Reset

Search results for “#APL2025” - TrueID

Top Result
Watch
Shorts
Game
Privilege
Read
โค้งสุดท้าย RPL 2025 Winter ‘Beyond the Horizon’ ‘Bacon Time - Full Sense - PSG Esports - Buriram United Esports’ เตรียมปะทะศึกเดือดรอบชิงฯ
Read

โค้งสุดท้าย RPL 2025 Winter ‘Beyond the Horizon’ ‘Bacon Time - Full Sense - PSG Esports - Buriram United Esports’ เตรียมปะทะศึกเดือดรอบชิงฯ

Garena RoV เตรียมระเบิดความมันครั้งใหญ่ส่งท้ายปลายปี กับศึกการแข่งขัน RoV Pro League (RPL) 2025 Winter ทัวร์นาเมนต์เกม RoV ระดับมืออาชีพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ฤดูกาลที่ 16 ภายใต้คอนเซปต์ ‘Beyond the Horizon’ เผยโฉมคู่ชิง 4 ทีมสุดท้ายก่อนมุ่งสู่รอบชิงชนะเลิศ ชิงเงินรางวัลรวม 10,000,000 บาท 25 - 26 ตุลาคม นี้ ที่ BITEC LIVEการแข่งขัน RoV Pro League 2025 Winter เริ่มการแข่งขันในรอบ Regular Season ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม เป็นต้นมา โดยมีสโมสรกีฬาอีสปอร์ตเข้าร่วมประชันชัยถึง 8 สโมสร ได้แก่ Bacon Time, PSG Esports, Full Sense, Buriram United Esports, eArena, Talon, Hydra, และ King of Gamer Club หลังขับเคี่ยวกันเป็นเวลากว่า 8 สัปดาห์ ล่าสุด Garena RoV เผยโฉม 4 ทีมสุดท้ายที่มีคะแนนสะสมสูงสุดจากรอบ Regular Season เตรียมประชันชัยกันในรอบ Championship ประเดิมด้วย Bacon Time ที่ลอยลำเป็นทีมแรก ด้วยคะแนนสะสมถึง 11 แต้ม ตามติดด้วย Full Sense และ PSG Esports ที่ทะยานสู่รอบ Championship ด้วยคะแนนสะสม 10 แต้ม ขณะที่ตั๋วใบสุดท้ายเป็นของ Buriram United Esports หลังเฉือนเอาชนะ eArena แชมป์เก่าอย่างฉิวเฉียด มุ่งสู่รอบชิงฯ ด้วยคะแนนสะสม 8 แต้มการแข่งขัน RoV Pro League 2025 Winter รอบ Championship ในวันแรก (25 ตุลาคม) จะเปิดสนามด้วยคู่สายบนระหว่าง Bacon Time และ Full Sense ในเวลาเที่ยงตรง เพื่อเฟ้นหาทีมแรกที่ทะยานสู่รอบ Grand Final ทีมแรก ส่วนคู่สายล่างจะเป็นการพบกันของ PSG Esports และ Buriram United Esports เพื่อชิงตั๋วเข้าสู่รอบ 3 ทีมสุดท้าย โดยใครพลาดท่าพ่ายในแมตช์นี้จะตกรอบทันที ก่อนการแข่งขันจะปิดฉากด้วยศึกชิงแชมป์ของรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 26 ตุลาคม ใครจะได้ครอบครองถ้วยเกียรติยศ และบัลลังก์แชมป์ของการแข่งขัน RoV Pro League 2025 Winter และเงินรางวัล 6,000,000 บาทไปครอง มาร่วมเป็นสักขีพยานได้ในงานออฟไลน์ วันที่ 25 - 26 ตุลาคม 2568 ที่ BITEC LIVE ไบเทคบางนา งานนี้เข้าฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายนอกจากการแข่งขันสุดมันจากทั้ง 4 สโมสร ภายในงานออฟไลน์ RoV Pro League 2025 Winter แฟนเกมและแฟนอีสปอร์ตยังจะได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์ในโลกอีสปอร์ตจากกิจกรรมมากมาย อาทิ• ผู้ร่วมงาน 4,000 คนแรก (วันละ 2,000 คน) และ 30 คนแรกที่แต่งคอสเพลย์เข้างาน รับฟรีทันที เสื้อ RoV Limited Edition สุดพิเศษ• กิจกรรมแจกสกินถาวรจัดเต็มตลอดทั้งสองวัน โดยสกินรางวัลใหญ่ ได้แก่ Dreamliner Eland'orr (สกินใหม่ระดับสูงสุด), Butterfly Dragoness Evosuit LV5, สกิน WaVe (ครบชุด 4 สกิน), Dimension Breaker Valhein, Dimension Breaker Airi, Dimension Breaker Nakroth, Dimension Breaker Violet, Dimension Breaker Tel'Annas, Dimension Breaker Lauriel, Unchained Spear Nakroth, Moon Crusher Murad, Inceptive Chords Tel'Annas, Majo Hime Krixi, Shangrila Origin Hayate, Divine Decree Ilumia และอื่น ๆ รวมมากกว่า 100 รางวัล รวมมูลค่าของรางวัลกว่า 10,000,000 บาท• บูธร้านลับ “สกินหวนคืน” พบกับสกินมากมายกว่า 700 สกิน และสินค้า Limited (จำนวนจำกัด) รวมทั้งสินค้า Merchandise สุดพิเศษจาก RoV โดยถือเป็นครั้งแรกที่มีการจำหน่ายของที่ระลึกจาก RoV ภายในงานไม่เพียงเท่านั้น ในปีนี้ แฟนอีสปอร์ตที่เข้าร่วมงานออฟไลน์จะได้สัมผัสประสบการณ์การรับชมการแข่งขันที่พิเศษยิ่งกว่าเดิม ด้วยหน้าจอแสดงผลการแข่งขันขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา กว้างถึง 39 เมตร และสูงถึง 9 เมตร ยกระดับอรรถรสในการรับชมการแข่งขันอย่างเต็มพิกัด พร้อมจัดเต็มแสง สี เสียง และระบบถ่ายทอดสดเต็มรูปแบบ ตอกย้ำ Garena RoV ในฐานะผู้จัดการแข่งขันทัวร์นาเมนต์อีสปอร์ตด้วยมาตรฐานระดับโลกนอกจากนี้ Garena RoV ยังดึง Bomb At Track (บอมบ์ แอท แทร็ค) วงดนตรีสุดเดือดขวัญใจชาวร็อค-เมทัล จากค่าย genie records ร่วมถ่ายทอดเพลงประจำทัวร์นาเมนต์ในซีซั่นนี้ ผ่านเพลง “ระเบิดเลน (Beyond The Horizon)” พร้อมโชว์เปิดตัวคู่ชิงชนะเลิศ อุ่นเครื่องเวทีให้ลุกเป็นไฟก่อนเข้าสู่แมตช์ชี้ชะตาแฟนเกม RoV และแฟนอีสปอร์ตห้ามพลาด ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความยิ่งใหญ่ในศึก RoV Pro League 2025 Winter วันที่ 25 - 26 ตุลาคม นี้ ที่ BITEC LIVE (เข้างานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย) มาร่วมส่งแรงเชียร์ทีมโปรด และเป็นสักขีพยานในประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของอีสปอร์ตไทยไปพร้อมกัน!ติดตามรายละเอียดการเข้าร่วมงานและการถ่ายทอดสดได้ที่:Facebook: Garena RoV TournamentFacebook: Garena RoV ThailandYouTube: Garena RoV ThailandTikTok: Garena RoV ThailandInstagram: Garena RoV ThailandX: Garena RoV Thailand[ข่าวประชาสัมพันธ์]

Pipapai 2025
Watch

Pipapai 2025

PSGC รายได้ที่มีความต่อเนื่อง จากธุรกิจซัพพลายเชนด้านพลังงาน ภายใต้กรอบ G2G ลาว–เวียดนาม
Read

PSGC รายได้ที่มีความต่อเนื่อง จากธุรกิจซัพพลายเชนด้านพลังงาน ภายใต้กรอบ G2G ลาว–เวียดนาม

#PSGC#ทันหุ้น - บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSGC ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ส่งมอบทรัพยากรพลังงานให้เวียดนาม ผ่านบริษัท Nam Tien Limited Liability Company (NT) ซึ่งดำเนินธุรกิจตั้งแต่บริการทำเหมืองและแปรรูปถ่านหินในแขวงสาละวันและแขวงเซกอง สปป.ลาว ไปจนถึงการขนส่งข้ามพรมแดน ภายใต้กรอบความร่วมมือระดับรัฐบาลเวียดนามต่อรัฐบาลสปป.ลาว (Government to Government: G2G) ในการซื้อขายถ่านหินระยะยาว 10 ปี ที่ลงนามตั้งแต่ปี 2568 พร้อมมีลูกค้ารายสำคัญเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานรายใหญ่ของเวียดนาม 2 ราย โดยครึ่งปีแรก 2569 ส่งมอบถ่านหินแล้ว 1.41 ล้านตัน สูงกว่าแผนที่วางไว้ สร้างรายได้ 5,975.1 ล้านบาท คิดเป็น 81.9% ของรายได้รวม 7,292.5 ล้านบาท สะท้อนโครงสร้างรายได้ที่มีความต่อเนื่อง (Recurring Revenue)นายเดวิด แวน ดาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSGC ผู้ให้บริการก่อสร้างแบบครบวงจร ที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ "ผู้พัฒนาโครงการพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติระดับภูมิภาค (Regional Energy Natural Resources Developer)" เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้เข้าไปมีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานทรัพยากรพลังงานระหว่าง สปป.ลาว และเวียดนาม ผ่านบริษัท Nam Tien Limited Liability Company (NT) โดยการค้าถ่านหินระหว่างสองประเทศดำเนินอยู่ภายใต้กรอบความร่วมมือระดับรัฐบาลที่วางรากฐานความร่วมมือระยะยาวด้านพลังงานและแร่ธาตุ ทำให้ธุรกิจของ NT ตั้งอยู่บนโครงสร้างที่มีความต่อเนื่องมากกว่าการค้าถ่านหินเชิงพาณิชย์ทั่วไปสิ่งที่ทำให้ NT แตกต่างจากผู้ค้าถ่านหินทั่วไป คือการเข้าไปดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า เริ่มจากบริการทำเหมืองและบริการแปรรูปถ่านหินในแขวงสาละวันและแขวงเซกอง สปป.ลาว ต่อเนื่องไปยังระบบโลจิสติกส์และการขนส่งข้ามพรมแดน จนถึงการส่งมอบถ่านหินสำเร็จให้แก่ลูกค้าปลายทางในประเทศเวียดนาม โครงสร้างเช่นนี้ทำให้บริษัทควบคุมคุณภาพ ต้นทุน และกำหนดการส่งมอบได้ตลอดสาย ทั้งนี้ NT ได้รับสิทธิ์ในการซื้อขายถ่านหินสำเร็จในประเทศเวียดนามจากบริษัท Xekong Power Plant Company Limited (XPPL) ผู้ได้รับสัมปทานดำเนินการทำเหมืองถ่านหินใน สปป.ลาว"การที่เราเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานที่มีกรอบความร่วมมือระดับรัฐบาลรองรับ ทำให้ธุรกิจของเราไม่ได้ตั้งอยู่บนคำสั่งซื้อรายครั้ง แต่ตั้งอยู่บนความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างทวิภาคีระหว่างสองประเทศ อีกทั้งมีลูกค้าผู้รับซื้อหลักเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานในเวียดนามซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ  จากการลงทุนภาคอุตสาหกรรมและการส่งออก โดย SCB EIC คาดว่าเศรษฐกิจเวียดนามปี 2569 จะขยายตัวประมาณ 7.1% ขณะที่ สปป.ลาว ขยายตัวประมาณ 4.1% จากแรงขับเคลื่อนของการลงทุนในภาคพลังงานและเหมืองแร่ ซึ่งทั้งสองประเทศคือพื้นที่ดำเนินธุรกิจหลักของ PSGC ในวันนี้" นายเดวิดกล่าวdefaultในด้านการดำเนินงาน ครึ่งปีแรกปี 2569 NT ส่งมอบถ่านหินแล้ว 1.41 ล้านตัน สูงกว่าแผนที่บริษัทวางไว้ อย่างไรก็ตามด้วย การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงในช่วงฤดูฝนปีนี้ นำไปสู่ปริมาณน้ำฝนที่สูงเป็นประวัติการณ์ และเกิดน้ำท่วมอย่างรุนแรง ถือเป็นความท้าทายต่อการผลิตและขนส่งข้ามพรมแดน ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการบริหารจัดการลดความเสี่ยงดังกล่าวในช่วงที่เหลือของปี 2569 ผลจากการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนโครงสร้างรายได้ของกลุ่มบริษัท โดยครึ่งปีแรกปี 2569 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 7,292.5 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นรายได้จาก NT 5,975.1 ล้านบาท คิดเป็น 81.9% ของรายได้รวม แบ่งเป็นรายได้จากการขายถ่านหิน 5,722.3 ล้านบาท รายได้จากการให้บริการทำเหมืองและบริการแปรรูปถ่านหิน 252.8 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจก่อสร้างจำนวน 1,043.6 ล้านบาท ส่งผลให้กลุ่มบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจซัพพลายเชนด้านพลังงานที่มีความต่อเนื่อง (Recurring Revenue) เพิ่มขึ้น และลดการพึ่งพารายได้ตามโครงการจากธุรกิจก่อสร้างด้านธุรกิจรับเหมาก่อสร้างซึ่งเป็นฐานธุรกิจเดิม ปัจจุบันโครงการ XPPL Expansion Phase 1 ดำเนินการแล้วเสร็จกว่า 98% ขณะที่โครงการก่อสร้างชุมชนใหม่ (Resettlement Development) มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท และงานสาธารณูปโภคพื้นฐานใน สปป.ลาว มีความคืบหน้าโครงการอยู่ที่ 55% และคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 45% ต่อเนื่องรวมมูลค่าประมาณ 2,400 ล้านบาทไปจนถึงสิ้นปี 2571 ทั้งนี้ ทิศทางในระยะถัดไป ธุรกิจก่อสร้างจะทำหน้าที่เป็นรายได้ส่วนเสริม (Supplementary Revenue) โดยโครงการก่อสร้างจะมีลักษณะที่เชื่อมโยงกับธุรกิจพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติของกลุ่มบริษัทเป็นหลัก สร้างความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์และมูลค่าเพิ่มระหว่างกลุ่มธุรกิจของบริษัท"เป้าหมายของ PSGC ไม่ใช่การเป็นผู้ค้าถ่านหิน แต่คือการเป็นผู้พัฒนาโครงการพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติระดับภูมิภาคที่มีฐานรายได้มั่นคง สิ่งที่เกิดขึ้นในครึ่งปีแรกคือหลักฐานว่าโครงสร้างรายได้ใหม่ของ PSGC ทำงานได้จริง และเรากำลังใช้ฐานที่วางไว้ใน สปป.ลาว ทั้งด้านทรัพยากรและงานโครงสร้างพื้นฐาน ต่อยอดไปสู่โอกาสด้านพลังงานในภูมิภาคระยะยาว ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืนขององค์กร" นายเดวิดกล่าวทั้งนี้ ภายใต้กรอบความร่วมมือ G2G ระยะเวลา 10 ปีระหว่างเวียดนามและสปป.ลาว ส่งผลให้ธุรกิจซัพพลายเชนด้านพลังงาน ค่อนข้างมีเสถียรภาพและมีความต่อเนื่อง เป็นกรอบระยะเวลาเพียงพอสำหรับบริษัท  ในการพัฒนาแหล่งรายได้เพิ่มเติมควบคู่กันไป โดยปัจจุบัน PSGC อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการพลังงานน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Storage Hydropower – PSH) ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาพัฒนาประมาณ 5-7 ปี เพื่อขยายฐานธุรกิจด้านพลังงานให้มีความหลากหลายมากขึ้นทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับภาพการวางแผนพลังงานของภูมิภาค เช่น ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569-2593 (PDP2026) ที่กระทรวงพลังงานเปิดรับฟังความคิดเห็นเมื่อเดือนกันยายน 2569 ระบุกำลังผลิตที่มีข้อผูกพันจากการนำเข้าพลังน้ำจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มอีก 3,407 เมกะวัตต์ ทยอยเข้าระบบระหว่างปี 2569-2580 และมี PSH ถูกบรรจุไว้เป็นส่วนหนึ่งในแผนพัฒนาพลังงาน (PDP 2026) ของประเทศด้วยล่าสุด PSGC ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในทำเนียบ "บริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุน" หรือ ESG Emerging List ประจำปี 2569 จากสถาบันไทยพัฒน์ และเป็นหลักทรัพย์ใน Universe ของกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 สะท้อนพัฒนาการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลของบริษัทในช่วงการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ

A one-day pass to your dream job 2025 SP
Watch

A one-day pass to your dream job 2025 SP

PS5 Slim ไม่ไหวแล้ว ? ยังไม่มีเครื่องซื้ออะไรดี ? ซื้อ PS5 Pro เลยดีมั้ย ?

PS5 Slim ไม่ไหวแล้ว ? ยังไม่มีเครื่องซื้ออะไรดี ? ซื้อ PS5 Pro เลยดีมั้ย ?

มีท่านผู้ชมสอบถามมาว่า PS5 Slim กำลังทำราคาลดอยู่ น่ากดมาก แต่ก็ได้ข่าวมาว่า PS5 Slim เล่นเกมใหม่ ไม่ไหวแล้ว เลยไม่แน่ใจว่ายังไงดี หรือว่าจะซื้อ Pro เลยแต่ราคาก็สูงอยู่ สำหรับคนยังไม่มีเครื่อง ในปี 2024 – 2025 เลยมาคุยกันครับ . PS5 Slim ไม่ไหวแล้ว ? . PS5 Slim Digital ลดเหลือ 12,890 บาท / Disc ลดเหลือ 15,890 บาท https://s.shopee.co.th/8UrM6GSnmz Shopee https://s.lazada.co.th/s.rQHtQ?cc Lazada เกมดัง PS5 เริ่มต้น 990 บาท https://s.shopee.co.th/8KXvtfjZlD จอย PS5 DualSense ลดเหลือ 2,090 บาท https://s.shopee.co.th/Vp4Zu6RTV หูฟัง Pulse Elite เหลือ 4,490 บาท https://s.shopee.co.th/9KQT5Z5R8I หูฟัง Pulse Explore ลดเหลือ 6,790 บาท https://s.shopee.co.th/4fedWxx0A8 ผ่อน 0% ได้ด้วย Switch OLED ลดเหลือ 8,306 บาท https://s.shopee.co.th/8pU1CTQvxJ Shopee Switch OLED ลดเหลือ 8,209 บาท https://s.lazada.co.th/s.r2X1b?cc Lazada เกม Switch มีหลายเกมมาก ราคาดี https://s.shopee.co.th/609ppNdQhO Shopee เกม PS5 COD 6 / Silent Hill เหลือ 1,727 บาท https://s.shopee.co.th/8KXkbhcXRS Shopee ROG ALLY X สีดำ ลดราคา https://s.shopee.co.th/1qItASFthS Shopee รับประกัน 2 ปี Shopee ROG ALLY X สีดำ ลดราคา https://s.lazada.co.th/s.KNf7O?cc Lazada รับประกัน 2 ปี Lazada ROG ALLY สีขาว ลดราคา https://s.shopee.co.th/4VJeLJoKsq Shopee รับประกัน 2 ปี Shopee ROG ALLY สีขาว ลดราคา https://s.lazada.co.th/s.KNfba?cc Lazada รับประกัน 2 ปี Lazada MSI Claw ลดราคา https://s.lazada.co.th/s.JKful?cc Lazada MSI Claw ลดราคา ผ่อน 48 เดือน https://s.shopee.co.th/4AhvwXU5Q0 Shopee PS Portal https://s.shopee.co.th/3q3IzuBrB6 Shopee XBOX Series S https://shope.ee/604rc7p8Ms Lazada Steam Deck https://s.shopee.co.th/2LGHlHPZn3 Shopee จอยเสริม Switch Hori SplitPad Pro / Compact ลดราคา https://s.shopee.co.th/9pKBPpljjG จอยเสริม MOBA PAD M6 HD ลดราคา https://s.shopee.co.th/50Evf3RpvJ จอเสริม Switch 10.1 นิ้ว Switch G-Story https://shope.ee/40JnGFZR4B เก็บโค้ด Shopee ที่นี่ฮะ https://s.shopee.co.th/8pU1D4Kmri เก็บโค้ด Lazada https://s.lazada.co.th/s.oELCI?cc โปร PS5 เริ่ม 1 - 14/ 11/ 2024 โปรอื่นๆเริ่มเที่ยงคืนของวันที่ 25 / 10 / 2024 ครับ ขอให้มีความสุขในการจับจ่ายและขอบคุณที่สนับสนุนลุงแมวครับผม

ลิสท์ซื้อเกมของลุงแมวก่อนหมด 2024

ลิสท์ซื้อเกมของลุงแมวก่อนหมด 2024

ใครที่หาเกมเล่นและสงสัยว่ามีเกมอะไรจะออกมาให้ซื้อเสียเงินอีกจนถึงปลายปี วันนี้ลุงแมวมีลิสท์เกมที่ลุงแมวอยากเล่นมาฝาก รวมกันแล้ว หมดตัวแน่นอน T-T ปลายปีนี้โหมดมากครับ ใครมีรายชื่อเกมอะไรอีกก็มาแชร์กันได้ฮะ . โปร Pay Day มาล้าว ผ่อน 0% ได้ด้วย Switch OLED ลดเหลือ 8,306 บาท https://s.shopee.co.th/8pU1CTQvxJ Shopee Switch OLED ลดเหลือ 8,209 บาท https://s.lazada.co.th/s.r2X1b?cc Lazada PS5 Slim Disc ลดเหลือ 16,524 บาท https://s.shopee.co.th/6piworT0tF Shopee PS5 Slim Disc ลดเหลือ 15,207 บาท https://s.lazada.co.th/s.r2cxm?cc Lazada เกม Switch มีหลายเกมมาก ราคาดี https://s.shopee.co.th/609ppNdQhO Shopee เกม PS5 COD 6 / Silent Hill เหลือ 1,727 บาท https://s.shopee.co.th/8KXkbhcXRS Shopee ROG ALLY X สีดำ ลดราคา https://s.shopee.co.th/1qItASFthS Shopee รับประกัน 2 ปี Shopee ROG ALLY X สีดำ ลดราคา https://s.lazada.co.th/s.KNf7O?cc Lazada รับประกัน 2 ปี Lazada ROG ALLY สีขาว ลดราคา https://s.shopee.co.th/4VJeLJoKsq Shopee รับประกัน 2 ปี Shopee ROG ALLY สีขาว ลดราคา https://s.lazada.co.th/s.KNfba?cc Lazada รับประกัน 2 ปี Lazada MSI Claw ลดราคา https://s.lazada.co.th/s.JKful?cc Lazada MSI Claw ลดราคา ผ่อน 48 เดือน https://s.shopee.co.th/4AhvwXU5Q0 Shopee PS Portal https://s.shopee.co.th/3q3IzuBrB6 Shopee XBOX Series S https://shope.ee/604rc7p8Ms Lazada Steam Deck https://s.shopee.co.th/2LGHlHPZn3 Shopee จอยเสริม Switch Hori SplitPad Pro / Compact ลดราคา https://s.shopee.co.th/9pKBPpljjG จอยเสริม MOBA PAD M6 HD ลดราคา https://s.shopee.co.th/50Evf3RpvJ จอเสริม Switch 10.1 นิ้ว Switch G-Story https://shope.ee/40JnGFZR4B เก็บโค้ด Shopee ที่นี่ฮะ https://s.shopee.co.th/8pU1D4Kmri เก็บโค้ด Lazada https://s.lazada.co.th/s.oELCI?cc โปรเริ่มเที่ยงคืนของวันที่ 25 ตุลาคมครับ ขอให้มีความสุขในการจับจ่ายและขอบคุณที่สนับสนุนลุงแมวครับผม งื้อ

MotoGP Austria Grand Prix Highlights
Watch

MotoGP Austria Grand Prix Highlights

ดัดหลังพวกรีเซล! Sony ญี่ปุ่น งัดมาตรการเข้ม อยากซื้อ 'PS5 Pro' ต้องโชว์ชั่วโมงเล่นเกม 60 ชั่วโมงขึ้นไปเท่านั้น
Read

ดัดหลังพวกรีเซล! Sony ญี่ปุ่น งัดมาตรการเข้ม อยากซื้อ 'PS5 Pro' ต้องโชว์ชั่วโมงเล่นเกม 60 ชั่วโมงขึ้นไปเท่านั้น

กลายเป็นมาตรการสุดห้าวที่เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วโลก เมื่อปัญหาการกว้านซื้อเครื่อง PlayStation 5 Pro ของพวกรีเซลเลอร์ (Scalpers) เพื่อนำไปปั่นราคาต่อในตลาดมืดสูงถึง $1,300 USD (ราว ๆ 42,000 - 45,000 บาท) กำลังสร้างความเดือดร้อนให้แฟนเกมตัวจริงอย่างมาก ล่าสุดทาง Sony ประเทศญี่ปุ่น จึงได้ลุกขึ้นมาเทกแอ็กชันเพื่อปกป้องลูกค้าของตัวเองด้วยวิธีสุดดุดัน!อ้างอิงจากประกาศบน PlayStation Blog ประเทศญี่ปุ่น ทาง Sony ได้เปิดระบบสุ่มสิทธิ์ (Lottery System) ให้ผู้เล่นที่อยากได้เครื่อง PS5 Pro ในราคาป้ายปกติที่ 137,980 เยน (ประมาณ 30,000 บาทนิด ๆ) ได้ลงทะเบียนกันตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2026 และจะเริ่มประกาศผลผู้โชคดีตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคมเป็นต้นไปซึ่งความพิเศษของการสุ่มสิทธิ์รอบนี้ คือเราจะกดลงทะเบียนลอย ๆ ไม่ได้อีกต่อไป เพราะ Sony ได้เพิ่มข้อกำหนดเบื้องต้นว่า บัญชี PlayStation Network (PSN) ที่ใช้ลงทะเบียน ต้องมีชั่วโมงการเล่นเกมบนเครื่อง PlayStation รวมกันอย่างน้อย 60 ชั่วโมงขึ้นไป ในระหว่างวันที่ 27 กันยายน 2024 ถึง 27 กันยายน 2026 โดยระบบจะทำการเช็กประวัติประวัติการใช้งานจริงผ่าน ID เพื่อกันไม่ให้พวกรีเซลเลอร์สร้างไอดีผีมาสุ่มกับเกมเมอร์ทั่วไป!และข้อกำหนดนี้ก็ทำให้กระแสตอบรับแตกเป็นสองฝั่ง โดยเกมเมอร์จำนวนมากต่างยกนิ้วให้ และเรียกร้องให้ Sony นำมาตรการนี้ไปใช้ในฝั่งอเมริกาและยุโรปบ้าง เพราะมองว่าเป็นวิธีคัดกรองแฟนตัวจริงและตัดขาพวกกว้านซื้อได้อย่างแม่นยำที่สุดส่วนอีกฝั่งก็มีผู้เล่นบางส่วนที่รู้สึกไม่แฟร์เช่นกัน เนื่องจากเงื่อนไขชั่วโมงเล่นเกมมีการ "ตัดยอดถอยหลัง" ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้คนที่ชั่วโมงเล่นขาดไปนิดหน่อยหมดสิทธิ์ทันที รวมถึงคนที่ตั้งใจรอซื้อ PS5 Pro เป็นเครื่องแรก โดยเล่นแพลตฟอร์มอื่นรอมาโดยตลอด ก็หมดสิทธิ์ลงทะเบียนสุ่มในครั้งนี้ไปอย่างน่าเสียดายอย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Sony ที่พยายามหาทางออกให้กับปัญหาเครื่องขาดแคลนและพวกรีเซลเลอร์ป่วนตลาด มารอลุ้นกันว่ามาตรการนี้จะถูกนำไปปรับใช้กับภูมิภาคอื่น ๆ ในอนาคตด้วยหรือไม่!แปลและเรียบเรียงจาก : gamerant.com

MotoGP Japan Grand Prix Highlights
Watch

MotoGP Japan Grand Prix Highlights

บัวหลวงส่องหุ้นโรงไฟฟ้าให้น้ำหนัก”มากกว่าตลาด” แผนPDP2026 หนุน
Read

บัวหลวงส่องหุ้นโรงไฟฟ้าให้น้ำหนัก”มากกว่าตลาด” แผนPDP2026 หนุน

#ทันหุ้น-บล.บัวหลวง ออกบทวิเคราะห์หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยคงน้ำหนัก"มากกว่าตลาด" โดยมองว่าแผน PDP2026 กำลังเปลี่ยนโครงสร้างการลงทุนไฟฟ้ารอบใหม่ของไทย โดยประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงสัดส่วน Renewable ที่เพิ่มขึ้น แต่คือ Demand ใหม่จาก Data Center/AI, การลงทุน Grid และ Direct PPA ซึ่งจะกำหนดผู้ได้ประโยชน์ในรอบถัดไปโดยทุก 4 แนวทางของ PDP2026 มีแผนลงทุนช่วง 2569–2580 เหมือนกันทั้งหมด รวม 50.9GW แบ่งเป็น Solar 24.3GW, BESS 14.5GW, CCGT 9.1GW, Wind 2.7GW และ SMR 0.3GW ทำให้รอบ Capex ในช่วงทศวรรษแรกแทบไม่ขึ้นกับว่าไทยจะเลือก Pathway ใดในระยะยาวDemand เป็นตัวแปรสำคัญที่สุด โดย กกพ. (EPPO) ประเมิน Data Center demand ปี 2593 ตั้งแต่ 6.8GW ใน Low case, 8.8GW ใน Mid caseและสูงถึง 19.8GW ใน High case แต่ PDP ใช้เพียง Low–Mid case เป็นฐาน เนื่องจากข้อจำกัดด้านโครงข่าย ทำให้ Grid และ Connection capacityกลายเป็นคอขวด (Bottleneck) สำคัญกว่ากำลังผลิตไฟฟ้า ขณะเดียวกัน Gas ยังไม่หายไปจากระบบ โดยทุก Pathway ยังต้องมีกำลังผลิต CCGTเพื่อเป็น Flexible capacity รองรับ Renewable ส่วน Direct PPA ผ่าน TPA ได้รับอนุมัติเชิงนโยบายจาก กพช. แล้วเมื่อ 15 ก.ค. 2569 โดยมี Data Center และผู้ใช้ไฟรายใหญ่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักการวิเคราะห์ Sensitivity ของฝ่ายวิจัยชี้ว่า PDP2026 และ Direct PPA สามารถสร้าง Upside ต่อกำไรปี 2571 ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดย GPSC มี earnings upside สูงสุดที่ +25.8–37.5% ภายใต้สมมติฐานกำลังผลิตเพิ่ม 2–3GW แต่ต้องแลกกับ Net gearing ที่เพิ่มจาก 0.59 เท่า เป็น 0.95–1.14 เท่าขณะที่ BGRIM มี Upside +11.1–24.4% ที่กำลังผลิตเพิ่ม 0.5–1GW จากฐานธุรกิจ SPP ที่สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของ Direct PPA ทั้ง Data Center และ EEC แต่มีข้อจำกัดจาก Net gearing ฐานที่สูงกว่าอยู่ที่ 1.56เท่า ส่วน GULF มี Upside +10.0–12.1% ที่ 5–6GW หรือเพิ่มกำไรราว 3.7–4.4 พันล้านบาท ซึ่งสูงที่สุดในเชิงมูลค่าขณะที่ GUNKUL +8.7–20.3% ที่ 0.5–1GW และมีข้อได้เปรียบจาก Net gearing ฐานเพียง 0.22 เท่า ส่วนWHAUP +18.1% ที่ 0.5GW เป็นทางเลือกที่รับประโยชน์จาก Data Center/EEC ผ่าน Connection fee และ Utility volume มากกว่าการขายไฟโดยตรงฝ่ายวิจัยบัวหลวง เลือก GULF กับ GUNKUL เป็น Top picks โดย GULF เด่นจากขนาดและธุรกิจครบทั้ง Solar, Wind, BESS และ Gas flexibility พร้อม Upside กำไรเชิงมูลค่าสูงสุด ขณะที่ GUNKUL เป็น High-beta play ที่มี Balance sheet รองรับการลงทุนได้ดีกว่า จาก Net gearing ฐานปี 2571 เพียง 0.22 เท่าด้าน BGRIM เป็น Recovery play ที่มี Direct-PPA leverage สูง ส่วน GPSC เป็นตัวเลือกที่มี Earnings upside สูงที่สุดหากได้ Capacity ตามสมมติฐาน ขณะที่ WHAUP เป็นกลุ่ม infrastructure play ของธีม Data Center/EEC ตัวรองลงมาได้ส่วน Catalyst สำคัญระยะใกล้คือ Public hearing วันที่ 8 ก.ย. 2569 และรายละเอียด Wheeling charge ของ Direct PPA ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป

EGCO อัดงบลงทุน 3 หมื่นล้านบาท ชู 5 โอกาสทองรับนโยบาย PDP 2026 – Direct PPA
Read

EGCO อัดงบลงทุน 3 หมื่นล้านบาท ชู 5 โอกาสทองรับนโยบาย PDP 2026 – Direct PPA

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #ตลาดหุ้น #SET #EGCO อัดงบลงทุน 3 หมื่นล้านบาท ชู 5 โอกาสทองรับนโยบาย PDP 2026 - Direct PPAEGCO Group กางแผนขับเคลื่อนการเติบโตครึ่งหลังปี 69 อัดงบลงทุน 3 หมื่นล้านบาท ชู 5 โอกาสทองรับนโยบาย PDP 2026 - Direct PPA ปักหมุดต่อยอดสหรัฐฯ พร้อมโชว์ปันผล 3.25 บาท/หุ้น ตอกย้ำรากฐานกระแสเงินสดแข็งแกร่งบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group เผยทิศทางการดำเนินงานครึ่งหลังปี 2569 เดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตรอบใหม่ ด้วยงบลงทุน 30,000 ล้านบาท ผ่านการบริหารพอร์ตโฟลิโอเชิงรุกและการหมุนเวียนสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Asset Recycling) มุ่งคัดเลือกสินทรัพย์คุณภาพสูง เพื่อยกระดับเสถียรภาพและคุณภาพกำไร (Earnings Quality Stability) พร้อมชิงเค้กนโยบายรัฐ PDP 2026 และ Direct PPA ชู 5 โอกาสทอง ครอบคลุม โรงไฟฟ้าเดิม พลังงานหมุนเวียน ระบบ BESS เทคโนโลยี SMR และนิคมฯ เอ็กโกระยอง (ERIE) รับอานิสงส์ Data Center ควบคู่ขยายฐานธุรกิจในสหรัฐฯ ขณะเดียวกันบอร์ดอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 3.25 บาท/หุ้น สะท้อนรากฐานการเงินแน่นและกระแสเงินสดสม่ำเสมอนายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 สะท้อนถึงความยืดหยุ่นเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Resilience) และการมีวินัยทางการเงินที่เข้มงวดของ EGCO Group ท่ามกลางความผันผวนของปัจจัยภายนอกและภูมิรัฐศาสตร์โลก จุดแข็งสำคัญของเรา มาจากการบริหารพอร์ตโฟลิโอแบบ Diversification ที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ทั้งในมิติของประเทศ ที่ลงทุน เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า เทคโนโลยี และธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาระดับกระแสเงินสดได้อย่างมั่นคง พร้อมสร้างผลตอบแทนที่ดีและจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอตามนโยบายที่วางไว้”ปันผลเด่นตอบความเชื่อมั่นผู้ถือหุ้น จากพื้นฐานธุรกิจที่มั่นคงและผลการดำเนินงานที่เข้มแข็งในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ทำให้ EGCO Group มีความสามารถในการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น อย่างสม่ำเสมอ โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 มีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล จากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 ในอัตราหุ้นละ 3.25 บาท หรือคิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทน 4.96% (คิดจากราคาหุ้น ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2569) โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 18 กันยายน 2569ทิศทางครึ่งปีหลัง 2569 : อัดงบ 3 หมื่นล้านบาท ขับเคลื่อนกลยุทธ์ “POWER4”นายธวัชชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจช่วงครึ่งหลังของปี 2569 EGCO Group จะยังคงมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีวินัย ผ่านกลยุทธ์ “POWER4” โดยเน้นการลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่มี ความยืดหยุ่นสูง และสินทรัพย์พลังงานหมุนเวียนคุณภาพดีที่สร้างกระแสเงินสดทันที ควบคู่กับการทำ Asset Recycling (การหมุนเวียนสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวทางด้านเงินทุน รองรับการขยาย การลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นฐานการลงทุนอันดับ 2 ของบริษัท”ชู 5 โอกาสทอง ขานรับ PDP 2026 และ Direct PPAด้วยจุดแข็งและศักยภาพของ EGCO Group ได้แก่ การมีพอร์ตลงทุนที่กระจายความเสี่ยงอย่างสมดุล (Diversified Portfolio) สถานะทางการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง (Financial Resilience) ประสบการณ์ในธุรกิจไฟฟ้าและพลังงาน (Proven Expertise) และสินทรัพย์ในทำเลศักยภาพสูง (Strategic Assets Locations) ที่พร้อมต่อยอดการเติบโตอย่างยั่งยืน นโยบายภาครัฐทั้ง 2 ประเด็นนี้ จะเป็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับ EGCO Group ใน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่1) การขยายกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าเดิม (Conventional Power Generation) บริษัทมองโอกาสจากการต่อยอดโรงไฟฟ้าที่มีอยู่เดิม โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่มีพื้นที่รองรับการขยายกำลังผลิต และมีความพร้อม ด้านระบบเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งช่วยลดระยะเวลาและความเสี่ยงในการพัฒนาโครงการใหม่2) การพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ (Renewables) บริษัทมีประสบการณ์การลงทุนในพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน จึงมองเห็นโอกาสในการเข้าร่วมประมูลหรือพัฒนาโครงการใหม่ ภายใต้แผน PDP 2026 ได้ทันที เมื่อมีรายละเอียดที่ชัดเจน3) การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System - BESS) นอกจากพลังงานหมุนเวียนแล้ว บริษัทยังมองเห็นโอกาสในการพัฒนา BESS ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบไฟฟ้าในอนาคต ช่วยเสริมความเสถียรของระบบไฟฟ้า เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าให้ลูกค้า รองรับการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้น และสนับสนุนการผสานพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยบริษัทมีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการ BESS หลายโครงการ ภายใต้บริษัท Apex Clean Energy (APEX) ในสหรัฐอเมริกา4) เทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต SMR (Small Modular Reactor) บริษัทยังคงติดตามพัฒนาการของ SMR อย่างต่อเนื่อง โดยมองว่า SMR อาจเป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญสำหรับการผลิตไฟฟ้าฐานที่มีความน่าเชื่อถือสูง ควบคู่ไปกับเป้าหมายด้านการลดคาร์บอนในระยะยาว ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ ความพร้อม และความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำระดับสากล เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงานในอนาคต5) การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง (EGCO Rayong Industrial Estate - ERIE) โครงการ ERIE ใน จ.ระยอง ถูกวางตำแหน่งเป็นโมเดลธุรกิจยุคใหม่ที่รวมพลังงานและสาธารณูปโภคครบวงจร (Integrated Energy Platform) ขับเคลื่อนผ่าน 4 ด้าน ได้แก่ 1) Industrial Estate ขายและให้เช่าที่ดิน พร้อมระบบสาธารณูปโภค 2) Power Generation พัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่และโรงไฟฟ้าขนาดเล็กในนิคม 3) Direct PPA จัดส่งไฟฟ้าพลังงานสะอาดให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมโดยตรง และ 4) Data Center Co-investment ร่วมลงทุนและจัดหาพลังงานสะอาดแก่กลุ่ม Data Centerโอกาสการลงทุนในต่างประเทศสำหรับการลงทุนในต่างประเทศ EGCO Group ยังแสวงหาโอกาสขยายการลงทุนในต่างประเทศ 6 ประเทศ ที่มีฐานธุรกิจอยู่แล้ว โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ที่บริษัทมีพอร์ตการลงทุนเป็นอันดับที่ 2 รองจากประเทศไทย ซึ่งจะมุ่งเน้นทั้งโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติคุณภาพสูงและพลังงานหมุนเวียน ในขณะเดียวกันก็ยังเปิดรับโอกาสการลงทุน ใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในระยะยาวด้วย

สนพ.เปิดเฮียริ่งร่าง”แผน PDP2026″กำลังผลิตใหม่รวม 50,900 MW
Read

สนพ.เปิดเฮียริ่งร่าง”แผน PDP2026″กำลังผลิตใหม่รวม 50,900 MW

#ทันหุ้น-สนพ.เปิดเฮียริ่งร่างแผน PDP2026 ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลใน 3 ด้าน ได้แก่ ความมั่นคงด้านพลังงาน (Security) เศรษฐกิจ (Economy) และสิ่งแวดล้อม (Ecology) ในช่วง 12 ปีแรกของแผน ระหว่างปี 2569–2580 กำหนดกรอบกำลังผลิตใหม่รวมประมาณ 50,900 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแบบพลังความร้อนร่วม (CCGT) 9,100 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้า SMR 300 เมกะวัตต์ พลังงานแสงอาทิตย์ 24,300 เมกะวัตต์ พลังงานลม 2,700 เมกะวัตต์ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) 14,500 เมกะวัตต์สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อ “ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569–2593 (PDP2026)” เปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อทิศทางการพัฒนาระบบไฟฟ้าของประเทศ เน้นสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รักษาต้นทุนให้อยู่ในระดับเหมาะสม ควบคู่การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อ “ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569–2593 (PDP2026)” ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ โดยมี นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดการสัมมนา พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ และการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook EPPO Thailand เพื่อให้ภาคส่วนต่าง ๆ และประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลและมีส่วนร่วมกับกระบวนการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศในวงกว้าง โดยภายในงานมีการนำเสนอร่าง PDP2026 และเปิดรับฟังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างต่อเนื่องทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่ายนายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กล่าวว่า การจัดทำ PDP2026 เป็นการทบทวนทิศทางการพัฒนาระบบไฟฟ้าของประเทศให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งความต้องการพลังงานสะอาดจากภาคอุตสาหกรรม การขยายตัวของ Data Center และ AI การเติบโตของการผลิตไฟฟ้าใช้เอง การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนกติกาการค้าระหว่างประเทศและเป้าหมายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งทำให้การวางแผนระบบไฟฟ้าในอนาคตจำเป็นต้องพิจารณามากกว่าการจัดหากำลังผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอ แต่ต้องสร้างระบบไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่น รองรับรูปแบบการผลิตและการใช้พลังงานที่หลากหลายมากขึ้น“PDP เป็นแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่กำหนดทิศทางระบบไฟฟ้าของประเทศในระยะยาว การจัดทำ PDP2026 จึงต้องพิจารณาทั้งความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ต้นทุนที่เหมาะสม ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ขณะเดียวกัน กระบวนการจัดทำแผนต้องเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและประชาชนได้รับทราบข้อมูลและร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อให้การวางแผนมีความรอบด้านและสะท้อนมุมมองจากทุกภาคส่วน” นายวัฒนพงษ์ กล่าวสำหรับหลักการสำคัญของ ร่างแผน PDP2026 ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลใน 3 ด้าน ได้แก่ ความมั่นคงด้านพลังงาน (Security) เศรษฐกิจ (Economy) และสิ่งแวดล้อม (Ecology) โดยด้านความมั่นคงมุ่งให้ระบบไฟฟ้ามีความเพียงพอทั้งในภาพรวมของประเทศและในระดับภูมิภาค พร้อมกระจายชนิดเชื้อเพลิงเพื่อสร้างความสมดุลของแหล่งพลังงานในระยะยาว ด้านเศรษฐกิจมุ่งบริหารต้นทุนค่าไฟฟ้าให้อยู่ในระดับเหมาะสมและเป็นธรรม ขณะที่ด้านสิ่งแวดล้อมสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ของประเทศในปี พ.ศ. 2593 ควบคู่กับแนวคิดการกระจายศูนย์ของระบบไฟฟ้า (Decentralization) และการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม (Just Energy Transition)ร่างแผน PDP2026 ยังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากระบบไฟฟ้าแบบเดิม ไปสู่ระบบที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยบริหารสมดุลระหว่างพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และกำลังผลิตที่สามารถจ่ายไฟได้อย่างมั่นคง รวมทั้งปรับบทบาทของภาคเอกชนและผู้ใช้ไฟฟ้าจากผู้ใช้พลังงานเพียงอย่างเดียว ไปสู่การมีส่วนร่วมในระบบไฟฟ้ามากขึ้น ทั้งการผลิตไฟฟ้าใช้เอง การบริหารจัดการความต้องการใช้ไฟฟ้า และการเข้าถึงพลังงานสะอาด พร้อมทั้งวางแนวทางรองรับการเปลี่ยนแปลงของระบบไฟฟ้าในอนาคต ทั้งการพัฒนากลไก Demand Response (DR) โดยมีเป้าหมายสะสมกว่า 2,800 เมกะวัตต์ ในปี 2593 และพลังงานแบบกระจายศูนย์ หรือ Distributed Energy Resources (DER) เป้าหมายสะสมกว่า 9,100 เมกะวัตต์ ในปี 2593 ซึ่งจะมีบทบาทในการบริหารจัดการความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบโครงข่ายนอกจากนี้ ยังเตรียมความพร้อมสำหรับเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำและเทคโนโลยีพลังงานในอนาคต ทั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) และเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ตลอดจนการเปิดกว้างสำหรับเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอื่น ๆ เพื่อการวิจัยและพัฒนาทางเลือกใหม่ เช่น ระบบกักเก็บพลังงานระยะยาว และ Hydrogen เป็นต้น เพื่อเพิ่มทางเลือกในการพัฒนาระบบไฟฟ้าและลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางเทคโนโลยีในระยะยาวสำหรับในช่วง 12 ปีแรกของแผน ระหว่างปี 2569–2580 กำหนดกรอบกำลังผลิตใหม่รวมประมาณ 50,900 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแบบพลังความร้อนร่วม (CCGT) 9,100 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้า SMR 300 เมกะวัตต์ พลังงานแสงอาทิตย์ 24,300 เมกะวัตต์ พลังงานลม 2,700 เมกะวัตต์ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) 14,500 เมกะวัตต์ โดยทางเลือกต่าง ๆ ในช่วงแรกของแผนขับเคลื่อนอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานเดียวกันและเป็นไปตามหลักการจัดทำแผนทั้ง 3 ด้านขณะที่ช่วงหลังปี 2580 ได้จัดทำทางเลือกเพื่อรองรับเส้นทางการเปลี่ยนผ่านไปสู่เป้าหมายพลังงานสะอาดในปี 2593 โดยพิจารณาทั้งการใช้เทคโนโลยี CCS การเพิ่มพลังงานหมุนเวียนควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงาน และการผสมผสานทั้งสองแนวทาง ซึ่งในทุกทางเลือกกำหนดให้พลังงานสะอาดมีสัดส่วนอย่างน้อย 65% ในปี 2593 เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศทั้งนี้ สนพ. ยังเปิดรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม โดยสามารถส่งหนังสือถึง สนพ. หรือผ่านช่องทางออนไลน์ ทาง Google From https://forms.gle/Q2MQy8nRR4AUwqEQA ได้ถึงวันที่ 15 กันยายน 2569 โดยภายหลังการรับฟังความคิดเห็น สนพ. จะรวบรวม และพิจารณาข้อเสนอจากทุกช่องทาง เพื่อนำไปประกอบการปรับปรุงร่างแผนให้มีความเหมาะสม รอบด้าน และสอดคล้องกับบริบทของประเทศมากที่สุด ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการและขั้นตอนการพิจารณาที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อให้ PDP2026 เป็นแผนที่สามารถสร้างสมดุลทั้งด้านความมั่นคงทางพลังงาน เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และรองรับการเปลี่ยนผ่านระบบไฟฟ้าของประเทศไทยในระยะยาว

เลอโนโวเสริมทัพ Esports World Cup 2026 ในฐานะ Founding Partner
Read

เลอโนโวเสริมทัพ Esports World Cup 2026 ในฐานะ Founding Partner

กรุงเทพ, ประเทศไทย – มูลนิธิอีสปอร์ตหรือ The Esports Foundation (EF) และ เลอโนโว ประกาศขยายพัธมิตรในฐานะพันธมิตรระดับโลกของการแข่งขัน Esports World Cup 2026 (EWC) พร้อมเสริมทัพการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลกด้วยอุปกรณ์เกมมิ่งประสิทธิภาพสูงEWC 2026 การแข่งขันอีสปอร์ตที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะจัดขึ้นในปารีสเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 6 กรกฎาคม – 23 สิงหาคม โดยมีผู้เข้าแข่งขันกว่า 2,000 คน มากกว่า 200 ทีม พร้อมแฟนๆอีกมากกว่า 100 ประเทศ EWC ได้ก้าวเข้าสู่ระดับสากล โดยมีเลอโนโวเข้าร่วมในฐานะพันธมิตรผู้ร่วมก่อตั้ง พร้อมสนับสนุน Legion เดสก์ท็อปพีซีและจอมอนิเตอร์ให้สนามแข่งขัน การอำนวยความสะดวกในการฝึกฝน สถานที่สำหรับการถ่ายทอดสด และพื้นที่การจัดงาน ตลอดระยะเวลา 7 สัปดาห์ในการแข่งขันMohammed Al Nimer ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพาณิชย์ มูลนิธิอีสปอร์ต กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับเลอโนโวในฐานะพันธมิตรผู้ร่วมก่อตั้งในงาน Esports World Cup 2026 เรากำลังเตรียมความพร้อมเพื่อต้อนรับนักกีฬาอีสปอร์ตหลายพันคนและแฟน ๆ กว่าล้านคนสู่กรุงปารีสในช่วงฤดูร้อนนี้” “ตลอดระยะเวลา 7 สัปดาห์ของการแข่งขัน ประกอบด้วยการแข่งขันนับพันแมตช์ ชั่วโมงการถ่ายทอดสด และการเตรียมความพร้อมของผู้เล่น เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังการแข่งขันมีความสำคัญไม่แพ้การแสดงบนเวที เราขอขอบคุณเลอโนโวเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำระบบเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาสนับสนุน ซึ่งมีส่วนสำคัญที่ทำให้งานของเราสามารถเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์”Volker Düring รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจเกมมิ่ง กลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์อัจฉริยะ เลอโนโว กล่าวว่า “ในฐานะเกมมิ่งแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนอุปกรณ์ Lenovo Legion ในการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลก” “เลอโนโวร่วมมือกับ EWC สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพของนักกีฬาอีสปอร์ตชั้นนำในการใช้อุปกรณ์เกมมิ่ง Legion เพื่อศักยภาพในการแข่งขันสูงสุดบนเวทีอีสปอร์ตระดับโลก”Legion สนับสนุนมหกรรมการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลกตั้งแต่สนามแข่งขัน สตูดิโอถ่ายทอดสด ไปจนถึงการอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าแข่งขันและประสบการณ์ของแฟนๆ Legion ฮาร์ดแวร์จะเป็นกำลังสำคัญหลักของ EWC 2026 เพื่อให้การแสดงผลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลก โดยในปีนี้ผู้เข้าแข่งขันจะใช้ Legion Tower 7i และ Tower 5i เดสก์ท็อปพีซี รวมถึงจอมอนิเตอร์ในการประชันฝีมือเพื่อคว้าตำแหน่งบนแท่นรับรางวัลอีกด้วยจากการแข่งขันบนเวทีสู่คอนเซปต์แห่งนวัตกรรมการร่วมมือครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากนวัตกรรมเลอโลโว Legion Pro Rollable Concept แล็ปท็อปเกมมิ่งหน้าจอ 16 นิ้วที่สามารถขยายได้ มาพร้อมเทคโนโลยีหน้าจอ Lenovo PureSight OLED ที่เปิดตัวในงาน CES 2026 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ออกแบบมาสำหรับนักกีฬาอีสปอร์ตที่ต้องการอุปกรณ์ที่พกพาสะดวกและสามารถฝึกซ้อมพร้อมให้ประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเตรียมความพร้อมทุกการแข่งขันในทุกประเทศทั่วโลก คอนเซปต์ของแล็ปท็อปเกมมิ่งรุ่นนี้สามารถปรับเฟรมได้ตั้งแต่ 16 นิ้ว ไปจนถึง 21.5 และ 24 นิ้ว ผู้เข้าร่วมงาน EWC สามารถสัมผัสเครื่องตัวอย่างของ Legion Pro Rollable ได้ที่บูท Legionยกระดับประสบการณ์แฟนๆ ให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นLegion branding จะปรากฏอยู่ทุกพื้นที่การจัดงาน EWC 2026 และการถ่ายทอดสด รวมถึงสนามการแข่งขัน Legion Gauntlet และโซนที่เกี่ยวข้อง เปิดโอกาสให้แฟน ๆ ได้สัมผัสแล็ปท็อป แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมต่างๆ อย่างใกล้ชิดตลอดงาน ไม่เพียงเท่านั้น แฟน ๆ ยังสามารถร่วมสนุกเพื่อลุ้นรับอุปกรณ์ Legion ในขณะที่คอนเทนต์พิเศษที่เผยแพร่บนช่องทางต่างๆ ของ Legion ตลอดการแข่งขัน EWC 2026 จะมอบประสบการณ์อย่างใกล้ชิดกับผู้เล่น การปรับแต่งค่า และอุปกรณ์ต่างๆในการแข่งขันครั้งนี้ในฐานะพันธมิตรผู้ร่วมก่อตั้งของ EWC 2026 เลอโนโวจะร่วมเป็นพาร์ทเนอร์หลักในแคมเปญระดับโลกปีนี้ โดยจะปรากฏอยู่บนสื่อสร้างสรรค์ต่างๆ การถ่ายทอดสด รวมถึงคอนเทนต์สำหรับแฟนๆ ที่จะเกิดขึ้นตลอดการแข่งขันในครั้งนี้สร้างพันธมิตรในวงการอีสปอร์ตระดับโลกความร่วมมือในครั้งต่อยอดจากการเข้าร่วมงานใน EWC 2025 ซึ่งเลอโนโวได้สนับสนุนอุปกรณ์ Legion มากกว่า 2,000 ชิ้นสำหรับการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันทัวร์นาเมนต์, สถานที่สำหรับการถ่ายทอดสด Creator zones และกิจกรรมต่างภายในงาน ตลอดการแข่งขัน Legion branding ยังปรากฏตลอดการแข่งขันทั้ง 24 รายการเกมของ Esports World Cup และถ่ายทอดสดสู่ผู้ชมทั่วโลกตลอดระยะเวลา 7 สัปดาห์ สามารถเข้าถึงผู้ชมกว่า 750 ล้านคน ในหลากหลายประเทศ และภาษาทั่วโลกEsports World Cup 2026 จะจัดขึ้นที่กรุงปารีสตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม – 23 สิงหาคม โดยมีผู้เข้าแข่งขันกว่า 2,000 คน มากกว่า 200 ทีม พร้อมแฟนๆอีกมากกว่า 100 ประเทศ รวมทั้งหมด 24 เกมการแข่งขัน และ 25 การแข่งขันทัวร์นาเมนต์ เพื่อคว้าส่วนแบ่งของเงินรางวัลรวมมูล 75 ล้านดอลลาร์ที่สูงเป็นประวัติการณ์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ Esports World Cup และสำรวจผลิตภัณฑ์ Lenovo Legion ที่ www.lenovo.com/legion[ข่าวประชาสัมพันธ์]

PSTC ปิดจ๊อบหุ้นกู้ 551 ล. เคลียร์หนี้ก่อนกำหนด
Read

PSTC ปิดจ๊อบหุ้นกู้ 551 ล. เคลียร์หนี้ก่อนกำหนด

#PSTC #ทันหุ้น - PSTC โชว์แกร่ง! ปิดจ๊อบไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนดครบ 3 ชุด มูลค่ารวม 551.5 ล้านบาท พร้อมชำระดอกเบี้ยเรียบร้อย เดินหน้าลดภาระดอกเบี้ย ต้นทุนการเงิน กางแผนเร่งเครื่องธุรกิจพลังงานเต็มสูบ ลุย Solar Farm-Private PPA-LNG เจาะภาคอุตสาหกรรมและขนส่ง ปูฐานสร้างการเติบโต บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PSTC เปิดเผยว่า บริษัทได้ไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดครบทั้งจำนวน 3 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้ครั้งที่ 1/2567 ชุดที่ 1 (PSTC25NA) หุ้นกู้ครั้งที่ 1/2567 ชุดที่ 2 (PSTC26NA) และหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2567 (PSTC278A) รวมมูลค่าเงินต้น 551.5 ล้านบาท พร้อมชำระดอกเบี้ยตามข้อกำหนดสิทธิของหุ้นกู้แต่ละชุดเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย หุ้นกู้ครั้งที่ 1/2567 ชุดที่ 1 (PSTC25NA) จำนวน 209,900 หน่วย มูลค่า 209.9 ล้านบาท ไถ่ถอนเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 29 ตุลาคม 2569@ไถ่ถอนหุ้นกู้ หุ้นกู้ครั้งที่1/2567ชุดที่2 (PSTC26NA)จำนวน122,100หน่วย มูลค่า122.1ล้านบาท ไถ่ถอนเมื่อวันที่13พฤษภาคม2569ก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนวันที่29พฤศจิกายน2569 หุ้นกู้ครั้งที่2/2567 (PSTC278A)จำนวน219,500หน่วย มูลค่า219.5ล้านบาท โดยทยอยไถ่ถอนเมื่อวันที่25พฤษภาคม และ9กรกฎาคม2569ก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนวันที่16สิงหาคม2570 การดำเนินการดังกล่าวส่งผลให้บริษัทไม่มีหุ้นกู้ทั้ง3ชุดข้างต้นคงค้างอีกต่อไป และช่วยลดภาระดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายทางการเงินในอนาคต ตลอดจนสนับสนุนการบริหารโครงสร้างหนี้และต้นทุนทางการเงินให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น@ขยายธุรกิจ สำหรับทิศทางธุรกิจในปี2569บริษัทมุ่งขยายธุรกิจพลังงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งธุรกิจSolar Farm, Private PPA, LNGสำหรับภาคอุตสาหกรรมและภาคขนส่ง รวมถึงโซลูชันด้านพลังงานของกลุ่มบริษัท เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

ประเดิมเบอร์แรก! Caribou คัมแบ็กไทยในคอนเสิร์ต Maho Rasop Series 2026
Read

ประเดิมเบอร์แรก! Caribou คัมแบ็กไทยในคอนเสิร์ต Maho Rasop Series 2026

ประเดิมศิลปินเบอร์แรกของ Maho Rasop Series 2026 จากผู้จัด HAVE YOU HEARD? กับ Caribou ศิลปินอิเล็กทรอนิกที่ขึ้นชื่อเรื่องการแสดงสดสุด euphoric และสีสันของซาวด์ที่คาดเดาไม่ได้ เตรียมชมการเเสดงเต็มรูปแบบในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2026 ณ Ambience Space นับตั้งแต่ที่ Maho Rasop Series ซีรีส์คอนเสิร์ตจากสามผู้จัดแถวหน้าของไทยอย่าง HAVE YOU HEARD?, Seen Scene Space และ Fungjai เสิร์ฟโชว์คุณภาพให้คุณตลอดช่วงปลายปีที่ผ่านมา ตอนนี้ก็ได้ฤกษ์เปิดศักราชใหม่พร้อมนำเสนอศิลปินที่น่าสนใจ ที่จะมาช่วยเติมเต็มค่ำคืนแห่งเสียงดนตรีหลากแนวให้คุณได้เพลิดเพลินเต็มอิ่มกันอย่างเช่นเคย โดย HAVE YOU HEARD? ขอรับหน้าที่เปิดตัวเบอร์แรกของซีรีส์ 2026 ด้วยการชวน Caribou กลับมาเล่นที่ประเทศไทยอีกครั้ง Caribou หรือ Dan Snaith ศิลปินผู้กรุยทางซาวด์อิเล็กทรอนิกร่วมสมัยในช่วงต้นยุค 2000 ผู้เป็นเจ้าของซิงเกิ้ลฮิตมากมายที่เมื่อเมโลดี้อินโทรขึ้นมาทุกคนต้องร้องอ๋อไม่ว่าจะเป็น Cant Do Without You, Odessa, Sun และ Home นอกจากนี้อัลบั้มต่างๆ ของเขาทั้ง Andorra ยังชนะรางวัล Polaris Prize 2008 และสื่ออย่าง Resident Advisor และ Mixmag ก็ยกให้ Swim เป็นอัลบั้มแห่งปี 2010 ไปจนถึงอัลบั้ม Our Love ที่ได้เข้าชิงรางวัล Grammy สาขาอัลบั้มอิเล็กทรอนิกยอดเยี่ยมเมื่อปี 2016 ผลงานการสร้างสรรค์ของเขายังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เมื่อเขามีโปรเจกต์ Daphni ที่เน้นคลับมิวสิกและร่วมแสดงกับศิลปินมากมายทั้ง Four Tet หรือ Floating Points และในปี 2024 เขาก็กลับมาเดินหน้าต่อกับโปรเจกต์ Caribou โดยปล่อยอัลบั้มเพลงเต้นรำอย่าง Honey ต่อมาในปี 2025 เขาก็มีโอกาสร่วมงานกับโปรดิวเซอร์มาแรงของยุคอย่าง Fred again.. ในซิงเกิ้ลโดดเด่นทั้ง Waiting So Long และ Facilita นอกจากเขาจะได้เป็นเฮดไลเนอร์ในเฟสติวัลระดับโลกมากมายทั้ง Coachella, Primavera Sound, Fuji Rock, Bonnaroo, Reading and Leeds และ Glastonbury แล้ว เขาและนักดนตรีอีก 4 ชีวิตจะนำเซ็ตสุดเท่มาบรรเลงผ่านเครื่องดนตรีสดและซาวด์อิเล็กทรอนิก พร้อมด้วยการออกแบบแสงสีโดย Brian Kelly และ วิดีโอวิชวลโดย 555x5555 หรือที่รู้จักในชื่อ Damien Roach รับประกันบรรยากาศปาร์ตี้เปี่ยมชีวิตชีวาที่คุณจะได้แดนซ์กันตลอดคืน หากคุณยังไม่เคยดู Caribou สดๆ งานนี้จะเป็นโอกาสดีที่คุณจะได้มาทำความรู้จักกับหนึ่งในศิลปินที่พัฒนาซาวด์อิเล็กทรอนิกมาอย่างต่อเนื่องตลอดกว่าสองทศวรรษ พร้อมสัมผัสการแสดงสดที่จะพาผู้ชมล่องลอยไปกับจังหวะและบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา ส่วนใครที่เคยมาดู Hostess Club Bangkok เมื่อปี 2015 ก็อยากชวนมาเจอกันอีกครั้ง เพราะเขาได้ยกระดับการแสดงไปอีกขั้นแบบที่เราคาดไม่ถึง ดังนั้นโชว์นี้ไม่เหมือนเดิมเเน่นอน มาพิสูจน์ด้วยตัวเองกันได้ที่ Maho Rasop Series: Caribou (Live) by HAVE YOU HEARD? วันที่ 27 พฤศจิกายน 2026 ณ Ambience Space เริ่มจำหน่ายบัตรวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม เวลา 16:00 เป็นต้นไป บัตร Regular ราคา 2,700 บาท Ticket link: https://hyhbkk.live/caribou ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.haveyouheard.live และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ Maho Rasop Series 2026 ซีรีส์คอนเสิร์ตจาก HAVE YOU HEARD?, Seen Scene Space และ Fungjai ที่จะกลับมาสร้างสีสันให้ช่วงปลายปีนี้อีกครั้ง ติดตามการประกาศโชว์ถัดไปที่จะเกิดขึ้นตลอดเดือนตุลาคมจนถึงธันวาคม 2026 ได้เร็วๆ นี้

RATCH กรุงศรี มองบวกทยอยลงนาม PPA หนุนราคาเป้าหมายเพิ่ม
Read

RATCH กรุงศรี มองบวกทยอยลงนาม PPA หนุนราคาเป้าหมายเพิ่ม

#RATCH #ทันหุ้น-บล.กรุงศรี มีมุมมอง Slightly Positive ต่อหุ้นบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH ที่ทยอยลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า หรือ PPA พลังงานหมุนเวียนเฟส 2.1 ราว 154 MWe ซึ่งเป็นโครงการที่ยังไม่ถูกรวมในประมาณการ และคิดเป็นส่วนเพิ่มราคาเป้าหมายราว 2 บาทต่อหุ้น อย่างไรก็ตามปัจจัยดังกล่าวยังไม่เปลี่ยนภาพการลงทุนหลัก ซึ่งอยู่ในช่วง Wait See เพื่อรอความชัดเจนของ Catalyst ใหม่ ทั้งจากแผน PDP2026, โอกาสต่ออายุ/เพิ่ม IPP ใหม่ และแผนปรับพอร์ตสู่ Renewables ระยะยาวขณะที่ผลดำเนินงานไตรมาส 2/69 ฝ่ายวิจัยกรุงศรี คาดว่าจะทรงตัว YoY จากบริษัท ราช-ออสเตรเลีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ RAC ฟื้นตัวตามกระแสลมในออสเตรเลียที่ดีขึ้นชดเชยค่า AP ของโรงไฟฟ้าราชบุรี หรือ RG หน่วยที่ 1 และ 2 ที่หายไป หลังหมดสัญญา PPA ในไตรมาส 3/68 , คาดการปิดซ่อมของโรงไฟฟ้าที่มี Contribution ต่อกำไรสูงอย่าง Paiton และ Hongsa ใกล้เคียงกับไตรมาส 2/68 ขณะที่กำไรปกติเพิ่มขึ้น QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล ซึ่งเป็นจุดพีคของโรงไฟฟ้า IPPโดยยังคงคำแนะนำ ถือหุ้น RATCH ให้ราคาเป้าหมายที่ 30 บาท โดยคงมุมมองเหมาะสำหรับถือเพื่อรอรับเงินปันผล ด้วยความเสี่ยงต้นทุนพลังงานต่ำ และ Dividend Yield ราว 5% ซึ่งประเมินจากงบดุลและนโยบายปันผลปัจจุบัน คาดสามารถรักษา DPS ไว้ที่ 1.6 บาท/หุ้นได้อย่างสม่ำเสมอราคาหุ้น RATCH ช่วงบ่ายเคลื่อนไหวอยู่ที่ 30.75 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มีมูลค่าการซื้อขาย 61.68 ล้านบาท

“ดาโอ” เปิดโผหุ้นได้ประโยชน์ โครงการคนละครึ่งเข้าครม.วันนี้
Read

“ดาโอ” เปิดโผหุ้นได้ประโยชน์ โครงการคนละครึ่งเข้าครม.วันนี้

#ทันหุ้น - บล.ดาโอ ระบุ จากข่าวคาดว่าในการประชุม ครม. วันนี้ (19 พ.ค.69) จะสามารถเสนอให้มีการพิจารณาโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งจะครอบคลุมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” และโครงการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้เบื้องต้นคาดว่าจะครอบคลุมประชาชน 25-30 ล้านคน พร้อมอุ้มกลุ่มเปราะบางอีก 13 ล้านคน รวมทั้งสิ้น 43 ล้านคน โดยรายละเอียดดังนี้สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” แบ่งโครงการเป็น 2 ระยะ เพื่อความต่อเนื่องในการกระตุ้นกำลังซื้อ แบ่งเป็นเฟสที่ 1 เดือน มิ.ย.-ก.ค. ให้วงเงินรวม 2,000 บาท นาน 2 เดือน แบ่งเป็นเดือนละ 1,000 บาทผู้ที่ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง รัฐบาลจะออกให้ 60% ประชาชนออก 40%ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ใช้ข้อมูลเดิม ประมาณ 13.25 ล้านคน) จากเดิมได้รับ 300 บาท รับเพิ่มอีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 2 เดือน โดยไม่มีเงื่อนไขการสมทบเงินใดๆ สามารถใช้จ่ายได้ทันทีเฟสที่ 2 เดือน ส.ค.-ก.ย. ให้วงเงินรวม 2,000 บาท นาน 2 เดือน แบ่งเป็นเดือนละ 1,000 บาทผู้ที่อยู่ในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะได้รับต่อเนื่องอีกเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือน รวม 2,000 บาทผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะมีการตรวจสอบสิทธิและต้องผ่านหลักเกณฑ์จากการลงทะเบียนใหม่ว่าเป็นผู้มีรายได้น้อยกว่า 100,000 บาทต่อปี ถึงจะได้รับเงินตามสิทธิเดือนละ 300 บาทและรัฐเพิ่มพิเศษให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือน รวม 2,000 บาท** แต่หากไม่ผ่านเกณฑ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สิทธิจะถูกปรับให้เหมือนบุคคลทั่วไป ที่ใช้จ่ายคนละครึ่ง ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง”ช่องทางการใช้งาน: ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เปิดลงทะเบียน 25 พ.ค. 2026 และเริ่มใช้จ่ายภายใน 1 มิ.ย. 2026ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นต่อมาตรการ “คนละครึ่งพลัส” โดยไทม์ไลน์มีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ หุ้นได้รับประโยชน์ ได้แก่*กลุ่มค้าปลีก: CPAXT (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท), BJC (ซื้อ/เป้า 17.00 บาท), TNP (consensus 3.60 บาท) ได้รับประโยชน์มากสุดเนื่องจากร้าน Traditional Trade ซึ่งเป็นจุดหมายหลักในการใช้คนละครึ่งพลัส ซื้อสินค้าจากที่นี่*กลุ่ม food beverage: ได้รับประโยชน์จากการบริโภคในประเทศที่เพิ่มขึ้นCBG (ถือ/เป้า 40.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic branded own 37% ของรายได้รวมOSP (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic beverage 57% ของรายได้รวมSAPPE (ถือ/เป้า 30.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic ที่ 31% ของรายได้รวมICHI (consensus 14.60 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic 90% ของรายได้รวมSNNP (ถือ/เป้า 6.20 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic 81% ของรายได้รวม โดยเป็น MT 65% และ TT 35%*กลุ่มสินค้าอุปโภค:NEO (ถือ/เป้า 18.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic 92% ของรายได้รวมOSP (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic ประมาณ 11% ของรายได้รวม*กลุ่ม Ground Transport: BEM (ซื้อ/เป้า 9.00 บาท), BTS (ถือ/เป้า 3.00 บาท) ได้อานิสงส์จากโอกาส ridership ปรับตัวสูงขึ้น

MapleStory Universe ครบรอบ 1 ปีของการเปิดให้บริการ พร้อมก้าวสู่เฟสถัดไป
Read

MapleStory Universe ครบรอบ 1 ปีของการเปิดให้บริการ พร้อมก้าวสู่เฟสถัดไป

MapleStory Universe ครบรอบ 1 ปีของการเปิดให้บริการยอดการทำธุรกรรมบนบล็อกเชนทะลุ 150 ล้านรายการ พร้อมก้าวสู่เฟสถัดไปด้วย MSU 2.0MSU 2.0 เตรียมเปิดตัวกลยุทธ์การขยาย IP ด้วย AI Creation Tools และศูนย์รวมคอนเทนต์ออนเชนแบบครบวงจรMapleStory N ฉลองครบรอบ 1 ปีแรกด้วยหมุดหมายสำคัญด้านเกมเพลย์ การเติบโตอย่างต่อเนื่องของระบบนิเวศ และการอัปเดตใหม่เพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมของผู้เล่นเกม MapleStory Universe (MSU) หนึ่งในการขยายจักรวาลแฟรนไชน์ MapleStory อันโด่งดังของ Nexon ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนได้ประกาศครบรอบ 1 ปีหลังเปิดตัว MapleStory N ไปเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2025 ในตลอดช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาแพลตฟอร์มสามารถสร้างธุรกรรมออนเชนสะสมมากถึง 150 ล้านรายการ และมีบัญชีลงทะบียนมากกว่า 3.8 ล้านบัญชี ซึ่งสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องของผู้เล่นทั่วโลก และการพัฒนาระบบนิเวศต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้งเมื่อก้าวเข้าสู่ปีที่สอง MSU ได้เดินหน้าเข้าสู่เฟสใหม่ด้วยการเปิดตัว MSU 2.0 ซึ่งเป็นการขยายแพลตฟอร์มเพื่อเปลี่ยนรูปแบบการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ผู้สร้าง และผู้เล่นร่วมกันภายใต้สภาพแวดล้อมดิจิทัล โดยมีเครื่องมือ AI Creation Tools และโครงสร้างพื้นฐานแบบออนเชนเป็นแกนหลัก MSU 2.0 จะพัฒนาและเปิดตัวฟีเจอร์ต่างๆ สำหรับผู้สร้างตลอดช่วงปี 2026 ถึง ปี 2027 การเปิดตัวเกณฑ์มาตรฐานที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการMSU เปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 2025 อย่างยิ่งใหญ่ในฐานะหนึ่งในเกมที่ใช้ระบบนิเวศเกม Web3 โดยต่อยอดมาจาก MapleStory IP ทั้งนี้แคมเปญก่อนการเปิดตัวอย่าง Scroll NFT ได้มีสถิติยอดการมินต์ไปกว่า 1.7 ล้านรายการ และได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเป็นการมินต์ NFT ที่มีจำนวนมากที่สุดในประวัติการณ์ของเครือข่าย Avalanche และในวันเปิดตัว จำนวนผู้ใช้งานรายสัปดาห์ของ MSU บนเครือข่าย Avalanche เพิ่มขึ้นถึง 549 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจและความคาดหวังจากผู้เล่นอย่างล้นหลามหลังการเปิดตัว ตลาดซื้อขายยังคงทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีผู้ซื้อและผู้ขายทำธุรกรรมเฉลี่ยมากกว่า 446,716 รายการต่อวัน จนถึงปัจจุบัน MSU มีสัดส่วนการทำธุรกรรมสูงถึง 23.3% ของกิจกรรมทั้งหมดบนเครือข่าย Avalanche ซึ่งถือเป็นสัดส่วนสำคัญเมื่อเทียบกับกิจกรรมบนเครือข่ายชั้นนำอื่นๆ นอกจากนี้ โทเคน NXPC ซึ่งเป็นโทเคนหลักของ MSU ยังได้จดทะเบียนเข้าสู่กระดานซื้อขายชั้นนำ 7 แห่งตั้งแต่ช่วงเปิดตัว ซึ่งรวมถึง Binance, Bybit, Upbit, และ Bithumbซอนยอง ฮวาง (Sunyoung Hwang) ผู้อำนวยการบริหารของ Nexpace ได้กล่าวว่า “สิ่งที่เริ่มต้นจากหนึ่งในการเปิดตัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของในวงการเกม Web3 ได้พัฒนาและเติบโตสู่แพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นเพื่อการมีส่วนร่วมในระยะยาว ตลอดปีที่ผ่านมา เรามุ่งเน้นไปที่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานและระเบียบวินัยที่จำเป็นต่อการสนับสนุนคอมมูนิตี้ของเราในระยะยาว นับจากนั้นเป็นต้นมา MSU ไม่ได้เป็นเพียงแค่เกม แต่ได้พัฒนาไปสู่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการสร้างสรรค์ การพาณิชย์ และการมีส่วนร่วม การเปลี่ยนแปลงนี้ได้นิยามความหมายใหม่ของการที่ IP กลายเป็นระบบเศรษฐกิจ และเป็นรากฐากสำหรับโลกออนไลน์ในยุคถัดไป”เปิดตัว MSU 2.0 บทต่อไปของ MapleStory Universeขณะนี้ MSU กำลังก้าวเข้าสู่เฟสถัดไปผ่านการเปิดตัว MSU 2.0 ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยน IP จากการเป็นสินทรัพย์เชิงนามธรรมที่มีข้อจำกัดสูงให้กลายเป็นระบบพาณิชย์บนเครือข่ายที่สามารถเขียนโปรแกรมควบคุมได้ MSU 2.0 ออกแบบมาเพื่อขยายการมีส่วนร่วมให้ครอบคลุมทั่วทั้งระบบนิเวศ และรองรับรูปแบบใหม่ๆ ของการสร้างสรรค์ การจัดจำหน่าย และการสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ ซึ่งสะท้อนถึงวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องของ MapleStory Universe จากการเป็นเพียงสภาพแวดล้อมของเกมเดียวไปสู่แพลตฟอร์มที่ขยายตัวออกไปได้ตามความต้องการของผู้ใช้งานฮวางได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “MSU 2.0 คือก้าวถัดไปของเส้นทางการเติบโตของเรา เป้าหมายของเราคือการขยายบทบาทของ IP จากสิ่งที่ผู้คนทำได้เพียงแค่สัมผัสจากประสบการณ์ ไปสู่สิ่งที่ผู้คนสามารถร่วมสร้างสรรค์ แบ่งปัน และเติบโตไปด้วยกันได้อย่างเต็มที่ เปรียบเสมือนสนามเด็กเล่นของ IP ที่ไร้ขีดจำกัด และจากนี้ สิ่งสำคัญที่สุดของเราคือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับระบบนิเวศของ IP ที่ใหญ่ขึ้นและเชื่อมต่อถึงกันได้มากยิ่งขึ้น” หัวใจสำคัญของ MSU 2.0 คือ VIBE IP ชุดเทคโนโลยีใหม่ที่สร้างขึ้นบนสองเสาหลักสำคัญ ซึ่งจะช่วยนิยามความหมายของการสร้างสรรค์ IP บนเครือข่าย เสาหลักแรกคือการเปลี่ยนรูปแบบการเข้าถึง IP โดยอนุญาตให้นักพัฒนาเข้าถึงข้อมูลเกมเพลย์ และข้อมูลด้านพฤติกรรมจาก MapleStory N ผ่าน API เฉพาะ ซึ่งเป็นการเปลี่ยน IP จากเดิมที่เป็นเพียงสินทรัพย์ของแบรนด์ ให้กลายเป็นรากฐานที่มีชีวิตและเต็มไปด้วยข้อมูลสำหรับการสร้างสรรค์ โดยเป็นไปตามกฎหมายความคุ้มครองความเป็นส่วนตัวที่เกี่ยวข้อง ส่วนเสาหลักที่สองคือการสร้างระบบเศรษฐกิจสำหรับผู้สร้างแบบออนเชนบนเครือข่าย Henesys ซึ่งสร้างขึ้นบน Avalanche L1 โดยระบบนี้จะรวมขั้นตอนการอนุญาตใช้สิทธิ์ IP การสรุปรายได้ และการชำระเงินให้กลายเป็นระบบเบ็ดเสร็จไว้ในระบบเดียวทั้งสองเสาหลักสำคัญนี้ทำงานร่วมกันโดยได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนและเครื่องมือ AI Creation Tools โดยบล็อกเชนจะช่วยให้การอนุญาตการใช้สิทธิ์ การชำระเงิน และการสรุปยอดรายได้เป็นไปได้อย่างราบรื่นบนเครือข่ายทั้งหมด ขณะที่ “vibe coding” ที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะเปิดโอกาสให้ทุกไอเดียสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบได้ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วมที่กว้างขึ้นในการสร้างและเปิดตัวคอนเทนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย IP ได้มากขึ้น ซึ่งรากฐานนี้จะยังเปิดทางให้ MSU พร้อมสำหรับการนำ IP อื่นของ Nexon เข้ามาในอนาคต เพื่อสร้างพหุจักรวาลของ IP ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และอยู่บนเครือข่ายบล็อกเชน โดยชุดเทคโนโลยี VIBE IP นี้จะค่อยๆ เปิดตัวเป็นระยะในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้อัปเดตครบรอบ 1 ปีของ MapleStory NMapleStory N ที่เป็นเกมเรือธงของ MSU ได้สร้างหมุดหมายสำคัญหลายประการในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของผู้เล่นอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งระบบนิเวศ โดยการอัปเดตฤดูหนาวในช่วงสิ้นปีได้ดึงดูดผู้ใช้งานใหม่เข้ามามากกว่า 130,000 ราย ซึ่งประมาณสามในสี่ของจำนวนนี้เป็นผู้ใช้งานใหม่ การอัปเดตครั้งนี้ยังผลักดันให้การใช้จ่ายภายในเกมพุ่งสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงหลังการเปิดตัวเป็นต้นมา โดยยอดการใช้จ่ายของผู้เล่นนั้นมีมูลค่าสูงกว่ารางวัลที่แจก สะท้อนให้เห็นถึงระบบเศรษฐกิจภายในเกมที่มีความเคลื่อนไหวและยั่งยืนมากขึ้นอันเนื่องมาจากการมีส่วนร่วมที่ลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิม จากแรงส่งดังกล่าว ทำให้ปัจจุบัน MapleStory N สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้เล่นทั่วไปได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยผู้เล่นสายแคชชวลจะสามารถสนุกกับเกมได้เหมือนกับเกม MMORPG ทั่วไป โดยจะพบอุปสรรคด้านบล็อกเชนน้อยลง ทั้งนี้ยังได้มีการปรับปรุงฟีเจอร์ Web3 ให้มอบคุณค่าที่จับต้องได้ขณะที่ยังคงรักษาประสบการณ์การเล่นเกมให้ราบรื่นไร้รอยต่อ ส่งผลให้แพลตฟอร์มนี้เข้าถึงผู้เล่นและกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างได้ง่ายขึ้นในขณะที่ MapleStory N กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่สอง ทีมพัฒนาจะทยอยปล่อยการอัปเดตภายในเกมอย่างต่อเนื่องและถี่มากขึ้น เพื่อเพิ่มเกมเพลย์และนำเสนอความท้าทายใหม่ๆ โดยจะมีคอนเทนต์สำคัญเปิดตัวอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี รวมถึงการอัปเดต Black Mage ที่หลายคนตั้งตารอและคอนเทนต์สำคัญอื่นๆ ด้วย นอกจากนี้ MSN จะมีการนำระบบ MVP ใหม่มาใช้ ซึ่งระบบนี้ออกแบบมาเพื่อมอบสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่องให้กับผู้เล่นที่ทุ่มเท และสร้างแรงจูงใจในการเล่นเกมระยะยาว โดยเริ่มต้นจากระบบ MVP นี้ MSN วางแผนที่จะขยายโปรแกรมอย่างต่อเนื่องด้วยการนำเกณฑ์และรางวัลที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เล่นในวงกว้างจะได้รับการยอมรับและได้รับรางวัลมากขึ้นในอนาคต สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ MapleStory Universe

PSP ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 265 ล้านบาท
Read

PSP ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 265 ล้านบาท

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #PSP ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 265 ล้านบาทบริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) (PSP) ผู้นำด้านโซลูชันผลิตภัณฑ์หล่อลื่นแบบครบวงจร เปิดงบไตรมาสแรกปี 2569 มีรายได้ 3,264.45 ล้านบาท กำไรสุทธิ 265.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกปีที่แล้ว ที่ 264.50 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 129.39% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยรายได้หลักยังคงมาจากการขายผลิตภัณฑ์หล่อลื่น จาระบี น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า น้ำมันผสมยาง ฯลฯ และรับรู้รายได้และกำไรจากการลงทุนใน Recycle Engineering ความท้าทายคือการดำเนินงานในสภาวะราคาน้ำมันมีความผันผวนที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง เผยติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดและพร้อมปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมาย สร้าง All time high ใหม่ ให้กำไรปี 2569 เติบโตกว่าปีที่แล้ว และเป้าหมายบนเส้นทางธุรกิจยั่งยืนนายเสกสรร ครองพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย PSP มีรายได้รวม 3,264.45 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 265.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 264.50 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการรักษาระดับการทำกำไรและขยายอัตรากำไรท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบางและราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ผันผวนสูงต่อเนื่อง โดยความสามารถในการทำอัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นจาก 14.56% เป็น 15.05% และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 7.55% เป็น 8.14%"ในไตรมาสแรกปีนี้ รายได้จากการขายของ PSP อยู่ที่ 3,098.02 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายปรับตัวลดลงเล็กน้อยทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากการชะลอคำสั่งซื้อของลูกค้าในกลุ่มน้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน (Base Oil) รวมทั้งบางส่วนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในบางพื้นที่ชายแดนและตลาดส่งออกในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดี โดยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและระดับสินค้าคงเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการเจรจาต่อรองเพื่อให้ได้ต้นทุนวัตถุดิบที่แข่งขันได้ ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 265.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.45% เมื่อเทียบกับ 264.50 ล้านบาท ในไตรมาสแรกของปีก่อน และเติบโต 129.39% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า” นายเสกสรร กล่าวขณะเดียวกัน รายได้จากการให้บริการของ PSP เพิ่มขึ้น 6.31% เป็น 166.42 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้บริการกำจัดของเสียของ บริษัท รีไซเคิลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (RE) ภายหลังการเข้าถือหุ้น 100% เปลี่ยนสภาพการลงทุนจากบริษัทร่วมค้ามาเป็นบริษัทย่อยตั้งแต่ปี 2568 นอกจากนี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา PSP ได้ดำเนินการเข้าลงทุนเพิ่มเติมใน บริษัท วอทส์เอ็ก (ประเทศไทย) จำกัด (WhatsEGG) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม E-Commerce ซื้อ–ขายชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ผ่านแอปพลิเคชัน EggMall โดยเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นจาก 30.00% เป็น 75.00% ผ่าน บริษัท พี.เอส.พี. เวนเจอร์ส จำกัด ส่งผลให้ WhatsEGG เปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทย่อยอย่างเป็นทางการ สอดคล้องกับกลยุทธ์การต่อยอดธุรกิจหลักด้วยการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมยานยนต์สำหรับแนวโน้มตลาดผลิตภัณฑ์หล่อลื่นในเอเชีย จากการคาดการณ์ของ Kline ASEAN Market Research ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ตลาดผลิตภัณฑ์หล่อลื่นในภูมิภาคเอเชียยังมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 2.4% ต่อปี ขณะที่ตลาดในประเทศไทยคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 2.5% ต่อปี โดยความต้องการใช้น้ำมันหล่อลื่นในกลุ่มอุตสาหกรรมและยานยนต์คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 1.5% ต่อปี รวมถึงกลุ่มจาระบี 1.6% น้ำมันผสมยาง 3.3% และน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า 2.3% ต่อปี ตามลำดับ ทั้งนี้ ความต้องการที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคทำให้ประเทศไทยได้รับความสนใจในฐานะฐานการผลิตทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการจัดหาแหล่งผลิตใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญที่ PSP เตรียมความพร้อมรองรับข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 รถยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมในประเทศไทยมี 1,172,887 คัน เพิ่มขึ้น 10.7% จากสิ้นปี 2568 โดยรถยนต์ไฮบริดยังเป็นสัดส่วนหลักที่ 62.9% ซึ่งใช้น้ำมันหล่อลื่นใกล้เคียงรถยนต์ทั่วไป ขณะที่ BEV เปิดโอกาสใหม่ให้ผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง อาทิ ของเหลวระบายความร้อนแบตเตอรี น้ำมันเกียร์และน้ำมันเบรกสำหรับ EV รวมถึงจาระบีเฉพาะชิ้นส่วน ซึ่ง PSP ได้เตรียมพร้อมผ่านการพัฒนาห้องปฏิบัติการและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับกลยุทธ์ Specialized Creation ของบริษัทฯนายเสกสรร กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกถือเป็นการเริ่มต้นปีที่ดี ตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อแผน JUMP+ Plan ปี 2569–2571 ที่ PSP ได้ประกาศไว้กับตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งเป้าผลักดันกำไรสุทธิแตะ 1,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 ต่อยอดจากสถิติสูงสุดใหม่ที่ 853.5 ล้านบาทในปี 2568 ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ 3 เสาหลัก ได้แก่ การรักษาความเป็นผู้นำตลาดน้ำมันหล่อลื่นในประเทศควบคู่กับการขยายรายได้จากการส่งออก การพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมมูลค่าเพิ่ม และการขยายธุรกิจผ่านการควบรวม ร่วมทุน และลงทุนเชิงกลยุทธ์ในกลุ่ม New S-Curve ที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีดิจิทัล พลังงาน และการดูแลสุขภาพในด้านการดำเนินงานตามแนวทางความยั่งยืน (ESG) PSP ยังคงเดินหน้าภายใต้วิสัยทัศน์ "เติบโตอย่างยั่งยืน และยืนหนึ่งในอุตสาหกรรมสีเขียว"โดยในปี 2568 ได้รับการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ในระดับ "A" และคะแนนบรรษัทภิบาลระดับ 5 ดาว (Excellent CGR) ขณะที่ในปี 2569 บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาบริหารจัดการข้อมูลด้านความยั่งยืน เพื่อมุ่งสู่การประเมินมาตรฐานระดับสากลอย่าง FTSE Russell ESG Scores ควบคู่กับการกำหนดเป้าหมาย Zero Landfill ภายในปี 2572 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 พร้อมทั้งจัดโครงการ PSP x AI Hackathon 2569 เพื่อเปิดพื้นที่ให้พนักงานพัฒนานวัตกรรมการประยุกต์ใช้ AI ภายในองค์กร ขับเคลื่อน PSP สู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมในอนาคตอย่างยั่งยืน"ภายใต้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้า และความผันผวนของราคาน้ำมัน PSP ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบอย่างรอบคอบและการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อพร้อมปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องและบรรลุเป้าหมายในการสร้างกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่ในปี 2569 ต่อเนื่องบนเส้นทางการเติบโตอย่างยั่งยืน" นายเสกสรร กล่าวสรุป

Plook Campus
Watch

Plook Campus

TTBเข้มคุณภาพสินเชื่อ เชื่อ‘กนง.’ไม่ลดดอกเบี้ย
Read

TTBเข้มคุณภาพสินเชื่อ เชื่อ‘กนง.’ไม่ลดดอกเบี้ย

           #TTB #ทันหุ้น - TTB ยังโค้งเป้าสินเชื่อปีนี้ทรงตัวหรือบวก 2% แม้ไตรมาสแรกจะหดตัว ยึดหลักการเน้นคุณภาพสินเชื่อเป็นอันดับแรก  รักษา NIM ที่3.02% เพิ่มการสร้างกำไรด้วยการมุ่งกลุ่มลูกค้าผลตอบแทนสูง  พร้อม NPL ไม่เกิน3.2% ส่วนการแข่งขันในยุค Virtual Bank มั่นใจไม่เสียเปรียบ เชื่อกนง.ไม่ลดดอกเบี้ยนายนริศ อารักษ์สกุลวงศ์ Chief strategy and Digital group ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยว่า เป้าหมายทางการเงินของธนาคารในปี 2569 ส่วนของการเติบโตสินเชื่อรวมยังคงกำหนดไว้ที่ 0-2% ซึ่งนโยบายธนาคารให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินเชื่อเป็นอันดับแรก โดยจะไม่เร่งขยายตัวในระยะสั้นหากต้องแลกกับความเสี่ยงหรือต้นทุนเครดิตที่จะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต@ระมัดระวังทั้งนี้ยอมรับว่าไตรมาส 1/2569 พบสินเชื่อรวมลดลง 2.2% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นไปตามสภาวะตลาดและการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง ภายใต้ปัจจัยภายนอกความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กดดัน จึงท้าทายโอกาสการบรรลุเป้าหมายที่วางไว้          ในขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยคาดการเติบโตหลักเดียวในปีนี้ แม้ในไตรมาส 1/2569 จะเติบโตถึง 37.4% โดยเป็นการเติบโตมาจากกองทุนรวม และ Structured notes ซึ่งแนวโน้มในระยะถัดไปอาจไม่ได้สูงมากแล้ว โดยเป็นไปตามปัจจัยฤดูกาลด้านส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ หรือ NIM จะพยายามรักษาไว้ได้ที่ 3.02% เท่ากับที่ทำได้ในไตรมาสแรกของปีนี้ สอดคล้องกับเป้าหมายทั้งปี2569 คือ  3.0% - 3.1% จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 2.95% แม้จะมีการลดดอกเบี้ยนโยบาย แต่ธนาคารบริหารจัดการด้วยการปรับพอร์ตสินเชื่อไปยังกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนสูง และบริหารต้นทุนเงินฝากอย่างมีประสิทธิภาพ@ไม่กลัวแบงก์ไร้สาขา ธนาคารดำเนินกลยุทธ์สร้างการเติบโตผ่าน Ecosystem และ Digital มุ่งเน้น 4 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ คนมีเงินเดือน, คนมีรถ, คนมีบ้าน และลูกค้ากลุ่มมั่งคั่ง เพื่อสร้างความสัมพันธ์เชิงลึกและเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจมากกว่าแค่การขายผลิตภัณฑ์เดียวโดยช่องทางดิจิทัลมีส่วนช่วยสร้างรายได้รายย่อยมากกว่า 50% โดยธนาคารได้เปิดตัวความสามารถใหม่ๆ เช่น Yindee Chatbot ที่ใช้ GenAI ช่วยตอบคำถามลูกค้าได้ถึง 68% และแพลตฟอร์มช่วยพนักงานบริการลูกค้าผ่านช่องทางที่หลากหลายได้อย่างไร้รอยต่อสำหรับอนาคตอันใกล้ที่วงการธนาคารไทยกำลังจะมี  Virtual Bank นั้น ประเมินว่า  จะไม่เสียเปรียบการแข่งขัน เพราะ TTB เองเสมือน Virtual Bank ที่มีสาข อยู่แล้ว โดยมีความสามารถด้านดิจิทัลและ AI ที่ไม่แตกต่างกัน แต่มีข้อได้เปรียบเรื่องการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าระดับบน และการมีสาขาที่ช่วยสนับสนุนการทำธุรกรรมบางประเภทที่ทำผ่านดิจิทัลได้ยาก@คุมNPLไม่เกิน3.2%ด้านนางสาวดารารัตน์ อุระพันธมาศ หัวหน้านักลงทุนสัมพันธ์ TTB  กล่าวว่า  อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ หรือ NPL ขณะนี้ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้อยู่ที่ 2.93% และทั้งปีนี้คาดจะไม่เกิน 3.2%  โดยโครงการ คุณสู้ เราช่วย มีผลต่อการลด NPL อย่างมีนัยสําคัญ ไม่ใช่เฉพาะ TTB แต่เป็นทั้งอุตสาหกรรม ทั้งนี้การที่ธนาคารได้ตั้งสำรองล่วงหน้าเพิ่มเติมอีก 1.6 พันล้านบาทไปแล้วในไตรมาสที่ผ่านมา เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และราคาบ้านมือสองที่ลดลง ส่งผลให้อัตราส่วนสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพแข็งแกร่งขึ้นที่ 154% สะท้อนคุณภาพพอร์ตที่ดีขึ้น และ การบริหารความเสี่ยงในเชิงรุกอย่างไรก็ดีในไตรมาส 2/2569 NIM จะได้รับแรงกดดันจากการรับรู้ผลกระทบเต็มไตรมาส จากการลดดอกเบี้ยนโยบายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ประเมินทิศทางดอกเบี้ยในประเทศไทยว่า ไม่น่าปรับลดลงแล้ว

PQS จัด AGM 69 รุกขยายฐานลูกค้าใหม่ ชูสินค้ามูลค่าเพิ่มโตระยะยาว
Read

PQS จัด AGM 69 รุกขยายฐานลูกค้าใหม่ ชูสินค้ามูลค่าเพิ่มโตระยะยาว

#ทันหุ้น - บริษัท พรีเมียร์ควอลิตี้สตาร์ช จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) หรือ PQS จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ในรูปแบบ Electronics เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2569 โดยมี นายมนตรี มหาพฤกษพงศ์ ประธานกรรมการบริษัท (กลาง) เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยคณะกรรมการบริษัท นายรัฐวิรุฬห์ ชาญจึงถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (2 นับจากขวา) และผู้บริหารระดับสูงเข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้าขยายฐานลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลังดัดแปรที่มีมูลค่าสูง เพื่อเพิ่มความหลากหลายของรายได้ และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงสินค้าหลัก โดยในการประชุมครั้งนี้ ผู้ถือหุ้นได้ให้ความสนใจสอบถามเกี่ยวกับผลการดำเนินงานและแนวทางการดำเนินงานในอนาคต ซึ่งคณะกรรมการบริษัทได้ชี้แจงและตอบข้อซักถามอย่างครบถ้วนและโปร่งใส ทั้งนี้ บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าศักยภาพด้านสินทรัพย์ บุคลากร และระบบการกำกับดูแลกิจการที่เข้มแข็ง จะสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

PCE ปักธง JUMP+ ดันกำไร 800 ล. รุกน้ำมันปาล์มครบวงจรโตยั่งยืน
Read

PCE ปักธง JUMP+ ดันกำไร 800 ล. รุกน้ำมันปาล์มครบวงจรโตยั่งยืน

#ทันหุ้น - บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (PCE) เดินหน้าสร้างการเติบโตระยะยาว ผ่านการเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยนายกีรติ ไชยะกุล ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานบัญชีและการเงิน ร่วมนำเสนอแผนธุรกิจช่วงปี 2569–2571 มุ่งยกระดับความสามารถในการทำกำไรและเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจอย่างยั่งยืนบริษัทฯ ตั้งเป้ากำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ 750-800 ล้านบาท ภายในปี 2571 โดยวาง 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การลงทุนในโครงการก่อสร้างโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ (เฟส 3) เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบจากเดิม 150 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง เป็น 210 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง การยกระดับขีดความสามารถโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม (เฟส 3) ผ่านการลงทุนเครื่องจักรใหม่และปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มคุณภาพสินค้าและต่อยอดธุรกิจสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง รวมไปถึงการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอินเพื่อรองรับการขยายตลาดทั้งนี้ แผนดังกล่าวสะท้อนทิศทางการเติบโตเชิงรุกของPCEในการเพิ่มมูลค่าธุรกิจและสร้างความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มครบวงจร โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นที่บริษัทฯ เมื่อเร็วๆ นี้

88TH โชว์ฟอร์มหุ้นสายเปย์ เคาะปันผล 0.185 บาท/หุ้น
Read

88TH โชว์ฟอร์มหุ้นสายเปย์ เคาะปันผล 0.185 บาท/หุ้น

#ทันหุ้น - ใครที่กำลังมองหาหุ้นพื้นฐานแน่น สตอรี่เริ่ด แถมปันผลปังๆ นาทีนี้ถ้าไม่พูดถึงหุ้นบิวตี้ตัวตึงอย่าง "บมจ.88 (ไทยแลนด์) หรือ 88TH" ถือว่าตกขบวน เพราะ 29 เม.ย.นี้ จ่อขึ้นเครื่องหมาย XD เตรียมแจกเงินสดเข้ากระเป๋าผู้ถือหุ้นเน้นๆ 0.185 บาท/หุ้น จ่ายจริงวันที่ 19 พ.ค. นี้แล้วจ้า... ใครยังไม่มีติดพอร์ตระวัง  จะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง แต่ข่าวดียังไม่หมดแค่นั้น เพราะแว่วมาว่าพนักงานแพ็คของกันมือเป็นระวิง หลังปล่อยไม้เด็ดเขย่าตลาดแชมพูเปลี่ยนสีผม “LYO MY COLOR SHAMPOO” ที่นอกจากจะสีสวยติดทนแล้ว ยังคว้าตัวพรีเซ็นเตอร์ไอดอลแนวหน้า “นุนิว - ชวรินทร์” มานั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ ยิ่งดันยอดขายพุ่งปรี๊ดด้านบอสสาวคนเก่ง “คุณนพรัตน์มาลัยวงค์” ส่งซิกมาว่านี่แค่เรียกน้ำย่อยนะคะ เพราะ 88TH ยังมี ไม้ตายรอปล่อยอีกเพียบ แถมตอนนี้กำลังเร่งเครื่องเดินเกมรุก บุกตลาดแดนมังกรเต็มสูบเพื่อโกยเงินหยวนกลับไทย มั่นใจเป้าหมายรายได้รวมปีนี้โตทะยาน 30% (YoY) แบบชิลๆ แน่นอน แหม... ได้ยินแบบนี้แล้ว ยกให้เป็นหุ้นเด่น ธุรกิจสตรอง ปันผลเริ่ดไปเลย

IVL พุ่งแรง 4.84% แตะ 26.00 บาท (+1.20 บาท) บล.ดาโอ แนะนำ “ซื้อ” เป้า 27.50 บาท
Read

IVL พุ่งแรง 4.84% แตะ 26.00 บาท (+1.20 บาท) บล.ดาโอ แนะนำ “ซื้อ” เป้า 27.50 บาท

#ทันหุ้น #2026 #SET #IVL พุ่งแรง 4.84% แตะ 26.00 บาท (+1.20 บาท) บล.ดาโอ แนะนำ “ซื้อ” เป้า 27.50 บาทบล.ดาโอ : เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อภาพรวมธุรกิจของ IVL หลังบริษัทประกาศควบรวมกิจการ (merger) ระหว่างบริษัท Indovida India Private Limited (Indovida) (บริษัทย่อยที่ IVL ถือหุ้นทั้งหมด) และบริษัท EPL Limited (EPL) (IVL ถือหุ้นอยู่ 24.9%) และแนวโน้ม Industry Integrated PET spread ที่ฟื้นตัว โดยมีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้1) เราเชื่อว่าการ merger นี้จะทำให้ IVL มีสัดส่วนการลงทุนที่สูงขึ้นในบริษัทที่อยู่ในตลาดบรรจุภัณฑ์อ่อนตัว (flexible packaging) ที่มีการเติบโตสูงซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้พอร์ตโฟลิโอ (portfolio) ของบริษัทในอินเดียมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น2) การรวมงบการเงินของบริษัทใหม่ (MergeCo) น่าจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร (profitability) และลดอัตราส่วนหนี้สิน (debt ratio) ของ IVL ในอนาคตได้ ในขณะที่ valuation อยู่ในระดับที่ยอมรับได้3) สำหรับภาพระยะสั้น เราเชื่อว่า IVL จะได้รับประโยชน์จากแนวโน้ม Industry Integrated PET spread ที่ฟื้นตัวขึ้นจากอุปทานในภูมิภาคที่หายไปจากผลกระทบของสงครามระหว่างอิสราเอล/สหรัฐอเมริกา (US)-อิหร่านเราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E/2027E ขึ้น 153%/43% เป็น 5.1/5.5 พันล้านบาท เทียบกับ ขาดทุน -7.3 พันล้านบาทในปี 2025 หลักๆเพื่อสะท้อน Adjusted EBITDA/ton ที่สูงขึ้นตาม Industry Integrated PET spread ที่ดีขึ้นหลังจากรวมผลกระทบของการปรับประมาณการกำไร เราได้ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ขาย” ที่ราคาเป้าหมายใหม่ปี 2026E ที่ 27.50 บาท (จากเดิม 17.00 บาท) อิง P/BV ปี 2026E ใหม่ที่ 1.23x (ประมาณ -0.5SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง)

IVL กรุงศรีมองบวกกรณี Indovida ควบรวม EPL หนุนโตระยะยาว
Read

IVL กรุงศรีมองบวกกรณี Indovida ควบรวม EPL หนุนโตระยะยาว

#IVL #ทันหุ้น-บล.กรุงศรี ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL โดยมองเชิงบวกในระยะยาวต่อการควบรวมธุรกิจ Indovida และ EPL เพราะคาดบริษัทสามารถต่อยอดจุดแข็งของความเป็นผู้นำบรรจุภัณฑ์ laminated tubes (EPL) และ rigid packging (Indovida) ในการเจาะตลาด emerging market ที่มีการเติบโตสูงราว 5-6% ต่อปี ในช่วงปี 2568-2573 และคาดเปิดโอกาสเจาะตลาดอินเดียที่มีการเติบโตสูง และเปิด upside การเติบโตในระยะยาวทั้งนี้ IVL ประกาศอยู่ระหว่างควบรวมบริษัทในเครือ Indovida และ EPL คาดแล้วเสร็จภายใน 12 เดือน โดย EPL จะมีการออกหุ้นใหม่ให้แก่ Indorama Netherlands B.V. ซึ่งหลังควบรวมเสร็จ IVL จะถือหุ้นใน EPL เป็น 51.8% จากเดิมถือ 24.9% ทั้งนี้ธุรกรรมจะไม่ได้มีการใช้เงินสด ส่วนมูลค่าธุรกรรมประเมินราว 23,778 ล้านบาท โดยการควบรวมจะช่วยให้ EPL มีสินค้า rigid packaging (Indovida) เจาะตลาดอินเดียที่มีอัตราการเติบโตสูงได้ และสามารถเจาะตลาดเอเซียเพิ่มได้ในระยะยาว สอดคล้องกับกลยุทธ์ระยะยาวที่ต้องการขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำ และยังสามารถลด net debt to equity ลงจาก 1.8เท่า เหลือ 1.5-1.55 เท่ากลยุทธ์การลงทุน แนะนำซื้อหุ้น IVL ให้ราคาเป้าหมายที่ 27.00 บาท มองธุรกิจหลักอย่าง PET ทยอยเข้าสู่วงจรฟื้นตัว จาก new supply เข้ามาจำกัด และผู้ผลิตทั่วโลกทยอย rationalized รวมถึงต้นทุนการจัดหา feedstock ของผู้ผลิตจีนที่สูงขึ้นในระยะยาวลดความสามารถในการแข่งขันทำให้ต้องปรับโครงสร้างการผลิตเร็วขึ้น ส่งให้ oversupply ลดลง หนุน product spread ฟื้นตัว และบริษัทยังลดค่าใช้จ่ายได้ต่อเนื่อง รวมถึงการปิดซ่อมลดส่งให้พลิกมีกำไรปกติในปี 2569 และฟื้นตัวต่อในปี 2570 (+88% CAGR 2569-2570)

แม็คโคร x MILLI ชวน “Live Like a PRO” ยกระดับทุกการใช้ชีวิต ให้โปรขึ้นในทุกวัน
Read

แม็คโคร x MILLI ชวน “Live Like a PRO” ยกระดับทุกการใช้ชีวิต ให้โปรขึ้นในทุกวัน

แม็คโคร ผู้นำธุรกิจค้าส่ง ภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เปิดตัว MILLI (มิลลิ) ศิลปินดาวรุ่งระดับโลกจากค่าย YUPP! ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแม็คโคร และ Makro PRO ในแคมเปญ Live Like a PRO (ใช้ชีวิตอย่างโปร) เพื่อเข้าถึงและเชื่อมต่อกับผู้บริโภคเจนเนอเรชั่นใหม่ได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น สะท้อนความมุ่งมั่นของแม็คโครในการก้าวข้ามธุรกิจค้าส่งแบบดั้งเดิมไปสู่ขอบเขตใหม่ที่ไกลยิ่งขึ้น ผ่านแพลตฟอร์ม Omnichannel แบบครบวงจร ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและการดำเนินธุรกิจ พร้อมยกระดับประสบการณ์ให้ลูกค้าใช้ชีวิต ช้อปปิ้ง และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างโปร ในทุกมิติ สำหรับแม็คโคร การ ใช้ชีวิตอย่างโปร คือการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้าถึงสินค้าคุณภาพ ราคา และความน่าเชื่อถือในแบบเดียวกับผู้ประกอบการ ที่ไว้วางใจในแม็คโครมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร้านอาหาร หรือธุรกิจขนาดเล็ก เพราะในปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้เป็นเพียงนักช็อปหรือผู้ซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องบริหารจัดการหลายบทบาทในคนเดียว ทั้งด้านชีวิตส่วนตัวและหน้าที่การงาน การเลือกใช้แม็คโคร และ Makro PRO จึงช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ชีวิตแบบมือโปรได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำของ Makro PRO ในฐานะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยอันดับ 1 จากการวิจัยของ Euromonitor International ควบคู่การเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ของกลุ่มลูกค้า B2B ภายใต้แคมเปญ Live Like a PRO MILLI ถ่ายทอดพลังความคิดสร้างสรรค์ ความมั่นใจ และมุมมองแบบ PRO mindset ที่เชื่อว่าความเป็น โปร นั้นไม่ได้ถูกกำหนดด้วยอาชีพ แต่ขึ้นอยู่กับแนวคิดและทัศนคติ โดย MILLI มีส่วนร่วมในการแต่งเนื้อเพลงสำหรับเพลงธีม Live Like a PRO รวมถึงปรากฏตัวในมิวสิกวิดีโอของแคมเปญ ซึ่งช่วยสร้างการรับรู้และจดจำแบรนด์ในกลุ่มผู้บริโภคเจนเนอเรชั่นใหม่ พร้อมทั้งสื่อสารเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่เติบโตมากับโลกดิจิทัลได้อย่างตรงจุด ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวคิดแบบผู้ประกอบการ และกำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นต่อพฤติกรรมการจับจ่ายของครัวเรือนและธุรกิจขนาดเล็กในประเทศไทย Makro PRO มอบประสบการณ์ Omnichannel แบบไร้รอยต่อ ที่ผสานจุดแข็งด้านสินค้าคุณภาพระดับค้าส่ง เข้ากับระบบการจัดส่งแบบเรียลไทม์ ครอบคลุมทั้งบริการจัดส่งด่วนภายใน 3 ชั่วโมง บริการจัดส่งช่วงเช้าสำหรับคำสั่งซื้อก่อนเวลา 23.00 น. บริการจัดส่งในวันถัดไป และตัวเลือกช่วงเวลาการจัดส่งสินค้าที่ยืดหยุ่น ซึ่งลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าที่หลากหลาย ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป แบรนด์สินค้าเอ็กซ์คลูซีฟของแม็คโคร สินค้าท้องถิ่น สินค้านำเข้า และสินค้าที่คัดสรรมาเพื่อตอบสนองความต้องการของมืออาชีพ ทั้งนี้ Makro PRO ได้รับการจัดอันดับให้เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยอันดับ 1 และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ของประเทศไทยในด้านยอดขายแบบ First-party (1P) จากการวิจัยของ Euromonitor International ที่ประเมินมูลค่าการขายที่แพลตฟอร์มเป็นผู้จัดซื้อสินค้า บริหารสต็อก และรับผิดชอบกระบวนการจัดส่งโดยตรง ครอบคลุมทั้งลูกค้า B2B และ B2C ในประเทศไทย สำหรับลูกค้าใหม่ สามารถรับโปรโมชั่นพิเศษตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม - 30 เมษายน 2569 ได้แก่ บริการจัดส่งฟรีทั่วประเทศเมื่อช็อปขั้นต่ำ 500 บาท เมื่อเลือกการจัดส่งด่วนภายใน 3 ชั่วโมง, รับส่วนลด 50 บาท เมื่อช็อปขั้นต่ำ 1,000 บาท และใช้ 1 คะแนน Makro PRO เพื่อแลกซื้อสินค้าที่ร่วมรายการในราคาเพียง 1 บาท สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Makro PRO ได้แล้วผ่าน App Store และ Google Play เกี่ยวกับ ซีพี แอ็กซ์ตร้า บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีกชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย ภายใต้แบรนด์ แม็คโคร และ โลตัส มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทยและดำเนินธุรกิจในประเทศต่าง ๆ รวม 10 ประเทศ ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งมั่นเติมเต็มคุณภาพชีวิต สุขภาพ ความรัก ความสุข และคุณภาพความเป็นอยู่ของชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ดีขึ้นในทุกวัน ด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการ ด้วยประสบการณ์ในธุรกิจมากกว่า 30 ปี ซีพี แอ็กซ์ตร้า ก้าวสู่การเป็นคู่คิดธุรกิจที่ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าทั้ง B2B และ B2C ในฐานะผู้ส่งมอบสินค้าและบริการที่หลากหลายครบครัน ปัจจุบัน ซีพี แอ็กซ์ตร้า มีสาขากว่า 2,700 แห่ง ทั่วประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชีย พร้อมด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง