Reset

Search results for “#งานศิลปะ” - TrueID

Top Result
Watch
Shorts
Game
Privilege
Read
"ขวัญ INDIGO" ลุยงานศิลปะ เปลี่ยนกำแพงเก่าเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของชุมชน
Read

"ขวัญ INDIGO" ลุยงานศิลปะ เปลี่ยนกำแพงเก่าเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของชุมชน

นอกจากจะสร้างเสียงเพลงและความสุขให้แฟน ๆ แล้ว มือเบสสาวอย่าง "ขวัญ INDIGO" ยังมีอีกมุมเท่ ๆ ในงานศิลปะที่หลายคนอาจยังไม่เคยเห็น ล่าสุดได้เข้าร่วมกิจกรรมปรับปรุงภูมิทัศน์ชุมชนซึ่งจัดโดย TGU studio x rabbitjellyfish เปลี่ยนกำแพงที่เคยเก่าบนผนังบ้านดนตรี ให้กลายเป็นภาพเพ้นท์สไตล์ป๊อปอาร์ตสีสันสดใส ด้วยงานลายเส้นเฉพาะตัว ผ่านคาแรกเตอร์ตัวการ์ตูนในสไตล์ของ "ขวัญ" พร้อมทีมงานซัพพอร์ตอย่าง WUTYA PKG และ OAN BANGKOKCIAGA จนออกมาเสร็จสมบูรณ์ "ขวัญ INDIGO" เปลี่ยนกำแพงเก่าเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของชุมชน โดย "ขวัญ INDIGO" ได้เผยถึงความรู้สึกที่ได้มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ว่า "ไม่เคยคิดว่าจะได้ทำอะไรแบบนี้ เป็นแค่คนชอบวาดรูป ไม่ใช่ศิลปินหรือจิตรกร มันเกินฝันมาก แต่พอรู้ว่าจะได้ช่วยชุมชนความกล้ามันทำให้ความกลัวเล็กไปเลย แล้วยิ่งพอไปอยู่ในชุมชน ทุกอย่างมันน่ารักอบอุ่นหัวใจไปหมด ผู้คนรอยยิ้มเสียงหัวเราะและการใช้ชีวิตมันทำให้ยิ่งอยากทำให้งานนี้ดีที่สุด พองานจบคิดถึงจะร้องไห้อยากกลับไปอีก พร้อมอยากฝากถึงคนที่มีความฝันว่า ขวัญเชื่อว่าทุกคนมีสิ่งที่อยากทำมีความฝันที่อยากให้มันเป็นจริง แต่อาจจะติดอยู่ตรงที่เรายังไม่เชื่อมั่นในตัวเราเองว่าเราทำได้ หรือเรามองมันว่าใหญ่เกินกว่าเราจะก้าวถึง ก็แค่ลงมือทำมันแม้ใครจะมองว่ามันเป็นเรื่องแค่เล็กน้อยหรือฝันที่ไม่มีทางเป็นจริงก็ได้ บอกตัวเองไว้เสมอว่าเรามีความฝันที่ยิ่งใหญ่และจะทำให้ทุกคนดู ขอบคุณชาวชุมชนที่น่ารักกับขวัญ ขอบคุณพี่ต้าร์ที่ให้โอกาสในการทำงานครั้งนี้ และขวัญจะไม่หยุดทั้งงานศิลปะดนตรีและการช่วยสังคมเท่าที่ควรจะทำได้" แฟน ๆ คนไหนที่อยากสัมผัสผลงานและความตั้งใจของขวัญ สามารถแวะไปถ่ายรูปและเช็กอินเก็บภาพงานอาร์ตได้ที่ชุมชนเขียนวาสน์-ตรอกไก่แจ้ บางลำพู อีกหนึ่งแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่ไม่ควรพลาด

Honkai: Star Rail เผยโฉมภาพตัวอย่างตัวละคร "Pearl" ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนงานศิลปะ แผนกกลยุทธ์การลงทุนขององค์กร
Read

Honkai: Star Rail เผยโฉมภาพตัวอย่างตัวละคร "Pearl" ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนงานศิลปะ แผนกกลยุทธ์การลงทุนขององค์กร

หลังจากที่ได้ประกาศกำหนดการสำหรับ Honkai: Star Rail โปรแกรมพิเศษประจำเวอร์ชัน 4.5 "วางชิปลิขิตพันดารา" ไปในวันก่อน ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่ใครหลาย ๆ คนต่างเฝ้าคอย! นั่นก็คือการแง้มตัวอย่างตัวละครตัวใหม่ที่กำลังจะเข้ามาในตัวเกม Honkai: Star Rail ในอนาคตมาให้เหล่าผู้บุกเบิกได้ชมและเตรียมเพชรกัน! อย่างไรก็ตามตัวละครในครั้งนี้นั้นก็ไม่ใช่ตัวละครหน้าใหม่แต่อย่างใด เพราะเธอนั้นได้เคยปรากฎตัวครั้งแรกในคลิป "Honkai: Star Rail" บันทึกการเดินทางพันดาว "แหวนคำสัตย์แห่งหัวใจหิน: ปลายทั้งสองของตาชั่ง" และยังมีบทบาทสำคัญในเนื้อเรื่องของตัวเกมเวอร์ชัน 4.0 เป็นต้นมาด้วย ว่าแล้วเราไปพบกับ "Pearl" ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนงานศิลปะ แผนกกลยุทธ์การลงทุนขององค์กร ประธานบริหารของ Planarcadia กันเลย!Pearlธาตุ : น้ำแข็งเส้นทาง : ปิติสุขCV ภาษาจีน: 苏婉CV ภาษาญี่ปุ่น: Yasuno KiyonoCV ภาษาเกาหลี: 여윤미"'Pearl' ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนงานศิลปะ แผนกกลยุทธ์การลงทุนขององค์กร ประธานบริหารของ Planarcadia ยินดีต้อนรับการมาเยือนของคุณ จากการคำนวณของฉัน: เพื่อให้เข้าใจกันและกันดียิ่งขึ้น ลองเริ่มต้นจากภาพวาดของฉันดูก็แล้วกัน"แต่งแต้มหมู่ดาวและจันทรา รังสรรค์สรรพสิ่ง ไข่มุกที่หลงเหลือของอารยธรรมกลับมาส่องประกายอีกครั้งเกิดมาเพื่อวิเคราะห์ศิลปะ เธอเฝ้าแสวงหาขีดสุดแห่งความงาม ทว่ากลับไม่เคยสูญเสียแก่นแท้ของ "อนุรักษ์" ไปเลยหลังจากผ่านการชำระล้าง เธอจะได้รับ "Pearl" แบบไหนกัน?Aha! ขอแสดงความยินดีกับ Pearl ที่ได้รับ:"ฉันซ่อมแซมโบราณวัตถุในกาแล็กซี" อันดับ 1 "ฉันจะโอบเธอไว้อย่างมั่นคงอยู่ตรงนี้" อันดับ 1

ถ่ายรูปสวยปัง เซ็นทรัลเวิลด์ Japan Illumination งานศิลปะดิจิทัลธีมญี่ปุ่นในกรุงเทพ สุดอลังการ ไปเที่ยวให้หายคิดถึง
Read

ถ่ายรูปสวยปัง เซ็นทรัลเวิลด์ Japan Illumination งานศิลปะดิจิทัลธีมญี่ปุ่นในกรุงเทพ สุดอลังการ ไปเที่ยวให้หายคิดถึง

ตามเพจดัง วาฬมีปีก ไปเดินเที่ยว ถ่ายรูปสวยๆ กันที่ เซ็นทรัลเวิลด์ ให้หายคิดถึงญี่ปุ่นกันใน งานศิลปะดิจิทัลธีมญี่ปุ่น House of Illumination : Japan Illumination ชั้น 8 ซึ่งเริ่มจัดแสดงตั้งแต่ 8 กรกฎาคม - 15 สิงหาคม 2565 นี้ งานนี้บอกเลยว่า ใครที่คิดถึง งานศิลปะ teamLab ที่โตเกียว แวะมาเที่ยวที่นี่กันก่อนได้เลย! Japan Illumination เซ็นทรัลเวิลด์งานศิลปะดิจิทัลธีมญี่ปุ่นในกรุงเทพ ปักหมุดที่ House of Illumination : Digital Art Experience ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน Southeast Asia ในธีมใหม่ Japan Illumination โดยขนเอาตัวแทนของบรรดาภาพจำเกี่ยวกับญี่ปุ่นที่ทุกคนคุ้นเคย มารวมกันไว้ในที่เดียวอย่างครบถ้วนและจัดเต็มมากๆ ทั้ง ธรรมชาติ เมืองใหญ่ เทศกาล วัฒนธรรม และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ให้ผู้ชมได้หายคิดถึงญี่ปุ่น ผ่านประสบการณ์การท่องเที่ยวในรูปแบบนิทรรศการ Immersive Art ไปก่อนนั่นเอง เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา มาตรฐานผลงานศิลปะดิจิทัล และ Multimedia Platform ของ House of Illumination ไม่เคยตกเลย ตรงกันข้าม มีแต่จะเล่นใหญ่ขึ้นทุกที ทั้ง 8 โซน มีเอกลักษณ์ชัดเจน และให้บรรยากาศที่แตกต่างกันไป การได้ค่อยๆ เดินสำรวจไปทีละห้อง แล้วลุ้นว่า จะได้เจอกับอะไร หรือจะมีฉากหลังถ่ายรูปแบบไหนบ้าง จึงเป็นอะไรที่สนุกมากๆ ดังนั้น แฟนๆ ญี่ปุ่นตามวาฬมาเถอะ คุ้มค่าจริง ไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะฉะนั้นใครคิดถึงญี่ปุ่น หรืออยากไปญี่ปุ่น แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปมาที่นี่ได้ก่อนเลย! ตามไปดูภาพสวยๆ จาก วาฬมีปีก เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/flyingwhalemag ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 350 บาท นักเรียน นักศึกษา 300 บาท เด็ก (สูงไม่เกิน 110 ซม.) 250 บาท สถานที่จัดแสดง : House of illumination ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์ เวลาในการจัดแสดง : 11.00-20.00 น. (รอบสุดท้ายเข้าก่อน 19.00 น.) ระยะเวลาจัดแสดง : 8 กรกฎาคม - 15 สิงหาคม 2565 ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพจาก เพจ วาฬมีปีก ที่เที่ยวกรุงเทพ ที่น่าสนใจอื่นๆ อัพเดท 19 พิพิธภัณฑ์ ในกรุงเทพ เดินเล่น ตามหาแพสชั่น ถ่ายรูปสวยๆ อัพเดท 55 ที่เที่ยวกรุงเทพ เดินชิล ถ่ายรูปสวยในกรุงเทพ จูงมือแฟนเที่ยว ก็ดี ไปเที่ยวคนเดียว ก็ได้! แจกแผนชิล One Day Trip เที่ยวกรุงเทพ 1 วัน เดินชิลพระนคร ถ่ายรูปแคนดิด

เปลี่ยนหาดทรายเป็นผ้าใบ สร้างงานศิลปะบนธรรมชาติ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
Read

เปลี่ยนหาดทรายเป็นผ้าใบ สร้างงานศิลปะบนธรรมชาติ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

ปิแอร์-หลุยส์ คัลลิเยร์ ศิลปินชาวฝรั่งเศสวัย 20 ปี เจ้าของผลงานภาพศิลปะบนชายหาดบนชายฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติกสร้างสรรค์ผลงานด้วยอุปกรณ์เพียงไม่กี่ชิ้น เนรมิตหาดทรายให้กลายเป็นผืนผ้าใบ บอกเล่าหลากหลายเรื่องราว ผลงานของเขามีทั้งลวดลายวงกลมซับซ้อนซึ่งสามารถพบเห็นได้ในศาสนาฮินดู โดยมีก้อนหินซึ่งเต็มไปด้วยสาหร่ายทะเลสีเขียวเรียงรายทอดยาวไปตามแนวชายฝั่งเป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ผลงานของปิแอร์ยังมีภาพวาดของเสือ นก เต่าทะเล และสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย คัลลิเยร์ เปิดเผยว่า เขาเริ่มสร้างสรรค์ผลงานบนหาดทรายมาตั้งแต่อายุ 14 ปี หลังจากได้เห็นงานศิลปะบนหาดทรายจากศิลปินหลากหลายที่ในอินเตอร์เน็ต จึงเริ่มลงมือสร้างสรรค์ผลงานขึ้น ซึ่งเขาได้ค้นพบว่าการทำงานงานศิลปะบนหาดทรายนี้เป็นการทำสมาธิแบบหนึ่งที่ช่วยผ่อนคลายจิตใจ และช่วยสร้างรายได้ให้กับเขา เนื่องจากมีผู้ว่าจ้างให้ออกแบบโลโก้บนผืนทรายเพื่อการตลาด แม้ว่าการวาดภาพบนชายหาดจะมีเพียงแค่คราดสำหรับสร้างสรรค์ลวดลาย แต่ความร่วนและความชื้นในทรายก็มีผลต่อการวาดภาพเช่นกัน เนื่องจากทรายที่มีเนื้อหยาบหรือนิ่มเดินไปจะสร้างรอยเท้าทิ้งไว้บนภาพวาดซึ่งเป็นอุปสรรคของการสร้างผลงาน ดังนั้นทรายที่มีความชื้นและอัดแน่นจะเหมาะสมกับการสร้างลวดลายได้มากกว่า นอกจากนี้การวาดลวดลายลงบนผืนทรายแต่ละครั้งยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถึงจะเป็นภาพเดียวกันแต่หากวาดคนละวันก็มีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมแม้ว่าสุดท้ายแล้วภาพวาดทั้งหมดจะถูกทำลายจากกระแสน้ำขึ้นน้ำลงตามธรรมชาติ แต่สำหรับคัลลิเยร์บอกว่า ช่วงเวลาในการสร้างสรรค์ผลงานทำให้เขาได้พบปะกับผู้คน และและเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจต่อไป

"สอง พาราด็อกซ์" ชวนดูงานศิลปะสุดเจ๋งครั้งใหม่ ถ่ายทอดจากประสบการณ์ชีวิตผสมแรงบันดาลใจในนิทรรศการ "Memory No.22"
Read

"สอง พาราด็อกซ์" ชวนดูงานศิลปะสุดเจ๋งครั้งใหม่ ถ่ายทอดจากประสบการณ์ชีวิตผสมแรงบันดาลใจในนิทรรศการ "Memory No.22"

นอกจากจะเป็นมือเบสผู้มีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งฝีมือด้านดนตรีที่จัดจ้านและการแสดงโชว์ที่มักสร้างสีสันและความประทับใจให้คนดูทุกเพศทุกวัย ตัวตนอีกด้านของ จักรพงศ์ สิริริน หรือ สอง พาราด็อกซ์ ก็มีความหลงไหลในศิลปะไม่แพ้กัน หลังจากจัดนิทรรศการ Mirror Mirror on the wall Who is the Fairest of Them All หรือ กระจกวิเศษบอกข้าเถิด ที่แสดงภาพวาดกว่า 200 ชิ้นให้ทุกคนได้ชมเป็นครั้งแรกไปเมื่อ 3ปีที่แล้ว ล่าสุด สอง พาราด็อกซ์ เปิดแสดงงานศิลปะสุดเจ๋งครั้งใหม่ "สอง พาราด็อกซ์" ชวนดูงานศิลปะสุดเจ๋งครั้งใหม่ ซึ่งครั้งนี้เป็นนิทรรศการคู่กับ กรณ์ นียะพันธ์ (Korn doll) ศิลปินที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานของเล่นวินเทจ ตุ๊กตา และงานวาดภาพ ในชื่อว่า Memory No.22 นิทรรศการนี้จะพาผู้ชมสำรวจจุดร่วมของความทรงจำ ความคิดถึง และการแสดงออกทางศิลปะ ผ่านผลงานของศิลปินสองท่านที่ได้รับอิทธิพลจากช่วงเวลาเดียวกัน แต่ถ่ายทอดออกมาอย่างแตกต่าง มีการสร้างสรรค์เฉพาะตัวที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างลึกซึ้ง สอง พาราด็อกซ์ เล่าถึงการทำงานในนิทรรศการครั้งนี้ว่า งานนี้ได้ทีม 333Gallery เป็นแกลลอรี่มืออาชีพที่มีชื่อเสียงมาช่วยซัพพอร์ตทุกขั้นตอน ทำให้การทำงานของผมสะดวกขึ้นมากจากการจัดงานครั้งแรกที่ลุยกันเอง ซึ่งงานนี้ผมเป็นดูโอ้กับพี่หนอ ศิลปินมืออาชีพที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วในแวดวงศิลปะ ด้วยความที่ผมยังมือใหม่มาก ๆ ในแวดวงงานศิลปะผม ยังไม่ค่อยเข้าใจระบบ และยังไปทัวร์คอนเสิร์ตสลับกับการมาทำงานศิลปะ เลยยังต้องปรับตัวอีกเยอะครับ แต่ก็ตั้งใจทำมาก ๆ โดยงานที่จัดแสดงครั้งนี้เป็นงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเทคนิค รอร์ชัค (Rorschach) โดยใช้ภาพหมึกกระจายเพื่อปลุกเร้าให้เกิดการตีความจากจิตใต้สำนึก เน้นการปล่อยให้เกิดรูปทรงธรรมชาติ มันสะท้อนถึงความไม่แน่นอนของการรับรู้และความคิดของมนุษย์ อยากชวนให้มาชมกันนะครับ เชื่อว่าจะได้สัมผัสกับอารมณ์และความทรงจำร่วมที่ซ่อนอยู่ร่วมกันครับ รายละเอียดนิทรรศการ Memory No.22@ พิธีเปิดงาน วันพุธที่ 2 เมษายน 2568 เวลา 16.00 - 20.00 น.🗓 เปิดให้เข้าชม วันที่: 2 - 27 เมษายน 2568 11.00-18.00 น. อังคาร - อาทิตย์ (หยุดวันจันทร์)📍 สถานที่: 333Gallery Warehouse30, กรุงเทพฯ 🎟 เข้าชมฟรี กิจกรรมพิเศษ วันพุธที่ 2 เมษายน 2568 หลังพิธีเปิดงาน รับชม Special acoustic performance โดย ต้า Paradox กิจกรรม Workshop พิเศษร่วมกับศิลปินทั้ง 2 ท่าน อาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2568 13.00-16.00 น. ติดตามรายละเอียดผ่านทางช่องทาง Social Media ของ 333Gallery

Nespresso ฉลองเปิดตัวบูติกคอนเซ็ปต์ใหม่ ผ่านประสบการณ์กาแฟคุณภาพที่ผสานงานศิลปะ ณ ชั้น 2 สยาม พารากอน
Read

Nespresso ฉลองเปิดตัวบูติกคอนเซ็ปต์ใหม่ ผ่านประสบการณ์กาแฟคุณภาพที่ผสานงานศิลปะ ณ ชั้น 2 สยาม พารากอน

Nespresso (เนสเพรสโซ) ผู้นำด้านกาแฟแคปซูลและเครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูลระดับพรีเมียมจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เปิดตัวบูติกคอนเซ็ปใหม่ ณ ศูนย์การค้าสยาม พารากอน เพื่อมอบประสบการณ์ที่สุดแห่งสุนทรียรสของกาแฟคุณภาพและรสชาติที่ลืมไม่ลง จากแนวคิดของแบรนด์ที่ต้องการถ่ายทอดความละเอียดอ่อนในการรังสรรค์กาแฟทุกแก้วที่เปรียบเสมือนงานศิลปะ สู่บูติกดีไซน์ใหม่ที่จะสร้างพื้นที่แห่ง แรงบันดาลใจให้กับคนที่รักการดื่มกาแฟ พร้อมโชว์เคสผลงานการตกแต่งร้านด้วยวัสดุอลูมิเนียมจากแคปซูลกาแฟที่ใช้แล้วโดยฝีมือศิลปินไทย โดยมี เน๋ง - ศรัณย์ นราประเสริฐกุล มาร่วมเปิดประสบการณ์กาแฟคุณภาพ ณ เนสเพรสโซ บูติก ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยาม พารากอน เนสเพรสโซบูติกโลเคชั่นใหม่แห่งนี้มีพื้นที่กว่า 113 ตารางเมตร ที่เนรมิตให้ผู้ที่หลงใหลกาแฟได้ดื่มด่ำไปกับกาแฟคุณภาพระดับพรีเมียมพร้อมรับอรรถรสที่หลากหลาย โดยการต้อนรับที่อบอุ่นด้วยบาร์กาแฟสุดพิเศษในคอนเซ็ปต์ Coffee As An Art ที่เชิญชวนให้คอกาแฟทดลองชิมกาแฟรสชาติโปรด เรียนรู้การทำเมนูกาแฟหลากหลายรูปแบบ รังสรรค์กาแฟแก้วพิเศษของตัวเองด้วย Ripple Machine ที่สามารถพิมพ์ลายหรือข้อความบนฟองนมได้ พร้อมทั้งพูดคุยเชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟของเราเกี่ยวกับเมล็ดกาแฟจากแหล่งเพาะปลูกท้องถิ่นทั่วโลก อันเป็นที่มาของกาแฟคุณภาพในรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ และพบกับการสาธิตวิธีการใช้เครื่องชงกาแฟได้ที่มุมนี้ ดีไซน์ใหม่ของบูติกเนสเพรสโซยังคงความอบอุ่นและเต็มไปด้วยบรรยากาศอันผ่อนคลาย มาพร้อมกับประสบการณ์ใหม่ในโซน Nespresso You ที่จะมอบบริการ Personalization ด้วย Engraving Machine ในการสลักชื่อหรือข้อความของตนเองบนแอกเซสเซอรี่เมื่อซื้อสินค้าของเนสเพรสโซ เพื่อให้กาแฟแก้วโปรดพิเศษยิ่งขึ้นกว่าเดิมในทุกวัน นอกจากนี้ คอกาแฟยังสามารถเพลิดเพลินไปกับพื้นที่ Lounge Area และผลงานศิลปะที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรูปทรงอันน่าหลงใหลและเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมไทยอย่างวัดอรุณฯ ผสานกับสีสันอันสดใสที่เปรียบเสมือนการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ โดยศิลปินขาวไทย Pin Metal Art โดย ปิ่น-ศรุตา เกียรติภาคภูมิ ที่นำแคปซูลกาแฟที่ใช้แล้วมาสร้างสรรค์ผลงานชิ้นใหม่ตามความมุ่งมั่นตั้งใจของเนสเพรสโซในการสนับสนุนการออกแบบที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในงานฉลองเปิดตัวบูติกนี้ เนสเพรสโซได้เชิญแขกคนพิเศษ เน๋ง-ศรัณย์ นราประเสริฐกุล คอกาแฟและนักแสดงหนุ่มที่มีแพชชั่นด้านสิ่งแวดล้อม มาร่วมเปิดประสบการณ์กาแฟคุณภาพผ่านกิจกรรม Coffee Tasting เพื่อค้นหากาแฟรสชาติที่ชอบและเวิร์คช็อปของขวัญที่ทำจากอลูมิเนียมกับคุณปิ่น Pin Metal Art พร้อมเยี่ยมชมบูติก และทำความรู้จักกับเครื่องชงกาแฟรุ่นใหม่ ตลอดจนเทคโนโลยีในการสกัดกาแฟชั้นเยี่ยม สำหรับผู้ที่สนใจสามารถพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญกาแฟ ทดลอง และสัมผัสการใช้งานเครื่องชงกาแฟ รวมทั้งลิ้มลองรสชาติกาแฟคุณภาพได้ที่เนสเพรสโซบูติก ชั้น 2 สาขาสยาม พารากอน หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านช่องทางออนไลน์ เว็บไซต์ www.nespresso.com/th/th และแอปพลิเคชั่น : Nespresso และศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1800-019-090 พร้อมติดตามข่าวสารจากเนสเพรสโซได้ในโซเชียล มีเดียทุกช่องทาง ได้แก่ Line Official Account: @nespressoth Instragram: nespresso.th Facebook: www.facebook.com/nespresso.thailand #NespressoTH

ผลงานศิลปะยุคใหม่ สร้างสรรค์โดย AI และแขนหุ่นยนต์
Read

ผลงานศิลปะยุคใหม่ สร้างสรรค์โดย AI และแขนหุ่นยนต์

ในขณะที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ยังคงก้าวหน้าต่อไป เส้นแบ่งระหว่างผลงานของมนุษย์และปัญญาประดิษฐ์ก็ค่อย ๆ แคบลงเรื่อย ๆอย่างเช่นผลงานศิลปะที่เห็นอยู่นี้ เป็นฝีมือสร้างสรรค์ของแขนหุ่นยนต์ ที่ใช้ AI ในการเรียนรู้ลักษณะการวาดภาพจากศิลปินมนุษย์ ก่อนจะเอามาวาดใหม่ในแบบฉบับของมันเอง กลายเป็นผลงานภาพวาดเชิงนามธรรมที่ผสมผสานระหว่าง ศิลปะและปัญญาประดิษฐ์ เข้าด้วยกันได้อย่างสวยงามหุ่นยนต์ที่กำลังวาดภาพอยู่นี้มีชื่อว่า ดี.โอ.ยู.จี (D.O.U.G) สร้างโดยศิลปินเชื้อสายจีน-แคนาดา ซูเกวิน ชอง (Sougwen Chung) ที่ใช้เวลาหลายปีในการรพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ เพื่อช่วยให้หุ่นยนต์สามารถสั่งการวาดจากการเรียนรู้ลักษณะผลงานของศิลปินต้นแบบได้โดยเธอได้พัฒนาระบบโครงข่ายประสาทเทียม ฝึกฝนหุ่นยนต์ จากข้อมูลการวาดภาพของตัวเอง เพื่อให้หุ่นยนต์สร้างสรรค์ผลงานขึ้นเองได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจว่ามนุษย์และเครื่องจักรสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไรทั้งนี้ ซูเกวิน ชอง ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร และยังติดอันดับใน 100 บุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก AI ภายใต้หมวดหมู่ ผู้สร้างนวัตกรรม ตามการจัดอันดับของนิตยสาร ไทม์ (TIME) ประจำปี 2023 อีกด้วยสำหรับงานศิลปะที่จัดแสดงในครั้งนี้ มีชื่อนิทรรศการว่า สเปซ (Space) ซึ่งจัดแสดง ณ แกลลอรี เดอะ เฮาส์ ออฟ ไฟน์ อาร์ต (The House of Fine Art) ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษโดยทางผู้ดูแลแกลเลอรีกล่าวว่า ผลงานนี้ ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงาน และบางชิ้นยังถูกจับจองโดยบรรดานักสะสม ที่สนใจการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่ผสานระหว่างโลกดิจิทัลกับโลกแห่งความเป็นจริง และถ่ายทอดบนผืนผ้าใบได้อย่างลงตัวข้อมูลapvideohub

จัดแสดงผลงาน “ถวัลย์ ดัชนี” รวมสุดยอดงานศิลปะที่หาชมยากสู่สายตาผู้รักงานศิลป์
Read

จัดแสดงผลงาน “ถวัลย์ ดัชนี” รวมสุดยอดงานศิลปะที่หาชมยากสู่สายตาผู้รักงานศิลป์

เปิดตัวปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ ที่จะพาดำดิ่งสู่โลกศิลปะ และทะยานสู่โลกอนาคตไปพร้อม ๆ กันกับสุดยอดนวัตกรรมการลงทุนด้านศิลปะครั้งแรกของโลก ART INVESTMENT CENTER The next level of passion investment ศูนย์กลางการลงทุนด้านศิลปะ และของสะสมล้ำค่าแบบครบวงจร ที่จะเชื่อมทั้งสองโลกเข้าไว้ด้วยกันกับสุดยอดแพลตฟอร์มอัจฉริยะแบบไร้ขีดจำกัด ระดับ The Ultimate Luxury Platforms พร้อมบริการครบจบทุกมิติด้วยความร่วมมือระหว่าง ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี CEO Founder ART INVESTMENT CENTER ร่วมมือกับสุดยอดพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชนระดับแนวหน้าของประเทศ เพื่อแก้ปัญหาที่ไม่เคยมีทางออก เพื่อสร้างโอกาสที่ไม่เคยมีทางเลือก เพื่อเชื่อมโยงทุกเครือข่ายเพิ่มส่วนต่อขยาย สร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มในผลงานศิลปะ และของสะสมล้ำค่า ส่งเสริมผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้กลายเป็นรายได้หลักของประเทศในอนาคต และเป็นเป้าหมายของนักลงทุนจากทั่วโลกมาร่วมกันเปลี่ยนโลกใบเก่า ด้วยการสร้างระบบนิเวศใหม่ เพื่อเป็น ต้นแบบนวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อสังคมอย่างยั่งยืน ปักหมุดหมายให้ประเทศไทยเป็น กรุสมบัติ ชั่วนิรันดร์ แห่งเอเชียพร้อมร่วมชมนิทรรศการครั้งสำคัญ เพื่อฉลองวาระพิเศษในโอกาสความสัมพันธ์ครบรอบ 12 ปี ระหว่าง พิพิธภัณฑ์บ้านดำ และ สยามพิวรรธน์ กับ The Eternal Treasure of Asia สมบัติชั่วนิรันดร์แห่งเอเชีย เปิดกรุสมบัติหมื่นล้านจากพิพิธภัณฑ์และนักสะสมชั้นนำระดับโลก ที่รวบรวมสุดยอดของผลงานศิลปะของศิลปินแห่งชาติ ดร.ถวัลย์ ดัชนี ที่ไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน ตลอดจนสุดยอดของสะสมล้ำค่าระดับ World-Class ที่หาชมยาก พร้อมเปิดโอกาสให้คนรักงานศิลป์ได้ชื่นชมอย่างใกล้ชิดเฉพาะในงานนี้เท่านั้น ณ Fashion Gallery ชั้น 1 สยามพารากอน และในโอกาสพิเศษเพื่อร่วมฉลองวาระพิเศษครบรอบ 12 ปี ที่พิพิธภัณฑ์บ้านดำ (Baandam Museum) ร่วมกับ สยามพิวรรธน์ สร้างสรรค์ผลงานด้านทางศิลปวัฒนธรรมมากว่าทศวรรษ ไม่ว่าจะเป็น การจัดงานเปิดตัว โครงการเหรียญสุริยะภูมิจักรวาล ในปี 2555 - 2556, Immersive Art of Thawan Duchanee ในปี 2563 และ Thailand Digital Arts Festival ในปี 2565 ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ศิลปวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นท่ามกลางอาณาจักรสยามพิวรรธน์โดยครั้งนี้เป็นการแสดงนิทรรศการครั้งสำคัญ The Eternal Treasure of Asia สมบัติชั่วนิรันดร์แห่งเอเชียเปิดกรุสมบัติหมื่นล้านจากพิพิธภัณฑ์ และนักสะสมชั้นนำระดับโลก ที่รวบรวมสุดยอดของผลงานศิลปะ ระดับ Masterpiece ศิลปินแห่งชาติ ดร.ถวัลย์ ดัชนี ที่ไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน ตลอดจนสุดยอดของสะสมล้ำค่าระดับ World-Class หลากแขนง นำเสนอในมุมมองใหม่เล่าเรื่องราวผ่านวัตถุจัดแสดง เช่น ตำนานเทพศาสตราวุธ ศาสตร์และศิลป์ จิตวิญญาณแห่งตะวันออก จัดแสดงศาสตราวุธแห่งจิตวิญญาณ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และสุดยอดประติมากรรมยานยนต์เหนือกาลเวลา รวมสุดยอดรถยนต์คลาสสิค มอเตอร์ไซค์คลาสสิค ในตำนาน และซุปเปอร์คาร์ลิมิเต็ดหายาก และอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับนิทรรศการ The Eternal Treasure of Asia : สมบัติชั่วนิรันดร์แห่งเอเชีย จัดแสดงให้ได้ชื่นชมอย่างใกล้ชิดโดยภายในนิทรรศการประกอบด้วย ศิลปะสร้างโลก ความรักปรากฏรูป ผลงานศิลปะระดับตำนาน ที่ไม่เคยนำมาจัดแสดงที่ไหนมาก่อน อาทิ ผลงานจิตรกรรมขนาดใหญ่ มารผจญ และภาพผลงานชุด หนุมาน ผลงานชุดสุดท้ายของถวัลย์ ดัชนี, ประติมากรรมรูปปั้นศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี บิดาแห่งวงการศิลปะไทยร่วมสมัย ผลงานปั้นของอาจารย์เขียน ยิ้มศิริ ผู้ที่อาจารย์ศิลป์เรียกว่า ลูกศรัทธา ประติมา ปาฏิหาริย์ พลังแห่งวัตถุมงคลล้ำค่า มรดกทางภูมิปัญญาของสยามประเทศ The Spirit of Siam จัดแสดงพระเครื่องและเครื่องรางหายาก มรดกล้ำค่าทางวัฒนธรรมองค์สำคัญ อาทิ สุดยอดมีดหมอด้ามแกะ เทพศาสตรา หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ นครสวรรค์, สุดยอดพระขรรค์เขาควายเผือกหลวงพ่อโสก วัดปากคลองบางครก เพชรบุรี, สุดยอดท้าวเวสสุวรรณวัดสุทัศนเทพวรารามวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ และท้าวเวสสุวรรณวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลกเทพศาสตราวุธ ศาสตร์และศิลป์แห่งจิตวิญญาณ จัดแสงดาบสำคัญในประวัติศาสตร์ และเรื่องราวของวิถีแห่ง Bushido อาทิ ชุดเกราะมังกร ตระกูลซามูไร ยานางิซาวะ ดาบโอดาจิ ดาบเทพเจ้ามังกร ถูกตีขึ้นใน ศตวรรษที่ 18 เพื่อถวายเทพเจ้า แห่ง โทโยคาวะอินาริ (วัดเมียวกอนจิ) ศาลเทพเจ้าจิ้งจอกอินาริ 1 ใน 3 ที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น จาก Japanese Sword Museum Thailandประติมากรรมยานยนต์เหนือกาลเวลา รวมสุดยอดยานยนต์ ทั้งเรือ รถยนต์ มอเตอร์ไซค์คลาสสิค และซุปเปอร์คาร์ น่าสะสม อาทิ เรือสปีดโบ้ทสุดคลาสสิก แบรนด์ Century เรือวินเทจ ปี 1954 เครื่อง V8, มอเตอร์ไซด์ Vincent (Black shadow) ปี 1953 ที่สามารถทำความเร็วได้ถึง 230 กม. / ชม. ซึ่งถือเป็นไฮเอนด์ของมอเตอร์ไซด์คลาสสิก, Ariel มอเตอร์ไซค์สายพันธุ์อังกฤษที่หายากและมีความสวยงาม, รถยนต์ Rolls-Royce ลักษณ์ประทับ เปิดประทุน ปี 1951 ซึ่งเป็นรุ่นที่หายาก, รถยนต์ Porsche 356A ปี 1958, รถซุปเปอร์คาร์ Ferrari Light Weight version The Racing DNA รุ่น Ferrari 360 Challenge Stardare, Ferrari 430 Scuderia, Ferrari 458 Speciale, Fiat Abarth 695 Tributo Ferrari เป็นต้น คฑาสุริยะศราสจักราวตาร ผลงานศิลปะชิ้นสำคัญ แรงบันดาลใจจากกุญแจไขจักรวาล สู่ประติมากรรมโลหะล้ำค่า สร้างขึ้นครบรอบ 12 ปี แหวนพยัคฆินราชตะปบชาติอาชาไนย เปิดตัว Thawan X Parcthai ที่นำแรงบันดาลใจจากผลงานศิลปะกับงาน High Jewelry มาหลอมรวมไว้เป็นหนึ่งเดียวห้ามพลาด การแสดงนิทรรศการครั้งสำคัญที่นักสะสมงานศิลป์และคนรักงานอาร์ต The Eternal Treasure of Asia สมบัติชั่วนิรันดร์แห่งเอเชีย ชมกรุสมบัติหมื่นล้านจากพิพิธภัณฑ์และนักสะสมชั้นนำระดับโลก ณ Fashion Gallery ชั้น 1 สยามพารากอน ตั้งแต่วันนี้ถึง 1 กันยายนนี้ เท่านั้น

15 คาเฟ่ศิลปะ กรุงเทพ เพ้นท์บาร์ คาเฟ่วาดรูป คนรักงานศิลปะต้องไป!
Read

15 คาเฟ่ศิลปะ กรุงเทพ เพ้นท์บาร์ คาเฟ่วาดรูป คนรักงานศิลปะต้องไป!

วันหยุดสุดสัปดาห์ชิลๆ ใครกำลังหา คาเฟ่ศิลปะ คาเฟ่วาดรูป เราจัดมาให้แล้ว ลิสต์ 15 คาเฟ่ศิลปะ กรุงเทพ เพ้นบาร์ คาเฟ่วาดรูป ที่คนรักงานศิลปะต้องไป บอกเลยว่าชิลสุดใจ ไม่ว่าจะเป็น วาดรูป ระบายสี Canvas Cake แต่งหน้าเค้ก หรือปั้นเซรามิก ใครที่ชอบงานคราฟต์รับรองว่าถูกใจแน่นอนค่ะ แถมเครื่องดื่มและขนมก็จัดเต็ม จะมีร้านไหนน่าตามไปเช็คอินบ้าง ตามไปดูกันเลยค่า คาเฟ่ศิลปะ กรุงเทพ เพ้นท์บาร์ คาเฟ่วาดรูป 2024 1. A clay cafe มาเริ่มกันที่ร้าน A Clay Cafe คาเฟ่สีฟ้าสุดเก๋ ย่านสาทร ที่น่านั่งจิบชาชิลๆ ด้วยการตกแต่งร้านที่ให้ฟีลเหมือนอยู่บ้าน ทำให้รู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง ในร้านยังมีการตกแต่งด้วยเซรามิกสุดน่ารักอยู่ทุกๆ มุม เพราะบริเวณชั้น 1 ของร้านมีการเวิร์คชอปทำเซรามิกด้วย ! มาเพ้นท์เซรามิก จาน ชาม แก้ว ถ้วย ต่างๆ กันได้แบบจอยๆ คนรักงานคราฟต์ต้องไปเช็คอินกันน้า ส่วนเมนูขนมก็หน้าตาน่ารัก รสชาติดีต่อใจ ลองไปเช็คอินกันได้น้า เพลินใจสุดๆ เลยค่า ดูรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ : A Clay Caf ย่านสาทร ร้านกาแฟสวย ฟีลอบอุ่น สายงานคราฟต์ห้ามพลาด พิกัด : https://maps.app.goo.gl/gVKejJw3cdW54NEj9 ที่อยู่ : 50 ซอย สาทร 8 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 17.30 น. โทร : 06-1193-9838 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/aclaycafe 2. FUN Caf Bangkok ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : Jaoearnx FUN Caf Bangkok คาเฟ่ที่คนรักศิลปะต้องมา! ใครที่อยากจะลองวาดหน้าเค้กเอง ต้องห้ามพลาดที่นี่เลยค่ะ เพราะเราสามารถโชว์ฝีมือบนก้อนเค้กของเราได้เลย ทางร้านมีอุปกรณ์ให้บริการแบบจัดเต็ม ระบายสีบน Canva cake ได้เลยเต็มที่ ซึ่งบอกเลยว่านอกจากจะได้โชว์ศิลปะอันสวยงามบนเค้กแล้ว ตัวเค้กของที่นี่ยังรสชาติอร่อยละมุนอีกด้วย รับรองว่ามาแล้วสนุก เพลิดเพลิน ประทับใจแน่นอนค่า ดูรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ รีวิว FUN Cafe Bangkok เค้กเพ้นต์ได้แถมอร่อย ย่าน MRT หัวลำโพง ร้าน Fun ฝัน Cafe Bangkok คาเฟ่ที่สร้างจินตนาการบนหน้าได้ด้วยตัวเอง ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : Natpromise พิกัด : https://maps.app.goo.gl/qxSGtpXwGRHnDvKN9 ที่อยู่ : 413, 6-7 ถนน มหาพฤฒาราม แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 19.30 น. (ปิดวันอังคาร) โทร : 06-4192-9193 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/funcafebangkok 3. Soul Salt City ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : Artoflife Soul Salt City คาเฟ่เพ้นท์บาร์ ที่โรงแรม River City ย่านสี่พระยา คนรักงานศิลปะต้องรู้จักที่นี่อย่างแน่นอนค่ะ เพราะนอกจากจะเป็นที่แสดงงานศิลปะแล้ว ที่นี่ยังมีคาเฟ่เพ้นท์บาร์สุดชิลอีกด้วย เป็นร้านกาแฟที่นอกจากจะได้ดื่มด่ำกับรสชาติเข้มข้น หอมกรุ่นกาแฟแล้ว ยังได้ปล่อยใจจอยๆ ไปกับการระบายสีภาพอีกด้วย แถมโลเคชั่นก็ดีเวอร์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชิลสุดใจแบบนี้ ไม่มาไม่ได้แล้วน้า ดูรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ : ปักหมุด Soul Salt City คาเฟ่เพ้นท์บาร์ ร้านกาแฟแนวใหม่ในย่านสี่พระยา ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : Artoflife พิกัด : https://maps.app.goo.gl/oCmoAWnzxXjysmPg6 ที่อยู่ : 23 ซอย เจริญกรุง 24 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 20.00 น. โทร : 09-2619-1465 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/SoulSaltPaintBar 5. Taiban CAFE ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : 28Sept Taiban CAFE ใต้บ้าน คาเฟ่ คาเฟ่สุดชิล สไตล์โฮมมี่ บรรยากาศเป็นกันเอง ตั้งอยู่ย่านหัวลำโพง ซึ่งบอกเลยว่าเป็นคาเฟ่กลางเมืองที่บรรยากาศดีแบบไม่ฟีลเมือง เพราะเหมือนไปเที่ยวบ้านญาติที่ต่างจังหวัดเลยล่ะค่ะ ไฮไลท์คือการไปนั่งวาดภาพ ระบายสีชิลๆ รวมไปถึงมีเพ้นท์กระเป๋าผ้า ทำเคสโทรศัพท์ กิจกรรมสายอาร์ตแบบแน่นๆ ใครเป็นสายนี้ต้องเลิฟแน่นอนค่า ดูรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ : รีวิว คาเฟ่สุดชิล "ใต้บ้าน คาเฟ่" ย่านหัวลำโพง ร้านกาแฟ วาดรูปได้ โชว์สกิลศิลปะแบบคูลๆ ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : 28Sept พิกัด : https://maps.app.goo.gl/LNJ2Kz8kuXG9HugL7 ที่อยู่ : 476/5 ถนนพระรามที่ 4 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 08.00 - 19.00 น. โทร : 06-3932-2905 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/TAIBANBKK 6. บ้านศิลปิน คลองบางหลวง Artist House Bangkok ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : GUไปเรื่อย บ้านศิลปิน บ้านไม้เก่าแก่ตั้งอยู่ในชุมชนคลองบางหลวง มีพื้นที่กว้างขวาง 2 ชั้น ชั้นบนเป็นแกลเลอรี่แสดงงานศิลปะภาพวาด ชั้นล่างเป็นมุมร้านกาแฟ ที่สามารถมานั่งจิบกาแฟชิลๆ ริมคลองได้ นอกจากนี้ยังมีเป็นมุมขายของที่ระลึก โปสการ์ด สมุดวาดภาพ เสื้อ หรืออยากจะแสดงฝีมือร่วมทำงานศิลปะที่นี่ก็ได้ค่ะ ดูรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ : เสพศิลป์บ้านศิลปิน คลองบางหลวง ที่เที่ยวกรุงเทพ (สุดเจ๋ง) ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : GUไปเรื่อย พิกัด : https://maps.app.goo.gl/5xBFkCn8s6AMQ7kx9 ที่อยู่ : 309 ซอย เพชรเกษม 28 แขวงคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 18.00 น. โทร : ไม่ระบุ ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/BaanSilapin 7. ริ Cafe ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : kintiew360 ริ Cafe คาเฟ่สุดฮิป คอมมูนิตี้ที่สายอาร์ตทุกคนต้องเลิฟ เป็นคาเฟ่ที่สอดแทรกเรื่องราวความสนุกความทรงจำในวัยเด็ก เราสามารถหยิบจับของเล่นต่างๆ มาถ่ายรูปได้ ของเล่นแน่นๆ และเค้ายังมีจัดธีมกิจกรรมที่เปลี่ยนไปทุกเดือนด้วย รับรองว่าต้องหลงรักที่นี่ไม่ว่าจะเป็นวัยไหนก็มากันมาสนุกได้เลย ดูบทความรีวิว ที่ : ริ Cafe ไปสิแล้วคุณจะหลงรัก ภาพจากทรูไอดีครีเอเตอร์ : kintiew360 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ba8NqRfq5jkpcuCf8 ที่อยู่ : ซอย ลาดพร้าว18 แยก3 ถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 18.00 น. (หยุดวันจันทร์) โทร : 09-8015-5375 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Ri.Cafe.Friends 8. Khensee x Cafe Khensee x Cafe คาเฟ่ย่านรามอินทรา ที่เหมาะสำหรับสายอาร์ตที่แท้ทรู! ใครที่กำลังหาคาเฟ่วาดรูปชิลๆ มาที่นี่ได้เลยค่ะ วาดรูประบายสีปล่อยพลังกันได้เต็มที่ พร้อมให้บริการเครื่องดื่มและขนมอีกมากมาย อยากเข้าไปชิลวันไหนสามารถทักไปจองภาพวาดได้เลยค่า พิกัด : https://maps.app.goo.gl/9wUzTY2wFeR2EYZS8 ที่อยู่ : 66 49 หมู่ 8 รามอินทรา 45 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 19.00 น. (ปิดวันพฤหัสบดี) โทร : 09-5614-2564 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/kheanseexcafe 9. Luxe Cafe Luxe Cafe คาเฟ่สุดมินิมอล ย่านประตูน้ำ บอกเลยว่าถูกใจสายคาเฟ่มาก เพราะเป็นคาเฟ่ที่ใช้คำว่าน่ารักได้เปลืองมากจริงๆ ตกแต่งร้านโทนสีขาวคลีนๆ เกาหลีเกาใจสุดๆ ถ่ายรูปมุมไหนก็ปัง! ความดีงามคือที่นี่มี Canvas cake ให้ได้โชว์ฝีมือบนหน้าเค้กเองด้วยน้า โดยทางร้านจะมีครีมสีพาสเทลเตรียมไว้ให้ ซึ่งบอกเลยว่าโทนสีน่ารักมาก! เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่น่าไปโดนจริงๆ ค่า พิกัด : https://maps.app.goo.gl/9krjYoi3kbJDPyP2A ที่อยู่ : 30/8 ซ.เพชรบุรี 15 แยก 2 ถ.พญาไท แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 18.30 น. โทร : 08-2662-8936 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/luxecafebkk 10. Upon The Moon Upon The Moon คาเฟ่สไตล์มินิมอล บรรยากาศสบายๆ สามารถไปเช็คอินได้ทั้งสายคาเฟ่ และสายคราฟต์ เพราะที่นี่มีโซน workshop ให้มาทำกิจกรรมเบาๆ สำหรับสายอาร์ตด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น เพ้นท์สีแก้ว วาดภาพ ปั้นเซรามิก ซึ่งบอกเลยว่าเพลิดเพลินใจมากจริงๆ แถมที่นี่ยังมีเมนูอาหาร ขนมและเครื่องดื่มแบบครบจบในที่เดียว อิ่มท้องอิ่มใจแบบนี้ จดพิกัดไว้ให้แน่นเลยค่า พิกัด : https://maps.app.goo.gl/MrkSf42NEzTie9Lt5 ที่อยู่ : 115 ซอยพบมิตร แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 08.00 - 20.00 น. โทร : 09-8257-9792 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/uponthemoonbkk 11. BaanPuen Cafe บ้านเพื่อน คาเฟ่ BaanPuen Cafe บ้านเพื่อน คาเฟ่ คาเฟ่ในสวนปิ่นเกล้าจรัญ คาเฟ่ศิลปะในสวนสวยๆ มาสนุกกับกิจกรรมมากมาย พร้อมทั้งเครื่องดื่ม ขนม และอาหารอร่อยๆ ที่เสิร์ฟตลอดวัน จะมากับเพื่อน กับแฟน หรือน้องๆ เด็กๆ ก็สนุกได้ทุกวัย มีทั้งวาดรูประบายสีผ้าแคนวาส เทสีตุ๊กตา ปาสีและสาดศิลปะ และที่นี่ก็เป็น Pet friendly พาน้องหมาน้องแมวมาที่นี่ได้เลย มานั่งชิลๆ จิบชาผลไม้ กาแฟ อาหาร และขนมอร่อยๆ ฟังดนตรีสดในสวน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 16.30 น. เป็นต้นไป พิกัด : https://maps.app.goo.gl/3VQnNdQ2fEix9eWo9 ที่อยู่ : 122 2 ถ.จรัญสนิทวงศ์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 10.30 - 19.00 น. (หยุดทุกวันอังคาร) โทร : 09-3256-1451 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/BaanpuenCafeCreativeSpace 12. PP Baking Studio PP Baking Studio ใครอยากลองแต่งหน้าเค้กเอง หรือต้องการทำของขวัญให้คนพิเศษ มาที่นี่บอกเลยว่าตอบโจทย์! มาบีบครีมแต่งเติมเค้กสุดน่ากิน ให้เป็นลวดลายเก๋ๆ ตามจินตนาการของเราได้เลย ไม่ว่าจะเป็น เค้กกล่อง เค้กปอนด์ คัพเค้ก ก็มีให้เลือกแบบจัดเต็ม หรือจะชวนเพื่อนสาวมาทำกิจกรรมก็สนุกสุดๆ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/vbAvkSiEmioWvj6C7 ที่อยู่ : Lido Connect 1st Floor แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 09.00 - 20.00 น. โทร : 06-5959-3950 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/pp.bakingstudio 13. Wind and Wild Wind and Wild คาเฟ่สุดชิล ที่สามารถมานั่งทำงานอาร์ต ระบายสีภาพ ได้ตามใจชอบ ในบรรยากาศสบายๆ โล่งโปร่งสุดๆ มีอาหาร และเครื่องดื่มให้บริการด้วยน้า ตกเย็นก็นั่งชิลแฮงค์เอาท์ได้เลย และสำหรับใครที่มีน้องๆ สี่ขา ที่นี่่เป็น Pet Friendly สามารถพาสัตว์เลี้ยงมาด้วยได้เลย พิกัด : https://maps.app.goo.gl/B4iWT3eZn9Hf7Byz5 ที่อยู่ : 56 ท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. (ปิดวันอังคาร) โทร : 09-6560-7653 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/ww.windandwild 14. The Green Craft House The Green Craft House ร้านกาแฟถูกใจสายอาร์ต ย่านวงเวียนใหญ่ บรรยากาศดีต่อใจ กว้างขวางร่มรื่น เหมาะแก่การไปพักผ่อน ปล่อยใจ ให้ศิลปะได้เยียวยาจิตใจ มานั่งวาดรูประบายสีที่นี้คือเพลินมากจริงๆ รวมถึงเมนูขนมและเครื่องดื่มก็อร่อย เพราะเบเกอรี่ที่นี่โฮมเมด หอมอร่อย กรุ่นจากเตา ต้องมาลองให้ได้สักครั้งแล้วน้า พิกัด : https://maps.app.goo.gl/HiRxBaeGhjfyk8dn7 ที่อยู่ : 58 ถ.กรุงธนบุรี แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 21.00 น. (ปิดวันจันทร์) โทร : 08-7024-4420 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/thegreencrafthouse 15. บ้านสวน 33 Boat Kayak ปิดท้ายที่ร้าน บ้านสวน 33 Boat Kayak คาเฟ่ที่เราสามารถมาทำกิจกรรมได้ทั้งสายลุย และสายอาร์ต ไม่ว่าจะเป็น พายเรือคายัค ระบายสี พร้อมกับนั่งจิบกาแฟห้อยขาเพลินๆ ริมคลองบางมด เหมือนเป็นสถานที่เที่ยว one day trip อีกที่หนึ่งในกรุงเทพฯเลยค่ะ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Kygu5NhvUG3TTFHg6 ที่อยู่ : 40/17 อนามัยงามเจริญ ซ 33 แขวง ท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 09.00 - 19.00 น. (ปิดวันจันทร์ - พุธ) โทร : 08-9485-4716 ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/baansuan33boatandkayak บทความที่คุณอาจสนใจ 20 คาเฟ่ ร้านกาแฟริมน้ำ กรุงเทพ 2024 บรรยากาศน่านั่งชิล 20 คาเฟ่ถ่ายรูปสวย ฟีลเมืองนอก กรุงเทพ Hopping ชิคๆ แบบไม่ต้องบิน 15 Co-Working Space ใกล้ฉัน ร้านกาแฟ บรรยากาศดี น่านั่งทำงาน

ทรู ดิจิทัล พาร์ค จับมือ Topos Studio ชวนคนรักงานศิลปะมางาน The Abyss Beyond
Read

ทรู ดิจิทัล พาร์ค จับมือ Topos Studio ชวนคนรักงานศิลปะมางาน The Abyss Beyond

ทรู ดิจิทัล พาร์ค จับมือ Topos Studio ชวนคนรักงานศิลปะ ร่วมสัมผัสความมหัศจรรย์ งานดิจิทัลอาร์ตสุดล้ำส่งตรงจากประเทศเกาหลีใต้ The Abyss Beyondระหว่างวันที่ 18 ก.ค. 67 - 30 ก.ย. 67 ที่ TDPK Studio 1 ชั้น 2 ทรู ดิจิทัล พาร์ค ฝั่งเวสต์ กรุงเทพฯ นิทรรศการศิลปะ The Abyss Beyond ที่ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ทรู ดิจิทัล พาร์ค ร่วมกับ Topos Studio ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการจัดแสดงจาก ประเทศเกาหลีใต้ ต่อยอดความสำเร็จจากนิทรรศการศิลปะ THE GATE IMMERSIVE THEATER ในปีที่ผ่านมา กลับมาจัดงานแสดงงานอีกครั้งกับนิทรรศการงานดิจิทัลอาร์ตสุดล้ำ The Abyss Beyond ที่จะพาทุกคนร่วมผจญภัยทางประสาทสัมผัสผสานกับผลงานสุดล้ำสมัย ผ่านเทคโนโลยีจอแสดงผลมีเดีย 250 องศา ที่มาพร้อมระบบเสียงแอมบิโซนิก เพื่อประสบการณ์ภาพและเสียง Immersive อย่างเต็มที่ กับ 2 ผลงานศิลปะดิจิทัลสุดล้ำประกอบไปด้วย ผลงาน "Abyss of Black and Light: We are the Primitives of a New Era" โดย Aldo Tambellini และ ผลงาน Abyss of the Unconscious: After Death Before the Birth โดย คามิน เลิศชัยประเสริฐ พร้อมเปิดประสบการณ์อันลึกซึ้ง เกี่ยวกับการดำรงอยู่ จิตสำนึก และจักรวาล จัดแสดงระหว่างวันที่ 18 ก.ค. 67 - 30 ก.ย. 67 ที่ TDPK Studio 1 ชั้น 2 ทรู ดิจิทัล พาร์ค ฝั่งเวสต์ กรุงเทพฯ ดร.ธาริต นิมมานวุฒิพงษ์ ผู้จัดการทั่วไป ทรู ดิจิทัล พาร์ค กล่าวว่า สำหรับ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เราตั้งใจให้พื้นที่ของเราเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีสุดล้ำ ที่เปิดกว้างพร้อมสนับสนุนงานอาร์ต และศิลปินรุ่นใหม่ เรานำศิลปะในรูปแบบของภาพและเสียง ที่ถ่ายทอดผ่านเทคโนโลยีมาแสดงในคอมมูนิตี้ของทรู ดิจิทัล พาร์คเรามีแนวทางในการใช้พื้นที่ของเราเป็นเวทีให้กับสตูดิโอครีเอทีฟที่มีความสามารถ รวมทั้งสตาร์ทอัปต่างๆในการแสดงผลงาน ซึ่ง Topos Studio เป็นสตูดิโอที่สร้างสรรค์ผลงานได้อย่างน่าสนใจ และเราหวังว่าทุกท่าน ที่ได้มาร่วมชมนิทรรศการงานดิจิทัลอาร์ต The Abyss Beyond จะชื่นชอบ และเข้าใจในพลังของเทคโนโลยี ด้าน Daegyeom Heo, CEO of Topos Studio กล่าวว่า " Topos Studio เราเป็นสตูดิโอจากประเทศเกาหลีใต้ที่เชี่ยวชาญเรื่องการสร้างสรรค์เทคโนโลยีดิจิทัลที่ล้ำสมัย สำหรับนิทรรศการ The Abyss Beyond เราใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการนำเสนองานศิลปะ ที่พร้อมจะนำทุกท่านเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการของมนุษย์ที่ไร้ขอบเขต เป็นอีกข้อพิสูจน์ถึงพลังของสื่อ ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ ความท้าทาย และขยายความเข้าใจของเราเกี่ยวกับโลก และตัวตนของเราเอง สัมผัสความมหัศจรรย์งานดิจิทัลอาร์ตสุดล้ำ ที่จะพาทุกคนเข้าสู่โลกลึกลับของ The Abyss Beyond ผ่านการแสดง Immersive Art รูปแบบใหม่ เข้าสู่ห้วงของจิตใต้สำนึก ค้นหาความฝัน และจักรวาลที่กว้างใหญ่กับ 2 ผลงาน ที่ถูกสร้างสรรค์จาก 2 ศิลปิน ประกอบไปด้วย ผลงาน "Abyss of Black and Light: We are the Primitives of a New Era" โดย Aldo Tambellini ศิลปินชาวอเมริกันเชื้อสายอิตาลี ผู้บุกเบิกสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ผสมผสานการวาดภาพ ประติมากรรม และวิดีโออาร์ต ตลอดอาชีพของเขา เขาเป็นผู้นำด้าน avant-garde โดยร่วมก่อตั้ง Gate Theatre ในมหานครนิวยอร์ก และมีส่วนสำคัญในการพัฒนาวิดีโออาร์ต ผลงานของเขาได้รับการจัดแสดง ในระดับนานาชาติมากมาย เช่น Venice Biennale และ Tate Modern เชิญผู้ชมให้เดินทางข้ามหลุมดําที่ศิลปินสร้างขึ้น ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของ Aldo Tambellini ผู้บุกเบิกศิลปะ Media Arts และนักสํารวจพื้นที่มืดตลอดชีวิต งานนี้ใช้ภาพ สื่อที่สมจริง ที่มาพร้อมเสียง Ambisonics เพื่อสร้าง มิติ ของพื้นที่ ผลงาน Abyss of the Unconscious: After Death Before the Birth โดย คามิน เลิศชัยประเสริฐศิลปินไทยที่ผสมผสานศิลปะเข้ากับจิตวิญญาณ ซึ่งมักสะท้อนถึงปรัชญาพุทธศาสนา ด้วยประสบการณ์การทำงานที่ยาวนานกว่าสามทศวรรษ เขาได้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิที่นา ซึ่งเป็นพื้นที่ศิลปะทางเลือกในประเทศไทย สร้างสรรค์ผลงานที่หลากหลายมีเนื้อหาที่เน้นเรื่องความไม่เที่ยง การมีสติ และความเชื่อมโยงระหว่างกันของชีวิต สำหรับผลงานชิ้นนี้จะพาทุกท่านสํารวจเข้าสู่ส่วนลึกอันมืดมิดของจิตใจมนุษย์ ดำดิ่งลงไปสู่สภาวะระหว่างของช่วงชีวิต ท้าทายการรับรู้ความเป็นจริงของทุกคน ซึ่งงานนี้แสดงออกถึงภูมิทัศน์ของนรกผ่านโลกทัศน์ของศิลปิน และแสดงถึงสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ในฐานะสถานที่พํานักชั่วขณะหลังความตาย และก่อนการกลับชาติมาเกิด ผู้ชมสามารถสัมผัสกับปรัชญาของศิลปินเกี่ยวกับชีวิตและจักรวาลผ่าน Golden Skull ซึ่งเป็นภาพสัญลักษณ์ ของศิลปินคามิน เลิศชัยประเสริฐ นิทรรศการ The Abyss Beyond จัดแสดงระหว่างวันที่ 18 ก.ค. 67 - 30 ก.ย. 67 ที่ Studio 1ชั้น 2 ทรู ดิจิทัล พาร์ค ฝั่งเวสต์ กรุงเทพฯ (สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี ทางออก 6) ตั้งแต่เวลา 11.30-19.00 น. (ระยะเวลาการแสดง 30 นาที) เปิดจำหน่ายบัตร ราคาพิเศษ 99 บาท จากราคาปกติ 149 บาท ระหว่างวันที่ 15 ก.ค.-14 ส.ค. 67 สำหรับรับชมผลงาน "Abyss of Black and Light: We are the Primitives of a New Era" โดย Aldo Tambellini จำหน่ายบัตร ราคาปกติ 149 บาท ระหว่างวันที่ 15 ส.ค. - 30 ก.ย. 67 สำหรับรับชมผลงาน "Abyss of Black and Light: We are the Primitives of a New Era" โดย Aldo Tambellini และ ผลงาน Abyss of the Unconscious: After Death Before the Birth โดย คามิน เลิศชัยประเสริฐ สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชมสามารถจองบัตร และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.eventpop.me/e/41080/topos-the-abyss-beyond

Cicada Market ที่เที่ยวหัวหิน ตลาดสุดชิล ของคนฮิป รักงานศิลปะ
Read

Cicada Market ที่เที่ยวหัวหิน ตลาดสุดชิล ของคนฮิป รักงานศิลปะ

ถ้าพูดถึงตลาดชิคๆ สุดชิลของ หัวหิน ที่เที่ยวประจวบคีรีขันธ์ แห่งนี้ ก็ต้องถึงนึก Cicada Market แหล่งแฮงค์เอ้าท์สุดฮิปนี้แน่นอนค่า ซึ่งนอกจากจะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากเท่าไหร่แล้ว บรรยากาศยังดี ได้ฟีลทะเล๊ ทะเล อีกด้วย ว่าแล้วก็ไปชิลกันเลยค่า 15 ที่เที่ยวหัวหิน ทะเลใกล้กรุงเทพ ชิล ชิค เสน่ห์แห่งความคลาสสิค ที่เที่ยวหัวหิน สุดชิล แหล่งแฮงค์เอ้าท์สุดชิค ต้องที่ Cicada Market Cicada Market ชิคด้า มาร์เก็ต หรือ ตลาดจั๊กจั่น นั่นเอง ตัวตลาดที่ตั้งอยู่ในบริเวณของสวนศรี เป็นตลาดนัดที่รวบรวมเอาชิ้นงานศิลปะร่วมสมัยแขนงต่างๆ รวมถึงสิ่งประดิษฐ์ งานแฮนด์เมด ของตกแต่งบ้าน เสื้อผ้า สิ่งของเครื่องใช้มือสอง สินค้าเอสเอ็มอีที่มีแนวคิดสร้างสรรค์ เพื่อนำมาแสดงและจำหน่ายนั่นเองค่ะ รวมไปถึงมีของกินอร่อยๆ ให้เราไปลิ้มลองด้วยเช่นกัน ประวัติ Cicada Market จริงๆ แล้วที่บริเวณของสวนที่เป็นที่ตั้งของ Cicada Market นั้น จะเป็นบ้านพักตากอากาศอายุเก่าแก่ 60 ปี ของ หลวงยุกตเสวีวิวัฒน์ บิดาของ ท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวนิช และ คุณนิด-สุพัฒนา อาทรไผท ค่ะ โดยบรรยากาศก็เน้นความเป็น Tropical Garden ร่มรื่นไปด้วยพันธุ์ไม้ต่างๆ มากมาย และมีดนตรีสด เพลงเพราะให้ได้ฟังเพลินๆ กันอีกด้วย ที่เที่ยวภายใน Cicada Market โดยตลาดจะแบ่งออกเป็น 4 โซนหลักๆ คือ A la mode Idea Shop เป็นโซนของแฮนด์เมด ตั้งแต่ ของแต่งบ้าน เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของสะสม ของที่ระลึก ต่อมาคือ Amphitheatre คือบริเวณของเวทีกลางแจ้งครึ่งวงกลม ที่สามารถจุคนได้ว่า 700 คน ซึ่งก็มีการเปิดโอกาสให้นักแสดงสมัครเล่นมาโชว์ผลงานการแสดงได้อีกด้วยค่ะ มาต่อกันที่โซน Art Factory เป็นโซนของงานศิลปะเพื่อการตกแต่ง ซึ่งรูปแบบผลงานนั้น ก็จะมีความโดดเด่นและมีแนวของตัวเองต่างกันไปค่ะ และโซนสุดท้ายคือ Cuisine โซนร้านอาหารไทย และร้านอาหารนานาชาติ ที่จะทำให้เราอิ่มท้องนั่นเองค่ะ เรียกได้ว่าที่ Cicada Market นี้ เป็นตลาดสุดชิลที่เที่ยวยอดฮิตของ หัวหิน ก็ว่าได้ คือถ้าอยากนั่งชิลๆ เดินชมงานศิลปะ ฟังเพลงเพลินๆ พร้อมทานของอร่อย ก็ต้องแวะมาเที่ยวที่ตลาดนี้เท่านั้นเลยค่ะ มาเที่ยว หัวหิน ทั้งที ถ้าไม่ได้มาเที่ยวที่นี่ ก็คงเหมือนจะมาไม่ถึงหัวหินแล้วค่า การเดินทาง ไป Cicada Market สามารถเดินทางจากเมืองหัวหิน ขับไปบนถนนเพชรเกษม ตรงมาทางเขาตะเกียบ พอก่อนถึงทางเบี่ยงไปปราณบุรี ก็ให้ชิดซ้ายไปทางเขาตะเกียบ ประมาณซอยหัวหิน 87 จะเจอกับ Cicada Market อยู่ทางซ้ายค่ะ สามารถหาที่จอดรถได้รอบๆ บริเวณตลาดเลยค่ะ ข้อมูล Cicada Market ประจวบคีรีขันธ์ ที่อยู่ : ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พิกัด : https://goo.gl/maps/6A8o6NJKWxpXjHvn9 เปิดให้เข้าชม : 16.00-23.00 น. (ทุกวัน ศุกร์ เสาร์ และ วันอาทิตย์) โทร : - เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/cicadamarket/

มูลนิธิเอสซีจีชวนเยาวชนไทยหัวใจศิลป์ มาปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์งานศิลปะ ชิงรางวัลยุวศิลปินไทย 2567
Read

มูลนิธิเอสซีจีชวนเยาวชนไทยหัวใจศิลป์ มาปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์งานศิลปะ ชิงรางวัลยุวศิลปินไทย 2567

มูลนิธิเอสซีจีชวนเยาวชนไทยหัวใจศิลป์มาปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์งานศิลปะ ชิงรางวัลยุวศิลปินไทย 2567มูลนิธิเอสซีจีเปิดเวทีแห่งโอกาสทางศิลปะ ขอเชิญชวนเยาวชนไทย ที่มีอายุระหว่าง15-25 ปี ทั่วประเทศ ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดโครงการรางวัลยุวศิลปินไทย2567(ครั้งที่20) :Young Thai Artist Award 2024ภายใต้ธีมการประกวดBeloved Universe: บอกรักโลกด้วยศิลปะ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลมูลค่ารวม 3,300,000บาท โดยน้องๆ สามารถส่งผลงานเข้าร่วมประกวดได้ถึง6 สาขา ได้แก่ ศิลปะ2 มิติ ศิลปะ3 มิติ ภาพถ่าย ภาพยนตร์ วรรณกรรมและการประพันธ์ดนตรีน้องๆ เยาวชนไทยหัวใจศิลป์ที่สนใจปลดปล่อยพลังความสามารถด้านศิลปะอย่างสร้างสรรค์ สามารถสมัคร Online ได้แล้วที่ www.youngthaiartistaward.com พร้อมปลดล็อคพรสวรรค์ รังสรรค์ศิลป์ตั้งแต่วันนี้ 31 กรกฎาคม 2567 *ยกเว้นสาขาวรรณกรรมปิดรับสมัครวันที่ 15 กรกฎาคม 2567ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครOnline ได้ที่www.youngthaiartistaward.com ติดตามความเคลื่อนไหวและสอบถามรายละเอียดได้ที่คลิกwww.facebook.com/YoungThaiArtistAward และ www.instagram.com/youngthaiartistaward

มูลนิธิเอสซีจีชวนเยาวชนไทยหัวใจศิลป์ มาปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์งานศิลปะ ชิงรางวัลยุวศิลปินไทย 2567
Read

มูลนิธิเอสซีจีชวนเยาวชนไทยหัวใจศิลป์ มาปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์งานศิลปะ ชิงรางวัลยุวศิลปินไทย 2567

มูลนิธิเอสซีจีชวนเยาวชนไทยหัวใจศิลป์มาปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์งานศิลปะ ชิงรางวัลยุวศิลปินไทย 2567มูลนิธิเอสซีจีเปิดเวทีแห่งโอกาสทางศิลปะ ขอเชิญชวนเยาวชนไทย ที่มีอายุระหว่าง15-25 ปี ทั่วประเทศ ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดโครงการรางวัลยุวศิลปินไทย2567(ครั้งที่20) :Young Thai Artist Award 2024ภายใต้ธีมการประกวดBeloved Universe: บอกรักโลกด้วยศิลปะ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลมูลค่ารวม 3,300,000บาท โดยน้องๆ สามารถส่งผลงานเข้าร่วมประกวดได้ถึง6 สาขา ได้แก่ ศิลปะ2 มิติ ศิลปะ3 มิติ ภาพถ่าย ภาพยนตร์ วรรณกรรมและการประพันธ์ดนตรีน้องๆ เยาวชนไทยหัวใจศิลป์ที่สนใจปลดปล่อยพลังความสามารถด้านศิลปะอย่างสร้างสรรค์ สามารถสมัคร Online ได้แล้วที่ www.youngthaiartistaward.com พร้อมปลดล็อคพรสวรรค์ รังสรรค์ศิลป์ตั้งแต่วันนี้ 31 กรกฎาคม 2567 *ยกเว้นสาขาวรรณกรรมปิดรับสมัครวันที่ 15 กรกฎาคม 2567ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครOnline ได้ที่www.youngthaiartistaward.com ติดตามความเคลื่อนไหวและสอบถามรายละเอียดได้ที่คลิกwww.facebook.com/YoungThaiArtistAward และ www.instagram.com/youngthaiartistaward

มูลนิธิเอสซีจีชวนเยาวชนไทยหัวใจศิลป์ มาปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์งานศิลปะ ชิงรางวัลยุวศิลปินไทย 2567
Read

มูลนิธิเอสซีจีชวนเยาวชนไทยหัวใจศิลป์ มาปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์งานศิลปะ ชิงรางวัลยุวศิลปินไทย 2567

มูลนิธิเอสซีจีชวนเยาวชนไทยหัวใจศิลป์มาปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์งานศิลปะ ชิงรางวัลยุวศิลปินไทย 2567มูลนิธิเอสซีจีเปิดเวทีแห่งโอกาสทางศิลปะ ขอเชิญชวนเยาวชนไทย ที่มีอายุระหว่าง15-25 ปี ทั่วประเทศ ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดโครงการรางวัลยุวศิลปินไทย2567(ครั้งที่20) :Young Thai Artist Award 2024ภายใต้ธีมการประกวดBeloved Universe: บอกรักโลกด้วยศิลปะ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลมูลค่ารวม 3,300,000บาท โดยน้องๆ สามารถส่งผลงานเข้าร่วมประกวดได้ถึง6 สาขา ได้แก่ ศิลปะ2 มิติ ศิลปะ3 มิติ ภาพถ่าย ภาพยนตร์ วรรณกรรมและการประพันธ์ดนตรีน้องๆ เยาวชนไทยหัวใจศิลป์ที่สนใจปลดปล่อยพลังความสามารถด้านศิลปะอย่างสร้างสรรค์ สามารถสมัคร Online ได้แล้วที่ www.youngthaiartistaward.com พร้อมปลดล็อคพรสวรรค์ รังสรรค์ศิลป์ตั้งแต่วันนี้ 31 กรกฎาคม 2567 *ยกเว้นสาขาวรรณกรรมปิดรับสมัครวันที่ 15 กรกฎาคม 2567ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครOnline ได้ที่www.youngthaiartistaward.com ติดตามความเคลื่อนไหวและสอบถามรายละเอียดได้ที่คลิกwww.facebook.com/YoungThaiArtistAward และ www.instagram.com/youngthaiartistaward

อิตาลีไฟเขียวกฎหมายลงโทษปรับ ฐานทำลาย 'อนุสรณ์สถาน-งานศิลปะ'
Read

อิตาลีไฟเขียวกฎหมายลงโทษปรับ ฐานทำลาย 'อนุสรณ์สถาน-งานศิลปะ'

(แฟ้มภาพซินหัว : โคลอสเซียมในกรุงโรม เมืองหลวงของอิตาลี วันที่ 15 มี.ค. 2021) โรม, 19 ม.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (18 ม.ค.) อิตาลีอนุมัติกฎหมายใหม่ที่มุ่งกำหนดโทษปรับผู้ที่ทำลายงานศิลปะและอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ เป็นจำนวนเงินสูงสุด 60,000 ยูโร (ราว 2.32 ล้านบาท)ระหว่างการประท้วงหลายครั้งตลอดไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลุ่มนักเคลื่อนไหวในอิตาลีได้เทสีใส่น้ำพุเทรวีในกรุงโรม และคลองแกรนด์คาแนลของเมืองเวนิส ราดซุปใส่ภาพวาดอันโด่งดังของวินเซนต์ แวน โก๊ะ และใช้มือทากาวไปแปะลงบนผลงาน ของบอตติเชลลี โดยหวังเรียกร้องให้ทางการสนใจการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่นๆอย่างไรก็ดี ทางการอิตาลีกล่าวว่าการกระทำเหล่านี้ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดสูงและทำให้เกิดการหยุดชะงักกฎหมายใหม่กำหนดโทษปรับสูงสุด 40,000 ยูโร (ราว 1.54 ล้านบาท) สำหรับผู้ที่ทำลายอนุสรณ์สถาน และจำนวนเงินปรับจะเพิ่มขึ้นเป็น 60,000 ยูโร (ราว 2.32 ล้านบาท)หากมรดกทางวัฒนธรรมถูกทำลาย

โรสวูด กรุงเทพฯ จัดนิทรรศการผ่านการแสดงงานศิลปะ “Dusk Till Dawn”
Read

โรสวูด กรุงเทพฯ จัดนิทรรศการผ่านการแสดงงานศิลปะ “Dusk Till Dawn”

โรสวูด กรุงเทพฯ เฉลิมฉลองความคิดสร้างสรรค์ในท้องถิ่นด้วยนิทรรศการโดยศิลปินชื่อดัง อาจิณโจนาธาน อาจิณกิจ ผ่านการแสดงงานศิลปะ Dusk Till Dawnณ ดิ อาร์ท แกลเลอรี่ ชั้น 3 โรงแรม โรสวูด กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 7 มกราคม 2024 โรสวูด กรุงเทพฯ เฉลิมฉลองความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบร่วมสมัยของเมืองหลวงที่มีชีวิตชีวาด้วยนิทรรศการศิลปะครั้งใหม่โดยศิลปินท้องถิ่นชื่อดัง อาจิณโจนาธาน อาจิณกิจ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 7 มกราคม 2024 ดิ อาร์ท แกลเลอรี่ ณ โรสวูด กรุงเทพฯ ซึ่งถูกจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนโดยศิลปินทั้งในและต่างประเทศ และครั้งนี้กับ นิทรรศการ Dusk Till Dawn ซึ่งจะพาคุณสำรวจแนวคิดเกี่ยวกับสีที่แท้จริงภายใต้การแสดงออกของสีในแสงที่แตกต่างกัน การสร้างผลงานในเวลากลางคืนภายใต้แสงฟลูออเรสเซนต์เพื่อแยกคุณสมบัติของสีที่แตกต่างจากวิธีที่ดวงตาของมนุษย์มองเห็นสีภายใต้แสงธรรมชาติ ศิลปินใช้การทดลองการวาดภาพแบบนี้เพื่อแสดงออกถึงสีสันที่แท้จริง เห็นได้จากงานศิลปะหลากสีสันทั้ง 12 ชิ้นที่จัดแสดงที่โรสวูด กรุงเทพฯ ซึ่งสีของแต่ละชิ้นงานจะมองเห็นแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับช่วงเวลาของวันและแสงในขณะนั้น ซึ่งอาจิณโจนาธาน อาจิณกิจ มีชื่อเสียงในด้านการผสมผสานแนวความคิดเข้ากับบัญชรสีที่สดใสผ่านชิ้นงานเหล่านี้ ผลงานที่โดดเด่นอีกชิ้นของอาจิณกิจ ซึ่งจัดแสดงอย่างถาวรอยู่ที่ Lakorn European Brasserie ณ ชั้น 7 ของ โรสวูด กรุงเทพฯ เป็นผลงานศิลปะ ที่มีชื่อว่า บรรยากาศวัดไทย ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสีสันอันโดดเด่นของวัดและแม่น้ำ โดยเน้นการใช้สีอย่างเชี่ยวชาญของเขา จนออกมาเป็นผลงานที่โดดเด่นอีกชิ้นของอาจิณกิจ สัมผัสปรัชญา A Sense of Place ของ โรสวูด ที่แสดงออกผ่านศิลปินท้องถิ่นกับ Dusk Till Dawn ซึ่งเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้ที่ ดิ อาร์ท แกลเลอรี่ ชั้น 3 โรงแรม โรสวูด กรุงเทพฯ วันนี้ จนถึงวันที่ 7 มกราคม 2024 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ bangkok@rosewoodhotels.com

Cup of SAM คาเฟ่ใหม่จากซัมซุง ความอร่อยสุดครีเอทีฟ ผสานอินโนเวชัน และงานศิลปะ
Read

Cup of SAM คาเฟ่ใหม่จากซัมซุง ความอร่อยสุดครีเอทีฟ ผสานอินโนเวชัน และงานศิลปะ

ไม่ต้องแปลกใจ หากผ่านไปสยามพารากอนช่วงนี้ พบป้ายดีไซน์เก๋ Cup of SAM ครั้งแรกกับการรวมตัวของซัมซุง ผู้นำด้านอินโนเวชัน และ KKI Sweets เชฟชื่อดังระดับโลก และ Babyccino บรันช์คาเฟ่สุดชิค ที่สำคัญพลาดไม่ได้สำหรับ Samsung Member ที่เดินผ่านหน้าร้านตั้งแต่วันนี้ถึง 21 พ.ย. เชิญชวนร่วมกิจกรรม Shoot Share เพียงถ่ายรูปกับป้ายแล้วแชร์ลงโซเชียลเปิด public และติด #cupofSam #Samsung 100 โพสต์แรก รับทันที ชุดเครื่องดื่มและขนม มูลค่าสูงสุด 500 บาท ให้อร่อยชิคๆ ที่ Cup of SAM ถึง 31 ธ.ค. นี้ รับสิทธิประโยชน์ได้ง่ายๆ ที่แอปพลิเคชัน Samsung Members เท่านั้น เตรียมพบกับรสชาติที่พร้อมเสริฟสไตล์อินโนเวทีฟ พร้อมอินสตอลเลชั่นสุดชิค เริ่มให้เช็คอินได้ตั้งแต่ 29 พฤศจิกายนนี้ ที่สยามพารากอน ชั้น G โซน The Gourmet Garden

ผู้พิพาษาสหรัฐฯ ตัดสินชิ้นงานศิลปะจาก AI ไม่สามารถจดลิขสิทธิ์ได้
Read

ผู้พิพาษาสหรัฐฯ ตัดสินชิ้นงานศิลปะจาก AI ไม่สามารถจดลิขสิทธิ์ได้

ข้อถกเถียงเรื่องการจดทะเบียนชิ้นงานศิลปะจาก AI ก็เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันต่อไป แต่ล่าสุดผู้พิพากษาสหรัฐฯมีคำตัดสินให้ชิ้นงานศิลปะที่ถูกสร้างจาก AI ไม่สามารถนำมาจดลิขสิทธิ์ได้ ต้นเรื่องของคำตัดสินในครั้งนี้คือ สตีเฟน ธาเลอร์ (Stephen Thaler) เป็นผู้ฟ้องร้องสำนักงานลิขสิทธิ์ของสหรัฐอเมริกาที่สำนักงานปฏิเสธการจดลิขสิทธิ์ชิ้นงานศิลปะที่สร้างมาจาก AI Creativity Machine ของบริษัท Imagination Engines ซึ่งผลงานชิ้นดังกล่าวก็คือ A Recent Entrance to Paradise ผู้พิพากษา เบริล เอ. โฮเวลล์ (Beryl A. Howell) ศาลแขวงสหรัฐได้ให้เหตุผลปฏิเสธคำกล่าวอ้างของธาเลอร์ว่า ไม่สามารถจดลิขสิทธิ์ชิ้นงานศิลปะได้เพราะการสร้างสรรค์ชิ้นงานดังกล่าวไม่มีมนุษย์มาเป็นส่วนร่วม โฮเวลล์ได้ระบุในคำตัดสินว่า การมีส่วนร่วม และความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์สามารถถูกส่งผ่านเครื่องมือ หรือสื่อ ซึ่งเครื่องมือที่ได้ระบุคือกล้อง โดยกล้องสร้างภาพใหม่ได้มาจากการตัดสินใจของมนุษย์ การจัดเตรียม การวางตำแหน่งวัตถุหรือแบบ การจัดแสง และอื่น ๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ตามธาเลอร์ก็เตรียมตัวยื่นอุทธรณ์คดีความนี้ และทนายความของคดีความให้ความเห็นว่า “เราไม่เห็นด้วยกับการตีความกฎหมายลิขสิทธิ์ของศาล” ที่มา : The Hollywood Reporter, The Verge

นิทรรศการ The Duality of Home งานศิลปะ สะท้อนการเดินทางข้ามผ่านวัฒนธรรม
Read

นิทรรศการ The Duality of Home งานศิลปะ สะท้อนการเดินทางข้ามผ่านวัฒนธรรม

ร่วมค้นหาความหมายคำว่า "บ้าน" ได้ที่ The Duality of Home นิทรรศการศิลปะ กรุงเทพ ที่จะพาทุกคนไปชมผลงานสร้างสรรค์ที่สะท้อนแนวคิดการเดินทางข้ามผ่านวัฒนธรรมผ่าน ภาพวาดเซรามิคผ้าและสิ่งทอการออกแบบผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ภาพพิมพ์ และอื่นๆ อีกมากมาย จัดโดย Thai Creative Student Collective สามารถเข้าชมได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 20 สิงหาคม 2566 ที่ Slowcombo ชั้น 3 ซอยจุฬา 50 ค่ะ เช็กอิน นิทรรศการศิลปะ กรุงเทพ The Duality of Home The Duality of Home นิทรรศการศิลปะที่สะท้อนความหมายของการเดินทางข้ามผ่านวัฒนธรรมตามแบบฉบับนักเรียนศิลปะและการออกแบบจาก Rhode Island school of design (RISD) สหรัฐอเมริกา ที่เกิดมุมมองใหม่ๆ จากการทับซ้อนทางวัฒนธรรมสิ่งแวดล้อมที่ต่างออกไป และอัตลักษณ์ส่วนบุคคลที่เกิดจากประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้พบเจอมา เป็นการจัดงานโดย ก็เพื่อแสดงศักยภาพด้านศิลปะและการออกแบบของนักเรียนไทยในสหรัฐอเมริกา และเปิดโอกาสด้านอาชีพทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศให้กว้างขึ้นสำหรับนักเรียนรุ่นต่อๆ ไปอีกด้วยค่ะ ไฮไลท์ The Duality of Home ภายในนิทรรศการนั้นมีผลงานไฮไลท์อยู่หลายชิ้นด้วยกันค่ะ หนึ่งในนั้นก็คือกระทงของ ณัฐณิชา กิติยากร ณ อยุธยา ที่สร้างสรรค์ขึ้นเป็นแนว Industrial เป็นการนำความต่างของ 2 วัฒนธรรมมาผสมผสานกัน โดยนำเหล็กแผ่นมาพับตามวิธีการพับใบเตยของไทย นำมาประกอบเป็นรูปทรงกระทง และนำมาใส่ในกล่องที่มีแสงไฟด้านใน ทำให้เมื่อดูผ่านเลนส์จากกล้อง หรือมือถือ จะได้เงาสะท้อนของกระทงในมุมที่หลากหลาย และต่างไปจากเดิม สื่อให้เห็นว่ากระทงก็เหมือนตนเองที่อยู่ในวัฒนธรรมที่หลากหลาย เมื่อมองจากมุมที่ต่างกัน ก็จะเห็นรูปทรงที่ต่างออกไป ค่ะ ต่อด้วย 4 ผลงานภาพวาดสีน้ำมัน และสีอะครีลิคบนแคนวาสEscape Landscaping, Room # 104, Night Vision และ Between a portrait and a flower ของ ดมิสา วนาสวัสดิ์ได้แรงบันดาลใจในการสร้างผลงานมาจากการที่ได้เดินทางไปมาระหว่าง 2 ประเทศที่มีวัฒนธรรมที่ต่างกัน ทำให้รู้สึกว่าตนเองต้องมีความยืนหยุ่น และปรับตัวให้เข้ากับที่นั้นๆ จึงถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาดแนว Abstract ที่ให้ความรู้สึกลื่นไหลเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกันบางภาพก็สื่อถึงภายในจิตใจของตัวเองที่เหมือนห้องลับที่มีความสงบ นิ่งและเรียบง่ายอยู่ นอกจากนี้ก็ยังมีผลงานอื่นๆ ที่สะท้อนถึงแนวคิดของคำว่า "บ้าน" ในมุมมองใหม่ๆ อีกมากมายผ่าน ภาพวาดเซรามิคผ้าและสิ่งทอการออกแบบผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ภาพพิมพ์ บทเพลง ภาพยนตร์ และอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ อย่าง Creatives Panel Talk การเสวนาแชร์ประสบการณ์จากผู้มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จด้านแฟชั่นศิลปะดีไซน์และภาพยนตร์ ในวันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม 2566 เวลา 16.00 18.30 น.จำหน่ายบัตรราคาปกติ 650 บาทและราคา 450 บาท สำหรับนักเรียนนักศึกษา สำหรับใครที่สนใจไปเที่ยวชมนิทรรศการ The Duality of Home ก็สามารถไปได้แล้วตั้งแต่วันนี้ - 20 สิงหาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 10.00 20.00 น. ที่ Slowcombo ชั้น 3 ซอยจุฬา 50 โดยไม่ต้องเสียค่าเข้าชมค่ะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Instagram : @tcscollective

รู้จักโครงการส่งผลงานศิลปะ หนังสือ และภาพยนตร์ 30,000 ชิ้น ไปเก็บบนดวงจันทร์
Read

รู้จักโครงการส่งผลงานศิลปะ หนังสือ และภาพยนตร์ 30,000 ชิ้น ไปเก็บบนดวงจันทร์

ดวงจันทร์ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางการสำรวจและสถานที่ปลอดภัยสำหรับการบันทึกประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ล่าสุดนักฟิสิกส์และนักประพันธ์ซามูเอล เปรัลต้า (Samuel Peralta) ชาวแคนาดา ได้ริเริ่มโครงการลูนาร์ โค้ดเอกซ์ (Lunar Codex) การจัดเก็บข้อมูลผลงานศิลปะ หนังสือ และภาพยนตร์ จำนวนมากกว่า 30,000 รายการ โดยรวบรวมจาก 157 ประเทศ ลงในคอลเลกชันแคปซูลทั้งหมด 4 ชุด ที่ได้รับการปกป้องเป็นพิเศษเพื่อส่งไปเก็บรักษาไว้บนดวงจันทร์คอลเลกชันแคปซูลแรกมีชื่อว่าOrion Collectionถูกส่งไปโคจรรอบดวงจันทร์และเดินทางกลับโลกพร้อมกับยานโอไรออน (Orion) ในภารกิจ Artemis 1 ช่วงปลายปี 2022 ที่ผ่านมาคอลเลกชันแคปซูลที่สองมีชื่อว่า Novo Collection ถูกส่งไปเก็บบนดวงจันทร์พร้อมกับยานลงจอดในภารกิจ CLPS-2 ซึ่งจะถูกส่งไปดวงจันทร์ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2023 ยานอวกาศจะลงจอดบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์คอลเลกชันแคปซูลที่สามมีชื่อว่า Peregrin Collection ถูกส่งไปดวงจันทร์พร้อมกับยานลงจอดในภารกิจ Peregrine Mission 1 ในช่วงเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม 2023 โดยใช้ยานสำรวจ Peregrine และคอลเลกชันแคปซูลชิ้นสุดท้ายมีชื่อว่า Polaris Collection ถูกส่งไปดวงจันทร์พร้อมกับยานลงในภารกิจ Griffin Mission 1 ในเดือนพฤศจิกายน 2024 บริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ โดยยานสำรวจ Griffine Lander และรถหุ่นยนต์สำรวจ Viper Roverโครงการลูนาร์ โค้ดเอกซ์ (Lunar Codex) ใช้เทคโนโลยีเก็บข้อมูล 2 รูปแบบ รูปแบบแรกมีลักษณะเป็นแผ่นดิสก์ฟอยล์ที่เรียกว่าเทคโนโลยีนิกเกิลนาโนฟิช (NanoFiche) การจัดเก็บข้อมูลวิธีการนี้มีจุดเด่นที่สามารถเก็บข้อมูลจำนวนมากในแผ่นฟิล์มไมโครโฟโต้ที่ถูกปกป้องไว้เป็นพิเศษจากอุณหภูมิสุดขั้ว ความร้อนสูงสลับกับหนาวเย็นบนดวงจันทร์ ข้อมูลที่ถูกบันทึกมีความละเอียด 20,000 จุดต่อตารางนิ้ว มนุษย์ที่เดินทางไปดวงจันทร์ในอนาคตสามารถเปิดดูข้อมูลและศึกษาข้อมูลเหล่านั้นได้โดยการขยายข้อมูลภาพ นักวิทยาศาสตร์คาดว่าข้อมูลจะถูกเก็บไว้บนดวงจันทร์เป็นเวลาหลายแสนปีหรืออาจนานกว่านั้นก็เป็นไปได้ส่วนอีกรูปแบบใช้วิธีการเก็บข้อมูลเป็นไฟล์ดิจิทัลบนการ์ดหน่วยความจำขนาดเล็ก ซึ่งถูกติดตั้งเกราะป้องกันรังสีและอุณหภูมิมีลักษณะใกล้เคียงกับการ์ดหน่วยความจำที่ใช้ในยานอวกาศโอไรออน (Orion) ของนาซา ในภารกิจ Artemis 1 การเก็บไฟล์ดิจิทัล มีจุดเด่นตรงที่สามารถเก็บข้อมูลได้มหาศาลโดยใช้ชิ้นส่วนขนาดเล็ก แต่อาจมีกระบวนการในการเปิดดูข้อมูลที่ซับซ้อนมากกว่าความปลอดภัยของข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญที่สุดทีมงานนักวิทยาศาสตร์ในโครงการลูนาร์ โค้ดเอกซ์ (Lunar Codex) จึงได้ติดตั้งระบบสำรองโดยการสำเนาไฟล์ข้อมูลเอาไว้หลายชุดเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นโดยคอลเลกชันแคปซูลแต่ละชุดจะถูกจัดเก็บไว้ใน MoonBox ที่ถูกเชื่อมต่อเข้ากับยานอวกาศลงจอดบนดวงจันทร์ โดยไม่รบกวนการทำภารกิจอื่น ๆ ของยานอวกาศที่มาของข้อมูล Designboom, Nasa

วังเทพทาโร ที่เที่ยวตรัง ชมงานศิลปะจาก ต้นเทพทาโร พันธุ์ไม้ในถิ่นใต้
Read

วังเทพทาโร ที่เที่ยวตรัง ชมงานศิลปะจาก ต้นเทพทาโร พันธุ์ไม้ในถิ่นใต้

มาเที่ยว ตรัง แบบที่ว่าสถานที่ไหนๆ จะต้องไม่มีแน่นอน นั่นก็คือ วังเทพทาโร แค่ชื่อก็แปลกแล้วใช่ไหมคะ เพราะที่นี่มีความพิเศษไม่เหมือนที่อื่นนั่นเอง เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยงานศิลป์จาก ต้นเทพทาโร อ่าๆ ถ้าอยากรู้ ตามเรามาดูได้เลย บอกเลยว่างดงามหาชมได้ยากจริงๆ น้า 22 ที่เที่ยวตรัง เกาะสวย ที่เที่ยวในเมืองตรัง ลองไปสักครั้ง รับรองฟิน icosha / Shutterstock.com ที่เที่ยวตรัง วังเทพทาโร แหล่งชมงานศิลป์จากไม้หายาก คลิกรับส่วนลดที่พักในเครือ ดุสิตธานี ได้ที่นี่ ที่มา ของ วังเทพทาโร วังเทพทาโร อยู่บนพื้นที่ ตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ภายในมีเนื้อที่กว่า 25 ไร่ ซึ่งก่อตั้งโดย นายจรูญ แก้วละเอียด ศิลปินพื้นบ้านนั่นเองค่ะ เพื่อให้สถานที่นี้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร และปลูกต้นเทพทาโรซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ท้องถิ่นหายากในภาคใต้ โดยเทพทาโรนั้นจะเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ ภาคใต้เรียกกันว่า จวง หรือ จวงหอม เป็นไม้มงคลที่สามารถนำมาใช้ทำประโยชน์ได้หลายส่วนด้วยกันค่ะ icosha / Shutterstock.com ไม่ว่าจะเป็น ใบ เปลือก ราก ใช้ได้ทั้งนั้นเลย อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมคล้ายการบูร สามารถนำมาใช้ปรุงอาหารและทำยาได้ ส่วนภายใน วังเทพทาโร นั้น จะมีการตกแต่งรอบๆ โดยการนำไม้เทพทาโรมาดัดแปลงเป็นมังกรขนาดเล็กและใหญ่ รวมแล้วจำนวนกว่า 89 ตัว นอกจากนี้มีฐานเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การทำธูปหอมเทพทาโรและจำหน่ายของที่ระลึก ผลิตภัณฑ์โอท็อปจากไม้เทพทาโร icosha / Shutterstock.com จริงๆ แล้วเมื่อก่อนนั้นบริเวณนี้จะมีไม้เทพทาโรเป็นแสนๆ ต้นด้วยกัน ซึ่งชาวบ้านก็ต้องการโค่นทิ้งเพื่อที่จะมาปลูกยางพารานั่นเอง ทำให้ภรรยาของคุณจรูญนั้น แนะนำคุณจรูญว่าให้ลองทำเป็นมังกรดู พอได้ทำก็เลยเกิดไอเดียขึ้นมา นำที่ดิน 25 ไร่ สร้างเป็น วังเทพทาโร ขึ้นมาค่ะ icosha / Shutterstock.com โดยสาเหตุที่ทำรูปมังกรก็คือ มังกรเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ ซึ่งถ้าใครได้มาก็ต้องมาลอดท้องมังกรเก้าช่องกัน เพื่อความเป็นสิริมงคลนั่นเอง นอกจากนี้ยังมี พญามังกรเก้ามงคล มังกรไพรภักดี เป็นต้น ใครชอบชมงานศิลป์สวยๆ ที่หาชมได้ยากมากๆ แบบนี้ ต้องรีบมาเลยค่า บอกเลยว่าของจริงสวยอลังการแน่นอน ข้อมูล วังเทพทาโร ตรัง ที่อยู่ : 33/1 หมู่ 5 ตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง พิกัด : https://goo.gl/maps/YrTKp5t7eEExD1vz9 เปิดให้เข้าชม : 08.00-18.00 น. โทร : - เว็บไซต์ : -

ช่างฝีมือจีนพลิกโฉม 'ไม้แมลงแทะ' สู่ผลงานศิลปะ
Read

ช่างฝีมือจีนพลิกโฉม 'ไม้แมลงแทะ' สู่ผลงานศิลปะ

16 พ.ค. (ซินหัว) -- เฉินหย่งซุ่น ช่างฝีมือชาวจีนในเมืองเหิงสุ่ย มณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน ได้สร้างสรรค์งานไม้แกะสลักที่มีลวดลายจากแมลงกัดแทะกว่า 400 ชิ้น โดยเฉินเชื่อว่าลวดลายซับซ้อนเหล่านี้มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์และเป็นธรรมชาติ "แมลงกัดแทะต้นไม้สามารถสร้างปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ 3 รูปแบบ ได้แก่ ลวดลายจากแมลง รูหนอน และปุ่มต้นไม้ ซึ่งล้วนเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนความสวยงามของธรรมชาติ" เฉินกล่าว โดยศิลปะนี้อยู่ในบัญชีมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ระดับเมืองเหิงสุ่ย ปี 2019 เฉินเสริมว่าเขาจะพยายามเผยแพร่ศิลปะอันมีเอกลักษณ์นี้สู่ผู้คนเพิ่มขึ้น และส่งเสริมการพัฒนาศิลปะนี้ต่อไป

Glaze โปรเจ็คมหาลัยเครื่องมือป้องกันการทำซ้ำชิ้นงานศิลปะจาก AI
Read

Glaze โปรเจ็คมหาลัยเครื่องมือป้องกันการทำซ้ำชิ้นงานศิลปะจาก AI

โปรเจ็คมหาวิทยาลัยชิคาโกได้ปล่อยเครื่องมือ Glaze สำหรับศิลปินสร้างสรรค์ผลงานโดยเฉพาะเพื่อป้องกัน AI นำผลงานไปสร้างซ้ำด้วยเทคนิคป้องกันขั้นสูงที่มีชื่อว่า การปิดบัง (Cloaking) Glaze เป็นโครงการวิจัยระดับเชิงวิชาการของมหาวิทยาลัยชิคาโกที่เปิดให้โหลดใช้งานได้ฟรี โดยเครื่องมือนี้จะมาช่วยปกป้องผลงานของศิลปินผู้สร้างไม่ให้ถูกนำไปเรียนรู้ และเลียนแบบโดยโมเดลทางศิลปะเช่น MidJourney, Stable Diffusion และอื่น ๆ ซึ่งเครื่องมือนี้ได้มีความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยชิคาโก และศิลปินมืออาชีพมากกว่า 1,100 คนที่มาช่วยประเมินเครื่องมือ วิธีการทำงานของ Glaze คือจะมีการเพิ่มรายละเอียด หรือลายน้ำลงไปในผลงานแบบที่ตาของมนุษย์แทบจะมองไม่เห็น และไม่ทำให้ภาพต้นฉบับมีความเสียหายหรือผิดเพี้ยนไปจากเดิม ผลที่ได้คือ เมื่อนำผลงานที่ผ่านเครื่องมือ Glaze ที่มีการทำลายน้ำโพสต์ลงไปในอินเทอร์เน็ต โมเดล Stable Diffusion จะไม่สามารถเรียนรู้สไตล์ของการวาดภาพดังกล่าวได้เลยจะมีการตีความสไตล์ของงานศิลปะไปอีกแนวหนึ่ง ด้วยสิ่งนี้จะมาช่วยปกป้องผลงานของศิลปินไม่ให้โดนทำซ้ำได้ ตัวอย่างของการทำงานของเครื่องมือ Glaze ตัวอย่างของการทำงานของเครื่องมือ Glaze เมื่อนำผลงานศิลปะของคาร์ลา (Karla) สไตล์แวนโก๊ะที่ผ่านการทำลายน้ำของเครื่องมือ Glaze ลงไปในอินเทอร์เน็ต โมเดล Stable Diffusion ต้องการจะเรียนรู้สไลต์ภาพของคาร์ลา แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือโมเดล Stable Diffusion จะสร้างผลงานศิลปะที่ไม่เหมือนกับสไตล์รูปภาพของคาร์ลา และมีความผิดเพี้ยนสุด ๆ ตามภาพตัวอย่าง สำหรับศิลปิน หรือผู้สร้างผลงานศิลปะท่านใดที่สนใจอยากจะดาวน์โหลด Glaze มาใช้งานกับผลงานของตัวเอง เครื่องมือ Glaze รองรับทั้งในระบบปฏิบัติการ Windows, macOS (Intel) และ macOS (Apple Silicon) ดาวน์โหลดได้ที่นี่ ที่มา : Techcrunch และ Glaze

ตามรอย 5 ภาพวาดดัง 5 พิพิธภัณฑ์ งานศิลปะชิ้นเอกของโลก
Read

ตามรอย 5 ภาพวาดดัง 5 พิพิธภัณฑ์ งานศิลปะชิ้นเอกของโลก

สายมิวเซียม คนรักการไป เที่ยวพิพิธภัณฑ์ และเสพงานศิลปะ เราขอแนะนำ พิพิธภัณฑ์ ที่เป็น Bucket List ที่ต้องไปให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต พร้อมกับการไปชื่นชม ผลงานศิลปะชิ้นเอกของโลก ตามรอยจิตรกรดัง กับ 5 ภาพวาดดัง 5 พิพิธภัณฑ์ ชื่อดังของโลก กันค่ะ มีที่ไหนบ้างตามมาดูกันได้เลย Grzegorz Czapski / Shutterstock.com ภาพวาดดัง ผลงานศิลปะชิ้นเอกของโลกที่เที่ยวพิพิธภัณฑ์ดังต่างประเทศ 1. ภาพวาด Mona Lisa โดย Leonardo da Vinciพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ฝรั่งเศส Kanuman / Shutterstock.com ถ้าพูดถึงภาพวาดชื่อดังที่คนทั่วโลกต่างก็ต้องรู้จัก เราต้องขอยกให้ ภาพวาดของหญิงสาวผู้มีรอยยิ้มปริศนา Mona Lisa เป็นหนึ่งในภาพวาดที่ทุกคนต้องอยากไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งหนึ่ง Resul Muslu / Shutterstock.com โดยภาพวาดนี้เป็นผลงานของ เลโอนาร์โด ดาวินชี (Leonardo da Vinci) ศิลปินชื่อดังชาวอิตาลีแห่ง ยุคเรเนซองส์ (Renaissance) นั่นเองค่ะ ซึ่งตั้งอยู่ใน พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum) พิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดของโลก เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงงานศิลปะต่างๆ มากมาย และเป็นอีกหนึ่งในหมุดหมายของผู้ที่ชื่นชอบในการเที่ยวพิพิธภัณฑ์ พิกัด : https://goo.gl/maps/3HZfLSTWS32U7g1g6 ================= 2. Starry Night โดย Vincent van Goghพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย หรือ MOMA นิวยอร์ค Bumble Dee / Shutterstock.com ต่อมากับอีกหนึ่งภาพวาดดังที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก Starry Night ภาพโด่งดังที่สุดของ Vincent van Gogh ศิลปินชาวดัตช์ ซึ่งถูกวาดขึ้นในปี ค.ศ.1889 โดยในปัจจุบันถูกจัดแสดงอยู่ที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ (The Museum of Modern Art) หรือ MOMA ที่นครนิวยอร์ค ค่ะ littlenySTOCK / Shutterstock.com พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ The Museum of Modern Art (MoMA) แห่งนี้ เป็นแหล่งรวมนิทรรศการงานศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยที่ดีที่สุดในโลก และยังรวบรวมผลงานชิ้นเอกของศิลปินชื่อดังหลายๆ คนไว้ มีผลงานศิลปะให้ได้เข้าชมกว่า 150,000 ชิ้นเลยทีเดียว ทั้ง ภาพวาด ประติมากรรม ภาพถ่าย ภาพพิมพ์ และอื่นๆ พิกัด : https://goo.gl/maps/N6PbCZvPoJcmbkpG9 ================= 3. The Birth of Venus โดย Sandro Botticelliหอศิลป์อุฟฟีซี อิตาลี Hunter Bliss Images / Shutterstock.com หอศิลป์อุฟฟีซี (The Uffizi Gallery) เมืองฟลอเรนซ์ (Florence) ประเทศอิตาลี เป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกค่ะ และเป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่หลายคนอยากมาสักครั้งในชีวิต เพราะเป็นที่รวบรวมผลงานศิลปะหลายๆ แขนง ของ ตระกูลเมดิชี (Medici) ตระกูลที่มีอิทธิพลทางการเมืองของฟลอเรนซ์ในช่วงศตวรรษที่ 13 ถึงศตวรรษที่ 17 ทำให้ที่นี่จะมีการจัดแสดงงานศิลปะจากตระกูลช่างฟลอเรนทีน และเรเนซองส์เป็นส่วนใหญ่เลยค่ะ สำหรับภาพวาดดังที่ต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งก็คือ The Birth of Venus โดย Sandro Botticelli จิตรกรสมัยเรอเนซองส์ ชาวอิตาลี ซึ่งรายละเอียดของภาพเป็นฉากการกำเนิดของเทพีวีนัส ยืนเปลือยเปล่าอยู่ในเปลือกหอยเชลล์ขนาดยักษ์ พิกัด : https://goo.gl/maps/Tms96R9CEWnzZyeM8 ================= 4. The Water-Lily Pond โดย Claude Monetพิพิธภัณฑ์ออร์แซ ฝรั่งเศส Bumble Dee / Shutterstock.com ไม่มีใครที่ไม่รู้จักศิลปินดังอย่าง Monet ที่ได้สร้างผลงานศิลปะมากมายออกมาให้โลกได้เห็น และหนึ่งในผลงานของเขาที่เราจะพาไปดูกันก็คือ The Water-Lily Pond ค่ะ ที่ได้ถ่ายทอดบรรยากาศสวนหลังบ้านของเขาท่ามกลางธรรมชาติและบ่อบัวที่มีสะพานพาดผ่าน เป็นภาพที่สวยงาม และชวนให้คิดถึงบ้านมากๆ และแน่นอนว่าในทุกวันนี้เราก็ยังสามารถไปชมบ่อบัวที่บ้านของ Monet ในเมือง Giverny ประเทศฝรั่งเศสได้อีกด้วย Gilmanshin / Shutterstock.com สำหรับภาพวาดชื่อดังชิ้นนี้ ตั้งอยู่ที่ พิพิธภัณฑ์ออร์แซ (Muse d'Orsay) กรุงปารีส (Paris) ประเทศฝรั่งเศส นั่นเองค่ะ โดยที่นี่ได้รับการปรับปรุงใหม่จากสถานีรถไฟออร์แซให้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีสถาปัตยกรรม โครงสร้างของตัวอาคารที่โดดเด่นมากๆ และเป็นที่รวบรวมผลงานศิลปะฝรั่งเศสที่สร้างระหว่างปี ค.ศ.1848-1915 เอาไว้ โดยที่นี่ยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ และเป็นอันดับที่ 10 ของโลกอีกด้วย พิกัด : https://goo.gl/maps/nqPCnoWTfRAMtFLo6 ================= 5. The Night Watch โดย Rembrandtพิพิธภัณฑ์แห่งชาติอัมสเตอร์ดัม Alexander Tolstykh / Shutterstock.com The Night Watch ภาพวาดที่บอกเล่าเรื่องราวของเหล่าอาสาสมัครพลเรือนชาวดัตช์ ที่มารวมพลกันก่อนจะออกปฏิบัติหน้าที่เฝ้าเวรตอนกลางคืน โดย Rembrandt จิตรกรชาวดัตช์ ผู้มีชื่อเสียง โดยผลงานศิลปะชิ้นนี้เป็นผลงานที่ชิ้นใหญ่และมีความสำคัญมากๆ ของเขา และในปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอัมสเตอร์ดัม (Rijksmuseum) ค่ะ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเนเธอร์แลนด์ (Rijksmuseum) เป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ ที่มีอายุกว่า 200 ปีค่ะ ตั้งอยู่ในกรุงอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) เนเธอร์แลนด์ ค่ะ เป็นอีกที่ใน Bucket List ที่คนรักมิวเซียมต้องไม่พลาดไปเช้กอินค่ะ ที่นี่จัดแสดงงานศิลปะ วัตถุโบราณเก่าเเก่ทรงคุณค่าเอาไว้เป็นจำนวนมากเลยทีเดียว พิกัด : https://goo.gl/maps/wv7E8ipYdyeASLnw6 =================

Toyota ยอ Tesla Model Y คือ ‘งานศิลปะ’ พร้อมทบทวนแผน EV ระยะยาว 20 ปี
Read

Toyota ยอ Tesla Model Y คือ ‘งานศิลปะ’ พร้อมทบทวนแผน EV ระยะยาว 20 ปี

หลังจาก Toyota ได้มีการเปลี่ยนหัวเรือคนใหม่จากอากิโอะ โตโยดะ (Akio Toyoda) ที่ดำรงตำแหน่ง CEO มานานกว่า 14 ปีมาสู่มือของโคจิ เซโตะ (Koji Sato) ผู้ผลักดันเรื่องพลังงานไฟฟ้าหรือ EV อย่างมาก หลังจาก Toyota โดนสื่อตำหนิเรื่องการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าช้ากว่ารถค่ายอื่น อย่างไรก็ตามแผนกลยุทธ์ EV ของ Toyota ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นไวนัก แต่อาจจะนานถึง 20 ปีเลยทีเดียว เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่า ผู้บริหารระดับสูงหลายคนไม่พอใจกับแพลตฟอร์ม e-TNGA ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าเดิมของ Toyota เช่น Toyota bZ4X และ Lexus RZ รวมถึง bZ3 (Toyota ร่วมผลิตกับ BYD) ในประเทศจีน Tesla Giga Press ทั้งนี้มีรายงานว่าวิศวกรของ Toyota ได้ทำการแยกชิ้นส่วนของ Tesla Model Y เพื่อศึกษาคู่แข่ง สิ่งที่วิศวกรค้นพบคือเทคนิคการผลิต ที่พูดได้ว่าเป็นนวัตกรรมของวงการยานยนต์ก็ว่าได้ ถึงขั้นยกให้ Tesla Model Y เป็นดั่ง ‘งานศิลปะ’ โดยเฉพาะ Tesla Giga Press เครื่องหล่อปั้มตัวถังที่ครบวงจรที่สุดในโลก มีกำลังผลิตมากกว่า 1,000 คันต่อวัน ซึ่งใช้ผลิตตัวถังเป็นวัสดุชิ้นใหญ่ไม่กี่ชิ้นของ Tesla จึงช่วยประหยัดน้ำหนักของตัวรถไปได้มากกว่า 90 กิโลกรัมเลยทีเดียว ในขณะที่แพลตฟอร์ม e-TNGA ของ Toyota เต็มไปด้วยชิ้นส่วนยิบย่อยจำนวนมาก รวมถึงยังไม่ได้ออกแบบมาเพื่อบรรจุแบตเตอรี่หลากหลายขนาด รวมถึงข้อเท็จจริงที่ว่า แพลตฟอร์ม e-TNGA ออกแบบมาเพื่อรถยนต์เบนซินและรถไฮบริดตั้งแต่ปี 2015 จึงมองว่าเป็นสิ่งที่ล้าสมัยไปแล้ว ทั้งนี้หลังจากที่คุณซาโตะเข้ามาได้สั่งหยุดพัฒนายานยนต์ที่ใช้แพลตฟอร์ม e-TNGA ทันที และหันไปพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะต่อไป Toyota เองได้รับประสบการณ์มากมายจากการร่วมทุนกับบริษัท BYD ของประเทศจีน ซึ่งมาจากการร่วมพัฒนาโมเดล bZ3 ในประเทศจีนนั่นเอง นอกจากนี้ Toyota ยังมีศูนย์วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการผลิตรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์โดยเฉพาะ ไปจนถึงแผนพัฒนาโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในรัฐเคนตักกี้ภายในปี 2025 นั่นเอง Toyota เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ใหญ่ครั้งนี้ว่า “หาก BYD ทดสอบอายุแบตเตอรี่ของพวกเขาได้ถึง 100,000 กิโลเมตร เราจะทดสอบแบตเตอรี่ของเราถึง 200,000 กิโลเมตรเช่นกัน” และตอกย้ำถึงแผนระยะยาว ไม่ใช่แค่ 5 ปีแต่มองไปถึง 20 ปีข้างหน้า เพื่อพัฒนาแบตเตอรี่ให้เพียงพอกับความต้องการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในวันนั้น และสามารถใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าจาก Toyota ได้อย่างเต็มรูปแบบ อ้างอิง

เทคโนโลยีสร้างสรรค์งานศิลปะ I TNN Tech Reports Weekly
Read

เทคโนโลยีสร้างสรรค์งานศิลปะ I TNN Tech Reports Weekly

ปัจจุบัน นอกจากเทคโนโลยีจะเข้ามาเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของคนในยุคดิจิทัลได้อย่างกลมกลืนแล้ว ยังมีส่วนในการสร้างสรรค์และยกระดับวงการศิลปะได้อย่างลงตัวอีกด้วย โดยเราจะเห็นได้จาก การซื้อขายภาพวาดที่อยู่ในรูปแบบของ NFT หรือ สินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่สามารถทำซ้ำหรือทดแทนกันได้ เช่น ชุดภาพ ลิงหน้าเบื่อหรือ Bored Ape ที่มีชื่อเสียงในระดับโลก เป็นต้นAI สร้างภาพ...นอกจากการนำภาพวาดไปอยู่ในรูปแบบดิจิทัลแล้ว เราจะเห็นตัวอย่างการนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือสร้างสรรค์งานศิลปะอื่น ๆ อย่างเช่น DALL-E2 โปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่สามารถสร้างภาพสุดล้ำ จากการเขียนคำบรรยาย โดยเมื่อเราใส่คำบรรยายดังกล่าวลงไปแล้ว AI จะสร้างภาพ จากคำอธฺิบายนั้นออกมาหรือ Midjourneyปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถสร้างสรรค์ภาพเหนือจินตนาการได้ โดยที่การทำงานจะคล้ายกันกับ DALL-E2 คือการใช้คีย์เวิร์ดหรือคำสำคัญในการสร้างภาพ แต่จะต่างก็ตรงที่ลายเส้นและสไตล์ภาพเท่านั้น โดย Midjourney สามารถที่จะปรับความคมชัด ขนาดรูป และสร้างภาพ 3D ออกมาได้ ซึ่งความเจ๋งของ Midjourney ก็ทำให้นิตยสารจากเกาะอังกฤษอย่าง The Economist ตีพิมม์ภาพจากตัว AI มาวางจำหน่ายในฉบับมิถุนายน ปี 2022AI จะเข้ามาแย่งงานมนุษย์หรือไม่ ?ชวลิต แก้วมณี, Head of Character Animation ของ The Monk Studio กล่าวว่า :ก็ได้ไปลองมาแล้วเหมือนกัน ซึ่งก็ตื่นเต้นนะ ส่วนตัวผมมองว่าพวกนี้เป็นเทคโนโลยีโปรแกรมที่มาช่วยในเรื่องของการทำงาน ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราต้องไปขอให้เพื่อนวาดให้หน่อย หรือว่าต้องใช้แผนกอาร์ตประมาณ 3 - 4 คน และใช้เวลาอีกเล็กน้อยในการวาดมันออกมาแต่พอมีโปรแกรมอะไรพวกนี้ ผมรู้สึกว่ามันง่ายขึ้น ใครก็สามารถวาดภาพได้แล้วคราวนี้ ใครก็สามารถพิมพ์คีย์เวิร์ด เพื่อสร้างรูปออกมาได้ ซึ่งผมว่าช่วยให้ทุกคนสามารถที่จะเอาไอเดีย ที่อยู่ในหัวออกมาเป็นรูปได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ดี มันก็ยังต้องอาศัยอาร์ติสท์ ที่ต้องเข้าไปทำอะไรต่อยอดจากตรงนั้นอยู่ดี มาทำความรู้จักกับเทคโนโลยีการทำ Animation กันAnimation คือการเล่าเรื่องผ่านภาพเคลื่อนไหว โดยเราใช้ศิลปะแล้วก็เทคโนโลยีมาผสมกัน ทำให้ขอบเขตของจินตนาการไปไกลจนถึงขั้นไร้ขอบเขต หลัก ๆ แล้วแอนิเมชันแบ่งได้ทั้งหมด 2 รูปแบบ คือ1. แอนิเมชันแบบ 2มิติ (2D) : ภาพที่ออกมาจะเห็นได้ในแนวกว้างและยาว เช่น ภาพยนตร์ขวัญใจเด็ก เรื่อง Lion King2. แอนิเมชันแบบ 3 มิติ (3D) :จะมีความเหมือนจริงมากกว่า คนดูจะมองเห็นได้ ทั้งแนวกว้าง ยาว และแนวลึก เช่น ภาพยนตร์ เรื่อง Frozen โดยกว่าจะออกมาเป็นผลงานแอนิเมชันสักเรื่อง มันต้องผ่านขั้นตอนที่หลากหลายทีเดียว ยิ่งถ้าเป็นสมัยก่อน ยิ่งต้องใช้เวลาที่นาน เพราะต้องเริ่มต้นด้วยการวาดภาพลงในกระดาษจำนวนหลายแผ่น นำมาเรียงต่อกัน จนเกิดเป็นภาพเคลื่อนไหว แต่ในปัจจุบันนี้นั้นง่ายขึ้น เนื่องจากมีเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ช่วยให้ประหยัดแรงงาน ประหยัดเวลา รวมถึงประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้นส่วนขั้นตอนการสร้างผลงานแอนิเมชัน 1 เรื่อง จะมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้- เริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจกับบทภาพยนตร์ ระหว่างผู้ผลิตทุกฝ่าย- ออกแบบตัวละคร อุปกรณ์ประกอบฉาก สถานที่ รวมถึงแสง สีที่จะปรากฏในชิ้นงาน- จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการวาดภาพ โดยจะต้องแปลงบทตัวหนังสือมาเป็นภาพวาด ที่มีเนื้อหาและเรื่องราวครบถ้วน หากเป็นแอนิเมชัน 2 มิติ ภาพวาดจะถูกส่งต่อไปเพื่อทำให้เกิดการเคลื่อนไหว หากเป็นแอนิเมชัน 3 มิติ จะต้องผ่านโปรแกรมการออกแบบเพื่อให้เกิดความสมจริงนที คูณจตุรภัทร, Lead IT Engineerของ The Monk Studio กล่าวว่า :เดี๋ยวนี้คือ เรามีโปรแกรมทุกอย่างสามารถให้ตัวโปรแกรม สามารถจัดการของมันเองได้ เราสามารถคีย์ตรงนี้ได้ ว่าโอเคเราอยากให้ขยับอย่างนี้ เราคีย์ปึ๊บอ่ะมันขยับตามการพัฒนาคนเพื่อใช้เทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพ ?หากมีเทคโนโลยี แต่ไม่มีคนที่มีทักษะด้านการสร้างสรรค์ ผลงานแอนิชันก็อาจจะไม่เกิด ดังนั้น สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การพัฒนาเทคโนโลยี คือการพัฒนาคนให้มีทักษะและฝีมือ โดยเฉพาะนักพัฒนาชิ้นงาน 3 มิติ หรือ 3D Developer เพื่อใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการสร้างผลงานแอนิเมชันขณะที่หนึ่งในบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านแอนิเมชันสัญชาติไทยที่ก่อตั้งมาเกือบ 20 ปี และสามารถคว้ารางวัลระดับโลกมาแล้ว อย่าง The Monk Studio ก็เป็นหนึ่งองค์กรที่มองเห็นศักยภาพเด็กไทย และพยายามผลักดันให้เกิดการพัฒนาบุคลากรในแวดวงแอนิเมชัน ด้วยการบรรยายให้ความรู้ตามสถานศึกษาโดยแอนิเมชันไทยถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง โดยข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลหรือ ดีป้า ระบุว่าในปี 2563 อุตสาหกรรมแอนิเมชันไทย มีมูลค่ามากกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งหากมีการพัฒนาส่งเสริมบุคลากรในประเทศให้เกิดความเชี่ยวชาญ ก็อาจมีส่วนช่วยผลักดันอุตสาหกรรมนี้ให้เติบโตทำให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งสร้างสรรค์งานศิลปะจากเทคโนโลยี และมีขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศได้มากกว่าเดิม

รวมไอเดียงานศิลปะเด็กง่ายๆ งานประดิษฐ์สนุกๆ  เสริมทักษะลูก เพิ่มกิจกรรมครอบครัว
Read

รวมไอเดียงานศิลปะเด็กง่ายๆ งานประดิษฐ์สนุกๆ เสริมทักษะลูก เพิ่มกิจกรรมครอบครัว

งานศิลปะเด็ก หรืองานประดิษฐ์เด็ก เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยเสริมทักษะต่างๆ ของลูกทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็ก ทักษะการมองเห็น หรือแม้กระทั่งการนับเลข กิจกรรมเหล่านี้ยังช่วยเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว และเสริมสร้างจินตนาการของลูกน้อยอีกด้วยค่ะ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่ถนัดงานศิลปะอย่ากังวลค่ะ เพราะวันนี้ TrueID Women ได้รวบรวมไอเดีย งานศิลปะเด็กง่ายๆ งานประดิษฐ์สนุกๆ มาให้แล้วค่า ทั้งนี้ขั้นตอนการทำที่ต้องใช้ของมีคมควรอยู่ในการดูแลของผู้ดูแล หรือให้ผู้ช่วยในบางขั้นตอนได้ค่ะ รวมไอเดียงานศิลปะเด็กง่ายๆ งานประดิษฐ์สนุกๆ เสริมทักษะลูก ไดโนเสาร์ตาหวาน อุปกรณ์ ขวดแก้วทรงเตี้ยที่ไม่ใช้แล้ว กระดาษโปสเตอร์สีเขียว สีชมพู ลูกตาตุ๊กตา กาวลาเท็กซ์ ฟองน้ำ วิธีทำ นำแก้วที่ล้างสะอาดแล้ว มาเพนท์สีด้วยการใช้ฟองน้ำแปะสีให้ทั่งแก้ว พักไว้ให้แห้ง ตัดกระดาษสีเขียวในช่วงของหัว หาง และเท้า ตัดกระดาษสีชมพูเป็นรูปสามเหลี่ยม นำกระดาษสีชมพูติดรอบนอกของของไดโนเสาร์ ติดกระดาษตกแต่งรวมถึงเล็บ แปะลูกตาเติมจมูกและปาก จากนั้นนำมาประกอบกับขวดแก้วในข้อ 1 ลูกเจี๊ยบหวานจ๋อย อุปกรณ์ ไม้ไอศกรีม กระดาษแข็ง กระดาษโปสเตอร์สีเหลือ สีส้ม กาวลาเท็กซ์ สีเมจิก วิธีทำ นำกระดาษแข็งมาวาดเป็นรูปไข่ ขนาดเท่ากัน 2 ชิ้น นำ 1ชิ้นมาระบายสีด้วยสีเมจิแล้วตัดซิกแซก นำกระดาษสีเหลืองมาตัดเป็นตัวและปีกลูกเจี๊ยบ ให้ขนาดไม่เกินเปลือกไข่ที่ทำไว้ ตกแต่งหน้าตาลูกเจี๊ยบให้น่ารัก นำลูกเจี๊ยบมาแปะกับไม้ไอศกรีม จากนั้นนำเปลือกไข่ชิ้นด้านล่างมาติดกับกระดาษที่เป็นพื้น เว้นขอบส่วนกลางไว้สอดไม้ไอศกรีม นำลูกเจี๊ยบในข้อ 3 มาใส่ดึงให้ลูกเจี๊ยบอยู่สุดเปลือกไข่ นำเปลือกไข่ส่วนบนชิ้นที่เหลือติดบนหัวลูกเจี๊ยบ ผีเสื้อนุ่มนิ่ม อุปกรณ์ ผ้าสักหลาดสีที่ชอบ ปืนกาว ลูกตาตุ๊กตา เลื่อมหลากสี สีระบายภาพ วิธีทำ นำผ้าสักหลาดมาตัดเป็นตัวผีเสื้อ 1 ชิ้น กรีดด้านข้างลำตัวสองช่องเพื่อเป็นช่องสอดปีกผีเสื้อ นำผ้าสักหลาดอีกผืนมาตัดเป็นปีกผีเสื้อแล้วนำมาสอดเข้าไปที่ตัวผีเสื้อในข้อ 1 ตกแต่งตาและปีกผีเสื้อตามชอบ ผีเสื้อตาโต อุปกรณ์ จานกระดาษ กระดาษโปสเตอร์สี ลูกตาตุ๊กตา สีโปสเตอร์ ปากกาเมจิก พู่กัน กาวลาเท็กซ์ วิธีทำ นำจานกระดาษมาลงสีเป็นสนามหญ้า ท้องฟ้า และดอกไม้ตามชอบ นำกระดาษโปสเตอร์สีมาพับครึ่งวาดปีกผีเสื้อ 1 ปีก ตัดตามรอย วาดลวดลายบนปีกผีเสื้อตามชอบ นำกระดาษสีส่วนที่ต้องการทำเป็นตัว มาตัดเป็นวงกลมจำนวน 5 ชิ้น นำมาแปะเรียงลงบนจาน นำปีกผีเสื้อในข้อ 2 มาติดตรงของตัวผีเสื้อ ตกแต่งตาผีเสื้อวาดปากผีเสื้อ ปลาน้อยดุ๊กดิ๊ก อุปกรณ์ ลังไข่ไก่แบบกระดาษ สีโปสเตอร์ ลูกตาตุ๊กตา เชือกป่าน กระดาษฟอยล์ วิธีทำ ตัดกระดาษลังไข่ออกตามช่อง แบ่งออกเป็น 4 ชิ้น นำสีโปสเตอร์มาระบายให้ทั่วกระดาษลังไข่ที่ตัดออกมาพักไว้ให้แห้ง เจาะรูกระดาษลังไข่ที่ลงสีไว้ขนาดรูให้สามารถร้อยเชือกฟางได้ นำกระดาษฟอยล์มาตัดเป็นหาง 2 ชิ้นติดกาวตรงส่วนขอบโดยเปิดปลายหางปลาไว้ มัดปมเชือกฟางไว้ 1 ข้างร้อยเข้าไปที่หางปลา จากนั้นร้อยกระดาษลังไข่ตามไป นำเชือกฟางมามัดกับกิ่งไม้ ตกแต่งหัวปลาด้วยลูกตาตุ๊กตา แมงกะพรุนบุ๋งๆ อุปกรณ์ จานกระดาษแบบขอบหยัก สีโปสเตอร์ กาวลาเท็กซ์ กระดาษแก้วสี แผ่นพลาสติกใส ปากกาไวท์บอร์ดแบบกันน้ำ วิธีทำ นำจานกระดาษมาลงสีให้ทั่ว ตัดขอบจานออกมาเป็นเส้นๆ ตัดแต่งขอบให้เป็นคลื่นๆ ตามชอบ ส่วนกลางของจานวาดให้เป็นตัวแมงกะพรุน เริ่มจากการวาดครึ่งวงกลมส่วนที่เป็นตัดตรงตัดแต่งให้เป็นคลื่นแล้วตัดเจาะช่องตรงกลางตัวแมงกะพรุน นำแผ่นพลาสติกใสมาแปะ ตรงตัวแมงกะพรุนที่ทำไว้ในข้อที่ 3 วาดดวงตา ตกแต่งด้วยกระดาษแก้วสี แปะสายแมงกะพรุนที่ตัดมาจากขอบจาน เกล็ดหิมะหลากสี อุปกรณ์ กระดาษโปสเตอร์สีดำ กาวลาเท็กซ์ กระดาษว่าวหลากสีตัดเป็นชิ้นเล็กๆ วิธีทำ ตัดกระดาษเป็นวงกม จากนั้นวาดสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมตามชอบลงไป กระดาษว่าวหลากสีมาแปะปิดตามช่องที่เจาะไว้ พอกาวแห้งนำเกล็ดหิมะที่ได้มาส่งกับแสงแดดจะได้ภาพที่ส่วยงาม สามารถนำไปแต่งตกแต่งหน้าต่างกระจกได้ค่ะ พิซซ่าตามสั่ง อุปกรณ์ กระดาษลัง กระดาษแข็ง สีโปสเตอร์ กาวลาเท็กซ์ วิธีทำ 1.นำกระดาษลังมาตัดเป็นทรงกลมส่วนนี้จะเป็นถาดพิซซ่า เจาะตรงกลางเว้นขอบให้มี ความหนา กระดาษแข็งมาระบายสีเป็นแป้งพิสซ่าและชีสแล้วนำมาแปะกับกระดาษที่ทำไว้ในข้อ 1 จากนั้นพลิกด้านขึ้นมา นำกระดาษแข็งชิ้นที่เหลือมาวาดเป็นส่วนผสมในพิซซ่า เช่นมะเขือเทศ สับปะรด พริกหยวก ซาลามี่ วาดไว้อย่างละหลายๆ ชิ้น วาดตารางใบเมนูตามชอบ ส่วนี้สามารถนำมาทำกิจกรรมเล่นสั่งพิซซ่าได้กันในครอบครัว บทความที่คุณอาจสนใจ 17 รูปภาพระบายสีการ์ตูน เด็กอนุบาล ลายน่ารักๆ เสริมทักษะเด็กเล็ก7 เพลงกล่อมลูกโบราณ ภาษาไทย ฟังแล้วหลับง่าย ช่วยเสริมพัฒนาการไอเดียข้าวกล่องไปโรงเรียน น่ารัก น่ากิน แก้ลูกน้อยเบื่ออาหาร ได้สารอาหารครบ!

สิงคโปร์ จัด 2 นิทรรศการ Avatar และ The Doraemon Exhibition ท่องโลกเสมือนแพนดอร่า ชมงานศิลปะจากโดราเอมอน
Read

สิงคโปร์ จัด 2 นิทรรศการ Avatar และ The Doraemon Exhibition ท่องโลกเสมือนแพนดอร่า ชมงานศิลปะจากโดราเอมอน

สิ้นสุดการรอคอยที่แสนยาวนาน ในที่สุด Avatar: The Experience ก็พร้อมพาคุณเปิดประสบการณ์ท่องไปในโลกเสมือนจริงแห่งดาวแพนดอร่า ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ณ คลาวด์ ฟอเรสต์ (Cloud Forest) การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ (Gardens by the Bay) ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นนิทรรศการที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ที่ทำเงินทั่วโลกสูงสุดตลอดกาลอย่าง อวตาร (The Avatar) Avatar: The Experience คลาวด์ ฟอเรสต์ การ์เดนส์ บาย เดอะ เบย์ นิทรรศการ Avatar: The Experience มาพร้อมระบบแสงสีเสียงสุดอลังการที่พร้อมพาคุณท่องไปกับ 5 โซนในโลกเสมือนจริงของดินแดนแพนดอร่า เปิดโอกาสให้คุณมีปฏิสัมพันธ์กับโครงสร้างต่างๆ ที่สร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นแบนชีขนาดเท่าตัวจริง รวมถึงลูกๆ แบนชี และไวเปอร์วูฟ ท่ามกลางบรรยากาศโดยรอบที่ถูกเนรมิตรขึ้นมาเสมือนคุณคือชาวนาวีที่หลุดไปอยู่ในโลกแห่งภาพยนตร์อวตารอย่างแท้จริง และที่พิเศษสุดคือการเปิดตัวละครในภาพยนตร์อวตารภาคใหม่ Avatar: The Way of Water เป็นครั้งแรกอีกด้วย เคธี่ แฟรงคลิน ประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ของไลท์สตอร์ม (Lightstorms President of Franchise Development) กล่าวว่า เราตื่นเต้นอย่างมากกับประสบการณ์สุดพิเศษที่การ์เดนส์ บาย เดอะ เบย์ ประเทศสิงคโปร์ในครั้งนี้ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมทุกเพศทุกวัย ได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นเร้าใจของโลกแห่งแพนโดรา การจัดตกแต่งนิทรรศการ Avatar: The Experience ในบริเวณคลาวด์ ฟอเรสต์ จะพาคุณเดินทางไปสู่ดินแดนมหัศจรรย์ ล้วนเกิดจากความร่วมมือของทีมงานระดับโลกที่ได้รังสรรค์ประสบการณ์สุดอลังการนี้เพื่อคุณ ๆ พวกเราพร้อมแล้วที่จะต้อนรับแฟนอวตารจากทั่วโลก เฟลิกซ์ โล ซีอีโอ ของการ์เดนส์ บาย เดอะ เบย์ กล่าวว่า เราดีใจมากที่ชาวสิงคโปร์ และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศสิงคโปร์จะเป็นกลุ่มแรกในโลกที่ได้สัมผัสประสบการณ์สุดยอดของงาน Avatar: The Experience ช่วงเดือนที่ผ่านมา พนักงานของเราได้ให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้คลาวด์ ฟอเรสต์ของเรากลายเป็นโลกแห่งแพนโดรา เราหวังว่าทุกท่านที่เข้ามาชมจะตื่นเต้นกับประสบการณ์ครั้งนี้เช่นเดียวกับพวกเราที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานที่สุดแสนพิเศษครั้งนี้ งาน Avatar: The Experience จัดขึ้นที่ คลาวด์ ฟอเรสต์ การ์เดนส์ บาย เดอะ เบย์ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 มีนาคม 2566 สามารถเข้าชมได้ตั้งแต่ 9:00 - 21:00 น. ของทุกวัน โดยราคาบัตรเข้าชมงานอยู่ที่ 600 บาท (23 ดอลลาร์สิงคโปร์) สำหรับผู้ที่สนใจสามารถซื้อได้ที่ Klook. http://www.klook.com The Doraemon Exhibition ในช่วงเวลาเดียวกัน สิงคโปร์ได้จัดนิทรรศการเอาใจคอมังงะญี่ปุ่น อย่าง The Doraemon Exhibition ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติสิงคโปร์ (The National Museum of Singapore) ซึ่งถือเป็นนิทรรศการโดราเอมอนระดับโลกครั้งแรกที่จัดขึ้นนอกประเทศญี่ปุ่น ในงานจะมีการแสดงผลงานจากการ์ตูนอนิเมชันสุดน่ารักอย่างโดราเอมอน โดยศิลปินร่วมสมัยชื่อดังระดับโลกอย่าง ทาคาชิ มุราคามิ, มิกะ นินากาวะ และโยชิโทโม นาระ เป็นต้น แฟนๆ โดราเอมอนจะได้มีโอกาสร่วมเฉลิมฉลองวันเกิดโดราเอมอนไปด้วยกัน พร้อมกับการเปิดตัวนิทรรศการงานศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจจากโดราเอมอนมาจัดแสดงในต่างประเทศครั้งแรกที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติสิงคโปร์ งานนี้จัดโดย LEYOUKI ซึ่งจะมีการจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยที่มีการตีความโดราเอมอนจากศิลปินชื่อดังระดับโลกมากมาย รวมถึงประวัติความเป็นมาและวัฒนธรรมที่มาจากการ์ตูนสุดคลาสสิคเรื่องนี้ รวมถึงมีการจัดแสดงภาพวาดต้นฉบับจากผู้สร้างสรรค์โดราเอมอน อาจารย์ฟูจิโกะ ฟูจิโอะอีกด้วย อีกความพิเศษของนิทรรศการโดราเอมอนครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่นำผลงานต้นฉบับของอาจารย์ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ ผู้สร้างสรรค์โดราเอมอน โดยมีการนำภาพสเก็ตช์และภาพวาดต้นฉบับที่ผ่านการคัดเลือกอย่างพิถีพิถันภายใต้ชื่อ MANGA DORAEMON Original Drawings Exhibition จากพิพิธภัณฑ์ของอาจารย์ฟูจิโกะ ฟูจิโอะมาจัดแสดงให้แฟน ๆ โดราเอมอนได้ชมเป็นครั้งแรกในเอเชีย ยูกิ อิมามูระ ผู้จัดการของ LEYOUKI กล่าวว่า หลังจากการท่องเที่ยวทั่วโลกได้กลับมาเปิดตัวอีกครั้งหลังจากเหตุการณ์โรคระบาดมากว่าสองปี เรารู้สึกตื่นเต้นและยินดีที่ได้นำนิทรรศการ The Doraemon Exhibition มาเปิดแสดงเป็นครั้งแรกที่ประเทศสิงคโปร์ โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากการท่องเที่ยวสิงคโปร์และพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสิงคโปร์ ที่เปิดโอกาสให้เราได้นำเสนอตัวละครที่เป็นที่รักของคนทั่วโลกอย่างโดราเอมอน และเปิดมุมมองใหม่ๆ ของโดราเอมอนให้กับผู้เข้าชมทุกเพศทุกวัยได้สัมผัสกัน เมื่อเป็นนิทรรศการระดับโลกครั้งแรกของโดราเอมอน งานนี้สาวกโดราเอมอนต้องไม่พลาดกับของที่ระลึกสุดพิเศษที่ทางผู้จัดได้คัดสรรมาจากพิพิธภัณฑ์ของอาจารย์ ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ และของที่ระลึกที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับนิทรรศการโดราเอมอนในประเทศสิงคโปร์ครั้งนี้ด้วย นิทรรศการโดราเอมอนเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 10:00 19:00 น. ของทุกวัน โดยราคาบัตรเข้าชมงานอยู่ที่ 783 บาท (30 ดอลลาร์สิงคโปร์) สำหรับผู้ที่สนใจสามารถซื้อได้ที่ www.doraemon-exhibit.sg/tickets ====================