Reset

Search results for “#กินตาม1วัน” - TrueID

Top Result
Watch
Shorts
Game
Privilege
Read
ตารางอาหารลดน้ำหนัก เมนูคีโต 28 วัน กินตามนี้แค่ 1 เดือน หุ่นก็เปลี่ยน!
Read

ตารางอาหารลดน้ำหนัก เมนูคีโต 28 วัน กินตามนี้แค่ 1 เดือน หุ่นก็เปลี่ยน!

สำหรับใครที่กำลังลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิค (Ketogenic Diet) และมองหาเมนูคีโตมาเป็นไอเดียในแต่ละวันอยู่ล่ะก็ (คลิกอ่านตารางอาหารลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิค 7 วัน กินแล้วผอม ลดน้ำหนักได้จริง!) ไม่ต้องไปตามหาที่ไหนไกลค่ะ เพราะวันนี้เราจัดมาให้แล้ว! กับตารางอาหารลดน้ำหนัก เมนูคีโต 28 วัน เรียกว่าจัดเต็มให้ครบ 4 สัปดาห์กันเลยค่า ใครที่อยากผอมเร็วผอมไวใน 1 เดือน มากินตามตารางนี้กันเลย! เครื่องปรุงสำหรับทำอาหารประเภทคีโตเจนิค น้ำมัน : ใช้น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าวเป็นหลัก หรือน้ำมันหมู เครื่องปรุง : อิริทริทอล ซีอิ๊วขาวเซิงโชวหวังสูตรทอง น้ำปลาหอยหลอดสูตรสติวิออล น้ำปลาหอยเป๋าหื้อ เกลือชมพู พริกไทยป่น เกลือโลว์โซเดี่ยม เกลือแกง น้ำปลาตราดราก้อน อิควล หญ้าหวาน น้ำมันหอยคีโต ตารางอาหารลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิค สัปดาห์ที่ 1 อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 1 มื้อเช้า หมูปิ้ง 2 ไม้ กาแฟดำ 1 แก้ว มื้อกลางวัน ผัดคะน้าหมูกรอบ 1 จาน มื้อเย็น ตำแตงกวา กุ้งสด 1 จาน อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 2 มื้อเช้า ต้มเลือดหมู 1 ถ้วย กาแฟดำ 1 แก้ว มื้อกลางวัน สุกี้แห้ง ไม่ใส่เส้น 1 จาน มื้อเย็น น้ำพริกกะปิ ปลาสลิดทอด อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 3 มื้อเช้า ไข่กระทะ 2 ฟอง ใส่หมูสับ กาแฟดำ 1 แก้ว มื้อกลางวัน เนื้อไก่ กินกับสลัด 1 จาน มื้อเย็น ยำหมูยอ กุ้งสด 1 จาน อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 4 มื้อเช้า ไข่คนใส่เนย 2 ฟอง น้ำเต้าหู้ 1 แก้ว มื้อกลางวัน ไข่พะโล้ หมูสามชั้น 1 ถ้วย มื้อเย็น สุกี้แห้งทะเลเส้นบุก 1 จาน อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 5 มื้อเช้า เบคอนทอด, มะเขือเทศ, ไข่ดาว 1 ฟอง กาแฟดำ 1 แก้ว มื้อกลางวัน ผัดกระเพราไก่ + ปลาหมึก ไข่ดาว มื้อเย็น หมูหรือไก่สเต๊ะ 10 ไม้ อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 6 มื้อเช้า ผักโขมอบชีส นมอัลมอนด์ 1 กล่อง มื้อกลางวัน บวบผัดกุ้ง ใส่ไข่ 1 จาน มื้อเย็น เกาเหลา ไม่ใส่เส้น 1 ชาม อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 7 มื้อเช้า นมอัลมอนด์ 1 กล่อง ไข่ต้ม 1-2 ฟอง มื้อกลางวัน ผัดซีอิ๊วเส้นบุก มื้อเย็น สลัดอะโวคาโด ไข่ต้ม ตารางอาหารลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิค สัปดาห์ที่ 2 อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 8 มื้อเช้า ไข่กระทะ 2 ฟอง ใส่หมูสับ กาแฟดำ 1 แก้ว มื้อกลางวัน สุกี้แห้งทะเลเส้นบุก 1 จาน มื้อเย็น น้ำพริกกะปิ ผักต้ม + ปลาทูทอด อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 9 มื้อเช้า สลัดทูน่า ไข่ต้ม1 ฟอง มื้อกลางวัน คอหมูย่าง 1 จาน มื้อเย็น เกาเหลา ไม่ใส่เส้น 1 ชาม อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 10 มื้อเช้า ไข่คน 2 ฟอง,หน่อไม้ฝรั่งย่าง, เห็ดเข็มทองย่าง มื้อกลางวัน ตำแตงกุ้งสด 1 จาน มื้อเย็น แกงจืดไข่น้ำเต้าหู้ไข่หมูสับเส้นแก้ว 1 ชาม อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 11 มื้อเช้า ไข่ดาว 2 ฟอง นมพิสตาชิโอ 1 กล่อง มื้อกลางวัน ลาบเส้นแก้ว 1 จาน มื้อเย็น ผักโขมอบชีส 1 ถ้วย อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 12 มื้อเช้า ไข่ดาว 2 ฟอง อะโวคาโด 1/2 ลูก มื้อกลางวัน ผัดกระเพราไก่ + ปลาหมึก 1 จาน มื้อเย็น กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา 1 จาน + ไข่ต้ม อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 13 มื้อเช้า อะโวคาโด 1/2 ลูก นมพิสตาชิโอ 1 กล่อง มื้อกลางวัน น้ำตกคอหมูย่าง ไม่ใส่ข้าวคั่ว 1 จาน มื้อเย็น เมี่ยงปลาทู เส้นบุก + ไข่ต้ม 2 ฟอง อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 14 มื้อเช้า ไข่คน 2 ฟอง เบคอนทอด มื้อกลางวัน กะหล่ำปลีผัดน้ำปลาใส่กุ้ง + ไข่ต้ม มื้อเย็น สุกี้แห้งทะเลเส้นบุก 1 จาน ตารางอาหารลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิค สัปดาห์ที่ 3 อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 15 มื้อเช้า สามชั้นสไลด์พันหน่อไม้ฝรั่งย่าง ไข่ดาว 2 ฟอง มื้อกลางวัน แกงจืดไข่น้ำหมูสับเส้นแก้ว 1 ชาม มื้อเย็น ผัดคะน้าสามชั้นกรอบ 1 จาน ไข่ต้ม 1 ฟอง อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 16 มื้อเช้า กาแฟนมอัลมอนด์ ไข่ดาว 1 ฟอง มื้อกลางวัน ขาหมูคากิ ไข่ต้ม 1 ฟอง มื้อเย็น ผัดซีอิ๊วเส้นบุก 1 จาน อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 17 มื้อเช้า เบคอนทอด มะเขือเทศ อะโวคาโด ไข่ดาว 1 ฟอง มื้อกลางวัน สลัดไก่ ไข่ต้ม 1 ฟอง มื้อเย็น กุ้งลวก สันคอหมูลวก ราดน้ำจิ้มซีฟู้ด อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 18 มื้อเช้า ไข่คนแฮม กาแฟนมอัลมอนด์ มื้อกลางวัน กะหล่ำปลีผัดน้ำปลาใส่กุ้ง ไข่ต้ม 1 ฟอง มื้อเย็น สุกี้แห้งทะเลเส้นบุก 1 จาน อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 19 มื้อเช้า หมูปิ้ง 2 ไม้ กาแฟดำ 1 แก้ว มื้อกลางวัน ก๋วยเตี๋ยวหมูเส้นบุก 1 ชาม มื้อเย็น เสต็กหมู สลัดอะโวคาโด อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 20 มื้อเช้า นมอัลมอนด์ 1 กล่อง ไข่ต้ม 2 ฟอง มื้อกลางวัน ราดหน้าหมูเส้นบุก 1 จาน มื้อเย็น ยำหมูยอกุ้งสด 1 จาน อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 21 มื้อเช้า ต้มเลือดหมู 1 ถ้วย กาแฟดำ 1 แก้ว มื้อกลางวัน ยำ/น้ำตกคอหมูย่าง 1 จาน มื้อเย็น สามชั้นทอดเกลือ ไข่ดาว 2 ฟอง ตารางอาหารลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิค สัปดาห์ที่ 4 อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 22 มื้อเช้า อะโวคาโด 1/2 ลูก นมพิสตาชิโอ 1 กล่อง มื้อกลางวัน ยำหมูยอเส้นแก้ว 1 จาน มื้อเย็น ปีกไก่ทอดน้ำปลา อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 23 มื้อเช้า ไข่กระทะ 2 ฟอง ใส่หมูสับ กาแฟดำ 1 แก้ว มื้อกลางวัน คอหมูย่าง จิ้มแจ่ว มื้อเย็น ไข่พะโล้หมูสามชั้น 1 ถ้วย อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 24 มื้อเช้า ไข่คน 2 ฟอง นมอัลมอนด์ 1 กล่อง มื้อกลางวัน กระเพราหมูกรอบ + ไข่ดาว 1 จาน มื้อเย็น ไข่พะโล้หมูสามชั้น 1 ถ้วย อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 25 มื้อเช้า เบคอนทอด มะเขือเทศ อะโวคาโด ไข่ดาว 2 ฟอง มื้อกลางวัน สปาเกตตี้คาโบนาร่าเบคอนเส้นบุก มื้อเย็น แซลมอนย่าง + หน่อไม้ฝรั่งย่าง อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 26 มื้อเช้า ไข่ข้นชีส กุ้งผัดเนย มื้อกลางวัน ผัดซีอิ๊วหมูและกุ้งเส้นบุก มื้อเย็น เกาเหลา ไม่ใส่เส้น 1 ชาม อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 27 มื้อเช้า ไข่ดาว 2 ฟอง กาแฟดำ 1 แก้ว มื้อกลางวัน สามชั้นคั่วพริกเกลือ + ไข่ต้ม มื้อเย็น ยำหมูยอเส้นบุก อาหารลดน้ำหนักแบบคีโต วันที่ 28 มื้อเช้า ไข่คนใส่เนย 2 ฟอง นมพิสทาชิโอ 1 กล่อง มื้อกลางวัน แกงส้มกุ้งผักรวม 1 ชาม ไข่เจียว 1 ฟอง มื้อเย็น น้ำพริก + ปลาทูทอด ไข่ต้ม 1 ฟอง ......................................... อัพเดทเทรนด์เมคอัพ แฟชั่น เคล็ดลับลดน้ำหนัก และไลฟ์สไตล์ผู้หญิงใหม่ๆ ทุกวัน ได้ที่แอปพลิเคชัน ทรูไอดีดาวน์โหลดเลยที่นี่!! บทความที่คุณอาจสนใจ 20 เมนูคีโตแบบประหยัด ทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน ลดน้ำหนักได้ ไม่ต้องจ่ายแพง ตารางอาหารลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิค 3 มื้อ 14 วัน แค่ 2 สัปดาห์ หุ่นก็เปลี่ยน!

ยอดขายพุ่งวันละ 1 ล้าน! ลูกชิ้นยืนกิน ตามรอย 'ลิซ่า แบล็กพิงก์' บุรีรัมย์เตรียมต่อยอด
Read

ยอดขายพุ่งวันละ 1 ล้าน! ลูกชิ้นยืนกิน ตามรอย 'ลิซ่า แบล็กพิงก์' บุรีรัมย์เตรียมต่อยอด

ยอดขายพุ่งวันละ 1 ล้าน! ลูกชิ้นยืนกิน ตามรอย 'ลิซ่า แบล็กพิงก์' ออเดอร์เพียบ ผลิตขายไม่ทัน สภาอุสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์เตรียมต่อยอด วันที่ 21 ก.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบริเวณบนสถานีรถไฟ ซึ่งเป็นจุดที่จำหน่ายลูกชิ้นยืนกิน สัญลักษณ์ของชาวบุรีรัมย์ ซึ่งมีมานานกว่า 40 ปี ยังคึกคักอย่างต่อเนื่อง หลังจากลิซ่า BlackPink ซึ่งมีบ้านเกิดอยู่ที่บุรีรัมย์ และเป็นคนเปิดประเด็นลูกชิ้นยืนกินขึ้นระหว่างการให้สัมภาษณ์สื่อ ว่าอยากกินลูกชิ้นน้ำจิ้มพริกเผาครั้งเป็นเด็ก กระทั่งมีการย่นเวลาการจัดงานเทศกาลลูกชิ้นยืนกินครั้งที่ 4 ขึ้นในวันที่ 17-23 ก.ย.นี้ โดยแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวจากหลายจังหวัดทุกภาคของประเทศเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ภาคเอกชนหลายบริษัทยังมาให้การสนับสนุนงานลูกชิ้นยืนกินให้สมบูรณ์ขึ้น เนื่องจากผู้จัดงานไม่อนุญาตให้ยืนกินภายในงาน จะต้องซื้อกลับอย่างเดียว ตัวแทนจำหน่าย ถ้วยเฟสท์ ได้นำผลิตภัณฑ์ มาแจกให้แม่ค้าลูกชิ้นฯ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสการยืนกิน ด้วยการแบ่งใส่ถ้วย ไปยืนกินอยู่นอกสถานที่จัดงาน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกด้วย น.ส.รัตภชา ธีรภัทรกิจ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ตอนนี้จะสิ้นสุดงานเทศกาลลูกชิ้นยืนกินแล้ว แต่นักท่องเที่ยว ยังเดินทางมาชมและซื้อลูกชิ้นกลับไปบ้านเป็นจำนวนมาก จากแม่ค้าเคยชายได้ในช่วงโควิด-19 ระบาด เพียง 30-40 กก.ตั้งแต่กระแสลิซ่าเข้ามา มาจนถึงวันนี้ มียอดขายแต่ละรายทะลุ 100,000 บาทต่อวัน เฉพาะลานลูกชิ้นยืนกิน มียอดขายวันละกว่า 1 ล้านบาท ไม่รวมแม่ค้าลูกชิ้นยืนกินที่อยู่ตัวเทศบาลเมือง และต่างอำเภออีกกว่า 200-300 เจ้า คาดว่าจะมีเงินสะพัดเฉพาะงานเทศกาลลูกชิ้นยืนกินปีนี้ ไม่น้อยกว่า 40 ล้านบาท ด้านนายบดินทร์ เรืองสุขศรีวงศ์ ประธานสภาอุสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า หลังจากมีปรากฏการกระแสของลิซ่า เกิดขึ้น ตอนนี้ออเดอร์ยอดขายเรียกได้ว่าถล่มทลาย ขายกันไม่ทัน สิ่งที่เราได้คุยกับสภาอุสาหกรรม ,สมาคม ,การท่องเที่ยวและการกีฬาจังหวัด ถึงการรักษาคุณภาพ หรือพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้นอย่างไร ใครมีความสามารถทำแฟนไชน์ ใครมีความมารถที่ขยายไปขายที่กรุงเทพฯ เราก็จะสนับสนุน รวมถึงการขยายการปักหมุดสัญลักษณ์ของลูกชิ้นยืนกิน ให้ไปอยู่ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย หรือของโลก ถ้าเป็นไปได้ โดยจะมีการไปให้ความรู้ด้านการค้าและการตลาด ต่อไป และเชื่อว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการท่องเที่ยว ตั้งแต่เราเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา

4 วิธีเลือกกินอาหารคุมน้ำหนักอย่างไร ไม่ให้โยโย่
Read

4 วิธีเลือกกินอาหารคุมน้ำหนักอย่างไร ไม่ให้โยโย่

ลดน้ำหนักทีไร พอหยุดคุมปุ๊บ น้ำหนักดีดกลับมาแซงทางโค้งทุกที! ปัญหานี้ทำเอาหลายคนท้อจนไม่อยากเดินต่อใช่ไหมคะ? ความจริงแล้ว การที่น้ำหนักพุ่งขึ้นมาแบบคูณสองหลังจากผอมได้แป๊บเดียว เกิดจากสภาวะที่ร่างกายคิดว่าเรากำลังอดอยาก ระบบเผาผลาญเลยพากันชัตดาวน์ตัวเองไปหมด ซึ่งหัวใจสำคัญที่จะช่วยล็อกหุ่นสวยให้อยู่กับเราไปนาน ๆ โดยไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ ก็คือการเลือก กิน อาหารคุมน้ำหนัก ยังไง ไม่ให้โยโย่ ซึ่งเคล็ดลับนี้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่เราต้องปรับพฤติกรรมให้ถูกจุด เพื่อให้ร่างกายไม่รู้สึกว่ากำลังโดนลงโทษค่ะ สำหรับใครที่กำลังมองหาทางลัดแบบยั่งยืน วันนี้เราจะมาเจาะลึกเคล็ดลับการจัดจานอาหารแบบสายเฮลตี้ที่ทำตามได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยเราจะเน้นไปที่การกินดีสลับกับการเลือกทานสารอาหารที่จำเป็น เพื่อให้คุณสามารถวาง ตาราง คาร์ดิโอ ลดไขมัน หน้าท้อง สำหรับผู้เริ่มต้น ควบคู่ไปกับการคุมอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดค่ะ เพราะการลดน้ำหนักที่ถูกต้องไม่ใช่การทรมานตัวเอง แต่คือการบาลานซ์ระหว่างการกินและการเอาออกให้สมดุล เพื่อผลลัพธ์ที่ถาวรและไม่กลับมาอ้วนซ้ำอีกต่อไป 4 เทคนิคกินอาหารคุมน้ำหนักอย่างยั่งยืน ล็อกหุ่นถาวร 1. กินโปรตีนให้ถึงเพื่อรักษาเตาเผาพลังงาน การลดน้ำหนักที่เร็วเกินไปมักจะทำให้ "กล้ามเนื้อ" หายไปพร้อมกับไขมัน ซึ่งกล้ามเนื้อนี่แหละค่ะที่เป็นเตาเผาพลังงานหลักของเรา เมื่อเตาเผาเล็กลง พอเรากลับมากินเท่าเดิม น้ำหนักจึงพุ่งพรวด ดังนั้นในทุกมื้อควรมีโปรตีนคุณภาพดี เช่น อกไก่ ปลา ไข่ต้ม หรือเต้าหู้ ให้เพียงพอต่อวัน 2. เปลี่ยนแป้ง ไม่ใช่ตัดแป้ง สมองและร่างกายของเรายังต้องการพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต การตัดแป้งไปเลยจะทำให้ร่างกายโหยและตบะแตกในที่สุด แนะนำให้เปลี่ยนมาทาน แป้งเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต หรือมันเทศ ซึ่งแป้งกลุ่มนี้จะค่อย ๆ ปลดปล่อยพลังงาน ทำให้น้ำตาลในเลือดคงที่และอิ่มนานขึ้นค่ะ 3. ปรับสัดส่วนจานอาหารแบบ 2:1:1 สูตรลดน้ำหนักสากลที่ทำง่ายที่สุดคือการแบ่งจานอาหารออกเป็น 4 ส่วน ผักใบเขียว 2 ส่วน: เติมวิตามินและไฟเบอร์ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย โปรตีนไขมันต่ำ 1 ส่วน: เสริมสร้างและซ่อมแซมร่างกาย แป้งไม่ขัดสี 1 ส่วน: ให้พลังงานที่จำเป็นในการใช้ชีวิต 4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ ลดความอยากกินจุกจิก บ่อยครั้งที่ร่างกายของเราส่งสัญญาณ "หิว" แต่ความจริงแล้วแค่ "กระหายน้ำ" การดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 23 ลิตร จะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานได้ดีขึ้น และช่วยลดความอยากทานขนมหวานระหว่างวันได้อย่างดีเยี่ยมเลยค่ะ สรุปวิธี "กิน อาหารคุมน้ำหนัก ยังไง ไม่ให้โยโย่" หากคุณต้องการล็อกหุ่นไม่ให้กลับมาอ้วนซ้ำ สามารถทำตาม 4 หลักการสั้น ๆ นี้ได้ทันที ห้ามอดอาหารเด็ดขาด: ทานให้ครบ 3 มื้อ แต่เลือกเปลี่ยนชนิดอาหารแทน เน้นโปรตีนและใยอาหาร: ช่วยให้อิ่มนาน รักษาเสื่อมสลายของมลกล้ามเนื้อ ห้ามตัดคาร์โบไฮเดรต: ให้เปลี่ยนมาทานแป้งไม่ขัดสี (Complex Carbs) เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ค่อย ๆ ลดแคลอรี: ไม่ลดฮวบฮาบ เพื่อป้องกันระบบเผาผลาญเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน (Starvation Mode)

ครม.อนุมัติต่อ”ไทยช่วยไทยพลัส”คนละ 1 พันบาท ใช้ 2 เดือน
Read

ครม.อนุมัติต่อ”ไทยช่วยไทยพลัส”คนละ 1 พันบาท ใช้ 2 เดือน

#ทันหุ้น ครม.อนุมัติต่อ"ไทยช่วยไทยพลัส”คนละ 1 พันบาท ใช้ 2 เดือน เริ่มต.ค-พ.ย.นี้ ชี้ประชาชนยังได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน หากไม่ช่วยเหลือจะกระทบหนี้ครัวเรือนและการบริโภคในประเทศดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการปรับลดกรอบวงเงินที่เคยได้รับอนุมัติสำหรับดำเนินโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) และอนุมัติโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)” ประกอบด้วย (1) โครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพิ่มเติม (โครงการเพิ่มวงเงินเพิ่มเติมฯ) และ (2) โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)(เพิ่มเติม) เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่ยังคงมีแนวโน้มยืดเยื้อและไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใดและในทิศทางใดอันส่งผลต่อประชาชนทุกสาขาอาชีพและผู้ประกอบการ ผ่านแหล่งเงินเพิ่มเติมภายใต้แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน (แผนงานหรือโครงการที่ 1) ตามบัญชีท้าย พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 โดยในระยะสั้นหากไม่ดำเนินมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม จะส่งผลให้กำลังซื้อของภาคครัวเรือนและการบริโภคภาคเอกชนซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยลดลงและอาจก่อให้เกิดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวในอัตราที่ต่ำมาก ควบคู่กับอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)” จะมุ่งเน้น (1) การช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางผ่านกลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรฯ) และ (2) การบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและประคับประคองกำลังซื้อภาคประชาชนรวมถึงช่วยเหลือผู้ค้าขายรายย่อยให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1. โครงการเพิ่มวงเงินเพิ่มเติมฯ โครงการเพิ่มวงเงินเพิ่มเติมฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อเยียวยาผู้มีรายได้น้อยซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางทางด้านรายได้ ทรัพย์สิน และหนี้สิน จึงเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและรุนแรงจากสถานการณ์วิกฤตความผันผวนของราคาพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยการเพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าจากร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และร้านอื่น ๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด เพิ่มเติมให้แก่ผู้ผ่านคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ที่ผ่านคุณสมบัติก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นจำนวน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน (จากเดิมได้รับวงเงินจำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน และได้เพิ่มอีกจำนวน 700 บาทต่อคนต่อเดือน) ในเดือนตุลาคม 2569 2. โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงมีแนวโน้มยืดเยื้อ และไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใดและในทิศทางใด โดยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและรักษากำลังซื้อของประชาชน รวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบการร้านค้ามีรายได้จากการขายสินค้าและบริการเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยภาครัฐให้การสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ให้แก่ประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) เพื่อนำไปใช้จ่ายกับผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) 2.1 ระยะเวลาโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 30 พฤศจิกายน 2569 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 2.1.1) การยืนยันสิทธิของประชาชน เปิดให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณสมบัติครบถ้วนมากดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ตั้งแต่วันที่ 1 - 15 ตุลาคม 2569 2.1.2) การยืนยันสิทธิของผู้ประกอบการ เปิดให้ผู้ประกอบการที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) มากดยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 30 พฤศจิกายน 2569 2.1.3) การใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ประชาชนผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 30 พฤศจิกายน 2569 โดยสามารถซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) (เวลา 06.00 - 23.00 น.) หรือผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) และเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) (เวลา 06.00 - 21.00 น.) ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” 2.2 กลุ่มเป้าหมาย 2.2.1) ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) อยู่ในปัจจุบัน 2.2.2) ผู้ไม่ได้รับสิทธิบัตรฯ ปี 69 ทั้งกลุ่มผู้มีบัตรฯ ปี 65 เดิม และกลุ่มที่ลงทะเบียนใหม่โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1) เป็นผู้มีสัญชาติไทย 2) มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ยืนยันเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) 3) มีบัตรประจำตัวประชาชน 4) ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 (6) โครงการคนละครึ่ง พลัส และ (7) โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) 2.3 การใช้จ่าย ภาครัฐสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ในอัตราร้อยละ 60 แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน โดยสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ได้ระหว่างเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน 2569 (2 เดือน) ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) หรือซื้ออาหารและเครื่องดื่มจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) โดยรับชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ซึ่งกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลางจะดำเนินการโอนเงินในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่ายให้แก่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ภายในระยะเวลาที่กำหนดต่อไปทั้งนี้ การดำเนินโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) จะเป็นการช่วยเหลือประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและรักษากำลังซื้อของประชาชน รวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบการร้านค้ามีรายได้จากการขายสินค้าและบริการเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง จะช่วยสนับสนุนให้ประชาชนสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและสภาพคล่องได้อย่างเหมาะสมในช่วงที่ค่าครองชีพอยู่ในระดับสูง

"ต้าห์อู๋" เล่าเรื่องอิตาลีถึง "ออฟโรด" เผยสาเหตุทำไมไม่อยากว่าง ในรายการ The Celebrities EP.2
Read

"ต้าห์อู๋" เล่าเรื่องอิตาลีถึง "ออฟโรด" เผยสาเหตุทำไมไม่อยากว่าง ในรายการ The Celebrities EP.2

The Celebrities EP.2 : "ต้าห์อู๋ พิทยา แซ่ฉั่ว" ปะทะพิธีกรสายฮา "กตัญญู สว่างศรี" แอบอมยิ้มไปกับหนุ่มมากเสน่ห์คนนี้ ที่ทั้งฮา ทั้งมีสาระ ในมุมมองที่ไม่เคยเห็น นอกจากการออกกำลังกายในปีนี้ที่จริงจังอย่างมากแล้ว ผลงานในปีนี้ของเขายังแจ่มมากอีกด้วย และเรื่องราวของเขาหลังไปทัวร์อิตาลี กับ คู่พาร์ทเนอร์สุดคูล อย่าง "ออฟโรด กันตภณ" นอกจากจะได้ไปทำงานแล้ว ยังได้สัมผัสประสบการณ์สุดฮามากมาย พร้อมเผยถึงว่าหากวันนี้ไม่ได้เป็นนักร้องนักแสดง ในวัยเด็กเค้าฝันอยากเป็นนักสัตววิทยา และเขาเล่าว่าไม่อยากมีวันว่าง เพราะชีวิตสั้น อยากทำอะไรให้รีบทำและควรรู้คุณค่าของเวลา เพียงแค่นำเข้ารายการก็ฮากันไม่หยุด เสียงกรี๊ดให้กับต้าห์อู๋สนั่นสตูฯไม่มีแผ่ว สำหรับหนุ่มมากเสน่ห์ที่หลายคนชื่นชอบ คุณสนุกกับอะไรอยู่?"ทำอัลบั้ม มีเพลงออกมาเรื่อย ๆ การออกกำลังกาย พักผ่อน เวทเทรนนิ่ง ออกสองวันพักวันหนึ่งแล้วไม่นับวันหยุด อยากมีมวลกล้ามเนื้อ อยากฟิตกายให้บึ้มเลย" ก่อนหน้านี้เคยออกกำลังหายแบบหนัก ๆ มั้ย?"รอบนี้มันต้องหนัก และเคยทำมาก่อน ตอนนี้ทำไป 2 วันแล้ว รอบนี้ลงตารางจริงจัง ทั้งการออกกำลังกายและการนอน" นอนวันละกี่ชั่วโมง?"10 ชั่วโมง เมื่อ่กอนนอน 5-6 ชั่วโมง ร่างกายมันออกกำลังกายเยอะ การนอนต้องสัมพันธ์กันด้วย เมื่อก่อนบางวันไม่ได้นอนเลย เวลาว่างก็คิดตลอด ว่างต้องให้สมองรับข้อมูล หัวคิดเรื่องหนึ่ง มัวนั่งยุ่งเรื่องชาวบ้าน ใส่ใจสองเรื่องพร้อมกัน" วันหยุดทำอะไร ?"วันไหน (หัวเราะ) (ถ้ามี ทำอะไร) ตัดผม วันว่างหายากมาก เล่นเวท ไอซ์บาธ ซื้อเสื้อผ้าบ้าง เล่นวอลเลย์บอล ไม่อยากว่าง" The Celebrities EP.2 ทำไมไม่อยากว่าง?"ชีวิตคนเรามันสั้นมาก ในช่วงระยะเวลางานที่ทำไปก็กินเวลาไป เดี๋ยวเราแน่มากนะเรื่องซิตี้รันที่อิตาลีน่ะ" ที่อิตาลีเป็นไงบ้าง ?"เล่าให้ฟังวัน ๆ กรุงโรมถึงไม่ใช้เวลาวันเดียว เพราะกินข้าวมื้อหนึ่งสามชั่วโมงอย่างต่ำ มื้อแรกสี่โมงไปกินข้าวกัน หนึ่งทุ่มได้เข้าร้าน สองทุ่มสั่งออเดอร์ ที่เหลือนั่งตากลม เสิร์ฟไวน์ก่อน เราก็หิวไปเหอะ ซักพักของหวานมา ก็รอกินโปรตีน มาแล้วจานแรกพาสต้าเติมแป้งก่อน ซักพักมาแล้ว พาสต้ามีไส้ ไม่มีเนื้อ ช่วงว่างมาทีละครึ่งชัวโมง สี่ทุ่มเนื้อเริ่มมา ทีละเล็กทีละน้อย สี่ทุ่มครึ่งมาอิ่มแล้ว เนื้อมาช้า แบบนี้ทุกมื้อ ข้าวเช้าเสร็จเที่ยง ไปอีกร้านเริ่มใหม่ไปบ่ายโมงกินไวน์ โน่นเริ่มเที่ยงจบสี่โมงเย็น ร้านปิดแล้ว วนลูปไปนี้มาสี่ทุ่ม จบที่ห้าทุ่มก็กลับบ้านนอนสามชั่วโมง ไอเลิฟอิตาลี (หัวเราะ) มากับอออฟโรด มาย อาโป ว่างแล้วก็กินแฮปปี้ เสร็จในหนึ่งชั่วโมง ตอนเย็นมีอาหารญี่ปุ่น เรียงตามคอร์ส ทุ่มนึงเมนูแรก วนลูปห้าทุ่มเมนูสุดท้าย ระหวางทางก็คุยกันไป สนุกเอนจอย" ชอบอะไรในอิตาลี ?"ชอบสถาปัตยกรรม ชอบฟังเรื่องเล่า มีเรือสุ้กันในนั้น แต่ไม่ได้เข้าไปดู ก็มีช็อปปิ้งบ้าง" อยากไปอีกมั้ย ?"ไปอยู่แล้วคิดถึงแฟน ๆ" ฟังเพลงแบบไหนอินพุชแบบไหน?"อาหารก็หลากหลาย ผักก็เริ่มกิน ฟังเพลงแบบกว้างอยู่แล้ว เพราะว่าแต่ละคนเล่าไม่เหมือนกัน การ์ตูนจีนก็ดู 3D ฝึกวิชา กระดูกเซียนเรื่องละประมาณ 300-400 ตอน เพื่อนดูอนิเมะ ก็ชอบแต่จีนจะทันสมัยนิดหนึ่งให้อะไรเยอะนะ ภาพการเวียนว่ายตายเกิดไปภึงตอนนั้นได้อีก ชีวิตก็เหมือนใบไม้ปลิว มีปรัชญาเยอะ เข้าใจก็เข้าใจ ไม่เข้าใจก็ไม่เข้าใจ" ปรัชญาของตัวเองมีมั้ย?อัตตาหิ อัตโน นาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน จำได้แค่นี้ ไม่มีอันอื่น (หัวเราะ)ปรัชญามันก็สำคัญนะ คำจีนที่แปลว่า เวลาผ่านไปไม่สามารย้อนกลับมาได้ เราควรรู้คุณค่าของเวลา ก็จำได้คำเดียว เอาจริงมันดีนะ คุณค่าของเวลา แค่คำนี้มันก็เตือนอะไรเราได้หลายอย่าง" ไอดอลของต้าห์อู๋คือใคร ?ไม่มี ชีวิตผมวุ่นวายทุกด้าน การร้องคือ ลีรอย ซานเชส (Leroy Sanchez) (เป็นนักร้องและนักแต่งเพลงชาวสเปนฉ การแอดลิป ชอบใครผมก็เลียนแบบ" ความฝันตอนเด็กมีมั้ย?"อวดเพื่อนมาตั้งแต่อนุบาลถึง ม.3 อยากเป็นนักสัตววิทยา" ความสนใจ ณ ตอนนี้ยังดูมั้ยเรื่องสัตว์ ?"ดูอีกา พันธู์ตัวใหญ่น่ารัก" ตอนนี้เป้าหมายสำเร็จไปมากน้อยแค่ไหน?"เป็นปีของProcessing ปลายปีกับปีหน้าคึกคริ้นแน่ ช่วง result น่าจะสนุก ก่อนจะถึงผลลัพธ์ และปีนี้ยากสุด เพiาะกำลังทำอยู่หลายอย่าง เป้าหมายใหญ่ขึ้น ผมไปอเมริกามา เรียนู้ร้ภาาอังกฤษจาก MJ มา ไปดูบรอดเวย์มา ผมตกหลุมรักนิวยอร์ก เอเนอร์จี้มันได้มาก บรอดเวย์ คนที่เล่นเป็น MJ เก่งมาก ควรดูสักครั้งนะมันอลังการมากดูแล้วแพชชั่นได้มาเยอะมาก สิ่งสำคัญที่สุดคือที่นั่นเป็นที่รวมของคนดูและอยากแสดงเส้นทางการแสดงของแต่ละคน พออ่านแล้วก็เสริมสร้างแพชชั่น" ปีหน้าเป้าหมาย แฟน ๆจะได้เห็นอะไร?"ยังมีอีกเยอะเลยทั้งเพลง มิวสิคเฟสติวัล มีซีรีส์ที่ท้าทายมากขึ้น อยากลองเล่นแล้วดังเลย (หัวเราะ)" ช่วงไหนที่เลเวลดังมากขึ้น?"ทุกเลเวลคือประสบการณ์ ชั่วโมงบินนั่นแหละ การมีคนมานั่งสอนไม่เหมือนเราไปเรียนรู้เอง" มาอยู่จุดนี้แล้ว คุณเห็นใครเป็นต้นแบบ?"เออ มันวิเศษมาก ถ้าแก่ไปก็คงไม่เสียดาย มันคือเรื่องจริง ครั้งหนึ่งเคยมีคนรักเรา มีคนมานั่งดูเยอะ ๆ มันสวยงามนะ ความพยายามมันไม่เคยทำร้ายใคร ยิ่งพยายามมากยิ่งท้อ แต่ไม่พยายามเลยผลลัพธ์มันแย่กว่านั้นแน่นอน ชีวิตใครสอนชีวิตใครไม่ได้หรอก แต่ชีวิตเราก็ต้องใช้ คนที่ไม่มีเท่าเรา เรียนรู้จากสิ่งที่เขาทำ อาร์ติสที่ใช้เท้าวาดภาพ คนเราไม่ยอมแพ้ก็ทำอะไรได้เสมอ และมีคุณค่าในตัว" อยากบอกอะไรแฟนคลับ?พอมาถึงจุดนี้รับรู้ถึงความรักของแฟน ๆ สิ่งที่จะตอบแทนใจเขาได้คือมีความสุขกบัสิ่งที่เป็น แฮปปี้กับสิ่งที่เป็น เขาคงอยากเห็นรอยยิ้ม เรามีความสุข เขาก็คงมีความสุข เขาคงไม่สุขตอนเราทุกข์หรอก (กตัญญู :ผมอาจจะมีก็ได้)" คำแนะนำที่ดีที่เคยได้รับคือ?"ไม่มีดีที่สุดแต่มี พี่บอย ถกลเกียรติ บอกว่าเราเป็นคนเร็วมาก ๆ และไม่ได้มองคนรอบข้าง ซึ่งเราในมุมเขานะ ที่เขามอง ความเป็นมาแตกต่างกัน เขาสอนเรามาทำไปให้ดีที่สุด พอมาถึงจุดตรงนี้เลือกทำได้แล้วเราไม่่ต้องไปหวังผลกับมัน สมัยก่อนเราหวังผลกับมัน ได้กำไรเท่าไหร่ เราไม่เคยประสบความสำเร็จเลยเมื่อก่อน สิ่งที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่ปลายทางเสมอไป ระหว่างการทำงาน ทีมงาน คนรอบข้าง คนที่ผลักดันเรา แฟนคลับ ชีวิตเราแต่ละวันที่ผ่านไปมันต้องมีความสุขด้วย แล้วพอวันที่สุงสุด เราจะไม่โดดเดี่ยวมีคนที่พร้อม yes ไปกับเราด้วย" ทำอะไรให้ช้าลงบ้าง เพลงก็มีช้าบ้าง ? ความช้ามันจำเป็นกับชีวิตอย่างไร"ทุกคนมีเป้าหมายแล้วอยากไป แต่ความช้าทำให้เรารอบคอบ ทบทวนมองอะไรกว้างขึ้น ไปตรงสี่แยกแล้วหยุด รถชนคุณนะ (หัวเราะ) ในวันที่เราตัน เราลองหยุดคิดดู มันอาจะคิดไม่ออก ก็ลองพักสักหน่อย" เรื่องอันคัทเล่าที่ไหนไม่ได้ เล่าที่นี่ก็ไม่ได้ ทีเด็ดมีมั้ย?"เป็นเรื่องที่ตอนไปอิตาลี ผมอยู่ไม่ถึงมื้อสุดท้าย แล้วก็ง่วง กลับคนเดียว ออฟโรดดูแลลูกค้า (ตอนดึกไปวื่ง) วิ่งไปปกติ ไปดูทะเลอิตาลี วิ่งไปพอ ๆ กันมีแค่เราสองคนบนถนน ตอนแลนดิ้งออฟโรดเห็นทะเลสวยมาก เขาวิ่งเร็วกว่าผม เขาวิ่งเร็ว ผมวิ่งนาน ออกจากโรงแรมห้าทุ่มกลับมาก็ตีสองตีสาม" นิวยอร์กดีมั้ย ?"ไอเลิฟนิวยอร์กมากว่าเพราะไปที่นั่นกินอาหารไทย กินพิซซ่า ร้านเนื้อ แซนวิชเนื้อแดง ร้านที่ทะเลาะกับออฟโรด ก็คือถ่ายรูปแล้วทะเลาะกับออฟโรด เราอยากให้เขาถ่ายเราบ้าง เขาให้ผจกถ่ายบ้าง เราก็อยากได้มุมนั้นมุมนี้ เขาเหมือนไม่อยากถ่ายให้ แต่เขาคือกลัวรูปออกมาไม่สวย แล้วก็มีเถียงกัน รอบนี้ถือว่าถ่ายรูปสนุกเลยสามชั่วโมง" ถ่ายแบบไหนถึงถูกใจ?"แบบไหนก็ได้หมดเลย บางอันมันลงไปก็ขยับขึ้นมาซิ ทริปหน้าไม่มีแล้วครับ (หัวเราะ) มีแหละ ผมเป็นคนเที่ยวสนุกนะ ถ้าไปกับผมอะ ผมอวดเฉย ๆ" นอกจากได้พูดคุยมุมมองกับต้าห์อุ๋แล้ว ยังได้ฟังเขาตอบคำถามจากแฟนคลับของเขาอย่างสุดละมุน และเล่นเกมทายสัตว์สุดฮา ห้ามพลาด The Celebrities EP.2 ที่จะทำให้คุณหลงรักศิลปินหนุ่มคนนี้มากกว่าเดิม และห้ามพลาด รายการ "The Celebrities" ทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. นี้ รับชมได้ที่ TrueID เท่านั้น! อ่าน ข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : The Celebrities EP.2 : ต้าห์อู๋ เปิดใจความฝันในวัยเด็ก พร้อมเผยมุมสุดอบอุ่น เปิดใจ "คัลแลน" จากหนุ่มเกาหลีอินโทรเวิร์ต สู่ยูทูบเบอร์ท่องเที่ยวขวัญใจคนไทย The Celebrities EP.1 รวมลิงค์ดู The Celebrities ทุกตอน ทาง TrueID ทรูไอดี เปิดทุกเรื่องคนดังกับมุมที่ไม่เคยรู้ใน "The Celebrities" เริ่ม 17 ก.ค.นี้

กินถูกวิถี หุ่นเปลี่ยนชีวิตดี! วิธีทานอาหารเรียงลำดับ ลดน้ำตาล คุมหุ่น แบบไม่ต้องอด
Read

กินถูกวิถี หุ่นเปลี่ยนชีวิตดี! วิธีทานอาหารเรียงลำดับ ลดน้ำตาล คุมหุ่น แบบไม่ต้องอด

เคยสงสัยไหมคะว่า ทั้งที่กินคลีนและออกกำลังกายบ่อยมาก แต่ทำไมตัวยังบวม หน้าท้องไม่ลด แถมบ่าย ๆ ทีไรก็ง่วงนอนจนแทบฟุบ คีย์เวิร์ดสำคัญของปัญหานี้อาจไม่ได้อยู่ที่ ปริมาณ แต่อยู่ที่ ลำดับ ในการตักอาหารเข้าปากค่ะ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ ด้วย วิธีทานอาหารเรียงลำดับ ลดน้ำตาล คุมหุ่น จะช่วยให้เราอิ่มนานขึ้น ไม่หิวจุกจิก และช่วยล็อกระดับน้ำตาลในเลือดให้เสถียรตลอดวัน โดยที่ไม่ต้องตัดของโปรดออกไปจากชีวิตเลยค่ะ สำหรับสาว ๆ หรือคนทำงานยุคนี้ที่ต้องเผชิญกับภาวะเร่งรีบ การหาวิธีดูแลตัวเองที่ทำได้จริงและยั่งยืนเป็นสิ่งจำเป็นมากค่ะ หนึ่งในเทคนิคที่กำลังมาแรงและทำตามได้ง่ายสุด ๆ คือ วิธีทานอาหารเรียงลำดับ ลดน้ำตาล คุมหุ่น สไตล์คนเมือง ซึ่งเป็นการใช้หลักวิทยาศาสตร์มาหลอกร่างกายให้ย่อยช้าลง ช่วยลดการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินที่กระตุ้นการสะสมไขมัน ถ้าอยากรู้ว่ามื้อถัดไปต้องเริ่มตักอะไรก่อน-หลัง มาดู 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ที่จะเปลี่ยนระบบเผาผลาญของคุณไปตลอดกาลกันเลยค่ะ 3 ขั้นตอน จัดลำดับการกิน ล็อกหุ่นเป๊ะ น้ำตาลไม่พุ่ง เพื่อให้สาวๆ เข้าใจง่าย ให้จำสูตรการกินเรียงลำดับเป็น "ผัก - โปรตีน - คาร์โบไฮเดรต" ดังนี้ค่ะ 1. เริ่มต้นด้วย "ใยอาหาร" (Fiber First) สิ่งที่ต้องกิน: ผักสด ผักต้ม ผักลวก หรือสลัด (หลีกเลี่ยงน้ำสลัดครีมข้น) เหตุผล: ใยอาหารจะเข้าไปสร้างตาข่ายในลำไส้เล็ก ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลจากอาหารจานหลัก ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดค่อย ๆ ขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ไม่พุ่งสูงปรี๊ด 2. ตามด้วย "โปรตีนและไขมันดี" (Protein Fats) สิ่งที่ต้องกิน: เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ เต้าหู้ ปลา หรือถั่วต่าง ๆ เหตุผล: โปรตีนจะกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนอิ่ม (Satiety Hormones) ทำให้ร่างกายส่งสัญญาณไปบอกสมองว่าอิ่มแล้ว ช่วยตัดวงจรความยากอาหารจุกจิกและขนมหวานหลังมื้ออาหารได้ดีเยี่ยม 3. ปิดท้ายด้วย "คาร์โบไฮเดรตและน้ำตาล" (Carbs Sugars) สิ่งที่ต้องกิน: ข้าว แป้ง ขนมปัง ผลไม้ หรือของหวาน (ถ้าอยากทาน) เหตุผล: เมื่อแป้งและน้ำตาลเดินทางมาถึงลำไส้ที่มีตาข่ายใยอาหารและโปรตีนรออยู่แล้ว กระบวนการย่อยจะช้าลงอย่างมาก ทำให้น้ำตาลไม่เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมตามหน้าท้องและต้นขา 💡 สรุปสั้น ๆ สำหรับคนเร่งรีบ การทานอาหารเรียงลำดับตามหลักวิทยาศาสตร์ (Food Sequencing) มีประโยชน์หลัก 3 ข้อ: ลดการหลั่งอินซูลิน: ป้องกันไม่ให้ร่างกายสะสมไขมันส่วนเกิน ป้องกันอาการ Sugar Crash: แก้อาการง่วงนอน อ่อนเพลียหลังมื้ออาหาร คุมความหิว: อิ่มนานขึ้น ลดความอยากของหวานระหว่างวัน

เช็กด่วน! คุมอาหาร แต่น้ำหนักไม่ลง เป็นเพราะ ดื้ออินซูลิน อยู่หรือเปล่า พร้อมวิธีแก้ ลดน้ำหนักไม่ลง
Read

เช็กด่วน! คุมอาหาร แต่น้ำหนักไม่ลง เป็นเพราะ ดื้ออินซูลิน อยู่หรือเปล่า พร้อมวิธีแก้ ลดน้ำหนักไม่ลง

หลายคนอุตส่าห์ตั้งใจนับแคลอรี เลือกกินแต่อาหารคลีน ปฏิเสธขนมหวานของโปรด แต่เมื่อก้าวขึ้นตาชั่ง ตัวเลขกลับหยุดนิ่งไม่ขยับจนรู้สึกท้อมาก ที่ลดน้ำหนักไม่ลง ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ตาม สาเหตุที่ คุมอาหาร แต่น้ำหนักไม่ลง ไม่ได้เกิดจากยังพยายามไม่พอหรือขาดวินัยเสมอไปนะคะ อีกหนึ่งสาเหตุที่ลดน้ำหนักไม่ลง อาจเพราะระบบฮอร์โมนในร่างกายที่กำลังเผชิญกับภาวะ "ดื้ออินซูลิน" (Insulin Resistance) อยู่ก็เป็นได้ค่ะ ใครที่กำลังปวดหัวกับน้ำหนักคงที่ไม่ยอมลด ลองตั้งใจอ่านบทความนี้ดูนะคะ อาจจะเจอคำตอบที่ช่วยคุณได้ค่ะ ภาวะ "ดื้ออินซูลิน" คืออะไร? ทำไมทำให้น้ำหนักลงยาก อินซูลิน คือฮอร์โมนที่หลั่งออกมาจากตับอ่อน มีหน้าที่เปรียบเสมือน "กุญแจ" คอยไขประตูเซลล์ เพื่อนำน้ำตาลจากเลือดเข้าไปใช้เป็นพลังงาน แต่หากเรากินแป้งขัดสีและน้ำตาลสูงสะสมมานาน ร่างกายจะหลั่งอินซูลินออกมามากเกินไป จนเซลล์เริ่ม "ดื้อ" และไม่ยอมเปิดประตูรับน้ำตาลอีกต่อไป จุดสำคัญอยู่ตรงนี้ค่ะ ฮอร์โมนอินซูลินมีอีกชื่อหนึ่งว่า "ฮอร์โมนสะสมไขมัน" เมื่อเซลล์ไม่รับพลังงาน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ร่างกายต้องหลั่งอินซูลินออกมามากขึ้นอีกเพื่อพยายามลดระดับน้ำตาลในเลือด ตราบใดที่ระดับอินซูลินในร่างกายยังสูงอยู่ ร่างกายจะทำการ "ปิดสวิตช์" การดึงไขมันเก่าออกมาใช้โดยสิ้นเชิง! พูดง่ายๆก็คือ ยิ่งกระตุ้นอินซูลิน = ร่างกายยิ่งไม่ยอมใช้ไขมันเก่า แถมยังสะสมไขมันใหม่ นี่จึงเป็นคำตอบทางวิทยาศาสตร์ว่า ทำไมออกกำลังกายจนหมดแรงแล้ว น้ำหนักถึงไม่ยอมลดลงเลยสักขีด 4 สัญญาณเตือน! ภาวะดื้ออินซูลิน มีอาการอย่างไร ลองสำรวจตัวเองง่ายๆ ด้วยเช็กลิสต์เหล่านี้ หากคุณมีอาการมากกว่า 2 ข้อขึ้นไป มีโอกาสสูงมากที่คุณกำลังเผชิญกับภาวะนี้ค่ะ มีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องมาก หรือพุงป่องอย่างเห็นได้ชัด รู้สึกง่วงนอน อ่อนเพลีย หมดแรงทันทีหลังจากกินอาหารมื้อหลัก หิวบ่อย โหยหาน้ำตาล แป้ง หรือของหวานอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงบ่ายหรือดึก ผิวหนังบริเวณคอ รักแร้ หรือขาหนีบ มีสีคล้ำหนาขึ้นเหมือนขี้ไคลแต่ขัดไม่ออก โยโย่ เอฟเฟคต์ แก้ยังไง เกี่ยวอะไรกับอินซูลิน หลายคนพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการอดอาหาร หรือทำสูตรลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน 3 วัน 7 วัน ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด เพราะการตัดแคลอรีลงอย่างฮวบฮาบจะทำให้ร่างกายสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นเตาเผาพลังงานหลัก เมื่อกลับมากินปกติ ระบบเผาผลาญที่พังไปแล้วจึงไม่สามารถจัดการกับพลังงานได้ ทำให้เกิดภาวะน้ำหนักดีดกลับอย่างรวดเร็ว วิธีแก้ โยโย่เอฟเฟคต์ คำตอบไม่ได้อยู่ที่การกลับไปอดอาหารซ้ำๆ แต่คือการ "ซ่อมระบบเผาผลาญและกู้คืนความไวต่ออินซูลิน" ให้ร่างกายกลับมาทำงานได้อย่างเป็นธรรมชาตินั่นเองค่ะ 5 วิธีแก้ ลดน้ำหนักไม่ลง ฉบับรีเซ็ตฮอร์โมนอินซูลิน ถ้าคุณพร้อมที่จะก้าวออกจากวงจรความเครียดนี้แล้ว นี่คือวิธีแก้อาการลดน้ำหนักไม่ลงที่อิงตามหลักการทำงานของฮอร์โมน ซึ่งจะช่วยให้คุณกลับมาเผาผลาญไขมันได้อย่างยั่งยืนค่ะ 1. ลดคาร์โบไฮเดรตขัดสีและน้ำตาล (Low Refined Carbs) เปลี่ยนจากข้าวขาว ขนมปังขาว และเครื่องดื่มหวานๆ มาเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ควินัว ธัญพืช และผักใบเขียว อาหารเหล่านี้มีไฟเบอร์สูง ช่วยให้ระดับน้ำตาลและอินซูลินในเลือดไม่พุ่งสูงอย่างรวดเร็ว 2. กินโปรตีนและไขมันดีให้เพียงพอ ในทุกมื้ออาหาร ควรมีโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ หรือเต้าหู้ ร่วมกับไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก อะโวคาโด หรือถั่วต่างๆ เพราะโปรตีนและไขมันดีแทบจะไม่กระตุ้นการหลั่งอินซูลินเลย แถมยังช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน ลดอาการโหยน้ำตาลได้ดีเยี่ยม 3. เว้นระยะเวลาการกิน (Intermittent Fasting - IF) การทำ IF เช่น สูตร 16/8 (กิน 8 ชั่วโมง งดอาหาร 16 ชั่วโมง) จะช่วยเปิดโอกาสให้ระดับอินซูลินในเลือดลดต่ำลงในช่วงที่อดอาหาร ซึ่งเป็นช่วงเวลาทองที่ร่างกายจะสามารถปลดล็อกและดึงไขมันสะสมออกมาใช้เป็นพลังงานได้ 4. สร้างกล้ามเนื้อด้วยการเวทเทรนนิ่ง (Resistance Training) กล้ามเนื้อคือแหล่งกักเก็บน้ำตาลที่ดีที่สุด ยิ่งคุณมีมวลกล้ามเนื้อมาก เซลล์ของคุณก็จะยิ่งมีความไวต่ออินซูลินมากขึ้น การยกน้ำหนักหรือออกกำลังกายแบบบอดี้เวทเพียง 2-3 วันต่อสัปดาห์ จะช่วยแก้ปัญหาการดื้ออินซูลินได้อย่างตรงจุด 5. โฟกัสที่รูปร่างมากกว่าตัวเลขบนตาชั่ง บ่อยครั้งที่เรามักกังวลกับตัวเลขบนตาชั่งมากเกินไป จนลืมสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย หากคุณออกกำลังกายและคุมอาหารอย่างถูกวิธี คุณอาจเจอกับภาวะ น้ำหนักไม่ลด แต่ผอมลง ซึ่งเกิดจากมวลไขมันที่หายไปถูกแทนที่ด้วยมวลกล้ามเนื้อที่มีความหนาแน่นกว่า ให้ใช้สายวัดและเสื้อผ้าตัวเก่งเป็นเกณฑ์วัดผลแทนการชั่งน้ำหนักทุกวันจะดีที่สุดค่ะ หากใครกำลังประสบปัญหาลดน้ำหนักไม่ลง ลองนำทั้ง 5 วิธีนี้ไปปรับใช้เพื่อรีเซ็ตภาวะดื้ออินซูลินกันดูนะคะ การลดน้ำหนักที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องของการลงโทษร่างกายหรือการอดอาหารจนทรมาน แต่เป็นการทำความเข้าใจระบบฮอร์โมนและให้เวลากับร่างกายในการเยียวยาตัวเอง แล้วสุขภาพที่ดีกับรูปร่างที่คุณต้องการจะตามมาอย่างแน่นอนโดยไม่ต้องฝืนธรรมชาติให้เครียดค่ะ บทความที่คุณอาจสนใจ 9 อาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ อาหาร Low GI เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน คนรักสุขภาพ 9 วิธีออกกำลังกาย ลดเลี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 จัดการกับน้ำตาลในเลือด 5 วิธีควบคุมน้ำตาลในเลือด ทำอย่างไรให้น้ำตาลลดเร็ว สุขภาพดี เบาหวานไม่กำเริบ

Get free 1 complimentary plate of Thai dessert of the day when spending 1000 THB or more on food at BAAN NAI TUEK with 0 Truepoint.
Privilege

Get free 1 complimentary plate of Thai dessert of the day when spending 1000 THB or more on food at BAAN NAI TUEK with 0 Truepoint.

Get free 1 complimentary plate of Thai dessert of the day when spending 1000 THB or more on food at BAAN NAI TUEK with 0 Truepoint. ลูกค้าทรู ใช้ 0 ทรูพอยท์ รับฟรี ขนมไทยประจำวัน 1 จาน เมื่อทานอาหาร ครบ 1,000 บาท ที่ โรงแรมบ้านนายถึกและร้านอาหาร โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี เงื่อนไข 1. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot)2. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์3. จำกัด 1 สิทธิ์/หมายเลข/วัน4. ระยะเวลาการร่วมรายการ ตั้งแต่ 15 กรกฎาคม 2569 - 30 มิถุนายน 25705. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี6. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ7. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้8. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข

เมนูเร่งระบบเผาผลาญ Metabolic Diet สำหรับผู้หญิงวัย 30+ หุ่นกระชับ ไม่ต้องอด
Read

เมนูเร่งระบบเผาผลาญ Metabolic Diet สำหรับผู้หญิงวัย 30+ หุ่นกระชับ ไม่ต้องอด

แชร์ เมนูเร่งระบบเผาผลาญ Metabolic Diet เพราะ พออายุล่วงเลยเข้าสู่วัย 30+ ปุ๊บ สิ่งที่ผู้หญิงหลายคนต้องเจอเหมือนกัน โดยมิได้นัดหมายก็คือ กินเท่าเดิม แต่น้ำหนักขึ้นง่ายมาก หรือ พยายามลดน้ำหนักแทบตาย แต่น้ำหนักกลับนิ่งสนิท ใช่ไหมคะ? นั่นเป็นเพราะเมื่อเราอายุมากขึ้น มวลกล้ามเนื้อจะเริ่มลดลง ส่งผลให้ระบบเผาผลาญ (Metabolism) ทำงานช้าลงตามไปด้วยค่ะ แต่สาวๆ ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะเราสามารถปลุก เตาเผาในร่างกาย ให้กลับมาฟิตได้อีกครั้งด้วยการกินอาหารตามหลัก Metabolic Diet หรืออาหารเร่งระบบเผาผลาญ ที่ช่วยให้หุ่นเฟิร์มกระชับ โดยไม่ต้องอดอาหารให้ทรมานเลยค่ะ เมนูเร่งระบบเผาผลาญ คืออะไร? Metabolic Diet คือ แนวทางการกินอาหารที่เน้นการเลือกสารอาหารที่ไปกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ และปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย โดยเน้นอาหารที่มี Thermic Effect of Food (TEF) หรืออาหารที่ร่างกายต้องใช้พลังงานในการย่อยสูง เช่น โปรตีนลีน และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ทำให้นอกจากเราจะได้พลังงานแล้ว ร่างกายยังได้เบิร์นแคลอรีไปในตัวขณะย่อยด้วยค่ะ แจกสูตร : เมนูเร่งเผาผลาญ 1 วัน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและนำไปทำตามได้ง่าย ๆ วันนี้จัดแพนเมนู 3 มื้อ + 1 มื้อว่าง ที่คัดมาแล้วว่าช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญได้ดีเยี่ยมมาฝากค่ะ มื้ออาหาร เมนูเร่งระบบเผาผลาญ คุณประโยชน์ มื้อเช้า ไข่ต้ม 2 ฟอง อะโวคาโดครึ่งลูก กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล โปรตีนจากไข่ช่วยสตาร์ทระบบเผาผลาญตั้งแต่เช้า ไขมันดีจากอะโวคาโดช่วยให้อิ่มนาน และคาเฟอีนช่วยกระตุ้นการเบิร์นพลังงานค่ะ มื้อกลางวัน สเต๊กปลากะพงย่างพริกไทยดำ ข้าวกล้อง 1 ทัพพี ผักบรอกโคลีและแครอทต้ม ปลา เป็นโปรตีนย่อยง่าย มีโอเมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบในเซลล์ ข้าวกล้องให้ไฟเบอร์สูง ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สวิงค่ะ มื้อว่าง (บ่าย) ชาเขียวร้อน (ไม่ใส่น้ำตาล) 1 แก้ว ถั่วอัลมอนด์อบ (ประมาณ 10-12 เม็ด) ชาเขียว ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันได้ดี ส่วนอัลมอนด์ช่วยเติมโปรตีนและไขมันดีระหว่างวันค่ะ มื้อเย็น ยำอกไก่ฉีกใส่พริกสด (สูตรโซเดียมต่ำ) ซุปแกงจืดเต้าหู้ไข่ใส่ผักกาดขาว อกไก่ให้โปรตีนสูงมาก ส่วนความเผ็ดร้อนจากพริกสด (สาร Capsaicin) จะช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้นชั่วขณะ บทความที่คุณอาจสนใจ 7 อาหาร สำหรับคนเป็นกรดไหลย้อน ย่อยง่าย กินสบาย ไม่ทรมาน ลดแสบร้อน! 7 อาหารที่มี แอลคาร์นิทีน ตามธรรมชาติ เร่งเผาผลาญแบบไม่ต้องพึ่งยา

วิธีสั่ง อาหารตามสั่ง มื้อเที่ยง มื้อเย็น ไม่อ้วน คลีนๆ แคลน้อย อร่อยแถมลดหุ่น!
Read

วิธีสั่ง อาหารตามสั่ง มื้อเที่ยง มื้อเย็น ไม่อ้วน คลีนๆ แคลน้อย อร่อยแถมลดหุ่น!

แจกคีย์เวิร์ดลดหุ่น! วิธีสั่งเมนู อาหารตามสั่ง ทั้งมื้อเที่ยง มื้อเย็น แบบไม่อ้วน คลีนๆ แคลน้อย แต่ยังอร่อยอยู่ เพราะสาวยุค 2026 อย่างเรา เวลาเป็นสิ่งมีชีวิตที่หายากที่สุดค่ะ หลายๆ ครั้งต้องจบที่การเปิดแอปสั่งอาหาร หรือเดินเข้าหมวดอาหารตามสั่งข้างออฟฟิศทุกที แต่รู้ไหมคะว่าเราสามารถหุ่นดีและลีนได้ แม้จะไม่ได้ทำอาหารเอง แค่ต้องรู้ "สูตรลับ" ในการสั่งต่อไปนี้ค่ะ คีย์เวิร์ด 1 "ขอเปลี่ยนเป็นข้าวไรซ์เบอร์รี่ / ข้าวกล้อง" ข้าวขาวขัดสีคือตัวการที่ทำให้ง่วงนอนตอนบ่าย (Food Coma) เพราะทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงและตกลงอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนมาสั่ง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ หรือข้าวกล้อง จะช่วยให้ร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ไฟเบอร์สูง ทำให้อิ่มนาน และไม่หิวจุกจิกระหว่างวันด้วยค่ะ เมนูแนะนำ ข้าวหน้าอกไก่ย่างไรซ์เบอร์รี่ หรือ ข้าวลาบปลาข้าวกล้อง คีย์เวิร์ด 2 "ต้ม - อบ - นึ่ง - ย่าง" ถ้าคิดอะไรไม่ออกตอนเปิดเมนูอาหารตามสั่ง ให้มองหา 4 คำนี้เป็นหลักค่ะ การสั่งอาหารที่ผ่านกรรมวิธี ต้ม อบ นึ่ง หรือย่าง จะช่วยเซฟแคลลอรี่จากน้ำมันพืชไปได้มากกว่า 200-300 แคลลอรี่ต่อมื้อเลยทีเดียว เหมาะมากสำหรับคนที่มองหา อาหารลดน้ำหนัก แบบเร่งด่วนแต่ไม่อยากขาดสารอาหาร เมนูแนะนำ ต้มยำน้ำใสอกไก่ ปลานึ่งซีอิ๊ว หรือ ไก่ย่างส้มตำ (เน้นรสไม่จัด) คีย์เวิร์ด 3 "ขอใช้น้ำมันน้อย / ผัดน้ำ" สำหรับวันไหนที่อยากกินเมนูผัดจริงๆ เช่น ผัดกะเพรา หรือผัดผัก ให้พิมพ์ในช่องหมายเหตุถึงร้านค้าเสมอว่า "ผัดน้ำ" หรือ "ใช้น้ำมันน้อยที่สุด" ร้านอาหารตามสั่งส่วนใหญ่มักประโคมน้ำมันเพื่อให้ผัดง่าย แต่ถ้าเราบรีฟร้านล่วงหน้า เราจะได้กินเมนูโปรดในเวอร์ชันที่คลีนขึ้นทันทีค่ะ เมนูแนะนำ กะเพราอกไก่สับผัดน้ำ (ไม่ใส่น้ำตาลเพิ่ม) + ไข่ต้ม คีย์เวิร์ด 4 "เน้นโปรตีนคู่ผักสด" การสั่ง อาหารคลีน 7-11 หรือร้านอาหารทั่วไป สิ่งสำคัญคือสัดส่วนอาหารค่ะ พยายามสั่งเพิ่มโปรตีน (เช่น เพิ่มไข่ต้ม เพิ่มอกไก่) ควบคู่ไปกับผัก เพื่อให้อิ่มท้องแท้จริง ไม่ใช่จุกเพราะแป้ง การกินโปรตีนที่ถึงเกณฑ์จะช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ และช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้นด้วยนะคะ เมนูแนะนำ สลัดม้วนอกไก่ หรือ มิกซ์แอนด์แมทช์อกไก่นุ่มในร้านสะดวกซื้อคู่กับสลัดผัก คีย์เวิร์ด 5 "แยกน้ำจิ้ม / แยกน้ำซอส" ศัตรูตัวร้ายของอาหารลดน้ำหนักไม่ใช่เนื้อสัตว์ แต่คือ "โซเดียมและน้ำตาล" ที่แฝงมากับน้ำราดและน้ำจิ้มค่ะ การพิมพ์ระบุในโน้ตว่า "แยกน้ำจิ้ม" จะช่วยให้เราควบคุมปริมาณโซเดียมได้เองด้วยการใช้ส้อมจิ้มน้ำจิ้มแต่น้อย แทนการราดจนฉ่ำ ช่วยลดอาการตัวบวมน้ำได้อย่างเห็นผลค่ะ เมนูแนะนำ ข้าวมันไก่ต้ม (ไม่เอาหนัง แยกน้ำจิ้ม) หรือ สเต็กปลาแซลมอน (แยกซอส) บทความที่คุณอาจสนใจ 60 อาหารลดน้ำหนัก ในเซเว่น ไขมันต่ำ แคลน้อย คนลดน้ำหนักกินได้‼️ 20 นม แคลอรี่ต่ำ น้ำตาลน้อย ในเซเว่น คนลดน้ำหนักกินได้ ผอมดี!

วิธีขยับร่างกายลดน้ำตาลหลังมื้ออาหาร เคล็ดลับหุ่นดี สุขภาพปังแบบไม่ต้องอด
Read

วิธีขยับร่างกายลดน้ำตาลหลังมื้ออาหาร เคล็ดลับหุ่นดี สุขภาพปังแบบไม่ต้องอด

เคยกินข้าวอิ่มๆ แล้วรู้สึกง่วงนอนจนตาจะปิดไหมคะ? อาการหนังตาหย่อนหลังมื้ออาหารแบบนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า Blood Sugar Spike ซึ่งถ้าปล่อยไว้บ่อยๆ นอกจากจะทำให้เราอ่อนเพลียระหว่างวันแล้ว ยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ร่างกายสะสมไขมันส่วนเกินตามพุงและต้นขาอีกด้วยค่ะ การมองหา วิธีขยับร่างกายลดน้ำตาลหลังมื้ออาหาร จึงเป็นทางออกที่ง่ายและได้ผลดีที่สุดในการช่วยดึงน้ำตาลในกระแสเลือดไปใช้เป็นพลังงานทันที โดยที่เราไม่ต้องทรมานกับการอดอาหารหรือตัดคาร์โบไฮเดรตออกไปจากชีวิตเลยล่ะค่ะ สำหรับสาวๆ วัยทำงานที่ต้องนั่งติดเก้าอี้ตลอดทั้งวัน การหันมาเริ่มต้นทำ กิจกรรมเพื่อควบคุมอินซูลินหลังกินข้าว เพียงแค่วันละ 10-15 นาที จะช่วยเปลี่ยนระบบเผาผลาญของร่างกายให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ เพราะการขยับตัวเบาๆ หลังมื้ออาหารจะช่วยลดภาระการทำงานของตับอ่อนในการหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดค่อยๆ ลดลงอย่างคงที่ ไม่สวิงขึ้นลงจนทำให้เราหิวจุกจิกในเวลาต่อมา มาร่วมเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ หลังมื้ออาหารเพื่อหุ่นสวยและสุขภาพที่ดีในระยะยาวไปพร้อมกันเลยค่ะ 4 ไอเดียขยับร่างกายเบาๆ หลังกินข้าวเสร็จ เปลี่ยนน้ำตาลเป็นพลังงาน เดินเล่นแกว่งแขนเบาๆ (Postprandial Walking)การเดินเล่นด้วยความเร็วปกติรอบๆ บ้าน ออฟฟิศ หรือในสวนสาธารณะหลังมื้ออาหาร 10-15 นาที เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการกระตุ้นกล้ามเนื้อขาให้ดึงน้ำตาลในเลือดไปใช้ ยืนทำงานหรือเดินยืดเส้นยืดสายในออฟฟิศหากไม่สะดวกเดินไปไหน ไซน์แนะนำให้เปลี่ยนจากการนั่งแช่มาเป็นยืนทำงานที่โต๊ะ หรือเดินไปเข้าห้องน้ำ เดินไปกดน้ำอุ่นๆ ดื่ม ก็ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญได้เช่นกันค่ะ ทำงานบ้านมัดกล้ามเนื้อการล้างจาน กวาดบ้าน ถูบ้าน หรือจัดโต๊ะอาหารหลังกินข้าวเสร็จ ถือเป็นกิจกรรมทางกายชั้นดีที่ช่วยลดระดับน้ำตาลได้โดยที่คุณไม่รู้สึกเหมือนกำลังออกกำลังกายอยู่เลย ทำท่า Soleus Pushup (ส้นเท้าขยับรับสุขภาพ)สำหรับใครที่ลุกไปไหนไม่ได้จริงๆ ให้ใช้วิธีนั่งหลังตรง แล้วยกส้นเท้าขึ้น-ลงสลับกันโดยให้ปลายเท้าติดพื้น (การขยับกล้ามเนื้อน่องโซเลียส) วิจัยพบว่าช่วยลดน้ำตาลและอินซูลินได้ดีมากแม้กำลังนั่งอยู่ค่ะ ทำไมการขยับตัวหลังกินข้าวถึงลดน้ำตาลได้? เวลาที่เรากินอาหารเข้าไป ร่างกายจะย่อยคาร์โบไฮเดรตให้กลายเป็นน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งปกติแล้วร่างกายต้องพึ่งฮอร์โมน "อินซูลิน" จากตับอ่อนมาทำหน้าที่เป็นกุญแจไขพาหน้าน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ค่ะ แต่ความเจ๋งคือ เมื่อกล้ามเนื้อของเราขยับและหดตัว มันจะสามารถดึงน้ำตาลในเลือดไปใช้เป็นพลังงานได้โดยตรงทันทีโดยไม่ต้องง้ออินซูลินเลยค่ะ! การขยับตัวหลังมื้ออาหารจึงเหมือนเป็นการช่วยตับอ่อนทำงาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงค้างเติ่งนั่นเอง ข้อควรระวัง: ขยับแค่ไหนไม่ให้จุกท้อง? แม้ว่าการขยับร่างกายจะมีประโยชน์มาก แต่เราต้องทำอย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันอาการจุกเสียดแน่นท้องด้วยนะคะ ห้ามออกกำลังกายหนัก: หลีกเลี่ยงการวิ่ง การกระโดด หรือการเล่นเวทเทรนนิ่งหนักๆ ทันทีหลังมื้ออาหาร เพราะร่างกายกำลังส่งเลือดไปเลี้ยงระบบย่อยอาหาร หากออกกำลังกายหนักเลือดจะถูกดึงไปที่กล้ามเนื้อ ทำให้ท้องอืดและจุกท้องได้ค่ะ สังเกตสัญญาณร่างกาย: ถ้าเริ่มรู้สึกจุก หรือเสียดท้อง ให้หยุดพัก เปลี่ยนเป็นการยืนนิ่งๆ หรือนั่งหลังตรงแทนนะคะ การดูแลรูปร่างและสุขภาพไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการอดอาหารเสมอไปค่ะ แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลังมื้ออาหารเล็กๆ น้อยๆ ด้วยการลุกขึ้นมาขยับตัว ก็ช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีและหุ่นปังขึ้นได้ในทุกๆ วันแล้วค่ะ

15 ขนมแคลอรี่น้อย ในเซเว่น สำหรับคนคุมน้ำหนัก แต่อยากกินขนม!
Read

15 ขนมแคลอรี่น้อย ในเซเว่น สำหรับคนคุมน้ำหนัก แต่อยากกินขนม!

สำหรับใครที่กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนัก แต่อยากจะ Cheat Day แอบกินขนมบ้างอะไรบ้าง เพราะกินคลีนมาหลายวันแล้ว วันนี้เรามี 15 ขนมแคลอรี่น้อย ในเซเว่น มาแนะนำค่ะ ให้ทุกคนสามารถกินขนมได้แบบไม่ต้องรู้สึกผิด เพราะขนมที่เราเลือกมานั้นเป็นขนมแคลต่ำ ซึ่งเพียงแค่ออกกำลังกายก็สามารถเผาผลาญออกได้! ทริคการเลือกขนมสำหรับคนกลัวอ้วน อ่านฉลากก่อนทุกครั้ง เลือกขนมที่ผ่านกระบวนการน้อยและปรุงแต่งน้อย เลือกขนมที่ใช้กรรมวิธี ปิ้ง ย่าง นึ่ง อบ โดยให้เลี่ยงการทอด เลือกกินรสดั้งเดิม Original ดูค่าจากน้ำตาลหรือน้ำมันปาล์ม ไม่ควรเกิน 10% เลือกขนมที่มีโซเดียมน้อย ของกินเล่น อาหารว่าง แคลต่ำ ใน 7-11 ประเภทซีเรียล 1. ขนมแคลอรี่น้อย : MILO Breakfast Cereal Bar with Protein 100 กิโลแคลอรี่ ไขมัน 3 กรัม โคเลสเตอรอล 0 มก. โปรตีน 2 กรัม คาร์โบไฮเดรต 14 กรัม ใยอาหาร 1 กรัม น้ำตาล 6 กรัม โซเดียม 45 มก. ราคา 20 บาทขนาด 23.5 กรัม 2. ขนมแคลอรี่น้อย : Kelloggs Corn Flakes (Original) 100 กิโลแคลอรี่ ไขมัน 0 กรัม โคเลสเตอรอล 0 มก. โปรตีน 2 กรัม คาร์โบไฮเดรต 22 กรัม ใยอาหาร น้อยกว่า 1 กรัม น้ำตาล 2 กรัม โซเดียม 115 มก. ราคา 10 บาทขนาด 25 กรัม 3. ขนมแคลอรี่น้อย : Xongdur Food Fitt Cereal Bar 90 กิโลแคลอรี่ ไขมัน 4.5 กรัม โปรตีน 2 กรัม คาร์โบไฮเดรต 9 กรัม น้ำตาล 3 กรัม โซเดียม 15 มก. ราคา 10 บาทขนาด 17 กรัม 4. ขนมแคลอรี่น้อย : Daily Bites Granola Walnut Chocolate แคลอรี่ 90 ไขมัน 4 กรัม โคเลสเตอรอล 0 มก. โปรตีน 2 กรัม คาร์โบไฮเดรต 11 กรัม ใยอาหาร 2 กรัม น้ำตาล 2 กรัม โซเดียม 5 มก. ราคา 28 บาทขนาด 40 กรัม ประเภทถั่วและธัญพืช อาหารประเภทถั่วและธัญพืช แม้ว่าจะมีแคลอรี่เยอะ แต่ถือว่าเป็นแคลอรี่คุณภาพค่ะ รวมถึงไขมันก็ถือเป็นไขมันดีด้วยเช่นกัน! 5. ขนมแคลอรี่น้อย :Nut Natur Roasted Almonds 220 กิโลแคลอรี่ ไขมัน 17 กรัม โคเลสเตอรอล 0 มก. โปรตีน 8 กรัม คาร์โบไฮเดรต 8 กรัม ใยอาหาร 4 กรัม น้ำตาล 2 กรัม โซเดียม 0 มก. ราคา 35 บาทขนาด 35 กรัม 6. ขนมแคลอรี่น้อย : Tong Garden ถั่วลันเตาเขียวเคลือบรสวาซาบิ 110 กิโลแคลอรี่ ไขมัน 4.5 กรัม โคเลสเตอรอล 0 มก. โปรตีน 4 กรัม คาร์โบไฮเดรต 15 กรัม ใยอาหาร 2 กรัม น้ำตาล 4 กรัม โซเดียม 160 มก. โพแทสเซียม 120 มก. ราคา 10 บาทขนาด 50 กรัม 7. ขนมแคลอรี่น้อย : Nut Walker แมคคาดาเมียอบเกลือ 150 กิโลแคลอรี่ ไขมัน 14 กรัม โคเลสเตอรอล 0 มก. โปรตีน 2 กรัม คาร์โบไฮเดรต 3 กรัม ใยอาหาร 2 กรัม น้ำตาล น้อยกว่า 1 กรัม โซเดียม 60 มก. ราคา 30 บาทขนาด 20 กรัม 8. ขนมแคลอรี่น้อย : ChaCha Daily Nuts 130 กิโลแคลอรี่ ไขมัน 8 กรัม โคเลสเตอรอล 0 มก. โปรตีน 3 กรัม คาร์โบไฮเดรต 11 กรัม ใยอาหาร 1 กรัม น้ำตาล 8 กรัม โซเดียม 0 มก. ราคา 26 บาทขนาด 23 กรัม 9. ขนมแคลอรี่น้อย : เมล็ดทานตะวัน กะเทาะเปลือก ตราดอกไม้ 100 กิโลแคลอรี่ ไขมัน 13 กรัม โคเลสเตอรอล 0 มก. โปรตีน 6 กรัม คาร์โบไฮเดรต 4 กรัม ใยอาหาร 3 กรัม น้ำตาล 1 กรัม โซเดียม 15 กรัม ราคา 20 บาทขนาด 25 กรัม 10. ขนมแคลอรี่น้อย : เมล็ดฟักทองอบ ตราฟลาวเวอร์ฟูด 130 กิโลแคลอรี่ ไขมัน 8 กรัม โคเลสเตอรอล 0 มก. โปรตีน 9 กรัม คาร์โบไฮเดรต 5 กรัม ใยอาหาร 2 กรัม น้ำตาล 0 กรัม โซเดียม 35 มก. ราคา 20 บาทขนาด 25 กรัม ประเภทผลไม้อบแห้ง ผลไม้อบแห้ง สามารถเป็นขนมสำหรับทานเล่นๆ ได้ แต่ก็ต้องระวังเรื่องของน้ำตาลด้วย และทางที่ดีควรจะกินผลไม้สดมากกว่านะคะ! 11. ขนมแคลอรี่น้อย : ดอยคำ มะเขือเทศเชอร์รีอบแห้ง 80 กิโลแคลอรี่ ไขมัน 0 กรัม โคเลสเตอรอล 0 มก. โปรตีน 1 กรัม คาร์โบไฮเดรต 20 กรัม ใยอาหาร 1 กรัม น้ำตาล 13 กรัม โซเดียม 35 มก. ราคา 28 บาทขนาด 25 กรัม 12. ขนมแคลอรี่น้อย : Tong Garden ลูกเกด จัมโบ้ทอมสัน 90 กิโลแคอรี่ ไขมัน 0 กรัม โคเลสเตอรอล 0 มก. โปรตีน น้อยกว่า 1 กรัม คาร์โบไฮเดรต 22 กรัม ใยอาหาร 1 กรัม น้ำตาล 19 กรัม โซเดียม 0 มก. ราคา 13 บาทขนาด 30 กรัม ประเภทอาหารทะเล ขนมประเภทนี้อาจจะต้องดูที่โซเดียมมากเป็นพิเศษ เพราะมักจะใส่โซเดียมเยอะค่ะ ซึ่งการกินโซเดียมในปริมาณมากก็อาจทำให้บวมได้ 13. ขนมแคลอรี่น้อย : Big Bag สาหร่ายย่าง สไตล์ญี่ปุ่น 45 กิโลแคลอรี่ ไขมัน 0.5 กรัม โคเลสเตอรอล น้อยกว่า 5 มก. โปรตีน 4 กรัม คาร์โบไฮเดรต 6 กรัม ใยอาหาร 3 กรัม น้ำตาล 2 กรัม โซเดียม 125 มก. ราคา 20 บาทขนาด 12 กรัม 14. ขนมแคลอรี่น้อย : Bento ปลาหมึกอบรสทรงเครื่อง 60 กิโลแคลอรี่ ไขมัน 0 กรัม โคเลสเตอรอล 5 มก. โปรตีน 5 กรัม คาร์โบไฮเดรต 11 กรัม ใยอาหาร 0 กรัม น้ำตาล 5 กรัม โซเดียม 450 มก. ราคา 20 บาทขนาด 20 กรัม ประเภทลูกอม 15. ขนมแคลอรี่น้อย : Fishermans Friend รส Honey Lemon 0 กิโลแคลอรี่ ไขมัน 0 กรัม โปรตีน 0 กรัม คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม น้ำตาล 0 กรัม โซเดียม 0 มก. ราคา 38 บาทขนาด 25 กรัม คลิกแลกทรูพอยท์ เพื่อรับคูปองส่วนลด 7-Eleven ได้ที่นี่ บทความที่คุณอาจสนใจ รวม 10 ขนมแคลน้อยในเซเว่น 2024 เคี้ยวเพลิน แต่แคลไม่เกิน ไม่ต้องกลัวอ้วน 15 เครื่องดื่ม แคลน้อย ไม่เกินร้อย ในเซเว่น ดื่มสดชื่นไม่กลัวอ้วน!

ตารางลดน้ำหนักด้วยไข่ต้ม 2 สัปดาห์ ลดได้เยอะ พร้อมอาหารกินด้วยกันแล้วเวิร์ค!
Read

ตารางลดน้ำหนักด้วยไข่ต้ม 2 สัปดาห์ ลดได้เยอะ พร้อมอาหารกินด้วยกันแล้วเวิร์ค!

อยากลดน้ำหนักเราจัดให้! ตาราง ลดน้ำหนักเร่งด่วน 14 วัน ด้วยไข่ต้ม พร้อมอาหารที่ควรกินคู่กัน กินตามนี้ในเวลา 2 สัปดาห์ สามารถลดน้ำหนักไปได้ถึง 10 กิโลกรัมเลยก็ว่าได้! ใครอยากลดน้ำหนักเร่งด่วน แนะนำให้กินตามนี้เลย เนื่องจากไข่มีโปรตีนที่สูง ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้เร็ว บวกกับเมนูอาหารอื่นๆ ที่กินในแต่ละวันก็มีแคลอรี่ที่ต่ำ ไม่ทำให้น้ำหนักขึ้น แถมไข่ยังทำให้อิ่มท้อง ไม่ทำให้หิวบ่อยอีกด้วย ต้องลองกินตามตารางนี้เลย! แต่แนะนำว่าไม่ควรกินแบบนี้นานเกินไปนะคะ เพราะจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารบางอย่างไปได้ จริงๆ แล้วแค่กิน 2 สัปดาห์ ก็จะเริ่มเห็นผลแล้วล่ะค่ะ ลดน้ำหนักด้วยไข่ต้ม สัปดาห์ที่ 1 วันจันทร์ มื้อเช้า : ไข่ต้ม 2 ฟอง + ผลไม้ตระกูลซิตรัส มื้อกลางวัน : ขนมปัง 2 แผ่น + ผลไม้ มื้อเย็น : สลัด + ไก่ วันอังคาร มื้อเช้า : ไข่ต้ม 2 ฟอง + ผลไม้ตระกูลซิตรัส มื้อกลางวัน : สลัดผักใบเขียว + ไก่ มื้อเย็น : ไข่ต้ม 2 ฟอง + ส้ม 1 ลูก + สลัดผัก วันพุธ มื้อเช้า : ไข่ต้ม 2 ฟอง + ผลไม้ตระกูลซิตรัส มื้อกลางวัน : ชีสไขมันต่ำ + ขนมปัง 1 แผ่น + มะเขือเทศ 1 ลูก มื้อเย็น : สลัด + ไก่ วันพฤหัสบดี มื้อเช้า : ไข่ต้ม 2 ฟอง + ผลไม้ตระกูลซิตรัส มื้อกลางวัน : ผลไม้ มื้อเย็น : สลัด + ไก่ วันศุกร์ มื้อเช้า : ไข่ต้ม 2 ฟอง + ผลไม้ตระกูลซิตรัส มื้อกลางวัน : ผักนึ่ง + ไข่ 2 ฟอง มื้อเย็น : สลัด + ปลา วันเสาร์ มื้อเช้า : ไข่ต้ม 2 ฟอง + ผลไม้ตระกูลซิตรัส มื้อกลางวัน : ผลไม้ มื้อเย็น : ไก่ + ผัก วันอาทิตย์ มื้อเช้า : ไข่ต้ม 2 ฟอง + ผลไม้ตระกูลซิตรัส มื้อกลางวัน : สลัดมะเขือเทศ + ไก่ + ผักนึ่ง มื้อเย็น : ผักนึ่ง ลดน้ำหนักด้วยไข่ต้ม สัปดาห์ที่ 2 วันจันทร์ มื้อเช้า : ไข่ต้ม 2 ฟอง มื้อกลางวัน : สลัด + ไก่ มื้อเย็น : ส้ม + สลัด + ไข่ต้ม 2 ฟอง วันอังคาร มื้อเช้า : ไข่ต้ม 2 ฟอง มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง + ผักนึ่ง มื้อเย็น : สลัด + ปลาย่าง วันพุธ มื้อเช้า : ไข่ต้ม 2 ฟอง + ผลไม้ มื้อกลางวัน : สลัด + อาหารเมนูไก่ มื้อเย็น : ส้ม + สลัด + ไข่ต้ม 2 ฟอง วันพฤหัสบดี มื้อเช้า : ไข่ต้ม 2 ฟอง + ผลไม้ มื้อกลางวัน : ผักนึ่ง + ไข่ต้ม 2 ฟอง + ชีสไขมันต่ำ มื้อเย็น : สลัด + ไก่นึ่ง วันศุกร์ มื้อเช้า : ไข่ต้ม 2 ฟอง + ผลไม้ มื้อกลางวัน : สลัดทูน่า มื้อเย็น : ไข่ต้ม 2 ฟอง + สลัด วันเสาร์ มื้อเช้า : ไข่ต้ม 2 ฟอง + ผลไม้ มื้อกลางวัน : สลัด + อาหารเมนูไก่ มื้อเย็น : ผลไม้ วันอาทิตย์ มื้อเช้า : ไข่ต้ม 2 ฟอง มื้อกลางวัน : ผักนึ่ง + ไก่นึ่ง มื้อเย็น : ผักนึ่ง + ไก่นึ่ง บทความที่คุณอาจสนใจ สูตรลดน้ำหนักเร่งด่วน 7 วัน ด้วยไข่ต้ม กินอิ่ม ไม่ต้องอด ผอมชัวร์! ตารางอาหารลดน้ำหนักเร่งด่วน 28 วัน ด้วยไข่ต้ม อิ่มท้อง ผอมจริง ไม่มีโหย!

10 เทคนิคลดน้ำหนัก 1 เดือน ลดได้ 6 กิโลกรัม วิธีลดความอ้วนได้ผลเร็ว!
Read

10 เทคนิคลดน้ำหนัก 1 เดือน ลดได้ 6 กิโลกรัม วิธีลดความอ้วนได้ผลเร็ว!

ใครอยากรู้ วิธีลดความอ้วนได้ผลเร็ว วันนี้เรามีเทคนิคลดน้ำหนัก 1 เดือนมาแนะนำ ทำตามนี้น้ำหนักลดไปถึง 14 ปอนด์หรือประมาณ 6 กิโลกรัม ภายใน 1 เดือนเลย ง่ายมาก ไปค่ะ! เทคนิคลดน้ำหนัก 1 เดือน 1. กินอาหารเช้าที่มีโปรตีนสูง อาหารเช้าถือเป็นอาหารมื้อสำคัญที่ร่างกายของเราไม่ควรงดเลยล่ะค่ะ แต่จะกินอย่างไรให้สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ล่ะ? ให้ทุกคนลองเปลี่ยนจากอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่เรามักจะกินบ่อยๆ ในมื้อเช้าอย่างพวกขนมปังหรือซีเรียล มาเป็นอาหารโปรตีนสูงแทนค่ะ เนื่องจากอาหารที่มีโปรตีนสูงจะทำให้เราอิ่มท้องนาน ไม่ต้องหิวอยากกินขนมจุกจิกตลอดเวลาจนอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ ที่สำคัญยังสามารถช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย เพราะอาหารที่มีโปรตีนสูงจะช่วยควบคุมฮอร์โมนความอยากอาหารของเรา ทำให้เราไม่กินเยอะนั่นเอง 2. กินผักให้ได้ครึ่งหนึ่งของอาหารเย็น สำหรับอาหารเย็น เราควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต อย่างเช่น ข้าว พาสต้า ก๋วยเตี๋ยว หรือขนมปัง เนื่องจากคาร์โบไฮเดรตจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในร่างกาย และหากน้ำตาลเหล่านี้ไม่ได้ถูกใช้เป็นพลังงาน ก็จะถูกเก็บเป็นไขมันสะสมในร่างกายแทน ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้นั่นเอง นอกจากนั้นในอาหารมื้อเย็น เราควรกินผักให้ได้อย่างน้อยปริมาณครึ่งหนึ่งของอาหารทั้งหมด โดยเฉพาะผักที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ อย่างเช่น เห็ดหรือมะเขือเทศ เป็นต้น 3. กินไขมันดีให้ได้หนึ่งส่วนในทุกมื้ออาหาร หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าการกินไขมันจะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า? แต่จริงๆ แล้ววิธีลดน้ำหนักแบบลดคาร์โบไฮเดรตและหันมาบริโภคอาหารที่มีไขมันดีแทน จะสามารถช่วยลดน้ำหนักได้เร็ว หรือหลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินวิธีการลดน้ำหนักแบบนี้มาว่ามันคือ การลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิคนั่นเอง โดยเราสามารถพบไขมันดีได้ในอาหารจำพวกไขมันปลา ถั่วหรือเมล็ดพืช เช่น วอลนัท เมล็ดแฟล็กซ์ เมล็ดเจีย เป็นต้น โดยเราจะต้องเพิ่มไขมันดีเข้าไปให้ได้ประมาณหนึ่งส่วนในทุกๆ มื้ออาหารของเรานะคะ อ่านวิธีลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิค ที่นี่ 4. กินอาหารครบ 3 มื้อ เราควรกินอาหารให้ครบ 3 มื้อ ถือเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะคะ...แต่สิ่งที่จะช่วยทำให้น้ำหนักลดลงได้ ก็คือการงดกินขนมขบเคี้ยวต่างๆ ระหว่างวันนั่นเอง โดยหลักการกินอาหาร 3 มื้อที่ได้ผลดีเลยก็คือ การเว้นระยะเวลาการกินอาหารมื้อถัดไป 5 ชม. อย่างเช่น หากกินอาหารเช้าตอน 9.00 น. ก็ควรกินอาหารกลางวันตอน 14.00 น. และอาหารเย็นตอน 19.00 น. นั่นเอง โดยที่จะต้องคอยควบคุมเวลาไม่ให้เรากินอาหารเย็นดึกเกินไปด้วยนะคะ ซึ่งการกินอาหารหลักให้ครบ 3 มื้อแล้วเผื่อเวลาไว้สำหรับมื้อถัดไปโดยที่ไม่กินขนมอย่างอื่นระหว่างมื้อแบบนี้ จะทำให้ร่างกายของเรามีเวลาได้นำไขมันสำรองที่สะสมไว้มาใช้ได้หมดนั่นเอง 5. เลือกกินขนมที่ดีต่อสุขภาพ อยากจะลดน้ำหนักก็ใช่ว่าเราจะต้องงดกินขนมเสมอไปนะคะ พยายามอย่าเคร่งเครียดจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้การลดน้ำหนักไม่ได้ผลก็เป็นได้ สำหรับใครที่อยากกินขนม กินอาหารว่างระหว่างวัน แนะนำให้เลือกกินเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพจะดีกว่าพวกขนมน้ำตาลสูงค่ะ เพราะนั่นจะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ โดยอาหารว่างที่แนะนำ เช่น อาหารที่มีโปรตีนสูง โปรตีนเชค หรืออาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตอย่าง ข้าวโอ๊ตและกล้วย นั่นเอง 6. ออกกำลังกาย 5 ครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากการควบคุมอาหารแล้ว เรายังจะต้องออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย เพื่อให้การลดน้ำหนักได้ผลมากยิ่งขึ้น ซึ่งการออกกำลังกายที่ทำให้สามารถลดน้ำหนักได้รวดเร็วเลยก็คือ HIIT และ เวทเทรนนิ่ง นั่นเอง โดยจะต้องทำควบคู่กันไป เนื่องจากการออกกำลังกายทั้งสองแบบนี้ จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกาย หรืออาจกล่าวได้ว่า ยิ่งเรามีกล้ามเนื้อมากเท่าไหร่ ร่างกายก็จะสามารถเบิร์นแคลอรี่ได้มาก แม้แต่ในขณะที่เราหยุดพักก็ตาม อ่านวิธีออกกำลังกายแบบ HIIT ที่นี่ อ่านวิธีออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง ที่นี่ 7. ออกกำลังกายตอนเช้า ช่วงเวลาที่แนะนำสำหรับออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักคือช่วงเช้าค่ะ เพราะการออกกำลังกายในตอนเช้าเป็นวิธีเริ่มต้นการเผาผลาญที่สมบูรณ์แบบเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังทำให้เราอาจจะเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้นในระหว่างวันอีกด้วย ดังนั้นสำหรับใครที่อยากออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักให้ได้ผล แนะนำให้ออกช่วงเช้าเลย 8. ดื่มน้ำก่อนอาหารแต่ละมื้อ ก่อนรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ เราควรดื่มน้ำเปล่าก่อนทุกครั้งให้ได้ 16 ออนซ์ (หรือประมาณ 473 มล.) เนื่องจากการดื่มน้ำก่อนมื้ออาหารแบบนี้สามารถช่วยทำให้น้ำหนักลดลงได้ จากการวิจัยพบว่าผู้ที่ดื่มน้ำก่อนมื้ออาหารสามารถลดน้ำหนักได้เยอะกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่มค่ะ ดังนั้นนี่เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้เราสามารถลดน้ำหนักได้เร็วและได้ผลดีนั่นเอง 9. ลดน้ำตาล น้ำตาลถือเป็นตัวการที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นถ้าหากอยากลดน้ำหนักให้ได้ผล ก็ควรที่จะลดน้ำตาลเลย เนื่องจากหากน้ำตาลไม่ได้ถูกใช้เป็นพลังงาน ร่างกายก็จะเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นไขมันแทน เพื่อเก็บไว้ใช้ในอนาคต ทำให้ร่างกายของเรามีไขมันสะสม จนน้ำหนักเพิ่มขึ้นนั่นเอง และแม้ว่าอาหารที่เรากินจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพอย่างซีเรียลบาร์ หรือน้ำผลไม้ต่างๆ เราก็จะต้องระวังน้ำตาลในอาหารเพื่อสุขภาพพวกนี้ด้วยนะคะ เพราะหลายๆ ร้านมักจะใส่น้ำตาลลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อยขึ้นนั่นเอง 10. ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถือเป็นตัวการที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้นในช่วงที่กำลังลดน้ำหนัก แนะนำให้หลีกเลี่ยงไปก่อนนะคะ บอกเพื่อนว่าของดปาร์ตี้ไปสักพักก่อน! เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ ถือเป็นเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ตัวการที่ทำให้เราอ้วนได้ อีกทั้งการดื่มแอลกอฮอล์ยังเป็นการเพิ่มความอยากอาหารให้เรากินเยอะมากขึ้นไปอีก! แบบนี้จะลดน้ำหนักให้ได้ผลยังไงกัน หิวไม่หยุดอย่างนี้ ต้องเลี่ยงด่วนๆ เลย! บทความที่คุณอาจสนใจ 12 เทคนิค ลดน้ำหนักเร่งด่วน ใน 2 อาทิตย์ ไม่อันตราย ไม่โยโย่! แจก!! ตารางทำ IF และเทคนิคการทำ Intermittent Fasting สำหรับคนที่อยากลดน้ำหนัก

5 วิธีปรับสมดุลลำไส้ลดอาการท้องผูก แบบธรรมชาติ ปั้นพุงยุบ สุขภาพดีจากภายใน
Read

5 วิธีปรับสมดุลลำไส้ลดอาการท้องผูก แบบธรรมชาติ ปั้นพุงยุบ สุขภาพดีจากภายใน

ท้องผูกทีไร อารมณ์เสียแถมพุงป่องจนใส่ชุดไหนก็ไม่มั่นใจเลยว่าไหมคะ? ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะถ้าเราปล่อยไว้ ไม่เพียงแต่จะอึดอัดตัวเท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อผิวพรรณและสุขภาพในระยะยาวด้วย ดังนั้นการรู้วิธี ปรับสมดุลลำไส้ลดอาการท้องผูกจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ระบบขับถ่ายกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง เมื่อลำไส้ดี อะไรๆ ในร่างกายก็ดูสดใสตามไปด้วยค่ะ การดูแลตัวเองด้วย วิธีปรับสมดุลลำไส้ลดอาการท้องผูก แบบธรรมชาติเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนที่สุด เพราะไม่ต้องพึ่งพายาระบายที่อาจทำให้ลำไส้ขี้เกียจในอนาคต เพียงแค่เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้แล้ว วันนี้เราเลยมัดรวมเคล็ดลับฉบับเข้าใจง่ายมาฝาก เพื่อให้เพื่อนๆ บอกลาอาการท้องผูกเรื้อรังและกลับมามีหน้าท้องแบนราบ สุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกกันค่ะ 5 เคล็ดลับธรรมชาติ ปรับสมดุลลำไส้ให้สมบูรณ์แบบ 1. เลือกทาน Prebiotics และ Probiotics คู่หูดูโอ้ของลำไส้ การปรับสมดุลจุลินทรีย์เป็นพื้นฐานสำคัญค่ะ โพรไบโอติกส์ (Probiotics)คือจุลินทรีย์ดีที่พบในอาหารหมักดอง ส่วนพรีไบโอติกส์ (Prebiotics)คืออาหารของจุลินทรีย์เหล่านั้น (พบมากในกล้วย หอมหัวใหญ่ และกระเทียม) เมื่อทั้งคู่ทำงานร่วมกัน ลำไส้ของคุณจะแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 2. ดื่มน้ำอุ่นทันทีหลังตื่นนอน เทคนิคง่ายๆ ที่หลายคนมองข้าม การดื่มน้ำอุ่น 1-2 แก้วตอนท้องว่างจะช่วยกระตุ้น Gastrocolic Reflexซึ่งเป็นการส่งสัญญาณให้ลำไส้ใหญ่เริ่มบีบตัวไล่ของเสียออก เป็นวิธีธรรมชาติที่ช่วยให้ขับถ่ายคล่องในตอนเช้าค่ะ 3. เพิ่ม "ไฟเบอร์" ให้ถูกประเภท ไฟเบอร์มี 2 แบบนะคะ คือแบบละลายน้ำ (ช่วยให้อุจจาระนิ่ม) และไม่ละลายน้ำ (ช่วยเพิ่มกากใย) แนะนำให้ทานสลับกัน เช่น ทานส้ม (ละลายน้ำ) ควบคู่กับข้าวกล้อง (ไม่ละลายน้ำ) เพื่อให้การเดินทางของกากอาหารไหลลื่น 4. ท่าโยเกิร์ตช่วยระบาย ลองฝึกท่า "Malasana" (ท่าสควอทแบบโยคะ) หรือการนั่งยองๆ บนโถสุขภัณฑ์โดยใช้เก้าอี้เสริมรองเท้า ท่านี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณหูรูดทวารหนักผ่อนคลาย ทำให้อุจจาระออกมาง่ายขึ้นโดยไม่ต้องออกแรงเบ่งให้เสี่ยงริดสีดวงค่ะ 5. ลดน้ำตาลและอาหารแปรรูป น้ำตาลขัดขาวและแป้งขัดสีเป็นอาหารโปรดของจุลินทรีย์ตัวร้าย ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการท้องอืดและลำไส้แปรปรวน การลดของหวานจะช่วยให้จุลินทรีย์ดีกลับมาครองพื้นที่ในลำไส้ได้สำเร็จ สรุปวิธีปรับสมดุลลำไส้ หากคุณต้องการแก้ปัญหาท้องผูกอย่างเร่งด่วนและยั่งยืน นี่คือสิ่งที่คุณต้องทำ เพิ่มใยอาหาร:ทานผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสีให้ได้ 25-30 กรัมต่อวัน ดื่มน้ำให้เพียงพอ:ดื่มน้ำอย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน เพื่อให้กากอาหารนุ่มลง เติมโพรไบโอติกส์:ทานโยเกิร์ต กิมจิ หรือคอมบูชาเพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ตัวดี ขยับร่างกาย:เดินเร็วหรือเล่นโยคะเบาๆ เพื่อกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา:ช่วงเช้า (5:00 - 7:00 น.) คือเวลาทองของลำไส้ใหญ่ การปรับสมดุลลำไส้ไม่ใช่เรื่องที่ทำวันเดียวแล้วจบนะคะ แต่เป็นการสร้างนิสัยใหม่ที่รักตัวเองมากขึ้น เริ่มต้นตั้งแต่มื้อถัดไปเลย แล้วคุณจะพบว่า "การขับถ่ายดี คือลาภอันประเสริฐ" จริงๆ ค่ะ

วิธีคำนวณโปรตีนต่อวัน เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ปั้นหุ่นลีนสวยแบบไม่ต้องเดา
Read

วิธีคำนวณโปรตีนต่อวัน เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ปั้นหุ่นลีนสวยแบบไม่ต้องเดา

หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่าทำไมออกกำลังกายแทบตายแต่หุ่นยังไม่เฟิร์มสักที ปัญหาส่วนใหญ่มักตกม้าตายที่การกินค่ะ โดยเฉพาะการรู้ วิธีคำนวณโปรตีนสร้างกล้ามเนื้อที่ถูกต้อง เพราะร่างกายผู้หญิงเราไม่ได้ต้องการแค่การลดน้ำหนัก แต่เราต้องการกล้ามเนื้อมาช่วยให้รูปร่างดูสมส่วนและช่วยเผาผลาญไขมันในระยะยาว การรู้ปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการปั้นหุ่นไปได้เยอะเลยค่ะ นอกจากเรื่องวินัยแล้ว การเลือกแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพก็สำคัญไม่แพ้กัน สาวๆ หลายคนมักกังวลว่ากินโปรตีนเยอะแล้วตัวจะล่ำ หรือเลือกไม่ถูกว่าควรเน้นโปรตีนจากไหนดี ซึ่งปัจจุบันมีวิธีคำนวณ โปรตีนเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ด้วยการคำนวณตามน้ำหนักตัว ที่จะช่วยให้เรากะปริมาณได้แม่นยำขึ้น ซึ่วันนี้จะพาไปเจาะลึกว่าคนหนักเท่าคุณต้องกินแค่ไหนถึงจะเรียกว่าพอดี พร้อมรีวิวไอเทมโปรตีนที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นค่ะ สูตรคำนวณโปรตีนตามน้ำหนักตัว เราแบ่งระดับการกินโปรตีนตามไลฟ์สไตล์ได้ดังนี้ค่ะ สายเฮลตี้ทั่วไป (Low Activity):ออกกำลังกายน้อย เน้นเดิน สูตร:น้ำหนักตัว (กก.) x 0.8 ถึง 1.0 สายปั้นหุ่นลีน (Moderate Activity):เข้ายิมหรือเล่นพิลาทิส 2-3 วัน/สัปดาห์ สูตร:น้ำหนักตัว (กก.) x 1.2 ถึง 1.5 สายสร้างกล้ามเนื้อชัด (High Activity):เวตเทรนนิ่งหนัก หรือต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อจริงจัง สูตร:น้ำหนักตัว (กก.) x 1.6 ถึง 2.2 ตัวอย่าง:ถ้าคุณน้ำหนัก 50 กก. และอยากหุ่นเฟิร์ม (คูณ 1.5) = คุณต้องทานโปรตีนให้ได้75 กรัมต่อวัน ไอเทมโปรตีน Ready-to-drink Protein (นมโปรตีนสูง):เหมาะกับวันที่รีบเร่ง ขวดเดียวได้โปรตีน 25-30g เทียบเท่าอกไก่หนึ่งชิ้นใหญ่ Plant-based Protein (โปรตีนพืช):ทางเลือกสำหรับสาวๆ ที่แพ้นมวัว ช่วยลดอาการบวมอืดและย่อยง่ายกว่า Greek Yogurt:ของว่างชั้นดีที่โปรตีนสูงกว่าโยเกิร์ตทั่วไปถึง 2 เท่า เหมาะกับการทานมื้อว่างเพื่อคุมหิว เนื้อสัตว์ 100 กรัม ให้โปรตีนกี่กรัม? เพื่อให้การเตรียมอาหารทำได้ง่ายขึ้น นี่คือค่าเฉลี่ยที่ต้องจำค่ะ อกไก่สุก 100 กรัม= โปรตีน 23-25 กรัม ไข่ต้ม 1 ฟอง (เบอร์ 2)= โปรตีน 7 กรัม เนื้อปลา 100 กรัม= โปรตีน 20 กรัม ถั่วเหลือง/เต้าหู้ 100 กรัม= โปรตีน 8-10 กรัม สรุปเทคนิคการกินโปรตีนให้เห็นผล กระจายมื้อ:ร่างกายดูดซึมได้ดีที่สุดมื้อละ 20-30 กรัม ไม่ควรอัดทานมื้อเดียว จังหวะสำคัญ:การทานโปรตีนหลังออกกำลังกายภายใน 1 ชม. ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อได้ดีที่สุด อย่าลืมคาร์บและไขมัน:โปรตีนทำงานได้ดีเมื่อมีพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตที่ดีช่วยนำพาเข้าสู่เซลล์กล้ามเนื้อ

6 วิธี กินทุเรียน ให้ไม่อ้วนลงพุง แถมดีต่อสุขภาพ
Read

6 วิธี กินทุเรียน ให้ไม่อ้วนลงพุง แถมดีต่อสุขภาพ

หน้าทุเรียนทีไร กลิ่นทุเรียนมันช่างยั่วยวนใจเหลือเกิน แต่หากสาวๆ คนไหนกลัวว่าพุงจะล้ำหน้า หรือคอเลสเตอรอลจะพุ่งปรี๊ด วันนี้เราจะมาปลดล็อกความกังวลนั้นด้วย6 วิธี กินทุเรียน ให้ไม่อ้วนลงพุง แถมดีต่อสุขภาพกันค่ะ เพราะจริงๆ แล้วการกินทุเรียนไม่ใช่เรื่องผิดเลยนะ ถ้าเรารู้วิธีการกินที่เหมาะสม เราก็จะได้ฟินกับทุเรียนแบบหุ่นไม่พังแน่นอนค่ะ วิธี กินทุเรียน ให้ไม่อ้วนลงพุง แถมดีต่อสุขภาพ การมีสุขภาพดีไม่ได้หมายความว่าเราต้องตัดขาดจากความสุขในการกิน แต่คือการรู้จักความพอดี และรู้จักจังหวะร่างกายที่ถูกต้อง นอกจากนี้ทุเรียนก็มีวิตามินบี 6 วิตามินซี และโพแทสเซียมที่มีประโยชน์ต่อร่างกายไม่น้อย หากเรากินอย่างมีสติและคุมปริมาณให้เป็น เราก็สามารถเป็นผู้หญิงที่สวย สุขภาพดี และมีความสุขกับทุเรียนได้ในทุกๆ ซีซั่นค่ะ ลองทำตาม 6 วิธีง่ายๆ ต่อไปนี้ได้เลย! 1. ยึดกฎ ทุเรียน 2 เม็ด ต่อวัน ทุเรียนไม่ใช่แค่ผลไม้ แต่มันคือ คาร์โบไฮเดรตและไขมัน ในรูปแบบผลไม้ค่ะ ทุเรียน 1 เม็ดขนาดกลาง (ประมาณ 100 กรัม) ให้พลังงานประมาณ 150-180 แคลอรี่ ซึ่งเทียบเท่ากับข้าวสวยเกือบ 2 ทัพพีเลยทีเดียว! ดังนั้น กฎทองที่จำง่ายที่สุดคือ กินไม่เกิน 2 เม็ดต่อวัน และไม่ควรกินทุกวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานที่พอเหมาะและไม่สะสมเป็นไขมันส่วนเกินที่หน้าท้อง 2. ลดปริมาณแป้งในมื้ออื่นลง ทุเรียน 1 พูใหญ่ให้พลังงานเทียบเท่ากับข้าวสวยเกือบ 2 ทัพพี ดังนั้นหากมื้อไหนที่คุณตัดสินใจจะกินทุเรียน มื้อหลักนั้นคุณควร ตัดแป้ง ออกทันทีค่ะ เช่น ถ้ามื้อเที่ยงจะตบท้ายด้วยทุเรียน 2 เม็ด มื้อนั้นควรทานเป็นสลัดผักกับโปรตีนอย่างอกไก่หรือปลา แทนการทานข้าวสวย วิธีนี้จะช่วยควบคุมปริมาณน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตในภาพรวมไม่ให้เกินความจำเป็น เป็นการแลกเปลี่ยนโควตาพลังงานที่ทำให้เราไม่ต้องอดของโปรดด้วยค่ะ 3. ทานช่วงสายหรือเที่ยง ดีที่สุด เลี่ยงการทานทุเรียนช่วงเย็นหรือก่อนนอน เพราะทุเรียนให้พลังงานสูงและมีน้ำตาลมาก การกินแล้วนอนเลยจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงและสะสมเป็นไขมันที่พุงได้ง่ายกว่าเดิมค่ะ ดังนั้นเก็บไว้ฟินช่วงสายหรือช่วงเที่ยงจะดีกว่า เพราะเรายังมีเวลาให้ร่างกายได้เผาผลาญพลังงานไปกับกิจกรรมต่างๆ อีกหลายชั่วโมงค่ะ 4. เลือกทุเรียนสดไว้ก่อน รู้ไหมคะว่าทุเรียนแต่ละสายพันธุ์ให้แคลอรี่ไม่เท่ากัน ก้านยาว แคลอรี่สูงปรี๊ด (ประมาณ 180 kcal/100g) หมอนทอง อยู่ระดับกลางๆ (ประมาณ 165 kcal/100g) ชะนี แคลอรี่น้อยกว่านิดหน่อย (ประมาณ 140 kcal/100g) หากรู้แคลอรี่แล้วก็จะช่วยให้เราวางแผนการกินตามความชอบได้ดีขึ้นค่ะ คีย์สำคัญก็คือควรทานแบบสดๆ เลี่ยงทุเรียนกวนหรือทุเรียนทอด เพราะนั่นคือกับดักน้ำตาลและไขมันตัวจริงเลยล่ะค่ะ 5. ดื่มน้ำตามเยอะๆ หลังกินทุเรียน ทุเรียนมีกำมะถันสูงและมีฤทธิ์ร้อน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการร้อนในหรือตัวบวมได้ค่ะ การดื่มน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องตามมากๆ จะช่วยระบายความร้อนและช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น หรือจะใช้ภูมิปัญญาไทยอย่างการกิน มังคุด ราชินีผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็นมาช่วยปรับสมดุลร่างกาย (กินทุเรียน 2 เม็ด มังคุด 2-3 ลูก) ก็เป็นคู่หูที่ลงตัวทั้งในแง่ของรสชาติและสุขภาพนะคะ 6. อย่าลืมเบิร์นออก วันไหนที่จัดทุเรียนไปแล้ว ลองลืมเพิ่มการขยับร่างกายอีกสักนิดนะคะ เช่น การเดินย่อยหลังมื้ออาหารสัก 20 นาที หรือเพิ่มเวลาคาดิโอในช่วงเย็นอีกหน่อย พลังงานจากทุเรียนจะได้ถูกนำมาใช้ ไม่เหลือกลายเป็น "น้องพุง" ในเช้าวันถัดไปค่ะ บทความที่คุณอาจสนใจ 5 วิธีกินทุเรียนไม่ให้อ้วน กินอย่างไรให้น้ำหนักไม่ขึ้น ไม่เกิดไขมันสะสม 10 อันดับผลไม้ น้ำตาลเยอะ แคลอรี่สูง กินมากไปก็อ้วน

15 วิธี ลดน้ำหนักเร่งด่วน ใน 2 อาทิตย์ ไม่อันตราย ไม่โยโย่!
Read

15 วิธี ลดน้ำหนักเร่งด่วน ใน 2 อาทิตย์ ไม่อันตราย ไม่โยโย่!

อยาก ลดน้ำหนักเร่งด่วน อยากผอมในเวลาไม่กี่วัน ใครว่าทำไม่ได้ ทำได้ค่ะสาวๆ แต่จะต้องทำอย่างถูกวิธี เพราะ การลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี จะทำให้น้ำหนักเราไม่โยโย่ และไม่เสียสุขภาพค่ะ และวันนี้เราก็มีเทคนิค ลดน้ำหนักเร่งด่วน ใน 14 วัน ลดน้ำหนักได้เร็ว ลดได้ภายใน 2 อาทิตย์มาฝากกันค่าา เป็นวิธีที่รับรองเลยว่า ไม่อันตราย และไม่ทำให้ระบบเผาผลาญพังแน่นอนค่า 10 วันผอม! สูตรลดน้ำหนัก ด้วยกล้วย ผอมได้จริงแบบไม่ต้องอด ไม่ทรมาน! 50 เมนู ลดน้ำหนัก พร้อมสูตรและวิธีทำ! ทำง่าย ผอมได้ชัวร์ๆ ! 1. เปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารเช้า อาหารเช้าสำคัญก็จริง แต่ถ้าอยากลดน้ำหนักใช่ว่าเราจะกินอะไรก็ได้ค่ะ แนะนำว่าให้กินธัญพืช 1 ถ้วยคู่กับนมอัลมอนด์ หรือโยเกิร์ตกับผลไม้ประเภทเบอร์รี่ แทนที่จะเลือกกินข้าวเหนียวหมูปิ้งหรืออาหารไขมันสูง เพราะจะช่วยให้ย่อยง่ายขึ้น 2. มื้อกลางวันให้เน้นอาหารโปรตีนสูง สำหรับมื้อกลางวันแนะนำให้กินอาหารที่แคลอรีต่ำ แต่ให้โปรตีนสูงเป็นหลักค่ะ เช่น อกไก่ อาจจะกินคู่กับแตงกวาและมะเขือเทศ หรือจะเพิ่มไข่ต้ม 2 ฟอง และแครอทต้มอีกสักนิดก็ได้เช่นกัน อกไก่เป็นอาหารที่ไขมันน้อย แถมแคลอรีต่ำ อีกทั้งยังย่อยง่ายอีกด้วย ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องการลดน้ำหนักแบบสุดๆ 10 อาหารโปรตีนสูง เพิ่มกล้ามเนื้อ เพิ่มการเผาผลาญ แต่ไม่เพิ่มน้ำหนัก! สำหรับใครที่ไม่มีเวลาเตรียมมื้ออาหาร แต่ก็ยังอยากคุมน้ำหนัก จะเลือกกินผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารที่ให้สารอาหารที่เหมาะสมอย่างบอดี้คีย์ ก็อิ่มอร่อย แถมยังช่วยควบคุมน้ำหนักได้ด้วย! ที่สำคัญยังอร่อยได้ไม่ซ้ำค่ะ เพราะเค้ามีด้วยกันถึง 5 รสชาติ ทั้งกาแฟ โกโก้ มิลค์ที บานาน่า และเบอร์รี เพียงฉีกบอดี้คีย์ 1 ซอง เชคกับน้ำ ก็ดื่มแทนมื้ออาหารได้เลยค่ะ 3. กินของว่าง 2 มื้อต่อวัน การกินของว่างระหว่างวันจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารได้ทำงานอย่างเต็มที่ค่ะ แต่ของว่างที่ว่านี่ไม่ใช่ขนมขบเคี้ยวที่แคลอรีสูงนะคะสาวๆ ควรเน้นกินเป็นผลไม้ เช่น เบอร์รี่ทั้งหลาย หรือถ้าอยากหวาน อยากกินขนม ควรเลือกเป็นเจลาตินที่เป็นแบบ Sugar-Free, ธัญพืชอบกรอบ หรืออัลมอนด์ แทนค่ะ เพราะช่วยให้อิ่มอยู่ท้อง แถมไม่อ้วนด้วย! 4. กินอาหารเย็นที่มีแคลอรีต่ำ อาหารเย็นถือเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้อ้วนได้ง่ายๆ เลยค่ะ เพราะฉะนั้นควรเลือกกินอาหารเย็นที่มีแคลอรีต่ำ โดยปริมาณแคลอรีของอาหารมื้อเย็นควรน้อยที่สุดรองจากมื้อเช้า และมื้อกลางวัน คิดง่ายๆ คือ มื้อเช้าควรจะได้รับพลังงานประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ (ประมาณ 700 กิโลแคลอรี) มื้อเที่ยง 35 เปอร์เซ็นต์ (ประมาณ 600 กิโลแคลอรี) และมื้อเย็น 25 เปอร์เซ็นต์ (ประมาณ 500 หรือ 400 กิโลแคลอรี) และที่สำคัญควรกินมื้อเย็นก่อนเข้านอน 4-6 ชั่วโมงนะคะ 10 ร้านอาหาร สายสุขภาพในกรุงเทพ กินแล้วหุ่นดี ยืนหนึ่ง ออร์แกนิค 5. ลดการกินโซเดียมให้น้อยลง แม้ว่าเกลือและน้ำปลา หรือเครื่องปรุงทั้งหลายจะทำให้รสชาติอาหารอร่อยขึ้น แต่การกินโซเดียมมากเกินไป จะทำให้เราตัวบวมได้ง่ายๆ ! ฉะนั้นอาหารที่เราปรุงเองควรลดเกลือหรือโซเดียมให้น้อยลงค่ะ 6. ลดการกินน้ำตาล เหล่าเครื่องดื่มทั้งหลายที่มีน้ำตาล ไม่ว่าะเป็นน้ำอัดลม ชานมไข่มุก หรือกาแฟ/ชาใส่น้ำตาล หรือแม้กระทั่งสารแทนความหวานต่างๆ ควรกินให้น้อยลงค่ะ เพราะน้ำตาลคือคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง ซึ่งจะถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นไขมันสะสมในที่สุด น้ำตาลจึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของความอ้วนที่เห็นผลชัดมากๆ ! 7. เพิ่มผักในทุกมื้อ การมีระบบย่อยอาหาร การขับถ่ายที่ดี จะช่วยให้การลดน้ำหนักได้ผลเร็วมากขึ้นค่ะ ซึ่งการเพิ่มผักใบเขียวหรือไฟเบอร์เข้าไปในทุกมื้ออาหารจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารของเราดีขึ้น ทั้งยังช่วยให้ระบบการขับถ่ายทำงานได้เป็นระบบมากขึ้นด้วย ถ้าระบบย่อยดีขับถ่ายคล่อง รับรองว่าพุงแบนๆ อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมค่า 8. กินอาหารที่มีเส้นใยให้มากขึ้น นอกจากอาหารโปรตีนสูงจะช่วยให้เราลดน้ำหนักได้เร็ว และช่วยให้ร่างกายเผาผลาญได้ดีขึ้นแล้ว การกินอาหารที่มีเส้นใยจากธรรมชาติอย่างผักและผลไม้ ก็สามารถช่วยให้เราได้รับทั้งพลังงานและสารอาหารที่จำเป็น และยังช่วยให้เราอิ่มท้องได้นานมากยิ่งขึ้นด้วย นอกจากนี้การกินผลไม้ทดแทนการกินขนมหวานๆ หรือขนมขบเคี้ยว ก็ช่วยลดปริมาณแคลอรี่ไปได้เยอะเลยทีเดียวค่ะ แต่อย่าลืมเลือกกินผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำเป็นหลักนะคะ 9. เลือกกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน แม้จะรีบเร่งลดน้ำหนักขนาดไหน แต่ร่างกายก็ต้องการสารอาหารที่ครบถ้วน ซึ่งคาร์โบไฮเดรตก็เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานและจำเป็นต่อร่างกายค่ะ แนะนำให้เลือกรับกินคาร์โบไฮเดรตที่เป็นแบบเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีทบ้าง เพื่อเพิ่มพลังงาน ซึ่งคาร์บเชิงซ้อนจะช่วยให้ระดับน้ำตาลในร่างกายไม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและทำให้รู้สึกอิ่มได้นาน ช่วยลดความอยากอาหารได้ 10. ทำ IF ควบคู่ไปด้วย หากอยากลดน้ำหนักเร่งด่วน การทำ IF หรือ Intermittent Fasting ควบคู่ไปกับการคุมอาหาร การเลือกกินอาหาร ตามที่เรากล่าวมาข้างต้นก็จะช่วยให้การลดน้ำหนักเห็นผลเร็วขึ้น โดยแนะนำการทำ Intermittent Fasting แบบ 16/8 เพราะทั้งทำได้ง่าย ไม่เหนื่อยเกินไป และสามารถทำได้ในชีวิตประจำวันปกติได้เลยค่ะ วิธีลดน้ำหนักเร่งด่วน ด้วย IF แบบ 16/8 ในหนึ่งวันต้องทำอะไร กินอะไรดี 11. กระโดดเชือกทุกวันวันละ 20 นาที กระโดดเชือก เป็นวิธีออกกำลังกายที่ลดน้ำหนักได้ดีสุดๆ ค่ะ เพราะการกระโดดเชือกเพียง 15 นาที เทียบเท่ากับการวิ่งออกกำลังกาย 30 นาทีเลยล่ะ! โดยการกระโดดเชือกในแต่ละวัน แนะนำให้กระโดดครั้งละ 10 นาที วันละ 2 ครั้ง 12. คาร์ดิโอวันละ 20 นาที นอกจากการกระโดดเชือกแล้ว การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออื่นๆ ยังช่วยเผาผลาญได้ดีเช่นกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งบนลู่วิ่ง หรือวิ่งบนถนน ทั้งนี้แนะนำให้วิ่งวันละ 20 นาทีค่ะ โดยการวิ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดมีการสูฉีด ร่างกายเกิดการเผาผลาญ เปลี่ยนน้ำตาลไปเป็นไขมัน และช่วยลดการสะสมไขมันในส่วนอื่นได้เป็นอย่างดี! 6 ท่าคาร์ดิโอ ลดน้ำหนัก เบิร์นเน้นๆ ไขมันหาย แถมได้หน้าท้องแบน! 13. ดื่มน้ำมะนาวทุกเช้า นอกจากอาหารแล้ว น้ำก็เป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ โดยแนะนำว่า ให้ดื่มน้ำอุ่นโดยใส่มะนาวฝานลงไปด้วยในตอนเช้าของทุกวัน การดื่มน้ำมะนาวแบบนี้ทุกเช้า จะช่วยดีท็อกซ์และเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น! 14. หันมาฝึกโยคะเป็นประจำ โยคะไม่เพียงช่วยคลายกล้ามเนื้อ คลายอาการปวดเมื่อยเท่านั้นค่ะสาวๆ แต่โยคะยังช่วยกระชับกล้ามเนื้อไม่ว่าจะเป็นหน้าท้อง ต้นขา หรือแขนได้ดีอีกด้วย แถมโยคะบางท่ายังสามารถช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย ทำให้เราขับถ่ายได้เป็นปกติขึ้นอีกด้วยล่ะค่า 15. นอนให้ครบ 8 ชั่วโมง เป็นวิธีง่ายๆ แต่ได้ผลจริงๆ ค่ะ เพราะการอดนอนจะทำให้ฮอร์โมนในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งนั่นส่งผลให้เราอ้วนขึ้นได้! โดยการนอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวันจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและควบคุมการสะสมไขมัน ส่งผลให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง! บทความที่คุณอาจสนใจ สูตรลดน้ำหนักเร่งด่วน 7 วัน ด้วยไข่ต้ม กินอิ่ม ไม่ต้องอด ผอมชัวร์! 5 เทคนิค ลดน้ำหนักแบบไม่ออกกำลังกาย ผอมลงได้จริงแถมไม่ต้องอดอาหาร !! 8 ทริค ลดน้ำหนักง่ายๆ และได้ผล สำหรับสาววัย 30, 40 ขึ้นไป

ทำ IF อย่างไรไม่ให้ฮอร์โมนรวน? ลดน้ำหนักแบบไม่เสียสุขภาพ สำหรับผู้หญิง
Read

ทำ IF อย่างไรไม่ให้ฮอร์โมนรวน? ลดน้ำหนักแบบไม่เสียสุขภาพ สำหรับผู้หญิง

วันนี้จะพาไปเจาะลึกเทคนิคการ ทำ IF อย่างไรไม่ให้ฮอร์โมนรวน ฉบับเข้าใจง่ายและทำได้จริงค่ะ เพราะเทรนด์การลดน้ำหนักปัจจุบัน เน้นไปที่ Hormonal Balance มากกว่าแค่การนับแคลอรี การ ทำ IF อย่างไรไม่ให้ฮอร์โมนรวน จึงไม่ใช่เรื่องยากค่ะ เพียงแค่เราต้อง ฟังเสียงร่างกาย มากกว่าการดูตัวเลขบนตาชั่ง การลดน้ำหนักแบบผู้หญิงยุค 2026 คือการทำอย่างใจดีกับตัวเอง เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและผิวพรรณที่ยังดูสดใสเสมอค่ะ เพราะสำหรับ "ผู้หญิง" อย่างเรา ร่างกายมีความซับซ้อนกว่านั้นมากค่ะ เพราะระบบสืบพันธุ์และฮอร์โมนของผู้หญิงไวต่อการขาดพลังงานสูงมาก หากทำ IF แบบหักโหมเกินไป แทนที่จะผอมสวย อาจจะได้ของแถมเป็น ประจำเดือนขาด ผมร่วง หรือนอนไม่หลับแทน ทำ IF อย่างไรไม่ให้ฮอร์โมนรวน? ร่างกายผู้หญิงมีโปรตีน ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมฮอร์โมนการเจริญพันธุ์ และการตกไข่ ซึ่งเจ้าโปรตีนตัวนี้ไวต่อสัญญาณ "ความหิว" มากกว่าผู้ชายหลายเท่าค่ะ เมื่อเราอดอาหารนานเกินไป ร่างกายจะเข้าสู่โหมด เอาตัวรอด และสั่งหยุดการทำงานของระบบที่ไม่จำเป็นต่อการมีชีวิต เช่น การตกไข่ เพื่อประหยัดพลังงาน ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนแปรปรวนทันที 5 กฎเหล็ก ทำ IF แบบฮอร์โมนไม่พัง 1. ทำสลับวัน สำหรับมือใหม่ ไม่แนะนำให้ทำ IF 16/8 ทุกวันค่ะ อาจเริ่มการทำ IF เพียง 2-3 วันต่อสัปดาห์ (วันเว้นวัน) เพื่อให้ร่างกายไม่รู้สึกว่ากำลังถูกกักขังพลังงานจนเกินไป 2. อย่าอดนานเกิน 14-15 ชั่วโมง ในขณะที่ผู้ชายอาจทำ OMAD (กินมื้อเดียว) ได้อย่างสบาย แต่สำหรับผู้หญิง ช่วงเวลาที่ปลอดภัยที่สุดคือ 12/12 หรือ 14/10 ค่ะ ช่วงเวลานี้เพียงพอต่อการกระตุ้นระบบเผาผลาญโดยไม่ไปรบกวนฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน 3. Clean Fasting คือหัวใจสำคัญ ในช่วงอด (Fasting Window) ห้ามดื่มอะไรที่มีแคลอรี หรือกระตุ้นอินซูลินเด็ดขาด ดื่มได้เพียงน้ำเปล่า ชาดำ หรือกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล เพราะการกิน กาแฟใส่นมเล็กน้อย จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดผันผวน และส่งผลต่อฮอร์โมนความเครียด ค่ะ 4. โฟกัสที่ คุณภาพสารอาหาร มื้ออาหารหลังอดต้องมีโปรตีนและไขมันดีที่เพียงพอค่ะ โปรตีน : เพื่อรักษาเกราะป้องกันกล้ามเนื้อ ไขมันดี : สารตั้งต้นในการสร้างฮอร์โมนทุกชนิดในร่างกาย พบได้ในอาหารจำพวก Avocado, Olive Oil 5. สังเกต ความเปลี่ยนแปลง ของร่างกาย หากมีอาการเหล่านี้ ให้หยุดทำ IF ทันทีและกลับมาทานอาหารปกติค่ะ ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือมาน้อยลงมาก นอนไม่หลับ หรือสะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อยๆ ผิวแห้ง ผมร่วงผิดปกติ อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย เทคนิคพิเศษ IF ตามรอบเดือน ช่วงหลังประจำเดือนหมด : ร่างกายทนทานต่อการอดอาหารได้ดี สามารถทำ IF 14/10 ได้บ่อยขึ้น ช่วงก่อนมีประจำเดือน 1 สัปดาห์ : ร่างกายต้องการพลังงานและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนมากขึ้น ควรงดทำ IF หรือทำเพียง 12/12 เพื่อป้องกันการหิวโซและอารมณ์ดิ่งค่ะ บทความที่คุณอาจสนใจ วิธีลดน้ำหนักเร่งด่วน ด้วย IF แบบ 16/8 ในหนึ่งวันต้องทำอะไร กินอะไรดี 7 เทคนิค IF ยังไงให้ได้ผล ดีต่อระบบเผาผลาญ ไขมันลดไว ปลอดภัย ไม่โยโย่!

ตารางทำ Sugar Detox 10 วัน ลดความอยากของหวาน รีเซ็ตหุ่นสวย ผิวใส
Read

ตารางทำ Sugar Detox 10 วัน ลดความอยากของหวาน รีเซ็ตหุ่นสวย ผิวใส

สาวๆ เคยเป็นกันไหมคะ? พอตกบ่ายทีไรใจมันว้าวุ่น ต้องขอพึ่งชานมไข่มุกหรือขนมหวานซักชิ้นถึงจะมีแรงทำงานต่อ อาการ "ติดหวาน" ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยค่ะ เพราะนอกจากจะทำให้น้ำหนักพุ่งแล้ว ยังส่งผลต่อผิวพรรณและระดับพลังงานในร่างกายด้วย วันนี้เราเลยมีตัวช่วยดีๆ อย่าง ตารางทำ Sugar Detox ที่จะมาชวนทุกคนร่วมชาเลนจ์ตัดวงจรน้ำตาลแบบเห็นผลจริง เพื่อช่วย ลดความอยากของหวานภายใน 10 วัน เปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ที่สดใสและไม่โหยน้ำตาลอีกต่อไปค่ะ การเริ่มต้นดูแลตัวเองด้วย ตารางทำ Sugar Detox ไม่ได้แปลว่าเราต้องอดอาหารจนทรมานนะคะ แต่มันคือการปรับสมดุลและเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อ วิธีแก้ติดหวานแบบธรรมชาติที่ได้ผลจริง โดยเราจะค่อยๆ ปรับลิ้นให้ชินกับรสสัมผัสที่แท้จริงของวัตถุดิบ ลดการอักเสบในร่างกาย และรีเซ็ตระบบเผาผลาญให้กลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เตรียมสมุดโน้ตให้พร้อม แล้วมาดูแผนการกินในแต่ละวันกันเลยค่ะว่า 10 วันนี้เราต้องเจอกับอะไรบ้าง! ตารางทำ Sugar Detox 10 วัน ฉบับทำตามง่าย การทำ Sugar Detox จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะหลักๆ เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัว ดังนี้ค่ะ ระยะที่ 1: ช่วงหักดิบ (วันที่ 1-3) ช่วงที่ยากที่สุดคือ 3 วันแรกค่ะ ร่างกายอาจมีอาการโหย (Withdrawal symptoms) หรือปวดหัวเล็กน้อย สิ่งที่ต้องทำ: ตัดน้ำตาลทรายขาว น้ำหวาน และขนมทุกชนิด 100% เมนูแนะนำ: เน้นโปรตีน (ไข่, อกไก่) และไขมันดี (อะโวคาโด, ถั่ว) เพื่อให้อิ่มนานขึ้น ระยะที่ 2: ปรับสมดุล (วันที่ 4-7) ร่างกายเริ่มชิน อาการอยากเริ่มลดลง พลังงานจะเริ่มคงที่ขึ้น สิ่งที่ต้องทำ: เริ่มทานผลไม้รสหวานน้อยได้ (เช่น เบอร์รี่, แอปเปิ้ลเขียว) เมนูแนะนำ: สลัดผักใบเขียวราดน้ำมันมะกอก หรือกรีกโยเกิร์ตไม่เติมน้ำตาล ระยะที่ 3: ร่างกายใหม่ (วันที่ 8-10) คุณจะรู้สึกว่าตื่นมาแล้วสดชื่นขึ้น ผิวดูใสขึ้น และรับรสหวานได้ไวขึ้น (ทานผลไม้นิดเดียวก็รู้สึกหวานมากแล้ว) สิ่งที่ต้องทำ: คงวินัยการเลือกทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (ข้าวไม่ขัดสี, ธัญพืช) เมนูแนะนำ: ปลานึ่งผักต้ม หรือควินัวผัดผัก Checklist สำหรับ Sugar Detox หากสาว ๆ อยากชนะความหวานภายใน 10 วัน นี่คือคำสำคัญที่ต้องจำค่ะ หัวข้อ สิ่งที่ต้องทำ ผลลัพธ์ที่ได้ เครื่องดื่ม ดื่มน้ำเปล่า/น้ำโซดาใส่มะนาว แทนน้ำหวาน ลดอาการบวมน้ำ โปรตีน ทานโปรตีนทุกมื้อ (ไข่, เนื้อสัตว์, เต้าหู้) คุมหิว ลดความอยากจุกจิก ผลไม้ เลือกทานตระกูลเบอร์รี่ หรือฝรั่ง ร่างกายได้รับวิตามินโดยน้ำตาลไม่พุ่ง การนอน นอนให้ครบ 7-8 ชั่วโมง ฮอร์โมนอิ่ม (Leptin) ทำงานดีขึ้น 3 เคล็ดลับรับมือเมื่อ "อยากของหวาน" กะทันหัน ดื่มน้ำเปล่าทันที: บางครั้งร่างกายแค่ "หิวน้ำ" แต่สมองสั่งการผิดว่าเป็นความอยากอาหาร เดินเล่น 5-10 นาที: การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของสมองจากขนมได้ ทานถั่วอัลมอนด์: ไขมันดีและโปรตีนจะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดนิ่งขึ้น การทำ Sugar Detox ไม่ใช่การลงโทษตัวเอง แต่คือการให้รางวัลร่างกายด้วยสุขภาพที่ดีนะคะ สู้ๆ ค่ะสาวๆ 10 วันแป๊บเดียว เชื่อเถอะว่าผลลัพธ์คุ้มค่าแน่นอน! บทความที่คุณอาจสนใจ ติดหวาน ใช้อะไรแทนน้ำตาลดี? หวานไม่แพ้น้ำตาล เป็นมิตรกับหุ่น! 4 วิธีลดการกินน้ำตาล ลดหวาน ลดพุง วิธีเลิกน้ำหวาน น้ำอัดลม ขนม

แมกนีเซียมลดไมเกรนได้จริงไหม? วิธีกินให้หลับลึก ไม่ตื่นกลางดึก
Read

แมกนีเซียมลดไมเกรนได้จริงไหม? วิธีกินให้หลับลึก ไม่ตื่นกลางดึก

เคยนอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก แล้วตื่นมาพร้อมอาการปวดหัวตุบๆ ไหมคะ? ผู้หญิงหลายคนกำลังมองหา วิธีกินแมกนีเซียมช่วยให้นอนหลับลึกและลดอาการไมเกรน เพราะอยากได้ทางเลือกที่เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งยาแรงๆ ทุกคืน โดยเฉพาะคนที่ค้นหาว่า วิธีกินแมกนีเซียมก่อนนอนให้หลับลึก หรือ แมกนีเซียมลดไมเกรนได้จริงไหม บอกเลยว่ามีงานวิจัยรองรับจริง และถ้ากินถูกวิธี เห็นผลได้ภายใน 12 สัปดาห์ ในกลุ่มผู้หญิงวัยทำงานที่พักผ่อนน้อย ความเครียดสูง และฮอร์โมนแปรปรวน คำถามยอดฮิตคือ ปริมาณแมกนีเซียมกินวันละกี่มก ถึงจะช่วยให้นอนดีขึ้นและลดความถี่ไมเกรนได้ คำตอบอยู่ที่ 300400 มก. ต่อวัน (จากอาหารและอาหารเสริมรวมกัน) ซึ่งเป็นช่วงที่ปลอดภัยและได้ผลดี วันนี้เราจะสรุปครบทั้งหลักการทำงาน ชนิดที่ควรเลือก วิธีการกิน และข้อควรระวังแบบเข้าใจง่าย อ่านจบทำตามได้เลยค่ะ แมกนีเซียมลดไมเกรนได้จริงไหม และช่วยให้นอนหลับยังไง? 1. กลไกช่วยให้นอนหลับลึก แมกนีเซียมทำหน้าที่สำคัญกับระบบประสาท โดยช่วยกระตุ้นสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า GABA ซึ่งเป็น สารหลับธรรมชาติ ของร่างกาย ทำให้สมองสงบ ลดความฟุ้งซ่าน และช่วยให้เข้าสู่ช่วงหลับลึกได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดระดับคอร์ติซอล (ฮอร์โมนเครียด) จึงเหมาะกับผู้หญิงที่คิดมาก เครียดสะสม หรือมีปัญหาตื่นกลางดึกบ่อย 2. แมกนีเซียมลดไมเกรนได้จริงไหม? คำตอบคือ ได้จริง โดยเฉพาะคนที่มีภาวะขาดแมกนีเซียม งานวิจัยพบว่าสามารถลดความถี่การเกิดไมเกรนได้ประมาณ 41% และบางรายอาการปวดลดลงชัดเจนภายใน 12 เดือน เหตุผลเพราะแมกนีเซียมช่วย ควบคุมการหด-ขยายของหลอดเลือดสมอง ลดการอักเสบของระบบประสาท ลดอาการคลื่นไส้ร่วมกับไมเกรน ปริมาณแมกนีเซียมกินวันละกี่มก ถึงจะเห็นผล? ปริมาณแนะนำสำหรับผู้ใหญ่ ผู้หญิง: 310320 มก./วัน ผู้ชาย: 400420 มก./วัน เสริมเพิ่มได้ แต่ไม่ควรเกิน 350 มก./วันจาก อาหารเสริม เพียงอย่างเดียว ถ้านับรวมจากอาหารและอาหารเสริม ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง 300400 มก./วัน ซึ่งเหมาะสมสำหรับการช่วยนอนและลดไมเกรน ชนิดแมกนีเซียมไหนดีสำหรับวิธีกินก่อนนอนให้หลับลึก? การเลือกชนิดสำคัญมาก เพราะดูดซึมต่างกัน ปัญหา ชนิดแนะนำ จุดเด่น นอนไม่หลับ หลับไม่ลึก Magnesium Glycinate ดูดซึมสูง ไม่ระคายท้อง ไมเกรน ปวดหัวบ่อย Magnesium Threonate ผ่านเข้าสมองได้ดี ต้องการแบบคุ้มค่า Magnesium Citrate ราคาไม่สูง ดูดซึมดี ถ้าเป้าหมายหลักคือ วิธีกินแมกนีเซียมก่อนนอนให้หลับลึก แนะนำ Glycinate เป็นอันดับแรกค่ะ วิธีกินแมกนีเซียมก่อนนอนให้หลับลึก: ขั้นตอนทำตามได้เลย กำหนดปริมาณเริ่มที่ 200300 มก. ต่อวัน แล้วสังเกตอาการ กินเวลาไหนดี?ก่อนนอน 12 ชั่วโมง เป็นช่วงที่เหมาะที่สุด กินคู่กับอะไรดี?สามารถกินพร้อมของว่างเบาๆ เช่น อัลมอนด์ นมอุ่น หรือกล้วย ติดตามผล 2 สัปดาห์จดบันทึกเวลานอน ความลึกการนอน และความถี่ไมเกรน อาหารที่มีแมกนีเซียมสูงช่วยนอนหลับ (ทางธรรมชาติ 100%) ถ้าอยากเริ่มแบบไม่พึ่งอาหารเสริม ลองเพิ่มอาหารเหล่านี้ในมื้อเย็น เมล็ดฟักทอง ดาร์กช็อกโกแลต ถั่วอัลมอนด์ ผักโขม ควินัว กล้วยสุก อะโวคาโด ถั่วลิสง โยเกิร์ตกรีก อกไก่ เคล็ดลับสำหรับผู้หญิงที่อยากผิวสวยด้วย แมกนีเซียมยังช่วยลดการอักเสบ ทำให้ผิวดูสดใสขึ้นทางอ้อมด้วยนะคะ ข้อควรระวัง: กินผิด อาจได้ผลข้างเคียง ห้ามเกิน 500 มก./วัน อาจทำให้ท้องเสียถ้ากินมากเกิน หากกินยาปฏิชีวนะหรือยาลดกรด ควรเว้นระยะ 2 ชั่วโมง หญิงตั้งครรภ์หรือเด็ก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน สรุป: วิธีกินแมกนีเซียมช่วยให้นอนหลับลึกและลดอาการไมเกรน ทำได้จริงไหม? ทำได้จริงค่ะ ถ้ากิน ถูกชนิด ถูกเวลา และถูกปริมาณ สำหรับผู้หญิงที่นอนไม่หลับ เครียดสะสม และมีไมเกรนบ่อย การเริ่มจากอาหารธรรมชาติ แล้วเสริมในปริมาณเหมาะสม 300400 มก./วัน คือแนวทางที่ปลอดภัยและเห็นผลจริง คืนนี้ลองเริ่มปรับดูนะคะ เพราะการนอนหลับลึกหนึ่งคืน อาจเปลี่ยนพลังงานทั้งสัปดาห์ของคุณได้เลย บทความที่คุณอาจสนใจ 5 เครื่องดื่มที่มีแมกนีเซียม ลดความเครียด ซึมเศร้า ช่วยในการนอนหลับ 6 อาหารที่มีแมกนีเซียมสูง ช่วยเผาผลาญ หลับง่าย ไม่อ่อนเพลีย ลดซึมเศร้า ไมเกรน

3 ท่าออกกำลังกาย ลดน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหาร เปลี่ยนน้ำตาล เป็นพลังงาน
Read

3 ท่าออกกำลังกาย ลดน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหาร เปลี่ยนน้ำตาล เป็นพลังงาน

แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย คำนี้คือไม่เกินจริงค่ะ ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นได้ แค่เราเน้นการขยับร่างกาย ก็ช่วยจัดการน้ำตาลหลังกินได้ทันที แบบที่ไม่ต้องเข้ายิม วันนี้เรารวม 3 ท่าออกกำลังกาย ลดน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหาร ที่คัดมาแล้วว่า "ทำน้อยแต่ได้มาก" มาฝากกันค่ะ ทานข้าวอิ่มแล้ว... อย่าเพิ่งล้มตัวลงนอนหรือนั่งไถมือถือยาวๆ นะคะ! เพราะช่วง 15-30 นาทีหลังมื้ออาหาร คือช่วงเวลาที่น้ำตาลในเลือดจะพุ่งสูงที่สุด ซึ่งหากเราปล่อยให้น้ำตาลค้างอยู่ในกระแสเลือดนานๆ นอกจากจะเสี่ยงเบาหวานแล้ว ยังทำให้หน้าแก่เร็วและพุงถามหาอีกด้วย 3 ท่าออกกำลังกาย ลดน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหาร 1. ท่านั่งเขย่งปลายเท้า ท่าไม้ตายชาวออฟฟิศ รู้ไหมว่าแค่เรานั่งแล้วเขย่งปลายเท้าขึ้นลง ก็ช่วยให้ กล้ามเนื้อโซเลียส (Soleus) บริเวณน่อง ที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือสามารถดึงน้ำตาลในเลือดไปใช้ได้มหาศาลแม้เราจะนั่งอยู่ วิธีทำ : นั่งตัวตรง เท้าราบกับพื้น จากนั้นเขย่งส้นเท้าขึ้นให้สุดโดยที่ปลายเท้ายังแตะพื้นอยู่ แล้ววางลง ทำซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ ระยะเวลา : ทำติดต่อกัน 10-15 นาที ขณะนั่งทำงานหรือดูซีรีส์หลังอาหาร การขยับกล้ามเนื้อส่วนนี้ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีกว่า การออกกำลังกายบางประเภทเสียอีก และที่สำคัญคือ ไม่ทำให้รูสึกเหนื่อย 2. สควอท (Squats) กล้ามเนื้อต้นขาและสะโพก คือกล้ามเนื้อชุดที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย การทำสควอทหลังอาหารจะช่วยสูบน้ำตาลเข้าไปใช้ในกล้ามเนื้อทันที วิธีทำ : ยืนแยกเท้ากว้างเท่าหัวไหล่ ย่อสะโพกลงเหมือนจะนั่งเก้าอี้ ระวังอย่าให้เข่าเลยปลายเท้า แล้วดันตัวกลับขึ้นมายืนตรง ระยะเวลา : ทำ 15-20 ครั้ง ต่อเซต ทำทั้งหมด 2-3 เซต ไม่ต้องรีบทำจนหอบแรง แค่เน้นโฟกัสกล้ามเนื้อต้นขา เพื่อไม่ให้จุกเสียดหลังทานอาหารค่ะ 3. เดินเร็ว สูตรคลาสสิกที่เห็นผลชัวร์ การเดินหลังอาหารคือวิธีที่ง่ายที่สุด ในการลดน้ำตาลในเลือด แต่เป็นการเดินเร็ว แบบพอประมาณเพื่อให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย วิธีทำ : เดินด้วยความเร็วที่ยังสามารถพูดคุยเป็นประโยคได้ แต่เริ่มรู้สึกอุ่นๆ ในร่างกาย ระยะเวลา : เดินเพียง 10-15 นาทีหลังมื้ออาหาร ช่วยการย่อยอาหาร และลดภาวะดื้ออินซูลินได้อย่างดีเยี่ยม บทความที่คุณอาจสนใจ 6 ท่าคาร์ดิโอ ลดน้ำหนัก เบิร์นเน้นๆ ไขมันหาย แถมได้หน้าท้องแบน! Fit in 10 เบิร์นได้ด้วยการออกกำลังแบบ คาร์ดิโอ ผอมทั่วตัวใน 10 นาที

"โย ทัศน์วรรณ" ลดเค็มเพื่อสุขภาพ "ขวัญ พิมพ์อัปสร" ยกคุณแม่เป็นตัวอย่าง เรื่องการดูแลตัวเอง
Read

"โย ทัศน์วรรณ" ลดเค็มเพื่อสุขภาพ "ขวัญ พิมพ์อัปสร" ยกคุณแม่เป็นตัวอย่าง เรื่องการดูแลตัวเอง

เป็นคู่คุณแม่ - คุณลูก ที่มีออร่าพลังบวกอย่างชัดเจน และเป็นครอบครัวสุขภาพดี สำหรับนักแสดงอาวุโส โย ทัศน์วรรณ และ ขวัญ พิมพ์อัปสร จากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความ Active ไร้ข้อจำกัดเรื่องของอายุ เพราะเป็นครอบครัวที่ดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ทำให้มีความแข็งแรงทั้งกายและใจ ไร้โรคมากวน ชัดเจนเลยว่าเมื่อสุขภาพดีที่สร้างได้ด้วยตัวเอง ก็นำพาความสุขมาให้ชีวิตและครอบครัว พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับทุกคนได้ด้วยเช่นกัน "โย ทัศน์วรรณ" ลดเค็มเพื่อสุขภาพ "ขวัญ พิมพ์อัปสร" ยกคุณแม่เป็นตัวอย่าง เรื่องการดูแลตัวเอง โดย อาโย และ ขวัญ แชร์วิธีการดูแลตัวเอง เพียงเลือกทานสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย Say No ของมัน ของทอด ติ๊กถูกให้กับผัก ผลไม้ น้ำเปล่า และยึดคติที่ว่า ไม่กินอะไรที่เป็นพิษต่อร่างกาย ถ้าอร่อยปาก แต่ลำบากร่างกายจะไม่ยุ่งเลย ที่สำคัญจากคนชอบทานเค็ม อาโยยังบอกลาน้ำปลาบนโต๊ะอาหารได้แล้ว บ้านเราเป็นคนชอบทานผัก ผลไม้ ถ้าต้องออกไปร้านอาหารก็จะต้องมีเมนูผักตลอด และช่วงสาว ๆ เคยติดกินเค็ม แต่ก็รู้ตัวไวปรับเรื่องการทานก่อน ตอนแรกร่างกายแข็งแรง ระบบเผาผลาญดี ร่างกายก็ยังสู้ไหว แต่พออายุมากขึ้น คุณหมอก็เตือนเรื่องค่าไต เราทำตามที่หมอแนะนำ ร่างกายก็ดีขึ้น เดี๋ยวนี้ก็ไม่ต้องมีน้ำปลาอยู่ในมื้ออาหาร ถึงอาหารจะจืดลง แต่ก็บอกตัวเองว่าเดี๋ยวก็อร่อย พอหมอทักว่าให้ระวังเรื่องเบาหวานที่เริ่มจะเกินมาตรฐานแล้ว ก็ปรับโดยไม่กินน้ำตาล ไม่กินขนม เมื่อร่างกายมีวันเสื่อมได้ไปตามวัย แต่ทำไมจะต้องปล่อยตัวเองให้ป่วย อาโยย้ำเลยว่าควรเห็นคุณค่าของร่างกาย อย่าให้เดินไปถึงจุดที่ป่วย ส่วนขวัญชื่นชมคุณแม่ที่ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองอยู่นิ่ง จะออกกำลังกายอยู่เสมอ ด้วยวัยทำให้ร่างกายเสื่อมไปเยอะ อย่างระบบเลือดก็ไหลเวียนไม่เหมือนตอนสาว ๆ เลยจะออกกำลังกายให้เหมาะกับวัยนี้และช่วยทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น เข้าใจดีว่าในวัยนี้ต้องระวังไม่ให้ล้ม ก็จะหาท่าโยคะที่บริหารสะโพกและช่วงล่างให้แข็งแรง เวลาดูทีวีก็จะบริหารกล้ามเนื้อไปด้วย ไม่นั่งดูเฉย ๆ เพื่อให้ร่างกายไม่หยุดนิ่ง เป็นคนที่สมาธิดี สามารถแยกแยะได้ ตั้งแต่เด็กจนถึงหนุ่ม สาว เราอาจจะยังไม่เห็นคุณค่าของสุขภาพร่างกายเท่าไหร่ แต่พออายุมากขึ้น ร่างกายจะฟ้องว่า ใช้ฉันหนักเกินไปแล้ว ไม่อยากที่จะไปอยู่ในจุดที่ต้องรักษาอาการต่าง ๆ เมื่อร่างกายส่งสัญญาณมาแล้วต้องฟัง จะไม่ชะล่าใจและไม่ประมาทในการดูแลตัวเอง ภูมิใจมากที่ยังมีแรง ไม่ใช่ขยับตัวแล้วต้องร้องโอดโอยตลอด และอีกสิ่งสำคัญที่อาโยให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพ เพราะยังอยากมีแรงทำงานแสดงที่รัก กับอาชีพที่สุดภาคภูมิใจในการสร้างรายได้ให้กับตัวเองในวัย 74 ปี ที่เป็นคนค่อนข้างคำนึงเรื่องสุขภาพ เพราะอยากให้ร่างกายแข็งแรง เราชอบทำงาน ยังภูมิใจในการที่ยังมีรายได้อยู่ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะทำงานได้ดี ก็ต้องทำให้ร่างกายแข็งแรง และปัจจุบันยังขับรถออกไปถ่ายละครเอง เพราะคุณหมอบอกว่าการขับรถใช้ปฏิภาณไหวพริบ ถ้าเราไม่ขับ เดี๋ยวจะยิ่งแย่ลงนอกจากการดูแลตัวเองของทั้งคุณแม่และคุณลูกที่มีวินัยแล้ว ยังหาความรู้เสริมเพื่อดูแลร่างกายให้แข็งแรงทั้งกายและใจ โดยขวัญบอกคุณแม่พิสูจน์ให้เห็นแล้วจริง ๆ ว่า การที่สุขภาพดีก็จะมีแรงทำทุกสิ่งได้อย่างไร้ข้อจำกัด อาจจะเป็นวิถีชีวิตของเราที่สั่งสมมา พอตอนนี้ใจเราอยากจะทำสิ่งต่าง ๆ ก็มีแรงที่จะทำไปพร้อมกัน พอเราสนใจเรื่องสุขภาพ ข้อมูลก็หาง่าย อย่างเช่น ของทาง สสส. ที่มีคำแนะนำว่า 5 ส. เติมสุขวัยเกษียณ พอดูแล้วก็เป็นสิ่งที่บ้านเราทำอยู่เหมือนกัน ทั้งสุขสว่าง สุขสนุก สุขสบาย สุขสง่า สุขสงบ ก็เป็นสิ่งที่เราทำแล้วก็พิสูจน์ว่ามันจริง ทั้งการฝึกสมองของคุณแม่ หรืออย่างสุขสนุกถ้าเราจะสนุกได้ ร่างกายเราต้องแข็งแรง สุขสงบก็เป็นคนที่ปล่อยวาง การที่ให้ความรู้เป็นหัวข้อต่าง ๆ ทำให้เข้าใจง่าย และทำตามได้ง่ายขึ้น แล้วก็ดูเรียบง่าย เมื่อทำตามก็มีความสุข อาโยยังฝากทิ้งท้ายถึงเพื่อน ๆ วัยเกษียณว่า ต้องมีความสุขจากตัวเองก่อน เริ่มจากใจ ทำใจให้สงบ เบิกบาน อย่าเอาขยะเข้ามาในหัว คิดบวกเข้าไว้ มีน้ำใจให้กันและกัน ใจเขาใจเรา ต้องทำตัวเองให้แข็งแรง เพื่อพร้อมที่จะอยู่ในโลกนี้ต่อไป เราต้องมีความสุขและภูมิใจในตัวเราเอง ส่วน ขวัญ มองว่าในฐานะลูก การที่แม่ดูแลตัวเองอย่างดีให้แข็งแรงทั้งกายและใจ ก็เหมือนเป็นวิธีการบอกรักลูกอย่างหนึ่ง สำหรับตัวเองแค่ได้เห็นคุณแม่ มีเพื่อน มีสังคม มีงานอดิเรกทำ ได้ทำงานศิลปะที่ชอบ ก็มีความสุขแล้วเหมือนกัน อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ประวัติ โย ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา

รวมสูตรเพิ่มสารอาหาร กินผัก กินสมุนไพร ให้ได้ประโยชน์เพิ่ม สำหรับผู้ชายรักสุขภาพ
Read

รวมสูตรเพิ่มสารอาหาร กินผัก กินสมุนไพร ให้ได้ประโยชน์เพิ่ม สำหรับผู้ชายรักสุขภาพ

แจกเคล็ดลับสูตรโกงสารอาหาร เพิ่มประโยชน์อาหารอีกหลายเท่า สำหรับผู้ชายสายรักสุขภาพ ขอเปลี่ยนวิธีกินและเตรียมอาหารเล็กน้อย แต่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้มากขึ้นจากอาหารเดิมๆ หลายคนตั้งใจเลือกกินอาหารดี มีผัก ผลไม้ และโปรตีนครบถ้วน แต่กลับรู้สึกว่ายังไม่สดชื่น แข็งแรง หรือเห็นผลด้านสุขภาพเท่าที่ควร ความจริงแล้ว ปัญหาอาจไม่ใช่ กินอะไร แต่คือ กินอย่างไร ต่างหาก TrueID Sport จะพาคุณไปรู้จัก เคล็ดลับโกงสารอาหาร ที่ช่วยให้คุณกินอาหารแบบเดิม แต่ร่างกายได้รับสารอาหารมากขึ้น โดยไม่ต้องเพิ่มปริมาณหรือเสียเงินเพิ่มเลย หั่นบรอกโคลีทิ้งไว้ 3040 นาที ก่อนทำอาหาร บรอกโคลีเป็นแหล่งของซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการต้านมะเร็งและเสริมการทำงานของตับ แต่ความร้อนสามารถทำลายเอนไซม์ที่ช่วยสร้างสารนี้ได้ เคล็ดลับโกงสารอาหาร หั่นบรอกโคลีแล้วพักไว้ 3040 นาที ก่อนนำไปผัด นึ่ง หรือทำอาหาร การพักบรอกโคลีไว้ก่อน จะช่วยให้ร่างกายได้รับซัลโฟราเฟนมากขึ้น ปรุงแบบสุกเร็ว ใช้เวลาสั้นๆ เพื่อลดการสูญเสียสารอาหาร ทุบกระเทียมก่อนปรุง เพิ่มสารอัลลิซิน กระเทียมเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์สูง โดยเฉพาะ สารอัลลิซิน (Allicin) ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและลดการอักเสบ แต่สารนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อกระเทียมถูกทุบหรือสับ เคล็ดลับโกงสารอาหาร หลังจากทุบหรือสับกระเทียมแล้ว ควรพักทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ก่อนนำไปปรุงอาหาร วิธีนี้จะช่วยให้เอนไซม์ทำงานเต็มที่ และเพิ่มปริมาณอัลลิซินได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สับหัวหอมแล้วพักก่อนปรุง หัวหอมมีสารฟลาโวนอยด์และสารกำมะถันที่ดีต่อหัวใจ แต่จะถูกกระตุ้นให้ทำงานเต็มที่เมื่อหัวหอมถูกสับและสัมผัสอากาศ วิธีโกงสารอาหาร สับหรือหั่นหัวหอม พักไว้ประมาณ 1015 นาที ก่อนนำไปผัดหรือปรุง วิธีนี้ช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ โดยไม่ต้องเพิ่มปริมาณหัวหอมเลย แช่ถั่วและธัญพืชก่อนปรุง ถั่วและธัญพืชเต็มเมล็ดมีแร่ธาตุสูง เช่น ธาตุเหล็ก สังกะสี และแมกนีเซียม แต่ก็มีสารไฟเตต (Phytate) ที่ขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุ เคล็ดลับโกงสารอาหาร แช่ถั่วหรือธัญพืชในน้ำสะอาด 612 ชั่วโมงก่อนปรุง จะช่วยลดไฟเตต และทำให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุได้ดีขึ้น แถมยังย่อยง่ายขึ้นอีกด้วย กินไลโคบีนและเบต้าแคโรทีน คู่กับไขมันดี ไลโคบีน (Lycopene) และเบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบมากในผักผลไม้สีแดง ส้ม และเหลือง เช่น มะเขือเทศ แครอท ฟักทอง แต่หลายคนไม่รู้ว่า สารอาหารกลุ่มนี้ละลายในไขมัน เคล็ดลับโกงสารอาหาร กินมะเขือเทศกับน้ำมันมะกอก ผัดแครอทด้วยน้ำมันรำข้าวหรือน้ำมันอะโวคาโด ใส่อะโวคาโดหรือถั่วลงในสลัดผัก ไขมันดีจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคบีนและเบต้าแคโรทีนได้ดีขึ้นหลายเท่า บทความที่เกี่ยวข้อง 3 ผลไม้เพิ่มพลังและเสริมฮอร์โมนเพศชาย ที่ผู้ชายควรกินเป็นประจำ 5 อาหารเพิ่มสเปิร์ม เพิ่มสมรรถภาพเพศชาย กินอะไรช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย ผู้ชายทำงานดึก ดูแลตัวเองอย่างไรดี ให้ร่างไม่พัง Longevity สำหรับผู้ชาย ทำไงให้ไม่ใช่แค่อยู่นาน แต่อยู่ให้ดี และยังดูเท่ 30 วันเปลี่ยนชีวิต โปรแกรม Functional Training ที่บ้าน สำหรับผู้ชาย วิธีเดินลดน้ำหนัก เดินแทนวิ่งอย่างไร ให้ไขมันลด สำหรับผู้ชายที่ไม่ชอบเหนื่อย ไม่ชอบแรงกระแทก

ตารางออกกำลังกายลดหน้าท้อง 15 นาทีต่อวัน ปั้นหุ่นเฟิร์มง่ายๆ ได้ที่บ้าน
Read

ตารางออกกำลังกายลดหน้าท้อง 15 นาทีต่อวัน ปั้นหุ่นเฟิร์มง่ายๆ ได้ที่บ้าน

ใครกำลังแอบไม่มั่นใจกับพุงน้อย ๆ ที่ชอบโผล่มาทักทายทุกครั้งเวลาใส่กางเกงยีนส์ตัวโปรดบ้างคะ? วันนี้มีเคล็ดลับดี ๆ สำหรับสาวเวลาน้อยมาฝากกันค่ะ แค่สละเวลาวันละนิดมาดู ตารางออกกำลังกายลดหน้าท้อง 15 นาทีต่อวัน ก็ช่วยให้หุ่นค่อย ๆ เฟิร์ม กระชับขึ้นได้จริง ๆ เลยนะคะ การดูแลตัวเองไม่จำเป็นต้องเข้ายิมเป็นชั่วโมงเสมอไป แค่สาว ๆ ทำตามตารางอย่างสม่ำเสมอ และเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเอง ก็สามารถเห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจได้แบบไม่โหมจนเหนื่อยเกินไปค่ะ สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น หลายคนอาจกำลังมองหา วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วนสำหรับผู้หญิงที่มีเวลาน้อย ซึ่งฟังดูเหมือนจะยาก แต่จริง ๆ แล้วหัวใจสำคัญอยู่ที่การเลือกท่าที่โดนกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle) แบบตรงจุดค่ะ การออกกำลังกายเพียงวันละ 15 นาที จะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญและเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อหน้าท้อง เมื่อทำควบคู่กับการคุมอาหารที่เหมาะสม หน้าท้องที่เคยป่องก็จะค่อย ๆ ยุบลง สาว ๆ จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนภายในไม่กี่สัปดาห์เลยค่ะ ตารางออกกำลังกายลดหน้าท้อง 15 นาที หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน ให้ทำท่าละ 45 วินาที พัก 15 วินาที วนจนครบ 15 นาที ดังนี้ ลำดับ ชื่อท่าออกกำลังกาย ประโยชน์ที่ได้รับ 1 Plank สร้างความแข็งแรงให้แกนกลางลำตัวทั้งหมด 2 Bicycle Crunches เน้นหน้าท้องด้านข้างและกล้ามเนื้อส่วนบน 3 Leg Raises จัดการพุงหมาน้อย (หน้าท้องส่วนล่าง) 4 Mountain Climbers คาร์ดิโอช่วยเผาผลาญไขมันกระจาย 5 Russian Twists เอวเอสต้องท่านี้ ลดไขมันข้างเอว รายละเอียดท่าออกกำลังกายฉบับทำตามง่าย 1. Plank (ท่าแพลงก์) ท่าเบสิกที่ได้ผลดีที่สุด ให้เกร็งหน้าท้องและรักษาแนวลำตัวให้ตรงเหมือนไม้กระดาน ห้ามปล่อยให้ก้นโด่งหรือหลังแอ่น ท่านี้จะช่วยให้หน้าท้องแบนราบและบุคลิกภาพดีขึ้นด้วยค่ะ 2. Bicycle Crunches (ท่าปั่นจักรยานอากาศ) นอนหงายแล้วนำมือประสานท้ายทอย ยกขาขึ้นทำท่าเหมือนปั่นจักรยาน พร้อมกับบิดตัวให้ศอกขวาไปแตะเข่าซ้ายสลับกันไปมา ท่านี้ช่วยรีดไขมันข้างเอวได้ดีสุดๆ 3. Leg Raises (ท่าเตะขาสลับ) นอนหงายราบไปกับพื้น ค่อยๆ ยกขาทั้งสองข้างขึ้นทำมุม 90 องศา แล้วค่อยๆ วางลงช้าๆ (แต่ห้ามแตะพื้นนะ!) ท่านี้จะเกร็งหน้าท้องส่วนล่างได้ดีมาก ใครที่มีปัญหาพุงหมาน้อยต้องเน้นท่านี้เลย 4. Mountain Climbers (ท่าปีนเขา) เริ่มต้นด้วยท่า High Plank แล้ววิ่งซอยเท้าดึงเข่าเข้าหาหน้าอกอย่างรวดเร็ว ท่านี้จะช่วยเบิร์นแคลอรี่และทำให้หัวใจเต้นแรง เป็นการคาร์ดิโอที่ช่วยให้ลดพุงได้ไวขึ้นค่ะ 5. Russian Twists (ท่าบิดเอว) นั่งชันเข่า เอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อยแล้วยกเท้าขึ้นจากพื้น (หรือวางพื้นถ้ายังไม่ไหว) จากนั้นประสานมือแล้วบิดลำตัวไปซ้ายและขวา ท่านี้ช่วยสร้างส่วนเว้าส่วนโค้งให้เอวดูคอดสวย เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อให้เห็นผลไวขึ้น ดื่มน้ำให้เพียงพอ: ช่วยระบบเผาผลาญและลดอาการบวมน้ำ เน้นโปรตีน: ช่วยซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องให้ชัดขึ้น นอนหลับให้เต็มอิ่ม: ร่างกายที่พักผ่อนพอจะลดระดับฮอร์โมนความเครียดที่เป็นสาเหตุของไขมันสะสมที่หน้าท้อง การมีหน้าท้องที่สวยงามเริ่มต้นจากการ "มีวินัย" วันละนิดนะคะ ลองทำตามตารางนี้ติดต่อกัน 21 วัน แล้วคุณจะตกใจกับผลลัพธ์ที่ได้แน่นอนค่ะ! บทความที่คุณอาจสนใจ โปรแกรมลดหน้าท้อง 7 วัน พร้อมตารางอาหารลดน้ำหนัก ทำได้ตามนี้มีแต่ผอม! แจก!! ตารางออกกำลังกาย ลดพุง เร่งด่วน ใน 30 วัน ไม่หนัก ไม่หักโหม!

กินน้ำมันมะกอก 1 ช้อน ตอนเช้าดีอย่างไร? เผยความลับ คนรักสุขภาพต้องรู้
Read

กินน้ำมันมะกอก 1 ช้อน ตอนเช้าดีอย่างไร? เผยความลับ คนรักสุขภาพต้องรู้

ดีจริง หรือแค่เทรนด์? กินน้ำมันมะกอก 1 ช้อน ตอนเช้าดีอย่างไร ชวนทุกคนไขข้อสงสัย ประโยชน์น้ำมันมะกอกตอนท้องว่าง ตอนนี้การกินน้ำมันมะกอกในตอนเช้าขณะท้องว่าง กลายเป็นเทรนด์สุขภาพระดับโลกที่เหล่าเซเลบริตี้ และ กูรูด้านการชะลอวัยต่างกินเป็นประจำ จนถูกขนานนามว่าเป็น "ทองคำเหลว" (Liquid Gold) แห่งเมดิเตอร์เรเนียน วันนี้เราจะพาคุณสาวๆ ไปเจาะลึกว่า กินน้ำมันมะกอก 1 ช้อน ตอนเช้าดีอย่างไร พร้อมวิธีเลือกซื้อที่ถูกต้องเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดค่ะ และหากใครกำลังสงสัยว่าการฝืนใจกลืนน้ำมันลงคอเพียง 1 ช้อนโต๊ะ ในตอนเช้าเป็นเรื่องยาก เราก็มีเทคนิคดีๆ มาแนะนำเช่นกันค่ะ 5 ประโยชน์ ทำไมต้องดื่มน้ำมันมะกอกตอนท้องว่าง? 1. ดีท็อกซ์ลำไส้ แก้ท้องผูก น้ำมันมะกอก ทำหน้าที่เป็นสารหล่อลื่นตามธรรมชาติในลำไส้ ช่วยให้อุจจาระนิ่มลง และเคลื่อนตัวได้ง่ายขึ้น การดื่มตอนท้องว่างจะช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายให้ทำงานได้ทันทีในตอนเช้า เหมาะมากสำหรับผู้ที่มีปัญหาท้องผูกเรื้อรัง 2. ลดระดับ LDL และ บำรุงหัวใจ น้ำมันมะกอกอุดมไปด้วย กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะกรดโอเลอิก (Oleic Acid) ซึ่งช่วยลดระดับไขมันเลว (LDL) โดยไม่ทำลายไขมันดี (HDL) ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง 3. ช่วยในการลดน้ำหนักและคุมน้ำหิว น้ำมันมะกอกช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึก "อิ่ม" ได้นานขึ้น การดื่ม 1 ช้อนตอนเช้าช่วยลดความอยากกินจุกจิกระหว่างวัน และช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันสะสมได้ดีขึ้นเนื่องจากช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ 4. ต้านการอักเสบระดับเซลล์ สารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง ในน้ำมันมะกอกมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ คล้ายกับยาแก้ปวด จึงช่วยลดอาการปวดข้อ และป้องกันการเสื่อมของเซลล์ที่นำไปสู่โรคมะเร็ง 5. บำรุงผิวพรรณ เส้นผม และเล็บ อุดมด้วยวิตามิน E และวิตามิน K ในน้ำมันมะกอก ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นจากภายในสู่ภายนอก ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่ง เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเส้นผมและเล็บ ข้อควรระวัง ไม่ใช่ทุกขวดที่ดื่มได้! เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ต้องเลือกน้ำมันมะกอกประเภท Extra Virgin Olive Oil (EVOO) เท่านั้นค่ะ เพราะเป็นเกรดที่ผ่านการสกัดเย็น (Cold Pressed) ไม่ผ่านความร้อนและสารเคมี ทำให้สารอาหารอยู่ครบถ้วน ปริมาณ : ไม่ควรทานเกิน 1-2 ช้อนโต๊ะต่อวัน เพราะน้ำมันมะกอกมีแคลอรีสูง (120kcal ต่อช้อนโต๊ะ) ผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดี : ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทาน เพราะน้ำมันมะกอกกระตุ้นการหลั่งน้ำดี อาการข้างเคียง : ในช่วงแรกบางคนอาจมีอาการถ่ายเหลว เนื่องจากลำไส้กำลังปรับตัว ตารางเปรียบเทียบประเภท น้ำมันมะกอก ประเภท การผลิต เหมาะสำหรับ ความเหมาะสมในการดื่มสด Extra Virgin (EVOO) สกัดเย็นครั้งแรก ดื่มสด, ทำน้ำสลัด ✅ ดีที่สุด (สารอาหารสูง) Virgin สกัดครั้งที่สอง ปรุงอาหารความร้อนต่ำ พอใช้ Refined / Light ผ่านกรรมวิธีเคมี/ความร้อน ทอด, ผัด ❌ ไม่แนะนำให้ดื่มสด เทคนิค การกินน้ำมันมะกอก ให้ ง่ายขึ้น สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่ชินกับรสชาติและกลิ่นของน้ำมันมะกอก ลองสูตรนี้ดูค่ะ เลือก น้ำมันมะกอกสูตร Extra Virgin 1 ช้อนโต๊ะ กินคู่น้ำมะนาวสดครึ่งซีก ช่วยลดความเลี่ยนและกระตุ้นการย่อยอาหาร โรยเกลือชมพูเล็กน้อย เพื่อตัดรสชาติ จากนั้นตามด้วยการดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว เพื่อช่วยให้ระบบไหลเวียนทำงานได้ดียิ่งขึ้น บทความที่คุณอาจสนใจ 7 สูตรพอกหน้า ด้วยน้ำมันมะกอก ผิวชุ่มชื้น พร้อมส่วนผสมและวิธีทำ 6 น้ำมันธรรมชาติ ช่วยบำรุงผมและผิว กระจ่างใส เรียบเนียน ผมดกดำเงางาม

สรุป เทรนด์อาหาร 2026 อเมริกาออก พีระมิดอาหารแบบใหม่ จบยุคเน้นแป้ง
Read

สรุป เทรนด์อาหาร 2026 อเมริกาออก พีระมิดอาหารแบบใหม่ จบยุคเน้นแป้ง

พีระมิดอาหารใหม่ 2026 ลืมภาพจำเก่าๆ ที่ฐานพีระมิดเต็มไปด้วยข้าว ขนมปัง และพาสต้าไปได้เลย! เพราะปี 2026 นี้ ถือเป็นปีแห่งการปฏิวัติวงการโภชนาการครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปี เมื่อกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ (HHS) ประกาศใช้ "The New Food Pyramid" ภายใต้ Dietary Guidelines for Americans 20252030 และนี่ไม่ใช่แค่การอัปเดตเล็กน้อย แต่คือการเปลี่ยนแนวคิดการกินครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 30 ปี จากยุคที่ กินแป้งเป็นหลัก สู่ยุคใหม่ที่ โปรตีน อาหารจริง และไขมันดี คือหัวใจของสุขภาพ พีระมิดอาหารใหม่ 2026 ทำไมอเมริกาต้องเปลี่ยนพีระมิดอาหาร ปี 2026 ย้อนกลับไปปี 1992 พีระมิดแบบเดิมเน้นคาร์โบไฮเดรตเป็นฐานกว้างที่สุด แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นอัตราโรคเรื้อรังที่พุ่งสูงขึ้น ในยุคที่คนส่วนใหญ่มีไลฟ์สไตล์แบบ Sedentary (นั่งทำงานนิ่งๆ) แป้งและน้ำตาลจึงกลายเป็นพลังงานส่วนเกิน ในปี 2026 พีระมิดใหม่จึงถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตปัจจุบัน โดยเน้นไปที่ สารอาหารที่หนาแน่น (Nutrient-Dense) และการตัดสิ่งที่ทำลายสุขภาพออกอย่างเด็ดขาด สรุปคำแนะนำหลักจาก The New Pyramid 2026 1. โปรตีนคือฐานรากใหม่ (Protein First) จากเดิมที่เคยมองว่าโปรตีนเป็นส่วนน้อย แต่ตอนนี้ถูกดันขึ้นมาเป็นหัวใจหลัก แนะนำให้กินโปรตีนทุกมื้อ โดยปรับคำแนะนำเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ปริมาณใหม่ที่แนะนำ : 1.21.6 กรัม / น้ำหนักตัว 1 กก. / วัน (สูงกว่ามาตรฐานเดิมที่ 0.8 กรัม) แหล่งโปรตีนที่แนะนำ : เนื้อสัตว์ไม่แปรรูป / อาหารทะเล / ไข่ / นม / ถั่วและโปรตีนจากพืช เป้าหมายหลัก : เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ คุมระดับน้ำตาล และเพิ่มอัตราการเผาผลาญ 2. ไขมันดีและนมเต็มไขมัน (The Return of Good Fats) หนึ่งในจุดที่ฮือฮาที่สุดของไกด์ไลน์ใหม่ คือ ไขมันธรรมชาติไม่ใช่ผู้ร้ายอีกต่อไป แนะนำให้กินนมไขมันเต็มส่วน (Full-fat dairy) วันละ 3 ส่วน อนุญาตให้บริโภค : เนย (Butter) / ไขมันวัว (Tallow) / ไขมันจากแหล่งธรรมชาติ เพราะไขมันเหล่านี้มีจำเป็นต่อการทำงานของ สมอง ฮอร์โมน และการดูดซึมวิตามิน 3. หลีกเลี่ยง น้ำตาล และ อาหารแปรรูป The New Pyramid ระบุชัดเจนให้หลีกเลี่ยง อาหารแปรรูปขั้นสูง (Ultra-processed foods) น้ำตาลเติมเพิ่ม เกลือปริมาณสูง สารปรุงแต่ง น้ำอัดลม ขนมซองขบเคี้ยว ขนมหวาน โดยเฉพาะในเด็ก หากไม่มีปริมาณน้ำตาลที่ถือว่าปลอดภัยต่อสุขภาพ 4. ผักคือพื้นฐานที่ต้องมีทุกวัน อย่างน้อย วันละ 3 ส่วน เน้นผักหลากสี เพื่อใยอาหาร วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ 5. ผลไม้ กินได้ แต่ต้องพอดี แนะนำ วันละ 2 ส่วน เน้นผลไม้สด ไม่แปรรูป ไม่เติมน้ำตาล 6. จำกัดธัญพืชและต้องไม่ขัดสีเท่านั้น คาร์โบไฮเดรตถูกลดระดับลงมาอยู่ส่วนที่แคบที่สุด (ด้านล่าง) โดยจำกัดเพียง 24 ส่วนต่อวัน ต้องเป็น ธัญพืชไม่ขัดสี (Whole Grains) 100% เท่านั้น ไม่สนับสนุนแป้งขัดขาวและผลิตภัณฑ์แปรรูป ตารางสรุปสัดส่วนการกินแบบใหม่ (Daily Guide) ประเภทอาหาร ปริมาณแนะนำต่อวัน คำแนะนำ โปรตีน 1.2 - 1.6 g / น้ำหนักตัว 1 kg เน้นทุกมื้ออาหาร ผัก อย่างน้อย 3 ส่วน เน้นความหลากหลาย ผลไม้ 2 ส่วน ผลไม้สด ไม่ใช่น้ำผลไม้ นม/ไขมันดี 3 ส่วน แนะนำแบบ Full-fat ธัญพืช 2 - 4 ส่วน ต้องไม่ขัดสีเท่านั้น น้ำตาล/ของหวาน 0% หลีกเลี่ยงให้มากที่สุด สรุปเทรนด์อาหาร 2026 โลกกำลังกลับสู่ Real Food The New Food Pyramid ไม่ได้แค่เปลี่ยนสัดส่วนอาหาร แต่คือการเปลี่ยน วิธีคิด เกี่ยวกับการกิน หัวใจของเทรนด์นี้คือ กินอาหารจริง เพิ่มโปรตีน ไม่กลัวไขมันธรรมชาติ ลดแป้งและน้ำตาล บอกลาอาหารแปรรูป หรือเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการเพิ่มไข่หรือเนื้อสัตว์ในมื้อเช้า ลดละเลิกน้ำหวานในระหว่างวัน และเลือกข้าวไม่ขัดสีแทนข้าวขาว เพียงเท่านี้ก็ก้าวเข้าสู่เทรนด์สุขภาพปี 2026 ได้อย่างมั่นใจ ขอบคุณภาพและข้อมูล : realfood.gov บทความที่คุณอาจสนใจ 9 ผักที่ควรกินสุก มากกว่ากินดิบ ได้สารอาหารเพิ่ม ประโยชน์เพียบ 7 นมโอ๊ต ยี่ห้อไหนดี 2026 Oat Milk กล่องไหนอร่อย ดื่มง่าย 7 ข้าวกล้อง ยี่ห้อไหนดี 2026 เหนียวนุ่ม อร่อยกินง่าย

สูตรลดน้ำหนักเร่งด่วน 7 วัน ด้วยไข่ต้ม กินอิ่ม ไม่ต้องอด ผอมชัวร์!
Read

สูตรลดน้ำหนักเร่งด่วน 7 วัน ด้วยไข่ต้ม กินอิ่ม ไม่ต้องอด ผอมชัวร์!

อยาก ลดน้ำหนักเร่งด่วนใน 7 วัน ทำไงดี! ลอง สูตรลดน้ำหนักเร่งด่วน 7 วัน ด้วยไข่ต้ม กันหน่อยไหมคะสาวๆ บอกเลยว่าสูตรลดน้ำหนักสูตรนี้ที่เรานำมาฝาก ไม่ยากไม่โหด แถมไม่ต้องอดให้ร่างกายพังด้วยนะคะ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนเมนูในการกินอาหารแต่ละวันเล็กน้อย ก็ช่วยให้หุ่นสวยได้ไม่ยาก! สำหรับ ไข่ต้ม นั้น ต้องบอกว่าเป็นอาหารที่เหมาะกับการลดน้ำหนักสุดๆ ค่ะ เพราะไข่ต้ม ถือเป็นอาหารที่แคลอรี่ไม่สูง แต่โปรตีนสูงมาก! อย่างไข่ต้ม 1 ฟอง จะมีแคลอรี่อยู่ที่ประมาณ 70-85 แคลอรี่ ส่วนโปรตีนในไข่นั้นก็จะช่วยให้แป้งและน้ำตาลถูกย่อยและดูดซึมอย่างช้าๆ จึงช่วยให้เราอิ่มนานค่ะ หากมีไข่ต้มในมื้ออาหารแต่ละมื้อก็จะช่วยให้เรากินอาหารได้น้อยลงและยังอิ่มนานขึ้นอีกด้วย ยิ่งการกินไข่ต้มในช่วงมื้อเช้า จะยิ่งช่วยเพิ่มพลังได้ดี เหมาะกับคนที่ต้องออกกำลังกายมากๆ ค่ะ แต่แม้ว่าไข่ต้มจะแคลอรี่ต่ำ แต่ในไข่แดงก็ยังมีคอเลสเตอรอลแฝงอยู่นะคะ ฉะนั้นหากต้องกินหลายฟอง ก็แนะนำให้เลือกกินไข่ขาวในสัดส่วนที่มากกว่าไข่แดงค่ะ งานนี้ใครที่อยากลดน้ำหนักเร่งด่วน อยากมีหุ่นสวยทันใจ ก็ลองมาลดน้ำหนักตามสูตรนี้กันได้ค่ะ แต่ แนะนำว่าอย่าได้ทำสูตรนี้ต่อเนื่องนานเกินไปค่ะ แนะนำสำหรับสาวที่อยากลดแบบเร่งด่วนเท่านั้น! ตารางอาหารลดน้ำหนัก วิธีลดน้ำหนัก ด้วยไข่ต้ม 7 วัน สูตรลดน้ำหนักด้วยไข่ต้ม วันที่ 1 เช้า : ไข่ต้ม 2 ฟอง + กาแฟดำ 1 แก้ว กลางวัน : อกไก่ เย็น : สลัดผักและอกไก่ สูตรลดน้ำหนักด้วยไข่ต้ม วันที่ 2 เช้า : ไข่ต้ม 2 ฟอง + กล้วย 1 ลูก กลางวัน :สลัดผักและอกไก่หรือสลัดโรล เย็น : เมี่ยงปลาเผา สูตรลดน้ำหนักด้วยไข่ต้ม วันที่ 3 เช้า : ไข่ต้ม 2 ฟอง + ส้ม 1 ลูก กลางวัน :สลัดผักและอกไก่ เย็น : ผักต้มและปลานึ่ง สูตรลดน้ำหนักด้วยไข่ต้ม วันที่ 4 เช้า : ไข่ต้ม 2 ฟอง + ส้ม 1 ลูก กลางวัน : ยำไข่ต้ม เย็น : สุกี้น้ำไก่ สูตรลดน้ำหนักด้วยไข่ต้ม วันที่ 5 เช้า : ไข่ต้ม 2 ฟอง + ฟักทองนึ่ง กลางวัน : สลัดผัก + ไข่ต้ม 1 ฟอง เย็น : ผักต้มและไก่ย่างลอกหนัง หรืออกไก่ สูตรลดน้ำหนักด้วยไข่ต้ม วันที่ 6 เช้า : ไข่ต้ม 2 ฟอง + กล้วย 1 ลูก กลางวัน :สุกี้น้ำไก่ เย็น :ปลานึ่ง+ ไข่ต้ม 1 ฟอง สูตรลดน้ำหนักด้วยไข่ต้ม วันที่ 7 เช้า : ไข่ต้ม 2 ฟอง + ส้ม 1 ลูก กลางวัน :ผักต้มและอกไก่+ ไข่ต้ม 1 ฟอง เย็น :แกงจืดเต้าหู้เส้นบุก + ฝรั่ง1 ลูก แต่นอกจากการลดน้ำหนักด้วยไข่ต้มแล้ว ถ้าอยากให้ได้หุ่นสวย สุขภาพดีควบคู่ไปด้วย ก็อย่าลืมออกกำลังกายไปด้วยนะคะสาวๆ เพราะนอกจากจะทำให้ช่วยเผาผลาญได้มากขึ้น ผอมได้เร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างกล้ามเนื้อสวยๆ ตามมาอีกด้วยนะ! บทความที่คุณอาจสนใจ สูตรลดน้ำหนักเร่งด่วน 2 สัปดาห์ด้วย ไข่ต้ม น้ำหนักลด แบบไม่ต้องอด! ตารางอาหารลดน้ำหนักเร่งด่วน 28 วัน ด้วยไข่ต้ม อิ่มท้อง ผอมจริง ไม่มีโหย!

วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน 3 วัน แบบธรรมชาติ รีบใช้หุ่น กินอะไรดี พุงยุบได้!
Read

วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน 3 วัน แบบธรรมชาติ รีบใช้หุ่น กินอะไรดี พุงยุบได้!

สำหรับใครที่กำลังมองหา วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน 3 วัน เพราะอยากรีบผอม รีบใช้หุ่น อยู่ล่ะก็ วันนี้เราก็มีเคล็ดลับดีๆ มาฝากกันแล้วค่ะ แต่ต้องบอกก่อนว่า การลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน 3 วัน ที่เรานำมาฝากนี้ จะเป็นการลดน้ำหนัก ที่เป็นการบวมน้ำ หรืออาการบวม เป็นหลัก จะไม่ใช่การลดที่ไขมันล้วนๆ เพราะในเวลาเพียง 3 วัน การลดไขมันให้ได้ทั้งหมดนั้นอาจจะเป็นเรื่องยากค่ะ การลดน้ำหนักนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการตัวเบาลงชั่วคราว ต้องการหุ่นสวยเพื่อถ่ายรูป ต้องการใส่ชุดให้สวยขึ้น เพื่อออกงานหรืออีเวนต์เท่านั้น ไม่แนะนำให้ทำบ่อยๆ นะ! ทริคสำคัญในการลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน 3 วัน งดเค็ม งดทอด = น้ำหนักลงเร็ว ลดแป้งขัดขาว + น้ำตาล = ท้องแฟบ เสริมโปรตีน + ผัก = ไม่หิว ไม่หน้ามืด ดื่มน้ำเยอะ = ลดการบวมน้ำ ตารางอาหารสำหรับลดน้ำหนักเร่งด่วน 3 วัน วันที่ 1 : ลดน้ำตาล + เค็ม ✅ อาหารที่แนะนำ : ไข่ต้ม / อกไก่ / ปลา ผักต้ม ผักสด ผลไม้หวานน้อย (แอปเปิลเขียว ฝรั่ง) ❌ งดกินเด็ดขาด : น้ำหวาน ชาไข่มุก ของทอด ของแปรรูป อาหารโซเดียมสูง (บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป) ✅ แนะนำเพิ่มเติม : ดื่มน้ำ 2.53 ลิตร / วัน 30 เมนูอกไก่ อาหารคลีนลดน้ำหนัก แบบประหยัด ทำตามง่าย วัตถุดิบไม่แพง วันที่ 2 : โปรตีนสูง + คาร์บต่ำ ✅ อาหารที่แนะนำ : เช้า: ไข่ต้ม 2 ฟอง + ผัก กลางวัน: อกไก่ / ปลา + ผัก เย็น: ซุปใส / ต้มจืด (ไม่เค็ม) ✅ แนะนำเพิ่มเติม : เดินเร็ว 3040 นาที งดกินหลัง 19.00 น. 60 เมนู ลดน้ำหนัก 2569 พร้อมสูตรและวิธีทำ! ทำง่าย ผอมได้ชัวร์ๆ ! วันที่ 3 : ลดบวมก่อนชั่ง ✅ อาหารที่แนะนำ : โปรตีน + ผักล้วน งดแป้งเกือบทั้งหมด ❌ งดกินเด็ดขาด : อาหารโซเดียมสูง น้ำหวาน เครื่องดื่มอัดลม ของทอด ✅ แนะนำเพิ่มเติม : ดื่มน้ำอุ่น พยายามขับถ่ายให้ปกติ (ไฟเบอร์จากผัก) 60 อาหาร สำหรับคนคุมน้ำหนัก ในเซเว่น ไขมันต่ำ แคลน้อย คุมน้ำหนักอยู่กินได้ ผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นจากวิธีลดน้ำหนักเร่งด่วน 3 วัน น้ำหนักลดลงประมาณ 13 กก. (ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละบุคคล) หน้าท้องแฟบ ตัวเบาขึ้น หน้าไม่บวม โดยน้ำหนักที่ลดลงอาจะไม่ใช่ไขมันทั้งหมด แต่เป็นการลดจากน้ำ อาการบวม ซึ่งใครที่ต้องการลดน้ำหนักเพิ่มเติม แนะนำให้ศึกษาเรื่องโภชนาการและการออกกำลังกายเพิ่มเติมนะคะ ทั้งนี้ การลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ ❌ ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว มีอาการหน้ามืดง่าย รวมถึงคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ หรืออยู่ในระหว่างให้นมบุตร ❌ บทความที่คุณอาจสนใจ สูตรลดน้ำหนักเร่งด่วน 7 วัน ด้วยไข่ต้ม กินอิ่ม ไม่ต้องอด ผอมชัวร์! ตารางลดน้ำหนักด้วยไข่ต้ม 2 สัปดาห์ ลดได้ 10 กิโล พร้อมอาหารกินด้วยกันแล้วเวิร์ค!