TrueID
TH
Reset
Search results for “#ภาษากัมพูชา” - TrueID
Top Result
Watch
Shorts
Game
Privilege
Read
Read
TOP ย้ำไม่มีการส่งออกน้ำมันไปยัง กัมพูชา
TOP ย้ำไม่มีการส่งออกน้ำมันไปยัง กัมพูชา#ทันหุ้น #SET #TOP ประกาศชี้แจง ฉบับที่ 2 กรณีข่าวเกี่ยวกับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังประเทศกัมพูชานั้นบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ขอเรียนชี้แจงและยืนยันอย่างชัดเจนว่า กลุ่มไทยออยล์ไม่มีการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไป ยังประเทศกัมพูชาแต่อย่างใดบริษัทฯ มีนโยบายงดการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังประเทศกัมพูชาตั้งแต่เกิดกรณีพิพาทไทย-กัมพูชา ประมาณกลางปี พ.ศ. 2568 และได้ถือปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพลังงาน และคำนึงถึงความมั่นคงของประเทศและผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญภายหลังจากกองทัพภาคที่ 2/ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 มีคำสั่งควบคุมการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง ณ จุดผ่านแดนถาวรช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568 บริษัทฯ ได้ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวอย่างเคร่งครัด โดยได้งดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ณ จุดผ่านแดนดังกล่าวทันที พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้ปรับแผนการส่งออกน้ำมันให้สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐด้านความมั่นคงของชาติ รวมถึงความต้องการใช้พลังงานของประชาชนไทยเป็นหลักสำหรับกรณีรถขนส่งน้ำมันที่ค้างอยู่ ณ จุดผ่านแดนถาวร ช่องเม็ก จำนวน 14 คัน บริษัทฯ ได้ตรวจสอบแล้ว พบว่า เป็นน้ำมันที่ได้ส่งมอบให้แก่บริษัทลูกค้าแล้วตามกระบวนการค้าปกติ ก่อนที่คำสั่งมีผลบังคับใช้ โดยมีลูกค้าปลายทางเป็นบริษัทน้ำมันในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์และประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ภายใต้กรอบกฎหมายและคำสั่งของหน่วยงานภาครัฐอย่างเคร่งครัดบริษัทฯ ได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังบริษัทลูกค้าทุกราย เพื่อแสดงเจตนารมณ์ว่า บริษัทฯ ไม่สนับสนุนการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังประเทศกัมพูชา และเน้นย้ำให้บริษัทลูกค้าทุกรายงดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังประเทศกัมพูชา ภายใต้กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องบริษัทฯ ขอเรียนว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน การผลิต และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ แต่อย่างใด และหากตรวจพบการกระทำใดที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมาย บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตามกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของบริษัทฯ
ทันหุ้น • 17 Dec 2025
Read
SAV คลายกังวลกัมพูชา ลั่น Q4 เข้าช่วงพีค
#SAV #ทันหุ้น - SAV เชื่อลงนามสันติภาพไทย-กัมพูชา ช่วยเสริมมั่นใจนักลงทุน ยืนยันสัมปทานมั่นคงด้วยโครงสร้างธุรกิจที่มีภาพลักษณ์ความเป็นท้องถิ่น ส่วนสนามบินเตโชมีทิศทางค่อยๆ โต หนุนโอเวอร์ไฟล์ตระยะยาว ชี้แนวโน้มไตรมาส 4/2568 ดีขึ้นกว่าไตรมาส 3/2568 หนุนผลงานทั้งปีเข้าเป้า ขณะที่งานประมูล AOT หวังเริ่มเคาะปลายปี รู้ผลต้นปี 2569 นายรัฐนันท์ วิไลลักษณ์ ผู้จัดการอาวุโสและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทน บริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAV เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า การร่วมลงนามผลการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา ในข้อตกลงสันติภาพของทั้ง 2 ประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียนเป็นสักขีพยานในข้อตกลงครั้งนี้นั้น@ เสริมความมั่นใจ ได้ส่งผลดีโดยตรงต่อ SAV ในฐานะบริษัทที่มีบริษัทย่อยคือ บริษัท แคมโบเดีย แอร์ทราฟฟิค เซอร์วิส จํากัด หรือ CATS ผู้ให้บริการบริหารจัดการควบคุมการจราจรทางอากาศทั่วน่านฟ้าประเทศกัมพูชาเพียงผู้เดียว โดยผลดีที่เกิดขึ้นจะเป็นเชิงความมั่นใจจากนักลงทุนต่างๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยกังวลประเด็นความขัดแย้งระดับเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนจะบานปลายไปสู่การโดนยึดสัมปทาน รวมไปถึงกังวลว่าแม้จะไม่ถูกยึดสัมปทานแต่จำนวนเที่ยวบินอาจลดลงจากความไม่มั่นใจของผู้เดินทางทางอากาศ อย่างไรก็ตาม ในสภาพการณ์ประกอบธุรกิจจริง บริษัทไม่ได้รับผลกระทบเชิงลบส่งผลต่อกำไรการดำเนินงานแต่ประการใด อีกทั้ง CATS มีภาพลักษณ์เป็นธุรกิจท้องถิ่นของประเทศกัมพูชา เนื่องจากบุคลากรเกือบทั้งหมดล้วนเป็นคนในพื้นที่ และตลอดมาไม่เคยมีสัญญาณเชิงลบใดๆ ต่อสัมปทาน ซึ่งมีระยะเวลาสัมปทานเหลืออีก 26 ปี จากทั้งสิ้นรวมระยะเวลาสัมปทาน 49 ปี ในอีกแง่มุมบริษัทสามารถสร้างผลตอบแทนให้ทางกัมพูชามาโดยตลอดด้วยความชำนาญ ดังนั้นจะเป็นความเสี่ยงในเชิงผลตอบแทนหากรัฐบาลกัมพูชาจะดำเนินการเอง “ข้อตกลงที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ ผมคิดว่าน่าจะลดความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับ SAV ซึ่งมีรายได้หลักคือวิทยุการบินที่กัมพูชานะครับ ข้อกังวลที่เคยมีข้อ 1 คือ ความเสี่ยงถูกยึดสัมปทาน ข้อ 2 จำนวนไซซ์จะลดลงเพราะมีการปะทะกัน เพราะฉะนั้นถ้ามีภาพความสงบสุขเกิดขึ้นความกังวลของนักลงทุนก็จะหายไป แต่ต้องบอกว่าจริงๆ แล้ว ผมยืนยันว่าเราเองไม่มีความเสี่ยงขนาดนั้น ช่วงที่มีการปะทะจำนวนไฟล์ตบินที่ลดลงถือว่าน้อยมากในระดับที่แทบไม่กระทบต่อกำไรเลย”@ สนามบินเตโชเติบโต สำหรับโครงการสนามบินนานาชาติเตโช ประเทศกัมพูชา ที่เพิ่งเปิดบริการอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายน 2568 แม้จะมีภาพจากภายนอกประเมินว่า การเข้าไปใช้บริการไม่ได้มากอย่างชัดเจนนั้น ในความเป็นจริงตัวเลขเที่ยวบินระหว่างประเทศไม่ได้ลดลง เพียงแต่ค่อยๆ เติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป อ้างอิงข้อมูลตรวจสอบตัวเลข In-Flight International ของสนามบินเตโช ไม่ได้ลดลงเลย ตั้งแต่ย้ายสนามบิน ทั้งนี้เฟสแรกของสนามบินใหม่แห่งนี้สามารถรองรับความจุที่มาก แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 3 ระยะ ตามแผนระยะแรกปี 2568 รองรับ 13 ล้านคนต่อปี, ระยะที่ 2 ปี 2573 รองรับ 30 ล้านคนต่อปี และระยะที่ 3 รองรับ 50 ล้านคนต่อปี เปิดปี 2593 ซึ่งจะดึงดูดสายการบินต่างๆ ให้เข้ามามากขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลดีต่อธุรกิจของบริษัท ทั้งไฟล์ตการบินที่มีอยู่แล้ว และไฟล์ตการบินใหม่ๆ ที่จะทยอยเกิดขึ้น โดยออกแบบให้รองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ เช่น Airbus A380 และ Boeing 747@ แนวโน้มผลงานดี ขณะที่บริษัทประเมินผลประกอบการไตรมาส 4/2568 จะดีขึ้นกว่า ไตรมาส 3/2568 ปัจจัยสนับสนุนหลักคือปริมาณเที่ยวบินข้ามน่านฟ้า (Overflight) ที่บินผ่านกัมพูชามีการเติบโตขึ้น ซึ่งเกิดจากทั้งความนิยมเดินทางที่สูงขึ้นช่วงปลายปีตามฤดูกาล และจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องซึ่งเส้นทางการบินหลัก เช่น ยุโรปมาเวียดนาม, จีนมาภูเก็ต, หรือจีนลงมาเลเซีย/สิงคโปร์ ก็มักต้องผ่านเขตน่านฟ้ากัมพูชา และกิจกรรมการบินที่น่าจะคึกคักขึ้นนี้ทำให้บริษัทยังคงเป้าหมายกำไรปีนี้ที่สูงกว่าปีก่อนค่อนข้างมาก และรายได้จะสูงขึ้นด้วย อีกทั้งแนวโน้มน่าจะดีขึ้นได้อีกในระยะยาว ส่วนความคืบหน้าการเข้าร่วมงานประมูล Foreign Object Debris (FOD) ที่สนามบินสุวรรณภูมิและสามารถขยายต่อไปสนามบินอื่นๆ ของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT มูลค่างาน 1,280 ล้านบาท คาดน่าจะมีการประมูลภายในปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า ส่วนการเซ็นสัญญาคาดว่าจะเกิดขึ้นต้นปี 2569 อนึ่ง นายรัฐนันท์ เคยเปิดเผยก่อนหน้านี้ ว่า ผลประกอบการในไตรมาส 3/2568 ยังเติบโต แม้จะมีปัญหาชายแดนไทยกับกัมพูชาและมีการปิดด่านผ่านทาง คาดว่าจะออกมาใกล้เคียงกับไตรมาส 2/2568 ส่วนแผนเจรจาเพื่อขอปรับขึ้นค่าบริการ 5-7% จะระงับไปก่อนจนกว่าสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศจะกลับมาดีขึ้นชัดเจน แล้วจึงค่อยทบทวนอีกครั้ง
ทันหุ้น • 28 Oct 2025
Read
ไทยย้ำหลักการ “หยุดยิง” บนหลักผลประโยชน์ของประชาชน-ไม่กระทบดินแดนและอธิปไตย
ยึดมั่นผลประโยชน์ประชาชน-ไม่กระทบดินแดนและอธิปไตยประเทศไทยวานนี้ (28 กรกฎาคม 2568) เวลา 21.00 น. ตามเวลากรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ พอใจผลการหารือสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ไทยบรรลุเป้าหมาย หยุดยิง โดยต้องยึดมั่นในผลประโยชน์ของประชาชนและต้องไม่กระทบดินแดนและอธิปไตยของประเทศไทย พร้อมใช้กลไกทวิภาคีในการแก้ปัญหา ไทยประสบความสำเร็จชี้แจงให้ประชาคมโลกเข้าใจไทยเป็นฝ่ายถูกกระทำรองนายกรัฐมนตรี เผยว่า ไทยประสบความสำเร็จในการชี้แจงให้ประชาคมโลกเข้าใจว่าไทยเป็นฝ่ายถูกกระทำ โดยที่ไทยพยายามแสวงหาสันติวิธี ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ ประชุมวันนี้มีตัวแทนของไทยกัมพูชา และมาเลเซียในฐานะเจ้าภาพ รวมทั้งสหรัฐฯ และจีนเข้ามาร่วมสังเกตการณ์ การพูดคุยวันนี้ บรรลุข้อตกลงเรื่องแรกได้มีการแจ้งที่ประชุมว่า การหยุดยิง โดยต้องยึดมั่นในผลประโยชน์ของประชาชนและต้องไม่กระทบดินแดนและอธิปไตยของประเทศไทย ไทยต้องการหยุดยิงเป็นเรื่องเร่งด่วน เพื่อมิให้เกิดความสูญเสียต่อทรัพย์สินและชีวิตพี่น้องประชาชนและทหาร เรื่องที่สอง การดำเนินการครั้งนี้ ได้คุยหารือกับกองทัพ โดยไทยยึดมั่นในการปกป้องอธิปไตยและคำนึงถึงชีวิตพี่น้องประชาชน การยุติโดยเร็วเพื่อให้พี่น้องประชาชนกว่า 160,000 คนที่ต้องอพยพ จะได้กลับคืน ซึ่งภายในเที่ยงคืนจากนี้ไปก็จะมีการหยุดยิง เป็นที่น่าพึงพอใจของทุกฝ่ายเรื่องที่สาม วันนี้ (29 กรกฎาคม 2568) กองทัพภาคที่ 2 ของไทยและกองพันกับกองพลกัมพูชาในจุดที่ต่อเนื่องจะมีการเจรจาพูดคุยกัน ซึ่งขณะนี้ได้มีการประสานงานกันเรียบร้อยแล้วโดยรัฐบาลมอบให้ทหารเป็นผู้เจรจาสุดท้ายเนื่องจากอยู่หน้างาน เมี่อเจรจาจบแล้วก็จะมีการประชุมในระดับนานาชาติเพื่อเป็นสักขีพยานในการแก้ปัญหาต่อต่อไป รองนายกรัฐมนตรียังยืนยันว่า การพูดคุยไม่มีการหยิบเรื่อง แผนที่ 1: 200,000 และไม่มีการหารือถึงเรื่องการเปิด-ปิด ด่าน“วันนี้ บรรลุเป้าหมาย คือ การหยุดยิง ลดความเสียหายของพลเรือน จะเข้าสู่กลไกทวิภาคีในระดับต่างๆ ท่านนายกรัฐมนตรีอันวาร์ ก็ยินดีต่อความสำเร็จเป็นการยุติปัญหาเพื่อรักษาไว้ซึ่งชีวิตพลเมืองและทรัพย์สิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอธิปไตยของประเทศที่ไทยจะไม่ยอมให้ใครรุกรานอย่างไรก็ตาม ก็จะต้องมีการพูดคุยกันต่อไป ซึ่งหลังจากนี้ทหารจะเป็นฝ่ายนำ” นายภูมิธรรม กล่าวอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องชายแดนไทย-กัมพูชา “หยุดยิง” เหตุปะทะสงบลงแล้ว ตามข้อตกลงของการเจรจากองทัพไทย ปฏิเสธข้อกล่าวหากัมพูชา ประณามบิดเบือนข้อมูล-ปลุกปั่นความขัดแย้งกองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงกรณีมีภาพระเบิดอาคารร้างฝั่งกัมพูชา ใกล้แนวชายแดนไทยกองทัพบกยืนยันไม่มีการโจมตีพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ชี้ฝ่ายกัมพูชาบิดเบือนข้อเท็จจริง
TNN ch16 • 29 Jul 2025
Read
"ทรัมป์" สายตรง "ภูมิธรรม" ขานรับข้อตกลงหยุดยิง"ไทย-กัมพูชา" เตรียมเปิดโต๊ะเจรจาการค้า
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำแห่งสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน Truth Social ระบุว่า เขาได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีไทย และนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อแสดงความยินดีต่อการที่ไทยและกัมพูชาได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิง และการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯกับทั้ง 2 ประเทศ จะเริ่มขึ้นอีกครั้งโดยข้อความดังกล่าวระบุว่า "ผมเพิ่งได้พูดคุยกับรักษาการนายกรัฐมนตรีของไทยและนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศว่า หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งสองประเทศก็ได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงและสันติภาพ ผมขอแสดงความยินดีกับทุกฝ่าย! ด้วยการยุติสงครามครั้งนี้ เราได้ช่วยชีวิตผู้คนไว้ได้หลายพันคน ผมได้สั่งการให้ทีมการค้าของผมเริ่มต้นการเจรจาการค้าอีกครั้ง ขณะนี้ผมได้ยุติสงครามหลายครั้งภายในเวลาเพียงหกเดือน ผมภูมิใจที่ได้เป็นประธานาธิบดีแห่งสันติภาพ!"ด้านนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ว่า สหรัฐอเมริกาขอแสดงความยินดีต่อการประกาศหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชาในวันนี้ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลงและคำมั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้เพื่อยุติความขัดแย้ง นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และประธานสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กล่าวว่า ไทยและกัมพูชาได้ตกลงที่จะหยุดยิงโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข โดยจะมีผลตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ตามเวลาท้องถิ่นนอกจากนี้ แม่ทัพภาค 1 และ 2 ของฝ่ายไทยและกองทัพภาค 4 และ 5 ของกัมพูชาจะจัดการประชุมในวันนี้ (29 กรกฏาคม 2568 ) เวลา 07.00 น. และจะมีการเชิญผู้ช่วยทูตทหารของอาเซียนเข้ารับฟังการหารือของทั้งสองฝ่ายขณะเดียวกัน ไทยและกัมพูชาจะจัดการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ในวันที่ 4 สิงหาคม 2568 โดยกัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพ นายอันวาร์ยังกล่าวว่า ในฐานะประธานอาเซียน มาเลเซียพร้อมประสานงานจัดตั้งคณะกรรมการผู้สังเกตการณ์เพื่อตรวจสอบและรับรองการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง โดยจะหารือกับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ เพื่อร่วมกันสนับสนุนภารกิจการสังเกตการณ์ในการบรรลุสันติภาพนอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะรื้อฟื้นช่องทางการสื่อสารโดยตรงระหว่างนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีต่างประเทศ และรัฐมนตรีกลาโหมของทั้งสองประเทศ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมของมาเลเซีย ไทย และกัมพูชา ได้รับมอบหมายให้ร่วมกันจัดทำกลไกโดยละเอียดสำหรับการดำเนินการ ตรวจสอบ และรายงานผลการหยุดยิง ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนและความรับผิดชอบร่วมกัน
TNN ch16 • 29 Jul 2025
Read
นายกฯ มาเลเซียแถลงผลเจรจา "หยุดยิงทันทีไม่มีเงื่อนไข" หลังร่วมไกล่เกลี่ย "ไทย-กัมพูชา"
แถลงการณ์ร่วมต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับการประชุมพิเศษที่มาเลเซียเป็นเจ้าภาพเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันระหว่างกัมพูชาและไทยรัฐบาลของประเทศมาเลเซีย กัมพูชา และไทย ได้ออกแถลงการณ์ร่วมฉบับนี้ ภายหลังจากการประชุมพิเศษที่จัดขึ้น ณ เมืองปูตราจายา ประเทศมาเลเซีย โดยมีนายกรัฐมนตรี ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ อิบราฮิม เป็นประธาน เจ้าภาพ และผู้ร่วมสังเกตการณ์ พร้อมด้วยนายกรัฐมนตรีสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนด แห่งกัมพูชา และรองนายกรัฐมนตรีรักษาการนายกรัฐมนตรีของไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ร่วมจัด และสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้าร่วมอย่างแข็งขัน เพื่อส่งเสริมการแก้ไขสถานการณ์ด้วยสันติวิธีนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต และรองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรม เวชยชัย ได้แสดงจุดยืนและความตั้งใจที่จะหยุดยิงโดยทันที และคืนสู่สภาวะปกติ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ติดต่อกับผู้นำของทั้งสองประเทศเพื่อเรียกร้องให้หาทางออกอย่างสันติ ส่วนฝ่ายจีนก็ได้ติดต่ออย่างใกล้ชิดกับกัมพูชา ไทย มาเลเซีย และประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการเจรจา การหยุดยิง และการฟื้นฟูสันติภาพการมีส่วนร่วมและความร่วมมือของทุกฝ่ายสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการสร้างสันติภาพ การเจรจา และเสถียรภาพในภูมิภาคทั้งกัมพูชาและไทยได้บรรลุความเข้าใจร่วมกัน ดังต่อไปนี้🔴 การหยุดยิงทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข มีผลตั้งแต่เวลา 24.00 น. (เวลาท้องถิ่น) ของวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการลดความตึงเครียด และฟื้นฟูสันติภาพและความมั่นคง🔴 การประชุมไม่เป็นทางการระหว่างผู้บัญชาการทหารภูมิภาค (กองทัพภาคที่ 1 และ 2 ของฝ่ายไทย และกองทัพภาคที่ 4 และ 5 ของฝ่ายกัมพูชา) ในเวลา 07.00 น. ของวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 และอาจมีการประชุมต่อเนื่องกับผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารภายใต้การนำของประธานอาเซียน หากทั้งสองฝ่ายเห็นชอบ🔴 การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ในวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ซึ่งกัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพ ในฐานะประธานอาเซียนปัจจุบัน มาเลเซียพร้อมประสานงานจัดตั้งทีมผู้สังเกตการณ์เพื่อตรวจสอบและรับรองการปฏิบัติตามข้อตกลง โดยจะหารือกับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ เพื่อร่วมกันสนับสนุนภารกิจการสังเกตการณ์ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในระดับภูมิภาคเพื่อสนับสนุนสันติภาพทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะ รื้อฟื้นช่องทางการสื่อสารโดยตรงระหว่างนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ของทั้งสองประเทศรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของมาเลเซีย กัมพูชา และไทย ได้รับมอบหมายให้ร่วมกันจัดทำกลไกโดยละเอียดสำหรับการดำเนินการ ตรวจสอบ และรายงานผลการหยุดยิง ซึ่งกลไกนี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนและความรับผิดชอบร่วมกันที่ประชุมยืนยันเจตจำนงร่วมของมาเลเซีย กัมพูชา และไทย ในการยึดมั่นในหลักกฎหมายระหว่างประเทศ การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และความร่วมมือพหุภาคี เพื่อแสวงหาทางออกที่เป็นธรรมและยั่งยืนต่อสถานการณ์ดังกล่าว
TNN ch16 • 28 Jul 2025
Read
3 องค์กรสื่อออกแถลงการณ์ขอความร่วมมือรายงานข่าวชายแดนอย่างรับผิดชอบ
3 องค์กรวิชาชีพสื่อออกแถลงการณ์ร่วม ขอความร่วมมือรายงานข่าวชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างมีจรรยาบรรณจากสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาที่ดำเนินอย่างต่อเนื่อง 3 องค์กรวิชาชีพสื่อ ได้แก่ สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP), สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ร่วมภายหลังหารือพิเศษ เพื่อกำหนดแนวทางการรายงานข่าวที่รับผิดชอบและปลอดภัย ทั้งต่อเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน พลเรือน และความมั่นคงของประเทศในแถลงการณ์ดังกล่าว ได้มีการขอความร่วมมือสื่อมวลชนทั่วประเทศปฏิบัติตามแนวทาง 11 ข้อ และมีข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานรัฐเพิ่มเติม เพื่อให้การสื่อสารในสถานการณ์วิกฤตไม่สร้างความตื่นตระหนก ความสับสน หรือความขัดแย้งระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ แนวปฏิบัติที่ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน1. ห้ามเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับที่ตั้งหน่วยทหาร ชื่อผู้บัญชาการ อาวุธ หรือยุทโธปกรณ์ที่ใช้2. งดรายงานสดจากพื้นที่ที่ยังมีการปฏิบัติการทางทหาร3. หลีกเลี่ยงเนื้อหาที่ส่งผลต่อขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ความมั่นคง4. ไม่เผยแพร่ภาพหรือข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิดว่าฝ่ายไทยใช้ความรุนแรงเกินจำเป็น5. ตรวจสอบความถูกต้องของข่าวที่เผยแพร่ต่อในโซเชียลมีเดียกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน6. งดเนื้อหาที่ปลุกปั่นหรือสร้างความเกลียดชังระหว่างประชาชนไทย–กัมพูชา7. หลีกเลี่ยงการวิเคราะห์ข่าวโดยไม่มีข้อมูลสนับสนุน8. ใช้ถ้อยคำในพาดหัวอย่างรอบคอบ ไม่เกินจริงเพื่อเรียกความสนใจ9. ไม่สัมภาษณ์หรือถ่ายภาพเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติการโดยไม่ได้รับอนุญาต10. เคารพสิทธิส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่และครอบครัวผู้สูญเสีย11. ยึดหลักสิทธิมนุษยชนและประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานรัฐด้านการสื่อสาร1. หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่สร้างด้วย AI ซึ่งอาจขาดความถูกต้อง2. ควบคุมการสื่อสารจากทุกช่องทางให้อยู่ในทิศทางเดียวกัน เพื่อป้องกันความสับสนของประชาชน3. ตรวจสอบถ้อยคำและภาษาของเจ้าหน้าที่ที่เผยแพร่ข่าว เพื่อหลีกเลี่ยงถ้อยคำยั่วยุหรือความเห็นส่วนตัว4. เสนอให้จัดทำแนวปฏิบัติในการเผยแพร่ข่าวสารของรัฐให้มีรูปแบบเดียวกันทุกหน่วยงาน เตือนภัยการโจมตีทางไซเบอร์จากกัมพูชาที่ประชุมยังหยิบยกประเด็นปัญหาการโจมตีเว็บไซต์สื่อมวลชนไทย ด้วยเทคนิค DDoS ซึ่งมีเป้าหมายคือเว็บไซต์ที่มีคำว่า “ไทย” “Thai” หรือ “Thailand” โดยเชื่อว่ามีต้นทางจากประเทศกัมพูชาจึงขอให้สื่อมวลชนเฝ้าระวังระบบความปลอดภัยของตนเองอย่างใกล้ชิด และสามารถประสานขอความช่วยเหลือจากสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ได้โดยตรง พร้อมทั้งเสนอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ กสทช. เร่งดำเนินมาตรการรับมือ และเป็นตัวกลางในการประสานกับแพลตฟอร์มหลัก เพื่อช่วยเหลืออย่างทันเหตุการณ์สื่อกับความรับผิดชอบในภาวะวิกฤตแถลงการณ์ฉบับนี้เน้นย้ำถึงบทบาทของสื่อมวลชนในภาวะสงครามและวิกฤตการณ์ชายแดนว่าไม่เพียงเป็นผู้รายงานข่าว แต่ยังต้องทำหน้าที่อย่างมีจริยธรรม โดยไม่ละเมิดความมั่นคงหรือสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างรอบด้าน ทั้งจากภาคสื่อ ภาครัฐ และสังคม
TNN ch16 • 28 Jul 2025
Read
กองทัพไทย ปฏิเสธข้อกล่าวหากัมพูชา ประณามบิดเบือนข้อมูล-ปลุกปั่นความขัดแย้ง
28 กรกฏาคม 2568 พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองทัพไทย ชี้แจงและตอบโต้แถลงการณ์ของ พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา โฆษก กห.กพช. ที่ได้กล่าวหาประเทศไทยว่าละเมิดอธิปไตยของกัมพูชาและเริ่มการโจมตีอย่างไร้ซึ่งข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบกองทัพไทยปฏิเสธต่อข้อกล่าวหาอันเป็นเท็จและปราศจากมูลความจริงกองทัพไทยขอปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงต่อข้อกล่าวหาอันเป็นเท็จและปราศจากมูลความจริงนี้ การกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นเพียงความพยายามที่น่าสิ้นหวังของฝ่ายกัมพูชา เพื่อบิดเบือนความสนใจจากความจริงที่ว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มต้นการยั่วยุและละเมิดอธิปไตยของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง กองทัพไทยมีความอดทนอดกลั้นมาโดยตลอด แต่เมื่อต้องเผชิญกับการรุกราน เรามีความชอบธรรมในการปกป้องตนเองและอธิปไตยของชาติ มุ่งสร้างความเข้าใจผิดและปลุกปั่นความขัดแย้งประเทศไทยขอประณามการบิดเบือนข้อมูลอย่างหน้าไม่อาย ของ พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา ซึ่งเป็นการกระทำที่มุ่งสร้างความเข้าใจผิดและปลุกปั่นความขัดแย้ง พฤติการณ์ของรัฐบาลกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความไม่จริงใจในการหาทางออกอย่างสันติข้อเท็จจริงข้อเท็จจริงคือ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เวลา 02.00 น. กองกำลังกัมพูชาได้เปิดฉากยิงปืนใหญ่บริเวณพื้นที่ ช่องจอม ซึ่งเป็นพื้นที่อธิปไตยของไทย ต่อมา เวลา 04.30 น. และมีการระดมยิงอย่างหนัก ไปยังฐานที่มั่นของทหารไทยบริเวณ ปราสาทตาควาย และ ปราสาทตาเมือนธม จนกระทั่ง ในเวลา 06.40 น. มีกระสุนปืนใหญ่จากฝั่งกัมพูชา ตกใส่บ้านประชาชนใน อ.ช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ได้รับความเสียหายก่อนที่กองกำลังกัมพูชาจะพยายามรุกคืบเข้ามาในเขตแดนไทยอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์ล่าสุด เวลา 17.00 น. กัมพูชาระดมยิงจรวด BM-21 เข้ามายังฝั่งไทย ตกในบ้านเรือนประชาชน ที่ อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ห่างจากพื้นที่ชายแดน 20 กิโลเมตร ส่งผลให้มีประชาชนเสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บสาหัส 1 คน ซึ่งการโจมตีดังกล่าว เป็นการโจมตีต่อเป้าหมายพลเรือน ถือเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน ขาดมนุษยธรรมการตอบโต้ของกองทัพไทยการตอบโต้ของกองทัพไทยเป็นการกระทำที่จำเป็นและสมเหตุสมผลเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงรักษาอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศไทย การกระทำของเราสอดคล้องกับมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งรับรองสิทธิในการป้องกันตนเองของทุกประเทศ เราไม่ได้มีเจตนาที่จะยกระดับความขัดแย้ง แต่เราจะไม่ยอมให้มีการรุกล้ำอธิปไตยและกระทำการใดๆ ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ แก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศประเทศไทยยืนยันในเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศ และเคารพในอธิปไตยของทุกประเทศ อย่างไรก็ตาม เราขอเรียกร้องให้กัมพูชายุติการบิดเบือนข้อมูล การยั่วยุ และการกระทำที่ผิดกฎหมายที่ละเมิดอธิปไตยของประเทศไทยทันทีกองทัพไทยเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศรับทราบถึงข้อเท็จจริง และร่วมกันเรียกร้องให้กัมพูชาปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและยุติการรุกรานที่ผิดกฎหมาย เพื่อให้เกิดสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคโดยเร็วที่สุดอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงกรณีมีภาพระเบิดอาคารร้างฝั่งกัมพูชา ใกล้แนวชายแดนไทยกองทัพบก ชวนคนไทยร่วมประดับธงชาติ เพื่อแสดงสัญลักษณ์แห่งความเป็นไทยกองทัพบกยืนยันไม่มีการโจมตีพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ชี้ฝ่ายกัมพูชาบิดเบือนข้อเท็จจริง“แพทองธาร” ประณามกัมพูชาใช้ความรุนแรง พร้อมหนุนทุกมาตรการตอบโต้ภายใต้กรอบกฎหมาย
TNN ch16 • 28 Jul 2025
Read
"ภูมิธรรม" นำทีมรัฐบาล บินคุยกัมพูชา ที่มาเลเซียแล้ว ย้ำ เจรจาเรื่องการหยุดยิง ยืนยันมีหลักฐานกัมพูชาโจมตีพลเรือนจนเกิดความเสียหาย
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, พลเอก ณัฐพล นาคพานิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นายแพทย์พรมมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พลเอกธราพงษ์ มะละคำ รองปลัดกระทรวงกลาโหม และนายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง ไปยังประเทศมาเลเซีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมหารือแนวทางสันติภาพในภูมิภาค ณ ทำเนียบนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ก่อนการเดินทางนายภูมิธรรมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่า การพูดคุยในวันนี้ จะพบกับพลเอกฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในช่วงเวลา 15:00 น โดยการพูดคุยจะเป็นการให้หยุดยิงโดยทันที เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชน ซึ่งการพูดคุยในวันนี้เป็นการยกระดับการพูดคุยระดับผู้นำประเทศ โดยนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน จะเป็นประธานในการพูดคุย และมีผู้สังเกตการณ์ 2 ประเทศ คือจีนและสหรัฐอเมริการักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ย้ำว่าประเทศไทยยังอยากจะมีการพูดคุยระดับ 2 ประเทศ รวมถึงรายละเอียดอื่นๆที่จะพูดคุย แต่อยู่ภายใต้การยึดมั่นอธิปไตยของประเทศไทย และไม่มีการพูดคุยภายใต้แผนที่ 1:200,000 แต่อย่างใด คำนึงถึงการพูดคุยที่ประเทศได้ประโยชน์สูงสุด ย้ำว่าการหยุดยิงครั้งนี้ก็เพื่อนำไปสู่การเจรจาระหว่าง 2 ประเทศ แต่ไม่ได้หมายความว่าหยุดยิงแล้วจะมีทหารกัมพูชาอยู่ในพื้นที่ประเทศไทย เพราะยึดมั่นในหลักอธิปไตยของประเทศเป็นหลัก รวมถึงชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะไปพิจารณา หากมีเรื่องใดที่สำคัญที่จะผูกพันระยะยาวหรือเป็นปัญหาสำคัญของประเทศจะต้องนำกลับมาสู่ที่ประชุมรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง แต่หากเป็นการเฉพาะหน้า คณะจะพิจารณาอย่างเหมาะสมส่วนกัมพูชาจะปฏิบัติตามหรือไม่นั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่า ถือเป็นหัวใจในการพูดคุย เพราะไทยเคยบอกไว้แล้วว่า ไทยไม่เชื่อมั่นในประเทศกัมพูชา เพราะสิ่งที่กระทำมาทั้งหมดเป็นสิ่งที่สะท้อนว่าไม่เชื่อในความจริงใจและจริงจังในการแก้ไขปัญหา ดังนั้น รายละเอียดต่างๆที่จะเกิดขึ้น กัมพูชาก็ต้องแสดงให้เห็น ซึ่งเรื่องนี้ต้องดูว่าทางกัมพูชาจะดำเนินการอย่างไร ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า กัมพูชาจะนำจีนเข้ามาร่วมด้วยนายภูมิธรรมกล่าวว่า กัมพูชาได้เสนอความเห็นกับทางมาเลเซีย จีน และสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการริเริ่มของฝ่ายกัมพูชา แต่สิ่งที่ไทยคลางแคลงใจ คือการที่กัมพูชายังบุกเข้ามาจนทำให้เป็นปัญหา ในขณะเดียวกันก็ยังขอยุติให้เกิดการหยุดยิง ดังนั้นไทยจึงได้บอกกับทุกคนว่า เรื่องที่เสนอไป ไทยได้รับมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว และเดินตามแนวทางนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น กัมพูชาไม่เคยตอบสนองเรื่องนี้เลย ไทยไม่ได้มีปัญหา เพราะโลกรู้ดีว่าเกิดขึ้นจากความพยายามตั้งใจทำของกัมพูชา"สิ่งที่เกิดขึ้น ทำแบบไม่อยู่กับร่องกับรอยและอยู่ในเขตกติกากฎหมายระหว่างประเทศ การยิงเข้ามาในโรงพยาบาล ซึ่งโลกนี้ไม่ทำกัน ส่งผลกระทบต่อพลเรือนและเด็ก รวมถึงนักศึกษา ส่งผลให้เกิดความพิการ รวมถึงวางกับระเบิด ซึ่งเป็นตัวอย่างให้เห็นว่ากัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นการยืนยัน โลกก็รับรู้ ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้ชี้แจงในเวทีโลกแล้ว ซึ่งประเทศไทยเข้าใจจุดยืนของประชาคมโลก ไม่อยากให้เกิดการปะทะกันไม่กระทบประชาชน โดยที่ไทยยืนตามหลักนี้และเชื่อว่าโลกเข้าใจประเทศไทย และยืนอยู่ข้างประเทศไทย เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเกิดจากกัมพูชา ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศทั้งหมด"นายภูมิธรรม ย้ำว่าโดยการเจรจาวันนี้จะทำให้พลเรือนทั้งสองฝ่ายเกิดความปลอดภัยไม่ให้รุกล้ำเข้ามาในดินแดนของใคร ย้ำว่าประเทศไทยมีหลักฐานว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายยิงก่อนและได้มีการเตรียมการไว้แล้ว พร้อมกันนี้พร้อมที่จะดูข้อเสนอต่างๆ โดยทีมที่ไปพยายามยึดมั่นประโยชน์ของประเทศและอธิปไตยของประเทศและประชาชนไทยเป็นหัวใจสำคัญ การไปครั้งนี้มีการปรึกษาหารือกับกองทัพด้วย และพร้อมรับข้อเสนอจากกองทัพไปยืนยันในที่เจรจาด้วย การเจรจาครั้งนี้ไม่ใช่แค่รัฐบาล แต่มีทุกหน่วยงาน เหล่าทัพ ที่ดำเนินการอยู่ รับเงื่อนไขของกองทัพมาด้วย เพื่อนำไปพูดคุย ดังนั้นต้องรอผลการเจรจา
TNN ch16 • 28 Jul 2025
Read
สรุปลำดับเหตุการณ์ไทย–กัมพูชา จากชายแดนตึงเครียดสู่ข้อตกลงหยุดยิง 28 ก.ค.
ลำดับเหตุการณ์ไทย-กัมพูชา ตั้งแต่ตึงเครียดถึงหยุดยิงความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาในปี 2568 ไม่ได้เกิดขึ้นในทันที แต่เป็นผลสะสมจากหลายเหตุการณ์ที่ค่อย ๆ สะสมความตึงเครียดตลอดหลายเดือน จนกระทั่งลุกลามเป็นการปะทะด้วยอาวุธในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ความรุนแรงตามแนวชายแดนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จึงควรถูกพิจารณาในภาพรวมของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่องช่วงก่อนเกิดความรุนแรงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568ทหารไทยขัดขวางนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาที่พยายามร้องเพลงชาติในบริเวณปราสาทตาเมือนธม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่พิพาท จังหวัดสุรินทร์ เหตุการณ์นี้สร้างกระแสไม่พอใจอย่างมากในกัมพูชา และเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่จุดชนวนทางสัญลักษณ์และความรู้สึกทางประวัติศาสตร์วันที่ 28 พฤษภาคม 2568เกิดเหตุปะทะสั้น ๆ ที่บริเวณสามเหลี่ยมมรกต จังหวัดอุบลราชธานี โดยกินเวลาประมาณ 10 นาที มีทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นาย ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเป็นผู้เริ่มก่อน ซึ่งสะท้อนถึงความเปราะบางตามแนวชายแดน การตอบโต้ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมวันที่ 17 มิถุนายน 2568รัฐบาลกัมพูชาประกาศห้ามนำเข้าสินค้าจำพวกผลไม้และเนื้อหาสื่อบันเทิงจากไทย โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับความมั่นคงทางวัฒนธรรมและสถานการณ์ชายแดนระหว่างวันที่ 21 ถึง 23 มิถุนายน 2568ประเทศไทยสั่งปิดจุดผ่านแดนหลายแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่กัมพูชาตอบโต้ด้วยการปิดชายแดนฝั่งตนเองและระงับการนำเข้าน้ำมันจากไทย ทำให้เศรษฐกิจชายแดนทั้งสองฝั่งได้รับผลกระทบในวงกว้างวันที่ 4 กรกฎาคม 2568เกิดเหตุเผชิญหน้าทางวาจาระระหว่างทหารไทยและกัมพูชาบริเวณเขตพิพาทจังหวัดศรีสะเกษ แม้ไม่มีการใช้กำลังแต่เป็นอีกหนึ่งจุดที่บ่งชี้ถึงความตึงเครียดที่เพิ่มสูงการปะทะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการวันที่ 23 กรกฎาคม 2568รัฐบาลไทยประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชา พร้อมกับเรียกเอกอัครราชทูตไทยกลับประเทศวันที่ 24 กรกฎาคม 2568เกิดเหตุการณ์ตรวจพบโดรนไม่ทราบฝ่ายบินเข้าพื้นที่บริเวณใกล้แนวรั้วลวดหนามใกล้ปราสาทตาเมือนธม จากนั้นไม่นานเกิดการสู้รบขึ้นหลายจุดตลอดแนวชายแดน ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่าตนถูกโจมตีก่อน ส่วนฝ่ายไทยยืนยันว่าถูกยิงด้วยอาวุธเบาและหนักก่อนหน้านั้น ยอดผู้เสียชีวิตเบื้องต้นประกอบด้วยทหารไทย 21 นาย และทหารกัมพูชา 13 นาย ความรุนแรงขยายตัวและพลเรือนได้รับผลกระทบระหว่างวันที่ 25 ถึง 27 กรกฎาคม 2568การสู้รบขยายวงจากจุดพิพาทเข้าสู่พื้นที่ปราสาทพระวิหารและบ้านตาควาย จังหวัดสุรินทร์ มีการใช้จรวด BM-21 จากฝั่งกัมพูชายิงเข้าพื้นที่ของไทย และกองทัพไทยส่งเครื่องบิน F-16 เข้าสนับสนุนภาคพื้นดินมีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งในหมู่ทหารและพลเรือน อาคารบ้านเรือน โรงเรียน รวมถึงโบราณสถานบางแห่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก ศูนย์พักพิงชั่วคราวเปิดรับประชาชนที่อพยพจากพื้นที่ชายแดนจำนวนหลายหมื่นคนการเจรจานำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงวันที่ 28 กรกฎาคม 2568การสู้รบยังดำเนินต่อเนื่องในช่วงเช้า แต่ในช่วงบ่ายตัวแทนรัฐบาลไทยและกัมพูชาได้เข้าร่วมการเจรจาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีมาเลเซียทำหน้าที่เป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย ร่วมด้วยผู้สังเกตการณ์จากอาเซียน สหรัฐอเมริกา และจีนผลจากการเจรจานำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 24 ชั่วโมง โดยมีผลตั้งแต่เวลา 00.00 น. ของวันที่ 29 กรกฎาคม เพื่อเปิดทางให้เกิดการหารือในกรอบคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ JBC และเน้นย้ำเรื่องการคุ้มครองพลเรือนและการเปิดทางช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมสรุปเหตุการณ์และบทเรียนเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาในปี 2568 ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่เป็นผลจากการสั่งสมของความขัดแย้งหลายมิติ ทั้งในเชิงพื้นที่ วัฒนธรรม ชาติพันธุ์ และความสัมพันธ์ทางการทูต สัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ เช่น ปราสาทตาเมือนธม และปราสาทพระวิหาร ถูกนำมาใช้ประกอบการแสดงออกเชิงอำนาจและอธิปไตย จนพัฒนาเป็นความรุนแรงที่มีผลกระทบทั้งทางทหารและพลเรือนในระดับสูง ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะยอมเปิดการเจรจาในที่สุด
TNN ch16 • 28 Jul 2025
Read
สุรินทร์ประกาศ “เขตภัยพิบัติสงคราม” เป็นจังหวัดแรกของไทย
วันที่ 27 กรกฎาคม 2568 นายชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ลงนามในหนังสือราชการด่วนที่สุด เลขที่ สร 0023.6/4073 เพื่อประกาศแนวทางการปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาซึ่งทวีความรุนแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบัวเชด, สังขะ, กาบเชิง และพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ประกาศ “เขตภัยพิบัติสงคราม” เป็นกรณีเร่งด่วนจากสถานการณ์ความรุนแรงชายแดนที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน สถานบริการสาธารณสุข และพื้นที่สำคัญหลายแห่ง จังหวัดสุรินทร์ได้ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็น “เขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน” ตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 โดยถือเป็นกรณีที่สามารถใช้งบประมาณฉุกเฉินของ อปท. เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันทีเช่นเดียวกับกรณีน้ำท่วม ไฟไหม้ หรือแผ่นดินไหวแนวทางให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้จ่ายงบประมาณตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย และพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง พ.ศ. 2561 เพื่อจัดซื้อพัสดุ อุปกรณ์ เครื่องใช้ และจัดบริการที่จำเป็นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย รวมถึงกรณีที่มีผู้อพยพเข้ามายังพื้นที่ปลอดภัยในเขต อปท. ก็สามารถใช้งบประมาณเพื่อสนับสนุนได้ทันที ย้ำไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังหากประชาชนในพื้นที่ประสบภัยหลบหนีมายังเขตปลอดภัยในพื้นที่อื่น หรือได้รับผลกระทบในรูปแบบใด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิ์และหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือเทียบเท่ากับภัยธรรมชาติทุกประการ โดยเน้นความเร่งด่วน ปลอดภัย และเป็นธรรมคำสั่งจากผู้ว่าฯ สุรินทร์ ถือเป็นแนวทางนำร่องหนังสือฉบับนี้ถือเป็นคำสั่งให้หน่วยงานในจังหวัดสุรินทร์ปฏิบัติตามแนวทางเดียวกัน และถือเป็นจังหวัดแรกในประเทศที่ประกาศ “เขตภัยพิบัติจากสงคราม” อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรการช่วยเหลือประชาชนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ชายแดน
TNN ch16 • 28 Jul 2025
Read
รมว.แรงงาน สั่ง 4 หน่วยงานเร่งช่วยผู้รับผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา
นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงฯ ได้ออกมาตรการดำเนินการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา โดยสั่งการให้ กรมการจัดหางาน (กกจ.) ,กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) ,กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) และ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ดำเนินการช่วยเหลือทั้งในส่วนของลูกจ้างผู้ประกันตน นายจ้างสถานประกอบการ แรงงานต่างด้าว และประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบ โดยกรมการจัดหางาน ให้สนับสนุนพื้นที่จัดตั้งโรงครัวประกอบอาหารพร้อมกับประสานเคลื่อนย้ายแรงงานไทย หากประสงค์จะเดินทางไปทำงานนอกพื้นที่ รวมถึงอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับประเทศ ของแรงงานกัมพูชาและประสาน ช่วยเหลือให้มีที่พักพิงระหว่างรอการส่งกลับ รวมทั้งให้นายจ้างสถานประกอบการดูแลแรงงาน อย่างใกล้ชิด ไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกันในสถานประกอบการ และ ผ่อนผันให้แรงงาน ที่เข้ามาทำงานโดยใช้บัตรผ่านแดน (Border pass) ทั้งที่มีอายุหรือหมดอายุสามารถทำงานต่อไปได้อีกทั้งให้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดเตรียมสถานที่ของหน่วยงานในสังกัดเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวให้แก่ผู้อพยพ และสนับสนุนพื้นที่จัดตั้งโรงครัวเพื่อประกอบอาหารเลี้ยงผู้ประสบภัย ส่วน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ดำเนินการด้านขอความร่วมมือนายจ้าง/สถานประกอบกิจการให้ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา หยุดงานโดยไม่ถือเป็นวันลาหรือความขัดต่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ดูแลลูกจ้าง และเฝ้าระวังการกระทบกระทั่งระหว่างลูกจ้างไทยและลูกจ้างกัมพูชา นายพงศ์กวิน กล่าวต่อว่า พร้อมสั่งการให้ สำนักงานประกันสังคม แจ้งให้สถานพยาบาลในระบบประกันสังคมในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ให้บริการแก่ผู้ประกันตนโดยไม่เรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล และบันทึกการขอรับค่าบริการทางการแพทย์ผ่านระบบ MMS รวมทั้งเร่งรัดการวินิจฉัยการขอรับค่าบริการทางการแพทย์กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงในระบบ MMS ในการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้สถานพยาบาลโดยเร็วทั้งนี้ ลูกจ้างผู้ประกันตน นายจ้างสถานประกอบการ แรงงานต่างด้าว และประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506ข่าวที่เกี่ยวข้อง- มทภ.2 อัดคลิปยืนยัน! โต้เฟคนิวส์ "ผมยังอยู่ ไม่เป็นอะไร สบายดีทุกอย่าง"- กองทัพภาคที่ 2 “แจ้งเตือน” ภัยสงครามไซเบอร์ แนะ 6 มาตรการสำคัญต้องทำเร่งด่วน- กองทัพบก ยืนยันไม่มีการใช้ "อาวุธเคมี" เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา- “ภูมิธรรม” บินเจรจา “ฮุน มาเนต” ที่มาเลย์ ย้ำหยุดยิง–คงอธิปไตยไทย
TNN ch16 • 28 Jul 2025
Read
ภาพลักษณ์ไทยเด่นบนเวทีโลก ไม่แลกหยุดยิงกับผลประโยชน์ เดินหน้าสู่เจรจาทวิภาคีเต็มรูปแบบ
หยุดยิงก่อนเปิดด่าน ยืนยันไม่ลดทอนอธิปไตยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งทำหน้าที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมเจรจาหยุดยิงกับรัฐบาลกัมพูชาที่ประเทศมาเลเซียว่า ข้อตกลงในครั้งนี้มีเป้าหมายชัดเจนเพื่อลดความสูญเสียของพลเรือน และยังไม่มีการหยิบยกเรื่องการเปิดจุดผ่านแดนมาหารือร่วมกันแต่อย่างใดการพูดคุยในวันนี้เป็นการวางพื้นฐานเพื่อเดินหน้าสู่กระบวนการหารือในระดับทหาร ผ่านกลไกคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ซึ่งผู้นำกองทัพของทั้งสองประเทศจะมีบทบาทในการหาทางออก โดยฝ่ายไทยยังคงยึดมั่นในหลักการว่าห้ามมีการรุกล้ำเขตแดนหรืออธิปไตยของชาติ และการอดกลั้นในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้หมายถึงการยอมถอยในหลักการที่ถูกต้อง การสนับสนุนจากนานาชาติและบทบาทของผู้นำอาเซียนเวทีเจรจาหยุดยิงในครั้งนี้ได้รับการประสานและสนับสนุนจากนานาชาติ ทั้งจากประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา จีน และประเทศสมาชิกอาเซียน โดยมีนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน เป็นผู้ทำหน้าที่กลางในการไกล่เกลี่ย ซึ่งการพูดคุยในวันนี้สามารถตกลงได้ในหลักการว่าจะหยุดยิงอย่างเป็นทางการตั้งแต่เวลา 00.00 น. ของวันที่ 29 กรกฎาคมข้อตกลงที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่เรื่องการยุติการสู้รบในระยะสั้นเท่านั้น แต่เป็นก้าวสำคัญของการเดินหน้าเข้าสู่กลไกเจรจาทางทหาร ที่จะมีการประชุมร่วมกันระหว่างกองทัพภาค 1 และกองทัพภาค 2 ของไทย กับกองพลของกัมพูชาในช่วงเช้า เพื่อกำหนดแนวทางและข้อตกลงถาวรต่อไปกลาโหมยันควบคุมพื้นที่ได้ ไม่มีการรุกล้ำพลเอก ณัฐพล นาคพานิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่าสถานการณ์ตามแนวชายแดนในขณะนี้ มีกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 ของไทยควบคุมพื้นที่ได้อย่างเรียบร้อย โดยไม่มีจุดใดที่ถูกรุกล้ำเข้ามาขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมได้มีคำสั่งให้กองกำลังทั้งหมดรักษาพื้นที่ไว้อย่างมั่นคงจนถึงเวลา 24.00 น. คืนนี้ ตามข้อตกลงที่ได้มีการตกลงกันไว้ในระดับผู้นำ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมีวุฒิภาวะของประเทศที่เลือกใช้กลไกทางการเมืองและการทูตเหนือการใช้กำลังหลังจากการยุติการสู้รบในระยะแรก จะเข้าสู่การประชุมภายใต้คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) และคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ตามลำดับ ซึ่งจะใช้เวลาพิจารณารายละเอียดอย่างรอบคอบอีกระยะหนึ่ง โดยกระทรวงกลาโหมจะทำหน้าที่กำกับทิศทางของกลไกเหล่านี้อย่างใกล้ชิด ต่างประเทศชื่นชมบทบาทไทยในเวทีสันตินายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวในเวทีเจรจาว่า ประเทศไทยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในสายตานานาชาติในฐานะประเทศที่สนับสนุนสันติภาพและไม่ใช้กำลังเป็นทางเลือกหลักการที่ไทยสามารถดึงให้กัมพูชากลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาในระดับทวิภาคี โดยเฉพาะผ่านกลไกทั้งสามระดับ ได้แก่ คณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC) คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) และคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ถือเป็นความคืบหน้าที่สำคัญ ที่เปิดโอกาสให้ความร่วมมือกลับมาอยู่ในกรอบที่เป็นทางการนอกจากนี้ ฝ่ายกัมพูชาได้เสนอให้มีช่องทางติดต่อสื่อสารระหว่างกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศ เพื่อเสริมความต่อเนื่องของการประสานงาน และลดความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายใหม่ในการเจรจาอย่างมีวุฒิภาวะและจริงใจ
TNN ch16 • 28 Jul 2025
Read
โฆษก ทบ. เผยกัมพูชายังไม่หยุดยิง ไทยต้องตอบโต้การรุกราน
พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุด กัมพูชายังมีการเคลื่อนไหว ด้วยการใช้อาวุธ ยิงสนับสนุนระยะไกลยิงเข้ามาในฝั่งไทย บริเวณหน้าแนวมีการปะทะในหลายๆ จุดอย่างต่อเนื่อง พบมีอาวุธยิงสนับสนุนระยะไกลไปตกนอกเขตพื้นที่เป้าหมายทางทหารจำนวนมากในจังหวัดสุรินทร์ฝ่ายไทยเรามีความจำเป็นที่จะต้องใช้ปฏิบัติการทางทหารดำเนินการตอบโต้ต่ออาวุธยิงสนับสนุนระยะไกลอย่างเช่น จรวด และ ปืนใหญ่ ที่ยังคงยิงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้พี่น้องได้รับผลกระทบหรือมีการสูญเสีย และเมื่อวานนี้ 26 ก.ค.68 เวลาประมาณ 15.30 น.กระสุนปืนใหญ่ของกัมพูชายังคงพุ่งเป้าใส่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านซำเม็ง ม.3 ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้รับความเสียหายอย่างหนักที่ตัวอาคาร แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ เพราะก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกไปก่อนแล้วอีกทั้งยังปรากฏข่าวสารความเคลื่อนไหว ว่าอาจมีอาวุธที่มีประสิทธิภาพ อย่างเช่น PHL-03, RM 70 , BM-21 ที่อาจมีแนวโน้มที่จะเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติมให้กับฝ่ายกัมพูชา นั่นอาจแสดงถึงท่าทีของกัมพูชา ที่ฝ่ายไทยยังไม่สามารถไว้วางใจได้ โดยสถานการณ์ล่าสุดฝ่ายกัมพูชายังไม่หยุดโจมตีด้วยอาวุธทุกรูปแบบต่อฝ่ายไทย กองทัพบกจะดำเนินการเต็ม ขีดความสามารถเพื่อตอบโต้การรุกรานและยืนยันยังคงมุ่งเน้นต่อเป้าหมายทางทหาร ที่ส่งผลต่อภัยคุกคามทางทหาร และ ชีวิตทรัพย์สินพี่น้องประชาชนเท่านั้น ภายใต้กรอบกติกาสากลอย่างเหมาะสม เพื่อปกป้องรักษาอธิปไตย ให้ได้อย่างดีที่สุดข่าวที่เกี่ยวข้อง- สถานการณ์ไทย-กัมพูชา! สมช. ศบ.ทก. วอนปิดโลเคชั่นศูนย์พักพิง-จุดล่อแหลม- กัมพูชา เปิดฉากยิง! กระสุนปืนใหญ่ตกใส่บ้านประชาชนใน จ.สุรินทร์- กองทัพภาคที่ 2 ยันปัจจุบันยังไม่มีความจำเป็นเรียกระดมพลกำลังสำรอง- ภูมิธรรม เผยบทสนทกับทรัมป์ เห็นด้วยหยุดยิง แต่กัมพูชาต้องจริงใจ!
TNN ch16 • 27 Jul 2025
Read
สรุปตัวเลขเศรษฐกิจ "ไทย-กัมพูชา" อยู่จุดไหนในระดับโลก
เริ่มกันที่พื้นที่ของประเทศ ประเทศไทยมีพื้นที่ 513,120 ตร.กม. อยู่ในอันดับที่ 51 ของโลก ในขณะที่กัมพูชามีพื้นที่ 181,035 ตร.กม. อยู่ในอันดับที่ 90 ของโลก ประชากร ประเทศไทยมีประชากร 71.61 ล้านคน อยู่ในอันดับที่ 20 ของโลก ในขณะที่กัมพูชามีประชากร 17.84 ล้านคน อยู่ในอันดับที่ 73 ของโลก GDP ประเทศไทยมี GDP อยู่ที่ 16.99 ล้านล้านบาท อยู่ในอันดับที่ 26 ของโลก ในขณะที่กัมพูชามี GDP อยู่ที่ 1.39 ล้านล้านบาท อยู่ในอันดับที่ 97 ของโลกหนี้สาธารณะต่อ GDP ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะต่อ GDP อยู่ที่ 63.7% น้อยเป็นอันดับที่ 108 ของโลก ในขณะที่กัมพูชามีหนี้สาธารณะต่อ GDP อยู่ที่ 26.6% น้อยเป็นอันดับที่ 24 ของโลกรายได้ประชากรต่อหัวต่อคนต่อปี ประเทศไทยมีรายได้ประชากรต่อหัวต่อคนต่อปี อยู่ที่ 774,345 บาท อยู่ในอันดับที่ 78 ของโลก ในขณะที่กัมพูชามีรายได้ประชากรต่อหัวต่อคนต่อปี อยู่ที่ 80,157 บาท อยู่ในอันดับที่ 172 ของโลกมูลค่าการส่งออก ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกต่อปี อยู่ที่ 11.12 ล้านล้านบาท อยู่ในอันดับที่ 27 ของโลก ในขณะที่กัมพูชามีมูลค่าการส่งออกต่อปี อยู่ที่ 934,560 ล้านบาท อยู่ในอันดับที่ 76 ของโลกมูลค่าตลาดหลักทรัพย์ ประเทศไทยมีมูลค่าตลาดหลักทรัพย์ อยู่ที่ 15 ล้านล้านบาท อยู่ในอันดับที่ 29 ของโลก ในขณะที่กัมพูชามีมูลค่าตลาดหลักทรัพย์ อยู่ที่ 88,000 ล้านบาท อยู่ในอันดับที่ 52 ของโลกบริษัทจดทะเบียน ตลาหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีบริษัทจดทะเบียน อยู่ที่ 810 บริษัท อยู่ในอันดับที่ 12 ของโลก ในขณะที่ตลาหลักทรัพย์กัมพูชามีบริษัทจดทะเบียน อยู่ที่ 11 บริษัท อยู่ในอันดับที่ 68 ของโลกจำนวนนักท่องเที่ยว ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยว อยู่ที่ 39.8 ล้านคน อยู่ในอันดับที่ 8 ของโลก ในขณะที่กัมพูชามีจำนวนนักท่องเที่ยว อยู่ที่ 6.6 ล้านคน อยู่ในอันดับที่ 49 ของโลก
TNN ch16 • 27 Jul 2025
Read
โฆษก ทบ. เตือนกัมพูชายังไม่น่าไว้วางใจพบการเคลื่อนไหวทางทหาร อาจใช้ PHL-03 ยิงสนับสนุนระยะไกล
พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุดพบกัมพูชายังมีการเคลื่อนไหว ด้วยการใช้อาวุธ ยิงสนับสนุนระยะไกล ยิงเข้ามา ในฝั่งไทย บริเวณหน้าแนวมีการปะทะในหลายๆ จุดอย่างต่อเนื่อง พบมีอาวุธยิงสนับสนุนระยะไกลไปตกนอกเขตพื้นที่เป้าหมายทางทหารจำนวนมากในจังหวัดสุรินทร์โฆษกกองทัพบกชี้ว่าฝ่ายไทยเรามีความจำเป็นที่จะต้อง ใช้ปฏิบัติการทางทหาร ดำเนินการ ตอบโต้ต่ออาวุธยิงสนับสนุนระยะไกลอย่างเช่น จรวด และ ปืนใหญ่ ที่ยังคงยิงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้พี่น้อง ได้รับผลกระทบ หรือมีการสูญเสียขณะที่เมื่อวานนี้ 26 ก.ค.68 เวลาประมาณ 15.30 น. กระสุนปืนใหญ่ของกัมพูชายังคงพุ่งเป้าใส่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านซำเม็ง ม.3 ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้รับความเสียหายอย่างหนักที่ตัวอาคาร แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ เพราะก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกไปก่อนแล้วพลตรีวินธัย กล่าวว่าขณะนี้ยังปรากฏข่าวสารความเคลื่อนไหว ว่าอาจมีอาวุธที่มีประสิทธิภาพ อย่างเช่น PHL-03, RM 70 , BM-21 ที่อาจมีแนวโน้มที่จะเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติมให้กับฝ่าย กัมพูชา นั่นอาจแสดงถึงท่าทีของกัมพูชา ที่ฝ่ายไทยยังไม่สามารถไว้วางใจได้ โดยสถานการณ์ล่าสุดฝ่ายกัมพูชา ยังไม่หยุดโจมตี ด้วยอาวุธ ทุกรูปแบบ ต่อฝ่ายไทยทั้งนี้กองทัพบกจะดำเนินการเต็ม ขีดความสามารถ เพื่อตอบโต้การรุกราน และยืนยันยังคงมุ่งเน้นต่อเป้าหมายทางทหาร ที่ส่งผลต่อภัยคุกคามทางทหาร และ ชีวิตทรัพย์สินพี่น้องประชาชนเท่านั้น ภายใต้กรอบกติกาสากลอย่างเหมาะสม เพื่อปกป้องรักษาอธิปไตย ให้ได้อย่างดีที่สุด
TNN ch16 • 27 Jul 2025
Read
กองทัพภาคที่ 2 ยันปัจจุบันยังไม่มีความจำเป็นเรียกระดมพลกำลังสำรอง
กองทัพภาคที่ 2 แจ้งว่า ตามที่ปรากฏข่าวสารการเรียกระดมกำลังพลสำรอง ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ในสื่อโซเชียลต่างๆ กองทัพภาคที่ 2 ขอชี้แจงให้ทราบว่า ไม่เป็นความจริง ปัจจุบันยังไม่มีความจำเป็นในการเรียกระดมพลกำลังสำรองตาม พระราชบัญญัติกำลังพลสำรอง พ.ศ.2558 การเรียกกำลังพลสำรองและการระดมพล มีใจความสำคัญดังนี้การเรียกกำลังพลสำรองและการระดมพลกำหนดให้ "กำลังพลสำรองมีหน้าที่เข้ารับราชการทหาร" ในการเรียกกำลังพลสำรองเพื่อตรวจสอบเพื่อฝึกวิชาทหาร เพื่อปฏิบัติราชการ หรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม และในการระดมพล ทั้งนี้กำลังพลสำรองย่อมได้รับยกเว้นการเรียกพลเพื่อตรวจสอบ เพื่อฝึกวิชาทหาร หรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม และการระดมพลตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร 1.การเรียกกำลังพลสำรองการเรียกกำลังพลสำรองกระทำได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับ ภายใต้วัตถุประสงค์และเงื่อนไข ดังนี้1.1 การเรียกกำลังพลสำรองเพื่อตรวจสอบ ให้กระทำได้เพื่อเพื่อเรียกกำลังพลสำรองเข้ารับการตรวจสอบสภาพ ตรวจสอบบัญชีเตรียมกำลังพลสำรอง และชักซ้อมระเบียบการ เพื่อประโยชน์ในการเตรียมความพร้อมในการเรียกกำลังพลสำรองเพื่อฝึกวิชาทหารเพื่อปฏิบัติราชการ หรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม และในการระดมพล1.2 การเรียกกำลังพลสำรองเพื่อฝึกวิชาทหาร ให้กระทำได้เพื่อเรียกกำลังพลสำรองเข้ารับการฝึก ศึกษา หรือทบทวนวิชาทหาร เพื่อให้มีความรู้ความสามารถพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1.3 การเรียกกำลังพลสำรองเพื่อปฏิปฏิบัติราชการ ให้กระทำได้ใน "กรณีจำเป็น" เพื่อเรียกกำลังพลสำรองเข้าปฏิบัติราชการตามอำนาจหน้าที่ชองกระทรวงกลาโหม ในการปฏิบัติภารกิจที่ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะ ทั้งนี้ การเรียกกำลังพลสำรองเพื่อปฏิบัติราชการต้องกระทำเป็นการชั่วคราวและเท่าที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติภารกิจตามที่มีคำสั่งเรียกเท่านั้น1.4 การเรียกกำลังพลสำรองเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม ให้กระทำได้เพื่อเรียกกำลังพลสำรองเข้ารับการทดสอบแผนหรือเตรียมรับสถานการณ์ เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามแผนที่กำหนด2.การระดมพลการระดมพลให้กระทำได้โดยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกาโดยให้กระทำได้ในเวลาที่มีการประกาศ "สถานการณ์ฉุกเฉิน" หรือประกาศใช้ "กฎอัยการศึก" หรือกรณีที่มี "การรบหรือการสงคราม" จนถึงขั้นที่ต้องมีการระดมสรรพกำลังของชาติข่าวที่เกี่ยวข้อง- สุรินทร์เตือนเลี่ยงรัศมี 120 กม. หลังกัมพูชาเคลื่อนจรวดยิงไกลประจำชายแดน- กองทัพอากาศ ส่ง F-16 และ กริพเพน สกัดอาวุธวิถีโค้งวิถีโค้งกัมพูชา- เปิดถ้อยแถลงผู้แทนไทยต่อที่ประชุม UNSC ประณามกัมพูชาโจมตีไม่เลือกเป้าหมาย
TNN ch16 • 27 Jul 2025
Read
รัฐบาล แนะนำช่องทางช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดนไทย-กัมพูชา
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยว่ารัฐบาล ประสานเปิดช่องทางในการรับบริจาคทางการ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ผ่าน “กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี” เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ประสงค์ร่วมช่วยเหลือ ช่องทางบริจาค- ชื่อบัญชี: กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี- ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาทำเนียบรัฐบาล-เลขที่บัญชี: 067-0-06895-0(ยอดเงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้)ทั้งนี้ สามารถ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-283-4319, 0-283-4324, 06-3081-4921 หรือเว็บไซต์ www.opm.go.thอนึ่ง กรุงเทพมหานคร ยังได้จัดตั้ง “ศูนย์ส่งต่อกำลังใจจาก กทม. สู่ผู้ประสบภัยชายแดน” เปิดรับบริจาคสิ่งของจำเป็นตลอด 24 ชั่วโมง ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) ห้องรัตนโกสินทร์ และที่สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต (เวลา 08.30 – 16.30 น.)รายการสิ่งของที่ขาดแคลน (ณ วันที่ 25 ก.ค. 2568):-เสื้อ มุ้ง ปลั๊กไฟ-ยากันยุง ผ้าอ้อม ผ้าอนามัย-ขัน สบู่ แชมพู ยาสีฟัน แปรงสีฟันสิ่งของที่ไม่รับบริจาค:-น้ำดื่ม-เสื้อผ้ามือสอง-อาหารสดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2224 2947, 0 2224 2953 “ขอบคุณน้ำใจคนไทยทั่วประเทศและในต่างประเทศ ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันในการส่งต่อกำลังใจให้กับพี่น้องทหารหาญ และให้ความช่วยเหลือกำลังกาย กำลังใจต่อประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ หากประชาชนต้องการร่วมบริจาคทั้งสิ่งของจำเป็นและเงินสนับสนุนตามความสามารถ ก็สามารถผ่านช่องทางการบริจาคทางการได้เลย ยืนยัน นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เร่งรัดทุกหน่วยงานช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยคนไทยไม่ทอดทิ้งกันในยามวิกฤต” นายจิรายุกล่าวข่าวที่เกี่ยวข้อง- โฆษก ทบ. เผยกัมพูชายังไม่หยุดยิง ไทยต้องตอบโต้การรุกราน- สถานการณ์ไทย-กัมพูชา! สมช. ศบ.ทก. วอนปิดโลเคชั่นศูนย์พักพิง-จุดล่อแหลม- กัมพูชา เปิดฉากยิง! กระสุนปืนใหญ่ตกใส่บ้านประชาชนใน จ.สุรินทร์- กองทัพภาคที่ 2 ยันปัจจุบันยังไม่มีความจำเป็นเรียกระดมพลกำลังสำรอง- ภูมิธรรม เผยบทสนทกับทรัมป์ เห็นด้วยหยุดยิง แต่กัมพูชาต้องจริงใจ!
TNN ch16 • 27 Jul 2025
Read
สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา 27 ก.ค. ตึงเครียด–ยอดเจ็บตายเพิ่ม
สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา 27 ก.ค. 2568ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 รายงานสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ล่าสุดยังคง ตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง โดยกองกำลังฝ่ายกัมพูชายังคงพยายามรุกคืบหลายพื้นที่สำคัญ ขณะที่ฝ่ายไทยเร่งอพยพประชาชน พร้อมควบคุมจุดยุทธศาสตร์ตามแนวเส้นแผนที่ 1:50,000 ไว้อย่างเหนียวแน่นพื้นที่รบหลักยังดุเดือด-ไทยตอบโต้หนักฝ่ายกัมพูชายังคงใช้ปืนใหญ่และจรวดโจมตีหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภูผี–ช่องตาเฒ่า, ปราสาทตาควาย, ปราสาทตาเมือนธม และเขตหน้าปราสาทพระวิหาร ส่วนไทยสามารถตอบโต้ด้วยปืนใหญ่ และยังคงรักษาพื้นที่ยุทธศาสตร์ เช่น ภูมะเขือ, ช่องอานม้า และแนวช่องจอมไว้ได้เช้าวันนี้ กัมพูชายิงจรวด 4 นัดจากสนามบินกรุงสำโรง กระทบบ้านเรือนใน จ.สุรินทร์ 2 หลัง ขณะไทยยืนยันการสูญเสียในแนวรบยังเพิ่มขึ้น ยอดผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิตล่าสุดทหารไทย บาดเจ็บเพิ่ม 2 นาย บริเวณ ปราสาทโดนตรวล อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษพลเรือนไทย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย จากการโจมตีเป้าหมายพลเรือนของกัมพูชา ที่ ต.บึงมะลู อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษยอดสะสมรวมจนถึงปัจจุบัน1. พลเรือนเสียชีวิต 14 รายบาดเจ็บสาหัส 12 รายบาดเจ็บปานกลาง 12 รายบาดเจ็บเล็กน้อย 13 รายรวมทั้งสิ้น 51 ราย2. ทหารเสียชีวิต 8 นายบาดเจ็บ 47 นายรวมทั้งสิ้น 55 นาย อพยพประชาชนกว่าแสน-จิตอาสาเร่งช่วยเหลือยอดอพยพสะสมล่าสุดจาก 4 จังหวัดชายแดนรวมแล้ว 107,077 คน โดยกระจายตามศูนย์พักพิงในจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และบุรีรัมย์ ขณะโรงครัวพระราชทานแจกจ่ายอาหารรวมแล้ว 125,100 กล่อง พร้อมกำลัง จิตอาสาและ รด.จิตอาสา รวมกว่า 2,800 นายประเมินสถานการณ์ก่อนเจรจาทภ.2 ประเมินว่า กัมพูชาอาจเร่งโจมตีรอบสุดท้ายก่อนเข้าสู่การเจรจา ซึ่งหลายประเทศ รวมถึง สหรัฐอเมริกา ได้แสดงความกังวลและเสนอแนวทางหยุดยิง โดยฝ่ายไทยยังยืนยันความพร้อมในการเจรจา แต่จะปกป้องอธิปไตยอย่างเต็มที่
TNN ch16 • 27 Jul 2025
Read
ภูมิธรรม เผยบทสนทกับทรัมป์ เห็นด้วยหยุดยิง แต่กัมพูชาต้องจริงใจ!
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาการนายกฯ โพสต์ข้อความแจ้งว่า ผมได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้เสนอให้ประเทศไทยและกัมพูชาดำเนินการหยุดยิงโดยทันที ผมได้กล่าวขอบคุณต่อความห่วงใยและความปรารถนาดีของฝ่ายสหรัฐฯ และยืนยันว่า ในหลักการ ฝ่ายไทยเห็นชอบต่อการหยุดยิง อย่างไรก็ดี ฝ่ายไทยประสงค์ที่จะเห็นความตั้งใจจริงของฝ่ายกัมพูชาในเรื่องดังกล่าว จึงขอให้ฝ่ายสหรัฐฯ ช่วยถ่ายทอดไปยังฝ่ายกัมพูชาว่า ฝ่ายไทยประสงค์ที่มีการหารือแบบทวิภาคีโดยเร็วที่สุด โดยกัมพูชาต้องแสดงความจริงจังและจริงใจให้มั่นใจ เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการและกระบวนการที่ชัดเจนสำหรับการหยุดยิง และนำไปสู่การยุติข้อพิพาทอย่างสันติและยั่งยืนต่อไป A few moments ago, I had a conversation with President Trump who requested that Thailand and Cambodia agree to a ceasefire immediately. I thanked President Trump for his concern and expressed that Thailand agrees in principle to have a ceasefire in place. However, Thailand would like to see sincere intention from the Cambodian side. I also requested President Trump to convey to the Cambodian side that Thailand wants to convene a bilateral dialogue as soon as possible to bring forth measures and procedures for the ceasefire and the eventual peaceful resolution of the conflict.ข่าวที่เกี่ยวข้อง- กองทัพภาคที่ 2 ยันปัจจุบันยังไม่มีความจำเป็นเรียกระดมพลกำลังสำรอง- สุรินทร์เตือนเลี่ยงรัศมี 120 กม. หลังกัมพูชาเคลื่อนจรวดยิงไกลประจำชายแดน- กองทัพอากาศ ส่ง F-16 และ กริพเพน สกัดอาวุธวิถีโค้งวิถีโค้งกัมพูชา- เปิดถ้อยแถลงผู้แทนไทยต่อที่ประชุม UNSC ประณามกัมพูชาโจมตีไม่เลือกเป้าหมาย
TNN ch16 • 27 Jul 2025
Read
กระทรวงการต่างประเทศประณามกัมพูชา ใช้อาวุธร้างแรงยิงใส่บ้านเรือนประชาชน
ตามที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา(27ก.ค. 2568)ประมาณ04.30น.กองกำลังกัมพูชาได้ใช้อาวุธร้ายแรงยิงเข้าใส่บ้านเรือนของประชาชนในดินแดนไทยที่จังหวัดสุรินทร์ทั้งยังมีการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนและข้อมูลเท็จโดยกล่าวหาว่าฝ่ายไทยเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อนนั้นกระทรวงการต่างประเทศขอชี้แจงดังนี้ 1. ประเทศไทยขอประณามการกระทำอันร้ายแรงและเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างรุนแรงที่สุด และขอเรียกร้องให้กัมพูชาหยุดการโจมตีเป้าหมายพลเรือนในทันที การยุติการสู้รบไม่อาจเกิดขึ้นได้ ตราบใดที่กัมพูชายังคงขาดความสุจริตใจอย่างร้ายแรงและละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนและหลักการพื้นฐานของกฎหมายมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยขอสงวนสิทธิในการป้องกันตนเองตามที่บัญญัติไว้ในข้อ 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ และได้ดำเนินการตอบโต้ในลักษณะที่จำกัดเฉพาะเป้าหมายทางทหารเพื่อขจัดภัยคุกคามต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย 2. ประเทศไทยขอเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศประณามการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมและเลวร้ายเหล่านี้ของกัมพูชา ซึ่งไม่อาจยอมรับได้ในระเบียบโลกที่ยึดถือกติกาและหลักนิติธรรม
TNN ch16 • 27 Jul 2025
Read
กัมพูชาสั่งปิดโรงเรียนชายแดน 536 แห่ง กระทบครู-นักเรียนกว่าแสนราย
วันที่ 26 กรกฎาคม 2568 ทางการกัมพูชาโดยกระทรวงศึกษาธิการ เยาวชน และกีฬา ได้ประกาศสั่งปิดโรงเรียนทั้งหมด 536 แห่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนที่ติดกับประเทศไทย จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างกองทัพกัมพูชาและไทยที่ยังคงดำเนินต่อเนื่อง แถลงการณ์จากกระทรวงฯ ซึ่งเผยแพร่ผ่านเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการ ระบุว่า การสั่งปิดโรงเรียนดังกล่าวส่งผลกระทบต่อครูและนักเรียนมากกว่า 130,000 คน โดยมีการระบุเพิ่มเติมว่า มาตรการนี้มีขึ้นเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ความไม่สงบก่อนหน้านี้ สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า การปะทะระหว่างทหารทั้งสองประเทศในพื้นที่ชายแดนพิพาทได้เริ่มต้นตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา และยังไม่มีสัญญาณว่าจะยุติลงในเร็ววัน สถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชายังส่งผลกระทบในหลายมิติ ทั้งต่อความปลอดภัยของพลเรือน เศรษฐกิจในท้องถิ่น รวมถึงระบบการศึกษา ซึ่งในครั้งนี้นับเป็นการปิดโรงเรียนในวงกว้างที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี
TNN ch16 • 26 Jul 2025
Read
กองทัพอากาศ ส่ง F-16 และ กริพเพน สกัดอาวุธวิถีโค้งวิถีโค้งกัมพูชา
กองทัพอากาศ ส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 2 ลำ และเครื่องบินกริพเพน จำนวน 2 ลำออกปฏิบัติการโจมตี พื้นที่ยุทธบริเวณเป้าหมายทหาร ของทางทหารกัมพูชาบริเวณภูมะเขือ หลังทหารกัมพูชาเตรียมใช้อาวุธวิธีโค้งยิงใส่ฝ่ายไทยหวังยึดภูมะเขือ ส่วนอีกจุดบริเวณ ประสาทตาเหมือนธม โดยเป็นจุดที่ทางทหารกัมพูชาได้ตั้งปืนใหญ่และกำลังพลยิงข้ามมายังฝั่งประเทศไทยโดยไร้ทิศทาง ทั้งนี้ ผลการปฏิบัติ ทำลายเป้าหมายได้ทั้งสองจุด ลุล่วงไปด้วยดี และได้บินกลับฐานปฏิบัติด้วยความปลอดภัย
TNN ch16 • 26 Jul 2025
Read
สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา 26 ก.ค. 68 ปะทะต่อเนื่อง อพยพทะลุ 8.8 หมื่น
ศปก.ทภ.2 สรุปสถานการณ์ชายแดน 26 ก.ค. 68 ปะทะยังไม่หยุดศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 (ศปก.ทภ.2) รายงานสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 เวลา 12.00 น. โดยระบุว่า ยังคงมีการปะทะอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่สำคัญ เช่น ช่องบก, ช่องอานม้า, ซำแต, ช่องตาเฒ่า, ภูมะเขือ, ปราสาทตาควาย และกลุ่มปราสาทตาเมือนธม พร้อมยืนยันว่าฝ่ายไทยสามารถยึดพื้นที่ “ภูมะเขือ” กลับคืนได้ตามแนวเส้น 1:50,000 โดยสมบูรณ์ฝ่ายกัมพูชายิง BM-21 หนัก – ไทยตอบโต้เท่าเทียมในช่วงบ่ายของวันที่ 25 กรกฎาคม กำลังฝ่ายกัมพูชาใช้ปืนใหญ่ เครื่องยิงลูกระเบิด และ BM-21 ยิงถล่มหลายจุด พร้อมพยายามบุกเข้าพื้นที่ยุทธศาสตร์ เช่น ซำแต ภูผี และช่องตาเฒ่า โดยฝ่ายไทยใช้ทั้งอาวุธประจำกาย, ปืนใหญ่, การโจมตีทางอากาศตอบโต้ในพื้นที่เป้าหมาย อาทิ ช่องอานม้า ภูผี และช่องบันไดหัก ปราสาทตาควายยังตึงเครียด – ห่วงใกล้โบราณสถานพื้นที่“ปราสาทตาควาย” ยังคงมีการปะทะเป็นระยะ แต่ฝ่ายไทยมีข้อจำกัดในการใช้กำลัง เนื่องจากอยู่ใกล้เขตโบราณสถาน ทำให้ต้องใช้ยุทธวิธีที่ระมัดระวังมากขึ้นความเสียหายและยอดอพยพทะลุ 8.8 หมื่นคนพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายอย่างชัดเจนคือ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ บ้านเรือนเสียหาย 7 หลังจาก BM-21 แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต ขณะเดียวกันการอพยพประชาชนยังดำเนินต่อเนื่องใน 4 จังหวัดชายแดน ได้แก่บุรีรัมย์ 6,238 คนสุรินทร์ 32,843 คนศรีสะเกษ 34,248 คนอุบลราชธานี 14,709 คนรวมยอดผู้อพยพล่าสุด 88,038 คน จิตอาสา-โรงครัวพระราชทานร่วมดูแลในพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว มีจิตอาสาพระราชทาน 904 จำนวน 111 นาย จิตอาสาประชาชน 2,480 นาย และเยาวชน รด.จิตอาสา 220 นาย เข้าดูแลประชาชน ร่วมจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน 7 แห่ง และรถครัว 9 คัน ทำข้าวกล่องรวม 87,600 กล่องตลอดช่วงวันที่ 24–26 ก.ค.ไทยปฏิเสธกระสุนตกฝั่งลาว – ยันไม่ใช่ของไทยสำหรับกรณีกระสุนตกในฝั่ง สปป.ลาว ฝ่ายไทยได้ประสานตรวจสอบร่วมกับลาว พบว่าไม่ใช่กระสุนจากฝ่ายไทย แต่เป็นของกองทัพกัมพูชา พร้อมย้ำว่าฝ่ายไทยมีความระมัดระวังสูงสุดในการยิงอาวุธ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อเป้าหมายที่ไม่ใช่เป้าหมายทางทหารเตือนภัยขีปนาวุธยิงไกล 130 กม. – ขอกำลังใจจากประชาชนฝ่ายข่าวกรองแจ้งเตือนว่ากัมพูชาอาจใช้ระบบขีปนาวุธระยะไกล 130 กม. เพื่อยิงเป้าหมายยุทธศาสตร์ของไทย กองทัพจึงได้เตรียมแผนป้องกันและตอบโต้ตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากทางการอย่างใกล้ชิด ไม่ตื่นตระหนก และ งดถ่ายภาพ บันทึกวิดีโอ ถ่ายทอดสด หรือแชร์ข้อมูล เกี่ยวกับการปฏิบัติทางทหารผ่านโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประเทศ
TNN ch16 • 26 Jul 2025
Read
กระทรวงต่างประเทศออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีเป้าหมายพลเรือน
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.20 น. กองกำลังกัมพูชาได้เปิดฉากยิงใส่ฐานทัพทหารไทยที่ปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บทันทีจำนวนสองนาย หลังจากนั้นไม่นาน ทหารกัมพูชาได้เปิดฉากโจมตีอย่างไม่เลือกเป้าหมายในดินแดนไทยใน 4 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานีเมื่อเวลาประมาณ 11.54 น. ของวันเดียวกัน โรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์ ถูกโจมตีด้วยการยิงปืนใหญ่ของฝ่ายกัมพูชา การกระทำที่รุนแรง ไม่เลือกเป้าหมาย และละเมิดกฎหมายต่อพลเรือนไทยเหล่านี้ ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงและนำไปสู่การสูญเสียชีวิตของพลเรือนผู้บริสุทธิ์อย่างน่าเศร้าใจ ซึ่งรวมถึงสตรีและเด็ก สถานที่ของพลเรือน โดยเฉพาะโรงพยาบาลและโรงเรียน ก็ได้รับความเสียหายอย่างมากเช่นกัน ทั้งนี้ ณ เวลา 14.00 น. ของวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 การโจมตีดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตที่เป็นพลเรือน 13 ราย และบาดเจ็บ 46 ราย ยิ่งไปกว่านั้น การโจมตีบุคคลพลเรือน สถานที่ของพลเรือน และสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะอย่างไม่เลือกเป้าหมายของกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานพยาบาล ถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 อย่างชัดเจนและร้ายแรง ทั้งยังเป็นการละเมิดข้อ 19 ของอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่หนึ่ง (การคุ้มครองหน่วยแพทย์และสถานพยาบาล) และข้อ 18 ของอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่สี่ (การคุ้มครองโรงพยาบาลฝ่ายพลเรือน) ประเทศไทยขอประณามอย่างรุนแรงต่อการกระทำอันไร้มนุษยธรรมเช่นนี้ ซึ่งขัดต่อพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาเจนีวาอย่างชัดเจนรัฐบาลไทยได้มีหนังสือถึงประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เพื่อแสดงการประณามอย่างรุนแรงต่อการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรงเหล่านี้ เป็นลายลักษณ์อักษรด้วยแล้ว
TNN ch16 • 26 Jul 2025
Read
ทัพบกส่งรถถัง-ยานเกราะประชิดปอยเปต ทัพเรือประจำการชายแดนตราด
บรรยากาศภายใน ตลาดโรงเกลือ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเศรษฐกิจสำคัญริมชายแดนไทย-กัมพูชา พบว่าสถานการณ์โดยรวมยังเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย โดยในวันนี้ได้สร้างความสนใจให้กับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในพื้นที่ หลัง เจ้าหน้าที่ทหารจากกองกำลังบูรพา ได้พา ส่งรถถัง- รถสายพานลำเลียง มาปฏิบัติภารกิจเชิงสัญลักษณ์ที่บริเวณตลาดโรงเกลือ ตรงข้ามปอยเปต เจ้าหน้าที่เผยว่า ภารกิจในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของการ “สร้างขวัญและกำลังใจ” ให้ประชาชน พร้อมยืนยันว่า ทุกตารางนิ้วของแผ่นดินไทยจะได้รับการดูแลและปกป้องอย่างดีที่สุดโดยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครอง ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ // ก่อนหน้านี้ กองทัพภาคที่ 1 เข้าดำเนินการใช้กำลังทหารเพื่อผลักดันและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของฝ่ายกัมพูชา ที่รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนของประเทศไทย อันเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจ MOU ปี 2543 (MOU 43) จำนวน 4 พื้นที่ บริเวณชายแดนจังหวัดสระแก้ว ได้แก่ อำเภอตาพระยา 2 พื้นที่ และอำเภอโคกสูง 2 พื้นที่ ผลการปฏิบัติสามารถผลักดันกำลังฝ่ายกัมพูชาออกจากทั้ง 4 พื้นที่ได้เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันได้ดำเนินการวางกำลังตรึงพื้นที่ตลอดแนวชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อรักษาอธิปไตย และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย ขณะที่กองทัพเรือไทยรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ มีเหตุปะทะกันใกล้ในจังหวัดตราด ซึ่งถือเป็นแนวปะทะจุดใหม่ที่อยู่ห่างจากพื้นที่พิพาทตามแนวชายแดนกว่า 100 กิโลเมตร ด้านพลโทมาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกมาระบุในวันนี้ว่า กองทัพเรือไทยได้ส่งเรือรบ 8 ลำ เข้าประจำการใกล้กับชายฝั่งจังหวัดเกาะกง ของกัมพูชา ก็ยังคงยืนยันว่า ข้อมูลที่ฝ่ายไทยกล่าวหาว่ากัมพูชาโจมตีก่อนเป็นข้อมูลเท็จ พร้อมยืนกรานกัมพูชาเป็นฝ่ายถูกกระทำและมีสิทธิในการตอบโต้ ทั้งไทยและกัมพูชา ต่างก็ระบุว่าอีกฝ่ายเริ่มก่อน และการสู้รบที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้เป็นการป้องกันตัว พร้อมกับเรียกร้องให้อีกฝ่ายยุติการสู้รบและหันมาเจรจาเพื่อยุติเหตุขัดแย้งที่เกิดขึ้น รวมถึงเรียกร้องการสนับสนุนทางการทูตจากนานาชาติ
TNN ch16 • 26 Jul 2025
Read
กองกำลังบูรพาเปิดด่านอนุโลมให้แรงงานกัมพูชากลับประเทศ หลังชายแดนตึงเครียด
แรงงานชาวกัมพูชาจำนวนมากที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยได้ทยอยเดินทางกลับบ้านผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังเกิดสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา ทำให้มีแรงงานพร้อมสัมภาระกว่า 1,000 คนแห่มารอข้ามด่านออกไปฝั่งกัมพูชาจนล้นทางเข้าอาคารผู้โดยสารขาออกที่ด่าน ตม.อรัญประเทศเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน อาทิ ทหารพราน ร้อย ทพ.1201, ตำรวจ สภ.คลองลึก, ตม.จว.สระแก้ว และฝ่ายปกครองอำเภออรัญประเทศ ได้ร่วมกันดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แม้ว่าด่านคลองลึก - ปอยเปตจะยังคงปิดอย่างเป็นทางการในช่วงเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เพื่อเหตุผลด้านมนุษยธรรม และเพื่อความปลอดภัยของทั้งแรงงานชาวกัมพูชาในไทย และคนไทยที่ทำงานอยู่ในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา กองกำลังบูรพา ภายใต้กองทัพภาคที่ 1 ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศเพื่อ “อนุโลม” เปิดประตูเล็กข้างด่านพรมแดนคลองลึกเป็นกรณีพิเศษในช่วงเวลา 11.00 น. - 13.00 น. ของวันเดียวกันเมื่อถึงเวลาเปิดประตู แรงงานกัมพูชาจำนวนมากต่างแสดงความดีใจ รีบเดินทางกลับประเทศกันอย่างเร่งรีบ ในขณะเดียวกัน คนไทยกว่า 200 คนที่อยู่ในฝั่งกัมพูชาก็ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าประเทศได้ผ่านทางเดียวกัน โดยมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคัดกรองอย่างเข้มงวดเพื่อรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยตลอดกระบวนการข้ามแดน
TNN ch16 • 26 Jul 2025
Read
รัฐบาลห่วงคนไทยทำงานชายแดน แนะเพิ่มความระมัดระวัง-เลี่ยงพื้นที่เสี่ยง
เพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิต หลีกเลี่ยงการเดินทางหรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงวันนี้ (25 กรกฎาคม 2568) นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา รัฐบาลมีความห่วงใยต่อพี่น้องชาวไทยที่ทำงานชายแดนและแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย ขอให้ทุกคนเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิต หลีกเลี่ยงการเดินทางหรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่อาจเกิดเหตุความรุนแรง ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตเป็นสิ่งสำคัญ แนะคนไทยที่พำนักหรือพำนักชั่วคราวในประเทศกัมพูชาและไม่มีความจำเป็นเดินทางออกจากประเทศโดยเร็วทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ แนะนำให้คนไทยที่พำนักหรือพำนักชั่วคราวในประเทศกัมพูชาและไม่มีความจำเป็นเดินทางออกจากประเทศโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัย และขอความร่วมมือให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดงดการเดินทางมายังกัมพูชาในช่วงนี้ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ในกรณีฉุกเฉินหรือความต้องการความช่วยเหลือ ช่องทางติดต่อหน่วยงานของไทยได้ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ โดยสามารถติดต่อหน่วยงานของไทยได้ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ โทรศัพท์ฉุกเฉิน: (+855) 975 749 682 สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเสียมราฐ โทรศัพท์: (+855) 86 608 999 Call Center กรมการกงสุล โทรศัพท์: (+66) 2 572 8442 (ตลอด 24 ชั่วโมง) “รัฐบาลสั่งการหน่วยงานติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชาอย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกด้าน ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากส่วนราชการอย่างต่อเนื่องอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกสม. หวังสถานการณ์ความขัดแย้งจะคลี่คลายโดยเร็วบนหนทางแห่งสันติภาพธนาคารปิดบริการสาขาในพื้นที่เสี่ยงชายแดนไทย - กัมพูชา เป็นการชั่วคราว“แพทองธาร” ประณามกัมพูชาใช้ความรุนแรง พร้อมหนุนทุกมาตรการตอบโต้ภายใต้กรอบกฎหมายกต. ออกแถลงการณ์ ประณามกัมพูชาละเมิดอธิปไตย-เรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบศธ. สั่งปิดโรงเรียนชายแดนสุรินทร์เพื่อความปลอดภัย หลังเกิดเหตุปะทะไทย-กัมพูชา
TNN ch16 • 25 Jul 2025
Read
ปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา เสียชีวิต 14 เจ็บ 60 ทั้งทหาร-พลเรือน
ปะทะชายแดนเดือด สูญเสียหนักจากการยิง BM-21 ถล่มหลายจุดวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 กองทัพไทยเปิดเผยรายละเอียดเหตุปะทะรุนแรงกับกัมพูชาตลอดแนวชายแดนในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ และบุรีรัมย์ โดยระบุว่าฝ่ายกัมพูชาเริ่มต้นจากการส่งอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ล้ำแดนเข้าสำรวจในเขตหน้าปราสาทตาเมือนธม ก่อนเคลื่อนกำลังพร้อมอาวุธครบมือเข้าประชิดแนวลวดหนาม แม้ฝ่ายไทยพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะด้วยการเจรจา แต่กลับถูกเปิดฉากยิงตอบโต้ เวลา 08.20 น. กัมพูชาใช้อาวุธประจำหน่วยยิงใส่ฐานปฏิบัติการของไทยบริเวณปราสาทตาเมือน ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บ 2 นาย จากนั้นสถานการณ์ยกระดับเมื่อเวลา 09.30 น. โดยมีการยิงจรวด BM-21 จากฝั่งเขาแหลมเข้าสู่พื้นที่บ้านขึ้นเหล็ก อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ รวมถึงการยิงเพิ่มเติมเข้าใส่พื้นที่พลเรือนและฐานทหารในอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดอุบลราชธานีตลอดช่วงเวลา 10.00–12.21 น. มีการยิงโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเป้าหมายเชิงพลเรือน เช่น สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ร้านค้า และบ้านเรือน โดยมีพลเรือนเสียชีวิตสูงถึง 13 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 40 ราย ส่วนฝั่งทหารมีผู้เสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บรวม 14 นายไทยย้ำยึดหลักมนุษยธรรม สั่งปกป้องอธิปไตยเต็มที่โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย พลตรี วิทัย ลายถมยา ระบุว่า การที่ฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธโจมตีพื้นที่พลเรือนอย่างโจ่งแจ้ง ถือเป็นการละเมิดหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งห้ามมิให้มีการใช้กำลังโจมตีเป้าหมายที่ไม่ใช่ทางทหารกองทัพไทยได้ส่งคำเตือนอย่างชัดเจนต่อฝ่ายกัมพูชาให้ยุติการกระทำที่ละเมิดหลักนิติธรรมและจริยธรรมสากล พร้อมประกาศจุดยืนว่าไทยจะปกป้องอธิปไตยของตนอย่างเด็ดขาด และขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรการตอบโต้เชิงยุทธศาสตร์ที่กำลังดำเนินอยู่ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องสรุปผลปฏิบัติการ 10 จุด กองทัพไทยโต้กลับกัมพูชาเต็มรูปแบบรู้จัก BM-21 Grad อาวุธยิงไกล 30 กม. ที่กัมพูชาใช้ในชายแดนเปิดแผนจักรพงษ์ภูวนารถ กับปฏิบัติการชายแดนไทย-กัมพูชา ปี 2568รวมพิกัดจุดบริจาคเลือดทั่วประเทศ ช่วยผู้บาดเจ็บชายแดนด่วนกองทัพบกขอความร่วมมือประชาชน งดเผยแพร่ภาพเคลื่อนกำลังพลทั่วประเทศ
TNN ch16 • 25 Jul 2025
Read
ทบ. เชิญคณะกรรมการผู้ช่วยทูตทหารฯ ชี้แจงข้อเท็จจริงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
วันนี้ (25 ก.ค. 2568) กองทัพบก โดยกรมข่าวทหารบก ได้จัดการประชุมคณะกรรมการผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย ณ ห้องรับรองกรมข่าวทหารบก ภายในกองบัญชาการกองทัพบกโดยมี พลตรี ประเสริฐ หมวดเชียงคะ ผู้อำนวยการสำนักวิเทศสัมพันธ์ เป็นประธานในการประชุมชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาโดยในที่ประชุมได้มีการชี้แจงเกี่ยวกับข้อเท็จจริง กรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา ซึ่งหัวหน้าคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทยได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และขอให้สถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลายโดยเร็ว ผ่านการเจรจาทางการทูต และระบุว่าคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทยพร้อมให้การสนับสนุนกองทัพบกไทยในทุกด้านนอกจากนี้กองทัพบกได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเจรจาติดต่อสื่อสารในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับหน่วยทหารในพื้นที่ รวมไปถึงระดับกระทรวงการต่างประเทศและการเจรจาในระดับรัฐบาลฝ่ายไทยแสดงจุดยืนแก้ปัญหาในมิติความสัมพันธ์ทวิภาคีและพันธกรณีระหว่างประเทศซึ่งฝ่ายไทยยังคงแสดงจุดยืนในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องในมิติความสัมพันธ์ทวิภาคีและพันธกรณีระหว่างประเทศ และให้ความสำคัญกับการเจรจาในกรอบทวิภาคีกับกัมพูชาผ่านกลไก JBC, RBC และ GBC เพื่อร่วมกันแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกองทัพบก ชวนคนไทยร่วมประดับธงชาติ เพื่อแสดงสัญลักษณ์แห่งความเป็นไทยกองทัพบกยืนยันไม่มีการโจมตีพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ชี้ฝ่ายกัมพูชาบิดเบือนข้อเท็จจริงกสม. หวังสถานการณ์ความขัดแย้งจะคลี่คลายโดยเร็วบนหนทางแห่งสันติภาพธนาคารปิดบริการสาขาในพื้นที่เสี่ยงชายแดนไทย - กัมพูชา เป็นการชั่วคราว“แพทองธาร” ประณามกัมพูชาใช้ความรุนแรง พร้อมหนุนทุกมาตรการตอบโต้ภายใต้กรอบกฎหมาย
TNN ch16 • 25 Jul 2025
Read
สมช. ประณามกัมพูชาโจมตีกระทบพลเรือน ชี้ขัดต่อหลักมนุษยธรรม
วันนี้ ( 25 ก.ค. 68 )สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวผู้สูญเสีย ผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อกรณีฝ้ายกัมพูชารุกล้ำละเมิดอธิปไตยของไทย สมช. ขอประณามเหตุการณ์ที่ฝ่ายกัมพูชาใช้กำลังลงอาวุธโจมดีโดยไม่เลือกเป้าหมายที่กระทบต่อพลเรือน ถือว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักมนุษยธรรม กฎหมายระหว่างประเทศและกระทบต่อความมั่นคงของชาติ สมช. ยืนหยัดในการทำหน้าที่อย่างเต็มที่กับหน่วยงานและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการดำรงไว้ซึ่งอธิปไตยและบูรณาภาพแห่งดินแดนรวมทั้งเพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขกองความมั่นคงภายในประเทศ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
TNN ch16 • 25 Jul 2025
Load more