Reset

Search results for “#Wisel1A4” - TrueID

Top Result
Watch
Shorts
Game
Privilege
Read
หุ้น Alibaba พุ่งรับชิป AI ใหม่! ปั้น Zhenwu V900 ลุยขยายศูนย์ข้อมูลยักษ์
Read

หุ้น Alibaba พุ่งรับชิป AI ใหม่! ปั้น Zhenwu V900 ลุยขยายศูนย์ข้อมูลยักษ์

#Alibaba #AI #ทันหุ้น - สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หุ้นของ Alibaba ปรับตัวสูงขึ้นราว 3% ในฮ่องกงเมื่อวันอังคาร หลังจากยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีนรายนี้เปิดตัวชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นใหม่ พร้อมแผนการขยายขีดความสามารถของศูนย์ข้อมูลอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นการยกระดับการเดิมพันในโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI ในงานประชุมประจำปี Apsara Conference ของหน่วยธุรกิจคลาวด์ ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองหางโจว Alibaba ได้แนะนำ Zhenwu V900 ซึ่งเป็นชิป AI ยุคใหม่ของบริษัท โดยระบุว่าสามารถมอบประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง Zhenwu M890 ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤษภาคมถึง 3 เท่า บริษัทยังได้ประกาศแผนการขยายความจุศูนย์ข้อมูลระดับโลกของ Alibaba Cloud ให้มากกว่า 20 กิกะวัตต์ภายในปี 2032 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการดำเนินงานที่ครอบคลุมตั้งแต่ชิป โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ไปจนถึงโมเดล AI การประกาศดังกล่าวยิ่งเน้นย้ำถึงการรุกหนักของ Alibaba เข้าสู่กลไกเบื้องหลังการเติบโตของ AI ท่ามกลางกระแสการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างคึกคักของบริษัทเทคโนโลยีตะวันตก ขณะที่การแข่งขันด้านกำลังการประมวลผลทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เมื่อช่วงต้นเดือนนี้ Nvidia ได้เค้าโครงแผนงานที่จะร่วมมือกับพันธมิตรในออสเตรเลียเพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน AI สูงสุดถึง 2 กิกะวัตต์ในประเทศภายในปี 2027 ขณะที่ Meta ได้เปิดเผยแผนงานเมื่อเดือนกรกฎาคมสำหรับศูนย์ข้อมูลแห่งแรกในแคนาดา ซึ่งเป็นสถานที่มีกำลังผลิต 1 กิกะวัตต์ในรัฐอัลเบอร์ตา คาดว่าจะมีมูลค่าราว 9 พันล้านดอลลาร์ และใช้เวลาสร้างเสร็จสมบูรณ์สูงสุดถึง 3 ปี ชิป AI รุ่นใหม่ Zhenwu ของ Alibaba มีกำหนดการผลิตจำนวนมาก (Mass production) และเปิดตัวในเชิงพาณิชย์ในไตรมาสแรกของปี 2027 โดยชิปตระกูล Zhenwu ที่มีอยู่เดิมนั้น ได้ถูกนำไปใช้งานแล้วโดยลูกค้ารวมมากกว่า 650 รายในหลากอุตสาหกรรม รวมถึงยานยนต์ การเงิน พลังงาน และการผลิต บริษัทยังระบุด้วยว่า โมเดล Qwen 4 ยุคใหม่ของตนกำลังอยู่ในช่วงการฝึกฝน (Training) พร้อมทั้งวางแนวทางสำหรับซีรีส์โมเดล Qwen 4.5 และ Qwen 5 ในอนาคต Eddie Wu ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Alibaba Group กล่าวว่า ระบบการคิดของเครื่องจักรยังคงมี "ลานวิ่งเพื่อการเติบโตอีกมหาศาล" โดยเปรียบเทียบการพัฒนา AI ในปัจจุบันกับยุคแรกเริ่มของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไฟฟ้า พร้อมกล่าวเสริมว่า "การเขียนโค้ดด้วย AI ก็เป็นเพียงแค่หลอดไฟของยุคปัญญาประดิษฐ์ของเครื่องจักรเท่านั้น" ขณะเดียวกัน Huawei คู่แข่งในประเทศของ Alibaba ก็ได้เปิดตัวโครงสร้างพื้นฐาน AI ใหม่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งระบุว่าสามารถขยายการรองรับโปรเซสเซอร์ได้มากถึง 1 ล้านตัว ที่มา https://www.cnbc.com/2026/09/22/alibaba-ai-alibabacloud-zhenwu-v900-.html

True Sports 1
Watch

True Sports 1

เปิดจดหมาย "ซาน V8" นักล่าฝัน หลังออกจากบ้าน TRUEAF 2026 ในสัปดาห์ที่ 4
Read

เปิดจดหมาย "ซาน V8" นักล่าฝัน หลังออกจากบ้าน TRUEAF 2026 ในสัปดาห์ที่ 4

เปิดจดหมาย "ซาน V8" นักล่าฝัน หลังออกจากบ้าน True AF2026 ในสัปดาห์ที่ 4หลังจากที่ประกาศผลไปเมื่อสัปดาห์ก่อน สำหรับ True AF2026 สัปดาห์ที่ 4 กับโจทย์ "คนอย่างเธอ ต้องเจอคนอย่างฉัน (Duet)" ที่แน่นอนแล้วว่าผู้ที่ต้องเก็บกระเป๋าออกจากบ้านไปในสัปดาห์ที่ 4 คือหนุ่ม "ซาน V8" หรือ "ซาน กวีขาล เปาอินทร์" ซึ่งเขาได้โชว์เพลง หนุ่มบาว-สาวปาน - คาราบาว และ ปาน ธนพร ร่วมกับ "มิวสิค V3" และ ที่ปรึกษา - กอล์ฟ ไมค์ ร้องคู่กับ "แป้ง V4" ล่าสุดเขายังได้โพสต์ภาพจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของเขาเองระบุเอาไว้ว่า "สวัสดีครับทุกคน ซานกลับมาแล้วครับ เป็นยังไงกันบ้าง สบายดีไหมครับ คิดถึงโลกภายนอกมากๆ มีอะไรเปลี่ยนไปบ้างนะ? ซานได้เดินทางและใช้ชีวิตในบ้าน AF มาครบ 4 สัปดาห์แล้ว ซานได้เรียนรู้และได้ประสบการณ์กลับมาเยอะมากๆ ทั้งการทำงาน การปรับตัว ความสุข มิตรภาพทั้งกับคุณครู และเพื่อนๆ ทั้ง 11 คน เราเดินทางด้วยกัน ผ่านอะไรมาด้วยกัน นอน ร้องไห้ กินข้าว ทำทุกอย่างด้วยกัน 24 ชัวโมง ซานผูกพันธ์กับทุกคนมากๆ รักมากๆ และเห็นเป็นครอบครัวเดียวกันถึงซานเป็นคนที่ออกจากบ้านใน week นี้ ภาพประกอบจาก san.kwk แต่ซานไม่ได้รู้สึกเสียใจเลย เพราะซานทำเต็มที่และสนุกกับโชว์แล้ว ซานภูมิใจกับผลงานที่ออกมาและยังเชื่อว่าสามารถพัฒนาต่อไป อยากขอบคุณทุกกพลังใจ กำลังเชียร์ และกำลังโหวตจากทุกคนมากๆ นะครับ มันเป็นสิ่งสำคัญกับซานมากๆ ซานสัญญาว่าจะพัฒนาตัวเองต่อไป ทำให้ดีขึ้นเรื่อง เส้นทางความฝันของซานจะเป็นยังไงต่อ ต้องฝากทุกคนติดตามด้วยนะครับ (จะทำให้ได้เลย) พอได้ออกมาซานไม่คิดว่าจะมีคนรักขนาดนี้ รู้สึกอบอุ่นใจและกล้าที่จะปลดล็อคตัวเอง ซานรู้สึกเหมือนมีครอบครัวใหญ่ขึ้น ซึ่งหนทางต่อไปไม่รู้จะต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่ยังมีครอบครัวแฟนคลับเป็นกำลังใจให้อยู่ตลอดเวลา ทำให้ซานพร้อมจะเดินหน้าต่อไป ซานเคารพในความฝันของตัวเองมากๆ ฝากติดตามเส้นทางของซานต่อไปด้วยนะครับ รักมากมาก" โดยมีแฟนคลับของเขาเข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจเป็นจำนวนมากใต้โพสต์ดังกล่าว ภาพประกอบจาก san.kwk ภาพประกอบจาก san.kwk

"Classroom of the Elite" ไฟเขียวประกาศสร้างซีซัน 5 เปิดศึกเอาชีวิตรอดครั้งใหม่!
Read

"Classroom of the Elite" ไฟเขียวประกาศสร้างซีซัน 5 เปิดศึกเอาชีวิตรอดครั้งใหม่!

ถือเป็นอีกหนึ่งอนิเมะกระแสแรงที่ทุบสถิติความปังอย่างต่อเนื่อง และในที่สุดก็ได้รับไฟเขียวให้ไปต่อแบบไม่ต้องพัก! สำหรับ Classroom of the Elite Season 4 ขอต้อนรับสู่ห้องเรียนนิยม (เฉพาะ) ยอดคน ซีซัน 4 ภาค ปี 2 เทอม 1 ที่เพิ่งจะพาทุกคนเข้าสู่เนื้อหาอันเข้มข้นจบลงไป ยิ่งไปกว่านั้นทางออฟฟิเชียลยังเซอร์ไพรส์แฟน ๆ ด้วยการประกาศสร้าง Classroom of the Elite Season 5 ต่อเนื่องทันทีในเวลาอันรวดเร็ว เรียกว่าไม่ปล่อยให้พวกเราต้องคอยนานเลย ส่วนกำหนดการออกอากาศอย่างเป็นทางการจะเป็นช่วงไหนนั้น มารอลุ้นและปูเสื่อรอไปพร้อม ๆ กันได้เลย สำหรับเนื้อหาใน Classroom of the Elite ซีซัน 4 จะเป็นการเปิดฉากภาคเรียนใหม่ที่ทวีความตึงเครียดขึ้นหลายเท่าตัว เมื่อเหล่านักเรียนใหม่ชั้นปี 1 ก้าวเข้ามามีส่วนสำคัญในแผนการไล่ อายาโนะโคจิ คิโยทากะ ออกจากโรงเรียน เริ่มต้นตั้งแต่การจับคู่สอบสุดกดดันที่บีบให้อายาโนะโคจิถึงกับต้องได้รับบาดเจ็บ ทว่านั่นก็ทำให้เขาเริ่มมองเห็นเค้าลางและรับรู้ถึงตัวตนของศัตรูคนใหม่จากไวท์รูมที่รักษาการผู้อำนวยการสึกิชิโระส่งมาแฝงตัวอยู่ ไฮไลต์สำคัญที่ทุกคนห้ามกะพริบตาคือการสอบพิเศษบนเกาะร้างครั้งใหม่ ซึ่งเป็นการเดิมพันอันโหดร้ายที่ชี้ชะตาของเหล่านักเรียนทุกชั้นปี ทุกคนต้องงัดทุกกลยุทธ์เพื่อเก็บรวบรวมคะแนนและเอาตัวรอดในโรงเรียนแห่งนี้ให้ได้ ในซีซันนี้อายาโนะโคจิจะต้องรับมือกับแผนการสกปรกและการรุมโจมตีรอบทิศทาง ทั้งจากกลุ่มเด็กปี 1 ที่หวังล่าพอยต์จำนวนมหาศาลจากการล้มเขา และการลงมืออย่างเลือดเย็นของสึกิชิโระ ทว่าด้วยสมองระดับอัจฉริยะ แผนการอันแยบยล และการร่วมมือลับ ๆ จากหลายฝ่ายก็เริ่มทำให้เขาเข้าใกล้เป้าหมายเข้าไปทุกที ช่วงเวลาอีก 1 ปีครึ่งที่เหลือในรั้วโรงเรียนแห่งนี้จะดุเดือดและหักเหลี่ยมเฉือนคมกันขนาดไหน? มาร่วมติดตามชมไปพร้อมกัน!

ดูอนิเมะ ขอต้อนรับสู่ห้องเรียนนิยม (เฉพาะ) ยอดคน ซีซัน 4 EP.13 เปิดฉากเค้นความจริงกลางป่า
Read

ดูอนิเมะ ขอต้อนรับสู่ห้องเรียนนิยม (เฉพาะ) ยอดคน ซีซัน 4 EP.13 เปิดฉากเค้นความจริงกลางป่า

ดูอนิเมะออนไลน์ Classroom of the Elite Season 4 ขอต้อนรับสู่ห้องเรียนนิยม (เฉพาะ) ยอดคน ซีซัน 4 ภาค ปี 2 เทอม 1 ตอนที่ 13 ในระหว่างที่อายาโนะโคจิกำลังมุ่งหน้าข้ามภูเขาไปยังเป้าหมายถัดไป นานาเสะก็ได้เริ่มเปิดเผยความลับเกี่ยวกับไวท์รูม รวมถึงคำสั่งลับที่เธอได้รับมาจากรักษาการผู้อำนวยการสึกิชิโระ ทันทีที่บทสนทนาจบลงนานาเสะก็เปิดฉากโจมตีใส่เขาอย่างไร้ปรานี ทว่าอายาโนะโคจิกลับรับมือและปัดป้องท่วงท่าของเธอได้อย่างเหนือชั้น ในระเบิดอารมณ์นั้นนานาเสะได้พร่ำเพ้อคำพูดชวนสับสนว่าตนเองคือ มัตสึโอะ เอย์อิจิโร่ ที่เฝ้ารอวันจะสะสางความแค้นนี้มาโดยตลอด ทว่าท้ายที่สุดความต่างชั้นของพละกำลังก็ทำให้เธอต้องหลั่งน้ำตาด้วยความสิ้นหวังที่ไม่สามารถทำอะไรชายตรงหน้าได้เลย ในอีกด้านหนึ่งยางามิพยายามวางแผนยืมมือคุชิดะให้ไปทำลายหลักฐานของทั้งสองคน แต่ยังไม่ทันได้ลงมืออามะซาวะรุ่นน้องปี 1 กลับเข้าประชิดตัวและลงมือจู่โจมคุชิดะอย่างรุนแรง พร้อมเอ่ยปากขู่ว่าจะแฉอดีตอันเน่าเฟะสมัยมัธยมต้นของเธอ สามารถรับชมอนิเมะ Classroom of the Elite ซีซัน 4 อัปเดตตอนใหม่ทุกวันพุธ เวลาประมาณ 19:30 น. ที่ทรูไอดี ดูอนิเมะ ขอต้อนรับสู่ห้องเรียนนิยม (เฉพาะ) ยอดคน ซีซัน 4 ตอนที่ 13 เรื่องราวในตอนที่ 13 อามาซาวะได้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าอายาโนะโคจิและนานาเสะที่เพิ่งจับมือเป็นพันธมิตรกัน ทว่านานาเสะที่เคยไล่ตามบุคคลปริศนาซึ่งใส่เสื้อคลุมและมีทรงผมสะดุดตาตอนที่โคมิยะกับคิโนชิตะถูกทำร้ายในป่า มั่นใจว่าคนคนนั้นคืออามาซาวะไม่ผิดแน่ เธอจึงเปิดฉากเค้นความจริงทันทีว่า...อามาซาวะคือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ลอบทำร้ายในครั้งนั้นใช่หรือไม่!

ดูอนิเมะ ขอต้อนรับสู่ห้องเรียนนิยม (เฉพาะ) ยอดคน ซีซัน 4 EP.11 สัญญาณฉุกเฉินปลุกป่าเดือด
Read

ดูอนิเมะ ขอต้อนรับสู่ห้องเรียนนิยม (เฉพาะ) ยอดคน ซีซัน 4 EP.11 สัญญาณฉุกเฉินปลุกป่าเดือด

ดูอนิเมะออนไลน์ Classroom of the Elite Season 4 ขอต้อนรับสู่ห้องเรียนนิยม (เฉพาะ) ยอดคน ซีซัน 4 ภาค ปี 2 เทอม 1 ตอนที่ 11 อายาโนะโคจิต้องเผชิญหน้ากับโจทย์ในยามที่ตนเองไม่ถนัดจนทำให้พลาดท่าในการทดสอบครั้งนี้ไปอย่างน่าเสียดาย ต่อมาด้วยความบังเอิญอายาโนะโคจิและนานาเสะได้มาตั้งแคมป์ร่วมกับกลุ่มของสุโด้ ซึ่งในกลุ่มมีคันจิเพื่อนร่วมห้องที่กำลังจมอยู่กับความกลัดกลุ้มเรื่องของชิโนฮาระ เด็กสาวที่เขาแอบชอบแต่ไม่กล้าสารภาพรักตรง ๆ จนเธอตัดสินใจไปจับกลุ่มกับคนอื่น ความกังวลนี้ทำให้เขาหมดสนุกจนเพื่อน ๆ สังเกตเห็นได้ แต่สุดท้ายเขาก็ได้คำแนะนำจากนานาเสะช่วยดึงสติให้กลับมาฮึดสู้อีกครั้ง เมื่อการเดินทางเข้าสู่วันที่ 3 อายาโนะโคจิต้องรับมือกับคำเตือนจากนากุโมะ เขาจึงต้องคิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบยิ่งขึ้นเพื่อหาทางรับมือกับการสอบพิเศษครั้งนี้ พร้อมทั้งวางกลยุทธ์ต่าง ๆ มาสนับสนุนเพื่อให้คะแนนอยู่ในอันดับที่ตั้งเป้าไว้ ทว่าเมื่อวันที่ 4 เริ่มต้นขึ้น เสียงสัญญาณเตือนฉุกเฉินกลับดังสนั่นขึ้นอย่างไม่คาดคิด...สามารถรับชมอนิเมะ Classroom of the Elite ซีซัน 4 อัปเดตตอนใหม่ทุกวันพุธ เวลาประมาณ 19:30 น. ที่ทรูไอดี ดูอนิเมะ ขอต้อนรับสู่ห้องเรียนนิยม (เฉพาะ) ยอดคน ซีซัน 4 ตอนที่ 11 เรื่องราวในตอนที่ 11 ท่ามกลางความมืดมิดและบรรยากาศชวนอึดอัดในผืนป่า อายาโนะโคจิและพรรคพวกได้รีบเร่งออกตามหาต้นตอของสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉิน จนกระทั่งได้พบร่างของ โคมิยะและคิโนชิตะนอนหมดสติอยู่ เมื่อโคมิยะฟื้นคืนสติขึ้นมา เขาเล่าเหตุการณ์ชวนขนลุกว่า ในระหว่างทางที่หยุดพักเพื่อรอชิโนฮาระซึ่งแยกตัวไปทำธุระส่วนตัว เขากำลังยืนคุยกับคิโนชิตะอยู่ดี ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีแรงกระแทกอย่างรุนแรงเข้าที่น่อง ก่อนที่สติจะดับวูบและร่วงหล่นลงสู่ก้นเหว เกิดอะไรขึ้นในป่าแห่งนี้กันแน่? และใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการลอบโจมตีครั้งนี้

ทำความรู้จัก เรด แอสเทรอา อนิเมะ Re: Zero รีเซทชีวิต ฝ่าวิกฤตต่างโลก ซีซัน 4
Read

ทำความรู้จัก เรด แอสเทรอา อนิเมะ Re: Zero รีเซทชีวิต ฝ่าวิกฤตต่างโลก ซีซัน 4

เรด แอสเทรอา ตัวละครจากอนิเมะ Re: Zero - Starting Life in Another World Season 4 รี:ซีโร่ รีเซทชีวิต ฝ่าวิกฤตต่างโลก ซีซัน 4 เขาคือดาบศักดิ์สิทธิ์รุ่นแรก ผู้ทำหน้าที่เป็นผู้คุมบททดสอบชั้นที่สองของหอสังเกตการณ์ไพลยาดีส ซึ่งเขากลายเป็นกำแพงยักษ์คอยขัดขวางพวกของสุบารุ โดยเฉพาะกับยูลิอุสจึงทำให้พวกเขาต้องหาหนทางรับมืออย่างรอบคอบ เพื่อเอาชนะบททดสอบของเขาให้ได้ ถ้าพูดถึงนิสัยใจคอของเรด ต้องบอกเลยว่าเขาเป็นคนตรงไปตรงมาจนเข้าขั้นขวานผ่าซาก แถมยังพกความหยาบคายมาเต็มกระเป๋า เอกลักษณ์ประจำตัวคือการชอบพ่นประโยคสั้น ๆ แต่แฝงไปด้วยคำถากถางเจ็บจี๊ดไปถึงทรวง จนทำให้คู่ต่อสู้รู้สึกต้อยต่ำและหมดหวังราวกับไม่มีวันก้าวข้ามเขาได้เลย นอกจากความกวนเบื้องล่างแล้ว เรดแฝงตัวเป็นเสือผู้หญิงตัวพ่อชนิดที่ว่าเห็นสาวงามเป็นไม่ได้ เพราะขนาดในระหว่างการต่อสู้อันตึงเครียด เขาก็ยังแอบลวนลามเอมิเลียด้วยสายตาและคำพูด จนสุดท้ายกลายเป็นช่องโหว่ให้เธอสวนกลับและพลาดท่าไปอย่างน่าเขกกะโหลก แต่เห็นท่าทางดิบเถื่อนและขี้หลีแบบนี้ อย่าเพิ่งสบประมาทเชียว เพราะลึกลงไปแล้วเรดคือคนฉลาดเป็นกรดและมีไหวพริบในการต่อสู้ที่เฉียบคมจนน่ากลัว ในอดีตเขาเคยบ้าคลั่งถึงขนาดใช้เวลา 3 เดือนเต็มขลุกอยู่กับการยกและกวัดแกว่งดาบเพียงอย่างเดียวซ้ำไปซ้ำมา จนความมุ่งมั่นนั้นส่งให้เขากลายเป็นมนุษย์คนแรกในประวัติศาสตร์ที่เข้าถึงแก่นแท้ของ วิถีดาบแห่งสวรรค์ได้สำเร็จ ในโลกของ Re:Zero เรดถูกจัดให้เป็นหนึ่งในตัวละครที่แข็งแกร่งที่สุดในระดับ Top Tier ของเรื่อง เขาสามารถเด็ดหัวคนที่ได้ชื่อว่าเก่งที่สุดในโลกได้อย่างง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก ซึ่งถ้าจะหาคนที่มีพลังดิบพอจะฟัดกับเขาได้ ก็คงมีแค่ไรน์ฮาร์ดเท่านั้น ความน่ากลัวของเรดคือต่อให้เขาจะไม่มีอาวุธและสู้ด้วยมือเปล่า เขาก็ยังเป็นมนุษย์ที่ไร้เทียมทานที่สุดอยู่ดี ยูลิอุสที่ว่าแน่ยังโดนเขาต้อนจนมุมได้อย่างง่ายดาย และเกือบจะชนะเอมิเลียได้อยู่แล้ว ถ้าไม่ติดนิสัยหื่นกามมัวแต่เต๊าะเธอทางสายตาจนโดนสวนกลับมาเสียก่อน ในฐานะผู้ไร้เทียมทานแห่งวิถีดาบสวรรค์ เรดเคยลั่นวาจาไว้ว่า เขาไม่จำเป็นต้องใช้ดาบจริงด้วยซ้ำก็สามารถฟันทุกสิ่งให้ขาดสะบั้นได้ ซึ่งเขาก็พิสูจน์ให้เห็นเต็มสองตามาแล้ว ด้วยการหยิบแค่ตะเกียบไม้หรือใช้เพียงมือเปล่ามารับมือกับการโจมตีของยูลิอุสและเอมิเลีย เพลงดาบของเขาร้ายกาจถึงขั้นสร้างลำแสงทำลายล้างที่สลายทุกสิ่งให้กลายเป็นจุลได้ และสิ่งที่ทำให้คนดูต้องอ้าปากค้างที่สุดก็คือ เขาสามารถฟันสิ่งที่ไม่มีตัวตนได้ ไม่ว่าจะเป็นลําแสง หรือแม้กระทั่งเวทมนตร์ที่เป็นพลังงานบริสุทธิ์ ก็ถูกเพลงดาบของเรดฟันจนขาดกระจุยกระจายได้อย่างหน้าตาเฉย เรียกได้ว่าเป็นตัวบั๊กของซีซันนี้ที่พวกสุบารุต้องเจอศึกหนักของจริง

CPWโชว์ฟอร์มQ1กำไรพุ่งฉลุย75% รุกAIและIoTหนุนไลฟ์สไตล์โต
Read

CPWโชว์ฟอร์มQ1กำไรพุ่งฉลุย75% รุกAIและIoTหนุนไลฟ์สไตล์โต

#ทันหุ้น - “บมจ.คอปเปอร์ ไวร์ด หรือ CPW” ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2569 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีสู่ยุค AI และ IoT เต็มรูปแบบ พร้อมโชว์ประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุน ดันกำไรสุทธิทะยานกว่า 75.10% โดยทำกำไรสุทธิ 43.32 ล้านบาท มีรายได้จากการขายและบริการ  2,889.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.53% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ยอดขายสินค้าทุกประเภทขายดี  ทั้งจากกลุ่มสินค้าสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และแกดเจ็ตดิจิทัลไลฟ์สไตล์  ล่าสุด ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 มีร้านค้าปลีกภายใต้การบริหารงานจำนวน 108 สาขา เผยปีนี้รุกหนักในกลุ่ม AI และ IoT ควบคู่ไปกับการปักหมุดในทำเลทางยุทธศาสตร์นายปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอปเปอร์ ไวร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ CPW เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทในงวดไตรมาส 1/2569 มีรายได้จากการขายและบริการ 2,889.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.53% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าทุกประเภท ทั้งจากกลุ่มสินค้าสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และแกดเจ็ตดิจิทัลไลฟ์สไตล์ขณะที่มีกำไรสุทธิ 43.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.58 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 75.10% จากงวดเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงขีดความสามารถในการแข่งขันและการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลได้อย่างแม่นยำ และสามารถยกระดับอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ขึ้นสู่ระดับ 13.30% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 11.88%“ยอดขายมีการเติบโตในทุกพอร์ตสินค้าหลัก ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุด, คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง, แท็บเล็ตสำหรับการทำงานยุคใหม่ รวมถึงดิจิทัลไลฟ์สไตล์แกดเจ็ตที่เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเข้าสู่ยุค AI และ IoT อย่างเต็มรูปแบบ อุปกรณ์อัจฉริยะจึงกลายเป็นหัวใจหลักที่ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” นายปรเมศร์ กล่าวปัจจุบัน CPW มีเครือข่ายร้านค้าที่แข็งแกร่งรวม 108 สาขา ในทำเลทางยุทธศาสตร์ทั่วประเทศ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำระดับโลก ล่าสุด ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ มีร้านค้าปลีก ประกอบด้วย ร้าน Dotlife (ดอทไลฟ์) จำนวน 18 สาขา ร้าน Apple Brand Shop จำนวน 25 สาขา ศูนย์บริการ iServe จำนวน 1 สาขา ร้าน AIS จำนวน 24 สาขา Samsung จำนวน 22 สาขา และ ร้าน Xiaomi จำนวน 7 สาขา ร้าน SB Life Connect จำนวน 1 สาขา ร้าน Nintendo Authorized Store By SYNNEX จำนวน 1 สาขา ร้าน Huawei จำนวน 7 สาขา ร้าน Digital lab 1 สาขา และร้าน TECHHOUSE by Dotlife 1 สาขา“ปี 2569 จะเป็นปีที่เราให้ความสำคัญกับการบริหารพอร์ตสินค้าที่หลากหลายและสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับลูกค้า การรุกหนักในกลุ่ม AI และ IoT ควบคู่ไปกับการปักหมุดในทำเลทางยุทธศาสตร์ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ CPW สร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวให้กับผู้ถือหุ้น”นายปรเมศร์ กล่าวทิ้งท้าย

นักพัฒนาญี่ปุ่นชี้ Wuthering Waves คือ "สัตว์ประหลาด" แห่งวงการ UE4!
Read

นักพัฒนาญี่ปุ่นชี้ Wuthering Waves คือ "สัตว์ประหลาด" แห่งวงการ UE4!

ในยุคที่เกมมือถือพยายามวิ่งไล่ตามกราฟิกคอนโซล หลายคนอาจมองว่าการใช้ Unreal Engine 4 เริ่มกลายเป็นเรื่องล้าสมัยไปแล้ว แต่สำหรับสตูดิโออย่าง Kuro Games คำว่า "ข้อจำกัด" ดูเหมือนจะไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของพวกเขา ล่าสุดทางสื่อ AUTOMATON Japan ได้ร่วมพูดคุยกับคุณ Masahiko Nakamura ผู้เชี่ยวชาญด้าน Unreal Engine ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น ที่ออกมาให้ความเห็นว่าเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง Wuthering Waves นั้นไม่ได้แค่ "ล้ำหน้า" แต่มันเข้าขั้น "สัตว์ประหลาด" ที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์เดิม ๆ ของ UE4 ไปไกลเกินกว่าใครจะจินตนาการถึง!จากบทสัมภาษณ์คุณ Nakamura ได้เผยความจริงที่น่าตกใจว่า แม้ Wuthering Waves จะรันบน UE4.26 แต่สิ่งที่อยู่ภายในกลับเป็น "เทคโนโลยีข้ามรุ่น" ซึ่งทีมงาน Kuro Games ทำการ "Backport" หรือยกเอาฟีเจอร์ระดับเทพจาก Unreal Engine 5 อย่างระบบแสง Lumen มายัดลงใน UE4 และปรับแต่งเองจนใช้งานได้จริง ซึ่งในสายตาของนักพัฒนาด้วยกัน สิ่งนี้คือการทำงานที่ยากและซับซ้อนมากอีกทั้งยังมีการนำระบบ Hardware Ray Tracing มาใช้ควบคู่กับตัวละครแนวอนิเมะ (Toon Shading) ซึ่งปกติแล้วแสงเงาระดับสูงมักจะทำให้หน้าตัวละครอนิเมะดู "แปลก" หรือ "แข็ง" แต่ทีมงานกลับสามารถแก้โจทย์นี้จนภาพออกมานุ่มนวลและเป็นธรรมชาติได้ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมทีมถึงไม่ใช้ UE5 ทางคุณ Nakamura ได้วิเคราะห์ว่า อาจเป็นเหตุมาจากความเสี่ยงในฐานะเกม Live-service ที่การอัปเกรดเวอร์ชันอาจทำให้ระบบที่ "โม" ไว้พังพินาศ ทีมพัฒนาจึงเลือกทางที่บ้าบิ่นกว่า คือการสร้าง "UE4 ในแบบฉบับของตัวเอง" ขึ้นมาแทนและด้วยความที่ทางทีมพัฒนาทำการปรับแต่งจนเอนจินกลายเป็นของเฉพาะตัวขนาดนี้ นั่นหมายความว่าพวกเขาไม่สามารถขอความช่วยเหลือจาก Epic Games ได้เลย เพราะงั้นไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรก็ต้องแก้เอง 100% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Kuro Games มีทีมวิศวกรที่ฝีมือเข้าขั้น "ปีศาจ" ของจริงเลยเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า Wuthering Waves ไม่ได้เป็นเพียงเกมแอ็กชันฟอร์มยักษ์ทั่วไป แต่มันคือผลงานชิ้นโบแดงที่โชว์ศักยภาพสูงสุดของมนุษย์ในการเอาชนะข้อจำกัดของซอฟต์แวร์ การที่นักพัฒนาญี่ปุ่นยกย่องให้เกมนี้เป็น "สัตว์ประหลาด" จึงไม่ใช่คำกล่าวเกินจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะภายใต้ภาพตัวละครที่สวยงามที่เราเห็นกันอยู่นั้น คือกองทัพเทคโนโลยีที่ถูกปรับแต่งจนถึงขีดสุด เพื่อส่งมอบประสบการณ์ระดับ Next-gen ให้ถึงมือผู้เล่นทั้งบน PC และมือถืออย่างแท้จริง!แปลและเรียบเรียงจาก : automaton-media.com

Star Fox เกมยานยิงระดับตำนาน ประกาศเวอร์ชันรีเมคเตรียมมากระหน่ำกระสุนกันบน Switch 2!
Read

Star Fox เกมยานยิงระดับตำนาน ประกาศเวอร์ชันรีเมคเตรียมมากระหน่ำกระสุนกันบน Switch 2!

มากันอย่างเซอร์ไพร์ส! แถมยังเรียกเสียงเฮให้เหล่าแฟน ๆ กันแบบสุด ๆ ! เมื่อล่าสุดใน Star Fox Direct ที่จัดขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ทาง Nintendo ก็ได้มีการประกาศเปิดตัว "Star Fox" เกมเวอร์ชันรีเมคของเกมยานยิงในตำนานอย่าง "Star Fox 64" ออกมา! โดยตัวเกมนั้นมีกำหนดจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 มิถุนายน 2026 บนเครื่อง Nintendo Switch 2!โดยผู้เล่นจะได้มาสัมผัสโหมดเกมเพลย์ใหม่ ๆ รวมถึงโหมดที่คุ้นเคย ไปในภารกิจสุดอันตรายเพื่อที่จะปกป้องระบบดาว Lylat ที่ในตัวเกมเวอร์ชันรีเมคนี้เราจะได้มาสำรวจรายละเอียดของระบบดาวที่มีความสมจริงยิ่งขึ้นด้วยการยกระดับกราฟิกครั้งใหม่!Pre-order now: https://t.co/vQLtCcVF3v— Nintendo of America (@NintendoAmerica) May 7, 2026 Star Fox DirectAndross นักวิทยาศาสตร์ผู้บ้าคลั่งได้หาทางเข้ายึดครองระบบดาว Lylat และมีเพียง Fox McCloud และผองเพื่อนทีม Star Fox เท่านั้นที่จะขัดขวางเขาได้ มาร่วมขับยาน Arwing และทะยานออกไปทั่วระบบดาวพร้อมกับยืนหยัดต่อสู้กับกองกำลังศัตรูพร้อม ๆ ไปกับการวาดลีลาการยิงอันผาดโผนชวนระทึก ไม่ว่าจะเป็น Barrel Rolls และ Somersaults เพื่อหาทางในการสลัดศัตรูให้หลุด! ค้นหาเส้นทางอื่น ๆ ในระบบดาว Lylat ในระหว่างรอบการเล่นซ้ำรอบใหม่ ๆ พร้อมรับภารกิจและชาเลนจ์สุดท้าทายใหม่ ๆ และนอกจากนั้นเรายังสามารถร่วมทีมกับเพื่อน ๆ เพื่อสนุกไปในโหมดต่อสู้ใหม่ล่าสุดอย่าง โหมดต่อสู้ 4-vs-4 multiplayerStar Fox นั้นจะมาพร้อมด้วยการปรับปรุง Chatacter Design ทั้งหมด ด่านที่ได้รับการปรับภาพลักษณ์สดใหม่ รวมไปถึงฉากคัตซีนที่มากไปด้วยรายละเอียด และนอกจากนั้นยังมาพร้อมด้วยเสียงพากย์แบบเต็มรูปแบบ และเพลงประกอบ orchestra สุดอลังการ ไม่เพียงเท่านั้นตัวเกมยังรองรับ Joy-Con 2 mouse controls และฟีเจอร์ใหม่อย่าง GameChat ที่จะให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การนั่งอยู่ใน Cockpit ในฐานะตัวละครตัวโปรดจากจักรวาล Star Fox!การผจญภัยสุดทันสมัยStar Fox นั้นสร้างขึ้นโดยอ้างอิงจากเกม Star Fox 64 โดยมาพร้อมกับการยกระดับภาพครั้งใหญ่ที่จะใช้ประโยชน์และดึงประสิทธิภาพของระบบ Nintendo Switch 2 มาใช้อย่างเต็มที่ออกสำรวจไปตามดาวเคราะห์ที่หลากหลาย และภายในเนบิวลาซึ่งอยู่ในระบบดาว Lylat ซึ่งจะมีตั้งแต่โลกสีสันสดใสของ Corneria ไปจนถึงมหาสมุทรที่ทั้งโดดเดี่ยวและปนเปื้อนของ Zonessนอกจากนั้นตัวเกมก็ยังมีฉากคัตซีน Cinematic ใหม่ ๆ รวมไปถึง Dialogue ที่มีเสียงพากย์เต็มรูปแบบและการสรุปภารกิจระหว่างด่านในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งสิ่งนี้ก็จะช่วยให้ผู้เล่นได้มาเรียนรู้และทำความรู้จักกับตัวละครและโลกต่าง ๆ ในจักรวาล Star Fox มากยิ่งขึ้นระบการต่อสู่ในอวกาศสุดเข้มข้นกระโดดขึ้นยาน Arwing ยานรบประสิทธิภาพสูง และใช้เลเซอร์ในการจัดการกองกำลังศัตรูคุณยังสามารถเบรกกลางอากาศเพื่อสลัดศัตรู และก็ยังสามาถรใช้ Boost ในการทำ somersault และ barrel rolls ในการป้องกันการโจมตีจากศัตรูGame Mode ทั้งโหมดใหม่ และโหมดที่คุ้นเคยCampaign Modeออกเดินทางไปตามดาวเคราะห์ที่มากมายและหลากหลาย เดินทางฝ่า Asteroid Fields และเข้าร่วมการต่อสู้กลางอากาศแบบอิสระเลือกระดับความยากระหว่าง Easy หรือ Normal ในตอนเริ่มต้น และขัดเกลาฝึกฝนสกิลเพื่อรวบรวมเหรียญตราทั้งหมดเพื่อที่จะนำมาปลดล็อกความยากระดับ Expertเป้าหมายที่ทำสำเร็จ ศัตรูที่จัดการ และการกระทำอื่น ๆ ของคุณนั้น อาจจะทำให้เส้นทางและสิ่งต่าง ๆ ที่ทำได้ในแต่ละด่านเกิดการเปลี่ยนแปลง และนอกจากนั้นการใช้เส้นทางอื่น ๆ ที่แตกต่าง ก็อาจจะส่งผลต่อด่านที่คุณได้พบระหว่างทางด้วยChallenge Modeเล่นด่านที่เคยเคลียร์ซ้ำใหม่อีกครั้ง และรับภารกิจที่มาพร้อมเป้าหมายและการท้าทายใหม่ ๆ ! โดยโหมด Challenge นั้นจะมีให้เล่นในความยากระดับ Normal หรือ ExpertBattle Modeรวมกลุ่ม Crew แล้วมาแข่งไปในการต่อสู้กลางอากาศ 4v4 แบบใหม่ ! ที่รองรับสูงสุดถึง 8 ผู้เล่น! โดยจะแบ่งทีมเป็น Team Star Fox และ Team Star Wolf โดยในโหมดนี้นั้นจะมาพร้อมด้วยด่านสามด่านที่มีเป้าหมายแตกต่างกันไปทั้งการชิงพื้นที่บน Corneriaรวบรวม energy crystals บน Fichinaหรือ การกู้คืนสินค้าจากโจรสลัดอวกาศใน Sector Yเข้าร่วมการต่อสู้แบบออนไลน์ได้ผ่านระบบแมตช์ส่วนตัว หรือจะจับคู่กับผู้เล่นในระยะด้วย GameShare!ฟีเจอร์เพิ่มเติมสำหรับ Nintendo Switch 2การควบคุม Mouse Controls ด้วย Joy-Con 2หากคุณเล่นตัวเกมคนเดียวในโหมด Campaign Mode และ/หรือ Challenge Mode คุณสามารถที่จะสลับสับเปลี่ยนระหว่างการควบคุมด้วยเมาส์หรือปุ่มได้อย่างลื่นไหลด้วยคอนโทรลเลอร์ Joy-Con 2การควบคุมแบบ Mouse Control นั้น จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถเล็งเป้าได้ง่ายมากขึ้นGameChat Character Avatars และ AR Filterพูดคุยกับเพื่อนของคุณอย่างมีสีสันด้วยระบบ GameChat ที่จะให้คุณได้สามารถปรากฎตัวในฐานะ Fox McCloud หรือคนอื่น ๆ ในทีม ด้วยการใช้ Avatar ที่จะเคลื่อนไหวและแสดงสีหน้าตามคุณ นอกจากนั้นแล้วด้วยฟิลเตอร์ AR ของตัวเกม คุณก็ยังสามารถที่จะเพิ่มหูแบบ Fox McCloud หรือจงอยปากแบบ Falco Lombardi ที่จะขยับในเวลาคุณพูดได้ด้วยชมตัวอย่าง GameChat Character ได้ที่ด้านล่างStep into the Arwing using AR Filters and Character Avatars! #StarFox is coming to #NintendoSwitch2 on June 25. Watch the Star Fox Direct: https://t.co/K6mlaoosSw pic.twitter.com/SECRYjsOmu— Nintendo of America (@NintendoAmerica) May 6, 2026 และในตอนนี้นั้นตัวเกมก็ได้เปิดให้สามารถ Pre-Order แล้วบนสโตร์ Nintendo โดยใครที่สนใจก็สามารถเข้าไปกดกันได้ที่ด้านล่าง!ซึ่งหลังการประกาศข่าวสุดน่ายินดีนี้ ทางคุณ Takaya Imamura ผู้เป็น Character Design ของตัวเกม Star Fox ภาคก่อน ๆ นั้นก็ได้ออกมากล่าวขอบคุณคุณ Miyamoto และยังเผยว่าตัวเขารู้สึกภาคภูมิใจมาก ๆ ด้วยおはようございます😃「Star Fox 64」のリメイクでしたね!とても誇らしいです❗️ありがとう宮本さん😭😭😭‼️ https://t.co/8uqfa3WIQt— 今村孝矢 / Takaya Imamura (@ima_1966) May 6, 2026 ข้อมูลเพิ่มเติมของตัวเกม : nintendo

เช็กก่อนช้อป! 23 หุ้น XD 9 มี.ค.นี้
Read

เช็กก่อนช้อป! 23 หุ้น XD 9 มี.ค.นี้

#ทันหุ้น – ปฏิทินหลักทรัพย์ รวบรวมจากบริษัทจดทะเบียน แจ้งขึ้นเครื่องหมาย XD ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 9 มีนาคม 2569 โดย (ข้อมูล ณ วันที่ 5 มีนาคม 2569) ดังนี้AMA XD หุ้นละ 0.20 บาท จ่ายปันผล 15 พ.ค.69ARIP XD หุ้นละ 0.02 บาท จ่ายปันผล 24 เม.ย.69BIZ XD หุ้นละ 0.50 บาท จ่ายปันผล 27 เม.ย.69BVG XD หุ้นละ 0.051 บาท จ่ายปันผล 20 พ.ค.69B-WORK XD หุ้นละ 0.183371 บาท จ่ายปันผล 25 มี.ค.69CPN XD หุ้นละ 2.40 บาท จ่ายปันผล 19 พ.ค.69CPW XD หุ้นละ 0.15 บาท จ่ายปันผล 14 พ.ค.69 FUTURERT XD หุ้นละ 0.12287 บาท จ่ายปันผล 25 มี.ค.69GBX XD หุ้นละ 0.004 บาท จ่ายปันผล 6 พ.ค.69GFC XD หุ้นละ 0.10 บาท จ่ายปันผล 26 พ.ค.69GOOG80 XD เบื้องต้น หน่วยละ 0.0033 บาท จ่ายปันผล 9 เม.ย.69GOOGL01 XD เบื้องต้น หน่วยละ 0.0076 บาท จ่ายปันผล 9 เม.ย.69GOOGL03 XD เบื้องต้น หน่วยละ 0.002604 บาท จ่ายปันผล 16 เม.ย.69HYDROGEN XD หุ้นละ 0.13 บาท จ่าย 24 มี.ค.69ITTHI XD หุ้นละ 0.10 บาท จ่ายปันผล 20 พ.ค.69LST XD หุ้นละ 0.22 บาท จ่ายปันผล 8 พ.ค.69MEGA XD หุ้นละ 0.80 บาท จ่ายปันผล 24 เม.ย.69MSC XD หุ้นละ 0.35 บาท จ่ายปันผล 24 เม.ย.69SCL XD หุ้นละ 0.092 บาท จ่ายปันผล 22 พ.ค.69STECON XD หุ้นละ 0.55 บาท จ่ายปันผล 25 พ.ค.69TKN XD หุ้นละ 0.13 บาท จ่ายปันผล 12 พ.ค.69UNH19 XD เบื้องต้น หน่วยละ 0.0289 บาท จายปันผล 3 เม.ย.69XO XD หุ้นละ 0.358 บาท จ่ายปันผล 20 มี.ค.69

TOA จับมือ จุฬาฯเปิดตัว ‘THE CREATIVE CANVAS’
Read

TOA จับมือ จุฬาฯเปิดตัว ‘THE CREATIVE CANVAS’

#ทันหุ้น - บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ผู้นำอุตสาหกรรมสีทาอาคารอันดับ 1 เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง และวัสดุปกป้องพื้นผิวครบวงจรของไทย ประกาศความร่วมมือทางวิชาการครั้งสำคัญกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เปิดตัวโครงการ “THE CREATIVE CANVAS ผืนผ้าใบแห่งความคิดสร้างสรรค์เพื่ออนาคตที่ไม่หยุดนิ่ง” มุ่งเปลี่ยนพื้นที่มหาวิทยาลัยให้เป็นเวทีปล่อยของสำหรับนิสิตยุคใหม่ นำร่อง 4 โปรเจกต์ไฮไลท์ ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้สู่การปฏิบัติจริงในโลกธุรกิจ โดยมี นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA และ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมลงนาม และแสดงวิสัยทัศน์ ณ เรือนจุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในครั้งนี้ สะท้อนแนวทางการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งการสร้างผลกระทบ (Impact) ต่อสังคม ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้กับโลกความเป็นจริงอย่างเป็นรูปธรรม โดยจุฬาฯ เชื่อมั่นว่าการบูรณาการความเชี่ยวชาญข้ามศาสตร์ ทั้งด้านการออกแบบ วัสดุศาสตร์ การสื่อสาร และธุรกิจ เข้ากับประสบการณ์และศักยภาพของภาคอุตสาหกรรม จะก่อให้เกิดงานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สังคม พร้อมเปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง พัฒนาทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต และเติบโตเป็นบุคลากรคุณภาพที่สามารถสร้างคุณค่าให้ประเทศได้อย่างยั่งยืนด้าน นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA เผยถึงวิสัยทัศน์จากความร่วมมือในครั้งนี้ว่าโลกธุรกิจและการเรียนรู้ในปัจจุบันหมุนเร็วมาก TOA ในวันนี้เราไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้ผลิตสี แต่เรายกระดับด้วย Total Solution ที่มุ่งตอบโจทย์ลูกค้า ด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับการสร้างความสวยงาม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาบ้านแบบครบวงจร เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ความร่วมมือกับจุฬาฯ ในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความเชื่อมั่นในพลังของคนรุ่นใหม่ เราจึงต้องการเปิดพื้นที่ให้นิสิตได้ลงมือทำจริง (Learning by Doing) เป็นเครื่องมือให้นิสิตคนรุ่นใหม่ได้สร้างสรรค์ผลงานทั้งในเชิงสถาปัตยกรรม ศิลปะ และไลฟ์สไตล์ รวมถึงกีฬาเพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานอย่างมืออาชีพ“สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ คือการเปิดโอกาสสู่การเรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างแท้จริง โดยในช่วงแรกจะเป็นการประสานความร่วมมือและดึงศักยภาพของ 4 คณะ ทั้งสถาปัตยกรรมศาสตร์ นิเทศศาสตร์ วิทยาศาสตร์การกีฬา และพาณิชยศาสตร์และการบัญชี รวมถึงสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาทำงานร่วมกันแบบ Cross-functional เพื่อให้เกิดการเรียนรู้แบบบูรณาการ และประสานความร่วมมืออย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะทำให้นิสิตของเรามีความพร้อม และเข้าใจโจทย์ของโลกธุรกิจจริงๆ” นายจตุภัทร์กล่าวโดยในปี 2569 จะมีโปรเจกต์ไฮไลท์ 4 โครงการสำคัญ ได้แก่ 1. CU Creative Showcase เวทีปล่อยของครั้งใหญ่ ที่ทีโอเอจะร่วมสนับสนุนนิทรรศการแสดงผลงานนิสิต ณ ใจกลางเมือง 2. The Concrete Playground ครั้งแรกในไทยกับสนามการแข่งขันกีฬาที่ถูกออกแบบโดยนิสิต ผสานความสนุกของกีฬา Extreme เข้ากับงาน Design ที่ปลอดภัยและโดดเด่น 3. The Color Architect แจกโจทย์จริงให้นิสิตออกแบบบ้านที่นำมาใช้ได้จริง และ 4. Academic Building Renovation Project เปลี่ยนบรรยากาศอาคารเรียน และสนามกีฬา ให้กลายเป็นพื้นทีี่สวยงาม สร้างความสนุก และทันสมัยโครงการ “THE CREATIVE CANVAS” เป็นอีกก้าวสำคัญของการต่อยอดความร่วมมือระหว่าง TOA และภาคการศึกษา ในการพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่อย่างเป็นระบบและต่อเนื่องจากความสำเร็จของโครงการความร่วมมือก่อนหน้า ความร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ TOA ในการเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับการศึกษา การสร้างบุคลากรคุณภาพ และการขับเคลื่อนสังคมไทยให้เติบโตไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

Cadillac F1 Team เปิดตัวรถแข่งคันแรก กับการกลับมาของ "Perez-Bottas" พร้อมลุย Formula 1
Read

Cadillac F1 Team เปิดตัวรถแข่งคันแรก กับการกลับมาของ "Perez-Bottas" พร้อมลุย Formula 1

Cadillac F1 Team เปิดตัวรถแข่งและชุดสี (Livery) อย่างเป็นทางการสำหรับฤดูกาล 2026 กลางศึก Super Bowl สุดยิ่งใหญ่ ไฮไลท์สำคัญคือการดึงตัวยอดนักแข่งประสบการณ์สูงอย่าง Sergio Perez และ Valtteri Bottas มาร่วมผนึกกำลังนำทัพอเมริกันสายเลือดใหม่ลงชิงชัยในฐานะทีมที่ 11 บนตาราง Formula 1 พร้อมดีไซน์รถขาว-ดำสุดล้ำภายใต้ขุมพลังเครื่องยนต์ Ferrari ที่แฟนความเร็วทั่วโลกต้องจับตามอง Cadillac F1 Team เปิดตัวรถแข่งคันแรกกับการกลับมาของ "Perez-Bottas" พร้อมลุย Formula 1 รูปแบบการดีไซน์ (Design Livery) แนวคิด Asymmetry (ความไม่สมมาตร): ตัวรถถูกออกแบบให้มีสองสีแยกฝั่งกันอย่างชัดเจน (Dual Color) โดยด้านหนึ่งเป็น สีขาว และอีกด้านหนึ่งเป็น สีดำ ปรัชญา Yin-and-Yang: การใช้สีขาวดำสื่อถึงความสมดุลระหว่างความมุ่งมั่น ดุดัน กับความทะเยอทะยานและความคิดบวก ลวดลายกราฟิก: มีการใช้ลายกราฟิกแบบไล่เฉดสีที่สร้างจากสัญลักษณ์ Cadillac Chevron วางซ้ำๆ กัน ซึ่งนอกจากจะสื่อถึงความเร็วแม้รถจะจอดนิ่งแล้ว ยังเป็นการให้เกียรติแก่ General Motors และแบรนด์ Cadillac สิ่งใหม่ที่เกิดขึ้น ทีมที่ 11 ของตาราง: Cadillac เข้ามาเป็นทีมใหม่ล่าสุดในรอบ 10 ปี ของวงการ Formula 1 การเปิดตัวระดับประวัติศาสตร์: เป็นครั้งแรกที่ทีม F1 เลือกเปิดตัวชุดสีรถ (Livery) ผ่านโฆษณาในช่วง Super Bowl LX ซึ่งมีผู้ชมกว่า 130 ล้านคน และเปิดตัวรถจำลองใน Times Square นิวยอร์ก ขุมพลัง Ferrari : ในช่วงแรกปี 2026-2028 ทีมจะใช้เครื่องยนต์จาก Ferrari ก่อนที่ General Motors (GM) จะผลิตเครื่องยนต์ของตัวเองเสร็จสมบูรณ์เพื่อใช้ในปี 2029 ไลน์อัปนักแข่ง: การจับคู่ของสองนักแข่งมากประสบการณ์อย่าง Sergio Perez และ Valtteri Bottas โดยมี Zhou Guanyu เป็นนักแข่งสำรอง และ Colton Herta (ดาวรุ่งอเมริกัน) เป็นนักแข่งทดสอบ จุดเด่นของ Cadillac F1 Team ประสบการณ์ล้นเหลือ: นักแข่งตัวจริงทั้งสองคนมีสถิติรวมกันกว่า 526 เรซ 106 โพเดียม และ 16 ชัยชนะ ซึ่งจะช่วยประคองทีมใหม่ได้เป็นอย่างดี บุคลากรระดับหัวกะทิ: ทีมดึงตัวผู้เชี่ยวชาญจากทีมใหญ่มาเพียบ เช่น Nick Chester (อดีต Renault), Pat Symonds และทีมงานจาก Marussia/Alpine ความพร้อมในการทดสอบ: แม้เป็นทีมใหม่ แต่ Cadillac สามารถนำรถลงวิ่งทดสอบ Shakedown ที่ Barcelona ได้ครบตามกำหนด (164 รอบ) ในขณะที่บางทีมที่มีอยู่เดิมยังไม่พร้อม ฐานปฏิบัติการ 3 แห่ง: มีศูนย์การทำงานทั้งในอินเดียแนโพลิส (สหรัฐฯ), ชาร์ลอตต์ (สหรัฐฯ) และซิลเวอร์สโตน (สหราชอาณาจักร) เป้าหมายทีม Cadillac F1 Team สร้างตัวตนในระดับโลก: ใช้จุดตัดของกีฬา วัฒนธรรม และความบันเทิง เพื่อแนะนำแบรนด์ Cadillac ให้เข้าถึงแฟนคลับยุคใหม่ที่อยู่ไกลกว่าแค่ในสนามแข่ง นวัตกรรมอเมริกัน: มุ่งเน้นการโชว์ศักยภาพด้านวิศวกรรมและจิตวิญญาณความมุ่งมั่นของอเมริกาบนเวทีโลก การสร้างรากฐานที่มั่นคง: เป้าหมายในปีแรกคือการสร้าง "Platform" ที่เสถียรก่อนจะขยับไปโฟกัสที่ความเร็ว ในการทดสอบที่บาห์เรนและการแข่งขันจริง ผลักดันนักแข่งอเมริกัน: แม้ปีแรกจะใช้ทีมต่างชาติ แต่เป้าหมายระยะยาวคือการสร้างเส้นทางให้กับนักแข่งชาวอเมริกันเข้าสู่ Formula 1 อย่างเต็มตัว บทความที่คุณอาจสนใจ สนามแข่ง Formula 1 มีกี่สนามอยู่ประเทศอะไร ระยะทางเท่าไหร่ มีโค้งกี่จุด แรง G คืออะไร ทำไมสำคัญกับการแข่ง F1 นักขับต้องฝึกฝนร่างกายอย่างไร

เจาะลึก FW48 Williams เปิดตัวรถ F1 2026 ลายใหม่ พร้อมอาวุธลับสยบคู่แข่ง
Read

เจาะลึก FW48 Williams เปิดตัวรถ F1 2026 ลายใหม่ พร้อมอาวุธลับสยบคู่แข่ง

สิ้นสุดการรอคอย Atlassian Williams F1 Team เผยโฉม FW48 รถแข่ง Formula 1 รุ่นล่าสุดรับกฎใหม่ปี 2026 มาในลวดลาย Blue Livery อันเป็นเอกลักษณ์ ผสานดีไซน์ Heritage ยุคแชมป์โลก การเปิดตัวครั้งนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยี และพันธมิตรสมัยใหม่ในการทวงคืนความยิ่งใหญ่บนกริด รูปแบบการออกแบบเป้าหมายของทีมในปีนี้มีทิศทางอย่างไร TrueID Sport ได้นำมาฝากคุณแล้ว เจาะลึก FW48 Williams เปิดตัวรถ F1 2026 ลายใหม่ พร้อมอาวุธลับสยบคู่แข่ง 1.รูปแบบการดีไซน์: การบรรจบกันของ "อดีต" และ "อนาคต" การออกแบบลวดลาย (Livery) ของรถ FW48 ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่เป็นการสื่อสารทิศทางใหม่ของทีม นิยามของสี Blue Black: สีน้ำเงินเงา (Gloss Blue) ถูกเลือกมาเพื่อสะท้อนความแข็งแกร่งของพันธมิตรใหม่อย่าง Atlassian ในขณะที่สีดำที่พาดผ่านตัวถังช่วยให้รถดูโฉบเฉี่ยวและเพรียวบางลงตามมิติรถที่เล็กลง การคารวะตำนาน: การนำเส้นสายสีแดง-ขาว (Heritage Keyline) กลับมาใช้ เป็นการดึงจิตวิญญาณจากยุคทองของ Williams ในช่วงปี 1990 ยุคของรถ FW14B และ FW18 เพื่อเตือนใจทีมงาน Williams และแฟนคลับว่าทีมนี้มีดีเอ็นเอของแชมป์โลกอยู่ในสายเลือด พลังของสีขาว: การใช้สีขาวในจุดปะทะสายตาอย่างปีกหน้าและ Sidepod ช่วยเพิ่มมิติให้รถดูมีความเคลื่อนไหว (Movement) แม้ในขณะจอดนิ่ง และยังเป็นการเตรียมพื้นที่ให้รองรับรายชื่อผู้สนับสนุนระดับโลกที่ตบเท้าเข้ามามากขึ้น 2. สิ่งใหม่ที่เกิดขึ้น: กฎกติกาใหม่และการปฏิรูปทีม ปี 2026 คือการรีเซ็ตครั้งใหญ่ของวงการ F1 ซึ่ง Williams ใช้โอกาสนี้ปรับโฉมใหม่ทั้งหมด ตัวถัง "Agile Car": ตามกฎใหม่ รถจะมีความคล่องตัวสูงขึ้นด้วยการลดความยาวฐานล้อลง และ ลดความกว้างของตัวรถทำให้การเข้าโค้งและการสู้กันในที่แคบทำได้ดีขึ้น ระบบ Aerodynamics แบบ Active: รถ FW48 ถูกออกแบบมาให้รองรับปีกหน้าและปีกหลังแบบใหม่ที่จะทำงานสัมพันธ์กันเพื่อลดแรงต้านในทางตรงและเพิ่มแรงกดในทางโค้ง การระดมสมองที่ Grove: รถคันนี้เกิดจากการทุ่มเทแรงกายแรงใจกว่าหมื่นชั่วโมง ของทีมงานกว่า 1,200 คนในโรงงาน เพื่อให้มั่นใจว่า Williams จะไม่เป็นผู้ตามอีกต่อไปในการเปลี่ยนกฎครั้งนี้ 3. ขุมกำลังและพันธมิตร: ส่วนผสมที่ลงตัว Line-up นักขับระดับท็อป: การได้ Carlos Sainz มาจับคู่กับ Alex Albon ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในคู่หูนักขับที่แข็งแกร่งที่สุดในกริดปี 2026 ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าทีมพร้อมจะสู้ในระดับแถวหน้าแล้ว แม่เหล็กดึงดูดแบรนด์ระดับโลก: การประกาศความร่วมมือกับ Barclays ธนาคารยักษ์ใหญ่จากสหราชอาณาจักร ตามมาด้วย Anthropic (AI), BNY และแบรนด์อื่นๆ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่นักลงทุนมีต่อแผนงานของ James Vowles 4. เป้าหมายทีม: ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม James Vowles ได้วางเป้าหมายที่ชัดเจนและสมจริง Path to the Top: เป้าหมายไม่ใช่แค่การรักษาอันดับ 5 แต่เป็นการขยับเข้าใกล้โพเดียมในทุกสนามและตั้งเป้าสู่ชัยชนะในระยะยาว การทำลายขีดจำกัด: ทีมตั้งเป้าที่จะใช้ FW48 เป็นตัวพิสูจน์ศักยภาพในการ "Push the Boundaries" หรือการก้าวข้ามขีดจำกัดทางวิศวกรรมที่เคยทำมาในอดีต สร้างความสุขให้แฟนคลับ: Williams ต้องการเปลี่ยนจากทีมที่เป็นขวัญใจมหาชนเพราะความเห็นใจ ให้กลายเป็นทีมที่แฟนๆ ภาคภูมิใจเพราะความเก่งกาจ และการต่อสู้ที่ดุดันอย่างไม่เคยยอมแพ้ บทความที่คุณอาจสนใจ สนามแข่ง Formula 1 มีกี่สนามอยู่ประเทศอะไร ระยะทางเท่าไหร่ มีโค้งกี่จุด แรง G คืออะไร ทำไมสำคัญกับการแข่ง F1 นักขับต้องฝึกฝนร่างกายอย่างไร

Audi Revolut F1 Team เผยโฉมรถแข่ง R26 ครั้งแรก พร้อมนวัตกรรมเครื่องยนต์เยอรมัน
Read

Audi Revolut F1 Team เผยโฉมรถแข่ง R26 ครั้งแรก พร้อมนวัตกรรมเครื่องยนต์เยอรมัน

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ Audi Revolut F1 Team เผยโฉม R26 รถแข่งรุ่นแรกที่สร้างประวัติศาสตร์ด้วยเครื่องยนต์เยอรมันขนานแท้ในรอบทศวรรษ ภายใต้ดีไซน์สีแดงลาวาสุดดุดันภายใต้ปรัชญา Vorsprung durch Technik ด้วยวิสัยทัศน์การบริหารของ Mattia Binotto และ Jonathan Wheatley พร้อมการผสานพลังของนักขับจอมเก๋า Nico Hulkenberg และดาวรุ่ง Gabriel Bortoleto กับเป้าหมายท้าชิงแชมป์โลกในปี 2030 แล้วรถ The Audi R26 นั้นมีรายละเอียดเป็นอย่างไร TrueID Sport นำมาฝากคุณแล้ว Audi Revolut F1 Team เผยโฉมรถแข่ง R26 ครั้งแรกพร้อมนวัตกรรมเครื่องยนต์เยอรมัน Audi ได้เปิดตัวรถแข่ง Formula 1 รุ่นแรกอย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ Audi Revolut F1 Team ในงานที่ Kraftwerk Berlin โดยมีเป้าหมายเข้าร่วมแข่งขันในฤดูกาล 2026 พร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นเป็นทีมชั้นนำในอนาคต 1.การออกแบบ เครื่องยนต์ และเทคโนโลยี การออกแบบและรูปลักษณ์ รถแข่งรุ่น R26: เปิดตัวด้วยดีไซน์ที่สะดุดตา โดดเด่นด้วยการผสมผสานของ สีไทเทเนียม, คาร์บอนไฟเบอร์ และสีแดงลาวา (Lava Red) ซึ่งเป็นโทนสีที่เคยเผยให้เห็นเล็กน้อยในงานที่มิวนิกเมื่อปลายปีที่แล้ว ปรัชญาการออกแบบ: ตัวรถสะท้อนถึงปรัชญาการออกแบบใหม่ของ Audi ที่เน้นความ ชัดเจน (Clear), เทคนิค (Technical), ฉลาด (Intelligent) และปลุกเร้าอารมณ์ (Emotional) ตอกย้ำสโลแกน "Vorsprung durch Technik" (ก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยี) เครื่องยนต์และเทคโนโลยี (Power Unit Regulations) Made in Germany : เครื่องยนต์ของ Audi F1 ถือเป็นเครื่องยนต์ F1 รุ่นแรกในรอบกว่าทศวรรษที่ถูกพัฒนาและผลิตขึ้นในประเทศเยอรมนี ณ ศูนย์ Competence Center Motorsport ใน Neuburg an der Donau กฎระเบียบใหม่ปี 2026: โอกาสทองของ Audi F1 ปี 2026 จะมีการเปลี่ยนแปลงกฎครั้งใหญ่ที่เน้นความยั่งยืนและประสิทธิภาพ ระบบไฮบริดที่ทรงพลัง: มอเตอร์ไฟฟ้าจะมีกำลังเกือบเท่าเครื่องยนต์สันดาป (ประมาณ 400 กิโลวัตต์ หรือ 544 แรงม้า) ทำให้สามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้มากขึ้น เชื้อเพลิงยั่งยืน: เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เทอร์โบ จะทำงานด้วยเชื้อเพลิงที่ยั่งยืน 100% ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีของ Audi ที่มีประสบการณ์ด้านระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าจาก Le Mans, Formula E และ Dakar Rally มาก่อน ความพร้อมล่วงหน้า: Audi เป็นทีมแรกที่นำรถสเปกปี 2026 ลงวิ่งทดสอบ (Filming Day) ที่บาร์เซโลนาไปแล้วเมื่อต้นเดือน แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการพัฒนาที่ก้าวหน้า 2. คอนเซ็ปต์และการบริหารจัดการ "Full Works Team": Audi เลือกที่จะเข้าร่วม F1 ในฐานะทีมโรงงานเต็มตัว (Full Works Team) ซึ่งหมายถึงการพัฒนาทั้งโครงสร้างตัวรถและเครื่องยนต์ด้วยตนเอง เพื่อควบคุมทุกตัวแปรตั้งแต่ต้นจนจบ สามศูนย์กลางยุทธศาสตร์: Neuburg (เยอรมนี): เป็นบ้านของ Audi Formula Racing GmbH พัฒนาและสร้างเครื่องยนต์ F1 โดยมีการขยายศูนย์ด้วยอาคารใหม่ขนาด 3,000 ตร.ม. พร้อมแท่นทดสอบและห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย Hinwil (สวิตเซอร์แลนด์): เป็นฐานทัพหลักสำหรับพัฒนาตัวถังรถและการปฏิบัติงานในสนามแข่ง Audi ได้เข้าซื้อกิจการ Sauber Group ทั้งหมด 100% พร้อมดึงกองทุนความมั่งคั่งของกาตาร์เข้ามาลงทุน เพื่อผสานประสบการณ์กว่า 30 ปีของ Sauber เข้ากับโปรเจกต์ Bicester (อังกฤษ): สำนักงานเทคโนโลยีแห่งใหม่ใน "Motorsport Valley" เพื่อเข้าถึงบุคลากรผู้เชี่ยวชาญและองค์ความรู้ด้าน F1 ระดับโลก วิสัยทัศน์ระยะยาว: CEO Gernot Dollner ประกาศชัดว่า Audi ไม่ได้มาแค่ร่วมแข่งขัน แต่ตั้งเป้าที่จะ "ลุ้นแชมป์โลกภายในปี 2030" โดยมองว่า F1 เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรให้เน้นประสิทธิภาพและนวัตกรรมมากขึ้น 3. นักขับ การผสมผสานที่ลงตัว: ทีมเลือกใช้คู่หูนักขับที่มีทั้งประสบการณ์และพลังหนุ่ม Nico Hlkenberg: นักขับมากประสบการณ์หมายเลข 27 ชาวเยอรมัน ผู้ผ่านสนาม F1 มาเกือบ 250 เรซ จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนารถและให้ข้อเสนอแนะด้านเทคนิค Gabriel Bortoleto: ดาวรุ่งพุ่งแรง หมายเลข 5 ชาวบราซิล ผู้สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ทั้ง FIA Formula 3 และ Formula 2 ในปีแรกของการลงแข่งแต่ละรายการ จะนำความสดใหม่และกระหายชัยชนะมาสู่ทีม การเตรียมตัวร่วมกัน: ทั้งสองจะลงแข่งขันร่วมกันในนาม Stake F1 Team Kick Sauber ตลอดปี 2025 เพื่อสร้างความคุ้นเคยและปรับตัวเข้าหากัน ก่อนที่จะเปลี่ยนผ่านไปเป็นทีมโรงงาน Audi F1 อย่างเต็มตัวในปี 2026 4. ผู้นำทีม Mattia Binotto (Head of Audi F1 Project): อดีตหัวหน้าทีม Ferrari รับผิดชอบภาพรวมการพัฒนาโปรเจกต์ทั้งหมด ทั้งใน Neuburg, Hinwil และ Bicester Jonathan Wheatley (Team Principal): อดีตผู้จัดการทีม Red Bull ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง จะเข้ามาดูแลการปฏิบัติงานในสนามแข่งและเป็นตัวแทนของ Audi ในเวทีกลยุทธ์ของ F1 บทความที่คุณอาจสนใจ สนามแข่ง Formula 1 มีกี่สนามอยู่ประเทศอะไร ระยะทางเท่าไหร่ มีโค้งกี่จุด แรง G คืออะไร ทำไมสำคัญกับการแข่ง F1 นักขับต้องฝึกฝนร่างกายอย่างไร

NOW ASEAN PARA GAMES 4
Watch

NOW ASEAN PARA GAMES 4

แฟนเกม No Man's Sky เนรมิตยานแม่ เลียนแบบหนัง ID4 จนแทบเหมือน
Read

แฟนเกม No Man's Sky เนรมิตยานแม่ เลียนแบบหนัง ID4 จนแทบเหมือน

ตั้งแต่ที่เกม No Man's Sky ปล่อยอัปเดตที่มีชื่อว่า Voyagers ออกมา บรรดาผู้เล่นต่างก็สร้างยานอวกาศกันมากมายด้วยความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคน กระทั่งพอมี Mod เสริมเข้ามา ผู้เล่นก็อาศัยเครื่องมือจาก Mod ดังกล่าวในการทลายขีดจำกัดของไอเดียตัวเองไปได้อีก โดยล่าสุดมีผู้เล่นที่ใช้ชื่อว่า Vilxir ได้ทำการออกแบบยานโดยใช้ซอฟต์แวร์ที่ชื่อ Blender ในการเนรมิตยานให้ดูมีความสมจริงยิ่งขึ้น จนออกมาเป็นยานแม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง Independence Day (หรือเรียกย่อว่า ID4) ที่เคยฉายในปี 1996 แถมดูน่าเกรงขามเหมือนในหนังอีกต่างหากHello, boys! I'mmm BAAACK! byu/Vilxir inNoMansSkyTheGameอย่างไรก็ตาม Vilxir มองว่ายานแม่นี้ยังไม่ถือว่าเสร็จสมบูรณ์ดีนัก และตัวเขาตั้งใจจะสร้างพื้นที่ภายในยานต่อ แต่ก็แอบหวั่นอยู่ว่าหากสถาปัตยกรรมภายในยานมีความซับซ้อนมากเกินไปอาจจะเป็นการกินสเปคเครื่องของผู้เล่นอื่นได้ เพราะถ้าเขาจะแบ่งปันคอนเทนต์ให้คนอื่นได้สนุกไปด้วยกัน เขาอยากให้มันรันได้ลื่นไหลมากกว่า ดังนั้นแผนของเขาคือสร้างพื้นที่เฉพาะสำหรับแกนกลางของยาน ห้องเครื่อง และห้องบัญชาการ นอกจากนี้เขาเองก็อยากสร้างเครื่องบินรบที่เหมือนฝูงบินที่ Will Smith ขับในหนังด้วยเช่นกันขณะเดียวกัน Vilxir ก็มีการเผยถึงโปรเจกต์ถัดไปว่าเขาคิดจะสร้างยาน Santuary II ของ Thanos หรือยาน First Light ที่ปรากฏในหนัง Solo ด้วย ซึ่งเป้าหมายของเขาคือลองสร้างยานที่ยังไม่เคยมีใครลองทำ หรือยังไม่เคยมีใครทำด้วยความละเอียดที่เยอะ ๆ มาก่อนครับแปลและเรียบเรียงจากhttps://kotaku.com/no-mans-sky-corvette-independence-day-ship-build-2000646306

เจาะลึกงาน Samsung Galaxy Event 2025: AI ที่ทุกคนเข้าถึงได้
Read

เจาะลึกงาน Samsung Galaxy Event 2025: AI ที่ทุกคนเข้าถึงได้

เหล่าสาวกเทคฯ ทั่วโลกต้องจับตามอง เมื่อยักษ์ใหญ่แห่งวงการสมาร์ทโฟนอย่าง Samsung ได้จัดงาน Galaxy Event 2025 ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เท่านั้น แต่เป็นการประกาศวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า "ยุคแห่ง AI จะต้องเป็นของทุกคน" ด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สุดล้ำอย่าง Galaxy AI มาผสานเข้ากับผลิตภัณฑ์ในทุกระดับราคา ทำให้ทุกคนสามารถสัมผัสประสบการณ์อัจฉริยะได้อย่างเท่าเทียมกัน บอกเลยว่านี่คือการพลิกโฉมวงการเทคโนโลยีครั้งสำคัญ! พระเอกของงาน: Samsung Galaxy S25 FE นักฆ่าเรือธง แน่นอนว่าไฮไลท์ที่เรียกเสียงฮือฮาที่สุดในงานคงหนีไม่พ้นการเปิดตัว Samsung Galaxy S25 FE หรือที่หลายคนเรียกกันว่า "นักฆ่าแฟล็กชิป" ที่รอบนี้จัดเต็มสเปกมาให้แบบไม่กั๊ก ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังชิปเซ็ตสุดแกร่งอย่าง Exynos 2400 ที่มีมากถึง 10 คอร์ ทำให้การประมวลผลรวดเร็วฉับไว ไม่ว่าจะเล่นเกมกราฟิกหนักๆ หรือเปิดแอปพลิเคชันพร้อมกันหลายตัวก็ไม่มีอาการหน่วงให้เห็นเลย นอกจากความแรงแล้ว Galaxy S25 FE ยังมาพร้อมหน้าจอ Dynamic AMOLED 2X ขนาดใหญ่ 6.7 นิ้ว ที่ให้สีสันสวยสด คมชัดสมจริงทุกรายละเอียด แถมยังมอบประสบการณ์การรับชมที่ลื่นไหลขั้นสุดด้วยอัตรารีเฟรช 120Hz ที่จะทำให้ทุกการเลื่อนหน้าจอหรือเล่นเกมเป็นไปอย่างราบรื่นจนคุณแทบไม่เชื่อสายตา แต่จุดที่น่าสนใจที่สุดอยู่ที่ระบบกล้องหลังที่ให้มาถึง 3 ตัว โดยมีกล้องหลักความละเอียด 50MP ที่ทำงานร่วมกับ AI ProVisual Engine ซึ่งเป็นฟีเจอร์ AI อัจฉริยะที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพของภาพถ่ายและวิดีโอให้คมชัด แม่นยำเรื่องสี และคอนทราสต์แบบเรียลไทม์ ทำให้ไม่ว่าคุณจะถ่ายภาพในที่แสงน้อยหรือย้อนแสง ก็จะได้ภาพที่สวยงามและคมชัดในระดับมืออาชีพ และที่ขาดไม่ได้คือการรองรับฟีเจอร์ Galaxy AI อย่างเต็มรูปแบบเหมือนรุ่นเรือธง ทำให้การใช้งานสมาร์ทโฟนฉลาดและง่ายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชัน Circle to Search with Google ที่ช่วยให้คุณค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ง่ายๆ เพียงแค่วงกลมวัตถุบนหน้าจอ หรือฟังก์ชัน Photo Assist ที่ช่วยให้คุณแก้ไขภาพถ่ายได้อย่างมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการลบวัตถุที่ไม่ต้องการ หรือการปรับแต่งแสงและสีให้ภาพดูมีมิติมากยิ่งขึ้น เปลี่ยนทุกขีดจำกัด: Galaxy Tab S11 Series ที่สุดแห่งแท็บเล็ตเพื่อการสร้างสรรค์ Samsung ยังได้ยกระดับวงการแท็บเล็ตด้วยการเปิดตัว Galaxy Tab S11 Series ที่นอกจากจะมาพร้อมดีไซน์ที่บางเฉียบและน้ำหนักที่เบาที่สุดเท่าที่เคยมีมาแล้ว ยังอัดแน่นด้วยสเปกสุดพรีเมียม ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลที่ทรงพลังที่สุดในปัจจุบัน ทำให้การทำงานหนักๆ หรือการรันแอปพลิเคชันกราฟิกก็เป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้ Galaxy Tab S11 Series ยังคงทำงานร่วมกับปากกา S Pen ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้คุณสามารถจดบันทึก วาดภาพ หรือแก้ไขเอกสารได้อย่างเป็นธรรมชาติ ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ Samsung ได้ผสานความสามารถของ Galaxy AI เข้ามาในแท็บเล็ตรุ่นนี้อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้คุณสามารถใช้ AI ในการสร้างสรรค์ผลงาน, การจัดการเอกสาร หรือแม้แต่การค้นหาข้อมูลได้อย่างง่ายดาย ซึ่งถือเป็นการเปิดมิติใหม่ของแท็บเล็ตที่มากกว่าแค่การใช้งานเพื่อความบันเทิง เติมเต็มไลฟ์สไตล์: Galaxy Buds3 FE หูฟังอัจฉริยะเพื่อทุกคน ปิดท้ายด้วยการเปิดตัว Galaxy Buds3 FE หูฟังไร้สายราคาคุ้มค่า ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อให้สวมใส่สบายยิ่งขึ้น และคุณภาพเสียงที่คมชัดกว่าเดิมเพื่อประสบการณ์การฟังเพลงที่เหนือระดับ ที่น่าสนใจที่สุดคือการนำเทคโนโลยี Galaxy AI เข้ามาผสานกับการทำงานของหูฟัง ทำให้คุณสามารถใช้คำสั่งเสียงเพื่อควบคุมการเล่นเพลง, โต้ตอบกับ AI Assistant หรือแม้แต่การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้การใช้งานในชีวิตประจำวันสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยรวมแล้ว งาน Galaxy Event 2025 ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของ Samsung ที่ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การแข่งขันด้านสเปกเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่าง Galaxy AI มาทำให้ชีวิตของผู้คนง่ายและดีขึ้นอย่างแท้จริง ผ่านผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและราคาที่เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่ายุคของเทคโนโลยี AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปแล้วครับ

KGI จัด 2 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน
Read

KGI จัด 2 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน

ทันหุ้น – บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จัด 2 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ GPSC ให้เป้าพื้นฐาน 49 บาท โดย 1) ประเมินรูปแบบราคา Sideway + ทำจุดสูงใหม่ ประเมินแนวรับ 41.5 บาท / แนวต้าน 43 – 44 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 46 บาท (Trailing 40 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากนโยบายภาครัฐฯ ปรับสูตรราคาก๊าซใหม่ เราประเมินปัจจัยบวกต่อหุ้นโรงไฟฟ้านอกเหนือจาก ต้นทุนดอกเบี้ยที่จะลดลง ค่าเงินบาทที่แข็งค่า แล้ว การเตรียมปรับสูตรค่าก๊าซใหม่จะทำให้ต้นทุนของโรงไฟฟ้าปรับลดลง 3) Valuation ไม่แพง PBV 1.09 เท่า (-1SD) และ Forward PE +/-19 เท่า (ใกล้ -1.5 SD ที่ 18.5 เท่า)หุ้น WHA ให้เป้าพื้นฐาน 4.3 บาท โดย 1) ประเมินรูปแบบราคา Sideway up ประเมินแนวรับ 3.72 บาท / แนวต้าน 3.88 – 4.0 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 4.2 บาท (Trailing stop 3.64 บาท) 2) ประเมินผู้ประกอบการเริ่มกลับมาตัดสินใจลงทุนนิคมฯอีกครั้ง หลังจากที่อัตราภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯมีความชัดเจน ฝ่ายวิจัยประเมินผู้ประกอบการเริ่มกลับมาวางแผนการลงทุนได้ และคาดจะตัดสินใจซื้อ/ โอน ที่ดินนิคมฯใน Q4/68 หนุนกำไรปีนี้โต +24% YoY โดยยอดขอ BOI ใน 1H68 พุ่ง +140% YoY แตะ 1 ล้านล้านบาท ขณะที่เราประเมินมีโอกาสที่ผู้ประกอบการจะย้ายฐานการผลิตจากจีนมายังประเทศในภูมิภาคอาเซียนหลังสถานการณ์ภาษีระหว่างสหรัฐฯ – จีน ยังไม่มีความชัดเจน 3) Valuation ไม่แพง Forward PE 10.5 เท่า (- 2 SD)

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีนโชว์ลีลาเปิดเวทีเทศกาลดนตรี VOYAGEX Music Festival
Read

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีนโชว์ลีลาเปิดเวทีเทศกาลดนตรี VOYAGEX Music Festival

บริษัทเทคโนโลยีหุ่นยนต์ PNDbotics ประเทศจีน นำหุ่นยนต์ในเวอร์ชันล่าสุดอดัม (Adam) หุ่นยนต์นักดนตรีแสดงบนเวทีในงาน VOYAGEX Music Festival ที่ประเทศจีนหุ่นยนต์อดัม (Adam)ชื่อของหุ่นยนต์อดัม (Adam) จะไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของงานดนตรี แต่จากข้อมูลการแสดงและลักษณะทางเทคนิค คาดว่าอดัมที่ขึ้นแสดงครั้งนี้เป็นเวอร์ชันต้นแบบ SP ของบริษัท มีความสูง 1.67 เมตร หนัก 62 กิโลกรัม เคลื่อนไหวได้อิสระถึง 44 องศา แรงบิดข้อต่อสูงสุด 340 นิวตันเมตร และมาพร้อมมือหุ่นยนต์แบบห้านิ้ว โดยมีรุ่นย่อย คือ รุ่น Lite มีลูกบอลยางติดที่ข้อมือ ส่วนรุ่น U มีมือที่คล่องแคล่วแต่ติดอยู่กับฐานล้อแทนขาเดินและเพื่อไม่ให้รูปลักษณ์ของหุ่นยนต์ดูน่ากลัวเกินไป อย่างเช่นคล้ายหุ่นยนต์ T-800 จากหนังไซไฟ Terminator บริษัท PNDbotics จึงเลือกแต่งตัวให้ “อดัม” ด้วยเสื้อฮู้ด หมวก และผ้าคลุมหน้าหลวม ๆ ทำให้กลมกลืนกับสมาชิกวงดนตรีและไม่ดูน่าหวาดหวั่นสำหรับผู้ชม โดยเฉพาะเด็กๆ หุ่นยนต์โชว์แสดงท่าเต้นและการเล่นคีย์ทาร์ของหุ่นยนต์นั้นถูกตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้า มีทีมควบคุมคอยดูแลเบื้องหลัง ไม่ใช่การแสดงด้นสดแบบอัตโนมัติเหมือนที่นักดนตรีมืออาชีพอย่างทำได้ แต่การแสดงของอดัมในเทศกาลก็ยังถือว่าเป็นที่น่าประทับใจ ทั้งในแง่ภาพลักษณ์ จังหวะดนตรี และการนำเสนอในฐานะสื่อประชาสัมพันธ์ที่ทรงพลังการออกแบบหุ่นยนต์อดัม (Adam)ในเชิงเทคนิค แพลตฟอร์มหุ่นยนต์ของ PNDbotics ถูกออกแบบมาให้เปิดกว้างสำหรับนักพัฒนา โดยมาพร้อม SDK แบบโอเพนซอร์ส และอัลกอริธึม AI ขั้นสูง รองรับการใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มจำลองการเรียนรู้ของ NVIDIA อย่างเช่น Isaac Gym ทั้งในรูปแบบของ Deep Reinforcement Learning และการเรียนรู้จากการเลียนแบบ (Imitation Learning) ส่วนระบบแอคชูเอเตอร์ภายในเป็นแบบโมดูลาร์ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง พร้อมระบบควบคุมแรงอัจฉริยะ แม้จะยังอยู่ในขั้นต้นแบบ แต่หุ่นยนต์อดัมเป็นผลลัพธ์จากการพัฒนาที่ต่อเนื่องมาหลายปี คาดว่าหุ่นยนต์รุ่น U ที่พัฒนาร่วมกับบริษัท Noitom จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน World Artificial Intelligence Conference เดือนกันยายนนี้ โดยรุ่นเริ่มต้นมีราคา 45,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.4 ล้านบาท ในขณะที่เวอร์ชันต้นแบบ SP มีราคาสูงถึง 100,000 ดอลลาร์ หรือ 3.2 ล้านบาท">

5 อาชีพเท่ๆ ของผู้ชายที่สาวกรี๊ด ในปี 2025
Read

5 อาชีพเท่ๆ ของผู้ชายที่สาวกรี๊ด ในปี 2025

อาชีพเท่ๆ ของผู้ชายแบบไหนที่โดนใจสาวๆ ในยุคนี้? แน่นอนว่าเรื่องนี้มันแล้วแต่สเปกของแต่ละคน แต่ถ้าลองมองตามเทรนด์สังคมและสิ่งที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นคุณสมบัติที่น่าดึงดูดใจ เช่น ความมั่นคง ความฉลาด ความสามารถในการดูแล ความมีเสน่ห์ หรือแม้แต่ ภาพลักษณ์ทางสังคม เราก็พอจะสรุป 5 อาชีพเท่ๆ ของผู้ชาย ที่มักจะทำให้สาวๆ หันมองได้ในปี 2025 นี้มาได้ตามนี้ มีอาชีพอะไรบ้างที่สาวๆ ปลื้ม มาดูกันเลย 1. ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี (Tech Guru / AI Developer / Data Scientist) ในยุคที่โลกหมุนเร็วด้วยเทคโนโลยี อาชีพที่เกี่ยวข้องกับโลกดิจิทัลอย่าง นักพัฒนา AI วิศวกรซอฟต์แวร์ หรือ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ถือว่ามาแรงแซงโค้งสุดๆ เพราะเป็นอาชีพที่มีความต้องการสูง รายได้ดี แถมยังสะท้อนถึงความฉลาด ความทันสมัย และศักยภาพในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น ลองคิดดูสิ ผู้ชายที่สามารถสร้างนวัตกรรมที่พลิกโลกได้...มันน่าดึงดูดใจขนาดไหนล่ะ! สาวๆ คงอดกรี๊ดไม่ได้กับความสามารถทางสมองของคุณแน่ๆ 2. นักลงทุน/ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ (Successful Investor / Entrepreneur) ความสามารถในการสร้างฐานะทางการเงินที่มั่นคง และประสบความสำเร็จจากการลงทุนหรือการทำธุรกิจด้วยลำแข้งของตัวเอง มันบ่งบอกถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ความกล้าหาญ ความฉลาดในการบริหารจัดการ และความเป็นผู้นำเต็มตัว ผู้ชายที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจและสามารถสร้างความสำเร็จให้ตัวเองได้ มักจะดูมีเสน่ห์และเป็นแรงบันดาลใจให้กับสาวๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะนอกจากจะดูแลตัวเองได้แล้ว เขายังพร้อมที่จะดูแลอนาคตของคนข้างๆ อีกด้วย 3. แพทย์/ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ (Doctor / Medical Specialist) อาชีพในสายการแพทย์ยังคงเป็นอาชีพที่ได้รับความเคารพและชื่นชมอย่างสูงเสมอมา ไม่ว่ายุคไหนๆ ด้วยความที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะทาง ความเสียสละในการดูแลผู้อื่น และความมั่นคงในอาชีพ ทำให้แพทย์ไม่เพียงแต่ดูฉลาดและมีความรับผิดชอบสูงเท่านั้น แต่ยังสื่อถึงความเป็นคนใจดีและห่วงใยผู้อื่นด้วย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สาวๆ หลายคนมองหาและใฝ่ฝันอยากจะมีคนแบบนี้มาดูแลหัวใจ 4. สถาปนิก/วิศวกรผู้สร้างสรรค์ (Architect / Creative Engineer) ผู้ชายที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์และเนรมิตสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นอาคารสวยๆ โครงสร้างที่ซับซ้อน หรือนวัตกรรมทางวิศวกรรมที่น่าทึ่ง มักจะมีเสน่ห์ในแบบของนักคิดและนักสร้าง สถาปนิก และ วิศวกร ที่เก่งกาจไม่เพียงแต่มีรายได้ดี แต่ยังบ่งบอกถึงความละเอียดรอบคอบ ความประณีต และวิสัยทัศน์ในการออกแบบอนาคต...ผู้ชายที่มีสมองและความสามารถในการสร้างสรรค์มันดูเท่จริงๆ นะ! 5. นักบิน (Pilot) แม้จะเป็นอาชีพที่คลาสสิก แต่ภาพลักษณ์ของ นักบิน ยังคงเป็นที่น่าหลงใหลอยู่เสมอ ด้วยเครื่องแบบที่ดูภูมิฐาน ความสามารถในการควบคุมเครื่องจักรขนาดใหญ่บนท้องฟ้า และความรับผิดชอบต่อชีวิตผู้โดยสารจำนวนมาก ทำให้นักบินดูมีความเชี่ยวชาญ มีความมั่นใจ และมีไลฟ์สไตล์ที่ดูน่าตื่นเต้น การได้บินไปในที่ต่างๆ ทั่วโลกก็นับเป็นเสน่ห์ที่ทำให้สาวๆ ใจละลายได้ง่ายๆ เลยล่ะ อาชีพเหล่านี้เป็นเพียงแนวทางที่น่าสนใจในปี 2025 เท่านั้น แต่อย่าลืมว่าเสน่ห์ที่แท้จริงของผู้ชายไม่ได้อยู่ที่ "อาชีพ" เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่คุณสมบัติอื่นๆ อีกด้วย ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร ขอแค่มีความรับผิดชอบ เป็นสุภาพบุรุษ ใส่ใจผู้อื่น และรู้จักพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ แค่นี้คุณก็เป็นผู้ชายที่ "สาวกรี๊ด" ได้แน่นอน! บทความที่เกี่ยวข้อง 10 อาชีพที่มีรายได้สูง อาชีพไหนเงินเดือนสูง สำหรับผู้ชาย 5 อาชีพอะไรที่ยังรุ่งในยุค AI อาชีพไหนอนาคตไกล รายได้ดี 2025 เคล็ดลับความสำเร็จของผู้ชายวัยทำงาน

G-SHOCK x Marvel Fantastic Four 4 เรือนสุดแกร่งจากทีมฮีโร่ระดับจักรวาล
Read

G-SHOCK x Marvel Fantastic Four 4 เรือนสุดแกร่งจากทีมฮีโร่ระดับจักรวาล

Casio จับมือกับ Marvel เปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ G-SHOCK x Marvel Fantastic Four เพื่อต้อนรับภาพยนตร์ภาคล่าสุด The Fantastic Four: First Steps ที่กำลังจะเข้าฉายในเดือนกรกฎาคม 2025 นี้ โดยออกแบบนาฬิกาทั้ง 4 รุ่นในธีมสีขาว-น้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ของชุดทีม Fantastic Four พร้อมตีความความสามารถและบุคลิกของแต่ละตัวละครผ่านดีไซน์ที่แตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนของ Mr. Fantastic, Invisible Woman, Human Torch หรือ The Thing คอลเลกชันนี้มีเรือนเวลาที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนพลังของแต่ละคน พร้อมความแกร่งตามมาตรฐาน G-SHOCK แบบไม่ลดทอนความเท่ 4 รุ่น 4 สไตล์ ถ่ายทอดจิตวิญญาณฮีโร่ในแบบ G-SHOCK GA-110HDS โดดเด่นด้วยหน้าปัดหลายชั้น ให้ความรู้สึกลึกและมีมิติ พลังแบบสายลุยที่พร้อมท้าทายทุกภารกิจ ไม่ว่าจะอยู่บนโลกหรือข้ามจักรวาล รุ่นนี้เหมือนเป็นตัวแทนของ Mr. Fantastic อัจฉริยะที่ยืดหยุ่นได้ทั้งความคิดและรูปร่าง DW-6900HDS ดีไซน์เรียบง่าย สะอาดตา กับขอบหน้าปัดโค้งมนแบบคลาสสิกที่ไม่เคยตกยุค เหมาะกับทุกลุคในชีวิตประจำวัน สะท้อนภาพของ Invisible Woman ที่แข็งแกร่งอย่างสงบ และพร้อมรับมือได้ทุกสถานการณ์แบบไม่ต้องแสดงออก GA-2100HDS หน้าปัดทรงแปดเหลี่ยมยอดนิยม ดีไซน์บางเบา มาพร้อมลูกเล่นเรืองแสงในที่มืด ให้ความรู้สึกเท่แบบคม ๆ มีไหวพริบแบบ Human Torch ตัวละครที่เต็มไปด้วยพลังและความไวไฟ แต่ก็เปล่งแสงเมื่อถึงเวลา GA-700HDS เรือนใหญ่ สายลุยของจริง มาพร้อมปุ่มกดด้านหน้าและหน้าปัดเรืองแสง เสริมความรู้สึกทรงพลังและต้านทานได้ทุกอย่าง เหมาะกับแฟน ๆ The Thing ที่รักความดุดัน แข็งแรง และไม่ยอมถอยแม้ในสถานการณ์ที่ยากที่สุด สเปกจัดเต็มทุกเรือน ทนได้ทั้งแรงกระแทก ความร้อน และความเย็น จุดเด่นของนาฬิกาในคอลเลกชันนี้ คือมาตรฐานความทนทานขั้นสูงจาก G-SHOCK ที่แฟน ๆ รู้จักกันดี ทั้งกันกระแทก กันน้ำลึกถึง 200 เมตร และออกแบบมาให้ทนต่ออุณหภูมิสุดขั้วไม่ว่าจะร้อนหรือหนาวจัด เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับทุกภารกิจบนโลกจนถึงระดับเหนือชั้นบรรยากาศ แพ็กเกจย้อนยุค + เข็มกลัดสะสมลิขสิทธิ์แท้ สำหรับแฟนพันธุ์แท้ Marvel ต้องไม่พลาดแพ็กเกจกล่องสไตล์เรโทรในธีม 1960s retro-future ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุคเริ่มต้นของ Fantastic Four มาพร้อมของแถมสุดพิเศษคือ เข็มกลัด Fantastic Four สุดคลาสสิก ที่มีเฉพาะในเวอร์ชันวางจำหน่ายในอังกฤษ ราคาทั้ง 4 รุ่น (อิงจากราคาเปิดตัวในอังกฤษ) GA-110HDS-7AER-F4 119.00 (ประมาณ 5,399 บาท) DW-6900HDS-7ER-F4 99.90 (ประมาณ 4,499 บาท) GA-2100HDS-7AER-F4 99.90 (ประมาณ 4,499 บาท) GA-700HDS-7AER-F4 99.90 (ประมาณ 4,499 บาท) ข่าวดีสำหรับแฟนไทย มาแน่ แต่ภายใต้ชื่อใหม่ แม้ในอังกฤษจะใช้ชื่อคอลเลกชัน G-SHOCK x Marvel Fantastic Four แต่ในประเทศไทย นาฬิกาทั้ง 4 รุ่นจะวางจำหน่ายภายใต้ซีรีส์ Hidden Glow Vol. 2 โดยจะไม่มีแพ็กเกจกล่องพิเศษและเข็มกลัดเหมือนเวอร์ชันยุโรป อย่างไรก็ตาม ตัวเรือนและดีไซน์ทุกอย่างจะเหมือนกันทุกประการ บทความที่คุณอาจสนใจ นาฬิกา Casio ผู้ชาย สายเหล็ก รุ่นไหนดี 2024 นาฬิกา G-Shock ผู้ชาย สีขาว รุ่นไหนดี 2024 ใส่แล้วดูดีแบบมินิมอล รวมนาฬิกาผู้ชายสไตล์มินิมอลยี่ห้อไหนดี ดีไซน์สวยใส่ได้บ่อย ราคาเท่าไหร่ รวมนาฬิกาสาย Nato ยี่ห้อไหนดี สวยทนลุย เปลี่ยนลุคได้บ่อย ราคาเท่าไหร่ รวมนาฬิกา Luxury Smart Watch สำหรับผู้ชาย สมาร์ทวอทช์หรูหราสุดล้ำ ยี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่ นาฬิกา SEIKO ผู้ชาย ราคาไม่เกิน 30,000 บาท รุ่นไหนดี 2024 นาฬิกาคาสิโอผู้ชาย ราคาไม่เกิน 10,000 บาท รุ่นไหนดี นาฬิกาสายเหล็ก แบรนด์ CASIO นาฬิกาผู้ชาย ราคาไม่เกิน 2,000 บาท รุ่นไหนดี รวมนาฬิกา Rado ผู้ชายปี 2024 รุ่นไหนดี ดีไซน์สวย ราคาเท่าไหร่

BMW iX1 L SUV ไฟฟ้า 100% เปิดราคาไทย 2.499 ลบ. พร้อม New 2 Gran Coupé โฉมใหม่ 2.199 ลบ.
Read

BMW iX1 L SUV ไฟฟ้า 100% เปิดราคาไทย 2.499 ลบ. พร้อม New 2 Gran Coupé โฉมใหม่ 2.199 ลบ.

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดตัวรถยนต์ใหม่ 2 รุ่นที่พร้อมตอบสนองจังหวะชีวิตที่หลากหลาย ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู iX1 eDrive20L M Sport รถยนต์ประเภท SUV พลังงานไฟฟ้ารุ่นฐานล้อยาว และบีเอ็มดับเบิลยู 220 Gran Coupé M Sport Pro รุ่นล่าสุดของตระกูลซีรีส์ 2 ซึ่งเพิ่มสมรรถนะและเทคโนโลยีแบบรอบคัน BMW iX1 eDrive20L M Sport ใหม่ ราคา 2,499,000 บาทการปรับโฉมภายนอกและมิติตัวรถBMW iX1 eDrive20L M Sport ใหม่ ปรับแต่งการออกแบบภายนอกต่างจากบีเอ็มดับเบิลยู X1 ในรุ่นมาตรฐาน ได้กระจังหน้าแบบปิดโฉมใหม่ในทรงสามมิติ และไฟหน้า Adaptive LED ที่ทอดยาวไปยังด้านข้างของตัวรถ พร้อมชุดแต่ง M Sport ที่รวมถึงส่วนกรอบหน้าต่าง high-gloss Shadowline และล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วในดีไซน์ Double-spoke Bicolourและเพิ่มพื้นที่ภายในตัวรถให้กว้างขึ้น ด้วยตัวรถที่ยาวขึ้นเป็น 4,616 มิลลิเมตร และฐานล้อยาว 2,800 มิลลิเมตร หรือเท่ากับตัวรถยาวกว่า X1 รุ่นมาตรฐาน 116 มิลลิเมตร และฐานล้อยาวขึ้น 110 มิลลิเมตร ส่งผลให้มีพื้นที่ภายในกว้างขึ้น 81 มิลลิเมตรสำหรับการวางขา และ 107 มิลลิเมตรที่ระดับเข่า สำหรับผู้โดยสารเบาะหลัง แบ่งสัดส่วนเป็น 3 ตอนแบบ 40:20:40 เช่นเดิม และสามารถพับลงได้เพื่อขยายพื้นที่เก็บสัมภาระจาก 490 ลิตรเป็น 1,600 ลิตรพละกำลังของรถระบบส่งกำลังแบบไฟฟ้าล้วน หรือเทคโนโลยี BMW eDrive เจเนอเรชันที่ 5 ให้มอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 150 กิโลวัตต์ / 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร เร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 8.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตัวรถติดตั้งแบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 66.5 kWh ระยะทางสูงสุด 402-433 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จระบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่กำลังไฟสูงสุด 130 กิโลวัตต์ ชาร์จแบตเตอรี่จาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลา 32 นาที และชาร์จไฟในระบบกระแสสลับ (AC) กำลังไฟสูงสุด 11 กิโลวัตต์ ให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0% ถึง 100% ได้ในเวลา 6 ชั่วโมง 45 นาทีระบบและเทคโนโลยีภายในรถBMW iX1 L ยังคงระบบ Comfort Access 2.0 หรือการปลดล็อกรถเมื่อเจ้าของรถเดินเข้ามาใกล้ และล็อกรถอัตโนมัติเมื่อเดินออกห่างตัวรถ เช่นเดียวกับระบบ BMW Digital Key Plus ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของรถใช้สมาร์ตโฟนแทนกุญแจรถ และปลดล็อกรถอัตโนมัติได้เพียงนำสมาร์ตโฟนเข้ามาใกล้ห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู iX1 eDrive20L M Sport ใหม่ ปรับระบบเกียร์เป็นแบบแป้น ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Driving Assistant Plus และ Parking Assistant Plus (รวมระบบกล้องมองรอบคัน Surround View) รองรับการอัปเกรดสู่ Parking Assistant Professional ที่เพิ่มความสามารถในการควบคุมการจอดรถได้ผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน และสามารถจดจำรูปแบบการจอดรถอัตโนมัติได้ถึง 10 แบบ รวมระยะทาง 600 เมตร และฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่เลือกซื่อเพิ่มเติมได้ผ่าน BMW Connected Drive Storeนอกจากนี้ iX1 eDrive20L M Sport ยังมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 9 รุ่นล่าสุด ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานควบคุมได้ผ่านหน้าจอ Control Display ขนาด 10.7 นิ้ว พร้อมด้วยแผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว และ BMW Head-Up Display พร้อมป้อนข้อมูลสำคัญให้ผู้ขับขี่ได้รับทราบโดยไม่ต้องละสายตาจากเส้นทางข้างหน้า ชุดเครื่องเสียงจาก Harman Kardonสีและวัสดุเบาะรถบีเอ็มดับเบิลยู iX1 eDrive20L M Sport ใหม่ เปิดขายในสีดำ Carbon Black Metallic, ขาว Mineral White Metallic และเทา Skyscraper Grey Metallic โดยทั้งสามสีมาพร้อมกับห้องโดยสารที่หุ้มเบาะด้วยวัสดุ Veganza แบบเจาะรูระบายอากาศในสีน้ำตาล Mocha โดยราคาที่ได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BSI Standard แล้ว BMW 220 Gran Coupé M Sport Pro ใหม่ ราคา 2,199,000 บาทการปรับเปลี่ยนโฉมและขุมกำลังรถBMW 220 Gran Coupé M Sport Pro รูปลักษณ์ใหม่ล่าสุด ยกระดับทั้งสมรรถนะและเทคโนโลยี กระจังหน้าที่กว้างขึ้น และยังติดตั้งระบบไฟ BMW Iconic Glow มาเป็นครั้งแรกในซีรีส์ 2 ไฟหน้าแบบ Adaptive LED มาในทรงทอดยาวออกด้านข้าง ห้องโดยสารแบบ 4 ประตูในแบบรถซีดาน ชุดแต่ง M Sport Pro กับชุดโคมไฟหน้า M Lights Shadowline และกรอบหน้าต่าง M high-gloss Shadowline ล้ออัลลอย M ขนาด 19 นิ้ว ดีไซน์ Y-spoke Bicolour พร้อมคาลิเปอร์เบรก M Sport สีแดงเงาแบบ 4 ลูกสูบห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู 220 Gran Coupé M Sport Pro ใหม่ ยังให้หลังคากระจก Panorama Glass Roof เช่นเดียวกับโฉมก่อนหน้า ส่วนเบาะนั่งแบบสปอร์ตหุ้มด้วยวัสดุ Veganza ชุดแต่งภายในแบบ Illuminated ในโทนสีเทา-ดำ Aluminium Graphite ที่มาพร้อมไฟแต่งห้องโดยสารในตัว และตะเข็บบนพื้นผิวต่างๆ ในห้องโดยสารที่ใช้ด้ายสีแดง น้ำเงิน ขาว อันเป็นสีประจำตัวของบีเอ็มดับเบิลยู MBMW 220 Gran Coupé M Sport Pro ให้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ / 204 แรงม้า ที่ 5,000-6,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตรที่รอบเครื่อง 1,450-4,500 รอบต่อนาที ทำงานผสานกับเกียร์ Steptronic คลัตช์คู่แบบ 7 สปีดอย่างลงตัว เร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 7.3 วินาที รองรับการเรียกใช้ฟังก์ชัน M Sport Boost ได้จากแป้นเปลี่ยนเกียร์บริเวณพวงมาลัย เพื่อเพิ่มแรงบิดสูงสุดแบบชั่วคราวได้ ช่วงล่างถุงลมแบบ Adaptive M ปรับตัวรับแรงกระแทกที่แตกต่างกันตามความถี่การสั่นสะเทือนของตัวรถภายในและสีรถผู้ขับขี่สามารถใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ของตัวรถได้ครบครัน ผ่านชุดอุปกรณ์ BMW Live Cockpit Professional ที่รวมถึงการแสดงข้อมูลสำคัญบนหน้าจอ BMW Head-Up Display ติดตั้งระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 9 รุ่นล่าสุด เป็นมาตรฐาน รองรับการเรียกใช้ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงอย่าง Driving Assistant Plus และ Parking Assistant Plus รองรับฟังก์ชัน BMW Digital Key Plus อำนวยความสะดวกด้วยการเปลี่ยนสมาร์จโฟนให้เป็นกุญแจรถ หรือเลือกซื้ออัปเกรดความสามารถเพิ่มเติมผ่านทางระบบ BMW ConnectedDrive Storeบีเอ็มดับเบิลยู 220 Gran Coupé M Sport Pro ใหม่ มี 4 สี ได้แก่ ดำ Black Sapphire Metallic, ขาว Alpine White Solid, เทา Brooklyn Grey Metallic (จับคู่กับเบาะหุ้มวัสดุ Veganza แบบเจาะรูระบายอากาศ สีแดง Coral Red ตัดดำ) และน้ำเงิน Portimao Blue Metallic (พร้อมเบาะหุ้มวัสดุ Veganza แบบเจาะรูระบายอากาศ สีดำล้วน)

"Meta" ทุ่ม 1.4 หมื่นล้านเหรียญ ลงทุน "Scale AI" l การตลาดเงินล้าน
Read

"Meta" ทุ่ม 1.4 หมื่นล้านเหรียญ ลงทุน "Scale AI" l การตลาดเงินล้าน

CNBC รายงานว่า Meta บริษัทแม่ของ Facebook กำลังเตรียมการลงทุนครั้งใหญ่ มูลค่าราว 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในบริษัท Scale AI ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพชั้นนำด้านการจัดเตรียมข้อมูลสำหรับระบบปัญญาประดิษฐ์ พร้อมวางแผนดึงตัว Alexandr Wang ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Scale AI มาร่วมเป็นผู้นำทีมวิจัย AI แห่งใหม่ของ Meta เพื่อยกระดับขีดความสามารถของบริษัทในสมรภูมิเทคโนโลยีแห่งอนาคตแหล่งข่าวจากวงในเปิดเผยกับ CNBC ว่าการเจรจาใกล้เสร็จสมบูรณ์ โดย Meta จะถือหุ้นราวร้อยละ 49 ใน Scale AI ภายใต้รูปแบบการลงทุน ไม่ใช่การเข้าซื้อกิจการโดยตรง เพื่อลดแรงกดดันด้านกฎหมายแข่งขันทางการค้า ซึ่ง Meta กำลังเผชิญจากคดีความกับคณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐฯ (FTC) ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ Wang จะเข้ามานำทีมห้องวิจัย AI แห่งใหม่ภายใน Meta โดยมีทีมงานจาก Scale AI ร่วมเสริมทัพด้วย Wang ถือเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง ทั้งในเชิงเทคนิคและการสร้างธุรกิจ โดยเคยระบุว่า "สหรัฐฯ ต้องการกำลังประมวลผลขนาดใหญ่เพื่อแข่งขันกับจีนในยุค AI" ซึ่งสอดคล้องกับจุดยืนของ Zuckerberg ที่เห็นว่าเทคโนโลยี AI กำลังกลายเป็นสมรภูมิแห่งการแข่งขันด้านความมั่นคงระดับชาติMeta เป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ของ Scale AI อยู่แล้ว โดยบริษัทแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการจัดเตรียมข้อมูลให้กับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง OpenAI, Google และ Microsoft สำหรับใช้ฝึกสอนโมเดล AI ล้ำสมัยMeta และ Scale AI ปฏิเสธให้ความเห็นในเรื่องนี้ แต่หากดีลนี้สำเร็จ จะนับเป็นก้าวสำคัญในการแข่งขันระหว่างบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ต่างพยายามเข้าถึงเทคโนโลยี AI ที่ทันสมัยที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องเข้าซื้อกิจการตรงๆ เช่นเดียวกับกรณีของ Google และ Microsoft ที่เคยลงทุนใน Character.AI และ Inflection AI ตามลำดับ

watchOS 26 ดีไซน์ Liquid Glass ผสาน Apple Intelligence
Read

watchOS 26 ดีไซน์ Liquid Glass ผสาน Apple Intelligence

ในงาน WWDC2025 Apple เปิดตัว watchOS 26 ดีไซน์ Liquid Glass ผสาน Apple Intelligence ยกระดับประสบการณ์ออกกำลังกาย ไซน์ Liquid Glass: ความลื่นไหลที่น่าตื่นตาwatchOS 26 มาพร้อมดีไซน์ใหม่ "Liquid Glass" ที่ให้ความรู้สึกโปร่งใส ลื่นไหล และกลมกลืนกับตัวเรือนของ Apple Watch สร้างสรรค์ประสบการณ์การใช้งานที่น่าตื่นตาและใช้งานง่ายยิ่งขึ้น ไอคอนและองค์ประกอบต่างๆ บนหน้าจอได้รับการปรับปรุงให้ดูทันสมัยและเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วกว่าเดิมApple Intelligence: คู่หูออกกำลังกายส่วนตัวอัจฉริยะหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของ watchOS 26 คือการนำ Apple Intelligence มาใช้ในการแนะนำการออกกำลังกาย โดยอาศัยการเรียนรู้จากพฤติกรรม ข้อมูลสุขภาพ และข้อมูลจาก iPhone ของผู้ใช้ ทำให้ Apple Watch สามารถให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์และแม่นยำยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำประเภทการออกกำลังกายที่เหมาะสม, ความเข้มข้นที่ควรจะเป็น หรือแม้กระทั่งเวลาที่ควรพักผ่อนไฮไลท์เด่นของ watchOS 26:Workout Buddy ฟีเจอร์คู่หู: นี่คือฟีเจอร์ใหม่ที่จะทำหน้าที่เป็น "คู่หู" ส่วนตัวที่คอยกระตุ้นและแนะนำผู้ใช้ตลอดการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนให้เริ่มต้น, การแนะนำท่าทางที่ถูกต้อง หรือการให้กำลังใจเพื่อให้ผู้ใช้บรรลุเป้าหมาย Workout Buddy จะช่วยผลักดันให้ผู้ใช้ไปออกกำลังกายได้อย่างสม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพมากขึ้นปรับแต่งการออกกำลังกายได้มากขึ้น: watchOS 26 มอบอิสระให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการออกกำลังกายได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเป้าหมายเฉพาะ, การกำหนดช่วงเวลา หรือการเลือกโหมดการออกกำลังกายที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ทุกระดับ ผสมผสาน Apple Music และ Workout Buddy: เพื่อให้การออกกำลังกายไม่น่าเบื่อ watchOS 26 ได้ผสานรวม Apple Music เข้ากับ Workout Buddy อย่างลงตัว ผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับเพลงโปรดที่เข้ากับจังหวะการออกกำลังกาย พร้อมรับคำแนะนำจาก Workout Buddy ได้อย่างราบรื่น ช่วยเพิ่มความสนุกสนานและแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายการปรับปรุงและฟีเจอร์ใหม่:การแจ้งเตือนอัจฉริยะ: watchOS 26 ได้ปรับปรุงระบบการแจ้งเตือนใหม่ โดยเรียนรู้ชีวิตประจำวันของผู้ใช้ เช่น เมื่ออยู่ในห้องประชุม เสียงเตือนก็จะเงียบลงโดยอัตโนมัติ ทำให้การแจ้งเตือนมีความชาญฉลาดและไม่รบกวนในเวลาที่ไม่เหมาะสม

เปิดตัว visionOS 26 พร้อมฟีเจอร์ใหม่ยกระดับ Apple Vision Pro
Read

เปิดตัว visionOS 26 พร้อมฟีเจอร์ใหม่ยกระดับ Apple Vision Pro

Apple ประกาศเปิดตัว visionOS 26 ในงาน WWDC ล่าสุด โดยถือเป็นการอัปเดตระบบปฏิบัติการครั้งใหญ่สำหรับ Apple Vision Pro ซึ่งมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่มากมายที่ยกระดับประสบการณ์ใช้งานทั้งในด้านเกม การทำงานร่วมกัน และการใช้งานแบบเสมือนจริงรองรับคอนโทรลเลอร์ PlayStation VR2 Sense ช่วยให้ Apple Vision Pro ใช้เล่นเกมได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เปิดทางให้นักพัฒนาพอร์ตเกมจากแพลตฟอร์มอย่าง Quest และ Steam VR ได้ง่ายขึ้น รองรับอุปกรณ์เสริมภายนอกเพิ่มเติม เช่น Logitech Muse (สไตลัสแบบใหม่) เพื่อการควบคุมที่แม่นยำมากขึ้นเลื่อนหน้าจอด้วยสายตา (Eye Tracking Scroll) ผู้ใช้สามารถเลื่อนอ่านเอกสาร เว็บ หรือแอปต่าง ๆ ได้ด้วยการขยับสายตาการจัดวางวิดเจ็ตได้อิสระในพื้นที่เสมือนจริงเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานและปรับแต่งประสบการณ์ตามต้องการอัปเกรด Persona ให้สมจริงยิ่งขึ้น รูปลักษณ์ของ Persona ที่ใช้แทนผู้ใช้งานในการประชุมหรือสื่อสารดูคล้ายคนจริงมากขึ้น ประสบการณ์เชิงพื้นที่แบบร่วมกัน (Shared Spatial Experiences) ผู้ใช้สามารถดูหนัง 3 มิติร่วมกัน เล่นเกมหลายคนในพื้นที่เสมือนรองรับวิดีโอเชิงพื้นที่จากกล้องหลากหลายแบรนด์ เช่น Insta360, GoPro, และ Canon สำหรับการรับชมภาพแบบกว้างและสมจริงApple เปิดให้ทดสอบตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เวอร์ชันเต็มเปิดให้ใช้งานภายในปลายปี 2025 VisionOS 26 นับเป็นก้าวสำคัญของ Apple ในการผลักดัน Vision Pro จากอุปกรณ์โชว์เทคโนโลยี ไปสู่แพลตฟอร์มที่พร้อมใช้งานจริงสำหรับทั้งเกมเมอร์ นักสร้างสรรค์ และผู้ใช้งานทั่วไป