Reset

Search results for “#ท่องเที่ยว” - TrueID

Top Result
Watch
Shorts
Game
Privilege
Read
เปิดตัว Seikyu: Let's Go! เกมผจญภัย Co-op ท่องเที่ยวแดนโยไค ถ่ายรูป แต่งรถ ตั้งแคมป์ทำอาหาร ฟีลกู๊ด มีภาษาไทย!
Read

เปิดตัว Seikyu: Let's Go! เกมผจญภัย Co-op ท่องเที่ยวแดนโยไค ถ่ายรูป แต่งรถ ตั้งแคมป์ทำอาหาร ฟีลกู๊ด มีภาษาไทย!

ACE Entertainment (ผู้พัฒนาเกมทำฟาร์มสุดชิลอย่าง Tales of Seikyu) ได้ประกาศเปิดตัว Seikyu: Let's Go! เกมผจญภัย Co-op 1-4 คน ที่จะพาเราออกเดินทางท่องเที่ยวไปในดินแดนโยไค พร้อมทำกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการแวะถ่ายรูป แต่งรถ ตั้งแคมป์ ทำอาหาร และคอยช่วยเหลือผู้คน (หรือเปล่านะ?) ที่พบเจอระหว่างทาง โดยตัวเกมเปิดให้กด Wishlist บน Steam แล้ว และมีแผนจะวางจำหน่ายในช่วง Q4 ปีนี้!นอกจากนี้ ตัวเกมยังเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าไปขอรับสิทธิ์ Playtest กันได้แล้ว ส่วนกำหนดการทดสอบจะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่นั้น ต้องรอติดตามประกาศกันต่อไป!Seikyu: Let’s Go - Official Reveal TrailerSeikyu Let's Go เกมแนว cozy chaotic co-op road trip for 1-4 สร้างตัวละครแล้วขึ้นรถบ้านที่สร้างโดยเหล่าโยไค มุ่งหน้าสู่ดินแดนป่าเขาที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์แห่ง Seikyu ขับรถลัดเลาะไปตามเส้นทางอันคดเคี้ยว ไขปริศนาช่วยกัน หาของป่ามาปิ้งย่าง ตั้งแคมป์ใต้แสงดาว ผูกมิตรกับชาวเมือง และแต่งรถบ้านของเราด้วยทุกอย่างที่เก็บมาได้ROAD TRIP!พวกโยไคสุดจีเนียสได้ช่วยกันดัดแปลงรถบ้านในแบบฉบับของตัวเองโดยอิงจากตำนานโบราณของมนุษย์ ซึ่งมันก็ใช้งานได้ดี... เป็นส่วนใหญ่แหละนะเราและเพื่อนต้องเอาตัวรอดจากภูมิประเทศสุดโหดและสภาพอากาศที่แปรปรวนฉับพลัน แต่งรถให้ดูเท่มีสไตล์ แล้วกลายเป็นสุดยอดช่างภาพมือหนึ่งแห่ง Seikyu กันให้ได้!พบปะกับชาวเมืองแวะทักทายพูดคุยกับเหล่าตัวละครที่เป็นมิตรตามจุดพักรถ แลกเปลี่ยนไอเทม ฟังเรื่องเล่าสนุก ๆ และยื่นมือเข้าไปช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้พวกเขากันเถอะ!ออกไปสัมผัสธรรมชาติทางข้างหน้ามีสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย เต็มไปด้วยเหล่าสัตว์ในตำนานและมุมถ่ายรูปสวย ๆ ทั้งป่าทึบ ทะเลทรายร้อนระอุ ยอดเขาหิมะขาวโพลน และบึงหมอกหนาทึบ ทุกที่รอให้พวกเราขับรถฝ่าเส้นทางเหล่านี้ไปให้ได้!Co-op Customizationเป็นตัวเราด้วยตัวเลือกปรับแต่งตัวละครที่มีให้เลือกเป็นร้อย ๆ แบบเมื่อแก๊งแฟชั่นนิสต้าออกเดินทาง ก็จัดการแต่งเติมรถบ้านเคลื่อนที่ด้วยของแต่งเก๋ ๆ ที่ไปเก็บมาได้ แล้วมาใช้ชีวิตในฝันแบบชาว Van Life ไปด้วยกันเอาตัวรอดในแดนรกร้างแห่ง Seikyuหิวก็ไม่สนุก เหนื่อยก็ไม่ไหว ยิ่งถ้าขับรถตอนทั้งหิวทั้งเหนื่อยนี่คือสูตรสำเร็จหายนะเลยล่ะ ตั้งแคมป์ พักผ่อนเอาแรง แล้วมาตกลงกันให้ดีว่าใครจะเป็นคนรังสรรค์มื้อเย็นเที่ยวอย่างมีสไตล์เติมสีสันให้รถคู่ใจดูเท่ไม่ซ้ำใคร จัดแต่งภายในได้ตามชอบ เก็บความทรงจำสุดประทับใจจากการผจญภัยด้วยการแปะสติกเกอร์ และแขวนของที่ระลึกที่ไปเก็บมาได้ระหว่างการเดินทางโยไคต้องช่วยเหลือกันคอยซัพพอร์ตช่วยเหลือกันตลอดทางใน Seikyu เพราะทั้งสภาพภูมิประเทศ รถบ้านเจ้าปัญหาที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย และสารพัดคำขอจากชาวเมือง งานนี้ถ้าไม่เชื่อใจเพื่อน บอกเลยว่าไปไม่ถึงฝันแน่นอนWishlist และขอสิทธิ์ Playtest เกม Seikyu Let's Go ได้ที่

READY รับทรัพย์ไฮซีซันท่องเที่ยวบูมหนุนดีมานด์
Read

READY รับทรัพย์ไฮซีซันท่องเที่ยวบูมหนุนดีมานด์

#READY #ทันหุ้น - READY รับทรัพย์ไฮซีซันท่องเที่ยว! ส่งซิกไตรมาส 4/2569 สดใส ดันดีมานด์โซลูชันโรงแรม คึกคัก ลุ้นแรงส่งยาวถึงต้นปี 2570 พร้อมรับอานิสงส์ TH-AI Passport ปลุกกระแสใช้ AI วงกว้าง หนุนแพลตฟอร์ม Sales Marketing ติดเครื่องโต ย้ำเป้ารายได้ปีนี้โต 7%นายทรงยศ คับธมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต จำกัด (มหาชน) หรือ READY หนึ่งในผู้นำด้าน All-in-One Sales Marketing Platform ของไทย เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มธุรกิจในช่วงไตรมาส 4/2569 มีทิศทางที่ดีขึ้นตามการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญสนับสนุนความต้องการใช้ระบบซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจโรงแรมให้เติบโตตามที่บริษัทประเมินไว้ขณะเดียวกัน มาตรการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ของภาครัฐ ซึ่งสนับสนุนค่าที่พักและคูปองสำหรับการกินและท่องเที่ยวผ่านแอปพลิเคชัน จะเป็นอีกแรงกระตุ้นสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ และเพิ่มการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไทย ส่งผลให้บริษัทคาดหวังว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2569 จะได้รับอานิสงส์เชิงบวกตามไปด้วยนอกจากนี้ จากเงื่อนไขและระยะเวลาของมาตรการดังกล่าว บริษัทประเมินว่าแรงส่งจากการกระตุ้นการท่องเที่ยวมีโอกาสต่อเนื่องไปถึงช่วงต้นไตรมาส 1/2570 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนบรรยากาศการเดินทางและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโรงแรม READY ให้บริการผ่าน ReadyPlanet TravelTech ซึ่งเป็นโซลูชันด้านการตลาดและการจองห้องพักสำหรับธุรกิจโรงแรมโดยเฉพาะ รวมถึง Hotel Direct Booking บริการระบบจองห้องพักโดยตรง โดยจุดเด่นของแพลตฟอร์มคือการรวมเครื่องมือด้านการตลาดและการขายไว้อย่างครบวงจร ช่วยสนับสนุนโรงแรมเพิ่มยอดจองห้องพักผ่านเว็บไซต์โดยตรง พร้อมออกแบบระบบให้ใช้งานง่ายและทันสมัย@TH-AI Passportสำหรับนโยบาย TH-AI Passport ซึ่งภาครัฐมุ่งส่งเสริมการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) บริษัทประเมินว่า แม้นโยบายดังกล่าวจะยังไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อจำนวนลูกค้าหรือยอดขายของ READY แต่ถือเป็นปัจจัยบวกทางอ้อมต่อธุรกิจ เนื่องจากช่วยสร้างการรับรู้และความคุ้นเคยในการนำ AI มาประยุกต์ใช้ทั้งในชีวิตประจำวันและการทำงานจริงการที่ประชาชนสามารถเข้าถึง เรียนรู้ และทดลองใช้ AI มากขึ้น จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการยอมรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมในวงกว้าง ซึ่งเป็นทิศทางที่เป็นบวกต่อ READY ในฐานะผู้ให้บริการระบบการขายและการตลาดที่นำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจให้กับลูกค้า@เป้าการเติบโตนายทรงยศ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโตประมาณ 7% โดยประเมินให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและกำลังใช้จ่ายของลูกค้า ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปี บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Revenue) ผ่านการขยายฐานลูกค้าใหม่ และสามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าได้อย่างชัดเจนในไตรมาส 2/2569 ซึ่งจะกลายเป็นฐานรายได้ที่ทยอยรับรู้เข้ามาในไตรมาสถัดไปขณะที่การลงทุนในบริษัทร่วม บริษัทคาดหวังว่า YDM Thailand จะมีผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีโอกาสพลิกกลับมาทำกำไร (Turnaround) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ซึ่งหากเป็นไปตามเป้าหมาย จะเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนผลการดำเนินงานโดยรวมของกลุ่มบริษัทในอนาคต

ฮาไม่ไหว! “อัค อัครัฐ” หยุด 1 วัน แต่แฟนพามาอาบป่า สภาพที่เจอการท่องเที่ยวเชิงวิบากกรรม
Read

ฮาไม่ไหว! “อัค อัครัฐ” หยุด 1 วัน แต่แฟนพามาอาบป่า สภาพที่เจอการท่องเที่ยวเชิงวิบากกรรม

ฮาไม่ไหว! อัค อัครัฐ หยุด 1 วัน แต่แฟนพามาอาบป่า สภาพที่เจอการท่องเที่ยวเชิงวิบากกรรม เรียกเสียงฮากันเลยทีเดียว เมื่องนักแสดงหนุ่ม อัค อัครัฐ ถูกภรรยาคนสวย แพท พัชร์อริญ ชวนมาเที่ยวพักผ่อนด้วยกัน โดยบอกสามีว่าจะพาไปอาบป่า แต่งานนี้เมื่อไปถึงก็กลายคอนเทนต์สุดฮาทันที เพราะทริปอาบป่าครั้งนี้จัดว่าเป็นการท่องเที่ยวเชิงวิบากกรรม อยู่ที่ จ.นครนายก เพราะพากันนั่ง ATV พ่วงซิ่ง ดูวิวธรรมชาติรอบๆ แต่จากสภาพแล้วแทบจะมองไม่ค่อยเห็นวิวอะไรเลย นอกจากเปื้อนโคลนกันทั้งตัว พร้อมเขียนแคปชั่นว่า หยุด 1 วัน แฟนบอกจะพามาอาบป่า เอ๊ะ!! หรือเราเข้าใจกันคนละแบบMM ATV Adventure9 จ.นครนายกปล. ป้ายเหลืองไม่ต้องปัก ถ้าจะหักโค้ง 120 ชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์แซวด้วยความฮากันมากมาย เช่น มองไม่เห็นวิวเลยนะว่าไป,อาบป่าเสร็จ อาบน้ำต่อได้เลยค่ะ,วิวหลักร้อย จินตนาการ หลักล้านนน,ทำถึงมากค่ะ,เป็นการพอกผิวไปในตัวนะคะ ฯลฯ ส่วนใครสนใจไปทำกิจกรรมลุยๆแบบ อัค ตามเข้าไปดูรายละเอียดในเพจของเจ้าตัวที่ชื่อว่า แพทอัคพาตะลอน กันได้เลย บอกพิกัดไว้ให้เรียบร้อบแล้วจ้า.

เปิดใจ "คัลแลน" จากหนุ่มเกาหลีอินโทรเวิร์ต สู่ยูทูบเบอร์ท่องเที่ยวขวัญใจคนไทย The Celebrities EP.1
Read

เปิดใจ "คัลแลน" จากหนุ่มเกาหลีอินโทรเวิร์ต สู่ยูทูบเบอร์ท่องเที่ยวขวัญใจคนไทย The Celebrities EP.1

อมยิ้มตามในความน่ารัก ของ "คัลแลน" ยูทูบเบอร์เกาหลีที่หลายคนรู้จัก คัลแลน Cullen HateBerry หรือ พัค กีดึก (Park Ki Deuk) เจ้าของช่อง Cullen HateBerry แขกรับเชิญคนแรกของ "กตัญญู สว่างศรี" ในรายการ "The Celebrities" ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. เริ่มตอนแรก 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา รับชมได้ที่ TrueID เท่านั้น! และคือแขกรับเชิญพิเศษคนแรก คือ คัลแลน ที่ทำเอาทั้งอมยิ้มในความน่ารัก และความตลกแบบธรรมชาติ และการพูดภาษาไทยสำเนียงเกาหลีที่เป็นเอกลักษณ์ เจ้าตัวเผิดใจว่า หลงรักเมืองไทยจากคำว่า "ไม่เป็นไร" แถมยังหลงรักประเทศไทยทั้งเรื่องอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว และความน่ารักของคนไทยที่ทำให้เขาหลงรัก และขอบคุณคนดูที่ทำให้คนอินโทรเวิร์ตธรรมดาคนหนึ่งมีความสุขมากในวันนี้ กดดูเลย The Celebrities EP.1 : เปิดใจ "คัลแลน" เปิดฉากจากการแต่งตัวหล่อมาก ไหว้สวย เสียงกรี๊ดสนั่นสตูฯ จนพิธีกรต้องแซวว่า "แค่ขยับกางเกงก็กรี๊ดกันสนั่นแล้ว" กตัญญู ถึงกับแซว และเอ่ยทักทายคัลแลน ก่อนจะยิงคำถามสนุก ๆ ให้ได้พูดคุยชนิดที่อมยิ้มตามกับคำตอบ หลังจากได้กินแกงไตปลา อาหารโปรดจากทีมงานไปแล้ว คัลแลนแฮปปี้มากในการพูดคุยครั้งนี้ Celebrities ในมุมมองของคัลแลน คืออะไร?"ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็น Celebrities ผมเป็นคนธรรมดา อาจจะโชคดีที่มีคนรัก ได้ความรักจากทุกคน คำพูด คำถาม การทำตัว มีความรับผิดชอบ ผมไม่ใช่ Celebrities ครับ ผม (มองว่าคุณเป็น) อ่าวเหรอครับ วัยเด็กของคัลแลนเป็นอย่างไร ?"คืออายุประมาณเท่าไหร่ (คัลแลนย้อนถามละเอียดจนพิธีกรขำ) กลับจากโรงเรียน ซื้อต็อกโบกี ที่เกาหลี ยุคนั้นไม่มีโทรศัพท์ด้วย ผมเป็นคนขี้อาย เป็นอินโทรเวิร์ตมาก ขี้เกรงใจ ไม่กล้าพูด ไม่กล้าคุยกับคนใหม่ ๆ ไปร้านไปอะไร ต้องถาม แต่ไม่กล้าถาม ไม่ถามเลย บางครั้งก็ไม่ได้ของอะไร ก็เดินกลับบ้าน ไม่กล้าคุยกับคน" จุดเปลี่ยนที่ทำให้กล้าขึ้น คืออะไร?"เริ่มที่จะต้องเปลี่่ยนจากอินโทรเวิร์ตเพราะเริ่มทำยูทุูบ ไปเที่ยวก็ไม่กล้าคุย พอเริ่มทำรายการก็คุยก่อน สวัสดีครับ อันนี้อะไรครับ รู้จักคนเยอะขึ้น คุยกับพี่จอง แดน จูดี้ เขาก็ให้กำลังใจ ค่อย ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็มีอินโทรเวิร์ตอยู่ ก็พยายามปรับ" ตอนนี้คุยเยอะมากนะคุณรู้ตัวมั้ย?"ใช่ครับ พอทำยูทุูบช่วยเยอะมาก ต้องคุยกับกล้อง" พอถึงวัยหนุ่ม 15 ปี ความฝันตอนนั้นอยากเป็นอะไร?"ไม่ได้คิด แต่อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ อยู่ในห้องคนเดียว จะได้ไม่ต้องคุยกับคนอื่น" ชอบเดินทางตอนไหน?"ตอนอยู่เกาหลี มาไทยครั้งแรกตอนอายุ 25-26 มาทำธุรกิจที่กรุงเทพ ประทับใจที่อากาศ ตอนนั้นเกาหลีหนาวมาก ก็เลยมาไทย ชอบคนไทย ประทับใจในความน่ารักของคนไทย" มาไทยครั้งแรกแล้วก็กลับมาอีก?"ตอนแรกมากับเพื่อน รอบสองมาคนเดียว ไปที่ไหนของกินก็เยอะ สตรีทฟู้ดก็เยอะ" เจอวัฒนธรรมอะไรที่แปลก ๆ มั้ย?"จิ้งจก...ที่เกาหลีไม่ค่อยได้เจอ ตอนแรกคิดว่าจระเข้ แอบคิดว่ามันกินคนหรือเปล่านะ (หัวเราะ)" ชอบอะไรในคนไทย?"คนไทยชอบพูดว่าไม่เป็นไร ประทับใจ ทำผิด ต้องทำอย่างไร พอไม่เพอร์เฟ็กต์ เราก็ไม่เครียด ก็พอได้ยินคำว่าไม่เป็นไรก็ลองทำอีก คำว่าไม่เป็นไร ไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไป แต่ทำให้เรากล้าที่จะลุกขึ้นกับทำอีกครั้ง" ตอนแรกคนดูรายการเยอะมั้ย?"ตัวเลขปีสองปี น้อยมาก พันสองพันคน ก็คิดว่าไปต่อดีมั้ย ทุกคนก็บอกว่าไม่เป็นไรต้องลอง ไปต่อ" รวมอยุ่เมืองไทยมา 6-7 ปีแล้ว อะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง?การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือเมื่vก่อนอินโทรเวิร์ตมาก กล้าคุยกับคน ชีวิตก็เปลี่ยนเยอะ เพราะชีวิตต่างกันมากกับที่ผ่านมา" การเดินทางของคุณได้อะไรบ้าง?"การเดินทางทำให้ค้นพบความหมายของชีวิต ได้เรียนรู้ความอดทน มิตรภาพ แก้ปัญหาอย่างไร การเดินทางเรียนรู้ในหลายเรื่อง สิ่งที่ได้มาก็คือเรื่องราวที่ได้ส่งต่อ จริงจัง จริงใจ อยากกินข้าวก็กิน ขี้เกียจก็ขี้เกียจ ได้เป็นตัวเอง และมีความสุขในวันนี้" ก่อนที่จะเขาจะเล่าว่า เขาชอบเทศกาลสงกรานต์ในเมืองไทยมาก และออกมาเล่นสงกรานต์ทุกปี ทาแป้งเล่นกัน ผู้คนสนุกสนาน แถมยังเผยว่าขนมไทยที่ชอบมากคือ "ข้าวหลาม" ที่ทำจากข้าวเหนียวสีดำ กลิ่นกะทิกับต้นไผ่ ช่างโดนใจเขามาก ในรายการคัลแลนยังร้องเพลงไทย รำไทย และถ้าให้แนะนำมาเมืองไทย ที่มีที่ท่องเที่ยวสวย ๆ มากมาย ของกินอร่อยมาก ก่อนที่จะได้ฝึกภาษาไทยใบ้คำสุดฮา ซึ่งคัลแลนรู้จักคำไทยมากมาย บอกเลยว่างานนี้ ทุกคนได้ยิ้มและหัวเราะไปกับความน่ารักของคัลแลน ที่เรียนภาษาไทยและเก่งมากขึ้นแล้วในวันนี้ ไม่ใช่แค่หล่อ พาเที่ยวเก่งจนเป็นอินฟลูฯ สายปัง แต่บอกเลยว่า "น่ารัก" สมกับเป็นยูทูบเบอร์ที่ได้ใจคนไทยไม่น้อยเลย สามารถรับชม The Celebrities EP.1 ของคัลแลน ได้แล้วบน TrueID ที่เดียวเท่านั้น! และสามารถรับชมรายการ "The Celebrities" กับการพูดคุยกับแขกคนพิเศษ ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น.รับชมได้ที่ TrueID EP.หน้าคือใคร!? ห้ามพลาด! อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : The Celebrities EP.1 : คัลแลน เปิดใจแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ชวนทุกคนอมยิ้มตาม ทรูไอดี เปิดทุกเรื่องคนดังกับมุมที่ไม่เคยรู้ใน "The Celebrities" เริ่ม 17 ก.ค.นี้

แนะนำ eSIM ใช้ท่องเที่ยวต่างประเทศ เล่นเน็ตแรง คุ้มค่า ไม่ต้องง้อโรมมิ่ง
Read

แนะนำ eSIM ใช้ท่องเที่ยวต่างประเทศ เล่นเน็ตแรง คุ้มค่า ไม่ต้องง้อโรมมิ่ง

การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ในยุคนี้ เรื่องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต กลายเป็นสิ่งจำเป็นอันดับหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเปิด Google Maps นำทาง เรียกรถผ่านแอปฯ แปลภาษา หรือโพสต์รูปลงโซเชียลมีเดีย แต่ปัญหาเดิมๆ อย่างการต้องต่อคิวซื้อซิมพลาสติกที่สนามบิน หรือเสี่ยงเจอบิลเรียกเก็บทีหลังจากการเปิดโรมมิ่งข้ามแดนกำลังจะหมดไป เมื่อหันมา เลือกใช้ eSIM เที่ยวต่างประเทศ ที่ช่วยให้ชีวิตการเดินทางง่ายขึ้นหลายเท่าตัว แต่หากไม่รู้จะเลือกอย่างไร วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ มาฝากกัน ทำไมสายเที่ยวต่างประเทศยุคใหม่ ถึงนิยมเปลี่ยนมาใช้ eSIM eSIM (Embedded SIM) คือ ซิมการ์ดดิจิทัลที่ฝังอยู่ในสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ๆ โดยที่คุณไม่ต้องถอดถาดซิม หรือสลับซิมการ์ดพลาสติกเข้าออกให้เสี่ยงต่อการทำซิมหลักหล่นหาย อีกทั้งยังมีข้อดีอีกหลายอย่าง ได้แก่ สั่งซื้อและรับเน็ตได้ทันที : ชำระเงินผ่านออนไลน์ สแกน QR Code เพื่อติดตั้งโปรไฟล์เน็ตได้เลยตั้งแต่งอยู่บ้าน สแตนบายเบอร์ไทยไว้รับ SMS : สามารถเปิดใช้ eSIM สำหรับเล่นเน็ตอย่างเดียว โดยยังคงใช้เบอร์หลักจากไทยไว้รับสายสำคัญหรือรับรหัส OTP จากธนาคารได้ตามปกติ หมดปัญหาบิลเรียกเก็บทีหลัง : เป็นแพ็กเกจเน็ตแบบเติมเงิน รู้ราคาล่วงหน้าชัดเจน จ่ายครั้งเดียวจบ ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม : ช่วยลดขยะพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง วิธีเลือกซื้อ eSIM ให้เหมาะกับทริปเดินทางแต่ละแบบ ก่อนตัดสินใจซื้อ eSIM เที่ยวต่างประเทศ คุณควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้เพื่อให้ได้แพ็กเกจที่คุ้มค่า และตรงกับไลฟ์สไตล์ที่สุด ปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ต : หากเน้นเปิดแผนที่ และส่งข้อความทั่วไป แพ็กเกจ 1-3 GB ก็เพียงพอ แต่ถ้าเป็นสายโซเชียล ดูวิดีโอ หรือต้องแชร์ Hotspot ควรเลือก 5-20 GB ขึ้นไป หรือแบบ Unlimited ระยะเวลาของทริป : เลือกจำนวนวันใช้งานให้ครอบคลุมตั้งแต่วันเดินทางออกจากประเทศไทยจนถึงวันเดินทางกลับ การจับสัญญาณเครือข่าย : เช็กให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการ eSIM จับมือกับค่ายมือถือชั้นนำในประเทศปลายทาง เพื่อให้ได้สัญญาณเน็ตที่แรงและเสถียรที่สุด พารู้จัก WonderConnect eSIM ทางเลือกเน็ตต่างประเทศที่สายเที่ยวเลิฟ หากคุณกำลังมองหาผู้ให้บริการที่ตอบโจทย์ และไว้วางใจได้ ขอแนะนำ WonderConnect แพลตฟอร์มผู้ให้บริการ eSIM ที่ออกแบบมาเพื่อนักเดินทางโดยเฉพาะ ชูจุดเด่นที่ช่วยให้การเชื่อมต่อต่างประเทศเป็นเรื่องง่ายดาย ครอบคลุมมากกว่า 200 จุดหมายปลายทางทั่วโลก : ไม่ว่าจะเป็นทริปประเทศเดียว ทริปภูมิภาคอย่างยุโรป หรือทริปตะลุยรอบโลก ก็มีแพ็กเกจรองรับ จัดส่งเร็วทันใจในไม่กี่วินาที : สั่งซื้อปุ๊บ รับโปรไฟล์ติดตั้งผ่านแอปหรืออีเมลได้ทันที พร้อมใช้งานทันทีที่เครื่องแลนดิ้ง ราคาสุดคุ้ม และโปร่งใส : นำเสนอแพ็กเกจราคาประหยัด ได้เน็ตเต็มสปีด ไม่ลดสปีดโดยไม่จำเป็น จัดการง่ายผ่านแอปเดียว : เช็กปริมาณเน็ตคงเหลือ หรือกดซื้อแพ็กเกจเติมเงิน (Top-up) เพิ่มได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องตั้งค่าใหม่ วิธีสั่งซื้อและตั้งค่า eSIM แบบง่ายๆ ที่ WonderConnect การเริ่มต้นใช้งาน eSIM เที่ยวต่างประเทศ ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอย่างที่คิด มือใหม่ก็สามารถทำตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ เช็กความพร้อมของตัวเครื่อง : ตรวจสอบว่าสมาร์ตโฟนของคุณรองรับ eSIM และเป็นเครื่องปลดล็อกเครือข่ายเรียบร้อยแล้ว สั่งซื้อแพ็กเกจ : เข้าแอปฯหรือเว็บไซต์ WonderConnect เลือกประเทศ และเลือกขนาดความจุอินเทอร์เน็ตที่เหมาะสมกับทริปของคุณ (เช่น 1GB หรือ 10GB โดยแต่ละแพ็กเกจจะมีระยะเวลาใช้งานที่แตกต่างกัน) ติดตั้งโปรไฟล์ (ทำจากที่บ้าน) : ไปที่เมนู การตั้งค่า (Settings) เซลลูลาร์ (Cellular) เพิ่ม eSIM (Add eSIM) จากนั้นสแกน QR Code ที่ได้รับ เปิดใช้งานเมื่อถึงปลายทาง : เมื่อถึงประเทศปลายทาง เพียงเปิดใช้งาน eSIM เลือกเป็นการใช้งานข้อมูลมือถือ (Mobile Data) แล้วเปิด "โรมมิ่งข้อมูล" (Data Roaming) สัญญาณเน็ตก็จะพร้อมใช้งานทันที" eSIM จาก Wonder Connect ปักหมุดความคุ้มค่าในทุกการเดินทาง การเลือกใช้ eSIM เที่ยวต่างประเทศ คือทางเลือกยุคใหม่ที่ช่วยตัดความยุ่งยากของการเดินทางออกไป ทั้งประหยัดเวลา คุมงบประมาณได้ และมอบความสะดวกสบายขั้นสุด ให้คุณสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวได้อย่างไร้กังวล สำหรับทริปถัดไป อย่าลืมวางแผนการเชื่อมต่อล่วงหน้าและเลือกใช้บริการจาก WonderConnect เพื่อนคู่ใจที่จะช่วยให้คุณท่องโลกออนไลน์ได้ลื่นไหลทุกที่ทุกเวลา คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ eSIM สำหรับเดินทางต่างประเทศ eSIM ต่างจากโปรโมชันโรมมิ่งของค่ายมือถือเดิมอย่างไร eSIM มีราคาแบบเติมเงินที่ถูกกว่าการเปิดโรมมิ่งข้ามแดนจากค่ายเดิมหลายเท่า ช่วยคุมงบประมาณได้ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมโผล่มาในบิลรายเดือน และยังให้คุณสแตนบายเบอร์เดิมไว้รับ SMS OTP หรือสายสำคัญได้ตามปกติ หากเน็ตหมดระหว่างเดินทาง สามารถซื้อแพ็กเกจเพิ่มได้ไหม สามารถกดซื้อแพ็กเกจเติมเงิน (Top-up) เพิ่มผ่านแอปพลิเคชัน WonderConnect ได้ทันที โดยไม่ต้องลบโปรไฟล์เดิมหรือสแกน QR Code ใหม่ ระบบจะต่ออายุเน็ตให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องแบบไม่สะดุด เดินทางหลายประเทศในทริปเดียว ต้องซื้อ eSIM แยกทุกประเทศหรือไม่ ไม่จำเป็น สามารถเลือกซื้อ eSIM แบบรายภูมิภาค (Regional eSIM) เช่น แพ็กเกจครอบคลุมทวีปยุโรป หรือเอเชีย ซึ่งจะช่วยให้ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ต่อเนื่องทุกประเทศตลอดทริป โดยไม่ต้องเปลี่ยนซิมเมื่อเดินทางข้ามแดน

BC รับทรัพย์ท่องเที่ยวบูม “ไทยเที่ยวไทย พลัส”มาแน่
Read

BC รับทรัพย์ท่องเที่ยวบูม “ไทยเที่ยวไทย พลัส”มาแน่

#BC #ทันหุ้น - BC ส่งสัญญาณไตรมาส 3/2569 ฟื้น รับท่องเที่ยวไทยคืนชีพ นักท่องเที่ยวจีน-อินเดียไหลกลับ หนุนโรงแรมภูเก็ตคึกคัก พร้อมรับแรงส่ง “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ดัน Room Rate ขยับ เตรียมเปิด 2 โรงแรมใหม่ “Mövenpick Resort Kamala Beach Phuket-JonoX Sukhumvit 5” เติมห้องพักอีก 370 ห้อง ปักหมุดปี 2570 เทิร์นอะราวด์ชัดนายครองธรรม  ลิมปะพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินและบัญชี และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรมของประเทศไทยมีสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มหลักทั้งอินเดียและจีน ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไตรมาส 3/2569 โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างจังหวัดภูเก็ตขณะเดียวกัน มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐภายใต้โครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” วงเงินงบประมาณ 3,500 ล้านบาท จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ กำหนดสิทธิ์พักสูงสุด 5 คืนต่อคน พร้อมส่วนลดค่าที่พักและคูปองสนับสนุนการท่องเที่ยวรวมสูงสุด 17,500 บาท ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 1-25 ตุลาคม 2569 ถือเป็นอีกปัจจัยบวกที่ช่วยสนับสนุนบรรยากาศการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรมในภาพรวมอย่างไรก็ดี เนื่องจากช่วงดำเนินโครงการตรงกับฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ซึ่งโรงแรมในพอร์ตของบริษัทมีอัตราการเข้าพักอยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว ทำให้อัตราการเติบโตส่วนเพิ่ม (Upside) จากมาตรการดังกล่าวอาจไม่สูงเท่ากับกรณีที่ดำเนินโครงการในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) แต่คาดว่าจะช่วยสนับสนุนราคาห้องพักเฉลี่ย (Room Rate) ให้ปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลบวกต่อการเติบโตของรายได้รวม“นักท่องเที่ยวกลุ่มหลักทั้งตลาดอินเดียและจีนกลับมาอย่างชัดเจน โดยในไตรมาส 3 ปีนี้เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต ซึ่งเราเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจนตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 2 หลังจากต้นปีได้รับผลกระทบจากความกังวลต่อสถานการณ์ความไม่สงบและสงครามในต่างประเทศ” นายครองธรรม กล่าว@ไตรมาส 3 ฟื้นเด่นสำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 บริษัทคาดว่าจะมีพัฒนาการเชิงบวกอย่างชัดเจน ทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และคาดว่าโมเมนตัมดังกล่าวจะต่อเนื่องเข้าสู่ช่วง High Season ปลายปี 2569พร้อมกันนี้ บริษัทเตรียมเปิดให้บริการโรงแรมใหม่ 2 โครงการ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดท่องเที่ยว ได้แก่ โครงการ Mövenpick Resort Kamala Beach Phuket บริเวณหาดกมลา จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีกำหนดทดลองเปิดให้บริการ (Soft Opening) ในเดือนธันวาคม 2569 ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ (Full Opening) ในเดือนมกราคม 2570ส่วนโครงการ JonoX Sukhumvit 5 Handwritten Collection ในกรุงเทพมหานคร มีกำหนด Soft Opening ในเดือนมกราคม 2570 โดยการเปิดโรงแรมใหม่ทั้ง 2 โครงการจะเพิ่มจำนวนห้องพักในพอร์ตของบริษัทอีก 370 ห้อง หรือเพิ่มขึ้นกว่า 30% จากฐานจำนวนห้องพักเดิม ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการสร้างรายได้ในระยะถัดไป@เล็งเทิร์นอะราวด์นอกจากนี้ BC ยังมีโครงการที่อยู่ในแผนพัฒนา (Pipeline) ได้แก่ โครงการกมลา เฟส 2 บนพื้นที่ส่วนที่เหลือประมาณ 5 ไร่ จากพื้นที่โครงการทั้งหมด 9 ไร่ รวมถึงโครงการโรงแรมระดับลักซ์ชัวรี JW Marriott Hotel Bangkok Sukhumvit 24 ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำและเตรียมยื่นรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569บริษัทมั่นใจว่าแนวโน้มผลประกอบการในปี 2570 จะเห็นการพลิกฟื้นได้อย่างชัดเจน จากการเปิดให้บริการโรงแรมใหม่ตั้งแต่ช่วงต้นปี ซึ่งจะทำให้สามารถรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ได้เต็มปี และช่วยเพิ่มฐานรายได้ของกลุ่มบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ@เดินหน้า JW Marriottสำหรับความคืบหน้าการพัฒนาโครงการ JW Marriott Hotel Bangkok Sukhumvit 24 บนที่ดินโฉนดเลขที่ 2053 เนื้อที่ 3 งาน 45.40 ตารางวา บริเวณซอยสุขุมวิท 24 ซึ่งดำเนินการผ่านบริษัท บีคิว ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (BQD) นั้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 มีมติอนุมัติปรับรูปแบบการทำธุรกรรม จากเดิมการรับโอนกิจการทั้งหมด (Entire Business Transfer : EBT) เป็นการควบบริษัท (Merger) ระหว่าง BQD กับบริษัท บูทิค เซอร์วิสท์ อพาร์ทเม้นท์ส จำกัด (BSA) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ BCทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นเพียงการปรับรูปแบบและกระบวนการในการทำธุรกรรม โดยมูลค่าการเข้าทำรายการยังคงเดิมไม่เกิน 660.80 ล้านบาท จึงไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อวัตถุประสงค์ของรายการ มูลค่าการลงทุน ฐานะทางการเงินของบริษัท รวมถึงสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นแต่อย่างใด

หุ้นท่องเที่ยวมีเฮ! ดาโอคัดตัวเด่นรับ “ไทยเที่ยวไทยพลัส”
Read

หุ้นท่องเที่ยวมีเฮ! ดาโอคัดตัวเด่นรับ “ไทยเที่ยวไทยพลัส”

#ทันหุ้น - บล.ดาโอ สแกนหุ้นเด่นกลุ่ม Tourism (Overweight) และ Food Beverage (Neutral) รับคลังอนุมัติ 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' ช่วยจ่ายค่าโรงแรมคืนละ 1,500 บาท และให้คูปองอีก 1,500-2,000 บาท ทั้งนี้ จากข่าวคลังอนุมัติเงินกู้ 3.5 พันล้าน ลุย 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' ช่วยจ่ายค่าโรงแรมคืนละ 1,500 บาท กระทรวงการคลังได้อนุมัติการใช้เงินกู้ภายใต้พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เดินหน้าโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส วงเงิน 3,500 ล้านบาท จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ และจะเสนอ ครม. อนุมัติเร็วๆ นี้ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าที่พักในรูปแบบอัตราคงที่ (Flat Rate) ตามค่าที่พักจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 1,500 บาทต่อคืน และจำกัดสิทธิ์สูงสุดคนละไม่เกิน 5 คืน พร้อมมอบคูปองท่องเที่ยว (Voucher) 1,500 บาทสำหรับเมืองหลัก และเพิ่มเป็น 2,000 บาทสำหรับเมืองรอง โดยรูปแบบการใช้จ่าย Voucher จะเป็น Co-payment หรือร่วมจ่ายในอัตรา 50% โดยสามารถใช้สิทธิ์ในภาคบริการอื่นๆ ได้ด้วย อาทิ ธุรกิจสปา ร้านนวด ร้านทำเล็บ รถรับจ้างในพื้นที่ ร้านอาหาร และกิจกรรมดำน้ำท่องเที่ยว ซึ่งจะเปิดลงทะเบียนผ่านแอปฯ "เป๋าตัง" วันที่ 1-25 ต.ค. 26 เริ่มใช้สิทธิ์ 1 พ.ย. 26 แต่จะมีการเว้นช่วงการใช้สิทธิ์ (Blackout Period) ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 15 ธ.ค. 26- 15 ม.ค. 27 และกลับมาใช้สิทธิ์ได้อีกครั้งตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.-28 ก.พ. 27 ฝ่ายวิจัยมองเป็นบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวจากโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสจำนวน 1 ล้านสิทธิ์ เพราะจะช่วยหนุนให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้นได้ อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าค่าที่พักรอบนี้ลดลงเหลือ 1,500 บาท (แบบไม่ต้องจ่ายคนละครึ่งกับรัฐ) ซึ่งน้อยกว่ารอบก่อนๆ ที่เคยให้ที่ 3,000 บาทต่อคืน (แบบจ่ายคนละครึ่งกับรัฐ) ซึ่งฝ่ายวิจัยคาดว่าจะช่วยหนุนโรงแรมที่มีห้องพักราคาประมาณ 1,500-3,000 บาทต่อคืนได้มากขึ้น ซึ่งฝ่ายวิจัยมองว่าจะเป็นบวกต่อ ERW มากที่สุด เพราะมีโรงแรมระดับ Economy (ADR ราว 1,500-2,000 บาท) และ Midscale (ADR ราว 3,000-3,500 บาท) เยอะ (ibis, Mercure, Novotel) ขณะที่รอบนี้มีการให้ Voucher (จ่ายคนละครึ่ง) เพิ่มขึ้นมากถึง 1,500 บาท สำหรับเมืองหลัก และ 2,000 บาท สำหรับเมืองรอง (จากเดิมที่ 500 บาท) ซึ่งฝ่ายวิจัยคาดว่าจะช่วยหนุนให้ธุรกิจอาหารมีโอกาสเติบโตได้ดี โดยมองว่า CENTEL จะมีโอกาสได้ประโยชน์จากร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้ได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์จากธุรกิจโรงแรมที่ได้ส่วนลดค่าที่พักเช่นกัน ทั้งนี้ คาดว่า Q4/69E จะเห็นกำไรของกลุ่มท่องเที่ยวจะเติบโตได้ทั้ง YoY/QoQ ได้จากมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัสและการเข้าสู่ช่วง High season รวมถึงมีหลาย event ที่เข้ามาช่วยหนุนอีกมากทั้งนี้ หุ้นที่ได้รับประโยชน์โดยเรียงลำดับตามสัดส่วนโรงแรมในประเทศจากมากไปน้อย ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT, SHRด้านหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก Voucher ที่ปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ หุ้นกลุ่มร้านอาหาร โดยเรียงลำดับจากจำนวนสาขาจากมากไปน้อย ได้แก่ M, ZEN, CENTEL, MAGURO และกลุ่มธุรกิจสปา ได้แก่ SPAกลุ่มท่องเที่ยวเรายังคงให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “มากกว่าตลาด” โดยฝ่ายวิจัยยังชอบ CENTEL (ซื้อ/เป้า 48.00 บาท) จาก RevPAR เดือน ก.ค.-ส.ค. 26 ไม่รวมดูไบเพิ่มขึ้น +8% YoY ขณะที่ On the book ใน Q3/69E เพิ่มขึ้น +8% YoY โดยไทย +13% YoY, มัลดีฟส์ +35% YoY แต่ญี่ปุ่น -12% YoY และดูไบ -25% YoY ส่วน On the book ใน Q4/69E RevPAR เพิ่มขึ้นถึง double digit growth YoY จากไทย (+13% YoY), มัลดีฟส์ (+40% YoY) และญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น +18% YoY ทำให้ฝ่ายวิจัยคาดว่าแนวโน้มกำไร Q4/69E จะฟื้นตัวเด่น ด้าน Valuation ซื้อขายที่ EV/EBITDA เพียง 13x เทียบเท่า -0.50SD ย้อนหลัง 8 ปี และยังชอบ ERW (ซื้อ/เป้า 4.20 บาท) จากยอด On the book ใน Q3/69E RevPAR ยังเติบโตได้อีกราว +5% YoY จากฐานต่ำ ขณะที่ช่วง Q4/69E จะมีงาน event อย่าง World Bank and IMF meetings เดือน ต.ค.69 และ Tomorrowland เดือน ธ.ค.69 ซึ่งมียอดจองเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย Occ. Rate สูงถึง 80% แล้ว โดยปัจจุบันซื้อขาย PER ที่ 20x จากค่าเฉลี่ยที่ราว 25xสำหรับกลุ่ม Food Beverage ฝ่ายวิจัยยังให้น้ำหนักเป็น “เท่ากับตลาด” โดยเรายังเลือก MAGURO (ซื้อ/เป้า 28.00 บาท) เป็น Top pick โดยคาดกำไรปกติ Q3/69E ทำ ATH จากรายได้ขยายตัวจากการขยายสาขา, คาด SSSG ติดลบลดลง, GPM ขยายตัว จาก product mix ที่ดีขึ้น โดย Kaiten Sushi Ginza Onodera ตอบรับดีมาก ด้าน Q4/69E คาดกำไรโตต่อ YoY, QoQ จากรายได้ทำ ATH โดยรับรู้รายได้จาก Kaiten Sushi Ginza Onodera และร้านหลายเต็มไตรมาส นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์จากมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัสคาดช่วยหนุน SSSG ปรับตัวเพิ่มขึ้น

บัวหลวง มองหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว คาดกำไร Q3/69 โต ชู 4 หุ้นเด่น
Read

บัวหลวง มองหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว คาดกำไร Q3/69 โต ชู 4 หุ้นเด่น

#ทันหุ้น-บล.บัวหลวง คาดว่ากำไรหลักรวมหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวงวดไตรมาส 3/69 เติบโต 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหรือ YoY แม้ตัวเลขรวมดูไม่สูงจากฐานกำไรขนาดใหญ่ของ AOT และ MINT ซึ่งคาดโตเพียง 4% และ 1% YoY ตามลำดับ แต่การฟื้นตัวของหุ้นโรงแรมชัดเจนกว่า โดยคาด ERW เพิ่มขึ้น 28% YoY ขณะที่ AWC และ CENTEL คาดเพิ่มขึ้น 10% YoYโดย RevPAR เดือน ก.ค. ของ AWC เพิ่มขึ้น 26% YoY, CENTEL เพิ่มขึ้น 8%, ERW เพิ่มขึ้นราว 5% และ MINTเพิ่มขึ้น 4% ขณะที่ AWC มีรายได้ห้องพักที่จองแล้วสำหรับครึ่งหลังปีนี้ สูงกว่าปีก่อน 30% และ Booking เดือน ส.ค. ของ ERW ยังดีขึ้น MoM ด้านต่างประเทศนักท่องเที่ยวมัลดีฟส์พลิกจาก ลดลง 2% YoY ในเดือน ก.ค. เป็นเพิ่มขึ้น 11% YoY ในเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ CENTEL ขณะที่การฟื้นตัวเริ่มกระจายไปทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือและตลาดระยะไกลมากขึ้นฝ่ายวิจัยบัวหลวง คงประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 ที่ 31.9 ล้านคน (-3.3% YoY) หลังครึ่งแรกปีนี้อยู่ที่ 16.2 ล้านคน (-3.2% YoY) ทำให้ครึ่งปีหลัง ต้องลดลงราว 3.3% YoY ก็ยังเป็นไปตามประมาณการ ขณะที่หากจำนวนนักท่องเที่ยวในครึ่งหลังปีนี้ ทรงตัว YoY มี Upside สู่ราว 32.4 ล้านคน (-1.6% YoY) และคงประมาณการปี 2570 ที่ 34.0 ล้านคน (+6.6% YoY)กลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัย คงน้ำหนักหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว “มากกว่าตลาด”และเลือก AWC, CENTEL และ ERW ตามลำดับ โดย AWC เด่นจาก Booking momentum, MICE และการนำสินทรัพย์เข้า REIT เพื่อหมุนเวียนเงินทุน, CENTEL ได้แรงหนุนพร้อมกันจากโรงแรมไทยหลังปรับปรุง โรงแรมมัลดีฟส์–ดูไบที่ทยอย Ramp-up และ Margin ธุรกิจอาหารที่ดีขึ้น ส่วน ERW เป็น Recovery play จาก RevPAR และการขยาย HOP INN พร้อม Upside จากการ Spin-off ในอนาคตขณะที่ AOT แม้ไม่อยู่ใน Preferred picks 3 ตัวของรายงาน แต่มี Earnings inflection เด่นที่สุด โดยคาดกำไรหลักปี 2570 เติบโต 59% YoY จากการรับรู้ผลของ PSC เต็มปี

ใช้ทรูมันนี่ เที่ยวเกาหลี คุ้มX3 แคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี
Read

ใช้ทรูมันนี่ เที่ยวเกาหลี คุ้มX3 แคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี

ทรูมันนี่ ผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนต์และผู้ให้บริการทางการเงินดิจิทัลชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผนึกกำลังองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี หรือ Korea Tourism Organization (KTO) ต่อยอดความสำเร็จจากความร่วมมือในปีที่ผ่านมา เปิดตัวแคมเปญ จ่ายทรูมันนี่ เที่ยวเกาหลี คุ้ม X3 มอบสิทธิประโยชน์ครอบคลุมตลอดการเดินทาง ตั้งแต่ส่วนลดค่าตั๋วเครื่องบินและที่พักสูงสุด 2,000 บาท ไปจนถึงเงินคืนสูงสุด 20%* เมื่อชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันทรูมันนี่ ณ ร้านค้าในประเทศเกาหลีใต้ที่รองรับ Alipay+ พร้อมเรทถูกไม่มีค่าธรรมเนียม ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม-31 ธันวาคม 2569 พร้อมกันนี้ ผู้ใช้งาน Android ที่รองรับ NFC ยังสามารถเลือกใช้ฟีเจอร์ แตะจ่าย ด้วยทรูมันนี่ ที่เครื่อง EDC Contactless ในประเทศเกาหลีใต้ และรับเงินคืนสูงสุด 5%* จากสิทธิประโยชน์ ทรูมันนี่ แตะจ่าย ได้คืน ใช้ทรูมันนี่ เที่ยวเกาหลี คุ้มX3แคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี ผลตอบรับจากความร่วมมือระหว่างทรูมันนี่และองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีในปีที่ผ่านมา สะท้อนความต้องการของนักท่องเที่ยวไทยที่มองหาทั้งความสะดวกในการเดินทาง การใช้จ่ายที่ไร้รอยต่อ และสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่า โดยตลอดช่วงแคมเปญ พบว่า ภายในระยะเวลาของแคมเปญ มีจำนวนนักเดินทางไปยังประเทศเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 2.5 เท่า ขณะที่มูลค่าการใช้จ่ายผ่านทรูมันนี่ในประเทศเกาหลีใต้เติบโตขึ้น 3 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยหมวด K-Beauty ได้รับความนิยมสูงสุด ข้อมูลดังกล่าวจึงถูกนำมาต่อยอดสู่แคมเปญในปีนี้ ซึ่งขยายทั้งสิทธิประโยชน์และทางเลือกในการชำระเงิน เพื่อให้ตอบโจทย์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวไทยได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น นายปาร์ค ซึงฮยอก ประธานองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี กล่าวว่า นักท่องเที่ยวไทยถือเป็นหนึ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพและให้ความสนใจกับประสบการณ์ที่หลากหลายของเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม อาหาร ธรรมชาติ การช้อปปิ้ง หรือไลฟ์สไตล์ ผลลัพธ์จากความร่วมมือกับทรูมันนี่ในปีที่ผ่านมาไม่เพียงยืนยันถึงการตอบรับที่ดี แต่ยังทำให้เราได้เรียนรู้และเข้าใจความต้องการของนักท่องเที่ยวไทยมากยิ่งขึ้น เราจึงนำความเข้าใจดังกล่าวมาต่อยอดสู่แคมเปญในปีนี้ เพื่อเชื่อมโยงแรงบันดาลใจในการเดินทางเข้ากับสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวไทยได้อย่างรอบด้าน เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้คนไทยเดินทางและใช้จ่ายได้อย่างสะดวกและคุ้มค่ายิ่งขึ้น พร้อมสัมผัสเสน่ห์ของเกาหลีใต้ในช่วงปลายปีได้อย่างครบครัน เพื่อต่อยอดความร่วมมือกับ KTO ให้ครอบคลุมประสบการณ์ตลอดการเดินทาง ทรูมันนี่ได้รวบรวมบริการต่าง ๆ บนแอปพลิเคชันให้นักท่องเที่ยวไทยเตรียมตัวและจัดการทริปเกาหลีใต้ได้สะดวกยิ่งขึ้น ตั้งแต่การจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก การเลือกซื้อแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตและประกันการเดินทาง ไปจนถึงการวางแผนทริปด้วยผู้ช่วย AI ที่สามารถแนะนำข้อมูลและออกแบบแผนการเดินทางให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะบุคคล พร้อมรองรับการชำระค่าสินค้าและบริการระหว่างทริปผ่านแอปทรูมันนี่ เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์ตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนออกเดินทางไปจนถึงการใช้จ่ายระหว่างทริปที่ประเทศเกาหลีใต้ นางสาวธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจและกลยุทธ์ลูกค้า บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า ทรูมันนี่มองว่าอนาคตของ PaymentTech คือการทำให้ทุกวิธีจ่ายเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ และพร้อมตอบโจทย์ผู้ใช้งานในแต่ละสถานการณ์ เราจึงพัฒนาทางเลือกที่หลากหลาย ทั้งการแตะ สแกน โอน และผูก พร้อมขยายเครือข่ายการชำระเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ใช้งานจ่ายได้ง่าย คล่องตัว และคุ้มค่า ผ่านทรูมันนี่ สำหรับการเดินทาง เรามุ่งสู่การเป็น Travel Payment Companion ที่ดูแลผู้ใช้งานได้ตลอดทั้งทริป ตั้งแต่การวางแผนและจองบริการที่จำเป็น ไปจนถึงการเลือกวิธีชำระเงินที่เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ ณ จุดหมายปลายทาง ความร่วมมือกับ KTO ในครั้งนี้จึงไม่เพียงเพิ่มความคุ้มค่าผ่านสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการเชื่อมโยงบริการ ทางเลือกในการชำระเงิน และเครือข่ายพาร์ตเนอร์เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้นักท่องเที่ยวไทยเดินทางและใช้จ่ายในเกาหลีใต้ได้อย่างสะดวกและคล่องตัวยิ่งขึ้น เที่ยวเกาหลีสนุก คุ้มยิ่งขึ้นกับแคมเปญ จ่ายทรูมันนี่ เที่ยวเกาหลี คุ้ม X3 ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวเกาหลีใต้ที่กำลังเข้าสู่ช่วงคึกคักในปลายปี ทรูมันนี่และ KTO เตรียมส่งมอบสิทธิพิเศษให้คนไทยเที่ยวได้อย่างสะดวก และคุ้มค่ายิ่งขึ้น กับแคมเปญ จ่ายทรูมันนี่ เที่ยวเกาหลี คุ้ม X3* ครอบคลุมตั้งแต่การจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก ไปจนถึงการใช้จ่ายระหว่างทริป โดยมอบสิทธิพิเศษตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม31 ธันวาคม 2569 ดังนี้ คุ้มที่ 1 จองตั๋วเครื่องบินและที่พักในราคาสุดคุ้มลดสูงสุด 50% เมื่อจองผ่าน Alipay+ Voyager บนแอปพลิเคชันทรูมันนี่ ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม31 ธันวาคม 2569 รับส่วนลดสำหรับตั๋วเครื่องบินจากประเทศไทยไปยังเกาหลีใต้ 30% หรือสูงสุด 2,000 บาท จำนวน 50 สิทธิ์ตลอดระยะเวลาแคมเปญ (1 สิทธิ์ ต่อวัน) พร้อมรับส่วนลดทันทีสำหรับการจองที่พัก 50% หรือสูงสุด 1,000 บาท เมื่อมียอดจองขั้นต่ำ 2,000 บาท จำนวน 100 สิทธิ์ตลอดระยะเวลาแคมเปญ (3 สิทธิ์ ต่อวัน) คุ้มที่ 2 จ่ายด้วยทรูมันนี่ที่เกาหลีใต้ รับเงินคืนสูงสุด 20% ผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนและชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันทรูมันนี่ ณ ร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ Alipay+ ด้วยยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป รับเงินคืนสูงสุด 20% หรือไม่เกิน 100 บาท คุ้มที่ 3 ใช้จ่ายด้วยอัตราแลกเปลี่ยนสุดคุ้ม ไม่มีค่าธรรมเนียม ชำระเงินในเกาหลีใต้ผ่านแอปพลิเคชันทรูมันนี่ได้อย่างสะดวก พร้อมตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนก่อนยืนยันรายการ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนสกุลเงินเพิ่มเติม นอกจากนี้ ผู้ใช้งาน Android ที่รองรับ NFC ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกในการชำระเงินระหว่างทริป ด้วยฟีเจอร์ แตะจ่าย ด้วยทรูมันนี่ ณ ร้านค้าในประเทศเกาหลีใต้ที่มีเครื่องแตะบัตรเครดิต หรือ EDC Contactless พร้อมรับเงินคืนสูงสุด 5% ภายใต้สิทธิประโยชน์ ทรูมันนี่ แตะจ่าย ได้คืน ตามเงื่อนไขที่กำหนด* สามารถศึกษารายละเอียดแคมเปญสำหรับผู้ใช้งาน Android เพิ่มเติมได้ที่ https://www.truemoney.com/nfc-feature/ ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ จ่ายทรูมันนี่ เที่ยวเกาหลี คุ้มX3 ได้ที่ https://www.truemoney.com/a/voyager-korea-promotion-02 ====================

5 เรื่องที่อมยิ้มได้กับ "คัลแลน" ยูทูบเบอร์เกาหลีสายท่องเที่ยวขวัญใจคนไทย
Read

5 เรื่องที่อมยิ้มได้กับ "คัลแลน" ยูทูบเบอร์เกาหลีสายท่องเที่ยวขวัญใจคนไทย

คัลแลน ยูทูบเบอร์สุดคูล ขวัญใจคนไทย ยิ่งมอง ยิ่งหลง วันนี้รวบรวม 5 เรื่องที่อมยิ้มได้กับ "คัลแลน" ยูทูบเบอร์เกาหลีสายท่องเที่ยวขวัญใจคนไทยมาฝากกัน! 1 คัลแลน คือ หนุ่มเกาหลียูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวที่ทำรายการยุทูบแล้วน่าสนใจอย่างมาก จนเป็นขวัญใจของคนไทย และมีคนติดตามทะลุ 3 ล้านในยูทูบ จากเด็กที่พูดไม่เก่ง ทำรายรายการตอนแรกแทบไม่มีคนดู แต่ด้วยการมาเที่ยวที่ไทยและหลงรักในเสน่่ห์ของคนไทยและแก๊งของเขา ทั้งจูดี้ ,พี่จอง และ น้องแดน ทำให้ตอนนี้เขา คือยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวสุดฮอตและครองใจคนไทยมาหลายปีแล้ว 2. คัลแลนเคยบอกว่าหลงรักคนไทย อาหารไทยและสถานที่ท่องเที่ยวในไทยหลายที่ และไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีแต่ที่กิน ที่เที่ยว และผู้คนน่ารักเต็มไปหมด และที่น่ารักกว่านั้นคือ อาหารไทย สตรีทฟู้ดที่ไปทางไหนคัลแลนก็บอกว่า มีแต่ของกินและอร่อยมาก และขนมไทยที่เค้าโปรดปรานมากก็คือข้าวหลาม แถมยังเคยเผาข้าวหลามกินกันเองอีกด้วย 3. คัลแลน คือเจ้าพ่อคำศัพท์ คัลแลนบอกว่าตัวเขาเอง จากเด็กอินโทรเวิร์ตคนหนึ่ง เขาไม่กล้าแสดงออกเลย เลิกเรียนกลับบ้าน ไม่เคยคิดว่าจะมีอาชีพยูทูบเบอร์มาก่อน จนมารู้จักประเทศไทย เรียนภาษาไทยจริงจัง และมีความตลกแบบธรรมชาติ และเคยโด่งดังจากศัพท์ของเขา อย่างคำว่า บุดด้าอ้วน อ้วน ก็เป็นอีกคำที่ทำให้เรายิ้มตาม 4. เรื่องอมยิ้มของเขาอีกเรื่องคือเรื่องสัตว์ คัลแลนเจอจิ้งจก เยอะมาก จนคิดว่าแล้วมันจะกัดคนไทยมั้ย ถ้าตัวใหญ่ขึ้น เพราะเขาคิดว่าจิ้งจกคือจระเข้ตัวเล็ก นั่นเอง 5. จากยุูทูบเบอร์สู่พรีเซนเตอร์มากมาย ความสดใสธรรมชาติ และเดินทางไปมาแล้วเกินครึ่งประเทศของเมืองไทย เขาบอกว่าทุกเทศกาลในเมือยไทย เทศกาลสงกรานต์คือสนุกมาก และเขาไม่เคยพลาดที่จะออกมาเล่นสงกรานต์ในทุก ๆ ปี นี่คือมุมสนุก และอมยิ้มได้ของคัลแลนที่ทำให้เราอมยิ้มได้ทุกครั้งที่นึกถึง ใครทีสนใจฟังเรื่องราวสนุก ๆ ของเขาได้ในรายการ "The Celebrities" รายการออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. รับชมได้ที่ TrueID เท่านั้น!

กรุงศรีส่องหุ้นสายการบิน หลังรัฐเตรียมคลอด 3 มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว
Read

กรุงศรีส่องหุ้นสายการบิน หลังรัฐเตรียมคลอด 3 มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว

#ทันหุ้น-บล.กรุงศรี ระบุว่า รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมประชุมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนและกระทรวงท่องเทียวและกีฬา (กรอ.) พิจารณาแนวทางมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวตามข้อเสนอของภาคเอกชน 3 โครงการ ได้แก่ ไทยเที่ยวไทยพลัส, Fly Thai All the Feeling และ Thailand Air Connect ภายใต้วงเงินงบประมาณรวม 2,450 ล้านบาท ฝ่ายวิจัยมองเชิงบวกต่อ 3 มาตรการดังกล่าว ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้กับอุตสาหกรรมการบิน และโรงแรมในประเทศฝ่ายวิจัยประเมินว่าหุ้น CENTEL (consensus TP 40.18 บาท) และ AAV (Reduce, TP 0.65) มีโอกาสได้ประโยชน์จาก 3 มาตรการข้างต้นมากที่สุด อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยยังคงมุมมองระมัดระวังต่อ AAV เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงต้นทุนราคาน้ำมัน Jet สูงขึ้นโดยกลุ่มการบินฝ่ายวิจัยกรุงศรี ยังเลือกหุ้น AOT (Buy, TP 70 บาท) เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม เพราะคาดว่าผลกระทบสงครามได้รับน้อยกว่ากลุ่ม และมี Catalyst บวกจากการขึ้นค่า PSC หนุนการเติบโตสูงในอนาคต และระยะสั้นหุ้น BA (Buy, TP 22 บาท) เป็นอีกตัวที่น่าสนใจจากยอดผู้โดยสารสนามบินสมุยเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง

ททท.เปิดตัว “เที่ยวใกล้...ได้เรื่อง Food Book Story” พลิกโฉมท่องเที่ยวภาคกลาง
Read

ททท.เปิดตัว “เที่ยวใกล้...ได้เรื่อง Food Book Story” พลิกโฉมท่องเที่ยวภาคกลาง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง ผนึกกำลังร่วมกับ 4 พันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ชิมไทย จำกัด, บริษัท อีวี ออลล์ โซลูชั่น จำกัด พร้อมด้วยพันธมิตรผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น (PTT Station) และ คาเฟ่ อเมซอน (Caf Amazon) ภายใต้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ร่วมกันเปิดตัวแคมเปญยิ่งใหญ่แห่งปี เที่ยวใกล้...ได้เรื่อง Food Book Story มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ยกระดับสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณค่า (Value-based Tourism) ผ่านนวัตกรรมดิจิทัล พลังงานสะอาดและสื่อล้ำสมัย เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่สมบูรณ์แบบและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่อย่างกลุ่ม Gen Y และ Gen Z อย่างลงตัว ททท.เปิดตัว เที่ยวใกล้...ได้เรื่อง Food Book Story พลิกโฉมท่องเที่ยวภาคกลาง นางสาวสุภาพันธุ์ จันทร์งาม ผู้อำนวยการกองตลาดภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผย โครงการนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ "เที่ยวใกล้ สุขใจทั้งปี" โดยดึงเอาเสน่ห์ของอาหารและวิถีชีวิตท้องถิ่นมาเป็นกลไกสำคัญ ในการเชื่อมโยงเรื่องราว (Story Connector) ปลุกกระแสคนเมืองให้เดินทางท่องเที่ยวระยะสั้น (Short-Haul) ภายใน 1-3 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ พร้อมขับเคลื่อนกลยุทธ์ "เที่ยวเมืองรองสู่เมืองหลัก" กระจายนักท่องเที่ยวไปยังจังหวัดนำร่อง 17 จังหวัดในเขตรับผิดชอบของ ททท. ภาคกลาง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, พระนครศรีอยุธยา, นครปฐม, ลพบุรี, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, ราชบุรี, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, กาญจนบุรี, สิงห์บุรี, อ่างทอง, ชัยนาท, สระบุรี นนทบุรี, ปทุมธานี, สุพรรณบุรี พร้อมทั้งเหมาะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวระยะสั้น (Short Trip) เพื่อสร้างความสมดุลของจำนวนนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการชุมชนอย่างสูงสุด โดยโครงการฯ ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตร 3 มิติสำคัญ ดังนี้ 1. มิติด้านอัตลักษณ์อาหารท้องถิ่น ผ่านมุมมอง Thai Gastronomy: บริษัท ชิมไทย จำกัดผู้เชี่ยวชาญด้านการยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นและผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบไทย เข้ามารับบทบาทสำคัญในการคัดเลือกร้านอาหารคุณภาพที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์และเสน่ห์ที่แท้จริงของ 5 เส้นทางรสชาติ (Taste Routes) เพื่อส่งเสริมเมืองน่าเที่ยว (Hidden Gem Cities) ประกอบด้วย: เส้นทาง Urban Fringe Lifestyle Route จังหวัดปทุมธานี Escape to Pathum เที่ยวใกล้กรุง สุขครบวันเดียวที่ปทุมธานี เส้นทาง Hidden Tastes of Samut Songkhram จังหวัดสมุทรสงคราม สัมผัสวิถีชีวิตสายน้ำ ลิ้มรสวัตถุดิบท้องถิ่นและเสน่ห์บ้านสวนริมคลอง เส้นทาง Art Nature Route จังหวัดกาญจนบุรี คราฟต์ฟาร์ม ธรรมชาติ และศิลปะกลางเมืองกาญจน์ เส้นทาง The Taste of Singburi จังหวัดสิงห์บุรี เปิดรสชาติใหม่เมืองรองเมื่อวัตถุดิบท้องถิ่นเล่าเรื่องราวของสิงห์บุรี เส้นทาง Time Travel Taste จังหวัดนครปฐม วีถีชีวิตร่วมสมัยใกล้กรุง ละเมียดรสไทยโบราณ เสน่ห์นครปฐม 2. มิติด้าน Green Eats Green Travel: บริษัท อีวี ออลล์ โซลูชั่น จำกัด ผู้ให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) ตอบรับเทรนด์การเดินทางยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สอดรับกับแนวคิดการท่องเที่ยวสีเขียว โดยเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนกิจกรรม เพื่อสร้างแรงจูงใจและขับเคลื่อนให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวด้วยพลังงานสะอาดในพื้นที่ภาคกลางอย่างแท้จริง 3. มิติแรงขับเคลื่อนสำคัญและจุดแวะพักหลักของนักเดินทาง : สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น (PTT Station)และ คาเฟ่ อเมซอน (Caf Amazon) ภายใต้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) แบรนด์ผู้นำที่เป็นจุดแวะพักหลักและมอบความสดชื่นให้กับทุกคนทั่วภูมิภาคกลาง ได้เข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการซึ่งเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มให้แคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวระยะสั้น (Short Trip) ครั้งนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนและประชาสัมพันธ์กิจกรรมการตลาดเพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนไปด้วยกัน ไฮไลต์กิจกรรมหลักในโครงการฯ โครงการ เที่ยวใกล้...ได้เรื่อง Food Book Story มาพร้อมกับเครื่องมือและแคมเปญสุดพิเศษที่จะเปลี่ยนทุกการเดินทางให้สนุกและคุ้มค่ายิ่งขึ้น E-Coupon รับคูปองส่วนลดจากโครงการฯ ผู้ใช้งาน 1 ท่าน สามารถสะสมคูปองมุลค่า 50 บาท ได้สูงสุด 5 คูปอง มูลค่ารวมสูงสุด 250 บาท ตลอดอายุของโครงการ และการใช้งานสามารถใช้ได้ 1 คูปอง ต่อครั้งต่อ 1 ใบเสร็จหมายเหตุ: คูปองส่วนลดมีอายุการใช้งาน สิ้นสุดวันที่ 15 สิงหาคม 2569 Eat Your Story (Interactive Map): แผนที่อัจฉริยะบนระบบ Google Map นำทางสู่จุดเช็กอิน 5 เส้นทางรสชาติ พร้อมระบบสะสมแต้มดิจิทัล (E-Stamp) และระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Smart Data Tracking) แคมเปญ "ยิ่งเที่ยวใกล้ยิ่งได้เรื่อง" (Distance-Based Rewards): มอบแพ็กเกจพิเศษ Food Book Exclusive ร่วมกับร้านค้าพันธมิตรกว่า 25 ร้าน มอบส่วนลด 5% - 10% หรือเมนูพิเศษ "Must Taste" อีกมากมาย Official Content Contest: ชวนนักท่องเที่ยวร่วมสร้าง User-Generated Content (UGC) ถ่ายทอดความประทับใจผ่านดิจิทัลบุ๊กหรือวิดีโอสั้น ชิงรางวัลสุดพิเศษรวม 5 รางวัล มูลค่ารวมสูงสุด 25,000 บาท หัวข้อการประกวด: "เที่ยวใกล้...ได้เรื่อง: My Local Story" ผ่านสื่อและช่องทางออนไลน์ของ Gourmet Cuisine กติกา: เพียงสร้างสรรค์คลิปสั้น TikTok/Reels หรือรีวิวดิจิทัล Facebook เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความประทับใจผ่านเมนูอาหาร บรรยากาศและประสบการณ์ท่องเที่ยวใน 5 เส้นทางนำร่อง พร้อมคอมเมนต์ใต้โพสต์แคมเปญของสื่อออนไลน์ Gourmet Cuisine เกณฑ์การตัดสิน: พิจารณาจากยอดผู้เข้าชม (Views), ยอดการกดถูกใจ (Likes) และยอดการส่งต่อ (Shares) สูงสุดผ่านแพลตฟอร์มโซเซียลมีเดียที่กำหนด พร้อมติดแฮซแท็กกิจกรรม #Foodbookstory #เที่ยวใกล้ได้เรื่อง #MyLocalStory #AmazingThailand #เที่ยวภาคกลาง #เที่ยวกลางเที่ยวใกล้เที่ยวได้เลย ส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่วันที่ 3 - 31 ก.ค. 2569 คัดเลือกผู้ชนะ 5 รางวัล รวมมูลค่ารางวัลกว่า 25,000 บาท ประกาศผลผู้ชนะวันที่ 10 ส.ค. 2569 แคมเปญ "ยิ่งเที่ยวใกล้ ยิ่งได้เรื่อง" (Travel Spending Stimulus): รับคะแนนสะสมพิเศษ 2 เท่า (Double Points) เมื่อเช็กอินในจังหวัดเมืองน่าเที่ยว เพื่อสะสมคะแนนสูงสุดเป็น Top Spender 20 อันดับแรก สามารถเริ่มสะสมคะแนนได้ตั้งแต่วันนี้ 1 ก.ค. - 15 ส.ค. 2569 และประกาศผลวันที่ 19 ส.ค. 2569 รายชื่อ 25 ร้านค้าเข้าร่วมโครงการ เที่ยวใกล้...ได้เรื่อง Food Book Story อย่างเก่าก่อน (Yang Gao Gorn) จังหวัดกรุงเทพมหานคร โทร. 099-024-2021 เดอะ วิลเลจ ฟาร์ม ทู คาเฟ่ (The Village Farm To caf) จังหวัดกาญจนบุรี โทร. 063-192-9582 คีรีธารา ริเวอร์ไซด์ (Keeree Tara Riverside) จังหวัดกาญจนบุรี โทร. 063-192-9582 สำรับกับข้าว ริเวอร์ไซด์ ชัยนาท (Samrab Kabkaow Rierside Chainat) จังหวัดชัยนาท โทร. 086-969-9924 บ้านบุศยา ร้านอาหาร รีสอร์ท (Busaya Resort Cuisine) จังหวัดนครปฐม โทร. 065-562-9144 เลมอนมีฟาร์ม (Lemon Me Farm) จังหวัดนครปฐม โทร. 084-767-9699 ลิทเติ้ลทรี การ์เด้น (Litter Tree Garden) จังหวัดนครปฐม โทร. 095-563-3319 สวนทิพย์ (Suanthip) จังหวัด นนทบุรี โทร. 082-366-9696 ณ ปทุม คาเฟ่ (Na Pathum Cafe') จังหวัดปทุมธานี โทร. 086-992-2293 บ้านเหนือน้ำ (Baan Nhuer Nham) จังหวัดปทุมธานี โทร. 061-691-5963 ศรีเสนาะ บูทีค (Srisanor Boutique) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โทร. 099-695-4659 ร้านอาหารชมวิวซีฟู้ด ชะอำ (CHOMVIEWSEAFOOD) จังหวัดเพชรบุรี โทร. 081-757- 9704 ครัวทอข้าว - Vela Pool (Tor Kao Cuisine) จังหวัดราชบุรี โทร. 093-536-9355 โคริ (Kori) จังหวัดลพบุรี โทร. 089-500-3348 ข้าวใหม่ปลามัน อัมพวา (Kaomaiplamun Amphawa) จังหวัดสมุทรสงคราม โทร. 063 824 9996 ตาลพวา (Tarnpawa) จังหวัดสมุทรสงคราม โทร. 085-920-7979 ภัตตาคารนิวรสทิพย์ (New Rosthip Restaurant) จังหวัดสมุทรสาคร โทร. 081-819-1786 วินน์คาเฟ่แอนด์ฟาร์มเฮ้าส์ (Wynn Cafe And Farmhouse) จังหวัดสระบุรี โทร. 089-730-9793 สวนอาหารแม่ลาปลาเผา (Maelaplapao) จังหวัดสิงห์บุรี โทร. 080-910-8563 เดอะด๊อกฟาเทอร์ (The Dogfather) จังหวัดสิงห์บุรี โทร. 080-910-8563 สวนอาหารบ้านตอไม้ (Baan Tormai) จังหวัดสุพรรณบุรี โทร. 081-919-3935 เดอะ เทอเรส (The Terrace Cafe) จังหวัดสุพรรณบุรี โทร. 061-446-9442 ร้านอาหาร บ้านไม้ริมน้ำ (Baan Mai Rim Num Restaurant) จังหวัดอยุธยา โทร. 084-329-3333 ปรางค์วิว อยุธยา (Prang View Ayutthaya) จังหวัดอยุธยา โทร. 089-801-0138 ร้านอาหารบอกต่อ (Bokk Toh Restaurant) จังหวัดอ่างทอง โทร. 065-246-2288 โครงการ เที่ยวใกล้...ได้เรื่อง Food Book Story พร้อมเปิดตัวและส่งมอบประสบการณ์ความอร่อย ออกเดินทางสู่ภาคกลางผ่านอาหาร วิถีชีวิต และวัฒนธรรมอันแท้จริง แล้วสร้าง My Local Story ในมุมมองของคุณ นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจสามารถติดตามกิจกรรม โปรโมชันพิเศษ และร่วมสร้างเรื่องราวอาหารในแบบของคุณผ่านช่องทาง LINE OA: @foodbookstoryFacebook: fb.com/foodbookstoryInstagram: foodbookstorythTikTok: @foodbookthailandWebsite: www.foodbookstory.com ====================

AWC จับมือ Universal ปั้น 2 แลนด์มาร์กท่องเที่ยวใหม่ในไทย
Read

AWC จับมือ Universal ปั้น 2 แลนด์มาร์กท่องเที่ยวใหม่ในไทย

#ทันหุ้น - บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่เน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร เตรียมขยายความร่วมมือเพิ่มเติมกับ Universal Destinations Experiences เพื่อพัฒนาประสบการณ์ระดับโลกแห่งใหม่ทั้งในกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา โดยข้อตกลงความร่วมมือเบื้องต้นระหว่าง AWC และ Universal Destinations Experiences ถือเป็นก้าวสำคัญของการร่วมพัฒนาสองประสบการณ์ใหม่ระดับโลกในประเทศไทย ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการผสานความเชี่ยวชาญของ AWC ในการสร้างสรรค์จุดหมายปลายทางระดับแลนด์มาร์กเข้ากับศักยภาพในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ความบันเทิงระดับโลกของ Universal Destinations Experiences เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลกเรื่องราวของ “Kung Fu Panda” ในย่านไชน่าทาวน์อันเก่าแก่ของกรุงเทพมหานครโครงการแรกในแผนความร่วมมือ คือการพัฒนาประสบการณ์ในธีม “Kung Fu Panda” ภายในโครงการ “เวิ้งนครเกษม เยาวราช” ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสระดับแลนด์มาร์กของ AWC ใจกลางพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งวัฒนธรรมไทย-จีนของกรุงเทพมหานครโครงการนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด “Legacy of the Past, Inspiration of Tomorrow” เชื่อมคุณค่าจากอดีตสู่แรงบันดาลใจแห่งอนาคต ที่มุ่งเชิดชูมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของเยาวราช ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นต่อไป โดยประสบการณ์ในธีม “Kung Fu Panda” ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมรากฐานทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณอันเก่าแก่ของเยาวราช โดยเชื่อมโยงการเล่าเรื่องราวของตัวละครอันเป็นที่รักของผู้คนทั่วโลกเข้ากับเอกลักษณ์อันโดดเด่นของหนึ่งในย่านประวัติศาสตร์วัฒนธรรมจีนที่สำคัญที่สุดของประเทศไทยประสบการณ์นี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงการ “เวิ้งนครเกษม เยาวราช” ซึ่งรวมถึง· ศูนย์การค้าระดับไอคอนิค (Iconic Heritage and Luxury Retail): การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ที่ได้รับการอนุรักษ์ พื้นที่ลานกิจกรรมกลางแจ้งที่กว้างขวาง และพื้นที่ชอปปิ้งใต้ดินขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร พร้อมเชื่อมต่อด้วยรถรางเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนแห่งแรกของ AWC ในกรุงเทพฯ เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถเดินทางต่อไปยังแลนด์มาร์กที่สำคัญอื่นๆ ของเมือง· ไลฟ์สไตล์ที่ผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรม (Cultural-Fusion Lifestyle): จุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา จากการรวมเรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกัน· โรงแรมระดับลักชูรี (World-Class Luxury Hospitality): ร่วมมือกับ IHG Hotels Resorts เพื่อเปิดตัวโรงแรม InterContinental Bangkok Chinatown ที่มีห้องพักจำนวน 300 ห้อง และ โรงแรม Kimpton Bangkok Chinatown ที่มีห้องพักมากกว่า 110 ห้องความบันเทิงระดับโลกสู่ชายหาดพัทยาอีกหนึ่งโครงการภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ คือการพัฒนาสวนน้ำในรูปแบบผสมผสานระหว่างสวนน้ำในร่ม และกลางแจ้งในธีมของตัวละครดังจาก DreamWorks Studios โดยสวนน้ำนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Aquatique Destination Pattaya” ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ริมชายหาดกลางเมืองอันโดดเด่นของพัทยา ประสบการณ์นี้จะผสมผสานความบันเทิงในรูปแบบอิมเมอร์ซีฟ ประสบการณ์ที่เหมาะกับทุกคนในครอบครัว การพักผ่อน การบริการ และไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างจุดหมายปลายทางที่รองรับนักท่องเที่ยวทุกวัยได้ตลอดทั้งปีเพื่อสะท้อนถึงเอกลักษณ์อันมีชีวิตชีวาของชายหาดพัทยา จุดหมายปลายทางแห่งนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างความผูกพันในครอบครัว การพักผ่อน และการแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนเสน่ห์ของเมืองให้ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและขาวต่างชาติมากยิ่งขึ้นประสบการณ์นี้เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของโครงการ “Aquatique Destination Pattaya” เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ที่เสริมความแข็งแกร่งให้แก่พัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์· จุดหมายปลายทางความบันเทิงระดับโลกสำหรับครอบครัว (World-Class Family Entertainment Destination): สัมผัสช่วงเวลาของครอบครัวที่น่าจดจำสำหรับทุกช่วงวัย กับประสบการณ์ในธีม Universal แบบอิมเมอร์ซีฟ ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราว และตัวละครที่เป็นที่รักของผู้คนทั่วโลก· ประสบการณ์การพักผ่อนและไลฟ์สไตล์ริมชายหาย (Beachfront Lifestyle and Leisure Experiences): พื้นที่ชอปปิ้ง ร้านอาหารและเครื่องดื่ม และกิจกรรมเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ครอบคลุมกว่า 110,000 ตารางเมตร ที่ร่วมสร้างความมีชีวิตชีวาให้แก่ไลฟ์สไตล์ริมชาดหาดพัทยาตลอดทั้งปี· หลากหลายโรงแรมเพื่อทุกประสบการณ์การพักผ่อน (Integrated Hospitality Experiences): รวบรวมแบรนด์โรงแรมที่ได้รับการยอมรับระดับโลก อาทิ Ritz-Carlton, JW Marriott, และ Autograph Collection รวมห้องพักทั้งหมด 1,441 ห้อง พร้อมด้วยบริการอื่นๆ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว นักท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน และผู้มาเยือนจากทั่วโลกการพัฒนาโครงการนี้คาดว่าจะเป็นช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพัทยาในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศไทย โดยการสร้างสรรค์ประสบการณ์ระดับโลกรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานความบันเทิงสำหรับครอบครัว ไลฟ์สไตล์ริมชายหาย และโรงแรมเข้าด้วยกัน ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวอยากมาหาประสบการณ์ใหม่ มาพักผ่อน และกลับมาเยือนเมืองแห่งนี้อีกครั้งนางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWCกล่าวว่า:“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ Universal Destinations Experiences ผู้นำระดับโลกในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่แปลกใหม่ สมจริง เพื่อนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ที่จะสร้างแรงบันดาลใจ ความสุข ความผูกพัน และช่วงเวลาที่น่าจดจำให้แก่ผู้คนทุกช่วงวัยในประเทศไทยเราตื่นเต้นที่จะได้ขยายความร่วมมือจาก Asiatique The Riverfront Destination เชื่อมต่อสู่การพัฒนาประสบการณ์พิเศษระดับโลกที่ผสมผสานต่อยอดมาจากความสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้วที่ Asiatique The Riverfront Destination ที่ผสมผสานการเล่าเรื่องราวเข้ากับเอกลักษณ์เฉพาะตัว มรดกทางวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของไชน่าทาวน์ที่เก่าแก่ของกรุงเทพฯ และชายหาดที่คึกคักของพัทยาความร่วมมือครั้งนี้ มาจากวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้างสรรค์จุดหมายปลายทางที่จะช่วยส่งเสริมวัฒนธรรม เสริมสร้างความผูกพันในครอบครัว และส่งมอบประสบการณ์ที่มีความหมายให้แก่ผู้มาเยือน ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ชุมชนและธุรกิจในท้องถิ่น เราเชื่อมั่นว่าโครงการเหล่านี้จะมีส่วนช่วยในความยั่งยืนระยะยาวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ สืบทอดมรดก ทางวัฒนธรรม และสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชนจากรุ่นสู่รุ่นด้วยประสบการณ์ที่แสนประทับใจให้นักเดินทางทั่วโลก”นายเจอรัลด์ เรนส์ รองผู้อำนวยการ ฝ่าย Global Location Based Entertainment ของ Universal Destinations Experiencesกล่าวว่า:“สำหรับ Universal Destinations Experiences เรามองหาโอกาสใหม่ๆ ในการนำเสนอเรื่องราวและตัวละครที่เป็นที่ชื่นชอบไปสู่ผู้ชมทั่วโลกอยู่เสมอ โดยเฉพาะประเทศไทยที่เรามองว่ามีศักยภาพสูง การสร้างประสบการณ์ใหม่ในตลาดใหม่ด้วยแฟรนไชส์ของตัวละครยอดนิยม เช่น Kung Fu Panda และตัวละครอื่นๆ ในโลกของ DreamWorks ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของครอบครัว สะท้อนถึงเป้าหมายใหญ่ของเราในการนำเสนอแบรนด์ Universal ไปสู่ผู้ชมกลุ่มใหม่ มาสผ่านคอนเซปต์ที่แปลกใหม่ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้สานต่อการพัฒนาโครงการหล่านี้ร่วมกับ AWC”การพัฒนาโครงการเหล่านี้ถือเป็นบริบทใหม่ของการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยการผสมผสานประสบการณ์ความบันเทิงระดับโลกเข้ากับอัตลักษณ์ท้องถิ่นของสองจุดหมายปลายทางชั้นนำของไทย ความร่วมมือในการนำประสบการณ์ระดับโลกมาสู่กรุงเทพมหานคร และพัทยา ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของการท่องเที่ยว เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่น และสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ทั้งชุมชนและผู้มาเยือน

BC ปั้นแลนด์มาร์คใหม่ รับดีมานด์ท่องเที่ยวฟื้น
Read

BC ปั้นแลนด์มาร์คใหม่ รับดีมานด์ท่องเที่ยวฟื้น

#BC #ทันหุ้น - BC ปักหมุด JW Marriott Hotel Bangkok Sukhumvit 24 จ่อยื่น EIA ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ก่อนเปิดรุกสร้างแลนด์มาร์กใหม่ใจกลางสุขุมวิท ด้าน Mövenpick Resort Kamala Beach Phuket และโครงการ สุขุมวิท ซอย 5 คืบหน้าตามแผน ลุ้นเปิดรับนักท่องเที่ยวช่วงปลายปี 2569 ทันไฮซีซันนายปรับชะรันซิงห์ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจโรงแรมภายใต้โมเดล Build-Operate-Sale (BOS) กล่าวว่า บริษัทเดินหน้าพัฒนาโครงการตามแผนอย่างต่อเนื่อง สำหรับไฮไลต์ในโครงการ JW Marriott Hotel Bangkok Sukhumvit 24 ถือเป็นหนึ่งในโครงการแฟลกชิปของบริษัทบนทำเลใจกลางสุขุมวิท ซึ่งโครงการกำลังเริ่มดำเนินการจัดทำและยื่นรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยคาดว่าจะสามารถส่งรายงานเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 ตอกย้ำความพร้อมของ BC ในการสร้างโรงแรมระดับลักซ์ชัวรีที่ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจากทั่วโลก ขณะที่โรงแรมเมอเวนพิค รีสอร์ท กมลาบีช ภูเก็ต (Mövenpick Resort Kamala Beach Phuket) บริเวณหาดกมลา จังหวัดภูเก็ต และ โครงการสุขุมวิท ซอย 5 จังหวัดกรุงเทพมหานคร มีความคืบหน้าตามแผน โดยตั้งเป้าเปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2569 เพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) และความต้องการที่เพิ่มขึ้นของนักเดินทางทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญของประเทศการเดินหน้าของโครงการสำคัญในครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพการพัฒนาและบริหารสินทรัพย์ของ BC ที่ดำเนินไปตามแผน พร้อมตอกย้ำบทบาทของบริษัทในฐานะผู้พัฒนาโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์คุณภาพ ที่พร้อมสร้างประสบการณ์การเข้าพักระดับสากล ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระยะยาว

ขึ้นแล้ววันนี้! วีซ่าออสเตรเลีย ขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าท่องเที่ยว 25% เริ่ม 1 กรกฎาคม
Read

ขึ้นแล้ววันนี้! วีซ่าออสเตรเลีย ขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าท่องเที่ยว 25% เริ่ม 1 กรกฎาคม

รัฐบาลออสเตรเลียประกาศปรับขึ้น ค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่า (Visa Application Charge - VAC) หลายประเภทอย่างเป็นทางการแล้ว โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 (พ.ศ. 2569) เป็นต้นไป ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางจากประเทศไทยแน่นอน จะมีวีซ่าประเภทไหนปรับขึ้นเท่าไหร่บ้าง? มาดูกัน superbeststock / Shutterstock.com วีซ่าออสเตรเลีย ขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าท่องเที่ยว 25%เริ่ม 1 กรกฎาคม ✈️ วีซ่าท่องเที่ยว (Visitor Visa Subclass 600) ปรับขึ้น 25% สำหรับสายท่องเที่ยว ใครที่จะเดินทางไปเยี่ยมญาติ หรือติดต่อธุรกิจระยะสั้น ซึ่งปกติจะนิยมยื่น วีซ่าท่องเที่ยว (Subclass 600) ครั้งนี้มีการปรับราคาขึ้นทั้งการยื่นจากนอกประเทศออสเตรเลีย และในประเทศออสเตรเลีย ดังนี้ 1. ยื่นคำขอนอกประเทศออสเตรเลีย (Offshore) สำหรับคนไทยที่ยื่นจากประเทศไทย ราคาเดิม : 200 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 4,599 บาท) ราคาใหม่ : 250 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 5,748 บาท) เพิ่มขึ้น 50 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 1,149 บาท หรือคิดเป็น 25%) 2. ยื่นคำขอภายในประเทศออสเตรเลีย (Onshore) ราคาเดิม : 500 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 11,497 บาท) ราคาใหม่ : 630 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 14,487 บาท) เพิ่มขึ้น 130 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 2,989 บาท) (หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทไทยอาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ชำระเงินจริง) 🎓 ไม่ใช่แค่ท่องเที่ยว! วีซ่านักเรียน-วีซ่าทำงาน ก็ปรับขึ้น ส่วนใครที่จะไปเรียนต่อ หรือทำงานชั่วคราว รัฐบาลออสเตรเลียก็ได้มีการทบทวนปรับอัตราค่าธรรมเนียมในส่วนนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการงบประมาณประจำปี 2026-2027 โดยปรับตามดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และนโยบายงบประมาณ วีซ่านักเรียน (Student Visa Subclass 500) : ปรับขึ้นเป็น 2,500 ดอลลาร์ออสเตรเลีย วีซ่าทำงานชั่วคราว (Temporary Work Visa Subclass 482) : ปรับขึ้นเป็น 4,015 ดอลลาร์ออสเตรเลีย 💡 สิ่งที่ต้องรู้เพิ่มเติมก่อนเตรียมงบยื่นวีซ่า สิ่งที่เพื่อนๆ ต้องไม่ลืมอีกอย่าง คือค่าธรรมเนียมที่ปรับขึ้นในครั้งนี้เป็นเพียง Visa Application Charge (VAC) หรือค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องหลักเท่านั้น การไปเที่ยวออสเตรเลียยังมีค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ ที่เราต้องเตรียมไว้ด้วย เช่น ค่าบริการเก็บข้อมูลชีวมิติ (Biometrics) : ที่เราต้องไปสแกนลายนิ้วมือและถ่ายรูป ณ ศูนย์ยื่นวีซ่า ค่าตรวจสุขภาพ (Medical Examination) : สำหรับผู้ที่ต้องการพำนักระยะยาว หรือตามข้อกำหนดของสถานทูต ค่าแปลเอกสารและค่าบริการอื่นๆ : ในกรณีที่ต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม ====================

CGSI ชี้ท่องเที่ยวสดใส เพิ่มน้ำหนักลงทุน ERW-THAI เด่น
Read

CGSI ชี้ท่องเที่ยวสดใส เพิ่มน้ำหนักลงทุน ERW-THAI เด่น

#ทันหุ้น - CGSI ส่องกลุ่มท่องเที่ยว ปรับเพิ่มประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 69 หลัง แนวโน้มการท่องเที่ยวดีขึ้น แนะนำ “เพิ่มน้ำหนักการลงทุน” เลือก ERW และ THAI เป็นหุ้น Top pickฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า ได้ปรับเพิ่มประมาณการสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในปี 69 จาก 31.3 ล้านคน (-5% yoy) เป็น 33 ล้านคน (ทรงตัว yoy) เพื่อสะท้อนแนวโน้มการท่องเที่ยวทีดีขึ้น เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ลดลง ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในการเดินทางเพิ่มขึ้น ลดผลกระทบต่อการจราจรทางอากาศและทำให้ค่าตั๋วเครื่องบินลดลง และอุปสงค์จากยุโรปยังแข็งแกร่งและสถิตินักท่องเที่ยวจากจีนฟื้นตัวเร็วกว่าคาดแม้ว่าประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือน 14 ล้านคนในช่วง 5 เดือนแรกของปี 69 (-2% yoy) แต่เชื่อว่าสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะเติบโตสูงขึ้น โดยสถิตินักท่องเที่ยวรายเดือนเพิ่มขึ้น 4% yoy ในเดือนพ.ค.69 จากที่ลดลง 7% ในเดือนเม.ย.69 (ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงที่สุด) ขณะที่สถิตินักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลางฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเห็นได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวในเดือนพ.ค.69 ที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วเทียบกับที่ลดลง 17% yoy และ 57% roy ในเดือนเม.ย.69 ตามลำดับส่วนสถิตินักท่องเที่ยวจากจีนเริ่มมีสัญญาณทรงตัว หลังนักท่องเที่ยวจากประเทศนี้เดินทางมาไทยมากกว่า 400k คนต่อเดือนตลอดช่วง 5 เดือนแรกของปี 69 เทียบกับสถิติต่ำสุดที่ 297k ในเดือนมี.ค.68 ส่งผลให้สถิตินักท่องทียวจากจีนในช่วง 5 เดือนแรกของปี 69 เพิ่มขึ้น 18% yoy ดังนั้น ถึงแม้ว่าการฟื้นตัวยังเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เชื่อว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และเชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้นต่อเนืองฝ่ายวิเคราะห์ CGSI เชื่อว่า หลังจากปี 69 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยจะได้รับประโยชน์จากการที่ AOT เดินหน้าลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของสนามบินเพื่อแก้ปัญหาคอขวดในสนามบินหลัก โดยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอยู่ระหว่างปรับปรุงประสิทธิภาพของบริการภาคพื้น (ground handling) เพื่อลดระยะเวลาการเตรียมเครื่องบิน (aircraft turnaround) และเพื่อให้สามารถรองรับเที่ยวบินได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน AOT มีการปรับปรุงระบบช่วยลงจอดหรือ Instrument Landing System (ILS) ที่ท่าอากาศยานภูเก็ตสำหรับรองรับการขึ้นลงจอดของอากาศยานในช่วงที่มีเทียวบินจำนวนมาก นอกจากนี้ THAI ยังมีแผนขยายฝูงบินเพื่อเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินในเส้นทางที่มีอุปสงค์การเดินทางสูงและเส้นทางบินใหม่ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ยังแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุน (Overweight) ในกลุ่มท่องเที่ยวของไทยเพราะอุปสงค์ในตลาดหลักมีแนวโน้มดีขึ้น โดยชอบหุ้นในกลุ่มโรงแรมและสายการบินมากกว่าสนามบิน เนื่องจากมีความสามารถในการทำกำไรสูงกว่า นอกจากนี้ คาดว่าการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings ที่จะจัดขึ้นในกรุงเทพฯ ช่วงเดือนต.ค.69 จะทำให้โรงแรมมีอัตราการเข้าพักและอัตราค่าห้องพักเพิ่มสูงขึ้น จึงเลือก ERW และ THAI เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม ขณะที่มองว่าหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวอาจปรับตัวสูงขึ้นหากอุปสงค์การเดินทางทั่วโลกและต้นทุนพลังงานกลับเป็นปกติเร็วกว่าคาด ส่วน downside risk จะมาจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางและสถิตินักท่องเที่ยวจากจีนที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด

เที่ยวเกียวโตจ่ายเพิ่ม! ระบบค่ารถบัส 2 ราคา นักท่องเที่ยวจ่ายแพงขึ้น เริ่ม 2027
Read

เที่ยวเกียวโตจ่ายเพิ่ม! ระบบค่ารถบัส 2 ราคา นักท่องเที่ยวจ่ายแพงขึ้น เริ่ม 2027

อย่างที่เรารู้กันอยู่แล้ว ว่า เกียวโต นั้นมีปัญหาเรื่อง Overtourism ในระดับที่กำลังวิกฤตมากกว่าที่เที่ยวอื่นๆ ในญี่ปุ่น ล่าสุดทางการเกียวโต (Kyoto) ได้ประกาศแผนจัดระเบียบเมืองใหม่ เตรียมนำระบบ "ค่าโดยสาร 2 ราคา" (Dual Fare System) มาใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อแก้ปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง เที่ยวเกียวโตจ่ายเพิ่ม! ระบบค่ารถบัส 2 ราคานักท่องเที่ยวจ่ายแพงขึ้น เริ่ม 2027 แผนค่าโดยสาร 2 ราคา ใครจ่ายเท่าไหร่? นายกเทศมนตรีเมืองเกียวโต นายโคจิ มัตสึอิ (Koji Matsui) ได้เปิดเผยแผนการปรับราคาค่าโดยสารรถบัสประจำทางเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว ดังนี้ กลุ่มผู้โดยสาร ราคาปัจจุบัน ราคาใหม่ (แผนงาน) คนท้องถิ่น (Residents) 230 เยน ลดลงเหลือประมาณ 200 เยน นักท่องเที่ยว / คนนอกพื้นที่ 230 เยน เพิ่มขึ้นเป็น 350 - 400 เยน เรียกได้ว่าราคานักท่องเที่ยวอาจจะพุ่งขึ้นเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว เพื่อช่วยลดความหนาแน่นและนำรายได้มาบำรุงรักษาระบบขนส่งให้ดียิ่งขึ้น แล้วเขาจะแยกกลุ่มระหว่างนักท่องเที่ยว กับคนเกียวโตยังไง? ทางการเกียวโตใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ดังนี้ เชื่อมต่อ My Number เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีการทดสอบเชื่อมข้อมูลบัตร IC Card (เช่น Suica, Pasmo) เข้ากับบัตร My Number (บัตรประชาชนญี่ปุ่น) แตะปุ๊บรู้ปั๊บ สำหรับคนท้องถิ่นที่ลงทะเบียนบัตรไว้ เมื่อแตะบัตรที่เครื่องจ่ายเงิน ระบบจะตัดเงินในราคาพิเศษโดยอัตโนมัติ ส่วนนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ไม่ได้ลงทะเบียนไว้ เครื่องจะตัดเงินในราคาสูงนั่นเองครับ ทางการเกียวโตคาดหมายว่า หลังจากเปลี่ยนมาใช้ระบบ 2 ราคาแล้ว จะช่วยคืนทางเท้า และรถบัสให้คนในพื้นที่สามารถขึ้นรถไปทำงานหรือไปเรียนได้ตามปกติ รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากนักท่องเที่ยว ก็จะถูกนำไปสมทบทุนเพื่อเพิ่มจำนวนรถบัสในเส้นทางท่องเที่ยวยอดฮิต รวมทั้งจะส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปใช้ Express Bus (รถบัสสายด่วนสำหรับท่องเที่ยว) หรือรถไฟใต้ดินแทนการใช้รถบัสสายปกติที่คนท้องถิ่นจำเป็นต้องใช้นั่นเอง ทั้งนี้ เป้าหมายของเทศบาลเมืองเกียวโตคือการเริ่มใช้งานจริงภายใน ปีงบประมาณ 2027 ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับกระทรวงคมนาคมของญี่ปุ่นเพื่อขออนุมัติอย่างเป็นทางการ เพราะถือเป็นเรื่องใหม่และต้องปรับเปลี่ยนข้อกฎหมายเรื่องความเท่าเทียมของค่าโดยสารด้วย หากแผนนี้สำเร็จ เกียวโตจะเป็นเมืองแรกในญี่ปุ่นที่ใช้ระบบแยกราคาค่ารถบัสตามสิทธิที่อยู่อาศัยอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจจะเป็นโมเดลให้เมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ในญี่ปุ่นนำไปใช้ตาม ====================

ททท. ปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย สัมผัสช่วงเวลาแห่งการค้นพบ
Read

ททท. ปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย สัมผัสช่วงเวลาแห่งการค้นพบ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยด้านตลาดในประเทศ เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยปี 2569 อย่างต่อเนื่อง ขานรับยุทธศาสตร์ The New Thailand ที่มุ่งเน้นคุณค่ามากกว่าปริมาณ (Value over Volume) พร้อมสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน กระตุ้นให้คนไทยออกเดินทางและสร้างความทรงจำที่มีคุณค่า ชูแนวคิด Memory of Discovery มุ่งส่งมอบประสบการณ์ที่ตรงใจนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม และกระตุ้นให้คนไทยออกไปสร้างความทรงจำอันทรงคุณค่าใน "ช่วงเวลาแห่งการค้นพบ" นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า "จากกระแสการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยของกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ ประกอบกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่ม Gen Y และกลุ่มผู้มีรายได้สูงที่เริ่มมองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่แปลกใหม่จากเดิม ททท. จึงเปิดตัวโครงการ ONLY MEN ผู้ชายสายลุย เพื่อนำเสนอประสบการณ์ผ่านกิจกรรมผจญภัยกลางแจ้ง ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งตอบโจทย์การท่องเที่ยวแบบ ลงมือทำจริง ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์สินค้าทางการท่องเที่ยวระดับพรีเมียม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพสูงที่ชอบความท้าทาย โดยนำเสนอผ่านแนวคิด Design your limits with your destination โดยต่อยอดโครงการด้วยการจัดแคมเปญส่งเสริมการตลาดและกระตุ้นการขาย ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569 ผ่าน 3 กิจกรรมหลัก MEN ON LEAVE ลา...ออกไปใช้ชีวิต กิจกรรมประกวดภาพถ่ายนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวสายลุย MEN ON DEAL แจกดีลส่วนลดพิเศษสำหรับกิจกรรม เส้นทางท่องเที่ยว และอุปกรณ์สายลุย MEN ON LEAVE: OFF THE MAP EXPERIENCE เอ็กคลูซิฟทริปแนวผจญภัยร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์สายลุยคนดัง ซึ่ง ททท. ได้ร่วมมือกับพันธมิตรและครีเอเตอร์มาช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นให้เกิดการเดินทาง และสร้างการรับรู้โครงการในวงกว้าง" นายอภิชัย กล่าว ในการนี้ ททท. โดยด้านตลาดในประเทศ คาดว่าโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว ขยายฐานตลาดใหม่ และเพิ่มค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ พร้อมทั้งยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้เป็น เวทีแห่งการผจญภัยและการค้นพบตัวตนระดับโลก สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและกิจกรรมต่างๆ ของโครงการ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page : Only Men www.facebook.com/onlymenthailand

โบรกส่องหุ้นท่องเที่ยว ต้นทุนน้ำมันลดหนุนทราฟฟิกฟื้น ชู MINT-ERW-AOT
Read

โบรกส่องหุ้นท่องเที่ยว ต้นทุนน้ำมันลดหนุนทราฟฟิกฟื้น ชู MINT-ERW-AOT

#ทันหุ้น-บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) มองหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวมีทิศทางที่ดี หลังต้นทุนน้ำมันลดจะช่วยหนุนทราฟฟิกฟื้น มองได้พ้นจุดต่ำสุด ชู MINT-ERW-AOT เป็น Top Pick ของกลุ่มนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) ระบุสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มส่งสัญญาณคลี่คลาย กลายเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่หนุนให้กลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลับมาอยู่ในโฟกัสของนักลงทุนอีกครั้ง จึงเชื่อว่าเป็นโอกาสในการเข้าสะสมหุ้น เพื่อรับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลกโดยปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวได้แก่ ต้นทุนน้ำมันที่ลดลง จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เริ่มสงบ จะเป็นปัจจัยทำให้การเติบโตของปริมาณนักท่องเที่ยว (Traffic) กลับมาอีกครั้ง หลังจากในช่วงที่ผ่านมามีการปรับลดจำนวนเที่ยวบินและนักท่องเที่ยวต้องเผชิญกับต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น หากสถานการณ์ยุติลงจะส่งผลให้ต้นทุนราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ซึ่งจะสะท้อนไปยังค่าตั๋วเครื่องบินในอนาคตที่ถูกลง ช่วยกระตุ้นอุปสงค์ (Demand) การเดินทางทั่วโลก และทำให้สายการบินกลับมาดำเนินการ (Operate) ได้ตามปกติทั้งนี้ คาดว่านักท่องเที่ยวกลุ่มระยะไกล (Long-haul) เช่น ยุโรปและตะวันออกกลางที่เคยชะลอตัวในช่วง 2-3 เดือนก่อนหน้า จะเริ่มกลับมาเดินทางได้ดีขึ้นโดยคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจนในช่วงไตรมาส 4/69 ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season)ขณะที่กลุ่มระยะใกล้ (Short-haul) จะได้รับประโยชน์จากต้นทุนการเดินทางที่ลดลงตามราคาน้ำมัน ช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวกลับมาอย่างค่อยเป็นค่อยไป**คาด Q2/69 จุดต่ำสุดนักวิเคราะห์คาดการณ์ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/69 จะเป็นจุดต่ำสุด (Bottom) ของปี 2569 ทั้งในแง่ของผลประกอบการและบรรยากาศการลงทุน (Sentiment) จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า รายได้ของผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในเดือนพฤษภาคมยังคงเติบโตได้ดี เนื่องจากมีการจองล่วงหน้าและมีวันหยุดหลายวันในหลายประเทศสำหรับแนวโน้มไตรมาส 3/69 คาดว่ายอดจองล่วงหน้า (Forward Booking) ของหลายบริษัทมีจะสามารถทรงตัวต่อเนื่องได้เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา (YoY) จึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุน เน้นสะสมหุ้นราคาถูก (Valuation ) โดยเลือกหุ้น MINT, ERW, AOT เป็นหุ้นเด่น เนื่องจาก MINT จะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวทั่วโลก เข้าสู่ช่วง High Season และมีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวจากการเตรียมทำ IPO กอง REIT (กองหลีก) ในช่วงครึ่งปีหลังขณะที่ ERW เป็นหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งน้อยที่สุด เนื่องจากเน้นลูกค้ากลุ่ม Short-haul และมีฐานกำไรในปีที่แล้วค่อนข้างต่ำจากปัจจัยลบเฉพาะตัว และหุ้น AOTจะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลง

ท่องเที่ยวโล่งต้นทุนลด CENTEL-ERW ไฟสว่าง
Read

ท่องเที่ยวโล่งต้นทุนลด CENTEL-ERW ไฟสว่าง

#ท่องเที่ยว #ทันหุ้น – CENTEL-ERW ฟันธงหากความตึงเครียดอิหร่าน-สหรัฐ คลี่คลายในไตรมาส 3/2569 จะช่วยหนุน Sentiment และกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวทั้งระยะใกล้-ไกล CENTEL มองอัตราเข้าพักดูไบฟื้นต่อและต้นทุนน้ำมันมัลดีฟส์ลดลงช่วยรักษามาร์จิ้น กูรูลั่นหุ้นท่องเที่ยวได้อานิสงส์ครึ่งปีหลัง แนะสะสม ERW, MINT และ AOT นายกันย์  ศรีสมพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL เปิดเผยว่า หากสถานการณ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา จบลงได้ในไตรมาส 3/2569 นี้ จะถือเป็นปัจจัยหนุนทั้งเชิงจิตวิทยา (Sentiment)  และกระตุ้นการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั้งจากทวีปยุโรป (Long Haul) ทั้งยังหนุนการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย (Short Haul) ให้เดินทางมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเบื้องต้น อัตราการเข้าพัก (Occupancy) โรงแรมในประเทศดูไบมีแนวโน้มฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องสะท้อนจาก OCC ช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 เร่งตัวขึ้นมาแตะที่ราว 48% MoM เมื่อเทียบกับเดือนเมษายนที่ทำได้ราว 34% คาดว่าไตรมาส 3/2569 นี้ OCC จะฟื้นตัวต่อเนื่องมาแตะประมาณ 50% ถึง 60%ขณะเดียวกัน ต้นทุนราคาน้ำมันกลุ่มโรงแรมในประเทศมัลดีฟส์ มีแนวโน้มอ่อนตัวลง หนุนศักยภาพการักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Margin) ให้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (1H/69) ที่ผ่านมา“บรรยากาศโดยรวมของธุรกิจโรงแรมเริ่มมี เซ็นทิเมนต์ (Sentiment) ที่ผ่อนคลายมากขึ้น แม้ว่าไตรมาส 3 จะเป็นช่วง Low Season แต่คาดหวังว่าใน ไตรมาส 4 สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะใกล้เคียงปกติ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว (High Season) และอุปสรรคด้านการบินน่าจะค่อยๆ คลี่คลายลง โดยสำหรับที่มัลดีฟส์ต้นทุนน้ำมันน่าจะปรับลดได้อย่างมีนัยสำคัญ”ERW ยังติดตามใกล้ชิดฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW ระบุ ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากการลงนามระหว่างผู้นำทั้ง 2 ฝ่ายจะเกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 นี้ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายลง  ต้นทุนน้ำมันโลกปรับตัวลงได้อย่างเป็นรูปธรรม คาดว่าจะเป็นปัจจัยหนุนการเดินทางท่องเที่ยวให้ทยอยเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นตั้งแต่ต้นปี - ปัจจุบัน (YTD) ทั้งอัตราการเข้าพัก (Occupancy) และรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ยังคงมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นเล็กน้อยหรือใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้ในทุกเซ็กเมนต์ลุ้นท่องเที่ยวฟื้นนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุ หากความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับ สหรัฐอเมริกาคลี่คลายลง การฟื้นตัวของปริมาณนักท่องเที่ยว (Traffic) และความต้องการ (Demand) เดินทางจะเริ่มกลับมา “เติบโต” อีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่เหลือของไตรมาส 3/2569 นี้อาจเริ่มเห็นการเดินทางของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย (Short-Haul) กลับเข้าสู่การเดินทางเพิ่มมากขึ้น  และกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-Haul) จะกลับมาในช่วงไฮซีซันในไตรมาส 4/2569 ได้ในอัตราปกติ“หากสถานการณ์คลี่คลายและสงครามจบลง ราคาน้ำมันที่ลดลง จะส่งผลบวกโดยตรงต่อต้นทุนของสายการบิน ทำให้ค่าตั๋วเครื่องบินมีแนวโน้มลดลงในอนาคต สายการบินจะกลับมาเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน (Capacity) และดำเนินการได้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการ (Demand) โดยรวมทั่วโลก”สำหรับหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม  สายการบินปรับตัวลดลงกว่า 20% ตั้งแต่เกิดสถานการณ์สงคราม วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา และแม้ว่า SET จะสามารถปรับตัวกลับขึ้นมาได้ แต่หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวฯ ราคาฟื้นขึ้นมาแค่ราว 10% เท่านั้น  ดังนั้นในเชิงกลยุทธ์ นักลงทุนสามารถทยอย “ซื้อสะสม” ได้ทุกตัวแม้ว่าระหว่างสัปดาห์ ราคาหุ้นอ่อนตัวกลับลงไปหากประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ มีสุนทรพจน์ใดใดออกมาอีก แนะนำในเชิงปัจจัยพื้นฐาน  เลือก MINI  AOT  และ ERW โดย ERW เป็นตัวที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากความตึงเครียด เนื่องจากเน้นกลุ่ม Short-Haul และมีฐานกำไรที่ต่ำในปีที่แล้วจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปMINT จะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของบรรยากาศการท่องเที่ยวทั่วโลก (Global Sentiment) และกำลังเข้าสู่ช่วง High Season ในครึ่งปีหลัง รวมถึงมีประเด็นบวกจากการนำกองรีท (REIT) เข้า IPO สำหรับ AOT ได้รับอานิสงส์ตามบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว“เมื่อเทียบกับเหตุการณ์ในอดีต เช่น รัสเซีย-ยูเครน ที่หุ้นรีบาวด์กลับมาได้ภายใน 1 เดือน แต่รอบนี้ผลกระทบยาวนานกว่าเนื่องจากเกี่ยวข้องกับต้นทุนน้ำมันและปัจจัยอื่นๆ ที่ซับซ้อน ดังนั้นมูลค่าหุ้น (Valuation) กลุ่มท่องเที่ยวยังอยู่ในโซนที่น่าสนใจ ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 ต่อเนื่องไตรมาส 3/2569 ก็ไม่น่าจะแย่ น่าจะทรงตัวได้ YoY หลายบริษัท และสถานการณ์จะดูดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง (Second Half) โดยเฉพาะไตรมาส 4 ที่เป็นช่วง High Season ของกลุ่ม Long-Haul”

หุ้นท่องเที่ยวถึงเวลาเก็บ? หยวนต้าชู MINT เด่นสุดในกลุ่ม
Read

หุ้นท่องเที่ยวถึงเวลาเก็บ? หยวนต้าชู MINT เด่นสุดในกลุ่ม

#ทันหุ้น - บล.หยวนต้า ส่องหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ชู MINT เป็นหุ้นเด่น จากแนวโน้มงบ Q2-Q3/69 จะดีกว่ากลุ่ม โตทั้ง QoQ, YoY ด้วยแรงหนุนของ High Season ในกลุ่มโรงแรมยุโรป รวมถึงการปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์ผ่านการกอง REIT (คาด IPO ช่วงต้น Q4/69) ได้รับเงินสดราว 500 ล้านเหรียญฯ สำหรับลดหนี้และขยายธุรกิจ ประเมินเป้าหมาย 30.50 บาทด้าน ERW ยังคงชอบ จากสัดส่วนรายได้นักท่องเที่ยว Short Haul สูง และมีกลุ่มโรงแรม Budget ที่การดำเนินงานแข็งแกร่ง เพราะพึ่งการเดินทางในประเทศเป็นหลัก ประเมินเป้าหมาย 3.60 บาททั้งนี้ ล่าสุด ททท. คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 ที่ 33 ล้านคน ทรงตัว YoY ดีขึ้นเทียบก่อนหน้าคาดว่าจะลดลง 3-10% YoY หลังผลกระทบสงครามน้อยกว่าคาด กลุ่มนักท่องเที่ยวยุโรป/ตะวันออกกลางฟื้นตัวดีในเดือน พ.ค. แนวโน้ม 2H69 โตต่อเนื่อง ควบคู่กับหลายงาน Event ใหญ่ใน Q4เบื้องต้นประเมินกำไรกลุ่มท่องเที่ยวใน Q2/69 เติบโต QoQ (MINT เข้า High Season) และ YoY จากฐานต่ำในปีก่อน ที่มีผลกระทบจากแผ่นดินไหวและนักท่องเที่ยวจีนชะลอตัวฝ่ายวิจัยคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มท่องเที่ยว “เท่ากับตลาด” แม้ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จะยังไม่ยุติ แต่ Yuanta Research ประเมินว่าสงครามจะสิ้นสุดได้ภายใน Q3/69 และเป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้นท่องเที่ยว เพราะราคาหุ้นที่ Underperform ตลาด และยังซื้อขาย Discount ค่าเฉลี่ยในอดีต สะท้อนแรงกดดันทั้งฝั่งของรายได้และต้นทุนไปมากแล้ว หากสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลาย มีโอกาสที่กลุ่มจะฟื้นตัวได้ในระยะถัดไป

กลุ่มท่องเที่ยว โบรกฯ ให้น้ำหนัก “มากกว่าตลาด” Tomorrowland-BTS-BIGBANG หนุน
Read

กลุ่มท่องเที่ยว โบรกฯ ให้น้ำหนัก “มากกว่าตลาด” Tomorrowland-BTS-BIGBANG หนุน

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #กลุ่มท่องเที่ยว โบรกฯ ให้น้ำหนัก “มากกว่าตลาด” Tomorrowland-BTS-BIGBANG หนุนบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มท่องเที่ยวที่ระดับ “มากกว่าตลาด” หลัง Airbnb เปิดเผยข้อมูลว่ากรุงเทพฯ กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านคอนเสิร์ตที่สำคัญของภูมิภาค โดยยอดค้นหาที่พักในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นเกือบ 590% จากแรงหนุนของกระแส K-Pop สะท้อนบทบาทของ “Music Tourism” หรือการท่องเที่ยวเชิงดนตรี ที่กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรมของไทยดาโอมองว่าการเพิ่มขึ้นของยอดค้นหาที่พักในระดับสูงดังกล่าวเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4/2569 ซึ่งจะเป็นช่วงที่ประเทศไทยมีอีเวนต์ขนาดใหญ่จำนวนมาก ทั้งคอนเสิร์ตระดับโลกและการประชุมระหว่างประเทศที่คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกปัจจัยสนับสนุนสำคัญในช่วงปลายปี ได้แก่ คอนเสิร์ต The Weeknd: After Hours Til Dawn Stadium Tour Live in Bangkok ระหว่างวันที่ 11-13 ตุลาคม 2569 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งมีความจุผู้เข้าชมรอบละประมาณ 60,000 คน รวมถึงคอนเสิร์ต BIGBANG 2026 World Tour in Bangkok ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 และ BABYMONSTER World Tour [CHOOM] in Bangkok วันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2569 ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ซึ่งรองรับผู้เข้าชมรอบละประมาณ 12,000 คนนอกจากนี้ ยังมีคอนเสิร์ต BTS World Tour ‘ARIRANG’ in Bangkok ระหว่างวันที่ 3, 5 และ 6 ธันวาคม 2569 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน รวมถึงการประชุม World Bank and IMF Meetings ในเดือนตุลาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศทั่วโลก ขณะที่เทศกาลดนตรีระดับโลก Tomorrowland ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 ธันวาคม 2569 บริเวณใกล้เมืองพัทยา ก็ถูกมองเป็นอีกหนึ่งตัวเร่งสำคัญต่อการเดินทางเข้าประเทศ โดยอ้างอิงจากงานที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานสูงถึงประมาณ 400,000 คนจากปัจจัยดังกล่าว ดาโอคาดว่ากำไรของกลุ่มท่องเที่ยวจะฟื้นตัวโดดเด่นในช่วงไตรมาส 4/2569 โดยกลุ่มโรงแรมที่มีสัดส่วนรายได้จากประเทศไทยสูงจะได้รับประโยชน์มากที่สุด ประกอบด้วย บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (ERW), บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) (CENTEL), บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (MINT) และ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (SHR)ดาโอยังคงเลือก ERW เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม โดยแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.20 บาท เนื่องจากปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ PER เพียง 15 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ประมาณ 18 เท่า ขณะที่ RevPAR ที่ไม่รวมโรงแรม Budget ในไตรมาส 2/2569 คาดเติบโต 5% YoY ซึ่งถือว่าโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม หลังจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหดตัว 13% YoY อีกทั้งการประชุม World Bank and IMF Meetings และเทศกาล Tomorrowland ยังส่งผลให้อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ในช่วงดังกล่าวอยู่ในระดับสูงถึงประมาณ 80% แล้วสำหรับ CENTEL ดาโอยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 37.00 บาท โดยมองว่าโรงแรมของบริษัทจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากอีเวนต์ขนาดใหญ่เช่นกัน ปัจจุบันอัตราการเข้าพักในช่วงการประชุม World Bank and IMF Meetings อยู่ที่ประมาณ 60% และเพิ่มเป็น 80% ในช่วง Tomorrowland นอกจากนี้ แนวโน้มตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) และตลาดดูไบเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวหลังผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวในมัลดีฟส์ก็มีทิศทางฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่องในด้านมูลค่า ดาโอมองว่า CENTEL ยังมีความน่าสนใจ โดยซื้อขายที่ EV/EBITDA เพียง 9 เท่า หรืออยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 8 ปีประมาณ 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สะท้อนโอกาสการฟื้นตัวของผลประกอบการและการปรับตัวขึ้นของมูลค่าหุ้นในระยะถัดไปโดยรวม ดาโอมองว่ากระแส Music Tourism ประกอบกับการจัดอีเวนต์ระดับโลกที่ต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยว การเข้าพักโรงแรม และผลประกอบการของผู้ประกอบการในกลุ่มท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4/2569 ซึ่งมีแนวโน้มเป็นช่วงไฮซีซันที่โดดเด่นกว่าปกติ

BC เสิร์ฟเกมรุก F&B ท่องเที่ยว เจาะนักเดินทาง
Read

BC เสิร์ฟเกมรุก F&B ท่องเที่ยว เจาะนักเดินทาง

#BC #ทันหุ้น – BC เปิดเกมรุก FB รับท่องเที่ยว! เดินหน้าปั้น “CHIT CHAAT EXPRESS” สาขาสนามบินดอนเมือง เจาะกลุ่มนักเดินทาง ลุย Grab Go ต่อยอดความสำเร็จจาก CHIT CHAAT สุขุมวิท 24 พร้อมขยาย Pop-up Store ที่ Terminal 21 อโศกนายปรับชะรันซิงห์ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCกล่าวว่า การเปิดตัว “CHIT CHAAT EXPRESS” สาขาสนามบินดอนเมืองอย่างเป็นทางการ (บริเวณชั้น 3 อาคารเทียบเครื่องบินหมายเลข 4 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ อาคาร 2) เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการขยายธุรกิจ FB ของบริษัท ต่อเนื่องจากความสำเร็จของร้านอาหารอินเดียสไตล์โมเดิร์น “CHIT CHAAT” สาขาสุขุมวิท 24 ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งลูกค้าชาวไทย ชาวอินเดีย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ@ลุย GrabGo สำหรับ CHIT CHAAT EXPRESS พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดอาหารอินเดียรูปแบบ GrabGo ที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงง่าย ผ่านเมนูประเภทแรปและอาหารพร้อมรับประทาน ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางในสนามบินได้อย่างลงตัว ขณะเดียวกันยังคงเอกลักษณ์ของรสชาติอาหารอินเดียต้นตำรับที่เป็นจุดแข็งของแบรนด์ นอกจากนี้ บริษัทมองเห็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งสามารถเชื่อมโยงฐานลูกค้าจากธุรกิจโรงแรม และสร้างรายได้ที่มีความสม่ำเสมอมากขึ้น สอดคล้องกับกลยุทธ์การพัฒนา Hospitality Ecosystem ที่เชื่อมโยงธุรกิจโรงแรม อาหาร และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์และยกระดับผลตอบแทนจากการลงทุน ขณะเดียวกัน บริษัทได้ขยายการเข้าถึงลูกค้าผ่าน CHIT CHAAT Pop-up Store ชั้น 5 (หน้า Food Court) ในวันที่ 1-30 มิถุนายน 2569 ที่ศูนย์การค้า Terminal 21 อโศก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทำเลศักยภาพที่ได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยคาดว่าจะช่วยต่อยอดการรับรู้แบรนด์และรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น@สร้างการเติบโต ทั้งนี้ BC ยังคงมุ่งสร้างการเติบโตภายใต้กลยุทธ์เพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) ควบคู่กับการต่อยอดความเป็นผู้นำในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบ Build-Operate-Sale (BOS) และการพัฒนาธุรกิจที่เชื่อมโยงกับระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยวและการบริการ (Hospitality Ecosystem) มากขึ้นบริษัทเชื่อมั่นว่าการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ Hospitality จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของกระแสเงินสด และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ททท. คิกออฟ WILD AWAKE JOURNEY ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และฟื้นฟู
Read

ททท. คิกออฟ WILD AWAKE JOURNEY ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และฟื้นฟู

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยด้านตลาดในประเทศ เดินหน้าผลักดันการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และฟื้นฟู (Regenerative Conservation Tourism) พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไทยสู่ความยั่งยืนระดับสากล ก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในเชิงคุณค่า เปลี่ยนบทบาทนักท่องเที่ยวจากผู้บริโภคสู่การเป็น ผู้พิทักษ์ แสดงจุดยืนในการเดินทางอย่างรับผิดชอบ (Responsible Travel) เพื่อให้กลายเป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญที่มีต่อประชาคมโลก ททท. รุกตลาดในประเทศ คิกออฟ WILD AWAKE JOURNEYปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และฟื้นฟู ปั้นไทยสู่หมุดหมายความยั่งยืนระดับโลก นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เปิดเผยว่า กรีนซีซั่นปีนี้ ททท. มุ่งมั่นที่จะพลิกโฉมการเดินทางสู่มิติใหม่ เปลี่ยนจากการแสวงหาความสนุกทั่วไป สู่การเติมเต็มจิตวิญญาณ และสร้างปฏิสัมพันธ์ที่มีความหมาย (Meaningful Travel) ระหว่างผู้มาเยือน ธรรมชาติ สัตว์ป่า และชุมชนท้องถิ่น จึงได้เปิดตัวโครงการ WILD AWAKE JOURNEY เพื่อนใหม่ ในป่าใหญ่ เพื่อยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สัตว์ป่า (Wildlife Conservation Tourism) ภายใต้แนวคิด Awake Your New Moment ชวนทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่เชื่อมโยงผู้คนกับ โลกของสัตว์ป่า อย่างลึกซึ้ง ให้ผู้เดินทางเกิดความ เข้าใจ และพร้อมที่จะ ปกป้อง โลกอีกใบ ผ่านประสบการณ์จริงในระบบนิเวศของไทยที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ในลำดับต้น ๆ ของภูมิภาค ให้ทุกช่วงเวลาของการเดินทางไม่เพียงสร้างความทรงจํา แต่ยังสร้างความหมายต่อชีวิตของเรา สรรพชีวิตในผืนป่า และอนาคตการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นการปลุกกระแสการมีส่วนร่วมและจิตสำนึกอย่างสร้างสรรค์และเป็นรูปธรรม ททท. ได้จัดแคมเปญส่งเสริมการตลาดและกระตุ้นการขาย ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569 ผ่าน 3 กิจกรรมไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ AWAKEN YOUR WILD STORY ออกตามหาเพื่อนใหม่ในป่าใหญ่ บอกเล่าเรื่องราวความมหัศจรรย์ในมุมมองใหม่ TRAVEL THAT GIVES BACK มอบดีลส่วนลดสุดพิเศษ ให้ทุกการเดินทางได้ช่วยโลกและสัตว์ป่า และ WILD AWAKE EXCLUSIVE TRIP เดินทางสัมผัสประสบการ์จริงกับเพื่อนใหม่ในป่าใหญ่ โดย ททท.ได้ร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอินฟลูเอ็นเซอร์ชื่อดังมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวและสร้างการรับรู้ในวงกว้าง -- นายอภิชัย กล่าว ทั้งนี้ ททท. โดยด้านตลาดในประเทศ คาดว่าโครงการดังกล่าว จะสามารถกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศช่วงกรีนซีซั่นได้อย่างคึกคัก ช่วยสร้างคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน (Sustainable Value Creation) ไปพร้อมกัน ตลอดจนตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ระดับสากลอย่างแท้จริง สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: Wild Awake Journey ====================

9 เบอร์โทรศัพท์ หน่วยงาน การท่องเที่ยวไทย เซฟไว้เผื่อได้ใช้
Read

9 เบอร์โทรศัพท์ หน่วยงาน การท่องเที่ยวไทย เซฟไว้เผื่อได้ใช้

หลายครั้งที่เวลาเดินทางไปเที่ยว มักจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดให้ตื่นเต้นเสมอๆ รวมถึงเราก็อยากได้ข้อมูลที่แน่นอนในเรื่องต่างๆ ที่จะทำให้ทริปเรานั้นไม่มีปัญหาใดๆ และถ้าเราไป เที่ยวไทย ก็จะมีหน่วยงานแต่ละหน่วย ที่ดูแลในเรื่องต่างๆ แตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าใครอยากได้ เบอร์โทรศัพท์ หน่วยงาน การท่องเที่ยวไทย ตามมาดูในนี้ได้เลย รวมเบอร์โทรศัพท์ หน่วยงาน การท่องเที่ยวไทย 1. ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารท่องเที่ยว ☎️ 1672 TAT Call Center ที่เราสามารถสอบถามข้อมูลท่องเที่ยวทางโทรศัพท์ผ่านเจ้าหน้าที่ Call Center ได้ค่ะ โดยจะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ================== 2. กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ☎️ 0-2572-8442 สามารถสอบถามเรื่อง หนังสือเดินทาง ต่างๆ ได้ และ ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง ================== 3. การรถไฟแห่งประเทศไทย ☎️ 1690 สายด่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่สามารถติดต่อได้ 24 ชั่วโมง และยังมีบริการสอบถามข้อมูลด้านการโดยสาร สินค้า ท่องเที่ยว จองตั๋ว สามารถเสนอแนะหรือร้องเรียนได้อีกด้วย ================== 4. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) ☎️ 1348 สายด่วน Call Center ของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) โดยสามารถสอบถามเส้นทางรถเมล์ แนะนำบริการ หรือรับเรื่องร้องเรียนต่างๆ ================== 5. ตำรวจท่องเที่ยว ☎️ 1155 สายด่วน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ที่จะช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่ประสบอุทกภัย ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง ================== 6. กรมทางหลวง ☎️ 1586 สายด่วนกรมทางหลวง สามารถสอบถามสภาพเส้นทางน้ำท่วม สภาพการจราจร ขอความช่วยเหลือ แจ้งอุบัติเหตุ ได้ เช่น กด 1 สอบถามเกี่ยวกับ M-Flow กด 5 สอบถามสำนักงานควบคุมน้ำหนักยานพาหนะ และ กด 7 สอบถามกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง เป็นต้น ================== 7. บริษัท ขนส่ง จำกัด ☎️ 1490 *ปิดปรับปรุงชั่วคราว* สอบถามข้อมูลการเดินทาง หรือจองตั๋วโดยสาร ได้ที่ช่องทางออนไลน์ ทั้ว Facebook Page : บขส. https://www.facebook.com/BorKorSor99 และแอปพลิเคชัน Line : @บขส.99 (Id:TCL99) โดย บขส. ได้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในช่วงเวลา 06.00-23.00 น. ของทุกวัน หรือทางหมายเลขโทรศัพท์ 02-936-3660 (ในวันและเวลาราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. ================== 8. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) ☎️ 1722 AOT CONTACT CENTER สายด่วนสำหรับผู้โดยสาร สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง ================== 9. สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ☎️ 1178 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การขอวีซ่าเข้าและข้อกำหนดต่างๆ ของ ด่านตรวจคนเข้าเมือง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ==================