TrueID
TH
Reset
Search results for “#Solarcell” - TrueID
Top Result
Watch
Shorts
Game
Privilege
Read
Read
CP LAND X พันธมิตร ส่งต่อความสุขเดินทางได้ ปีที่ 2 “Solar Cell for Life” อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น
15 ตุลาคม2567, ขอนแก่น - บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย เดินหน้าพร้อมพันธมิตร และ พี่น้องประชาชนชาวดงลาน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยหน่วยงานจากภาครัฐ อาทิ องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น องค์การบริหารส่วนตำบลดงลาน สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น บริษัท นิสสัน เคเคที จำกัด และ ภาคเอกชน ประกอบด้วย สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยจังหวัดขอนแก่น บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟโคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด หอการค้าจังหวัดขอนแก่น บริษัท ซีพีแรม จำกัด หจก. พีซี. คอนสตรัคชั่น แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง บริษัท ที เอ็ม ที เอ็น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด บริษัท ขอนแก่น บริวเวอรี่ จำกัด บริษัท พรพิวัฒน์ยานยนต์ ขอนแก่น จำกัด บริษัท ฟู๊ด ฟาสต์ ฟิน จำกัด บริษัท ดงลานศิลา จำกัด บริษัท ต.พีระกฤษ จำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไทยรัฐยางยนต์ บริษัท 22 คอนซัลแต้นท์ แอนด์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ศูนย์เชี่ยวชาญด้านธุรกิจอีเว้นท์และอุตสาหกรรมบริการแบบครบวงจร (CEMBEI) มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ อินฟลูเอนเซอร์จากเพจ Photogangs ร่วมผนึกกำลังสานต่อ โครงการ Solar Cell for Life ความสุขเดินทางได้ ปีที่ 2 ที่ ตำบลดงลาน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่นโครงการSolar Cell for Life ความสุขเดินทางได้เป็นโครงการที่ส่งมอบแสงสว่างจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความปลอดภัยให้แก่ชุมชนในพื้นที่ห่างไกลและขาดแคลนไฟฟ้า ต่อเนื่องจากปี 2566 ที่ได้ทาง CP LANDได้ริเริ่มโครงการที่ อำเภอคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อมาที่อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก และดำเนินการอย่างต่อเนื่องที่ ตำบลดงลาน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น โดยมอบเสาไฟโซลาร์เซลล์บริเวณถนน จำนวน 60 ต้น ระยะทางทั้งหมด 2 กิโลเมตร และโคมไฟโซลาร์เซลล์บริเวณลานกีฬาของชุมชน จำนวน 20 ต้น มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการการตอบแทนสังคม (Social Contribution) ของ CP LAND ภายใต้ปรัชญาพื้นฐาน คุณภาพเพื่อทุกชีวิต หรือ Accessible Communities for Life ของ CP LAND ที่ต้องการส่งมอบความสุขให้แก่ชุมชนที่ห่างไกล แม้ในพื้นที่ ที่ห่างไกล ความสุขก็จะไปเป็นแสงสว่าง ซึ่งจะมีการศึกษาการต่อยอดและพัฒนาโครงการดังกล่าวต่อไปและพร้อมเปิดรับพันธมิตรที่ต้องการขยายความร่วมมือเพื่อไปดำเนินการในพื้นที่อื่น ๆ ในอนาคตนายกนธีร์ ติรวิภาส หัวหน้าโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือCP LAND เปิดเผยว่า โครงการ Solar Cell For Life ความสุขเดินทางได้ ปีที่ 2 ในครั้งนี้ถือเป็นความภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ทาง CP LAND ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งการมอบความสุขให้แก่ชุมชนอีกครั้ง ตามนโยบายเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่ดำเนินธุรกิจ ภายใต้ยุทธศาสตร์ความยั่งยืนควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าร่วมกันกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้ยุทธศาสตร์ 3 ด้านหลัก (Heart) ด้วยใจที่ยั่งยืน (Health) สร้างสังคม (Home) เพื่อสิ่งแวดล้อม ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) ทั้ง 5 เป้าหมาย ด้วยการมอบแสงสว่างจากพลังงานสะอาด ที่เป็นหนึ่งในการยกระดับโครงสร้างขั้นพื้นฐานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ดังกล่าว ของ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ที่ขาดแคลนไฟฟ้าในบางพื้นที่ การมอบเสาไฟโซลาร์เซลล์ ในครั้งนี้จึงถือเป็นการส่งต่อความสุขอย่างยั่งยืน ที่จะช่วยให้ชุมชนสามารถมีชีวิตที่ดีและปลอดภัยขึ้นได้ อีกทั้งยังได้การช่วยเหลือจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สนับสนุนทั้งแรงกายและเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆในการติดตั้ง ถือว่าเป็นการร่วมแรงร่วมใจ ตอบแทนสังคมกันอย่างแท้จริงนายอภิชาติ สินธุมา ผู้อำนวยการบริหารกลุ่มธุรกิจภูมิภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND กล่าวว่า การติดตั้งระบบเสาไฟโซลาร์เซลล์ในครั้งนี้ ร่วมกันติดตั้งระบบเสาไฟโซลาร์เซลล์ เป็นปีที่ 2 ที่ทาง CP LAND ได้เป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนสังคม ถือเป็นความสุขจากทั้งผู้ให้ส่งต่อไปยังประชาชนผู้รับในพื้นที่ จากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมสนับสนุน ที่มาร่วมแรงร่วมใจกันติดตั้งระบบเสาไฟโซลาร์เซลล์ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุในการเดินทางสัญจร ช่วยให้เกิดความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการช่วยการกระตุ้นการท่องเที่ยววิถีชุมชนอีกด้วยนายภพพล เกษมสันต์ ณ อยุธยา ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า สีชมพูคืออำเภอห่างไกลสุดขอบของจังหวัดขอนแก่น ดีใจอย่างมากที่ทาง CP LAND นำโครงการดีๆแบบนี้มาช่วยพัฒนา ความตั้งใจของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่นคือ การทำเส้นทางท่องเที่ยว อำเภอสีชมพู แบบท่องเที่ยวยั่งยืน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งธรรมชาติของสีชมพู สวยงามทำได้ เชื่อมโยงเส้นทางต่อมาจากอำเภอภูผาม่านซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวอยู่แล้ว เรามาช่วยกันพัฒนาชีวิต ความเป็นอยู่ เพิ่มรายได้ของชาวบ้าน โดยมีกิจกรรมดีๆแบบนี้เป็นตัวนำ และทางเรานำกิจกรรมต่างๆมาเสริมกัน ประชาสัมพันธ์ และ เดินหน้ากันต่อไปนายปริญ นาชัยสิทธิ์ รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กล่าวว่า โครงการ Solar Cell for Life ความสุขเดินทางได้ เป็นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างผลกระทบที่เป็นบวกต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม ในนามของมหาวิทยาลัยฯ มีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการฯ คณาจารย์และนักศึกษามีส่วนร่วมในการติดตั้งและวางระบบเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของพลังงานสะอาดและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนนายธัชพล สิงห์นอก กรรมการผู้จัดการ บริษัท22 คอนซัลแต้นท์ แอนด์ แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้มาร่วมงาน Solar Cell for Life ความสุขเดินทางได้ ปีที่ 2 ภายใต้การนำของบริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) มีพันธมิตรและหน่วยงานราชการต่าง ๆ มีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้และได้ร่วมส่งมอบเสาไฟโซลาร์เซลล์ เพื่อให้ประชาชน ตำบลดงลาน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ได้ประโยชน์ในการเดินทางสัญจรต่าง ๆ และถ้ามีกิจกรรมดี ๆ แบบนี้อีกบริษัทพร้อมจะสนับสนุนโครงการต่อไปนายวัชระ ศิริฤทธิชัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟโคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด หรือNippon Paint กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่สีของ Nippon Paint ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Solar Cell for Life ความสุขเดินทางได้ ปีที่ 2 นี้อย่างต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อมั่นว่าโครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ทางกายแล้ว ยังมีส่วนช่วยเพิ่มพูนความสุขทางใจได้อย่างดีแน่นอน รวมถึงความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้งานถนนและสนามกีฬาของชุมชนอีกด้วย อีกทั้งอาจก่อเกิดการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นในชุมชน ช่วยสร้างรายได้ในชุมชน นับเป็นการสร้างสรรค์สังคมยั่งยืนที่ให้ประโยชน์อย่างแท้จริง นอกจากนี้หลักการของโครงการฯยังสอดคล้องกับหนึ่งในกลยุทธ์การดำเนินงานของ Nippon Paint ในด้านการลดการใช้พลังงาน เพื่อมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำด้วยเช่นกัน#CPLAND #ซีพีแลนด์ #CPLANDคุณภาพทุกชีวิต #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #ความสุขเดินทางได้ #โซลาร์เซลล์ #AccessibleCommunitiesforLife #แม้ในพื้นที่ที่ห่างไกลความสุขก็จะไปเป็นแสงสว่าง #SolarCellForLife #SolarCell #ขอนแก่น #เที่ยววิถีสีชมพู
TNN ch16 • 15 Oct 2024
Read
AMR ได้งานออกแบบ-ติดตั้ง น้ำบาดาลจาก Solar Cell มูลค่า 149 ลบ.
ทันหุ้น - AMR ได้งานออกแบบและติดตั้งระบบการจัดการน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานสะอาดจากแผ่น Solar Cell ในจังหวัด สระบุรี-นครราชสีมามูลค่า 149 ล้านบาท จ่อรับรู้รายได้ทั้งหมดภายในปีนี้ แย้มไตรมาส 4/64เตรียมพร้อมเสนองานทั้งด้านออกแบบติดตั้งและให้บริการระบบราง ระบบสื่อสาร ระบบพลังงานทางเลือกให้แก่ทั้งภาครัฐและเอกชน นายมารุต ศิริโก กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเซีย จำกัด (มหาชน) (AMR) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้งานออกแบบและติดตั้งระบบการจัดการน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานสะอาดมูลค่าโครงการ 149 ล้านบาท และคาดว่าสามารถรับรู้รายได้ภายในปี 2564 นี้ โดยงานดังกล่าวเป็นการติดตั้งระบบสูบน้ำจากบ่อบาดาลด้วยแผ่น SolarCellเพื่อมาจัดเก็บในถังและแจกจ่ายน้ำไปยังพื้นที่การเกษตรในพื้นที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ทดแทนการใช้เครื่องยนต์น้ำมันแบบเก่า AMR มองว่าโครงการระบบการจัดการน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานสะอาดเป็นเรื่องของการบริหารจัดการน้ำเพื่อให้มีน้ำสำหรับการเพาะปลูกอย่างเพียงพอ เพราะการวิจัยพบว่าพื้นที่เพาะปลูกที่มีน้ำเพียงพอจะให้ผลผลิตมากกว่าสองถึงสามเท่าเมื่อเทียบกับพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำ ที่ผ่านมา AMR มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านระบบบริหารจัดการน้ำด้วยระบบโทรมาตรเพื่อการบริหารและการพยากรณ์น้ำในลุ่มแม่น้ำ เขื่อน และอ่างเก็บน้ำ รวมถึงการตรวจวัดคุณภาพน้ำทั้งกรมชลประทานและกรุงเทพมหานครอยู่แล้วจึงเป็นการเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจเรื่องการบริหารจัดการแหล่งน้ำที่ครอบคลุมทั้งบนดินและใต้ดินรวมถึงการนำพลังงานสะอาดและระบบไอทีมาประยุกต์ใช้งานให้การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอีกด้วย การพัฒนาน้ำเพื่อการเกษตรเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของ AMR ที่ได้มีส่วนร่วมเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคการเกษตรซึ่งเป็นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ และสอดคล้องกับแผนงานด้าน Smart City และ Smart Farm ของ AMR และในอนาคตมองว่าจะผลักดันให้มีระบบควบคุมและบริหารจัดการน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรจากส่วนกลางด้วย นายมารุตกล่าวต่อในช่วงท้ายว่าแผนการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทฯยังคงเดินหน้าเข้าร่วมประมูลงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับระบบคมนาคมขนส่ง ไอทีและโซลูชั่น พลังงานทดแทน และงานเปลี่ยนสายไฟฟ้าลงใต้ดิน เพื่อผลักดันงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องปีละไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท
ทันหุ้น • 14 Oct 2021
Read
Samsung เปิดตัวรีโมททีวี Solar Cell ร่วมกันรักษ์โลกประหยัดถ่าน AAA
Samsung ออกมาประกาศเปิดตัว "รีโมททีวี Solar Cell"รีโมททีวีรักษ์โลกของSamsung ที่จะให้ทีวีรุ่นใหม่ในปี 2021 ใช้ทั้งหมด พร้อมนำเอามาเปิดตัวในงานCES 2021 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11 - 14 มกราคมนี้ โดยรีโมททีวี Solar Cell ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และลดขยะจากแบตเตอรี่ (ถ่าน) AAA ให้น้อยลงตัวรีโมทจะมีแผงรับแสงอยู่ด้านหลัง ใช้สำหรับชาร์จพลังงานไฟจากแสงในที่ร่ม หรือจะชาร์จผ่านทาง USB ก็ได้ด้วยเช่นกันนอกจากรีโมทแล้ว Samsung ยังได้ประกาศว่ากล่องใส่ทีวีทุกรุ่น ต่อไปนี้จะถูกออกแบบใหม่ สามารถนำมาดัดแปลงเป็นของเล่นได้ พร้อมลดการพิมม์ลายบนกล่องให้น้อยลง เพื่อลดปริมาณหมึกที่ใช้ และช่วยให้รีไซเคิลได้ง่ายมากยิ่งขึ้นแบรนด์ IT หลาย ๆ แบรนด์เดี้ยวนี้เริ่มใส่ใจในธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะ Apple ที่ประกาศไม่แจกหัวชาร์จใน iPhone 12 นอกจากจะลดการผลิตตัวหัวชาร์จได้แล้ว ยังช่วยลดขนาดของกล่องใส่ได้อีกด้วย และเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานแสงในที่ร่มเอง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีรักษ์โลก ที่แบรนด์ IT หลาย ๆ แบรนด์ต่างจับจ้อง และต้องการหยิบนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้ได้เร็วและดีที่สุดwebsite:www.TNNTHAILAND.comfacebook :TNNONLINEfacebook live :TNN Livetwitter :TNNONLINELine :@TNNONLINEYoutube Official :TNNONLINEInstagram :TNN_ONLINETIKTOK :@TNNONLINEแหล่งที่มา news.samsung.com
TNN ch16 • 7 Jan 2021
Read
MEA รับสมัครผู้ใช้ไฟฟ้าเขตพื้นที่ให้บริการเข้าร่วมโครงการ Solar Cell
วันนี้( 24 ส.ค.63) นางสาวผาสุก สัมปุณณะโชติ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เปิดเผยว่า MEA พร้อมขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐ ส่งเสริมให้บ้านและอาคารที่พักอาศัยในเขตพื้นที่ให้บริการของ MEA คือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ที่ติดตั้งแผงเซลล์ผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้เอง โดยขออนุญาตเชื่อมต่อกับระบบโครงข่าย MEA ถูกต้องตามระเบียบการติดตั้งอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ชำนาญการเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ไฟฟ้า รวมถึงเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อความมั่นคง ความปลอดภัย และป้องกันเหตุอันตรายที่อาจจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพโครงข่ายระบบจำหน่ายไฟฟ้า ปัจจุบันผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถสมัครเข้าร่วมได้ 2 โครงการ ดังนี้โครงการขนานเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของ MEA สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท ที่ติดตั้ง Solar Cell เพื่อใช้งานเอง จะต้องดำเนินการตาม ระเบียบการไฟฟ้านครหลวงว่าด้วยข้อกำหนดการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทสมัครยื่นแบบลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ โดยไม่มีกำหนดปิดรับสมัคร ติดต่อสอบถามขอรับบริการได้ทุกเขตบริการ MEA และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.mea.or.th/minisite/vspp/about/846โครงการ Solar ภาคประชาชน สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย ที่ติดตั้งแผงเซลล์ผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา เพื่อใช้งานเอง และสามารถขายไฟฟ้าส่วนที่เหลือใช้ให้กับ MEA ในอัตรารับซื้อไฟฟ้าอยู่ที่ 1.68 บาท/หน่วย เป็นระยะเวลาสัญญา 10 ปี เปิดรับสมัครเข้าร่วมโครงการผ่านทางเว็บไซต์ https://spv.mea.or.thทั้งนี้ ผู้สนใจจะเข้าร่วมโครงการฯ สามารถสอบถามรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA, Line: @meathailand, Twitter: @mea_news, และศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเกาะติดข่าวที่นี่website: www.TNNTHAILAND.comfacebook : TNNONLINEfacebook live : TNN Livetwitter : TNNONLINELine : @TNNONLINEYoutube Official : TNNONLINEInstagram : TNN_ONLINETIKTOK : @TNNONLINE
TNN ch16 • 24 Aug 2020
ติดโซล่าเซลล์ค่าไฟเหลือ 140 บาท บ้านแอร์ 20 ตัว+ คอม 20 เครื่อง+ เป็นไปได้หรอ ?
หลังจากที่ผมติดโซล่าเซลล์ไปแล้วของตัว Sigenergy Sigenstor พร้อมทั้งตัว Battery ทั้งหมด 63kWh
ExtremeIT • 3 Sep 2026
Microinverter VS String Inverter ติดใช้จริงมา 1 ปี ต่างกันอย่างไร ?
ติดโซล่าเซลล์ 1 ปี เป็นยังไงบ้าง ? ระบบ Micro inverter ของ Atmoce หลังใช้มา 1 ปี
ExtremeIT • 3 Sep 2026
Read
ส่องหุ้นรับผลบวกจากรัฐหนุนติดตั้ง Solar Rooftop ครัวเรือน
#ทันหุ้น-ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า กระทรวงการคลังเตรียมเปิดลงทะเบียนสนับสนุนติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับครัวเรือนช่วงกลาง ต.ค. 2569 เบื้องต้น 1 ล้านสิทธิ วงเงินรวม 5 หมื่นล้านบาท หรือ 5 หมื่นบาท/ครัวเรือน และอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มเป็น 1.5 ล้านสิทธิ โดยตั้งเป้าเบิกจ่ายแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2570ฝ่ายวิจัยมองเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีธุรกิจ Solar Rooftop และ EPC อาทิหุ้น GUNKUL, SOLAR, SPCG รวมถึงเป็น sentiment บวกต่อผู้ประกอบการรายอื่นๆที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับการติดตั้ง Solar Rooftop อาทิหุ้น CRC, COM7, DOHOME, HMPRO เป็นต้น เนื่องจากความคาดหวังว่ามาตรการนี้จะช่วยเพิ่มความต้องการการติดตั้ง Solar Rooftop ภาคครัวเรือน ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้ในธุรกิจดังกล่าวหากพิจารณาระดับของโครงการ ภาครัฐมีเป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือนและใช้ขนาดติดตั้งเฉลี่ยครัวเรือนละ5 kW ซึ่งคิดเป็นกำลังติดตั้งรวมที่ 5.0 พัน MW ซึ่งสูงกว่าโครงการรับซื้อไฟฟ้า Solar Rooftop ภาคประชาชนเดิมที่อยู่เพียง500 MW สะท้อนถึงภาครัฐกำลังสร้างตลาด Solar Rooftop ภาคครัวเรือนในระดับที่ใหญ่ขึ้น เพื่อสนับสนุนนโยบาย Net Zero Carbon ตามกรอบของแผน PDP2026ในระยะยาวฝ่ายวิจัยมองว่า GUNKUL เป็นผู้ได้รับประโยชน์ที่มีความโดดเด่น จากการมีห่วงโซ่ธุรกิจที่ครบวงจร อย่างไรก็ตาม กำไรหลักของ GUNKUL ยังคงมาจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและโครงการ EPC ขนาดใหญ่ ทำให้มาตรการนี้ยังเป็นโอกาสเสริมการเติบโต มากกว่าปัจจัยขับเคลื่อนกำไรหลักของทางบริษัท**เลือก GUNKUL เป็นหุ้นเด่นทั้งนี้ในช่วงสั้นคาดเป็น sentiment บวกหนุนราคาหุ้นที่มีธุรกิจเกี่ยวข้อง อาทิ GUNKUL, SOLAR, SPCG, CRC, COM7, DOHOME และ HMPRO จากความคาดหวังต่อการเร่งตัวของอุปสงค์ตามมาตรการภาครัฐ จึงอาจหาจังหวะเข้า Trading ตามกระแสข่าวโดยเลือก GUNKUL (FV@6.4B) เป็น Top Pick จากการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ EPC และจำหน่ายอุปกรณ์ Solar ที่ครบวงจร ประกอบกับยังมีแรงหนุนจากรอบการลงทุนของแผน PDP2026
ทันหุ้น • 10 Sep 2026
Read
ลุ้นเคาะPDPใหม่Q4/69 ชูGULF- BGRIMโดดเด่น
#PDP #ทันหุ้น – “ปลัดพลังงาน” คาดแผน PDP 2026 ประกาศใช้ได้ภายในปีนี้ เพิ่มกำลังผลิต 5 หมื่นเมกะวัตต์ รองรับระบบพลังงานรองรับโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ปูขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต เปิดทาง SMR สูงสุด 9 พันเมกะวัตต์ ด้านโบรกเกอร์ ชู GULF- BGRIM-GPSC-GUNKUL เด่น รับอานิสงส์นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่า สำหรับร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569-2593 หรือ PDP 2026 ที่ได้มีเปิดฟังความเห็นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 นั้นได้รับการออกแบบเพื่อสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสูงสุด และเตรียมความพร้อมสำหรับ AI Industry Foundation โดยในระยะสั้นไร้กังวลเรื่องกำลังการผลิตไฟฟ้า เนื่องจากระบบไฟฟ้าไทยมีกำลังผลิตสำรอง (Reserve Margin) ในระดับสูงถึงประมาณ 25% ซึ่งเพียงพอรองรับความต้องการของกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ที่เข้ามาลงทุนในไทย@เร่งลงทุนสายส่งนอกจากนี้ ทางภาครัฐต้องเร่งพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพคือ ระบบส่งไฟฟ้า (Transmission System) ซึ่งปัจจุบันการไฟฟ้าทั้ง 3 ฝ่าย (กฟผ., การไฟฟ้านครหลวง, และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) ได้อนุมัติและผูกพันงบประมาณในการดำเนินการปรับปรุงระบบสายส่งเรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนรวมกันอยู่ที่ระดับประมาณ 3-7 แสนล้านบาท ผ่านกรอบงบประมาณประจำปีของรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ คณะทำงานตั้งเป้าคุมค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดทั้งแผนให้อยู่ในระดับพยายามไม่เกินประมาณ 3 บาทกว่า หรือใกล้เคียงไม่เกิน 4 บาท (โดยเฉลี่ยคุมให้ใกล้เคียงไม่เกิน 3.88 บาทต่อหน่วย) บนสมมุติฐานราคาก๊าซ LNG ระยะยาวที่ระดับ 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู พร้อมตัวแปรสำคัญอื่นๆ เช่น ราคาเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนและราคาแบตเตอรี@เป้า SMR 9 พันเมกรวมถึงจะมีการบรรจุเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เข้าไว้เป็นทางเลือกอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายกำลังผลิตไฟฟ้าสูงสุดที่ระดับ9,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2593 เนื่องจาก SMR เป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Zero Emission) และจ่ายไฟฟ้าเป็นฐานระบบหลัก (Baseload) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง มีขนาดกะทัดรัดยืดหยุ่นสูง สามารถจัดตั้งใกล้นิคมอุตสาหกรรมหรือพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์ได้โดยตรง อีกทั้งยังมีระบบระบายความร้อนตามธรรมชาติ (Passive Cooling System) ที่สามารถคูลดาวน์ได้เองในกรณีฉุกเฉินสำหรับในช่วง 12 ปีแรกของแผน ระหว่างปี 2569–2580 กำหนดกรอบกำลังผลิตใหม่รวมประมาณ 50,900 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแบบพลังความร้อนร่วม (CCGT) 9,100 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้า SMR 300 เมกะวัตต์ พลังงานแสงอาทิตย์ 24,300 เมกะวัตต์ พลังงานลม 2,700 เมกะวัตต์ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) 14,500 เมกะวัตต์ โดยทางเลือกต่างๆ ในช่วงแรกของแผนขับเคลื่อนอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานเดียวกันและเป็นไปตามหลักการจัดทำแผนทั้ง 3 ด้าน@คาดเสร็จไตรมาส 4/69ขณะที่ช่วงหลังปี 2580 ได้จัดทำทางเลือกเพื่อรองรับเส้นทางการเปลี่ยนผ่านไปสู่เป้าหมายพลังงานสะอาดในปี 2593 โดยพิจารณาทั้งการใช้เทคโนโลยี CCS การเพิ่มพลังงานหมุนเวียนควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงาน และการผสมผสานทั้งสองแนวทาง ซึ่งในทุกทางเลือกกำหนดให้พลังงานสะอาดมีสัดส่วนอย่างน้อย 65% ในปี 2593 เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศสำหรับกรอบกำหนดเวลาการผลักดันร่างแผน PDP ฉบับใหม่ คณะทำงานจะรวบรวมคำถามและข้อเสนอแนะผ่านระบบออนไลน์เพื่อนำมาปรับปรุงร่างแผนในช่วงเดือนตุลาคม จากนั้นจะเสนอต่อ กบง., กพช. และเสนอให้ ครม. เห็นชอบตามลำดับในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งหากครม.อนุมัติคาดว่าจะประกาศบังคับใช้ได้ภายในปีนี้ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้น “กลุ่มโรงไฟฟ้า” เพราะฝ่ายวิเคราะห์มองแผน PDP2026 จะส่งผลต่อโครงสร้างการลงทุนไฟฟ้ารอบใหม่ของไทยทั้งในแง่ความต้องการใช้ไฟฟ้าและ Direct PPA เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนาโครงการและจำหน่ายไฟฟ้าของหุ้นกลุ่มดังกล่าวในอนาคต ซึ่งหุ้นได้รับผลดีที่ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินไว้ ได้แก่ BGRIM, GULF, GPSC, GUNKUL จึงมองเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน
ทันหุ้น • 9 Sep 2026
Read
คลังจ่อเปิดลงทะเบียน “โซลาร์รูฟท็อป” ล้านหลังกลาง ต.ค. นี้
#ทันหุ้น คลังจ่อเปิดลงทะเบียน"โซลาร์รูฟท็อป"ล้านหลังกลางต.ค.นี้รัฐทุ่มอุดหนุน5หมื่นต่อครัวเรือนชูโมเดลเปลี่ยนผู้บริโภคเป็นผู้ผลิตสร้างรายได้ระยะยาว30ปีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านเรือนประชาชนว่ากระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอรายละเอียดโครงการมายังกระทรวงการคลังภายในวันศุกร์นี้หรือต้นสัปดาห์หน้าโดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ในช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ทั้งนี้รัฐบาลวางเป้าหมายดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีหน้า“โครงการนี้ถือเป็นการ"ซ่อมและสร้าง"เศรษฐกิจไปพร้อมกันเพื่อรับมือกับวิกฤตราคาพลังงานและน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศ”เขากล่าวว่า โครงการนี้ รัฐบาลกำหนดวงเงินช่วยเหลืออุดหนุนให้แก่ประชาชนครัวเรือนละ50,000บาทซึ่งครอบคลุมทั้งการติดตั้งบนหลังคาและบนพื้นดินหากดำเนินการครบตามเป้าหมาย1ล้านครัวเรือนจะใช้งบประมาณรวมประมาณ50,000ล้านบาทซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยกว่างบประมาณบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปีที่ผ่านมาแต่ให้ผลประโยชน์ระยะยาวแก่ประชาชนนานถึง25-30ปีนอกจากนี้กระทรวงมหาดไทยยังอยู่ระหว่างพิจารณาความเป็นไปได้ในการขยายโครงการไปถึง1.5ล้านครัวเรือนในอนาคตชูโมเดลการลงทุน"ติดตั้งฟรี-มีรายได้"เขากล่าวว่า จุดเด่นของโครงการนี้คือประชาชนอาจไม่ต้องควักเงินลงทุนเองในตอนแรกโดยจะใช้กลไกความร่วมมือระหว่างการไฟฟ้า(กฟผ./กฟน./กฟภ.)ร่วมกับธนาคารรัฐได้แก่ธนาคารออมสินธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.)ในการสนับสนุนเงินลงทุนให้ก่อนแล้วจึงนำรายได้จากการขายไฟคืนให้กับการไฟฟ้ามาหักจ่ายชำระคืนให้แก่ธนาคาร“จากการคำนวณเบื้องต้นหากครัวเรือนติดตั้งระบบขนาด5กิโลวัตต์และมีการใช้ไฟฟ้าน้อยจนเหลือขายคืนเข้าระบบจะสามารถสร้างรายได้ประมาณ1,000บาทต่อเดือนต่อเนื่องไปตลอดอายุการใช้งานของแผงโซลาร์ประมาณ25-30ปี”เตรียมลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบทั้งนี้ เพื่อให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้จริงการไฟฟ้าจะเร่งดำเนินการติดตั้งSmart MeterและพัฒนาระบบSmart Gridรวมถึงขยายสายส่งและระบบแบตเตอรี่จัดเก็บพลังงาน(Storage)ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมรัฐบาลโดยBOIเตรียมให้การส่งเสริมการผลิตแผงโซลาร์ในประเทศและลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบที่จำเป็นเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากจีนได้นอกจากนี้กระทรวงแรงงานจะเข้ามามีบทบาทในการจัดฝึกอบรม(Training)สร้างทักษะการติดตั้งและบำรุงรักษาให้กับแรงงานไทยเพื่อรองรับการสร้างงานใหม่ที่จะเกิดขึ้นจากโครงการนี้ทั่วประเทศอีกด้วย
ทันหุ้น • 9 Sep 2026
Read
GUNKUL รายได้ Q2 โต 42% ครึ่งปีหลังรุกพลังงานสะอาด-AI
#ทันหุ้น - GUNKUL เผยครึ่งปีแรกรายได้รวมพุ่งเกิน 5,400 ล้านบาท รายได้และกำไรไตรมาส 2/2569 โตแกร่ง 41.5% และ 18.7% YoY ตามลำดับ ปัจจัยหนุนหลักมาจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้างและกลุ่มธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงเติบโตสูง พอร์ตพลังงานสะอาดทะลุเป้า 2,000 เมกะวัตต์ก่อนกำหนด จ่อเซ็น PPA เพิ่มเติมต่อเนื่อง สิ้นปีเตรียมรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ COD เพิ่มเติมอีก 3 โครงการ รวมทั้งสิ้น 88.3 เมกะวัตต์ (Equity MW) สถานะ Backlog จ่อรับรู้รายได้ปี 2569 – 2570 กว่า 4,300-4,500 ล้านบาท ครึ่งปีหลังเตรียมเดินเกมส์รุกขับเคลื่อนโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดและ AI สอดรับมาตรการภาครัฐในทุกมิติ นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL (“บริษัทฯ”) เผยว่า “ผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,822.5 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 41.5% โดยรายได้จากฝั่งธุรกิจก่อสร้างเติบโตเกือบ 2 เท่าตัว จากการส่งมอบงานโครงการรับเหมาก่อสร้างทั้งทางภาครัฐและเอกชนหลายโครงการที่ทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงรายได้ในฝั่งธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เติบโตเพิ่มขึ้น 22.0% ในส่วนของธุรกิจผลิตไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายจากโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดสามารถสร้างรายได้ตามเป้าหมาย และมีโครงการที่จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่มเติมในปีนี้อีก 88.3 เมกะวัตต์ (Equity MW) โดยในภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 2/2569 แข็งแรง บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 574.9 ล้านบาท สร้างการเติบโต 18.7% เทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน*ครึ่งปีแรกกวาดรายได้ 5.4 พันลบ.ในภาพรวมครึ่งปีแรก บริษัทฯ สามารถสร้างรายได้รวมกว่า 5,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากธุรกิจก่อสร้างและธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าเติบโตได้ดี ในส่วนธุรกิจผลิตไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายจากโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดยังคงสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกเติบโตตามเป้าหมาย โดยเมื่อรวมกับ Backlog ที่รอรับรู้รายได้ภายในปีนี้ มั่นใจรายได้ปี 2569 เป็นไปตามเป้าหมาย 10,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ปัจจัยหนุนจากแผนในการปรับปรุงโครงสร้างไฟฟ้าของประเทศไทยที่ทาง ภาครัฐได้มีการวางงบการลงทุนไว้เกือบ 100,000 ล้านบาท ครอบคลุมการลงทุนสายส่งในพื้นที่ EEC การลงทุนขยายระบบสายส่ง และการลงทุนในการเปลี่ยนผ่านสู่ Smart Grid เชื่อมั่นจะเป็นปัจจัยหนุนให้ Backlog บริษัทฯ เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา GUNKUL ประสบความสำเร็จในกลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาด บรรลุเป้าเมกะวัตต์สะสม 2,000 เมกะวัตต์ได้ก่อนกำหนด จากการคว้าเมกะโปรเจกต์โซลาร์ลอยน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียนขนาด 784 เมกะวัตต์ที่ประเทศฟิลิปปินส์มาได้สำเร็จ ทำให้ปัจจุบันมีกำลังการผลิตติดตั้งตามสัดส่วนการถือหุ้น (Equity Installed Capacity) รวม 2,121 เมกะวัตต์จากพอร์ตโฟลิโอพลังงานสะอาดทั้งหมด 2,121 เมกะวัตต์ บริษัทฯ มีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ในระหว่างพัฒนาและรอรับรู้รายได้ในช่วงปี 2569-2573 มากถึง 1,502 เมกะวัตต์ โดยจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในสิ้นปี 2569 และปี 2570 เป็นจำนวน 88 เมกะวัตต์ และ 801 เมกะวัตต์ ตามลำดับ ไม่เพียงเท่านั้น บริษัทฯ มีแผนในการประมูลโครงการเพื่อเพิ่มเมกะวัตต์สะสมอย่างต่อเนื่องและพร้อมเข้าร่วมในทุกมาตรการสอดคล้องกับ PDP 2026 ฉบับใหม่ที่มีแนวโน้มการขยายตัวโครงการโซลาร์ฟาร์มในประเทศเพิ่มเติมสูงถึง 20,000-30,000 เมกะวัตต์ ไม่รวมกับกำลังการผลิตที่จะเพิ่มขึ้นจากมาตรการโซลาร์ภาคชุมชน และโครงการพลังงานสะอาดอื่นๆ อาทิ Direct PPA และการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ระดับโครงข่ายที่วางไว้กว่า 10,485 เมกะวัตต์ ภายใต้แผนการสร้างโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศไทยที่มีเสถียรภาพมากขึ้นรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่อย่าง Data Center และ EV**ครึ่งปีหลังรุกพลังงานสะอาด-AIนอกเหนือไปจากโครงการในสเกลระดับประเทศ ในส่วนของแผนการดำเนินงานครึ่งปีหลัง บริษัทฯ พร้อมเดินหน้ายกระดับบริการโซลูชั่นด้านพลังงานสะอาด โดยมุ่งเน้นการปลดล็อกศักยภาพการใช้พลังงานสะอาดในกลุ่มภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ หรือแม้แต่ภาคครัวเรือน ผ่านโมเดล Solar + Battery ที่ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญมากกว่าการติดระบบโซลาร์อย่างเดียว ทั้งนี้ จากมาตรการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปล่าสุดที่ออกมา ซึ่งภาครัฐมีแผนจะออกงบสนับสนุน 50,000 บาทต่อหลังคาเรือนร่วมกับระบบ Net-billing ที่ผู้ใช้ไฟสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนเข้าระบบการไฟฟ้า โดยมีเป้าหมาย 1 ล้านหลังคาเรือนคาดการณ์มูลค่าตลาดราวๆ 200,000 ล้านบาท จะเป็นอีกเป็นแรงกระเพื่อมให้เกิดการตัดสินใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในกลุ่มลูกค้าครัวเรือนต่อจากนโยบายลดหย่อนภาษี 200,000 บาทที่ได้ประกาศออกมาช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งทาง GUNKUL ได้มีธุรกิจให้บริการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อประดับบ้านอยู่อาศัยที่ดูแลแบบครบวงจรตั้งแต่ออกแบบ ติดตั้งและดูแลหลังการขายGUNKUL พร้อมสร้างการเติบโตในทุกมิติจากจุดแข็งในด้านรูปแบบการทำธุรกิจที่ครบวงจรและครอบคลุมทั้ง Energy Value Chain ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับบริษัทฯ ในการรองรับมาตรการภาครัฐทั้งหมดที่มุ่งเน้นผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นในทุกสเกล สามารถดูแลลูกค้าตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำในทุกแรงดันไฟฟ้า และพร้อมต่อยอดความเชี่ยวชาญเข้าไปในอุตสาหกรรมใหม่ ที่โครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านพลังงานสีเขียวเป็นฐานในการเติบโต ในขณะเดียวกันบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารโครงสร้างการเงินเพื่อให้เกิดการลงทุนที่มีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น พร้อมสร้างมูลค่าที่จับต้องได้ต่อผู้ใช้พลังงานในทุกบทบาทและนำไปสู่การพัฒนาโครงสร้างตลาดไฟฟ้าเสรีที่ไม่เพียงช่วยปลดล็อกจากกติกาใหม่ทางด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังยกระดับศักยภาพของตลาดพลังงานไทยให้พร้อมต่อการเติบโตของเศรษฐกิจใหม่ของประเทศในระยะยาว บนวิสัยทัศน์ในการเป็นพาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียวที่ขับเคลื่อนโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดและ AI (Energy AI Infrastructure)
ทันหุ้น • 14 Aug 2026
Read
A5 ผนึก GUNKUL ติดโซลาร์ลูกบ้าน ขานรับนโยบายพลังงานภาครัฐ
#GUNKU #ทันหุ้น - อัพเพอร์ คลาส โซลูชัน ในเครือ A5 จับมือ GUNKUL หนึ่งในพันธมิตรพลังงานสะอาด ติดตั้งระบบ Solar Rooftop ให้ลูกบ้าน A5 ขานรับนโยบาย “โซลาร์ภาคประชาชน” ส่งเสริมลูกบ้านเข้าถึงพลังงานสะอาดได้สะดวก ปลอดภัย และเหมาะสมกับบ้านแต่ละหลังนายณัฐวัฒน์ หลวงวิเศษHead of Business Unitบริษัท อัพเพอร์ คลาส โซลูชัน จำกัด หรือUpper Class Solutionธุรกิจด้านการบริหารจัดการที่อยู่อาศัยและบริการดูแลลูกบ้านแบบครบวงจร ในเครือ บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 เปิดเผยว่าบริษัทร่วมมือกับ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)หรือGUNKULผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและระบบไฟฟ้า เดินหน้าโครงการสนับสนุนการติดตั้งระบบSolar Rooftopสำหรับลูกบ้านA5และลูกค้าที่สนใจ สนับสนุนการเข้าถึงพลังงานสะอาดและยังเป็นการตอบรับนโยบาย “โซลาร์ภาคประชาชน” ของภาครัฐ เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ภายในครัวเรือน ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และเปิดโอกาสให้จำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการส่งเสริมให้ภาคครัวเรือนมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ*ผสานจุดแข็งความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการผสานจุดแข็งของทั้ง 2 บริษัท โดยGUNKULนำความเชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาดและระบบSolar Rooftopมาร่วมพัฒนาโซลูชันที่มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน ขณะที่Upper Class Solutionมีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการและดูแลที่อยู่อาศัย รวมถึงเข้าใจในรายละเอียดแต่ละโครงการของA5ทั้งรูปแบบบ้าน โครงสร้าง ระบบภายใน ตลอดจนพฤติกรรมและความต้องการของผู้อยู่อาศัย จึงสามารถประสานงานและดูแลกระบวนการติดตั้งให้เหมาะสมกับบ้านแต่ละหลังได้อย่างตรงจุด ด้านนางสาววรินทิพย์ โรซาร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจพลังงานและกลยุทธ์การลงทุน บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือGUNKULกล่าวว่าด้วยมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐในการติดตั้งSolar Rooftopทำให้นี่คือจังหวะที่การลงทุนด้านพลังงานสะอาดตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยมากขึ้นกว่าที่เคยGUNKULพร้อมนำประสบการณ์กว่า40ปีในธุรกิจพลังงานสะอาดมาออกแบบระบบให้เหมาะสมกับลักษณะบ้านและรูปแบบการใช้พลังงานของลูกบ้านA5โดยเฉพาะแต่ละหลัง การดูแลจึงต้องละเอียดและยืดหยุ่นพอที่จะรองรับได้ทุกรูปแบบ ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การติดตั้งที่ได้มาตรฐาน ตลอดจนบริการหลังการขาย เพราะโซลาร์รูฟไม่ได้เป็นเพียงการประหยัดค่าไฟ แต่คือการสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานให้ครอบครัวในระยะยาว ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลกที่ไม่อาจคาดเดาได้*ดูแลแบบครบวงจรทั้งนี้ ลูกบ้านA5 และลูกค้าที่ติดตั้งระบบSolar Rooftopผ่านUpper Class Solutionในโครงการที่ร่วมรายการ จะได้รับบริการดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษาและประสานงานด้านพลังงานสะอาด การออกแบบและประเมินขนาดระบบให้เหมาะสมกับพื้นที่และรูปแบบการใช้พลังงาน การวิเคราะห์ความคุ้มค่าและแนวทางลดค่าใช้จ่าย ตลอดจนการสนับสนุนด้านเอกสารสำหรับเข้าร่วมมาตรการของภาครัฐสำหรับสิทธิพิเศษจากUpper Class Solutionผู้ติดตั้งสามารถแบ่งชำระค่าระบบสูงสุด3งวดโดยไม่มีดอกเบี้ย ได้แก่ งวดยืนยันการสั่งซื้อ งวดติดตั้ง และงวดสุดท้ายภายใน1เดือนหลังติดตั้ง พร้อมรับการรับประกันแผงโซลาร์เซลล์สูงสุด25ปี และประกันอัคคีภัย1ปี วงเงินคุ้มครองสูงสุด1ล้านบาท โดยระบบมีระยะเวลาคืนทุนประมาณ5–7ปี*นอกจากนี้ บุคคลธรรมดาที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ สามารถนำค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งSolar Rooftopที่จ่ายจริงมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุด200,000บาท สำหรับระบบOn-Gridที่เชื่อมต่อกับการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และมีe-Tax Invoiceทั้งนี้ มาตรการมีผลถึงวันที่31ธันวาคม2571ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมสรรพากรโครงการมีกำหนดดำเนินการระหว่างวันที่1สิงหาคม–31ธันวาคม2569สำหรับลูกบ้านและลูกค้าที่ซื้อบ้านในโครงการที่ร่วมรายการ โดยขนาดระบบ รูปแบบการติดตั้ง และเงื่อนไขต่างๆ จะพิจารณาตามลักษณะบ้าน โครงสร้าง พฤติกรรมการใช้พลังงาน และผลการสำรวจพื้นที่จริง เพื่อให้สามารถนำเสนอโซลูชันที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละครอบครัว
ทันหุ้น • 31 Jul 2026
Read
7 ครีมกันแดดทาหน้า เนื้อบางเบา ราคาก็เบาๆ คนผิวมันใช้ดี!
อากาศร้อนๆ ฝนๆ แบบนี้ อย่าปล่อยให้หน้าเหนียว หน้าเยิ้มกันไปนะคะสาวๆ มาเลือกใช้ครีมกันแดดทาหน้าที่เนื้อบางเบา เหมาะกับอากาศแบบนี้กันดีกว่า! นอกจากจะช่วยให้หน้าเป๊ะตลอดวัน เมคอัพไม่ไหลเยิ้มแล้ว ยังช่วยลดความมันบนใบหน้าไปได้เยอะอีกด้วยล่ะ! ครีมกันแดดทาหน้า ยี่ห้อไหนดี สำหรับครีมกันแดดทาหน้าที่เราลิสต์มาฝากสาวๆ กันนี้ สาวผิวแห้งก็ใช้ดี ส่วนสาวผิวผสมและผิวมันก็ใช้ได้สบายค่ะ เพราะแต่ละช่วยช่วยคุมความมันได้ดี ที่สำคัญแต่ละตัวราคาเบา สบายกระเป๋า อยากรู้ว่ามีตัวไหนบ้าง มาดูกันเลยค่า 1. Skinsista Watery Sun Fluid SPF50+ PA++++ Skinsista Watery Sun Fluid SPF50+ PA++++ หรือ กันแดดชาร์จผิว ตัวนี้เค้าไม่ได้มีดีแค่กันแดดเท่านั้น แต่ยังช่วยชาร์จพลังให้ผิว และยังเป็นกันแดดแบรนด์ไทย ที่ผ่านมาตรฐานใหม่ ISO 23675 ตัวเนื้อกันแดดเป็นเนื้อน้ำ เกลี่ยง่าย ละลายไปกับผิว เหมาะกับคนผิวมันและผิวผสมเลยค่ะ ซึ่งตัวนี้ยังเกิดจากแนวคิดหลักของแบรนด์ ในการเป็น Skin-Longevity ดูแลผิวตั้งแต่ระดับเซลล์ก่อนเกิดปัญหาเลยล่ะ เพราะนอกจากจะปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ด้วยค่า SPF50+ PA++++ แล้ว ยังป้องกัน Long UVA ที่เป็นสาเหตุของริ้วรอยและผิวหมองคล้ำด้วย โดยส่วนผสมเด่นของกันแดดตัวนี้ก็คือสารสกัดต้นอ่อนทานตะวัน (Sunflower Sprout Extract) ที่มาช่วยเสริมระดับ NAD+ ตัวเสริมพลังให้เซลล์ผิวฟื้นฟูตัวเองได้ดีขึ้น มาพร้อมสารบำรุงอีก 3 ตัวได้แก่ SEPICALMTM VG WP, Ectoin natural และ DEFENSIL -PURE ECO ที่ทำงานร่วมกันเป็นเกราะป้องกันผิวหลายชั้น จุดเด่น ผ่านการทดสอบค่า SPF มาตรฐานใหม่ ISO 23675 บูสต์ NAD+ ผิวเเลดูอิ่มฟูอ่อนเยาว์ เนื้อน้ำ เกลี่ยง่าย ละลายไปกับผิว สัมผัสแบบ Water-Melting Touch เพื่อผิวมันและผิวผสม ปกป้องผิวจากมลภาวะ PM2.5 และแสงสีฟ้าจากหน้าจอ ใช้ได้ทุกวัน สบายผิว ปริมาณและราคา ปริมาณ 30 ml. ราคา 495 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.facebook.com/skinsista 2. Physiogel Daily Moisture Therapy UV Sun Lotion SPF50+ PA+++ ไม่ชอบเลยเวลาทากันแดดแล้วหน้ามัน ไม่สบายผิว ถ้ารู้สึกแบบนี้อยู่ขอแนะนำกันแดดจาก Physiogel ตัวนี้เลยค่ะ เค้าเป็น ครีมกันแดดเนื้อโลชั่นน้ำนม บางเบา ทาแล้วสบายผิว ซึ่งนอกจากจะมี UV Protection SPF50+ PA+++ ที่ช่วยปกป้องผิวจากทุกรังสี UV แล้ว เค้ายังมีส่วนผสมของ BioMimic ที่มาช่วยเสริมปราการชั้นผิวให้แข็งแรงจากภายใน ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของผิว กักเก็บความชุ่มชื้นได้ยาวนานถึง 72 ชม. ทั้งยังช่วยป้องกันรังสี UV ไม่ให้ UV ซึมลงสู่ผิวอีกด้วย ช่วยลดโอกาสผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ จุดด่างดำจากแสงแดดได้ดีเลยล่ะ ที่สำคัญกันแดดตัวนี้บอกเลยว่าอ่อนโยนต่อผิว ไม่อุดตัน คนเป็นสิว ผิวแพ้ง่ายใช้ดี หรือแม้แต่เด็กก็ใช้ได้! จุดเด่น BioMimic Technology ช่วยเสริมเกราะปกป้องผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นยาวนาน ไม่อุดตัน เหมาะกับผิวเป็นสิว อ่อนโยนต่อผิวเด็ก ไม่มีสี ไม่มีน้ำหอม และสารกันเสีย ปริมาณและราคา ปริมาณ 100 ml. ราคา 1,250 บาท 3. Biore UV Aqua Rich Watery Essence SPF50+ PA++++ เรียกว่าเป็นกันแดดสุดเลิฟของสาวหน้ามันกันเลยล่ะตัวนี้! เพราะเป็นกันแดดเนื้อเอสเซ้นส์ที่บางเบาสุดๆ ซึมเร็ว ไม่เหนอะหนะ ทาทับเมคอัพได้ ไม่ทำให้หน้ามันระหว่างวัน แต่มั่นใจในประสิทธิภาพการปกป้องได้เลยค่ะ เพราะกันแดดได้ขั้นสุด ซึ่งความพิเศษตัวนี้เค้าเป็นสูตร Micro Defense ครั้งแรกของโลก นวัตกรรมจากญี่ปุ่นที่มีอนุภาคเล็กปกป้องได้ครอบคลุมทุกอณูผิว ช่วยปกป้องผิวจากแดดไม่ให้ทำร้ายลึกถึงชั้นคอลลาเจนเลย! นอกจากจะช่วยไม่ให้ผิวเสียจากแดดด้วย SPF50+ PA++++แล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ให้ผิวแก่ก่อนวัยด้วย ที่สำคัญกันแดดตัวนี้นอกจากจะบางเบาแล้ว ยังช่วยกันน้ำกันเหงื่อได้ดี กันแดดติดทนนานตลอดวัน จะเจอแดดเช้าถึงเย็น ก็ไม่ต้องกลัวผิวเสีย ไม่ต้องกลัวแก่ ไม่ต้องแคร์แดดนะจ๊ะ! จุดเด่น กันแดดเนื้อเอสเซ้นส์ สูตร Micro Defense ปกป้องครอบคลุมทุกอณูผิว ไม่ทำให้หน้ามันระหว่างวัน กันน้ำ กันเหงื่อ ปริมาณและราคา ปริมาณ ราคา 420 บาท 4. L'oreal Paris UV Perfect Matt Fresh Long UVA SPF 50+ PA+++ สำหรับตัวที่ 3 L'oreal Paris UV Perfect Matt Fresh Long UVA SPF 50+ PA+++ ตัวนี้ก็ชื่อเสียงดีงามไม่น้อยค่ะ เพราะเค้าเป็นครีมกันแดดสูตร 100% ออยล์ฟรี ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน เวลาทาลงบนหน้าแล้วจะได้หน้าแมทท์เป๊ะๆ เมคอัพสวยทน ไม่ไหล ไม่เยิ้ม แถมไม่ต้องเติมเมคอัพตลอดวันเลยจ้า และนอกจากจะไม่มีน้ำมันแล้ว เค้ายังมีส่วนผสมสารสกัดจากพืช 3 ชนิด พร้อม Mattifying Pure Clay ที่ช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า และดูดซับความมันส่วนเกิน จึงมั่นใจได้เลยว่า ใช้แล้วหน้าไม่มันแน่นอนค่าา จุดเด่น สูตร 100% ออยล์ฟรี ไม่มีน้ำมัน ทาแล้วหน้าแมทท์ มีสารสกัดจากพืช 3 ชนิด ควบคุมความมัน ปริมาณและราคา ปริมาณ 30 ml. ราคา 339 บาท 5. Cute Press UV Expert Protection All Day Bright Tone Up Sunscreen SPF50+ PA++ สำหรับแบรนด์ Cute Press เค้าไม่ได้มีดีแค่เครื่องสำอางเท่านั้นนะคะ แต่กันแดดของเค้ายังเริ่ดมากๆ ด้วย! โดยกันแดดตัวนี้ก็ช่วยป้องกันแสงแดดได้ทั้งรังสี UVA1, UVA2 และ UVB เลย แถมทาแล้วยังช่วยให้หน้าไบรท์ขึ้นด้วย เพราะเค้าเป็นกันแดดแบบ Tone Up ที่ช่วยปรับสีผิวของเราให้ดูสว่างขึ้นนั่นเองค่ะ ซึ่งตัวกันแดดนอกจากจะบางเบา ซึมง่ายแล้ว เค้ายังมีส่วนผสมของแร่ธาตุจากน้ำทะเลลึก รวมไปถึงสารสกัดจากดอกคาโมมายล์ ที่จะช่วยปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน และช่วยปลอบประโลมผิวหลังการออกแดดไม่ให้คล้ำเสียมากขึ้นด้วย เป็นกันแดดที่ทาแล้วรับรองว่าหน้าไบรท์ได้ตลอดทั้งวัน และยังคุมมัน กันน้ำ กันเหงื่อ ไม่ต้องกลัวดรอปเลยค่า จุดเด่น กันแดดแบบ Tone Up ทาแล้วหน้าไบรท์ ปกป้องได้ทั้ง UVA1, UVA2 และ UVB มีแร่ธาตุจากน้ำทะเลลึกและสารสกัดจากดอกคาโมมายล์ ลดผิวแห้ง ควบคุมความมัน กันน้ำ กันเหงื่อ ปริมาณและราคา ปริมาณ 30 g. ราคา 329 บาท 6. AquaPlus Multi Protection Sunscreen SPF50+ PA++++ สำหรับตัวนี้บอกเลยว่าไม่ว่าจะคนผิวมัน หรือผิวแพ้ง่ายต้องเลิฟแน่นอนค่า เพราะเค้าเป็นครีมกันแดดที่เหมาะสำหรับคนเป็นสิว ผิวแพ้ง่าย และผิวมันโดยเฉพาะเลย! โดยตัวเนื้อครีมกันแดดจะบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตันเลยค่ะ นอกจากนี้ยังไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม และพาราเบน จึงไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวง่ายๆ ที่สำคัญยังเป็นกันแดดที่ช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าได้ดี ปกป้องผิวได้ครบทั้งจากรังสี UVA, UVB และรังสีอินฟาเรดเลยค่ะ แถมยังมีส่วนผสมของสารแอนตี้ออกซิแดนซ์ที่ได้จากธรรมชาติถึง 4 ชนิด ซึ่งจะมาช่วยลดความหมองคล้ำ ลดจุดด่างดำ ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น เรียกว่าเป็นครีมกันแดดที่ทั้งบางเบา อ่อนโยน และยังช่วยบอกลาริ้วรอยหรือความหมองคล้ำจากแสงแดดได้ดีอีกด้วย! จุดเด่น ปกป้องได้ทั้ง UVA, UVB และรังสีอินฟาเรด ไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม และพาราเบน ไม่ระคายเคือง ผิวแพ้ง่ายใช้ได้ ควบคุมความมัน มีสารแอนตี้ออกซิแดนซ์ ลดความหมองคล้ำ ปริมาณและราคา ปริมาณ 50 ml. ราคา 1,200 บาท 7. Za True White Power Block UV SPF40 PA+++ มาถึงตัวที่ 4 กันแล้วค่ะ กับ Za True White Power Block UV SPF40 PA+++ ตัวนี้นอกจากจะใช้กับผิวหน้าได้แล้ว ยังช่วยกับผิวกายได้ด้วยนะคะ ซึ่งกันแดดตัวนี้นอกจากเนื้อครีมจะบางเบา เหมาะกับคนผิวมันแล้ว ยังเด่นในเรื่องของส่วนผสมที่ช่วยในการกันแดดได้ดีค่ะ โดยจะมีสารกันแดด Titanium Dioxide และ Zince Oxide ที่ช่วยกระจายรังสีในการกันแดดได้ทั่ว มีสาร Octyl Methoxycinnamate ที่ช่วยดูดซับรังสี เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการกันแดดให้ผิว แถมยังมีส่วนผสม Mineral และ Vitamin E ที่ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นอีกด้วยล่ะจ้าา จุดเด่น ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย มี Titanium Dioxide และ Zince Oxide ช่วยกันแดด มี Octyl Methoxycinnamate ช่วยดูดซับรังสี มี Mineral และ Vitamin E ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ปริมาณและราคา ปริมาณ 50 g. ราคา 380 บาท นอกจากครีมกันแดดทาหน้า 7 ตัวนี้แล้ว ใครที่มองหากันแดดที่กันน้ำ กันเหงื่อได้ดี หรือเหมาะสำหรับสาวหน้ามันในราคาที่แพงขึ้นมาหน่อย มาลองดูกันเลย! 6 ครีมกันแดด กันน้ำ กันเหงื่อ แถมกันแดดเริ่ด ใช้แล้วหน้ายังผ่อง ไม่มีหมอง! 5 ครีมกันแดด สำหรับสาวหน้ามัน แห้งเร็ว ซึมไว ไม่เหนียว ไม่เยิ้ม!
Skin • 31 Jul 2026
Read
GUNKUL แนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายขึ้น 54% เป็น 8.70 บาท
#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #GUNKUL แนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายขึ้น 54% เป็น 8.70 บาทบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) ได้รับการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) เป็น 8.70 บาท จากเดิม 5.65 บาท พร้อมคงคำแนะนำ "ซื้อ" หลังบริษัทประกาศลงทุนในโครงการ Floating Solar ในประเทศฟิลิปปินส์ กำลังการผลิต 784 MWe ซึ่งคาดว่าจะสร้างส่วนแบ่งกำไรเฉลี่ยประมาณ 1.2 พันล้านบาทต่อปี และยังเปิดโอกาสต่อยอดสู่โครงการเฟส 2 กำลังการผลิต 224 MWe ในอนาคตฝ่ายวิจัยระบุว่า ได้ปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการปี 2570 เพื่อสะท้อนการลงทุนดังกล่าว ส่งผลให้ราคาเป้าหมายใหม่เพิ่มขึ้นจากศักยภาพการสร้างกำไรระยะยาวที่แข็งแกร่งมากขึ้นในมุมมองของฝ่ายวิจัย การลงทุนในรูปแบบ Joint Venture (JV) จะช่วยให้ GUNKUL สามารถขยายกำลังการผลิตได้โดยไม่เพิ่มภาระหนี้ในงบดุลมากนัก ขณะที่บริษัทยังมีโครงการพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยและงานรับเหมาก่อสร้าง (EPC) ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องแม้ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นตอบรับข่าวแล้วบางส่วนแต่ฝ่ายวิจัยยังมองว่าโครงการเฟส 2 ยังไม่ได้สะท้อนอยู่ในมูลค่าพื้นฐานทั้งหมด จึงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" และมองว่า GUNKUL เป็นหนึ่งในหุ้นเด่นของกลุ่ม Renewable Energy และ Power Infrastructure ที่ยังมีโอกาสสร้างการเติบโตในระยะยาว.
ทันหุ้น • 15 Jul 2026
Privilege
CERES
CERES โซน Women's Club ชั้น 5 ไอคอนสยาม
Watch/Accessories • 1 Nov 2022
Read
คลังกางแผนใช้เงินกู้ 2 แสนล้าน เน้นภาคขนส่งลดนำเข้าน้ำมัน
#ทันหุ้น คลังกางแผนใช้เงินกู้ 2 แสนล้าน ปฏิรูปพลังงานสะอาด ลดพึ่งพานำเข้าน้ำมัน เน้นเปลี่ยนผ่านพลังงานไฟฟ้าในภาคขนส่ง เล็งอัดฉีดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหนุนประชาชนติดโซลาร์เซลล์ ปลัดคลังยันพิจารณาโครงการตามเจตนารมณ์ของกฎหมายกู้เงินนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลังเปิดเผยความคืบหน้าของการพิจารณาโครงการการใช้เงินกู้ภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) วงเงิน 2 แสนล้านบาท ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ยุคพลังงานสะอาด (Green Energy Transition)ว่า ขณะนี้ คณะกรรมการกลั่นกรองโครงการที่มีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานอยู่ระหว่างการพิจารณาโครงการ โดยเน้นย้ำถึงความโปร่งใสในการกลั่นกรอง เพื่อให้เม็ดเงินถึงมือประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด“เพื่อให้การใช้เงินกู้เป็นไปอย่างคุ้มค่า รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองที่มีผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อคัดกรองโครงการในรอบแรก ก่อนจะส่งต่อให้คณะกรรมการชุดที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานพิจารณาอีกครั้ง โดยจะมีการดึงภาคเอกชนและ กปร. เข้ามาร่วมตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนครั้งนี้จะช่วยลดความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง”ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของพระราชกำหนดก็คือการช่วยดูแลประชาชน โดยขณะนี้ จะเห็นว่า สงครามก็ยังมีอยู่ ราคาน้ำมันในตลาดโลกก็ยังแพง เพราะฉะนั้น เราต้องลดความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยและประชาชนไทย ก็คิดว่าจะเป็นเรื่องการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดปฏิรูปภาคขนส่ง ลดการนำเข้าดีเซลทั้งนี้ นอกจากการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดแล้ว เม็ดเงินกู้ดังกล่าวยังมุ่งเป้าไปที่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยต้องนำเข้าน้ำมันฟอสซิลและดีเซลในปริมาณมหาศาล มาตรการที่จะเกิดขึ้นประกอบด้วย การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า โดยจะสนับสนุนรถขนส่งสาธารณะ รถบัส และรถรับจ้างให้เปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับรถกระบะและภาคขนส่งที่ยังต้องใช้เครื่องยนต์สันดาป รัฐจะส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน เช่น ไบโอดีเซล (B20) ซึ่งเป็นการนำน้ำมันปาล์มที่ผลิตได้เองในประเทศมาผสม เพื่อลดสัดส่วนการนำเข้าน้ำมันดีเซลจากต่างประเทศสำหรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดสำหรับภาคครัวเรือน รัฐบาลจะเข้าไปสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดยกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างหารือกับธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อจัดทำแพ็กเกจสินเชื่อพิเศษให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์ในที่พักอาศัย โดยเบื้องต้น ธอส. มีมาตรการนำร่องอัตราดอกเบี้ย 1% ในช่วง 3 ปีแรก เพื่อช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าในระยะยาวนอกจากนี้ รัฐบาลมีแผนบูรณาการร่วมกับ BOI และกระทรวงมหาดไทย เพื่อส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดในประเทศ พร้อมทั้งเร่งพัฒนาทักษะแรงงานให้รองรับกับการติดตั้งและดูแลระบบโซลาร์เซลล์ ซึ่งจะกลายเป็นทักษะสำคัญในอนาคตยึดหลักโครงการสอดคล้องเจตนาเงินกู้ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการการใช้เงินจากพ.ร.ก.เงินกู้เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดกล่าวว่า คณะกรรมการจะยึดหลักการพิจารณาโครงการตามเจตนารมณ์กฎหมายเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่ใครมาก่อนได้ก่อน โดยมีเกณฑ์การพิจารณาตัดสิน 3 ด้านหลัก คือ ต้องเป็นไปตามระเบียบและข้อกฎหมาย ต้องตรงกับวัตถุประสงค์ของการเปลี่ยนผ่านพลังงานและต้องสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ชัดเจนต่อส่วนรวมทั้งนี้ ในการกลั่นกรองช่วงแรก คณะกรรมการฯให้ความสำคัญสูงสุดกับภาคการขนส่งสาธารณะ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีการใช้งานสูงในแต่ละวัน โดยโครงการที่เสนอเข้ามาจะต้องมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในกลุ่มต่างๆ ประกอบด้วย ดังนี้ รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถตุ๊กตุ๊ก รถแท็กซี่ รถเมล์ (BMTA) และรถบัสวิ่งระหว่างจังหวัด และรถบรรทุกไฟฟ้า“ในเบื้องต้น เราจะเน้นในกลุ่มขนส่งสาธารณะก่อน ส่วนในกลุ่มประชาชนทั่วไปนั้น ขณะนี้ เนื่องจากปัจจุบันมีมาตรการสนับสนุนอย่าง EV 3.5 รองรับอยู่แล้ว คณะกรรมการจึงต้องการใช้ทรัพยากรไปที่การวางรากฐานรถรับจ้างสาธารณะให้แข็งแกร่งก่อน”สำหรับแนวทางการอุดหนุนจากรัฐบาลนั้น กระบวนการพิจารณาจะคำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากความต้องการไม่เหมือนกัน ดังนั้น เกณฑ์การให้ความช่วยเหลือจึงถูกออกแบบมาให้หลากหลาย เช่น เงินอุดหนุน สำหรับโครงการที่ต้องการการกระตุ้นในช่วงต้น สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสภาพคล่อง หรือ เงินดาวน์เพื่อลดภาระการเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่
ทันหุ้น • 13 Jul 2026
Read
กกพ. ไฟเขียว “โซลาร์ประชาชน” รับซื้อ 500 MW เปิดรับคำขอ 1 ก.ค. นี้
#ทันหุ้น-ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ. ในการประชุมครั้งที่ 25/2569 (ครั้งที่ 1,015) เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 มีมติเห็นชอบประกาศ กกพ. เรื่อง ประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา สำหรับภาคประชาชน ประเภทบ้านอยู่อาศัย พ.ศ. 2569 เพื่อเปิดรับคำขอเข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชนรอบใหม่ โดยการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะเปิดรับคำขอตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีปริมาณรับซื้อครบตามเป้าหมายของโครงการสำหรับโครงการครั้งนี้ กำหนดเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้าไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ กำหนดปริมาณพลังไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้า อัตรารับซื้อไฟฟ้า 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อไฟฟ้า 10 ปี โดยผู้เข้าร่วมโครงการต้องสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ภายในปี 2570 และการพิจารณาคำขอจะใช้หลัก First Come First Served ตามลำดับวันและเวลาที่ได้รับคำขอพร้อมเอกสารครบถ้วนทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการยังสามารถติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีกำลังผลิตติดตั้งมากกว่า 5 กิโลวัตต์เพื่อใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้ โดยสามารถจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ตามหลักเกณฑ์ของโครงการ และไม่มีข้อห้ามในการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System: BESS) เพื่อใช้งานร่วมกับระบบผลิตไฟฟ้าด้วยการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในการประชุมครั้งที่ 1/2569 (ครั้งที่ 175) เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ซึ่งเห็นชอบแนวทางส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาสำหรับภาคประชาชน และมอบหมายให้ กกพ. ออกระเบียบและประกาศรับซื้อไฟฟ้าตามแนวทางดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองและจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบไฟฟ้า สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศดร.พูลพัฒน์ กล่าวว่า โครงการโซลาร์ภาคประชาชนรอบใหม่นี้ เป็นการสานต่อนโยบายที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 โดยมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีบทบาทเป็น Prosumer หรือผู้ใช้ไฟฟ้าที่สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองและจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของครัวเรือน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของประเทศ และสนับสนุนการกระจายศูนย์การผลิตไฟฟ้าให้มีความมั่นคงและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น"สำนักงาน กกพ. ขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจศึกษาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการให้ครบถ้วนก่อนยื่นคำขอ โครงการนี้นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของครัวเรือนแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดของประเทศ และร่วมสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างยั่งยืน" ดร.พูลพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติม
ทันหุ้น • 29 Jun 2026
Read
COM7 โบรกหั่นคำแนะนำ-ราคาเป้าหมายลง คาดกำไร Q2/69 อ่อนตัวลง
#COM7 #ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ได้ปรับลดคำแนะนำในหุ้นบริษัท คอมเซเว่น จำกัด(มหาชน) หรือ COM7 เป็น"เก็งกำไร" จากเดิมแนะนำ"ซื้อ" พร้อมทั้งปรับราคาเป้าหมายลงมาอยู่ที่ 25.50 บาท จากเดิมอยู่ที่ 30.50 บาท เพื่อสะท้อนธุรกิจค้าปลีกที่เข้าสู่ช่วง low season และน่าจะส่งผลให้กำไรอ่อนตัวลง QoQ ในไตรมาส 2 และ 3 ของปี 2569 รวมถึงความไม่แน่นอนของผลกระทบจากราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตามยังคงประมาณการกำไรทั้งปี 2569 แบบอนุรักษ์นิยมที่ 4.3 พันล้านบาท เติบโต 3% YoYฝ่ายวิจัยเอเซีย พลัส ประเมินกำไรปกติเบื้องต้นในงวดไตรมาส 2/69 หดตัว ตามรายได้ที่คาดลดลง อย่างไรก็ดีทั้งรายได้และกำไรน่าจะยังเติบโตได้ต่อเนื่อง YoY จากธุรกิจใหม่ที่มีแนวโน้มดีขึ้นซึ่งจะเป็นปัจจัยช่วยผลักดันการเติบโตในอนาคต โดยธุรกิจใหม่ที่มีการเติบโตดี ได้แก่ธุรกิจสินเชื่อ (UFUND) ธุรกิจประกันภัย (iCare Insurance) ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า(Gold Integrate) และธุรกิจ Solar rooftop(BaNANA Solar)ในส่วนของรายได้ไตรมาส 2/69 คาดว่าชะลอตัว QoQ จากผลของฤดูกาล เนื่องจากผ่านพ้นช่วงเปิดตัวสินค้าใหม่ทั้งจากค่าย Apple และ Samsungไปแล้ว ประกอบกับคาดว่าค่าครองชีพที่สูงขึ้นจะส่งผลกดดันต่อกำลังซื้อของประชาชน แม้ว่ามีแรงหนุนระยะสั้นช่วงลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส กระตุ้นให้ประชาชนบางส่วนซื้อโทรศัพท์มือถือใหม่แต่ส่วนมากเป็นการซื้อเครื่องที่ราคาต่ำจึงไม่น่าช่วยกระตุ้นยอดขายได้มากนักแนวโน้มราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับตัวสูงขึ้น จากภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำทั่วโลก น่าจะส่งผลด้านลบต่ออุปสงค์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งคาดจะเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/69 เป็นต้นไป ทั้งนี้International Data Corporation (IDC)ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลตลาดสมาร์ทโฟนที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรม ได้คาดการณ์ยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลก ในปีนี้ว่าจะหดตัวแรงถึง 13.9% (จำนวนเครื่อง) และยังหดตัวอีกเล็กน้อย 1.1% ในปี 2570 ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยมองว่าความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อแนวโน้มยอดขายในอนาคตน่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ผู้บริหาร COM7 มีมุมมองค่อนข้างระมัดระวังและยังคงเป้าหมายการเติบโตกำไรทั้งปี 2569 ไว้ที่ 10%-15% แม้ว่าในไตรมาส 1/69 บริษัทมีกำไรสุทธิเติบโตดีที่ 25% YoY ก็ตาม
ทันหุ้น • 9 Jun 2026
Read
เจียไต๋ชวนส่งต่อความสุขใน “Sunrich Sunflower Week” กับ Sunrich Gift เซตเครื่องดื่มพร้อมดอกทานตะวัน ต้อนรับ Pride Month
บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย ชวนร่วมสัมผัสความสดใสของดอกทานตะวัน Sunrich กับกิจกรรม Sunrich Sunflower Week ต้อนรับ Pride Month เดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) พร้อมโปรโมชันพิเศษตลอดสัปดาห์ และ Sunrich Gift ของขวัญสุดน่ารักสำหรับลูกค้าที่ซื้อเครื่องดื่มเมนูที่ร่วมรายการ ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายนนี้ ณ ร้านเจียไต๋ฟาร์ม อีทเทอรี สุขุมวิท 60 รวมถึงสามารถสั่งผ่าน Grab และ LINE MAN ได้อีกด้วย ในช่วง Sunrich Sunflower Week ทุกคนจะได้สัมผัสความสดใสของทานตะวัน Sunrich ผ่านเซตเครื่องดื่มที่ร่วมรายการ พร้อมดอกทานตะวันในราคาพิเศษเพียง 150 บาท พร้อมสิทธิพิเศษเมื่อรับประทานอาหารและเครื่องดื่มครบ 300 บาท รับฟรีต้นกล้าทานตะวัน 3 ต้น หรือสิทธิ์ตัดดอกทานตะวันจากแปลงกลับบ้าน นอกจากนี้ เมื่อซื้อสินค้าภายในร้านครบ 500 บาท รับฟรีเซตเครื่องดื่มพร้อมดอกทานตะวัน 1 เซตทันที สำหรับผู้ที่อยากปลูกทานตะวันด้วยตนเอง ยังสามารถเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์ทานตะวัน Sunrich ได้ในราคาซองละ 250 บาท บรรจุ 100 เมล็ด เพื่อส่งต่อความสดใสและสร้างมุมดอกไม้สวย ๆ ได้ง่ายจากที่บ้าน กิจกรรมครั้งนี้ เมล็ดพันธุ์เจียไต๋ยังได้เปิดตัวทานตะวัน Sunrich กลุ่มสายพันธุ์ตัดดอกคุณภาพสูงที่ได้รับความนิยมจากผู้ปลูกทั่วโลก โดดเด่นด้วยคุณสมบัติ ไร้ละอองเกสร เหมาะสำหรับผู้แพ้ง่ายและการจัดช่อดอกไม้ อีกทั้งยังมีก้านดอกแข็งแรง ทนทานต่อการขนส่ง และออกดอกเร็วภายใน 45-70 วันหลังหยอดเมล็ด สำหรับทานตะวัน Sunrich หลากหลายสีสัน ได้แก่ Sunrich Orange DMR ทานตะวันสีส้มสด ใจกลางสีน้ำตาล ที่โดดเด่นด้านการต้านทานโรคราน้ำค้าง , Sunrich Gold สีส้มทองสดสะดุดตาใจกลางสีเขียวโดดเด่น กลีบดอกเรียงสวยแน่น ลำต้นแข็งแรงและออกดอกเร็ว, Sunrich Lemon สีเหลืองเลม่อนสดใส ใจกลางสีน้ำตาลเข้ม ให้ความโดดเด่นไม่เหมือนใคร ,Sunrich Lime สีเหลืองไลม์สดใส ใจกลางสีเขียวเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับดอกไม้ตัดดอกคุณภาพสูง , Marley โดดเด่นด้วยกลีบดอกสองสี โทนสีเหลืองนวลตัดกับสีแดงอมม่วงอย่างมีเสน่ห์ ดอกไร้เกสร ดอกสดทนนาน เหมาะสำหรับร้านดอกไม้และงานจัดดอกไม้พรีเมียม, Ziggy ทานตะวันสองสี กลีบดอกสีเหลืองสดตัดกับสีแดงม่วง สีสันสวยสะดุดตา และ Full Sun Improved ทานตะวันพันธุ์ลูกผสม (F1 Hybrid) สีเหลืองทองสดใส ก้านยาว แข็งแรง เหมาะสำหรับตัดดอกคุณภาพสูง ปรับตัวได้ดีในหลายสภาพอากาศ มาร่วมสัมผัสเสน่ห์ของทานตะวัน Sunrich และมาร่วมส่งต่อพลังให้กับคนพิเศษ ได้ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายนนี้ ณ ร้านเจียไต๋ฟาร์ม อีทเทอรี สุขุมวิท 60 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ทาง Line @chiataifarm Facebook: https://www.facebook.com/ChiaTaiFarmTH หรือโทร 089-139-6170
PR News • 5 Jun 2026
Read
ACE เปิดปมกำไรโตแรง ลั่นไตรมาส 2 โดดเด่นต่อ
#ACE #ทันหุ้น – ACE รับเหตุกำไร Q1 พุ่งแรง 39% กวาด 314 ล้านบาท อานิสงส์โรงไฟฟ้าโซลาร์หนุนกำไรขั้นต้นพุ่ง พร้อมบริหารต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซีอีโอ "ธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ" แย้มแนวโน้มไตรมาส 2 สดใสต่อเนื่อง เตรียมรับรู้รายได้จากโครงการที่ COD ใหม่แบบเต็มไตรมาส รุก MA พร้อมชิงเค้กพลังงานหมุนเวียน ชูฐานะการเงินแกร่ง D/E ต่ำ นายธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" หลังผลประกอบการไตรมาส 1 สามารถสร้างผลกำไรเติบโตแรงว่า แนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 2 และช่วงที่เหลือของปี 2569 ยังคงเป็นไปในทิศทางที่ดีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าที่เปิดขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และจะได้รับผลงานจากโรงไฟฟ้าโซลาร์ 2 แห่งในจังหวัดหนองคาย และกำแพงเพชร จำนวน 13.29 เมกะวัตต์ ที่เพิ่งเปิดดำเนินการไปในช่วงไตรมาส 1 เข้ามาเต็มไตรมาสเป็นครั้งแรกด้วย "ไตรมาส 2 แนวโน้มก็น่าจะดีขึ้นตามจำนวนโรงไฟฟ้าที่ COD เพิ่มเติมไป ซึ่งโรงไฟฟ้าเหล่านี้จะเริ่มรับรู้รายได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น" ผู้บริหาร ACE กล่าวเสริม@ปมงบโดดแรง ทั้งนี้ ACE แจ้งผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,591.6 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 314.4 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 39.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) ที่มีกำไรสุทธิ 226.1 ล้านบาท และหากเทียบกับไตรมาส 4/2568 ที่ทำได้ 212.9 ล้านบาท จะพบว่ากำไรสุทธิเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 47.6% นายธนะชัย ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้กำไรในไตรมาสนี้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ มาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นจากกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) ที่บริษัทได้เดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในส่วนของดอกเบี้ยจ่ายที่ปรับตัวลดลงตามทิศทางตลาดและโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท "การเติบโตอย่างโดดเด่นนับเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ โดยสามารถสร้างผลกำไรสุทธิได้อย่างน่าประทับใจท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญสำหรับนักลงทุนในกลุ่มพลังงานสะอาด"@ ลุยดีล MA-ชิงเค้กพลังงานหมุนเวียน PDP 2024 นายธนะชัย กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทยังจะมีการจ่ายไฟเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน (MSW) จะเปิด COD เพิ่มอีก 1 โครงการ กำลังการผลิต 9.90 เมกะวัตต์ ซึ่งน่าจะเป็นโครงการในจังหวัดนครราชสีมาที่มีกำหนดการภายในปี 2569 ด้วยซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนผลงานในช่วงครึ่งปีหลังให้เติบโตแข็งแกร่งยิ่งขึ้น สำหรับการขยายธุรกิจผ่านการควบรวมหรือซื้อกิจการ (MA) นั้น ACE ยังคงเปิดรับโอกาสอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเจรจากับพันธมิตรและเจ้าของโครงการโรงไฟฟ้าสะอาดอยู่เป็นระยะที่สำคัญ ACE ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มพิกัดในการเข้าร่วมประมูลโครงการพลังงานหมุนเวียนภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอย่างมาก โดย ACE มั่นใจในศักยภาพและความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยีและเงินทุนในการเข้าแข่งขันเพื่อคว้าโครงการใหม่ๆ เข้ามาเสริมพอร์ต@ D/E ต่ำ-ดอกเบี้ยลดหนุน หนึ่งในจุดแข็งที่สำคัญของ ACE คือโครงสร้างทางการเงินที่มั่นคง โดยระดับหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ยังคงอยู่ในระดับต่ำและค่อนข้างคงที่ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทฯ ยังมีความสามารถในการกู้ยืมเงิน (Gearing Capacity) เพื่อรองรับการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ในอนาคตได้อีกมากโดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน นอกจากนี้ การที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับตัวลดลงถือเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อ ACE เนื่องจากจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเห็นได้จากตัวเลขในงบการเงินที่ดอกเบี้ยจ่ายลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ในระดับสูงได้@ พอร์ตโรงไฟฟ้าอื้อ ปัจจุบัน ACE ถือครองพอร์ตโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดรวมทั้งสิ้น 91 โครงการ มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 757.52 เมกะวัตต์ โดยแบ่งเป็น โครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว : จำนวน 47 โครงการ กำลังการผลิตรวม 466.94 เมกะวัตต์ โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา จำนวน 44 โครงการ กำลังการผลิตรวม 290.58 เมกะวัตต์ ไฮไลต์สำคัญในช่วงที่ผ่านมาคือ พัฒนาการของโครงการโซลาร์ฟาร์มกลุ่ม 18 โครงการ (สัญญา FiT ปี 2565-2573) ซึ่งล่าสุดสามารถเปิด COD เพิ่มได้อีก 2 โครงการ (PPA รวม 13.29 เมกะวัตต์) ทำให้ปัจจุบันมีการ COD ในกลุ่มนี้ไปแล้วรวม 15 โครงการ ส่วนที่เหลืออีก 3 โครงการคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิด COD ได้ทั้งหมดภายในปี 2570 นอกจากนี้ ACE ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ด้วยการชนะประมูลโครงการโรงไฟฟ้าขยะเทศบาลเมืองสะเดา จ.สงขลา ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 9.9 เมกะวัตต์ (PPA 8.0 เมกะวัตต์) ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตโรงไฟฟ้าขยะชุมชนกระจายอยู่ทั่วประเทศรวมถึง 10 แห่ง ACE ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การเติบโตทางตัวเลขเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายใหญ่สู่การเป็นองค์กรที่มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี พ.ศ. 2593 เพื่อก้าวสู่การเป็น "ต้นแบบผู้นำด้านธุรกิจพลังงานสะอาดของโลก" ซึ่งการขยายโรงไฟฟ้าขยะชุมชน โรงไฟฟ้าชีวมวล และโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ล้วนเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายดังกล่าว พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ทันหุ้น • 19 May 2026
Read
“ศุภมาส” สั่ง สคบ. เร่งสอบข้อเท็จจริง “ติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน” เสี่ยงไฟไหม้-สูญเงิน
14 พฤษภาคม 2569 - นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า จากกรณีกระแสข่าวผู้ให้บริการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน จนเกิดเหตุอุปกรณ์ละลาย มีกลิ่นไหม้ เสี่ยงไฟไหม้ และค่าไฟไม่ลด สร้างความเสียหายให้ผู้บริโภคกว่า 500,000 บาท ตนได้สั่งการให้นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมตรวจการแสดงฉลากสินค้ากลุ่มอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ ทั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ อินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ ที่จำหน่ายในท้องตลาดทั่วประเทศนางสาวศุภมาส กล่าวว่า ฉลากคือเครื่องมือแรกที่ผู้บริโภคใช้ตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้าที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยตรง แผงเซลล์แสงอาทิตย์ อินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ ถือเป็นสินค้าควบคุมฉลากตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ผู้ประกอบการต้องแสดงฉลากให้ครบถ้วนถูกต้อง หากฝ่าฝืน มีความผิดตามมาตรา 52 กรณีผู้จำหน่าย จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคทำงานเชิงรุกสำหรับกรณีร้องเรียนดังกล่าวพบว่าผู้ติดตั้งใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ดัดแปลงระบบไฟฟ้าจากสามเฟสเป็นหนึ่งเฟส และใช้สายไฟอะลูมิเนียมแทนสายทองแดง ทำให้ไฟตก ไฟดับ อุปกรณ์ละลาย เสี่ยงไฟไหม้ ปัจจุบันผู้เสียหายได้แจ้งความตามคดีอาญาที่ 743/2568 สถานีตำรวจนครบาลท่าพระ ซึ่งพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนพร้อมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการแล้วนางสาวศุภมาสกล่าวอีกว่า ในวันนี้ สคบ. ได้ติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังผู้ร้องเรียนเพื่อขอข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เบื้องต้นพบว่าผู้ประกอบธุรกิจมีพฤติการณ์ใช้ช่องทางออนไลน์เสนอบริการติดตั้ง และข้อสัญญาไม่ระบุรายละเอียดคุณสมบัติของอุปกรณ์ ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถตรวจสอบมาตรฐานอุปกรณ์ก่อนติดตั้งได้ สคบ. จึงนัดหมายสอบถามข้อเท็จจริงกับผู้ร้องเพิ่มเติม ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เพื่อพิจารณาการดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจรายดังกล่าวต่อไป นอกจากนี้ สคบ. จะพิจารณายกระดับให้ธุรกิจรับจ้างติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เป็น “ธุรกิจที่ควบคุมสัญญา” และให้อุปกรณ์โซลาร์เซลล์เป็น “สินค้าควบคุมฉลาก” เป็นการเฉพาะ พร้อมประสานความร่วมมือกับ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) สภาวิศวกร และสภาองค์กรของผู้บริโภคในฐานะตัวแทนภาคประชาชน เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกมิติ“ดิฉันขอเตือนพี่น้องประชาชนที่จะติดตั้งโซลาร์เซลล์ ขอให้ตรวจสอบฉลากอุปกรณ์ทุกชิ้นก่อนซื้อ ดูชื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า แหล่งกำเนิด เครื่องหมาย มอก. และเก็บหลักฐานสัญญาทุกฉบับไว้เรียกร้องสิทธิเมื่อเกิดปัญหา อย่าหลงเชื่อราคาถูกผิดปกติหรือคำโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ที่ไม่มีเอกสารรับรอง เพราะอาจต้องเสียทั้งเงิน ทั้งทรัพย์สิน และเสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิต ส่วนผู้ประกอบการ หาก สคบ. ตรวจพบสินค้าไม่ติดฉลาก แสดงฉลากไม่ถูกต้อง หรือใช้ข้อความฉลากอันเป็นเท็จ จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด” นางสาวศุภมาส กล่าวผู้บริโภคที่ประสบปัญหาจากการซื้อสินค้าหรือใช้บริการที่ไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด
ทันหุ้น • 14 May 2026
Read
SUSCO เปิดงบ Q1 รายได้ 7,067ล. ขยายปั๊มพ่วงธุรกิจนอนออยล์โต
#ทันหุ้น - บมจ.ซัสโก้ (SUSCO) เปิดผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/69 มีรายได้รวม 7,067 ล้านบาท กำไรสุทธิ 92.47 ล้านบาท ผลจากบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหาร “นายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์” กล่าวว่าปี 69 พร้อมเดินหน้าขยายสถานีบริการน้ำมันเพิ่มอีก 10 แห่งเพื่อเข้าสู่เป้าหมายรวม 280 แห่ง ภายใน 2 ปีข้างหน้า พร้อมแตกไลน์ธุรกิจนอนออยล์ ประเมินธุรกิจรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องหวังเป็น New S-Curve สร้างรายได้ระยะยาว หนุนองค์กรสู่การเป็นผู้ให้บริการSmart Energy Mobility Solutions เต็มรูปแบบนายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SUSCO หนึ่งในผู้จัดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและธุรกิจพลังงานแบบครบวงจร เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 (สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569) บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 7,067 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 92.47 ล้านบาท “ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2569 บริษัทฯยังคงเผชิญกับความท้าทายจากหลายปัจจัยทั้งสถานการณ์ภายในประเทศและนอกประเทศแต่ก็ยังสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งการควบคุมต้นทุนการบริหารสาขาและการขยายธุรกิจใหม่ๆโดยจากการวางแผนและกลยุทธ์ธุรกิจอย่างรอบคอบคาดว่าจะช่วยสนับสนุนให้ยอดขายรวมปีนี้เติบโตประมาณ 8% พร้อมผลักดันองค์กรสู่การเป็นผู้ให้บริการด้าน Smart Energy Mobility Solutions ได้อย่างเต็มรูปแบบ” นายชัยฤทธิ์กล่าวสำหรับในปีนี้ บริษัทฯ วางแผนขยายสถานีบริการน้ำมันเพิ่มอีก 10 แห่ง เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้าขยายสถานีบริการน้ำมันให้ครบ 280 แห่งภายในระยะเวลา 2 ปี โดยการขยายสาขาดังกล่าวจะช่วยเพิ่มปริมาณจำหน่ายน้ำมันรวมของบริษัทฯ ได้โดยตรง อีกทั้งยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ต่างๆ ได้มากขึ้นขณะที่ในส่วนของธุรกิจนอนออยล์ ในแง่ของรายได้ยังคงสร้างผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการ SUSCO SQUARE ซึ่งปัจจุบันมี 4 แห่ง โดยสาขาปิ่นเกล้า ได้เปิดให้บริการเมื่อต้นปี 2569 และถูกวางให้เป็น “ต้นแบบ” สำหรับการต่อยอดและขยายธุรกิจนอนออยล์ในอนาคต เนื่องจากเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ประจำทั้งจากสัญญาเช่าพื้นที่ รวมถึงช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าและการเข้าใช้บริการภายในสถานีบริการน้ำมันมากขึ้น ส่งผลดีต่อภาพรวมของธุรกิจทั้งในด้านรายได้และความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าในระยะยาวนอกจากนี้ ธุรกิจรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ของบริษัทฯ ยังมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 60% อยู่ที่ 3,758 คัน ทำให้คาดว่าตลาดรถ EV ในปีนี้ของไทยจะเติบโตอีกราว 5.5 – 6% จากกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการสนับสนุนจากภาครัฐ อีกทั้งจะขยายธุรกิจให้เช่าซื้อและเช่ารถ EV ควบคู่กันไป โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มไม่น้อยกว่า 500 คัน ภายในระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า ซึ่งธุรกิจเหล่านี้จะถือเป็น New S-Curve สำคัญที่จะเข้ามาช่วยสร้างการเติบโตและเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่ให้กับบริษัทในระยะยาวขณะเดียวกันการบริหารต้นทุนและการต่อยอดธุรกิจพลังงาน บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) และ Solar Rooftop อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีการติดตั้ง EV Charger ภายในสถานีบริการน้ำมันไปแล้ว 58 สถานี รวมจำนวนหัวชาร์จ 143 หัวชาร์จ และติดตั้ง Solar Rooftop แล้ว 53 สถานี ซึ่งนอกจากจะช่วยรองรับการเติบโตของผู้ใช้รถ EV แล้ว ยังช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานของสถานีบริการได้ในระยะยาว ขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มโอกาสสร้างรายได้เสริมจากบริการด้านพลังงาน และช่วยเสริมภาพลักษณ์ด้านธุรกิจพลังงานสะอาดของบริษัทฯ อีกด้วย
ทันหุ้น • 15 May 2026
Read
BCPGเดินหน้าขยายพอร์ต ศึกษาลงทุนโรงไฟฟ้าSMR
#BCPG #ทันหุ้น - BCPG เผย ปีนี้มุ่งขยายพอร์ตการลงทุนกว้างขึ้น เน้นโครงสร้างพื้นฐาน แย้มสนใจโรงไฟฟ้า SMR พร้อมศึกษารูปแบบลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ร่วมกับลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์กับทาง คาดผลดำเนินงานโรงไฟฟ้าในก๊าซในสหรัฐตั้งแต่ไตรมาส 2-4 โตเด่นรับผลดีค่าความพร้อมจ่ายสูงขึ้น เริ่มก่อสร้างโซลาร์ไต้หวันได้ไตรมาส 3/2569นางสาวพนิตศนี ตั๊นสวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายขอบเขตการลงทุนให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยจะเน้นขยายไปยังโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ มากขึ้น@รับสนใจโรงไฟฟ้า SMRโดยปัจจุบันบริษัทให้ความสนใจโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ซึ่งอยู่ในช่วงของการศึกษา แต่มองว่าจะยังไม่เห็นการลงทุนในช่วง 1-2 ปีนี้ เพราะต้องใช้เวลาในการศึกษา ส่วนความคืบหน้าในการลงทุนโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ ร่วมกับ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบการลงทุนสำหรับปัจจุบันพอร์ตสินทรัพย์ของบริษัทประกอบด้วย โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ โรงไฟฟ้าพลังงานลม โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ คลังเก็บน้ำมัน โครงการระบบผลิตความเย็นจากส่วนกลาง (District cooling) โดยจะเน้นโครและในช่วงไตรมาส 1/2569 บริษัทปิดดีลซื้อ บริษัท สแกน แอดวานซ์ เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา กำลังผลิตรวม 17.48 เมกะวัตต์@โรงไฟฟ้าก๊าซสหรัฐแจ่มนางสาวพนิตศนี กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงาน โรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐในช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือของปีนี้จะเติบโตที่ดีมาก จากความพร้อมจ่ายปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งในไตรมาสที่ 3 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 300 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน จาก 270 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน นอกจากนี้ ทางหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐ ยังได้อนุมัติราคาค่าความพร้อมจ่ายสำหรับรอบปี 2571-2573 ในระดับเดิมที่ประมาณ 550 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน ซึ่งถือเป็นข่าวดีต่อบริษัทขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานลม และโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในช่วงที่เหลือของปีนี้จะมีความผันผวน เพราะขึ้นอยู่สภาพภูมิอากาศ โดยปกติในไตรมาส 2 จะเป็นช่วงโลว์ซีซันของโรงไฟฟ้าพลังงานลม และโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ และ โรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์@ตั้งงบลงทุนปีนี้ 3 พันลบ.สำหรับปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตในมือ 1,961.2 เมกะวัตต์ ซึ่งจ่ายไฟเชิงพาณิชย์แล้ว 1,475.8 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น พลังงานก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas) 857.3 เมกะวัตต์ (คิดเป็น 58%) , พลังงานลม (Wind) 298.5 เมกะวัตต์ (คิดเป็น 20%), พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) 206 เมกะวัตต์ (คิดเป็น 14%), พลังงานน้ำ (Hydro) 114 เมกะวัตต์ (คิดเป็น 8%) รวมถึงบริษัทมีกําลังการผลิตที่อยู่ระหว่างพัฒนา 250.4 เมกะวัตต์ และรอการพัฒนาอีก 235 เมกะวัตต์สำหรับปีนี้บริษัทคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 2,500-3,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะใช้ในการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ที่ประเทศไต้หวัน 200 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 3 ปีนี้ และที่เหลือใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพ
ทันหุ้น • 14 May 2026
Read
COM7 กำไร Q1/69 โต 25% ลุย EV-UFUND-Insurance-Solar หนุนต่อ
#ทันหุ้น - COM7 ประกาศผลงานไตรมาส 1/69 กำไร NPAT พุ่ง 25% แตะ 1,226 ล้านบาท ทำ New High รายไตรมาส ส่วนรายได้รวม 23,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% รับแรงหนุนยอดขายกลุ่มสมาร์ตโฟนและ iPhone 17 Series รวมทั้ง การเติบโตของธุรกิจใหม่ใน Ecosystem ทั้ง EV, Taxi EV, UFUND, iCare Insurance และ Solar Rooftop ดันกำไรแกร่งต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าปักหมุดรายได้ปี 2569 โต 10% และกำไรสุทธิเติบโต 10–15% จากการขยายธุรกิจ Non-Retail ที่เริ่มกลายเป็น New Growth Engine สำคัญของบริษัทนายถกล นิยมไทย Head of Investor Relations บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าเทคโนโลยีรายใหญ่ของประเทศ เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 23,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 3,323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.4% และกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่แตะ 1,226 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนศักยภาพการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกสินค้าเทคโนโลยีและการขยาย Ecosystem ธุรกิจใหม่ที่สร้างมาร์จิ้นสูงมากขึ้นอย่างต่อเนื่องด้านคุณภาพกำไรปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 13.6% เป็น 14.0% จากการเติบโตของธุรกิจที่มีมาร์จิ้นสูงกว่าค้าปลีกแบบดั้งเดิม สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์ Diversify ธุรกิจและการสร้าง Ecosystem ที่ครบวงจร ขณะที่ค่าใช้จ่ายต่อรายได้ยังควบคุมได้ดีอยู่ที่ 7.8% แม้บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องแรงหนุนสำคัญมาจากธุรกิจค้าปลีกสินค้าเทคโนโลยี โดยเฉพาะยอดขายสมาร์ตโฟนที่เติบโต 16% (YoY) และมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 67% ของยอดขายรวม จากความต้องการ iPhone 17 Series ที่ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง รวมถึง กลุ่มสินค้าและบริการเสริม (Upselling) เช่น บริการขยายการรับประกัน และบริการหลังการขาย ที่เติบโตจากการขายควบคู่กับอุปกรณ์ ขณะเดียวกันบริษัทสามารถบริหาร Product Mix และโปรโมชันได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้บางกลุ่มสินค้า เช่น Tablet และ Accessories จะชะลอตัวตามภาวะตลาดในด้านช่องทางการจำหน่าย ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีสาขารวม 1,323 สาขา โดยมุ่งเน้นคุณภาพและความสามารถในการทำกำไรของสาขามากขึ้น พร้อมเดินหน้าขยายสาขาหลักภายใต้แบรนด์ BaNANA และ Studio7 ต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าสิ้นปี 2569 มีสาขารวมแตะ 1,400 สาขาทั่วประเทศนายกชกร บูรณวุฒิกุล Senior Finance Manager COM7 เปิดเผยถึง ภาพรวมธุรกิจใหม่ (Diversified Business) ยังคงเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการสร้างการเติบโตและยกระดับมาร์จิ้น โดย ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ GAC AION โดย บริษัท โกลด์ อินทิเกรท จำกัด เดินหน้าขยายเครือข่ายรองรับการเติบโตของตลาด EV ในประเทศไทย ปัจจุบันมีจุดให้บริการรวม 18 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สะท้อนกลยุทธ์การขยาย Ecosystem รถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร ทั้งด้านการขาย การบริการ และการเข้าถึงลูกค้าในทำเลศักยภาพทั่วประเทศ พร้อมตอกย้ำความเป็นหนึ่งในผู้นำดีลเลอร์ GAC AION ของไทยอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้ายอดขายปี 2569 ที่ 4,400 คัน เติบโตอีก 20% YoYขณะเดียวกัน โมเดล Flagship Store “GAC x BaNANA” ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด สะท้อน Synergy ระหว่างธุรกิจค้าปลีกเทคโนโลยี และธุรกิจ EV ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง ในงาน Motor Show 2026 บริษัทสามารถสร้างยอดจองรถยนต์ GAC สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มดีลเลอร์ ด้วยยอด 1,529 คัน เพิ่มขึ้น 32% จากปีก่อน พร้อมมุ่งเน้นการพัฒนาการบริการ เพื่อขยายฐานลูกค้าในตลาด EV ไทยอย่างต่อเนื่องด้าน ธุรกิจ Taxi EV ภายใต้ EV7 มีจำนวนรถส่งมอบสะสมเกือบ 3,000 คัน และตั้งเป้าสิ้นปีเกิน 5,000 คัน พร้อมต่อยอดเดินหน้าพัฒนา “Taxi EV Ecosystem” แบบครบวงจร ผ่านโครงการ Taxi Hub ซึ่งรวมทั้งศูนย์บริการ ซ่อมบำรุง และสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการจับมือ Grab เปิดตัว “EV7 Grab Edition” จำนวน 1,000 คันในเฟสแรก รับเทรนด์การใช้พลังงานสะอาดในภาคขนส่งส่วนธุรกิจเช่าซื้อ UFUND ภายใต้ บริษัท ธันเดอร์ ฟินฟิน จำกัด มีพอร์ตลูกหนี้ขยายตัวต่อเนื่องแตะ 5,125 ล้านบาท จาก 917 ล้านบาทในปี 2566 พร้อมยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ไตรมาสแรกกว่า 2,523 ล้านบาท เติบโต 297% YoY และยังสามารถรักษาระดับ NPL ต่ำเพียง 0.95% สะท้อนคุณภาพพอร์ตที่แข็งแกร่งและการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ พร้อมรุกตลาดเช่าซื้อ UFUND ขยายจุดให้บริการไปยังพาร์ตเนอร์อื่นทั่วประเทศ ขณะที่ธุรกิจประกันภัย iCare Insurance ภายใต้ บริษัท ไอแคร์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เติบโตโดดเด่น โดยในไตรมาส 1 ปี 2569 กลุ่มประกันสินค้าเทคโนโลยีและโทรศัพท์มือถือ (Mobile Product) ยังคงเป็นสัดส่วนหลักของพอร์ตอยู่ที่ 43% ขณะที่ประกันรถยนต์ (Motor Insurance) เพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็น 25% จาก 14% ในปี 2568 สะท้อนการเติบโตของธุรกิจประกันที่เชื่อมโยงกับสินค้าและบริการภายในกลุ่ม COM7 มากขึ้น ล่าสุด ได้ต่อยอดความร่วมมือกับ UFUND ผ่านโครงการ “UFUND for Partner” เพื่อเชื่อมต่อ Ecosystem ด้านประกันภัยและสินเชื่อเข้าด้วยกันอย่างครบวงจรมากขึ้นอีกหนึ่งธุรกิจที่เติบโตโดดเด่นคือ Solar Rooftop ภายใต้ BaNANA Solar ซึ่งมียอดขายไตรมาสแรกเติบโต 45% และยอดขายเดือนมีนาคม–เมษายนเติบโตมากกว่า 3 เท่าจากปีก่อน โดยใช้จุดแข็งจากเครือข่ายสาขา BaNANA ทั่วประเทศกว่า 69 สาขา รวมถึงบริการติดตั้งและ After Sales Service ครบวงจรจากปัจจัยสนับสนุนดังกล่าว COM7 ยังคงมั่นใจต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 และช่วงครึ่งปีหลัง 2569 โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจค้าปลีกที่ยังเติบโตแข็งแกร่ง ควบคู่กับการเร่งตัวของธุรกิจใหม่ สะท้อนการขยายตัวของ Diversified Business Portfolio ที่เริ่มมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตและการยกระดับคุณภาพกำไรของบริษัทมากขึ้น พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายในปี 2569 ที่รายได้โต 10% และกำไรสุทธิโตอีก 10-15%
ทันหุ้น • 13 May 2026
Read
GUNKUL ไตรมาส 1/2569 รายได้รวม 2,587 ล้านบาท โต 25.1%
GUNKUL โชว์ผลงาน! ไตรมาส 1/2569 รายได้รวม 2,587 ล้านบาท โต 25.1% มุ่งสู่เป้ารายได้ 10,000 ล้านบาทสิ้นปี เคาะปันผล Yield สูง 3.1%● ไตรมาส 1/2569 รายได้โตแกร่ง 25.1% YoY ปัจจัยหนุนหลักมาจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้างเติบโตก้าวกระโดดประกอบกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เตรียมทยอยรับรู้รายได้ภายในปี 2569 กว่าอีก 4,600 ล้านบาท● แข็งแกร่งทุกกลุ่มธุรกิจ ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 New High 10,000 ล้านบาท และพอร์ตพลังงานสีเขียว 2,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2027 พร้อมเข้าร่วมทุกมาตรการภาครัฐผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด● จ่ายปันผลระหว่างกาล หุ้นละ 0.10 บาท เทียบเท่า Dividend Yield 3.1%* เตรียมรับปันผล 10 มิถุนายนนี้บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 เติบโตทุกมิติตามเป้า มีรายได้รวม 2,586.5 ล้านบาท เติบโต 25.1% โดยกำไรสุทธิโต 24.0% เป็นจำนวน 455.8 ล้านบาท ภายใต้โครงสร้างการเงินและโครงสร้างการประกอบธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรที่แข็งแกร่งพร้อมเข้าร่วมทุกมาตรการภาครัฐ หนุนการเติบโตทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก จ่อเซ็น PPA เพิ่มอีก 319 เมกะวัตต์ พร้อมแย้มข่าวดีคว้าพอร์ตพลังงานสะอาดต่างประเทศกลางปีนี้ มุ่งสู่เป้า 2,000 เมกะวัตต์ ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ของการเป็นพาร์ตเนอร์ที่ได้รับการยอมรับสูงสุดด้านพลังงานสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาคเอเชียนางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) เผยว่า “ผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสแรก บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,586.5 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้น 25.1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน โดยปัจจัยหนุนหลักมาจากรายได้ฝั่งธุรกิจก่อสร้างที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด สามารถบันทึกรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ถึงแม้ในไตรมาส 1 แรงลมจะอ่อนตัว ส่งผลให้ Profit Sharing ลดลงจากการลดลงของกำไรขายไฟโครงการพลังงานลม แต่บริษัทฯ ยังสามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 455.8 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 24% ได้ โดยแรงลมได้กลับมาแรงขึ้นในเดือน เมษายน ส่งผลให้หน่วยไฟในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 65% จากภาวะมรสุมเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว ทำให้ภาพรวมรายได้จากการขายไฟสดใสในไตรมาส 2 ผนวกกับรายได้ Backlog ที่ทยอยรับรู้ในปี 2569 กว่าอีก 4,600 ล้านบาท คาดผลการดำเนินงานจะเติบโตอย่างโตต่อเนื่องในไตรมาส 2/2569ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทจึงได้มีมติเห็นชอบให้จ่ายปันผลระหว่างกาล จากกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการและผลการดำเนินงานของบริษัทงวด 1 ม.ค. - 31 มี.ค. 2569 เป็นเงินสดในอัตรา 0.10 บาทต่อหุ้น โดยขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569สำหรับช่วงกลางปีนี้ บริษัทฯ มีแผนเพิ่มเมกะวัตต์ทั้งในและต่างประเทศ โดยจ่อลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) 319 เมกะวัตต์ และพอร์ตโฟลิโอพลังงานสะอาดในต่างประเทศที่เตรียมจะประกาศข่าวดี ผลักดันการเติบโตในเนื้อกำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) อย่างต่อเนื่องในระยะยาว นอกจากนี้ ในปี 2569 บริษัทฯ เตรียมรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar farm) ใหม่เพิ่มอีก 3 โครงการรวม 176.6 เมกะวัตต์ ที่มีแผนเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในไตรมาส 4 ปีนี้นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังมองปัจจัยหนุนการเติบโตเพิ่มเติม สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐซึ่งล่าสุดมีการประกาศงบอัดฉีด 200,000 ล้านบาทในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานสะอาดของประเทศ รวมถึงแนวโน้มแผน PDP 2026 ฉบับใหม่ที่จะออกมา เน้นการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นจากอุตสาหกรรม Data Center และ Semiconductor รวมถึงโครงการที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอื่น ๆ ที่บริษัทฯ สามารถเข้าร่วมได้ในทุกมิติ ตั้งแต่การเชื่อมต่อ Direct PPA เพื่อปลดล็อกการจัดหาพลังงานสะอาดให้กับภาคอุตสาหกรรม ระบบกักเก็บพลังงานแบบ Battery ระดับโครงข่ายช่วยยกระดับเสถียรภาพของพลังงานสะอาด และมาตรการกระตุ้นการเติบโตของโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนหลังจากนโยบายลดหย่อนภาษีโซลาร์รูฟท็อป 200,000 บาทและโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งตอนนี้มีลูกค้าระดับครัวเรือนและธุรกิจ SME ให้ความสนใจติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมากทั้งนี้ หากปริมาณไฟฟ้าในระบบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมในระบบสายส่งไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของประเทศ เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางด้านพลังงานสะอาดและรองรับเปลี่ยนผ่านไปสู่ตลาดไฟฟ้าเสรี ตอบสนองต่อดีมานด์ที่เพิ่มสูงขึ้นจากภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลใหม่ ๆ ที่เข้ามา โดยเฉพาะจาก Data Center ที่ในช่วง 2568 – 2569 มีมูลค่าการลงทุนรวมแล้วกว่า 1.5 ล้านล้านบาท และ Semiconductor 500,000 ล้านบาท ภายในปี 2569 ทั้งนี้ ด้วยจุดเด่นของ GUNKUL ที่พร้อมให้บริการครอบคลุมทั้ง Value Chain สามารถซัพพลายอุปกรณ์และดูแลการก่อสร้างทั้งระบบสายส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้าทุกแรงดัน ประกอบกับกลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาดที่แข็งแกร่ง จึงมีศักยภาพที่จะรองรับโอกาสใหม่ ๆ ของโครงการทั้งภาครัฐและภาคเอกชนนี้เพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวทางธุรกิจสู่การเติบโตใน Curve ต่อไปของบริษัทฯ จากปัจจัยลมหนุนต่าง ๆ ข้างต้น รวมถึงในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนให้ความสนใจต่อเส้นทางการเติบโตของ GUNKUL บริษัทฯ จึงเล็งเห็นถึงประโยชน์ในระยะยาวผ่านการระดมทุนกลับจากหุ้นที่บริษัทฯ มีการซื้อคืน (Treasury share) ก่อนหน้านี้ เพื่อการบริหารโครงสร้างเงินทุน ขยายขีดความสามารถในการลงทุนโครงการใหม่ (Headroom) และลดต้นทุนดอกเบี้ยได้ราว 35 ล้านบาทต่อปี บริษัทฯ มองว่าจังหวะ 2-3 ปีนี้เป็นช่วงสำคัญของประเทศไทยที่จะคว้าโอกาสในการเป็น Green Digital Hub ของภูมิภาค ซึ่ง GUNKUL ในฐานะบริษัทที่มีศักยภาพในด้านพลังงานครบวงจร พร้อมเดินหน้าในทุกกลุ่มธุรกิจ ทุกสเกลงาน เพื่อส่งมอบพลังงานสีเขียวที่มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพ ส่งเสริมภาพพลังงานไทยให้กลายเป็นมูลค่าเพิ่ม เป็นแต้มต่อของประเทศต่อไป
ทันหุ้น • 8 May 2026
Read
“เกรท วรินทร” ตกใจค่าไฟแพงขึ้นตกใจค่าไฟแพงขึ้น ทั้งที่ติดโซล่าเซลล์
เกรท วรินทร ตกใจค่าไฟแพงขึ้นตกใจค่าไฟแพงขึ้น ทั้งที่ติดโซล่าเซลล์ ต้องบอกเลยว่าอากาศร้อนๆ แบบนี้ค่าไฟพุ่งขึ้นสูงแทบจะทุกบ้านเช่นเดียวกับพระเอกหนุ่ม เกรท วรินทร รับที่บ้านค่าไฟแพงขึ้นทั้งที่ติดโซลาร์เซลล์ โดยหนุ่ม เกรท เผยว่า... ค่าไฟแพงขึ้น บ้านผมติดโซลาร์เซลล์แล้ว ติดมานานแล้วด้วย แต่ก็เพิ่งสังเกตเหมือนกันช่วงสองถึงสามเดือนที่ผ่านมา รู้สึกว่าค่าไฟแพง คือผมได้ติดตามข่าวด้วยใช่ไหมว่าค่าไฟแพงขึ้น แล้วผมก็มาดูบิลเหมือนกัน ก็รู้สึกว่าค่าไฟแพงขึ้น การอยู่บ้านก็อาจจะมากกว่าเดิมหน่อย เพราะการติดโซลาร์เซลล์มันดีตรงที่ว่าถ้าเกิดกลางวันมีแดดเราก็ใช้ไฟได้อย่างสบายใจ แต่มันก็แพงขึ้นเลยรู้สึกว่าเอาเรื่องแล้วตอนนี้ อากาศร้อนอาจต้องเปิดแอร์ ซึ่งการใช้ไฟก็ต้องมากขึ้น เครื่องปรับอากาศก็น่าจะทำงานหนักขึ้นด้วย ไม่ได้เปิดให้แมว น้องอยู่ได้ น้องออกจะขี้หนาวด้วย ของบ้านผมเป็นแมวไทย น้องโอเคมีความสุข ถามว่าค่าไฟขึ้นปกติไหม ตามความรู้สึกผมคือแพงขึ้นแบบตกใจเหมือนกัน อันนี้ของบ้านผมนะ แต่ผมก็คิดว่ามันหลายปัจจัยแหละ แต่ผมก็ดูข่าวด้วยก็เห็นคนพูดกันเยอะ แต่ตั้งแต่ติดโซลาร์เซลล์มาพูดตรงๆ เลยว่าประหยัดไปเยอะ ตอนนี้ก็ถือว่ายังประหยัดอยู่แต่ก็รู้สึกว่าแพงขึ้นกว่าปกติ ผมติดโซลาร์เซลล์ประมาณสองปีแล้ว ถ้าในมุมผมระยะยาวและถ้าเรามีทุนทรัพย์ ผมเห็นว่าตอนนี้มีหลายที่แล้วที่เปิดโอกาสให้เราเข้าถึงโซลาร์เซลล์ได้ง่ายขึ้น ผมว่าสำคัญที่วางแผนนะ ถ้าเกิดว่าวางแผนดีๆ ส่วนตัวผมถ้าใครสู้ไหวผมแนะนำให้ติด เพราะผมรู้สึกว่าในอนาคตประเทศเรายังไงก็น่าจะร้อน อันนี้คิดแบบนั้น ผมคิดว่าอย่างแรกเลยถ้าติดโซลาร์เซลล์เมื่อไหร่ คนที่น่าจะแฮปปี้เป็นคนแรกน่าจะเป็นเรา เพราะถ้าเราติดแล้วและมันใช้งานได้อย่างเต็มที่ อย่างน้อยที่สุดตอนกลางวันที่อยู่บ้าน มันก็จะสบายใจเนอะ แต่มันก็จะมีค่าใช้จ่ายที่ต้องผ่อนหรือว่าจ่ายค่าโซลาร์เซลล์อยู่แล้ว ผมถือว่าเป็นระยะยาวแล้วกันคิดแบบนั้น
Daradaily • 5 May 2026
Read
โบรกมองหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า หลังรัฐเตรียมปรับโครงสร้างค่าไฟภาคครัวเรือน
#ทันหุ้น-ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่ากระทรวงพลังงานเตรียมเสนอปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าในที่ประชุม ครม. (28 เม.ย. 2569) เพื่อลดค่าไฟในกลุ่มภาคครัวเรือนที่ใช้ไฟน้อย โดยจะเตรียมหาข้อสรุปเพื่อให้มีผลใช้ได้ทันใช้ในรอบบิล มิ.ย.2569 ฝ่ายวิจัยมองว่าการปรับโครงสร้างดังกล่าว ประเด็นดังกล่าวเป็นเป็นประเด็นระหว่างภาครัฐผ่าน EGAT กับประชาชน ในการช่วยเหลือประชาชนที่ใช้ไฟน้อย โดยใช้กลไกเงินอุดหนุนมาจากงบประมาณของภาครัฐเป็นหลัก ดังนั้นเบื้อต้นคาดจะไม่กระทบโดยตรงต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP (เช่น BGRIM, GPSC) ที่ขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม (IU)ในส่วนของผู้ประกอบการกลุ่ม Solar Rooftop / EPC (เช่น GUNKUL) คาดจะได้อานิสงส์เชิงบวก จากการเร่งขั้นตอนอนุญาต (One stop service)ควบคู่กับแรงจูงใจในการติดตั้งที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มครัวเรือนและ SMEฝ่ายวิจัยคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มโรงไฟฟ้า เท่าตลาด โดยมองว่าการปรับโครงสร้างค่าไฟในรอบนี้ ยังไม่กระทบกำไรของกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP ขณะที่ประเด็นการปรับลดราคารับซื้อไฟฟ้าระบบส่วนเพิ่มยังอยู่ระหว่างการพิจารณา จึงต้องติดตามความชัดเจนต่อไป ในระยะสั้น อาจเน้นหาจังหวะเข้า trading ในหุ้น GPSC (FV@45B) และ BGRIM (FV@18.8B) ตามรอบผลประกอบการงวดไตรมาส 1/69 ที่คาดฟื้นตัว QoQรวมถึง กลุ่มติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคา ที่ได้ประโยชน์ตามกระแสเชิงนโยบาย แนะนำ GUNKUL (FV@2.8B)
ทันหุ้น • 28 Apr 2026
Read
เมื่อโซลาร์เซลล์แสนรัก กลายเป็นขยะบนหลังคาในปีที่ 3 กับดักความคิดว่าติดแล้วจบ
#ทันหุ้น-สัปดาห์นี้ราจะเจาะลึกเรื่อง การบำรุงรักษา ซึ่งเป็นจุดตายของหลายโครงการ เพราะผู้บริหารมักคิดว่าติดตั้งเสร็จคือจบ แต่ความจริงแล้ว ติดตั้งเสร็จคือเพิ่งเริ่มต้นท่านเคยขับรถผ่านโรงงานร้างแล้วเห็นแผงโซลาร์เซลล์เก่าๆ ที่ฝุ่นเกรอะกรัง หญ้าขึ้นรก จนผลิตไฟไม่ได้ไหมคะ เชื่อไหมว่า วันแรกที่ติดตั้ง มันก็เคยเงาวับและถูกเคลมว่าจะคืนทุนในไม่กี่ปีเหมือนของท่านนั่นแหละ แล้วอะไรทำให้ เครื่องจักรผลิตเงินกลายเป็นซากอารยธรรมตลอดบทความที่ผ่านมา เราคุยกันเรื่องการเลือกเทคโนโลยี การเงิน และการสร้างแบรนด์ไปหมดแล้ว วันนี้ดิฉันขอเตือนสติท่านผู้บริหารด้วยเรื่องที่สำคัญที่สุด แต่ถูกละเลยที่สุด นั่นคือการดูแลรักษาหลังการขายในวงการ Green Tech มีคำกล่าวที่โหดร้ายแต่จริงที่สุดว่า ผู้รับเหมาทิ้งงาน ไม่น่ากลัวเท่าเจ้าของทิ้งการดูแลหลายท่านยอมจ่ายเงินหลายล้านเพื่อเทคโนโลยีที่ดีที่สุด แต่กลับประหยัดกับค่าบำรุงรักษาปีละไม่กี่หมื่นบาท โดยหารู้ไม่ว่า การละเลยจุดเล็กๆ นี้ คือรูรั่วทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในระยะยาว วันนี้ดิฉันจะพาไปดู 3 ระดับของการบำรุงรักษา ที่จะชี้วัดว่าโรงงานท่านค่ะLevel 1: รอให้พังแล้วค่อยซ่อม นั่นเท่ากับหายนะนี่คือวิธีคิดแบบเก่าที่อันตรายที่สุดค่ะ คือรอให้ Inverter ระเบิด หรือรอให้บิลค่าไฟพุ่งสูงผิดปกติก่อน แล้วค่อยโทรเรียกช่างความเสี่ยง: ท่านต้องเจอกับการหยุดชะงักที่ไม่ได้วางแผน การรออะไหล่จากต่างประเทศอาจใช้เวลา 2-3 เดือน ช่วงเวลานั้นโซลาร์เซลล์ของท่านผลิตไฟไม่ได้เลย = สูญเสียรายได้ 100%คำแนะนำ: อย่าหาทำค่ะ ค่า Opportunity Cost แพงกว่าค่าซ่อมหลายเท่าตัวLevel 2: ซ่อมตามระยะ เท่ากับ มาตรฐานดีขึ้นมาหน่อย คือการมีตารางล้างแผงโซลาร์ ทุก 6 เดือน หรือเช็กเครื่องจักรทุกปีข้อดี: ยืดอายุการใช้งานได้จุดบอด: ท่านอาจกำลังล้างแผงที่ยังสะอาดอยู่ (เปลืองงบ) หรือเครื่องจักรอาจจะพัง ก่อน ถึงกำหนดซ่อม 1 วันก็ได้ (ยังมีความเสี่ยง)Level 3: ซ่อมก่อนพัง เท่ากับ ทางรอดของปี 2026นี่คือสิ่งที่ดิฉันย้ำนักย้ำหนาว่าทำไมท่านต้องมี IoT และ Dataในยุค 2026 ระบบอัจฉริยะจะแจ้งเตือนเราผ่านมือถือเลยค่ะว่า มอเตอร์ตัวนี้ เริ่มมีความร้อนสูงผิดปกติ คาดว่าจะพังในอีก 2 สัปดาห์ กรุณาเปลี่ยนลูกปืนด่วน หรือ ประสิทธิภาพแผงโซลาร์โซน B ลดลง 15% เพราะฝุ่น PM2.5 หนาแน่น ควรล้างทันที ไม่ต้องรอรอบ 6 เดือน นี่คือ Game Changer ท่านสามารถสั่งอะไหล่มารอก่อนเครื่องพัง เปลี่ยนอะไหล่ในช่วงหยุดพักเที่ยง ทำให้ Downtime เป็นศูนย์ และประสิทธิภาพการผลิตไฟกลับมาเต็ม 100% ทันทีบทสรุปไตรมาส 1: การลงทุนที่ยั่งยืน ต้องดูยาวๆท่านผู้บริหารคะ การทำ Green Tech ไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น ที่เข้าเส้นชัยแล้วจบ แต่คือการวิ่งมาราธอนตลอด 20-25 ปี สัญญา OM ที่ดี ไม่ใช่แค่การล้างแผง แต่คือการการันตีรายได้ จงเลือกคู่ค้าที่มีห้องควบคุม ที่มีคนนั่งเฝ้ากราฟให้ท่านจริงๆ (ไม่ใช่แค่เปิดแอป โชว์ตอนขายของ) และจงกล้าลงทุนในระบบ Predictive Maintenance เพราะเงินค่าดูแลรักษานั้น เปรียบเสมือนเบี้ยประกัน ที่จะปกป้องกำไรหลายสิบล้านของท่านในอนาคตค่ะสำหรับบทความหน้า เราจะไปคุยกันในหัวข้อที่เข้มข้นขึ้น เจาะลึกเทคโนโลยีรายตัวและ Case Study ระดับโลก ห้ามพลาดนะคะ สวัสดีค่ะชมพู่ อิสรีย์
ทันหุ้น • 19 Apr 2026
Read
SSP รับทรัพย์ขายโซลาร์ฟาร์มยามากะญี่ปุ่นกว่า 1,000 ลบ. บอร์ดเคาะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.12 บ./หุ้น
#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #SSP รับทรัพย์ขายโซลาร์ฟาร์มยามากะญี่ปุ่นกว่า 1,000 ลบ. บอร์ดเคาะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.12 บ./หุ้นSSP รับทรัพย์ขายโซลาร์ฟาร์มยามากะญี่ปุ่นกว่า 1,000 ล้านบาท บุ๊กกำไรพิเศษเสริมฐานทุนแกร่ง-ลุยขยายโรงไฟฟ้าทั้งในและตปท. เต็มสปีด บอร์ดใจดีเคาะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.12 บ./หุ้นบมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP) ประกาศปิดดีลขายโรงไฟฟ้ายามากะในประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิตติดตั้ง 34.5 เมกะวัตต์ มูลค่า 1,001 ล้านบาท เตรียมบุ๊กกำไรเข้าไตรมาส 2/69 ขณะที่บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดอัตรา 0.12 บาทต่อหุ้น จ่อ XD วันที่ 22 เมษายนนี้ ซีเอฟโอ “ชยุตม์ หลีหเจริญกุล” ประกาศพร้อมขยายการลงทุนโรงไฟฟ้า Renewable ตามแผนในมือต่อเนื่องอีกกว่า 420 เมกะวัตต์นายชยุตม์ หลีหเจริญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SSP) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ได้มีมติอนุมัติการจำหน่ายโครงการยามากะ ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น มีกำลังการผลิตติดตั้ง 34.5 เมกะวัตต์ มูลค่า 4,976,142,536 เยน หรือเทียบเท่ากับ 1,001,304,377 บาท (อ้างอิงจากอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 7 เมษายน 2569 ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเท่ากับ 20.1221 บาทต่อ 100 เยน) ทั้งนี้การเข้าทำรายการดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จ ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569สำหรับการทำธุรกรรมในครั้งนี้ส่งผลให้ SSP สามารถรับรู้กระแสเงินสดกลับเข้ามาทันทีราว 1 พันล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังประเมินว่าผลตอบแทนที่ได้รับจากการเข้าทำรายการดังกล่าว จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน ทำให้มีเงินทุนหมุนเวียนที่เพียงพอสำหรับการต่อยอดและพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ซึ่งสอดรับกับแผนการขยายธุรกิจของบริษัทฯ พร้อมทั้งทำให้หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลง เพิ่มสภาพคล่องทางการเงินโดยรวมให้ดียิ่งขึ้น นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นพร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.12 บาท/หุ้น วันขึ้นเครื่องหมาย XD 22 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 และเมื่อรวมกับเงินปันผลประจำปี 2568 ที่คณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น (AGM) พิจารณาอนุมัติ ในวันที่ 27 เมษายน 2569 อีก 0.205 บาทต่อหุ้น วันขึ้นเครื่องหมาย XD 5 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ทำให้ SSP มีปันผลสำหรับรอบผลประกอบการปี 2568 รวมทั้งสิ้น 0.325 บาทต่อหุ้นทั้งนี้ ภายหลังจากการขายโครงการยามากะ SSP ยังมีโครงการโซลาร์ฟาร์มที่ดำเนินการในประเทศญี่ปุ่นอีก 3 โครงการ รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 56.0 เมกะวัตต์ ซึ่งมีสัญญา PPA 36 Yen/kWh เช่นเดียวกัน และเมื่อรวมกับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ อีก 276.8 เมกะวัตต์ ในประเทศไทย เวียดนาม มองโกเลีย และอินโดนีเซีย SSP จะมีกำลังการผลิตติดตั้งที่ 332.8 เมกะวัตต์โดยในไตรมาส 4 ปีนี้ บริษัทยังตั้งเป้า COD โรงไฟฟ้าขยะชุมชน 2 โครงการ ขนาด 19.8 เมกะวัตต์ พร้อมทั้งเตรียม COD โซลาร์ฟาร์มในประเทศไทยอีก 3 โครงการ 108.6 เมกะวัตต์ และวินด์ฟาร์ม “บาโก” ประเทศฟิลิปปินส์ ขนาด 150 เมกะวัตต์ ในปี 2570 และยังมีแผนการ COD โครงการอื่น ๆ ต่อเนื่องจนถึงปี 2573 อีกกว่า 146.2 เมกะวัตต์ ซึ่งทั้งหมดจะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตพลังงานหมุนเวียนของบริษัทฯ ในอนาคตอนึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดราว 4,000 ล้านบาท ในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่น่าสนใจจากวิกฤตพลังงานที่ขาดแคลน และภาวะสงครามที่ส่งผลกระทบให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น และเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ยังมองหาโอกาสขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างความพร้อมทั้งด้านแหล่งเงินทุน ตลอดจนการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน โดยคำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล
ทันหุ้น • 20 Apr 2026
Read
TPIPP ดีลดาต้าเซ็นเตอร์ รุกใหญ่ไฟฟ้าโซลาร์-ขยะ
#TPIPP #ทันหุ้น – TPIPP แย้มกำลังศึกษาขายไฟฟ้าให้กลุ่มนักลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ ชี้เป็นโอกาสอนาคต เดินหน้าขยายพลังงานสะอาดเต็มพอร์ต รับ PDP ใหม่ โซลาร์ฟาร์ม 1.2 หมื่นเมก พร้อมคุมต้นทุน–ดัน IRR ต่อโครงการในระดับเหมาะสมกับความเสี่ยง ด้านโรงไฟฟ้าขยะโดดเด่น ชูเทคโนโลยี RDF พร้อมโกย PPAนายภัคพล เลี่ยวไพรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีพี โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาและเจรจากับกลุ่มนักลงทุนจากฮ่องกงและสหรัฐอเมริกา ที่แสดงความสนใจเข้ามาจัดตั้ง Data Center ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี และต้องการซื้อไฟฟ้าจากบริษัท อย่างไรก็ดีขณะนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเจรจา นอกจากพื้นที่สระบุรีแล้ว บริษัทยังมองเห็นโอกาสในสวนอุตสาหกรรม สงขลา ซึ่งมีแผนจะตั้งโรงไฟฟ้าเพื่อป้อนไฟให้กับ Data Center เช่นกัน โดยพื้นที่สงขลานับเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจ Data Center เนื่องจากมีโครงข่ายเคเบิลที่สำคัญ@ โอกาสโรงไฟฟ้าโซลาร์นอกจากนี้บริษัทยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจพลังงานสะอาดเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าขยะ สอดรับทิศทางแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ที่เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับธุรกิจโซลาร์ บริษัทมองโอกาสเติบโตจากแผน PDP ฉบับใหม่ที่จะเพิ่มกำลังผลิตโซลาร์เป็น 12,000 เมกะวัตต์ จากเดิม 3,000 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นโอกาสมหาศาลที่บริษัทจะเข้าไปชิงส่วนแบ่งเค้กในตลาดนี้ปัจจุบันบริษัทได้มีการเตรียมความพร้อมโดยการสร้างโซลาร์ฟาร์มขึ้นมาเพื่อเรียนรู้ระบบ ศึกษาจุดแข็งจุดอ่อน และทำความเข้าใจตลาดโซลาร์อย่างถ่องแท้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเมื่อภาครัฐเปิดประมูลโครงการใหม่ๆแม้ราคาค่าไฟฟ้าที่ภาครัฐรับซื้อในโครงการโซลาร์อาจจะปรับลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 2 บาทกว่าต่อหน่วย แต่บริษัทยังมองว่ามีความคุ้มค่า โดยบริษัทวางเป้าหมาย Project IRR ไว้ที่ประมาณ 9-10% สำหรับโครงการโซลาร์ที่ขายไฟฟ้าให้ภาครัฐ เนื่องจากมองว่าเป็นโครงการที่มีความเสี่ยงต่ำ ใช้สัดส่วนทุน 33% เงินกู้ราว 66% ทำให้ต้นทุนแข่งขันได้ โดยมีความสามารถในการออกหุ้นกู้ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีขายหมดทุกครั้ง@ ลุยคว้า PPA โรงไฟฟ้าขยะด้านโรงไฟฟ้าขยะ ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวม 400 เมกะวัตต์ และทำสัญญาขายไฟให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ราว 163 เมกะวัตต์ ทั้งนี้บริษัทพร้อมที่จะเข้าประมูลโครงการใหม่ตาม PDP ต่อเนื่องทั้งโควตาตามแผน PDP ปี 2558 จำนวน 500 เมกะวัตต์ แผน PDP ปี 2561 จำนวน 400 เมกะวัตต์ และแผน PDP ใหม่ที่กำลังจะออกมาอีกราว 400 เมกะวัตต์โดยบริษัทมีจุดแข็งด้านเทคโนโลยีจัดการขยะชุมชนมีโรงผลิต RDF ขนาดใหญ่รองรับขยะ 14,000 ตันต่อวัน ซึ่งนับเป็นจุดรับขยะจุดเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก สามารถผลิต RDF ได้ราว 7,000 ตันต่อวัน โดยบริษัทใช้กำลังผลิตเต็มอยู่แล้วเพื่อรองรับกับโรงไฟฟ้าและการผลิตปูนในกลุ่ม TPIPL ซึ่งการรุกขยะชุมชนจะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าขยะอุตสาหกรรม ทั้งนี้จากการบริหารจัดการขยะที่ผ่านมายอมรับว่าได้รับ Project IRR ที่สูง ทั้งๆ ที่ความเสี่ยงต่ำ ดังนั้นจึงพร้อมที่จะแข่งขัน ล่าสุดบริษัทได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการโรงกำจัดขยะชุมชน กำลังการผลิตติดตั้ง 8 เมกะวัตต์ ที่อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โดยมีสัญญาจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคประมาณ 7.92 เมกะวัตต์ ในราคา 5.78 บาทต่อหน่วยในช่วง 8 ปีแรก และราคา 5.08 บาทต่อหน่วยในช่วง 12 ปีถัดไป ไม่รวมค่า Ft ตลอดระยะเวลาขายไฟฟ้า 20 ปี พร้อมกันนี้บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าขยะมุกดาหาร เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่ม COD ได้ราวปลายปี 2569 นี้
ทันหุ้น • 7 Apr 2026
Read
SYNEXขึ้นราคาสินค้า20% ยอดขายกลุ่มโซลาร์มาแรง
#SYNEX #ทันหุ้น - SYNEX แจง ปรับราคาขายสินค้าขึ้นเฉลี่ย 10-20% หลังซัพพลายขาดตลาด-ต้นทุนพุ่ง พร้อมส่งซิกครึ่งแรกฟอร์มแจ่ม อานิสงส์ดีมานด์ทะลัก เผยจากวิกฤติพลังงาน หนุนยอดขายกลุ่มโซลาร์โตเด่น ตอกย้ำเป้ารายได้ปี 2569 รายได้แตะ 5.3 หมื่นล้านบาท รับกระแสไอที-โซลูชันฮอตฮิตนางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX เปิดเผยว่า จากที่สินค้าบางรายการขาดตลาด อาทิ หน่วยความจำ (Memory), ชิป ซึ่งสวนทางกับความต้องการ (ดีมานด์) สินค้าไอทีที่เติบโตค่อนข้างมาก ทำให้ล่าสุดบริษัทได้มีการปรับราคาขายเพิ่มอีกราว 10-20% เพื่อสะท้อนต้นทุนต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวยังดำเนินการในเรื่องดังกล่าวควบคู่ไปกับการนำเสนอโปรดักต์ที่มีสเป็กใกล้เคียงกันในส่วนของแบรนด์อื่นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มีประสิทธิภาพ*ครึ่งแรกงบแจ่มส่วนภาพรวมของแนวโน้มผลงานครึ่งแรกปี 2569 ทาง SYNEX คาดน่าจะเติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน เพราะภาพรวมดีมานด์สินค้าสินค้าในกลุ่มต่างๆ เติบโตมากขึ้น ประกอบกับฐานลูกค้าขยายตัว รวมทั้งราคาขายเฉลี่ยสินค้าไอทีสูงขึ้น ทำให้ในปี 2569 บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปีนี้ไว้ที่ 10% จากปีก่อน หรือประมาณ 53,000 ล้านบาท เนื่องจากเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโต แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะมีความกังวลในหลายส่วนจะไม่ค่อยดีนอกจากนี้ บริษัทได้มีการดำเนินกลยุทธ์เจาะพอร์ตสินค้าดาวรุ่ง AI - Solar สำหรับกลุ่มสินค้าที่จะเป็นหัวเจาะสำคัญในปีนี้ เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต โดยในกลุ่ม AI Server และ Component มองความต้องการสูงมากจากกลุ่ม Hyper Scaler โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม AI Server, GPU และ Flash Memory*โซลาร์มาแรงนางสาวสุธิดา กล่าวว่า กลุ่ม Solar นั้นดีมานด์เองก็เติบโตโดดเด่นเช่นกัน เนื่องจากผู้บริโภคต้องการประหยัดค่าไฟฟ้าและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งบริษัทมีโปรแกรมสนับสนุนทั้งในกลุ่มพนักงานบริษัทใหญ่และลูกค้าทั่วไปที่สนใจ โดยมีราคาเริ่มต้นกว่า 1 แสนบาท และกลุ่ม Cloud Subscription ได้ปรับโมเดลธุรกิจมุ่งเน้นการให้บริการแบบรายเดือน (Subscription) มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้ยืดหยุ่นในยุคเศรษฐกิจปัจจุบัน“ไม่เพียงเท่านั้น SYNEX ได้ใช้กลยุทธ์การพยากรณ์ยอดขาย (Forecast) ให้แม่นยำยิ่งขึ้น และการนำเสนอสินค้าแบรนด์ทางเลือก เพื่อปิดช่องว่างในกลุ่มที่ขาดแคลน, ส่วนด้านต้นทุนค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้น บริษัทยังสามารถบริหารจัดการได้เนื่องจากส่วนใหญ่ยังอยู่ภายใต้สัญญา (Contract) ระยะยาว”นอกจากนี้ยังมีการเสริมจุดแข็งบริการหลังการขายสร้างประสบการณ์ นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ร่วมกับลูกค้า (Experience) โดยชูจุดแข็งด้านบริการหลังการขาย (After Sales Service) ที่ไม่ยอมลดมาตรฐาน แม้ต้องเผชิญกับภาวะต้นทุนสูง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในระยะยาวสำหรับกระแสความบันเทิงอย่างภาพยนตร์ Mario ที่ช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้ากลุ่ม Nintendo Switch และสินค้าที่เกี่ยวข้องนั้นได้ผลการตอบรับเป็นอย่างดี และน่าจะกลายเป็นอีกปัจจัยช่วยสนับสนุนยอดขายของทาง SYNEX ในอนาคตอีกทางหนึ่งด้วย
ทันหุ้น • 3 Apr 2026
Load more