Reset

Search results for “#ChainedTogether” - TrueID

Top Result
Watch
Shorts
Game
Privilege
Read
อย่าดึง!!! ผมบอกว่าอย่าดึง!!! | Chained Together [🔴Live] @NutPintoChannel @Ky0NHaruhihi @HokuPLG

อย่าดึง!!! ผมบอกว่าอย่าดึง!!! | Chained Together [🔴Live] @NutPintoChannel @Ky0NHaruhihi @HokuPLG

#NottoNBK #NottoLIVE #ChainedTogether สมัครเป็น "แฟนตัวกลม" | https://www.youtube.com/channel/UC705OZcYT8ysriJ93eiQVeg/join โดเนทให้นายน็อตตัวกลม | https://tipme.in.th/notto-nbk -------------------------------------------------------------------------------------------------- ช่องทางการติดต่อ ติ๊กต็อก | https://www.tiktok.com/@nottonbk แฟนเพจ | https://www.facebook.com/NottoNBK/ กลุ่ม ดินแดนของป๋าน็อต | https://www.facebook.com/groups/2059358350800958/ อีเมล | nanobreakch@gmail.com -------------------------------------------------------------------------------------------------- ::: สนใจติดต่อโฆษณาหรือสปอนเซอร์ ::: ⭐ติดต่อทีมงาน Online Station ⭐Email | os.influencer@truedigital.com ใครที่ทำช่อง Youtube และสนใจเข้าสังกัด Online Station สมัครได้ที่นี่ : https://caster.online-station.net/​​​ Online Station ช่วยให้ช่องคุณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว OS Caster กันนะครับ -------------------------------------------------------------------------------------------------- - Music provided by Lofi Girl - Listen: bit.ly/lofigirI-playlists

พอเถอะพอ แล้วพอ พอเถอะควรพอได้แล้ว~ | Chained Together @NutPintoChannel @HokuPLG  @Ky0NHaruhihi

พอเถอะพอ แล้วพอ พอเถอะควรพอได้แล้ว~ | Chained Together @NutPintoChannel @HokuPLG @Ky0NHaruhihi

#NottoNBK #NottoLIVE #ChainedTogether สมัครเป็น "แฟนตัวกลม" | https://www.youtube.com/channel/UC705OZcYT8ysriJ93eiQVeg/join โดเนทให้นายน็อตตัวกลม | https://tipme.in.th/notto-nbk -------------------------------------------------------------------------------------------------- ช่องทางการติดต่อ ติ๊กต็อก | https://www.tiktok.com/@nottonbk แฟนเพจ | https://www.facebook.com/NottoNBK/ กลุ่ม ดินแดนของป๋าน็อต | https://www.facebook.com/groups/2059358350800958/ อีเมล | nanobreakch@gmail.com -------------------------------------------------------------------------------------------------- ::: สนใจติดต่อโฆษณาหรือสปอนเซอร์ ::: ⭐ติดต่อทีมงาน Online Station ⭐Email | os.influencer@truedigital.com ใครที่ทำช่อง Youtube และสนใจเข้าสังกัด Online Station สมัครได้ที่นี่ : https://caster.online-station.net/​​​ Online Station ช่วยให้ช่องคุณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว OS Caster กันนะครับ -------------------------------------------------------------------------------------------------- - Music provided by Lofi Girl - Listen: bit.ly/lofigirI-playlists

ปังไม่หยุด! ALLDAY PROJECT วง Co-ed ตัวท็อปจาก THEBLACKLABEL คัมแบ็กพร้อมปล่อย EP ล่าสุด ‘CRASH’
Read

ปังไม่หยุด! ALLDAY PROJECT วง Co-ed ตัวท็อปจาก THEBLACKLABEL คัมแบ็กพร้อมปล่อย EP ล่าสุด ‘CRASH’

ALLDAY PROJECT วง Co-ed ตัวท็อปจาก THEBLACKLABEL คัมแบ็กพร้อมปล่อย EP ล่าสุด CRASH สาดพลังความคิดสร้างสรรค์แบบจัดเต็ม การรวมตัวของ 5 คาแรกเตอร์สุดจี๊ด ในมินิอัลบั้ม 5 เพลงที่พร้อมฉีกทุกกฎเกณฑ์ทางดนตรี! WATCH CRASH MUSIC VIDEO HERE | STREAM HERE ชม TALK Music Video คลิก! ชม DO IT LIKE THIS Music Video คลิก! สิ้นสุดการรอคอย! ALLDAY PROJECT วง Co-ed (วงผสมชาย-หญิง) ที่มาแรงสุดๆ จากค่าย THEBLACKLABEL กลับมาทวงบัลลังก์พร้อมมินิอัลบั้ม EP ชุดที่ 2 CRASH สตรีมได้แล้ววันนี้ทุกแพลตฟอร์ม! งานนี้สมาชิกทั้ง 5 คนขอหยิบเอาความต่างของสไตล์และมุมมองมา ปะทะ (Crash) กัน จนเกิดเป็นผลงานที่มีเอกลักษณ์และเอนเนอร์จี้ล้นเหลือแบบฉบับของตัวเอง เปิดตัวเรียกน้ำย่อยกันไปแล้วกับ MV เพลง TALK ที่เป็นการประกาศศักดายุคใหม่ของวงได้อย่างสมศักดิ์ศรี กวาดยอดวิวบน YouTube ทะลุ 11 ล้านวิวไปแบบสวยๆ ในเวลาไม่ถึงสัปดาห์! ก่อนจะสานต่อความเดือดด้วย MV เพลง DO IT LIKE THIS, ที่โชว์ความสแว็กและทัศนคติสุดคูล ฟาดไปอีกกว่า 6 ล้านวิวใน 4 วันแรก ทำเอาแฟนๆ นั่งไม่ติดเก้าอี้รอลุ้นอัลบั้มเต็มกันแบบใจจดใจจ่อ และแล้วก็ถึงคิวของซิงเกิลไตเติลสุดเดือดอย่าง CRASH ที่ถูกปล่อยออกมาพร้อมกับ EP แบบเต็มรูปแบบ เพลงนี้คือตัวแทนความขบถที่พร้อมบุกปาร์ตี้แบบไม่สนลูกใคร! ตัวเพลงขับเคลื่อนด้วยเมโลดี้ที่ฟังปุ๊บติดหูปั๊บ ก่อนที่ท่อนฮุกจะสับจังหวะด้วยบีตแดนซ์เน้นเสียงกลองสุดดุดัน ปลดปล่อยพลังงานแบบจัดเต็มทะลุปรอท ใน EP 'CRASH' อัดแน่นไปด้วย 5 แทร็กที่วงได้ผสมผสานสารพัดแนวเพลงเอาไว้ด้วยกันอย่างเป็นอิสระ แต่ยังคงลายเซ็นความมั่นใจและเอนเนอร์จี้เกินร้อยเอาไว้ TALK เปิดสเตจด้วยความดาร์กแบบอินดัสเทรียลฮิปฮอป เบสหนัก โฟลว์แร็ปคมกริบ และท่อนฮุกที่หลอนติดหู เป็นการตอกกลับคำวิจารณ์แบบจุกๆ DO IT LIKE THISมาแนวซาวด์มินิมอลแต่เน้นเบสลอยเด่น โชว์ชั้นเชิงด้วยการสลับเทคนิคการร้องและโทนเสียงของเมมเบอร์แต่ละคนแบบมีมิติ NO LIMIT แดนซ์ยับๆ ไปกับจังหวะบราซิลเลียนฟังก์ (Brazilian Funk) เสียงเพอร์คัสชันเด้งๆ และการร้องรับส่งกันแบบสุดมันส์ โชว์เคมีของวงแบบเต็มสิบ UP ALL NIGHT ปิดจ๊อบด้วยซาวด์อะคูสติกสุดละมุนครั้งแรกของวง เพลงฟีลกู้ดที่ถ่ายทอดความอยากหยุดเวลาแห่งความสุขนี้ไว้ให้นานที่สุด แม้จะต้องเจอกับความวุ่นวายในชีวิตประจำวันก็ตาม ตั้งแต่เดบิวต์ด้วยเพลง FAMOUS พวกเขาก็สร้างปรากฏการณ์ระดับโกลบอลแบบก้าวกระโดด ทั้งคว้าอันดับ 1 บนชาร์ต YouTube Trending ทั่วโลก, กวาดชาร์ตเพลงในเกาหลีใต้ และทะยานสู่อันดับ 43 บนชาร์ต Billboard Global 200 ต่อด้วยการส่ง EP แรก ALLDAY PROJECT พร้อมเพลงโปรโมต ONE MORE TIME เมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการปูทางโชว์ความครบเครื่อง ก่อนจะระเบิดฟอร์มในยุค CRASH ALLDAY PROJECT คือการรวมตัวของ 5 ตัวท็อปสายดนตรี เพอร์ฟอร์แมนซ์ และแฟชั่น ที่พร้อมทลายกรอบเดิมๆ ในฐานะวง Co-ed วงแรกของ THEBLACKLABEL ค่ายเพลงเบอร์ต้นที่ปั้นศิลปินดังมาแล้วเพียบ นำทัพโดย Teddy Park (TEDDY) ที่มีศิลปินในค่ายอย่าง MEOVV, JEON SOMI, Vince, TAEYANG (BIGBANG) และ ROS (BLACKPINK) TRACKLIST: TALK CRASH (*Title Track) DO IT LIKE THIS NO LIMIT UP ALL NIGHT

Ayumu Imazu ส่งซิงเกิลใหม่ “musubi” เพลงรักที่กำลังมาแรงบนโซเชียลตั้งแต่ก่อนปล่อยเพลงเต็ม
Read

Ayumu Imazu ส่งซิงเกิลใหม่ “musubi” เพลงรักที่กำลังมาแรงบนโซเชียลตั้งแต่ก่อนปล่อยเพลงเต็ม

หลังสร้างกระแสบนโซเชียลตั้งแต่เพลงยังไม่ปล่อยเต็ม Ayumu Imazu ศิลปินสัญชาติญี่ปุ่นระดับโกลบอล ที่ดูแลการสร้างสรรค์ผลงานด้วยตัวเอง กลับมาพร้อมดิจิทัลซิงเกิลใหม่ musubi (結び) เพลงรักที่พูดถึงสายสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน ผ่านแนวคิดเรื่อง ด้ายแดงแห่งโชคชะตา ฟังเพลง musubi ของ Ayumu Imazuhttps://AyumuImazuTH.lnk.to/musubiPR กระแสของเพลง musubi เริ่มต้นขึ้นหลัง Ayumu Imazu โพสต์เดโมของเพลงลง TikTok เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคม ก่อนจะได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียง 3 สัปดาห์ มีคอนเทนต์ที่ใช้เสียงเพลงนี้มากกว่า 60,000 โพสต์ ถือเป็นการเติบโตที่รวดเร็วยิ่งกว่า Obsessed หนึ่งในเพลงฮิตที่สร้างชื่อให้เขาในระดับนานาชาติ จากครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ในญี่ปุ่น กระแสของเพลงยังขยายไปถึงเหล่าศิลปิน K-Pop ไม่ว่าจะเป็น TUIDE, RIIZE, BOYNEXTDOOR และ TEAM ที่ร่วมสร้างคอนเทนต์กับเพลงนี้ ขณะที่ Ayumu Imazu ยังได้ร่วมทำแดนซ์คอลลาบอเรชันพิเศษกับ CORTIS ยิ่งทำให้ musubi กลายเป็นอีกหนึ่งเพลงที่น่าจับตามองบนโซเชียลในช่วงเวลานี้ ชื่อเพลง musubi (結び) สื่อถึงการผูกโยงและสายสัมพันธ์ โดยเพลงหยิบภาพของ ด้ายแดงแห่งโชคชะตา มาเป็นหัวใจสำคัญในการเล่าเรื่องความรักและความสัมพันธ์ของคนสองคน แม้บางช่วงอาจห่างกันหรือคลาดกันไป แต่ท้ายที่สุดก็ยังเลือกที่จะกลับมาเชื่อมโยงกันอีกครั้ง เนื้อเพลงถ่ายทอดรายละเอียดเล็ก ๆ ทั้งช่วงเวลาที่ราบรื่นและความไม่แน่นอนในความสัมพันธ์ จึงเป็นเรื่องราวที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับคนที่เคยผ่านหลากหลายช่วงเวลาในความรัก ด้านซาวด์ musubi มีกลิ่นอายชวนให้นึกถึงความรู้สึกคุ้นเคยจากวันวาน ผสมเข้ากับมุมมองทางดนตรีร่วมสมัยในแบบของ Ayumu Imazu จนออกมาเป็นเพลงฟังสบายที่มีเอกลักษณ์ เหมาะทั้งสำหรับเปิดฟังในชีวิตประจำวัน รวมถึงคอนเทนต์บนโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นแดนซ์ชาเลนจ์ ไลฟ์สไตล์ หรือโมเมนต์ของคู่รัก ขณะเดียวกันเรื่องราวของสายสัมพันธ์และบรรยากาศโรแมนติกของเพลงยังเข้ากับเพลย์ลิสต์แนว Chill, Romance, Couple และ Wedding ได้อย่างลงตัว จากเดโมสั้น ๆ ที่จุดกระแสบน TikTok สู่ซิงเกิลเต็มที่แฟนเพลงทั่วโลกกำลังรอฟัง musubi แสดงให้เห็นอีกครั้งถึงความโดดเด่นของ Ayumu Imazu ทั้งในฐานะศิลปิน นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ที่สร้างผลงานด้วยมุมมองของตัวเอง พร้อมเชื่อมโลกของ J-Pop เข้ากับวัฒนธรรมป๊อประดับสากลได้อย่างเป็นธรรมชาติ และน่าจับตาว่าเพลงรักซิงเกิลนี้จะสร้างโมเมนต์ใหม่ ๆ บนโซเชียลต่อไปได้ไกลอีกมากแค่ไหน ถ้าไม่อยากเอาต์ ต้องใช้เพลงนี้ลงโซเชียลแล้ววันนี้

aron! เปิดตัวอัลบั้มแรก Too Close For Running พร้อมเอ็มวีเพลงใหม่ “Tandem Bike” กับเพลงแนว cozy-pop
Read

aron! เปิดตัวอัลบั้มแรก Too Close For Running พร้อมเอ็มวีเพลงใหม่ “Tandem Bike” กับเพลงแนว cozy-pop

หลังสร้างเอกลักษณ์ให้กับแนวดนตรี cozy-pop จนมีแฟนเพลงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง aron! ศิลปิน นักแต่งเพลง และนักดนตรีจาก Verve Records พร้อมเปิดบทใหม่บนเส้นทางดนตรีด้วยอัลบั้มเต็มชุดแรก Too Close For Running ผลงาน 12 แทร็กที่ผสานเสน่ห์ของป๊อปและแจ๊สเข้ากับเมโลดี้อบอุ่น ซาวด์ชวนคิดถึง และเรื่องราวจากประสบการณ์จริงของเขา พร้อมกันนี้ aron! ยังปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลง Tandem Bike หนึ่งในเพลงจากอัลบั้มที่พูดถึงช่วงเวลาแสนสุขเมื่อความสัมพันธ์เริ่มลงตัว และความรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังเปิดกว้างอยู่ตรงหน้า ก่อนที่เรื่องราวตลอดอัลบั้มจะค่อย ๆ พาไปพบกับอีกหลายแง่มุมของความรัก รวมถึงรายละเอียดธรรมดาและความยากลำบากที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในความสัมพันธ์ ฟังอัลบั้ม Too Close For Running ของ aron!https://aronTH.lnk.to/TCFRPR Too Close For Running คืออัลบั้มรวมเพลง coming-of-age ที่ aron! หยิบประสบการณ์ตั้งแต่ชีวิตในมหาวิทยาลัย การย้ายมายัง New York City เพื่อไล่ตามเส้นทางดนตรี การตกหลุมรัก ไปจนถึงการค้นหาที่ทางของตัวเองมาร้อยเรียงเป็น 12 เพลง หาก EP cozy you (and other nice songs) ก่อนหน้านี้เป็นผลงานที่เขาเรียกว่า fantasy dream language หรือ ภาษาแห่งความฝันสุดแฟนตาซี อัลบั้มชุดนี้ก็เลือกกลับมายืนอยู่บนโลกแห่งความจริง ผ่านเหตุการณ์และความรู้สึกที่หล่อหลอมชีวิตของเขามาจนถึงปัจจุบัน aron! กล่าวถึงความหมายเบื้องหลังชื่ออัลบั้มนี้ว่า เมื่อเราสนิทกับใครสักคนมากขึ้น แล้วก็คิดขึ้นมาว่า ให้ตายสิ เรามาถึงจุดที่ย้อนกลับไม่ได้แล้ว นั่นคือแนวคิดของอัลบั้มนี้ ช่วงเวลาที่เราใกล้ชิดกันมากเกินกว่าจะเริ่มวิ่งหนีไปตอนนี้แล้ว ก่อนการมาถึงของอัลบั้ม aron! ได้ทยอยเผยให้เห็นโลกของ Too Close For Running ผ่านซิงเกิลหลากหลายเพลง ไม่ว่าจะเป็น Call When You Can ที่ได้ศิลปินผู้เป็นแรงบันดาลใจอย่าง dodie มาร่วมงาน โดยเล่าถึงการเดินทางมาถึงจุดของความสงบและยอมรับในความสัมพันธ์ แม้จะมีระยะทางและสิ่งรบกวนเข้ามาคั่นกลาง รวมถึง Not For A Lack Of Trying เพลงป๊อปโรแมนติกฟังสบายที่ยังคงกลิ่นอาย cozy อันเป็นเอกลักษณ์ของเขา นอกจากนี้ยังมี Shiny Stockings เพลงว่าด้วยความรักเหนือกาลเวลา ที่ได้แรงบันดาลใจจากถุงน่องธรรมดาคู่หนึ่ง และ Macram ผลงานร่วมกับศิลปิน indie-pop และ jazz อย่าง Mei Semones ซึ่งนำ indie rock มาผสมกับงานกีตาร์ที่มีกลิ่นอายแจ๊ส เพื่อบันทึกความรู้สึกตื่นเต้นของความสัมพันธ์ครั้งใหม่ และอีกหนึ่งเพลงสำคัญคือ Wonderful Thing บทเพลง cozy-pop ที่พูดถึงความกลัวต่อการตกหลุมรัก แต่สุดท้ายกลับห้ามหัวใจตัวเองไม่ได้ โดยเพลงนี้ยังได้รับคำชื่นชมจาก John Mayer อีกด้วย อัลบั้ม Too Close For Running เป็นก้าวสำคัญในฐานะอัลบั้มเต็มชุดแรกของ aron! ที่แสดงให้เห็นตัวตนทางดนตรีที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ผ่านการหยิบอิทธิพลและเทคนิคการแต่งเพลงจากหลายยุคมาสร้างเป็นผลงานที่มีซาวด์เฉพาะตัว แม้จะหยิบ Jazz แนวดนตรีที่มีอายุย้อนกลับไปเกือบหนึ่งศตวรรษมาเป็นแนวหลัก แต่ทุกองค์ประกอบในเพลงของเขายังคงความร่วมสมัย และฟังสบายลงตัว จึงทำให้ aron! กลายเป็นอีกหนึ่งศิลปินรุ่นใหม่ในโลก Jazz-pop ที่น่าจับตามองในขณะนี้

แมคโดนัลด์ไทย ดึง G-DRAGON เปิดแคมเปญ ‘Asia Chicken’ ผสานพลัง Global Brand กับ K-Culture
Read

แมคโดนัลด์ไทย ดึง G-DRAGON เปิดแคมเปญ ‘Asia Chicken’ ผสานพลัง Global Brand กับ K-Culture

แมคโดนัลด์ ประเทศไทย เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำแบรนด์ QSR ระดับโลก และในฐานะหนึ่งในตลาดสำคัญของภูมิภาคเอเชีย ประกาศเข้าร่วมแคมเปญระดับภูมิภาค Asia Chicken เดินเกมกลยุทธ์ ICON x ICON ผสานพลัง Global Brand กับ K-Culture สู่สายตาคนไทย เสิร์ฟ K-Spicy Series ซอสเผ็ดสไตล์เกาหลี พร้อมจับมือ G-DRAGON แฟชั่นไอคอนระดับโลก ส่งคอลเลกชั่นสินค้าพรีเมี่ยมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ PEACEMINUSONE เชื่อมต่อประสบการณ์กับคนทุก GEN แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ผู้นำแบรนด์ QSR ระดับโลก จับมือ G-DRAGON เปิดตัวแคมเปญ Asia Chickenเดินเกม ICON x ICON ผสานพลัง Global Brand กับ K-Culture คุณพัชนีวรรณ ตันประวัติ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท แมคไทย จำกัด กล่าวว่า แคมเปญ Asia Chicken สะท้อนถึงกลยุทธ์สำคัญระดับภูมิภาค ICON x ICON ซึ่งผสานความเป็นไอคอนของแบรนด์ระดับโลกอย่างแมคโดนัลด์ และ G-DRAGON ไอคอนระดับโลกที่มีอิทธิพลต่อวงการดนตรี แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับผู้บริโภคในหลากหลายเจนเนอเรชั่นผ่านพลัง K-Culture หนึ่งในเทรนด์ระดับโลกเพื่อปลุกกระแสและการมีส่วนร่วมผู้คนในวงกว้าง ตอกย้ำประสบการณ์แบบ Feel Good Moments ที่สามารถพบได้ที่ร้านแมคโดนัลด์เท่านั้น แคมเปญ Asia Chicken เป็นแคมเปญที่รวมพลัง 13 ประเทศทั่วเอเชียเท่านั้น โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งประเทศที่ได้นำกระแสความเอ็กซ์คลูซีฟนี้มาเสิร์ฟถึงชาวไทยด้วยรสชาติความอร่อยใหม่ของ K-Spicy Series กับซอสสูตรพิเศษ สไปซี่โคชูจัง ซอสพริกเกาหลีรสเผ็ด หวาน กลมกล่อม ที่ผ่านการสร้างสรรค์มาได้อย่างลงตัวและถูกใจสาวก K-Culture พร้อมต่อยอดประสบการณ์จาก K-Food ไปสู่ K-Lifestyle ผ่าน Photo Card G-DRAGON 3 ดีไซน์ให้ได้สะสม และคอลเลกชั่นสินค้าพรีเมียมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ PEACEMINUSONE ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับแคมเปญนี้และมีเฉพาะที่แมคโดนัลด์เท่านั้น สัมผัสความอร่อยใหม่ K-Spicy Series กับซอสสูตรพิเศษ สไปซี่โคชูจัง ใน 3 ชุดไฮไลท์ พร้อมแพ็กเกจจิ้งลิมิเต็ดเอดิชัน และพิเศษ! รับ Photo Card G-DRAGON 1 ใบ/ชุด มีให้สะสมถึง 3 แบบ ดังนี้ ; ชุดไก่ทอดแมค K-Spicy : กรอบ ความอร่อย ชุ่มฉ่ำ คลุกผงเชค K-Spicy เผ็ดหวานกลมกล่อมถึงรสเกาหลีแท้ กับไก่ทอดแมค 2 ชิ้น, เฟรนช์ฟรายส์ ขนาดกลาง 1 กล่อง และใหม่! เครื่องดื่ม McFizz บลูกาแลคซี่ 16 ออนซ์ 1 แก้ว เริ่มต้นเพียงชุดละ 119 บาท ชุดแมคนักเก็ต K-Spicy : แมคนักเก็ต 6 ชิ้น พร้อมซอสดิป K-Spicy , เฟรนช์ฟรายส์ ขนาดกลาง 1 กล่อง และใหม่! เครื่องดื่ม McFizz บลูกาแลคซี่ 16 ออนซ์ 1 แก้ว เริ่มต้นเพียงชุดละ 119 บาท ชุดเบอร์เกอร์ไก่ K-Spicy : เบอร์เกอร์ไก่ราดซอส K-Spicy เต็มคำ 1 ชิ้น, เฟรนช์ฟรายส์ ขนาดกลาง 1 กล่อง และใหม่! เครื่องดื่ม McFizz บลูกาแลคซี่ 16 ออนซ์ 1 แก้ว เริ่มต้นเพียงชุดละ 149 บาท ห้ามพลาด! สำหรับคอลเลกชั่นสินค้าพรีเมี่ยมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ PEACEMINUSONE กับ 3 ไอเทม Must-Have ได้แก่ Pin Set ดีไซน์สุดคูล, หมวกสุดวินเทจ และ กระเป๋า Tote Bag ราคาเริ่มต้นเพียง 390 บาท พร้อมเปิดให้พรีออเดอร์เฉพาะที่ www.mcdonalds.co.th เท่านั้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนนี้ เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป หรือ จนกว่าสินค้าจะหมด ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่ขับเคลื่อนด้วย Passion และ Lifestyle กลยุทธ์เชิงรุกของแบรนด์แมคโดนัลด์ในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงการขายสินค้า แต่คือการยกระดับ Customer Experience ให้เป็นแกนกลางสำคัญในการสร้าง Brand Love ผ่านการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับเทรนด์และความสนใจของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนผ่านแบรนด์สู่การเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิต พร้อมส่งมอบประสบการณ์ Feel Good ที่เข้าถึงง่ายและยั่งยืนสำหรับลูกค้าทุกคน คุณพัชนีวรรณ กล่าวเพิ่มเติม สัมผัสสุดยอดประสบการณ์ K-Culture กับ แมคโดนัลด์ ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2569 - 24 พฤศจิกายน 2569 ที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาที่ร่วมรายการ, แมคไดร์ฟทรู และแมคดิลิเวอรี โทร.1711,เว็บไซต์ www.mcdonalds.co.th ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook.com/McThai *ราคาอาจแตกต่างกันในแต่ละสาขา*เริ่มจำหน่ายตั้งแต่เวลา 10.30 น. 05.00 น.*ไม่สามารถเลือกชิ้นไก่ได้

ขังดวลแข้ง
Watch

ขังดวลแข้ง

SYNEX เปิดบ้านพานักลงทุนสัมผัสระบบ ฉายภาพโอกาสเติบโตในโลก AI
Read

SYNEX เปิดบ้านพานักลงทุนสัมผัสระบบ ฉายภาพโอกาสเติบโตในโลก AI

#ทันหุ้น - นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX เปิดสำนักงานใหญ่ต้อนรับคณะนักลงทุนเข้าเยี่ยมชมกิจการและรับฟังทิศทางธุรกิจ พร้อมสัมผัส SYNNEX Technology Showcase พื้นที่จัดแสดงสินค้าและโซลูชันเทคโนโลยีจากแบรนด์ชั้นนำ และ Smart Warehouse ที่นำ Robotics และ Automation มาใช้ในกระบวนการทำงานจริง สะท้อนความพร้อมของ SYNEX ในการนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนทั้งธุรกิจและประสิทธิภาพการดำเนินงานสำหรับทิศทาง “The Next Chapter of SYNEX” บริษัทจะเดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่มภายใต้แนวคิด “From Distribution to Value Creation” โดยต่อยอดจุดแข็งด้านผลิตภัณฑ์ แบรนด์พันธมิตร และเครือข่ายช่องทางจำหน่าย สู่การนำเสนอโซลูชัน บริการ และแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมมากขึ้น พร้อมขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับบทบาทจาก IT Distributor สู่ AI Cloud Enabler ขณะเดียวกันจะเพิ่มสัดส่วน Recurring Revenue ผ่านธุรกิจ Solutions Cloud, Renewable Energy, Service, Financing, Insurance และ Trade-in เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่และวางรากฐานการเติบโตในระยะยาว

"SVRN" ปล่อยซิงเกิลล่าสุด "ONE PIECE" ถ่ายทอดเรื่องราวความรักโรแมนติก ผ่าน Melodic Rap
Read

"SVRN" ปล่อยซิงเกิลล่าสุด "ONE PIECE" ถ่ายทอดเรื่องราวความรักโรแมนติก ผ่าน Melodic Rap

กลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่ที่เผยอีกหนึ่งมุมของการถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเสียงร้อง สำหรับ "SVRN (ซอฟเวอเรน)" ศิลปินจากค่าย GLIIDE (ไกลด์) กับเพลง "ONE PIECE" ที่หยิบเรื่องราวความรักของคนสองคนซึ่งอยู่กันคนละมิติ มาถ่ายทอดผ่านซาวด์ที่ผสมผสานความเป็น Experimental เข้ากับ Pop ได้อย่างลงตัว พร้อมโดดเด่นด้วยเสียงร้องและ Melodic Flow ในแบบฉบับ Thai Melodic Rap ที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก "ONE PIECE" ถ่ายทอดเรื่องราวของคนสองคนที่รักกัน แต่กลับไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ในโลกเดียวกันได้ ความรู้สึกของการรักใครสักคนแต่ไม่อาจพบเจอหรืออยู่เคียงข้างกัน ถูกส่งผ่านน้ำเสียงของ "SVRN" ที่เน้นการถ่ายทอดอารมณ์และเมโลดี้มากขึ้น ผสานเข้ากับท่อนแร็ปที่มี Flow เป็นเอกลักษณ์ ทำให้เพลงยังคงความเป็นตัวตนของ "SVRN" ขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้คนฟังเข้าถึงเรื่องราวและร้องตามไปกับเพลงได้ง่ายขึ้น อีกหนึ่งความพิเศษของเพลงนี้คือการร่วมงานของ SVRN, D Gerrard และ Josh Cumbee โปรดิวเซอร์ระดับสากลที่เคยร่วมงานกับศิลปินชื่อดังจากหลากหลายประเทศ โดยทั้ง 3 คนได้ร่วมกันออกแบบซาวด์ของเพลงให้มีบรรยากาศแบบ Cinematic เสริมด้วยท่วงทำนองที่ติดหู เพื่อขับเน้นความโรแมนติกและความรู้สึกของเรื่องราวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้าน Music Video ค่าย GLIIDE (ไกลด์) ยังคงต่อยอดเรื่องราวของ "ONE PIECE" ผ่านงาน Craft ที่พิถีพิถันในการผสานงาน Film Production เข้ากับโลกของ Illustration Art ถ่ายทอดการเดินทางระหว่างโลกจริงและโลกของภาพวาด โดยนำผลงาน Illustration จาก Gongkan มาต่อยอด พร้อมด้วยการออกแบบและสร้างตัวละคร ก่อนนำตัวละครและโลกจากภาพวาดมาสร้างชีวิตผ่านงาน Animation โดย Spinwill and Goodroute ทีมแอนิเมชันสัญชาติไทยที่มีส่วนร่วมในงานแอนิเมชันระดับ Hollywood เพื่อเติมเต็มเรื่องราวความรักของคนสองคนที่แม้จะอยู่กันคนละโลก แต่ยังมีบางสิ่งเชื่อมโยงถึงกัน ติดตามฟังเพลง "ONE PIECE" และชม Music Video "ONE PIECE" จาก "SVRN" ได้แล้วที่นี่

"บิ๊ก - บีม" จับมืออวดเคมีใหม่ในซีรีส์แนวตั้ง "สลับรักเชฟจำแลง" ทาง ตาตั้ง by TrueID
Read

"บิ๊ก - บีม" จับมืออวดเคมีใหม่ในซีรีส์แนวตั้ง "สลับรักเชฟจำแลง" ทาง ตาตั้ง by TrueID

TATANG Original กับซีรีส์แนวตั้งสัญชาติไทย เรื่องใหม่มาแล้ว วันนี้เรื่องนี้พี่แนะนำขอเสนอเรื่อง "สลับรักเชฟจำแลง (Taste of Vengeance)" นำแสดงโดยคู่พระนางเคมีใหม่ป้ายแดง "บิ๊ก ธนกร กุลจรัสสมบัติ" และ "บีม จิรัชญา จิรรัชชกิจ" ที่พร้อมมาสาดความโรแมนติกกันแบบฟินเฟร่อ "บิ๊ก - บีม" อวดเคมีใหม่ใน "สลับรักเชฟจำแลง" ทาง ตาตั้ง by TrueID "สลับรักเชฟจำแลง (Taste of Vengeance)" เรื่องราวของ ก้อย (บีม จิรัชญา) เชฟสาวฝีมือดีจำใจต้องปิดร้าน ก้อยรดา ข้าวแกงเงินล้าน เพราะ รดา (พลอย รัญดภา) เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนก่อหนี้ไว้จากการพนันออนไลน์ แม้โอกาสใหม่จะเข้ามาเมื่อ เคน (บิ๊ก ธนกร) เจ้าของแฟรนไชส์ร้านอาหารชื่อดังชวนก้อยไปร่วมงานด้วย แต่รดากลับใช้ความเชื่อใจวางยาและเอาน้ำร้อนราดมือขวาของก้อยจนพุพอง ก่อนจะขโมยมือถือที่เก็บสูตรลับอาหารของก้อยที่มีชื่อว่า The Soul Signature และใช้สูตรอาหารนี้สวมรอยและแย่งงานก้อยที่มือบาดเจ็บจนทำอาหารไม่ไหว ทำให้ เกล (บีม จิรัชญา) ฝาแฝดของก้อย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีจากต่างประเทศจึงบินกลับมาช่วยเหลือ เธอปลอมตัวเป็นก้อยเข้าไปทำงานกับเคนและติดต่อก้อยตัวจริงผ่านหูฟังลับ เคนจดจำฝีมือก้อยได้จึงเกิดความสงสัยและขอทดสอบฝีมือ งานนี้เกลต้องเผชิญกับบททดสอบทั้งจากเคนและรดาที่ยังคงกลั่นแกล้งสารพัด โดยมี พัฒน์ (โตส อัครัช) หนุ่มคนสนิทรดาคอยช่วยวางแผนการ เรื่องราวจะลงเอยอย่างไรต้องติดตาม สามารถรับชมซีรีส์แนวตั้งเรื่อง "สลับรักเชฟจำแลง (Taste of Vengeance)" TATANG Original ได้ทาง ตาตั้ง by TrueID อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เปิดวาร์ปนักแสดงซีรีส์แนวตั้ง "สลับรักเชฟจำแลง" ทาง ตาตั้ง by TrueID เรื่องย่อ สลับรักเชฟจำแลง TATANG Original ดูได้ทุกตอนทาง ตาตั้ง by TrueID

คิมซองโฮ ผู้กำกับแชร์โมเมนต์ประทับใจและเบื้องหลังการถ่ายทำ “Wind Up” ตีโฮมรันให้ทัชใจทุกพื้นที่ในไทย
Read

คิมซองโฮ ผู้กำกับแชร์โมเมนต์ประทับใจและเบื้องหลังการถ่ายทำ “Wind Up” ตีโฮมรันให้ทัชใจทุกพื้นที่ในไทย

เดินหน้าสร้างความประทับใจอย่างต่อเนื่องกับภาพยนตร์มิตรภาพชวนอบอุ่นหัวใจWind Upไวนด์อัพที่ได้สองหนุ่มไอดอลชื่อดังเจโน่และแจมินจากวงNCTมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวสุดทัชใจชวนคนดูให้น้ำตาซึมทุกที่นั่ง โดยมงคลซีนีม่าได้รับเกียรติจากผู้กำกับคิมซองโฮผู้เคยฝากผลงานสุดซึ้งอย่างMove to Heaven(2021)มาร่วมแชร์ประสบการณ์ ความประทับใจ และโมเมนต์เบื้องหลังการถ่ายทำที่จะทำให้เหล่าแฟนๆ ต้องอมยิ้มตามไม่หยุด จุดเริ่มต้นของWind Upเวอร์ชันภาพยนตร์ ตอนแรกWind Upเป็นรูปแบบซีรีส์ชอร์ตฟอร์ม เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กหนุ่มสองคนวัยมัธยมปลายที่มีความฝัน ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่ร่วมกันกับค่ายSM Entertainmentซึ่งทางSMได้ส่งนักแสดงมาสองคนคือเจโน่และแจมินจากตอนแรกที่ถ่ายชอร์ตฟอร์มก็มีไอเดียว่าจะนำมาทำมิวสิกวิดีโอด้วยเลยมีการถ่ายให้เป็นแนวนอนเอาไว้ตั้งแต่แรก และด้วยความที่ซีรีส์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จมากๆ ก็เลยได้นำมาสู่เป็นเวอร์ชันภาพยนตร์ในวันนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่เกาหลีใต้ยังไม่เคยมีซีรีส์ชอร์ตฟอร์มเรื่องไหนเลยที่ออกมาเป็นเวอร์ชันเต็มจอขนาดนี้ หลังจากที่มีเรื่องนี้ออกมาก็ได้ยินมาว่ามีซีรีส์ชอร์ตฟอร์มเรื่องอื่นๆ กำลังจะวางแผนออกฉายในแบบภาพยนตร์ด้วยเช่นกัน สองคาแร็กเตอร์นำของเรื่องนี้ เจโน่-แจมิน มีความเหมาะสมกับบทบาทอย่างไร นักแสดงนำทั้งสองคนจะมีบทอูจินเป็นนักกีฬาเบสบอลมีตำแหน่งพิตเชอร์เป็นคนปาลูกแต่ว่ามีอยู่วันหนึ่งเขาเกิดมีปมในใจทำให้ไม่สามารถขว้างลูกได้ ส่วนอีกคนหนึ่งคือแทฮีเป็นเด็กที่สดใสมากและก็เข้ามาเป็นคนที่ฉุดอูจินขึ้นมาให้เขาสามารถกลับมาเล่นกีฬาได้อีกครั้ง ด้วยความที่แจมินเขาเคยแสดงละครมาก่อนแล้ว เดิมทีตอนแรกคิดว่าเขาน่าจะเหมาะกับบทอูจินมากกว่า แต่ผมก็บอกทีมงานว่าอย่าเพิ่งตัดสินใจ อันนี้แค่เป็นสิ่งที่ผมคิดไว้อย่างเดียว พอถึงวันที่ได้มาเจอนักแสดงทั้งสองคน ผมต้องการที่จะเรียนรู้และซึมซับนิสัยของทั้งคู่ก่อน ดูว่าใครเหมาะกับบทอะไรซึ่งทันทีที่เริ่มบทสนทนา ผมก็ตัดสินใจได้เลยว่าบทอูจินต้องเป็นเจโน่เหมาะมากๆ คือตัวเจโน่มีเคมีบางอย่างที่เหมือนอูจิน ซึ่งก็เหมือนกับที่ผมคิดไว้ครับ ส่วนแจมินเองผมรู้สึกได้ตั้งแต่วันที่อ่านสคริปต์ว่าเขามีบางอย่างที่เหมือนแทฮี เป็นคนที่สดใสร่าเริงและมองโลกในแง่ดี เพราะแบบนี้ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่ถ่ายทำก็ไม่มีอะไรที่ผิดคาดเลย เหมือนกับที่คิดไว้ตั้งแต่แรกทุกอย่าง แล้วทั้งสองคนนี้ในชีวิตจริงเขาก็หยอกล้อกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วครับ ถ้าทุกคนได้ดูในหนังก็จะได้เห็นแทฮีกับอูจินเขาเล่นกันยังไง ในชีวิตจริงเจโน่กับแจมินเขาก็เล่นกันอย่างนั้นเลย จากปรากฏการณ์ซีรีส์ชอร์ตฟอร์มสู่รูปแบบใหม่บนจอภาพยนตร์ เอาตรง ๆ ผมตกใจมาก ผมรู้อยู่แล้วว่าNCTดังและก็มีแฟนคลับเยอะ แต่ผมก็ยังจินตนาการไม่ออกว่าเยอะขนาดไหน พอออกอากาศในแพลตฟอร์มKITZเห็นยอดวันละ1ล้านวิวทุกวันก็ทำให้ผมเริ่มรู้สึกได้แล้วว่าแฟนคลับด้อมNCTมหาศาลมากๆ และก็ตั้งแต่ที่เห็นยอดวิววันแรก คือกลายเป็นว่าผมตื่นมาทุกเช้าก็จะเช็กยอดวิวก่อนตลอดเลย ซึ่งพอเป็นเวอร์ชันภาพยนตร์ จากเดิมที่เป็นชอร์ตฟอร์มคนดูจะได้เห็นแค่หน้า โฟกัสหน้าของนักแสดงได้เห็นมุมแคบๆ ใช่ไหมครับ แต่ว่าพอมาเป็นภาพยนตร์ทุกคนก็จะได้เห็นทิวทัศน์ ได้เห็นวิสัยทัศน์ที่กว้างขึ้น รวมถึงเพลงประกอบซาวนด์แทร็กต่างๆ ก็จะแตกต่างกันไปด้วย ทุกคน ทุกฉาก แต่ละฉากก็จะมีความยาวมากยิ่งขึ้น ซึ่งตรงนี้ผมใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่ตอนที่ตัดต่อเลยว่าจะต้องใส่รายละเอียดยังไงให้กับคนดูได้สัมผัสแต่ละฉากได้อย่างยาวนานมากขึ้น เรื่องราวแห่งมิตรภาพที่ถูกเล่าผ่านกีฬาเบสบอล คือจริงๆ ผมก็ไม่ได้ชอบกีฬาเบสบอลขนาดนั้น เพียงแต่ว่ากีฬาเบสบอลเป็นอะไรที่อยู่รอบตัวผมตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย โรงเรียนก็เป็นที่โด่งดังเรื่องเบสบอลทำให้ผมคุ้นเคยกับกีฬาประเภทนี้ แล้วก็มักจะดูหนังที่เกี่ยวกับกีฬาเบสบอลบ่อย เคยดูหนังที่แบรด พิตต์เล่นเรื่องMoneyball(2011)ตั้งแต่ดูเรื่องนั้นก็เลยเหมือนเป็นความฝันเล็กๆ ว่าสักวันหนึ่งเราก็อยากจะทำหนังเกี่ยวกับเบสบอลสักเรื่องเหมือนกัน แล้ววันนี้ก็ได้มาทำหนังเรื่องนี้แล้ว ก็เหมือนฝันที่เป็นจริง และการที่จะเล่าถึงหนังComing of ageความฝันของนักเรียนมัธยมปลายเกี่ยวกับการฟันฝ่าอุปสรรค คิดว่าเอากีฬานี้มาเล่าก็น่าจะเป็นอะไรที่ทำให้คนดูได้อินมากขึ้น มันเหมือนเป็นการสานฝันของเด็กคนหนึ่งที่เอามิตรภาพมาดึงไม่ให้ความฝันนั้นหลุดมือไป อีกอย่างคือที่เกาหลีใต้กีฬาเบสบอลก็เป็นที่นิยมมากๆ ด้วยเช่นกัน เบื้องหลังการเตรียมตัวและ เคมี ที่ผู้กำกับตามหา ผมประทับใจมากๆ ครับ ช่วงที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ทั้งเจโน่และแจมินต้องเตรียมอัลบั้มด้วย อยู่ในช่วงทัวร์คอนเสิร์ตด้วย ทั้งสองมีตารางงานที่ยุ่งมากๆ แต่ก็ยังแบ่งเวลา ต่อให้มีเวลาเพียงเล็กน้อยก็ยังมาซ้อม ทั้งเรื่องของท่าทาง การตีลูก รับลูก ทุกอย่างต้องเหมือนนักกีฬาจริงๆ ผมรู้สึกประทับใจและขอบคุณทั้งสองคนมากๆ ที่ตั้งใจทุ่มเทฝึกเล่นกีฬาเบสบอลอย่างเต็มที่ อีกอย่างที่ผมสัมผัสได้เลยคือเรื่องของมิตรภาพและความน่ารักของทั้งคู่ การถ่ายทำเรื่องนี้ใช้เวลาสั้นมากๆ ต้องรีบถ่าย เพราะพวกเขามีตารางงานที่แน่นมาก ช่วงที่ถ่ายทำคือเป็นช่วงชูซ็อก (วันขอบคุณพระเจ้ของเกาหลี)ซึ่งเป็นช่วงที่ทั้งสองคนพอจะมีคิวให้กองถ่าย ฉะนั้นด้วยความที่เวลาถ่ายสั้น ทั้งสองคนก็เลยเหนื่อยมาก ทีมงานก็เหนื่อยเหมือนกัน แต่ว่าทั้งสองคนเขาก็น่ารัก คือฝ่ายใดเหนื่อยอีกฝ่ายหนึ่งก็จะคอยเติมเต็มให้ คอยเป็นคนบูสต์พลังให้อีกฝ่าย ทำให้บรรยากาศในการถ่ายทำผ่านไปได้ด้วยดี และก็ผ่านไปได้ด้วยความสนุกสนานมากๆ ฝีมือการแสดงของ เจโน่-แจมิน ตอนแรกผมแอบกังวลนิดนึง เพราะทราบมาว่าเจโน่ไม่เคยผ่านการแสดงเลย แต่ว่าพอมาถ่ายทำจริงๆ ผมเห็นถึงความตั้งใจ เขาพยายามมาก ในขณะเดียวกันเขาก็มีความกังวลแล้วก็กดดันตัวเองมากเป็นพิเศษ บางครั้งเวลาถ่ายทำเขาก็เครียดเกินไป ผมต้องให้กำลังใจว่าไม่เป็นไร นายทำดีแล้ว ไม่ต้องเครียด สบายๆ ผมก็เลยรู้สึกประทับใจในความตั้งใจของเขา ผมคิดว่าเจโน่เขาเป็นอาร์ตทิสต์ มีการฝึกซ้อมการเพอร์ฟอร์แมนซ์บนเวทีของเขาอยู่แล้ว ฉะนั้นก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากอะไรกับการที่เขาจะมาแสดงหน้ากล้องแจมินเองก็ช่วยเจโน่ได้เยอะมากๆ ทั้งสองเขาเป็นเพื่อนกันทำให้เขาคุ้นเคยกันอยู่แล้ว และมีการคุยกันเยอะมาก พออยู่หน้ากล้องบางซีนมีบทที่ต้องพูดยาวๆ ก็มีลืมบ้าง แต่ว่าทั้งสองคนก็ช่วยกันต่อบทจนสุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี แล้วตอนที่ผมมาดูในขั้นตอนตัดต่อก็พบว่าหลายๆ บทสนทนามีการนอกบทด้วยคือไม่ได้อยู่ในสคริปต์ เขาช่วยกันต่อบทจนทำให้ผ่านซีนนั้นไปได้ ส่วนด้านแจมินเขามีเซนส์ในการแสดงที่ดีมาก ต้องบอกก่อนว่าสไตล์การถ่ายงานของผมคือจะไม่ได้ถ่ายแค่สั้นๆ แล้วก็คัต ผมจะปล่อยยาวเลยแล้วค่อยมาดูทีเดียว มาเลือกซีนเอาอีกทีหนึ่ง ฉะนั้นตัวนักแสดงพอเริ่มทำงานกับผมไปเรื่อยๆ เขาก็จะรู้สไตล์ผม แล้วพอเขารู้สึกว่าเขาพลาด เขาก็จะไม่บอกว่าผมขอถ่ายใหม่ เขาจะไม่พูด แต่ว่าเขาจะหาทางเอาตัวรอดยังไงก็ได้ให้ซีนนั้นสามารถจบลงได้ด้วยดี อันนี้ก็เป็นเซนส์ของแจมินเหมือนกัน จริงๆ แล้วถ้าใครได้ไปดูในโรงภาพยนตร์ให้สังเกตรีแอ็กชันของนักแสดงดีๆ ถ้าซีนไหนที่แบบว่าคนหนึ่งพูด แล้วอีกคนหนึ่งพูดตามว่าอย่างงั้นเหรอนั่นคือเขานึกบทไม่ออก แต่ว่าก็ปล่อยไปเพราะว่าซีนนั้นดูธรรมชาติมากๆ เจโน่-แจมิน บน เวที กับ จอภาพยนตร์ แตกต่างกันอย่างไร แน่นอนว่าแตกต่างกัน ในเวอร์ชันที่เขาเป็นไอดอล เขามีการแสดงผ่านกล้องตอนที่เขาถ่ายมิวสิกวิดีโอ แต่ว่าเวลามาถ่ายหนังมันจะมีซีนที่ต้องแสดงอารมณ์อย่างเช่น โกรธกัน ทะเลาะกัน ตะโกนใส่กัน คือพอเห็นเขาแสดงตอนแรก ผมรู้เลยว่าเขาไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน เพราะว่าเขาแสดงอารมณ์เวลาทะเลาะกันได้ไม่ค่อยเหมือนคนโกรธกันจริงๆ ผมมั่นใจว่าถ้าแฟนๆ ได้ไปดูในโรงภาพยนตร์ ฉากที่เขาทะเลาะกัน แฟนๆ ก็จะรู้สึกว่าเขาเหมือนไม่ได้ทะเลาะกันจริงๆ เพราะว่าเขาไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน โมเมนต์ประทับใจในกองถ่ายWind Up สิ่งที่อยู่ในความทรงจำแล้วก็เป็นซีนที่ประทับใจผมที่สุด คือซีนที่ทั้งสองคนปั่นจักรยานท่ามกลางฝนตกแล้วก็ถือร่มมาด้วย ซึ่งจริงๆ ซีนนั้นเป็นซีนที่ถ่ายทำยากมาก ทางทีมงานต้องเตรียมงานกันเยอะมากเพื่อให้ซีนนั้นออกมาได้ด้วยดี พอผมมาดูในห้องตัดต่อแล้วก็รู้สึกประทับใจ ผมสัมผัสได้ถึงความตั้งใจทำงานของทั้งสองคนจริงๆ ซีนนี้ก็เลยเป็นซีนที่ประทับใจเป็นพิเศษ จากผลงานเรียกน้ำตา Move to Heaven สู่ภาพยนตร์ทัชใจWind Up ยังไงก็ต้องมีซีนเรียกน้ำตา บางซีนก็อาจจะให้ความรู้สึกที่คล้ายกับเรื่องMove to Heavenเลย จริงๆ แล้วผมคิดเยอะมากว่าจะถ่ายทอดซีนอารมณ์นั้นให้คนดูอินไปด้วยได้ยังไง แต่ก็อยากให้มาลองมาชมกัน รับรองว่าน้ำตาไหลเหมือนกันแน่นอน ซีนที่คนดูน่าจะเห็นบ่อยๆ ในเรื่องMove to Heavenที่เป็นสโลว์โมชันเปิดประตูมาแล้วได้เห็นภาพที่อยู่ในห้องนั้นเรื่องนี้ก็จะเหมือนกัน ผมพูดมากไม่ได้เดี๋ยวจะเป็นการสปอยล์ แต่ว่ามีซีนสโลว์โมชันที่เปิดประตูออกมาแล้วก็จะได้เห็นภาพของเด็กสองคนอยู่ข้างในนั้นผมพยายามถ่ายทอดซีนอารมณ์ ถ้าเป็นอย่างเรื่องMove to Heavenก็จะเป็นฉากที่อีแจวอนวิ่งสโลว์โมชัน แล้วก็มีเรื่องที่ดีโอแสดง(Bad Prosecutor, 2022)ก็มีซีนสโลว์โมชันที่เรียกอารมณ์เหมือนกัน เรื่องนี้ก็เช่นกันครับจะเป็นซีนที่อูจินปั่นจักรยานสโลว์โมชัน แต่ว่าทำไมฉากนั้นถึงเรียกอารมณ์ ทำไมถึงเศร้า อันนี้ต้องไปรับชมด้วยตนเอง เรื่องราวแห่งความฝันวัยเยาว์ การก้าวข้ามความเจ็บปวด และการเติบโต ด้วยความที่เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเกี่ยวกับชีวิตของวัยรุ่นเรื่องราวตอนวัยเยาว์ การก้าวผ่านความเจ็บปวด ความไร้เดียงสาของเด็ก และการฟันฝ่าอุปสรรค ผมเชื่อว่าทุกคนน่าจะต้องมีประสบการณ์เหล่านี้มาอยู่แล้ว แต่ว่าที่สำคัญคือจะถ่ายทอดอารมณ์ความเจ็บปวดของตัวละครให้กับคนดูได้รู้สึกตามไปด้วยยังไง อันนี้คือสิ่งที่ผมกังวลมากแต่เชื่อว่าทุกคนน่าจะเคยผ่านเหตุการณ์เหล่านี้กันมาแล้ว หลังจากที่เดินทางมาประเทศไทย เห็นWind Upหน้าโรงภาพยนตร์ รู้สึกตื่นเต้นมั้ย ผมได้มีโอกาสไปถ่ายรูปหน้าป้ายมา ผมรู้สึกดีใจมากที่Wind Upได้มาอยู่ในประเทศไทย แล้วผมก็คาดหวังว่าคนไทยทุกคนจะชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมมาไทยรอบนี้ส่วนมากก็จะอยู่ตามห้าง ผมชอบอาหารไทยทุกอย่างเลย มานี่กินแต่อาหารไทยครับ โดยเฉพาะพวกอาหารตามสั่ง ข้าวราดต่างๆ แล้วก็อีกอย่างที่มาไทยในรอบนี้ ผมกำลังจะเตรียมถ่ายทำซีรีส์ไทยก็เลยมาดูโลเคชันต่างๆ ในไทย ไปอีสานด้วย เป็นซีรีส์ไทย ทีมงานโปรดักชันเป็นคนไทย แต่ว่ามีนักแสดงไทยแล้วก็เกาหลีใต้ด้วย ก็จะฉายในไทย ยังไงก็ขอให้Wind Upประสบความสำเร็จนะครับ ผมจะได้มีงานในไทยเยอะๆ เลย มิตรภาพที่ค่อยๆ ก่อตัวจะช่วยเติมเต็มความฝันของกันและกัน ร่วมสัมผัสความรัก ความอบอุ่น และเติมโมเมนต์แห่งมิตรภาพให้หัวใจได้ชุ่มฉ่ำบนเส้นทางแห่งฝันWind Upไวนด์อัพวันนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เผยเบื้องหลังความหมายสุดซึ้ง ใต้หมายเลขบนเสื้อเบสบอล “เจโน่-แจมิน” สู่สนามแห่งมิตรภาพใน “Wind Up ไวนด์อัพ”
Read

เผยเบื้องหลังความหมายสุดซึ้ง ใต้หมายเลขบนเสื้อเบสบอล “เจโน่-แจมิน” สู่สนามแห่งมิตรภาพใน “Wind Up ไวนด์อัพ”

เตรียมตีลูกเสิร์ฟส่งโมเมนต์ความประทับใจกับWind Upไวนด์อัพภาพยนตร์แห่งมิตรภาพและความฝันเยาว์วัยที่จะฮีลใจทุกคน พบการพลิกบทบาทของไอดอลหนุ่มเจโน่และแจมินคู่หูแห่งวงNCTมารับบทนำทางการแสดงร่วมกันกันครั้งแรกในบทนักเรียนมัธยมปลายที่มีกีฬาเบสบอลเป็นหัวใจในการเชื่อมความสัมพันธ์และสร้างมิตรภาพร่วมกัน ความตื่นเต้นอย่างหนึ่งที่ทั้งคู่มี คือการย้อนวันวานสู่การเป็นเด็กมัธยมปลายอีกครั้ง โดยเจโน่ถึงกับกล่าวว่าตั้งแต่เรียนจบก็นานมากแล้วนะที่ผมไม่ได้กลับมาอยู่ในโรงเรียน และนอกจากรับบทนักเรียนมัธยมปลายแล้ว ทั้งคู่ยังต้องสวมบทเป็นนักกีฬาเบสบอลของโรงเรียน และได้ทุ่มเทฝึกซ้อมทักษะต่างๆ กับโคชผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด เพื่อสวมวิญญาณของการเป็นนักกีฬาเบสบอลได้อย่างเข้มข้นสมจริง โดยอีกหนึ่งความพิเศษที่ซ่อนอยู่นั่นคือความหมายใต้หมายเลข23กับ42บนเสื้อเบสบอลของทั้งสอง โดยเบอร์23บนเสื้อของตัวละครอูจินซึ่งรับบทโดยเจโน่คือหมายเลขวันเกิดของเขา และเบอร์42บนเสื้อเบสบอลของแทฮีที่รับบทโดยแจมินมีความหมายต่อแจมินเพราะเป็นปีเกิดของคุณย่าผู้เป็นที่รักคือปี1942และเป็นเบอร์เดียวกับที่เคยอยู่บนเสื้อของเขาในช่วงที่กำลังร่วมโปรโมตเพลงCandyกับวงNCTอีกด้วย เกาะติดขอบสนามร่วมสัมผัสทุกโมเมนต์ความประทับใจกับเส้นทางแห่งมิตรภาพครั้งใหม่ของเจโน่-แจมินในWind Upไวนด์อัพ20สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa