต่างกำลังใช้เส้นทางตอนใต้ที่อยู่ใกล้กับแนวชายฝั่งของโอมานมากที่สุด เรือที่ถูกโจมตีนั้นติดธงประเทศสิงคโปร์และมีบริษัทขนส่งยักษ์ใหญ่อย่าง Evergreen เป็นเจ้าของ อ้างอิงตามข้อมูลจาก Lloyds ทั้งนี้เรือลำดังกล่าวไม่ได้เดินทางภายใต้กรอบการทำงานเพื่อการอพยพของ IMO แต่อย่างใด Dominguez กล่าวในแถลงการณ์ ที่มา https://www.cnbc.com/2026/06/26/strait-of-hormuz-vessel-attack-evacuation-pauses-iran-united-states-peace-deal-negotiation-.html

HERE WE GO!! หงส์แดง ปาดหน้าคว้าตัว 'มูนอซ' แข้งดาวรุ่งจากโอซาซูน่า
Read

HERE WE GO!! หงส์แดง ปาดหน้าคว้าตัว 'มูนอซ' แข้งดาวรุ่งจากโอซาซูน่า

มีรายงานว่า ลิเวอร์พูล ปาดหน้า นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด คว้าตัว วิคเตอร์ มูนญอซ วันเดอร์คิดชาวสเปนไปร่วมทีม (Photo by JOSE JORDAN / AFP) วิคเตอร์ มูนญอซ แข้งดาวรุ่งชาวสเปนวัย 22 ปี ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลที่ผ่านมากับ โอซาซูน่า สโมสรในศึกลาลีกา สเปน โดยยิงไป 7 ประตูและทำ 5 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 36 นัด ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมทำให้ วิคเตอร์ มูนญอซ ถูกเรียกตัวติดทีมชาติสเปนชุดลุยศึกฟุตบอลโลก2026 และดูเหมือนว่า มูนอซ เตรียมที่จะย้ายไปค้าแข้งกับ นิวคาสเซิล ด้วยค่าตัว 30 ล้านยูโร ทว่าล่าสุด ตามรายงานจาก ฟาบริซิโอ โรมาโน รายงานว่า ลิเวอร์พูล ได้เข้ามาแทรกแซงและปาดหน้าปิดดีลคว้าตัว วิคเตอร์ มูนญอซ โดยยอมจ่ายค่าฉีกสัญญา 40 ล้านยูโร รายงานเพิ่มเติมว่า ได้มีการบรรลุข้อตกลงส่วนตัวกับ วิคเตอร์ มูนญอซ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และตอนนี้ มูนอส กำลังจะกลายมาเป็นผู้เล่นแนวรุกคนใหม่ของทีม หงส์แดง ภายใต้การคุมทัพของ อันโดนี่ อิราโอล่า ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมบอลวันนี้ ตารางบอลวันนี้ พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด สรุปผลบอล ผลบอลเมื่อคืน เช็กผลบอล ผลบอลสดวันนี้

เคาะรายได้เปิดตัว "Minions & Monsters" ชาว(เหลือง)เรากลับมาป่วน แบบตัวเลขยกกำลัง!
Read

เคาะรายได้เปิดตัว "Minions & Monsters" ชาว(เหลือง)เรากลับมาป่วน แบบตัวเลขยกกำลัง!

ยังคงเป็นเฟรนไชส์หนังเรือธงของสตูดิโอ อิลลูมิเนชัน ภายใต้ชายคา ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส อย่างต่อเนื่อง สำหรับจักรวาลมินเนียน หรือ Despicable Me ที่ตอนนี้เฟรนไชส์นี้ได้เรืองรองในวงการหนังมาต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 16 แล้ว ยังป้อนหนังภาคใหม่ ๆ ออกมาเสิร์ฟผู้ชมไม่ขาดสาย และในปี 2026 ก็หวนกลับสลับไปสู่ความป่วนของชาวมินเนียนส์อีกครั้ง ใน "Minions Monsters" ที่นับว่าเป็นหนังเดี่ยวภาคที่ 3 ของตระกูลมินเนียน Minions Monsters จองคิวเอาไว้เป็นหนังแอนิเมชันรับช่วงวันหยุดยาว เฉลิมฉลองวันชาติอเมริกาในปีนี้ โดยหนังจะลงโรงฉายตั้งแต่วันพุธที่ 1 กรกฎาคม ทำให้จะมีเวลากอบโกยเงินได้ยาวต่อเนื่อง 5-6 วันติดเลยทีเดียว โดยนักวิเคราะห์จาก BoxOfficeTheory ได้ทำการประเมินผลเบื้องต้นเกี่ยวกับรายได้เปิดตัวของภาคที่ 3 ของมินเนียนเรื่องนี้แล้ว คาดว่าหนังจะเปิดตัวได้ราว ๆ 53-62 ล้านเหรียญ ใน 3 ปกติในสุดสัปดาห์แรก ขณะที่ตัวเลขรายได้เปิดตัว 5 วันแรกที่หนังออกฉาย คาดว่าน่าจะอยู่ราว ๆ 84-99 ล้านเหรียญ โดยสังเขปตัวเลขชี้ชัดเอาไว้ที่ 91 ล้านเหรียญ ใน 5 วันแรก โดยในสุดสัปดาห์ดังกล่าวนั้น Minions Monsters ไม่ได้มีคู่แข่งที่น่ากลัวมาแย่งซีน เพราะมีแค่ "Young Washington" เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ที่จะฉายสัปดาห์เดียว แต่ก็มีกลุ่มผู้ชมคนละกลุ่มกันอย่างชัดเจน ทำให้ทางค่อนข้างสะดวกไม่น้อย แต่อย่างไรก็ตาม หาก Minions Monsters ทำเงินเปิดตัวไปได้ราว ๆ 57 ล้านเหรียญ ตามที่คาดการณ์เอาไว้ ก็จะนับว่าเป็นหนังภาคเดี่ยวของมินเนียนที่ออกสตาร์ทได้ต่ำที่สุดกว่าทุกภาคที่ผ่านมา เพราะโดยปกติแล้ว หนังจากจักรวาล Despicable Me นั้น ภาคหลักมักจะทำเงินเปิดตัวได้น้อยกว่าภาคแยก อย่าง Minions เป็นประจำ สถิติที่ผ่านมานั้น หนัง Minions ทั้ง 2 ภาคแรก ต่างเคยทำเงินเปิดตัวแตะระดับร้อยล้านมาทั้งสิ้น ได้แก่ 115.7 ล้านเหรียญ ที่ภาคแรกเคยทำไว้ในปี 2015 และ 107 ล้านเหรียญ ที่ภาค 2 เคยเปิดตัวในปี 2022 ตามลำดับ ดังนั้น อาจจะเป็นการส่งสัญญาณได้ถึงกระแสความนิยมที่ลดหลั่งลงของจักรวาลหนังแห่งนี้ หลังจากเรืองรองมายาวนานับทศวรรษ ที่การกลับมาของ Minions Monsters อาจจะไม่ได้เป็นการตอบโจทย์แฟน ๆ ได้อย่างน่าตื่นเต้นแบบที่เคย ประกอบกับหนังฉายไล่หลังเพียงแค่ 2 สัปดาห์ จาก "Toy Story 5" ของดิสนีย์ ที่หลายฝ่ายมองว่าหนังภาคใหม่ของจักรวาลของเล่นนั้น ดูจะมีภาษีที่ดีกว่า ไม่เพียงเท่านั้น Minions Monsters ยังมี "Moana" ฉบับไลฟ์แอคชัน ที่เหมาะเจาะกลุ่มผู้ชมกลุ่มเดียวกันเป๊ะ ๆ ที่จ่อฉายต่อในสุดสัปดาห์ถัดไปด้วย กลายเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างเป็นตัวแปรสำคัญ ในการสกัดดาวรุ่งให้มินเนียนภาคนี้ไม่สามารถโกยเงินสร้างสถิติใหม่ ๆ ได้อีกครั้ง ซึ่งต้องไม่ลืมว่ามาตรฐานรายได้ของจักรวาลหนังแห่งนี้ มักจะทำเงินรวมทั่วโลกแตะระดับ 900 ล้านเหรียญเป็นอย่างต่ำเสมอ นี่คือชาเลนจ์ที่ท้าทายของเจ้ามินเนียนในปี 2026 นี้ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

Coming Soon
Watch

Coming Soon

ทรัมป์ ขนทัพ CEO ยักษ์ใหญ่ลุย จีน! ดึง Elon Musk-Tim Cook ร่วมถก สี จิ้นผิง
Read

ทรัมป์ ขนทัพ CEO ยักษ์ใหญ่ลุย จีน! ดึง Elon Musk-Tim Cook ร่วมถก สี จิ้นผิง

#ทรัมป์ #ทันหุ้น - สำนักข่าว CNBC รายงานว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เชิญผู้บริหารจากบริษัทที่ใหญ่ที่สุดบางแห่งของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึง อีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลา (Tesla), ทิม คุก ซีอีโอของแอปเปิล (Apple), แลร์รี ฟิงก์ ซีอีโอของแบล็กร็อก (BlackRock) และ เคลลี ออร์ตเบิร์ก ซีอีโอของโบอิ้ง (Boeing) ให้เข้าร่วมคณะเดินทางเยือนประเทศจีนในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ ผู้ที่คาดว่าจะเข้าร่วมคณะผู้แทนของทรัมป์ในการประชุมกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ได้แก่ สตีเฟน ชวาร์ซแมน จากแบล็คสโตน (Blackstone), ไบรอัน ไซคส์ จากคาร์กิลล์ (Cargill), เจน เฟรเซอร์ จากซิตี้กรุ๊ป (Citigroup), จิม แอนเดอร์สัน จากโคฮีเรนต์ (Coherent), เอช. ลอว์เรนซ์ คัลป์ จูเนียร์ จากจีอี แอโรสเปซ (GE Aerospace), เดวิด โซโลมอน จากโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs), เจคอบ เธย์เซน จากอิลลูมินา (Illumina), ไมเคิล มิแบ็ค จากมาสเตอร์การ์ด (Mastercard), ดีนา พาวเวลล์ แมคคอร์มิก ผู้บริหารจากเมตา แพลตฟอร์มส์ (Meta Platforms), ซันเจย์ เมห์โรตรา จากไมครอน เทคโนโลยี (Micron Technology), คริสเตียโน อามอน จากวอลคอมม์ (Qualcomm) และ ไรอัน แมคอิเนอร์นีย์ จากวีซ่า (Visa) โดยเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลดังกล่าวภายใต้เงื่อนไขไม่เปิดเผยตัวตน เนื่องจากยังไม่มีการประกาศรายชื่ออย่างเป็นทางการ ทางด้านโฆษกของซิสโก้ (Cisco) กล่าวว่า ซีอีโอ ชัค ร็อบบินส์ ได้รับคำเชิญจากทำเนียบขาวให้เข้าร่วมการเดินทางในครั้งนี้เช่นกัน แต่ไม่สามารถเดินทางไปได้เนื่องจากติดกำหนดการรายงานผลประกอบการของบริษัท บรรดาผู้บริหารจะร่วมเดินทางไปกับทรัมป์ในทริปนี้ ซึ่งเขากล่าวว่าหวังจะบรรลุข้อตกลงทางธุรกิจและสัญญาการจัดซื้อหลายฉบับกับรัฐบาลปักกิ่ง วาระการประชุมสุดยอดในครั้งนี้คาดว่าจะครอบคลุมเรื่องการค้า, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การควบคุมการส่งออก, ไต้หวัน และสงครามในอิหร่าน โดยทั้งสองฝ่ายเข้าสู่การเจรจาหลังจากเผชิญกับความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สิ่งที่น่าสังเกตคือการขาดหายไปของ เจนเซน ฮวง ซีอีโอของอินวิเดีย (Nvidia) ซึ่งกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในการให้สัมภาษณ์กับ จิม เครเมอร์ จากสำนักข่าว CNBC ว่า "เราควรปล่อยให้ประธานาธิบดีประกาศอะไรก็ตามที่ท่านตัดสินใจจะประกาศ... หากได้รับเชิญ มันจะเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และถือเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่ที่จะได้เป็นตัวแทนของสหรัฐอเมริกา" ขณะที่ เจนเนอรัล มอเตอร์ส (General Motors), ดิสนีย์ (Disney) และ อัลฟาเบต (Alphabet) ก็เป็นบริษัทที่มีผลประโยชน์ในจีนเช่นกัน แต่ทางทำเนียบขาวไม่ได้ระบุชื่อว่าจะมีผู้บริหารเข้าร่วมการเดินทางครั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เจน เฟรเซอร์ จากซิตี้กรุ๊ป กล่าวกับ เลสลี พิกเกอร์ จากสำนักข่าว CNBC ว่า "ฉันคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะได้เห็นการปฏิสัมพันธ์กัน" ระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ พร้อมเสริมว่า "เราทุกคนต่างต้องการให้การปฏิสัมพันธ์นั้นเกิดขึ้น" ที่มา https://www.cnbc.com/2026/05/11/trump-ceos-elon-musk-tim-cook-larry-fink-xi-china-summit.html

จีนสั่งระงับ Meta เข้าซื้อกิจการ “Manus” สตาร์ทอัพ AI มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์
Read

จีนสั่งระงับ Meta เข้าซื้อกิจการ “Manus” สตาร์ทอัพ AI มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์

#Meta #Manus #ทันหุ้น - สำนักข่าว CNBC ได้รายงานว่า หน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจของจีนสั่งการเมื่อวันจันทร์ให้ Meta ยกเลิกการเข้าซื้อกิจการ "Manus" สตาร์ทอัพด้าน AI ในสิงคโปร์ที่มีรากเหง้ามาจากจีน มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) ระบุในแถลงการณ์สั้นๆ ว่า การตัดสินใจห้ามการลงทุนจากต่างประเทศใน Manus เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับ พร้อมเสริมว่าได้ขอให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องถอนธุรกรรมการเข้าซื้อกิจการดังกล่าว CNBC ได้ติดต่อ Meta เพื่อขอความคิดเห็น โดยหุ้นของบริษัทปรับตัวลดลง 0.2% ในช่วงการซื้อขายก่อนเปิดตลาด (Premarket) ข้อตกลงนี้ได้รับความสนใจและการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากทั้งจีนและวอชิงตัน เนื่องจากฝ่ายนิติบัญญัติในสหรัฐฯ ได้สั่งห้ามนักลงทุนอเมริกันสนับสนุนบริษัท AI ของจีนโดยตรง ขณะเดียวกัน รัฐบาลปักกิ่งก็ได้เพิ่มความพยายามในการยับยั้งไม่ให้ผู้ก่อตั้งบริษัท AI ของจีนย้ายธุรกิจออกไปนอกประเทศ การแทรกแซงธุรกรรมครั้งนี้ของรัฐบาลจีนสร้างความตื่นตระหนกในหมู่ผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีและนักลงทุนร่วมลงทุน (VC) ในประเทศ ที่หวังจะใช้ประโยชน์จากโมเดลที่เรียกว่า "Singapore-washing" หรือการย้ายบริษัทจากจีนไปยังสิงคโปร์เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากทั้งปักกิ่งและวอชิงตัน Manus ก่อตั้งขึ้นในจีนก่อนจะย้ายไปยังสิงคโปร์ โดยบริษัทพัฒนาเอเจนท์ AI อเนกประสงค์ (General-purpose AI agents) และได้เปิดตัวเอเจนท์ AI ตัวแรกเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ซึ่งสามารถปฏิบัติภารกิจที่ซับซ้อน เช่น การวิจัยตลาด, การเขียนโค้ด และการวิเคราะห์ข้อมูล การเปิดตัวดังกล่าวส่งผลให้สตาร์ทอัพรายนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็น "DeepSeek รายต่อไป" Manus ระบุว่าบริษัทมีรายได้ที่เกิดขึ้นประจำรายปี (ARR) ทะลุ 100 ล้านดอลลาร์ในเดือนธันวาคม หรือเพียง 8 เดือนหลังจากเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งบริษัทอ้างว่าเป็นสตาร์ทอัพที่ทำสถิติดังกล่าวได้เร็วที่สุดในโลกนับจากศูนย์ เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว บริษัทระดมทุนได้ 75 ล้านดอลลาร์ นำโดย Benchmark ซึ่งเป็นบริษัท VC จากสหรัฐฯ เมื่อครั้งที่ Meta ประกาศข้อตกลงนี้เมื่อปลายปีที่แล้ว ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีกล่าวว่าจะมุ่งเร่งนวัตกรรม AI สำหรับธุรกิจ และรวมระบบอัตโนมัติขั้นสูงเข้ากับผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคและองค์กร รวมถึง Meta AI assistant อย่างไรก็ตาม ในเดือนมกราคม กระทรวงพาณิชย์ของจีนระบุว่าจะดำเนินการประเมินและตรวจสอบว่าการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการส่งออก, การนำเข้าและส่งออกเทคโนโลยี รวมถึงการลงทุนในต่างประเทศอย่างไร โฆษกของ Meta บอกกับ CNBC ในเดือนมีนาคมว่า การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ "เป็นไปตามกฎหมายที่บังคับใช้อย่างครบถ้วน" และทีมงานคาดหวังว่าจะมี "ข้อยุติที่เหมาะสมต่อการสอบสวนดังกล่าว" เมื่อถามถึงความเคลื่อนไหวของจีนในการขวาง Meta ไม่ให้ซื้อ Manus ทางด้าน Chen Xu ประธานการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค (APEC) บอกกับผู้สื่อข่าวว่า "สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายต้องดำเนินการด้วยจิตวิญญาณของผลประโยชน์ร่วมกัน" แม้ Chen จะกล่าวว่าเขาไม่ทราบรายละเอียดเฉพาะเจาะจงของประเด็นนี้ แต่เขากล่าวว่า "หากปัญหาดังกล่าวสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยส่งเสริมการหารือที่มีสาระสำคัญมากขึ้นในเอเปค" อ้างอิงตามคำแปลภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการของทางการจีน ที่มา https://www.cnbc.com/2026/04/27/meta-manus-china-blocks-acquisition-ai-startup.html