Reset

Search results for “#BABYDIZZY” - TrueID

Top Result
Watch
Shorts
Game
Privilege
Read
Ayumu Imazu ส่งซิงเกิลใหม่ “musubi” เพลงรักที่กำลังมาแรงบนโซเชียลตั้งแต่ก่อนปล่อยเพลงเต็ม
Read

Ayumu Imazu ส่งซิงเกิลใหม่ “musubi” เพลงรักที่กำลังมาแรงบนโซเชียลตั้งแต่ก่อนปล่อยเพลงเต็ม

หลังสร้างกระแสบนโซเชียลตั้งแต่เพลงยังไม่ปล่อยเต็ม Ayumu Imazu ศิลปินสัญชาติญี่ปุ่นระดับโกลบอล ที่ดูแลการสร้างสรรค์ผลงานด้วยตัวเอง กลับมาพร้อมดิจิทัลซิงเกิลใหม่ musubi (結び) เพลงรักที่พูดถึงสายสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน ผ่านแนวคิดเรื่อง ด้ายแดงแห่งโชคชะตา ฟังเพลง musubi ของ Ayumu Imazuhttps://AyumuImazuTH.lnk.to/musubiPR กระแสของเพลง musubi เริ่มต้นขึ้นหลัง Ayumu Imazu โพสต์เดโมของเพลงลง TikTok เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคม ก่อนจะได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียง 3 สัปดาห์ มีคอนเทนต์ที่ใช้เสียงเพลงนี้มากกว่า 60,000 โพสต์ ถือเป็นการเติบโตที่รวดเร็วยิ่งกว่า Obsessed หนึ่งในเพลงฮิตที่สร้างชื่อให้เขาในระดับนานาชาติ จากครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ในญี่ปุ่น กระแสของเพลงยังขยายไปถึงเหล่าศิลปิน K-Pop ไม่ว่าจะเป็น TUIDE, RIIZE, BOYNEXTDOOR และ TEAM ที่ร่วมสร้างคอนเทนต์กับเพลงนี้ ขณะที่ Ayumu Imazu ยังได้ร่วมทำแดนซ์คอลลาบอเรชันพิเศษกับ CORTIS ยิ่งทำให้ musubi กลายเป็นอีกหนึ่งเพลงที่น่าจับตามองบนโซเชียลในช่วงเวลานี้ ชื่อเพลง musubi (結び) สื่อถึงการผูกโยงและสายสัมพันธ์ โดยเพลงหยิบภาพของ ด้ายแดงแห่งโชคชะตา มาเป็นหัวใจสำคัญในการเล่าเรื่องความรักและความสัมพันธ์ของคนสองคน แม้บางช่วงอาจห่างกันหรือคลาดกันไป แต่ท้ายที่สุดก็ยังเลือกที่จะกลับมาเชื่อมโยงกันอีกครั้ง เนื้อเพลงถ่ายทอดรายละเอียดเล็ก ๆ ทั้งช่วงเวลาที่ราบรื่นและความไม่แน่นอนในความสัมพันธ์ จึงเป็นเรื่องราวที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับคนที่เคยผ่านหลากหลายช่วงเวลาในความรัก ด้านซาวด์ musubi มีกลิ่นอายชวนให้นึกถึงความรู้สึกคุ้นเคยจากวันวาน ผสมเข้ากับมุมมองทางดนตรีร่วมสมัยในแบบของ Ayumu Imazu จนออกมาเป็นเพลงฟังสบายที่มีเอกลักษณ์ เหมาะทั้งสำหรับเปิดฟังในชีวิตประจำวัน รวมถึงคอนเทนต์บนโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นแดนซ์ชาเลนจ์ ไลฟ์สไตล์ หรือโมเมนต์ของคู่รัก ขณะเดียวกันเรื่องราวของสายสัมพันธ์และบรรยากาศโรแมนติกของเพลงยังเข้ากับเพลย์ลิสต์แนว Chill, Romance, Couple และ Wedding ได้อย่างลงตัว จากเดโมสั้น ๆ ที่จุดกระแสบน TikTok สู่ซิงเกิลเต็มที่แฟนเพลงทั่วโลกกำลังรอฟัง musubi แสดงให้เห็นอีกครั้งถึงความโดดเด่นของ Ayumu Imazu ทั้งในฐานะศิลปิน นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ที่สร้างผลงานด้วยมุมมองของตัวเอง พร้อมเชื่อมโลกของ J-Pop เข้ากับวัฒนธรรมป๊อประดับสากลได้อย่างเป็นธรรมชาติ และน่าจับตาว่าเพลงรักซิงเกิลนี้จะสร้างโมเมนต์ใหม่ ๆ บนโซเชียลต่อไปได้ไกลอีกมากแค่ไหน ถ้าไม่อยากเอาต์ ต้องใช้เพลงนี้ลงโซเชียลแล้ววันนี้

“บี มาติกา” เฉลยเพศลูกคนที่ 3 นับถอยหลังรอวันคลอด
Read

“บี มาติกา” เฉลยเพศลูกคนที่ 3 นับถอยหลังรอวันคลอด

บี มาติกา เฉลยเพศลูกคนที่ 3 นับถอยหลังรอวันคลอดเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งคุณแม่ยังสวยสำหรับ บี มาติกา ที่ล่าสุดได้จัดงานปาร์ตี้เล็กๆ ฉลองเฉลยเพศลูกคนที่สาม โดยเธอยังได้รวมเอาโมเมนต์น่ารัก ครอบครัวพร้อมหน้า พร้อมทั้งสามี ไฮโซกร กรกฤช ซึ่ง "บี" เองยังได้โพสต์คลิปพร้อมกับแคปชั่นว่า"Three little hearts, one big love Baby No.3 is a ______. #pregnant #bkorntinued #mynumber3 #momtobe" ซึ่งแปลว่า "สามหัวใจดวงน้อย หนึ่งความรักอันยิ่งใหญ่ ลูกคนที่ 3 คือ" ซึ่งหลังจากที่เธอโพสต์ลงไปก็มีแฟนคลับเข้ามาร่วมแสดงความยินดี พร้อมทั้งคาดเดาว่าลูกคนที่สามของเธอจะเพศอะไร อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ลูกสาวมาแล้ว! บี มาติกา อวดภาพแรกน้อง "Viola" หลังคลอดทายาทแสนล้านโดยหลายคนเดาว่าเป็นลูกชาย พร้อมทั้งยังคอมเมนต์อวยพรให้ทั้งคุณแม่และคุณลูกมีสุขภาพที่แข็งแรง สำหรับ "บี" เธอมีทายาทคนแรก "น้องวินเซนต์" ลูกชาย พร้อมทั้งลูกคนที่สอง "น้องวีโอล่า" ลูกสาว โดยหลังจากนี้คงได้เห็นโมเมนต์น่ารักของครอบครัวนี้อย่างต่อเนื่องแน่นอน ภาพประกอบจาก bb_matika ภาพประกอบจาก bb_matika ภาพประกอบจาก bb_matika ภาพประกอบจาก bb_matika ภาพประกอบจาก bb_matika

"SHERRY" ลุยอัลบั้ม 2 ส่งเพลงแรก "ปลายเส้นขอบฟ้า" สไตล์ Gothic Dark Romantic
Read

"SHERRY" ลุยอัลบั้ม 2 ส่งเพลงแรก "ปลายเส้นขอบฟ้า" สไตล์ Gothic Dark Romantic

เรียกได้ว่าหลังจากที่ประสบความสำเร็จจากการปล่อยอัลบั้มแรก "Human Certificate" ล่าสุดศิลปินวงอินดี้มากฝีมือ อย่าง "SHERRY (เชอร์รี่)" เดินหน้าปล่อยซิงเกิลใหม่ในอัลบั้มที่ 2 กับเพลง "ปลายเส้นขอบฟ้า" โดยเนื้อหาที่เล่าถึงความรู้สึกอยากออกเดินทางไปยังที่ไกล ๆ เพื่อทิ้งความวุ่นวายไว้ข้างหลัง แล้วใช้เวลาช้า ๆ ไปกับคนที่เรารัก เพราะบางครั้งความสุขไม่ต้องการอะไรมากไปกว่า การมีใครสักคนพร้อมจับมือกันและอยู่เคียงข้างกันแบบนี้ตลอดไป สำหรับเพลงนี้เขียนโดย "แจ็ค อรรถพล ละมูล (นักร้องนำ)" และ "เบนซ์" วง Dept ยังคงมาเป็นโปรดิวเชอร์ให้อีกครั้ง ผ่านดนตรีแนวเพลงอัลเทอร์เนทีฟ (Alternative) ที่มีกลิ่นความโรแมนติกในแบบ Gothic จนสัมผัสถึงปลายยุค 80s ถึงต้นยุค 90s ในแบบของ "SHERRY" มาพร้อมไลน์โซโล่กีต้าร์เท่ ๆ ของ "จีน พันธุ์กวี สัมมาชีวานันท์ (กีตาร์)" ช่วยถ่ายทอดความรู้สึกของเพลงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถฟังเพลงนี้ได้ทุกสตรีมมิ่งรวมถึงชมได้ที่มิวสิกวิดีโอทาง YouTube Channel : SPICYDISC โดย "แจ็ค" ได้เล่าให้ฟังว่า "อัลบั้มใหม่ชุดนี้เริ่มต้นจากการที่พวกเราวางคอนเซ็ปต์ดนตรีไว้เป็น Vintage Digital โดยยังคงความอินกับแนว Post-punk Revival ที่พวกเราชอบ สำหรับเพลง ปลายเส้นขอบฟ้า ซึ่งเป็นเพลงเปิดของอัลบั้มที่ตั้งใจให้มีกลิ่นอาย Alternative Rock ผสมกับความหม่นและโรแมนติกในแบบ Gothic โดยหยิบซาวด์ในช่วงปลายยุค 80s ถึงต้นยุค 90s มาตีความในแบบของพวกเราครับ ในส่วนของเนื้อหา เบนซ์ ซึ่งมารับหน้าที่โปรดิวเซอร์ให้กับพวกเรา ได้ตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า เวลาไปเที่ยว เราทำอะไร ? ซึ่งคำตอบก็คือ ไม่ทำอะไร ก็หายใจทิ้ง ประโยคธรรมดา ๆ นี้จึงถูกนำมาต่อยอดจนกลายเป็นท่อน แค่ได้หายใจทิ้งไป กับแสงตะวันที่เตรียมจะลาลับไป ก่อนจะค่อย ๆ แต่งต่อจนกลายเป็นเพลงที่ทุกคนได้ฟังกัน เชื่อว่าแฟนเพลงของพวกเราฟังแล้วจะรู้สึกถึงความใหม่ในอัลบั้มใหม่ที่จะปล่อยออกมาต่อจากนี้อย่างแน่นอนครับ ขอฝากด้วยนะครับ" ส่วนใครที่อยากพาตัวเองหลบความวุ่นวายต่าง ๆ ที่เผชิญอยู่สามารถฟังเพลงใหม่ "ปลายเส้นขอบฟ้า" จาก "SHERRY" เหมือนได้ตกภวังค์อยู่กับคนรักสองต่อสอง โดยฟังได้ในทุกสตรีมมิง และชมมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ได้ทาง YouTube Channel : SPICYDISC พร้อมอัปเดตข่าวสารอื่น ๆ ของวงได้ที่ https://www.facebook.com/sherryyband และ https://www.facebook.com/Spicydiscrecord

FLO ชวน Honey Dijon ส่ง THERAPY AT THE CLUB: Club Therapy with Honey Dijon รีมิกซ์ 8 เพลงจากอัลบั้มฮิต
Read

FLO ชวน Honey Dijon ส่ง THERAPY AT THE CLUB: Club Therapy with Honey Dijon รีมิกซ์ 8 เพลงจากอัลบั้มฮิต

หลังจบทัวร์เอเชียในฐานะเฮดไลน์เป็นครั้งแรก FLO สามสาวบริติช RB ประกอบด้วย Rene Downer, Stella Quaresma และ Jorja Douglas เดินหน้าต่อยอดอัลบั้มชุดที่สอง Therapy At The Club ด้วยโปรเจกต์รีมิกซ์ THERAPY AT THE CLUB: Club Therapy with Honey Dijon พร้อมชวนดีเจและโปรดิวเซอร์เจ้าของรางวัลแกรมมีอย่าง Honey Dijon มาปรับโฉม 8 เพลงจากอัลบั้มนี้ ด้วยซาวด์ดนตรีเฮาส์และคลับในแบบฉบับของเธอ ฟังอัลบั้ม THERAPY AT THE CLUB: Club Therapy with Honey Dijon ของ FLO และ Honey Dijonhttps://FLOTH.lnk.to/TATCwithHoneyDijonPR รีมิกซ์ Club Therapy with Honey Dijon นำ 8 เพลงจาก Therapy At The Club มาตีความใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Dont Break Her Heart และ Therapy At The Club รวมถึงเพลงเด่นอย่าง Pose, Small Doses, Call Me, Haterbooth, Miss u Missing me และ Touch โดย Honey Dijon เติมกลิ่นอายดนตรีเฮาส์และคลับ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอเข้าไปในเพลงแนว RB ของ FLO ทำให้เพลงจากอัลบั้มชุดนี้พร้อมขยับเข้าสู่พื้นที่ของฟลอร์เต้นรำอย่างเต็มตัว FLO กล่าวถึงการร่วมงานครั้งนี้ว่า Honey Dijon คือไอคอนตัวจริง และเป็นคนที่พวกเราชื่นชมมานานมาก พวกเรารักเพลงแดนซ์ และไม่นานมานี้ก็ได้ไปเจอกับ Honey ที่ Ibiza พร้อมสัมผัสโชว์สดอันยอดเยี่ยมของเธอ พอถึงเวลาที่เราคิดจะรีมิกซ์ Therapy At The Club เรารู้เลยว่าต้องโทรหา Queen คนนี้! พวกเรารู้สึกขอบคุณมาก และเธอก็ทำออกมาได้สุดยอดจริง ๆ! ด้าน Honey Dijon เล่าถึงจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ว่า ฉันเจอสาว ๆ ครั้งแรกตอนที่พวกเธอมาดูโชว์ของฉัน แล้วเราก็เข้ากันได้ทันที หลังจากนั้นไม่ว่าเราจะบังเอิญเจอกันเมื่อไร เราก็มีเคมีที่ดีต่อกันเสมอ เพราะฉะนั้นตอนที่พวกเธอติดต่อมา พร้อมไอเดียสุดบ้าที่อยากให้ฉันรีมิกซ์ทั้งอัลบั้ม ฉันชอบไอเดียนี้มาก ฉันคิดว่ามันเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเชื่อมโลกทางศิลปะของเราเข้าด้วยกันอย่างจริงจัง พวกเธอเก่งมาก ทั้งเพลงและเสียงร้องก็ยอดเยี่ยม และฉันสนุกมากที่ได้ทำงานกับเพลงเหล่านี้ พร้อมเติมกลิ่นอายแบบคลับและเฮาส์ของฉันลงไปในโปรเจกต์ทั้งหมด อัลบั้ม Therapy At The Club พา FLO คว้าอัลบั้ม Top 5 บนชาร์ตสหราชอาณาจักรได้เป็นชุดที่สองติดต่อกัน หลังอัลบั้มเดบิวต์ Access All Areas เปิดตัวที่อันดับ 3 เมื่อปี 2024 พร้อมสร้างสถิติให้ FLO เป็นเกิร์ลกรุ๊ป RB จากสหราชอาณาจักรวงแรก ที่ส่งสองอัลบั้มแรกเข้าสู่ Top 5 ได้สำเร็จ ขณะเดียวกันอัลบั้มนี้ยังทำยอดขายสัปดาห์แรกสูงที่สุดของวง และทำอันดับบนชาร์ตกับยอดขายเปิดตัวสูงสุดตั้งแต่เดบิวต์ ทั้งในสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และเบลเยียม รวมถึงเข้าสู่ชาร์ตในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก THERAPY AT THE CLUB: Club Therapy with Honey Dijon จึงเป็นอีกอัลบั้มที่ขยายโลกดนตรีของ FLO ให้กว้างขึ้น ด้วยการนำ RB ที่เป็นหัวใจสำคัญของวง มาเชื่อมเข้ากับวัฒนธรรมดนตรีเฮาส์และคลับ ผ่านฝีมือของ Honey Dijon หนึ่งในดีเจและโปรดิวเซอร์ระดับแนวหน้าของวงการเพลงแดนซ์ อีกรสชาติใหม่ที่อยากให้แฟน ๆ ได้สนุกกันต่อตลอดทั้งปี

"เติร์ด Tilly Birds" เปิดใจ 31 ปีไม่เคยมีแฟน เล่าช่วงเวลาเผชิญโรค IBS ทำระบบขับถ่ายพัง
Read

"เติร์ด Tilly Birds" เปิดใจ 31 ปีไม่เคยมีแฟน เล่าช่วงเวลาเผชิญโรค IBS ทำระบบขับถ่ายพัง

"เติร์ด Tilly Birds" เปิดใจผ่านรายการ "PrimeCast" ถึงมุมมองความรักวัย 31 ปีที่ยังไม่เคยมีแฟนอย่างเป็นทางการ เล่าวิกฤตสุขภาพที่เผชิญมาตลอดทั้งภาวะทางเดินอาหารอักเสบจนเกือบขึ้นโชว์ไม่ได้ รวมถึงภาวะ IBS ที่ขับถ่ายผิดปกติจากความเครียด เผยเบื้องหลังฉายา King of ห้องน้ำ ที่เพื่อนในวงตั้งให้ และปัญหานอนไม่หลับฝังลึกจากวัยเด็กจนต้องพึ่งพาแพทย์ กินยาปรับสภาพต่อเนื่องกว่า 2 ปี "เติร์ด Tilly Birds" เปิดใจ 31 ปีไม่เคยมีแฟน อายุ 31 แต่ไม่เคยมีแฟน ?เติร์ด Tilly Birds : ก็เป็นเรื่องปกติ หลายคนที่อายุเยอะกว่าเรา หรือเท่าเรา หลายคนก็ไม่เคยประสบพบเจอกับการมีแฟนมาก่อน คือเคสล่าสุดของเราหวังพึ่งมากในใจว่า อยากเป็นแฟนกับเขา อยากขอเป็นแฟน แต่ล่าสุดเป็น Long Distance ก็จบไป ส่วนที่ผ่านมาก่อนหน้านั้นอยู่ในขั้น Situationship แต่ว่าท้ายที่สุด เราอาจจะยังไม่ใช่สำหรับเขา แล้วในบางกรณีก็อาจจะมีเคสที่เรารู้สึกว่าเขาไม่ได้ใช่สำหรับเราเหมือนกัน มีสเปกผู้หญิงตายตัวไหมหรือชอบคนที่เคมีและ Lifestyle เข้ากันมากกว่า ?เติร์ด Tilly Birds : Physically ผู้หญิงหน้าตาทรงหมวย ๆ Lifestyle ไม่จำเป็นต้องตรงกัน 100% แค่คุยกันรู้เรื่อง แบบเรามีกันและกัน be there for each other เหมือนมีไว้เพื่อเป็นความสบายใจ และเป็น Safe Zone ที่ยึดเหนี่ยว เพราะว่าเราก็อายุ 31 ปีแล้วอาจจะไม่ได้มองถึงความสัมพันธ์ที่แบบอย่างนั้น เราอาจต้องการการลงหลักปักฐานสักหน่อยแล้ว หน้าตาสำหรับเราเป็นสิ่งแรก แต่ว่าก็ยังไม่สำคัญเท่าความเข้ากันอยู่ดี ท้ายที่สุดอย่างคนที่เราเคยรู้สึกชอบเขา แต่ว่าไม่ได้ตรงตามรูปภัณฑ์ หรือ Physical Traits ที่เรามองไว้ Type ที่เรามองไว้ก็มีเหมือนกัน ทำงานหนักขนาดนี้มีช่วงที่ร่างกายเริ่มประท้วงหรือมีปัญหาสุขภาพกวนใจบ้างหรือเปล่า ?เติร์ด Tilly Birds : มีครับ แต่เราไม่อยากจะฟันธงนะ เพราะว่ายังไม่ได้ไปหาหมอ จะไปหาหมอวันที่ 13 สิงหาคมนี้ เพิ่งมีเวลาไปหา เข้าข่ายสิ่งที่เรียกว่า IBS ภาวะลำไส้แปรปรวน ตั้งแต่เด็ก ช่วงมัธยม เราลำไส้อักเสบบ่อยมากจนบางครั้งเป็นหนักไข้ขึ้นเข้าโรงพยาบาล ทางเดินอาหารอักเสบ ปีที่แล้วก็ก่อนจะไปเล่นคอนเสิร์ตที่ต่างจังหวัดก็สาหัสก่อนขึ้นเครื่อง ต้อง Cancel Flight ตรงนั้น แล้วเลื่อนคิวงานไปเพราะว่า เติร์ดไม่ไหว อาเจียนอยู่ตรงที่เลื่อนกระเป๋า แบบไม่ไหวแล้ว นั้นคือหนักกว่าที่เป็นปกติ เหมือนอาหารเป็นพิษด้วย แล้วเขาวินิจฉัยว่า เป็นทางเดินอาหารอักเสบเฉียบพลัน ต้อง Admit ที่สมิติเวช ตอนขึ้นที่สนามบินเลย ปวดท้องหนักที่สุดในชีวิต ตอนนั้นหนักรู้สึกปวดแล้วก็จะอาเจียน แต่ไม่มีอะไรออกมาแล้ว พอเป็นอย่างนี้บ่อย ๆ ก็เลย Develop หรือพัฒนา กลายเป็น IBS กินอะไรเข้าไปที่ละเอียดอ่อนมาก อาจจะถ่ายทันทีลำไส้ตรง หรือว่าบางครั้งกินน้ำหรือไม่กินเลย ตื่นมาแล้วทำงานลืมกินข้าว ก็มาถ่ายเหมือนท้องเสีย แต่จะไม่ใช่ท้องเสีย จะเป็นการถ่ายที่ถ่ายเป็นน้ำของเหลว ถ้าสมมติว่ากำลังจะต้องขึ้นเวที ?เติร์ด Tilly Birds : มีบ่อยเหมือนกัน เพราะความเครียดน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งของสิ่งนี้ ความเครียดจะกระตุ้นทำให้อยู่ ๆ ก็ปวด บางครั้งรู้ว่าไม่ทันแล้วก็ต้องขึ้น แต่ว่าส่วนใหญ่จะทัน ยังโชคดี เพราะว่ารู้ไวเหมือนฉี่ เสร็จแล้วขึ้นเลย ถ้าอยู่บนเวทีส่วนใหญ่จะไม่มา จะมาแค่ก่อนขึ้น แต่มีอยู่รอบหนึ่งที่ปวด จำได้ที่อุบล ตลาดทุ่งศรีเมือง แล้วผมปวดมากจะขึ้นแล้ว เขาบอกว่ามีห้องน้ำอยู่ ต้องเดินฝ่าคนดูเป็นพันคนไป คือไม่มีห้องน้ำตรงนี้ ต้องอั้นไว้ แล้วขึ้นไป มีเพลงนึงจำท่อนผิด เข้าผิด เหมือนประมาณว่า Intro 2 ห้องแล้ว เราจำได้ว่าห้องเดียวก็เลยขึ้นไปก่อน คำว่า ขี้หดตดหาย ปันปัน คือหายไปเลย น่าจะตกใจหายไปหมด แต่เราร้องเพลงไหว แต่แค่กลัวจะไม่ไหว พอลืมเนื้อมีสิ่งอื่นที่มาทดแทนความกังวลตรงนี้ก็เลยหายไปเลย เหมือนขี้หักใน หมอก็พยายามบอกว่า อย่าอั้น เดี๋ยวท้องผูก เพราะตอนเด็ก ๆ เคยอั้นจนพัฒนากลายเป็นริดสีดวงหรือเป็นฝี เคยเป็นฝีกับริดสีดวงพร้อมกันแล้วต้องผ่าออก ต้องเจาะ ฉีดยา คนอื่นเขาเก็บแต้มคาเฟ่หรือร้านอาหาร แต่เราเป็นสาย Check in ห้องน้ำทั่วไทย ช่วยเล่าที่มาที่ไปหน่อย ?เติร์ด Tilly Birds : มีอยู่หลายครั้ง คือ ตอนนั้นเดินทางจากจังหวัดแห่งหนึ่ง แต่ต้องผ่านอีก 3 จังหวัด ก็คือเดินทางทั้งหมด 4 จังหวัด ทุกครั้งที่เขาแวะปั๊ม เรา Check in หมดเขาก็เลยเรียกว่าCheck in เพราะว่า เติร์ดไปสร้าง Landmark มีบิลลี่เคยบอกว่า นายลองอยากเปลี่ยนจากรีวิวคอนเสิร์ตเป็นรีวิวห้องน้ำไหม ปวดเข้าห้องน้ำ 4 จังหวัดเลย เพื่อนก็เลยสถาปนาว่า King of ห้องน้ำนะ มีสถานที่ที่แย่ที่สุด ก็คือไปออกกองถ่าย MV เพลง The แบก ตอนนั้นช่วงโควิดระลอก 2 แล้วห้องน้ำที่ไปถ่าย คือ Location ไปถ่ายโรงสีข้าวเก่า แล้วห้องน้ำนึกภาพว่าไม่ได้สกปรก แต่เก่ามาก คือทั้งห้องและโถส้วมดำจน My God ไม่มีฝารอง เหมือนส้วมห้องน้ำร้านก๋วยเตี๋ยวเก่า ๆ เราก็ยังไงดี ทีมงานก็บอกว่า ข้างหน้าปากซอยมีโลตัส เข้าได้ดีกว่า เราแบบฝนตกขนาดนี้แล้วเดี๋ยวพี่ต้องถ่ายแล้วทำไง เราก็เลยใช้ Skill ห้ามไม่ให้ผิวเรา โดนกับฝารองชักโครก ก็คือ Squat ก็ทิชชู่เปียก ทิชชู่แห้ง พร้อมเสร็จ ประสบการณ์ค่อนข้างมีเยอะจนรับมือได้ เคยเจอโถส้วมตัน..ที่เจอตึกแดง หรือว่าที่ห้องน้ำใช้ไม่ได้ สามารถเอาตัวรอดได้ หรือทิชชู่หมด เคยผ่านหมดแล้วครับ เคยมีช่วงที่เจอปัญหาโรคนอนไม่หลับบ้างไหม ช่วงนั้นรับมือหรือปรับการใช้ชีวิตยังไงให้ผ่านไปได้ ?เติร์ด Tilly Birds : ก็ยังไม่หลับ เพราะว่าตอนเด็ก ๆ นอนกับป๊า แม่ เรานอนตรงกลาง นอนห้องเดียวกัน ป๊าแกดูบอล ดูชิงร้อยชิงล้าน มีเสียง คือเขาไม่ได้เปิดดัง แต่ว่าแสงจากจอ เราก็ไม่หลับ แม่เราหลับไปแล้ว เขาดูทีวีก็ต้องแกล้งหลับ เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ตอนนั้น พอช่วงประถมก็หลับเองได้ยากมาตั้งแต่จำความได้ จนทุกวันนี้ก็ต้องพึ่งยา หาหมอที่โรงพยาบาลแผนกนี้โดยตรง ทรมานมาก แล้วคือจะมาง่วงตอนไหนรู้ไหม ตอนต้องใกล้จะตื่น เป็นแทบจะทุกครั้งในการต้องออกกองตอนเช้า ไม่ว่าจะอยู่เบื้องหลังหรืออยู่เบื้องหน้า อาจจะเพราะกังวล สมมติเวลาตี 5:00 น. จะต้องตื่นแล้ว บิลลี่บอกว่า น่าจะเป็นเพราะความเครียด กินยาก็แล้ว ชาคาร์โมมายล์ก็แล้วทำทุกอย่าง อาบน้ำร้อน ทำให้ห้องเย็นที่สุด ทำทุกวิถีทาง ซึ่งทุกวันนี้ดีขึ้นนะ แต่ก่อนหนักมาก จัดการยังไง สมมติไม่ได้นอน 2-3 วัน ?เติร์ด Tilly Birds : นั่งเขียนเพลง นั่งดูหนังบนเครื่อง นั่งทำงานไปเลย แต่สมมติว่าจะต้องไปเพอร์ฟอร์ม แล้วจะต้องขึ้นเวที ร่างกายเราเหนื่อย ต้องฝืนทำยังไงก็ได้ให้คนดูไม่รู้ แต่ส่วนใหญ่ก่อนคอนเสิร์ตได้พัก แต่ก่อนออกกองส่วนใหญ่ไม่ยอมหลับ ตื่นเต้น แต่เราไม่ได้กินยานอนหลับทุกวันจริง ๆ จะมีบางวันที่เผลอหลับไปเองบ้าง อย่างเช่น วันที่อาจจะกินเยอะ หรือว่าอาจจะเหนื่อยมาก แต่ต้องบังเอิญจริง ๆ หัวโล่ง หรือว่าไม่เครียด เพราะถ้าเครียดเมื่อไหร่ แล้วเป็นคนที่พอหลับตาเหมือนสมอง Shut down ไม่ได้ ต้องบอกตัวเองว่าหลับเถอะ แต่สมองตอนนั้นเราตัดสินใจพลาดหรือเปล่านะ เมื่อประมาณหลายปีที่แล้ว ก็จะวนมา พยายาม นับแกะ พยายามหายใจ ใช้หลายเทคนิค ใช้หลายวิธี เรียกว่า Bad Anxiety ครับ มีปัญหานอนไม่ค่อยหลับแบบนี้ เคยคิดจะไปทำ Sleep Test เช็กดูไหม ?เติร์ด Tilly Birds : Sleep Test ยัง ตอนแรกที่ไปหาหมอที่นี่ ถามเขาเลยว่าผมต้อง Sleep Test ไหม เขาบอกว่า Sleep Test ไว้สำหรับคนที่นอนแล้วเหมือนหยุดหายใจ หรือว่ากัดฟัน มีปัญหาระหว่างการนอน ซึ่งเราก็ไม่รู้นะว่าเรามีไหม คือแม่เพื่อนเราเพิ่งไปตรวจมาแล้วเขาบอกว่าใน 1 นาที เขาหยุดหายใจไปเกิน 60 ครั้งแล้ว เราอึ้ง เพราะ 1 นาที 60 วินาทีแล้ว เขาทำยังไงก็ต้องรักษา ไป Sleep Test จริงจัง แต่ของเราหมอบอกว่ายังไม่ถึงขั้นนั้น ถ้าคุณไม่ได้มีปัญหาในระหว่างการนอน คุณมีปัญหาแค่ในการที่พยายามจะนอน ใช้แค่ยาพอแล้ว ให้ยาปรับสภาพ ก็ปรับมา 2 ปีแล้ว ที่ต้องกินยาเกือบทุกวัน เหมือนร่างกายเราจัดการได้ อาจจะจำและชินไปแล้วครับ ทุกวันนี้สุขภาพใจโอเคไหม เวลาเริ่มรู้สึกว่างานกดดันจนใจสั่นหรือวิตกกังวล มีวิธีดึงตัวเองกลับมายังไงบ้าง ?เติร์ด Tilly Birds : จิตใจในเรื่องของการงานจะเครียดหน่อย มีความ Paranoid มีความ Anxious เป็น C ดีกว่า เมื่อกี้เป็น Sleep Anxiety อันนี้เป็น Work anxiety แต่ว่าตอนเด็ก ๆ เคยเป็นสิ่งที่เข้าข่ายก็ยังไม่ได้มีการวินิจฉัย 100% ว่าเป็น Panic Disorder หรือเปล่า ตอนเด็ก ๆ โดน Bully เรื่องรูปร่าง ?เติร์ด Tilly Birds : หลัก ๆ โดน ชื่อพ่อชื่อแม่ รูปร่างมีบ้าง แต่ว่าชื่อพ่อชื่อแม่เรา เป็นอาหาร โจ๊ก กุ้ง ก็โดนล้อเยอะหน่อย ก็ผ่านมาได้ ล้อกันเข้มข้น คือเราลืมเรื่อง Panic Disorder ไปเลย เพราะคิดเรื่องนี้แทนตอนนั้น ผ่านมาได้ เพราะว่าช่วงเปลี่ยนผ่านไป ม.ปลาย ได้ไปอยู่กับเพื่อนที่โอเคมากขึ้น ในสายเรียนศิลป์-ญี่ปุ่น ตอนมัธยมเรียนรวมในห้อง แล้วพอแยกสายก็เป็นสายคำนวณ สายภาษา ก็จะอยู่กับเพื่อนที่สบายใจมากกว่า แต่เพื่อนที่ Bully เราหลัก ๆ ก็ไปเรียนศิลป์-จีน อยู่ห้องเดียวกัน แต่กลายเป็นว่า เราขอเขาหลายรอบแล้วว่า เรื่องนี้หยุดเถอะ วันที่แม่เราเสีย เขาก็ไปกราบศพแม่ ขอโทษที่เคยล้อ ทุกคนไม่ใช่แค่เขา ทุกคนที่เคย Bully เราตอนนั้นก็ไปขอโทษคุณแม่เรา การที่คนใกล้ชิดในครอบครัวป่วย ทำให้เริ่มมองเรื่องสุขภาพของตัวเองเปลี่ยนไปไหม มีความกลัวหรือระวังเรื่องการส่งต่อทางกรรมพันธุ์ ?เติร์ด Tilly Birds : แม่เราเป็นมะเร็งปอด ซึ่งแม่ไม่ใช่ Smoker ไม่สูบบุหรี่ หรือ Genetics ไม่รู้เหมือนกัน แต่ยายเสียเพราะมะเร็งลำไส้ อะไรที่ไม่ดียายเรากินหมด เบาหวาน, ไต ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นกี่อย่างเขาก็เสียไป ส่วนแม่เราพิศวงมาก เพราะว่าเขาไม่ได้สูบบุหรี่ ไม่ได้ทำงานในที่ที่มีควันธูป แต่สิ่งหนึ่งที่เรากับป๊าสังเกต ไม่ได้ฟันธงเพราะว่าเราก็ไม่สามารถฟันธงได้ คือเขาชอบเย็บผ้า เย็บปักถักร้อย เย็บกระเป๋า เคยเย็บกระเป๋าคีย์บอร์ดให้บิลลี่ เย็บกระเป๋าเป้ให้เราสะพายใส่คอม ทุกวันนี้ยังใช้ได้อยู่ เย็บมาตลอดตั้งแต่เรายังไม่เกิด เขามีอุปกรณ์เย็บผ้า แล้วทุกครั้งที่เขานั่งทำงาน เขาไม่ใส่ Mask เราก็ไม่รู้ว่า Microfiber fabric เศษผ้าเล็ก ๆ หรือฝุ่นที่เขาเก็บกองกันไว้เยอะ ๆ เข้าไปหรือเปล่า เรากับป๊าพยายามสันนิษฐานตรงนี้ วินิจฉัยว่าเพราะอะไรแม่ถึงเป็นมะเร็งปอดเป็นไปได้หลายปัจจัย เพราะว่าเขาเป็นคนที่ดูแลสุขภาพดีที่สุดคนหนึ่งในชีวิต ที่เรารู้จักแม่ เขาหัวใจสั่นเพราะกาแฟแล้วเขารักกาแฟมาก แค่กลิ่นมาเขาก็ไม่ไหว เขาก็ห้ามใจได้ ห้ามกินไปเกือบ 20 ปี ช่วง 10 กว่าปีที่เขาเลิกไปก็ทำได้ ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อาจจะดวงไม่รู้เหมือนกัน ถ้ามองภาพความสำเร็จในตอนนี้มีอะไรที่เป็นเป้าหมายในใจที่อยากทำให้คุณแม่เป็นพิเศษไหม ?เติร์ด Tilly Birds : ทำเพื่อพวกเขาทุกวัน ทั้งป๊า แม่ เพราะเขาไม่อยู่แล้ว ทุกครั้งที่ขึ้นไปร้องเพลง ทุกครั้งที่ปล่อยเพลง หวังว่าสักทางหนึ่ง เขาจะรับรู้ในทางสัมปรายภพ หรือว่าในทางที่ไม่ใช่ทางโลก เพราะยังคุยกันอยู่เลยว่าเพลง "ถ้าเราเจอกันอีก" มีชื่อเสียงได้เพราะไม่ได้ Promote แต่อาจจะเป็นเพราะป๊าหรือเปล่าก็ว่ากันไปครับ วันนี้มีความฝันยังไง อะไรคือเป้าหมายที่อยากจะทำให้สำเร็จตอนนี้ ?เติร์ด Tilly Birds : ความฝันถ้าพูดกันแบบบั้นปลายเลยคือ ตายไปแต่ชื่อเรายังมีชีวิต ยัง On เหมือน Jackson เหมือน The Beatles ที่มีสมาชิกเสียไปแล้วนั่นคือเป้าหมาย เคยไป TED Talks แล้วสิ่งที่พูดใน TED Talks สมมุติถ้าเขาให้เลือกระหว่าง เงินทอง ชื่อเสียง เราเลือกชื่อเสียง เพราะรู้สึกว่าเรารักสิ่งนี้ พยายามทำมาตลอดเพื่อสิ่งนี้ เราเชื่อว่าความสามารถเราควรค่าแก่การมองเห็นและการรับฟังค่ะ สามารถติดตาม "PrimeCast" ได้ที่ช่องทาง Facebook : Alive Dot, Youtube : Alive Dot วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. สามารถรับชมย้อนหลัง ได้ที่นี่

ADÉLA ส่งมิวสิกวิดีโอเพลงใหม่ “Nicole Kidman” พร้อมเปิดตัวอัลบั้มเดบิวต์ PRIMA เผยพลังของป๊อปสตาร์ยุคใหม่
Read

ADÉLA ส่งมิวสิกวิดีโอเพลงใหม่ “Nicole Kidman” พร้อมเปิดตัวอัลบั้มเดบิวต์ PRIMA เผยพลังของป๊อปสตาร์ยุคใหม่

หลังจากสร้างกระแสไปทั่วโลกด้วยเพลงไวรัลAint In LAและกลายเป็นหนึ่งในศิลปินป๊อปดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดในเวลานี้ADLAพร้อมพาทุกคนเข้าสู่โลกของเธออย่างเต็มรูปแบบกับอัลบั้มเดบิวต์PRIMAผลงานที่รวบรวมทุกด้านของหญิงสาววัย22ปี ตั้งแต่ความมั่นใจ ความทะเยอทะยาน ความอ่อนโยน ไปจนถึงช่วงเวลาที่เปราะบาง พร้อมประกาศอย่างชัดเจนว่าเธอกำลังมุ่งหน้าสู่ความฝันในการเป็นป๊อปสตาร์ในแบบของตัวเอง PRIMAมาพร้อมเพลงทั้งหมด11เพลง รวมซิงเกิลที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้อย่างRed BottomsและAint In LAรวมถึงเพลงใหม่Nicole Kidmanซึ่งADLAเลือกปล่อยมิวสิกวิดีโอออกมาพร้อมกับอัลบั้ม โดยได้Hannah Lux Davisมารับหน้าที่กำกับ และหยิบแรงบันดาลใจจากบทบาทอันเป็นไอคอนิกของNicole Kidmanมาตีความใหม่ ตั้งแต่Eyes Wide Shut, Moulin Rouge, BirthและBabygirlไปจนถึงโฆษณาAMC Theatresที่กลายเป็นอีกหนึ่งภาพจำของนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ ฟังอัลบั้มPRIMAของADLAhttps://ADELATH.lnk.to/PRIMAPR พูดถึงจุดเริ่มต้นของ Nicole Kidman กับ W Magazine, ADLA เล่าว่าไม่รู้เหมือนกันว่าฉันได้รับเชิญไปงานGolden Globesได้ยังไง ฉันไม่เคยแสดงหนังเลยสักเรื่อง แต่วันนั้นฉันแต่งตัวเต็มยศ ใส่เดรส ทำผม และฉันดูดีมาก ๆ ผมของฉันเด้งสวยสุด ๆ ส่วนคอร์เซตก็รัดแน่นมากจนฉันคิดขึ้นมาว่าตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนNicole Kidmanเลยจริง ๆ แล้วฉันได้ดูEyes Wide Shutและหลังจากนั้นก็หลงใหลในตัวเธอมาก สำหรับฉันแล้ว เธอคือthe movie starตัวจริง หากEPแรกThe Provocateurคือการที่ADLAเปิดประตูเข้าสู่วงการดนตรีด้วยเพลงอินดัสเทรียลป๊อปหนักหน่วง อัลบั้มPRIMAก็เป็นผลงานที่ทำให้เราได้เห็นตัวตนทางศิลปะของเธอแบบรอบด้านยิ่งกว่าเดิม โดยมีBlake SlatkinและDylan Bradyรับหน้าที่เป็นCo-Executive Producerและเปิดพื้นที่ให้ทั้งด้านที่แข็งแกร่ง อ่อนโยน เปราะบาง สนุก และมั่นใจของเธอได้อยู่ร่วมกัน ADLA อธิบายถึงภาพที่เธอต้องการสร้างผ่านอัลบั้มชุดนี้ว่าฉันอยากให้อัลบั้มนี้ฟังแล้วรู้สึกเหมือนเด็กสาวอายุ22ปีจริง ๆ ตอนนี้มีเรื่องบ้า ๆ เกิดขึ้นในชีวิตฉันเยอะมาก ซึ่งมันก็เป็นธรรมชาติของการเป็นหญิงสาวในวัยนี้ ตอนอายุเท่าฉัน คนมักจะพูดกับคุณไม่ว่าเธอเป็นคนลึกซึ้งมากก็เธอตลกและไม่เคยจริงจังกับอะไรเลยฉันพยายามแสดงทั้งสองด้านออกมา ฉันผสมความแข็งแกร่งเข้ากับความอ่อนโยน ความเปราะบางเข้ากับความมั่นใจทั้งหมดนั้น บีตที่ทรงพลังเข้ากับพลังความเป็นผู้หญิง ฉันทำทุกอย่างในแบบที่ตัวเองต้องการ ตลอดทั้งPRIMAเธอยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างเอกลักษณ์ของตัวเอง ขณะเดียวกันก็แสดงความเคารพต่อศิลปินที่ทำให้เธอตกหลุมรักโลกของเพลงป๊อปตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเป็นIm The Manโปรดิวซ์โดยCashmere Catซึ่งมีกลิ่นอายของงานโปรดักชันยุคแรกของAriana Grandeก่อนที่ADLAจะใช้เนื้อเพลงพลิกมุมมองต่อกรอบทางเพศและความสัมพันธ์แบบเดิม ๆ สำหรับแนวคิดเบื้องหลังเพลงนี้ เธอเผยว่ายิ่งฉันประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ การหาผู้ชายที่รู้สึกสบายใจกับความสำเร็จของฉันก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้นก่อนขยายความว่าต้องเป็นผู้ชายที่เข้าใจตัวเองดีและมีความมั่นใจจริง ๆ ถึงจะยอมให้ผู้หญิงเป็นคนคุมเกมได้ ขณะที่Fantasizeเธอหยิบเสียงกระซิบอันเป็นเอกลักษณ์ที่ชวนให้นึกถึงผลงานของBritney Spearsมาใช้กับเพลงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ และมุมมองเชิงบวกต่อเรื่องเซ็กซ์ แต่ท่ามกลางเพลงที่ADLAแสดงความมั่นใจและควบคุมเกมด้วยตัวเองPRIMAก็ยังเปิดพื้นที่ให้กับช่วงเวลาที่อ่อนโยนและเป็นส่วนตัว ผ่านทั้งRed Bottoms, HitachiและโดยเฉพาะTherapyหนึ่งในเพลงที่เปราะบางที่สุดของอัลบั้ม Therapyถูกเขียนและบันทึกเสียงในช่วงที่ADLAกำลังป่วยอย่างหนัก ท่ามกลางตารางชีวิตที่ต้องสลับไปมาระหว่างการทัวร์ ห้องอัด และภารกิจอีกมากมาย เธอเลือกใช้เสียงร้องที่ผ่านAuto-Tuneอย่างหนักวางอยู่เหนือเสียงคีย์ที่เรียบง่าย ก่อนระบายความรู้สึกในลักษณะคล้ายบันทึกส่วนตัว ตั้งแต่ประสบการณ์ที่มีต่อผู้บริหารในอุตสาหกรรมดนตรี ไปจนถึงความผูกพันระหว่างพี่สาวและน้องสาว แม้ทั้งคู่จะอยู่ห่างกันกว่า6,000ไมล์ อีกหนึ่งเพลงสำคัญในอัลบั้มคือAint In LAซิงเกิลที่เพิ่งสร้างสถิติสำคัญให้ADLAด้วยการพาเธอเข้าสู่Billboard Hot 100เป็นครั้งแรกหลังเปิดตัวในอันดับ85ก่อนทะยานขึ้นสู่อันดับที่61ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน เพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากป๊อปยุคBangerzนี้พูดแทนผู้คนอีกนับร้อยล้านคนทั่วโลกที่อาจรู้สึกว่าความฝันอยู่ไกลเกินเอื้อม เพียงเพราะสถานที่ที่พวกเขาเกิดและเติบโตขึ้นมา ตั้งแต่เสียงรองเท้าส้นสูง จังหวะของการหมุนตัวแบบนักบัลเลต์ คีย์ที่เหมือนผ่านค่ำคืนแห่งการเต้นรำ ไปจนถึงเนื้อเพลงที่เป็นส่วนตัวราวกับข้อความที่ส่งหากันตอนตีสาม ทุกองค์ประกอบกลายเป็นส่วนหนึ่งของซาวด์เฉพาะตัวที่ADLAใช้สร้างPRIMAขึ้นมา และเบื้องหลังชื่ออัลบั้มก็ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับทั้งจุดเริ่มต้นและความทะเยอทะยานของเธอ ADLA อธิบายว่าPRIMAแปลว่าคนแรกซึ่งเหมาะมากเพราะนี่คืออัลบั้มเดบิวต์ของฉัน การเป็นprima ballerinaหมายความว่าคุณคือคนที่อยู่บนจุดสูงสุด หรือนักบัลเลต์ที่เก่งที่สุดของคณะ และยังเป็นคำที่ใช้เรียกกันด้วยความรักในชุมชนนักบัลเลต์อีกด้วย ฉันกำลังพยายามที่จะเป็นprima ballerinaแห่งวงการป๊อป และนี่คือก้าวแรกของฉันในการไปให้ถึงจุดนั้น จากศิลปินสาวที่ออกเดินทางจากสโลวาเกียเพื่อไล่ตามความฝัน วันนี้ADLAกำลังพิสูจน์ให้เห็นทีละก้าวว่าเธอมีทั้งวิสัยทัศน์ ความกล้า และตัวตนที่ชัดเจนพอจะสร้างพื้นที่ของตัวเองในวงการป๊อป อัลบั้มPRIMAจึงเป็นเหมือนคำประกาศการมาถึงของป๊อปสตาร์รุ่นใหม่ ที่พร้อมยอมรับทุกด้านของตัวเอง และเดินหน้าสู่เป้าหมายในการเป็นprima ballerina of popอย่างเต็มตัว แฟน ๆ ชาวไทยที่อยากติดตามADLAอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามแฟนเพจในไทยของเธอได้ที่Instagram @adela.thaifans

"BOWKYLION" ส่งซิงเกิล "นาฬิกาทราย" ถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่รอวันหมดเวลา
Read

"BOWKYLION" ส่งซิงเกิล "นาฬิกาทราย" ถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่รอวันหมดเวลา

"BOWKYLION" หรือ "โบกี้ ณิชชาฎา วีระสุทธิมาศ" ศิลปินหญิงแห่งยุคจากค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) ดีกรีเจ้าของซิงเกิลไวรัลที่ทุกคนร้องตามกันได้ ไม่ว่าจะเป็น ลงใจ, บานปลาย, วาดไว้, วิงวอน, ที่คั่นหนังสือ และ ลามปาม รวมถึงในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เธอยังได้เซอร์ไพร์สแฟน ๆ ด้วยการประกาศจัด "KARAWA CONCERT" คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่ 2 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ซึ่งได้กระแสตอบรับดีเกินคาดจนบัตร Sold Out อย่างรวดเร็วภายในวันเดียว ไม่เพียงแต่พาร์ทของศิลปินเท่านั้น เธอยังได้รับโอกาสแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง "ข้างบ้าน" ที่กวาดรายได้ไปกว่า 100 ล้านบาท เป็นตัวตอกย้ำภาพความสำเร็จในอีกบทบาทที่แฟน ๆ คาดไม่ถึง อีกหนึ่งผลงานล่าสุดที่กระแสมาแรงตั้งแต่ปล่อยสปอยออกมา กับการร่วมแต่งและร้องเพลง "ดั่งใจฝัน (daydream)" เพลงประกอบซีรีส์บอยเลิฟแนวพีเรียดแฟนตาซีเรื่อง "ภพเธอ Love Upon a Time Series" จากค่าย DOMUNDI (ดูมันดิ) ที่มีการหยิบเอาคำร้องและดนตรีไทยมาประยุกต์เพิ่มเสน่ห์ในแบบใหม่ ๆ จนกลายเป็นอีกซิงเกิลไวรัลในช่วงที่ผ่านมา "BOWKYLION" ขอสานต่อกลิ่นอายความเป็นไทยกันต่อ ผ่านซิงเกิลใหม่อย่าง "นาฬิกาทราย (sign)" ซึ่งการันตีได้เลยว่าทุกผลงานที่ผ่านปลายปากกาของ "BOWKYLION" ล้วนสอดแทรกไปด้วยความหมาย และสำบัดสำนวนที่สละสลวย คงลายเส้นเฉพาะตัวที่ใครเห็นเป็นต้องจำได้ โดยในซิงเกิลนี้เธอได้หยิบเอา นาฬิกาทราย มาใช้เป็นสัญญะเพื่อพูดถึงความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ เดินทางมาถึงจุดจบ เป็นการนำเอาคุณสมบัติพิเศษของนาฬิกาทรายที่ต่างจากนาฬิกาทั่วไป เพราะเมื่อหมดเวลาก็สามารถพลิกด้าน แล้ววนกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อยู่เสมอ เปรียบเทียบกับในมุมมองความรัก ทุกครั้งที่ทรายกำลังจะไหลจนหมด เหมือนกับคนที่ใกล้จะหมดใจ แต่ก็กลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ทุกครั้ง "รักฉันเป็นดั่งนาฬิกาทราย ทุ่มเทเท่าไหร่ก็คงสลายไป" การให้อภัย ถูกนำมาใช้เป็นเกราะป้องกันตัวเองจากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น และเป็นเครื่องมือเพื่อยื้อเวลาให้ความสัมพันธ์ยังคงดำเนินต่อไป แต่ปมในใจกลับไม่เคยได้รับการรักษาเลยสักครั้ง นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่นับถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนสลายตัวลงในท้ายที่สุด สะท้อนว่าความรักที่พังทลายลง ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ค่อย ๆ ร่วงหล่นลงเหมือนกับเม็ดทรายที่สลายไปตามลม การจบความสัมพันธ์จึงไม่ใช่เพียงเพราะการหมดรัก แต่อาจเป็นทางรอดเดียวที่จะช่วยเยียวยาความรู้สึกที่เสียไปได้ สำหรับพาร์ทดนตรีถูกนำเสนอด้วยแนวป็อป พร้อมเพิ่มกลิ่นอายความเป็นไทยแบบร่วมสมัยขึ้นผ่านเมโลดี้ เรียกได้ว่าเป็นดนตรีแนวใหม่ ๆ ที่เธอยังไม่เคยทำ และเมื่อผสานเข้ากับภาษาสละสลวยตามกิมมิกเฉพาะตัว ทำให้ซิงเกิลนี้ส่งอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้งขึ้นกว่าที่เคย ก่อนเพิ่มความอินขึ้นอีกสเต็ปผ่านมิวสิกวิดีโอที่ได้สาวมากเสน่ห์อย่าง "เจนิส เจณิสตา" มาร่วมถ่ายทอดความรักฉบับเกิร์ลเลิฟในเส้นเรื่องที่ชวนเรียกน้ำตา ถือเป็นอีกหนึ่งเคมีใหม่ ๆ ที่อยากชวนให้ทุกคนมาลองติดตาม สามารถฟังเพลงและรับชมมิวสิกวิดีโอ "นาฬิกาทราย (sign)" ได้แล้วที่นี่ และติดตามการเคลื่อนไหวของ "BOWKYLION" ได้ทาง https://www.facebook.com/whattheduckmusic และ https://www.instagram.com/bowkylion

เมื่อของเล่นต้องรับมือเทคโนโลยี เปิดโผตัวละครใหม่สุดล้ำใน "Toy Story 5" เข้าฉายแล้ววันนี้
Read

เมื่อของเล่นต้องรับมือเทคโนโลยี เปิดโผตัวละครใหม่สุดล้ำใน "Toy Story 5" เข้าฉายแล้ววันนี้

เพียงแค่เปิดประเด็นToy Vs. Techของเล่นปะทะเทคโนโลยี ก็ทำเอาแฟน ๆToy StoryอยากจะดูDisney and Pixar's Toy Story 5ทอยสตอรี่5กันแล้ว เพราะทั้งร่วมสมัยและเข้าถึงชีวิตผู้คนในยุคนี้มาก ๆ ซึ่งแน่นอนว่านอกจากการกลับมาของWoody, Buzz, Jessieและแก๊งของเล่นที่ทั่วโลกรัก สีสันที่หลายคนจับตามองในภาคต่อภาพยนตร์แอนิเมชันแห่งปี คือการเปิดตัวเหล่าตัวละครใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยี ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมการผจญภัยครั้งนี้ให้สนุกและลุ้นยิ่งกว่าเคย อีกทั้งยังสะท้อนวิถีชีวิตของเด็กยุคดิจิทัลได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย Andrew Stantonผู้กำกับ เผยว่า นอกจากจะตั้งใจมอบความบันเทิงอย่างแท้จริงให้กับผู้ชม ทีมผู้สร้างยังต้องการให้เรื่องราวในDisney and Pixar's Toy Story 5ทอยสตอรี่5มีความเชื่อมโยงกับชีวิตในปัจจุบันด้วย นั่นจึงนำไปสู่การนำอุปกรณ์เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโลกในToy Storyเพื่อสร้างความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติพวกเราพูดคุยกันมานานกว่าสิบปีแล้วว่า ของเล่นกำลังมีบทบาทในชีวิตเด็กน้อยลงเรื่อย ๆ ทุกวันนี้การมีห้องเด็กที่เต็มไปด้วยของเล่น แต่ไม่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ามามีบทบาทสำคัญ ดูจะเป็นภาพที่ล้าสมัยไปแล้ว เราเห็นสิ่งนี้ทั้งจากในบ้านของตัวเองและจากสังคมรอบตัว จึงเริ่มตั้งคำถามว่า หากเรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวละครในToy Storyพวกเขาจะรู้สึกอย่างไร ซึ่งเราพยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำให้เรื่องราวนี้รู้สึกราวกับเป็นมุมหนึ่งของจักรวาลToy Storyที่ควรถูกสำรวจมาตั้งนานแล้ว และอาจเป็นเรื่องที่ยังไม่สามารถเล่าได้เร็วกว่านี้ด้วยซ้ำโดยในภาพยนตร์ เทคโนโลยีถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของตัวละครอุปกรณ์ไฮเทคหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นLilypad, Hi-Tech Edition Buzz Lightyear, Smarty Pants, AtlasและSnappyที่ล้วนแล้วแต่มีจุดเด่นและเสน่ห์เฉพาะตัว LILYPAD สำหรับเหล่าของเล่นตัวจริงของBonnieแล้ว การมาถึงของLilypadสร้างความไม่พอใจไม่น้อย เพราะแท็บเล็ตอัจฉริยะรูปกบตัวนี้ได้กลายเป็นของเล่นชิ้นโปรดชิ้นใหม่ของBonnieในทันที แต่ตัวLilypadเองไม่ได้รู้สึกกังวลแม้แต่น้อยว่าการปรากฏตัวของเธอจะทำให้Jessieและของเล่นตัวอื่น ๆ รู้สึกไม่สบายใจ ตรงกันข้าม เธอมักจะก้าวนำหน้าของเล่นแบบดั้งเดิมอยู่หลายก้าวเสมอ และยังมีวิธีการของตัวเองในการช่วยให้Bonnieเชื่อมต่อกับเพื่อน ๆ นั่นคือการชวนพวกเขาพูดคุยกันผ่านแพลตฟอร์มที่ชื่อว่าThe Pondถึงแม้Lilypadผู้ล้ำสมัยและJessieผู้เป็นตัวแทนของการเล่นแบบดั้งเดิมจะดูเหมือนอยู่คนละขั้ว แต่ทั้งคู่กลับมีสิ่งสำคัญร่วมกันอยู่หนึ่งอย่าง นั่นคือ พวกเธอพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือเด็กน้อยที่พวกเธอรัก HI-TECH EDITION BUZZ LIGHTYEAR พวกเขาคือแอ็กชันฟิกเกอร์Buzz Lightyearรุ่นใหม่ล่าสุดกว่า50ตัว ที่ยังคงติดอยู่ในโหมดSpace Rangerจึงทุ่มเทให้กับภารกิจอย่างเต็มที่ และต้องพยายามใช้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงภายใต้ความเชื่อว่า พวกเขาจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อหาทางกลับไปยังStar Commandแต่ปัญหาก็คือ...Star Commandคืออะไรกันแน่?หรือใครกันแน่ที่ชื่อStar Command? SMARTY PANTS หนึ่งในสามเกลอของเล่นเทคโนโลยีรุ่นเก่าของBlazeเด็กหญิงวัย9ขวบครึ่ง เขาคือของเล่นฝึกการเข้าห้องน้ำฝีปากกล้าที่มีเสน่ห์พอ ๆ กับกระดาษชำระหนึ่งม้วน ซึ่งหลังจากที่Blazeผ่านช่วงวัยฝึกเข้าห้องน้ำมานานแล้วSmarty Pantsก็ถูกลืมและติดอยู่ในโหมดพักเครื่องภายในโรงเก็บของเล่นเก่าเป็นเวลาหลายปี แต่เมื่อเขาถูกดึงตัวเข้าร่วมภารกิจสำคัญอย่างไม่คาดคิด ของเล่นจอมกวนตัวนี้ก็ได้รับแบตเตอรี่ชุดใหม่ พร้อมโอกาสครั้งใหม่ที่จะพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง...จริง ๆ นะ ATLAS อีกหนึ่งของเล่นเทคโนโลยีรุ่นเก่าของBlazeคือAtlasฮิปโปของเล่นพูดได้ผู้ร่าเริง มาพร้อมระบบGPSในตัว จึงรู้เส้นทางไปทุกแห่ง และจะอยู่เคียงข้างคุณจนกว่าจะถึงจุดหมาย หลังจากถูกลืมอยู่ในลิ้นชักเก็บอุปกรณ์เทคโนโลยีเก่าของBlazeมานาน สิ่งเดียวที่ของเล่นแผนที่ดิจิทัลตัวนี้ต้องการก็คือแบตเตอรี่ชุดใหม่ และเมื่อได้พลังงานกลับคืนมา เขาก็พร้อมเต็มที่ที่จะนำทางทุกคนสู่การผจญภัยครั้งใหม่ SNAPPY กล้องถ่ายรูปของเล่นตัวน้อยผู้ร่าเริง สมาชิกชิ้นสุดท้ายในกลุ่มของเล่นเทคโนโลยีรุ่นเก่าของBlazeเธอพร้อมกระโจนเข้าช่วยแก้ปัญหาทุกสถานการณ์ด้วยความกระตือรือร้น และด้วยความที่เธอเป็นของเล่นที่เก็บบันทึกความทรงจำมาตลอดSnappyจึงค่อนข้างโหยหาช่วงเวลาเก่า ๆ และหวงแหนความทรงจำอันสมบูรณ์แบบที่ได้ใช้ร่วมกับเพื่อน ๆ รวมถึงเด็กน้อยของเธอ เรียกว่าไม่ใช่แค่ความความล้ำสมัย แต่ตัวละครน้องใหม่เหล่านี้ยังมีคาแรกเตอร์สุดโดดเด่น ทั้งความมั่นใจ ความฮา ความกวน และเสน่ห์เฉพาะตัว ที่จะสร้างสีสันและความวุ่นวายให้กับการผจญภัยครั้งใหม่ของWoody, Buzz, Jessieและผองเพื่อน ถ้าอยากรู้ว่าพวกเขาจะป่วนโลกของเล่นแค่ไหน ไปสนุกกับ"Disney and Pixar's Toy Story 5ทอยสตอรี่5"ได้ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

Katy Perry จะไม่ทน! ส่งเพลงใหม่ “Watch It Burn” จุดไฟเผาอดีตสุดเจ็บปวดทิ้งไปแล้วเดินหน้าต่อ
Read

Katy Perry จะไม่ทน! ส่งเพลงใหม่ “Watch It Burn” จุดไฟเผาอดีตสุดเจ็บปวดทิ้งไปแล้วเดินหน้าต่อ

Katy Perryกลับมาอีกครั้งกับซิงเกิลใหม่Watch It Burnที่แฟนเพลงทั่วโลกรอคอย พร้อมปล่อยมิวสิกวิดีโอที่สานต่อเรื่องราวจากเพลงbandaidsได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถ่ายทอดอีกด้านหนึ่งของKaty Perryผ่านเพลงป๊อปที่เต็มไปด้วยพลัง และอารมณ์อันดิบตรงไปตรงมา เล่าเรื่องของคนที่อดทนกับความเจ็บปวด การเก็บกดความรู้สึก และการพยายามเป็นคนที่ดีเพื่อทุกคนมาอย่างยาวนาน ก่อนตัดสินใจปลดปล่อยทุกอารมณ์ที่ถูกซ่อนไว้ พร้อมเลือกเห็นคุณค่าของตัวเองเป็นครั้งแรก เปรียบเสมือนการเผาทุกอย่างในอดีตเพื่อก้าวเดินต่อไป ชมมิวสิควิดีโอเพลงWatch It BurnของKaty Perryที่นี่https://KatyPerryTH.lnk.to/WatchItBurnPR/youtube Watch It Burnเพลงนี้ได้ทีมโปรดิวเซอร์มากฝีมืออย่างJustin Tranter (Lady Gaga, Dua Lipa), Jason Gill (KATSEYE, Zara Larsson), Eren Cannata (Teddy Swims, Demi Lovato)และDaniel Creanร่วมสร้างสรรค์ โดยKaty Perryยังร่วมเขียนเนื้อเพลงกับJustin Tranter, Amanda Kiddo Ibanez, Eren Cannata, Jason Gill, Skyler StonestreetและDaniel Creanถ่ายทอดทั้งพลังเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ และอารมณ์ที่เข้มข้นที่สุดครั้งหนึ่งในเส้นทางดนตรีของเธอ มิวสิกวิดีโอWatch It BurnกำกับโดยChristian Breslauer(Ariana Grande, SZA, Lizzo)ยังทำหน้าที่เป็นบทสรุปของเรื่องราวที่เริ่มต้นในbandaidsเมื่อปีที่ผ่านมา โดยสองเพลงเปรียบเสมือนเรื่องราวสองบทที่เชื่อมต่อกัน จากบาดแผลในอดีตสู่การปลดปล่อยตัวเองจากความเจ็บปวด ซึ่งแฟนเพลงต่างเฝ้าติดตามมาตั้งแต่Katy Perryแอบซ่อนEaster EggของWatch It Burnไว้ในมิวสิกวิดีโอbandaidsจนกลายเป็นหนึ่งในเพลงที่ถูกเรียกร้องให้ปล่อยมากที่สุดของเธอ ตลอดเส้นทางอาชีพKaty Perryยังคงเป็นหนึ่งในศิลปินหญิงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการเพลง ด้วยยอดสตรีมรวมกว่า125พันล้านครั้ง ทั่วโลก ยอดขายอัลบั้มมากกว่า70ล้านชุด พร้อมผลงานระดับDiamondถึง6ซิงเกิล และ1อัลบั้ม รวมถึงเพลงฮิตตลอดกาลอย่างFirework, Roar, Dark HorseและTeenage Dreamที่ตอกย้ำสถานะของเธอในฐานะไอคอนแห่งวงการเพลงป๊อป ในฐานะหนึ่งในศิลปินหญิงผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของวงการเพลงป๊อปKaty Perryยังคงพิสูจน์ว่าทุกการกลับมาของเธอคือโมเมนต์ที่แฟนเพลงทั่วโลกรอคอยWatch It Burnไม่เพียงแสดงให้เห็นอีกแง่มุมของการเล่าเรื่องผ่านบทเพลง แต่ยังตอกย้ำว่าพลังของKaty Perryยังคงร้อนแรงไม่เคยเปลี่ยน ไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ยุคกี่สมัยก็ตาม

เปิดประตูสู่โลกแม่มดใน "Hexed มหัศจรรย์เวทมนตร์อลเวง" เสิร์ฟโฉมแรกให้ได้ดื่มด่ำมนตราใหม่
Read

เปิดประตูสู่โลกแม่มดใน "Hexed มหัศจรรย์เวทมนตร์อลเวง" เสิร์ฟโฉมแรกให้ได้ดื่มด่ำมนตราใหม่

ทำเอาแฟนภาพยนตร์ตื่นเต้นกันทั่วโลก เมื่อ Disneys Hexed มหัศจรรย์เวทมนตร์อลเวง ภาพยนตร์แอนิเมชันผจญภัยแฟนตาซีฟอร์มยักษ์เรื่องใหม่ล่าสุดจากดิสนีย์ สตูดิโอผู้สร้าง Frozen และ Zootopia ส่งตัวอย่างภาพยนตร์และโปสเตอร์แรกออกมาให้ทึ่งกับโลกแห่งแม่มดและความอินดี้ของไอคอนคนใหม่แห่งวงการเวทมนตร์ ก่อนชวนออกผจญภัยไปค้นพบพลังสุดมหัศจรรย์ในโรงภาพยนตร์ 26 พฤศจิกายนนี้ ตัวอย่างภาพยนตร์ที่เผยออกมา พาผู้ชมไปรู้จักกับ บิลลี่ (Billie: ให้เสียงโดย Hailee Steinfeld) เด็กสาววัยรุ่นผู้หุนหันพลันแล่นและไม่ยึดติดกับกรอบเดิม ๆ และ อลิซ (Alice: ให้เสียงโดย Rashida Jones) คุณแม่ผู้รอบคอบและระมัดระวัง เมื่อบิลลี่เผลอปลดปล่อยพลังเวทมนตร์ลับที่ซ่อนอยู่โดยไม่ตั้งใจ ชีวิตของเธอก็ถูกเหวี่ยงออกจากย่านชานเมืองอันคุ้นเคย สู่ดินแดนมหัศจรรย์ที่มีชื่อว่า Hexe และได้พบกับ Ms. Quill ปากกาขนนกวิเศษ รวมถึงสมุดบันทึกเวทมนตร์ Elias Quire โดยระหว่างการผจญภัยสุดตระการตาที่เต็มไปด้วยเรื่องเหนือความคาดหมาย บิลลี่ก็ค่อย ๆ ค้นพบความลับของครอบครัวที่อาจเปลี่ยนแปลงโลกแห่งเวทมนตร์และเหล่าแม่มดไปตลอดกาล Disneys Hexed มหัศจรรย์เวทมนตร์อลเวง คือภาพยนตร์แอนิเมชันแฟนตาซีเรื่องใหม่แนว Coming-of-Age ซึ่งนับเป็นภาพยนตร์ต้นฉบับแอนิเมชันขนาดยาวลำดับที่ 65 ของ Walt Disney Animation Studios ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประกาศรายชื่อนักพากย์ออกมาทั้ง Hailee Steinfeld ผู้พากย์เสียงเป็นบิลลี่ รวมถึง Rashida Jones ผู้พากย์เสียงเป็นอลิซ และล่าสุดยังได้ Tracey Ullman เจ้าของรางวัล Emmy Award ถึง 7 สมัย จากผลงาน The Tracey Ullman Show, Tracey Takes On..., Bullets Over Broadway และ Robin Hood: Men in Tights มาร่วมพากย์เสียงเป็น Ms. Quill ปากกาขนนกวิเศษผู้เปี่ยมมนตร์ขลัง และ Stephen Fry จาก The Interrogator, ไตรภาค The Hobbit, Gosford Park, Jeeves and Wooster และ V for Vendetta มาพากย์เสียงเป็น Elias Quire สมุดบันทึกเวทมนตร์ลึกลับ ทั้งนี้ Disneys Hexed มหัศจรรย์เวทมนตร์อลเวง กำกับโดยผู้กำกับภาพยนตร์คนไทย ฝน วีระสุนทร และ Jason Hand ร่วมกำกับโดย Josie Trinidad อำนวยการสร้างโดย Roy Conli และ Yvett Merino คุณฝน วีระสุนทร ผู้กำกับภาพยนตร์คนไทย กล่าวถึงตัวเอกของเรื่องว่า มีปรากฏการณ์ประหลาดที่ทั้งน่าพิศวงและยากจะอธิบายเกิดขึ้นรอบตัวบิลลี่อยู่ตลอดเวลา เธอเป็นคนที่รู้สึกเหมือนตัวเองไม่เคยเข้ากับบทบาทที่ได้รับในชีวิต การได้ก้าวออกจากโลกเดิม ๆ ของตัวเองไปสู่โลกลับที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์สุดแปลกประหลาดและไร้ขอบเขต จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอได้เรียนรู้และเข้าใจตัวเองอย่างแท้จริง ด้าน Jason Hand ผู้กำกับร่วม กล่าวเสริมว่า Hexed คือสถานที่ที่ทำให้บิลลี่รู้สึกว่าเธอถูกมองเห็นและได้รับการยอมรับเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่นั่นเธอได้ออกเดินทางเพื่อค้นหาตัวตนของตัวเอง และได้ค้นพบสายสัมพันธ์อันทรงพลังที่เชื่อมโยงเธอเข้ากับเวทมนตร์ ขณะเดียวกันก็ได้เปิดเผยความลับที่ครอบครัวเก็บงำมายาวนาน เตรียมเปิดประตูสู่โลกแห่งแม่มดสุดตื่นตาใน Disneys Hexed มหัศจรรย์เวทมนตร์อลเวง รับประกันความสนุกจากสตูดิโอผู้สร้าง Frozen และ Zootopia ไปค้นพบพลังสุดมหัศจรรย์พร้อมกัน 26 พฤศจิกายน 2026 ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

Disney’s Moana ชวนออกเดินทางสู่ท้องทะเลอีกครั้ง พร้อมเพลง “Along The Way” ออกค้นหาความหมายของการเดินทาง
Read

Disney’s Moana ชวนออกเดินทางสู่ท้องทะเลอีกครั้ง พร้อมเพลง “Along The Way” ออกค้นหาความหมายของการเดินทาง

แฟน ๆ ดิสนีย์เตรียมออกเดินทางสู่มหาสมุทรอันกว้างใหญ่อีกครั้งกับDisneys Moanaฉบับไลฟ์แอ็กชัน ที่ครั้งนี้มาพร้อมบทเพลงใหม่สุดไพเราะอย่างAlong The Wayผลงานการประพันธ์ของLin-Manuel Mirandaนักแต่งเพลงเจ้าของรางวัลGrammy, EmmyและTony Awardที่แฟน ๆ คุ้นเคยกันดีจากภาพยนตร์Moanaโดยเพลงนี้ได้Catherine Lagaaiaผู้รับบทMoanaในภาพยนตร์เวอร์ชันใหม่,Dwayne Johnsonที่กลับมารับบทMauiอีกครั้ง และAulii Cravalhoเจ้าของเสียงพากย์Moanaจากภาพยนตร์แอนิเมชัน ร่วมถ่ายทอดบทเพลงแห่งการผจญภัยและการเติบโตที่อบอุ่นหัวใจอย่างที่ทุกคนเคยประทับใจมาทุกครั้ง ฟังเพลงAlong The Wayจากภาพยนตร์เรื่องMoanaของDisneyที่นี่Apple Music:https://music.apple.com/us/album/moana-original-motion-picture-soundtrack/6779424259 Spotify: https://open.spotify.com/album/2ZaaAHqCBhZKCQiPz3LBEY นอกจากนี้Disneyยังปล่อยมิวสิกวิดีโอ พร้อมเบื้องหลังการสร้างสรรค์บทเพลงนี้ออกมาให้แฟน ๆ ได้ชมกันอีกด้วย โดยเผยให้เห็นกระบวนการทำงานของLin-Manuel Mirandaพร้อมบทสัมภาษณ์จากทีมนักแสดงและผู้สร้าง ที่ร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวและจิตวิญญาณของโลกแห่งMoanaผ่านเสียงเพลงได้อย่างงดงาม Lin-Manuel Mirandaกล่าวว่าผมมีความสุขมากที่ได้กลับมาเขียนเพลงให้กับโลกของMoanaอีกครั้ง เสียงร้องของAuliiและCatherineเข้ากันได้อย่างสวยงาม และการได้เขียนเพลงให้DwayneในบทMauiก็เป็นเรื่องสนุกเสมอ ผมรู้สึกขอบคุณที่พวกเรามีโอกาสสร้างสิ่งพิเศษสำหรับเรื่องราวการเดินทางครั้งใหม่ของMoana อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์Disneys Moana (Original Soundtrack)พร้อมให้แฟน ๆ ได้ฟังพร้อมกันทั่วโลกวันที่26มิถุนายนนี้ โดยรวบรวมบทเพลงจากLin-Manuel Miranda, Opetaia FoaiและMark Mancinaรวมถึงเพลงใหม่Along The Wayที่แฟน ๆ กำลังพูดถึง พร้อมเปิดให้ฟังในระบบเสียงDolby Atmosเพื่อมอบประสบการณ์ที่สมจริงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในวันที่31กรกฎาคม ดิสนีย์ยังเตรียมปล่อยอัลบั้มพิเศษMoana: Voices Across The Oceanที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของMoanaและวัฒนธรรมแห่งหมู่เกาะแปซิฟิก โดยมีDwayne Johnson, Lauren Hashian, Tiana Nonosina LiufauและKayla Faamaligiรับหน้าที่Executive Producersอัลบั้มนี้ประกอบด้วย15บทเพลงจากศิลปินชาวแปซิฟิกที่เป็นตัวแทนของ7เกาะ อาทิStan Walker, Dinah Jane, Iam Tongi, Paula Fuga, MaoliและCommon Kingsเพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรม เสียงดนตรี และเรื่องราวจากมหาสมุทรอันกว้างใหญ่สู่ผู้ฟังทั่วโลก ภาพยนตร์เรื่องDisneys Moanaมีกำหนดเข้าฉายเฉพาะในโรงภาพยนตร์ไทย วันที่9กรกฎาคมนี้

"JOJI" ปล่อยอัลบั้มเซอร์ไพรส์ "PISS IN THE WIND (DELUXE)" พร้อมทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกระดับอารีนา
Read

"JOJI" ปล่อยอัลบั้มเซอร์ไพรส์ "PISS IN THE WIND (DELUXE)" พร้อมทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกระดับอารีนา

"JOJI" ปล่อยอัลบั้มเซอร์ไพรส์ "PISS IN THE WIND (DELUXE)" ประกอบไปด้วย 9 เพลงที่เพิ่มเข้ามา รวมถึงการร่วมงานกับ THE KID LAROI, YEAT, ANYMA และ CORBIN ทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกระดับอารีนา "SOLARIS" พร้อมเปิดฉาก 16 มิถุนายน นี้ ที่ PRUDENTIAL CENTER ในนิวเจอร์ซี โดย "PISS IN THE WIND" เปิดตัวด้วยการขึ้นอันดับ 5 บนชาร์ต TOP 200 ของ BILLBOARD "จากการครองกระแสดนตรีแทร็ปโทนโลไฟและฮิปฮอปในช่วงปลายยุค 2010 สู่การพิสูจน์ตัวเองในฐานะศิลปินแนวอัลเทอร์เนทีฟป๊อป Joji สร้างตัวตนของตัวเองขึ้นใหม่ พร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาคือหนึ่งในศิลปินที่น่าสนใจที่สุดในแนวดนตรีป๊อปทางเลือกที่ท้าทายขนบของดนตรีป๊อปกระแสหลัก" - CLASH "จากเสียงเบสที่แตกพร่าในเพลง PIXELATED KISSES ไปจนเนื้อสัมผัสที่ละเอียดอ่อนของ If It Only Gets Better อัลบั้ม Piss in the Wind ถือเป็นผลงานที่ความซับซ้อนในทุกมิติ" - Hypebeast Magazine นักร้องและโปรดิวเซอร์ขวัญใจนักวิจารณ์ "Joji" สร้างเซอร์ไพรส์กับการปล่อยสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 4 "Piss In The Wind" เวอร์ชัน Deluxe ภายใต้สังกัด Palace Creek โดยเวอร์ชัน Deluxe นี้ ได้ขยายโลกแห่งดนตรีของอัลบั้มให้กว้างขึ้น กับ 9 เพลงที่เพิ่มเติมเข้ามา เป็นการร่วมงานกับศิลปินอย่าง The Kid LAROI, Yeat, Anyma และ Corbin สำหรับแฟนเพลงที่ติดตามมานาน เวอร์ชัน Deluxe นี้ ยังมีเพลงเดโมซึ่งไม่เคยเผยแพร่มาก่อน 2 เพลง ได้แก่ "DYKILY (2017 Demo Version)" และ "FTC" อีกด้วย ไฮไลต์สำคัญของเวอร์ชั่น Deluxe คือ Bluffin ที่ฟีเจอริงกับ The Kid LAROI โดยเป็นการจับคู่กันของนักร้องแร็ปเปอร์ชาวออสเตรเลีย กับเสียงร้องสไตล์แตกพร่าอันเป็นเอกลักษณ์ของ Joji บนดนตรีที่สดใสและจังหวะเร้าใจ ซึ่งโปรดิวซ์โดย Sam Homaee, BNYX เเละ 1SRAEL นอกจากนี้ อัลบั้มเวอร์ชัน Deluxe ยังรวบรวมเพลงที่ได้ร่วมงานกับ Yeat ("Back Home") และ Anyma ("Beautiful") ซึ่งยิ่งแสดงให้เห็นถึงความกว้างขวางในแนวดนตรีของ Joji ได้เป็นอย่างดี ช่วงปลายเดือนนี้ "Joji" พร้อมเปิดฉากการทัวร์คอนเสิร์ตระดับนานาชาติ SOLARIS TOUR ที่ครอบคลุมการแสดงทั้งในแถบอเมริกาเหนือ, ยุโรป, เอเชีย,ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ "Joji" เตรียมขึ้นโชว์บนเวทีระดับอารีน่าไปทั่วโลก ซึ่งก็รวมถึง Prudential Center, Barclays Center, Intuit Dome, The O2 และอีกมากมายกับทัวร์ที่จัดโดย Live Nation ซึ่ง SOLARIS TOUR ถือเป็นการทัวร์คอนเสิร์ตที่ทะเยอทะยานที่สุดของ "Joji" จนถึงปัจจุบัน ทั้งยังอัดแน่นด้วยรายชื่อเพลงที่รวมเพลงฮิตที่สุดของเขา ตั้งแต่ "Glimpse of Us" ไปจนถึง "SLOW DANCING IN THE DARK" ทัวร์ครั้งนี้ ยังถือเป็นการหยิบเพลงในอัลบั้ม "Piss In The Wind" มาแสดงสดให้ชมกันเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการปลุกเรื่องราวในบทต่อไปของเขาให้มาโลดแล่นบนเวทีเป็นครั้งแรก การทัวร์คอนเสิร์ต SOLARIS TOUR ในแถบอเมริกาเหนือ ยังได้ Nate Sib เเละ Corbin มาร่วมแสดงด้วย ขณะที่การทัวร์ในแถบยุโรป, ออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ ได้ Tommy Richman มาร่วมแจม รายละเอียดการจองบัตรและข่าวสารล่าสุด แฟนเพลงสามารถติดตามได้ทางเว็บไซต์ของ "Joji" อัลบั้ม "Piss In The Wind" ที่ปล่อยออกมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ภายใต้สังกัด Palace Creek ถือเป็นผลงานที่เชื่อมโยงอดีตและปัจจุบันทางดนตรีของ "Joji" เข้าด้วยกัน โดยสร้างสมดุลระหว่างการเขียนเพลงที่หม่นหมองและครุ่นคิด กับโปรดักชั่นที่หยาบกร้าน แต่แฝงด้วยบรรยากาศได้อย่างลงตัว ด้วยงานเพลงที่หลากหลายถึง 21 เพลง พร้อมทิศทางการสร้างสรรค์ที่ชัดเจน นี่ถือเป็นผลงานศิลปะที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติ และปล่อยให้ดนตรีได้บอกเล่าเรื่องราวด้วยตัวของมันเอง อัลบั้มนี้ยังเป็นการร่วมงานกับ Giveon, 4batz, Yeat และ Don Toliver อีกด้วย ทันทีที่วางจำหน่าย "Piss In The Wind" ก็เปิดตัวทะยานขึ้นอันดับ 5 บนชาร์ต Billboard 200, อันดับ 1 บนชาร์ต Indie Store Album Sales รวมถึง อันดับ 1 บนชาร์ต Current Alternative Albums และ Current Pop Albums ในสหรัฐอเมริกา อัลบั้มนี้ยังสร้างสถิติใหม่บนชาร์ตเพลงทั่วโลก ด้วยการเปิดตัวใน อันดับ Top 10 ของหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ออสเตรเลีย (อันดับ 3), สหราชอาณาจักร (อันดับ 6 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่), เยอรมนี (อันดับ 4 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่) และ เนเธอร์แลนด์ (อันดับ 9 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่) รวมไปถึงยังเปิดตัวในอันดับสูงสุดในบรรดาผลงานเพลงที่ผ่านมาของเขา ที่ฝรั่งเศส, เบลเยียม, อิตาลี และประเทศอื่น ๆ อีกด้วย Connect with Joji :Instagram | Facebook | Twitter | YouTube

"JONAS BLUE" หวนคืนค่าย DEFECTED พร้อมเพลงฮิตแนวซัมเมอร์เฮาส์ "GIRL"
Read

"JONAS BLUE" หวนคืนค่าย DEFECTED พร้อมเพลงฮิตแนวซัมเมอร์เฮาส์ "GIRL"

"Girl" ผลงานเพลงที่ทุกคนตั้งตารอ ซึ่งต่อเนื่องจากเพลงฮิตระดับโลกเมื่อปี 2025 อย่าง "Edge Of Desire" ที่ทำร่วมกับ Malive แสดงได้เห็นว่า "Jonas Blue" โชว์ความเหนือชั้นในการสร้างสรรค์แนวดนตรีฤดูร้อนที่สดใสในแบบฉบับของตัวเองภายใต้สังกัด Defected Records "Jonas Blue (โจนัส บลู)" หวนคืนอ้อมอก Defected Records ด้วยเพลง "Girl" ผลงานที่ทุกคนตั้งตารอต่อจากเพลงฮิตถล่มทลายเมื่อปี 2025 "Edge Of Desire" โดยนับตั้งแต่ปล่อยเพลง "Edge of Desire" ที่ทำร่วมกับ Malive (มาลีฟ) ในช่วงกลางฤดูร้อนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 เพลงเฮาส์สุดร้อนแรงนี้ก็มียอดสตรีมทั่วโลกถึง 200 ล้านครั้ง ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับกระแสที่พุ่งทะยานบนชาร์ต Shazam อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสนับสนุนให้อยู่บนเพลย์ลิสต์ของสถานีวิทยุยักษ์ใหญ่ของโลก ทั้งใน สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา, ฝรั่งเศส, สเปน, อิตาลี, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรเลีย และล่าสุดในอเมริกาใต้ ผลงานเพลงนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากเวอร์ชันรีมิกซ์จากศิลปินหลากหลายแนวในแวดวงดนตรีเฮาส์ ไม่ว่าจะเป็น Franky Rizardo, Jazz-N-Groove และ Serve Cold Grigor รวมไปถึงเวอร์ชัน Sunrise ที่มาพร้อมกับ DJ mix ส่งตรงจากอิบิซา ตอนนี้ ซึ่งผ่านมาเกือบหนึ่งปีเต็ม เขาได้หวนคืนสู่สถาบันเพลงเฮาส์แห่งลอนดอนอีกครั้งด้วยเพลง "Girl" เพลงสดใสและให้ความรู้สึกถึงฤดูร้อน ที่แสดงให้เห็นว่า Jonas ได้นำพลังแห่งความสำเร็จระดับโลกของเขาเข้าสู่โลกของ Defected ได้อย่างลงตัว ด้วยท่อนฮุคเสียงร้องที่ติดหูยากปฏิเสธได้ ผสานกับรูปแบบเสียงกีตาร์ชวนฟังและจังหวะกลอง four-on-the-floor สุดลื่นไหล เตรียมตัวที่จะได้ยินเพลง "Girl" เปิดกระหึ่มไปทั่วโลก ตั้งแต่ปาร์ตี้กลางแจ้ง ไปจนถึงค่ำคืนในคลับอันยาวนานตลอดปี 2026 และยาวไปหลังจากนั้นแน่นอน "Jonas Blue" เผยว่า "เพลงนี้มาจากความรู้สึกโหยหาอดีตที่แสนบริสุทธิ์จริง ๆ ผมรักเพลงแนวเฟรนช์เฮาส์ และดนตรีเฮาส์ยุคต้นปี 2000 มาโดยตลอด กับสไตล์เพลงเรียบง่าย ติดหู และทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นมาทันที ผมรู้สึกว่าในระหว่างทางที่ผ่านมา เราสูญเสียพลังงานที่แสนขี้เล่นแบบนั้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงท่อนฮุคที่ผู้คนสามารถร้องตามออกมาได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดด้วยซ้ำ Girl คือวิธีที่ผมใช้เพื่อกลับไปสู่ความรู้สึกนั้นอีกครั้ง มันเป็นหนึ่งในเพลงที่ลื่นไหลไปเองตามธรรมชาติ ไม่ต้องคิดมาก แค่ไล่ตามความรู้สึกไปเท่านั้น ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ทุกคนจะได้ฟังมัน โดยเฉพาะผ่านค่าย Defected ผมรู้สึกว่าเป็นบ้านที่สมบูรณ์แบบสำหรับแนวเพลงแบบนี้" ปีต่อจากนี้ เรายังจะได้เห็น Jonas สะกดสายตาผู้คนทั่วโลก ด้วยทัวร์คอนเสิร์ตในสหรัฐอเมริการวม 14 วันที่บัตรขายบัตรหมดเกลี้ยง ทั้งในลอสแองเจลิส, นิวยอร์ก และโตรอนโต รวมถึงการเป็นศิลปินประจำคนใหม่ที่ H Ibiza และลาสเวกัส พร้อมกับผลงานเพลงใหม่ ๆ อีกมากมายที่จ่อคิวเตรียมปล่อยออกมา

"MellaMay" ส่งเพลง "Legally Dumb" ต้อนรับ Pride Month ให้เหล่าตัวแม่เดินสับรันเวย์ทั้งวงการ
Read

"MellaMay" ส่งเพลง "Legally Dumb" ต้อนรับ Pride Month ให้เหล่าตัวแม่เดินสับรันเวย์ทั้งวงการ

การกลับมาของ "MellaMay (เมลล่าเม)" หรือ ที่ทุกคนรู้จักกันดี จากผู้เข้าแข่งขันรายการ The Face Thailand Season 6 หลังจากสร้างกระแสด้วยซิงเกิลสุดแซ่บอย่าง "BOSH (นี่แหละ)" ที่เผยภาพของศิลปินหญิงสาย performance เต็มตัว ผ่านซาวด์ป๊อปกลิ่นอาย UK Club และ visual aesthetic สุดจัดจ้าน ล่าสุด "MellaMay" กลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่ "Legally Dumb" เพลงที่พร้อมปลุกทุก dancefloor และถูกจับตามองว่าอาจกลายเป็นอีกหนึ่ง anthem ประจำ Pride Month ปีนี้ "Legally Dumb" คือเพลงแนว electro-pop / dark pop ที่โดดเด่นด้วยจังหวะ beat หนักแน่น ซาวด์ electronic ที่มีความ fashion runway และกลิ่นอาย queer club culture แบบชัดเจน ผสมความ theatrical และ seductive energy ในแบบที่ชวนให้นึกถึงทั้งแฟชั่นโชว์ underground, ballroom scene และ nightlife culture ของชุมชน LGBTQ+ ทั่วโลก ตัวเพลงเล่าเรื่องของคนที่ "รู้ว่าความสัมพันธ์นี้อาจไม่ดีต่อใจ แต่ก็ยังเลือกจะรักอยู่ดี" เป็นความย้อนแย้งของคนที่พร้อมยอมโง่เพื่อความรู้สึกของตัวเอง หรือที่เพลงนิยามไว้ว่า "Legally Dumb" ถ่ายทอดผ่านเนื้อเพลงที่ทั้ง playful, sarcastic และเต็มไปด้วย attitude ของคนที่เลือก embrace ความ imperfect ของตัวเองอย่างไม่แคร์สายตาใคร ในพาร์ทดนตรี ได้ Producer ชื่อดังอย่าง Jackson Dimiglio-Wood ที่เคยร่วมงานกับศิลปินระดับโลก อย่าง Shawn Mendes มาร่วม produce เพลงนี้ให้ด้วย เพลงนี้โดดเด่นด้วย groove ที่ชัดเจน เบสหนักแน่น จังหวะที่เหมาะกับการเดิน runway และ hook ที่ติดหู ทำให้ "Legally Dumb" ไม่ได้เป็นแค่เพลงป๊อป แต่ยังเป็นเพลงที่มีพลังของ movement และ self-expression สูงมาก เหมาะทั้งสำหรับเปิดในคลับ งานแฟชั่นโชว์ รวมถึงเทศกาล Pride ที่เฉลิมฉลองความหลากหลาย ความมั่นใจ และการเป็นตัวเองอย่างอิสระ ด้วยภาพลักษณ์และแนวดนตรีที่มีความ international pop มากขึ้น "Legally Dumb" ยังตอกย้ำตัวตนของ "MellaMay" ในฐานะศิลปินหญิงยุคใหม่ที่กล้าผสมผสานทั้งดนตรี แฟชั่น และ performance art เข้าไว้ด้วยกันอย่างมีเอกลักษณ์ พร้อมส่งต่อพลังของ confidence, freedom และ unapologetic self-love ไปยังผู้ฟังทุกคน สามารถฟังและดาวน์โหลด เพลง "Legally Dumb" ได้แล้ววันนี้

“บิวกิ้น” เรียนจบป.โท รับคุณพ่อเห่อหนัก ไม่คิดต่อป.เอก ซุ่มทำอัลบั้มใหม่อยู่
Read

“บิวกิ้น” เรียนจบป.โท รับคุณพ่อเห่อหนัก ไม่คิดต่อป.เอก ซุ่มทำอัลบั้มใหม่อยู่

บิวกิ้น เรียนจบป.โท รับคุณพ่อเห่อหนัก ไม่คิดต่อป.เอก ซุ่มทำอัลบั้มใหม่อยู่ เพิ่งจะรับปริญญาโท สาขา Entrepreneurship (การประกอบการ) จาก University College London (UCL) ประเทศอังกฤษมา นักแสดงและศิลปินหนุ่ม บิวกิ้น พุฒิพงศ์ ท่ามกลางความยินดีของครอบครัวและแฟนคลับกันมากมาย มีโอกาสเจอเจ้าตัวเลยถามถึงเรื่องนี้ ก็ดีใจ เหมือนเร็วมากเลยแป๊บเดียวก็เรียนจบ กลับมาทำงานต่อแล้ว รู้สึกว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ตั้งใจไว้ว่าอยากจะทำแล้วก็ได้ทำสำเร็จ ตอนนี้มองย้อนไปก็มีแต่ความทรงจำดีๆ ตอนที่อยู่ที่นู่น เป็นความสำเร็จกับตัวเอง รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่อยากทำแล้วก็ได้ทำและก็ทำได้ ผมว่าตอนที่จะไปมันก็มีคำถาม หรือว่ามีหลายๆ ปัจจัยที่มาทำให้เราตัดสินใจว่าเราจะเอายังไงดี แต่ก็ทำได้ผ่านมาได้ ตอนนี้มาอยู่ที่นี่กลับบ้านแล้ว ครอบครัวบินไปพ่อผมเขาอินมาก เห่อๆ ก็เลยเหมือนพาอากงอาม่าไปด้วย เลยเหมือนว่าไปด้วยกันหมดเลย ตื่นเต้นนะ หมายถึงว่าตอนแรกนึกว่าจะได้ขึ้นไปรับ แต่คือขึ้นไปจับมือแล้วก็ลงแค่นี้เอง เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ซ้อมไหมทั้งอาทิตย์เลย ผมเดินรอบโรงแรม ต่อปริญญาเอกอย่าเลย ขอทำ งานหาแพสชั่นก่อน ผมรู้สึกว่าเบรกไปหนึ่งปี จริงๆ ไม่ได้เบรกหรอก แต่หมายถึงว่าต้องชะลอไปหนึ่งปี กลับมาก็มีหลายๆ อย่างที่เราคิดและวางแผนไว้ในช่วงเวลาที่เราที่นู่น มีหลายๆ พาร์ตที่อยากจะทำ เดี๋ยวรอผ่านช่วงนี้อีก ไม่รู้ว่าอะไรจะเข้ามาอีกข้างหน้า ตอนนี้ผมทำอัลบั้มใหม่อยู่ ทำมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ว่ายังไม่เสร็จ เรารู้สึกว่าอยากจะทำให้อัลบั้มนี้เป็นตัวเราในวันนี้ที่สุด พอเราไปเจอแรงบันดาลใจใหม่ๆ มันก็ค่อนข้างทำให้เราเหมือนอยากจะคราฟต์มันในหลายๆ ดีเทล ที่ผมว่าเพลงหรืออัลบั้มก่อนๆ ที่เราได้เห็นหรือมองกลับไปแล้วเราอยากจะทำมันให้ดีขึ้น การแสดงก็มีติดต่อเข้ามาเรื่อยๆ แต่หมายถึงว่างานแสดงมันเป็นงานที่ต้องประกอบไปด้วยหลายๆ อย่างมันถึงจะเกิดขึ้น จริงๆ อยากพยายามทำให้การกลับมาแสดงครั้งหน้าเป็นงานที่ทำให้เรารู้สึกสนุก เต็มที่ และเอ็นจอยกับมันจริงๆ เดี๋ยวรอว่ามีอะไรที่โป๊ะเชะก็น่าจะได้เห็นกัน

"VVV" คัมแบ็กส่ง "เจ้าชายของแก" ซิงเกิลสุดโรแมนติก รับประกันความขี้อ้อนถึงขีดสุด
Read

"VVV" คัมแบ็กส่ง "เจ้าชายของแก" ซิงเกิลสุดโรแมนติก รับประกันความขี้อ้อนถึงขีดสุด

"VVV (ทริปเปิ้ลวี)" บอยกรุ๊ปน้องใหม่ภายใต้การปลุกปั้นของ "THE TOYS" จาก Whoop Music (วูป มิวสิค) สังกัดในเครือค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) ประกอบด้วย 3 หนุ่ม 3 คาแรกเตอร์ นำโดย จูเนียร์ ปริยะ จิยางกูร, จีวัท จีรวัฒน์ ชอบการกิจ, เจนัส ศิระ วิจิตรธนารักษ์ หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พวกเขาได้เดินหน้าผลิตผลงานออกมาให้แฟนเพลงติดตามกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น "ตัวปัญหา (Envy)" ซิงเกิลพรีเดบิวต์กับแนวเพลงป็อปกลิ่นอายยุค 2000 ก่อนพลิกคาแรกเตอร์กลายเป็นหนุ่มเนิร์ดที่จริงใจกับซิงเกิล "เนิร์ดดี (Nerdy)" ที่มาพร้อมท่าเต้นสุดกวนพร้อมกระชากใจพี่สาวได้อย่างอยู่หมัด และล่าสุดกับการคว้ารางวัล Rookie Artist Award จากเวที KAZZ AWARD 2026 ตอกย้ำภาพความสำเร็จก้าวแรกในเส้นทางศิลปินได้อย่างน่าจดจำ ไปกันต่อ! "VVV" กลับมาเสิร์ฟคาแรกเตอร์แนวใหม่ให้แฟนเพลงได้ลิ้มลองกันอีกครั้ง กับซิงเกิล "เจ้าชายของแก (My Queen)" เพลงฟีลกู๊ดเนื้อหาชวนละมุนใจ ซึ่งเปรียบเปรยความสัมพันธ์เหมือนกับนิทานที่เคยได้ยินตอนเด็ก ๆ เรื่องราวความรักสุดแสนโรแมนติกฉบับเจ้าหญิง และเจ้าชาย แต่ก็ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้ตัวเองจะมีโอกาสได้พบกับความรักแบบที่วาดฝันเอาไว้ จนเมื่อได้มาเจอกับเธอคนนี้ เลยทำให้รู้ว่าเจ้าหญิงของฉันคงหน้าตาคล้าย ๆ แก แล้วเกิดคำถามต่อไปว่าเจ้าชายของแก หน้าตาประมาณไหน โดยผลงานครั้งนี้ยังคงได้เจ้าพ่อโปรดิวเซอร์แห่งวงการ T-POP อย่าง "THE TOYS" เข้ามาช่วยเสกความกลมกล่อมตั้งแต่ต้นจนจบ ส่วนพาร์ทดนตรีมาในแนวป๊อป ฟังสบาย กับท่อนฮุคติดหูที่สามารถร้องตามกันได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฟัง และอีกหนึ่งความพิเศษที่ขาดไม่ได้สำหรับมิวสิกวิดีโอ ทุกคนจะได้เห็นทั้ง 3 หนุ่มแปลงโฉมกลายเป็นเจ้าชายสุดหล่อ ขี้อ้อน รับประกันความฟินถึงขีดสุดที่ทุกคนไม่ควรพลาด สามารถเข้าไปฟังเพลง "เจ้าชายของแก (My Queen)" ได้แล้วที่นี่ พร้อมอัปเดตข่าวสารต่าง ๆ ของ "VVV" เพิ่มเติมได้ทาง https://www.instagram.com/vvv_theofficial และ https://www.facebook.com/WHOOPmusicofficial

Jenevieve คว้า JIHYO วง TWICE ร่วมฟีทใน “Hvnly” เพลง R&B สุดนุ่มถูกใจวัยรุ่นเทสดี ก่อนเจอตัวจริงที่ไทย
Read

Jenevieve คว้า JIHYO วง TWICE ร่วมฟีทใน “Hvnly” เพลง R&B สุดนุ่มถูกใจวัยรุ่นเทสดี ก่อนเจอตัวจริงที่ไทย

Jenevieveศิลปินโมเดิร์นRBสายนุ่มขวัญใจวัยรุ่น สานต่อความสำเร็จอย่างงดงามของอัลบั้มCRYSALISด้วยการปล่อยCRYSALIS (CODA)อัลบั้มเวอร์ชั่นDeluxeพร้อมแทร็กใหม่Hvnlyที่เป็นเวอร์ชั่นรีมิกซ์ของเพลงHvn Highพร้อมชวนJIHYOเมนโวคอลและลีดเดอร์ของTWICEเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังจากเกาหลีใต้ มาร่วมฟีทเจอริ่งเพิ่มความละมุนให้เพลงนี้อีกเท่าตัว ในอัลบั้มCRYSALIS (CODA)นอกจากHvnlyที่ร่วมทำกับJIHYOแล้ว ยังมีเพลงWaiting Room (feat. Jordan Ward)และFlight Risqu (feat. Freddie Gibbs SALIMATA)รวมถึงผลงานที่ทำร่วมกับTkay MaidzaและLous and The Yakuzaอีกด้วย ชมมิวสิควิดีโอเพลงHvnly (feat. JIHYO)ของJenevieveที่นี่https://JenevieveTH.lnk.to/HvnlyftJIHYOPR/youtube Jenevieveเพิ่งปิดฉากช่วงการทัวร์ยุโรปของThe CRYSALIS Tour Worldwideอย่างงดงาม พร้อมการตอบรับอย่างล้มหลามจากแฟน ๆ ด้วยบัตรเข้าชมที่จำหน่ายหมดเกลี้ยง เธอได้ขึ้นแสดงในหลายเมืองสำคัญอย่างปารีส ลอนดอน และอัมสเตอร์ดัม ก่อนจะเดินหน้าต่อในวันที่14พฤษภาคม กับตารางการแสดงทั่วเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นที่เซี่ยงไฮ้ โซล โตเกียว มะนิลา และกรุงเทพฯ ประเทศไทย ก่อนเตรียมปิดท้ายทัวร์ด้วยการขึ้นแสดงในฐานะเฮดไลเนอร์ครั้งแรกที่ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ อัลบั้มCRYSALISถือเป็นก้าวสำคัญที่พาJenevieveก้าวสู่ความสำเร็จในวงการเพลงระดับโลกอีกระดับ เธอได้รับเสียงชื่นชมจากสื่อชั้นนำมากมาย อาทิNPR, Billboard, VIBEและThe FADERขณะที่เพลงเด่นอย่างHead Over Heelsสามารถทะยานขึ้นอันดับ1บนคลื่นวิทยุRBนับเป็นเพลงแรกของเธอที่ครองอันดับสูงสุด พร้อมทั้งติดTop 5ในชาร์ตAdult RB Airplayอีกด้วย นอกจากนี้ เธอยังได้รับเลือกเป็นศิลปินOn The VergeจากเวทีiHeartRadio Music Awardsประจำปีนี้ และคว้าการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลBest New Artist (RB)อีกหนึ่งสาขา ความสำเร็จทั้งหมดนี้ต่อยอดจากผลงานสุดฮิตก่อนหน้าอย่างBaby Powderที่มียอดสตรีมทั่วโลกทะลุ175ล้านครั้งได้อย่างสวยงาม เคลิบเคลิ้มไปกับเพลงใหม่ของเธอกันเรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมแวะมาฟังเสียงสด พร้อมเพอร์ฟอร์มานซ์สด ๆ ของเธอกันได้ในคอนเสิร์ตJENEVIEVE THE CRYSALIS TOUR - WORLDWIDE in Bangkokวันที่2มิถุนายนนี้ ที่ สามย่าน มิตรทาวน์ ฮอลล์

Coming Soon
Watch

Coming Soon

"อาจไม่ถึงคราว" ซิงเกิลใหม่จาก "Newery" เพลง Self-love ที่อยากเตือนใจว่าเรื่องความรักไม่จำเป็นต้องรีบร้อน
Read

"อาจไม่ถึงคราว" ซิงเกิลใหม่จาก "Newery" เพลง Self-love ที่อยากเตือนใจว่าเรื่องความรักไม่จำเป็นต้องรีบร้อน

"Newery" หรือ "นิว วิศรุต ณ นคร" เจ้าของเสียงร้องนุ่มลึกอันเป็นเอกลักษณ์ ตัวแทนศิลปินมากฝีมือจากค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) ดีกรีเจ้าของผลงานสุดไวรัลที่เชื่อว่าทุกคนต้องเคยได้ยินอย่าง "กลิ่นดอกไม้" รวมถึง "ต่อจากคืนนี้ (ฉันจะไม่มีเธออีกแล้ว) I gloomy" ที่กวาดยอดวิวบนยูทูบและสตรีมมิ่งไปอย่างถล่มทลาย ตลอดจนซิงเกิลความหมายดีอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น หลงรัก, ใครก็ดีกว่าฉัน (not me), รอเธอจนหายเปียกปอน (dry my tears), ปลายสัปดาห์ (last weekend) และซิงเกิลล่าสุดที่ชวนคนฟังให้ซับน้ำตาไปพร้อมกันอย่าง "กลับมาไม่มีเธอให้กอด" กลับมาอีกครั้งพร้อมผลงานใหม่ "อาจไม่ถึงคราว (right ?)" ซิงเกิลที่พูดถึงการรอคอยความรักจากใครสักคน จนในบางความสัมพันธ์อาจเร่งรัดมากเกินไป แต่คนที่เข้ามากลับไม่ใช่คนที่ใจต้องการ เพลงนี้จึงเป็นเหมือนเครื่องมือเตือนใจให้เราค่อยเป็นค่อยไป และถ้าหากจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่ก็อยากให้มั่นใจว่าเป็น "ความรัก" ไม่ใช่แค่ "ความเหงา" ลองหันกลับมาเอ็นจอยกับการใช้ชีวิตของตัวเองให้ดี เพราะเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม คนที่เราเฝ้ารอจะเดินทางมาหาเราเอง จุดเริ่มต้นของเพลงนี้ "นิว" เผยว่ามีที่มาจากซิงเกิล "คราวนี้" ที่เคยปล่อยออกมา จึงปิ๊งไอเดียแล้วต่อยอดมาเป็นคอนเซปต์ของเพลงนี้ แต่ตั้งใจนำเสนอด้วยมุมมองตรงกันข้ามที่ให้ความ Positive มากกว่า ส่วนในพาร์ทดนตรียังคงสไตล์ Indie-pop ตามเอกลักษณ์ของเจ้าตัว พร้อมเพิ่มความขี้เล่นด้วยการผสมผสานแนว Bedroom Pop แบบร่วมสมัยเข้ามาเติมแต่งสีสีน อีกทั้งงานนี้ยังได้โปรดิวเซอร์มือดีอย่าง "Billypopoza" เข้ามาช่วยเสริมทัพความสนุก รับรองได้เลยว่าแฟนเพลงของ "Newery" จะไม่ผิดหวังกับผลงานชิ้นนี้อย่างแน่นอน สามารถฟังเพลง "อาจไม่ถึงคราว (right ?)" ได้แล้ววันนี้ทุกช่องทาง และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินได้ทาง https://www.facebook.com/whattheduckmusic และ https://www.facebook.com/new.newery

“โบว์” อึ้ง! อเมซิ่งบอดี้ มีมดลูก 2 ข้าง แนะปวดท้องประจำเดือนให้ตรวจ
Read

“โบว์” อึ้ง! อเมซิ่งบอดี้ มีมดลูก 2 ข้าง แนะปวดท้องประจำเดือนให้ตรวจ

โบว์ อึ้ง! อเมซิ่งบอดี้ มีมดลูก 2 ข้าง แนะปวดท้องประจำเดือนให้ตรวจ ทำเอาหลายคนตกใจเมื่อรู้ว่านางเอกสาว โบว์ เมลดา เป็นผู้หญิงมหัศจรรย์ มีมดลูก 2 ข้าง มีไตข้างเดียวแต่มีขนาดใหญ่เท่ากับไต 2 ข้างรวมกัน เมื่อถามเรื่องนี้กับเจ้าตัวก็เผยว่า. มดลูกแฝด เป็นอเมซิ่งบอดี้ โบว์รู้ตัวตอนอายุ 20 ต้นๆ ช่วงนั้นประจำเดือนมาเยอะมากๆ รู้สึกว่ามันผิดปกติ ตัดสินใจไปตรวจตรวจก็เจอว่าเป็นช็อกโกแลตซีสต์อยู่ที่มดลูกข้างซ้าย คุณหมอส่องกล้องเข้าไปแล้วกลายเป็นมีปากมดลูก 2 อันแยกออกมาเป็น 2 ช่อง มีรังไข่ 1 อันคุณหมอทำการขยายปากมดลูกข้างที่มันเล็ก ที่ทำให้เกิดช็อกโกแลตซีสต์ คือเลือดไม่สามารถออกมาได้จากปากมดลูกช่องนั้น เลือดเลยคั่งอยู่ข้างใน จากที่ดูในกล้อง 4K หลังจากที่ผ่าเสร็จแล้วว่าในร่างกายของเรามีอวัยวะอะไรบ้าง ปรากฏมีไตข้างเดียว แต่ดีมาก ไม่มีด่างขาว สมบูรณ์ทุกอย่าง แล้วใหญ่เท่าสองอันรวมกัน ตับ ไส้ ปอดปกติ มดลูกยังมี 2 อันเหมือนเดิมไม่ได้ตัดออก สามารถมีลูกได้ปกติ แต่อาจจะเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด หรือไม่ก็มดลูกอาจจะเบียดกัน เขาบอกให้เลือกทีละข้างก็พอ หลายคนก็เพิ่งมารู้ตอนคลอดลูกว่าตัวเองมีมดลูกแฝด อยากแนะนำผู้หญิงที่เป็นประจำเดือนแล้วปวดท้องมากๆ ให้ไปหาหมอ คุณหมอก็อยากให้โบว์ออกมาพูดว่ามันมีภาวะนี้นะ เพราะเป็นผู้มีความเสี่ยงที่จะเป็นช็อกโกแลตซีสต์ได้มากกว่าคนอื่นๆ เมื่อก่อนเราไม่รู้ เราก็อดทนกับการใช้ชีวิตไปมากๆ ปวดท้องเราก็ยืนทำงาน ออกกองร้อนแค่ไหนก็ทน จะไหลเยอะแค่ไหนเราก็อดทน จนมันกลายเป็นเราเอาแต่อดทนมากๆ คนถามว่ามีไตเดียวจะเหนื่อยง่ายไหม ไม่น่า โบว์ไม่รู้สึกว่าเหนื่อยง่ายขนาดนั้น คือตอนนี้ถ้าเป็นอะไรจะพูดเลย ไม่งั้นร่างกายมันจะทรุดเร็ว อาหารการกิน กินได้ตามปกติ แต่ก็มีกังวลนะ เป็นบางโมเมนต์ถ้ากินแซบเกิน วันนี้กินเค็มเยอะ จะเป็นอะไรหรือเปล่า ก็กินน้ำๆ ไม่รู้ช่วยหรือเปล่าแต่อย่างน้อยได้ขับถ่ายออก เจือจางโซเดียมหน่อย หมอนัดตรวจทุกๆ 6 เดือนแต่ไม่ค่อยว่าง เราก็กินยาฮอร์โมนปรับเอา อยากให้ไปตรวจกันค่ะ หากมีประจำเดือนแล้วปวดท้อง ผู้หญิงหลายคนอาจจะกังวลลูกฉันยังไม่ได้โน่นนี่นั่นแต่คุณต้องระวังว่ามันก็เป็นอะไรที่มันอันตรายมากๆ เหมือนกัน คุณหมอจะถามว่าเคยมีเพศสัมพันธ์ไหม เคยมีอุบัติเหตุ เคยผ่าตัดอะไรหรือเปล่า เขาจะคอยระวังให้เราอยู่แล้ว บางคนกังวลว่าลูกจะเส้นพรหมจรรย์ขาด ไม่กล้าพาไปตรวจผลออกมาก็รับไป แล้วคนคอมเมนต์ก็ตลกมามีมดลูกแฝดงั้นมันก็ต้องมี 2 อันสิ บ้าเปล่าเนี่ย คิดอะไรกัน มีอันเดียวแค่มดลูกมันแบ่งเป็น 2 เป็นรูปหัวใจ รังไข่ก็มีแค่ 2 ไม่มี 4 นะ น้องมีอันเดียวนะคะ ไม่ใช่ผู้ชายจะได้มีไข่ 2 อัน

ประวัติ โชกุน PROXIE หรือ โชกุน ปวริศร์ ศรีชัยชนะ นักแสดง ที่ที่มีเธอ Where I Wanna Be
Read

ประวัติ โชกุน PROXIE หรือ โชกุน ปวริศร์ ศรีชัยชนะ นักแสดง ที่ที่มีเธอ Where I Wanna Be

ประวัติ โชกุน PROXIE หรือ โชกุน ปวริศร์ ศรีชัยชนะ โชกุน PROXIE หรือ โชกุน ปวริศร์ ศรีชัยชนะ หรือ หนุ่มน้อยแสนซนขนความขี้เล่น ทะเล้นมาหยอดแฟน ๆ ให้โดนมัดใจไปกับความน่ารักของเขา พร้อมด้วยความสามารถครบครัน เดินตามเส้นทางความฝันของตัวเองอย่างพยายาม และตั้งใจในทุกผลงาน สื่อสารออกมาให้แฟน ๆ ได้รับความรู้สึกอย่างท่วมท้น จนขโมยหัวใจแฟน ๆ ไปมากมาย ปัจจุบันมีผลงานซีรีส์ล่าสุดเรื่อง ที่ที่มีเธอ Where I Wanna Be ทาง TrueVisions NOW ประวัติ โชกุน PROXIE หรือ โชกุน ปวริศร์ ศรีชัยชนะ โชกุน PROXIE เกิดเมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2546 ด้านการศึกษา ศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โชกุนเป็นอีกหนึ่งคนที่มีความใฝ่ฝันในการเป็นศิลปินมาตั้งแต่ยังเด็ก เขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์ทางด้านดนตรี ไม่ว่าจะการร้อง เต้น หรือเล่นดนตรี (เปียโน) อีกทั้งยังคงมีพรแสวงในการฝึกฝนทักษะต่าง ๆ จนก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผู้ร่วมรายการ The Brothers Thailand พร้อมฝึกฝนตัวเองผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในรายการ และเขาก็ประสบความสำเร็จในความพยายาม เมื่อได้เป็น 6 คนสุดท้าย และได้เดบิวต์เป็นสมาชิกวง PROXIE อย่างในปัจจุบัน ผลงานเพลง Crazy Love (รักบ้าบอ) คนไม่คุย ที่ไม่รัก สถานะเบลอ เจ็บอยู่ ผลงานละครโทรทัศน์ / ซีรีส์ ที่ที่มีเธอ Where I Wanna Be ผลงานภาพยนตร์ น้องพี่ ดนตรี+เพื่อน ไอจี โชกุน PROXIE @chokun.proxie https://www.instagram.com/chokun.proxie/ ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม chokun.proxie

“ป๊อด Moderndog” ยิ้มเด็กเจนใหม่ร้อง “บุษบา” ได้ แย้มคอนเสิร์ตใหญ่กลางปีเตรียมโดด
Read

“ป๊อด Moderndog” ยิ้มเด็กเจนใหม่ร้อง “บุษบา” ได้ แย้มคอนเสิร์ตใหญ่กลางปีเตรียมโดด

ป๊อด Moderndog ยิ้มเด็กเจนใหม่ร้อง บุษบา ได้ แย้มคอน เสิร์ตใหญ่กลางปีเตรียมโดด ยังคงครองตำแหน่งเด็กแนวตลอดกาล ป๊อด Moderndog ศิลปินระดับตำนานที่ยังคงสร้างสีสันให้วงการเพลงไทยได้อย่างน่าประทับใจ ล่าสุดเจ้าตัวคว้ารางวัล Best Music Video of the Year มาครอง ท่ามกลางเสียงชื่นชมจากแฟนเพลงทุกเจน... รับรางวัล Best Music Video of the year จาก Toty Music Award ก็ดีใจมากเพราะว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่พวกเราตั้งใจมาก ทั้งตัวเพลงเอง และทางผู้กำกับกับครีเอทีฟ คือคุณพีท ทสร เขาก็ตั้งใจที่จะ Create โดยการนำภาพยนตร์เรื่อง เพื่อนสนิท กลับมาอีกครั้งหนึ่ง โดยเอาตัวละครเอกคือคุณซันนี่และคุณนุ่นกลับมาให้ทุกคนได้พบกันอีกครั้งในมิวสิกวิดีโอนี้ ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างดีมาก จำได้ว่าตอนที่มิวสิกออกเนี่ยเต็มฟีด Facebook เหมือนกัน ทุกคนร่วมแชร์ความทรงจำในเพลงนี้ รู้สึกประทับใจและดีใจที่ทุกคน Enjoy และมีชีวิตไปกับเพลงนี้ มันได้แรงบันดาลใจจนทำให้วันที่ 18 มี.ค) 18:00 น. เราก็จะปล่อยมิวสิกวิดีโอตัวใหม่กัน หลังรับรางวัลนี้ พรุ่งนี้เรามาเริ่มตัวใหม่กันเลย เป็นแอนิเมชันเพลงชื่อ The Oath ของ Boyd-Pod (บอย-ป๊อด) จะออกมาให้ชมกัน คือพี่บอย (บอย โกสิยพงษ์) จะไม่หยุด ยังสนุกและทำไปเรื่อยๆ เหมือนจะไม่ยอมให้จบโปรเจ็คท์ การกลับมาคราวนี้หายคิดถึงแน่นอน เพราะจะรันกันต่อยาวๆ เหมือนอายุเยอะก็ไม่ต้องไปรีบไปลิมิตอะไร ให้มันเป็นความต่อเนื่องดีกว่า ช่วงหลังมีเด็กๆ เจนอัลฟ่ามายืนดูด้วยนะ อันนี้ไม่ได้โม้ มีหลักฐานอยู่ในมือถือเลย ผมขึ้นไปเล่นบนเวทีแล้วเห็นน้องๆ น่าจะประถม 5-6 คน มาเป็นแก๊ง ยืนร้องเพลง บุษบา ได้หมดเลย เราเห็นตอนนั้นเราว้าวมากจนต้องบอกทีมงานว่าขอมือถือมาถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึก เพราะน้องเขาร้องได้หมดเลยจริงๆ ผมคิดว่ายุคนี้วัตถุดิบทุกอย่างมันอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ตแล้ว เด็กๆ เลยเข้าถึงเพลงได้ทุกยุค รู้สึกดีที่เพลงเรามัน Timeless (ไร้กาลเวลา) มันเหมือนได้ตกเด็กๆ เข้ามาในแก๊งด้วย ทำให้เรารู้สึกเฟรชและมีกำลังใจ บางทีเราเล่นเพลงเดิมซ้ำๆ มา 32 ปีแล้วนะ แต่การเห็นน้องๆ เจนใหม่มานั่งดู เราจะรู้เลยว่านี่คือครั้งแรกของเขาที่จะได้ดูการแสดงสดเพลงนั้นๆ เราก็ต้องทำมันให้เหมือนเป็นครั้งแรก เพื่อให้เขาได้ฟังอย่างมีความสุข อันนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องดูแลตัวเองเพราะงานเราพาให้เราไปอยู่ในที่ที่ต้องพร้อม จะปล่อยตัวไม่ได้ เป็นข้อดีที่งานมันเชพเราให้ต้องรักษาตัวเอง จะกินอะไรก็คิดเยอะขึ้น นอนให้พอ และออกกำลังกายเท่าที่มีแรง เพราะไปเล่นคอนเสิร์ตก็เหนื่อยแล้ว คอนเสิร์ตใหญ่มีเดี๋ยวกลางปีนี้จะมีนะ เดือนพฤษภาคม ชื่อประมาณว่า Moderndog Something แต่อันนี้จะเป็นแบบ Full Show แน่นอนว่าต้องมีกระโดด เตรียมตัวได้เลยวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ เดี๋ยวรอติดตามรายละเอียดกันอีกที ตอนนี้คนจัดยังไม่ให้บอกเยอะ เดี๋ยวโดนปรับ

"jeffy" ดึง "SEXSKI" ร่วมแจมใน "Show It" ซิงเกิลใหม่ที่อยากชวนให้เธอลองเปิดใจ
Read

"jeffy" ดึง "SEXSKI" ร่วมแจมใน "Show It" ซิงเกิลใหม่ที่อยากชวนให้เธอลองเปิดใจ

"jeffy" หรือ "เจฟฟี่ จักษวัชร ทรงเพ็ชรมงคล" ศิลปินหนุ่มเจนซีมากความสามารถ จากบ้าน SAUCE BKK (ซอส บีเคเค) ยูนิตพิเศษที่อยู่ภายใต้ค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) หลังจากปล่อยผลงานออกมาให้แฟน ๆ ได้ติดตามกัน ไม่ว่าจะเป็นเพลงเดบิวต์จังหวะชวนเหงาอย่าง "เพลงเธอ" หรือจะเป็น hairband, No.2 และล่าสุดกับซิงเกิล "2 phones" ที่พูดถึงการเริ่มต้นความสัมพันธ์แบบงง ๆ ของวัยรุ่นใจโลเล รวมไปถึงอีกหนึ่งผลงานที่หลายคนอาจคุ้นหูกันเป็นอย่างดีกับ "Merry Kiss Me" โปรเจกต์สุดพิเศษที่มัดรวม 3 หนุ่ม 3 สไตล์ในค่ายได้แก่ Jeffy, kakagosebackhome และ 2Ectasy ที่มีทั้งแฟนเพลงและบรรดาเซเลปคนดังต่างเข้ามาเล่นแผ่นเสียงกันจนกลายเป็นไวรัลในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา ครั้งนี้ "jeffy" กลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่อย่าง "Show It" ที่ต้องการบอกว่าในความสัมพันธ์ครั้งนี้ เธอไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น เพราะสิ่งที่เป็นเธอมันดีที่สุดแล้ว ขอแค่ลองเปิดใจให้กับความสัมพันธ์ก็พอ เพลงนี้เป็นอีกหนึ่ง Side Story จาก EP Album "Sathorn Angels" อัลบั้มแทนใจความสัมพันธ์ท็อกซิกฉบับ Gen Z ในพาร์ทดนตรียังคงลายเซ็น Hiphop ของ "jeffy" ไว้อย่างชัดเจนที่มาพร้อมกับบีทหนัก ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยเสริมเติมแต่งให้เพลงทวีความเท่และคูลมากยิ่งขึ้น และพิเศษสุด ๆ ที่งานนี้เจฟฟี่ได้ชวนแร็ปเปอร์ดาวรุ่งหน้าใหม่อย่าง "SEXSKI (เซ็ก-ซะ-กี)" หนึ่งในสมาชิกจากกลุ่ม DIEOUT เข้ามาสาดสีสันให้คาแรกเตอร์ของเพลงสมบูรณ์แบบมากขึ้น พร้อมกระแทกอารมณ์มันส์เพิ่มขึ้นถึงขีดสุด สามารถติดตามเพลง "Show it" ได้แล้วทุกสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ "jeffy" ได้ทาง : https://www.instagram.com/jeffyjsjs/ และ https://www.instagram.com/saucebangkok/

TOMMY TEE ชวน TEE JETS ส่งสารรักสุดหอมหวานผ่านเอ็มวี “แพ้เธอ (My Trigonelline)” เสิร์ฟความฟินเอาใจคนฟัง
Read

TOMMY TEE ชวน TEE JETS ส่งสารรักสุดหอมหวานผ่านเอ็มวี “แพ้เธอ (My Trigonelline)” เสิร์ฟความฟินเอาใจคนฟัง

ทุ่มสุดตัวทุกโปรเจกต์จริงๆ สำหรับ TOMMY TEE ศิลปินและยูทูบเบอร์ชาวไทยในนิวยอร์กซิตี้ที่เพิ่งฉลองความสำเร็จล้านวิวกับเพลง อาจจะยังน้าาา (not YET!) และในฤดูแห่งความรักปีนี้ เขาก็ขอเสิร์ฟ แพ้เธอ (My Trigonelline, Cant Resist Your Scent) รสชาติความหวานลึกในคราบบทเพลงที่มาพร้อมความพิเศษรับเดือนแห่งความรัก คอนเซ็ปต์เพลง แพ้เธอ (My Trigonelline) มาจากคีย์เวิร์ดคำว่า สารในกาแฟ อย่าง Trigonelline ที่ถูกนำมาใช้อุปมาของความรักหวานซ่อนลึก ที่ซ่อนอยู่ในสิ่งที่เราอาจเคยมองข้าม เหมือนคนที่ อาจจะไม่ชอบดื่มกาแฟ เพราะคิดว่ากาแฟมันขม ไม่อยากจะลิ้มรสคาคาเฟ่อีน เลยปิดกั้นตัวเอง แต่วันหนึ่งกลับตกหลุมรัก ใครบางคนที่ไม่ได้โดดเด่นเหมือนคาเฟอีน แต่กลับน่าค้นหา เธอต่างออกไป เธอคล้ายกับ ทริโกเนลลีน สารให้กลิ่นหอมที่ซ่อนอยู่ในกาแฟนั้น จนวันนี้ตกหลุมรักกาแฟได้ ก็เพราะเธอ You are my Trigonelline เรื่องราวในเพลง แพ้เธอ (My Trigonelline) ได้ถูกร้อยเรียงผ่านฝีมือของ Babepoom นักร้องวง One analog, JC JANEZ นักแต่งเพลงเจนใหม่ที่ทำผลงานได้โดนใจ Gen-Z สุดๆ และ TOMMY TEE ก็มีส่วนร่วมแต่งเนื้อด้วย ที่พิเศษสุด ๆ เพื่อเติมมิติความรักให้ลึกซึ้ง TOMMY TEE ก็ได้พา TEE JETS ตัวพ่อเพลงรักโรแมนติก นักร้องนำวง Jetseter มาร่วมเสริมความหวานละมุนให้กับเพลง จนผลงานนี้เป็นสารสุดฟินที่คนฟังต้องกดฟังซ้ำๆ ทุกวัน และเสียงของทั้งคู่เข้ากันอย่างลงตัวสุดๆ เรียกได้ว่าเป็นการร่วมงานกันของศิลปินรุ่นเดอะกับศิลปินรุ่นใหม่ ใน PROJECTS TEE TEE ของ 2 นักร้องชื่อเหมือนกัน นอกจากเพลงที่พาเคลิ้มแล้ว เรื่องราวชวนฟินของเพลงก็ถูกเล่าผ่าน ฟลุ๊คภูสิษฐ์ ดิษฐพิสิษฐ์ และ แสงเหนือจิตบุณย์ งามบุณยรักษ์ 2 นักแสดงจากซีรีส์ที่หลายคนเฝ้ารอ เรียกแด๊ดสิธาร (Your Dear Daddy) โดยความสัมพันธ์ระหว่างบาริสต้าหนุ่มหล่อ และเด็กหนุ่มจบใหม่ ผู้ที่อยากลองสัมผัสความรักที่ต่างออกไปผ่านกลิ่นของกาแฟ จะเป็นอย่างไร ติดตามชมในมิวสิควิดีโอพร้อมกันได้ที่ YouTube TOMMY TEE พร้อมสานต่ออารมณ์ความฟินของเพลงได้ทางทุกช่องทางสตรีมมิ่ง

“ลิซ่า” หวนร่วมงานทีมผู้สร้าง The White Lotus เตรียมแสดงนำในหนังรักตลก ลงจอสตรีมมิงดัง
Read

“ลิซ่า” หวนร่วมงานทีมผู้สร้าง The White Lotus เตรียมแสดงนำในหนังรักตลก ลงจอสตรีมมิงดัง

ดูเหมือนว่าจะเป็นซุปตาร์ระดับโลกที่งานเข้าแบบชุกชุม ตารางคิวน่ายาวต่อเนื่องไป 3 ปีล่วงหน้าได้แล้ว สำหรับไอดอลสาวชาวไทย ลิซ่า BLACKPINK หรือ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ที่หลังจากได้เดบิวต์ทำการแสดงในซีรีส์ดัง The White Lotus ซีซัน 3 ไปเมื่อปี 2025 เธอก็น่าจะติดใจการแสดงไปเสียแล้ว เพราะล่าสุดมีข่าวว่าโปรเจกต์ใหม่มาจ่อรอแล้ว คราวนี้จะเป็นหนังโรแมนติกคอมเมดี้ Deadline รายงานว่า ลิซ่า เตรียมจะกลับมาร่วมงานกับ เดวิด เบอร์นาร์ด โปรดิวเซอร์ผู้สร้างซีรีส์ The White Lotus ซีซัน 3 อีกครั้ง ในหนังรักตลกที่ยังไม่มีชื่อเรื่องในตอนนี้ โดยจะเป็นหนังที่สร้างเพื่อลงจอฉายผ่านสตรีมมิง เน็ตฟลิกซ์ ไปทั่วโลกโดยเฉพาะ พร้อมกับได้ว่าจ้างให้ เคที ซิลเบอร์แมน จาก Booksmart และ Dont Worry Darling มารับหน้าที่ปั้นบทหนังเรื่องนี้ให้อยู่ เบื้องต้นรายละเอียดเกี่ยวกับหนังเรื่องยังคงถูกเก็บเอาไว้เป็นความลับ แต่แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ระบุว่า โครงการหนังเรื่องนี้เป็นการคุยกันและพัฒนาสร้างมาตั้งแต่ตอนที่ ลิซ่า กับ เดวิด ได้ทำงานด้วยกันในกองถ่าย The White Lotus โดยพวกเขาทั้งคู่ต่างชอบหนังรักคลาสสิก Noting Hill เหมือนกัน จึงทำให้ผู้สร้างคนดังได้มอบเห็นแนวทาง และทำการลุยสร้างแบบเงียบ ๆ มาสักพักแล้ว แน่นอนว่า เดวิด เบอร์นาร์ด รับหน้าที่อำนวยการสร้างหนังเรื่องนี้ ภายใต้บริษัทของเขา Middle Child Productions โดยที่ ลิซ่า จะเกี่ยวข้องในฐานะผู้อำนวยการสร้างพิเศษด้วย ทั้งนี้ยังไม่แน่ชัดว่าโปรเจกต์หนังเรื่องนี้จะเริ่มต้นถ่ายทำเมื่อไหร่ เนื่องจากต้องพิจารณาคิวนักแสดงและทำการแคสติ้งนักแสดงอย่างเข้มข้นอีก ในขณะนี้ลิซ่าก็กำลังติดพันแสดงนำในการแสดงนำหนังเรื่องแรกของเธอ อย่าง TYGO ภาคแยกจากเฟรนไชส์หนังบู๊ Extraction ของเน็ตฟลิกซ์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa